﻿1
00:00:18,931 --> 00:00:18,933

2
00:00:18,933 --> 00:00:22,920

3
00:00:22,920 --> 00:00:26,920

4
00:00:26,922 --> 00:00:30,922

5
00:00:30,925 --> 00:00:34,925

6
00:00:34,925 --> 00:00:38,925

7
00:00:38,926 --> 00:00:42,926

8
00:00:42,931 --> 00:00:45,275
(คุณครูคณิตา) สวัสดีคุณครูปลายทางทุกท่าน

9
00:00:45,275 --> 00:00:49,275

10
00:00:54,944 --> 00:00:58,937

11
00:00:58,937 --> 00:01:02,534
และนักเรียนทุกคน วิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 วันนี้ครูปรเมษฐคะ

12
00:01:02,534 --> 00:01:06,534
เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) วันนี้ครูจะมาสอนเกี่ยวกับเรื่อง

13
00:01:06,735 --> 00:01:10,735

14
00:01:10,940 --> 00:01:10,946

15
00:01:10,946 --> 00:01:14,946
เรียงใจความสำคัญกันก่อนนะคะ นักเรียนคะ

16
00:01:16,815 --> 00:01:20,353
ลองดูบนหน้าจอนะคะ ใจความ นักเรียนจะเห็นข้อความใช่ไหมคะ มีคำว่าอะไรบ้าง คะคุณครู

17
00:01:20,353 --> 00:01:24,353
ปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) มีคำว่า ที่, คำ,

18
00:01:29,571 --> 00:01:33,571
หรือ, แสดง, คำนาม ,คำสรรพนาม, ของ, อาการ

19
00:01:36,702 --> 00:01:40,702
(คุณครูคณิตา) เรียงให้เป็นประโยคค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นประโยคที่ได้ใจความด้วยนะครับ เด็ก ๆ ไหนลองดู

20
00:01:45,254 --> 00:01:49,254
สิ (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวคุณครูปรเมษฐก็จะ

21
00:01:49,552 --> 00:01:53,552
เรียงประโยค... เรียงคำให้เป็นประโยคด้วยใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ)

22
00:01:53,701 --> 00:01:54,699
เราเรียงแข่งกันกับนักเรียนใช่ไหมครับ

23
00:01:54,699 --> 00:01:58,699
(คุณครูคณิตา) ถือว่าเป็นการช่วยเหลือนักเรียนแล้วกันนะคะ

24
00:02:01,684 --> 00:02:05,684
เอาล่ะค่ะ หมดเวลา คุณครูคิดว่า

25
00:02:06,834 --> 00:02:10,657
นักเรียนนะคะ ก็สามารถที่จะนำ

26
00:02:10,657 --> 00:02:14,657
คำเหล่านี้นี่มาเรียงให้เป็นประโยคได้ใจความแล้วนะคะ คุณครูปรเมษฐคะ หากเป็นคุณครูปรเมษฐ

27
00:02:16,471 --> 00:02:20,471
นี่จะเรียงคำให้เป็นสมบูรณ์

28
00:02:21,850 --> 00:02:24,744
หรือได้ใจความสำคัญว่าอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ขึ้นต้นนี่น่าจะเป็นคำว่า

29
00:02:24,744 --> 00:02:26,561
คำที่แสดง

30
00:02:26,561 --> 00:02:30,561
อาการของคำนามหรือคำสรรพนาม

31
00:02:34,320 --> 00:02:38,320
ได้ใจความไหมครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ แล้วนักเรียน

32
00:02:38,409 --> 00:02:41,830
ล่ะคะ เรียงคำ

33
00:02:41,830 --> 00:02:45,830
ให้ได้ใจความเหมือนคุณครูปรเมษฐหรือเปล่านะคะ

34
00:02:47,733 --> 00:02:49,537
เดี๋ยวเรามาดูเฉลยกันค่ะ

35
00:02:49,537 --> 00:02:53,537
อ่านค่ะนักเรียน อ่านพร้อม ๆ กันเลย

36
00:02:53,697 --> 00:02:53,845
นะคะ คำที่แสดงอาการของคำนาม

37
00:02:53,845 --> 00:02:57,845
หรือคำสรรพนาม ถูกต้องหรือเปล่า (คุณครูปรเมษฐ) อย่างนั้นครูก็

38
00:03:05,960 --> 00:03:08,873
ถูกด้วยสิครับ (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ ถ้าถูก

39
00:03:08,873 --> 00:03:10,740
ให้ปรบมือ เก่งมากค่ะ เรามาต่อกันเลย

40
00:03:10,740 --> 00:03:14,740
ดีกว่านะคะ คุณครูปรเมษฐคะ เรามาตั้ง

41
00:03:18,584 --> 00:03:22,584
ถามกระตุ้นความคิดให้นักเรียนดีกว่าค่ะ คำถามแรกค่ะ

42
00:03:25,838 --> 00:03:28,615
ข้อความนี้นี่ที่นักเรียนได้เรียงมานี่ เป็นความหมายของคำชนิดใด

43
00:03:28,615 --> 00:03:32,615
ง่ายมากเลยใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ง่ายมากเลย เพราะว่าขึ้นต้นที่

44
00:03:38,544 --> 00:03:42,315
หน้าจอทีแรกไว้แล้วครับ (คุณครูคณิตา) คำไทยมีกี่ชนิดคะ

45
00:03:42,315 --> 00:03:46,315
(คุณครูปรเมษฐ) เราไม่เฉลยดีกว่า ให้เด็ก ๆ ไปสืบค้นเอาเองนะครับ เพื่อที่จะ

46
00:03:47,778 --> 00:03:51,778
เป็นการแสวงหาความรู้ เป็นคุณธรรมที่เด็ก ๆ

47
00:03:53,135 --> 00:03:57,135
นะครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ มาดูคำตอบกัน คำตอบ

48
00:03:58,430 --> 00:04:01,567
ง่ายมากเลยค่ะ คุณครูปรเมษฐคะ ข้อความที่คุณครูปรเมษฐนี่ได้เรียง

49
00:04:01,567 --> 00:04:05,567
ให้เป็นใจความสำคัญนี่ เขากล่าวว่าเป็นคำ

50
00:04:07,280 --> 00:04:11,280
ของ คำชนิดใด (คุณครูปรเมษฐ) มันก็คือคำ

51
00:04:13,147 --> 00:04:15,763
กริยานั่นเองครับ เด็ก ๆ ครับ (คุณครูคณิตา) ถูกต้องแล้วค่ะ

52
00:04:15,763 --> 00:04:17,886
มันคือคำกริยาค่ะ ต่อมาค่ะ นักเรียน

53
00:04:17,886 --> 00:04:21,886
รู้จักคำกริยาใดบ้าง คำกริยามีคำว่าอะ

54
00:04:27,027 --> 00:04:28,191
คำกริยามีคำว่าอะไรบ้างนะ

55
00:04:28,191 --> 00:04:28,215
ครูเดินนี่ เดินเป็นคำกริยาไหม

56
00:04:28,215 --> 00:04:30,527
(คุณครูคณิตา) เป็นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เขียนหนังสือ

57
00:04:30,527 --> 00:04:34,527
(คุณครูคณิตา) เขียน ก็คือถือว่าเป็นค่ะ

58
00:04:38,459 --> 00:04:42,459
(คุณครูปรเมษฐ) ยิ้ม (คุณครูคณิตา) เป็นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) รับประทานอาหาร

59
00:04:45,762 --> 00:04:49,762
(คุณครูคณิตา) รับประทานอาหารเป็นค่ะ

60
00:04:50,168 --> 00:04:54,055
คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่ามันก็เกี่ยวกับคำกริยาทั้งนั้นเลย

61
00:04:54,055 --> 00:04:56,527
(คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ เราใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน

