(อาจารย์สุธิรา) เด็ก ๆ ถ้าเข้ามาแล้วเปิดจอวิดีโอด้วยนะคะ ให้เปิดจอพี่ล่ามได้ยินเสียงอาจารย์ไหม พี่ตูนได้ยินเสียงอาจารย์ไหม (ล่าม) ได้ยินค่ะ (อาจารย์) โอ.เค. บอกให้น้อง ๆ เปิดจอด้วยนะคะ จะได้รู้ว่าใครเข้ามาแล้วบ้างโอ.เค. 14 คน รวมพี่ล่ามแล้ว คนอื่น ๆ กำลังทยอยเข้ามานะคะ ระหว่างรอเพื่อน ๆ เด็ก ๆ อยากทราบว่าใครเคยเขียนโปรแกรมมาแล้วบ้าง ให้ตอบในแชทเคยเขียน เคยเขียน เขียนภาษาอะไรมานะคะ ใครยังไม่เคยก็ให้ตอบว่าไม่เคย โอ.เค. ไหมคะ เข้าไปตอบในแชตเลยคะ ว่าเคยเขียนมาแล้ว เคยเขียนโปรแกรมภาษาอะไรเขียนลงไปอย่างนี้ เข้าใจไหมคะ ถ้าไม่เคยก็บอกว่ายังไม่เคย เดชาพล พิมพ์แบบพิมพ์สัมผัสได้ไหมลูก (นักศึกษาชาย) ได้ครับ อาจารย์ (อาจารย์สุธิรา) ได้อยู่ใช่ไหมลูก ตอนนี้ถ้าใช้ ตอนนี้ใช้คอมหรือใช้มือถือลูก (นักศึกษาชาย) ตอนนี้ใช้คอมฯ ครับ (อาจารย์สุธิรา) อ๋อ ใช้คอม อย่างนั้นก็พิมพ์ได้อยู่นะสันติภาพตอบมาแล้ว ยังไม่เคยครับ สันติภาพ มาจากไหน มาจากโรงเรียนอะไรครับ บอกอาจารย์สิ (อาจารย์สุธิรา) จบจากโรงเรียนบางละมุง จังหวัดชลบุรีครับผม (อาจารย์สุธิรา) บางละมุง ชลบุรีหรอคะ (นักศึกษาชาย) จบจากโรงเรียนร่วมกับคนปกติ ตอน ม. ปลายครับ (อาจารย์สุธิรา) ศิริรัตนล่ะคะ จบจากอะไรลุก (นักศึกษาหญิง) จบจากกศน. ค่ะ(อาจารย์สุธิรา) อ๋อ กศน. นั่นเอง กัญญาณัฐ เรียนภาษา C กัญญาณัฐอยู่โรงเรียนอะไรนะ เรียนโรงเรียนไหนโรงเรียนเดิม กัญญาณัฐไม่ได้ยินหรือลูก มุ้กได้ยินไหมคะ มุกไม่ได้ยินเสียงแม่หรือไมค์มีปัญหา โอ.เค. ๆ ไม่เป็นอะไร โอ.เค. ค่ะ งั้นก็ได้ยินอยู่แต่ไมค์ใช้ไม่ได้ โอ.เค. คนอื่น ๆ ตอบมาได้เลยนะคะ เดชาพลก็ยังไม่เคยศิริลัษณ์ สันติภาพไม่เคย คนอื่นหายไปไหนหมด เพื่อน ๆ หายไปไหนหมด ตอนนี้ตอนนี้ที่ตอบแม่มานี่ ใช้คอมหรือใช้อะไรเอ่ย (นักศึกษาชาย) ผมใช้โทรศัพท์ครับ (อาจารย์สุธิรา)สันติภาพใช้อะไรนะครับ (นักศึกษาชาย) ใช้โทรศัพท์มือถือครับ (อาจารย์สุธิรา) เมื่อวานที่นั่งอยู่ DSS ใช่สันติภาพไหมลูก (นักศึกษาชาย) ใช่ครับผม (อาจารย์สุธิรา) แล้วทำไมไม่ใช้ (นักศึกษาชาย) คอมพิวเตอร์หรอครับ (อาจารย์สุธิรา) ใช่ ๆ (นักศึกษา) ไมค์ในคอมของผมมีปัญหา (อาจารย์สุธิรา) อ๋อ (นักศึกษาชาย) เปิดไมค์ไม่ได้ (อาจารย์สุธิรา) โอ.เค. ค่ะ เพราะความจริงถ้าเขียนจะต้องมาใช้ห้องแลป เพราะแม่จะดูว่าใครใช้ได้แต่ทีนี้ปัญหาคือเรายังใช้แล็บไม่ได้ใช้คอมหรือใช้มือถือลูก (นักศึกษาชาย) ใช้ Notebook ครับ (อาจารย์สุธิรา) สิริรัตน์ใช้อะไร (นักศึกษาหญิง) ใช้โทรศัพท์ค่ะ (อาจารย์สุธิรา) มุกใช้อะไรลูก พิมพ์มาบอกก็ได้ กัญญณัฐ ตอนนี้ที่เห็นหน้ากันมี 1, 2, 3, 4, 5 5 คนนะคะ คนอื่นหายไปไหนหมด ที่เหลือนี่พี่ล่ามทั้งนั้นเลยนะหายไปไหนหมด (ล่าม) หนูไม่เห็นเด็กหูหนวกเลยค่ะ วันนี้ เด็กหูหนวกไปไหนหมด (อาจารย์สุธิรา) เดี๋ยวกำลังตาม รอเพื่อน ๆ แป๊บหนึ่งนะ มุกมีคอมพิวเตอร์อยู่นะ โอ.เค. เดชาพลมีคอมพิวเตอร์อยู่ใช่ไหมคะ (นักศึกษาชาย) ครับ อาจารย์ (อาจารย์สุธิรา) มีไหมลูก มีนะครับ โอ.เค. รออีกสัก 10 นาทีนะ รอเพื่อน ๆ มาตอนนี้ผ่อนคลาย เด็ก ๆ จะทำอะไรก่อนก็ได้อีก 10 นาที ค่อยมาเจอกันใหม่พี่การ์ตูนพักก่อนก็ได้ เด็ก ๆ ยังไม่เข้ามา เด็กหูยังไม่เข้ามาน่ะสิ กำลังตาม (ล่าม) เหลือแต่หูหนวก (อาจารย์สุธิรา) เพราะเมื่อวานเขาก็มีเรียนไงก็แจ้งไว้แล้ว (ล่าม) อ๋อ ค่ะ (อาจารย์สุธิรา) เลยงงว่าทำไมไม่เข้าเน็ตที่หอเขามีปัญหาหรือเปล่า (ล่าม) อันนี้ส่วนใหญ่เด็กอยู่หอเพราะว่าถ้าปี 1 ให้เด็กมาแล้วมันมาก่อนที่เขาจะประกาศ (ล่าม) อ๋อ ค่ะ ก็เลยต้องอยู่หอนะ (อาจารย์) ปัญหาคือ เน็ตที่หอน่ะ มันจะไม่ค่อยเวิร์กเท่าไร (ล่าม) เข้าใจค่ะ อาจารย์จะต้องเป็นแบบว่าพอเด็ก ๆ อยู่หอนะ แล้วพอเรียนน่ะ พร้อม ๆ กันมันก็จะดึงเน็ตกัน (ล่าม) ใช่ (อาจารย์)น่าจะติดปัญหาอันนี้เราต้องได้รอแล้วล่ะ เมื่อวานเขาเข้ามาเขาก็เข้ากันอยู่ เพราะว่าแจ้งแล้วพี่ ๆ ก็บอกว่าแจ้งแล้ว ยังไม่เข้ามา เพราะเมื่อวานเขาก็มีเรียน (ล่าม) มีเรียนด้วยหรือคะอาจารย์ (อาจารย์สุธิรา) ของอะไรนะ วิชาเจนเอ็ดภาษาไทยเพื่อการสื่อสารเพราะว่าอันนั้นเขารวมหลายเซกหมายเด็กเรียนรวมกันใช่ (ล่าม) ก็เลยต้องเอาน้องหูหนวกเรียนทีเดียวเลยใช่ไหมคะ (อาจารย์สุธิรา) มีเจ้ามิ้นต์เข้ามาแล้วคนหนึ่ง มิ้นเปิดจอ เห็นแฝดแจ้งว่ากลับบ้านนี่ แล้วกลับมาหรือยัง ไม่ใช่เธอไปฉีดวัคซีนวันนี้นะ เธอบอกว่า... พ่อเขาเรียกกลับน่ะ น่าจะไปฉีดวัคซีนนะ เจ้าแฝดน่ะ นั่นนะสิ นักเรียนหาย แย่แล้ว เด็ก ๆ เด็ก ๆ ไปไหนกันหมด มาแล้ว ๆ เจ้าแฝดมาแล้ว สวัสดีจ้ะ นอนอยู่มาช้าน่ะ มาสาย ๆ พี่การ์ตูนบอกพี่แฝดมาสาย ทำอะไรอยู่ นอนเพิ่งตื่น (ล่าม) นอนเพิ่งตื่นครับ (อาจารย์สุธิรา) กลับบ้านแล้วนอนตื่นสายเด้อ (ล่าม) ใช่ครับ (อาจารย์สุธิรา) อยู่บ้านแล้วตื่นสาย (ล่าม) ต้องขอโทษคด้วยนะครับ (ล่าม) ตอนนี้ผมอยู่บ้านครับ ก็เลยตื่นสายครับ ใช่ครับ สะโลสะเลมากนพกิต (อาจารย์สุธิรา) โหลงเหลงมากวันนี้สมาชิก เพื่อน ๆ เขายังไม่เข้ามา ตอนนี้มีเด็กตากับเด็กปกติ เริ่มเข้ามาแล้ว ๆ จันทกานต์เข้ามาแล้วเปิดกล้องบอกเพื่อนเปิดกล้อง อย่างนั้นแฝดเข้ามาแล้ว ถามแฝดเคยเรียนเขียนโปรแกรมมาหรือยัง เคยเรียนไหม (ล่าม) เคยครับ (อาจารย์สุธิรา) เคยเขียนโปรแกรมภาษาอะไรมาก่อนตอบได้ไหม (ล่าม) ทางแฝดไม่ค่อยชัดน่ะค่ะ (อาจารย์สุธิรา) นั่นน่ะสิดู... บอกเขาทำมือช้า ๆ ให้น้องบอกน้องเอาภาพพื้นหลังออก (ล่าม) เอาออกแล้วครับ (อาจารย์สุธิรา) ภาษาอะไรเคยเรียนภาษาอะไรมาลูก (ล่าม) ก็คือเหมือนกับทำเป็นวิชา อ่าว ภาพน้องหาย สักครู่นะคะ (อาจารย์สุธิรา) ภากรถามภากรบ้าง (ล่าม) เอาใหม่ได้ไหม นพกิจ เมื่อกี้ ล่ามแบบกล้องมันแบบสลับก็เลยแบบภาพขอใหม่ได้ไหม เดี๋ยวพูดให้ (อาจารย์สุธิรา) ถามภากรว่าเคยเรียน ภากรณ์... หูตึง (อาจารย์สุธิรา) ใช่ ๆ (ล่าม) เป็นคนหูตึง ก่อนเรียนคอมพิวเตอร์มีไหมโปรแกรม ทำเองมีไหม (อาจารย์สุธิรา) ภากรได้ยินอยู่หรือได้ยินหรือเปล่า คือ ตอนนี้ (ล่าม) ได้ยินเปล่าได้ยินหรอ ถ้าอย่างนั้น (อาจารย์สุธิรา) แต่พูดไม่ได้หรือพูดได้ไหม (ล่าม) แต่พูดไม่ได้ภาษามืออย่างเดียวใช่เปล่า (อาจารย์สุธิรา) เพราะเหมือนพี่โจโจ้รู้จักพี่โจโจ้อยู่นะ (ล่าม) หนูชื่อพี่โจโจ้ รู้เปล่ารู้ ทราบครับ ทำไมสำคัญตอนนี้อธิบายว่าชื่อพี่โจโจ้ตอนนี้อ่านปาก ฝึก ๆ ใช่ไหม ใช่คราม (อาจารย์สุธิรา) เหมือนจะได้ยินด้วย แต่อ่านปากได้ประมาณนี้ล่ะ (ล่าม) หูตึงถาม โปรแกรม พิมพ์ ๆ น่ะ (อาจารย์สุธิรา) เพราะว่าแม่เห็นบางทีเขาประกาศรับสมัครน่ะ หูตึงเขาก็บอกไว้ ต้องสื่อสารได้ด้วยพูดไว้เลย โอ.