﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:03,867

2
00:00:04,005 --> 00:00:07,879

3
00:00:08,006 --> 00:00:11,876

4
00:00:12,007 --> 00:00:15,888

5
00:00:16,009 --> 00:00:19,897

6
00:00:20,010 --> 00:00:23,880

7
00:00:24,013 --> 00:00:27,870

8
00:00:28,014 --> 00:00:31,922

9
00:00:32,015 --> 00:00:35,858
(อาจารย์) เด็ก ๆ ถ้าเข้ามาแล้วเปิดจอ

10
00:00:36,016 --> 00:00:39,909
วิดีโอด้วยนะคะ

11
00:00:40,017 --> 00:00:43,869
พี่ล่ามได้ยินเสียงอาจารย์ไหม พี่ตูนได้ยินเสียงอาจารย์ไหม

12
00:00:44,026 --> 00:00:47,890
(ล่าม) ได้ยินค่ะ (อาจารย์) โอ.เค.

13
00:00:48,027 --> 00:00:51,848

14
00:00:52,032 --> 00:00:55,895
บอกให้น้อง ๆ เปิดจอด้วยนะคะ

15
00:00:56,033 --> 00:00:59,900
จะได้รู้ว่าใครเข้ามาแล้วบ้าง

16
00:01:00,048 --> 00:01:03,855

17
00:01:04,057 --> 00:01:07,840
โอ.เค. 14 คน

18
00:01:08,058 --> 00:01:11,838
คน รวมพี่ล่ามแล้ว คนอื่น ๆ กำลังทยอยเข้ามานะคะ

19
00:01:12,059 --> 00:01:15,838

20
00:01:16,062 --> 00:01:19,838
ระหว่างรอเพื่อน ๆ

21
00:01:20,063 --> 00:01:23,838

22
00:01:24,064 --> 00:01:27,839

23
00:01:28,074 --> 00:01:31,838
เด็ก ๆ  อยากทราบว่า

24
00:01:32,075 --> 00:01:35,838
ใครเคยเขียนโปรแกรม

25
00:01:36,076 --> 00:01:39,840
มาแล้วบ้าง ให้ตอบในแชท

26
00:01:40,077 --> 00:01:43,838
เคยเขียน เขียนภาษาอะไรมา

27
00:01:44,082 --> 00:01:47,839
ใครยังไม่เคยก็ให้ตอบว่าไม่เคย

28
00:01:48,084 --> 00:01:51,838
โอ.เค. ไหมคะ เข้าไปตอบในแชตเลยคะ ว่า

29
00:01:52,085 --> 00:01:55,838
เคยเขียนมาแล้ว เคยเขียนโปรแกรม

30
00:01:56,087 --> 00:01:59,845
ภาษาอะไรเขียนลงไปอย่างนี้ เข้าใจไหมคะ

31
00:02:00,088 --> 00:02:03,839
ถ้าไม่เคยก็บอกว่ายังไม่เคย

32
00:02:04,089 --> 00:02:07,840
ยังไม่เคย

33
00:02:08,090 --> 00:02:11,839

34
00:02:12,091 --> 00:02:15,839
เดชาพล พิมพ์

35
00:02:16,092 --> 00:02:19,840
แบบพิมพ์สัมผัสได้ไหมลูก

36
00:02:20,093 --> 00:02:23,841
(นักศึกษาชาย) ได้ครับอาจารย์ (อาจารย์) ได้อยู่ใช่ไหมลูก ตอนนี้

37
00:02:24,094 --> 00:02:27,839
ถ้าใช้ ตอนนี้ใช้คอมหรือใช้มือถือลูก

38
00:02:28,095 --> 00:02:31,839
(นักศึกษา) ตอนนี้ใช้คอมฯ ครับ

39
00:02:32,096 --> 00:02:35,839
(อาจารย์) อ๋อ ใช้คอม อย่างนั้นก็พิมพ์ได้อยู่นะ

40
00:02:36,099 --> 00:02:39,841
สันติภาพตอบมาแล้ว ยังไม่เคยครับ

41
00:02:40,110 --> 00:02:43,840
สันติภาพ มาจากไหน มาจากโรงเรียนอะไรครับ

42
00:02:44,111 --> 00:02:47,842
บอกอาจารย์สิ (นักศึกษา) จบจากโรงเรียน

43
00:02:48,112 --> 00:02:51,841
บางละมุง จังหวัดชลบุรีครับผม

44
00:02:52,115 --> 00:02:55,843
(อาจารย์) บางละมุง ชลบุรีหรอคะ (นักศึกษาชาย) จบ

45
00:02:56,117 --> 00:02:59,840
จากโรงเรียนร่วมกับคนปกติ ตอน ม. ปลายครับ

46
00:03:00,120 --> 00:03:03,840
(อาจารย์) ศิริรัตนล่ะคะ จบจาก

47
00:03:04,124 --> 00:03:07,840
อะไรลุก (นักศึกษาหญิง) จบจาก

48
00:03:08,125 --> 00:03:11,846
กศน. ค่ะ (อาจารย์) อ๋อ กศน. นั่นเอง กัญญาณัฐ เรียน

49
00:03:12,125 --> 00:03:15,840
ภาษา C กัญญาณัฐอยู่โรงเรียนอะไร

50
00:03:16,129 --> 00:03:19,840
นะ เรียนโรงเรียนไหนโรงเรียนเดิม

51
00:03:20,130 --> 00:03:23,842
เดิมหรือ

52
00:03:24,131 --> 00:03:27,841
กัญญาณัฐไม่ได้ยินหรือลูก

53
00:03:28,132 --> 00:03:31,840
กุ๊กได้ยินไหมคะ

54
00:03:32,133 --> 00:03:35,840
มุกไม่ได้ยินเสียงแม่หรือ

55
00:03:36,134 --> 00:03:39,846
ไมค์มีปัญหา โอ.เค. ๆ

56
00:03:40,135 --> 00:03:43,844
ไม่เป็นอะไร โอ.เค. ค่ะ

57
00:03:44,138 --> 00:03:47,841
งั้นก็ได้ยินอยู่แต่ไมค์ใช้ไม่ได้

58
00:03:48,138 --> 00:03:51,841
โอ.เค. คนอื่น ๆ  ตอบมาได้

59
00:03:52,139 --> 00:03:55,841
เลยนะคะ เดชาพลก็ยังไม่เคย

60
00:03:56,140 --> 00:03:59,840
ศิริลัษณ์ สันติภาพ

61
00:04:00,141 --> 00:04:03,846

62
00:04:04,142 --> 00:04:07,845
ไม่เคย

63
00:04:08,143 --> 00:04:11,842
คนอื่นหายไปไหนหมด

64
00:04:12,144 --> 00:04:15,840
เพื่อน ๆ หายไปไหนหมด

65
00:04:16,145 --> 00:04:19,841

66
00:04:20,147 --> 00:04:23,841

67
00:04:24,148 --> 00:04:27,844

68
00:04:28,150 --> 00:04:31,852

69
00:04:32,152 --> 00:04:35,860
ตอนนี้

70
00:04:36,153 --> 00:04:39,881
ตอนนี้ที่ตอบแม่มานี่ ใช้

71
00:04:40,154 --> 00:04:43,940
คอมหรือใช้อะไรเอ่ย

72
00:04:44,157 --> 00:04:47,950
(นักศึกษาชาย) ผมใช้โทรศัพท์ครับ

73
00:04:48,159 --> 00:04:51,853
(อาจารย์) สันติภาพใช้อะไรนะคะ (นักศึกษาชาย) ใช้โทรศัพท์มือถือครับ

74
00:04:52,160 --> 00:04:55,841
เมื่อวานที่

75
00:04:56,161 --> 00:04:59,841
นั่งอยู่ DSS ใช่สันติภาพไหมลูก (นักศึกษาชาย)

76
00:05:00,162 --> 00:05:03,841
ใช่ครับผม (อาจารย์) แล้วทำไมไม่ใช้

77
00:05:04,173 --> 00:05:07,843
(นักศึกษาชาย) คอมพิวเตอร์หรอครับ (อาจารย์) ใช่ ๆ

78
00:05:08,175 --> 00:05:11,842
(นักศึกษา) ไมค์ในคอมของผมมีปัญหา

79
00:05:12,176 --> 00:05:15,842
(อาจารย์) อ๋อ (นักศึกษาชาย) เปิดไมค์ไม่ได้

80
00:05:16,177 --> 00:05:19,841
(อาจารย์) โอ.เค. ค่ะ

81
00:05:20,179 --> 00:05:23,849
เพราะความจริงถ้าเขียนจะต้องมาใช้

82
00:05:24,180 --> 00:05:27,842
ห้องแลป เพราะแม่จะดูว่าใครใช้ได้

83
00:05:28,182 --> 00:05:31,844
แต่ทีนี้ปัญหาคือเรายังใช้แล็บไม่ได้

84
00:05:32,198 --> 00:05:35,842

85
00:05:36,199 --> 00:05:39,842

86
00:05:40,201 --> 00:05:43,842

87
00:05:44,203 --> 00:05:47,845
ใช้คอมหรือใช้มือถือลูก (นักศึกษาชาย) ใช้

88
00:05:48,205 --> 00:05:51,842
Notebook ครับ (อาจารย์)

89
00:05:52,206 --> 00:05:55,842
สิริรัตน์ใช้อะไร (นักศึกษาหญิง) ใช้โทรศัพท์ค่ะ (อาจารย์)

90
00:05:56,211 --> 00:05:59,842
มุกใช้อะไรลูก พิมพ์

91
00:06:00,212 --> 00:06:03,842
มาบอกก็ได้ กัญญณัฐ

92
00:06:04,213 --> 00:06:07,842

93
00:06:08,213 --> 00:06:11,842
ตอนนี้ที่เห็นหน้ากัน

94
00:06:12,215 --> 00:06:15,842
มี 1, 2, 3, 4, 5

95
00:06:16,216 --> 00:06:19,842
คนอื่นหายไปไหนหมด ที่เหลือนี่พี่ล่ามทั้งนั้นเลยนะ

96
00:06:20,217 --> 00:06:23,844
หายไปไหนหมด (ล่าม) หนู

97
00:06:24,219 --> 00:06:27,843
ไม่เห็นเด็กหูหนวกเลยค่ะ วันนี้

98
00:06:28,220 --> 00:06:31,842
(ล่าม) เด็กหูหนวกไปไหนหมด (อาจารย์)

99
00:06:32,223 --> 00:06:35,842
เดี๋ยวกำลังตาม รอเพื่อน ๆ แป๊บหนึ่งนะ

100
00:06:36,224 --> 00:06:39,842

101
00:06:40,226 --> 00:06:43,842
(อาจารย์) อ๋อ มุกมีคอมพิวเตอร์อยู่นะ

102
00:06:44,227 --> 00:06:47,842
โอ.เค.

103
00:06:48,229 --> 00:06:51,842
เดชาพลมีคอมพิวเตอร์

104
00:06:52,232 --> 00:06:55,856
อยู่ใช่ไหมคะ (นักศึกษาชาย) ครับ อาจารย์ (อาจารย์)

105
00:06:56,233 --> 00:06:59,843
มีไหมลูก

106
00:07:00,236 --> 00:07:03,843

107
00:07:04,237 --> 00:07:07,842
มีนะครับ โอ.เค.

108
00:07:08,239 --> 00:07:11,854

109
00:07:12,241 --> 00:07:15,842
รออีกสัก

110
00:07:16,242 --> 00:07:19,845
10 นาทีนะ รอเพื่อน ๆ มา

111
00:07:20,243 --> 00:07:23,843
ตอนนี้ผ่อนคลาย เด็ก ๆ จะทำอะไรก่อนก็ได้อีก

112
00:07:24,244 --> 00:07:27,842
10 นาที ค่อยมาเจอกันใหม่

113
00:07:28,246 --> 00:07:31,843
พี่การ์ตูนพักก่อนก็ได้ ยังไม่มี

114
00:07:32,247 --> 00:07:35,843
เด็กหูยังไม่เข้ามา

115
00:07:36,248 --> 00:07:39,849
น่ะสิ กำลังตาม (ล่าม) เหลือแต่หูหนวก

116
00:07:40,250 --> 00:07:43,843
(อาจารย์) เพราะเมื่อวานเขาก็มีเรียนไง

117
00:07:44,254 --> 00:07:47,843
ก็แจ้งไว้แล้ว (ล่าม) อ๋อ ค่ะ (อาจารย์)

118
00:07:48,257 --> 00:07:51,843
(อาจารย์) เลยงงว่าทำไมไม่เข้า

119
00:07:52,258 --> 00:07:55,843
เน็ตที่หอเขามีปัญหาหรือเปล่า

120
00:07:56,267 --> 00:07:59,845
(ล่าม) อันนี้ส่วนใหญ่เด็กอยู่หอ

121
00:08:00,268 --> 00:08:03,843
เพราะว่าถ้าปี 1 ให้เด็กมาแล้ว

122
00:08:04,279 --> 00:08:07,843
มันมาก่อนที่เขาจะประกาศ

123
00:08:08,279 --> 00:08:11,843
(ล่าม) อ๋อ ค่ะ ก็เลยต้องอยู่หอนะ (อาจารย์) ปัญหา

124
00:08:12,280 --> 00:08:15,845
คือ เน็ตที่หอน่ะ มันจะไม่ค่อยเวิร์กเท่าไร

125
00:08:16,280 --> 00:08:19,844
(ล่าม) เข้าใจค่ะ อาจารย์

126
00:08:20,281 --> 00:08:23,843
จะต้องเป็นแบบว่าพอเด็ก ๆ อยู่

127
00:08:24,283 --> 00:08:27,843
หอนะ แล้วพอเรียนน่ะ พร้อม ๆ กันมันก็จะ

128
00:08:28,285 --> 00:08:31,843
ดึงเน็ตกัน (ล่าม) ใช่ (อาจารย์)

129
00:08:32,286 --> 00:08:35,846
น่าจะติดปัญหาอันนี้

130
00:08:36,287 --> 00:08:39,843
เราต้องได้รอแล้วล่ะ เมื่อวานเขาเข้ามา

131
00:08:40,289 --> 00:08:43,843
เขาก็เข้ากันอยู่ เพราะว่าแจ้งแล้ว

132
00:08:44,290 --> 00:08:47,843
พี่ ๆ ก็บอกว่าแจ้งแล้ว

133
00:08:48,290 --> 00:08:51,843
เพราะเมื่อวานเขาก็มีเรียน

134
00:08:52,291 --> 00:08:55,843
เรียนด้วยหรือคะอาจารย์

135
00:08:56,292 --> 00:08:59,848
ของอะไรนะ วิชาเจนเอ็ด

136
00:09:00,293 --> 00:09:03,843
ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร

137
00:09:04,294 --> 00:09:07,845
เพราะว่าอันนั้นเขารวมหลายเซก

138
00:09:08,295 --> 00:09:11,843
หมายเด็กเรียนรวมกัน

139
00:09:12,298 --> 00:09:15,847
ใช่ (ล่าม) ก็เลยต้องเอาน้องหูหนวกเรียนทีเดียวเลยใช่ไหมคะ

140
00:09:16,299 --> 00:09:19,843

141
00:09:20,302 --> 00:09:23,851

142
00:09:24,310 --> 00:09:27,843

143
00:09:28,310 --> 00:09:31,844

144
00:09:32,313 --> 00:09:35,843

145
00:09:36,315 --> 00:09:39,843
มีเจ้ามิ้นต์เข้ามาแล้วคนหนึ่ง

146
00:09:40,318 --> 00:09:43,844
มิ้นเปิดจอ

147
00:09:44,329 --> 00:09:47,845

148
00:09:48,331 --> 00:09:51,844

149
00:09:52,333 --> 00:09:55,843

150
00:09:56,335 --> 00:09:59,845

151
00:10:00,335 --> 00:10:03,849

152
00:10:04,339 --> 00:10:07,844

153
00:10:08,341 --> 00:10:11,844

154
00:10:12,344 --> 00:10:15,844

155
00:10:16,345 --> 00:10:19,844

156
00:10:20,359 --> 00:10:23,843

157
00:10:24,360 --> 00:10:27,844

158
00:10:28,363 --> 00:10:31,844

159
00:10:32,364 --> 00:10:35,844

160
00:10:36,368 --> 00:10:39,844

161
00:10:40,370 --> 00:10:43,844

162
00:10:44,371 --> 00:10:47,845
เขียน Flash

163
00:10:48,373 --> 00:10:51,844
แจ้งว่ากลับบ้านนี่ แล้วกลับมาหรือยัง

164
00:10:52,374 --> 00:10:55,854

165
00:10:56,375 --> 00:10:59,847
ไม่ใช่เธอไปฉีดวัคซีน

166
00:11:00,376 --> 00:11:03,846
วันนี้นะ เธอบอก...

167
00:11:04,380 --> 00:11:07,845
พ่อเขาเรียกกลับน่ะ น่าจะไปฉีดวัคซีน

168
00:11:08,381 --> 00:11:11,845
เจ้าแฝด

169
00:11:12,382 --> 00:11:15,849

170
00:11:16,383 --> 00:11:19,844
นั่นนะสิ

171
00:11:20,384 --> 00:11:23,845

172
00:11:24,385 --> 00:11:27,845

173
00:11:28,389 --> 00:11:31,845

174
00:11:32,389 --> 00:11:35,844

175
00:11:36,393 --> 00:11:39,857

176
00:11:40,395 --> 00:11:43,845

177
00:11:44,396 --> 00:11:47,844

178
00:11:48,398 --> 00:11:51,845

179
00:11:52,401 --> 00:11:55,849
นักเรียนหาย แย่แล้ว เด็ก ๆ

180
00:11:56,406 --> 00:11:59,844

181
00:12:00,408 --> 00:12:03,845

182
00:12:04,413 --> 00:12:07,845

183
00:12:08,415 --> 00:12:11,958

184
00:12:12,417 --> 00:12:15,844

185
00:12:16,418 --> 00:12:19,844

186
00:12:20,419 --> 00:12:23,845
มาแล้ว ๆ เจ้าแฝดมาแล้ว

187
00:12:24,420 --> 00:12:27,845

188
00:12:28,422 --> 00:12:31,845
สวัสดีจ้ะ

189
00:12:32,423 --> 00:12:35,845

190
00:12:36,425 --> 00:12:39,845
มาสาย ๆ พี่การ์ตูนบอกพี่

191
00:12:40,438 --> 00:12:43,855
แฝดมาสาย

192
00:12:44,444 --> 00:12:47,845
ทำอะไรอยู่

193
00:12:48,446 --> 00:12:51,846

194
00:12:52,447 --> 00:12:55,850
(ล่าม) นอนเพิ่งตื่นครับ

195
00:12:56,451 --> 00:12:59,846
แล้วนอนตื่นสายเด้อ

196
00:13:00,452 --> 00:13:03,845
(ล่าม) ใช่ครับ (อาจารย์) อยู่บ้านแล้วตื่นสาย

197
00:13:04,453 --> 00:13:07,846
(ล่าม) ต้องขออภัยด้วยนะครับ

198
00:13:08,455 --> 00:13:11,846

199
00:13:12,457 --> 00:13:15,845

200
00:13:16,458 --> 00:13:19,846
(ล่าม) ตอนนี้ผมอยู่บ้านครับ

201
00:13:20,459 --> 00:13:23,845
ก็เลยตื่นสาย

202
00:13:24,461 --> 00:13:27,845

203
00:13:28,466 --> 00:13:31,847
ครับ ใช่ครับ

204
00:13:32,468 --> 00:13:35,845
สะโลสะเลมาก

205
00:13:36,487 --> 00:13:39,846

206
00:13:40,488 --> 00:13:43,845
โหลงเหลงมากวันนี้

207
00:13:44,491 --> 00:13:47,845
สมาชิก เพื่อน ๆ เขายังไม่เข้ามา

208
00:13:48,492 --> 00:13:51,846
ตอนนี้มีเด็กตา

209
00:13:52,494 --> 00:13:55,845
เด็กปกติ

210
00:13:56,502 --> 00:13:59,846

211
00:14:00,503 --> 00:14:03,846

212
00:14:04,504 --> 00:14:07,846

213
00:14:08,506 --> 00:14:11,846

214
00:14:12,517 --> 00:14:15,845

215
00:14:16,519 --> 00:14:19,845

216
00:14:20,526 --> 00:14:23,846

217
00:14:24,530 --> 00:14:27,845

218
00:14:28,531 --> 00:14:31,849

219
00:14:32,536 --> 00:14:35,845

220
00:14:36,538 --> 00:14:39,845
เริ่มเข้ามาแล้ว ๆ

221
00:14:40,540 --> 00:14:43,845
จันทกานต์

222
00:14:44,542 --> 00:14:47,845
เข้ามาแล้วเปิดกล้อง

223
00:14:48,542 --> 00:14:51,848
บอกเพื่อนเปิดกล้อง

224
00:14:52,543 --> 00:14:55,846

225
00:14:56,545 --> 00:14:59,846
งั้นแฝดเข้ามาแล้วถาม

226
00:15:00,546 --> 00:15:03,846
แฝดเคยเรียนเขียนโปรแกรมมาหรือยัง

227
00:15:04,547 --> 00:15:07,846

228
00:15:08,549 --> 00:15:11,848
เคยเรียนไหม

229
00:15:12,553 --> 00:15:15,846
(ล่าม) เคยครับ (อาจารย์) เคยเขียนโปรแกรมภาษาอะไรมาก่อน

230
00:15:16,556 --> 00:15:19,846
ตอบได้ไหม

231
00:15:20,558 --> 00:15:23,848

232
00:15:24,560 --> 00:15:27,846

233
00:15:28,561 --> 00:15:31,846
(ล่าม) ทางแฝดไม่ค่อยชัดน่ะค่ะ (อาจารย์) นั่นน่ะสิ

234
00:15:32,564 --> 00:15:35,846
ดู... บอกเขาทำมือช้า ๆ

235
00:15:36,566 --> 00:15:39,846
ให้น้องบอกน้องเอาภาพพื้นหลังออก

236
00:15:40,570 --> 00:15:43,846
เออ

237
00:15:44,576 --> 00:15:47,846

238
00:15:48,578 --> 00:15:51,847
(ล่าม) เอาออกแล้วครับ

239
00:15:52,581 --> 00:15:55,846
(อาจารย์) ภาษาอะไรเคยเรียนภาษาอะไรมาลูก

240
00:15:56,583 --> 00:15:59,854

241
00:16:00,586 --> 00:16:03,849

242
00:16:04,590 --> 00:16:07,846

243
00:16:08,592 --> 00:16:11,847
(ล่าม) ก็คือเหมือนกับทำเป็น

244
00:16:12,593 --> 00:16:15,853
วิชา อ้าว น้องหาย แป๊บหนึ่งนะคะ

245
00:16:16,594 --> 00:16:19,848

246
00:16:20,596 --> 00:16:23,848
(อาจารย์) ภากร

247
00:16:24,597 --> 00:16:27,847
ถามภากรบ้าง (ล่าม) เอาใหม่ได้ไหม

248
00:16:28,598 --> 00:16:31,846
นพกิจ เมื่อกี้ ล่ามแบบ

249
00:16:32,604 --> 00:16:35,849
กล้องมันแบบสลับก็เลยแบบภาพ

250
00:16:36,604 --> 00:16:39,850
ขอใหม่ได้ไหม เดี๋ยวพูดให้

251
00:16:40,605 --> 00:16:43,864
(อาจารย์) ถามภากรว่าเคยเรียน

252
00:16:44,606 --> 00:16:47,868

253
00:16:48,611 --> 00:16:51,879
ภากรณ์

254
00:16:52,613 --> 00:16:55,880

255
00:16:56,616 --> 00:16:59,849
หูตึง ใช่ ๆ

256
00:17:00,617 --> 00:17:03,847
ก่อนเรียนคอมพิวเตอร์มีไหม

257
00:17:04,623 --> 00:17:07,849
โปรแกรม ทำเองมีไหม

258
00:17:08,624 --> 00:17:11,851
(อาจารย์) ภากรได้ยินอยู่หรือ

259
00:17:12,626 --> 00:17:15,846
ได้ยินหรือเปล่า

260
00:17:16,629 --> 00:17:19,847
คือ ตอนนี้ ได้ยินเปล่า

261
00:17:20,630 --> 00:17:23,847
ได้ยินหรอ ถ้าอย่างนั้น

262
00:17:24,632 --> 00:17:27,849
(อาจารย์) แต่พูดไม่ได้หรือ

263
00:17:28,633 --> 00:17:31,847
พูดได้ไหม แต่พูดไม่ได้

264
00:17:32,635 --> 00:17:35,847
ภาษามืออย่างเดียวใช่เปล่า (อาจารย์)