62
00:04:56,527 --> 00:05:00,527
อยู่ตลอดเวลานะคะ เอาล่ะค่ะ นักเรียนคะ นักเรียน

63
00:05:02,001 --> 00:05:06,001
หลายคนนี่ต้องตอบได้แล้วนะคะ ว่าเรารู้จักคำกริยาใดกันบ้างนะ เหมือนเมื่อกี้

64
00:05:09,024 --> 00:05:10,967
ที่คุณครูปรเมษฐนะคะ ได้ยกตัวอย่างไปนะคะ เอาล่ะค่ะ

65
00:05:10,967 --> 00:05:14,967
เรามาดูคำถามนี้กันดีกว่า คำถามนี้ครูปรเมษฐ

66
00:05:17,440 --> 00:05:21,383
ถามนักเรียนเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนใช้คำกริยาในชีวิต

67
00:05:21,383 --> 00:05:25,383
ประจำวันเมื่อใดบ้าง นักเรียนครับ อย่างที่ครูได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ว่าคำ

68
00:05:26,534 --> 00:05:30,534
กริยานี่ มันก็จะใช้ตลอดเวลาอยู่แล้วนะ

69
00:05:33,931 --> 00:05:37,931
ขณะที่หนูกำลังชมครูอยู่นี่ คำว่า "ชม" คำว่า "ดู" นี่ก็เป็นคำกริยาใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

70
00:05:41,778 --> 00:05:45,778
แล้วนั่งอยู่ที่โต๊ะนักเรียน ก็เป็นคำ (คุณครูคณิตา)

71
00:05:45,832 --> 00:05:46,843
คำกริยาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คำกริยาเช่นเดียวกัน

72
00:05:46,843 --> 00:05:49,902
คำถามนี้นี่ เด็ก ๆ ต้องตอบได้ เพราะเป็นทุกสิ่ง

73
00:05:49,902 --> 00:05:51,305
ในชีวิตเลยนะครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ นักเรียน

74
00:05:51,305 --> 00:05:55,305
คำกริยานะคะ เมื่อกี้ที่เขา

75
00:05:57,734 --> 00:06:01,705
ถามว่าอะไรนะ ถามว่าอะไรเอ่ย

76
00:06:01,705 --> 00:06:03,704
อ่านหน้าจอพร้อม ๆ กันค่ะ นักเรียน

77
00:06:03,704 --> 00:06:07,251
ใช้คำกริยาในชีวิตประจำวันเมื่อใดบ้าง

78
00:06:07,251 --> 00:06:11,251
ใช่ไหมนะ นักเรียนจะใช่คำกริยาเหล่านี้เพื่อ

79
00:06:16,567 --> 00:06:20,567
บอกอะไร เพื่อบอกภาคแสดงของประธานนะคะ

80
00:06:21,089 --> 00:06:22,066
อย่างเช่น ครูกินข้าว ครูก็เป็น

81
00:06:22,066 --> 00:06:26,066
ประธาน กินเป็นท่าแสดงใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา)

82
00:06:27,697 --> 00:06:31,697
ก็คำว่า "กิน" เป็นคำอะไรคะ เป็นคำกริยา

83
00:06:34,492 --> 00:06:37,586
เพราะฉะนั้นนี่ ก็เป็นการพูด

84
00:06:37,586 --> 00:06:40,276
เพื่อแสดงให้เห็นว่าประธานนั้นทำสิ่งใดอยู่นั่นเอง ต่อมาค่ะ เรามาดูจุดประสงค์ของการเรียนรู้

85
00:06:40,276 --> 00:06:44,276
ในวันนี้กันดีกว่านะคะ วันนี้ค่ะ นักเรียนต้อง

86
00:06:46,870 --> 00:06:50,870
บอกชนิดและหน้าที่ของคำกริยาได้ค่ะ

87
00:06:52,236 --> 00:06:56,236
ข้อ 2 ค่ะ คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนสามารถบอก

88
00:06:57,397 --> 00:07:01,397
ชนิดและหน้าที่ของคำกริยาในประโยคได้ครับ และก็ต้องบอกความสำคัญของการใช้คำ

89
00:07:04,069 --> 00:07:08,069
กริยาในภาษาไทยได้ครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ

90
00:07:08,483 --> 00:07:12,483
เรามีเกมมาให้เล่นใช่ไหมคะครูปรเมษฐ เกมอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) เกมนี้มีชื่อว่า "เกมใบ้คำ"

91
00:07:13,677 --> 00:07:17,677
คำว่า "ใบ้" นี่ คือพูดไม่ได้ใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ค

92
00:07:23,119 --> 00:07:26,481
(คุณครูปรเมษฐ) อ๋อ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะนักเรียน เกมใบ้คำ เนื่องจากวันนี้เราเรียนเกี่ยวกับคำกริยา

93
00:07:26,481 --> 00:07:28,600
เพราะฉะนั้นนี่ เกมใบ้คำนี้ นักเรียนก็จะต้อง

94
00:07:28,600 --> 00:07:32,600
ใบ้คำเกี่ยวกับอะไรคะ คำ

95
00:07:35,669 --> 00:07:39,669
กริยานะคะนักเรียน นักเรียนอย่าไปใบ้คำเป็น

96
00:07:41,656 --> 00:07:42,134
คำสรรพนามอย่างที่เราเคยเรียน

97
00:07:42,134 --> 00:07:44,273
นำคำกริยานะคะ มาเติมนะ เอาล่ะค่ะ

98
00:07:44,273 --> 00:07:46,741
พร้อมหรือยังเอ่ย ถ้าพร้อมแล้ว เดี๋ยวเราไป

99
00:07:46,741 --> 00:07:50,741
เล่นเกมกันดีกว่าค่ะ สังเกตค่ะ

100
00:07:56,490 --> 00:08:00,490
สังเกตหน้าจอนะคะ สุนัข..., ไก่...,

101
00:08:01,645 --> 00:08:05,645
ฝน... และก็นก... สุนัขค่ะ สุนัขกำลังทำอะไรเอ่ย

102
00:08:08,300 --> 00:08:12,300
กำลังทำอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) กำลังทำอะไรครับนักเรียน

103
00:08:15,131 --> 00:08:18,441
(คุณครูคณิตา) วิ่งค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) บางคนตอบกระโดดผิดไหม

104
00:08:18,441 --> 00:08:19,731
นะครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ไม่ผิดค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) กระโดดก็เป็นคำกริยาเช่นกัน

105
00:08:19,731 --> 00:08:20,538
(คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ ไก่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ร้องเพลง

106
00:08:20,538 --> 00:08:24,313
(คุณครูคณิตา) ขันค่ะ ไก่ขันค่ะ

107
00:08:24,313 --> 00:08:27,440
ฝน... ฝนอะไรเอ่ย ฝนตกค่ะ

108
00:08:27,440 --> 00:08:30,978
นกกำลังทำอะไรอยู่คะ นกบิน

109
00:08:30,978 --> 00:08:34,978
นั่นเองนะครับ เอาล่ะค่ะ ต่อมาค่ะ

110
00:08:40,040 --> 00:08:44,040
ชาวเขา, ชาวสวน, ชาวนา

111
00:08:44,691 --> 00:08:45,604
เขากำลังทำอะไรอยู่นะ เติมคำกริยาลงไปค่ะ

112
00:08:45,604 --> 00:08:46,233
เติมหรือยังเอ่ย ชาวเขา

113
00:08:46,233 --> 00:08:50,233
ปลูกผัก

114
00:08:53,168 --> 00:08:57,168
คำว่าปลูกใช่ไหมคะ ปลูก คำว่า "ปลูก

115
00:09:01,841 --> 00:09:03,392
" เป็นคำกริยา ปลูกต้นไม้ได้ไหมเอ่ย เอาล่ะค่ะ มาดูชาวสวนเก็บผลไม้

116
00:09:03,392 --> 00:09:07,392
ต่อมาชาว

117
00:09:09,172 --> 00:09:13,021
ประมง ชาวประมงนี่จะต้อง

118
00:09:13,021 --> 00:09:17,021
จับปลานะคะ ชาวนาล่ะคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ชาวนาจะต้อง

119
00:09:19,346 --> 00:09:21,164
หว่านข้าวเกี่ยวข้าวครับ (คุณครูคณิตา)

120
00:09:21,164 --> 00:09:25,164
ถูกนะคะ เอาล่ะค่ะ เรามาดู

121
00:09:28,430 --> 00:09:32,430
เอ้ เป็ดกับห่าน นักเรียนจะใช้คำไหน

122
00:09:34,476 --> 00:09:35,002
คะนี่ (คุณครูปรเมษฐ) เป็ดกับห่านนี่ลักษณะเป็นอย่างไรครับ

123
00:09:35,002 --> 00:09:39,002
(คุณครูคณิตา) ลักษณะเป็นอย่างไรเอ่ย คุณน้าเขาเล่นเทนนิสเก่ง...