เค. ต่อไปใครเข้ามาแล้วแฝดมาแล้ว 18 คนแล้วเพิ่งเข้ามาหายไปไหนแล้วโจ้ จันทร์กานต์น่ะ ไอ้นี่ชื่อเล่นอะไรนะ จันทร์กานต์น่ะ อุ้ม อบ ๆ เปิดกล้องหรือเปล่าอบหายไปไหน อบไม่เปิดกล้องน่ะเงียบ... แล้วก็เจ้ามิ้น (ล่าม) แฝด ๆ เตือน ๆ เพื่อนในไลน์หน่อย (อาจารย์สุธิรา) ธัญญาลักษณ์ นี่ไง ธัญญาลักษณ์ เชอรี่หรือชื่อชื่อภาษามือใช่ไหม ใช่หรือเปล่า (ล่าม) ใช่ค่ะ (อาจารย์สุธิรา) ใช่ไหมถามเขาหน่อย ว่าเคยเรียนเขียนโปรแกรมมาแล้วหรือยัง (ล่าม) ตอนนี้เขามอง (อาจารย์สุธิรา) เดี๋ยวปักพี่ล่าม (ล่าม) พอดีว่าทางล่ามไม่เห็น ขอโทษทีค่ะ เดี๋ยวนะคะ น้องชื่อธัญญาลักษณ์ใช่ไหมคะ ตรึงหน้าจอได้ค่ะ เดี๋ยวสักครู่หนึ่งค่ะ ชื่ออบใช่ไหมธัญ... ธัญญาลักษณ์ภาษามือชัดหรือเปล่า ชัดไหม (อาจารย์สุธิรา) ธัญลักษณ์เข้าใจไหม (ล่าม) เหมือนดูแต่ไม่ได้ดูกล้องลองจันทร์กานต์เสื้อแดงน่ะ (อาจารย์สุธิรา) เพิ่งตื่นนอนดูสภาพเด็กเพิ่งตื่น อบใช่ไหมใช่ไหม อบใช่ไหม (ล่าม) ไม่มีใครมองกล้องเลย (อาจารย์สุธิรา) อบเปล่า อบเปล่าอบไหม (ล่าม) ชื่อภาษามือภาษามือ (อาจารย์สุธิรา) ไม่ดูกล้องเลยดูหรือเปล่า ง่วงนอน สภาพแต่ละคนแต่ละคน [เสียงหัวเราะ] (ล่าม) เหมือนยังไม่ฟื้นค่ะ (อาจารย์สุธิรา) สกลฯ ฝนตก (ล่าม) สกลฝนตกใช่ไหมคะ ฝั่งนี้ปอย ๆ เห็นพี่เขาหรือเปล่านี่ไอ้เจ้าอบ เจ้าอบ จันทร์กานต์ (ล่าม) เปิดกล้องหน่อย เพื่อน เตือน ๆ กล้องเปิดเตือน ๆ กล้องเปิดเดินหนีไปแล้ว (อาจารย์สุธิรา) ธัญญารักษ์ก็ไปแล้วจันทร์กานต์ ก็ (ล่าม) นิ่งเลย (อาจารย์สุธิรา) นั่นน่ะสิ ปิดกล้องอีกแล้วแต่ละคนปิดกล้องหนีเราไปเสียแล้ว 19 แล้ว ๆ เปิดกล้อง (ล่าม) จันทกานต์ใช่ไหม เสื้อเหลืองน่ะผู้หญิง เสื้อเหลืองน่ะ ชื่อภาษามือ ชื่อภาษามือ ผู้หญิงเสื้อเหลืองน่ะ ทำไมคนนี้ไม่คุ้นหน้าเลย (อาจารย์สุธิรา) ดูกล้องกันอยู่หรือเปล่า (ล่าม) ล่ามหูหนวกหูหนวกล่ามเห็นดีไหม ชัดไหมมีเห็น ชัดค่ะ ถามชื่อภาษามือ เสื้อเหลืองน่ะเสื้อเหลืองน่ะ คุณน่ะชื่อภาษามือไหน ใช่ ๆ ชื่อไหนชื่อนี้ใช่ไหม โอ.เค. จันทร์กานต์ชื่อนี้ค่ะ โอ.เค. ลืมขอโทษก็เลยถาม (อาจารย์สุธิรา) เคยเรียนภาษามือไหม (ล่าม) ภาษามือมีไหม เมื่อก่อน ภาษามือแบบเข้าใจ มีเปล่า โอ.เค. เข้าใจค่ะ เข้าใจเคยเรียนค่ะ (อาจารย์สุธิรา) กลัวไม่เข้าใจ ทีนี้พร้อมหรือยัง พร้อมหรือยังคะ พร้อมจะเรียนหรือยังพร้อมไหม ๆ โอ.เค. ค่ะ เดี๋ยวเรามาเริ่มกัน (ล่าม) เริ่มเรียนนะ (อาจารย์สุธิรา) เรามาเริ่มเรียนกันเลยนะเปิดวิดีโอตลอดนะเพราะว่าภาพคะแนนให้มี (อาจารย์สุธิรา) ขอโทษ ๆ เห็นหน้าจออยู่นะคะ วิชาของเราก็คืออันนี้ อันนี้หัวข้อที่จะสอนในวันนี้ ก็คือคอมพิวเตอร์และอัลกอริทึม ก็คือหลักการเขียนโปรแกรมนะหลักการ ก็คือเป็นความรู้เบื้องต้นก่อนจะเขียนโปรแกรม เราควรจะต้องมาทำความรู้ก่อนจากว่าเขียนโปรแกรมอะไร ซึ่งในที่นี้ก็คือเขียนโปรแกรมให้คอมพิวเตอร์นี่ทำงานนะคะ เพราะฉะนั้นสิ่งนั้นที่อยากให้เด็ก ๆ รู้ก็คือเราจะต้องรู้ก่อนว่าระหว่างคนนี่มนุษย์หรือคนนี่ กับคอมพิวเตอร์นี่ มีวิธีการทำงานเป็นอย่างไรนะคะ หรือมีลักษณะของการทำงานของมนุษย์ทำอย่างไร คอมพิวเตอร์ทำอย่างไรถ้าลักษณะการทำงานของคนกับคอมพิวเตอร์มันต่างกันอย่างไร มาดูกัน ดูอย่างแรกก่อนคอมพิวเตอร์มันจะทำงานได้อยู่ 3 อย่าง อย่างแรก คือต้องมี Input หรือการรับข้อมูลเข้านะคะ ซึ่งในคอมพิวเตอร์นี่เราจะเรียกตัวนี้ว่า Input มันจะต้อง Input เข้าไปก่อน ต้องรับข้อมูลเข้าไปก่อนเสร็จแล้วทำอะไรต่อ มันจะมีแค่ 3 ขั้นต้อน คอมพิวเตอร์จะทำงานแค่ 3 ลำดับ ก็คือรับข้อมูลเข้า Input นะคะ ประมวลผล Process แล้วก็แสดงผลหรือ Output หรือคือมี Input มี Process แล้วก็มี Output มันคืออะไร เด็ก ๆ น่าจะงงอาจจะยังไม่เข้าใจ ว่า Input คืออะไร นะคะ คือเขาต้องทำตามขั้นตอนเลยนะ เห็นไหม ต้อง Input เห็นไหมคะ เรียงตั้งแต่ input ไปก่อนเลย Input เสร็จแล้วไป Process Process เสร็จแล้ว Output ก็คือคอมพิวเตอร์จะต้องรับข้อมูล ก็คือเราต้องเขียนโปรแกรมเพื่อให้คอมพิวเตอร์นี่รับข้อมูลเข้าไปการสั่งงานคอมพิวเตอร์นั่นเอง ก็คือคอมพิวเตอร์รับข้อมูลจากเรานั่นเอง Process หรือประมวลผลก็คือคำสั่งเข้ามา Input เข้ามานะคะ ก็จะนำคำสั่งนั้น หรือข้อมูลนั้นมาทำการประมวลผล การประมวลผล ก็คือสิ่งที่สั่งนี่ สั่งให้ทำอะไรประมวลเพื่ออะไร เพื่อจัดทำตามคำสั่งของเรานั่นเองนะคะ เสร็จแล้วเมื่อ Process เสร็จ มันก็จะต้องเป็น Output ก็คือแสดงผลนะคะ ต้องมีการแสดงผลออกมา เห็นไหมคะ พอแสดงผลเสร็จก็ย้อนกลับไปขั้นตอนเดิมใหม่ ก็คือถ้าเราป้อนคำสั่งเข้าไปใหม่ มันก็จะทำวนอยู่แบบนี้นะคะ ก็คือขั้นตอนเขามีแค่นี้คอมพิวเตอร์นี่ มีแค่ 3 ส่วนนี่ ก็คือรับข้อมูลเข้าไปทำการประมวลผลข้อมูล แสดงผลของข้อมูลนั้นนะคะ หลักการรับข้อมูลเข้าของคอมพิวเตอร์นะคะ เราใช้อะไรให้ดูที่เครื่องคอมพิวเตอร์ของเราเป็นหลัก สิ่งที่จะเป็นตัวนำข้อมูลเข้าไปให้คอมพิวเตอร์ได้ ก็คือ 1. เห็นไหมคะ ในรูปก็จะมีคีย์บอร์ดใช่ไหมคะ คีย์บอร์ดจะเป็นตัวคีย์ ตัวพิมพ์ที่เราจะพิมพ์ข้อความหรือคำสั่งนั่นเองลงไปนั่นเองนะคะ แล้วก็เมาส์เห็นไหมคะ เช่น เหมือนเวลาเราใช้โปรแกรมบางโปรแกรม จะใช้เมาส์ควบคุม เมาส์ก็จะเป็นตัวป้อน เหมือนกดเมาส์กดคลิก OK หรือ คลิกตกลงอย่างนี้ นั่นก็คือรับคำสั่งผ่านอุปกรณ์ที่เรียกว่าืInput Unit ก็คือประกอบด้วย คีย์บอร์ด, เมาส์และมียุคใหม่เพิ่มมา เช่น มีเมาส์ปากกานะคะ เช่น ถ้าเราวาดรูป อยู่ดี ๆ คอมพิวเตอร์มันวาดรูปเองไม่ได้เราใช้เมาส์ปากกาวาด เดี๋ยวพอได้เรียนอีกวิชาหนึ่งเด็ก ๆ จะได้รู้จักเมาส์ปากกานะคะ หรือเรียนระบบปฏิบัติการก็จะเห็นว่าลักษณะเป็นแบบนั้น ทีนี้มาดูในส่วนของการประมวลผลนะคะ ก็คือเมื่อได้รับข้อมูลจากคีย์บอร์ดหรือเมาส์แล้วเห็นไหมคะ สิ่งที่จะทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์มันประมวลผลได้เด็ก ๆ จะมองไม่เห็นค่ะ มันจะอยู่ในเครื่องเขาเรียกว่า "CPU" หรือ Cental Processing Unit ก็คือหน่วยประมวลผลกลางนั่นเองมันจะ แล้วก็มีอีกตัวหนึ่ง ที่เรียกว่า Heardisk หน่วยความจำหรือเมมโมรี่ และส่วนอีกความจำหนึ่งสำหรับเก็บข้อมูล ก็คือฮาร์ทดิสก์ ก็คือข้อมูลมันถูกส่งเข้ามา Input เข้ามามันจะมาผ่าน CPU ทำการประมวลผลแล้วเก็บไปอยู่ในหน่วยความจำที่จะเก็บอยู่ในฮาร์ทดิสก์นะคะ ตัวนี้ถ้าได้เรียนระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ก็จะได้เรียนลึกเข้าไปอีกนะคะ เมื่อทำการประมวลผลข้อมูลเสร็จนะคะ คอมพิวเตอร์จะใช้วิธีการแสดงผลลัพธ์ให้เราเห็นได้อย่างไร 1. แสดงออกทางหน้าจอคอมพิวเตอร์เห็นไหมคะ ก็คือเราดูข้อมูลหรือผลลัพธ์หรือผลลัพธ์หรือคำสั่งต่าง ๆ ที่เราส่งเข้าไปนี่ได้จากหน้าจอหรือ 2. แสดงทางเครื่องพิมพ์หรือพรินเตอร์ ก็คือเราสั่งให้มันพรินต์ พรินต์ออกมาให้ดูก็ได้ หรือถ้าไม่แสดงก็สามารถรเก็บไว้ เก็บไว้นะคะ Output เอาไปเก็บไว้ใน Hardisk ไว้ก่อนยังไม่ต้องแสดง เก็บไว้ก่อนก็ได้นะคะ ก็จะมีที่เก็บก็คือฮาร์ตดิสก์นั่นเอง หรือเก็บไว้ใน CD อย่างนี้ สมัยก่อนเขาจะเรียกว่าแผ่นดิสก์ เรียก "แผ่นดิสก์" หรือขึ้นมาหน่อยก็ Handy Drive แล้วก็ ฮาร์ดดิสก์ไดรท์ ที่สามารถเคลื่อนย้ายไปไหนก็ได้แต่ล่าสุด ก็คือเก็บไว้บน Cloud Computer เพราะฉะนั้น ในขั้นตอนนี้คอมพิวเตอร์จะต้องทำงานอยู่ 3 ขั้นตอน ก็คือมันต้องรับข้อมูลเข้ามาก่อนเท่านั้น อยู่ดี ๆ มันทำงานเองเลยไม่ได้นะคะ รับมาเสร็จประมวลผล