﻿1
00:00:03,906 --> 00:00:07,906

2
00:00:07,909 --> 00:00:11,909

3
00:00:11,910 --> 00:00:15,910

4
00:00:19,781 --> 00:00:19,781

5
00:00:19,781 --> 00:00:23,781

6
00:00:23,798 --> 00:00:27,788

7
00:00:27,788 --> 00:00:31,788

8
00:00:31,800 --> 00:00:35,800

9
00:00:35,809 --> 00:00:39,793

10
00:00:39,793 --> 00:00:43,782

11
00:00:43,782 --> 00:00:47,782

12
00:00:47,835 --> 00:00:51,773
(อาจารย์สุธิรา) เด็ก ๆ ถ้าเข้ามาแล้วเปิดจอ

13
00:00:51,773 --> 00:00:55,773
วิดีโอด้วยนะคะ

14
00:00:55,837 --> 00:00:59,790
ให้เปิดจอพี่ล่ามได้ยินเสียงอาจารย์ไหม พี่ตูนได้ยินเสียงอาจารย์ไหม

15
00:00:59,790 --> 00:01:03,790
(ล่าม) ได้ยินค่ะ (อาจารย์) โอ.เค.

16
00:01:03,803 --> 00:01:07,770

17
00:01:07,770 --> 00:01:11,770
บอกให้น้อง ๆ เปิดจอด้วยนะคะ

18
00:01:11,813 --> 00:01:15,812
จะได้รู้ว่าใครเข้ามาแล้วบ้าง

19
00:01:15,812 --> 00:01:19,767

20
00:01:19,767 --> 00:01:23,752
โอ.เค. 14

21
00:01:23,752 --> 00:01:27,752
คน รวมพี่ล่ามแล้ว คนอื่น ๆ กำลังทยอยเข้ามานะคะ

22
00:01:27,755 --> 00:01:31,750

23
00:01:31,750 --> 00:01:35,750
ระหว่างรอเพื่อน ๆ

24
00:01:35,754 --> 00:01:39,754

25
00:01:39,767 --> 00:01:43,751

26
00:01:43,751 --> 00:01:47,751
เด็ก ๆ อยากทราบว่า

27
00:01:47,751 --> 00:01:51,751
ใครเคยเขียนโปรแกรม

28
00:01:51,752 --> 00:01:55,752
มาแล้วบ้าง ให้ตอบในแชท

29
00:01:55,753 --> 00:01:59,753
เคยเขียน เคยเขียน เขียนภาษาอะไรมา

30
00:01:59,753 --> 00:02:03,753
นะคะ ใครยังไม่เคยก็ให้ตอบว่าไม่เคย

31
00:02:03,758 --> 00:02:07,758
โอ.เค. ไหมคะ เข้าไปตอบในแชตเลยคะ ว่า

32
00:02:07,759 --> 00:02:11,759
เคยเขียนมาแล้ว เคยเขียนโปรแกรม

33
00:02:11,765 --> 00:02:15,762
ภาษาอะไรเขียนลงไปอย่างนี้ เข้าใจไหมคะ

34
00:02:15,762 --> 00:02:19,757
ถ้าไม่เคยก็บอกว่ายังไม่เคย

35
00:02:19,757 --> 00:02:23,752

36
00:02:23,752 --> 00:02:27,752

37
00:02:27,753 --> 00:02:31,751
เดชาพล พิมพ์

38
00:02:31,751 --> 00:02:35,751
แบบพิมพ์สัมผัสได้ไหมลูก

39
00:02:35,755 --> 00:02:39,755
(นักศึกษาชาย) ได้ครับ อาจารย์ (อาจารย์สุธิรา) ได้อยู่ใช่ไหมลูก ตอนนี้

40
00:02:39,760 --> 00:02:43,760
ถ้าใช้ ตอนนี้ใช้คอมหรือใช้มือถือลูก

41
00:02:43,761 --> 00:02:47,761
(นักศึกษาชาย) ตอนนี้ใช้คอมฯ ครับ

42
00:02:47,762 --> 00:02:51,759
(อาจารย์สุธิรา) อ๋อ ใช้คอม อย่างนั้นก็พิมพ์ได้อยู่นะ

43
00:02:51,759 --> 00:02:55,755
สันติภาพตอบมาแล้ว ยังไม่เคยครับ

44
00:02:55,755 --> 00:02:59,755
สันติภาพ มาจากไหน มาจากโรงเรียนอะไรครับ

45
00:02:59,757 --> 00:03:03,757
บอกอาจารย์สิ (อาจารย์สุธิรา) จบจากโรงเรียน

46
00:03:03,758 --> 00:03:07,754
บางละมุง จังหวัดชลบุรีครับผม

47
00:03:07,754 --> 00:03:11,754
(อาจารย์สุธิรา) บางละมุง ชลบุรีหรอคะ (นักศึกษาชาย) จบ

48
00:03:11,759 --> 00:03:15,758
จากโรงเรียนร่วมกับคนปกติ ตอน ม. ปลายครับ

49
00:03:15,758 --> 00:03:19,756
(อาจารย์สุธิรา) ศิริรัตนล่ะคะ จบจาก

50
00:03:19,756 --> 00:03:23,755
อะไรลุก (นักศึกษาหญิง) จบจาก

51
00:03:23,755 --> 00:03:27,755
กศน. ค่ะ(อาจารย์สุธิรา) อ๋อ กศน. นั่นเอง กัญญาณัฐ เรียน

52
00:03:27,772 --> 00:03:31,767
ภาษา C กัญญาณัฐอยู่โรงเรียนอะไร

53
00:03:31,767 --> 00:03:35,758
นะ เรียนโรงเรียนไหนโรงเรียนเดิม

54
00:03:35,758 --> 00:03:39,756

55
00:03:39,756 --> 00:03:43,754
กัญญาณัฐไม่ได้ยินหรือลูก

56
00:03:43,754 --> 00:03:47,754
มุ้กได้ยินไหมคะ

57
00:03:47,758 --> 00:03:51,758
มุกไม่ได้ยินเสียงแม่หรือ

58
00:03:51,765 --> 00:03:55,763
ไมค์มีปัญหา โอ.เค. ๆ

59
00:03:55,763 --> 00:03:59,759
ไม่เป็นอะไร โอ.เค. ค่ะ

60
00:03:59,759 --> 00:04:03,756
งั้นก็ได้ยินอยู่แต่ไมค์ใช้ไม่ได้

61
00:04:03,756 --> 00:04:07,756
โอ.เค. คนอื่น ๆ  ตอบมาได้

62
00:04:07,757 --> 00:04:11,755
เลยนะคะ เดชาพลก็ยังไม่เคย

63
00:04:11,755 --> 00:04:15,755
ศิริลัษณ์ สันติภาพ

64
00:04:15,771 --> 00:04:19,757

65
00:04:19,757 --> 00:04:23,757
ไม่เคย

66
00:04:23,758 --> 00:04:27,756
คนอื่นหายไปไหนหมด

67
00:04:27,756 --> 00:04:31,756
เพื่อน ๆ หายไปไหนหมด

68
00:04:48,923 --> 00:04:45,483

69
00:04:31,753 --> 00:04:35,753

70
00:04:35,755 --> 00:04:39,755

71
00:04:39,756 --> 00:04:43,756

72
00:04:43,756 --> 00:04:47,756

73
00:04:47,767 --> 00:04:51,767
ตอนนี้

74
00:04:51,774 --> 00:04:55,774
ตอนนี้ที่ตอบแม่มานี่ ใช้

75
00:04:55,798 --> 00:04:59,798
คอมหรือใช้อะไรเอ่ย

76
00:04:59,857 --> 00:05:03,857
(นักศึกษาชาย) ผมใช้โทรศัพท์ครับ

77
00:05:03,866 --> 00:05:07,787
(อาจารย์สุธิรา)สันติภาพใช้อะไรนะครับ (นักศึกษาชาย) ใช้โทรศัพท์มือถือครับ

78
00:05:07,787 --> 00:05:11,756
(อาจารย์สุธิรา) เมื่อวานที่

79
00:05:11,756 --> 00:05:15,756
นั่งอยู่ DSS ใช่สันติภาพไหมลูก (นักศึกษาชาย)

80
00:05:15,757 --> 00:05:19,757
ใช่ครับผม (อาจารย์สุธิรา) แล้วทำไมไม่ใช้

81
00:05:19,758 --> 00:05:23,758
(นักศึกษาชาย) คอมพิวเตอร์หรอครับ (อาจารย์สุธิรา) ใช่ ๆ

82
00:05:23,759 --> 00:05:27,757
(นักศึกษา) ไมค์ในคอมของผมมีปัญหา

83
00:05:27,757 --> 00:05:31,757
(อาจารย์สุธิรา) อ๋อ (นักศึกษาชาย) เปิดไมค์ไม่ได้

84
00:05:31,766 --> 00:05:35,762
(อาจารย์สุธิรา) โอ.เค. ค่ะ

85
00:05:35,762 --> 00:05:39,762
เพราะความจริงถ้าเขียนจะต้องมาใช้

86
00:05:39,763 --> 00:05:43,756
ห้องแลป เพราะแม่จะดูว่าใครใช้ได้

87
00:05:43,756 --> 00:05:47,756
แต่ทีนี้ปัญหาคือเรายังใช้แล็บไม่ได้

88
00:05:47,781 --> 00:05:51,754

89
00:05:51,754 --> 00:05:55,754

90
00:05:55,773 --> 00:05:59,760

91
00:05:59,760 --> 00:06:03,760
ใช้คอมหรือใช้มือถือลูก (นักศึกษาชาย) ใช้

92
00:06:03,763 --> 00:06:07,754

93
00:06:07,754 --> 00:06:11,754
Notebook ครับ (อาจารย์สุธิรา) สิริรัตน์ใช้อะไร (นักศึกษาหญิง) ใช้โทรศัพท์ค่ะ (อาจารย์สุธิรา)

94
00:06:11,778 --> 00:06:15,755
มุกใช้อะไรลูก พิมพ์

95
00:06:15,755 --> 00:06:19,755
มาบอกก็ได้ กัญญณัฐ

96
00:06:19,768 --> 00:06:23,765

97
00:06:23,765 --> 00:06:27,765
ตอนนี้ที่เห็นหน้ากัน

98
00:06:27,772 --> 00:06:31,754
มี 1, 2, 3, 4, 5

99
00:06:31,754 --> 00:06:35,754
5 คนนะคะ คนอื่นหายไปไหนหมด ที่เหลือนี่พี่ล่ามทั้งนั้นเลยนะ

100
00:06:35,774 --> 00:06:39,774
หายไปไหนหมด (ล่าม) หนู

101
00:06:39,779 --> 00:06:43,756
ไม่เห็นเด็กหูหนวกเลยค่ะ วันนี้

102
00:06:43,756 --> 00:06:47,756

103
00:06:47,766 --> 00:06:51,757
เด็กหูหนวกไปไหนหมด (อาจารย์สุธิรา) เดี๋ยวกำลังตาม รอเพื่อน ๆ แป๊บหนึ่งนะ

104
00:06:51,757 --> 00:06:55,754

105
00:06:55,754 --> 00:06:59,754
มุกมีคอมพิวเตอร์อยู่นะ

106
00:06:59,759 --> 00:07:03,754
โอ.เค.

107
00:07:03,754 --> 00:07:07,754
เดชาพลมีคอมพิวเตอร์

108
00:07:07,755 --> 00:07:11,755
อยู่ใช่ไหมคะ (นักศึกษาชาย) ครับ อาจารย์ (อาจารย์สุธิรา)

109
00:07:11,774 --> 00:07:15,755
มีไหมลูก

110
00:07:15,755 --> 00:07:19,755

111
00:07:19,762 --> 00:07:23,755
มีนะครับ โอ.เค.

112
00:07:23,755 --> 00:07:27,755

113
00:07:27,766 --> 00:07:31,754
รออีกสัก

114
00:07:31,754 --> 00:07:35,754
10 นาทีนะ รอเพื่อน ๆ มา

115
00:07:35,766 --> 00:07:39,759
ตอนนี้ผ่อนคลาย เด็ก ๆ จะทำอะไรก่อนก็ได้อีก

116
00:07:39,759 --> 00:07:43,755
10 นาที ค่อยมาเจอกันใหม่

117
00:07:43,755 --> 00:07:47,755
พี่การ์ตูนพักก่อนก็ได้ เด็ก ๆ ยังไม่เข้ามา

118
00:07:47,760 --> 00:07:51,760
เด็กหูยังไม่เข้ามา

119
00:07:51,770 --> 00:07:55,765
น่ะสิ กำลังตาม (ล่าม) เหลือแต่หูหนวก

120
00:07:55,765 --> 00:07:59,756
(อาจารย์สุธิรา) เพราะเมื่อวานเขาก็มีเรียนไง

121
00:07:59,756 --> 00:08:03,756
ก็แจ้งไว้แล้ว (ล่าม) อ๋อ ค่ะ

122
00:08:03,757 --> 00:08:07,756
(อาจารย์สุธิรา) เลยงงว่าทำไมไม่เข้า

123
00:08:07,756 --> 00:08:11,756
เน็ตที่หอเขามีปัญหาหรือเปล่า

124
00:08:11,761 --> 00:08:15,758
(ล่าม) อันนี้ส่วนใหญ่เด็กอยู่หอ

125
00:08:15,758 --> 00:08:19,755
เพราะว่าถ้าปี 1 ให้เด็กมาแล้ว

126
00:08:19,755 --> 00:08:23,755
มันมาก่อนที่เขาจะประกาศ

127
00:08:23,755 --> 00:08:27,755
(ล่าม) อ๋อ ค่ะ ก็เลยต้องอยู่หอนะ (อาจารย์) ปัญหา

128
00:08:27,784 --> 00:08:31,764
คือ เน็ตที่หอน่ะ มันจะไม่ค่อยเวิร์กเท่าไร

129
00:08:31,764 --> 00:08:35,760
(ล่าม) เข้าใจค่ะ อาจารย์

130
00:08:35,760 --> 00:08:39,760
จะต้องเป็นแบบว่าพอเด็ก ๆ อยู่

131
00:08:39,760 --> 00:08:43,758
หอนะ แล้วพอเรียนน่ะ พร้อม ๆ กันมันก็จะ

132
00:08:43,758 --> 00:08:47,758
ดึงเน็ตกัน (ล่าม) ใช่ (อาจารย์)

133
00:08:47,761 --> 00:08:51,761
น่าจะติดปัญหาอันนี้

134
00:08:51,765 --> 00:08:55,764
เราต้องได้รอแล้วล่ะ เมื่อวานเขาเข้ามา

135
00:08:55,764 --> 00:08:59,757
เขาก็เข้ากันอยู่ เพราะว่าแจ้งแล้ว

136
00:08:59,757 --> 00:09:03,756
พี่ ๆ ก็บอกว่าแจ้งแล้ว

137
00:09:03,756 --> 00:09:07,755
ยังไม่เข้ามา เพราะเมื่อวานเขาก็มีเรียน

138
00:09:07,755 --> 00:09:11,755
(ล่าม) มีเรียนด้วยหรือคะอาจารย์

139
00:09:11,757 --> 00:09:15,757
(อาจารย์สุธิรา) ของอะไรนะ วิชาเจนเอ็ด

140
00:09:15,762 --> 00:09:19,756
ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร

141
00:09:19,756 --> 00:09:23,756
เพราะว่าอันนั้นเขารวมหลายเซก

142
00:09:23,757 --> 00:09:27,757
หมายเด็กเรียนรวมกัน

143
00:09:27,761 --> 00:09:31,761
ใช่ (ล่าม) ก็เลยต้องเอาน้องหูหนวกเรียนทีเดียวเลยใช่ไหมคะ

144
00:09:31,764 --> 00:09:35,761

145
00:09:35,761 --> 00:09:39,761

146
00:09:39,764 --> 00:09:43,755

147
00:09:43,755 --> 00:09:47,755

148
00:09:47,755 --> 00:09:51,755

149
00:09:51,755 --> 00:09:55,755
(อาจารย์สุธิรา) มีเจ้ามิ้นต์เข้ามาแล้วคนหนึ่ง

150
00:09:55,756 --> 00:09:59,756
มิ้นเปิดจอ

151
00:09:59,756 --> 00:10:03,756

152
00:10:03,757 --> 00:10:07,757

153
00:10:07,757 --> 00:10:11,757

154
00:10:11,758 --> 00:10:15,756

155
00:10:15,756 --> 00:10:19,756

156
00:10:19,763 --> 00:10:23,757

157
00:10:23,757 --> 00:10:27,756

158
00:10:27,756 --> 00:10:31,756

159
00:10:31,760 --> 00:10:35,756

160
00:10:35,756 --> 00:10:39,756

161
00:10:39,757 --> 00:10:43,757

162
00:10:43,757 --> 00:10:47,756

163
00:10:47,756 --> 00:10:51,756

164
00:10:51,762 --> 00:10:55,756

165
00:10:55,756 --> 00:10:59,756

166
00:10:59,756 --> 00:11:03,756

167
00:11:03,757 --> 00:11:07,757
เห็นแฝดแจ้งว่ากลับบ้านนี่ แล้วกลับมาหรือยัง

168
00:11:07,760 --> 00:11:11,760

169
00:11:11,768 --> 00:11:15,760
ไม่ใช่เธอไปฉีดวัคซีน

170
00:11:15,760 --> 00:11:19,759
วันนี้นะ เธอบอก

171
00:11:19,759 --> 00:11:23,757
ว่า... พ่อเขาเรียกกลับน่ะ น่าจะไปฉีดวัคซีน

172
00:11:23,757 --> 00:11:27,756
นะ เจ้าแฝด

173
00:11:27,756 --> 00:11:31,756

174
00:11:31,763 --> 00:11:35,757
น่ะ นั่นนะสิ

175
00:11:35,757 --> 00:11:39,757

176
00:11:39,767 --> 00:11:43,759

177
00:11:43,759 --> 00:11:47,759

178
00:11:47,759 --> 00:11:51,757

179
00:11:51,757 --> 00:11:55,757

180
00:11:55,770 --> 00:11:59,758

181
00:11:59,758 --> 00:12:03,756

182
00:12:03,756 --> 00:12:07,756

183
00:12:07,757 --> 00:12:11,757
นักเรียนหาย แย่แล้ว เด็ก ๆ

184
00:12:29,088 --> 00:12:33,088
เด็ก ๆ ไปไหนกันหมด

185
00:12:37,156 --> 00:12:43,230

186
00:12:11,762 --> 00:12:15,756

187
00:12:15,756 --> 00:12:19,756

188
00:12:19,757 --> 00:12:23,757

189
00:12:23,764 --> 00:12:27,764

190
00:12:27,894 --> 00:12:31,765

191
00:12:31,765 --> 00:12:35,756

192
00:12:35,756 --> 00:12:39,756
มาแล้ว ๆ เจ้าแฝดมาแล้ว

193
00:12:39,757 --> 00:12:43,757

194
00:12:43,760 --> 00:12:47,760
สวัสดีจ้ะ

195
00:12:47,767 --> 00:12:51,760

196
00:12:51,760 --> 00:12:55,757
นอนอยู่มาช้าน่ะ มาสาย ๆ พี่การ์ตูนบอกพี่

197
00:12:55,757 --> 00:12:59,757
แฝดมาสาย

198
00:12:59,772 --> 00:13:03,761
ทำอะไรอยู่

199
00:13:03,761 --> 00:13:07,761

200
00:13:07,766 --> 00:13:11,762
นอนเพิ่งตื่น (ล่าม) นอนเพิ่งตื่นครับ

201
00:13:11,762 --> 00:13:15,762
(อาจารย์สุธิรา) กลับบ้านแล้วนอนตื่นสายเด้อ

202
00:13:15,764 --> 00:13:19,758
(ล่าม) ใช่ครับ (อาจารย์สุธิรา) อยู่บ้านแล้วตื่นสาย

203
00:13:19,758 --> 00:13:23,758
(ล่าม) ต้องขอโทษคด้วยนะครับ

204
00:13:23,761 --> 00:13:27,759

205
00:13:27,759 --> 00:13:31,757

206
00:13:31,757 --> 00:13:35,757
(ล่าม) ตอนนี้ผมอยู่บ้านครับ

207
00:13:35,759 --> 00:13:39,759
ก็เลยตื่นสาย

208
00:13:39,763 --> 00:13:43,760

209
00:13:43,760 --> 00:13:47,760
ครับ ใช่ครับ

210
00:13:47,760 --> 00:13:51,760
สะโลสะเลมาก

211
00:13:51,760 --> 00:13:55,758

212
00:13:55,758 --> 00:13:59,757
นพกิต (อาจารย์สุธิรา) โหลงเหลงมากวันนี้

213
00:13:59,757 --> 00:14:03,757
สมาชิก เพื่อน ๆ เขายังไม่เข้ามา

214
00:14:03,758 --> 00:14:07,758
ตอนนี้มีเด็กตา

215
00:14:07,765 --> 00:14:11,765
กับเด็กปกติ

216
00:14:31,416 --> 00:14:42,220

217
00:14:11,775 --> 00:14:15,763

218
00:14:15,763 --> 00:14:19,757

219
00:14:19,757 --> 00:14:23,757

220
00:14:23,758 --> 00:14:27,757

221
00:14:27,757 --> 00:14:31,757

222
00:14:31,758 --> 00:14:35,758

223
00:14:35,758 --> 00:14:39,758

224
00:14:39,758 --> 00:14:43,758

225
00:14:43,761 --> 00:14:47,761

226
00:14:47,767 --> 00:14:51,757

227
00:14:51,757 --> 00:14:55,757
เริ่มเข้ามาแล้ว ๆ

228
00:14:55,758 --> 00:14:59,757
จันทกานต์

229
00:14:59,757 --> 00:15:03,757
เข้ามาแล้วเปิดกล้อง

230
00:15:03,757 --> 00:15:07,757
บอกเพื่อนเปิดกล้อง

231
00:15:07,763 --> 00:15:11,763

232
00:15:11,772 --> 00:15:15,763
อย่างนั้นแฝดเข้ามาแล้ว ถาม

233
00:15:15,763 --> 00:15:19,762
แฝดเคยเรียนเขียนโปรแกรมมาหรือยัง

234
00:15:19,762 --> 00:15:23,757

235
00:15:23,757 --> 00:15:27,757
เคยเรียนไหม

236
00:15:27,764 --> 00:15:31,764
(ล่าม) เคยครับ (อาจารย์สุธิรา) เคยเขียนโปรแกรมภาษาอะไรมาก่อน

237
00:15:31,766 --> 00:15:35,759
ตอบได้ไหม

238
00:15:35,759 --> 00:15:39,759

239
00:15:39,760 --> 00:15:43,760

240
00:15:43,765 --> 00:15:47,761
(ล่าม) ทางแฝดไม่ค่อยชัดน่ะค่ะ (อาจารย์สุธิรา) นั่นน่ะสิ