124
00:09:46,478 --> 00:09:47,067
เราจะเติมคำกริยาลงไปนะคะ

125
00:09:47,067 --> 00:09:48,641
มาเฉลยค่ะ เป็ดคล้ายห่าน

126
00:09:48,641 --> 00:09:50,344
เป็ดคล้ายห่าน คล้ายนี่

127
00:09:50,344 --> 00:09:54,344
ก็ถือว่าเป็นคำกริยานะคะ คุณน้าค่ะ

128
00:09:58,281 --> 00:10:02,281
คุณน้าเป็นพยาบาล

129
00:10:06,218 --> 00:10:07,907
คำกริยาเหมือนกันนะคะ เขาเล่นเทนนิสเก่งเหมือนพี่

130
00:10:07,907 --> 00:10:10,841
เหมือนนี่ก็คือเป็นคำกริยา ข้อสุดท้ายค่ะ น้องสูง...

131
00:10:10,841 --> 00:10:14,841
เท่าพี่ เท่านี่ก็ถือเป็นคำ... (คุณครูปรเมษฐ)

132
00:10:21,825 --> 00:10:25,570
กริยาเหมือนกันครับ (คุณครูคณิตา) คำกริยาค่ะ ต่อไป

133
00:10:25,570 --> 00:10:27,927
กันดีกว่านะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ ตั้งแต่ที่นักเรียน

134
00:10:27,927 --> 00:10:31,927
ได้ใบ้คำตั้งแต่ทีแรกเลยนะครับ คำว่า "วิ่ง", "ขัน"

135
00:10:35,183 --> 00:10:38,850
, "ขัน", "ตก", บิน เป็นคำกริยา

136
00:10:38,850 --> 00:10:39,687
เรีกยว่า "กริยาอกรรม" กริยา...

137
00:10:39,687 --> 00:10:43,687
กรรม คือ กริยาที่ไม่ต้องมีกรรมมารองรับ ก็เข้าใจความหมาย อย่างเช่น คนวิ่ง,

138
00:10:46,242 --> 00:10:50,242
แมววิ่ง, ไก่ขัน

139
00:10:50,883 --> 00:10:54,883
พวกนี้ไม่ต้องมีกรรมมารองรับนะครับ ก็เป็นคำที่สมบูรณ์ (คุณครูคณิตา)

140
00:10:58,923 --> 00:11:02,923
นิดหนึ่งนะคะ นักเรียนคะ หากนักเรียนจำไม่ได้นะคะ หยิบสมุดขึ้นมาค่ะ แล้วจดลงไปในสมุดนะคะ ด้วย

141
00:11:05,789 --> 00:11:09,789
ของตัวเองด้วยลายมือที่อะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) สวยงามครับ (คุณครูคณิตา)

142
00:11:10,258 --> 00:11:11,345
สวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อยนะคะ จดโดยใช้อะไรคะ การจำใจความ

143
00:11:11,345 --> 00:11:15,345
คำว่า "วิ่ง", "ขัน", "ตก",

144
00:11:23,196 --> 00:11:24,943
"บิน" เป็นกริยาอกรรมนะคะ

145
00:11:24,943 --> 00:11:28,943
ก็เข้าใจความหมายได้ เห็นไหมเขียนง่ายนิดเดียวใช่ไหมคะ ครูปรเมษฐ

146
00:11:30,692 --> 00:11:31,588
(คุณครูปรเมษฐ) สรุปให้สั้นแต่ได้ใจความ

147
00:11:31,588 --> 00:11:35,588
ของตัวเองนะครับ เด็ก ๆ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ มาดูข้อต่อไป

148
00:11:38,499 --> 00:11:40,648
(คุณครูปรเมษฐ) คำว่า ปลูก เก็บ จับ

149
00:11:40,648 --> 00:11:44,648
เกี่ยว ก็เป็นคำกริยา กริยาชนิดนี้ เป็น

150
00:11:46,966 --> 00:11:50,966
ชนิดที่เรียกว่า "กริยาสกรรม" ต่างจากเมื่อกี้นะ คำว่า "อะ" คือ ไม่ต้อง

151
00:11:54,720 --> 00:11:58,720
เป็นสกรรม คือ กริยาที่มีกรรมมารองรับ

152
00:11:59,213 --> 00:12:00,864
จึงจะได้ใจความสมบูรณ์ สมมติครูบอกว่าคนปลูก ครูคณิตาเข้าใจไหม

153
00:12:00,864 --> 00:12:04,864
(คุณครูคณิตา) ปลูกอะไรล่ะคะ (คุณครูปรเมษฐ) มันต้องมีกรรมมารองรับ

154
00:12:08,720 --> 00:12:10,028
หรือครูจะบอกว่าครูเกี่ยว...

155
00:12:10,028 --> 00:12:14,028
เกี่ยวอะไรใช่ไหม เพราะฉะนั้น มันไม่

156
00:12:18,057 --> 00:12:20,981
เข้าใจความหมายถ้าไม่มีกรรมมารองรับกริยา

157
00:12:20,981 --> 00:12:24,981
อกรรมกับสกรรม นักเรียนครับ บันทึก

158
00:12:25,312 --> 00:12:29,312
ครูคณิตาไม่ให้เวลาบันทึกหน่อยหรือครับ (คุณครูคณิตา)

159
00:12:31,226 --> 00:12:35,226
บันทึกนะคะ ย้ำอีกครั้งหนึ่งนะคะ ปลูก, เก็บ, จับ, เกี่ยว

160
00:12:36,700 --> 00:12:39,696
นะคะ เป็นคำกริยาเรียกว่า "กริยาสกรรม"

161
00:12:39,696 --> 00:12:43,696
ก็คือจะต้องมีกรรมมารองรับจึงจะได้ใจความสม

162
00:12:47,213 --> 00:12:51,213
ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เรียบร้อยแล้วครับ เด็ก ๆ ของเราเก่งอยู่แล้ว ไปกันต่อ คำว่า "คล้าย", "เป็น", "เหมือน",

163
00:12:58,962 --> 00:13:02,803
เท่านะ อันนี้ก็เป็นคำอะไรนะครูคณิตา (คุณครูคณิตา)

164
00:13:02,803 --> 00:13:02,924
(คุณครูปรเมษฐ) เขาเรียกว่า "กริยาต้องเติมเต็ม" กริยาประเภทนี้นี่ อยู่ตามลำพังไม่ได้

165
00:13:02,924 --> 00:13:06,924
ต้องอาศัยส่วนเติมเต็มมาต่อข้างท้าย เพื่อให้ได้ใ

166
00:13:15,255 --> 00:13:17,927
ที่สมบูรณ์นะครับ (คุณครูคณิตา) นักเรียนอาจจะ

167
00:13:17,927 --> 00:13:19,440
ยังงง ๆ อยู่ ยังไม่เข้าใจนะคะ ในวันนี้ครูก็มีตัวอย่าง

168
00:13:19,440 --> 00:13:20,001
มากมายนะคะ เพื่อให้นักเรียนนี่ได้เปรียบเทียบแล้วก็