เสร็จแล้วแสดงผลนะคะ เมื่อกี้เรารู้ไปแล้วว่าคอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไร ทีนี้เรามาดูคนหรือมนุษย์ ก็คือตัวเรานี่ทำงานอย่างไร ถ้าเป็นคน วิธีการรับข้อมูลของคนนะคะ เราจะใช้ข้อมูลผ่านสิ่งที่เขาเรียกว่า "ประสาทสัมผัสทั้ง 5" ก็คือ ตา, หูฅ จมูก, มือ แล้วก็ปาก ผ่านทางตาก็คือการมองเห็นใช่ไหม เหมือนเด็กหูนี่เราไม่ได้ยินใช่ไหมคะ มีการมองเห็นดีใช่ไหม จะใช้วิธีการรับข้อมูลจากทางตานะคะ แต่ทีนี้เด็กตานี่ มองไม่เห็นแต่ได้ยินชัดเจนใช่ไหมคะ จะใช้การรับข้อมูลจากเสียงใช่ไหม การได้ยินเสียงนั่นเองนะคะ ส่วนอื่น ๆ ที่มีเหมือนกัน ก็คือการได้กลิ่น จมูกนั่นเอง วิธีการรับข้อมูลผ่านจมูกของเรา เช่น เหม็น ใช่ไหม กลิ่นเหม็น, กลิ่นหอม ส่วนใหญ่ก็หลัก ๆ นะ มันก็มีเหม็นกับหอมใช่ไหม กลิ่นตุ ๆ อย่างนี้ มีกลิ่นแปลก ๆ อะไรอย่างนี้นั่นก็คือลักษณะของการรับข้อมูลของคนนะคะ การสัมผัสก็คือมือ เหมือนเด็กตามองไม่เห็นแต่ใช้มือสัมผัสได้ใช่ไหมคะ สัมผัสแล้วก็รู้ได้ว่ามีลักษณะอย่างไร มีผิวสัมผัสอย่างไร มีรูปทรงอย่างไรนะคะ และทางปาก ก็คือรสชาตินั่นเอง เรารับข้อมูลผ่านปาก ก็คือรู้รสเผ็ด, เปรี้ยว, หวาน, มัน, เค็ม เป็นรสสัมผัสผ่านปาก รับข้อมูลเข้าเข้าผ่านปาก เหมือนตัวเล็กรู้รสนิ้วโป้งตัวเอง เลยลองชิมดูเห็นไหมคะ พัฒนาการของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันนะคะ เหมือนเด็กหูไม่ได้ยินแต่จะสายตาได้ดีใช่ไหมคะ จะมองภาพแล้วจดจำผ่านสายตา ส่วนเด็กตามองไม่เห็นแต่ได้ยินชัด แต่สัมผัสได้ชัดเจน สัมผัสของสิ่งนี้มีลักษณะอย่างไร อะไรอย่างไรใช่ไหมคะ นั่นก็คือวิธีการรับข้อมูลของคนจะเป็นอย่างนี้เห็นไหม ของคนนี่ แยกได้หลายส่วนเลย ใช่ไหมคะ แต่ของคอมพิวเตอร์นี่มันรับส่วนเดียวเลย คือ เราต้องป้อนไปให้มัน แต่ของคนนี่ไม่ต้องป้อน เช่น บางทีเหมือนเราเดินไปหรือนั่งรถ ให้นึกถึงเหมือนเรานั่งรถไปเที่ยวอย่างนี้นะคะ สิ่งที่เรารับ ก็คือสิ่งที่เราเห็นใช่ไหมคะ แต่บางคนพอได้ยิน ได้ยินด้วยมีเสียงอย่างนั้น อย่างนี้ ใช่ไหมคะ อาจจะบอกได้ว่าถึงตลาดแล้วนะ เหมือนเด็กตานี่มองไม่เห็นแต่ได้ยินเสียงว่าแถวนี้เป็นแถวไหนอะไรอย่างไร อย่างนี้นะคะ กับใช้วิธีการสัมผัสใช่ไหมคะ อย่างนี้เป็นต้น นั่นคือส่วนของการรับข้อมูลของคน ทีนี้เรามาดูการประมวลผลข้อมูลของคน คนใช้วิธีประมวลผลอย่างไรนะคะ ของคนนี่แยกออกเป็น 3 ส่วนเลย การประมวลผลของคน แยกตามวิธีการคิดคำนวณ แยกเป็นส่วนของความรู้ แล้วก็แยกเป็นส่วนของความจำ ก็คือถ้าเกี่ยวกับตัวเลขนะคะ การประมวลผลในการคิดคำนวณ ก็คือเกี่ยวกับตัวเลข หรือสถิตินะคะ สำหรับคนนะคะ ความรู้เช่น เหมือนวันนี้สอนเข้าไปนี่ ป้องเข้าไป ป้อนข้อมูลเข้าไปนี่ นั่นก็คือความรู้นะคะ ก็คือสิ่งที่เราไปเรียน ไปศึกษาเอาเอง หรืออ่านเอาเองอย่างนี้ หรือเดี๋ยวนี้เด็กยุดใหม่น่าจะไม่นิยมอ่านหนังสือส่วนใหญ่จะเป็นดู Youtube ใช่ไหมนะคะ ส่วนใหญ่จะไปดู Youtube กันเป็นความรู้ที่ได้จากการรับข้อมูลที่บอกไว้ในข้างต้นของคนการดูการฟัง การกินการดมกลิ่นนะคะ อย่างนั้นเป็นต้นนะคะ ทีนี้ส่วนความจำคนจะมีการเก็บความจำอย่างไร ก็คือตั้งแต่เล็กจนโตนี่มันจะบันทึกอัตโนมัติ สมองนึกออกนะ เด็ก ๆ บางคนนี่ตอนเล็ก ๆ อาจจะจำไม่ได้ แต่ตอนโตมา ตอนเล็ก ๆ อาจจะจำไม่ได้ แต่เหมือนเรียนไปนี่ ตอนแรก ๆ ที่สอนไปนี่อาจจะยังไม่จำใช่ไหมคะ สิ่งที่เราทำซ้ำ ๆ คนทำซ้ำ ๆ ความจำที่ดีที่สุด ก็คือกระทำสิ่งนั้นซ้ำ ๆ ก็คือฝึกซ้ำทำซ้ำบ่อย ๆ ทำซ้ำหลาย ๆ ครั้งนะ ก็จะเกิดความจำ ก็จะเปิดทักษะ เพราะฉะนั้น ที่เด็ก ๆ มาเรียนกันนี่ถ้าเด็ก ๆ ไปพยายามฝึก นึกออกนะคะ ไม่พยายามอ่านซ้ำ ๆ หรือทำสิ่งที่แม่สอนไปซ้ำ ๆ นี่ ความจำของเด็ก ๆ จะไม่เกิดสิ่งที่จะทำให้เกิดความจำได้ นั่นก็คือการทำซ้ำ ทำสิ่งนั้นซ้ำ ๆ นะคะ แล้วมันจะทำให้เกิดอะไรต่อ มันจะทำให้เกิดความรู้ได้ด้วยพอจำได้ใช่ไหม ไม่มีใครเหมือนที่เมื่อเหมือนที่เมื่อตอนต้นแม่ถามไป ว่าใครไปเรียนเขียนโปรแกรมมาแล้วบ้าง บางคนตอบยังไม่เคยเลยเห็นไหมคะ ไม่เคยไม่เป็นไร เรามาเรียนรู้ได้นะคะ เรียนแล้วเราทำอะไร เราทำซ้ำ ๆ น่ะ ฝึกปฏิบัตินั่นเอง วิชาปฏิบัติเด็ก ๆ จะต้องเขียนบ่อย ๆ เขียนซ้ำ ๆ นะคะ เขียนโน้ตพยายามเขียนโน้ตไว้ด้วย คำสั่งนี้ทำอย่างไร 1. หัดจดด้วยคือ ที่แม่พบปัญหานี่ ก็คือเหมือนเด็กหูน่ะ เขาเห็นอย่างเดียวเขาไม่ได้ยินนี่ เขาจะจดไม่ได้ เขาจะต้องดูสไลด์ใช่ไหมคะ ทีนี้แต่ทีนี้สไลด์เราเรามีไว้ให้ดูย้อนหลังได้อีก เด็ก ๆ ควรจะทบทวนด้วยการจด จดด้วยตัวเอง 1 ครั้งนะคะ เสร็จแล้วก็ทำซ้ำ ๆ จดซ้ำ ๆ นี่มันจะเกิดความจำขึ้นมา พอมีความจำแล้วก็จะมีความรู้ก็จะเกิดนะคะ ควรฝึกให้เป็นนิสัย ไม่ใช่เด็กหูนะคะ เด็กตาก็เหมือนกัน เราจะเป็น เรียนแล้ว ทำอย่างไร ทำให้ได้เรียนให้รู้ ต้องใช้วิธีนี้นะคะ เด็ก ๆ ไม่เข้าใจต้องถาม ไม่ต้องกลัวแม่ดุนะคะ วิชานี้เราถามได้คุยได้ ใครไม่ทันให้ยกมือนะคะ เราเรียนไปแบบเรียนรู้ร่วมกันไม่รีบไม่ร้อน ค่อย ๆ เรียน นั่นก็คือวิธีการการประมวลผลของมนุษย์มันจะเกิดอยู่ 3 ส่วน ก็คือเกิดจากส่วนของการคิดคำนวณส่วนของความรู้แล้วก็ส่วนของความจำ ทีนี้มาดูการแสดงผลลัพธ์ของมนุษย์ล่ะ เมื่อกี้ป้อนเข้าไปแต่การแสดงผลลัพธ์ของมนุษย์ล่ะป้อนเข้าไปนะคะ แสดงออกได้อย่างไรบ้าง 1 ใช้การพูดออกมาเหมือนที่แม่ถามนะใคร... ใครเคยเรียนมาแล้วบ้าง ทุกคนไม่ได้พูดแต่ใช้วิธี ก็คือถ้าเป็นเมื่อกี้ที่เราแชทถ้าสมัยก่อน มันก็คือการเขียน แต่ทีนี้ถ้าเป็นยุคใหม่หน่อยมันก็จะเป็นการพิมพ์นะ หรือการอ่าน เห็นไหมคะ การแสดงผลลัพธ์ การอ่านให้ฟังหรือพูดให้ฟัง แล้วก็การเคลื่อนไหว เช่น เด็กหูพูดไม่ได้ใช่ไหมคะ แต่ใช่ภาษามภาษามือได้ นั่นก็คือการเคลื่อนไหว ใช้วิธีการเคลื่อนไหว โดยใช้ภาษามืออย่างนี้นะคะ นั่นก็คือการแสดงผลของข้อมูลของมนุษย์ ที่รู้สิ่งที่รับเข้าไป เช่น สมมตเมื่อเช้าเดี๋ยวจะถามดูนะคะ เดี๋ยวจะลองถามทีละคน อยากรู้ตัวเองเป็นมนุษย์และการข้อมูลเข้าไปเมื่อเช้านี้ ลองมาดูกันนะคะ ทุกคนผ่านระบบแรกเลย ที่เด็ก ๆ น่าจะรู้เมื่อเช้านี้กินข้าวกับอะไรลองตอบพิมพ์ตอบมาค่ะ ทุกคนเลย กินข้าวกับอะไร เมื่อเช้า ตอนเช้า เมื่อเช้ากินข้าสกับอะไรตอบมาสิ มาม่าเกาหลีมาแล้วครับ ยังไม่ได้ทานใครกินข้าวกับอะไรมาแล้วบ้างมีคำถามต่อ เพราะฉะนั้น ตอบมาก่อน ๆ มีใครตอบมาแล้ว เดชาพลบอกมาม่าเกาหลี มาม่าเกาหลีแต่เช้าเลยหรือลูก แซบบ่ อร่อยไหม เดชาพลมาม่าเกาหลี ยังไม่ได้ทานอยู่ 2 รสเผ็ดหรือเปล่าลูก เดชาพลได้ยินไหมครับ ไม่ได้เปิดเสียงหรือ ได้ยินอยู่ รสชาติเป็นอย่างไร มาม่าเกาหลีมีเผ็ด มีเปรี้ยว (นักศึกษาชาย) รสเผ็ดครับ สีดำ (อาจารย์สุธิรา) อ๋อ รสเผ็ดแสดงว่าชอบกินเผ็ดใช่ไหมชอบกินเผ็ดหรือเปล่าเรา แสดงว่าเดชาพลชอบกินเผ็ดใช่ไหม ข้าวมันไก่ สันติภาพตอบข้าวมันไก่ ไปซื้อจากไหน ไปซื้อจากไหน สันติภาพ (นักศึกษาชาย) ไปซื้อที่โรงอาหาร (อาจารย์สุธิรา) อย่างถามสันติภาพนี่ ข้อมูลที่สันติภาพรับเข้าไป ก็คือโรงอาหารไปอย่างไรตอบแม่ได้ไหม ไกลไหมครับ (นักศึกษาชาย) ไกลพอสมควร ในหอหรือตรงไหนลูกตรงในหอครับ (อาจารย์สุธิรา) ที่อยู่ตรงหอใช่ไหมความจำ สันติภาพใช้วิธีการจำว่าอยู่โรงอาหาร ใช้วิธีไหนจำได้ไหม (นักศึกษาชาย) ร้านข้าวแกง (อาจารย์สุธิรา) ร้านข้าวแกงร้านก๋วยเตี๋ยว (อาจารย์สุธิรา) มีร้านก๋วยเตี๋ยวลักษณะนี้จะเป็นความจำสันติภาพรู้แล้วว่าโรงอาหารมีอะไรขายนั่นก็คือจำ อาจจะ สันติภาพอาจจะไม่เห็น แต่จะรู้ได้อย่างไรใครพาไป หรือใครบอก (นักศึกษาชาย) วันแรกเพื่อนพาไปครับ (อาจารย์สุธิรา) ใช่ไหม (นักศึกษาชาย) ส่วนใหญ่ตรงหอมันเลี้ยงครั้งเดียว แล้วก็เดินตรงไปเลย (อาจารย์สุธิรา) เดี๋ยวนี้ไปเองได้แล้วใช่ไหมครับ (นักศึกษาชาย) ใช่ครับ (อาจารย์สุธิรา) โอ.