265
00:17:36,648 --> 00:17:39,846
เพราะเหมือนพี่โจโจ้

266
00:17:40,649 --> 00:17:43,890
รู้จักพี่โจโจ้อยู่นะ

267
00:17:44,656 --> 00:17:47,929
(ล่าม) หนูชื่อพี่โจ

268
00:17:48,657 --> 00:17:51,957
โจ้ รู้เปล่า

269
00:17:52,658 --> 00:17:55,959
รู้ ทราบครับ ทำไมสำคัญตอนนี้

270
00:17:56,659 --> 00:18:00,008
อธิบายว่าชื่อพี่

271
00:18:00,661 --> 00:18:03,847
โจโจ้ตอนนี้อ่านปาก ฝึก ๆ

272
00:18:04,662 --> 00:18:07,848
ใช่ไหม ใช่คราม (อาจารย์)

273
00:18:08,663 --> 00:18:11,847
อ่านปากได้

274
00:18:12,674 --> 00:18:15,848

275
00:18:16,677 --> 00:18:19,846
ประมาณนี้ล่ะหูตึง

276
00:18:20,678 --> 00:18:23,849
ถาม โปรแกรม พิมพ์ ๆ น่ะ

277
00:18:24,678 --> 00:18:27,847
(อาจารย์) เพราะว่าแม่เห็นบางที

278
00:18:28,680 --> 00:18:31,847
เขาประกาศรับสมัครน่ะ หูตึงเขาก็

279
00:18:32,681 --> 00:18:35,847
บอกไว้ ต้องสื่อสารได้ด้วย

280
00:18:36,682 --> 00:18:39,847
พูดไว้เลย

281
00:18:40,683 --> 00:18:43,848
โอ.เค. ต่อไปใครเข้ามาแล้ว

282
00:18:44,684 --> 00:18:47,847
แฝดมาแล้ว

283
00:18:48,686 --> 00:18:51,848
18 คนแล้วเพิ่งเข้ามา

284
00:18:52,687 --> 00:18:55,847
หายไปไหนแล้วโจ้ จันทร์กานต์น่ะ

285
00:18:56,689 --> 00:18:59,847

286
00:19:00,690 --> 00:19:03,847

287
00:19:04,692 --> 00:19:07,848
(อาจารย์) ไอ้นี่

288
00:19:08,696 --> 00:19:11,847
ชื่อเล่นอะไร จันทร์กานต์น่ะ ชื่ออะไรนะ

289
00:19:12,697 --> 00:19:15,847
อบ ๆ

290
00:19:16,702 --> 00:19:19,848
เปิดกล้องหรือเปล่าอบหายไปไหน

291
00:19:20,702 --> 00:19:23,847

292
00:19:24,704 --> 00:19:27,847

293
00:19:28,717 --> 00:19:31,847
อบไม่เปิดกล้องน่ะ

294
00:19:32,719 --> 00:19:35,847
เงียบ...

295
00:19:36,720 --> 00:19:39,847
แล้วก็เจ้ามิ้น

296
00:19:40,721 --> 00:19:43,847

297
00:19:44,723 --> 00:19:47,847

298
00:19:48,725 --> 00:19:51,847
(ล่าม) แฝด ๆ

299
00:19:52,726 --> 00:19:55,848
เตือน ๆ เพื่อนในไลน์หน่อย

300
00:19:56,727 --> 00:19:59,850
ธัญญาลักษณ์

301
00:20:00,728 --> 00:20:03,851
ธัญรัตน์

302
00:20:04,731 --> 00:20:07,847
(อาจารย์) เชอรี่หรือ

303
00:20:08,732 --> 00:20:11,847
ชื่อ

304
00:20:12,734 --> 00:20:15,848
ชื่อภาษามือ

305
00:20:16,736 --> 00:20:19,847
ใช่ไหม

306
00:20:20,737 --> 00:20:23,847
ใช่หรือเปล่า (ล่าม) ใช่ค่ะ (อาจารย์)

307
00:20:24,738 --> 00:20:27,847
ใช่ไหม

308
00:20:28,740 --> 00:20:31,848
เออ ถามเขาหน่อย ว่า

309
00:20:32,742 --> 00:20:35,852
เคยเรียนเขียนโปรแกรมมาแล้วหรือยัง (ล่าม) ตอนนี้เขามอง

310
00:20:36,748 --> 00:20:39,848
(อาจารย์) เดี๋ยวอ่านพี่ล่าม

311
00:20:40,750 --> 00:20:43,848
พอดีว่าทางล่ามไม่เห็น ขอโทษทีค่ะ

312
00:20:44,751 --> 00:20:47,848
เดี๋ยวนะคะ น้องชื่อธัญญาลักษณ์ใช่ไหมคะ

313
00:20:48,752 --> 00:20:51,858

314
00:20:52,753 --> 00:20:55,848
ตรึงหน้าจอได้ค่ะ เดี๋ยวสักครู่หนึ่งค่ะ

315
00:20:56,755 --> 00:20:59,848
ชื่ออบใช่ไหม

316
00:21:00,756 --> 00:21:03,849

317
00:21:04,758 --> 00:21:07,848

318
00:21:08,760 --> 00:21:11,849

319
00:21:12,764 --> 00:21:15,848
ธัญ...

320
00:21:16,766 --> 00:21:19,848
ธัญญลักษณ์

321
00:21:20,767 --> 00:21:23,848
ภาษามือชัดไหม ชัดหรือเปล่า (อาจารย์) ธัญลักษณ์เข้าใจไหมนิ

322
00:21:24,770 --> 00:21:27,848
กัญรัตน

323
00:21:28,771 --> 00:21:31,848
เหมือนดูแต่ไม่ได้ดูกล้อง

324
00:21:32,772 --> 00:21:35,857
ลองจันทร์กานต์

325
00:21:36,773 --> 00:21:39,848
เสื้อแดงน่ะ (อาจารย์) เพิ่งตื่นนอนดูสภาพ

326
00:21:40,775 --> 00:21:43,851
เด็กเพิ่งตื่น (อาจารย์) อบใช่ไหม

327
00:21:44,776 --> 00:21:47,848
ใช่ไหม อบใช่ไหม (ล่าม) ไม่มีใครมองกล้องเลย

328
00:21:48,777 --> 00:21:51,848
(อาจารย์) อบเปล่า อบเปล่า

329
00:21:52,781 --> 00:21:55,848
อบไหม (ล่าม) ชื่อภาษามือ

330
00:21:56,783 --> 00:21:59,848
ภาษามือ (อาจารย์) ไม่ดูกล้องเลย

331
00:22:00,784 --> 00:22:03,848
ดูหรือเปล่า ง่วงนอน สภาพแต่ละคน

332
00:22:04,786 --> 00:22:07,848
แต่ละคน [เสียงหัวเราะ]

333
00:22:08,787 --> 00:22:11,848
(ล่าม) เหมือนยังไม่ฟื้นค่ะ (อาจารย์) สกลฯ ฝนตก (ล่าม)

334
00:22:12,788 --> 00:22:15,848
สกลฝนตกใช่ไหมคะ ฝั่งนี้ปอย ๆ

335
00:22:16,793 --> 00:22:19,848
เห็นพี่เขาหรือเปล่านี่

336
00:22:20,826 --> 00:22:23,848
ไอ้เจ้าอบ เจ้าอบ จันทร์กานต์ (ล่าม)

337
00:22:24,829 --> 00:22:27,850
เปิดกล้องหน่อย เพื่อน เตือน ๆ กล้องเปิด

338
00:22:28,830 --> 00:22:31,848
เตือน ๆ กล้องเปิด

339
00:22:32,831 --> 00:22:35,849
เดินหนีไปแล้ว (อาจารย์) ธัญญารักษ์ก็ไปแล้ว

340
00:22:36,832 --> 00:22:39,848
จันทร์กานต์ ก็ (ล่าม) นิ่งเลย (อาจารย์)

341
00:22:40,832 --> 00:22:43,849
นั่นน่ะสิ ปิดกล้องอีกแล้ว

342
00:22:44,833 --> 00:22:47,849
แต่ละคน

343
00:22:48,835 --> 00:22:51,849
ปิดกล้องหนีเราไปเสียแล้ว

344
00:22:52,838 --> 00:22:55,848

345
00:22:56,839 --> 00:23:00,839
เปิดกล้อง

346
00:23:00,841 --> 00:23:04,841
(ล่าม) จันทร์กา

347
00:23:04,842 --> 00:23:08,842
กานต์ใช่ไหม เสื้อเหลืองน่ะ

348
00:23:08,844 --> 00:23:12,844
ผู้หญิง เสื้อเหลืองน่ะ

349
00:23:12,845 --> 00:23:16,845
เสื้อภาษามือ

350
00:23:16,854 --> 00:23:20,848
ชื่อภาษามือ ผู้หญิง

351
00:23:20,853 --> 00:23:24,848
เสื้อเหลืองน่ะ ภาษามือ

352
00:23:24,859 --> 00:23:28,848

353
00:23:28,858 --> 00:23:32,849
ทำไมคนนี้ไม่คุ้นหน้าเลย

354
00:23:32,861 --> 00:23:36,850
(อาจารย์) ดูกล้อองกันอยู่หรือเปล่า

355
00:23:36,878 --> 00:23:40,849
ไหมนี่ (ล่าม) ล่าม

356
00:23:40,884 --> 00:23:44,852
หูหนวก

357
00:23:44,888 --> 00:23:48,851
หูหนวกล่ามเห็นดีไหม ชัดไหม

358
00:23:48,890 --> 00:23:52,849
มีเห็น ชัดค่ะ ชื่อ

359
00:23:52,891 --> 00:23:56,849
ภาษามือ เสื้อเหลืองน่ะ

360
00:23:56,895 --> 00:24:00,850
เสื้อเหลืองน่ะ เสื้อเหลืองน่ะ

361
00:24:00,896 --> 00:24:04,849
ชื่อภาษามือไหน

362
00:24:04,897 --> 00:24:08,850

363
00:24:08,899 --> 00:24:12,849
ใช่ ๆ ชื่อไหน

364
00:24:12,901 --> 00:24:16,849
ชื่อนี้ใช่ไหม โอ.เค. จันทร์กานต์ชื่อนี้ค่ะ

365
00:24:16,902 --> 00:24:20,849
โอ.เค. ลืมขอโทษก็เลยถาม

366
00:24:20,908 --> 00:24:24,852
เคยเรียนภาษา

367
00:24:24,909 --> 00:24:28,849
ภาษามือดีไหม เมื่อก่อน ภาษามือแบบ

368
00:24:28,910 --> 00:24:32,849
เข้าใจ มีเปล่า โอ.เค.

369
00:24:32,915 --> 00:24:36,851
เข้าใจค่ะ เข้าใจเคยเรียนค่ะ

370
00:24:36,919 --> 00:24:40,852
กลัวไม่เข้าใจ ทีนี้

371
00:24:40,920 --> 00:24:44,849
พร้อมหรือยัง พร้อมหรือยังคะ

372
00:24:44,921 --> 00:24:48,850
พร้อมจะเรียนหรือยัง

373
00:24:48,924 --> 00:24:52,850
พร้อมไหม ๆ

374
00:24:52,925 --> 00:24:56,849
โอ.เค. ค่ะ เดี๋ยวเรามาเริ่มกัน

375
00:24:56,926 --> 00:25:00,849
(ล่าม) เริ่มเรียนนะ (อาจารย์) เรามาเริ่มเรียนกันเลยนะ

376
00:25:00,929 --> 00:25:04,849
เปิดวิดีโอตลอดนะ

377
00:25:04,929 --> 00:25:08,849
เพราะว่าภาพคะแนนให้ มี

378
00:25:08,930 --> 00:25:12,855

379
00:25:12,937 --> 00:25:16,850

380
00:25:16,939 --> 00:25:20,849

381
00:25:20,941 --> 00:25:24,849
ขอโทษ ๆ

382
00:25:24,942 --> 00:25:28,849
เห็นหน้าจออยู่นะ

383
00:25:28,944 --> 00:25:32,850
วิชาของเราก็คือ

384
00:25:32,945 --> 00:25:36,854
อันนี้ อันนี้หัวข้อที่จะสอนในวันนี้ คือ

385
00:25:36,946 --> 00:25:40,851
คอมพิวเตอร์และอังกอลิทึ่ม

386
00:25:40,947 --> 00:25:44,849
ก็คือหลักการเขียนโปรแกรมนะ

387
00:25:44,948 --> 00:25:48,850
หลักการก็คือ

388
00:25:48,948 --> 00:25:52,849
เป็นความรู้เบื้องต้น

389
00:25:52,949 --> 00:25:56,849
ก่อนจะเขียนโปรแกรม เราควรจะต้องมาทำความรู้ก่อนจากว่า

390
00:25:56,950 --> 00:26:00,849
เขียนโปรแกรมอะไร ซึ่ง ณ ตอนนี้

391
00:26:00,951 --> 00:26:04,850
ที่นี้ก็คือเขียนโปรแกรมให้คอมพิวเตอร์นี่ทำงาน

392
00:26:04,952 --> 00:26:08,850
นะคะ

393
00:26:08,953 --> 00:26:12,849
เพราะฉะนั้นสิ่งนั้นที่อยากให้เด็ก ๆ รู้ก็คือ

394
00:26:12,954 --> 00:26:16,850
เราจะต้องรู้ก่อนว่าระหว่างคนนี่

395
00:26:16,956 --> 00:26:20,850
มนุษย์หรือคน หรือคอมพิวเตอร์นี่

396
00:26:20,958 --> 00:26:24,850
มีวิธีการทำงาน

397
00:26:24,960 --> 00:26:28,850
เป็นอย่างไร หรือมีลักษณะของการทำงาน

398
00:26:28,961 --> 00:26:32,850
ของมนุษย์ทำอย่างไร คอมพิวเตอร์ทำอย่างไร

399
00:26:32,963 --> 00:26:36,852
ถ้าลักษณะการทำงานของคนกับคอมพิวเตอร์

400
00:26:36,970 --> 00:26:40,850
มันต่างกันอย่างไร มาดูกัน ดูอย่างแรกก่อน

401
00:26:40,975 --> 00:26:44,853
คอมพิวเตอร์มันจะทำงานได้อยู่

402
00:26:44,975 --> 00:26:48,850
3 อย่าง อย่างแรก คือ

403
00:26:48,976 --> 00:26:52,850
ต้องมี Input หรือการ

404
00:26:52,980 --> 00:26:56,850
รับข้อมูลเข้านะคะ ซึ่งในคอมพิวเตอร์นี่

405
00:26:56,982 --> 00:27:00,854
เราจะเรียกตัวนี้ว่า Input

406
00:27:00,983 --> 00:27:04,850
เข้าไปก่อน ต้องรับข้อมูลเข้าไปก่อน

407
00:27:04,985 --> 00:27:08,850
เสร็จแล้วทำอะไรต่อ

408
00:27:08,987 --> 00:27:12,850
มันจะมีแค่ 3 ขั้นต้อน คอมพิวเตอร์จะทำงานแค่ 3 ลำดับ

409
00:27:12,988 --> 00:27:16,850
ก็คือรับข้อมูลเข้า Input นะคะ

410
00:27:16,990 --> 00:27:20,851
Process แล้วก็แสดงผล

411
00:27:20,991 --> 00:27:24,851
หรือ Output หรือคือมี Input มี Output

412
00:27:24,992 --> 00:27:28,850
มี Process แล้วก็ Output

413
00:27:28,993 --> 00:27:32,850
มันคืออะไรเด็ก ๆ น่าจะงง

414
00:27:32,994 --> 00:27:36,854
อาจจะยังไม่เข้าใจ ว่า Input คืออะไร

415
00:27:36,996 --> 00:27:40,850
นะคะ คือเขาต้องทำตามขั้นตอน

416
00:27:40,998 --> 00:27:44,852
เลยนะ เห็นไหม ต้อง Input เห็นไหมคะ

417
00:27:44,999 --> 00:27:48,868
เรียงตั้งแต่ input ไปก่อนเลย Input

418
00:27:49,001 --> 00:27:52,856
เสร็จแล้วไป Process Process เสร็จแล้วไป

419
00:27:53,002 --> 00:27:56,851
Output ก็คือคอมพิวเตอร์จะต้อง

420
00:27:57,003 --> 00:28:00,851
รับข้อมูล ก็คือเราต้องเขียนโปรแกรม

421
00:28:01,004 --> 00:28:04,852
เพื่อให้คอมพิวเตอร์รับข้อมูลเข้าไป

422
00:28:05,005 --> 00:28:08,850
การสั่งงานคอมพิวเตอร์นั่นเอง

423
00:28:09,006 --> 00:28:12,850
นะคะ Process หรือประมวลผลก็คือ

424
00:28:13,007 --> 00:28:16,850
คำสั่งเข้ามา Input เข้ามานะคะ

425
00:28:17,009 --> 00:28:20,850
ก็จะนำคำสั่งนั้น หรือข้อมูลนั้น

426
00:28:21,010 --> 00:28:24,850
มาทำการประมวลผล การประมวลผล ก็คือ

427
00:28:25,011 --> 00:28:28,850
สิ่งที่สั่งนี่ สั่งให้ทำอะไร

428
00:28:29,012 --> 00:28:32,851
ประมวลเพื่ออะไร เพื่อจัดทำตามคำสั่ง

429
00:28:33,014 --> 00:28:36,850
ของเรานั่นเองนะคะ เสร็จแล้วเมื่อ Process

430
00:28:37,015 --> 00:28:40,850
เสร็จ มันก็จะต้องเป็น Output

431
00:28:41,016 --> 00:28:44,858
แสดงผลนะคะ ต้องมีการแสดงผล

432
00:28:45,017 --> 00:28:48,850
ออกมา เห็นไหมคะ พอแสดงผลเสร็จ

433
00:28:49,018 --> 00:28:52,850
ก็ย้อนกลับไปขั้นตอนเดิม ถ้าเรา

434
00:28:53,020 --> 00:28:56,850
ป้อนคำสั่งเข้าไปใหม่ มันก็จะทำวนอยู่แบบนี้

435
00:28:57,022 --> 00:29:00,850
นะคะ ก็คือขั้นตอนมีแค่นี้

436
00:29:01,026 --> 00:29:04,851
คอมพิวเตอร์นี่ มีแค่ 3 ส่วนนี่ ก็คือรับข้อมูลเข้าไป

437
00:29:05,027 --> 00:29:08,850
ทำการประมวลผลข้อมูล แสดงผลของข้อมูล

438
00:29:09,028 --> 00:29:12,851
นั้นนะคะ

439
00:29:13,037 --> 00:29:16,851
หลักการรับข้อมูลเข้าของ

440
00:29:17,038 --> 00:29:20,851
คอมพิวเตอร์นะคะ

441
00:29:21,039 --> 00:29:24,851
เราใช้อะไรให้ดูที่เครื่องคอมพิวเตอร์ของเราเป็นหลัก

442
00:29:25,049 --> 00:29:28,851
สิ่งที่จะเป็นตัวนำ

443
00:29:29,050 --> 00:29:32,851
ข้อมูลเข้าไปให้คอมพิวเตอร์ได้ คือ 1. ในรูป

444
00:29:33,052 --> 00:29:36,851
ก็จะมีคีย์บอร์ดใช่ไหมคะ

445
00:29:37,053 --> 00:29:40,853
คีย์บอร์ดจะเป็นตัวคีย์ ตัวพิมพ์ที่

446
00:29:41,054 --> 00:29:44,851
เราจะพิมพ์ข้อความหรือคำสั่งลงไปนั่นเอง

447
00:29:45,059 --> 00:29:48,851
นะคะ แล้วก็เมาส์เห็นไหมคะ

448
00:29:49,060 --> 00:29:52,851
เช่น เหมือนเวลาเราใช้โปรแกรมบางโปรแกรม จะใช้

449
00:29:53,061 --> 00:29:56,856
เมาส์ก็จะเป็นตัวป้อน เหมือนกดเมาส์

450
00:29:57,065 --> 00:30:00,851
กดคลิก OK หรือ คลิกตกลง

451
00:30:01,066 --> 00:30:04,851
อย่างนี้ นั่นก็คือรับคำสั่งผ่านอุปกรณ์ที่เรียกว่า

452
00:30:05,069 --> 00:30:08,852
Input Unit

453
00:30:09,070 --> 00:30:12,851
ก็คือประกอบด้วย คีย์บอร์ด

454
00:30:13,071 --> 00:30:16,852
เมาส์และมียุคใหม่เพิ่มมา เช่น มีเมาส์

455
00:30:17,072 --> 00:30:20,851
ปากกานะคะ เช่น ถ้าเราวาดรูป

456
00:30:21,073 --> 00:30:24,854
คอมพิวเตอร์มันวาดรูปเองไม่ได้

457
00:30:25,075 --> 00:30:28,851
เราใช้เมาส์ปากกาวาด เดี๋ยวพอได้เรียนอีกวิชา

458
00:30:29,076 --> 00:30:32,851
หนึ่งเด็ก ๆ จะได้รู้จักเมาส์ปากกา หรือเรียน

459
00:30:33,077 --> 00:30:36,851
ระบบปฏิบัติการก็จะเห็นลักษณะนั้น

460
00:30:37,078 --> 00:30:40,851
ทีนี้มาดูในส่วนของการประมวลผล

461
00:30:41,079 --> 00:30:44,851
นะคะ

462
00:30:45,081 --> 00:30:48,851
ก็คือเมื่อได้รับข้อมูลจากคีย์บอร์ด

463
00:30:49,081 --> 00:30:52,852
หรือเมาส์แล้ว สิ่งที่จะทำให้

464
00:30:53,082 --> 00:30:56,851
เครื่องคอมพิวเตอร์มันประมวลผลได้

465
00:30:57,083 --> 00:31:00,851
เด็ก ๆ จะมองไม่เห็นค่ะ มันจะอยู่ในเครื่อง

466
00:31:01,084 --> 00:31:04,851
CPU หรือ Cental

467
00:31:05,085 --> 00:31:08,851
Unit ก็คือหน่วยประมวลผลกลางนั่นเอง

468
00:31:09,086 --> 00:31:12,852
มันจะ แล้วก็มีอีกตัวหนึ่ง ที่เรียกว่า หน่วยความจำ