241
00:15:47,761 --> 00:15:51,758
ดู... บอกเขาทำมือช้า ๆ

242
00:15:51,758 --> 00:15:55,758
ให้น้องบอกน้องเอาภาพพื้นหลังออก

243
00:15:55,768 --> 00:15:59,758

244
00:15:59,758 --> 00:16:03,758

245
00:16:03,760 --> 00:16:07,760
(ล่าม) เอาออกแล้วครับ

246
00:16:07,760 --> 00:16:11,760
(อาจารย์สุธิรา) ภาษาอะไรเคยเรียนภาษาอะไรมาลูก

247
00:16:11,765 --> 00:16:15,765

248
00:16:15,765 --> 00:16:19,760

249
00:16:19,760 --> 00:16:23,758

250
00:16:23,758 --> 00:16:27,758
(ล่าม) ก็คือเหมือนกับทำเป็น

251
00:16:27,766 --> 00:16:31,766
วิชา อ่าว ภาพน้องหาย สักครู่นะคะ

252
00:16:31,775 --> 00:16:35,760

253
00:16:35,760 --> 00:16:39,760
(อาจารย์สุธิรา) ภากร

254
00:16:39,766 --> 00:16:43,762
ถามภากรบ้าง (ล่าม) เอาใหม่ได้ไหม

255
00:16:43,762 --> 00:16:47,760
นพกิจ เมื่อกี้ ล่ามแบบ

256
00:16:47,760 --> 00:16:51,760
กล้องมันแบบสลับก็เลยแบบภาพ

257
00:16:51,762 --> 00:16:55,762
ขอใหม่ได้ไหม เดี๋ยวพูดให้

258
00:16:55,773 --> 00:16:59,773
(อาจารย์สุธิรา) ถามภากรว่าเคยเรียน

259
00:16:59,781 --> 00:17:03,781

260
00:17:03,781 --> 00:17:07,781
ภากรณ์

261
00:17:07,791 --> 00:17:11,791

262
00:17:11,794 --> 00:17:15,779
... หูตึง (อาจารย์สุธิรา) ใช่ ๆ

263
00:17:15,779 --> 00:17:19,762
(ล่าม) เป็นคนหูตึง ก่อนเรียนคอมพิวเตอร์มีไหม

264
00:17:19,762 --> 00:17:23,762
โปรแกรม ทำเองมีไหม

265
00:17:23,765 --> 00:17:27,765
(อาจารย์สุธิรา) ภากรได้ยินอยู่หรือ

266
00:17:27,767 --> 00:17:31,765
ได้ยินหรือเปล่า

267
00:17:31,765 --> 00:17:35,762
คือ ตอนนี้ (ล่าม) ได้ยินเปล่า

268
00:17:35,762 --> 00:17:39,762
ได้ยินหรอ ถ้าอย่างนั้น

269
00:17:39,765 --> 00:17:43,764
(อาจารย์สุธิรา) แต่พูดไม่ได้หรือ

270
00:17:43,764 --> 00:17:47,762
พูดได้ไหม (ล่าม) แต่พูดไม่ได้

271
00:17:47,762 --> 00:17:51,760
ภาษามืออย่างเดียวใช่เปล่า (อาจารย์สุธิรา)

272
00:17:51,760 --> 00:17:55,759
เพราะเหมือนพี่โจโจ้

273
00:17:55,759 --> 00:17:59,759
รู้จักพี่โจโจ้อยู่นะ

274
00:17:59,803 --> 00:18:03,803
(ล่าม) หนูชื่อพี่โจ

275
00:18:03,841 --> 00:18:07,841
โจ้ รู้เปล่า

276
00:18:07,870 --> 00:18:11,870
รู้ ทราบครับ ทำไมสำคัญตอนนี้

277
00:18:11,871 --> 00:18:15,871
อธิบายว่าชื่อพี่

278
00:18:15,920 --> 00:18:19,765
โจโจ้ตอนนี้อ่านปาก ฝึก ๆ

279
00:18:19,765 --> 00:18:23,760
ใช่ไหม ใช่คราม (อาจารย์สุธิรา)

280
00:18:23,760 --> 00:18:27,760
เหมือนจะได้ยินด้วย แต่อ่านปากได้

281
00:18:27,766 --> 00:18:31,766

282
00:18:31,767 --> 00:18:35,761
ประมาณนี้ล่ะ (ล่าม) หูตึง

283
00:18:35,761 --> 00:18:39,761
ถาม โปรแกรม พิมพ์ ๆ น่ะ

284
00:18:39,771 --> 00:18:43,763
(อาจารย์สุธิรา) เพราะว่าแม่เห็นบางที

285
00:18:43,763 --> 00:18:47,763
เขาประกาศรับสมัครน่ะ หูตึงเขาก็

286
00:18:47,767 --> 00:18:51,763
บอกไว้ ต้องสื่อสารได้ด้วย

287
00:18:51,763 --> 00:18:55,759
พูดไว้เลย

288
00:18:55,759 --> 00:18:59,759
โอ.เค. ต่อไปใครเข้ามาแล้ว

289
00:18:59,768 --> 00:19:03,759
แฝดมาแล้ว

290
00:19:03,759 --> 00:19:07,759
18 คนแล้วเพิ่งเข้ามา

291
00:19:07,766 --> 00:19:11,766
หายไปไหนแล้วโจ้ จันทร์กานต์น่ะ

292
00:19:11,783 --> 00:19:15,766

293
00:19:15,766 --> 00:19:19,761

294
00:19:19,761 --> 00:19:23,761
ไอ้นี่

295
00:19:23,761 --> 00:19:27,760
ชื่อเล่นอะไรนะ จันทร์กานต์น่ะ อุ้ม อบ ๆ

296
00:19:27,760 --> 00:19:31,759

297
00:19:31,759 --> 00:19:35,759
เปิดกล้องหรือเปล่าอบหายไปไหน

298
00:19:35,761 --> 00:19:39,759

299
00:19:39,759 --> 00:19:43,759

300
00:19:43,759 --> 00:19:47,759
อบไม่เปิดกล้องน่ะ

301
00:19:47,759 --> 00:19:51,759
เงียบ...

302
00:19:51,762 --> 00:19:55,759
แล้วก็เจ้ามิ้น

303
00:19:55,759 --> 00:19:59,759

304
00:19:59,759 --> 00:20:03,759

305
00:20:03,759 --> 00:20:07,759
(ล่าม) แฝด ๆ

306
00:20:07,759 --> 00:20:11,759
เตือน ๆ เพื่อนในไลน์หน่อย

307
00:20:11,761 --> 00:20:15,761
(อาจารย์สุธิรา) ธัญญาลักษณ์

308
00:20:15,763 --> 00:20:19,763
นี่ไง ธัญญาลักษณ์

309
00:20:19,765 --> 00:20:23,760
เชอรี่หรือ

310
00:20:23,760 --> 00:20:27,759
ชื่อ

311
00:20:27,759 --> 00:20:31,759
ชื่อภาษามือ

312
00:20:31,763 --> 00:20:35,759
ใช่ไหม

313
00:20:35,759 --> 00:20:39,759
ใช่หรือเปล่า (ล่าม) ใช่ค่ะ (อาจารย์สุธิรา)

314
00:20:39,761 --> 00:20:43,761
ใช่ไหม

315
00:20:43,761 --> 00:20:47,761
ถามเขาหน่อย ว่า

316
00:20:47,761 --> 00:20:51,761
เคยเรียนเขียนโปรแกรมมาแล้วหรือยัง (ล่าม) ตอนนี้เขามอง

317
00:20:51,783 --> 00:20:55,760
(อาจารย์สุธิรา) เดี๋ยวปักพี่ล่าม

318
00:20:55,760 --> 00:20:59,760
(ล่าม) พอดีว่าทางล่ามไม่เห็น ขอโทษทีค่ะ

319
00:20:59,761 --> 00:21:03,761
เดี๋ยวนะคะ น้องชื่อธัญญาลักษณ์ใช่ไหมคะ

320
00:21:03,766 --> 00:21:07,766

321
00:21:07,793 --> 00:21:11,774
ตรึงหน้าจอได้ค่ะ เดี๋ยวสักครู่หนึ่งค่ะ

322
00:21:11,774 --> 00:21:15,760
ชื่ออบใช่ไหม

323
00:21:15,760 --> 00:21:19,760

324
00:21:19,761 --> 00:21:23,759

325
00:21:23,759 --> 00:21:27,759

326
00:21:27,763 --> 00:21:31,763
ธัญ...

327
00:21:31,765 --> 00:21:35,760
ธัญญาลักษณ์

328
00:21:35,760 --> 00:21:39,760
ภาษามือชัดหรือเปล่า ชัดไหม (อาจารย์สุธิรา) ธัญลักษณ์เข้าใจไหม

329
00:21:39,765 --> 00:21:43,765

330
00:21:43,766 --> 00:21:47,762
(ล่าม) เหมือนดูแต่ไม่ได้ดูกล้อง

331
00:21:47,762 --> 00:21:51,762
ลองจันทร์กานต์

332
00:21:51,769 --> 00:21:55,763
เสื้อแดงน่ะ (อาจารย์สุธิรา) เพิ่งตื่นนอนดูสภาพ

333
00:21:55,763 --> 00:21:59,763
เด็กเพิ่งตื่น อบใช่ไหม

334
00:21:59,764 --> 00:22:03,764
ใช่ไหม อบใช่ไหม (ล่าม) ไม่มีใครมองกล้องเลย

335
00:22:03,792 --> 00:22:07,762
(อาจารย์สุธิรา) อบเปล่า อบเปล่า

336
00:22:07,762 --> 00:22:11,760
อบไหม (ล่าม) ชื่อภาษามือ

337
00:22:11,760 --> 00:22:15,760
ภาษามือ (อาจารย์สุธิรา) ไม่ดูกล้องเลย

338
00:22:15,763 --> 00:22:19,763
ดูหรือเปล่า ง่วงนอน สภาพแต่ละคน

339
00:22:19,763 --> 00:22:23,763
แต่ละคน [เสียงหัวเราะ]

340
00:22:23,764 --> 00:22:27,764
(ล่าม) เหมือนยังไม่ฟื้นค่ะ (อาจารย์สุธิรา) สกลฯ ฝนตก (ล่าม)

341
00:22:27,764 --> 00:22:31,763
สกลฝนตกใช่ไหมคะ ฝั่งนี้ปอย ๆ

342
00:22:31,763 --> 00:22:35,763
เห็นพี่เขาหรือเปล่านี่

343
00:22:35,764 --> 00:22:39,764
ไอ้เจ้าอบ เจ้าอบ จันทร์กานต์ (ล่าม)

344
00:22:39,766 --> 00:22:43,763
เปิดกล้องหน่อย เพื่อน เตือน ๆ กล้องเปิด

345
00:22:43,763 --> 00:22:47,763
เตือน ๆ กล้องเปิด

346
00:22:47,769 --> 00:22:51,769
เดินหนีไปแล้ว (อาจารย์สุธิรา) ธัญญารักษ์ก็ไปแล้ว

347
00:22:51,769 --> 00:22:55,762
จันทร์กานต์ ก็ (ล่าม) นิ่งเลย

348
00:22:55,762 --> 00:22:59,761
(อาจารย์สุธิรา) นั่นน่ะสิ ปิดกล้องอีกแล้ว

349
00:22:59,761 --> 00:23:03,761
แต่ละคน

350
00:23:03,762 --> 00:23:07,762
ปิดกล้องหนีเราไปเสียแล้ว

351
00:23:07,767 --> 00:23:11,760

352
00:23:11,760 --> 00:23:15,760
19 แล้ว ๆ เปิดกล้อง

353
00:23:16,761 --> 00:23:20,760
(ล่าม)

354
00:23:20,760 --> 00:23:24,760
จันทกานต์ใช่ไหม เสื้อเหลืองน่ะ

355
00:23:24,767 --> 00:23:28,763
ผู้หญิง เสื้อเหลืองน่ะ

356
00:23:28,763 --> 00:23:32,763
ชื่อภาษามือ

357
00:23:32,763 --> 00:23:36,761
ชื่อภาษามือ ผู้หญิง

358
00:23:36,761 --> 00:23:40,761

359
00:23:40,762 --> 00:23:44,762

360
00:23:44,770 --> 00:23:48,761
เสื้อเหลืองน่ะ ทำไมคนนี้ไม่คุ้นหน้าเลย

361
00:23:48,761 --> 00:23:52,761
(อาจารย์สุธิรา) ดูกล้องกันอยู่หรือเปล่า

362
00:23:52,769 --> 00:23:56,761
(ล่าม) ล่าม

363
00:23:56,761 --> 00:24:00,761
หูหนวก

364
00:24:00,763 --> 00:24:04,763
หูหนวกล่ามเห็นดีไหม ชัดไหม

365
00:24:04,787 --> 00:24:08,764
มีเห็น ชัดค่ะ ถามชื่อ

366
00:24:08,764 --> 00:24:12,761
ภาษามือ เสื้อเหลืองน่ะ

367
00:24:12,761 --> 00:24:16,761
เสื้อเหลืองน่ะ

368
00:24:16,762 --> 00:24:20,760
คุณน่ะชื่อภาษามือไหน

369
00:24:20,760 --> 00:24:24,760

370
00:24:24,770 --> 00:24:28,762
ใช่ ๆ ชื่อไหน

371
00:24:28,762 --> 00:24:32,762
ชื่อนี้ใช่ไหม โอ.เค. จันทร์กานต์ชื่อนี้ค่ะ

372
00:24:32,771 --> 00:24:36,770
โอ.เค. ลืมขอโทษก็เลยถาม

373
00:24:36,770 --> 00:24:40,764
(อาจารย์สุธิรา) เคยเรียนภาษา

374
00:24:40,764 --> 00:24:44,764
มือไหม (ล่าม) ภาษามือมีไหม เมื่อก่อน ภาษามือแบบ

375
00:24:44,784 --> 00:24:48,761
เข้าใจ มีเปล่า โอ.เค.

376
00:24:48,761 --> 00:24:52,761
เข้าใจค่ะ เข้าใจเคยเรียนค่ะ

377
00:24:52,769 --> 00:24:56,767
(อาจารย์สุธิรา) กลัวไม่เข้าใจ ทีนี้

378
00:24:56,767 --> 00:25:00,763
พร้อมหรือยัง พร้อมหรือยังคะ

379
00:25:00,763 --> 00:25:04,762
พร้อมจะเรียนหรือยัง

380
00:25:04,762 --> 00:25:08,762
พร้อมไหม ๆ

381
00:25:08,764 --> 00:25:12,764
โอ.เค. ค่ะ เดี๋ยวเรามาเริ่มกัน

382
00:25:12,764 --> 00:25:16,764
(ล่าม) เริ่มเรียนนะ (อาจารย์สุธิรา) เรามาเริ่มเรียนกันเลยนะ

383
00:25:16,769 --> 00:25:20,766
เปิดวิดีโอตลอดนะ

384
00:25:20,766 --> 00:25:24,763
เพราะว่าภาพคะแนนให้มี

385
00:25:24,763 --> 00:25:28,763

386
00:25:28,768 --> 00:25:32,767

387
00:25:32,767 --> 00:25:36,761

388
00:25:36,761 --> 00:25:40,761
(อาจารย์สุธิรา) ขอโทษ ๆ

389
00:25:40,762 --> 00:25:44,761
เห็นหน้าจออยู่นะ

390
00:25:44,761 --> 00:25:48,761
คะ วิชาของเราก็คือ

391
00:25:48,763 --> 00:25:52,763
อันนี้ อันนี้หัวข้อที่จะสอนในวันนี้ ก็คือ

392
00:25:52,771 --> 00:25:56,765
คอมพิวเตอร์และอัลกอริทึม

393
00:25:56,765 --> 00:26:00,765
ก็คือหลักการเขียนโปรแกรมนะ

394
00:26:00,770 --> 00:26:04,762
หลักการ ก็คือ

395
00:26:04,762 --> 00:26:08,762
เป็นความรู้เบื้องต้น

396
00:26:08,767 --> 00:26:12,767
ก่อนจะเขียนโปรแกรม เราควรจะต้องมาทำความรู้ก่อนจากว่า

397
00:26:12,768 --> 00:26:16,768
เขียนโปรแกรมอะไร ซึ่ง

398
00:26:16,768 --> 00:26:20,768
ในที่นี้ก็คือเขียนโปรแกรมให้คอมพิวเตอร์นี่ทำงาน

399
00:26:20,771 --> 00:26:24,761
นะคะ

400
00:26:24,761 --> 00:26:28,761
เพราะฉะนั้นสิ่งนั้นที่อยากให้เด็ก ๆ รู้ก็คือ

401
00:26:28,779 --> 00:26:32,766
เราจะต้องรู้ก่อนว่าระหว่างคนนี่

402
00:26:32,766 --> 00:26:36,763
มนุษย์หรือคนนี่ กับคอมพิวเตอร์นี่

403
00:26:36,763 --> 00:26:40,763
มีวิธีการทำงาน

404
00:26:40,765 --> 00:26:44,765
เป็นอย่างไรนะคะ หรือมีลักษณะของการทำงาน

405
00:26:44,766 --> 00:26:48,764
ของมนุษย์ทำอย่างไร คอมพิวเตอร์ทำอย่างไร

406
00:26:48,764 --> 00:26:52,764
ถ้าลักษณะการทำงานของคนกับคอมพิวเตอร์

407
00:26:52,768 --> 00:26:56,768
มันต่างกันอย่างไร มาดูกัน ดูอย่างแรกก่อน

408
00:26:56,768 --> 00:27:00,768
คอมพิวเตอร์มันจะทำงานได้อยู่

409
00:27:00,768 --> 00:27:04,763
3 อย่าง อย่างแรก คือ

410
00:27:04,763 --> 00:27:08,763
ต้องมี Input หรือการ

411
00:27:08,763 --> 00:27:12,763
รับข้อมูลเข้านะคะ ซึ่งในคอมพิวเตอร์นี่

412
00:27:12,768 --> 00:27:16,768
เราจะเรียกตัวนี้ว่า Input

413
00:27:16,769 --> 00:27:20,762
มันจะต้อง Input เข้าไปก่อน ต้องรับข้อมูลเข้าไปก่อน

414
00:27:20,762 --> 00:27:24,762
เสร็จแล้วทำอะไรต่อ

415
00:27:24,764 --> 00:27:28,764
มันจะมีแค่ 3 ขั้นต้อน คอมพิวเตอร์จะทำงานแค่ 3 ลำดับ

416
00:27:28,767 --> 00:27:32,763
ก็คือรับข้อมูลเข้า Input นะคะ

417
00:27:32,763 --> 00:27:36,763
ประมวลผล Process แล้วก็แสดงผล

418
00:27:36,774 --> 00:27:40,764
หรือ Output หรือคือมี Input มี Process แล้วก็มี Output

419
00:27:40,764 --> 00:27:44,764

420
00:27:44,765 --> 00:27:48,765
มันคืออะไร เด็ก ๆ น่าจะงง

421
00:27:48,769 --> 00:27:52,769
อาจจะยังไม่เข้าใจ ว่า Input คืออะไร

422
00:27:52,780 --> 00:27:56,763
นะคะ คือเขาต้องทำตามขั้นตอน

423
00:27:56,763 --> 00:28:00,763
เลยนะ เห็นไหม ต้อง Input เห็นไหมคะ

424
00:28:00,772 --> 00:28:04,772
เรียงตั้งแต่ input ไปก่อนเลย Input

425
00:28:04,785 --> 00:28:08,770
เสร็จแล้วไป Process Process เสร็จแล้ว

426
00:28:08,770 --> 00:28:12,764
Output ก็คือคอมพิวเตอร์จะต้อง

427
00:28:12,764 --> 00:28:16,764
รับข้อมูล ก็คือเราต้องเขียนโปรแกรม

428
00:28:16,765 --> 00:28:20,765
เพื่อให้คอมพิวเตอร์นี่รับข้อมูลเข้าไป

429
00:28:20,765 --> 00:28:24,765
การสั่งงานคอมพิวเตอร์นั่นเอง

430
00:28:24,765 --> 00:28:28,764
ก็คือคอมพิวเตอร์รับข้อมูลจากเรานั่นเอง Process หรือประมวลผลก็คือ

431
00:28:28,764 --> 00:28:32,764
คำสั่งเข้ามา Input เข้ามานะคะ

432
00:28:32,765 --> 00:28:36,764
ก็จะนำคำสั่งนั้น หรือข้อมูลนั้น

433
00:28:36,764 --> 00:28:40,763
มาทำการประมวลผล การประมวลผล ก็คือ

434
00:28:40,763 --> 00:28:44,763
สิ่งที่สั่งนี่ สั่งให้ทำอะไร

435
00:28:44,764 --> 00:28:48,763
ประมวลเพื่ออะไร เพื่อจัดทำตามคำสั่ง

436
00:28:48,763 --> 00:28:52,763
ของเรานั่นเองนะคะ เสร็จแล้วเมื่อ Process

437
00:28:52,766 --> 00:28:56,765
เสร็จ มันก็จะต้องเป็น Output

438
00:28:56,765 --> 00:29:00,765
ก็คือแสดงผลนะคะ ต้องมีการแสดงผล

439
00:29:00,775 --> 00:29:04,766
ออกมา เห็นไหมคะ พอแสดงผลเสร็จ

440
00:29:04,766 --> 00:29:08,765
ก็ย้อนกลับไปขั้นตอนเดิมใหม่ ก็คือถ้าเรา

441
00:29:08,765 --> 00:29:12,764
ป้อนคำสั่งเข้าไปใหม่ มันก็จะทำวนอยู่แบบนี้

442
00:29:12,764 --> 00:29:16,762
นะคะ ก็คือขั้นตอนเขามีแค่นี้

443
00:29:16,762 --> 00:29:20,762
คอมพิวเตอร์นี่ มีแค่ 3 ส่วนนี่ ก็คือรับข้อมูลเข้าไป

444
00:29:20,766 --> 00:29:24,766
ทำการประมวลผลข้อมูล แสดงผลของข้อมูล

445
00:29:24,766 --> 00:29:28,762
นั้นนะคะ

446
00:29:28,762 --> 00:29:32,762
หลักการรับข้อมูลเข้าของ

447
00:29:32,765 --> 00:29:36,764
คอมพิวเตอร์นะคะ

448
00:29:36,764 --> 00:29:40,764
เราใช้อะไรให้ดูที่เครื่องคอมพิวเตอร์ของเราเป็นหลัก

449
00:29:40,767 --> 00:29:44,763
สิ่งที่จะเป็นตัวนำ

450
00:29:44,763 --> 00:29:48,763
ข้อมูลเข้าไปให้คอมพิวเตอร์ได้ ก็คือ 1. เห็นไหมคะ ในรูป

451
00:29:48,769 --> 00:29:52,763
ก็จะมีคีย์บอร์ดใช่ไหมคะ

452
00:29:52,763 --> 00:29:56,763
คีย์บอร์ดจะเป็นตัวคีย์ ตัวพิมพ์ที่

453
00:29:56,766 --> 00:30:00,765
เราจะพิมพ์ข้อความหรือคำสั่งนั่นเองลงไปนั่นเอง

454
00:30:00,765 --> 00:30:04,765
นะคะ แล้วก็เมาส์เห็นไหมคะ

455
00:30:04,765 --> 00:30:08,765
เช่น เหมือนเวลาเราใช้โปรแกรมบางโปรแกรม จะใช้

456
00:30:08,767 --> 00:30:12,767
เมาส์ควบคุม เมาส์ก็จะเป็นตัวป้อน เหมือนกดเมาส์

457
00:30:12,770 --> 00:30:16,770
กดคลิก OK หรือ คลิกตกลง

458
00:30:16,778 --> 00:30:20,767
อย่างนี้ นั่นก็คือรับคำสั่งผ่านอุปกรณ์ที่เรียกว่า

459
00:30:20,767 --> 00:30:24,767
ืInput Unit

460
00:30:24,775 --> 00:30:28,764
ก็คือประกอบด้วย คีย์บอร์ด

461
00:30:28,764 --> 00:30:32,764
, เมาส์และมียุคใหม่เพิ่มมา เช่น มีเมาส์

462
00:30:32,768 --> 00:30:36,764
ปากกานะคะ เช่น ถ้าเราวาดรูป

463
00:30:36,764 --> 00:30:40,764
อยู่ดี ๆ คอมพิวเตอร์มันวาดรูปเองไม่ได้

464
00:30:40,767 --> 00:30:44,765
เราใช้เมาส์ปากกาวาด เดี๋ยวพอได้เรียนอีกวิชา

465
00:30:44,765 --> 00:30:48,765
หนึ่งเด็ก ๆ จะได้รู้จักเมาส์ปากกานะคะ หรือเรียน