169
00:13:20,001 --> 00:13:24,001
ทำความเข้าใจนะ เอาล่ะค่ะ เรามาดูกันดีกว่า

170
00:13:26,334 --> 00:13:29,146
คุณครูปรเมษฐคะ คำกริยา

171
00:13:29,146 --> 00:13:30,494
เราแบ่งออกเป็นกี่ประเภทนะ

172
00:13:30,494 --> 00:13:34,220
เมื่อกี้ที่สรุปไป อย่างแรกเลยนะคะ

173
00:13:34,220 --> 00:13:38,220
ประเภทแรก คือ คำกริยาอกรรม

174
00:13:45,579 --> 00:13:49,579
คืออะไรนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เอาเด็ก ๆ ตอบครูปลายทางครับ

175
00:13:49,793 --> 00:13:53,793
คุณครูช่วยฟังเด็ก ๆ ตอบด้วยนะครับ ว่าเขาจับใจความได้

176
00:13:54,593 --> 00:13:56,151
หรือไม่ ถ้าตอบถูกแสดงว่าเขาจับใจความได้ คือ... ถูกต้องครับ กริยาที่ไม่ต้อง

177
00:13:56,151 --> 00:14:00,151
มีกรรมมารองรับนะคะ ต่อไปครับ

178
00:14:07,277 --> 00:14:07,327
คือ กริยาอกรรม ก็คือกริยาที่ไม่ต้อง

179
00:14:07,327 --> 00:14:09,974
มีกรรมมารองรับนั่นเองนะครับ แล้วก็ประเภทที่ 3

180
00:14:09,974 --> 00:14:13,974
คือ กริยาช่วย หรือ กริยาต้องเติมเต็ม

181
00:14:14,161 --> 00:14:18,161
อันนี้ต้องมีส่วนมาต่อข้างท้ายจึงจะ

182
00:14:23,285 --> 00:14:26,943
ที่สมบูรณ์ เก่งมากเด็ก ๆ ครับ (คุณครูคณิตา) ทีนี้ค่ะ เรามาขยายความกันดีกว่านะคะ เพื่อให้นักเรียนได้

183
00:14:26,943 --> 00:14:30,943
เข้าใจได้มากขึ้นใช่ไหมคะครูปรเมษฐ นักเรียน

184
00:14:33,241 --> 00:14:35,399
อย่าลืมจดลงไปในสมุดนะคะ

185
00:14:35,399 --> 00:14:36,578
จดด้วยลายมือที่เป็นระเบียบเรียบร้อยนะคะ

186
00:14:36,578 --> 00:14:40,578
เวลานักเรียนจำไม่ได้จะได้กลับมาอ่านได้ค่ะ

187
00:14:42,249 --> 00:14:46,249
เอาล่ะค่ะ เรามาดูกันดีกว่าคุณครูปรเมษฐคะ

188
00:14:48,679 --> 00:14:52,679
กริยาที่ไม่ต้องมีกรรมนี่ จะต้องเป็นกริยาที่สมบูรณ

189
00:14:55,309 --> 00:14:58,407
ที่มีใจความสมบูรณ์ในตนเอง ไม่ต้องมีกรรมมารองรับใช่ไหมคะ

190
00:14:58,407 --> 00:15:02,407
(คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) เพราะคำว่า "อะ" แปลว่าไม่ คุณครูปรเมษฐ

191
00:15:03,295 --> 00:15:03,445
ได้พูดแล้ว แล้ว อย่างเช่น รูป

192
00:15:03,445 --> 00:15:07,445
รูปนี้เป็นรูปอะไร (คุณครูปรเมษฐ) รูปเด็ก

193
00:15:10,302 --> 00:15:14,302
(คุณครูคณิตา) เด็กกำลังทำอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็กกำลังบีบน้ำตา (คุณครูคณิตา) ไม่ใช่บีบน้ำตาคุณครูปรเมษฐ อาจ

194
00:15:16,544 --> 00:15:20,544
กำลัง อาจจะเสียใจ แต่ว่าถ้าเราดูอย่างนี้

195
00:15:22,583 --> 00:15:26,583
เราจะเรียกว่าอะไร (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเกิดเป็นครูนี่ก็จะ

196
00:15:26,693 --> 00:15:28,363
บอกว่าเด็กร้องไห้นะครับ หรือน้องร้องไห้

197
00:15:28,363 --> 00:15:32,363
(คุณครูคณิตา) เด็กสิคะ เด็กร้องไห้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ตอบถูก (คุณครูปรเมษฐ)

198
00:15:39,307 --> 00:15:41,537
เก่งมากเลยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่าร้องไห้ก็เป็น

199
00:15:41,537 --> 00:15:45,537
กริยาอกรรมใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ เป็นกริยาที่ไม่ต้อง

200
00:15:47,321 --> 00:15:49,757
มีกรรมมาเติมนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็เข้าใจแล้ว (คุณครูคณิตา) เข้าใจแล้วว่า

201
00:15:49,757 --> 00:15:52,618
เด็กกำลังทำอะไรอยู่ กำลังร้องไห้ค่ะ

202
00:15:52,618 --> 00:15:56,618
เอาล่ะค่ะ เรามาดูต่อไป ถ้านอน

203
00:15:58,645 --> 00:16:02,645
คุณครูปรเมษฐหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐนอนเรียบร้อยใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ ครูพับเพียบนอนครับ คุณครูปรเมษฐ

204
00:16:07,319 --> 00:16:11,319
โอเคคะ นักเรียนบอกเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ ไม่ยอมสวมหน้ากากอนามัยนะครับ นี่ ขี้มูกโป่งเลย

205
00:16:13,388 --> 00:16:17,388
(คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ เรามาดูนะคะ น้องนอนหลับค่ะ น้อง

206
00:16:18,952 --> 00:16:21,408
นอนหลับก็ถือว่าเป็นคำ... (คุณครูปรเมษฐ)

207
00:16:21,408 --> 00:16:25,408
กริยาอกรรม (คุณครูคณิตา) กริยานะคะ ต่อมาค่ะ

208
00:16:25,619 --> 00:16:29,619
(คุณครูปรเมษฐ) ต้นไม้ ต้นไม้เป็นอย่างไรครับเด็ก ๆ

209
00:16:29,664 --> 00:16:33,664
เวลาพายุเข้า หลังจากที่พายุเข้าช่วงเช้า ๆ บางครั้งนักเรียนจะเห็นต้นไม้

210
00:16:38,656 --> 00:16:42,656
บางต้นนี่ค่ะ ก็คือจะอยู่ตามพื้น เขาเรียกว่าต้นไม้อะไรเอ่ย ต้นไม้....

211
00:16:47,022 --> 00:16:47,570
ต้นไม้ล้มนะครับ ล้มก็เป็นคำกริยาอกรรมเช่นเดียวกัน สมมติบอกว่าคนล้ม

212
00:16:47,570 --> 00:16:51,570
ก็เข้าใจความหมายแล้วนะครับ (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ ต่อมา

213
00:16:55,262 --> 00:16:59,262
(คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ตอบเลยครับ

214
00:17:01,380 --> 00:17:01,725
คืออะไรนะ นักกีฬา

215
00:17:01,725 --> 00:17:04,132
(คุณครูคณิตา) วิ่งรอบสนาม คำว่า "วิ่ง" ค่ะ

216
00:17:04,132 --> 00:17:08,132
นักกีฬาวิ่ง เข้าใจความหมายไหมคะ (คุณครูคณิตา)

217
00:17:15,334 --> 00:17:17,843
เข้าใจค่ะ รอบสนามนี่เป็นการขยาย

218
00:17:17,843 --> 00:17:20,299
เฉย ๆ ว่าวิ่งรอบสนามนะคะ ถ้านักกีฬาวิ่งเฉย ๆ มีความหมายไหมคะ