เค. คนอื่นต่อใครยังไม่ได้กิน จันทกานต์ยังไม่ได้กิน สิริลัษณ์ยังไม่ได้กินอาฟาเบตก็ยังไม่ได้กินยังไม่ได้กิน นพกิตแฝดอยู่ไหนเอ่ยแฝดนะ แฝด กินข้าวกับอะไรแกงหน่อไม้ แกงหน่อไม้แต่เช้าเลย แกงหน่อไม้อย่างเดียวหรือ ใครทำให้กินอร่อยไหม อร่อยไหม อร่อย คนอื่นส่วนใหญ่ยังไม่ได้กินนะ มีกินไม่กี่คนเอง เลยถามต่อไม่ได้เลย อดิศรก็ยังไม่ได้กิน เพิ่งตื่นใช่ไหมนี่สภาพ อดิศรก็ยังไม่ได้กิน ข้าวเช้ายังไม่ได้กิน วริศาก็ยังไม่ได้กิน เพิ่งพากันตื่น ถามอดิศรทำไมวันนี้ตื่นสาย ตื่นสาย วาริศาล่ะ ตื่นสายหรือทำไมถึงเข้าห้องช้า เน็ตหลุดอีกแล้ว ถามธัญรัตน์ก็ได้ ธัญลักษณ์ อยู่บ้านหรืออยู่หอ หันหนีตลอดเลยลูกหันหนีกล้องตลอดเลยลูกฉัน ฮัลโหล อ่าวอยู่ด้วยกัน ไอ้ 2 คนนี้อยู่บ้านหรืออยู่หอมันดูอะไร (ล่าม) อาจารย์คะ พอดีล่ามไม่เห็นกล้องของธัญลักษณ์น่ะค่ะ (อาจารย์สุธิรา) น้องเปิดอยู่นะ น้องใส่เสื้อแดงดำน่ะค่ะ เห็นไหมคะ (ล่าม) ไม่เห็นน่ะค่ะ เห็นแต่วาริศา (อาจารย์สุธิรา) น่าจะเป็นสัญญาเน็ตอย่างนั้นจันทกานต์ล่ะคะ น้องเสื้อเหลืองเห็นไหมคะ สีหู สีตา สภาพเพิ่งตื่นนอน (ล่าม) เสื้อเหลือง ๆ ไม่เห็นค่ะ พอดีว่าหนูเปิดจากจอโน๊ตบุ๊กน่ะค่ะ (อาจารย์สุธิรา) แต่อาจารย์ก็ปักหมุดอยู่นะเสื้อเหลืองน่ะค่ะ จันทกานต์เจ้าอบ ๆ ตื่นสาย นอนนอนดึกหรือทำอะไรอยู่ ทำไมวันนี้เข้าเรียนสาย กล้องมันมัวนะ กล้องเด็กน้อยน่ะ มองเห็นไม่ค่อยชัดน่ะ เขาทำภาษามือดูยากเหมือนกัน เพราะพี่ล่ามบอกไม่เห็นกล้องน้อง น่าจะเป็นกับสัญญาณเน็ตเขาด้วย เพราะนี่เราเห็นภาพมันก็เป็นกระตุก ๆ เห็นไม่ชัดเหมือนกัน (ล่าม) หนูเห็นวริศาค่ะ (อาจารย์) ค่ะ ๆ ไม่เป็นไรค่ะ ปิดกล้องอีกภากร (ล่าม) อันนี้หูหนวกหรือเปล่าคะ ภากรณ์ (อาจารย์สุธิรา) ภากรณ์หูหนวกค่ะ หายไปไหนแล้ว Hello ภากรณ์หายไปแล้วไปกินข้าวหรือยัง รีบไปกินข้าวกันเลยทีเดียวเชียว ไม่เป็นอะไรนะคะ ไปต่อนะคะ ดูสไลด์เราต่อเมื่อกี้ที่ถามไป ก็คือการแสดงผลลัพธ์ลัพธ์ใช่ไหม ถามจากสิ่งที่เด็ก ๆ รับมาเมื่อเช้า ก็คือผ่านการกิน กินอะไรเข้าไปก็พิมพ์ตอบ หรือเขียนตอบยังไม่ได้กินเลย บางคนก็บอกว่ากินข้าวมันไก่ บอกบางคนตอบมาม่าเกาหลีนะคะ เหมือนสัติภาพบอกข้าวมันไก่ ก็เลยถามต่อไปซื้อที่ไหน แล้วรู้ได้อย่างไรโรงอาหารมีอะไร สันติภาพนี้มีความรู้จากการที่เพื่อนพาไป เพราะเป็นเด็ก ปี 1 เพราะมาอยู่นี่ยังไม่รู้ใช่ไหมโรงอาหารอยู่ตรงไหนอะไรอย่างไร เพราะเพื่อนพาไปเขาก็จำ เขามีความรู้ขึ้นมา นั่นก็คือในส่วนของคน ทีนี้ถ้าทำเป็นตารางให้เห็นนะคะ เพื่อเปรียบเทียบกระบวนการทำงานของคนกับคอมพิวเตอร์เห็นไหมคะ คนจะทำงานผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ก็คือ ตา, หู, จมูก, ปาก แล้วก็มือนะคะ ส่วนคอมพิวเตอร์นี่นะคะ ผ่านอะไร ผ่านคีบอร์ด, ผ่านเมาส์, ผ่านอุปกรณ์ที่สำหรับรับข้อมูลของคอมพิวเตอร์นั่นเองนะคะ ส่วนการประมวลผลหรือ Process ถ้าเป็นคนก็ใช้สมองในการ Process นั่นเอง ส่วนสมองของคอมพิวเตอร์สมองของคอมพิวเตอร์ ก็คือ CPU นั่นเองนะคะ เห็นไหมคะ ลักษณะของคอมพิวเตอร์ก็ทำงานเลียนแบบมาจากคนนั่นล่ะ เพื่อใช้ในการประมวลผลแล้วก็ต้องมีหน่วยความจำเห็นไหมคะ เพื่อเก็บ เก็บข้อมูลแล้วก็มีฮาร์ดดิสก์ไว้สำหรับเก็บที่จะเกี่ยวกับการประมวลผลนั่นเองนะคะ ตามยุคตามสมัยว่าอย่างนั้นเถอะ ทีนี้มาดูในส่วนของการแสดงผล ถ้าเป็นคนวิธีการจะแสดงผลลัพธ์ของคน ก็คือใช้วิธีพูด, วิธีอ่านวิธีเขียน หรือใช้การเคลื่อนไหว ท่าทางนั่นเอง หรือเด็กหูพูดไม่ได้ อ่านไม่ได้ก็ใช้ภาษามือ ก็คือการเคลื่อนไหว หรือท่าทางภาษามือนั่นเอง แต่คอมพิวเตอร์นี่ จะแสดงผ่านหน้าจอหรือผ่านเครื่องพิมพ์นะคะ หรือถ้ายังไม่แสดงเก็บไว้ เก็นข้อมูลไว้ในฮาร์ดดิสก์ก็ได้ อย่างนี้นะคะ ทีนี้สิ่งเรารู้ไปแล้วว่าคอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไรทีนี้เราทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้โดยวิธีการเขียนโปรแกรมนี่มันต้องมีขั้นตอนนะคะ ขั้นตอนการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์นี่ มีอยู่ด้วยกัน 5 ขั้นตอนมี อยู่ ๆ ทำเองไม่ได้ ทำด้วยตัวเองไม่ได้นะคะ คนจะต้องเป็นคนควบคุมหรือสั่งการเท่านั้นนะคะ หลักในการเขียนโปรแกรมมี 5 ขั้นนะคะ หลักสำคัญ ๆ นี่ก็คือ 1. จะต้องมีการวางแผนก่อนะคะ อยู่ดี ๆ จะไปสั่งมันทำเลยไม่ได้นะ สั่งมาทำเลยไม่ได้นะคะ เพราะคอมพิวเตอร์บางอย่างทำงานได้เป็นบางอย่างเหมือนคอมพิวเตอร์ PC กับโน๊ตบุ๊กหรือ Tablat เห็นไหมคะ ลักษณะการทำงานก็แตกต่างกัน เพราะเหมือนถ้าคอมพิวเตอร์ PC ถ้าจอคอมพิวเตอร์ไม่ใช่เป็นแบบทัชสกรีนเห็นไหมคะ ถ้าใครใช้มือถือน่ะลักษณะของมันจะมี Touch Screen การรับข้อมูลของมือถือนี่ ก็มีลักษณะคล้าย ๆ คอมพิวเตอร์เหมือนกันแต่ทำงานได้ไม่เยอะเท่าคอมพิวเตอร์ว่าอย่างนั้นเถอะนะคะ ทีนี้มาดู ขั้นแรก วางแผนว่าจะทำอะไร ว่าเราจะให้คอมพิวเตอร์ทำอะไรเราต้องมีแผนให้มันเสียก่อน มีแผนเสร็จทำอะไรต่อ ต้องมาวิเคราะห์ค่ะ วิเคราะห์ปัญหาแผนจะเกิดจากไหนเกิดจากการที่ เกิดปัญหาขึ้นมาเสียก่อนว่าอยู่ ๆ จะเขียนโปรแกรม 1 โปรแกรมนี่จะเป็นอย่างไรไม่ใช่นึกอยากเขียนก็เขียน ไม่ใช่ เพราะหลักการที่เราจะเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ขึ้นมา ก็คือ 1. เพื่อพัฒนาระบบหรือไปแก้ปัญหาที่คนไม่สามารถไปทำงานได้อย่างนี้จะเป็นลักษณะนั้นนะคะ พอทำแผนเสร็จ มาวิเคราะห์ปัญหาก่อนนะคะ เมื่อรู้ปัญหาแล้ว วิเคราะห์ออกมาแล้วว่าวิเคราะห์ปัญหาอะไรเป็นอย่างไรนี่ เราก็ต้องมาออกแบบให้มันดีไซน์นั่นเองนะคะ ดีไซน์ให้คอมพิวเตอร์ทำงานนั่งเองออกแบบว่า จะให้คอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไรเมื่อรู้ขั้นตอนการออกแบบแล้วมาพัฒนาโปรแกรม ซึ่งในส่วนของการพัฒนาโปรแกรมนี่ มีขั้นตอนย่อย ๆ อีก 3 ขั้นตอน ก็คือ 1. ขั้นตอนของการเขียนเห็นไหมคะ เขียนเสียก่อน แล้วก็ทำอะไรทดสอบค่ะ ก็คือเอาโปรแกรมที่เราเขียนนี่ไปทดสอบก่อน ทดสอบเพื่ออะไร เพื่อหาข้อผิดพลาดหรือดีบัคเห็นไหมคะ ก็เราเราจะต้อง Coding Testing ก็คือทดสอบ Test เสร็จก็ดู Debugging ก็คือดูข้อผลิดพลาดเป็นไปไม่ได้ว่า เขียนโปรแกรมแล้วจะไม่มีบัค ไม่มี Debuging น่ะ ก็คือปกติเขียนโปรแกรมนี่มันจะต้องเกิดปัญหาเสมอ จะต้องมี Debugging