466
00:30:48,765 --> 00:30:52,765
ระบบปฏิบัติการก็จะเห็นว่าลักษณะเป็นแบบนั้น

467
00:30:52,767 --> 00:30:56,764
ทีนี้มาดูในส่วนของการประมวลผล

468
00:30:56,764 --> 00:31:00,764
นะคะ

469
00:31:00,772 --> 00:31:04,765
ก็คือเมื่อได้รับข้อมูลจากคีย์บอร์ด

470
00:31:04,765 --> 00:31:08,765
หรือเมาส์แล้วเห็นไหมคะ สิ่งที่จะทำให้

471
00:31:08,769 --> 00:31:12,765
เครื่องคอมพิวเตอร์มันประมวลผลได้

472
00:31:12,765 --> 00:31:16,765
เด็ก ๆ จะมองไม่เห็นค่ะ มันจะอยู่ในเครื่อง

473
00:31:16,767 --> 00:31:20,764
เขาเรียกว่า "CPU" หรือ Cental

474
00:31:20,764 --> 00:31:24,764
Processing Unit ก็คือหน่วยประมวลผลกลางนั่นเอง

475
00:31:24,764 --> 00:31:28,764
มันจะ แล้วก็มีอีกตัวหนึ่ง ที่เรียกว่า Heardisk หน่วยความจำ

476
00:31:28,767 --> 00:31:32,765
หรือเมมโมรี่ และส่วนอีกความจำหนึ่ง

477
00:31:32,765 --> 00:31:36,765
สำหรับเก็บข้อมูล ก็คือฮาร์ทดิสก์

478
00:31:36,766 --> 00:31:40,766
ก็คือข้อมูลมันถูกส่งเข้ามา Input เข้ามา

479
00:31:40,771 --> 00:31:44,769
มันจะมาผ่าน

480
00:31:44,769 --> 00:31:48,764
CPU ทำการประมวลผลแล้วเก็บไป

481
00:31:48,764 --> 00:31:52,764
อยู่ในหน่วยความจำที่จะเก็บอยู่ในฮาร์ทดิสก์

482
00:31:52,768 --> 00:31:56,768
นะคะ ตัวนี้

483
00:31:56,773 --> 00:32:00,773
ถ้าได้เรียนระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ก็จะได้เรียนลึกเข้าไปอีก

484
00:32:00,791 --> 00:32:04,777
นะคะ เมื่อทำการ

485
00:32:04,777 --> 00:32:08,766
ประมวลผลข้อมูลเสร็จนะคะ คอมพิวเตอร์

486
00:32:08,766 --> 00:32:12,766
จะใช้วิธีการแสดงผลลัพธ์ให้เราเห็นได้อย่างไร

487
00:32:12,771 --> 00:32:16,765
1. แสดงออกทางหน้าจอคอมพิวเตอร์เห็นไหมคะ

488
00:32:16,765 --> 00:32:20,765
ก็คือเราดูข้อมูลหรือผลลัพธ์

489
00:32:20,766 --> 00:32:24,766
หรือผลลัพธ์หรือคำสั่งต่าง ๆ ที่เราส่งเข้าไปนี่ได้จากหน้าจอ

490
00:32:24,770 --> 00:32:28,770
หรือ 2. แสดงทางเครื่องพิมพ์

491
00:32:28,773 --> 00:32:32,773
หรือพรินเตอร์ ก็คือเราสั่งให้มันพรินต์

492
00:32:32,775 --> 00:32:36,767
พรินต์ออกมาให้ดูก็ได้ หรือถ้า

493
00:32:36,767 --> 00:32:40,765
ไม่แสดงก็สามารถรเก็บไว้

494
00:32:40,765 --> 00:32:44,765
เก็บไว้นะคะ Output เอาไปเก็บไว้ใน Hardisk ไว้ก่อน

495
00:32:44,766 --> 00:32:48,766
ยังไม่ต้องแสดง เก็บไว้ก่อนก็ได้นะคะ ก็จะมีที่เก็บ

496
00:32:48,776 --> 00:32:52,766
ก็คือฮาร์ตดิสก์นั่นเอง หรือเก็บไว้

497
00:32:52,766 --> 00:32:56,766
ใน CD อย่างนี้ สมัยก่อนเขาจะเรียกว่า

498
00:32:56,777 --> 00:33:00,769
แผ่นดิสก์ เรียก "แผ่นดิสก์" หรือขึ้นมาหน่อยก็

499
00:33:00,769 --> 00:33:04,764
Handy Drive

500
00:33:04,764 --> 00:33:08,764
แล้วก็ ฮาร์ดดิสก์ไดรท์

501
00:33:08,764 --> 00:33:12,764
ที่สามารถเคลื่อนย้ายไปไหนก็ได้แต่ล่าสุด

502
00:33:12,776 --> 00:33:16,768
ก็คือเก็บไว้บน Cloud Computer

503
00:33:16,768 --> 00:33:20,768
เพราะฉะนั้น ในขั้นตอนนี้คอมพิวเตอร์จะต้อง

504
00:33:20,769 --> 00:33:24,769
ทำงานอยู่ 3 ขั้นตอน ก็คือมันต้องรับข้อมูลเข้ามาก่อน

505
00:33:24,769 --> 00:33:28,769
เท่านั้น อยู่ดี ๆ มันทำงานเองเลยไม่ได้

506
00:33:28,790 --> 00:33:32,773
นะคะ รับมาเสร็จประมวลผล เสร็จแล้วแสดงผล

507
00:33:32,773 --> 00:33:36,765
นะคะ

508
00:33:36,765 --> 00:33:40,765
เมื่อกี้เรารู้ไปแล้วว่าคอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไร

509
00:33:40,768 --> 00:33:44,766
ทีนี้เรามาดูคนหรือมนุษย์

510
00:33:44,766 --> 00:33:48,764
ก็คือตัวเรานี่ทำงานอย่างไร

511
00:33:48,764 --> 00:33:52,764
ถ้าเป็นคน วิธีการรับข้อมูลของคนนะคะ

512
00:33:52,775 --> 00:33:56,765
เราจะใช้ข้อมูลผ่าน

513
00:33:56,765 --> 00:34:00,765
สิ่งที่เขาเรียกว่า "ประสาทสัมผัสทั้ง 5" ก็คือ ตา

514
00:34:00,766 --> 00:34:04,766
, หูฅ จมูก

515
00:34:04,769 --> 00:34:08,766
, มือ แล้วก็ปาก ผ่านทางตา

516
00:34:08,766 --> 00:34:12,766
ก็คือการมองเห็นใช่ไหม

517
00:34:12,770 --> 00:34:16,768
เหมือนเด็กหูนี่เราไม่ได้ยินใช่ไหมคะ

518
00:34:16,768 --> 00:34:20,768
มีการมองเห็นดีใช่ไหม จะใช้

519
00:34:20,773 --> 00:34:24,773
วิธีการรับข้อมูลจากทางตานะคะ

520
00:34:24,781 --> 00:34:28,773
แต่ทีนี้เด็กตานี่ มองไม่เห็นแต่

521
00:34:28,773 --> 00:34:32,768
ได้ยินชัดเจนใช่ไหมคะ จะใช้การรับข้อมูล

522
00:34:32,768 --> 00:34:36,767
จากเสียงใช่ไหม การได้ยินเสียงนั่นเอง

523
00:34:36,767 --> 00:34:40,767
นะคะ ส่วนอื่น ๆ ที่มีเหมือนกัน ก็คือ

524
00:34:40,772 --> 00:34:44,770
การได้กลิ่น จมูกนั่นเอง

525
00:34:44,770 --> 00:34:48,770
วิธีการรับข้อมูลผ่านจมูกของเรา เช่น

526
00:34:48,781 --> 00:34:52,764
เหม็น ใช่ไหม กลิ่นเหม็น

527
00:34:52,764 --> 00:34:56,764
, กลิ่นหอม

528
00:34:56,766 --> 00:35:00,766
ส่วนใหญ่ก็หลัก ๆ นะ

529
00:35:00,769 --> 00:35:04,767
มันก็มีเหม็นกับหอมใช่ไหม กลิ่นตุ ๆ

530
00:35:04,767 --> 00:35:08,767
อย่างนี้ มีกลิ่นแปลก ๆ อะไรอย่างนี้

531
00:35:08,778 --> 00:35:12,768
นั่นก็คือลักษณะของการรับข้อมูลของคน

532
00:35:12,768 --> 00:35:16,768
นะคะ การสัมผัสก็คือมือ

533
00:35:16,771 --> 00:35:20,769
เหมือนเด็กตามองไม่เห็นแต่ใช้มือ

534
00:35:20,769 --> 00:35:24,765
สัมผัสได้ใช่ไหมคะ สัมผัสแล้วก็รู้ได้ว่า

535
00:35:24,765 --> 00:35:28,765
มีลักษณะอย่างไร มีผิวสัมผัสอย่างไร

536
00:35:28,766 --> 00:35:32,766
มีรูปทรงอย่างไรนะคะ

537
00:35:32,769 --> 00:35:36,769
และทางปาก ก็คือรสชาตินั่นเอง

538
00:35:36,781 --> 00:35:40,768
เรารับข้อมูลผ่านปาก ก็คือรู้รส

539
00:35:40,768 --> 00:35:44,768
เผ็ด,  เปรี้ยว, หวาน, มัน, เค็ม

540
00:35:44,768 --> 00:35:48,768
เป็นรสสัมผัสผ่านปาก รับข้อมูลเข้า

541
00:35:48,776 --> 00:35:52,769
เข้าผ่านปาก เหมือนตัวเล็กรู้รส

542
00:35:52,769 --> 00:35:56,769
นิ้วโป้งตัวเอง เลยลองชิมดู

543
00:35:56,772 --> 00:36:00,772
เห็นไหมคะ พัฒนาการของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันนะคะ

544
00:36:00,790 --> 00:36:04,768
เหมือนเด็กหูไม่ได้ยินแต่จะ

545
00:36:04,768 --> 00:36:08,766
สายตาได้ดีใช่ไหมคะ จะมองภาพแล้วจดจำผ่านสายตา

546
00:36:08,766 --> 00:36:12,766
ส่วนเด็กตา

547
00:36:12,767 --> 00:36:16,765
มองไม่เห็นแต่ได้ยินชัด แต่

548
00:36:16,765 --> 00:36:20,765
สัมผัสได้ชัดเจน สัมผัส

549
00:36:20,797 --> 00:36:24,767
ของสิ่งนี้มีลักษณะอย่างไร อะไรอย่างไร

550
00:36:24,767 --> 00:36:28,767
ใช่ไหมคะ นั่นก็คือวิธีการรับข้อมูลของคนจะเป็นอย่างนี้

551
00:36:28,769 --> 00:36:32,769
เห็นไหม ของคนนี่ แยกได้หลายส่วนเลย ใช่ไหมคะ

552
00:36:32,772 --> 00:36:36,770
แต่ของคอมพิวเตอร์นี่

553
00:36:36,770 --> 00:36:40,770
มันรับส่วนเดียวเลย คือ เราต้องป้อนไปให้มัน แต่ของคนน

554
00:36:40,771 --> 00:36:44,771
ี่ไม่ต้องป้อน เช่น บางทีเหมือนเราเดินไป

555
00:36:44,774 --> 00:36:48,767
หรือนั่งรถ ให้นึกถึงเหมือนเรานั่งรถ

556
00:36:48,767 --> 00:36:52,765
ไปเที่ยวอย่างนี้

557
00:36:52,765 --> 00:36:56,765
นะคะ สิ่งที่เรารับ ก็คือสิ่งที่เราเห็นใช่ไหมคะ

558
00:36:56,769 --> 00:37:00,765
แต่บางคนพอได้ยิน ได้ยินด้วย

559
00:37:00,765 --> 00:37:04,765
มีเสียงอย่างนั้น อย่างนี้ ใช่ไหมคะ อาจจะบอกได้ว่า

560
00:37:04,775 --> 00:37:08,766
ถึงตลาดแล้วนะ เหมือนเด็กตานี่

561
00:37:08,766 --> 00:37:12,766
มองไม่เห็นแต่ได้ยินเสียงว่าแถวนี้

562
00:37:12,766 --> 00:37:16,766
เป็นแถวไหนอะไรอย่างไร อย่างนี้นะคะ

563
00:37:16,773 --> 00:37:20,770
กับใช้วิธีการสัมผัสใช่ไหมคะ

564
00:37:20,770 --> 00:37:24,770
อย่างนี้เป็นต้น นั่นคือส่วนของการรับข้อมูลของคน

565
00:37:24,772 --> 00:37:28,766
ทีนี้เรามาดูการประมวลผล

566
00:37:28,766 --> 00:37:32,766
ข้อมูลของคน คนใช้วิธีประมวลผล

567
00:37:32,767 --> 00:37:36,767
อย่างไรนะคะ

568
00:37:36,768 --> 00:37:40,766
ของคนนี่แยกออกเป็น 3 ส่วนเลย

569
00:37:40,766 --> 00:37:44,766
การประมวลผลของคน แยกตามวิธีการคิดคำนวณ

570
00:37:44,766 --> 00:37:48,766
แยกเป็นส่วนของความรู้ แล้วก็แยกเป็นส่วน

571
00:37:48,767 --> 00:37:52,767
ของความจำ ก็คือถ้าเกี่ยวกับตัวเลข

572
00:37:52,771 --> 00:37:56,767
นะคะ การประมวลผลในการ

573
00:37:56,767 --> 00:38:00,767
คิดคำนวณ ก็คือเกี่ยวกับตัวเลข หรือสถิติ

574
00:38:00,768 --> 00:38:04,768
นะคะ สำหรับคนนะคะ ความรู้เช่น เหมือนวันนี้

575
00:38:04,768 --> 00:38:08,768
สอนเข้าไปนี่ ป้องเข้าไป ป้อนข้อมูลเข้าไปนี่

576
00:38:08,770 --> 00:38:12,766
นั่นก็คือความรู้

577
00:38:12,766 --> 00:38:16,766
นะคะ ก็คือสิ่งที่เราไปเรียน ไปศึกษาเอาเอง หรือ

578
00:38:16,769 --> 00:38:20,767
อ่านเอาเองอย่างนี้ หรือเดี๋ยวนี้

579
00:38:20,767 --> 00:38:24,767
เด็กยุดใหม่น่าจะไม่นิยมอ่านหนังสือ

580
00:38:24,774 --> 00:38:28,772
ส่วนใหญ่จะเป็นดู Youtube ใช่ไหม

581
00:38:28,772 --> 00:38:32,769
นะคะ ส่วนใหญ่จะไปดู Youtube กัน

582
00:38:32,769 --> 00:38:36,767
เป็นความรู้ที่ได้จาก

583
00:38:36,767 --> 00:38:40,767
การรับข้อมูลที่บอกไว้ในข้างต้นของคน

584
00:38:40,784 --> 00:38:44,769
การดูการฟัง การกิน

585
00:38:44,769 --> 00:38:48,768
การดมกลิ่นนะคะ อย่างนั้นเป็นต้น

586
00:38:48,768 --> 00:38:52,768
นะคะ ทีนี้ส่วนความจำ

587
00:38:52,779 --> 00:38:56,778
คนจะมีการเก็บความจำอย่างไร ก็คือตั้งแต่เล็กจนโตนี่

588
00:38:56,778 --> 00:39:00,773
มันจะบันทึกอัตโนมัติ สมอง

589
00:39:00,773 --> 00:39:04,771
นึกออกนะ เด็ก ๆ บางคนนี่ตอนเล็ก ๆ อาจจะจำไม่ได้

590
00:39:04,771 --> 00:39:08,768
แต่ตอนโตมา ตอนเล็ก ๆ อาจจะจำไม่ได้ แต่

591
00:39:08,768 --> 00:39:12,768
เหมือนเรียนไปนี่ ตอนแรก ๆ ที่สอนไปนี่

592
00:39:12,769 --> 00:39:16,769
อาจจะยังไม่จำใช่ไหมคะ

593
00:39:16,771 --> 00:39:20,771
สิ่งที่เราทำซ้ำ ๆ คนทำซ้ำ ๆ

594
00:39:20,787 --> 00:39:24,776
ความจำที่ดีที่สุด

595
00:39:24,776 --> 00:39:28,766
ก็คือกระทำสิ่งนั้นซ้ำ ๆ ก็คือ

596
00:39:28,766 --> 00:39:32,766
ฝึกซ้ำทำซ้ำบ่อย ๆ ทำซ้ำ

597
00:39:32,773 --> 00:39:36,768
หลาย ๆ ครั้งนะ ก็จะเกิดความจำ ก็จะเปิดทักษะ

598
00:39:36,768 --> 00:39:40,768
เพราะฉะนั้น ที่เด็ก ๆ มาเรียนกันนี่

599
00:39:40,771 --> 00:39:44,771
ถ้าเด็ก ๆ ไปพยายามฝึก นึกออกนะคะ

600
00:39:44,790 --> 00:39:48,767
ไม่พยายามอ่านซ้ำ ๆ หรือทำ

601
00:39:48,767 --> 00:39:52,767
สิ่งที่แม่สอนไปซ้ำ ๆ นี่ ความจำของเด็ก ๆ จะไม่เกิด

602
00:39:52,771 --> 00:39:56,767
สิ่งที่จะทำให้เกิดความจำได้ นั่นก็คือการทำ

603
00:39:56,767 --> 00:40:00,767
ซ้ำ ทำสิ่งนั้นซ้ำ ๆ

604
00:40:00,772 --> 00:40:04,767
นะคะ แล้วมันจะทำให้เกิดอะไร

605
00:40:04,767 --> 00:40:08,767
ต่อ มันจะทำให้เกิดความรู้ได้ด้วย

606
00:40:08,767 --> 00:40:12,767
พอจำได้ใช่ไหม ไม่มีใครเหมือนที่เมื่อ

607
00:40:12,767 --> 00:40:16,767
เหมือนที่เมื่อตอนต้นแม่ถามไป ว่าใครไปเรียน

608
00:40:16,769 --> 00:40:20,769
เขียนโปรแกรมมาแล้วบ้าง บางคนตอบยังไม่เคยเลย

609
00:40:20,773 --> 00:40:24,770
เห็นไหมคะ ไม่เคยไม่เป็นไร เรามาเรียนรู้

610
00:40:24,770 --> 00:40:28,770
ได้นะคะ เรียนแล้วเราทำอะไร

611
00:40:28,775 --> 00:40:32,766
เราทำซ้ำ ๆ น่ะ ฝึกปฏิบัติ

612
00:40:32,766 --> 00:40:36,766
นั่นเอง วิชาปฏิบัติ

613
00:40:36,766 --> 00:40:40,766
เด็ก ๆ จะต้องเขียนบ่อย ๆ เขียนซ้ำ ๆ

614
00:40:40,773 --> 00:40:44,772
นะคะ เขียนโน้ต

615
00:40:44,772 --> 00:40:48,768
พยายามเขียนโน้ตไว้ด้วย

616
00:40:48,768 --> 00:40:52,768
คำสั่งนี้ทำอย่างไร 1. หัดจดด้วย

617
00:40:52,769 --> 00:40:56,769
คือ ที่แม่พบปัญหานี่ ก็คือ

618
00:40:56,788 --> 00:41:00,769
เหมือนเด็กหูน่ะ เขาเห็นอย่างเดียว

619
00:41:00,769 --> 00:41:04,769
เขาไม่ได้ยินนี่ เขาจะจดไม่ได้ เขาจะต้องดูสไลด์

620
00:41:04,771 --> 00:41:08,768
ใช่ไหมคะ ทีนี้แต่ทีนี้สไลด์เรา

621
00:41:08,768 --> 00:41:12,768
เรามีไว้ให้ดูย้อนหลังได้อีก เด็ก ๆ ควรจะ

622
00:41:12,768 --> 00:41:16,768
ทบทวนด้วยการจด จดด้วยตัวเอง 1 ครั้ง

623
00:41:16,769 --> 00:41:20,769
นะคะ เสร็จแล้วก็ทำซ้ำ ๆ จดซ้ำ ๆ นี่

624
00:41:20,769 --> 00:41:24,769
มันจะเกิดความจำขึ้นมา พอมีความจำแล้วก็จะมีความรู้ก็จะเกิด

625
00:41:24,770 --> 00:41:28,770
นะคะ ควรฝึกให้เป็นนิสัย ไม่ใช่

626
00:41:28,779 --> 00:41:32,777
เด็กหูนะคะ เด็กตาก็เหมือนกัน เราจะ

627
00:41:32,777 --> 00:41:36,768
เป็น เรียนแล้ว ทำอย่างไร ทำให้ได้

628
00:41:36,768 --> 00:41:40,768
เรียนให้รู้ ต้องใช้วิธีนี้นะคะ เด็ก ๆ

629
00:41:40,771 --> 00:41:44,767
ไม่เข้าใจต้องถาม

630
00:41:44,767 --> 00:41:48,767
ไม่ต้องกลัวแม่ดุนะคะ วิชานี้เราถามได้

631
00:41:48,770 --> 00:41:52,769
คุยได้ ใครไม่ทันให้ยกมือนะคะ

632
00:41:52,769 --> 00:41:56,769
เราเรียนไปแบบเรียนรู้ร่วมกัน

633
00:41:56,770 --> 00:42:00,770
ไม่รีบไม่ร้อน ค่อย ๆ เรียน นั่นก็คือวิธีการ

634
00:42:00,793 --> 00:42:04,768
การประมวลผลของมนุษย์มันจะเกิดอยู่ 3 ส่วน

635
00:42:04,768 --> 00:42:08,768
ก็คือเกิดจากส่วนของการคิดคำนวณ

636
00:42:08,768 --> 00:42:12,768
ส่วนของความรู้แล้วก็ส่วนของความจำ

637
00:42:12,773 --> 00:42:16,768
ทีนี้มาดูการแสดงผลลัพธ์ของมนุษย์ล่ะ

638
00:42:16,768 --> 00:42:20,768
เมื่อกี้ป้อนเข้าไปแต่การแสดงผลลัพธ์ของมนุษย์ล่ะ

639
00:42:20,768 --> 00:42:24,768
ป้อนเข้าไปนะคะ แสดงออกได้อย่างไรบ้าง

640
00:42:24,768 --> 00:42:28,768
1 ใช้การพูดออกมา

641
00:42:28,768 --> 00:42:32,767
เหมือนที่แม่ถามนะ

642
00:42:32,767 --> 00:42:36,767
ใคร...