219
00:17:20,299 --> 00:17:24,299
มี ไม่ต้องมีอะไรมาเติมเต็มเลยก็ได้

220
00:17:26,917 --> 00:17:30,405
อย่างเข่น ครูปรเมษฐวิ่ง ก็

221
00:17:30,405 --> 00:17:33,332
เข้าใจใช่ไหมคะ ว่าครูปรเมษฐกำลังวิ่ง

222
00:17:33,332 --> 00:17:34,380
อยู่นั่นเอง คำนี้

223
00:17:34,380 --> 00:17:38,380
ง่ายมากเลยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ

224
00:17:43,715 --> 00:17:47,715
จะแต่งเป็นประโยคว่าอย่างไร

225
00:17:48,641 --> 00:17:49,652
เฉลยดีกว่า ตรงกันหรือไม่ เด็ก ๆ หัวเราะ หัวเราะ

226
00:17:49,652 --> 00:17:53,652
ก็เป็นกริยากรรม คือ ไม่ต้องมีกรรมมารองรับก็

227
00:18:00,422 --> 00:18:04,422
เข้าใจได้ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วได้ใจความ

228
00:18:06,518 --> 00:18:07,912
อันนี้ก็เป็นอกรรมกริยา ต่อไปค่ะ เป็นอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นกริยา

229
00:18:07,912 --> 00:18:11,912
ที่ต้องมีกรรมนะครับ หรือกริยาสกรรมนั่นเอง กริยา

230
00:18:15,236 --> 00:18:19,236
ที่มีความหมายไม่สมบูรณ์ในตัวเอง

231
00:18:20,154 --> 00:18:22,966
มารองรับนะครับ ก็คือกริยาสกรรมอย่างที่ครูได้กล่าวไว้

232
00:18:22,966 --> 00:18:24,104
ไปดูกันเลยนะ นักเรียนลอง

233
00:18:24,104 --> 00:18:28,104
สังเกตรูปภาพ เด็ก ๆ แต่งประโยคได้ว่า

234
00:18:31,874 --> 00:18:35,874
อย่างไรบ้าง อันนี้ต้องมีกริยามารองรับนะ

235
00:18:38,197 --> 00:18:42,197
เป็นกริยาสกรรม (คุณครูคณิตา) เฉลยนะคะ น้ำแกะสลักฟักทอง น้ำใน

236
00:18:46,535 --> 00:18:50,535
ทีนี้เป็นกริยาของคน นามเป็นแกะ

237
00:18:53,782 --> 00:18:57,782
แกะเป็นคำอะไรเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) แกะเป็นคำกริยาสกรรม

238
00:18:58,222 --> 00:19:02,222
จะบอกว่าทำไมต้องเป็นกริยาสกรรม (คุณครูคณิตา) แกะสลักนี่ ก็คือเป็นคำกริยาใช่ไหม สลักลงไป

239
00:19:03,518 --> 00:19:07,518
นะ ส่วนฟักทองนี่ก็เป็นกรรม (คุณครูปรเมษฐ) กรรม (คุณครูคณิตา)

240
00:19:08,327 --> 00:19:08,895
เพราะว่าอะไรเอ่ย เพราะว่าฟักทองนี่เป็น

241
00:19:08,895 --> 00:19:10,517
กรรม เพราะว่าเนื่องจาก

242
00:19:10,517 --> 00:19:14,517
เขาโดนอะไร (คุณครูปรเมษฐ) เขาโดนแกะ (คุณครูคณิตา) โดนแกะสลัก

243
00:19:21,422 --> 00:19:25,422
นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) สมมติครูตัดฟักทองออกไป เหลือ

244
00:19:25,602 --> 00:19:29,602
แค่คำว่า "น้ำแกะสลัก" ครูเอาแกะ

245
00:19:31,244 --> 00:19:35,244
ออกไปด้วยเหลือแค่น้ำแกะ (คุณครูคณิตา) แกะอะไรล่ะคะ (คุณครูปรเมษฐ) จะไม่เข้าใจทันทีใช่ไหมครับ เด็ก ๆ (คุณครูคณิตา) ไม่เข้าใจค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

246
00:19:38,060 --> 00:19:41,740
กริยาสกรรมเป็นอย่างไร ไปดูต่อไปเลยครับ

247
00:19:41,740 --> 00:19:41,905
(คุณครูคณิตา) ง่ายมากนะคะ ง่ายมากเลยค่ะ นักเรียน นี่กำลังทำอะไรอยู่

248
00:19:41,905 --> 00:19:45,905
เฉลยค่ะ เด็ก ๆ เตะฟุตบอล

249
00:19:48,238 --> 00:19:52,238
อันไหนเป็นกรรมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ฟุตบอลเป็นกรรม

250
00:19:58,409 --> 00:20:01,163
คือ ครูตัดคำว่า "ฟุตบอล" ออก เหลือแค่เด็ก ๆ เตะ เข้าใจความหมายไหม

251
00:20:01,163 --> 00:20:05,163
มันไม่สมบูรณ์ เพราะฉะนั้น เตะ ก็คือกริยาสกรรม

252
00:20:08,485 --> 00:20:09,747
นั่นเองครับ ไปกันต่อเลย

253
00:20:09,747 --> 00:20:13,747
เกี่ยวกับการ... เขากำลังทำอะไรครับครูคณิตา

254
00:20:14,437 --> 00:20:14,481
(คุณครูคณิตา) น่าจะเกี่ยวกับอาหารนะคะ

255
00:20:14,481 --> 00:20:18,481
มีมีด, มีหม้อ, มีไฟ, มีเครื่องปรุงต่าง ๆ

256
00:20:24,795 --> 00:20:28,710
พ่อครัวปรุงอาหารค่ะ

257
00:20:28,710 --> 00:20:31,583
คำไหนที่

258
00:20:31,583 --> 00:20:35,562
เป็นกรรมนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ส่วนคำว่า "ปรุง" เป็นกริยา

259
00:20:35,562 --> 00:20:39,562
สกรรม ตัดอาหารออก เข้าใจความหมายไหม

260
00:20:39,849 --> 00:20:43,849
ปรุง (คุณครูคณิตา) ปรุงอะไร (คุณครูปรเมษฐ) ประโยค

261
00:20:45,902 --> 00:20:47,567
มันไม่มี... ประโยคมันไม่

262
00:20:47,567 --> 00:20:50,193
สมบูรณ์เราไม่สามารถทราบได้นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เกร็ดความรู้

263
00:20:50,193 --> 00:20:54,193
คำว่า "ปรุง" นี่นะ ในทางบ้านครู จังหวัดเพชรบุรี

264
00:20:59,435 --> 00:21:02,963
ว่าปรุงไม่ใช่แปลว่าปรุงอาหารอย่างเดียวนะครับ

265
00:21:02,963 --> 00:21:06,963
เวลาเขาจะปรุง เขาไม่ได้ใช้คำว่า "ปลูกเรือนทรงไทย" นะ เขาใช้คำว่า "ปรุงเรือน

266
00:21:11,465 --> 00:21:12,618
ทรงไทย เขาใช้คำว่า "ปรุงเรือนทรงไทย"

267
00:21:12,618 --> 00:21:13,615
นะครับ ให้ความรู้ไว้

268
00:21:13,615 --> 00:21:17,615
(คุณครูคณิตา) นี่ก็ถือว่าเป็นความรู้ใหม่เหมือนกันนะคะ

269
00:21:18,406 --> 00:21:22,406
คุณครูคณิตานี่ก็ไม่ทราบเลยนะคะ เพิ่งมาทราบกับคุณครูปรเมษฐ

270
00:21:26,804 --> 00:21:30,333
เลยนะคะ เอาล่ะค่ะ นักเรียน เรามาดูภาพต่อไปค่ะ กำลังทำอะไรอยู่เอ่ย

271
00:21:30,333 --> 00:21:32,284
พี่กินขนม

272
00:21:32,284 --> 00:21:36,284
(คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเกิดเด็ก ๆ แต่งว่าพี่กินไอศกรีม

273
00:21:40,519 --> 00:21:43,730
นี่ได้ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ไม่ได้นะคะ