469
00:31:13,087 --> 00:31:16,851
หรือเมมโมรี่ และส่วนอีกความจำหนึ่ง

470
00:31:17,089 --> 00:31:20,851
สำหรับเก็บข้อมูล ก็คือฮาร์ทดิสก์

471
00:31:21,091 --> 00:31:24,852
ก็คือข้อมูลมันถูกส่งเข้ามา Input เข้ามา

472
00:31:25,092 --> 00:31:28,852
มันจะมาผ่าน CPU

473
00:31:29,093 --> 00:31:32,851
CPU ทำการประมวลผลแล้วเก็บไป

474
00:31:33,099 --> 00:31:36,851
อยู่ในหน่วยความจำที่จะเก็บอยู่ในฮาร์ทดิสก์

475
00:31:37,101 --> 00:31:40,852
นะคะ ตัวนี้

476
00:31:41,102 --> 00:31:44,852
ถ้าได้เรียนระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ก็จะได้เรียนลึกเข้าไปอีก

477
00:31:45,103 --> 00:31:48,855
นะคะ เมื่อทำการ

478
00:31:49,104 --> 00:31:52,852
ประมวลผลข้อมูลเสร็จ คอมพิวเตอร์

479
00:31:53,104 --> 00:31:56,853
จะใช้วิธีการแสดงผลลัพธ์ให้เราเห็นได้อย่างไร

480
00:31:57,107 --> 00:32:00,852
1. แสดงออกทางหน้าจอคอมพิวเตอร์นะคะ

481
00:32:01,108 --> 00:32:04,852
ก็คือเราดูข้อมูลหรือผลลัพธ์

482
00:32:05,110 --> 00:32:08,852
หรือผลลัพธ์หรือคำสั่งต่าง ๆ ที่เราส่งเข้าไปในหน้าจอ

483
00:32:09,112 --> 00:32:12,851
หรือ 2. แสดงทางเครื่องพิมพ์

484
00:32:13,113 --> 00:32:16,854
หรือพรินเตอร์ ก็คือเราสั่งให้มันพรินต์

485
00:32:17,114 --> 00:32:20,852
พรินต์ออกมาให้ดูก็ได้ หรือถ้า

486
00:32:21,116 --> 00:32:24,851
ไม่แสดงก็สามารถรเก็บไว้

487
00:32:25,117 --> 00:32:28,852
Output เอาไปเก็บไว้ใน Hardisk ไว้ก่อน

488
00:32:29,118 --> 00:32:32,858
ยังไม่ต้องแสดง เก็บไว้ก่อนก็ได้นะคะ ก็จะมีที่เก็บ

489
00:32:33,123 --> 00:32:36,852
ก็คือฮาร์ตดิสก์นั่นเอง หรือเก็บไว้

490
00:32:37,124 --> 00:32:40,852
ใน CD อย่างนี้ สมัยก่อนเขาจะเรียกว่า

491
00:32:41,124 --> 00:32:44,852
แผ่นดิสก์ เรียก "แผ่นดิสก์" หรือขึ้นมาหน่อยก็

492
00:32:45,125 --> 00:32:48,852
Handy Drive

493
00:32:49,126 --> 00:32:52,852
แล้วก็ ฮาร์ดดิสก์ไดรท์

494
00:32:53,127 --> 00:32:56,852
เคลื่อนย้ายไปไหนก็ได้แต่ล่าสุด

495
00:32:57,135 --> 00:33:00,853
ก็คือเก็บไว้บน Cloud Computer

496
00:33:01,136 --> 00:33:04,852
เพราะฉะนั้น ในขั้นตอนนี้คอมพิวเตอร์จะต้อง

497
00:33:05,140 --> 00:33:08,852
ทำงานอยู่ 3 ขั้นตอน มันต้องรับข้อมูลเข้ามาก่อน

498
00:33:09,145 --> 00:33:12,855
เท่านั้น อยู่ดี ๆ มันทำงานเองเลยไม่ได้

499
00:33:13,147 --> 00:33:16,852
รับมาเสร็จประมวลผล เสร็จแล้วแสดงผล

500
00:33:17,150 --> 00:33:20,852
นะคะ

501
00:33:21,154 --> 00:33:24,853
เมื่อกี้เรารู้ไปแล้วว่าคอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไร

502
00:33:25,156 --> 00:33:28,852
ทีนี้เรามาดูคนหรือมนุษย์

503
00:33:29,157 --> 00:33:32,852
อย่างไร

504
00:33:33,158 --> 00:33:36,855
ถ้าเป็นคน วิธีการรับข้อมูลของคนนะคะ

505
00:33:37,165 --> 00:33:40,852
เราจะใช้ข้อมูลผ่าน

506
00:33:41,167 --> 00:33:44,853
ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ก็คือ ตา

507
00:33:45,168 --> 00:33:48,853
หู จมูก

508
00:33:49,169 --> 00:33:52,852
มือ แล้วก็ปาก ผ่านทางตา

509
00:33:53,172 --> 00:33:56,853
ก็คือการมองเห็นใช่ไหม

510
00:33:57,173 --> 00:34:00,855
เหมือนเด็กหูนี่เราไม่ได้ยินใช่ไหมคะ

511
00:34:01,174 --> 00:34:04,856
มีการมองเห็นดีใช่ไหม จะใช้

512
00:34:05,175 --> 00:34:08,859
วิธีการรับข้อมูลจากทางตานะคะ

513
00:34:09,176 --> 00:34:12,852
แต่ทีนี้เด็กตานี่ มองไม่เห็นแต่

514
00:34:13,188 --> 00:34:16,852
ได้ยินชัดเจนใช่ไหมคะ จะใช้การรับข้อมูล

515
00:34:17,207 --> 00:34:20,852
จากเสียงใช่ไหม การได้ยินเสียงนั่นเอง

516
00:34:21,208 --> 00:34:24,857
นะคะ ส่วนอื่น ๆ ที่มีเหมือนกัน ก็คือ

517
00:34:25,211 --> 00:34:28,856
การได้กลิ่น เหมือนจมูก

518
00:34:29,212 --> 00:34:32,857
วิธีการรับข้อมูลผ่านจมูกของเรา เช่น

519
00:34:33,212 --> 00:34:36,852
เหม็น ใช่ไหม กลิ่นเหม็น

520
00:34:37,218 --> 00:34:40,852
กลิ่นหอมนะคะ

521
00:34:41,219 --> 00:34:44,852
ส่วนใหญ่ก็หลัก ๆ นะ

522
00:34:45,221 --> 00:34:48,852
มันก็มีเหม็นกับหอมนะ กลิ่นตุ ๆ

523
00:34:49,222 --> 00:34:52,854
อย่างนี้ มีกลิ่นแปลก ๆ อะไรอย่างนี้

524
00:34:53,224 --> 00:34:56,855
นั่นก็คือลักษณะของการรับข้อมูลของคน

525
00:34:57,225 --> 00:35:00,853
นะคะ การสัมผัสก็คือมือ

526
00:35:01,226 --> 00:35:04,854
เหมือนเด็กตามองไม่เห็นแต่ใช้มือ

527
00:35:05,227 --> 00:35:08,852
สัมผัสแล้วก็รู้ได้ว่า

528
00:35:09,229 --> 00:35:12,853
มีลักษณะอย่างไร มีผิวสัมผัสอย่างไร

529
00:35:13,229 --> 00:35:16,853
มีรูปทรงอย่างไรนะคะ และ

530
00:35:17,233 --> 00:35:20,854
และทางปาก ก็คือรสชาตินั่นเอง

531
00:35:21,236 --> 00:35:24,853
เรารับข้อมูลผ่านตา ก็คือรู้รส

532
00:35:25,236 --> 00:35:28,853
เผ็ด เปรี้ยว หวาน มัน เค็ม

533
00:35:29,241 --> 00:35:32,854
เป็นรสสัมผัสผ่านปาก รับข้อมูลเข้า

534
00:35:33,242 --> 00:35:36,854
เข้าผ่านปาก เหมือนตัวเล็กรู้รส

535
00:35:37,243 --> 00:35:40,853
นิ้วโป้งตัวเอง เลยลองชิมดู

536
00:35:41,243 --> 00:35:44,869
เห็นไหมคะ พัฒนาการของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันนะคะ

537
00:35:45,244 --> 00:35:48,854
เหมือนเด็กหูไม่ได้ยินแต่จะ

538
00:35:49,246 --> 00:35:52,853
สายตาได้ดีใช่ไหมคะ จะใช้

539
00:35:53,247 --> 00:35:56,853
สายตา ส่วนเด็กตา

540
00:35:57,249 --> 00:36:00,853
มองไม่เห็นแต่ได้ยินชัด แต่

541
00:36:01,251 --> 00:36:04,853
สัมผัสได้ชัดเจน สัมผัส

542
00:36:05,252 --> 00:36:08,854
ของสิ่งนี้มีลักษณะอย่างไร อะไรอย่างไร

543
00:36:09,255 --> 00:36:12,853
นั่นก็คือวิธีการรับข้อมูลของคนจะเป็นอย่างนี้

544
00:36:13,256 --> 00:36:16,854
ของคนนี่ แยกได้หลายส่วนเลย ใช่ไหมคะ

545
00:36:17,257 --> 00:36:20,853
แต่ของคอมพิวเตอร์นี่

546
00:36:21,268 --> 00:36:24,857
มันรับส่วนเดียวเลย คือ เราต้องป้อนไปให้มัน แต่คนนร

547
00:36:25,272 --> 00:36:28,853
ไม่ต้องป้อน เช่น บางทีเหมือนเราเดินไป

548
00:36:29,275 --> 00:36:32,853
หรือนั่งรถ ให้นึกถึงเหมือนเรานั่งรถ

549
00:36:33,276 --> 00:36:36,853
ไปเที่ยวอย่างนี้

550
00:36:37,277 --> 00:36:40,853
สิ่งที่เรารับ ก็คือสิ่งที่เราเห็นใช่ไหมคะ

551
00:36:41,279 --> 00:36:44,853
ได้ยินด้วย

552
00:36:45,280 --> 00:36:48,854
มีเสียงอย่างนั้น อย่างนี้ ใช่ไหมคะ อาจจะบอกได้ว่า

553
00:36:49,282 --> 00:36:52,854
ถึงตลาดแล้วนะ เหมือนเด็กตานี่

554
00:36:53,283 --> 00:36:56,853
มองไม่เห็นแต่ได้ยินเสียงว่าแถวนี้

555
00:36:57,285 --> 00:37:00,853
เป็นแถวไหนอะไรอย่างไร อย่างนี้นะคะ

556
00:37:01,286 --> 00:37:04,856
กับใช้วิธีการสัมผัสใช่ไหมคะ

557
00:37:05,292 --> 00:37:08,853
อย่างนี้เป็นต้น นั่นคือส่วนของการรับข้อมูลของคน

558
00:37:09,293 --> 00:37:12,853
เรามาดูการประมวลผล

559
00:37:13,309 --> 00:37:16,853
ข้อมูลของคน คนใช้วิธีประมวลผล

560
00:37:17,310 --> 00:37:20,853
อย่างไรนะคะ

561
00:37:21,311 --> 00:37:24,853
ของคนนิแยกออกเป็น 3 ส่วนเลย

562
00:37:25,314 --> 00:37:28,854
แยกตามวิธีการคิดคำนวณ

563
00:37:29,324 --> 00:37:32,853
แยกเป็นส่วนของความรู้แล้วก็แยกเป็นส่วน

564
00:37:33,325 --> 00:37:36,855
ของความชัด ก็คือถ้าเกี่ยวกับตัวเลข

565
00:37:37,326 --> 00:37:40,855
นะคะ การประมวลผลในการ

566
00:37:41,342 --> 00:37:44,854
คิดคำนวณ ก็คือเกี่ยวกับตัวเลข สถิติ

567
00:37:45,343 --> 00:37:48,855
นะคะ ความรู้เช่น เหมือนวันนี้

568
00:37:49,344 --> 00:37:52,856
สอนเข้าไปนี่ ป้องเข้าไป ป้อนข้อมูลเข้าไปนี่

569
00:37:53,347 --> 00:37:56,853
นั่นก็คือความรู้

570
00:37:57,348 --> 00:38:00,854
หรือไปศึกษาเอาเอง หรือ

571
00:38:01,349 --> 00:38:04,854
อ่านเอาเองอย่างนี้ หรืออย่างนี้

572
00:38:05,350 --> 00:38:08,854
เด็กยุดใหม่น่าจะไม่นิยมอ่านหนังสือ

573
00:38:09,351 --> 00:38:12,856
ส่วนใหญ่จะเป็นดู Youtube ใช่ไหม

574
00:38:13,356 --> 00:38:16,853
นะคะ ส่วนใหญ่จะไปดูยูทูป

575
00:38:17,358 --> 00:38:20,855
เป็นความรู้ที่ได้จาก

576
00:38:21,360 --> 00:38:24,858
การรับข้อมูลที่บอกไว้ในข้างต้นของคน

577
00:38:25,369 --> 00:38:28,853
การดูการฟัง การกิน

578
00:38:29,374 --> 00:38:32,853
การดมกลิ่นนะคะ อย่างนั้นเป็นต้น

579
00:38:33,375 --> 00:38:36,854
นะคะ ทีนี้ส่วนความจำ

580
00:38:37,376 --> 00:38:40,854
คนจะมีการเก็บความจำอย่างไร ก็คือตั้งแต่เล็กจนโตนี่

581
00:38:41,381 --> 00:38:44,860
มันจะบันทึกอัตโนมัติสมอง

582
00:38:45,384 --> 00:38:48,853
นึกออกนะ เด็ก ๆ บางคนนี่อาจจะจำไม่ได้

583
00:38:49,385 --> 00:38:52,855
ตอนเล็ก ๆ อาจจะจำไม่ได้ แต่

584
00:38:53,386 --> 00:38:56,854
เหมือนเรียนไปนี่ ตอนแรก ๆ ที่สอนไปนี่

585
00:38:57,390 --> 00:39:00,854
อาจจะยังไม่จำใช่ไหมคะ

586
00:39:01,390 --> 00:39:04,854
สิ่งที่เราทำซ้ำ ๆ คนทำซ้ำ ๆ

587
00:39:05,391 --> 00:39:08,854
ความจำที่ดีที่สุด

588
00:39:09,400 --> 00:39:12,853
ก็คือกระทำสิ่งนั้นซ้ำ ๆ ก็คือ

589
00:39:13,408 --> 00:39:16,855
ทำซ้ำบ่อย ๆ ทำซ้ำ

590
00:39:17,409 --> 00:39:20,854
หลาย ๆ ครั้งนะ ก็จะเกิดความจำ ก็จะเปิดทักษะ

591
00:39:21,410 --> 00:39:24,854
เพราะฉะนั้น ที่เด็ก ๆ มาเรียนกันนี่

592
00:39:25,411 --> 00:39:28,865
ถ้าเด็ก ๆ ไปพยายามฝึก นึกออกนะคะ

593
00:39:29,412 --> 00:39:32,854
ไม่พยายามอ่านซ้ำ ๆ หรือไม่ทำ

594
00:39:33,415 --> 00:39:36,854
สิ่งที่แม่สอนไปซ้ำ ๆ ความจำของเด็ก ๆ จะไม่เกิด

595
00:39:37,415 --> 00:39:40,854
สิ่งที่จะทำให้เกิดความจำได้ ก็คือการทำ

596
00:39:41,416 --> 00:39:44,854
ซ้ำ ทำสิ่งนั้นซ้ำ ๆ

597
00:39:45,417 --> 00:39:48,854
นะคะ แล้วมันจะทำให้เกิดอะไร

598
00:39:49,418 --> 00:39:52,855
ต่อ มันจะทำให้เกิดความรู้ได้ด้วย

599
00:39:53,418 --> 00:39:56,854
ไม่มีใครเหมือนที่เมื่อ

600
00:39:57,419 --> 00:40:00,854
เหมือนที่เมื่อตอนต้นแม่ถามไปว่า ใครไปเรียน

601
00:40:01,420 --> 00:40:04,854
เขียนโปรแกรมมาแล้วบ้าง บางคนตอบยังไม่เคยเลย

602
00:40:05,421 --> 00:40:08,855
เห็นไหมคะ ไม่เคยไม่เป็นไร เรามาเรียนรู้

603
00:40:09,422 --> 00:40:12,855
ได้นะคะ เรียนแล้วเราทำอะไร

604
00:40:13,423 --> 00:40:16,854
เราทำซ้ำ ๆ น่ะ ฝึกปกฺบัติ

605
00:40:17,424 --> 00:40:20,854
นั่นเอง วิชาปฏิบัติ

606
00:40:21,425 --> 00:40:24,854
เด็ก ๆ จะต้องเขียนบ่อย ๆ เขียนซ้ำ ๆ

607
00:40:25,426 --> 00:40:28,860
นะคะ เขียนโน้ต

608
00:40:29,427 --> 00:40:32,854
พยายามเขียนโน้ต เขียนโน้ตไว้ด้วย

609
00:40:33,428 --> 00:40:36,857
1. หัดจดด้วย

610
00:40:37,434 --> 00:40:40,855
คือ ที่แม่พบปัญหานี่ ก็คือ

611
00:40:41,450 --> 00:40:44,855
เหมือนเด็กหูน่ะ เขาเห็นอย่างเดียว

612
00:40:45,458 --> 00:40:48,854
เขาไม่ได้ยินนี่ เขาจะจดไม่ได้ เขาจะต้องดูสไลด์

613
00:40:49,459 --> 00:40:52,854
ทีนี้แต่ทีนี้สไลด์เรา

614
00:40:53,462 --> 00:40:56,854
เรามีไว้ให้ดูย้อนหลังได้อีก เด็ก ๆ ควรจะ

615
00:40:57,469 --> 00:41:00,854
ทบทวนด้วยการจด จดด้วยตัวเอง 1 ครั้ง

616
00:41:01,470 --> 00:41:04,854
นะคะ เสร็จแล้วก็ทำซ้ำ ๆ จดซ้ำ ๆ นี่

617
00:41:05,473 --> 00:41:08,855
มันจะเกิดความจำขึ้นมา พอมีความจำแล้วก็จะมีความรู้ขึ้นมา

618
00:41:09,474 --> 00:41:12,857
นะคะ ควรฝึกให้เป็นนิสัย ไม่ใช่

619
00:41:13,475 --> 00:41:16,854
เด็กหูนะคะ เด็กตาก็เหมือนกัน เราจะ

620
00:41:17,475 --> 00:41:20,854
เป็น เรียนแล้ว ทำอย่างไร ทำให้ได้

621
00:41:21,477 --> 00:41:24,855
เรียนให้รู้ ต้องใช้วิธีนี้นะคะ เด็ก ๆ

622
00:41:25,478 --> 00:41:28,854
ไม่เข้าใจต้องถาม

623
00:41:29,479 --> 00:41:32,854
ไม่ต้องกลัวแม่ดุนะคะ วิชานี้เรา

624
00:41:33,483 --> 00:41:36,855
คุยได้ ใครไม่ทันให้ยกมือนะคะ

625
00:41:37,484 --> 00:41:40,855
เราเรียนไปแบบเรียนรู้ร่วมกัน

626
00:41:41,485 --> 00:41:44,857
ไม่รีบไม่ร้อน ค่อย ๆ เรียน นั่นก็คือวิธีการ

627
00:41:45,486 --> 00:41:48,855
การประมวลผลของมนุษย์มันจะมีอยู่ 3 ส่วน

628
00:41:49,486 --> 00:41:52,855
ก็คือเป็น เกิดจากส่วนของการคิดคำนวณ

629
00:41:53,488 --> 00:41:56,857
ส่วนของความรู้แล้วก็ส่วนของความจำ

630
00:41:57,491 --> 00:42:00,855
ทีนี้มาดูการแสดงผลลัพธ์ของมนุษย์ล่ะ

631
00:42:01,493 --> 00:42:04,855
แต่การแสดงผลลัพธ์ของมนุษย์ล่ะ

632
00:42:05,495 --> 00:42:08,854
ป้อนเข้าไปนะคะ แสดงออกได้อย่างไรบ้าง

633
00:42:09,498 --> 00:42:12,855
1 ใช้การพูดออกมา

634
00:42:13,509 --> 00:42:16,855
เหมือนที่แม่ถามนะ

635
00:42:17,510 --> 00:42:20,855
ใคร...