643
00:42:36,767 --> 00:42:40,767
ใครเคยเรียนมาแล้วบ้าง ทุกคนไม่ได้พูด

644
00:42:40,768 --> 00:42:44,768
แต่ใช้วิธี ก็คือถ้าเป็นเมื่อกี้ที่เราแชท

645
00:42:44,770 --> 00:42:48,770
ถ้าสมัยก่อน มันก็คือการเขียน

646
00:42:48,770 --> 00:42:52,770
แต่ทีนี้ถ้าเป็นยุคใหม่หน่อยมันก็จะเป็นการพิมพ์นะ หรือ

647
00:42:52,773 --> 00:42:56,773
การอ่าน เห็นไหมคะ การแสดงผลลัพธ์ การอ่านให้ฟัง

648
00:42:56,774 --> 00:43:00,774
หรือพูดให้ฟัง แล้วก็การเคลื่อนไหว

649
00:43:00,781 --> 00:43:04,777
เช่น เด็กหูพูดไม่ได้ใช่ไหมคะ แต่ใช่ภาษาม

650
00:43:04,777 --> 00:43:08,771
ภาษามือได้ นั่นก็คือการเคลื่อนไหว

651
00:43:08,771 --> 00:43:12,769
ใช้วิธีการเคลื่อนไหว โดยใช้ภาษามืออย่างนี้นะคะ นั่นก็คือการแสดงผล

652
00:43:12,769 --> 00:43:16,769
ของข้อมูลของมนุษย์ ที่

653
00:43:16,771 --> 00:43:20,769
รู้สิ่งที่รับเข้าไป เช่น

654
00:43:20,769 --> 00:43:24,769
สมมตเมื่อเช้าเดี๋ยวจะถามดูนะคะ

655
00:43:24,774 --> 00:43:28,767
เดี๋ยวจะลองถามทีละคน อยากรู้

656
00:43:28,767 --> 00:43:32,767
ตัวเองเป็นมนุษย์และ

657
00:43:32,773 --> 00:43:36,773
การข้อมูลเข้าไปเมื่อเช้านี้ ลองมา

658
00:43:36,773 --> 00:43:40,773
ดูกันนะคะ ทุกคน

659
00:43:40,777 --> 00:43:44,772
ผ่านระบบแรกเลย ที่เด็ก ๆ น่าจะรู้

660
00:43:44,772 --> 00:43:48,770

661
00:43:48,770 --> 00:43:52,770
เมื่อเช้านี้กินข้าวกับอะไร

662
00:43:52,773 --> 00:43:56,769
ลองตอบพิมพ์ตอบมาค่ะ

663
00:43:56,769 --> 00:44:00,769
ทุกคนเลย กินข้าวกับอะไร เมื่อเช้า ตอนเช้า เมื่อเช้า

664
00:44:00,772 --> 00:44:04,771
กินข้าสกับอะไรตอบมาสิ มาม่าเกาหลีมาแล้วครับ

665
00:44:04,771 --> 00:44:08,767
ยังไม่ได้ทาน

666
00:44:08,767 --> 00:44:12,767
ใครกินข้าวกับอะไรมาแล้วบ้าง

667
00:44:12,769 --> 00:44:16,769
มีคำถามต่อ เพราะฉะนั้น ตอบมาก่อน ๆ

668
00:44:16,793 --> 00:44:20,768
มีใครตอบมาแล้ว เดชาพลบอกมาม่าเกาหลี

669
00:44:20,768 --> 00:44:24,768
มาม่าเกาหลีแต่เช้าเลยหรือลูก

670
00:44:24,772 --> 00:44:28,772
แซบบ่

671
00:44:28,774 --> 00:44:32,768
อร่อยไหม เดชาพล

672
00:44:32,768 --> 00:44:36,768
มาม่าเกาหลี ยังไม่ได้ทาน

673
00:44:36,769 --> 00:44:40,769
อยู่ 2 รสเผ็ดหรือเปล่าลูก

674
00:44:40,769 --> 00:44:44,767
เดชาพลได้ยินไหมครับ

675
00:44:44,767 --> 00:44:48,767
ไม่ได้เปิดเสียงหรือ

676
00:44:48,771 --> 00:44:52,769
ได้ยินอยู่ รสชาติเป็นอย่างไร มาม่าเกาหลี

677
00:44:52,769 --> 00:44:56,769
มีเผ็ด มีเปรี้ยว (นักศึกษาชาย)

678
00:44:56,777 --> 00:45:00,769
รสเผ็ดครับ สีดำ (อาจารย์สุธิรา)  อ๋อ รสเผ็ด

679
00:45:00,769 --> 00:45:04,769
แสดงว่าชอบกินเผ็ดใช่ไหม

680
00:45:04,773 --> 00:45:08,770
ชอบกินเผ็ดหรือเปล่าเรา

681
00:45:08,770 --> 00:45:12,769
แสดงว่าเดชาพลชอบกินเผ็ดใช่ไหม

682
00:45:12,769 --> 00:45:16,769
ข้าวมันไก่ สันติภาพตอบข้าวมันไก่

683
00:45:16,769 --> 00:45:20,767

684
00:45:20,767 --> 00:45:24,767
ไปซื้อจากไหน ไปซื้อจากไหน สันติภาพ

685
00:45:24,769 --> 00:45:28,769
(นักศึกษาชาย) ไปซื้อที่โรงอาหาร

686
00:45:28,784 --> 00:45:32,770
(อาจารย์สุธิรา) อย่างถามสันติภาพนี่ ข้อมูลที่สันติภาพ

687
00:45:32,770 --> 00:45:36,770
รับเข้าไป ก็คือโรงอาหารไปอย่างไร

688
00:45:36,782 --> 00:45:40,768
ตอบแม่ได้ไหม

689
00:45:40,768 --> 00:45:44,768
ไกลไหมครับ (นักศึกษาชาย)

690
00:45:44,771 --> 00:45:48,769
ไกลพอสมควร ในหอหรือตรงไหนลูก

691
00:45:48,769 --> 00:45:52,769
ตรงในหอครับ (อาจารย์สุธิรา) ที่อยู่ตรงหอใช่ไหม

692
00:45:52,771 --> 00:45:56,771
ความจำ สันติภาพ

693
00:45:56,774 --> 00:46:00,774
ใช้วิธีการจำว่าอยู่โรงอาหาร ใช้วิธีไหน

694
00:46:00,781 --> 00:46:04,768
จำได้ไหม (นักศึกษาชาย)

695
00:46:04,768 --> 00:46:08,768
ร้านข้าวแกง (อาจารย์สุธิรา) ร้านข้าวแกง

696
00:46:08,773 --> 00:46:12,771
ร้านก๋วยเตี๋ยว (อาจารย์สุธิรา) มีร้านก๋วยเตี๋ยว

697
00:46:12,771 --> 00:46:16,771
ลักษณะนี้จะเป็นความจำ

698
00:46:16,772 --> 00:46:20,772
สันติภาพรู้แล้วว่าโรงอาหารมีอะไรขาย

699
00:46:20,776 --> 00:46:24,776
นั่นก็คือจำ อาจจะ สันติภาพอาจจะไม่เห็น แต่จะรู้ได้อย่างไร

700
00:46:24,780 --> 00:46:28,768
ใครพาไป หรือใครบอก

701
00:46:28,768 --> 00:46:32,768
(นักศึกษาชาย) วันแรกเพื่อนพาไปครับ

702
00:46:32,768 --> 00:46:36,768
(อาจารย์สุธิรา) ใช่ไหม (นักศึกษาชาย) ส่วนใหญ่ตรงหอ

703
00:46:36,781 --> 00:46:40,781
มันเลี้ยงครั้งเดียว แล้วก็เดินตรงไปเลย

704
00:46:40,792 --> 00:46:44,784
(อาจารย์สุธิรา) เดี๋ยวนี้ไปเองได้แล้วใช่ไหมครับ (นักศึกษาชาย) ใช่ครับ

705
00:46:44,784 --> 00:46:48,779
(อาจารย์สุธิรา) โอ.เค. คนอื่นต่อ

706
00:46:48,779 --> 00:46:52,771
ใครยังไม่ได้กิน จันทกานต์

707
00:46:52,771 --> 00:46:56,771
ยังไม่ได้กิน สิริลัษณ์ยังไม่ได้กิน

708
00:46:56,774 --> 00:47:00,774
อาฟาเบตก็ยังไม่ได้กิน

709
00:47:00,774 --> 00:47:04,770
ยังไม่ได้กิน นพกิต

710
00:47:04,770 --> 00:47:08,769
แฝดอยู่ไหนเอ่ย

711
00:47:08,769 --> 00:47:12,769
แฝดนะ แฝด กินข้าวกับอะไร

712
00:47:12,770 --> 00:47:16,769
แกงหน่อไม้ แกงหน่อไม้แต่เช้าเลย แกงหน่อไม้อย่างเดียวหรือ

713
00:47:16,769 --> 00:47:20,768
ใครทำให้กิน

714
00:47:20,768 --> 00:47:24,768
อร่อยไหม อร่อยไหม

715
00:47:24,778 --> 00:47:28,777
อร่อย

716
00:47:28,777 --> 00:47:32,768

717
00:47:32,768 --> 00:47:36,768
คนอื่นส่วนใหญ่ยังไม่ได้กินนะ

718
00:47:36,785 --> 00:47:40,779

719
00:47:40,779 --> 00:47:44,769
มีกินไม่กี่คนเอง เลยถามต่อไม่ได้เลย

720
00:47:44,769 --> 00:47:48,769
อดิศรก็ยังไม่ได้กิน เพิ่งตื่นใช่ไหมนี่

721
00:47:48,774 --> 00:47:52,773
สภาพ อดิศรก็ยังไม่ได้กิน

722
00:47:52,773 --> 00:47:56,769

723
00:47:56,769 --> 00:48:00,768
ข้าวเช้ายังไม่ได้กิน

724
00:48:00,768 --> 00:48:04,768
วริศาก็ยังไม่ได้กิน

725
00:48:04,780 --> 00:48:08,769

726
00:48:08,769 --> 00:48:12,769
เพิ่งพากันตื่น ถามอดิศร

727
00:48:12,772 --> 00:48:16,768
ทำไมวันนี้ตื่นสาย

728
00:48:16,768 --> 00:48:20,768

729
00:48:20,776 --> 00:48:24,773

730
00:48:24,773 --> 00:48:28,769

731
00:48:28,769 --> 00:48:32,769

732
00:48:32,770 --> 00:48:36,770

733
00:48:36,771 --> 00:48:40,771
ตื่นสาย

734
00:48:40,771 --> 00:48:44,771
วาริศาล่ะ ตื่นสายหรือทำไมถึงเข้าห้องช้า

735
00:48:44,779 --> 00:48:48,779

736
00:48:48,784 --> 00:48:52,774
เน็ตหลุดอีกแล้ว ถามธัญรัตน์ก็ได้

737
00:48:52,774 --> 00:48:56,773
ธัญลักษณ์

738
00:48:56,773 --> 00:49:00,768
อยู่บ้านหรืออยู่หอ หันหนีตลอดเลยลูก

739
00:49:00,768 --> 00:49:04,768
หันหนีกล้องตลอดเลยลูกฉัน

740
00:49:04,771 --> 00:49:08,771
ฮัลโหล อ่าวอยู่ด้วยกัน ไอ้ 2 คนนี้

741
00:49:08,774 --> 00:49:12,769
อยู่บ้านหรืออยู่หอ

742
00:49:12,769 --> 00:49:16,769
มันดูอะไร

743
00:49:16,771 --> 00:49:20,771

744
00:49:20,772 --> 00:49:24,772
(ล่าม) อาจารย์คะ พอดีล่ามไม่เห็นกล้องของ

745
00:49:24,806 --> 00:49:28,770
ธัญลักษณ์น่ะค่ะ (อาจารย์สุธิรา) น้องเปิดอยู่นะ

746
00:49:28,770 --> 00:49:32,770
น้องใส่เสื้อแดงดำน่ะค่ะ

747
00:49:32,784 --> 00:49:36,771
เห็นไหมคะ (ล่าม) ไม่เห็นน่ะค่ะ

748
00:49:36,771 --> 00:49:40,771
เห็นแต่วาริศา

749
00:49:40,773 --> 00:49:44,772
(อาจารย์สุธิรา) น่าจะเป็นสัญญาเน็ต

750
00:49:44,772 --> 00:49:48,772
อย่างนั้นจันทกานต์ล่ะคะ น้องเสื้อเหลือง

751
00:49:48,773 --> 00:49:52,769
เห็นไหมคะ สีหู สีตา สภาพเพิ่งตื่นนอน (ล่าม)

752
00:49:52,769 --> 00:49:56,769
เสื้อเหลือง ๆ ไม่เห็นค่ะ พอดีว่าหนูเปิดจากจอโน๊ตบุ๊กน่ะค่

753
00:49:56,775 --> 00:50:00,775
ะ

754
00:50:00,789 --> 00:50:04,785
(อาจารย์สุธิรา) แต่อาจารย์ก็ปักหมุดอยู่นะ

755
00:50:04,785 --> 00:50:08,782
เสื้อเหลืองน่ะค่ะ

756
00:50:08,782 --> 00:50:12,769
จันทกานต์เจ้าอบ ๆ

757
00:50:12,769 --> 00:50:16,769
ตื่นสาย นอน

758
00:50:16,769 --> 00:50:20,769
นอนดึกหรือทำอะไรอยู่ ทำไมวันนี้เข้าเรียนสาย

759
00:50:20,773 --> 00:50:24,769

760
00:50:24,769 --> 00:50:28,769

761
00:50:28,769 --> 00:50:32,769
กล้องมันมัวนะ กล้องเด็กน้อยน่ะ

762
00:50:32,775 --> 00:50:36,775
มองเห็นไม่ค่อยชัดน่ะ เขาทำภาษามือดู

763
00:50:36,778 --> 00:50:40,770
ยากเหมือนกัน

764
00:50:40,770 --> 00:50:44,770
เพราะพี่ล่ามบอกไม่เห็นกล้องน้อง

765
00:50:44,772 --> 00:50:48,772
น่าจะเป็นกับสัญญาณเน็ต

766
00:50:48,791 --> 00:50:52,786
เขาด้วย เพราะนี่เราเห็นภาพมันก็เป็นกระตุก ๆ

767
00:50:52,786 --> 00:50:56,773
เห็นไม่ชัดเหมือนกัน (ล่าม) หนูเห็นวริศา

768
00:50:56,773 --> 00:51:00,773
ค่ะ (อาจารย์) ค่ะ ๆ ไม่เป็นไรค่ะ

769
00:51:01,769 --> 00:51:05,769
ปิดกล้องอีก

770
00:51:05,775 --> 00:51:09,772
ภากร

771
00:51:09,772 --> 00:51:13,772
(ล่าม) อันนี้หูหนวกหรือเปล่าคะ

772
00:51:13,785 --> 00:51:17,777
ภากรณ์ (อาจารย์สุธิรา) ภากรณ์หูหนวกค่ะ

773
00:51:17,777 --> 00:51:21,774
หายไปไหนแล้ว Hello

774
00:51:21,774 --> 00:51:25,769

775
00:51:25,769 --> 00:51:29,769
ภากรณ์หายไปแล้ว

776
00:51:29,769 --> 00:51:33,769
ไปกินข้าวหรือยัง รีบไปกินข้าวกันเลยทีเดียวเชี

777
00:51:33,792 --> 00:51:37,772

778
00:51:37,772 --> 00:51:41,772
ยว ไม่เป็นอะไรนะคะ

779
00:51:41,775 --> 00:51:45,775
ไปต่อนะคะ ดูสไลด์เราต่อ

780
00:51:45,779 --> 00:51:49,771

781
00:51:49,771 --> 00:51:53,770
เมื่อกี้ที่ถามไป ก็คือการแสดงผลลัพธ์

782
00:51:53,770 --> 00:51:57,770
ลัพธ์ใช่ไหม ถามจากสิ่งที่เด็ก ๆ

783
00:51:57,773 --> 00:52:01,773
รับมาเมื่อเช้า ก็คือผ่านการกิน กินอะไรเข้าไป

784
00:52:01,774 --> 00:52:05,770
ก็พิมพ์ตอบ หรือเขียนตอบ

785
00:52:05,770 --> 00:52:09,770
ยังไม่ได้กินเลย บางคนก็บอกว่ากินข้าว

786
00:52:09,774 --> 00:52:13,774
มันไก่ บอกบางคนตอบมาม่าเกาหลีนะคะ

787
00:52:13,780 --> 00:52:17,774
เหมือนสัติภาพบอกข้าวมันไก่ ก็เลยถาม

788
00:52:17,774 --> 00:52:21,773
ต่อไปซื้อที่ไหน แล้วรู้ได้อย่างไร

789
00:52:21,773 --> 00:52:25,770
โรงอาหารมีอะไร สันติภาพนี้

790
00:52:25,770 --> 00:52:29,770
มีความรู้จากการที่เพื่อนพาไป

791
00:52:29,779 --> 00:52:33,779
เพราะเป็นเด็ก ปี 1 เพราะมาอยู่นี่ยังไม่รู้ใช่ไหม

792
00:52:33,816 --> 00:52:37,775
โรงอาหารอยู่ตรงไหนอะไรอย่างไร เพราะเพื่อนพาไป

793
00:52:37,775 --> 00:52:41,775
เขาก็จำ เขามีความรู้

794
00:52:41,776 --> 00:52:45,771
ขึ้นมา นั่นก็คือในส่วนของคน

795
00:52:45,771 --> 00:52:49,771
ทีนี้ถ้าทำเป็นตารางให้เห็นนะคะ

796
00:52:49,775 --> 00:52:53,771
เพื่อเปรียบเทียบกระบวนการทำงาน

797
00:52:53,771 --> 00:52:57,771
ของคนกับคอมพิวเตอร์เห็นไหมคะ คนจะทำงาน

798
00:52:57,772 --> 00:53:01,772
ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ก็คือ ตา, หู

799
00:53:01,776 --> 00:53:05,770
, จมูก, ปาก แล้วก็มือนะคะ

800
00:53:05,770 --> 00:53:09,770
ส่วนคอมพิวเตอร์นี่นะคะ ผ่านอะไร

801
00:53:09,782 --> 00:53:13,778
ผ่านคีบอร์ด, ผ่านเมาส์, ผ่าน

802
00:53:13,778 --> 00:53:17,774
อุปกรณ์ที่สำหรับ

803
00:53:17,774 --> 00:53:21,774
รับข้อมูลของคอมพิวเตอร์นั่นเองนะคะ ส่วนการประมวลผล

804
00:53:21,789 --> 00:53:25,784
หรือ Process ถ้าเป็นคนก็ใช้สมองในการ

805
00:53:25,784 --> 00:53:29,782
Process นั่นเอง ส่วนสมองของคอมพิวเตอร์

806
00:53:29,782 --> 00:53:33,770
สมองของคอมพิวเตอร์ ก็คือ CPU นั่นเองนะคะ

807
00:53:33,770 --> 00:53:37,770
เห็นไหมคะ ลักษณะของคอมพิวเตอร์

808
00:53:37,771 --> 00:53:41,771
ก็ทำงานเลียนแบบมาจากคนนั่นล่ะ

809
00:53:41,773 --> 00:53:45,773
เพื่อใช้ในการประมวลผลแล้วก็ต้องมีหน่วยความจำ

810
00:53:45,773 --> 00:53:49,773
เห็นไหมคะ เพื่อเก็บ เก็บข้อมูลแล้วก็

811
00:53:49,778 --> 00:53:53,776
มีฮาร์ดดิสก์ไว้สำหรับเก็บ

812
00:53:53,776 --> 00:53:57,775
ที่จะเกี่ยวกับการประมวลผลนั่นเองนะคะ ตามยุคตามสมัย

813
00:53:57,775 --> 00:54:01,775
ว่าอย่างนั้นเถอะ ทีนี้มาดูในส่วนของการ

814
00:54:01,776 --> 00:54:05,771
แสดงผล ถ้าเป็นคนวิธีการจะแสดงผลลัพธ์

815
00:54:05,771 --> 00:54:09,771
ของคน ก็คือใช้วิธีพูด, วิธีอ่าน

816
00:54:09,771 --> 00:54:13,771
วิธีเขียน หรือใช้การเคลื่อนไหว

817
00:54:13,772 --> 00:54:17,770
ท่าทางนั่นเอง หรือเด็กหู

818
00:54:17,770 --> 00:54:21,770
พูดไม่ได้ อ่านไม่ได้ก็ใช้ภาษามือ

819
00:54:21,771 --> 00:54:25,771
ก็คือการเคลื่อนไหว หรือท่าทางภาษามือนั่นเอง

820
00:54:25,799 --> 00:54:29,777
แต่คอมพิวเตอร์นี่ จะแสดงผ่านหน้าจอ

821
00:54:29,777 --> 00:54:33,777
หรือผ่านเครื่องพิมพ์นะคะ

822
00:54:33,778 --> 00:54:37,771
หรือถ้ายังไม่แสดงเก็บไว้ เก็นข้อมูลไว้

823
00:54:37,771 --> 00:54:41,771
ในฮาร์ดดิสก์ก็ได้ อย่างนี้นะคะ

824
00:54:41,775 --> 00:54:45,775
ทีนี้สิ่งเรารู้ไปแล้วว่าคอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไร

825
00:54:45,777 --> 00:54:49,771
ทีนี้เราทำให้คอมพิวเตอร์

826
00:54:49,771 --> 00:54:53,771
ทำงานได้โดยวิธีการเขียนโปรแกรมนี่

827
00:54:53,775 --> 00:54:57,775
มันต้องมีขั้นตอนนะคะ ขั้นตอนการเขียนโปรแกรม

828
00:54:57,775 --> 00:55:01,775
คอมพิวเตอร์นี่ มีอยู่ด้วยกัน 5 ขั้นตอน

829
00:55:01,778 --> 00:55:05,778
มี

830
00:55:05,787 --> 00:55:09,774
อยู่ ๆ ทำเอง

831
00:55:09,774 --> 00:55:13,774
ไม่ได้ ทำด้วยตัวเองไม่ได้นะคะ

832
00:55:13,778 --> 00:55:17,778
คนจะต้องเป็นคนควบคุมหรือสั่งการเท่านั้นนะคะ

833
00:55:17,789 --> 00:55:21,770
หลักในการเขียนโปรแกรม

834
00:55:21,770 --> 00:55:25,770
มี 5 ขั้นนะคะ หลักสำคัญ ๆ นี่

835
00:55:25,771 --> 00:55:29,771
ก็คือ 1. จะต้องมีการวางแผนก่อ

836
00:55:29,773 --> 00:55:33,773
นะคะ อยู่ดี ๆ จะไปสั่งมันทำเลยไม่ได้

837
00:55:33,773 --> 00:55:37,771
นะ สั่งมาทำเลยไม่ได้

838
00:55:37,771 --> 00:55:41,771
นะคะ เพราะคอมพิวเตอร์บางอย่าง

839
00:55:41,775 --> 00:55:45,771
ทำงานได้เป็นบางอย่าง

840
00:55:45,771 --> 00:55:49,771
เหมือนคอมพิวเตอร์ PC กับโน๊ตบุ๊ก

841
00:55:49,774 --> 00:55:53,774
หรือ Tablat

842
00:55:53,774 --> 00:55:57,774
เห็นไหมคะ ลักษณะการทำงานก็แตกต่างกัน เพราะเหมือน

843
00:55:57,775 --> 00:56:01,775
ถ้าคอมพิวเตอร์ PC ถ้าจอคอมพิวเตอร์

844
00:56:01,776 --> 00:56:05,770
ไม่ใช่เป็นแบบทัชสกรีน

845
00:56:05,770 --> 00:56:09,770
เห็นไหมคะ ถ้าใครใช้มือถือน่ะ

846
00:56:09,771 --> 00:56:13,771
ลักษณะของมันจะมี Touch Screen

847
00:56:13,775 --> 00:56:17,774
การรับข้อมูล

848
00:56:17,774 --> 00:56:21,774
ของมือถือนี่ ก็มีลักษณะคล้าย ๆ คอมพิวเตอร์เหมือนกัน

849
00:56:21,779 --> 00:56:25,773
แต่ทำงานได้ไม่เยอะเท่าคอมพิวเตอร์

850
00:56:25,773 --> 00:56:29,772
ว่าอย่างนั้นเถอะนะคะ ทีนี้

851
00:56:29,772 --> 00:56:33,772
มาดู ขั้นแรก วางแผน

852
00:56:33,777 --> 00:56:37,773
ว่าจะทำอะไร ว่าเราจะให้คอมพิวเตอร์ทำอะไร

853
00:56:37,773 --> 00:56:41,772
เราต้องมีแผนให้มันเสียก่อน

854
00:56:41,772 --> 00:56:45,772
มีแผนเสร็จทำอะไรต่อ ต้องมาวิเคราะห์ค่ะ วิเคราะห์ปัญหา

855
00:56:45,772 --> 00:56:49,770
แผนจะเกิดจากไหน

856
00:56:49,770 --> 00:56:53,770
เกิดจากการที่ เกิดปัญหาขึ้นมาเสียก่อน

857
00:56:53,775 --> 00:56:57,775
ว่าอยู่ ๆ จะเขียนโปรแกรม 1 โปรแกรมนี่จะเป็นอย่างไร

858
00:56:57,775 --> 00:57:01,772
ไม่ใช่นึกอยากเขียนก็เขียน ไม่ใช่ เพราะ

859
00:57:01,772 --> 00:57:05,772
หลักการที่เราจะเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ขึ้นมา

860
00:57:05,781 --> 00:57:09,774
ก็คือ 1. เพื่อพัฒนาระบบหรือไปแก้ปัญหา

861
00:57:09,774 --> 00:57:13,773
ที่คนไม่สามารถไปทำงานได้

862
00:57:13,773 --> 00:57:17,773
อย่างนี้จะเป็นลักษณะนั้นนะคะ

863
00:57:17,773 --> 00:57:21,773
พอทำแผนเสร็จ มาวิเคราะห์ปัญหาก่อนนะคะ

864
00:57:21,791 --> 00:57:25,784
เมื่อรู้ปัญหาแล้ว วิเคราะห์

865
00:57:25,784 --> 00:57:29,771
ออกมาแล้วว่าวิเคราะห์ปัญหาอะไรเป็นอย่างไร

866
00:57:29,771 --> 00:57:33,770
นี่ เราก็ต้องมาออกแบบให้มันดีไซน์นั่นเอง

867
00:57:33,770 --> 00:57:37,770
นะคะ ดีไซน์ให้คอมพิวเตอร์ทำงานนั่งเอง

868
00:57:37,772 --> 00:57:41,772
ออกแบบว่า จะให้คอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไร

869
00:57:41,782 --> 00:57:45,774
เมื่อรู้ขั้นตอนการออกแบบแล้ว

870
00:57:45,774 --> 00:57:49,770
มาพัฒนาโปรแกรม ซึ่งในส่วนของ

871
00:57:49,770 --> 00:57:53,769
การพัฒนาโปรแกรมนี่

872
00:57:53,769 --> 00:57:57,769
มีขั้นตอนย่อย ๆ อีก 3 ขั้นตอน

873
00:57:57,769 --> 00:58:01,769
ก็คือ 1. ขั้นตอนของการเขียนเห็นไหมคะ เขียนเสียก่อน แล้วก็ทำอะไร

874
00:58:01,775 --> 00:58:05,775
ทดสอบค่ะ ก็คือเอาโปรแกรมที่เราเขียนนี่

875
00:58:05,791 --> 00:58:09,771
ไปทดสอบก่อน ทดสอบเพื่ออะไร

876
00:58:09,771 --> 00:58:13,770
เพื่อหาข้อผิดพลาดหรือดีบัค

877
00:58:13,770 --> 00:58:17,769
เห็นไหมคะ ก็เราเราจะต้อง Coding

878
00:58:17,769 --> 00:58:21,769
Testing ก็คือทดสอบ Test เสร็จก็

879
00:58:21,771 --> 00:58:25,771
ดู Debugging ก็คือดูข้อผลิดพลาด

880
00:58:25,773 --> 00:58:29,771
เป็นไปไม่ได้ว่า เขียนโปรแกรมแล้ว

881
00:58:29,771 --> 00:58:33,771
จะไม่มีบัค ไม่มี Debuging น่ะ

882
00:58:33,771 --> 00:58:37,769
ก็คือปกติเขียนโปรแกรมนี่

883
00:58:37,769 --> 00:58:41,769
มันจะต้องเกิดปัญหาเสมอ จะต้องมี Debugging เสมอ

884
00:58:41,775 --> 00:58:45,775
ครั้งแรกนี่จะต้องติด ลืมนั่นลืมนี่

885
00:58:45,775 --> 00:58:49,769
ตรงนั้นพลาดไป ตรงนี้พลาดไป

886
00:58:49,769 --> 00:58:53,769
อย่างนี้นะคะ และสุดท้ายในขั้นตอนการพัฒนา

887
00:58:53,769 --> 00:58:57,769
ก็คือเมื่อเกิดข้อผิดพลากนี่

888
00:58:57,769 --> 00:59:01,769
มันก็จะวนย้อนกลับไปก่อนนะคะ ว่าจะต้องไปดู

889
00:59:01,773 --> 00:59:05,768
ที่ Code ใหม่ แล้วก็ไปดู Coding

890
00:59:05,768 --> 00:59:09,768
ใหม่ แล้วก็เอามา Test ใหม่ แล้วก็มาดู Debugging ใหม่

891
00:59:09,773 --> 00:59:13,771
เมื่อมันไม่มีปัญหาอะไรแล้วนี่

892
00:59:13,771 --> 00:59:17,771
มันจะอยู่พอใช้ ๆ ไป

893
00:59:17,771 --> 00:59:21,771
มันก็จะมาถึงขั้นตอนสุดท้าย ก็คือต้องมีการดูแลรักษา

894
00:59:21,771 --> 00:59:25,771
โปรแกรมนะคะ ต้องคอยหมั่น อาจจะมี

895
00:59:25,775 --> 00:59:29,774
การดูแลรักษาในทีนี้ อาจจะ

896
00:59:29,774 --> 00:59:33,773
ไม่ใช่ทำความสะอาดนะ ของโปรแกรมมันก็จะเป็น เช่น

897
00:59:33,773 --> 00:59:37,773
มาดูว่ามีอะไรเพิ่มไหม ก็คือต้องมีการเพิ่มข้

898
00:59:37,775 --> 00:59:41,775
อมูล ก็คือต้องมีการอัปเดตข้อมูล เหมือน Windows น่ะ

899
00:59:41,782 --> 00:59:45,780
เดี๋ยวนี้ Windows อัปเดตบ่อย

900
00:59:45,780 --> 00:59:49,771
บางทีทุกเดือนบางที

901
00:59:49,771 --> 00:59:53,771
2 อาทิตย์ 3 อาทิตย์

902
00:59:53,776 --> 00:59:57,775
การมันจะอยู่ในส่วนของการดูแลรักษาโปรแกรม

903
00:59:57,775 --> 01:00:01,772
มันจะมีการอัปเดตออกมา

904
01:00:01,772 --> 01:00:05,772
ก็คือเพื่อพัฒนาตัวโปรแกรมเพื่อสามารถทำงานได้ดียิ่งขึ้น

905
01:00:05,778 --> 01:00:09,773
ยิ่งขึ้นนะคะ

906
01:00:09,773 --> 01:00:13,773
นี่ก็คือขั้นตอนที่เราจะต้อง

907
01:00:13,776 --> 01:00:17,776
จำไว้นะคะ นั่นก็คือหลักในการเขียนโปร

908
01:00:17,781 --> 01:00:21,772
แกรมของเรานั่นเอง ทีนี้ในส่วนของ

909
01:00:21,772 --> 01:00:25,772
การพัฒนาโปรแกรม

910
01:00:25,773 --> 01:00:29,773
เรามาดูรายละเอียดกันว่า Planning นี่

911
01:00:29,777 --> 01:00:33,777
เห็นไหมคะ ได้มีการอธิบายไว้ว่า

912
01:00:33,779 --> 01:00:37,772
ก็คือ Planning ก็คือการวางแผนนะคะ

913
01:00:37,772 --> 01:00:41,772
วางแผน เราจะวางแผนได้อย่างไร

914
01:00:41,775 --> 01:00:45,774
เราจะต้องมองปัญหาก่อน หาปัญหา

915
01:00:45,774 --> 01:00:49,773
หาขั้นตอน หาเครื่องมือนะตะ

916
01:00:49,773 --> 01:00:53,773
คือเราจะต้องรู้ก่อนว่าสิ่งที่เราจะทำนี่

917
01:00:53,776 --> 01:00:57,776
เรามีเครื่องมือพร้อมไหม

918
01:00:57,792 --> 01:01:01,791
เห็นไหมคะ ต้องมาตรวจสอบหน่วยงาน สมมติหน่วยงานหน่วยงานหนึ่งนี่

919
01:01:01,791 --> 01:01:05,783
ต้องการพัฒนาโปรแกรมขึ้นมา 1 โปรแกรมนี่

920
01:01:05,783 --> 01:01:09,783
อยู่ ๆ ทำเลยไม่ได้ เราต้องไปดูก่อนว่า

921
01:01:09,785 --> 01:01:13,778
สิ่งที่จะใช้ในการเขียนโปรแกรม

922
01:01:13,778 --> 01:01:17,778
เครื่องใช่ไหมคะ เราต้องมีคอมพิวเตอร์

923
01:01:17,791 --> 01:01:21,785
เพราะเขียนโปรแกรมด้วยมือไม่ได้ ต้องใช้คอมพิวเตอร์

924
01:01:21,785 --> 01:01:25,778
เพราะถ้าเขียนด้วยมือ เราจะไม่สามารถ Testing

925
01:01:25,778 --> 01:01:29,778
ได้ เมื่อ Tasting ไม่ได้ เราก็มา Debug

926
01:01:29,778 --> 01:01:33,778
เห็นไหมคะ ก็เขียนข้อผิดพลาดไม่ได้

927
01:01:33,786 --> 01:01:37,782
ถึงได้บอกว่า เราจะ

928
01:01:37,782 --> 01:01:41,782
วิชาเราถึงต้องเป็นวิชาปฏิบัติ

929
01:01:41,782 --> 01:01:45,776
เพราะมันต้องใช้คอมพิวเตอร์ เขียนด้วยมือไม่ได้ การเขียน

930
01:01:45,776 --> 01:01:49,776
ด้วยมือน่ะ คือ เขียนตอนไปสอบ

931
01:01:49,777 --> 01:01:53,777
เป็นความรู้ ความจำแล้วอันนั้นน่ะ

932
01:01:53,777 --> 01:01:57,777
แต่ในทางปฏิบัติแล้ว มันต้อง

933
01:01:57,778 --> 01:02:01,778
เขียนด้วยคอมพิวเตอร์นะคะ เราต้องมาดูว่าเรามี

934
01:02:01,779 --> 01:02:05,779
เครื่องไม้เครื่องมืออะไร

935
01:02:05,795 --> 01:02:09,779
วางแผนว่าถ้าไม่มีจะทำอย่างไรนะคะ

936
01:02:09,779 --> 01:02:13,778
จะใช้อะไรมาช่วยหรือต้องหาอะไรมาเพิ่ม

937
01:02:13,778 --> 01:02:17,778
ในการวางแผนนะคะ

938
01:02:17,778 --> 01:02:21,778
เสร็จแล้วิเคราะห์ปัญหา

939
01:02:21,791 --> 01:02:25,782
เห็นไหมคะ วิเคราะห์ตามอะไร เห็นไหม วิเคราะห์

940
01:02:25,782 --> 01:02:29,782
ตามการทำงานของคอมพิวเตอรเลย

941
01:02:29,790 --> 01:02:33,778
สิ่งที่เราต้องการ Input

942
01:02:33,778 --> 01:02:37,778
cation หรือการระบุข้อมูลเข้า

943
01:02:37,779 --> 01:02:41,779
ต้องวิเคราะห์ให้เหมือนว่า

944
01:02:41,786 --> 01:02:45,786
เหมือนเราต้องคิดว่าตอนนี้ถ้าเราเป็นคอมพิวเตอร์นี่

945
01:02:45,787 --> 01:02:49,781
สิ่งที่คอมพิวเตอร์รับ

946
01:02:49,781 --> 01:02:53,781
เข้าไปได้มีอะไรบ้าง จะป้อนอะไรเข้าไปในคอมพิวเตอร์บ้าง

947
01:02:53,782 --> 01:02:57,782
เห็นไหมคะ นั่นก็คือวิเคราะห์

948
01:02:57,783 --> 01:03:01,783
ส่วนของการระบุข้อมูลเข้า จะป้อนอะไรเข้าไปให้มัน

949
01:03:01,786 --> 01:03:05,779

950
01:03:05,779 --> 01:03:09,779
ทีนี้เมื่อมองสิ่งที่ป้อนเข้าไป

951
01:03:09,791 --> 01:03:13,785
ต้องมามองสิ่งที่ออกมา ก็คือเมื่อมองข้อมูลนี้

952
01:03:13,785 --> 01:03:17,785
อยากได้อะไรออกมาเห็นไหมคะ การระบุข้อมูลออก

953
01:03:17,785 --> 01:03:21,785
ออก Output Explantion cat

954
01:03:21,785 --> 01:03:25,785
ก็คือต้องดูจากอะไร ต้องดูจาก

955
01:03:25,785 --> 01:03:29,781
สิ่งที่นำเข้า เอาอะไรเข้าไป

956
01:03:29,781 --> 01:03:33,781
แล้วก็มาดูที่ผลลัพธ์ที่เราอยากให้คอมพิวเตอร์แสดง

957
01:03:33,785 --> 01:03:37,785
แสดงผลออกมานะคะ เราอยากให้คอมพิวเตอร์

958
01:03:37,786 --> 01:03:41,786
แสดงอะไรออกมาเห็นไหมคะ นั่นก็คือ

959
01:03:41,813 --> 01:03:45,792
ต้องมาวิเคราะห์แล้วว่าอยากให้คอมพิวเตอร์ทำอะไรได้ แสดงอะไรได้

960
01:03:45,792 --> 01:03:49,787
นะคะ ก็จะเป็นส่วนของ Output

961
01:03:49,787 --> 01:03:53,787
Explantion นะคะ และเมื่อรู้ว่าป้อนอะไรเข้าไป

962
01:03:53,789 --> 01:03:57,788
เข้าไปผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร ทีนี้มาดู

963
01:03:57,788 --> 01:04:01,784
การประมวลผลนะคะ เราจะต้องมากำหนด

964
01:04:01,784 --> 01:04:05,784
มันจะต้องประมวลผลอย่างไร ก็คือ

965
01:04:05,793 --> 01:04:09,782
กำหนดวิธีการให้เครื่องมันดำเนินผล

966
01:04:09,782 --> 01:04:13,782
กำหนดให้เครื่องมันคิด เห็นไหมคะ คอมพิวเตอร์มันคิดเองไม่ได้

967
01:04:13,792 --> 01:04:17,792
นะคะ ทำเองไม่ได้ เราต้องสั่งเขา

968
01:04:17,800 --> 01:04:21,783
เพราะฉะนั้น

969
01:04:21,783 --> 01:04:25,783
ก่อนที่เราจะสั่งเขาได้ เราต้องเข้าใจการทำงานของคอมพิวเตอร์ก่อน

970
01:04:25,798 --> 01:04:29,795
นะคะ เพราะฉะนั้น องค์ประกอบ

971
01:04:29,795 --> 01:04:33,787
ที่จะทำให้คอมพิวเตอร์ทำงาน

972
01:04:33,787 --> 01:04:37,787
ได้นะคะ สิ่งที่เราจะให้คอมพิวเตอร์ได้มีอยู่แค่ 3 ส่วนก็คือ Input

973
01:04:37,789 --> 01:04:41,787
, Output แล้วก็ Process

974
01:04:41,787 --> 01:04:45,787
เห็นไหมคะ จะย้ำเสมอ ให้ท่องเลย

975
01:04:45,793 --> 01:04:49,787
จะทำงานเมื่อมี Input เข้ามา เสร็จแล้ว

976
01:04:49,787 --> 01:04:53,786
ทำอะไร เสร็จแล้วเมื่อรับ Input เข้ามาแล้ว คอมพิวเตอร์

977
01:04:53,786 --> 01:04:57,786
ทำการประมวลผล ก็คือ Process นะคะ Process เพื่ออะไร

978
01:04:57,790 --> 01:05:01,785
เพื่อแสดงผล ก็คือ Output เห็นไหมคะ Input

979
01:05:01,785 --> 01:05:05,785
Process แล้วก็ Output ออกมา

980
01:05:05,797 --> 01:05:09,788
จะต้องดูจาก Input Output

981
01:05:09,788 --> 01:05:13,788
แล้วก็ Process ขั้นตอนการวิเคราะห์จะดูอีก

982
01:05:13,792 --> 01:05:17,792
มุมหนึ่งนะคะ แต่การทำงานของคอมพิวเตอร์จะเรียงตามขั้น

983
01:05:17,802 --> 01:05:21,786
ก็คือป้อนข้อมูลเข้าไป ประมวลผล

984
01:05:21,786 --> 01:05:25,786
แล้วก็แสดงผล ก็คือ Input, Process แล้วก็

985
01:05:25,786 --> 01:05:29,786
Output แต่ในขั้นตอนการวิเคราะห์นี่เราจะต้อง

986
01:05:29,790 --> 01:05:33,789
เริ่มจาก Input Output แล้วก็ Process

987
01:05:33,789 --> 01:05:37,789
นะคะ ต่างกัน อย่าจำสับสนนะคะ

988
01:05:37,806 --> 01:05:41,788
ทีนี้เมื่อรู้แล้ว

989
01:05:41,788 --> 01:05:45,788
เห็นไหมคะ เมื่อวิเคราะห์ออกมาแล้ว เราก็มาออกแบบ

990
01:05:45,791 --> 01:05:49,791
ตัวนี้ล่ะค่ะ ที่จะเป็นหลัก

991
01:05:49,792 --> 01:05:53,788
ในการจะเขียนโปรแกรมได้นี่ ไม่ใช่

992
01:05:53,788 --> 01:05:57,788
พอวิเคราะห์เสร็จไปนั่งคีย์ เขียนโปรแกรมนะคะ

993
01:05:57,793 --> 01:06:01,788
เราจะต้องมาทำการออกแบบให้มันเสียก่อน

994
01:06:01,788 --> 01:06:05,788
ออกแบบ ไม่ใช่ออกแบบให้มัน ออกแบบให้คนนี่ล่ะ

995
01:06:05,801 --> 01:06:09,792
ออกแบบให้สมนุษย์นี่นะคะ เพราะอะไร เพราะ

996
01:06:09,792 --> 01:06:13,787
เราจะต้องหลักการ

997
01:06:13,787 --> 01:06:17,787
ออกแบบในสคอมพิวเตอร์นี่นะคะ ในภาษาคอมพิวเตอร์

998
01:06:17,790 --> 01:06:21,788
เราจะใช้คำว่า "Algorithm"

999
01:06:21,788 --> 01:06:25,788
เด็ก ๆ จะต้องจำคำนี้นะคะ

1000
01:06:25,791 --> 01:06:29,788
เพราะคำนี้ ถ้าถามถึง อัลกอริธึมของคอมพิวเตอร์ เมื่อถามถึง

1001
01:06:29,788 --> 01:06:33,787
เด็ก ๆ จะต้องเข้าใจให้ได้ก่อน

1002
01:06:33,787 --> 01:06:37,787
นะคะ ทีนี้ อัลกอริทึม

1003
01:06:37,787 --> 01:06:41,787
ที่เราจะเรียนนี่

1004
01:06:41,798 --> 01:06:45,790
วิธีทำจะมีอยู่ 3 ลักษณะ คือ

1005
01:06:45,790 --> 01:06:49,790
อัลกอริทึมแบบที่ 1 เป็นการบรรยายา

1006
01:06:49,802 --> 01:06:53,793
นะคะ Manative Description การบรรยาย ก็คือ

1007
01:06:53,793 --> 01:06:57,791
ใช้คำพูด ใช้วิธีการบรรยายออกมาเป็นตัวอักษร

1008
01:06:57,791 --> 01:07:01,789
เด็ก ๆ จะต้องเขียนออกมา

1009
01:07:01,789 --> 01:07:05,789
เขียนอัลกอริทึมออกมา

1010
01:07:05,805 --> 01:07:09,791
1. เขียน เขียนแบบไหน เขียนบรรยาย

1011
01:07:09,791 --> 01:07:13,790
เห็นไหมคะ นั่นก็คืออัลกอริธึมแบบบรรยายนะคะ

1012
01:07:13,790 --> 01:07:17,790
ทีนี้มาดูอัลกอริทึมแบบต่อไป

1013
01:07:17,790 --> 01:07:21,790
แบบเป็นผังลำดับงาน หรือที่เรียกว่า

1014
01:07:21,791 --> 01:07:25,789
Flowchart ก่อนจะเรียน

1015
01:07:25,789 --> 01:07:29,789
ได้ให้ไปค้นคำนี้มาแล้วใช่ไหมคะ

1016
01:07:29,795 --> 01:07:33,788
อัลกอริทึม Flowchart

1017
01:07:33,788 --> 01:07:37,788
อันดับสุดท้าย หรือ รหัสจำลอง

1018
01:07:37,791 --> 01:07:41,791
มันจะอ่านว่า

1019
01:07:41,793 --> 01:07:45,790
"Pseudo-Code" มาดูในส่วนของ Flowchart

1020
01:07:45,790 --> 01:07:49,790
ตัวนี้เราจะใช้วิธี

1021
01:07:49,790 --> 01:07:53,790
เขียนเป็นรูปภาพแสดงขั้นตอน

1022
01:07:53,794 --> 01:07:57,794
นะคะ ก็คือเราจะต้องทำรูปภาพ

1023
01:07:57,799 --> 01:08:01,790
ที่แสดงให้เห็นขั้นตอนการทำงานของโปรแกรม

1024
01:08:01,790 --> 01:08:05,790
หรือการแก้ปัญหาของโปรแกรมนั่นเองนะคะ

1025
01:08:05,798 --> 01:08:09,790
และตัวต่อมา

1026
01:08:09,790 --> 01:08:13,790
Pseudo-Code Pseudo-Code ตัวนี้

1027
01:08:13,792 --> 01:08:17,792
จะเป็นตัวเริ่มต้นของการเขียนโปรแกรม

1028
01:08:17,802 --> 01:08:21,791
นะคะ จะเป็นคำข้อความนี่

1029
01:08:21,791 --> 01:08:25,791
นี่ที่แสดง

1030
01:08:25,797 --> 01:08:29,795
เขียนแสดงขั้นตอนการทำงานของโปรแกรมนั่นเอง

1031
01:08:29,795 --> 01:08:33,791
สามารถเขียนได้เป็นภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษ

1032
01:08:33,791 --> 01:08:37,791
แต่แม่จะสอนให้เขียนเป็นภาษาอังกฤษ

1033
01:08:37,793 --> 01:08:41,793
เพราะว่าอะไร ภาษาอังกฤษแล้วมันจะต่อเนื่องไปถึงการเขียนโปรแกรม

1034
01:08:41,796 --> 01:08:45,794
จะได้จำง่ายแล้วก็ฝึกภาษาอังกฤษไปด้วยในตัว

1035
01:08:45,794 --> 01:08:49,791
สิ่งที่เด็ก ๆ จะต้องใช้

1036
01:08:49,791 --> 01:08:53,791
เพิ่มนะคะ ก็คือ

1037
01:08:53,795 --> 01:08:57,795
ต้องหัดใช้ Google แปล

1038
01:08:57,795 --> 01:09:01,795
ให้คล่อง เวลาเราเรียนนี่เปิดไว้เลย

1039
01:09:01,802 --> 01:09:05,800
Google แปลภาษา เพราะเราจะต้อง

1040
01:09:05,800 --> 01:09:09,795
เอาคำศัพท์คอมพิวเตอร์นี่มาใช้

1041
01:09:09,795 --> 01:09:13,795
คำศัพท์มันก็จะต้องเป็นภาษาอังกฤษนะคะ

1042
01:09:13,797 --> 01:09:17,795
เพราะเวลาตั้งชื่อตัวแปรนี่ คอมพิวเตอร์

1043
01:09:17,795 --> 01:09:21,795
มันจะไม่รู้จักการสั่งงานที่เป็นภาษาไทยนะ

1044
01:09:21,799 --> 01:09:25,794
คอมพิวเตอร์จะทำงานผ่านภาษาอังกฤษเท่านั้น

1045
01:09:25,794 --> 01:09:29,793
นะคะ เพราะฉะนั้น เราจะต้อง

1046
01:09:29,793 --> 01:09:33,793
หมั่นใช้โปรแกรม Google แปลให้คล่อง ๆ

1047
01:09:33,800 --> 01:09:37,796
ก็คือพิมพ์ให้ไว ๆ สิ่งที่อยากให้เด็ก ๆ

1048
01:09:37,796 --> 01:09:41,795
เรียนเพิ่ม ฝึกหัดเพิ่มเติม ก็คือ

1049
01:09:41,795 --> 01:09:45,795
ฝึกพิมพ์ดีดนะคะ พิมพ์คอมพิวเตอร์น่ะค่ะ

1050
01:09:45,799 --> 01:09:49,799
เพื่อให้พิมพ์เร็ว เพราะเวลาเขียน

1051
01:09:49,802 --> 01:09:53,799
เวลาเรา Coding น่ะค่ะ เราจะได้ตามกันทันนะคะ

1052
01:09:53,799 --> 01:09:57,798
เมื่อกี้อธิบาย

1053
01:09:57,798 --> 01:10:01,798
ถึงรูปแบบของอัลกอริธึมที่เราจะทำกันไปแล้วนะคะ ทีนี้