274
00:21:43,730 --> 00:21:47,730
(คุณครูปรเมษฐ) เพราะว่าเด็ก ๆ เห็นเป็นกิน (คุณครูคณิตา) ได้นะ

275
00:21:51,470 --> 00:21:53,196
(คุณครูปรเมษฐ) ก็ได้ ตัดขนมออก เหลือพี่กิน เด็ก ๆ จะถามต่อเลยว่าพี่กินอะไร เพราะฉะนั้น

276
00:21:53,196 --> 00:21:57,196
กิน ก็คือกริยาสกรรมนั่นเองครับ

277
00:21:58,078 --> 00:22:02,078
มาอีกแล้วครับ รูปนี้

278
00:22:04,360 --> 00:22:06,331
เก่งมากครับ ครูคณิตาเฉลย ชาวนาเกี่ยวข้าว

279
00:22:06,331 --> 00:22:10,331
ตัดคำว่า "ข้าว" ออกปุ๊บ เหลือคำว่า "

280
00:22:11,783 --> 00:22:14,737
เกี่ยว" เด็ก ๆ เข้าใจความหมายไหม ไม่เข้าใจ เพราะฉะนั้น

281
00:22:14,737 --> 00:22:18,737
เกี่ยวก็เป็นกริยาสกรรม ต้องมีกรรมมารองรับ

282
00:22:21,184 --> 00:22:23,808
(คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ คราวนี้เรามาดูคำ

283
00:22:23,808 --> 00:22:24,116
สุดท้ายกันเลยนะคะ ก็คือเป็นคำกริยา

284
00:22:24,116 --> 00:22:28,116
ที่ต้องเติมเต็มนะคะ คำกริยาที่ต้องเติมเต็ม

285
00:22:33,615 --> 00:22:37,111
นี่ก็คือ เป็นกริยาที่ต้อง...

286
00:22:37,111 --> 00:22:41,111
ที่จะต้องมีคำนามหรือคำสรรพนามที่ทำหน้าที่เป็นส่วนเติมเต็มตามหลังเสมอค่ะ

287
00:22:42,453 --> 00:22:46,453
ได้แก่ คำกริยาที่ว่า เหมือน, เป็น,

288
00:22:47,758 --> 00:22:51,758
คือ คล้ายนี่เป็นนไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) คล้ายด้วย (คุณครูคณิตา) คล้ายด้วย

289
00:22:55,492 --> 00:22:58,915
(คุณครูปรเมษฐ) ก็จะมีคำเหล่านี้ล่ะครับ ไปปรากฏอยู่ คำนี้เป็นกริยาต้องเติมเต็มนั่นเองนะครับ (คุณครูคณิตา) เติมเต็ม

290
00:22:58,915 --> 00:23:02,457
ก็คือจะต้องมีคำนามหรือว่าสรรพนาม

291
00:23:02,457 --> 00:23:06,457
มาเติมเต็มด้วย (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเป็นครูที่สอน

292
00:23:11,297 --> 00:23:13,448
ก็จะรู้จักอีก เดี๋ยวให้ความรู้เพิ่มเติม

293
00:23:13,448 --> 00:23:15,593
เขาจะเรียก "กริยาอนุเคราะห์"

294
00:23:15,593 --> 00:23:19,593
แต่เด็กรุ่นใหม่จะเรียกชื่อนี้

295
00:23:22,367 --> 00:23:25,042
"ให้ความรู้" เป็นคำเรียกเดิมของเขานะครับ

296
00:23:25,042 --> 00:23:26,286
(คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ เรามาดูตัวอย่างกันดีกว่า

297
00:23:26,286 --> 00:23:27,189
นะคะ ดูตัวอย่างรูปนะคะ แล้วดูสิ

298
00:23:27,189 --> 00:23:31,189
(คุณครูปรเมษฐ) คราวนี้จะต้องแต่งประโยค ก็คือว่า

299
00:23:35,362 --> 00:23:39,362
กริยาที่ต้องเติมเต็มมาใช้ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ ต้องเติม

300
00:23:43,520 --> 00:23:45,876
(คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้น เด็ก ๆ จะต้องเติมได้ เป็นรูปของ... (คุณครูคณิตา) เฉลยให้ก่อนข้อหนึ่งเพื่อเป็นแนวทาง

301
00:23:45,876 --> 00:23:49,876
เขาเหมือนคุณพ่อ คำว่า "เหมือน"

302
00:23:54,170 --> 00:23:57,882
เหมือนเป็นคำกริยาที่ต้องเติมเต็มนะคะ

303
00:23:57,882 --> 00:24:01,882
ก็คือเขาเหมือนคุณพ่อ คุณพ่อก็เป็นคำนามหรือคำสรรพนามคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) คุณพ่อก็เป็นคำนาม

304
00:24:06,287 --> 00:24:08,686
นะครับ (คุณครูคณิตา) เห็นไหมครับ เอาล่ะค่ะ เรามาดูรูปถัด

305
00:24:08,686 --> 00:24:11,552
ไป เป็นรูป

306
00:24:11,552 --> 00:24:13,895
ของ... (คุณครูปรเมษฐ) นางพยาบาล เด็ก ๆ แต่งประโยคได้ว่า

307
00:24:13,895 --> 00:24:17,895
(คุณครูคณิตา) คุณน้าเป็นพยาบาล คำว่า "เป็น"

308
00:24:25,539 --> 00:24:29,539
คำว่า เป็นนี่ก็ถือว่าเป็นคำกริยาที่ต้อง

309
00:24:31,101 --> 00:24:32,605
เติมเต็มนะคะ คุณน้าพยาบาล ได้ไหมคะ

310
00:24:32,605 --> 00:24:35,602
คุณน้า (คุณครูปรเมษฐ) มันก็จะประโยคมันก็จะไม่สมบูรณ์

311
00:24:35,602 --> 00:24:39,602
(คุณครูคณิตา) ใช่คะ จะต้องเต็มนะคะ ก็คือคุณน้า

312
00:24:43,002 --> 00:24:43,536
เป็นพยาบาล คุณครูปรเมษฐเป็นครู ก็ถือว่าเป็นกริยาต้องเติมเต็ม ต่อมา

313
00:24:43,536 --> 00:24:44,997
ค่ะ ลองแต่งดูสิคะ

314
00:24:44,997 --> 00:24:48,997
ใช้คำกริยาต้องเติมเต็มค่ะ เฉลย

315
00:24:59,144 --> 00:25:02,161
ค่ะ พ่อแม่คือคนที่รักลูกที่สุดใช่ไหม

316
00:25:02,161 --> 00:25:06,161
พ่อแม่คือคนที่รักลูกที่สุด คือ ก็เป็นกริยา

317
00:25:09,674 --> 00:25:13,602
ต้องเติมเต็มใช่ไหมคะ ครูปรเมษฐ

318
00:25:13,602 --> 00:25:15,625
ถ้าพ่อแม่คือ (คุณครูปรเมษฐ) คืออะไรล่ะ

319
00:25:15,625 --> 00:25:19,625
เด็ก ๆ จะเกิดคำถามทันที คือ คืออะไร

320
00:25:21,172 --> 00:25:23,575
นำมาใส่ให้เติมเต็ม เราต้องทำอย่างนี้ครูคณิตาต้อง

321
00:25:23,575 --> 00:25:27,575
นำคำว่า "คือ" เด็ก ๆ ลองอ่านประโยค

322
00:25:27,982 --> 00:25:31,982
ไม่มีคำว่า "คือ" พ่อแม่คนที่รักลูก

323
00:25:33,418 --> 00:25:37,418
ที่สุด หมายความว่าอย่างไรล่ะ (คุณครูคณิตา) แปลก ๆ ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ)

324
00:25:39,032 --> 00:25:43,032
นำคำว่า "คือ" เข้ามาใส่ จึงทำให้ประโยคเป็นอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) ประโยคมีใจความสำคัญมาก