636
00:42:21,512 --> 00:42:24,855
ใครเคยเรียนมาแล้วบ้าง ทุกคนไม่ได้พูด

637
00:42:25,517 --> 00:42:28,855
แต่ใช้วิธี ถ้าเป็นเมื่อกี้ที่เราแชท

638
00:42:29,518 --> 00:42:32,858
ถ้าสมัยก่อน มันก็คือการเขียน

639
00:42:33,520 --> 00:42:36,857
มันก็จะเป็นการพิมพ์นะ หรือ

640
00:42:37,521 --> 00:42:40,858
การอ่าน เห็นไหมคะ การแสดงผลลัพธ์ การอ่านให้ฟัง

641
00:42:41,522 --> 00:42:44,859
หรือพูดให้ฟัง แล้วก็การเคลื่อนไหว

642
00:42:45,525 --> 00:42:48,862
เด็กหูพูดไม่ได้ใช่ไหมคะ แต่ใช่ภาษาม

643
00:42:49,528 --> 00:42:52,855
ภาษามือได้ นั่นก็คือการเคลื่อนไหว

644
00:42:53,531 --> 00:42:56,855
โดยใช้เป็นภาษามืออย่างนี้นะคะ นั่นก็คือการแสดงผล

645
00:42:57,534 --> 00:43:00,858
ของข้อมูลของมนุษย์ ที่

646
00:43:01,535 --> 00:43:04,857
รู้สิ่งที่รับเข้าไป เช่น

647
00:43:05,536 --> 00:43:08,857
สมมติเมื่อเช้าเดี๋ยวจะถามดูนะคะ

648
00:43:09,542 --> 00:43:12,855
เดี๋ยวจะลองถามทีละคน อยากรู้

649
00:43:13,545 --> 00:43:16,855
ตัวเองเป็นมนุษย์และ

650
00:43:17,546 --> 00:43:20,855
ข้อมูลเข้าไปเมื่อเช้านี้ ลองมา

651
00:43:21,546 --> 00:43:24,863
ดูกันนะคะ ทุกคน

652
00:43:25,549 --> 00:43:28,855
ผ่านระบบแรกเลย ที่เด็ก ๆ น่าจะรู้

653
00:43:29,550 --> 00:43:32,855

654
00:43:33,552 --> 00:43:36,858
เมื่อเช้านี้กินข้าวกับอะไร

655
00:43:37,557 --> 00:43:40,855
ลองตอบพิมพ์ตอบมาค่ะ

656
00:43:41,559 --> 00:43:44,856
ทุกคนเลย กินข้าวกับอะไร ตอนเช้า เมื่อเช้า

657
00:43:45,560 --> 00:43:48,855
ตอบมาสิ มาม่าเกาหลีมาแล้วครับ

658
00:43:49,561 --> 00:43:52,855
ยังไม่ได้ทาน

659
00:43:53,568 --> 00:43:56,856
ใครกินข้าวกับอะไรมาแล้วบ้าง

660
00:43:57,569 --> 00:44:00,855
มีคำถามต่อ เพราะฉะนั้น ตอบมาก่อน ๆ

661
00:44:01,573 --> 00:44:04,855
มีใครตอบมาแล้ว เดชาพลบอกมาม่าเกาหลี

662
00:44:05,582 --> 00:44:08,856
มาม่าเกาหลีแต่เช้าเลยหรือลูก

663
00:44:09,583 --> 00:44:12,862
แซบบ่

664
00:44:13,583 --> 00:44:16,855
อร่อยไหม เดชาพล

665
00:44:17,584 --> 00:44:20,857
มาม่าเกาหลี ยังไม่ได้ทาน

666
00:44:21,585 --> 00:44:24,855
อยู่ 2 รสเผ็ดหรือเปล่าลูก

667
00:44:25,586 --> 00:44:28,855
เดชาพลได้ยินไหมครับ

668
00:44:29,588 --> 00:44:32,856
ไม่ได้เปิดเสียงหรือ

669
00:44:33,588 --> 00:44:36,855
รสชาติเป็นอย่างไร มาม่าเกาหลี

670
00:44:37,589 --> 00:44:40,859
มีเผ็ด มีเปรี้ยว (นักศึกษา)

671
00:44:41,590 --> 00:44:44,855
รสเผ็ดครับสีดำ (อาจารย์) อ๋อ รสเผ็ด

672
00:44:45,594 --> 00:44:48,855
แสดงว่าชอบกินเผ็ดใช่ไหม

673
00:44:49,598 --> 00:44:52,855
ชอบกินเผ็ดหรือเปล่าเรา

674
00:44:53,599 --> 00:44:56,856
เดชาพลชอบกินเผ็ดใช่ไหม

675
00:44:57,600 --> 00:45:00,855
ข้าวมันไก่ สันติภาพข้าวมันไก่

676
00:45:01,600 --> 00:45:04,855

677
00:45:05,611 --> 00:45:08,856
ไปซื้อจากไหน ไปซื้อจากไหน สันติภาพ

678
00:45:09,614 --> 00:45:12,870
(นักศึกษา) ไปซื้อที่โรงอาหาร

679
00:45:13,615 --> 00:45:16,856
อย่างถามสันติภาพนี่ ข้อมูลที่สันติภาพ

680
00:45:17,617 --> 00:45:20,856
รับเข้าไป ก็คือโรงอาหารไปอย่างไร

681
00:45:21,622 --> 00:45:24,855
ตอบแม่ได้ไหม (นักศึกษ

682
00:45:25,623 --> 00:45:28,856
(อาจารย์) ไกลไหมครับ (นักศึกษา)

683
00:45:29,637 --> 00:45:32,856
ไกลพอสมควร ในหอหรือตรงไหนลูก

684
00:45:33,642 --> 00:45:36,856
ตรงในหอครับ (อาจารย์) ที่อยู่ตรงหอใช่ไหม

685
00:45:37,644 --> 00:45:40,862
ความจำ สันติภาพ

686
00:45:41,647 --> 00:45:44,857
ใช้วิธีการจำว่าอยู่โรงอาหาร ใช้วิธีไหน

687
00:45:45,653 --> 00:45:48,855
จำได้ไหม (นักศึกษาชาย)

688
00:45:49,654 --> 00:45:52,855
ร้านข้าวแกง (อาจารย์) ร้านข้าวแกง

689
00:45:53,655 --> 00:45:56,856
ร้านก๋วยเตี๋ยว (อาจารย์) มีร้านก๋วยเตี๋ยว

690
00:45:57,656 --> 00:46:00,856
ลักษณะนี้จะเป็นความจำ

691
00:46:01,658 --> 00:46:04,856
สันติภาพรู้แล้วว่าโรงอาหารมีอะไรขาย

692
00:46:05,659 --> 00:46:08,856
นั่นก็คือจำ อาจจะ สันติภาพอาจจะไม่เห็น แต่จะรู้ได้อย่างไร

693
00:46:09,660 --> 00:46:12,856
ใครพาไป หรือใครบอก

694
00:46:13,661 --> 00:46:16,856
(นักศึกษา) วันแรกเพื่อนพาไปครับ

695
00:46:17,662 --> 00:46:20,856
ใช่ไหม (นักศึกษาชาย) ส่วนใหญ่ตรงหอ

696
00:46:21,664 --> 00:46:24,859
มันเลี้ยงครั้งเดียว แล้วก็เดินตรงไปเลย (อาจารย์)

697
00:46:25,669 --> 00:46:28,856
เดี๋ยวนี้ไปเองได้แล้วใช่ไหมครับ (นักศึกษาชาย) ใช่ครับ

698
00:46:29,670 --> 00:46:32,856
(อาจารย์) โอ.เค. คนอื่นต่อ

699
00:46:33,671 --> 00:46:36,856
ใครยังไม่ได้กิน จันทกานต์

700
00:46:37,673 --> 00:46:40,856
ยังไม่ได้กิน สิริลัษณ์ยังไม่ได้กิน

701
00:46:41,686 --> 00:46:44,856
อาฟาเบตก็ยังไม่ได้กิน

702
00:46:45,688 --> 00:46:48,856
ยังไม่ได้กิน นพกิต

703
00:46:49,689 --> 00:46:52,856
แฝดอยู่ไหนเอ่ย

704
00:46:53,691 --> 00:46:56,856
แฝดนะ แฝด กินข้าวกับอะไร

705
00:46:57,693 --> 00:47:00,856
แกงหน่อไม้ แกงหน่อไม้แต่เช้าเลย แกงหน่อไม้อย่างเดียวหรอ

706
00:47:01,696 --> 00:47:04,856
ใครทำให้กิน

707
00:47:05,697 --> 00:47:08,859
อร่อยไหม อร่อยไหม

708
00:47:09,698 --> 00:47:12,859
อร่อย

709
00:47:13,699 --> 00:47:16,856

710
00:47:17,700 --> 00:47:20,856
คนอื่นส่วนใหญ่ยังไม่ได้กินนะ

711
00:47:21,701 --> 00:47:24,856
คนอื่นส่วนใหญ่ยังไม่ได้กินนะ

712
00:47:25,707 --> 00:47:28,856
มีกินไม่กี่คนเอง แหม เลยถามต่อไม่ได้เลย

713
00:47:29,709 --> 00:47:32,856
อดิศรก็ยังไม่ได้กิน เพิ่งตื่นใช่ไหมนี่

714
00:47:33,710 --> 00:47:36,856
สภาพ อดิศรก็ยังไม่ได้กิน

715
00:47:37,711 --> 00:47:40,857
ก็ยังไม่ได้กิน

716
00:47:41,712 --> 00:47:44,856
ข้าวเช้ายังไม่ได้กิน

717
00:47:45,715 --> 00:47:48,857
วริศาก็ยังไม่ได้กิน

718
00:47:49,723 --> 00:47:52,856

719
00:47:53,724 --> 00:47:56,858
เพิ่งพากันตื่น ถามอดิศร

720
00:47:57,725 --> 00:48:00,856
ทำไมวันนี้ตื่นสาย

721
00:48:01,727 --> 00:48:04,857

722
00:48:05,728 --> 00:48:08,857

723
00:48:09,729 --> 00:48:12,856

724
00:48:13,732 --> 00:48:16,858

725
00:48:17,734 --> 00:48:20,856

726
00:48:21,737 --> 00:48:24,859
ตื่นสาย

727
00:48:25,743 --> 00:48:28,857
วาริศาล่ะ ตื่นสายหรือทำไมเข้าห้องช้าล่ะ

728
00:48:29,746 --> 00:48:32,856

729
00:48:33,748 --> 00:48:36,857
เน็ตหลุดอีกแล้ว ถามธัญรัตน์ก็ได้

730
00:48:37,749 --> 00:48:40,861
กัญลัทธ

731
00:48:41,750 --> 00:48:44,856
อยู่หอ หันหนีตลอดเลยลูก

732
00:48:45,752 --> 00:48:48,856
หันหนีกล้องตลอดเลยลูกฉัน

733
00:48:49,753 --> 00:48:52,856
ฮัลโหล อ่าวอยู่ด้วยกัน ไอ้ 2 คนนี้

734
00:48:53,755 --> 00:48:56,856
อยู่บ้านหรืออยู่หอ

735
00:48:57,757 --> 00:49:00,856
มันดูอะไร

736
00:49:01,758 --> 00:49:04,856

737
00:49:05,777 --> 00:49:08,869
(ล่าม) อาจารย์ขา พอดีล่ามไม่เห็นกล้องของ

738
00:49:09,778 --> 00:49:12,857
ธัญลักน่ะค่ะ (อาจารย์) น้องเปิดอยู่นะ

739
00:49:13,779 --> 00:49:16,857
เปิดอยู่ไหน น้องใส่เสื้อแดงดำน่ะค่ะ

740
00:49:17,780 --> 00:49:20,856
เห็นไหมคะ (ล่าม) ไม่เห็นน่ะค่ะ

741
00:49:21,781 --> 00:49:24,857
เห็นแต่วาริศา

742
00:49:25,784 --> 00:49:28,857
น่าจะเป็นสัญญาเน็ต

743
00:49:29,785 --> 00:49:32,858
อย่างนั้นจันทกานต์ล่ะคะ น้องเสื้อเหลือง

744
00:49:33,788 --> 00:49:36,856
สีหู สีตา สภาพเพิ่งตื่นนอน (ล่าม)

745
00:49:37,790 --> 00:49:40,857
เสื้อเหลือง ๆ (ล่าม) ไม่เห็น พอดีว่าหนูเปิดจากจอโน๊ตบุ๊กน่ะค่ะ

746
00:49:41,791 --> 00:49:44,866
โน๊ทบุคน่ะค่ะ

747
00:49:45,791 --> 00:49:48,860
แต่อาจารย์ก็ปักหมุดอยู่นะ

748
00:49:49,792 --> 00:49:52,857
เสื้อเหลืองน่ะค่ะ

749
00:49:53,805 --> 00:49:56,857
จันทกานต์เจ้าอบ ๆ

750
00:49:57,810 --> 00:50:00,857
ตื่นสาย นอน

751
00:50:01,812 --> 00:50:04,858
นอนดึกหรือทำอะไรอยู่ ทำไมวันนี้เข้าเรียนสาย

752
00:50:05,816 --> 00:50:08,858

753
00:50:09,820 --> 00:50:12,857

754
00:50:13,822 --> 00:50:16,858
กล้องมันมัวนะ กล้องเด็กน้อยน่ะ

755
00:50:17,823 --> 00:50:20,864
มองเห็นไม่ค่อยชัดน่ะ เขาทำภาษามือดู

756
00:50:21,824 --> 00:50:24,857
ยากเหมือนกัน

757
00:50:25,827 --> 00:50:28,859
เพราะพี่ล่ามบอกไม่เห็นกล้องน้อง

758
00:50:29,831 --> 00:50:32,858
น่าจะเป็นกับสัญญาณเน็ต

759
00:50:33,832 --> 00:50:36,857
เพราะนี่เราเห็นภาพมันก็เป็นกระตุก ๆ

760
00:50:37,834 --> 00:50:40,857
เห็นไม่ชัดเหมือนกัน (ล่าม) หนูเห็นวริศา

761
00:50:41,843 --> 00:50:45,843
ค่ะ อือ (อาจารย์) ค่ะ ๆ ไม่เป็นไรค่ะ

762
00:50:45,845 --> 00:50:49,845
ปิดกล้องอีก

763
00:50:49,846 --> 00:50:53,846
ภากร

764
00:50:53,847 --> 00:50:57,847
(ล่าม) อันนี้หูหนวกหรือเปล่าคะ

765
00:50:57,848 --> 00:51:01,848
ภากรณ์ (อาจารย์) ภากรณ์หูหนวกค่ะ

766
00:51:01,849 --> 00:51:05,849
หายไปไหนแล้ว Hello

767
00:51:05,853 --> 00:51:09,853

768
00:51:09,855 --> 00:51:13,855
ภากรณ์หายไปแล้ว

769
00:51:13,873 --> 00:51:17,860
ไปกินข้าวหรือยัง รีบไปกินข้าวกันเลยเชี

770
00:51:17,877 --> 00:51:21,858

771
00:51:21,879 --> 00:51:25,859
ไม่เป็นอะไรนะคะ

772
00:51:25,880 --> 00:51:29,860
ไปต่อนะคะ ดูสไลด์เราต่อ

773
00:51:29,882 --> 00:51:33,857

774
00:51:33,884 --> 00:51:37,857
เมื่อกี้ที่ถามไป ก็คือการแสดงผลลัพธ์

775
00:51:37,887 --> 00:51:41,857
ลัพธ์ใช่ไหม ถามจากสิ่งที่เด็ก ๆ

776
00:51:41,901 --> 00:51:45,857
รับมาเมื่อเช้า ก็คือผ่านการกิน กินอะไรเข้าไป

777
00:51:45,903 --> 00:51:49,857
ก็พิมพ์ตอบ หรือเขียนตอบ

778
00:51:49,904 --> 00:51:53,857
ยังไม่ได้กินเลย บางคนก็บอกว่ากินข้าว

779
00:51:53,905 --> 00:51:57,858
มันไก่ บอกบางคนตอบมาม่าเกาหลีนะคะ

780
00:51:57,906 --> 00:52:01,857
เหมือนสัติภาพบอกข้าวมันไก่ ก็เลยถาม

781
00:52:01,908 --> 00:52:05,857
ไปซื้อที่ใหม่ แล้วรู้ได้อย่างไร

782
00:52:05,909 --> 00:52:09,858
โรงอาหารมีอะไร สันติภาพนี้

783
00:52:09,911 --> 00:52:13,859
มีความรู้จากการที่เพื่อนพาไป

784
00:52:13,912 --> 00:52:17,857
เพราะเป็นเด็ก ปี 1 เพราะมาอยู่นี่ยังไม่รู้ใช่ไหม

785
00:52:17,930 --> 00:52:21,857
โรงอาหารอยู่ตรงไหน เพราะเพื่อนพาไป

786
00:52:21,932 --> 00:52:25,858
เขาก็จำ เขามีความรู้

787
00:52:25,937 --> 00:52:29,857
นั่นก็คือในส่วนของคน

788
00:52:29,942 --> 00:52:33,857
ทีนี้ ถ้าทำเป็นตารางให้เห็นนะคะ

789
00:52:33,944 --> 00:52:37,858
เพื่อเปรียบเทียบกระบวนการทำงาน

790
00:52:37,945 --> 00:52:41,859
ของคนกับคอมพิวเตอร์เห็นไหมคะ คนทำงาน

791
00:52:41,945 --> 00:52:45,857
ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ก็คือ ตา หู

792
00:52:45,946 --> 00:52:49,857
จมูก ปาก แล้วก็มือนะคะ

793
00:52:49,950 --> 00:52:53,868
ส่วนคอมพิวเตอร์นี่นะคะ

794
00:52:53,951 --> 00:52:57,857
ผ่านคีบอร์ด ผ่านเมาส์ ผ่าน

795
00:52:57,953 --> 00:53:01,861
อุปกรณ์ที่สำหรับ

796
00:53:01,954 --> 00:53:05,866
รับข้อมูลของคอมพิวเตอร์นั่นเองนะคะ ส่วนการประมวลผล

797
00:53:05,955 --> 00:53:09,870
หรือ Process ก็ใช้สมองในการ

798
00:53:09,957 --> 00:53:13,859
Process นั่นเอง ส่วนสมองของคอมพิวเตอร์

799
00:53:13,961 --> 00:53:17,858
ก็คือ CPU นั่นเองนคะ

800
00:53:17,961 --> 00:53:21,858
เห็นไหมคะ ลักษณะของคอมพิวเตอร์

801
00:53:21,971 --> 00:53:25,858
ก็ทำงานเลียนแบบมาจากคนนั่นล่ะ

802
00:53:25,971 --> 00:53:29,858
เพื่อใช้ในการประมวลผลแล้วก็ต้องมีหน่วยความจำ

803
00:53:29,974 --> 00:53:33,858
เห็นไหมคะ เพื่อเก็บ เก็บข้อมูลแล้วก็

804
00:53:33,976 --> 00:53:37,858
มีฮาร์ดดิสก์ไว้สำหรับเก็บ

805
00:53:37,977 --> 00:53:41,858
ที่จะเกี่ยวกับการประมวลผลนั่นเองนะคะ ตามยุคตามสมัย

806
00:53:41,978 --> 00:53:45,858
ว่าอย่างนั้นเถอะ ทีนี้มาดูในส่วนของการ

807
00:53:45,979 --> 00:53:49,858
แสดงผล ถ้าเป็นคนวิธีการจะแสดงผลลัพธ์

808
00:53:49,982 --> 00:53:53,858
ของคน ก็คือใช้วิธีพูด วิธีอ่าน

809
00:53:53,984 --> 00:53:57,859
วิธีเขียน หรือใช้การเคลื่อนไหว

810
00:53:58,000 --> 00:54:01,858
หรือท่าทางนั่นเอง หรือเด็กหู

811
00:54:02,000 --> 00:54:05,858
พูดไม่ได้ อ่านไม่ได้ก็ใช้ภาษามือ

812
00:54:06,001 --> 00:54:09,866
ก็คือการเคลื่อนไหว ก็คือท่าทางภาษามือนั่นเอง

813
00:54:10,002 --> 00:54:13,861
แต่คอมพิวเตอร์นี่ จะแสดงผ่านหน้าจอ

814
00:54:14,003 --> 00:54:17,858
หรือผ่านเครื่องพิมพ์นะคะ

815
00:54:18,005 --> 00:54:21,858
หรือถ้ายังไม่แสดงเก็บไว้ก็คือเก็บไว้

816
00:54:22,006 --> 00:54:25,862
ในฮาร์ดดิสก์ก็ได้ อย่างนี้นะคะ

817
00:54:26,007 --> 00:54:29,860
ทีนี้สิ่งเรารู้ไปแล้วว่าคอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไร

818
00:54:30,007 --> 00:54:33,858
ทีนี้เราทำให้คอมพิวเตอร์

819
00:54:34,008 --> 00:54:37,859
ทำงานได้โดยวิธีการเขียนโปรแกรมนี่

820
00:54:38,009 --> 00:54:41,859
มันต้องมีขั้นตอนนะคะ ขั้นตอนการเขียนโ

821
00:54:42,010 --> 00:54:45,858
คอมพิวเตอร์นี่ มีอยู่ด้วยกัน 5 ขั้นตอน

822
00:54:46,011 --> 00:54:49,859
มีอยู่ด้วยกัน 5 ขั้นตอน

823
00:54:50,012 --> 00:54:53,859
บอกแล้วคอมพิวเตอร์นี่อยู่ ๆ ทำเอง

824
00:54:54,014 --> 00:54:57,859
ไม่ได้ ทำด้วยตัวเองไม่ได้นะคะ

825
00:54:58,015 --> 00:55:01,874
คนจะต้องเป็นคนควบคุมหรือสั่งการเท่านั้นนะคะ

826
00:55:02,016 --> 00:55:05,858
หลักในการเขียนโปรแกรม

827
00:55:06,018 --> 00:55:09,858
มี 5 ขั้นนะคะ หลักสำคัญ ๆ นี่

828
00:55:10,021 --> 00:55:13,858
ก็คือ 1. จะต้องมีการวางแผนก่อ

829
00:55:14,022 --> 00:55:17,858
นะคะ อยู่ดี ๆ จะไปสั่งมันทำเลยไม่ได้เดะ

830
00:55:18,023 --> 00:55:21,859
สั่งมาทำเลยไม่ได้

831
00:55:22,025 --> 00:55:25,858
นะคะ เพราะคอมพิวเตอร์บางอย่าง

832
00:55:26,026 --> 00:55:29,859
ทำงานได้เป็นบางอย่าง

833
00:55:30,028 --> 00:55:33,859
เหมือนคอมพิวเตอร์ PC กับโน๊ตบุ๊ก

834
00:55:34,029 --> 00:55:37,862
หรือ Tablat

835
00:55:38,032 --> 00:55:41,858
ลักษระการทำงานก็แตกต่างกัน เพราะเหมือน

836
00:55:42,032 --> 00:55:45,858
ถ้าคอมพิวเตอร์ PC ถ้าจอคอมพิวเตอร์

837
00:55:46,033 --> 00:55:49,858
ไม่ใช่เป็นแบบทัชสกรีน

838
00:55:50,035 --> 00:55:53,859
ถ้าใครใช้มือถือน่ะ

839
00:55:54,037 --> 00:55:57,860
ลักษณะของมันจะมี Touch Screen

840
00:55:58,039 --> 00:56:01,858
การรับข้อมูล

841
00:56:02,040 --> 00:56:05,859
ของมือถือนี่ ก็มีลักษณะคล้าย ๆ คอมพิวเตอร์เหมือนกัน

842
00:56:06,041 --> 00:56:09,859
แต่ทำงานได้ไม่เยอะเท่าคอมพิวเตอร์

843
00:56:10,041 --> 00:56:13,858
ว่าอย่างนั้นเถอะนะคะ ทีนี้

844
00:56:14,043 --> 00:56:17,858
มาดู ขั้นแรก วางแผน

845
00:56:18,044 --> 00:56:21,858
ว่าจะทำอะไร ว่าเราจะให้คอมพิวเตอร์ทำอะไร

846
00:56:22,045 --> 00:56:25,858
เราต้องมีแผนให้มันเสียก่อน

847
00:56:26,046 --> 00:56:29,858
ทำอะไรต่อ ต้องมาวิเคราะห์ค่ะ วิเคราะห์ปัญหา

848
00:56:30,047 --> 00:56:33,858
แผนจะเกิดจากไหน

849
00:56:34,049 --> 00:56:37,857
เกิดจากการที่ เกิดปัญหาขึ้นมาเสียก่อน

850
00:56:38,050 --> 00:56:41,858
ว่าอยู่ ๆ จะเขียนโปรแกรม 1 โปรแกรมนี่จะเป็นอย่างไร

851
00:56:42,051 --> 00:56:45,857
ไม่ใช่นึกอยากเขียนก็เขียน ไม่ใช่ เพราะ

852
00:56:46,055 --> 00:56:49,859
หลักการที่เราจะเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ขึ้นมา

853
00:56:50,056 --> 00:56:53,860
เพื่อพัฒนาระบบหรือไปแก้ปัญหา

854
00:56:54,057 --> 00:56:57,858
ที่คนไม่สามารถไปทำงานได้

855
00:56:58,057 --> 00:57:01,858
อย่างนี้จะเป็นลักษณะนั้นนะคะ

856
00:57:02,061 --> 00:57:05,857
พอทำแผนเสร็จ มาวิเคราะห์ปัญหาก่อนนะคะ

857
00:57:06,064 --> 00:57:09,866
เมื่อรู้ปัญหาแล้ว วิเคราะห์

858
00:57:10,066 --> 00:57:13,858
ออกมาแล้วว่าวิเคราะห์ปัญหาอะไรเป็นอย่างไร

859
00:57:14,074 --> 00:57:17,858
นี่ เราก็ต้องมาออกแบบให้มัน Design นั่นเอง

860
00:57:18,075 --> 00:57:21,857
นะคะ ดีไซน์ให้คอมพิวเตอร์ทำงานนั่งเอง

861
00:57:22,076 --> 00:57:25,857
ออกแบบว่า จะให้คอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไร

862
00:57:26,076 --> 00:57:29,857
เมื่อรู้ขั้นตอนการออกแบบแล้ว

863
00:57:30,077 --> 00:57:33,856
มาพัฒนาโปรแกรม ซึ่งในส่วนของ

864
00:57:34,078 --> 00:57:37,856
การพัฒนาโปรแกรมนี่

865
00:57:38,079 --> 00:57:41,856
มีขั้นตอนย่อย ๆ อีก 3 ขั้นตอน

866
00:57:42,082 --> 00:57:45,861
ของการเขียนเห็นไหมคะ เขียนเสียก่อน แล้วก็ทำอะไร

867
00:57:46,083 --> 00:57:49,866
ทดสอบค่ะ ก็คือเอาโปรแกรมที่เราเขียนนี่

868
00:57:50,084 --> 00:57:53,857
ไปทดสอบก่อน ทดสอบเพื่ออะไร

869
00:57:54,087 --> 00:57:57,856
เพื่อหาข้อผิดพลาดหรือดีบัค

870
00:57:58,088 --> 00:58:01,856
เราจะต้อง Coding

871
00:58:02,089 --> 00:58:05,856
Testing ก็คือทดสอบ Test เสร็จก็

872
00:58:06,090 --> 00:58:09,857
ดู Debugging ก็คือดูข้อผลิดพลาด

873
00:58:10,091 --> 00:58:13,856
เป็นไปไม่ได้ว่า เขียนโปรแกรมแล้ว

874
00:58:14,092 --> 00:58:17,856
จะไม่มีบัค ไม่มี Debuging น่ะ

875
00:58:18,093 --> 00:58:21,856
ปกติเขียนโปรแกรมนี่

876
00:58:22,094 --> 00:58:25,856
มันจะต้องเกิดปัญหาเสมอ จะต้องมี Debugging เสมอ

877
00:58:26,095 --> 00:58:29,862
ครั้งแรกจะต้องติด ลืมนั่นลืมนี่

878
00:58:30,107 --> 00:58:33,856
ตรงนั้นพลาดไป ตรงนี้พลาดไป

879
00:58:34,108 --> 00:58:37,856
และสุดท้ายในขั้นตอนการพัฒนา

880
00:58:38,109 --> 00:58:41,856
ก็คือเมื่อเกิดข้อผิดพลากนี่

881
00:58:42,110 --> 00:58:45,857
มันก็จะวนย้อนกลับไปก่อน ก็จะต้องไปดู

882
00:58:46,112 --> 00:58:49,856
ที่ Code ใหม่ แล้วก็ไปดู Coding ฃ

883
00:58:50,113 --> 00:58:53,856
ใหม่ แล้วก็เอามา Test ใหม่ แล้วก็มาดู Debugging ใหม่

884
00:58:54,114 --> 00:58:57,856
เมื่อมันไม่มีปัญหาอะไรแล้วนี่

885
00:58:58,115 --> 00:59:01,856
มันจะอยู่พอใช้ ๆ ไป

886
00:59:02,128 --> 00:59:05,856
มันก็จะมาถึงขั้นตอนสุดท้าย ก็คือรักษา

887
00:59:06,131 --> 00:59:09,857
โปรแกรมนะคะ ต้องคอยหมั่น อาจจะมี

888
00:59:10,133 --> 00:59:13,857
การดูแลรักษาในทีนี้ อาจจะ

889
00:59:14,136 --> 00:59:17,857
ไม่ใช่ทำความสะอาดนะ ของโปรแกรมเช่น

890
00:59:18,137 --> 00:59:21,857
มาดูว่ามีอะไรเพิ่มไหม ก็คือต้องมีการเพิ่มข้

891
00:59:22,138 --> 00:59:25,861
ก็คือต้องมีการอัปเดตข้อมูล เหมือน Windows น่ะ

892
00:59:26,139 --> 00:59:29,858
เดี๋ยวนี้ Windows อัปเดตบ่อย

893
00:59:30,140 --> 00:59:33,858
บางทีทุกเดือนบางที

894
00:59:34,143 --> 00:59:37,861
2 อาทิตย์ 3 อาทิตย์

895
00:59:38,146 --> 00:59:41,859
การมันจะอยู่ในส่วนของการดูแลรักษาโปรแกรม

896
00:59:42,147 --> 00:59:45,859
มันจะมีการอัปเดตออกมา

897
00:59:46,148 --> 00:59:49,859
เพื่อพัฒนาตัวโปรแกรมเพื่อสามารถทำงานได้ดียิ่งขึ้น

898
00:59:50,149 --> 00:59:53,859
ยิ่งขึ้นนะคะ

899
00:59:54,150 --> 00:59:57,861
นี่ก็คือขั้นตอนที่เราจะต้อง

900
00:59:58,151 --> 01:00:01,863
จำไว้นะคะ นั่นก็คือหลักการเขียนโปร

901
01:00:02,152 --> 01:00:05,860
ทีนี้ในส่วนของ

902
01:00:06,153 --> 01:00:09,861
การพัฒนาโปรแกรม

903
01:00:10,154 --> 01:00:13,860
เรามาดูรายละเอียดกันว่า Planning นี่

904
01:00:14,155 --> 01:00:17,860
เห็นไหมคะ ได้มีการอธิบายไว้ว่า

905
01:00:18,156 --> 01:00:21,860
ก็คือการวางแผนนะคะ

906
01:00:22,171 --> 01:00:25,861
วางแผน เราจะวางแผนได้อย่างไร

907
01:00:26,178 --> 01:00:29,861
เราจะต้องมองปัญหาก่อน หาปัญหา

908
01:00:30,185 --> 01:00:33,861
หาขั้นตอน หาเครื่องมือนะตะ

909
01:00:34,187 --> 01:00:37,861
คือเราจะต้องรู้ก่อนว่าสิ่งที่เราจะทำนี่

910
01:00:38,188 --> 01:00:41,880
เรามีเครื่องมือพร้อมไหม

911
01:00:42,189 --> 01:00:45,871
ต้องมาตรวจสอบหน่วยงาน สมมติหน่วยงานหน่วยงานหนึ่งนี่

912
01:00:46,193 --> 01:00:49,863
ต้องการพัฒนาโปรแกรมขึ้นมา 1 โปรแกรมนี่

913
01:00:50,194 --> 01:00:53,870
อยู่ ๆ ทำเลยไม่ได้ เราต้องไปดูก่อนว่า

914
01:00:54,203 --> 01:00:57,862
สิ่งที่จะใช้ในการเขียนโปรแกรม

915
01:00:58,204 --> 01:01:01,869
เครื่องใช่ไหมคะ เราต้องมีคอมพิวเตอร์

916
01:01:02,205 --> 01:01:05,864
เพราะเขียนโปรแกรมด้วยมือไม่ได้ ต้องใช้คอมพิวเตอร์

917
01:01:06,205 --> 01:01:09,863
เพราะถ้าเขียนด้วยมือ เราจะไม่สามารถ Testing

918
01:01:10,206 --> 01:01:13,863
ได้ เมื่อ Tasting ไม่ได้ เราก็มา Debug

919
01:01:14,207 --> 01:01:17,866
เห็นไหมคะ ก็เขียนข้อผิดพลาดไม่ได้

920
01:01:18,208 --> 01:01:21,864
ถึงได้บอกว่า เราจะ

921
01:01:22,210 --> 01:01:25,869
วิชาเราถึงต้องเป็นวิชาปฏิบัติ

922
01:01:26,211 --> 01:01:29,864
มันเขียนด้วยมือไม่ได้ การเขียน

923
01:01:30,212 --> 01:01:33,864
ด้วยมือน่ะ คือ เขียนตอนไปสอบ

924
01:01:34,213 --> 01:01:37,865
เป็นความรู้ ความจำแล้วอันนั้นน่ะ

925
01:01:38,213 --> 01:01:41,864
แต่ในทางปฏิบัติแล้ว มันต้อง

926
01:01:42,215 --> 01:01:45,865
เขียนด้วยคอมพิวเตอร์นะคะ เราต้องมาดูว่าเรามี

927
01:01:46,220 --> 01:01:49,869
เครื่องไม้เครื่องมืออะไร เรามีอะไร

928
01:01:50,223 --> 01:01:53,865
วางแผนว่าถ้าไม่มีจะทำอย่างไรนะคะ

929
01:01:54,224 --> 01:01:57,865
จะใช้อะไรมาช่วยหรือต้องอะไรมาเพิ่ม

930
01:01:58,225 --> 01:02:01,865
ในการวางแผนนะคะ

931
01:02:02,226 --> 01:02:05,866
เสร็จแล้วิเคราะห์ปัญหา

932
01:02:06,227 --> 01:02:09,869
วิเคราะห์ตามอะไร เห็นไหม วิเคราะห์

933
01:02:10,228 --> 01:02:13,866
ตามการทำงานของคอมพิวเตอร์เลย

934
01:02:14,229 --> 01:02:17,866
สิ่งที่เราต้องการ Input

935
01:02:18,239 --> 01:02:21,866
cation หรือการระบุข้อมูลเข้า

936
01:02:22,241 --> 01:02:25,870
ต้องวิเคราะห์ให้เหมือนว่า

937
01:02:26,245 --> 01:02:29,867
เหมือนเราต้องคิดว่าตอนนี้ถ้าเราเป็นคอมพิวเตอร์นี่

938
01:02:30,246 --> 01:02:33,867
สิ่งที่คอมพิวเตอร์รับ

939
01:02:34,247 --> 01:02:37,867
เข้าไปได้มีอะไรบ้าง จะป้อนอะไรเข้าไปในคอมพิวเตอร์บ้าง

940
01:02:38,255 --> 01:02:41,867
เห็นไหมคะ นั่นก็คือวิเคราะห์

941
01:02:42,258 --> 01:02:45,872
ส่วนของการระบุเข้า จะป้อนอะไรเข้าไปให้มัน

942
01:02:46,278 --> 01:02:49,867

943
01:02:50,280 --> 01:02:53,871
ทีนี้เมื่อมองสิ่งที่ป้อนเข้าไป

944
01:02:54,281 --> 01:02:57,870
ต้องมามองสิ่งที่ออกมา ก็คือเมื่อมองข้อมูลนี้

945
01:02:58,283 --> 01:03:01,868
อยากได้อะไรออกมาเห็นไหมคะ การระบุข้อมูลออก

946
01:03:02,288 --> 01:03:05,872
ออก Input Ex... catio

947
01:03:06,289 --> 01:03:09,868
ก็คือต้องดูจากอะไร ต้องดูจาก

948
01:03:10,290 --> 01:03:13,868
สิ่งที่นำเข้า เอาอะไรเข้าไป

949
01:03:14,296 --> 01:03:17,869
แล้วก็มาดูที่ผลลัพธ์ที่เราอยากให้คอมพิวเตอร์แสดง

950
01:03:18,307 --> 01:03:21,871
แสดงผลออกมานะคะ เราอยากให้คอมพิวเตอร์

951
01:03:22,309 --> 01:03:25,878
แสดงอะไรออกมาเห็นไหมคะ นั่นก็คือ

952
01:03:26,310 --> 01:03:29,870
ต้องมาวิเคราะห์แล้วว่าอยากให้คอมพิวเตอร์ทำอะไรได้ แสดงอะไรได้

953
01:03:30,311 --> 01:03:33,874
นะคะ ก็จะเป็นส่วนของ Output

954
01:03:34,312 --> 01:03:37,869
นะคะ และเมื่อรู้ว่าป้อนอะไรเข้าไป

955
01:03:38,313 --> 01:03:41,871
เข้าไปผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร ทีนี้มาดู

956
01:03:42,315 --> 01:03:45,869
การประมวลผลนะคะ เราจะต้องมากำหนด

957
01:03:46,316 --> 01:03:49,873
มันจะต้องประมวลผลอย่างไร ก็คือ

958
01:03:50,317 --> 01:03:53,870
กำหนดวิธีการให้เครื่องมันดำเนินผล

959
01:03:54,319 --> 01:03:57,870
กำหนดให้เครื่องมันคิด เห็นไหมคะ คอมพิวเตอร์มันคิดเองไม่ได้

960
01:03:58,320 --> 01:04:01,874
นะคะ ทำเองไม่ได้ เราต้องสั่งเขา

961
01:04:02,321 --> 01:04:05,871
เพราะฉะนั้น

962
01:04:06,325 --> 01:04:09,881
เราจะสั่งเขาได้ เราต้องเข้าใจการทำงานของคอมพิวเตอร์ก่อน

963
01:04:10,326 --> 01:04:13,875
นะคะ เพราะฉะนั้น องค์ประกอบ

964
01:04:14,328 --> 01:04:17,871
ที่จะทำให้คอมพิวเตอร์ทำงาน

965
01:04:18,336 --> 01:04:21,872
ได้มีอยู่แค่ 3 ส่วนก็คือ Input

966
01:04:22,339 --> 01:04:25,871
Output แล้วก็ Process

967
01:04:26,340 --> 01:04:29,873
เห็นไหมคะ จะย้ำเสมอ ให้ท่องเลย

968
01:04:30,341 --> 01:04:33,871
จะทำงานเมื่อมี Input เข้ามา เสร็จแล้ว

969
01:04:34,343 --> 01:04:37,871
ทำอะไร เสร็จแล้วเมื่อรับ Input เข้ามาคอมพิวเตอร์

970
01:04:38,344 --> 01:04:41,872
ทำการประมวลผล ก็คือ Process Process เพื่ออะไร

971
01:04:42,344 --> 01:04:45,872
เพื่อแสดงผล ก็คือ Output เห็นไหมคะ Input

972
01:04:46,348 --> 01:04:49,883
Process แล้วก็ Output ออกมา

973
01:04:50,352 --> 01:04:53,872
จะต้องดูจาก Input Output

974
01:04:54,353 --> 01:04:57,872
แล้วก็ Process การวิเคราะห์จะดูอีก

975
01:04:58,353 --> 01:05:01,873
มุมหนึ่งนะคะ แต่การทำงานของคอมพิวเตอร์จะเรียงตามขั้น

976
01:05:02,354 --> 01:05:05,873
ก็คือป้อนข้อมูลเข้าไป ประมวลผล

977
01:05:06,355 --> 01:05:09,873
แล้วก็แสดงผล ก็คือ Input, Output แล้วก็ Process

978
01:05:10,356 --> 01:05:13,873
แต่ในขั้นตอนการวิเคราะห์นี่เราจะต้อง

979
01:05:14,356 --> 01:05:17,873
เริ่มจาก Input Output แล้วก็ Process

980
01:05:18,357 --> 01:05:21,888
นะคะ ต่างกัน อย่าจำสับสนนะคะ

981
01:05:22,358 --> 01:05:25,874
ทีนี้เมื่อรู้แล้ว

982
01:05:26,359 --> 01:05:29,874
เห็นไหมคะ เมื่อวิเคราะห์ออกมาแล้ว เราก็มาออกแบบ

983
01:05:30,360 --> 01:05:33,874
ตัวนี้ล่ะค่ะ ที่จะเป็นหลัก

984
01:05:34,361 --> 01:05:37,874
ในการจะเขียนโปรแกรมได้นี่ ไม่ใช่

985
01:05:38,363 --> 01:05:41,875
พอวิเคราะห์เสร็จไปนั่งคีย์ เขียนโปรแกรมนะคะ

986
01:05:42,365 --> 01:05:45,874
มาทำการออกแบบให้มันเสียก่อน

987
01:05:46,367 --> 01:05:49,879
ออกแบบไม่ใช่ออกแบบให้มัน ออกแบบให้คนนี่ล่ะ

988
01:05:50,368 --> 01:05:53,877
ออกแบบให้สมนุษย์นี่นะคะ เพราะอะไร เพราะ

989
01:05:54,370 --> 01:05:57,875
เราจะต้องหลักการ

990
01:05:58,371 --> 01:06:01,877
ออกแบบในสคอมพิวเตอร์นี่ ในภาษาคอมพิวเตอร์

991
01:06:02,374 --> 01:06:05,875
เราจะใช้คำว่า "Algorithm"

992
01:06:06,376 --> 01:06:09,874
เด็ก ๆ จะต้องจำคำนี้นะคะ

993
01:06:10,378 --> 01:06:13,875
เพราะคำนี้ ถ้าถามถึง อัลกอริธึม เมื่อถามถึง

994
01:06:14,379 --> 01:06:17,875
เด็ก ๆ จะต้องเข้าใจให้ได้ก่อน

995
01:06:18,390 --> 01:06:21,875
นะคะ ทีนี้ อัลกอริทึม

996
01:06:22,391 --> 01:06:25,882
ที่เราจะเรียนนี่

997
01:06:26,392 --> 01:06:29,876
วิธีทำจะมีอยู่ 3 ลักษณะก็คือ

998
01:06:30,394 --> 01:06:33,881
อัลกอริทึมแบบที่ 1 เป็นการบรรยายา

999
01:06:34,397 --> 01:06:37,875
นะคะ Manative Description ก็คือ

1000
01:06:38,401 --> 01:06:41,875
ใช้คำพูด ใช้วิธีการบรรยายออกมาเป็นตัวอักษร

1001
01:06:42,410 --> 01:06:45,876
เด็ก ๆ จะต้องเขียนออกมา

1002
01:06:46,411 --> 01:06:49,893
เขียนอัลกอริทึมออกมา

1003
01:06:50,413 --> 01:06:53,876
เขียน เขียนแบบไหน เขียนบรรยาย

1004
01:06:54,418 --> 01:06:57,876
เห็นไหมคะ นั่นก็คืออัลกอริธึมแบบบรรยายนะคะ

1005
01:06:58,419 --> 01:07:01,877
ทีนี้มาดูอัลกอริทึมแบบต่อไป

1006
01:07:02,420 --> 01:07:05,878
แบบเป็นผังลำดับงาน หรือเป็น

1007
01:07:06,422 --> 01:07:09,876
Flowchart ก่อนจะเรียน

1008
01:07:10,423 --> 01:07:13,877
ได้ให้ไปค้นคำนี้มาแล้วใช่ไหมคะ

1009
01:07:14,423 --> 01:07:17,876
อัลกอริทึม โฟร์ชาร์ท

1010
01:07:18,425 --> 01:07:21,877
อันดับสุดท้าย หรือ รหัสจำลอง

1011
01:07:22,426 --> 01:07:25,877
มันจะอ่านว่าซูโด้โค้ด

1012
01:07:26,426 --> 01:07:29,877
มาดูในส่วนของ Flowchart

1013
01:07:30,435 --> 01:07:33,878
ตัวนี้เราจะใช้วิธี

1014
01:07:34,436 --> 01:07:37,877
เขียนเป็นรูปภาพแสดงขั้นตอน

1015
01:07:38,437 --> 01:07:41,877
นะคะ ก็คือเราจะต้องทำรูปภาพ

1016
01:07:42,439 --> 01:07:45,877
ที่แสดงให้เห็นขั้นตอนการทำงานของโปรแกรม

1017
01:07:46,440 --> 01:07:49,878
หรือการแก้ปัญหาของโปรแกรมนั่นเองนะคะ

1018
01:07:50,442 --> 01:07:53,878
และตัวต่อมา ซูโด้โค้ด

1019
01:07:54,446 --> 01:07:57,878
ซูโด้โค้ดตัวนี้

1020
01:07:58,447 --> 01:08:01,878
จะเป็นตัวเริ่มต้นของการเขียนโปรแกรม

1021
01:08:02,448 --> 01:08:05,878
นะคะ จะเป็นคำข้อความนี่

1022
01:08:06,450 --> 01:08:09,880
นี่ที่แสดง

1023
01:08:10,451 --> 01:08:13,878
เขียนแสดงขั้นตอนการทำงานของโปรแกรมนั่นเอง

1024
01:08:14,452 --> 01:08:17,878
สามารถเขียนได้เป็นภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษ

1025
01:08:18,453 --> 01:08:21,879
แต่แม่จะสอนให้เขียนเป็นภาษาอังกฤษ

1026
01:08:22,455 --> 01:08:25,879
ภาษาอังกฤษแล้วมันจะต่อเนื่องไปถึงการเขียนโปรแกรม

1027
01:08:26,457 --> 01:08:29,880
จะได้จำง่ายแล้วก็ฝึกภาษาอังกฤษไปด้วยในตัว

1028
01:08:30,459 --> 01:08:33,879
สิ่งที่เด็ก ๆ จะต้องใช้

1029
01:08:34,460 --> 01:08:37,879
เพิ่มนะคะ ก็คือ

1030
01:08:38,461 --> 01:08:41,879
ต้องหัดใช้ Google แปล

1031
01:08:42,462 --> 01:08:45,880
ให้คล่อง เวลาเราเรียนนี่เปิดไว้เลย

1032
01:08:46,463 --> 01:08:49,885
Google แปลภาษา เพราะเราจะต้อง

1033
01:08:50,473 --> 01:08:53,882
เอาคำศัพท์คอมพิวเตอร์นี่มาใช้

1034
01:08:54,474 --> 01:08:57,879
คำศัพท์มันก็จะต้องเป็นภาษาอังกฤษนะคะ

1035
01:08:58,480 --> 01:09:01,880
ตั้งชื่อตัวแปรนี่ คอมพิวเตอร์

1036
01:09:02,481 --> 01:09:05,883
มันจะไม่รู้จักการสั่งงานที่เป็นภาษาไทยนะ

1037
01:09:06,484 --> 01:09:09,880
คอมพิวเตอร์จะทำงานผ่านภาษาอังกฤษเท่านั้น

1038
01:09:10,485 --> 01:09:13,880
นะคะ เพราะฉะนั้น เราจะต้อง

1039
01:09:14,486 --> 01:09:17,882
หมั่นใช้โปรแกรม Google แปลให้คล่อง ๆ

1040
01:09:18,489 --> 01:09:21,881
พิมพ์ให้ไว ๆ สิ่งที่อยากให้เด็ก ๆ

1041
01:09:22,492 --> 01:09:25,882
เรียนเพิ่ม ฝึกหัดเพิ่มเติมก็คือ

1042
01:09:26,493 --> 01:09:29,880
นะคะ พิมพ์คอมพิวเตอร์น่ะค่ะ

1043
01:09:30,495 --> 01:09:33,884
น่ะค่ะ เพื่อให้พิมพ์เร็ว เพราะเวลาเขียน

1044
01:09:34,496 --> 01:09:37,880
เวลาเรา Coding น่ะค่ะ เราจะได้ตามกันทันนะคะ

1045
01:09:38,497 --> 01:09:41,882
เมื่อกี้อธิบาย

1046
01:09:42,498 --> 01:09:45,883
ถึงรูปแบบของอัลกอริทึมที่เราจะทำกันไปแล้วนะคะ ทีนี้