1054
01:10:01,799 --> 01:10:05,793
ลองมาดูความหมายของอัลกอริทึม

1055
01:10:05,793 --> 01:10:09,793
อีกทีหนึ่งนะคะ อัลกอริธึม

1056
01:10:09,797 --> 01:10:13,795
มันก็คือการอธิบาย อธิบายการทำงานขอโปรแกรม

1057
01:10:13,795 --> 01:10:17,793
โดยต้องอธิบายให้เป็นขั้นตอน

1058
01:10:17,793 --> 01:10:21,793
นะคะ คอมพิวเตอร์มันจะทำงานเป็นขั้นเป็นตอน

1059
01:10:21,810 --> 01:10:25,802
เท่านั้นนะคะ มันจะไม่เหมือนคนน่ะ

1060
01:10:25,802 --> 01:10:29,794
คนนี่เวลาเขียนอัลกอริธึม สมมติ

1061
01:10:29,794 --> 01:10:33,794
นะคะ สมมติอยากให้เด็ก ๆ

1062
01:10:33,801 --> 01:10:37,794
เมื่อเช้า เมื่อเช้าเดชาพล

1063
01:10:37,794 --> 01:10:41,794
เรามี Case Study

1064
01:10:41,806 --> 01:10:45,795
เพราะจากการกินข้าวเช้าเมื่อเช้า

1065
01:10:45,795 --> 01:10:49,795
เดชาพลมาม่าเกาหลีต้มหรืออย่างไรคะลูก

1066
01:10:49,795 --> 01:10:53,795
(นักศึกษาชาย) เป็นแบบ... (อาจารย์สุธิรา) สำเร็จ

1067
01:10:53,807 --> 01:10:57,802
(นักศึกษาชาย) ต้มครับ เป็นซองครับ (อาจารย์สุธิรา)

1068
01:10:57,802 --> 01:11:01,799
สมมติ สมมตินะคะ

1069
01:11:01,799 --> 01:11:05,799
ตอนนี้จะให้เดชาพล ไม่ให้เขียนแต่จะให้ใช้วิธีการ

1070
01:11:05,800 --> 01:11:09,794
อธิบายการทำมาม่าเกาหลีของเดชาพล

1071
01:11:09,794 --> 01:11:13,794
(นักศึกษาชาย) ก็คือ (อาจารย์สุธิรา) อธิบายให้เพื่อนฟังสิ

1072
01:11:13,798 --> 01:11:17,797
(นักศึกษาชาย) ขั้นแรกก็คือต้มน้ำ

1073
01:11:17,797 --> 01:11:21,797
ก่อนครับ (อาจารย์สุธิรา) ต้อมน้ำก่อน (นักศึกษาชาย) แล้วก็มีวิธีแบบเร็

1074
01:11:21,803 --> 01:11:25,796
กาแบบเร็วอยู่ครับ ก็ต้ม

1075
01:11:25,796 --> 01:11:29,796
พอน้ำเดือด แล้วก็ฉีกซองครับ แล้วก็

1076
01:11:29,796 --> 01:11:33,796
เอาเส้นมันใส่เข้าไปในถ้วยที่เราเตรียมไว้

1077
01:11:33,822 --> 01:11:37,798
น่ะครับ จากนั้นก็เอาน้ำร้อนที่เดือดเมื่อกี้น่ะครับ

1078
01:11:37,798 --> 01:11:41,797
ใส่เข้าไปแล้วก็เอาฝาปิดถ้วยครับ แล้วก็

1079
01:11:41,797 --> 01:11:45,796
รอให้เส้นมันสุกครับ ให้เส้น

1080
01:11:45,796 --> 01:11:49,796
มันพร้อมที่จะกินได้แล้ว

1081
01:11:49,802 --> 01:11:53,799
ครับ แล้วก็ไปเทน้ำออกแล้วก็ใส่เครื่องปรุงครับ

1082
01:11:53,799 --> 01:11:57,799
แล้วก็

1083
01:11:57,807 --> 01:12:01,799
ถึงขั้นตอนการกินแล้วครับ (อาจารย์สุธิรา) ถึงขั้นตอนการกินแล้วครับ

1084
01:12:01,799 --> 01:12:05,796
นี่คือวิธีของเดชาพลนะ เดี๋ยว

1085
01:12:05,796 --> 01:12:09,796
แม่จะลองถามเพื่อนคนอื่น เอาใครดี

1086
01:12:09,803 --> 01:12:13,797
ลองให้เด็กหูบ้าง พี่แฝด ๆ

1087
01:12:13,797 --> 01:12:17,797
พี่แฝด แฝดนะ

1088
01:12:17,797 --> 01:12:21,796
ถามแฝดนะ ถ้าจะต้มมาม่า

1089
01:12:21,796 --> 01:12:25,796
แฝดนะครับ ถ้าจะต้มมาม่า

1090
01:12:25,797 --> 01:12:29,797
แฝดจะทำอย่างไร ต้มมาม่าเป็นไหม

1091
01:12:29,799 --> 01:12:33,798

1092
01:12:33,798 --> 01:12:37,798

1093
01:12:37,800 --> 01:12:41,800

1094
01:12:41,802 --> 01:12:45,800

1095
01:12:45,800 --> 01:12:49,799
ที่นี้เราไม่ได้ยินเสียงล่ามนะ

1096
01:12:49,799 --> 01:12:53,799
(ล่าม) ขอโทษทีค่ะ ลืมเปิด Mute ค่ะ

1097
01:12:53,799 --> 01:12:57,798

1098
01:12:57,798 --> 01:13:01,798
(อาจารย์สุธิรา) ไม่เป็นอะไร ๆ (ล่าม) ก็ทำบ่อยอยู่ครับ

1099
01:13:01,802 --> 01:13:05,802
(อาจารย์สุธิรา) อย่างนั้นแฝดลองอธิบายการต้มมาม่าของแฝดให้ฟังหน่อย

1100
01:13:05,803 --> 01:13:09,797
บอกขั้นตอน

1101
01:13:09,797 --> 01:13:13,797
บอกขั้นตอนการต้มมาม่า

1102
01:13:13,805 --> 01:13:17,797
อันดับแรกทำอะไรก่อน

1103
01:13:17,797 --> 01:13:21,797

1104
01:13:21,808 --> 01:13:25,797

1105
01:13:25,797 --> 01:13:29,797
(ล่าม) ไม่ใช่ ๆ

1106
01:13:29,797 --> 01:13:33,797
ไม่ใช่ เขา...

1107
01:13:33,809 --> 01:13:37,800

1108
01:13:37,800 --> 01:13:41,798
ดูนะ แบบไหน มาม่ารู้ไหม (อาจารย์สุธิรา) ลองสิ

1109
01:13:41,798 --> 01:13:45,798
(ล่าม) ทำแบบไหน

1110
01:13:45,801 --> 01:13:49,799
ขั้นตอนทำแบบไหน

1111
01:13:49,799 --> 01:13:53,799
มาม่านะครับ แล้วก็

1112
01:13:53,800 --> 01:13:57,800
กดน้ำร้อน แล้วก็รอ แล้วก็คน

1113
01:13:57,801 --> 01:14:01,801
แล้วก็พักเอาไว้ครับ

1114
01:14:01,820 --> 01:14:05,800
แล้วก็หมดครับ (อาจารย์สุธิรา) โอ.เค.

1115
01:14:05,800 --> 01:14:09,800
เห็นไหม ของเดชาพล ก็คือ

1116
01:14:09,818 --> 01:14:13,818
ต้มน้ำก่อนนะ ขั้นตอนเวลาบอก

1117
01:14:13,825 --> 01:14:17,802
แต่แฝดบอกว่ากดน้ำร้อนเลย

1118
01:14:17,802 --> 01:14:21,802
เห็นไหม แฝดข้ามขั้นตอนหนึ่งไป ก็คือแฝดจะไม่ได้บอกต้มน้ำ

1119
01:14:21,804 --> 01:14:25,804
เห็นไหมคะ อัลกอริธึมนี่จะเป็นการบอก

1120
01:14:25,807 --> 01:14:29,802
การทำงานนั่นเองเห็นไหมคะ ซึ่ง

1121
01:14:29,802 --> 01:14:33,802
ซึ่งในความเป็นจริงนี่ถ้าไม่บอกเหมือนแฝดข้ามขั้นตอนการต้มน้ำร้อย

1122
01:14:33,808 --> 01:14:37,808
เหมือนแฝดน่ะข้ามขั้นตอนการต้มน้ำร้อน แต่ละ

1123
01:14:37,834 --> 01:14:41,803
ไว้ในฐานที่เข้าใจ ก็คือเขามีน้ำร้อนอยู่แล้ว

1124
01:14:41,803 --> 01:14:45,803
เขาก็เลยข้ามขั้นตอนนี้ แต่ทีนี้ให้นึกถึงคอมพิวเตอร์

1125
01:14:45,803 --> 01:14:49,803
อยู่ดี ๆ นึกออกนะ น้ำมันไม่ร้อนแล้วเราจะต

1126
01:14:49,808 --> 01:14:53,799
้มมาม่า เราจะต้มมาม่าได้ไหม ไม่ได้

1127
01:14:53,799 --> 01:14:57,799
ใช่ไหมคะ ก็คืออัลกอริธึมนี่ จะเป็นการบอกขั้นตอน ก็คือ

1128
01:14:57,823 --> 01:15:01,800
มันจะต้องทำอย่างไรให้เราได้กินมาม่า

1129
01:15:01,800 --> 01:15:05,800
ก็คือบอกขั้นตอนว่า... แต่ไม่

1130
01:15:05,803 --> 01:15:09,800
ไม่ใช่วิธีการกินดิบนึกออกนะ

1131
01:15:09,800 --> 01:15:13,800
กิน ใช่ไหมคะ คือ ถ้ากินดิบ ก็คือเปิดซอง

1132
01:15:13,802 --> 01:15:17,802
แกะมาม่ากิน แต่อันนี้

1133
01:15:17,805 --> 01:15:21,805
เราอยากรู้ว่าถ้าเราจะกินต้มมาม่า

1134
01:15:21,811 --> 01:15:25,804
ลองใหม่ ขอลองอีกคนหนึ่ง

1135
01:15:25,804 --> 01:15:29,804
วริษาสิ เห็นพี่เขาไหม

1136
01:15:29,804 --> 01:15:33,804

1137
01:15:33,818 --> 01:15:37,803
เอาเป็น... ไม่เอาต้มมาม่าแล้ว

1138
01:15:37,803 --> 01:15:41,803
ไข่เจียว ทำไข่เจียวสิ

1139
01:15:41,804 --> 01:15:45,804
เคยเคยทำไข่เจียวไหม

1140
01:15:45,805 --> 01:15:49,805
วริษา (ล่าม) มีค่ะ เคยทำค่ะ

1141
01:15:49,805 --> 01:15:53,805
(อาจารย์สุธิรา) ไหนลองบอกสิ ถ้าวาริษาทำไข่เจียว ทำอย่างไร

1142
01:15:53,826 --> 01:15:57,802

1143
01:15:57,802 --> 01:16:01,802
สัญญาณกล้องวาริศาไม่ค่อย... (ล่าม)

1144
01:16:01,804 --> 01:16:05,804
แล้วก็จะใช้ซ้อม เหยาะซีอิ้ว

1145
01:16:05,804 --> 01:16:09,804
แล้วก็คนอนะคะ ตีให้ผสมกันค่ะ แล้วก็

1146
01:16:09,805 --> 01:16:13,805
ตั้งกระทะนะคะ ร้อนแล้วก็เทน้ำมันลงไปค่ะ

1147
01:16:13,819 --> 01:16:17,818
แล้วก็เทไข่ที่เมื่อกี้ผสมนะคะ

1148
01:16:17,818 --> 01:16:21,805
แล้วก็ ขอโทษนะ

1149
01:16:21,805 --> 01:16:25,801
(อาจารย์สุธิรา) สัญญาณ

1150
01:16:25,801 --> 01:16:29,801
ไม่ค่อยชัด

1151
01:16:29,801 --> 01:16:33,801
กล้องมันไหว

1152
01:16:33,802 --> 01:16:37,802

1153
01:16:37,807 --> 01:16:41,804
ก็ (ล่าม) เอาใหม่นะคะ จะมีการตอกไข่ค่ะ

1154
01:16:41,804 --> 01:16:45,802
ลงในถ้วยนะคะ แล้วก็ใส่น้ำปลา

1155
01:16:45,802 --> 01:16:49,802
ค่ะ แล้วก็ใส่เครื่องปรุง

1156
01:16:49,815 --> 01:16:53,815
ต่าง ๆ แล้วก็ใช้ซ้อมคน ซ้อม

1157
01:16:53,827 --> 01:16:57,817
ตีไข่น่ะค่ะ จากนั้นก็นำกระทะลงบนเตา

1158
01:16:57,817 --> 01:17:01,817
แล้วก็รอให้กระทะเดือดนะคะ แล้วก็ใส่ไข่ เสร็จ

1159
01:17:01,836 --> 01:17:05,802
แล้วก็เราก็จะโปะใส่ข้าวค่ะ

1160
01:17:05,802 --> 01:17:09,802
แล้วก็จะเปาะใส่ข้าว (อาจารย์สุธิรา) โปะข้าวเสร็จแล้ว

1161
01:17:09,806 --> 01:17:13,806
ขนาดนี้อธิบายละเอียดนะคะ

1162
01:17:13,810 --> 01:17:17,805
เพราะบอกตั้งแต่ตีไข่ยันกระทั่งใส่เครื่องปรุง

1163
01:17:17,805 --> 01:17:21,804
ใช้ส้อมด้วย ใช้ส้อมตีนะคะ

1164
01:17:21,804 --> 01:17:25,804
เดี๋ยวลองภากรณ์บ้าง

1165
01:17:25,807 --> 01:17:29,803
เคยตีไข่ไหม เดี๋ยวลองเปรียบเทียบ

1166
01:17:29,803 --> 01:17:33,803
ภากรได้ยินไหมครับ (ล่าม) คนหูหนวก

1167
01:17:33,806 --> 01:17:37,806
หรือคนหู... (อาจารย์สุธิรา) หูหนวก เสื้อสีเทา

1168
01:17:37,807 --> 01:17:41,807
(ล่าม) สักครู่นะคะ เดี๋ยวล่ามขอตรึงแป๊บนะคะ

1169
01:17:41,821 --> 01:17:45,810

1170
01:17:45,810 --> 01:17:49,802
ภากรหูตึงน่ะ

1171
01:17:49,802 --> 01:17:53,802
ค่ะ (อาจารย์สุธิรา)

1172
01:17:53,802 --> 01:17:57,802
เคยทำไข่เจียวไหม

1173
01:17:57,803 --> 01:18:01,803
(ล่าม) ก็ทำครับ แต่ส่วนใหญ่จะ

1174
01:18:01,818 --> 01:18:05,807
เป็นใส่น้ำปลาครับ

1175
01:18:05,807 --> 01:18:09,802

1176
01:18:09,802 --> 01:18:13,802
ทำให้มันเค็ม

1177
01:18:13,806 --> 01:18:17,806
ดูก่อน ๆ ใจเย็น

1178
01:18:17,807 --> 01:18:21,802
ใจเย็น ๆ เดี๋ยว ๆ (อาจารย์สุธิรา)

1179
01:18:21,802 --> 01:18:25,802
มืออย่างไว (ล่าม) เดี๋ยว ๆ (อาจารย์สุธิรา)

1180
01:18:25,818 --> 01:18:29,803
ช้า ๆ หน่อยลูก

1181
01:18:29,803 --> 01:18:33,803
ช้า ๆ

1182
01:18:33,805 --> 01:18:37,802
(ล่าม) อย่าให้แบบ

1183
01:18:37,802 --> 01:18:41,802
ใจเย็น ๆ เดี๋ยว

1184
01:18:41,803 --> 01:18:45,803
เราจะล่ามพูดด้วย เริ่ม

1185
01:18:45,822 --> 01:18:49,806
ไข่เจียวทำแบบไหน

1186
01:18:49,806 --> 01:18:53,806

1187
01:18:53,811 --> 01:18:57,809
วิธีไข่เจียวของคุณน่ะ

1188
01:18:57,809 --> 01:19:01,804
หูตึงอธิบายเลย ภาษามือ ครับ

1189
01:19:01,804 --> 01:19:05,804
ก็จะรอให้น้ำมันร้อน

1190
01:19:05,804 --> 01:19:09,804
ไข่เจียวนะ

1191
01:19:09,805 --> 01:19:13,803
มีหมูเกี่ยวแบบไหน

1192
01:19:13,803 --> 01:19:17,803
อ๋อ มีใส่หมูสับ (อาจารย์สุธิรา) มีใส่หมูสับด้วย

1193
01:19:17,827 --> 01:19:21,803
มีหมูสับด้วยนะ

1194
01:19:21,803 --> 01:19:25,803
(ล่าม) เอาใหม่

1195
01:19:25,806 --> 01:19:29,805

1196
01:19:29,805 --> 01:19:33,803
อธิบายใหม่

1197
01:19:33,803 --> 01:19:37,803

1198
01:19:37,803 --> 01:19:41,803
(อาจารย์สุธิรา) ทำใหม่ ๆ ทำช้า ๆ

1199
01:19:41,804 --> 01:19:45,804
แม่จะได้ดูด้วย

1200
01:19:45,807 --> 01:19:49,804
ภากรณ์นี่ก็

1201
01:19:49,804 --> 01:19:53,804
น้ำปลาไหมชิม

1202
01:19:53,815 --> 01:19:57,806
ด้วยหรือ (ล่าม) น้ำปลาหรือ ครับ น้ำปลา

1203
01:19:57,806 --> 01:20:01,806
นะครับ (อาจารย์สุธิรา) ใส่น้ำปลา (ล่าม)

1204
01:20:01,806 --> 01:20:05,806
แล้วอย่างไรต่อ

1205
01:20:05,811 --> 01:20:09,804
แล้วก็น้ำมัน

1206
01:20:09,804 --> 01:20:13,804
รอให้มันร้อน

1207
01:20:13,808 --> 01:20:17,807
(อาจารย์สุธิรา) ต่อครับ ต่อ ทำต่อ

1208
01:20:17,807 --> 01:20:21,804
ๆ (ล่าม) อะไรเอ่ย

1209
01:20:21,804 --> 01:20:25,804

1210
01:20:25,805 --> 01:20:29,805
เย็น

1211
01:20:29,812 --> 01:20:33,807
รอให้มันร้อนใช่ไหม

1212
01:20:33,807 --> 01:20:37,805
น้ำมัน แล้ว

1213
01:20:37,805 --> 01:20:41,805
ต่อไหน

1214
01:20:41,805 --> 01:20:45,804

1215
01:20:45,804 --> 01:20:49,804
แดง

1216
01:20:49,804 --> 01:20:53,804
เป็นจุด ๆ

1217
01:20:53,814 --> 01:20:57,814
มะเขือหรือ

1218
01:20:57,819 --> 01:21:01,807
(อาจารย์สุธิรา) ใส่มะเขือเทศด้วย หรือแครอท

1219
01:21:01,807 --> 01:21:05,807
สีแดง (ล่าม) ส้ม ๆ หรือแดง ๆ

1220
01:21:06,819 --> 01:21:10,811
แดง ๆ เป็นจุด ๆ

1221
01:21:10,811 --> 01:21:14,811
(อาจารย์สุธิรา) พริกหรือเปล่า (ล่าม) เห็นหรือเปล่า

1222
01:21:14,813 --> 01:21:18,808
(อาจารย์สุธิรา) ใส่พริกหรือ

1223
01:21:18,808 --> 01:21:22,805

1224
01:21:22,805 --> 01:21:26,805
(ล่าม) อันนี้เหมือนจะไม่ค่อยได้ภาษามือค่ะ

1225
01:21:26,807 --> 01:21:30,807
ภากรเรียน

1226
01:21:30,807 --> 01:21:34,806
ที่ไหนนะ น้อง

1227
01:21:34,806 --> 01:21:38,805
เรียนโรงเรียนอะไร

1228
01:21:38,805 --> 01:21:42,805
เมื่อก่อนเรียนไหน

1229
01:21:42,805 --> 01:21:46,805
โรงเรียนไม่มีเลยหรือ

1230
01:21:46,806 --> 01:21:50,806
(อาจารย์สุธิรา) ไม่มีอย่างไร

1231
01:21:50,813 --> 01:21:54,813
จบ ม.6 อยู่ (ล่าม) ม.6

1232
01:21:54,833 --> 01:21:58,805
เรียนที่ไหน

1233
01:21:58,805 --> 01:22:02,805
หูตึง

1234
01:22:02,806 --> 01:22:06,806
ถาม ใช่

1235
01:22:06,806 --> 01:22:10,806
ถาม

1236
01:22:10,811 --> 01:22:14,806
โรงเรียนเมื่อก่อน เรียนที่ไหน

1237
01:22:14,806 --> 01:22:18,806

1238
01:22:18,813 --> 01:22:22,808

1239
01:22:22,808 --> 01:22:26,808
ก็ยังตอบน้ำปลาอยู่ เดี๋ยวก่อน (อาจารย์สุธิรา)

1240
01:22:26,816 --> 01:22:30,809
ไม่เข้าใจคำถามเราแน่เลย

1241
01:22:30,809 --> 01:22:34,806
ใช่หรือเกิดอุดรหรือ

1242
01:22:34,806 --> 01:22:38,806
ไม่ได้ภาษามือหรือ (ล่าม) เมื่อก่อนเรียนที่ไหน

1243
01:22:38,820 --> 01:22:42,815

1244
01:22:42,815 --> 01:22:46,815
เขาทำ ก. ไก่ น่ะค่ะ

1245
01:22:46,821 --> 01:22:50,807
กศ

1246
01:22:50,807 --> 01:22:54,807
เขาทำ ก. ไก่

1247
01:22:54,807 --> 01:22:58,807
โรงเรียนหูหนวกเปล่า

1248
01:22:58,808 --> 01:23:02,808
มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัย

1249
01:23:02,841 --> 01:23:06,818
อส. อก.

1250
01:23:06,818 --> 01:23:10,806
มหาลัยถามเมื่อก่อน

1251
01:23:10,806 --> 01:23:14,806
ถามเมื่อก่อน เมื่อก่อนเรียนที่ไหนน่ะ

1252
01:23:14,813 --> 01:23:18,809
อ.ด. ใช่ไหม

1253
01:23:18,809 --> 01:23:22,809
ใช่ไหม เมื่อก่อนเรียนที่ไหน

1254
01:23:22,815 --> 01:23:26,812

1255
01:23:26,812 --> 01:23:30,812
สก.

1256
01:23:30,813 --> 01:23:34,813
เขาทำ สก. แล้วเขาทำมหาวิทยาลัยเมื่อก่อนเรียนหรือ อ๋อ โสตฯ นนฯ

1257
01:23:34,843 --> 01:23:38,808

1258
01:23:38,808 --> 01:23:42,808
นนท์ใช่ไหม

1259
01:23:42,813 --> 01:23:46,813
นนทบุรีใช่ไหม (อาจารย์สุธิรา) โสตนนฯ (ล่าม) โสต

1260
01:23:46,826 --> 01:23:50,811
นนทบุรีใช่หรือเปล่า

1261
01:23:50,811 --> 01:23:54,811
(อาจารย์สุธิรา) อยู่นนทบุรีหรือ

1262
01:23:54,817 --> 01:23:58,808
โรงเรียนเมื่อก่อนเรียนไหน

1263
01:23:58,808 --> 01:24:02,808
พิมพ์ได้ไหม พิมพ์

1264
01:24:02,810 --> 01:24:06,810

1265
01:24:06,814 --> 01:24:10,812

1266
01:24:10,812 --> 01:24:14,811
ๆ มีพิมพ์น่ะ พิมพ์

1267
01:24:14,811 --> 01:24:18,811
ในนี้ ทำไมอันนี้ดูไม่ค่อยเข้าใจมือ

1268
01:24:18,811 --> 01:24:22,811
ใช่ค่ะ (อาจารย์สุธิรา) เพื่อนเจ้าแฝด

1269
01:24:22,818 --> 01:24:26,808
นะนี่ (ล่าม) เดี๋ยวหนูลองถามแฝด

1270
01:24:26,808 --> 01:24:30,808
แป๊บหนึ่งนะคะ

1271
01:24:30,809 --> 01:24:34,808
แฝด ๆ ถามหน่อย

1272
01:24:34,808 --> 01:24:38,808
เพื่อนหูตึงชื่อไหน อันนี้ค่ะ

1273
01:24:38,826 --> 01:24:42,817
ชื่อภาษามืออันนี้ค่ะ

1274
01:24:42,817 --> 01:24:46,815
(อาจารย์สุธิรา) ภากร (ล่าม) เขาบอกเขาได้ภาษามือ

1275
01:24:46,815 --> 01:24:50,812
น้อยน่ะครับ ภากรณ์เขาบอกแบบนั้น

1276
01:24:50,812 --> 01:24:54,812
เขาเรียนที่ไหน เขาบอกภาษามือนิดเดียวใช่ไหม

1277
01:24:54,815 --> 01:24:58,810
เป็นหูตึงใช่หรือเปล่า

1278
01:24:58,810 --> 01:25:02,810
อยู่ที่โรงเรียหูดีครับ

1279
01:25:02,812 --> 01:25:06,812
เมื่อก่อน อยู่คนเดียว เป็นหูหนวกคนเดียว

1280
01:25:06,830 --> 01:25:10,814
ที่อยู่โรงเรียนหูดี แล้วบังเอิญว่าไม่ได้มีการเรียนภาษามือเลยครับ

1281
01:25:10,814 --> 01:25:14,813
จากนั้นสมาคม...