325
00:25:47,581 --> 00:25:48,993
(คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ ถึงเวลา

326
00:25:48,993 --> 00:25:51,148
อะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) เราจะไปพิจารณาประโยคกันครับ

327
00:25:51,148 --> 00:25:52,800
(คุณครูคณิตา) เดี๋ยวเรามาพิจารณากันเลยนะคะ เด็ก ๆ

328
00:25:52,800 --> 00:25:56,800
อย่าลืมนะคะ อย่ามัวแต่ฟังคุณครูเพียงอย่างเดียว

329
00:26:02,764 --> 00:26:06,168
จดด้วยนะคะ มาดูกันเลย ฝนตก ดิน

330
00:26:06,168 --> 00:26:06,664
ถล่มที่จังหวัดพังงา นักกีฬา

331
00:26:06,664 --> 00:26:10,664
วิ่งรอบสนาม คำว่า "ตก", "ถล่ม", "วิ่ง"

332
00:26:19,455 --> 00:26:20,347
วิ่ง ไม่ต้องมีกรรมมาตามหลังก็ได้

333
00:26:20,347 --> 00:26:21,747
เราไม่มีกรรมมาตามหลังก็ได้ใจความที่สมบูรณ์

334
00:26:21,747 --> 00:26:23,602
ใช่ไหมคะ ฝนตกเข้าใจไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) เข้าใจครับ (คุณครูคณิตา)

335
00:26:23,602 --> 00:26:27,602
ดินถล่มเข้าใจไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) เข้าใจครับ (คุณครูคณิตา) นักกีฬาวิ่ง

336
00:26:34,847 --> 00:26:38,774
ก็กำลังวิ่งอยู่ เพราะฉะนั้น ไม่ต้องมีกรรมมารองรับ

337
00:26:38,774 --> 00:26:41,616
ก็สามารถได้ใจความที่สมบูรณ์ เอาล่ะค่ะ มาดูประโยคถัดไป (คุณครูปรเมษฐ) สุกัญญาซื้อ

338
00:26:41,616 --> 00:26:45,616
นาฬิกาข้อมือ, ตั้มตักน้ำ

339
00:26:47,693 --> 00:26:51,693
ในโอ่ง, พลายงามไปหาย่าที่

340
00:26:55,139 --> 00:26:59,139
กาญจนบุรี คำว่า "ซื้อ", "ตัก", "ไปหา"

341
00:26:59,607 --> 00:27:00,048
ไปหา ต้องมีกรรมาตามหลังจึงจะได้ใจความ

342
00:27:00,048 --> 00:27:04,048
ที่สมบูรณ์ นักเรียนลองง่าย ๆ นะครับ นักเรียนลอง

343
00:27:05,938 --> 00:27:09,509
ตัดนาฬิกาข้อมือออก เหลือแค่ซื้อ

344
00:27:09,509 --> 00:27:13,509
ตัก ตักอะไร พลายงามไปหา

345
00:27:14,025 --> 00:27:18,025
ไปหาใคร จะเกิดคำถามตามาทันที เพราะฉะนั้น คำกริยาเหล่านี้นี่จะต้องมีกรรมตามหลังจะเป็นข้อความ

346
00:27:22,792 --> 00:27:26,039
ที่สมบูรณ์นั่นเองครับ (คุณครูคณิตา)

347
00:27:26,039 --> 00:27:30,039
ประโยคถัดไปคุณครูปรเมษฐคะ (คุณครูปรเมษฐ) พลายงามเหมือน

348
00:27:31,620 --> 00:27:32,775
ขุนแผนทำให้ขุนช้างไม่ชอบเลยใช่ไหม นางทองประศรี

349
00:27:32,775 --> 00:27:34,734
เป็นย่าของพลายงาม เมษาทำ

350
00:27:34,734 --> 00:27:38,734
อาหารเก่งเหมือนแม่ (คุณครูคณิตา) เหมือน เป็น

351
00:27:41,855 --> 00:27:44,218
เหมือนนะคะ คำว่า "เหมือน" และ "เป็น" นี่

352
00:27:44,218 --> 00:27:46,502
จะต้องมีคำนามหรือสรรพนามเป็นส่วนเติมเต็ม

353
00:27:46,502 --> 00:27:50,502
ตามหลังเสมอนะคะ จึงจะได้ใจความสมบูรณ์

354
00:27:55,425 --> 00:27:57,276
คำว่า "เหมือน" คำว่า "เป็น" นี่ ครูคณิตา

355
00:27:57,276 --> 00:27:58,363
และคุณครูปรเมษฐได้บอกไปแล้วใช่ไหมคะ ว่าเป็นคำกริยา

356
00:27:58,363 --> 00:28:01,025
แบบใด เป็นคำกริยาแบบ

357
00:28:01,025 --> 00:28:05,025
ต้องเติมเต็ม เอาล่ะค่ะ อ่านเขียน

358
00:28:07,495 --> 00:28:11,338
คล่องต้องฝึกฝนค่ะ คุณครูปรเมษฐคะ

359
00:28:11,338 --> 00:28:13,143
วันนี้นี่คุณครูนี่ต้อง...

360
00:28:13,143 --> 00:28:16,468
คุณครูปรเมษฐได้ทำตารางมาให้

361
00:28:16,468 --> 00:28:20,468
ก็คือจะเป็นการยกตัวอย่างนะ เป็นชนิดของคำ

362
00:28:22,821 --> 00:28:26,821
แล้วก็มีตัวอย่างของคำกริยานี่

363
00:28:27,394 --> 00:28:28,934
ให้เห็นกันว่าแต่ละชนิดของคำ

364
00:28:28,934 --> 00:28:32,934
กริยานี่มันแตกต่างกันอย่างไรใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา)

365
00:28:35,179 --> 00:28:39,179
เมื่อเราทำเป็นตารางแบบนี้แล้วนี่ จะทำให้เราเข้าใจ

366
00:28:41,120 --> 00:28:42,429
มากขึ้น มาดูชนิดแรกเลยดีกว่า

367
00:28:42,429 --> 00:28:46,429
นั่นก็คือกริยาที่ไม่ต้องการกรรม อย่างเช่น หาว

368
00:28:49,170 --> 00:28:50,025
หาวรู้เรื่องไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) รู้เรื่อง (คุณครูคณิตา)

369
00:28:50,025 --> 00:28:54,025
รู้เรื่องไหมคะนักเรียน (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนหาว เข้าใจไหมครับ

370
00:28:56,597 --> 00:29:00,597
เข้าใจแล้ว (คุณครูคณิตา) คำว่า "เต้น"

371
00:29:02,196 --> 00:29:06,196
เต้นนี่ ก็เข้าใจความหมายแล้ว (คุณครูคณิตา) คุยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูปลายทางคุย

372
00:29:06,755 --> 00:29:10,755
ก็เข้าใจความหมายนะครับ (คุณครูคณิตา) ดำน้ำ

373
00:29:14,987 --> 00:29:17,891
(คุณครูปรเมษฐ) ชาวประมงดำน้ำ เข้าใจความหมายไหม

374
00:29:17,891 --> 00:29:21,838
คำเหล่านี้นี่เป็นคำกริยาอกรรม

375
00:29:21,838 --> 00:29:22,276
ไม่ต้องมีกรรมมารับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ต่อไปครับ คำ

376
00:29:22,276 --> 00:29:26,276
กริยาที่ต้องการกรรม หรือคำ

377
00:29:27,393 --> 00:29:31,393
กริยาสกรรมนั่นเอง เช่น ซื้อ,

378
00:29:35,662 --> 00:29:37,588
เกี่ยว, ตัด นักเรียนลองแต่งประโยคนะ อย่างเช่น ครูบอกว่าพี่ปื๊ด

379
00:29:37,588 --> 00:29:41,265
ซื้อ... (คุณครูคณิตา) ซื้ออะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ)