1047
01:09:46,508 --> 01:09:49,881
ลองมาดูความหมายของอัลกอริทึม

1048
01:09:50,518 --> 01:09:53,881
อีกทีหนึ่งนะคะ อัลกอริธึม

1049
01:09:54,519 --> 01:09:57,881
มันก็คือการอธิบาย อธิบายการทำงานขอโปรแกรม

1050
01:09:58,519 --> 01:10:01,881
โดยต้องอธิบายให้เป็นขั้นตอน

1051
01:10:02,521 --> 01:10:05,884
นะคะ คอมพิวเตอร์มันจะทำงานเป็นขั้นเป็นตอน

1052
01:10:06,523 --> 01:10:09,884
เท่านั้นนะคะ มันจะไม่เหมือนคนน่ะ

1053
01:10:10,524 --> 01:10:13,882
คนนี่เวลาเขียนอัลกอริทึม สมมติ

1054
01:10:14,525 --> 01:10:17,882
นะคะ สมมติอยากให้เด็ก ๆ

1055
01:10:18,526 --> 01:10:21,881
เมื่อเช้า เมื่อเช้าเดชาพล

1056
01:10:22,530 --> 01:10:25,884
เรามี Case Study

1057
01:10:26,532 --> 01:10:29,881
เพราะจากการกินข้าวเช้าเมื่อเช้า

1058
01:10:30,533 --> 01:10:33,882
มาม่าเกาหลีต้มหรืออย่างไรคะลูก

1059
01:10:34,534 --> 01:10:37,893
(นักศึกษาชาย) เป็นแบบ... (อาจารย์) สำเร็จ

1060
01:10:38,534 --> 01:10:41,884
(นักศึกษาชาย) ต้มครับ เป็นซองครับ (อาจารย์)

1061
01:10:42,536 --> 01:10:45,886
สมมติ สมมตินะคะ

1062
01:10:46,537 --> 01:10:49,882
ตอนนี้จะให้เดชาพล ไม่ให้เขียนแต่จะให้ใช้วิธีการ

1063
01:10:50,538 --> 01:10:53,882
อธิบายการทำมาม่าเกาหลีของเดชาพล

1064
01:10:54,540 --> 01:10:57,882
(นักศึกษาชาย) ก็คือ (อาจารย์) อธิบายให้เพื่อนฟังสิ

1065
01:10:58,544 --> 01:11:01,883
(นักศึกษาชาย) ขั้นแรกก็คือต้มน้ำ

1066
01:11:02,545 --> 01:11:05,883
ก่อนครับ (อาจารย์) ต้อมน้ำก่อน (นักศึกษาชาย) แล้วก็มีวิธีแบบเร็

1067
01:11:06,547 --> 01:11:09,883
กาแบบเร็วอยู่ครับ ก็ต้ม

1068
01:11:10,548 --> 01:11:13,883
พอน้ำเดือด แล้วก็ฉีกซองครับ แล้วก็

1069
01:11:14,549 --> 01:11:17,886
เอาเส้นมันใส่เข้าไปในถ้วยที่เราเตรียมไว้

1070
01:11:18,550 --> 01:11:21,883
จากนั้นก็เอาน้ำร้อนที่เดือดเมื่อกี้น่ะครับ

1071
01:11:22,551 --> 01:11:25,884
ใส่เข้าไปแล้วก็เอาฝาปิดถ้วยครับ แล้วก็

1072
01:11:26,552 --> 01:11:29,883
รอให้เส้นมันสุกครับ ให้เส้น

1073
01:11:30,553 --> 01:11:33,884
มันพร้อมที่จะกินได้แล้ว

1074
01:11:34,554 --> 01:11:37,886
ไปเทน้ำออกแล้วก็ใส่เครื่องปรุงครับ

1075
01:11:38,555 --> 01:11:41,883
แล้วก็

1076
01:11:42,556 --> 01:11:45,883
ถึงขั้นตอนการกินแล้วครับ (อาจารย์) ถึงขั้นตอนการกินแล้วครับ

1077
01:11:46,558 --> 01:11:49,884
นี่คือวิธีของเดชาพลนะ เดี๋ยว

1078
01:11:50,565 --> 01:11:53,884
แม่จะลองถามเพื่อนคนอื่น เอาใครดี

1079
01:11:54,567 --> 01:11:57,883
ลองให้เด็กหูบ้าง พี่แฝด ๆ

1080
01:11:58,569 --> 01:12:01,884
พี่แฝด แฝดนะ

1081
01:12:02,570 --> 01:12:05,884
ถามแฝดนะ ถ้าจะต้มมาม่า

1082
01:12:06,571 --> 01:12:09,884
แฝดนะครับ ถ้าจะต้มมาม่า

1083
01:12:10,585 --> 01:12:13,884
แฝดจะทำอย่างไร ต้มมาม่าเป็นไหม

1084
01:12:14,586 --> 01:12:17,884

1085
01:12:18,589 --> 01:12:21,886

1086
01:12:22,591 --> 01:12:25,886

1087
01:12:26,593 --> 01:12:29,885

1088
01:12:30,594 --> 01:12:33,885
ที่นี้เราไม่ได้ยินเสียงล่ามนะ

1089
01:12:34,595 --> 01:12:37,884
(ล่าม) ขอโทษทีค่ะ ลืมเปิด Mute ค่ะ

1090
01:12:38,605 --> 01:12:41,886

1091
01:12:42,607 --> 01:12:45,888
ไม่เป็นอะไร (ล่าม) ก็ทำบ่อยอยู่ครับ

1092
01:12:46,607 --> 01:12:49,885
(อาจารย์) อย่างนั้นแฝดลองอธิบายการต้มมาม่าของแฝดให้ฟังหน่อย

1093
01:12:50,608 --> 01:12:53,885
บอกขั้นตอน

1094
01:12:54,609 --> 01:12:57,890
บอกขั้นตอนการต้มมาม่า

1095
01:12:58,611 --> 01:13:01,885
อันดับแรกทำอะไรก่อน

1096
01:13:02,611 --> 01:13:05,885

1097
01:13:06,613 --> 01:13:09,885

1098
01:13:10,615 --> 01:13:13,885
(ล่าม) ไม่ใช่ ๆ

1099
01:13:14,617 --> 01:13:17,885
ไม่ใช่ เขา...

1100
01:13:18,618 --> 01:13:21,885

1101
01:13:22,620 --> 01:13:25,885
มาม่ารู้ไหม (อาจารย์) ลองสิ

1102
01:13:26,621 --> 01:13:29,885
ต้ม ทำแบบไหน

1103
01:13:30,622 --> 01:13:33,885
ขั้นตอนทำแบบไหน

1104
01:13:34,627 --> 01:13:37,886
(ล่าม) มาม่านะครับ แล้วก็

1105
01:13:38,628 --> 01:13:41,888
กดน้ำร้อน แล้วก็รอ แล้วก็คน

1106
01:13:42,629 --> 01:13:45,887
แล้วก็พักเอาไว้ครับ

1107
01:13:46,630 --> 01:13:49,886
แล้วก็หมดครับ (อาจารย์) โอ.เค.

1108
01:13:50,637 --> 01:13:53,906
เห็นไหม ของเดชาพล ก็คือ

1109
01:13:54,639 --> 01:13:57,905
ต้มน้ำก่อนนะ ขั้นตอนเวลาบอก

1110
01:13:58,640 --> 01:14:01,889
แต่แฝดบอกว่ากดน้ำร้อนเลย

1111
01:14:02,644 --> 01:14:05,886
ข้ามขั้นตอนหนึ่งไป ก็คือแฝดจะไม่ได้บอกต้มน้ำ

1112
01:14:06,645 --> 01:14:09,887
เห็นไหมคะ อัลกอริธึมนี่จะเป็นการบอก

1113
01:14:10,647 --> 01:14:13,887
การทำงานนั่นเองเห็นไหมคะ ซึ่ง

1114
01:14:14,649 --> 01:14:17,887
ซึ่งในความเป็นจริงนี่ถ้าไม่บอกเหมือนแฝดข้ามขั้นตอนการต้มน้ำร้อย

1115
01:14:18,653 --> 01:14:21,896
เหมือนแฝดน่ะข้ามขั้นตอนการต้มน้ำร้อน แต่ละ

1116
01:14:22,654 --> 01:14:25,886
ไว้ในฐานที่เข้าใจ ก็คือเขามีน้ำร้อนอยู่แล้ว

1117
01:14:26,656 --> 01:14:29,887
เขาก็เลยข้ามขั้นตอนนี้ ให้นึกถึงคอมพิวเตอร์

1118
01:14:30,657 --> 01:14:33,889
อยู่ดี ๆ นึกออกนะ น้ำมันไม่ร้อนแล้วเราจะต

1119
01:14:34,658 --> 01:14:37,887
เราจะต้มมาม่าได้ไหม ไม่ได้

1120
01:14:38,659 --> 01:14:41,892
ใช่ไหมคะ ก็คืออัลกอริธึมนี่ จะเป็นการบอกขั้นตอน ก็คือ

1121
01:14:42,661 --> 01:14:45,887
มันจะต้องทำอย่างไรให้เราได้กินมาม่า

1122
01:14:46,673 --> 01:14:49,889
ก็คือบอกขั้นตอนว่า... แต่ไม่

1123
01:14:50,673 --> 01:14:53,887
ไม่ใช่วิธีการกินดิบนึกออกนะ

1124
01:14:54,674 --> 01:14:57,887
กิน ใช่ไหมคะ คือ ถ้ากินดิบ ก็คือเปิดซอง

1125
01:14:58,675 --> 01:15:01,888
แกะมาม่ากิน แต่อันนี้

1126
01:15:02,676 --> 01:15:05,891
เราอยากรู้ว่าถ้าเราจะกินต้มมาม่า

1127
01:15:06,677 --> 01:15:09,887
ขอลองอีกคนหนึ่ง

1128
01:15:10,678 --> 01:15:13,888
วาริศาสิ เห็นพี่เขาไหม

1129
01:15:14,680 --> 01:15:17,906

1130
01:15:18,681 --> 01:15:21,887
เอาเป็น... ไม่เอาต้มมาม่าแล้ว

1131
01:15:22,682 --> 01:15:25,889
ไข่เจียว ทำไข่เจียวสิ

1132
01:15:26,684 --> 01:15:29,888
เคยทำไข่เจียงไหม วาริศา

1133
01:15:30,686 --> 01:15:33,887
(ล่าม) มีค่ะ เคยทำค่ะ (อาจารย์)

1134
01:15:34,686 --> 01:15:37,899
ไหนลองบอกสิ ถ้าวาริษาทำไข่เจียว ทำอย่างไร

1135
01:15:38,687 --> 01:15:41,890

1136
01:15:42,689 --> 01:15:45,888
สัญญาณกล้องวาริศาไม่ค่อย... (ล่าม)

1137
01:15:46,693 --> 01:15:49,888
แล้วก็จะใช้ซ้อม เหยาะซีอิ้ว

1138
01:15:50,694 --> 01:15:53,888
แล้วก็คนอนะคะ ตีให้ผสมกันค่ะ แล้วก็

1139
01:15:54,695 --> 01:15:57,888
ตั้งกระทะนะคะ ร้อนแล้วก็เทน้ำมันลงไปค่ะ

1140
01:15:58,699 --> 01:16:01,898
แล้วก็เทไข่ที่เมื่อกี้ผสมนะคะ

1141
01:16:02,704 --> 01:16:05,889
แล้วก็ ขอโทษนะ ภาษามือ

1142
01:16:06,707 --> 01:16:09,888
(อาจารย์) สัญญาณ

1143
01:16:10,708 --> 01:16:13,888
ไม่ค่อยชัด

1144
01:16:14,714 --> 01:16:17,888
กล้องมันไหว

1145
01:16:18,715 --> 01:16:21,889

1146
01:16:22,716 --> 01:16:25,888
ก็จะมีการตอกไข่ค่ะ

1147
01:16:26,717 --> 01:16:29,889
ลงในถ้วยนะคะ แล้วก็ใส่น้ำปลา

1148
01:16:30,721 --> 01:16:33,897
ค่ะ แล้วก็ใส่เครื่องปรุง

1149
01:16:34,722 --> 01:16:37,891
ต่าง ๆ แล้วก็ใช้ซ้อมคน ซ้อม

1150
01:16:38,723 --> 01:16:41,889
ตีไข่น่ะค่ะ จากนั้นก็นำกระทะลงบนเตา

1151
01:16:42,724 --> 01:16:45,889
แล้วก็รอให้กระทะเดือดนะคะ แล้วก็ใส่ไข่ เสร็จ

1152
01:16:46,725 --> 01:16:49,889
แล้วก็เราก็จะโปะใส่ข้าวค่ะ

1153
01:16:50,727 --> 01:16:53,890
แล้วก็จะเปาะใส่ข้าว (อาจารย์) เสร็จแล้ว

1154
01:16:54,728 --> 01:16:57,889
ขนาดนี้อธิบายละเอียดนะคะ

1155
01:16:58,729 --> 01:17:01,889
เพราะบอกตั้งแต่ตีไข่ยันกระทั่งใส่เครื่องปรุง

1156
01:17:02,734 --> 01:17:05,889
ใช้ส้อมด้วย ใช้ส้อมตีนะคะ

1157
01:17:06,735 --> 01:17:09,890
เดี๋ยวลองภากรณ์บ้าง

1158
01:17:10,736 --> 01:17:13,889
เคยตีไข่ใหม่ เดี๋ยวลองเปรียบเทียบเทียบ

1159
01:17:14,737 --> 01:17:17,890
ภากรได้ยินไหมครับ (ล่าม) คนหูหนวก

1160
01:17:18,740 --> 01:17:21,890
หรือคนหู... (อาจารย์) หูหนวก เสื้อสีเทา (อาจารย์)

1161
01:17:22,741 --> 01:17:25,896
สักครู่นะคะ เดี๋ยวล่ามขอตรึงแป๊บนะคะ

1162
01:17:26,744 --> 01:17:29,889

1163
01:17:30,745 --> 01:17:33,890
ภากรหูตึงน่ะ

1164
01:17:34,746 --> 01:17:37,890
(ล่าม) ค่ะ (อาจารย์)

1165
01:17:38,748 --> 01:17:41,890
เคยทำไข่เจียวไหม

1166
01:17:42,749 --> 01:17:45,890
(ล่าม) ก็ทำครับ แต่ส่วนใหญ่จะ

1167
01:17:46,751 --> 01:17:49,890
ใส่น้ำปลาครับ

1168
01:17:50,752 --> 01:17:53,890

1169
01:17:54,753 --> 01:17:57,894
ให้มันเค็ม

1170
01:17:58,754 --> 01:18:01,890
ดูก่อน ๆ ใจเย็น

1171
01:18:02,755 --> 01:18:05,890
ใจเย็น ๆ เดี๋ยว ๆ (อาจารย์)

1172
01:18:06,756 --> 01:18:09,904
มืออย่างไว (ล่าม) เดี๋ยว ๆ (อาจารย์)

1173
01:18:10,756 --> 01:18:13,891
ช้า ๆ หน่อยลูก

1174
01:18:14,757 --> 01:18:17,890
(อาจารย์) ช้า ๆ

1175
01:18:18,760 --> 01:18:21,890
อย่าให้แบบ

1176
01:18:22,761 --> 01:18:25,890
ใจเย็น ๆ เดี๋ยว

1177
01:18:26,773 --> 01:18:29,891
เราจะล่ามพูดด้วย เริ่ม

1178
01:18:30,781 --> 01:18:33,890
ไข่เจียวทำแบบไหน

1179
01:18:34,783 --> 01:18:37,892

1180
01:18:38,786 --> 01:18:41,893
วิธีไข่เจียวของคุณน่ะ

1181
01:18:42,787 --> 01:18:45,891
ภาษามือ อือ ครับ

1182
01:18:46,789 --> 01:18:49,891
ก็จะรอให้น้ำมันร้อน

1183
01:18:50,790 --> 01:18:53,891
ไข่เจียวนะ

1184
01:18:54,792 --> 01:18:57,891
มีหรือ เกี่ยวแบบไหน

1185
01:18:58,794 --> 01:19:01,894
อ๋อ มีใส่หมูสับ (อาจารย์) มีใส่หมูสับด้วย

1186
01:19:02,797 --> 01:19:05,891
มีหมูสับด้วยนะ

1187
01:19:06,798 --> 01:19:09,894
เอาใหม่

1188
01:19:10,799 --> 01:19:13,891

1189
01:19:14,800 --> 01:19:17,891
อธิบายใหม่

1190
01:19:18,801 --> 01:19:21,891

1191
01:19:22,802 --> 01:19:25,892
(อาจารย์) ทำใหม่ ๆ ทำช้า ๆ

1192
01:19:26,803 --> 01:19:29,891
แม่จะได้ดูด้วย

1193
01:19:30,804 --> 01:19:33,892
ภากรณ์นี่ก็

1194
01:19:34,806 --> 01:19:37,892
(อาจารย์) น้ำปลาไหมชิม

1195
01:19:38,807 --> 01:19:41,892
(ล่าม) น้ำปลาหรือ ครับ น้ำปลา

1196
01:19:42,808 --> 01:19:45,892
นะครับ (อาจารย์) ใส่น้ำปลา (ล่าม)

1197
01:19:46,811 --> 01:19:49,893
แล้วอย่างไรต่อ

1198
01:19:50,812 --> 01:19:53,892
แล้วก็น้ำมัน

1199
01:19:54,814 --> 01:19:57,892
รอให้มันร้อน

1200
01:19:58,816 --> 01:20:01,892
(อาจารย์) ต่อครับต่อ ทำต่อ

1201
01:20:02,817 --> 01:20:05,892
อะไรเอ่ย

1202
01:20:06,818 --> 01:20:09,892

1203
01:20:10,822 --> 01:20:13,899
เย็น

1204
01:20:14,823 --> 01:20:17,892
รอให้มันร้อนใช่ไหม

1205
01:20:18,824 --> 01:20:21,892
น้ำมัน อือ แล้ว

1206
01:20:22,825 --> 01:20:25,892
ต่อไหน

1207
01:20:26,827 --> 01:20:29,892

1208
01:20:30,829 --> 01:20:33,892
แดง

1209
01:20:34,833 --> 01:20:37,892
เป็นจุด ๆ

1210
01:20:38,837 --> 01:20:41,896
มะเขือหรือ

1211
01:20:42,838 --> 01:20:45,893
มะเขือเทศหรือแครอท (

1212
01:20:46,839 --> 01:20:50,839
สีแดง (ล่าม) ส้ม ๆ หรือแดง ๆ

1213
01:20:50,843 --> 01:20:54,843
แดง ๆ เป็นจุด ๆ

1214
01:20:54,845 --> 01:20:58,845
(อาจารย์) พริกหรือเปล่า (ล่าม) เห็นหรือเปล่า

1215
01:20:58,846 --> 01:21:02,846
ใส่พริกหรือ

1216
01:21:02,847 --> 01:21:06,847

1217
01:21:06,848 --> 01:21:10,848
เออเว้ย อันนี้เหมือนจะไม่ค่อยได้ภาษามือค่ะ

1218
01:21:10,850 --> 01:21:14,850
ภากรเรียน

1219
01:21:14,851 --> 01:21:18,851
ที่ไหนนะ น้อง

1220
01:21:18,852 --> 01:21:22,852
เรียนโรงเรียนอะไร

1221
01:21:22,853 --> 01:21:26,853
เมื่อก่อนเรียนไหน

1222
01:21:26,854 --> 01:21:30,854
โรงเรียนไม่มีเลยหรือ

1223
01:21:30,855 --> 01:21:34,855
(อาจารย์) ไม่มีอย่างไร

1224
01:21:34,856 --> 01:21:38,856
จบ ม.6 อยู่ (ล่าม) ม.6

1225
01:21:38,859 --> 01:21:42,859
เรียนที่ไหน

1226
01:21:42,860 --> 01:21:46,860
หูตึง

1227
01:21:46,863 --> 01:21:50,863
ถาม ใช่

1228
01:21:50,865 --> 01:21:54,865
ถาม

1229
01:21:54,867 --> 01:21:58,867
โรงเรียนเมื่อก่อน เรียนที่ไหน

1230
01:21:58,868 --> 01:22:02,868

1231
01:22:02,869 --> 01:22:06,869

1232
01:22:06,873 --> 01:22:10,873
ก็ยังตอบน้ำปลาอยู่ เดี๋ยวก่อน (อาจารย์)

1233
01:22:10,876 --> 01:22:14,876
ไม่เข้าใจคำถามเราแน่เลย

1234
01:22:14,878 --> 01:22:18,878
เกิดอุดรหรือ

1235
01:22:18,879 --> 01:22:22,879
นี่... (ล่าม) เมื่อก่อนเรียนที่ไหน

1236
01:22:22,880 --> 01:22:26,880
ที่ไหน

1237
01:22:26,881 --> 01:22:30,881
เขาทำ ก. ไก่ ส.

1238
01:22:30,882 --> 01:22:34,882
กศ

1239
01:22:34,883 --> 01:22:38,883
เขาทำ ก. ไก่

1240
01:22:38,885 --> 01:22:42,885
โรงเรียนหูหนวกเปล่า

1241
01:22:42,886 --> 01:22:46,886
มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัย

1242
01:22:46,888 --> 01:22:50,888
อส. อก.

1243
01:22:50,890 --> 01:22:54,890
มหาลัยถามเมื่อก่อน

1244
01:22:54,890 --> 01:22:58,890
ถามเมื่อก่อน เมื่อก่อน ที่ไหนน่ะ

1245
01:22:58,892 --> 01:23:02,892
อ.ด. ใช่ไหม

1246
01:23:02,893 --> 01:23:06,893
ใช่ไหม เมื่อก่อนเรียนที่ไหน

1247
01:23:06,911 --> 01:23:10,895

1248
01:23:10,916 --> 01:23:14,896
สก.

1249
01:23:14,917 --> 01:23:18,896
เขาทำ สก. แล้วเขาทำมหาวิทยาลัย อ๋อ โสตฯ นนฯ

1250
01:23:18,919 --> 01:23:22,896

1251
01:23:22,920 --> 01:23:26,898
อโศกนนท์ นนท์ใช่ไหม

1252
01:23:26,920 --> 01:23:30,896
(อาจารย์) โสตนนฯ (ล่าม) โสต

1253
01:23:30,932 --> 01:23:34,897
นนทบุรีใช่หรือเปล่า

1254
01:23:34,933 --> 01:23:38,898
(อาจารย์) อยู่นนทบุรีหรือ

1255
01:23:38,935 --> 01:23:42,895
โรงเรียนเมื่อก่อนเรียนไหน

1256
01:23:42,940 --> 01:23:46,895
พิมพ์ได้ไหม พิมพ์

1257
01:23:46,941 --> 01:23:50,895

1258
01:23:50,942 --> 01:23:54,895

1259
01:23:54,943 --> 01:23:58,895
มีพิมพ์น่ะ พิมพ์อันนี้

1260
01:23:58,944 --> 01:24:02,896
ในนี้ ทำไมอันนี้ดูไม่ค่อยเข้าใจมือ

1261
01:24:02,945 --> 01:24:06,897
ใช่ค่ะ (อาจารย์) เพื่อนเจ้าแฝด

1262
01:24:06,946 --> 01:24:10,895
นะนี่ (ล่าม) เดี๋ยวหนูลองถามแฝด

1263
01:24:10,947 --> 01:24:14,896
แปีบนะคะ

1264
01:24:14,948 --> 01:24:18,895
แฝด ๆ ถามหน่อย

1265
01:24:18,952 --> 01:24:22,900
เพื่อนหูตึงชื่อไหน อันนี้ค่ะ

1266
01:24:22,953 --> 01:24:26,896
ชื่อภาษามืออันนี้ค่ะ

1267
01:24:26,954 --> 01:24:30,896
(อาจารย์) ภากร (ล่าม) เขาบอกเขาได้ภาษามือ

1268
01:24:30,957 --> 01:24:34,896
น้อยน่ะครับ ภากรณ์เขาบอกแบบนั้น

1269
01:24:34,958 --> 01:24:38,900
เขาเรียนที่ไหน เขาบอกภาษามือนิดเดียวใช่ไหม

1270
01:24:38,959 --> 01:24:42,898
เป็นหูตึงใช่หรือเปล่า

1271
01:24:42,960 --> 01:24:46,896
อยู่ที่โรงเรียหูดีครับ

1272
01:24:46,961 --> 01:24:50,898
เมื่อก่อน อยู่คนเดียว เป็นหูหนวกคนเดียว

1273
01:24:50,969 --> 01:24:54,896
แล้วบังเอิญว่าไม่ได้มีการเรียนภาษามือเลยครับ

1274
01:24:54,976 --> 01:24:58,899
จากนั้นสมาคม...