1282
01:25:14,813 --> 01:25:18,813

1283
01:25:18,814 --> 01:25:22,811
(อาจารย์สุธิรา) เห็นไหม เจ้าแฝดตอบเป็นล่ำเป็นสัน

1284
01:25:22,811 --> 01:25:26,811
(ล่าม) ใช่ ๆ

1285
01:25:26,813 --> 01:25:30,813
เขาเป็นเพื่อนแฝดน่ะ แฝดพามาเรียนนะคนนี้

1286
01:25:30,832 --> 01:25:34,817

1287
01:25:34,817 --> 01:25:38,809

1288
01:25:38,809 --> 01:25:42,809
(ล่าม) ก็คือเรียนโรงเรียนหูดีมาก่อน

1289
01:25:42,809 --> 01:25:46,809
(อาจารย์สุธิรา) โอ.เค. ค่ะ

1290
01:25:46,810 --> 01:25:50,810
เพราะคนนี้แฝดนี่ชวนมาเรียน

1291
01:25:50,811 --> 01:25:54,811
ภากรณ์น่ะ แฝดเป็นคนชวนมาเรียน (ล่าม)

1292
01:25:54,821 --> 01:25:58,812
เรียนที่นี่ใช่ไหม ใช่ไหม ๆ

1293
01:25:58,812 --> 01:26:02,812
ใช่ไหม แฝดชวนมา

1294
01:26:02,820 --> 01:26:06,819
ภากรมาเรียน ภากรสมมติภาษามืองงน่

1295
01:26:06,819 --> 01:26:10,808
ะถามนะ เป็นห่วง

1296
01:26:10,808 --> 01:26:14,808
(อาจารย์สุธิรา) เดี๋ยวจะคุยกันไม่รู้เรื่อง

1297
01:26:14,827 --> 01:26:18,809
คุยกับแฝด (ล่าม) ถามแฝดบ่อย ๆ

1298
01:26:18,809 --> 01:26:22,809

1299
01:26:22,811 --> 01:26:26,809
ฝากหน่อย ภากรณ์ฝากหน่อย

1300
01:26:26,809 --> 01:26:30,809
ภาษามือน้อย (อาจารย์สุธิรา) โอ.เค. ค่ะ ไม่เป็นไร

1301
01:26:30,823 --> 01:26:34,820
เห็นไหมคะ อัลกอริทึมของแต่ละคน

1302
01:26:34,820 --> 01:26:38,813
(ล่าม) เดี๋ยวนะครับ พอดีว่าผมหอพักน่ะ

1303
01:26:38,813 --> 01:26:42,810
อยู่ร่วมกัน กินข้าวร่วมกัน

1304
01:26:42,810 --> 01:26:46,810
เดี๋ยวผมจะช่วยดูให้นะครับ

1305
01:26:46,821 --> 01:26:50,809
โอ.เค.

1306
01:26:50,809 --> 01:26:54,809
ช่วยสอน (อาจารย์สุธิรา) เราต้องร่วมด้วยช่วย

1307
01:26:54,820 --> 01:26:58,816
กัน โอ.เค.

1308
01:26:58,816 --> 01:27:02,813
บอกเธออยู่ว่าเธอต้องหัดพูด เพราะเธอได้ยิน

1309
01:27:02,813 --> 01:27:06,807

1310
01:27:06,807 --> 01:27:10,807
โอ.เค. คือเห็นไหมคะ

1311
01:27:10,819 --> 01:27:14,808
เมื่อกี้ตอนที่บอกให้อธิบายขั้นตอน

1312
01:27:14,808 --> 01:27:18,806
อัลกอริธึมเป็นการอธิบายขั้นตอน

1313
01:27:18,806 --> 01:27:22,806
จะให้คอมพิวเตอร์ทำงาน ทีนี้ให้เด็ก ๆ ลอง

1314
01:27:22,807 --> 01:27:26,805
นึกภาพ ให้เด็ก ๆ นึกภาพเหมือน

1315
01:27:26,805 --> 01:27:30,805
ถ้าเพื่อนบางคน

1316
01:27:30,806 --> 01:27:34,805

1317
01:27:34,805 --> 01:27:38,805
ถ้าใครที่ไม่เคยเจียวไข่ ก็จะไม่สามารถ

1318
01:27:38,805 --> 01:27:42,805
อธิบายขั้นตอนได้นะคะ ว่ามันทำอย่างไร

1319
01:27:42,830 --> 01:27:46,803
นะคะ ใช่ไหม ถ้าไม่เคยทำเลย

1320
01:27:46,803 --> 01:27:50,803
มันจะบอกไม่ได้ใช่ไหมคะ ว่า

1321
01:27:50,813 --> 01:27:54,802
การเจียวไข่นี่ 1. มันต้องมีไข่น่ะ

1322
01:27:54,802 --> 01:27:58,802
ไข่เอาไปทำอะไร ต้องเอาไปตีก่อนนะคะ ไข่เจียวนี่

1323
01:27:58,818 --> 01:28:02,802
เราต้องเอาไข่ไปตีก่อน

1324
01:28:02,802 --> 01:28:06,802
ไม่อย่างนั้นไม่เรียกว่าไข่เจียวถูกไหม

1325
01:28:06,836 --> 01:28:10,836
ต่างกีนนะคะ ไข่เจียวกับไข่ดาว เห็นไหม จะสั่งคอมพิวเตอร์ทำงาน

1326
01:28:10,971 --> 01:28:14,902
นี่ต้องบอกให้คอมพิวเตอร์เข้าใจ

1327
01:28:14,902 --> 01:28:18,807
สิ่งที่เราจะสั่งมันด้วย

1328
01:28:18,807 --> 01:28:22,801

1329
01:28:22,801 --> 01:28:26,801
นะคะ บางอย่างมันข้ามขั้นตอนไม่ได้

1330
01:28:26,818 --> 01:28:30,810
เหมือนถ้าไม่ใช้น้ำมัน มันจะไม่เรียกว่าไข่เจียว

1331
01:28:30,810 --> 01:28:34,805
มันต้องใช้น้ำมันช่วย อย่างนี้

1332
01:28:34,805 --> 01:28:38,801
ต้องดูว่ามีส่วนประกอบอะไร วิธีทำอะไร

1333
01:28:38,801 --> 01:28:42,801
เหมือนไข่เจียวจะเจียวได้ถ้าน้ำมันไม่ร้อน

1334
01:28:42,805 --> 01:28:46,802
ไข่มัน เขาบอกว่าอะไรนะ ไข่มันจะไม่ฟู

1335
01:28:46,802 --> 01:28:50,797

1336
01:28:50,797 --> 01:28:54,797
ใช่ไหมคะ มันก็จะดูไม่น่ากินนะ บางคนไข่เจียวมีใส่หมูสับด้วย

1337
01:28:54,802 --> 01:28:58,798
เหมือนของภากรใส่หมูสับ ใส่มะเขือเทศ

1338
01:28:58,798 --> 01:29:02,796
หรือใส่พริกสักอย่างนี่ล่ะ แล้วแต่นะคะ

1339
01:29:02,796 --> 01:29:06,796
แต่สิ่งที่อยากให้รู้ ก็คือ

1340
01:29:06,796 --> 01:29:10,796
การอธิบาย เราจะอธิบายอย่างไร

1341
01:29:10,799 --> 01:29:14,799
ให้เราได้ไข่เจียว 1 ฟองออกมา

1342
01:29:14,799 --> 01:29:18,799
นั่ นก็เหมือนกัน เราจะอธิบายให้คอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไรให้คอมพิวเตอร์ทำงาน

1343
01:29:18,799 --> 01:29:22,795
ให้ได้สิ่งที่เราต้องการ

1344
01:29:22,795 --> 01:29:26,795
หรือ Output Input อะไรเข้าไป

1345
01:29:26,797 --> 01:29:30,796
ได้อะไรออกมา มองให้เห็น

1346
01:29:30,796 --> 01:29:34,796
ภาพนะคะ ว่าเราจะป้อนอะไรให้คอมพิวเตอร์

1347
01:29:34,801 --> 01:29:38,797
แล้วเราอยากให้คอมพิวเตอร์แสดงอะไรออกมาให้

1348
01:29:38,797 --> 01:29:42,796
ส่วนการ Process หรือขั้นตอน

1349
01:29:42,796 --> 01:29:46,795
จะให้มันได้ผลลัพธ์นั้นออกมา

1350
01:29:46,795 --> 01:29:50,794
ขั้นตอนในการเขียนอัลกอริธึมของเรานั่นเอง

1351
01:29:50,794 --> 01:29:54,794
ทีนี้มาดู มาดูต่อนะคะ

1352
01:29:54,798 --> 01:29:58,798

1353
01:29:58,798 --> 01:30:02,796

1354
01:30:02,796 --> 01:30:06,796

1355
01:30:06,802 --> 01:30:10,791
เห็นไหมคะ

1356
01:30:10,791 --> 01:30:14,791
เราอธิบายไว้ว่า อัลกอริธึม หมายถึง

1357
01:30:14,794 --> 01:30:18,794
ลำดับขั้นตอน วิธีในการทำงานของโปรแกรม

1358
01:30:18,802 --> 01:30:22,792
เพื่อแก้ปัญหา ในที่นี้ก็คือแสดงผล

1359
01:30:22,792 --> 01:30:26,792
มันแสดงผล ก็คือให้คอมพิวเตอร์แสดงผลนะคะ

1360
01:30:26,798 --> 01:30:30,794
ทีนี้สิ่งที่เราจะต้องทำ ก็คือเราจะต้องมาเขียน

1361
01:30:30,794 --> 01:30:34,792
อธิบายอัลกอริธึมนี่ เราจะเขียนได้ว่าอย่างไร

1362
01:30:34,792 --> 01:30:38,789
นะคะ ลองมาดูตัวอย่างของเรากัน

1363
01:30:38,789 --> 01:30:42,789
ต้มไข่

1364
01:30:42,792 --> 01:30:46,790
เห็นไหม วิธีการ

1365
01:30:46,790 --> 01:30:50,790
เขียนอัลกอริธึมเขียนได้หลายแบบเลย เหมือนที่เมื่อกี้

1366
01:30:50,806 --> 01:30:54,790
ถามเมื่อกี้ว่าทอดไข่เจียว

1367
01:30:54,790 --> 01:30:58,789
ทำได้อย่างไร ทำอย่างไร แต่ละคนอธิบายไม่เหมือนกัน

1368
01:30:58,789 --> 01:31:02,789
สามารถเขียนได้หลายแบบ แบบอันนี้เขียนต้มไข่ไก่

1369
01:31:02,793 --> 01:31:06,793
ต้องการให้มันได้ออกมา ก็คือ

1370
01:31:06,794 --> 01:31:10,793
ไข่ต้มใช่ไหมคะ เราอยากได้ไข่ต้มนี่

1371
01:31:10,793 --> 01:31:14,790
อันดับแรก

1372
01:31:14,790 --> 01:31:18,790
ก็คือต้องต้มน้ำก่อนใช่ไหม

1373
01:31:18,794 --> 01:31:22,787
เอาไข่ใส่ลงไปเลยใช่หรือเปล่า

1374
01:31:22,787 --> 01:31:26,786
แต่อันนี้บอกไว้เลยว่าต้มน้ำให้เดือด

1375
01:31:26,786 --> 01:31:30,786
รอ 10 นาที เปิดไฟติดเตา

1376
01:31:30,786 --> 01:31:34,786
มีปลอกไข่ด้วย แต่อันนี้บอก

1377
01:31:34,789 --> 01:31:38,789
ต้มน้ำใส่ไข่ รอ 5 นาที

1378
01:31:38,789 --> 01:31:42,784
ก็ได้ไข่ ได้ไข่เหมือนกันไม่ได้บอกว่าปอกไข่

1379
01:31:42,784 --> 01:31:46,784
ทีนี้ก่อนที่เราจะเขียนได้

1380
01:31:46,793 --> 01:31:50,785
เราต้องรู้คุณสมบัติของมันก่อน

1381
01:31:50,785 --> 01:31:54,785
คุณสมบัติของอัลกอริธึม คุณสมบัติ

1382
01:31:54,806 --> 01:31:58,781
ข้อที่ 1.

1383
01:31:58,781 --> 01:32:02,781
มันจะต้องสร้างขึ้นจากกฎเกณฑ์

1384
01:32:02,792 --> 01:32:06,785
ก็คือต้องมีกฎเกณฑ์ให้มัน เห็นไหมคะ กฎเกณฑ์คืออะไร

1385
01:32:06,785 --> 01:32:10,785
วิธีการหรือกลุ่มขั้นตอน

1386
01:32:10,785 --> 01:32:14,782
กระบวนวิธีการคืออะไร

1387
01:32:14,782 --> 01:32:18,781
นะคะ

1388
01:32:18,781 --> 01:32:22,781
ที่เราจะทำอย่างไรก็แล้วแต่ คือ ให้มันเห็นขั้นตอน

1389
01:32:22,782 --> 01:32:26,782
ที่จะให้ได้มาซึ่งผลลัพธ์ของไข่ต้ม 1 ฟอง

1390
01:32:26,785 --> 01:32:30,785
เราจะมีขั้นตอนอย่างไร

1391
01:32:30,793 --> 01:32:34,781
นั่นก็คือมีกฎ มีเกณฑ์ หรือมีขั้นตอนนั่นเอง

1392
01:32:34,781 --> 01:32:38,778
ทีนี้เขาบอกไว้ว่า กฎเกณฑ์ที่

1393
01:32:38,778 --> 01:32:42,778
สร้างอัลกอริธึมในข้อที่ 2 บอกว่า

1394
01:32:42,785 --> 01:32:46,785
ที่สร้างอัลกอริธึมต้องไม่คลุมเครือ

1395
01:32:46,788 --> 01:32:50,782
เมื่อกี้ เห็นไหมคะ เหมือนตอนภากรณ์อธิบาย

1396
01:32:50,782 --> 01:32:54,779
เนื่องจากภากรณ์ไม่เข้าใจภาษามือนะคะ พออธิบาย

1397
01:32:54,779 --> 01:32:58,777
มันก็เลยเป็นคลุมเครือ

1398
01:32:58,777 --> 01:33:02,777
เหมือนบอกอะไรสีแดง ๆ นี่ พอถามแล้วพริกก็ไม่ใช่ บอกไม่ได้

1399
01:33:02,801 --> 01:33:06,782
เห็นไหมคะ คือ คลุมเครือ

1400
01:33:06,782 --> 01:33:10,782
คืออะไร ซึ่งถ้าเรา

1401
01:33:10,786 --> 01:33:14,786
คอมพิวเตอร์นี่มันจะทำตามสิ่งที่เราระบุลงไป

1402
01:33:14,798 --> 01:33:18,781
ลงไปเห็นไหมคะ มีระบบ มีระเบีย

1403
01:33:18,781 --> 01:33:22,781
บอ่านแล้วไม่สับสน อ่านแล้ว

1404
01:33:22,792 --> 01:33:26,778
เข้าใจ

1405
01:33:26,778 --> 01:33:30,778
อ่านแล้วเข้าใจเสร็จแล้วทำอย่างไร

1406
01:33:30,778 --> 01:33:34,774
มาสู่ข้อที่ 3

1407
01:33:34,774 --> 01:33:38,774
มันจะมาอะไรตอนนี้

1408
01:33:38,781 --> 01:33:42,775
คอมพิวเตอร์จะอัปเดตเสียแล้ว

1409
01:33:42,775 --> 01:33:46,775
การประมวลผลต้องเป็นไปตามลำดับที

1410
01:33:46,776 --> 01:33:50,776
ที่แน่นอน ต้องมีขั้นตอนที่แน่นอน

1411
01:33:50,776 --> 01:33:54,776
เพื่อให้คอมพิวเตอร์ทำงาน เห็นไหมคะ ก็คือ

1412
01:33:54,787 --> 01:33:58,781
เหมือนจะทำไข่ต้มได้มันต้องต้มน้ำ

1413
01:33:58,781 --> 01:34:02,781
เพราะต้องมีน้ำร้อนถูกต้องไหม มันต้องมีน้ำร้อน

1414
01:34:02,784 --> 01:34:06,772
ใช่ไหมคะ จึงจะเป็นกระบวนการต้มไข่

1415
01:34:06,772 --> 01:34:10,772
เด็ก ๆ แต่ถ้าเด็ก ๆ ไม่บอกว่าต้มน้ำนี่ เด็ก ๆ เอาไข่ใส่น้ำ

1416
01:34:10,772 --> 01:34:14,772
น้ำนั่นจะเป็นน้ำเย็น มันจะไม่เป็นไข่ต้ม

1417
01:34:14,780 --> 01:34:18,771
แน่นอน ก็คือไข่แช่น้ำอย่างนี้

1418
01:34:18,771 --> 01:34:22,771
เราต้องระบุลงไปด้วยว่าน้ำที่ใช้คืออย่างไร

1419
01:34:22,773 --> 01:34:26,770
น้ำเย็น น้ำต้ม มีขึ้นตอน

1420
01:34:26,770 --> 01:34:30,769
มันก็ต้องต้มใช่ไหม อย่างนี้

1421
01:34:30,769 --> 01:34:34,769
เป็นไปตามลำดับขั้นตอน อยู่ดี ๆ

1422
01:34:34,770 --> 01:34:38,769
เองได้ไหม ไม่ได้ใช่ไหมคะ

1423
01:34:38,769 --> 01:34:42,769
น้ำนั้นต้องผ่านการต้มก่อนถึงจะเป็นน้ำร้อน เห็นไหมคะ

1424
01:34:42,770 --> 01:34:46,770
มีขั้นตอนแล้วต้องให้ได้

1425
01:34:46,770 --> 01:34:50,770
ผลลัพธ์ตามที่กำหนดเห็นไหมคะ เพราะสิ่งที่

1426
01:34:50,770 --> 01:34:54,769
อยากได้ ก็คือไข่ต้ม

1427
01:34:54,769 --> 01:34:58,768
ถ้าเด็ก ๆ ไม่ทำให้น้ำร้อน

1428
01:34:58,768 --> 01:35:02,767
ถ้าสมมติต้มแค่ 3 นาที

1429
01:35:02,767 --> 01:35:06,767
ไหม 3 นาทีได้แค่ไข่ลวก

1430
01:35:06,769 --> 01:35:10,768
ขึ้นอะไรตอนนี้นี่

1431
01:35:10,768 --> 01:35:14,768
ไข่ลวกใช่ไหมคะ ไม่เป็นไข่ต้ม

1432
01:35:14,778 --> 01:35:18,769
ต้องมาดูที่ผลลัพธ์ ต้องมาดูสิ่งที่

1433
01:35:18,769 --> 01:35:22,769
ถ้า 3 นาทีได้ไข่ลวก แต่ถ้าต้มนี่

1434
01:35:22,770 --> 01:35:26,770
มันต้องนานมากกว่า 2 นาที

1435
01:35:26,771 --> 01:35:30,767
เห็นไหมคะ อัลกอริธึมในตัวอย่าง ถึงได้บอกว่า ระบุว่าต้องต้มกี่นาที

1436
01:35:30,767 --> 01:35:34,767
เห็นไหมต้องบอกด้วยว่าต้องต้มกี่นาที

1437
01:35:34,768 --> 01:35:38,768
ไข่ใส่น้ำร้อน 1 นาทีเป็นไข่ลวก

1438
01:35:38,773 --> 01:35:42,768
หรือยัง ยัง ความร้อนยังไม่น่าจะได้

1439
01:35:42,768 --> 01:35:46,768
นะคะ อย่างนี้เป็นต้นนะคะ เสร็จแล้วอะไร

1440
01:35:46,768 --> 01:35:50,766
ต้องมีจุดสิ้นสุด ก็คือ เวลา

1441
01:35:50,766 --> 01:35:54,765
เขียนนี่ อยู่ ๆ บอกต้มไข่ไม่ได้ ต้องมี

1442
01:35:54,765 --> 01:35:58,765
จุดเริ่มแล้วก็มีจุดสิ้นสุด ก็คือ

1443
01:35:58,766 --> 01:36:02,766
มี Start แล้วก็มี End End ก็คือสิ้นสุด

1444
01:36:02,766 --> 01:36:06,766
นะคะ เวลาอัลกอริ

1445
01:36:06,770 --> 01:36:10,765
ธึม ทีนี้ลองมาดู

1446
01:36:10,765 --> 01:36:14,763
คุณสมบัติที่เด็ก ๆ จะต้องจำ

1447
01:36:14,763 --> 01:36:18,762
เกี่ยวกับอัลกอริธึม 1.