เสมอครั้งแรกนี่จะต้องติด ลืมนั่นลืมนี่ตรงนั้นพลาดไป ตรงนี้พลาดไปอย่างนี้นะคะ และสุดท้ายในขั้นตอนการพัฒนาก็คือเมื่อเกิดข้อผิดพลากนี่มันก็จะวนย้อนกลับไปก่อนนะคะ ว่าจะต้องไปดูที่ Code ใหม่ แล้วก็ไปดู Coding ใหม่ แล้วก็เอามา Test ใหม่ แล้วก็มาดู Debugging ใหม่เมื่อมันไม่มีปัญหาอะไรแล้วนี่มันจะอยู่พอใช้ ๆ ไปมันก็จะมาถึงขั้นตอนสุดท้าย ก็คือต้องมีการดูแลรักษาโปรแกรมนะคะ ต้องคอยหมั่น อาจจะมีการดูแลรักษาในทีนี้ อาจจะไม่ใช่ทำความสะอาดนะ ของโปรแกรมมันก็จะเป็น เช่น มาดูว่ามีอะไรเพิ่มไหม ก็คือต้องมีการเพิ่มข้อมูล ก็คือต้องมีการอัปเดตข้อมูล เหมือน Windows น่ะเดี๋ยวนี้ Windows อัปเดตบ่อยบางทีทุกเดือนบางที 2 อาทิตย์ 3 อาทิตย์การมันจะอยู่ในส่วนของการดูแลรักษาโปรแกรมมันจะมีการอัปเดตออกมา ก็คือเพื่อพัฒนาตัวโปรแกรมเพื่อสามารถทำงานได้ดียิ่งขึ้นยิ่งขึ้นนะคะ นี่ก็คือขั้นตอนที่เราจะต้องจำไว้นะคะ นั่นก็คือหลักในการเขียนโปรแกรมของเรานั่นเอง ทีนี้ในส่วนของการพัฒนาโปรแกรมเรามาดูรายละเอียดกันว่า Planning นี่เห็นไหมคะ ได้มีการอธิบายไว้ว่าก็คือ Planning ก็คือการวางแผนนะคะ วางแผน เราจะวางแผนได้อย่างไรเราจะต้องมองปัญหาก่อน หาปัญหาหาขั้นตอน หาเครื่องมือนะตะคือเราจะต้องรู้ก่อนว่าสิ่งที่เราจะทำนี่เรามีเครื่องมือพร้อมไหม เห็นไหมคะ ต้องมาตรวจสอบหน่วยงาน สมมติหน่วยงานหน่วยงานหนึ่งนี่ต้องการพัฒนาโปรแกรมขึ้นมา 1 โปรแกรมนี่อยู่ ๆ ทำเลยไม่ได้ เราต้องไปดูก่อนว่าสิ่งที่จะใช้ในการเขียนโปรแกรมเครื่องใช่ไหมคะ เราต้องมีคอมพิวเตอร์เพราะเขียนโปรแกรมด้วยมือไม่ได้ ต้องใช้คอมพิวเตอร์เพราะถ้าเขียนด้วยมือ เราจะไม่สามารถ Testingได้ เมื่อ Tasting ไม่ได้ เราก็มา Debug เห็นไหมคะ ก็เขียนข้อผิดพลาดไม่ได้ถึงได้บอกว่า เราจะวิชาเราถึงต้องเป็นวิชาปฏิบัติ เพราะมันต้องใช้คอมพิวเตอร์ เขียนด้วยมือไม่ได้ การเขียนด้วยมือน่ะ คือ เขียนตอนไปสอบเป็นความรู้ ความจำแล้วอันนั้นน่ะแต่ในทางปฏิบัติแล้ว มันต้องเขียนด้วยคอมพิวเตอร์นะคะ เราต้องมาดูว่าเรามีเครื่องไม้เครื่องมืออะไร วางแผนว่าถ้าไม่มีจะทำอย่างไรนะคะ จะใช้อะไรมาช่วยหรือต้องหาอะไรมาเพิ่มในการวางแผนนะคะ เสร็จแล้วิเคราะห์ปัญหาเห็นไหมคะ วิเคราะห์ตามอะไร เห็นไหม วิเคราะห์ตามการทำงานของคอมพิวเตอรเลยสิ่งที่เราต้องการ Inputcation หรือการระบุข้อมูลเข้าต้องวิเคราะห์ให้เหมือนว่าเหมือนเราต้องคิดว่าตอนนี้ถ้าเราเป็นคอมพิวเตอร์นี่สิ่งที่คอมพิวเตอร์รับเข้าไปได้มีอะไรบ้าง จะป้อนอะไรเข้าไปในคอมพิวเตอร์บ้างเห็นไหมคะ นั่นก็คือวิเคราะห์ส่วนของการระบุข้อมูลเข้า จะป้อนอะไรเข้าไปให้มัน ทีนี้เมื่อมองสิ่งที่ป้อนเข้าไปต้องมามองสิ่งที่ออกมา ก็คือเมื่อมองข้อมูลนี้อยากได้อะไรออกมาเห็นไหมคะ การระบุข้อมูลออกออก Output Explantion cat ก็คือต้องดูจากอะไร ต้องดูจากสิ่งที่นำเข้า เอาอะไรเข้าไปแล้วก็มาดูที่ผลลัพธ์ที่เราอยากให้คอมพิวเตอร์แสดงแสดงผลออกมานะคะ เราอยากให้คอมพิวเตอร์แสดงอะไรออกมาเห็นไหมคะ นั่นก็คือต้องมาวิเคราะห์แล้วว่าอยากให้คอมพิวเตอร์ทำอะไรได้ แสดงอะไรได้นะคะ ก็จะเป็นส่วนของ Output Explantion นะคะ และเมื่อรู้ว่าป้อนอะไรเข้าไปเข้าไปผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร ทีนี้มาดูการประมวลผลนะคะ เราจะต้องมากำหนดมันจะต้องประมวลผลอย่างไร ก็คือกำหนดวิธีการให้เครื่องมันดำเนินผลกำหนดให้เครื่องมันคิด เห็นไหมคะ คอมพิวเตอร์มันคิดเองไม่ได้นะคะ ทำเองไม่ได้ เราต้องสั่งเขาเพราะฉะนั้น ก่อนที่เราจะสั่งเขาได้ เราต้องเข้าใจการทำงานของคอมพิวเตอร์ก่อนนะคะ เพราะฉะนั้น องค์ประกอบที่จะทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้นะคะ สิ่งที่เราจะให้คอมพิวเตอร์ได้มีอยู่แค่ 3 ส่วนก็คือ Input, Output แล้วก็ Process เห็นไหมคะ จะย้ำเสมอ ให้ท่องเลยจะทำงานเมื่อมี Input เข้ามา เสร็จแล้วทำอะไร เสร็จแล้วเมื่อรับ Input เข้ามาแล้ว คอมพิวเตอร์ทำการประมวลผล ก็คือ Process นะคะ Process เพื่ออะไรเพื่อแสดงผล ก็คือ Output เห็นไหมคะ Input Process แล้วก็ Output ออกมาจะต้องดูจาก Input Output แล้วก็ Process ขั้นตอนการวิเคราะห์จะดูอีกมุมหนึ่งนะคะ แต่การทำงานของคอมพิวเตอร์จะเรียงตามขั้นก็คือป้อนข้อมูลเข้าไป ประมวลผลแล้วก็แสดงผล ก็คือ Input, Process แล้วก็ Output แต่ในขั้นตอนการวิเคราะห์นี่เราจะต้องเริ่มจาก Input Output แล้วก็ Process นะคะ ต่างกัน อย่าจำสับสนนะคะ ทีนี้เมื่อรู้แล้วเห็นไหมคะ เมื่อวิเคราะห์ออกมาแล้ว เราก็มาออกแบบตัวนี้ล่ะค่ะ ที่จะเป็นหลักในการจะเขียนโปรแกรมได้นี่ ไม่ใช่พอวิเคราะห์เสร็จไปนั่งคีย์ เขียนโปรแกรมนะคะ เราจะต้องมาทำการออกแบบให้มันเสียก่อนออกแบบ ไม่ใช่ออกแบบให้มัน ออกแบบให้คนนี่ล่ะ ออกแบบให้สมนุษย์นี่นะคะ เพราะอะไร เพราะเราจะต้องหลักการออกแบบในสคอมพิวเตอร์นี่นะคะ ในภาษาคอมพิวเตอร์เราจะใช้คำว่า "Algorithm" เด็ก ๆ จะต้องจำคำนี้นะคะ เพราะคำนี้ ถ้าถามถึง อัลกอริธึมของคอมพิวเตอร์ เมื่อถามถึงเด็ก ๆ จะต้องเข้าใจให้ได้ก่อนนะคะ ทีนี้ อัลกอริทึมที่เราจะเรียนนี่วิธีทำจะมีอยู่ 3 ลักษณะ คือ อัลกอริทึมแบบที่ 1 เป็นการบรรยายานะคะ Manative Description การบรรยาย ก็คือใช้คำพูด ใช้วิธีการบรรยายออกมาเป็นตัวอักษร เด็ก ๆ จะต้องเขียนออกมา เขียนอัลกอริทึมออกมา 1. เขียน เขียนแบบไหน เขียนบรรยายเห็นไหมคะ นั่นก็คืออัลกอริธึมแบบบรรยายนะคะ ทีนี้มาดูอัลกอริทึมแบบต่อไปแบบเป็นผังลำดับงาน หรือที่เรียกว่า Flowchart ก่อนจะเรียนได้ให้ไปค้นคำนี้มาแล้วใช่ไหมคะ อัลกอริทึม Flowchart อันดับสุดท้าย หรือ รหัสจำลองมันจะอ่านว่า "Pseudo-Code" มาดูในส่วนของ Flowchart ตัวนี้เราจะใช้วิธีเขียนเป็นรูปภาพแสดงขั้นตอนนะคะ ก็คือเราจะต้องทำรูปภาพที่แสดงให้เห็นขั้นตอนการทำงานของโปรแกรมหรือการแก้ปัญหาของโปรแกรมนั่นเองนะคะ และตัวต่อมา Pseudo-Code Pseudo-Code ตัวนี้จะเป็นตัวเริ่มต้นของการเขียนโปรแกรมนะคะ จะเป็นคำข้อความนี่นี่ที่แสดงเขียนแสดงขั้นตอนการทำงานของโปรแกรมนั่นเองสามารถเขียนได้เป็นภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษแต่แม่จะสอนให้เขียนเป็นภาษาอังกฤษ เพราะว่าอะไร ภาษาอังกฤษแล้วมันจะต่อเนื่องไปถึงการเขียนโปรแกรมจะได้จำง่ายแล้วก็ฝึกภาษาอังกฤษไปด้วยในตัวสิ่งที่เด็ก ๆ จะต้องใช้เพิ่มนะคะ ก็คือต้องหัดใช้ Google แปลให้คล่อง เวลาเราเรียนนี่เปิดไว้เลย Google แปลภาษา เพราะเราจะต้องเอาคำศัพท์คอมพิวเตอร์นี่มาใช้ คำศัพท์มันก็จะต้องเป็นภาษาอังกฤษนะคะ เพราะเวลาตั้งชื่อตัวแปรนี่ คอมพิวเตอร์มันจะไม่รู้จักการสั่งงานที่เป็นภาษาไทยนะคอมพิวเตอร์จะทำงานผ่านภาษาอังกฤษเท่านั้นนะคะ เพราะฉะนั้น เราจะต้องหมั่นใช้โปรแกรม Google แปลให้คล่อง ๆ ก็คือพิมพ์ให้ไว ๆ สิ่งที่อยากให้เด็ก ๆ เรียนเพิ่ม ฝึกหัดเพิ่มเติม ก็คือฝึกพิมพ์ดีดนะคะ พิมพ์คอมพิวเตอร์น่ะค่ะ เพื่อให้พิมพ์เร็ว เพราะเวลาเขียน เวลาเรา Coding น่ะค่ะ เราจะได้ตามกันทันนะคะ เมื่อกี้อธิบายถึงรูปแบบของอัลกอริธึมที่เราจะทำกันไปแล้วนะคะ ทีนี้ลองมาดูความหมายของอัลกอริทึมอีกทีหนึ่งนะคะ อัลกอริธึมมันก็คือการอธิบาย อธิบายการทำงานขอโปรแกรมโดยต้องอธิบายให้เป็นขั้นตอนนะคะ คอมพิวเตอร์มันจะทำงานเป็นขั้นเป็นตอนเท่านั้นนะคะ มันจะไม่เหมือนคนน่ะคนนี่เวลาเขียนอัลกอริธึม สมมตินะคะ สมมติอยากให้เด็ก ๆ เมื่อเช้า เมื่อเช้าเดชาพลเรามี Case Study เพราะจากการกินข้าวเช้าเมื่อเช้า เดชาพลมาม่าเกาหลีต้มหรืออย่างไรคะลูก (นักศึกษาชาย) เป็นแบบ... (อาจารย์สุธิรา) สำเร็จ (นักศึกษาชาย) ต้มครับ เป็นซองครับ (อาจารย์สุธิรา) สมมติ สมมตินะคะ ตอนนี้จะให้เดชาพล ไม่ให้เขียนแต่จะให้ใช้วิธีการอธิบายการทำมาม่าเกาหลีของเดชาพล (นักศึกษาชาย) ก็คือ (อาจารย์สุธิรา) อธิบายให้เพื่อนฟังสิ (นักศึกษาชาย) ขั้นแรกก็คือต้มน้ำก่อนครับ (อาจารย์สุธิรา) ต้อมน้ำก่อน (นักศึกษาชาย) แล้วก็มีวิธีแบบเร็กาแบบเร็วอยู่ครับ ก็ต้มพอน้ำเดือด แล้วก็ฉีกซองครับ แล้วก็เอาเส้นมันใส่เข้าไปในถ้วยที่เราเตรียมไว้น่ะครับ จากนั้นก็เอาน้ำร้อนที่เดือดเมื่อกี้น่ะครับ ใส่เข้าไปแล้วก็เอาฝาปิดถ้วยครับ แล้วก็รอให้เส้นมันสุกครับ ให้เส้นมันพร้อมที่จะกินได้แล้วครับ แล้วก็ไปเทน้ำออกแล้วก็ใส่เครื่องปรุงครับ แล้วก็ถึงขั้นตอนการกินแล้วครับ (อาจารย์สุธิรา) ถึงขั้นตอนการกินแล้วครับ นี่คือวิธีของเดชาพลนะ เดี๋ยวแม่จะลองถามเพื่อนคนอื่น เอาใครดีลองให้เด็กหูบ้าง พี่แฝด ๆ พี่แฝด แฝดนะถามแฝดนะ ถ้าจะต้มมาม่า แฝดนะครับ ถ้าจะต้มมาม่าแฝดจะทำอย่างไร ต้มมาม่าเป็นไหมที่นี้เราไม่ได้ยินเสียงล่ามนะ (ล่าม) ขอโทษทีค่ะ ลืมเปิด Mute ค่ะ (อาจารย์สุธิรา) ไม่เป็นอะไร ๆ (ล่าม) ก็ทำบ่อยอยู่ครับ (อาจารย์สุธิรา) อย่างนั้นแฝดลองอธิบายการต้มมาม่าของแฝดให้ฟังหน่อย บอกขั้นตอนบอกขั้นตอนการต้มมาม่าอันดับแรกทำอะไรก่อน (ล่าม) ไม่ใช่ ๆ ไม่ใช่ เขา... ดูนะ แบบไหน มาม่ารู้ไหม (อาจารย์สุธิรา) ลองสิ (ล่าม) ทำแบบไหนขั้นตอนทำแบบไหน มาม่านะครับ แล้วก็กดน้ำร้อน แล้วก็รอ แล้วก็คนแล้วก็พักเอาไว้ครับ แล้วก็หมดครับ (อาจารย์สุธิรา) โอ.เค. เห็นไหม ของเดชาพล ก็คือต้มน้ำก่อนนะ ขั้นตอนเวลาบอกแต่แฝดบอกว่ากดน้ำร้อนเลยเห็นไหม แฝดข้ามขั้นตอนหนึ่งไป ก็คือแฝดจะไม่ได้บอกต้มน้ำเห็นไหมคะ อัลกอริธึมนี่จะเป็นการบอกการทำงานนั่นเองเห็นไหมคะ ซึ่งซึ่งในความเป็นจริงนี่ถ้าไม่บอกเหมือนแฝดข้ามขั้นตอนการต้มน้ำร้อยเหมือนแฝดน่ะข้ามขั้นตอนการต้มน้ำร้อน แต่ละไว้ในฐานที่เข้าใจ ก็คือเขามีน้ำร้อนอยู่แล้ว เขาก็เลยข้ามขั้นตอนนี้ แต่ทีนี้ให้นึกถึงคอมพิวเตอร์อยู่ดี ๆ นึกออกนะ น้ำมันไม่ร้อนแล้วเราจะต้มมาม่า เราจะต้มมาม่าได้ไหม ไม่ได้ใช่ไหมคะ ก็คืออัลกอริธึมนี่ จะเป็นการบอกขั้นตอน ก็คือมันจะต้องทำอย่างไรให้เราได้กินมาม่าก็คือบอกขั้นตอนว่า... แต่ไม่ไม่ใช่วิธีการกินดิบนึกออกนะกิน ใช่ไหมคะ คือ ถ้ากินดิบ ก็คือเปิดซองแกะมาม่ากิน แต่อันนี้เราอยากรู้ว่าถ้าเราจะกินต้มมาม่า ลองใหม่ ขอลองอีกคนหนึ่ง วริษาสิ เห็นพี่เขาไหมเอาเป็น... ไม่เอาต้มมาม่าแล้วไข่เจียว ทำไข่เจียวสิเคยเคยทำไข่เจียวไหมวริษา (ล่าม) มีค่ะ เคยทำค่ะ (อาจารย์สุธิรา) ไหนลองบอกสิ ถ้าวาริษาทำไข่เจียว ทำอย่างไรสัญญาณกล้องวาริศาไม่ค่อย... (ล่าม)แล้วก็จะใช้ซ้อม เหยาะซีอิ้วแล้วก็คนอนะคะ ตีให้ผสมกันค่ะ แล้วก็ตั้งกระทะนะคะ ร้อนแล้วก็เทน้ำมันลงไปค่ะ แล้วก็เทไข่ที่เมื่อกี้ผสมนะคะ แล้วก็ ขอโทษนะ (อาจารย์สุธิรา) สัญญาณไม่ค่อยชัดกล้องมันไหวก็ (ล่าม) เอาใหม่นะคะ จะมีการตอกไข่ค่ะ ลงในถ้วยนะคะ แล้วก็ใส่น้ำปลาค่ะ แล้วก็ใส่เครื่องปรุงต่าง ๆ แล้วก็ใช้ซ้อมคน ซ้อมตีไข่น่ะค่ะ จากนั้นก็นำกระทะลงบนเตาแล้วก็รอให้กระทะเดือดนะคะ แล้วก็ใส่ไข่ เสร็จแล้วก็เราก็จะโปะใส่ข้าวค่ะ แล้วก็จะเปาะใส่ข้าว (อาจารย์สุธิรา) โปะข้าวเสร็จแล้วขนาดนี้อธิบายละเอียดนะคะ เพราะบอกตั้งแต่ตีไข่ยันกระทั่งใส่เครื่องปรุงใช้ส้อมด้วย ใช้ส้อมตีนะคะ เดี๋ยวลองภากรณ์บ้างเคยตีไข่ไหม เดี๋ยวลองเปรียบเทียบภากรได้ยินไหมครับ (ล่าม) คนหูหนวกหรือคนหู... (อาจารย์สุธิรา) หูหนวก เสื้อสีเทา (ล่าม) สักครู่นะคะ เดี๋ยวล่ามขอตรึงแป๊บนะคะ ภากรหูตึงน่ะ ค่ะ (อาจารย์สุธิรา) เคยทำไข่เจียวไหม (ล่าม) ก็ทำครับ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นใส่น้ำปลาครับ ทำให้มันเค็ม ดูก่อน ๆ ใจเย็นใจเย็น ๆ เดี๋ยว ๆ (อาจารย์สุธิรา) มืออย่างไว (ล่าม) เดี๋ยว ๆ (อาจารย์สุธิรา) ช้า ๆ หน่อยลูก ช้า ๆ (ล่าม) อย่าให้แบบใจเย็น ๆ เดี๋ยวเราจะล่ามพูดด้วย เริ่มไข่เจียวทำแบบไหน วิธีไข่เจียวของคุณน่ะ หูตึงอธิบายเลย ภาษามือ ครับ ก็จะรอให้น้ำมันร้อนไข่เจียวนะมีหมูเกี่ยวแบบไหน อ๋อ มีใส่หมูสับ (อาจารย์สุธิรา) มีใส่หมูสับด้วยมีหมูสับด้วยนะ (ล่าม) เอาใหม่อธิบายใหม่ (อาจารย์สุธิรา) ทำใหม่ ๆ ทำช้า ๆ แม่จะได้ดูด้วยภากรณ์นี่ก็ น้ำปลาไหมชิมด้วยหรือ (ล่าม) น้ำปลาหรือ ครับ น้ำปลานะครับ (อาจารย์สุธิรา) ใส่น้ำปลา (ล่าม) แล้วอย่างไรต่อ แล้วก็น้ำมันรอให้มันร้อน (อาจารย์สุธิรา) ต่อครับ ต่อ ทำต่อ ๆ (ล่าม) อะไรเอ่ยเย็นรอให้มันร้อนใช่ไหมน้ำมัน แล้วต่อไหน แดงเป็นจุด ๆ มะเขือหรือ (อาจารย์สุธิรา) ใส่มะเขือเทศด้วย หรือแครอท สีแดง (ล่าม) ส้ม ๆ หรือแดง ๆ แดง ๆ เป็นจุด ๆ (อาจารย์สุธิรา) พริกหรือเปล่า (ล่าม) เห็นหรือเปล่า (อาจารย์สุธิรา) ใส่พริกหรือ (ล่าม) อันนี้เหมือนจะไม่ค่อยได้ภาษามือค่ะ ภากรเรียนที่ไหนนะ น้องเรียนโรงเรียนอะไรเมื่อก่อนเรียนไหน โรงเรียนไม่มีเลยหรือ (อาจารย์สุธิรา) ไม่มีอย่างไรจบ ม.6 อยู่ (ล่าม) ม.6 เรียนที่ไหน หูตึงถาม ใช่ถามโรงเรียนเมื่อก่อน เรียนที่ไหน ก็ยังตอบน้ำปลาอยู่ เดี๋ยวก่อน (อาจารย์สุธิรา) ไม่เข้าใจคำถามเราแน่เลย ใช่หรือเกิดอุดรหรือไม่ได้ภาษามือหรือ (ล่าม) เมื่อก่อนเรียนที่ไหน เขาทำ ก. ไก่ น่ะค่ะ กศ เขาทำ ก. ไก่ โรงเรียนหูหนวกเปล่า มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัย อส. อก. มหาลัยถามเมื่อก่อนถามเมื่อก่อน เมื่อก่อนเรียนที่ไหนน่ะ อ.ด. ใช่ไหมใช่ไหม เมื่อก่อนเรียนที่ไหนสก.เขาทำ สก. แล้วเขาทำมหาวิทยาลัยเมื่อก่อนเรียนหรือ อ๋อ โสตฯ นนฯ นนท์ใช่ไหม นนทบุรีใช่ไหม (อาจารย์สุธิรา) โสตนนฯ (ล่าม) โสตนนทบุรีใช่หรือเปล่า (อาจารย์สุธิรา) อยู่นนทบุรีหรือโรงเรียนเมื่อก่อนเรียนไหนพิมพ์ได้ไหม พิมพ์ ๆ มีพิมพ์น่ะ พิมพ์ในนี้ ทำไมอันนี้ดูไม่ค่อยเข้าใจมือ ใช่ค่ะ (อาจารย์สุธิรา) เพื่อนเจ้าแฝดนะนี่ (ล่าม) เดี๋ยวหนูลองถามแฝดแป๊บหนึ่งนะคะ แฝด ๆ ถามหน่อยเพื่อนหูตึงชื่อไหน อันนี้ค่ะ ชื่อภาษามืออันนี้ค่ะ (อาจารย์สุธิรา) ภากร (ล่าม) เขาบอกเขาได้ภาษามือน้อยน่ะครับ ภากรณ์เขาบอกแบบนั้นเขาเรียนที่ไหน เขาบอกภาษามือนิดเดียวใช่ไหมเป็นหูตึงใช่หรือเปล่าอยู่ที่โรงเรียหูดีครับ เมื่อก่อน อยู่คนเดียว เป็นหูหนวกคนเดียวที่อยู่โรงเรียนหูดี แล้วบังเอิญว่าไม่ได้มีการเรียนภาษามือเลยครับ จากนั้นสมาคม... (อาจารย์สุธิรา) เห็นไหม เจ้าแฝดตอบเป็นล่ำเป็นสัน (ล่าม) ใช่ ๆ เขาเป็นเพื่อนแฝดน่ะ แฝดพามาเรียนนะคนนี้ (ล่าม) ก็คือเรียนโรงเรียนหูดีมาก่อน (อาจารย์สุธิรา) โอ.