1275
01:24:58,978 --> 01:25:02,901

1276
01:25:02,982 --> 01:25:06,896
(อาจารย์) เห็นไหม เจ้าแฝดตอบเป็นล่ำเป็นสัน

1277
01:25:06,984 --> 01:25:10,899
ใช่ ๆ

1278
01:25:10,985 --> 01:25:14,912
แฝดน่ะ แฝดพามาเรียนนะคนนี้

1279
01:25:14,988 --> 01:25:18,896

1280
01:25:18,989 --> 01:25:22,897

1281
01:25:22,990 --> 01:25:26,896
ก็คือเรียนโรงเรียนหุดีมาก่อน

1282
01:25:26,992 --> 01:25:30,898
โอ.เค. ค่ะ

1283
01:25:30,992 --> 01:25:34,899
เพราะคนนี้แฝดนี่ล่ะ

1284
01:25:34,993 --> 01:25:38,900
ภากรณ์น่ะ แฝดเป็นคนชวนมาเรียน (ล่าม)

1285
01:25:39,008 --> 01:25:42,896
เรียนที่นี่ใช่ไหม ใช่ไหม ๆ

1286
01:25:43,009 --> 01:25:46,902
ใช่ไหม แฝดชวนมา

1287
01:25:47,010 --> 01:25:50,898
ภากร ภากรสมมติภาษามืองงน่

1288
01:25:51,012 --> 01:25:54,896
ถามนะ เป็นห่วง

1289
01:25:55,018 --> 01:25:58,906
(อาจารย์) เดี๋ยวจะคุยกันไม่รู้เรื่อง

1290
01:25:59,019 --> 01:26:02,897
คุยกับแฝด ถามแฝดบ่อย ๆ

1291
01:26:03,020 --> 01:26:06,897

1292
01:26:07,021 --> 01:26:10,897
ฝากหน่อย ภากรณ์ฝากหน่อย

1293
01:26:11,023 --> 01:26:14,898
ภาษามือน้อย (อาจารย์) โอ.เค. ค่ะ ไม่เป็นไร

1294
01:26:15,024 --> 01:26:18,897
เห็นไหมคะ อัลกอริทึมของแต่ละคน

1295
01:26:19,025 --> 01:26:22,897
(ล่าม) เดี๋ยวนะครับ พอดีว่าผมหอพักน่ะ

1296
01:26:23,029 --> 01:26:26,896
อยู่ร่วมกัน กินข้าวร่วมกัน

1297
01:26:27,030 --> 01:26:30,896
เดี๋ยวผมจะช่วยดูให้นะครับ

1298
01:26:31,031 --> 01:26:34,896
โอ.เค.

1299
01:26:35,032 --> 01:26:38,906
ช่วยสอน เราต้องร่วมด้วยช่วกยัน

1300
01:26:39,041 --> 01:26:42,904
โอ.เค.

1301
01:26:43,043 --> 01:26:46,895
บอกเธออยู่ว่าเธอต้องหัดพูด เพราะเธอได้ยิน

1302
01:26:47,049 --> 01:26:50,895

1303
01:26:51,050 --> 01:26:54,898
โอ.เค. คือเห็นไหมคะ

1304
01:26:55,051 --> 01:26:58,894
เมื่อกี้ตอนที่บอกให้อธิบายขั้นตอน

1305
01:26:59,053 --> 01:27:02,894
อัลกอริทึ่มเป็นการอธิบายขั้นตอน

1306
01:27:03,054 --> 01:27:06,893
จะให้คอมพิวเตอร์ทำงาน ทีนี้ลอง

1307
01:27:07,061 --> 01:27:10,893
ให้เด็ก ๆ นึกภาพเหมือน

1308
01:27:11,075 --> 01:27:14,894
ถ้าเพื่อนบางคน

1309
01:27:15,076 --> 01:27:18,892

1310
01:27:19,077 --> 01:27:22,892
ถ้าใครที่ไม่เคยเจียวไข่ ก็ไม่สามารถ

1311
01:27:23,078 --> 01:27:26,893
อธิบายขั้นตอนได้นะคะ ว่ามันทำอย่างไร

1312
01:27:27,079 --> 01:27:30,891
นะคะ ใช่ไหม ถ้าไม่เคยทำเลย

1313
01:27:31,081 --> 01:27:34,891
มันจะบอกไม่ได้ใช่ไหมคะ ว่า

1314
01:27:35,082 --> 01:27:38,890
การเจียวไข่นี่ 1. มันต้องมีไข่น่ะ

1315
01:27:39,083 --> 01:27:42,890
ไข่เอาไปทำอะไร ต้องเอาไปตีก่อนนะคะ ไข่เจียวนี่

1316
01:27:43,085 --> 01:27:46,889
เราต้องเอาไข่ไปตีก่อน

1317
01:27:47,088 --> 01:27:50,923
ไม่อย่างนั้นไม่เรียกว่าไข่เจียวถูกไหม

1318
01:27:51,090 --> 01:27:55,053
กับไข่ดาวเห็นไหม จะสั่งคอมพิวเตอร์ทำงาน

1319
01:27:55,091 --> 01:27:58,988
นี่ต้องบอกให้คอมพิวเตอร์เข้าใจ

1320
01:27:59,093 --> 01:28:02,890
สิ่งที่เราจะสั่งมันด้วย

1321
01:28:03,094 --> 01:28:06,890

1322
01:28:07,095 --> 01:28:10,887
บางอย่างมันข้ามขั้นตอนไม่ได้

1323
01:28:11,102 --> 01:28:14,887
ถ้าไม่ใช้น้ำมัน มันจะไม่เรียกว่าไข่เจียว

1324
01:28:15,108 --> 01:28:18,887
มันต้องใช้น้ำมันช่วย อย่างนี้

1325
01:28:19,109 --> 01:28:22,886
ต้องดูว่ามีส่วนประกอบอะไร วิธีทำอะไร

1326
01:28:23,110 --> 01:28:26,888
เหมือนไข่เจียวจะเจียวได้ถ้าน้ำมันไม่ร้อน

1327
01:28:27,111 --> 01:28:30,887
ไข่มัน เขาบอกว่าอะไร ไข่มันจะไม่ฟู

1328
01:28:31,112 --> 01:28:34,886

1329
01:28:35,114 --> 01:28:38,886
มันก็จะดูไม่น่ากินนะ บางคนไข่เจียวมีใส่หมูสับด้วย

1330
01:28:39,115 --> 01:28:42,885
เหมือนของภากรใส่หมูสับ ใส่มะเขือเทศ

1331
01:28:43,116 --> 01:28:46,884
ใส่พริกสักอย่างนะคะ แล้วแต่นะคะ

1332
01:28:47,118 --> 01:28:50,884
แต่สิ่งที่อยากให้รู้ ก็คือ

1333
01:28:51,120 --> 01:28:54,884
การอธิบาย เราจะอธิบายอย่างไร

1334
01:28:55,121 --> 01:28:58,884
ให้เราได้ไข่เจียว 1 ฟองออกมา

1335
01:28:59,122 --> 01:29:02,883
นั่นก็เหมือนกัน เราจะอธิบายอย่างไรให้คอมพิวเตอร์ทำงาน

1336
01:29:03,131 --> 01:29:06,883
ให้ได้สิ่งที่เราต้องการ

1337
01:29:07,133 --> 01:29:10,882
หรือ Output Input อะไรเข้าไป

1338
01:29:11,134 --> 01:29:14,882
ได้อะไรออกมา มองให้เห็น

1339
01:29:15,135 --> 01:29:18,884
ภาพนะคะ ว่าเราจะป้อนอะไรให้คอมพิวเตอร์แล้ว

1340
01:29:19,136 --> 01:29:22,882
แล้วเราอยากให้คอมพิวเตอร์แสดงอะไรออกมาให้

1341
01:29:23,137 --> 01:29:26,882
ส่วนการ Process หรือขั้นตอน

1342
01:29:27,139 --> 01:29:30,881
จะให้มันได้ผลลัพธ์นั้นออกมา

1343
01:29:31,140 --> 01:29:34,881
ขั้นตอนในการเขียนอัลกอริทึมของเรานั่นเอง

1344
01:29:35,141 --> 01:29:38,881
ทีนี้มาดู มาดูต่อนะคะ

1345
01:29:39,142 --> 01:29:42,880

1346
01:29:43,143 --> 01:29:46,881

1347
01:29:47,144 --> 01:29:50,880

1348
01:29:51,147 --> 01:29:54,879
เห็นไหมคะ

1349
01:29:55,152 --> 01:29:58,879
เราอธิบายไว้ว่า อัลกอริทึ่ม หมายถึง

1350
01:29:59,153 --> 01:30:02,879
ลำดับขั้นตอน วิธีในการทำงานของโปรแกรม

1351
01:30:03,167 --> 01:30:06,879
เพื่อแก้ปัญหาในที่นี้ก็คือแสดงผล

1352
01:30:07,170 --> 01:30:10,878
มันแสดงผล ก็คือให้คอมพิวเตอร์แสดงผลนะคะ

1353
01:30:11,171 --> 01:30:14,879
ทีนี้สิ่งที่เราจะต้องทำก็คือ เขียน

1354
01:30:15,172 --> 01:30:18,877
อธิบายอัลกอริทึมนี่เราจะเขียนได้ว่าอย่างไร

1355
01:30:19,173 --> 01:30:22,877
นะคะ ลองมาดูตัวอย่างของเรากัน

1356
01:30:23,174 --> 01:30:26,879
ต้มไข่

1357
01:30:27,176 --> 01:30:30,875
เห็นไหม วิธีการ

1358
01:30:31,188 --> 01:30:34,879
เขียนอัลกอริทึมเขียนได้หลายแบบเลย เหมือนที่เมื่อกี้

1359
01:30:35,190 --> 01:30:38,875
ถามเมื่อกี้ว่าทอดไข่เจียว

1360
01:30:39,192 --> 01:30:42,874
ทำอย่างไร แต่ละคนอธิบายไม่เหมือนกัน

1361
01:30:43,193 --> 01:30:46,875
สามารถเขียนได้หลายแบบ แบบอันนี้เขียนต้มไข่ไก่

1362
01:30:47,195 --> 01:30:50,874
ต้องการให้มันได้ออกมา ก็คือ

1363
01:30:51,197 --> 01:30:54,874
ไข่ต้มใช่ไหมคะ เราอยากได้ไข่ต้มนี่

1364
01:30:55,199 --> 01:30:58,879
อันดับแรก

1365
01:30:59,200 --> 01:31:02,875
ก็คือต้องต้มน้ำก่อน ใช่ไหม

1366
01:31:03,201 --> 01:31:06,872
ใช่ไหม เอาไข่ใส่ลงไปเลยใช่หรือเปล่า

1367
01:31:07,202 --> 01:31:10,872
แต่อันนี้บอกไว้เลยว่าต้มน้ำให้เดือด

1368
01:31:11,209 --> 01:31:14,871
รอ 10 นาที เปิดไฟ ติดเตา

1369
01:31:15,210 --> 01:31:18,871
มีปลอกไข่ด้วย แต่อันนี้บอก

1370
01:31:19,211 --> 01:31:22,871
ต้มน้ำใส่ไข่ รอ 5 นาที

1371
01:31:23,212 --> 01:31:26,870
ก็ได้ไข่ ได้ไข่เหมือนกันไม่ได้บอกว่าปอกไข่

1372
01:31:27,216 --> 01:31:30,876
ทีนี้ ก่อนที่เราจะเขียนได้

1373
01:31:31,217 --> 01:31:34,870
เราต้องรู้คุณสมบัติของมันก่อน

1374
01:31:35,218 --> 01:31:38,874
คุณสมบัติของอัลกอริทึม คุณสมบัติ

1375
01:31:39,219 --> 01:31:42,869
ข้อที่ 1.

1376
01:31:43,221 --> 01:31:46,869
มันจะต้องสร้างขึ้นจากกฎเกณฑ์

1377
01:31:47,222 --> 01:31:50,868
ให้มัน เห็นไหมคะ กฎเกณฑ์คืออะไร

1378
01:31:51,224 --> 01:31:54,868
วิธีการหรือกลุ่มขั้นตอน

1379
01:31:55,225 --> 01:31:58,867
กระบวนวิธีการคืออะไร

1380
01:31:59,228 --> 01:32:02,867
นะคะ ท

1381
01:32:03,230 --> 01:32:06,867
ที่เราจะทำอย่างไรก็แล้วแต่ คือให้มันเห็นขั้นตอน

1382
01:32:07,244 --> 01:32:10,870
ที่จะให้ได้มาซึ่งผลลัพธ์ของไข่ต้ม 1 ฟอง

1383
01:32:11,249 --> 01:32:14,876
เราจะมีขั้นตอนอย่างไร

1384
01:32:15,251 --> 01:32:18,867
นั่นก็คือมีกฎ มีเกณฑ์ หรือมีขั้นตอนนั่นเอง

1385
01:32:19,252 --> 01:32:22,866
ทีนี้เขาบอกไว้ว่า กฎเกณฑ์ที่

1386
01:32:23,253 --> 01:32:26,865
สร้างอัลกอริทึมในข้อที่ 2 บอกว่า

1387
01:32:27,255 --> 01:32:30,871
ที่สร้างอัลกอริทึมต้องไม่คลุมเครือ

1388
01:32:31,256 --> 01:32:34,865
เมื่อกี้ เห็นไหมคะ เหมือนตอนภากรณ์อธิบาย

1389
01:32:35,263 --> 01:32:38,864
เนื่องจากภากรณ์ไม่เข้าใจภาษามือ อธิบาย

1390
01:32:39,264 --> 01:32:42,865
มันก็เลยเป็นคลุมเครือ

1391
01:32:43,265 --> 01:32:46,864
เหมือนบอกอะไรสีแดง ๆ นี่ พอถามบอกไม่ได้

1392
01:32:47,277 --> 01:32:50,863
เห็นไหมคะ คือ คลุมเครือ

1393
01:32:51,281 --> 01:32:54,871
คืออะไร ซึ่งถ้าเรา

1394
01:32:55,286 --> 01:32:58,862
คอมพิวเตอร์นี่มันจะทำตามสิ่งที่เราระบุลงไป

1395
01:32:59,286 --> 01:33:02,862
ลงไปเห็นไหมคะ มีระบบ มีระเบียนบ

1396
01:33:03,289 --> 01:33:06,865
อ่านแล้วไม่สับสน อ่านแล้ว

1397
01:33:07,290 --> 01:33:10,862
เข้าใจ

1398
01:33:11,300 --> 01:33:14,861
อ่านแล้วเข้าใจเสร็จแล้วทำอย่างไร

1399
01:33:15,302 --> 01:33:18,861
มาสู่ข้อที่ 3.

1400
01:33:19,304 --> 01:33:22,860
มันจะมาอะไรตอนนี้

1401
01:33:23,308 --> 01:33:26,860
คอมพิวเตอร์จะอัพเดตเสียแล้ว

1402
01:33:27,308 --> 01:33:30,860
การประมวลผลต้องเป็นไปตามลำดับที

1403
01:33:31,309 --> 01:33:34,860
ที่แน่นอน ต้องมีขั้นตอนที่แน่นอน

1404
01:33:35,312 --> 01:33:38,866
เพื่อให้คอมพิวเตอร์ทำงาน เห็นไหมคะ ก็คือ

1405
01:33:39,313 --> 01:33:42,859
เหมือนจะทำไข่ต้มได้มันต้องต้มน้ำ

1406
01:33:43,315 --> 01:33:46,858
เพราะต้องมีน้ำร้อนถูกต้องไหม มันต้องมีน้ำร้อน

1407
01:33:47,316 --> 01:33:50,859
ใช่ไหมคะ จึงจะเป็นกระบวนการต้มไข่

1408
01:33:51,317 --> 01:33:54,858
เด็ก ๆ ไม่บอกว่าต้มน้ำนี่ เด็ก ๆ เอาไข่ใส่น้ำ

1409
01:33:55,318 --> 01:33:58,858
น้ำนั่นจะเป็นน้ำเย็น มันจะไม่เป็นไข่ต้ม

1410
01:33:59,319 --> 01:34:02,858
แน่นอน ก็คือไข่แช่น้ำอย่างนี้

1411
01:34:03,320 --> 01:34:06,858
เราต้องระบุลงไปด้วยว่านัำที่ใช้คืออย่างไร

1412
01:34:07,321 --> 01:34:10,857
น้ำเย็น น้ำต้ม มีขึ้นตอน

1413
01:34:11,323 --> 01:34:14,857
มันก็ต้องต้มใช่ไหม อย่างนี้

1414
01:34:15,324 --> 01:34:18,857
เป็นไปตามลำดับขั้นตอน อยู่ดี ๆ

1415
01:34:19,325 --> 01:34:22,856
เองได้ไหม ไม่ได้ใช่ไหมคะ

1416
01:34:23,326 --> 01:34:26,856
ถึงจะเป็นน้ำร้อน เห็นไหมคะ

1417
01:34:27,327 --> 01:34:30,856
มีขั้นตอนแล้วต้องให้ได้

1418
01:34:31,327 --> 01:34:34,856
ผลลัพธ์ตามที่กำหนดเห็นไหมคะ เพราะสิ่งที่

1419
01:34:35,328 --> 01:34:38,855
อยากได้ ก็คือไข่ต้ม

1420
01:34:39,329 --> 01:34:42,855
ถ้าเด็ก ๆ ไม่ทำให้น้ำร้อน

1421
01:34:43,336 --> 01:34:46,855
ถ้าสมมติต้มแค่ 3 นาที

1422
01:34:47,337 --> 01:34:50,854
ไหม 3 นาทีได้แค่ไข่ลวก

1423
01:34:51,338 --> 01:34:54,855
ไข่ลวก ขึ้นอะไรตอนนี้นี่

1424
01:34:55,343 --> 01:34:58,855
ไข่ลวกใช่ไหมคะ ไม่เป็นไข่ต้ม

1425
01:34:59,344 --> 01:35:02,854
ต้องมาดูที่ผลลัพธ์ ต้องมาดูสิ่งที่

1426
01:35:03,345 --> 01:35:06,853
ถ้า 3 นาทีได้ไข่ลวก แต่ถ้าต้มนี่

1427
01:35:07,346 --> 01:35:10,855
มันต้องนานมากกว่า 2 นาที

1428
01:35:11,355 --> 01:35:14,853
ในตัวอย่าง ถึงได้บอกว่า ระบุว่าต้องต้มกี่นาที

1429
01:35:15,357 --> 01:35:18,852
เห็นไหมต้องบอกด้วยว่าต้องต้มกี่นาที

1430
01:35:19,367 --> 01:35:22,853
ไข่ใส่น้ำร้อน 1 นาทีเป็นไข่ลวก

1431
01:35:23,368 --> 01:35:26,852
หรือยัง ยัง ความร้อนยังไม่น่าจะได้

1432
01:35:27,369 --> 01:35:30,852
อย่างนี้เป็นต้นนะคะ เสร็จแล้วอะไร

1433
01:35:31,371 --> 01:35:34,852
ต้องมีจุดสิ้นสุด ก็คือ เวลา

1434
01:35:35,377 --> 01:35:38,851
เขียนนี่ อยู่ ๆ บอกต้มไข่ไม่ได้ ต้องมี

1435
01:35:39,378 --> 01:35:42,852
จุดเริ่มแล้วก็มีจุดสิ้นสุด ก็คือ

1436
01:35:43,380 --> 01:35:46,851
มี Start แล้วก็มี End End ก็คือสิ้นสุด

1437
01:35:47,382 --> 01:35:50,851
เวลาอัลกอริทึ่ม

1438
01:35:51,383 --> 01:35:54,853
ทีนี้ลองมาดู

1439
01:35:55,384 --> 01:35:58,850
คุณสมบัติที่เด็ก ๆ จะต้องจำ

1440
01:35:59,385 --> 01:36:02,850
1.