1448
01:36:18,762 --> 01:36:22,762
ความถูกต้อง เห็นไหมคะมันต้องมีความถูกต้อง

1449
01:36:22,785 --> 01:36:26,762
เช่น ต้องการไข่ต้ม สิ่งที่ถูกต้อง

1450
01:36:26,762 --> 01:36:30,762
ดูจากผลลัพธ์จากสิ่งที่เราได้ออกมา

1451
01:36:30,762 --> 01:36:34,761
นะ ก็คือ เช่น

1452
01:36:34,761 --> 01:36:38,761
อยากได้ไข่ต้มทำอย่างไร อยากได้ไข่เจียวทำอย่างไร เห็นไหมคะผลลัพของไข่เจียว

1453
01:36:38,763 --> 01:36:42,761
กับไข่ต้ม วิธีการต่างกัน

1454
01:36:42,761 --> 01:36:46,761
นั่นก็คือวิธีการเช็กความถูกต้องก่อน

1455
01:36:46,766 --> 01:36:50,761
คืออะไร

1456
01:36:50,761 --> 01:36:54,761
เหมือนไข่ในน้ำร้อนนี่ ถ้าผลลัพธ์คือไข่ต้มนี่

1457
01:36:54,768 --> 01:36:58,768
เพราะฉะนั้น ต้องใช้เวลากี่นาที

1458
01:36:58,768 --> 01:37:02,764
ถูกไหม ถ้าไข่อยู่ในน้ำร้อน 3 นาทีไม่เรียกว่าเป็นไข่ต้ม

1459
01:37:02,764 --> 01:37:06,760
ถูกไหม มันจะเป็นไข่ลวก ถูกไหม

1460
01:37:06,760 --> 01:37:10,760
อย่างนี้เป็นต้น ต้องมีความถูกต้องนะคะ

1461
01:37:10,764 --> 01:37:14,762
ต้องอ่านง่าย อ่านง่ายในที่นี้

1462
01:37:14,762 --> 01:37:18,762
ก็คืออธิบายเหมือนเมื่อกี้ที่เด็ก ๆ อธิบายขั้นตอน

1463
01:37:18,766 --> 01:37:22,764
อย่างวาริศา วาริศาอธิบายละเอียดนะคะ

1464
01:37:22,764 --> 01:37:26,763
อธิบายดีด้วยว่าตอกไข่ แล้วก็ตีไข่

1465
01:37:26,763 --> 01:37:30,763
เห็นไหมคะ ตอนทำไข่เจียวน่ะค่ะ

1466
01:37:30,773 --> 01:37:34,761
เห็นไหมคะ อ่านแล้วเข้าใจเลยว่า

1467
01:37:34,761 --> 01:37:38,758
ด้วยนะ ไข่มันจะต้องโดนตี

1468
01:37:38,758 --> 01:37:42,758
เพราะไข่ในน้ำมันนี่ ก็คือมันจะมีไข่ดาวใช่ไหมคะ ทอดไข่ในน้ำมัน

1469
01:37:42,759 --> 01:37:46,759
แต่ไข่ดาวไม่ต้องตีไข่ให้แตกใช่ไหมคะ

1470
01:37:46,760 --> 01:37:50,758
ใช่ไหมคะ แค่ตอกไข่ใส่ลงไป 1 ฟอง

1471
01:37:50,758 --> 01:37:54,758
เพราะฉะนั้น เมื่ออ่านออกมาแล้วนี่

1472
01:37:54,759 --> 01:37:58,757
คืออะไรเห็นไหมคะ

1473
01:37:58,757 --> 01:38:02,757
คุณสมบัติต่อมาก็คือต้องปรับปรุงได้

1474
01:38:02,762 --> 01:38:06,756
Is of offidication ปรับปรุง

1475
01:38:06,756 --> 01:38:10,756
ในอนาคต ก็คือสามารถปรับปรุงหรือดัดแปลงได้

1476
01:38:10,757 --> 01:38:14,757
นะคะ เช่น เหมือนเมื่อกี้

1477
01:38:14,757 --> 01:38:18,757
ของปรับปรุง เช่นไข่เจียวของ

1478
01:38:18,758 --> 01:38:22,758
ภาก

1479
01:38:22,758 --> 01:38:26,758
ร ภากรณ์บอกใส่หมูสับเข้าไปด้วย ในอนาคต

1480
01:38:26,768 --> 01:38:30,762
เราต้องเป็นไข่เจียวหมูสับ

1481
01:38:30,762 --> 01:38:34,759
ก็ปรับปรุงได้ลักษณะนี้

1482
01:38:34,759 --> 01:38:38,758
ใหม่ได้ Reusebillity

1483
01:38:38,758 --> 01:38:42,758
นำกลับมาใช้ใหม่ได้

1484
01:38:42,762 --> 01:38:46,762
ก็คือเขียนใหม่แล้ว เอากลับมาใช้กี่ครั้งก็ได้ เพราะการ

1485
01:38:46,768 --> 01:38:50,758
เจียวไข่มันไม่ได้มีอะไรพิศดารเลย

1486
01:38:50,758 --> 01:38:54,758
ใช่ไหมคะ ขั้นตอนมันมาอย่างนี้

1487
01:38:54,770 --> 01:38:58,760
คนนี้เอาไปใช้ก็ได้ คนนี้เอาไปใช้ก็ได้ ใช้ซ้ำได้

1488
01:38:58,760 --> 01:39:02,757
วิธีการมันเหมือนกัน เอามาใช้ด้วยกันได้

1489
01:39:02,757 --> 01:39:06,754
และต้องมีประสิทธิภาพ

1490
01:39:06,754 --> 01:39:10,754
ประสิทธิภาพอย่างไร เหมือนถ้าอธิบายดี ๆ เหมือนวริษานี่

1491
01:39:10,759 --> 01:39:14,757
เห็นไหม วริษาบอกกระทั่งว่าน้ำมันจะต้องร้อนนะคะ

1492
01:39:14,757 --> 01:39:18,755
ถึงค่อยใส่ไข่ลงไป ไข่จะได้ ฟู ๆ

1493
01:39:18,755 --> 01:39:22,755
ฟู ๆ ใช่ไหมคะ อย่างนี้เป็นต้น

1494
01:39:22,759 --> 01:39:26,759
ประสิทธิภาพของการทำงานด้วยอย่างนี้เห็นไหมคะ

1495
01:39:26,761 --> 01:39:30,757
นั่นคือต้องมีคุณสมบัติพวกนี้

1496
01:39:30,757 --> 01:39:34,755
ทีนี้ก่อนจะเขียนได้นี่

1497
01:39:34,755 --> 01:39:38,755
ก่อนจะเขียนได้นี่มันต้องมาดูเกณฑ์ประสิทธิภาพ

1498
01:39:38,771 --> 01:39:42,762
เวลาเขียนนี่

1499
01:39:42,762 --> 01:39:46,755
สังเกตที่เขียนไว้ อัลกอริธึม

1500
01:39:46,755 --> 01:39:50,755
ไข่ต้มอันที่ 1 ไข่ต้มอันที่ 2

1501
01:39:50,789 --> 01:39:54,752
เขาบอกว่าต้องใช้เวลาในการดำเนินการน้อยที่สุด

1502
01:39:54,752 --> 01:39:58,752
จับเวลาอะไรทุกอย่างนี่นะคะ ก็คือ

1503
01:39:58,753 --> 01:40:02,753
ขั้นตอนน่ะค่ะ ขั้นตอนที่มันมีขั้นตอนน้อย

1504
01:40:02,761 --> 01:40:06,754
แต่สามารถครอบคลุมวิธีการนะคะ เหมือนที่บอก ไข่

1505
01:40:06,754 --> 01:40:10,754
ต้มนี่นะคะ เราจะทำไข่ต้มนี่มันต้องใช้น้ำอะไร

1506
01:40:10,761 --> 01:40:14,757
ใช้น้ำเปล่าไม่ได้ใช่ไหมคะ

1507
01:40:14,757 --> 01:40:18,751
ร้อนแล้วใช้เวลาเท่าไร

1508
01:40:18,751 --> 01:40:22,751
เห็นไหมคะ น้ำธรรมดาไม่สามารถทำให้เกิดไข่ต้มได้

1509
01:40:22,765 --> 01:40:26,754
ใช่ไหมนะคะ แต่ไม่จำเป็นต้องมา

1510
01:40:26,754 --> 01:40:30,753
เปิดเตาปิดเตาเพราะอะไร เพราะ

1511
01:40:30,753 --> 01:40:34,753
บอกแล้วว่าลดขั้นตอน  ก็คือเราบอกว่าลดขั้นตอน

1512
01:40:34,758 --> 01:40:38,751
นั่นหมายถึงเราต้องเปิดเตา หรือบางที

1513
01:40:38,751 --> 01:40:42,751
บางคนไม่ได้ใช้เตาแก๊ส

1514
01:40:42,757 --> 01:40:46,757
บางคนใช้เตาถ่าน บางคนใช้กระทะไฟฟ้า

1515
01:40:46,759 --> 01:40:50,750
ใช่ไหมคะ แต่สิ่งที่จะทำให้

1516
01:40:50,750 --> 01:40:54,750
น้ำร้อนได้ ก็คือการต้ม ไปลดขั้นตอนที่

1517
01:40:54,757 --> 01:40:58,757
ไม่จำเป็นนะคะ ต้องใช้หน่วยความจำน้อย

1518
01:40:58,758 --> 01:41:02,750
เพราะอะไร คอมพิวเตอร์

1519
01:41:02,750 --> 01:41:06,750
ใช้พื้นที่ ก็คือหน่วยความจำน้อยจะเกิดจากอะไร

1520
01:41:06,758 --> 01:41:10,751
เกิดจากการเขียน Coding ยิ่ง Coding น้อย ๆ

1521
01:41:10,751 --> 01:41:14,749
นะคะ พอเราเขียนอัลกอริ

1522
01:41:14,749 --> 01:41:18,749
ธึมไม่ยืดเยื้อ ไม่ยาวเกินไปนี่ โค้ด

1523
01:41:18,749 --> 01:41:22,749
โปรแกรมที่เราจะเขียนออกมา

1524
01:41:22,755 --> 01:41:26,753
มันก็ไม่มีความยาวมาก มันก็จะเป็นการใช้หน่วยความจำน้อยที่สุด

1525
01:41:26,753 --> 01:41:30,753
เห็นไหมะคะ ก็คือการเขียนโค้ดน้อย

1526
01:41:30,756 --> 01:41:34,750
เพราะพื้นที่จัดเก็บของคอมพิวเตอร์ 1 Byte

1527
01:41:34,750 --> 01:41:38,750
เท่ากับกี่บิตอะไรพวกนี้ นั่นคือพื้นที่

1528
01:41:38,752 --> 01:41:42,751
มันจะไปกินหน่วยความจำค่ะ เมื่อเรากด

1529
01:41:42,751 --> 01:41:46,750
1 ตัวอักษรหรือกดเมาส์ 1 ครั้ง

1530
01:41:46,750 --> 01:41:50,750
มันจะใช้หน่วยความจำไปแล้ว ถูกไหมคะ

1531
01:41:50,751 --> 01:41:54,751
ต้องให้มีการใช้หน่วยความจำน้อยที่สุด อัลกอริธึม

1532
01:41:54,771 --> 01:41:58,754
ต้องมีความยืดหยุ่น ยืดหยุ่นอย่างไร ต้องสามารถปรับได้

1533
01:41:58,754 --> 01:42:02,754
นะคะ เช่น ขั้นตอนนี้

1534
01:42:02,756 --> 01:42:06,748
สามารถเพิ่มหรือลดขั้นตอน

1535
01:42:06,748 --> 01:42:10,748
ที่เราเขียนน่ะได้นะคะ ว่าบางขั้นตอน

1536
01:42:10,755 --> 01:42:14,750
ไม่จำเป็นเอาออกก็ได้นะคะ ใช้เวลา

1537
01:42:14,750 --> 01:42:18,750
ในการพัฒนาน้อยที่สุด

1538
01:42:18,759 --> 01:42:22,758
เห็นไหมคะ ส่วนใหญ่มันจะเกี่ยวข้องกับเวลา

1539
01:42:22,758 --> 01:42:26,758
ก็คือต้องเขียนให้สั้นกะทัดรัดนั่นเองนะคะ

1540
01:42:26,762 --> 01:42:30,758
แล้วก็ต้องง่ายต่อความเข้าใจ ก็คือ

1541
01:42:30,758 --> 01:42:34,755
พอเขียนแล้ว ที่บอก Reuseable

1542
01:42:34,755 --> 01:42:38,755
เอาไปใช้ด้วยได้ ก็คือ

1543
01:42:38,758 --> 01:42:42,753
มันจะทำอย่างนี้ อย่างนี้นะคะ

1544
01:42:42,753 --> 01:42:46,753
มันก็จะต้องเขียนให้คนอื่นเห็นแล้วก็เอาไปเขียนต่อได้

1545
01:42:46,753 --> 01:42:50,750
เขียนอัลกอริทึม คือ ไม่ต้องไปอธิบาย

1546
01:42:50,750 --> 01:42:54,750
นี่จะทำอย่างนี้ต้องทำอย่างนี้

1547
01:42:54,753 --> 01:42:58,753
ทีนี้

1548
01:42:58,754 --> 01:43:02,754
เราจะเขียนได้อย่างไร เราจะต้องไปวิเคราะห์

1549
01:43:02,756 --> 01:43:06,750
งานที่เด็ก ๆ จะต้องไปทำนะคะ

1550
01:43:06,750 --> 01:43:10,747
ให้เด็ก ๆ ดูว่า

1551
01:43:10,747 --> 01:43:14,747
เห็นสไลด์หน้านี้นะ สไลด์ที่

1552
01:43:14,754 --> 01:43:18,754
ข้างบนที่บอกว่า Input คืออะไร Output คืออะไร Process คืออะไร

1553
01:43:18,756 --> 01:43:22,746
นั่นก็คือหมายถึง

1554
01:43:22,746 --> 01:43:26,746
ในขั้นตอนนี้ ต้มน้ำให้เดือดนี่

1555
01:43:26,750 --> 01:43:30,748
ให้เด็ก ๆ เขียนว่ามันเป็น Input

1556
01:43:30,748 --> 01:43:34,748
เป็น Process ให้เด็ก ๆ ลองวิเคราะห์ว่า แต่ละส่วนที่แม่

1557
01:43:34,757 --> 01:43:38,747
เขียนลงมาในนี้อะไรคือ

1558
01:43:38,747 --> 01:43:42,746
Input อะไรคือ Process เห็นไหมคะ

1559
01:43:42,746 --> 01:43:46,745
ต้นน้ำให้เดือด เป็น Input Process

1560
01:43:46,745 --> 01:43:50,745
Input หรือ Output หรือ Process

1561
01:43:50,746 --> 01:43:54,746
Input Process หรือ Output

1562
01:43:54,747 --> 01:43:58,746
Process หรือ Output ตอกไข่เป็น Input Process

1563
01:43:58,746 --> 01:44:02,746
ผลลัพธ์คืออะไร เราจะได้อะไรออกมา

1564
01:44:02,749 --> 01:44:06,749
อันนี้ให้ตอบนะคะ ว่า

1565
01:44:06,762 --> 01:44:10,756
สิ่งที่ทำไปนี่ออกมาแล้วผลลัพธ์มันจะออกมาเป็นอะไร

1566
01:44:10,756 --> 01:44:14,745
นึกออกนะ

1567
01:44:14,745 --> 01:44:18,745
ตัวนี้ทำส่ง

1568
01:44:18,746 --> 01:44:22,746
ใน Google Classroom เรา เดี๋ยวจะเอา

1569
01:44:22,746 --> 01:44:26,746
งานนี้เข้าไปใส่ไว้ใน Classroom

1570
01:44:26,747 --> 01:44:30,747
นะคะ แล้วเด็ก ๆ พิมพ์นะคะ

1571
01:44:30,756 --> 01:44:34,750
จะได้ว่าการต้มน้ำเดือดนี่

1572
01:44:34,750 --> 01:44:38,747
ลองวิเคราะห์ดูว่า Input หรือ Process

1573
01:44:38,747 --> 01:44:42,744
หรือเป็น Output เพราะเราจะต้องรู้

1574
01:44:42,744 --> 01:44:46,744
ว่าสิ่งที่เราจะใส่ให้คอมพิวเตอร์

1575
01:44:46,747 --> 01:44:50,747
ใน 3 ส่วนนี้ สิ่งที่อธิบายด้วยการบรรยาย

1576
01:44:50,748 --> 01:44:54,744
ต้มน้ำให้เดือด เป็นกระบวนการไหน

1577
01:44:54,744 --> 01:44:58,744
เป็นกระบวนการของ Input เป็น

1578
01:44:58,745 --> 01:45:02,745
กระบวนการของ Process หรือเป็นกระบวนการของ Output

1579
01:45:02,757 --> 01:45:06,744

1580
01:45:06,744 --> 01:45:10,744
เข้าใจไหมคะ ทำเป็นการบ้าน ส่ง

1581
01:45:10,746 --> 01:45:14,743
ใน Class

1582
01:45:14,743 --> 01:45:18,743
ศิริรัตน์ ศิริรัตน์เข้าใจไหมลูก

1583
01:45:18,745 --> 01:45:22,745
เข้าใจงานที่สั่งไหม

1584
01:45:22,748 --> 01:45:26,743
ให้ดูจากสไลด์เมื่อกี้นะ

1585
01:45:26,743 --> 01:45:30,743
ที่บอกว่าต้มน้ำให้เดือน แล้วข้างบนน่ะมันจะมีบอก Input Process หรือ Output

1586
01:45:30,747 --> 01:45:34,747

1587
01:45:34,747 --> 01:45:38,743
ให้สิริรัตน์เขียนว่าต้มน้ำให้เดือดนี่

1588
01:45:38,743 --> 01:45:42,743
มัันเป็น Input Output หรือเป็น Process

1589
01:45:42,749 --> 01:45:46,744
เข้าใจไหมลูก

1590
01:45:46,744 --> 01:45:50,742
เรามีสไลด์อยู่ใน Class

1591
01:45:50,742 --> 01:45:54,742
เข้าไปย้อนดูได้ใจนะ เด็ก ๆ ทุกคนไปย้อนดูเนื้อหาได้นะ

1592
01:45:54,745 --> 01:45:58,743
คะ ที่อธิบายไว้ว่า Input คือกระบวนการอะไร

1593
01:45:58,743 --> 01:46:02,743
Output คือ กระบวนการอะไร

1594
01:46:02,746 --> 01:46:06,742
คือกระบวนการอะไร ให้ลองเขียนนะคะ

1595
01:46:06,742 --> 01:46:10,742
เพื่อจะได้รู้ว่าในความเข้าใจของเด็ก ๆ นี่

1596
01:46:10,744 --> 01:46:14,744
ถ้าขั้นตอนนี้ถ้าเป็นคอมพิวเตอร์นี่

1597
01:46:14,753 --> 01:46:18,745
คำบรรยายเป็นภาษาไทยนี่ ถ้าเป็นคอมพิวเตอร์

1598
01:46:18,745 --> 01:46:22,745
จะประมวลผลนี่ มันจะเป็นส่วนของ Input

1599
01:46:22,757 --> 01:46:26,746
หรือ Process หรือ Output

1600
01:46:26,746 --> 01:46:30,742
นะ ลองทำดูนะคะ มีใครสงสัยให้ถาม

1601
01:46:30,742 --> 01:46:34,742

1602
01:46:34,743 --> 01:46:38,740
เห็นไหม ก็คือ

1603
01:46:38,740 --> 01:46:42,740
จากขั้นตอนที่อยู่ข้างบนน่ะ

1604
01:46:42,748 --> 01:46:46,744
เอามาใส่ในช่องของข้อความ

1605
01:46:46,744 --> 01:46:50,743
ที่ระบุไว้ว่าต้มน้ำให้เดือดนี่ เด็ก ๆ คิดว่ามันจะเป็น

1606
01:46:50,743 --> 01:46:54,742
Input หรือจะเป็น Process หรือจะเป็น Output

1607
01:46:54,742 --> 01:46:58,742
ก็คือเด็ก ๆ ต้องมาวิเคราะห์ก่อนว่า ส่วนนี้

1608
01:46:58,745 --> 01:47:02,745
เด็ก ๆ คิดว่ามันเป็นการรับข้อมูล

1609
01:47:02,746 --> 01:47:06,746
หรือการแสดงผลลัพธ์นะคะ

1610
01:47:06,761 --> 01:47:10,740
เพราะตอนนี้ต้องนึก

1611
01:47:10,740 --> 01:47:14,740
ต้องจำลองตัวเองเป็นคอมพิวเตอร์ไปด้วย

1612
01:47:14,743 --> 01:47:18,743
เราจะเขียนโปรแกรมได้ เราต้องรู้ว่าคอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไร

1613
01:47:18,746 --> 01:47:22,743
เพราะฉะนั้น ถ้าเราจะรู้ว่าคอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไร

1614
01:47:22,743 --> 01:47:26,740
นะคะ

1615
01:47:26,740 --> 01:47:30,740
เราต้องคิดว่าเราเป็นคอมพิวเตอร์ ต้องสมมติตัวเอง ถ้าฉันเป็นคอมนะนี่

1616
01:47:30,753 --> 01:47:34,741
ถ้าฉันเอาตัวนี้เข้ามา

1617
01:47:34,741 --> 01:47:38,741
สิ่งที่ฉันเอาเข้ามาคืออะไร

1618
01:47:38,747 --> 01:47:42,740

1619
01:47:42,740 --> 01:47:46,740
โอ.เค. ไหมคะ ถ้าโอ.เค. สัปดาห์นี้เราจะ

1620
01:47:46,743 --> 01:47:50,743

1621
01:47:50,743 --> 01:47:54,740

1622
01:47:54,740 --> 01:47:58,740
สันติภาพเข้าใจไหมลูก

1623
01:47:58,740 --> 01:48:02,739
ลอง ลองดู ลองคิด บอกแล้วนะ

1624
01:48:02,739 --> 01:48:06,739
เราต้องนึกว่าเราเป็นคอมพิวเตอร์ใช่ไหม

1625
01:48:06,741 --> 01:48:10,741
สันติภาพยิ่งใช้จินตนาการ

1626
01:48:10,747 --> 01:48:14,740
เด็กตาใช้จินตนาการได้

1627
01:48:14,740 --> 01:48:18,739
ถ้าฉันเป็นคอมฯ นะ

1628
01:48:18,739 --> 01:48:22,739
ฉันจะทำสิ่งนี้ สิ่งที่เรียกว่า Input สำหรับคอมพิวเตอร์มันคืออะไร

1629
01:48:22,749 --> 01:48:26,741
ไปย้อนอ่านสไลด์ดูก่อน

1630
01:48:26,741 --> 01:48:30,741
นะคะ ส่วนของ Input คืออะไร

1631
01:48:30,742 --> 01:48:34,740
แล้วก็ส่วนของ Output คืออะไร แล้วเด็ก ๆ จะ

1632
01:48:34,740 --> 01:48:38,740
เห็นเลยว่า น่าจะ ตัวนี้น่าจะเป็น Input นะ

1633
01:48:38,755 --> 01:48:42,741
ตัวนี้น่าจะเป็น Process นะ ตัวนี้น่าจะเป็น Output

1634
01:48:42,741 --> 01:48:46,739
อย่างนี้นะคะ

1635
01:48:46,739 --> 01:48:50,739
มันจะ ลอง ลองใส่ดู

1636
01:48:50,739 --> 01:48:54,738
นะ ลอง ๆ

1637
01:48:54,738 --> 01:48:58,738
คือ วิธีการมันเหมือนจะเป็นการจับคู่น่ะ

1638
01:48:58,740 --> 01:49:02,740
แต่ไม่ทำให้ดูเป็นการจับคู่

1639
01:49:02,747 --> 01:49:06,743
เพราะมันมีทางเลือกอยู่ 3 ทาง ว่าข้อนี้มันจะเป็น Input

1640
01:49:06,743 --> 01:49:10,743
หรือจะเป็น Output เลือกมาตอบ

1641
01:49:10,747 --> 01:49:14,740
มาตอบ เพียงแต่ว่าเลือกลงถูกหรือผิด

1642
01:49:14,740 --> 01:49:18,740
นะคะ

1643
01:49:19,740 --> 01:49:23,739
แล้วเราทำส่งใน Classroom

1644
01:49:23,739 --> 01:49:27,739
ห้องเรียนเราน่ะ จำได้นะ เดี๋ยวจะส่ง

1645
01:49:27,746 --> 01:49:31,738
ตัวงานเข้าไป

1646
01:49:31,738 --> 01:49:35,738
มีใครสงสัยอะไรอีกไหม

1647
01:49:35,740 --> 01:49:39,740
เอกสารอยู่ใน Classroom เรานะคะ

1648
01:49:39,740 --> 01:49:43,738
ไปเปิดดูย้อนหลังได้ ส่วนตัวงาน

1649
01:49:43,738 --> 01:49:47,738
เดี๋ยวจะเอาส่งเข้า...

1650
01:49:47,738 --> 01:49:51,738
เพิ่มให้ตอนท้ายคาบ

1651
01:49:51,738 --> 01:49:55,738
ใน google drive เลย

1652
01:49:55,742 --> 01:49:59,741
พิมพ์ลงใน Google drive เลย โอ.เค. ค่ะ ถ้าอย่างนั้นสัปดาห์นี้

1653
01:49:59,741 --> 01:50:03,741
ขอจบการนำเสนอ

1654
01:50:03,745 --> 01:50:07,739
เพียงเท่านี้

1655
01:50:07,739 --> 01:50:11,739
สวัสดีเด็ก ๆ ทุก ๆ คน ขอบใจมากค่ะ

1656
01:50:11,741 --> 01:50:15,741
(ล่าม) ขอบคุณค่ะ อาจารย์ (อาจารย์) สวัสดีค่ะ

1657
01:50:15,741 --> 01:50:19,741

1658
01:50:19,757 --> 01:50:23,737
ทดลองอะไรอีกไหม

1659
01:50:23,737 --> 01:50:27,737

1660
01:50:27,769 --> 01:50:31,743

1661
01:50:31,743 --> 01:50:35,737

1662
01:50:35,737 --> 01:50:39,737

1663
01:50:39,737 --> 01:50:43,737

1664
01:50:43,737 --> 01:50:47,737

1665
01:50:47,749 --> 01:50:51,742

1666
01:50:51,742 --> 01:50:55,740
[สิ้นสุดการถอดความ]

1667
01:50:55,740 --> 01:50:59,736

1668
01:50:59,736 --> 01:51:03,736

1669
01:51:03,740 --> 01:51:07,740