เค. ค่ะ เพราะคนนี้แฝดนี่ชวนมาเรียน ภากรณ์น่ะ แฝดเป็นคนชวนมาเรียน (ล่าม) เรียนที่นี่ใช่ไหม ใช่ไหม ๆ ใช่ไหม แฝดชวนมาภากรมาเรียน ภากรสมมติภาษามืองงน่ะถามนะ เป็นห่วง (อาจารย์สุธิรา) เดี๋ยวจะคุยกันไม่รู้เรื่องคุยกับแฝด (ล่าม) ถามแฝดบ่อย ๆ ฝากหน่อย ภากรณ์ฝากหน่อยภาษามือน้อย (อาจารย์สุธิรา) โอ.เค. ค่ะ ไม่เป็นไรเห็นไหมคะ อัลกอริทึมของแต่ละคน (ล่าม) เดี๋ยวนะครับ พอดีว่าผมหอพักน่ะอยู่ร่วมกัน กินข้าวร่วมกันเดี๋ยวผมจะช่วยดูให้นะครับ โอ.เค. ช่วยสอน (อาจารย์สุธิรา) เราต้องร่วมด้วยช่วยกัน โอ.เค. บอกเธออยู่ว่าเธอต้องหัดพูด เพราะเธอได้ยิน โอ.เค. คือเห็นไหมคะ เมื่อกี้ตอนที่บอกให้อธิบายขั้นตอนอัลกอริธึมเป็นการอธิบายขั้นตอนจะให้คอมพิวเตอร์ทำงาน ทีนี้ให้เด็ก ๆ ลองนึกภาพ ให้เด็ก ๆ นึกภาพเหมือนถ้าเพื่อนบางคนถ้าใครที่ไม่เคยเจียวไข่ ก็จะไม่สามารถอธิบายขั้นตอนได้นะคะ ว่ามันทำอย่างไรนะคะ ใช่ไหม ถ้าไม่เคยทำเลยมันจะบอกไม่ได้ใช่ไหมคะ ว่าการเจียวไข่นี่ 1. มันต้องมีไข่น่ะไข่เอาไปทำอะไร ต้องเอาไปตีก่อนนะคะ ไข่เจียวนี่เราต้องเอาไข่ไปตีก่อนไม่อย่างนั้นไม่เรียกว่าไข่เจียวถูกไหม ต่างกีนนะคะ ไข่เจียวกับไข่ดาว เห็นไหม จะสั่งคอมพิวเตอร์ทำงานนี่ต้องบอกให้คอมพิวเตอร์เข้าใจสิ่งที่เราจะสั่งมันด้วยนะคะ บางอย่างมันข้ามขั้นตอนไม่ได้ เหมือนถ้าไม่ใช้น้ำมัน มันจะไม่เรียกว่าไข่เจียวมันต้องใช้น้ำมันช่วย อย่างนี้ต้องดูว่ามีส่วนประกอบอะไร วิธีทำอะไรเหมือนไข่เจียวจะเจียวได้ถ้าน้ำมันไม่ร้อนไข่มัน เขาบอกว่าอะไรนะ ไข่มันจะไม่ฟูใช่ไหมคะ มันก็จะดูไม่น่ากินนะ บางคนไข่เจียวมีใส่หมูสับด้วยเหมือนของภากรใส่หมูสับ ใส่มะเขือเทศหรือใส่พริกสักอย่างนี่ล่ะ แล้วแต่นะคะ แต่สิ่งที่อยากให้รู้ ก็คือการอธิบาย เราจะอธิบายอย่างไรให้เราได้ไข่เจียว 1 ฟองออกมานั่ นก็เหมือนกัน เราจะอธิบายให้คอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไรให้คอมพิวเตอร์ทำงานให้ได้สิ่งที่เราต้องการหรือ Output Input อะไรเข้าไปได้อะไรออกมา มองให้เห็นภาพนะคะ ว่าเราจะป้อนอะไรให้คอมพิวเตอร์แล้วเราอยากให้คอมพิวเตอร์แสดงอะไรออกมาให้ส่วนการ Process หรือขั้นตอนจะให้มันได้ผลลัพธ์นั้นออกมาขั้นตอนในการเขียนอัลกอริธึมของเรานั่นเองทีนี้มาดู มาดูต่อนะคะ เห็นไหมคะ เราอธิบายไว้ว่า อัลกอริธึม หมายถึงลำดับขั้นตอน วิธีในการทำงานของโปรแกรม เพื่อแก้ปัญหา ในที่นี้ก็คือแสดงผลมันแสดงผล ก็คือให้คอมพิวเตอร์แสดงผลนะคะ ทีนี้สิ่งที่เราจะต้องทำ ก็คือเราจะต้องมาเขียนอธิบายอัลกอริธึมนี่ เราจะเขียนได้ว่าอย่างไรนะคะ ลองมาดูตัวอย่างของเรากันต้มไข่เห็นไหม วิธีการเขียนอัลกอริธึมเขียนได้หลายแบบเลย เหมือนที่เมื่อกี้ถามเมื่อกี้ว่าทอดไข่เจียวทำได้อย่างไร ทำอย่างไร แต่ละคนอธิบายไม่เหมือนกันสามารถเขียนได้หลายแบบ แบบอันนี้เขียนต้มไข่ไก่ต้องการให้มันได้ออกมา ก็คือไข่ต้มใช่ไหมคะ เราอยากได้ไข่ต้มนี่อันดับแรก ก็คือต้องต้มน้ำก่อนใช่ไหม เอาไข่ใส่ลงไปเลยใช่หรือเปล่าแต่อันนี้บอกไว้เลยว่าต้มน้ำให้เดือด รอ 10 นาที เปิดไฟติดเตามีปลอกไข่ด้วย แต่อันนี้บอกต้มน้ำใส่ไข่ รอ 5 นาทีก็ได้ไข่ ได้ไข่เหมือนกันไม่ได้บอกว่าปอกไข่ ทีนี้ก่อนที่เราจะเขียนได้เราต้องรู้คุณสมบัติของมันก่อน คุณสมบัติของอัลกอริธึม คุณสมบัติข้อที่ 1. มันจะต้องสร้างขึ้นจากกฎเกณฑ์ก็คือต้องมีกฎเกณฑ์ให้มัน เห็นไหมคะ กฎเกณฑ์คืออะไร วิธีการหรือกลุ่มขั้นตอนกระบวนวิธีการคืออะไร นะคะ ที่เราจะทำอย่างไรก็แล้วแต่ คือ ให้มันเห็นขั้นตอนที่จะให้ได้มาซึ่งผลลัพธ์ของไข่ต้ม 1 ฟองเราจะมีขั้นตอนอย่างไรนั่นก็คือมีกฎ มีเกณฑ์ หรือมีขั้นตอนนั่นเอง ทีนี้เขาบอกไว้ว่า กฎเกณฑ์ที่สร้างอัลกอริธึมในข้อที่ 2 บอกว่าที่สร้างอัลกอริธึมต้องไม่คลุมเครือเมื่อกี้ เห็นไหมคะ เหมือนตอนภากรณ์อธิบายเนื่องจากภากรณ์ไม่เข้าใจภาษามือนะคะ พออธิบายมันก็เลยเป็นคลุมเครือเหมือนบอกอะไรสีแดง ๆ นี่ พอถามแล้วพริกก็ไม่ใช่ บอกไม่ได้เห็นไหมคะ คือ คลุมเครือคืออะไร ซึ่งถ้าเราคอมพิวเตอร์นี่มันจะทำตามสิ่งที่เราระบุลงไปลงไปเห็นไหมคะ มีระบบ มีระเบียบอ่านแล้วไม่สับสน อ่านแล้วเข้าใจอ่านแล้วเข้าใจเสร็จแล้วทำอย่างไรมาสู่ข้อที่ 3 มันจะมาอะไรตอนนี้คอมพิวเตอร์จะอัปเดตเสียแล้ว การประมวลผลต้องเป็นไปตามลำดับทีที่แน่นอน ต้องมีขั้นตอนที่แน่นอนเพื่อให้คอมพิวเตอร์ทำงาน เห็นไหมคะ ก็คือเหมือนจะทำไข่ต้มได้มันต้องต้มน้ำเพราะต้องมีน้ำร้อนถูกต้องไหม มันต้องมีน้ำร้อนใช่ไหมคะ จึงจะเป็นกระบวนการต้มไข่เด็ก ๆ แต่ถ้าเด็ก ๆ ไม่บอกว่าต้มน้ำนี่ เด็ก ๆ เอาไข่ใส่น้ำน้ำนั่นจะเป็นน้ำเย็น มันจะไม่เป็นไข่ต้มแน่นอน ก็คือไข่แช่น้ำอย่างนี้เราต้องระบุลงไปด้วยว่าน้ำที่ใช้คืออย่างไร น้ำเย็น น้ำต้ม มีขึ้นตอนมันก็ต้องต้มใช่ไหม อย่างนี้เป็นไปตามลำดับขั้นตอน อยู่ดี ๆ เองได้ไหม ไม่ได้ใช่ไหมคะ น้ำนั้นต้องผ่านการต้มก่อนถึงจะเป็นน้ำร้อน เห็นไหมคะ มีขั้นตอนแล้วต้องให้ได้ผลลัพธ์ตามที่กำหนดเห็นไหมคะ เพราะสิ่งที่อยากได้ ก็คือไข่ต้มถ้าเด็ก ๆ ไม่ทำให้น้ำร้อนถ้าสมมติต้มแค่ 3 นาทีไหม 3 นาทีได้แค่ไข่ลวก ขึ้นอะไรตอนนี้นี่ไข่ลวกใช่ไหมคะ ไม่เป็นไข่ต้มต้องมาดูที่ผลลัพธ์ ต้องมาดูสิ่งที่ถ้า 3 นาทีได้ไข่ลวก แต่ถ้าต้มนี่มันต้องนานมากกว่า 2 นาทีเห็นไหมคะ อัลกอริธึมในตัวอย่าง ถึงได้บอกว่า ระบุว่าต้องต้มกี่นาทีเห็นไหมต้องบอกด้วยว่าต้องต้มกี่นาทีไข่ใส่น้ำร้อน 1 นาทีเป็นไข่ลวกหรือยัง ยัง ความร้อนยังไม่น่าจะได้นะคะ อย่างนี้เป็นต้นนะคะ เสร็จแล้วอะไรต้องมีจุดสิ้นสุด ก็คือ เวลาเขียนนี่ อยู่ ๆ บอกต้มไข่ไม่ได้ ต้องมีจุดเริ่มแล้วก็มีจุดสิ้นสุด ก็คือมี Start แล้วก็มี End End ก็คือสิ้นสุดนะคะ เวลาอัลกอริธึม ทีนี้ลองมาดูคุณสมบัติที่เด็ก ๆ จะต้องจำเกี่ยวกับอัลกอริธึม 1. ความถูกต้อง เห็นไหมคะมันต้องมีความถูกต้อง เช่น ต้องการไข่ต้ม สิ่งที่ถูกต้องดูจากผลลัพธ์จากสิ่งที่เราได้ออกมานะ ก็คือ เช่น อยากได้ไข่ต้มทำอย่างไร อยากได้ไข่เจียวทำอย่างไร เห็นไหมคะผลลัพของไข่เจียวกับไข่ต้ม วิธีการต่างกันนั่นก็คือวิธีการเช็กความถูกต้องก่อนคืออะไร เหมือนไข่ในน้ำร้อนนี่ ถ้าผลลัพธ์คือไข่ต้มนี่ เพราะฉะนั้น ต้องใช้เวลากี่นาทีถูกไหม ถ้าไข่อยู่ในน้ำร้อน 3 นาทีไม่เรียกว่าเป็นไข่ต้มถูกไหม มันจะเป็นไข่ลวก ถูกไหมอย่างนี้เป็นต้น ต้องมีความถูกต้องนะคะ ต้องอ่านง่าย อ่านง่ายในที่นี้ ก็คืออธิบายเหมือนเมื่อกี้ที่เด็ก ๆ อธิบายขั้นตอนอย่างวาริศา วาริศาอธิบายละเอียดนะคะ อธิบายดีด้วยว่าตอกไข่ แล้วก็ตีไข่เห็นไหมคะ ตอนทำไข่เจียวน่ะค่ะ เห็นไหมคะ อ่านแล้วเข้าใจเลยว่าด้วยนะ ไข่มันจะต้องโดนตีเพราะไข่ในน้ำมันนี่ ก็คือมันจะมีไข่ดาวใช่ไหมคะ ทอดไข่ในน้ำมัน แต่ไข่ดาวไม่ต้องตีไข่ให้แตกใช่ไหมคะ ใช่ไหมคะ แค่ตอกไข่ใส่ลงไป 1 ฟอง เพราะฉะนั้น เมื่ออ่านออกมาแล้วนี่คืออะไรเห็นไหมคะ คุณสมบัติต่อมาก็คือต้องปรับปรุงได้ Is of offidication ปรับปรุงในอนาคต