1441
01:36:03,386 --> 01:36:06,859
ความถูกต้องมันต้องมีความถูกต้อง

1442
01:36:07,387 --> 01:36:10,849
เช่น ต้องการไข่ต้ม สิ่งที่ถูกต้อง

1443
01:36:11,389 --> 01:36:14,849
ดูจากผลลัพธ์จากสิ่งที่เราได้ออกมา

1444
01:36:15,391 --> 01:36:18,849
ก็คือ เช่น

1445
01:36:19,392 --> 01:36:22,849
อยากได้ไข่ต้มทำอย่างไร อยากได้ไข่เจียวทำอย่างไร ไข่เจียว

1446
01:36:23,392 --> 01:36:26,849
กับไข่ต้ม วิธีการต่างกัน

1447
01:36:27,393 --> 01:36:30,849
นั่นก็คือวิธีการเช็กความถูกต้องก่อน

1448
01:36:31,394 --> 01:36:34,849
คืออะไร

1449
01:36:35,401 --> 01:36:38,854
เหมือนไข่ในน้ำร้อน ถ้าไข่ต้มนี่

1450
01:36:39,423 --> 01:36:42,848
เพราะฉะนั้น ต้องใช้เวลากี่นาที

1451
01:36:43,424 --> 01:36:46,848
ถูกไหม ถ้าไข่อยู่ในน้ำร้อน 3 นาทีไม่เรียกว่าเป็นไข่ต้ม

1452
01:36:47,425 --> 01:36:50,847
ถูกไหม มันจะเป็นไข่ลวก ถูกไหม

1453
01:36:51,426 --> 01:36:54,848
อย่างนี้เป็นต้น ต้องมีความถูกต้องนะคะ

1454
01:36:55,428 --> 01:36:58,849
ต้องอ่านง่าย อ่านง่ายในที่นี้

1455
01:36:59,437 --> 01:37:02,851
อธิบายเหมือนเมื่อกี้ที่เด็ก ๆ อธิบายขั้นตอน

1456
01:37:03,440 --> 01:37:06,848
อย่างวาริศา วาริศาอธิบายละเอียดนะคะ

1457
01:37:07,440 --> 01:37:10,847
อธิบายดีด้วย ตอกไข่ แล้วก็ตีไข่

1458
01:37:11,443 --> 01:37:14,849
เห็นไหมคะ ตอนทำไข่เจียวน่ะค่ะ

1459
01:37:15,444 --> 01:37:18,849
อ่านแล้วเข้าใจเลยว่า

1460
01:37:19,445 --> 01:37:22,846
ด้วยนะ ไข่มันจะต้องโดนตี

1461
01:37:23,446 --> 01:37:26,845
เพราะไข่ในน้ำมันนี่ ทอดไข่ในน้ำมัน

1462
01:37:27,447 --> 01:37:30,846
แต่ไข่ดาวไม่ต้องตีไข่ให้แตกใช่ไหมคะ

1463
01:37:31,447 --> 01:37:34,846
ใช่ไหมคะ แค่ตอกไข่ใส่ลงไป 1 ฟอง

1464
01:37:35,448 --> 01:37:38,845
เพราะฉะนั้น เมื่ออ่านออกมาแล้วนี่

1465
01:37:39,449 --> 01:37:42,845
คืออะไร นะคะ

1466
01:37:43,450 --> 01:37:46,844
คุณสมบัติต่อมา ต้องปรับปรุงได้

1467
01:37:47,454 --> 01:37:50,844
Is of offidication ปรับปรุง

1468
01:37:51,455 --> 01:37:54,844
ในอนาคต ก็คือสามารถปรับปรุงหรือดัดแปลงได้

1469
01:37:55,456 --> 01:37:58,844
นะคะ เช่น เหมือนเมื่อกี้

1470
01:37:59,457 --> 01:38:02,844
ของปรับปรุงเช่นไข่เจียวของ

1471
01:38:03,458 --> 01:38:06,844
ภากร ภากรบอกใส่

1472
01:38:07,462 --> 01:38:10,843
ภากรณ์บอกใส่หมูสับเข้าไปด้วย ในอนาคต

1473
01:38:11,463 --> 01:38:14,843
เราต้องเป็นไข่เจียวหมูสับ

1474
01:38:15,464 --> 01:38:18,843
ก็ปรับปรุงได้ลักษณะนี้

1475
01:38:19,465 --> 01:38:22,845
ใหม่ได้ Reuse abillity

1476
01:38:23,466 --> 01:38:26,843
นำกลับมาใช้ใหม่ได้

1477
01:38:27,467 --> 01:38:30,850
ก็คือเขียนใหม่แล้ว เอากลับมาใช้กี่ครั้งก็ได้ เพราะการ

1478
01:38:31,468 --> 01:38:34,842
เจียวไข่มันไม่ได้มีอะไรพิศดารเลย

1479
01:38:35,472 --> 01:38:38,845
ใช่ไหมคะ ขั้นตอนมันมาเป็นอย่างไร

1480
01:38:39,473 --> 01:38:42,848
คนนี้เอาไปใช้ก็ได้ ใช้ซ้ำได้

1481
01:38:43,476 --> 01:38:46,843
วิธีการมันเหมือนกัน เอามาใช้ด้วยกันได้

1482
01:38:47,477 --> 01:38:50,842
และต้องมีประสิทธิภาพ

1483
01:38:51,484 --> 01:38:54,842
ประสิทธิภาพอย่างไร เหมือนถ้าอธิบายดี ๆ เหมือนวาริศานี่

1484
01:38:55,485 --> 01:38:58,842
เห็นไหม วาริศาบอกกระทั่งว่าน้ำมันจะต้องร้อนนะคะ

1485
01:38:59,486 --> 01:39:02,841
ถึงค่อยใส่ไข่ลงไป ไข่จะได้ฟู ๆ

1486
01:39:03,488 --> 01:39:06,843
ฟู ๆ ใช่ไหมคะ อย่างนี้เป็นต้น

1487
01:39:07,491 --> 01:39:10,841
ประสิทธิภาพของการทำงานด้วยอย่างนี้เห็นไหมคะ

1488
01:39:11,492 --> 01:39:14,841
นั่นคือต้องมีคุณสมบัติพวกนี้

1489
01:39:15,492 --> 01:39:18,843
ทีนี้ก่อนจะเขียนได้นี่

1490
01:39:19,493 --> 01:39:22,854
ก่อนจะเขียนได้นี่มันต้องมาดูเกณฑ์ประสิทธิภาพ

1491
01:39:23,504 --> 01:39:26,849
เวลาเขียนนี่

1492
01:39:27,507 --> 01:39:30,840
สังเกตที่เขียนไว้ อัลกอริธึม

1493
01:39:31,508 --> 01:39:34,847
ไข่ต้มอันที่ 1 ไข่ต้มอันที่ 2

1494
01:39:35,509 --> 01:39:38,840
ในการดำเนินการน้อยที่สุด

1495
01:39:39,509 --> 01:39:42,840
จับเวลาอะไรทุกอย่างนี่นะคะ ก็คือ

1496
01:39:43,510 --> 01:39:46,848
ขั้นตอนที่มันมีขั้นตอนน้อย

1497
01:39:47,511 --> 01:39:50,839
แต่สามารถครอบคลุมวิธีการ เหมือนที่บอก ไข่

1498
01:39:51,514 --> 01:39:54,846
ต้มนี่นะคะ เราจะทำไข่ต้มนี่ใช้น้ำอะไร

1499
01:39:55,514 --> 01:39:58,842
มันต้องใช้อะไร ใช้น้ำเปล่าไม่ได้ใช่ไหมคะ

1500
01:39:59,515 --> 01:40:02,839
ร้อนแล้วใช้เวลาเท่าไร

1501
01:40:03,516 --> 01:40:06,843
เห็นไหมคะ น้ำธรรมดาไม่สามารถทำให้เกิดไข่ต้มได้

1502
01:40:07,517 --> 01:40:10,839
ใช่ไหมนะคะ แต่ไม่จำเป็นต้องมา

1503
01:40:11,523 --> 01:40:14,839
เปิดเตาปิดเตาเพราะอะไร เพราะ

1504
01:40:15,525 --> 01:40:18,841
บอกแล้วว่าลดขึ้นตอน ก็คือเราบอกว่าลดขั้นตอน

1505
01:40:19,525 --> 01:40:22,838
นั่นหมายถึงเราต้องเปิดเตา หรือบางที

1506
01:40:23,526 --> 01:40:26,838
บางคนไม่ได้ใช้เตาแก๊ส

1507
01:40:27,528 --> 01:40:30,838
บางคนใช้เตาถ่าน บางคนใช้กระทะไฟฟ้า

1508
01:40:31,533 --> 01:40:34,838
แต่สิ่งที่จะทำให้

1509
01:40:35,533 --> 01:40:38,838
น้ำร้อนก็คือการต้ม ไปลดขั้นตอนที่

1510
01:40:39,534 --> 01:40:42,839
ไม่จำเป็นนะคะ ต้องใช้หน่วยความจำน้อย

1511
01:40:43,538 --> 01:40:46,837
เพราะอะไร คอมพิวเตอร์

1512
01:40:47,544 --> 01:40:50,839
ใช้พื้นที่ ก็คือหน่วยความจำน้อยเกิดจากอะไร

1513
01:40:51,545 --> 01:40:54,837
เกิดจากการเขียน Coding ยิ่ง Coding น้อย ๆ

1514
01:40:55,548 --> 01:40:58,837
นะคะ พอเราเขียนอัลกอริทึม

1515
01:40:59,549 --> 01:41:02,837
ไม่ยืดเยื้อ ไม่ยาวเกินไปนี่ โค้ด

1516
01:41:03,550 --> 01:41:06,842
โปรแกรมที่เราจะเขียนออกมา

1517
01:41:07,551 --> 01:41:10,838
ไม่มีความยาวมาก มันก็จะเป็นการใช้หน่วยความจำน้อยที่สุด

1518
01:41:11,555 --> 01:41:14,839
เห็นไหมะคะ ก็คือการเขียนโค้ดน้อย

1519
01:41:15,556 --> 01:41:18,837
พื้นที่จัดเก็บของคอมพิวเตอร์ 1 Byte

1520
01:41:19,557 --> 01:41:22,837
เท่ากับกี่บิตอะไรพวกนี้ นั่นคือพื้นที่

1521
01:41:23,558 --> 01:41:26,836
มันจะไปกินหน่วยความจำค่ะ เมื่อเรากด

1522
01:41:27,560 --> 01:41:30,836
1 ตัวอักษรหรือกดเมาส์ 1 ครั้ง

1523
01:41:31,562 --> 01:41:34,836
มันจะใช้หน่วยความจำไปแล้ว ถูกไหมคะ

1524
01:41:35,563 --> 01:41:38,836
ต้องให้มีการใช้หน่วยความจำน้อยที่สุด อัลกอริธึม

1525
01:41:39,564 --> 01:41:42,838
ต้องมีความยืดหยุ่น ยืดหยุ่นอย่างไร ต้องสามารถปรับได้

1526
01:41:43,578 --> 01:41:46,842
นะคะ เช่น ขั้นตอนนี้

1527
01:41:47,580 --> 01:41:50,835
สามารถเพิ่มหรือลดขั้นตอน

1528
01:41:51,581 --> 01:41:54,838
ที่เราเขียนน่ะได้นะคะ บางขั้นตอน

1529
01:41:55,583 --> 01:41:58,836
ไม่จำเป็นเอาออกก็ได้ ใช้เวลา

1530
01:41:59,584 --> 01:42:02,842
ในการพัฒนาน้อยที่สุด

1531
01:42:03,618 --> 01:42:06,846
เห็นไหมส่วนใหญ่มันจะเกี่ยวข้องกับเวลา

1532
01:42:07,619 --> 01:42:10,835
ต้องเขียนให้สั้น กะทัดรัดนั่นเองนะคะ

1533
01:42:11,621 --> 01:42:14,843
แล้วก็ต้องง่ายต่อความเข้าใจ ก็คือ

1534
01:42:15,630 --> 01:42:18,835
พอเขียนแล้ว ที่บอก Re useable

1535
01:42:19,631 --> 01:42:22,835
เอาไปใช้ด้วยได้ ก็คือ

1536
01:42:23,633 --> 01:42:26,837
มันจะทำอย่างนี้ อย่างนี้นะคะ

1537
01:42:27,635 --> 01:42:30,834
มันก็จะต้องเขียนให้คนอื่นเอาไปเขียนต่อได้

1538
01:42:31,637 --> 01:42:34,834
เขียนอัลกอริทึม คือ ไม่ต้องไปอธิบาย

1539
01:42:35,638 --> 01:42:38,835
นี่จะทำอย่างนี้ต้องทำอย่างนี้

1540
01:42:39,646 --> 01:42:42,842
ทีนี้ เ

1541
01:42:43,647 --> 01:42:46,835
เราจะเขียนได้อย่างไร เราจะต้องไปวิเคราะห์

1542
01:42:47,650 --> 01:42:50,836
งานที่เด็ก ๆ จะต้องไปทำนะคะ

1543
01:42:51,651 --> 01:42:54,834
ให้เด็ก ๆ ดูว่า

1544
01:42:55,652 --> 01:42:58,833
เห็นสไลด์หน้านี้นะ สไลด์ที่

1545
01:42:59,653 --> 01:43:02,834
ข้างบนที่บอกว่า Input คืออะไร Output คืออะไร Process คืออะไร

1546
01:43:03,654 --> 01:43:06,833
นั่นก็คือหมายถึง

1547
01:43:07,654 --> 01:43:10,837
ในขั้นตอนนี้ ต้มน้ำให้เดือดนี่

1548
01:43:11,655 --> 01:43:14,833
ให้เด็ก ๆ เขียนว่ามันเป็น Input

1549
01:43:15,656 --> 01:43:18,834
ให้เด็ก ๆ ลองวิเคราะห์ว่า แต่ละส่วนที่แม่

1550
01:43:19,657 --> 01:43:22,833
เขียนลงมาในนี้อะไรคือ

1551
01:43:23,658 --> 01:43:26,832
Input อะไรคือ Process เห็นไหมคะ

1552
01:43:27,659 --> 01:43:30,832
เป็น Input Process

1553
01:43:31,660 --> 01:43:34,833
Input หรือ Output หรือ Process

1554
01:43:35,663 --> 01:43:38,832
Input Process หรือ Output

1555
01:43:39,664 --> 01:43:42,833
Process หรือ Output ตอกไข่เป็น Input Pr

1556
01:43:43,665 --> 01:43:46,832
ผลลัพธ์คืออะไร เราจะได้อะไรออกมา

1557
01:43:47,666 --> 01:43:50,849
อันนี้ให้ตอบนะคะ ว่า

1558
01:43:51,667 --> 01:43:54,835
สิ่งที่ทำไปนี่ออกมาแล้วผลลัพธ์มันจะออกมาเป็นอะไร

1559
01:43:55,671 --> 01:43:58,832
นึกออกนะ

1560
01:43:59,676 --> 01:44:02,833
ตัวนี้ทำส่ง

1561
01:44:03,677 --> 01:44:06,833
ใน Google Classroom เรา เดี๋ยวจะเอา

1562
01:44:07,678 --> 01:44:10,834
งานนี้เข้าไปใส่ไว้ใน Classroom

1563
01:44:11,681 --> 01:44:14,832
นะคะ แล้วเด็ก ๆ พิมพ์นะคะ

1564
01:44:15,681 --> 01:44:18,831
พิมพ์นะคะ จะได้ว่าการต้มน้ำเดือดนี่

1565
01:44:19,683 --> 01:44:22,832
ลองวิเคราะห์ดูว่า Input Output หรือ Process

1566
01:44:23,684 --> 01:44:26,832
หรือเป็น Output เพราะเราจะต้องรู้

1567
01:44:27,685 --> 01:44:30,833
รู้ว่าสิ่งที่เราจะใส่ให้คอมพิวเตอร์

1568
01:44:31,686 --> 01:44:34,831
ใน 3 ส่วนนี้ สิ่งที่อธิบายด้วยการบรรยาย

1569
01:44:35,687 --> 01:44:38,832
ต้มน้ำให้เดือด เป็นกระบวนการไหน

1570
01:44:39,689 --> 01:44:42,831
เป็นกระบวนการของ Input เป็น

1571
01:44:43,690 --> 01:44:46,842
Process หรือเป็นกระบวนการของ Output

1572
01:44:47,691 --> 01:44:50,831

1573
01:44:51,693 --> 01:44:54,833
เข้าใจไหมคะ ทำเป็นการบ้าน ส่ง

1574
01:44:55,693 --> 01:44:58,830
ใน Class

1575
01:44:59,695 --> 01:45:02,830
ศิริรัตน์ ศิริรัตน์เข้าใจไหมลูก

1576
01:45:03,697 --> 01:45:06,830
เข้าใจงานที่สั่งไหม

1577
01:45:07,707 --> 01:45:10,831
ให้ดูจากสไลด์เมื่อกี้นะ

1578
01:45:11,708 --> 01:45:14,830
แล้วข้างบนน่ะมันจะมีบอก Input Process หรือ Output

1579
01:45:15,712 --> 01:45:18,835
Process หรือ Output

1580
01:45:19,713 --> 01:45:22,830
ให้สิริรัตน์เขียนว่าต้มน้ำให้เดือดนี่

1581
01:45:23,715 --> 01:45:26,833
Input Output หรือเป็น Process

1582
01:45:27,717 --> 01:45:30,830
เข้าใจไหมลูก

1583
01:45:31,719 --> 01:45:34,829
เรามีสไลด์อยู่ใน Class

1584
01:45:35,724 --> 01:45:38,830
เข้าใจนะ เด็ก ๆ ทุกคนไปย้อนดูเนื้อหาได้นะะค

1585
01:45:39,725 --> 01:45:42,830
ที่อธิบายไว้ว่า Input คือกระบวนการอะไร

1586
01:45:43,726 --> 01:45:46,829
Output คือ กระบวนการอะไร

1587
01:45:47,727 --> 01:45:50,829
คือกระบวนการอะไร ให้ลองเขียนนะคะ

1588
01:45:51,728 --> 01:45:54,829
เพื่อจะได้รู้ว่าในความเข้าใจของเด็ก ๆ นี่

1589
01:45:55,729 --> 01:45:58,829
ถ้าขั้นตอนนี้ถ้าเป็นคอมพิวเตอร์นี่

1590
01:45:59,730 --> 01:46:02,829
คำบรรยายเป็นภาษาไทยนี่ คอมพิวเตอร์

1591
01:46:03,731 --> 01:46:06,838
จะประมวลผลนี่ มันจะเป็นส่วนของ Input

1592
01:46:07,734 --> 01:46:10,834
หรือ Process หรือ Output

1593
01:46:11,735 --> 01:46:14,829
นะคะ มีใครสงสัยให้ถาม

1594
01:46:15,739 --> 01:46:18,830

1595
01:46:19,744 --> 01:46:22,828
เห็นไหม คือ

1596
01:46:23,746 --> 01:46:26,829
ขั้นตอนที่อยู่ข้างบนน่ะ

1597
01:46:27,747 --> 01:46:30,832
เอามาใส่ในช่องของข้อความ

1598
01:46:31,748 --> 01:46:34,829
ไว้ว่าต้มน้ำให้เดือดนี่ เด็ก ๆ คิดว่ามันจะเป็น

1599
01:46:35,750 --> 01:46:38,828
Input หรือจะเป็น Process หรือจะเป็น Output

1600
01:46:39,751 --> 01:46:42,830
ก็คือเด็ก ๆ ต้องมาวิเคราะห์ก่อนว่า ส่วนนี้

1601
01:46:43,753 --> 01:46:46,829
เด็ก ๆ คิดว่าเป็นการรับข้อมูล

1602
01:46:47,754 --> 01:46:50,830
หรือการแสดงผลลัพธ์นะคะ

1603
01:46:51,755 --> 01:46:54,828
เพราะตอนนี้ต้องนึก

1604
01:46:55,759 --> 01:46:58,828
ต้องจำลองตัวเองเป็นคอมพิวเตอร์ไปด้วย

1605
01:46:59,768 --> 01:47:02,828
เราจะเขียนโปรแกรมได้ เราต้องรู้ว่าคอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไร

1606
01:47:03,770 --> 01:47:06,828
เพราะฉะนั้น ถ้าเราจะรู้ว่าคอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไร

1607
01:47:07,770 --> 01:47:10,828
นะคะ

1608
01:47:11,773 --> 01:47:14,828
ต้องสมมติตัวเอง ถ้าฉันเป็นคอมนะนี่

1609
01:47:15,774 --> 01:47:18,829
ถ้าฉันเอาตัวนี้เข้ามา

1610
01:47:19,783 --> 01:47:22,832
สิ่งที่ฉันเอาเข้ามาคืออะไร

1611
01:47:23,784 --> 01:47:26,828

1612
01:47:27,786 --> 01:47:30,827
โอ.เค. ไหมคะ ถ้าโอ.เค. สัปดาห์นี้เราจะ

1613
01:47:31,787 --> 01:47:34,829

1614
01:47:35,792 --> 01:47:38,828

1615
01:47:39,792 --> 01:47:42,827
สันติภาพเข้าใจไหมลูก

1616
01:47:43,797 --> 01:47:46,827
ลอง ลองดู ลองคิด บอกแล้วนะ

1617
01:47:47,801 --> 01:47:50,827
เราต้องนึกว่าเราเป็นคอมพิวเตอร์ใช่ไหม

1618
01:47:51,802 --> 01:47:54,827
สันติภาพใช้จินตนาการ

1619
01:47:55,809 --> 01:47:58,827
เด็กตาใช้จินตนาการได้

1620
01:47:59,811 --> 01:48:02,827
ถ้าฉันเป็นคอมฯ นะ

1621
01:48:03,812 --> 01:48:06,828
สิ่งที่เรียกว่า Input สำหรับคอมพิวเตอร์มันคืออะไร

1622
01:48:07,813 --> 01:48:10,827
ไปย้อนอ่านสไลด์ดูก่อน

1623
01:48:11,814 --> 01:48:14,827
นะคะ ส่วนของ Input คืออะไร

1624
01:48:15,815 --> 01:48:18,827
แล้วก็ส่วนของ Output คืออะไร เด็ก ๆ จะ

1625
01:48:19,816 --> 01:48:22,827
เห็นเลยว่า น่าจะ ตัวนี้น่าจะเป็น Input นะ

1626
01:48:23,817 --> 01:48:26,827
ตัวนี้น่าจะเป็น Process นะ ตัวนี้น่าจะเป็น Output

1627
01:48:27,819 --> 01:48:30,826
อย่างนี้นะคะ

1628
01:48:31,822 --> 01:48:34,827
มันจะ ลอง ลองใส่ดู

1629
01:48:35,823 --> 01:48:38,826
นะ ลอง ๆ

1630
01:48:39,824 --> 01:48:42,826
คือ วิธีการมันเหมือนจะเป็นการจับคู่น่ะ

1631
01:48:43,825 --> 01:48:46,827
แต่ไม่ทำให้ดูเป็นการจับคู่

1632
01:48:47,826 --> 01:48:50,826
ว่าข้อนี้มันจะเป็น Input

1633
01:48:51,827 --> 01:48:54,826
หรือจะเป็น Output เลือกมาตอบ

1634
01:48:55,829 --> 01:48:58,826
มาตอบ เพียงแต่ว่าเลือกลงถูกหรือผิด

1635
01:48:59,843 --> 01:49:03,826
นะคะ

1636
01:49:03,846 --> 01:49:07,826
แล้วเราทำส่งใน classroom

1637
01:49:07,858 --> 01:49:11,826
ห้องเรียนเราน่ะ จำได้นะ เดี๋ยวจะส่ง

1638
01:49:11,859 --> 01:49:15,826
ส่งตัวงานเข้าไป

1639
01:49:15,860 --> 01:49:19,826
มีใครสงสัยอะไรอีกไหม

1640
01:49:19,861 --> 01:49:23,825
เอกสารอยู่ใน Classroom เรานะคะ

1641
01:49:23,870 --> 01:49:27,826
ไปเปิดดูย้อนหลังได้ ส่วนตัวงาน

1642
01:49:27,871 --> 01:49:31,825
เดี๋ยวจะเอาส่งเข้า...

1643
01:49:31,874 --> 01:49:35,825
เพิ่มให้ตอนท้ายคาบ

1644
01:49:35,875 --> 01:49:39,830
ใน google drive เลย

1645
01:49:39,877 --> 01:49:43,825
โอ.เค. ค่ะ ถ้าอย่างนั้นสัปดาห์นี้

1646
01:49:43,881 --> 01:49:47,825
ขอจบการนำเสนอ

1647
01:49:47,882 --> 01:49:51,826
เพียงเท่านี้

1648
01:49:51,883 --> 01:49:55,825
สวัสดีเด็ก ๆ ทุก ๆ คน ขอบใจมากค่ะ

1649
01:49:55,893 --> 01:49:59,826
(ล่าม) ขอบคุณค่ะ อาจารย์ (อาจารย์) สวัสดีค่ะ

1650
01:49:59,894 --> 01:50:03,837

1651
01:50:03,895 --> 01:50:07,825
ทดลองอะไรอีกไหม

1652
01:50:07,904 --> 01:50:11,825

1653
01:50:11,905 --> 01:50:15,825

1654
01:50:15,906 --> 01:50:19,825

1655
01:50:19,908 --> 01:50:23,825

1656
01:50:23,909 --> 01:50:27,825

1657
01:50:27,910 --> 01:50:31,825

1658
01:50:31,911 --> 01:50:35,825

1659
01:50:35,913 --> 01:50:39,825
[สิ้นสุดการถอดความ]

1660
01:50:39,914 --> 01:50:43,824

1661
01:50:43,915 --> 01:50:47,827

1662
01:50:47,916 --> 01:50:51,916

1663
01:50:51,917 --> 01:50:55,917

1664
01:50:55,919 --> 01:50:55,920