ก็คือสามารถปรับปรุงหรือดัดแปลงได้นะคะ เช่น เหมือนเมื่อกี้ของปรับปรุง เช่นไข่เจียวของภากร ภากรณ์บอกใส่หมูสับเข้าไปด้วย ในอนาคตเราต้องเป็นไข่เจียวหมูสับก็ปรับปรุงได้ลักษณะนี้ใหม่ได้ Reusebillity นำกลับมาใช้ใหม่ได้ก็คือเขียนใหม่แล้ว เอากลับมาใช้กี่ครั้งก็ได้ เพราะการเจียวไข่มันไม่ได้มีอะไรพิศดารเลยใช่ไหมคะ ขั้นตอนมันมาอย่างนี้คนนี้เอาไปใช้ก็ได้ คนนี้เอาไปใช้ก็ได้ ใช้ซ้ำได้วิธีการมันเหมือนกัน เอามาใช้ด้วยกันได้และต้องมีประสิทธิภาพประสิทธิภาพอย่างไร เหมือนถ้าอธิบายดี ๆ เหมือนวริษานี่เห็นไหม วริษาบอกกระทั่งว่าน้ำมันจะต้องร้อนนะคะ ถึงค่อยใส่ไข่ลงไป ไข่จะได้ ฟู ๆ ฟู ๆ ใช่ไหมคะ อย่างนี้เป็นต้นประสิทธิภาพของการทำงานด้วยอย่างนี้เห็นไหมคะ นั่นคือต้องมีคุณสมบัติพวกนี้ทีนี้ก่อนจะเขียนได้นี่ก่อนจะเขียนได้นี่มันต้องมาดูเกณฑ์ประสิทธิภาพเวลาเขียนนี่สังเกตที่เขียนไว้ อัลกอริธึมไข่ต้มอันที่ 1 ไข่ต้มอันที่ 2 เขาบอกว่าต้องใช้เวลาในการดำเนินการน้อยที่สุดจับเวลาอะไรทุกอย่างนี่นะคะ ก็คือขั้นตอนน่ะค่ะ ขั้นตอนที่มันมีขั้นตอนน้อยแต่สามารถครอบคลุมวิธีการนะคะ เหมือนที่บอก ไข่ต้มนี่นะคะ เราจะทำไข่ต้มนี่มันต้องใช้น้ำอะไร ใช้น้ำเปล่าไม่ได้ใช่ไหมคะ ร้อนแล้วใช้เวลาเท่าไรเห็นไหมคะ น้ำธรรมดาไม่สามารถทำให้เกิดไข่ต้มได้ใช่ไหมนะคะ แต่ไม่จำเป็นต้องมาเปิดเตาปิดเตาเพราะอะไร เพราะบอกแล้วว่าลดขั้นตอน ก็คือเราบอกว่าลดขั้นตอนนั่นหมายถึงเราต้องเปิดเตา หรือบางทีบางคนไม่ได้ใช้เตาแก๊สบางคนใช้เตาถ่าน บางคนใช้กระทะไฟฟ้าใช่ไหมคะ แต่สิ่งที่จะทำให้น้ำร้อนได้ ก็คือการต้ม ไปลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นนะคะ ต้องใช้หน่วยความจำน้อยเพราะอะไร คอมพิวเตอร์ใช้พื้นที่ ก็คือหน่วยความจำน้อยจะเกิดจากอะไร เกิดจากการเขียน Coding ยิ่ง Coding น้อย ๆ นะคะ พอเราเขียนอัลกอริธึมไม่ยืดเยื้อ ไม่ยาวเกินไปนี่ โค้ดโปรแกรมที่เราจะเขียนออกมามันก็ไม่มีความยาวมาก มันก็จะเป็นการใช้หน่วยความจำน้อยที่สุดเห็นไหมะคะ ก็คือการเขียนโค้ดน้อย เพราะพื้นที่จัดเก็บของคอมพิวเตอร์ 1 Byteเท่ากับกี่บิตอะไรพวกนี้ นั่นคือพื้นที่มันจะไปกินหน่วยความจำค่ะ เมื่อเรากด 1 ตัวอักษรหรือกดเมาส์ 1 ครั้งมันจะใช้หน่วยความจำไปแล้ว ถูกไหมคะ ต้องให้มีการใช้หน่วยความจำน้อยที่สุด อัลกอริธึมต้องมีความยืดหยุ่น ยืดหยุ่นอย่างไร ต้องสามารถปรับได้นะคะ เช่น ขั้นตอนนี้สามารถเพิ่มหรือลดขั้นตอนที่เราเขียนน่ะได้นะคะ ว่าบางขั้นตอนไม่จำเป็นเอาออกก็ได้นะคะ ใช้เวลาในการพัฒนาน้อยที่สุดเห็นไหมคะ ส่วนใหญ่มันจะเกี่ยวข้องกับเวลา ก็คือต้องเขียนให้สั้นกะทัดรัดนั่นเองนะคะ แล้วก็ต้องง่ายต่อความเข้าใจ ก็คือพอเขียนแล้ว ที่บอก Reuseable เอาไปใช้ด้วยได้ ก็คือมันจะทำอย่างนี้ อย่างนี้นะคะ มันก็จะต้องเขียนให้คนอื่นเห็นแล้วก็เอาไปเขียนต่อได้เขียนอัลกอริทึม คือ ไม่ต้องไปอธิบายนี่จะทำอย่างนี้ต้องทำอย่างนี้ทีนี้เราจะเขียนได้อย่างไร เราจะต้องไปวิเคราะห์งานที่เด็ก ๆ จะต้องไปทำนะคะ ให้เด็ก ๆ ดูว่าเห็นสไลด์หน้านี้นะ สไลด์ที่ข้างบนที่บอกว่า Input คืออะไร Output คืออะไร Process คืออะไร นั่นก็คือหมายถึงในขั้นตอนนี้ ต้มน้ำให้เดือดนี่ให้เด็ก ๆ เขียนว่ามันเป็น Input เป็น Process ให้เด็ก ๆ ลองวิเคราะห์ว่า แต่ละส่วนที่แม่เขียนลงมาในนี้อะไรคือ Input อะไรคือ Process เห็นไหมคะ ต้นน้ำให้เดือด เป็น Input Process Input หรือ Output หรือ ProcessInput Process หรือ Output Process หรือ Output ตอกไข่เป็น Input Process ผลลัพธ์คืออะไร เราจะได้อะไรออกมาอันนี้ให้ตอบนะคะ ว่าสิ่งที่ทำไปนี่ออกมาแล้วผลลัพธ์มันจะออกมาเป็นอะไรนึกออกนะ ตัวนี้ทำส่งใน Google Classroom เรา เดี๋ยวจะเอางานนี้เข้าไปใส่ไว้ใน Classroom นะคะ แล้วเด็ก ๆ พิมพ์นะคะ จะได้ว่าการต้มน้ำเดือดนี่ลองวิเคราะห์ดูว่า Input หรือ Process หรือเป็น Output เพราะเราจะต้องรู้ว่าสิ่งที่เราจะใส่ให้คอมพิวเตอร์ใน 3 ส่วนนี้ สิ่งที่อธิบายด้วยการบรรยายต้มน้ำให้เดือด เป็นกระบวนการไหนเป็นกระบวนการของ Input เป็นกระบวนการของ Process หรือเป็นกระบวนการของ Output เข้าใจไหมคะ ทำเป็นการบ้าน ส่งใน Class ศิริรัตน์ ศิริรัตน์เข้าใจไหมลูก เข้าใจงานที่สั่งไหมให้ดูจากสไลด์เมื่อกี้นะ ที่บอกว่าต้มน้ำให้เดือน แล้วข้างบนน่ะมันจะมีบอก Input Process หรือ Output ให้สิริรัตน์เขียนว่าต้มน้ำให้เดือดนี่มัันเป็น Input Output หรือเป็น Process เข้าใจไหมลูกเรามีสไลด์อยู่ใน Class เข้าไปย้อนดูได้ใจนะ เด็ก ๆ ทุกคนไปย้อนดูเนื้อหาได้นะคะ ที่อธิบายไว้ว่า Input คือกระบวนการอะไร Output คือ กระบวนการอะไรคือกระบวนการอะไร ให้ลองเขียนนะคะ เพื่อจะได้รู้ว่าในความเข้าใจของเด็ก ๆ นี่ถ้าขั้นตอนนี้ถ้าเป็นคอมพิวเตอร์นี่คำบรรยายเป็นภาษาไทยนี่ ถ้าเป็นคอมพิวเตอร์จะประมวลผลนี่ มันจะเป็นส่วนของ Input หรือ Process หรือ Output นะ ลองทำดูนะคะ มีใครสงสัยให้ถาม เห็นไหม ก็คือจากขั้นตอนที่อยู่ข้างบนน่ะเอามาใส่ในช่องของข้อความที่ระบุไว้ว่าต้มน้ำให้เดือดนี่ เด็ก ๆ คิดว่ามันจะเป็นInput หรือจะเป็น Process หรือจะเป็น Output ก็คือเด็ก ๆ ต้องมาวิเคราะห์ก่อนว่า ส่วนนี้เด็ก ๆ คิดว่ามันเป็นการรับข้อมูลหรือการแสดงผลลัพธ์นะคะ เพราะตอนนี้ต้องนึกต้องจำลองตัวเองเป็นคอมพิวเตอร์ไปด้วยเราจะเขียนโปรแกรมได้ เราต้องรู้ว่าคอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไรเพราะฉะนั้น ถ้าเราจะรู้ว่าคอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไรนะคะ เราต้องคิดว่าเราเป็นคอมพิวเตอร์ ต้องสมมติตัวเอง ถ้าฉันเป็นคอมนะนี่ถ้าฉันเอาตัวนี้เข้ามาสิ่งที่ฉันเอาเข้ามาคืออะไร โอ.เค. ไหมคะ ถ้าโอ.เค. สัปดาห์นี้เราจะสันติภาพเข้าใจไหมลูก ลอง ลองดู ลองคิด บอกแล้วนะเราต้องนึกว่าเราเป็นคอมพิวเตอร์ใช่ไหม สันติภาพยิ่งใช้จินตนาการ เด็กตาใช้จินตนาการได้ ถ้าฉันเป็นคอมฯ นะ ฉันจะทำสิ่งนี้ สิ่งที่เรียกว่า Input สำหรับคอมพิวเตอร์มันคืออะไร ไปย้อนอ่านสไลด์ดูก่อนนะคะ ส่วนของ Input คืออะไร แล้วก็ส่วนของ Output คืออะไร แล้วเด็ก ๆ จะเห็นเลยว่า น่าจะ ตัวนี้น่าจะเป็น Input นะตัวนี้น่าจะเป็น Process นะ ตัวนี้น่าจะเป็น Output อย่างนี้นะคะ มันจะ ลอง ลองใส่ดูนะ ลอง ๆ คือ วิธีการมันเหมือนจะเป็นการจับคู่น่ะแต่ไม่ทำให้ดูเป็นการจับคู่เพราะมันมีทางเลือกอยู่ 3 ทาง ว่าข้อนี้มันจะเป็น Input หรือจะเป็น Output เลือกมาตอบมาตอบ เพียงแต่ว่าเลือกลงถูกหรือผิดนะคะ แล้วเราทำส่งใน Classroom ห้องเรียนเราน่ะ จำได้นะ เดี๋ยวจะส่งตัวงานเข้าไปมีใครสงสัยอะไรอีกไหม เอกสารอยู่ใน Classroom เรานะคะ ไปเปิดดูย้อนหลังได้ ส่วนตัวงานเดี๋ยวจะเอาส่งเข้า...เพิ่มให้ตอนท้ายคาบใน google drive เลย พิมพ์ลงใน Google drive เลย โอ.เค. ค่ะ ถ้าอย่างนั้นสัปดาห์นี้ขอจบการนำเสนอเพียงเท่านี้ สวัสดีเด็ก ๆ ทุก ๆ คน ขอบใจมากค่ะ (ล่าม) ขอบคุณค่ะ อาจารย์ (อาจารย์) สวัสดีค่ะ ทดลองอะไรอีกไหม [สิ้นสุดการถอดความ]