380
00:29:41,265 --> 00:29:45,265
ก็ไม่เข้าใจความหมายใช่ไหม

381
00:29:49,356 --> 00:29:53,356
(คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐคะ ลองเติมคำ

382
00:29:55,214 --> 00:29:58,337
สิคะ (คุณครูปรเมษฐ) พี่ปื๊ดซื้อปลาหมึก 7 ตัว (คุณครูคณิตา) ซื้อปลาหมึก ปลาหมึก คือ

383
00:29:58,337 --> 00:30:02,337
กรรมนะคะ ก็คือ พี่ปื้ดซื้อปลาหมึก

384
00:30:06,691 --> 00:30:10,691
ถูกซื้อโดยพี่ปื๊ด ก็เป็นกรรมใช่ไหม

385
00:30:11,672 --> 00:30:15,298
ครับ ขอโทษครับคุณครูคณิตา ปลาหมึกมันไม่ใช่ปลา เดี๋ยวคุณครูวิทยาศาสตร์จะ

386
00:30:15,298 --> 00:30:17,615
มาว่าเราได้นะครับ หมึกเฉย ๆ (คุณครูคณิตา)

387
00:30:17,615 --> 00:30:21,615
ซื้อหมึกใช่ไหมคะ ขอตัวอย่างอีกสักข้อค่ะ

388
00:30:22,984 --> 00:30:26,332
คำว่า "เกี่ยว" ก็ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คำว่า "เกี่ยว" ดู เอา

389
00:30:26,332 --> 00:30:30,332
พี่ปื๊ดก็ได้ พี่ปื๊ดเกี่ยว

390
00:30:32,128 --> 00:30:36,128
(คุณครูคณิตา) เกี่ยวอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) เกี่ยวอะไร

391
00:30:36,442 --> 00:30:40,442
พี่ปื๊ดเขาเลี้ยงวัวที่บ้าน พี่ปื๊ดเขา

392
00:30:42,626 --> 00:30:46,626
เกี่ยวหญ้าเห็นไหมได้ใจความที่สมบูรณ์ทีเดียวนะครับ

393
00:30:47,598 --> 00:30:48,052
(คุณครูคณิตา) ค่ะ หญ้านะคะ ก็คือเป็นกรรม เพราะว่าถูก

394
00:30:48,052 --> 00:30:52,052
พี่ปื้ดเกี่ยวนั่นเองค่ะ คราวนี้

395
00:30:54,259 --> 00:30:58,259
นักเรียนพอเข้าใจแล้วหรือยังคะ เดี๋ยวเรามาดูชนิดของคำกริยาที่ 3 กันเลยนะคะ

396
00:30:59,195 --> 00:31:03,195
ชนิดของคำกริยาที่ 3 นี่ คือ คำกริยาที่ต้อง

397
00:31:06,008 --> 00:31:10,008
เติมเต็มมีคำว่าอะไรบ้างคะครูปรเมษฐ

398
00:31:11,098 --> 00:31:13,049
(คุณครูปรเมษฐ) เป็น, เหมือน, คล้าย, เท่า คุณครูปลายทางครับ คุณครูปลายทางสังเกตฃ

399
00:31:13,049 --> 00:31:17,049
การแต่งประโยคของนักเรียนให้ผมหน่อยนะครับ ว่าใช้ได้

400
00:31:21,605 --> 00:31:25,605
หรือเปล่าครับ เดี๋ยวให้ครูคณิตาเพิ่มเติม

401
00:31:26,799 --> 00:31:30,799
(คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ นักเรียน แต่งประโยค

402
00:31:31,703 --> 00:31:35,703
แต่งก็ได้ค่ะ ช่วยกันแต่งภายในห้องนะคะ ถือว่าเป็นการร่วมมืออย่างหนึ่งนะ ให้คุณครูปลายทางนี่ได้รับฟัง

403
00:31:37,648 --> 00:31:40,453
นะคะ หากคุณครูปลายทางนี่ได้ฟังแล้ว

404
00:31:40,453 --> 00:31:42,657
หากนักเรียนแต่งผิด ก็ช่วยชี้แจงให้นักเรียนเข้าใจ

405
00:31:42,657 --> 00:31:46,657
ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีเลยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา)

406
00:31:49,362 --> 00:31:53,362
เอาล่ะค่ะนักเรียน เป็นอย่างไรบ้าง แต่งได้แล้วนะ

407
00:31:55,877 --> 00:31:59,877
เดี๋ยวเราลอง... (คุณครูปรเมษฐ) ได้หลายประโยคเลย เดี๋ยวคุณครูคณิตาลองแต่ง

408
00:32:01,030 --> 00:32:05,030
ฟังบ้างสิครับ เอาคำว่า "คล้าย" บ้างแล้วกัน มีตัวละคร

409
00:32:05,584 --> 00:32:06,146
คือ หนุ่ยกับเอ (คุณครูคณิตา) หนุ่ยกับเอ

410
00:32:06,146 --> 00:32:09,131
คล้ายใช่ไหมคะ

411
00:32:09,131 --> 00:32:13,131
(คุณครูคณิตา) หนุ่ย

412
00:32:13,825 --> 00:32:15,388
คล้ายเอ (คุณครูปรเมษฐ) ได้ไหม (คุณครูคณิตา)

413
00:32:15,388 --> 00:32:19,388
เพราะว่าอะไรเอ่ย เพราะว่ามีคำ

414
00:32:21,560 --> 00:32:25,560
นามอยู่ตามหลังคำว่าอะไรคะ

415
00:32:29,086 --> 00:32:30,510
(คุณครูปรเมษฐ) "คล้าย" นั่นเอง (คุณครูคณิตา) ก็ถือว่าเป็นคำกริยา

416
00:32:30,510 --> 00:32:34,510
โดยเติมเต็มแล้วใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) คนชื่อ

417
00:32:37,546 --> 00:32:39,570
หนุ่ยคล้ายเอ ก็แสดงว่าคนชื่อหนุ่ยมีลักษณะ

418
00:32:39,570 --> 00:32:41,819
คล้ายกับคนชื่อเอ

419
00:32:41,819 --> 00:32:45,819
(คุณครูปรเมษฐ) ไปกันต่อเลยดีกว่าครูคณิตา เราไปดู

420
00:32:46,489 --> 00:32:50,221
หน้าที่ของคำกริยากันบ้าง ว่าคำกริยา

421
00:32:50,221 --> 00:32:53,499
มีหน้าที่อะไรครับ 1. ครับ

422
00:32:53,499 --> 00:32:57,499
(คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ อย่าลืมจดนะคะ จดลงไปในสมุดนะคะ

423
00:33:02,448 --> 00:33:05,102
1. ค่ะ เป็นภาคแสดงของประโยคค่ะ

424
00:33:05,102 --> 00:33:05,722
หรือกริยานั่นเองค่ะ

425
00:33:05,722 --> 00:33:09,722
ง่าย ๆ เลยนะ เป็นภาคแสดงของประโยคเลยคะ พลายงาม

426
00:33:13,638 --> 00:33:16,021
เดินทางไปหาย่า เดินทางเป็นภาคแสดงนะคะ

427
00:33:16,021 --> 00:33:18,261
ก็คือการทำอะไรอยู่ กำลัง

428
00:33:18,261 --> 00:33:18,798
เดิน เดินทางนะคะ เป็นกริยานะคะ

429
00:33:18,798 --> 00:33:22,798
ต่อมาค่ะ นันทิยาขับเสภา เรื่อง

430
00:33:27,190 --> 00:33:31,190
ขุนช้างขุนแผน ขับเสภา ขับเสภาที่นี้

431
00:33:35,346 --> 00:33:39,346
หมายถึงขับรถหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) ขับเสภาครับ (คุณครูคณิตา)

432
00:33:39,748 --> 00:33:43,748
หมายถึงการร้องนะ (คุณครูปรเมษฐ) การ้องการขับ (คุณครูคณิตา) หมายถึงการร้องนะคะ เสภาจะเป็นเรื่อง

433
00:33:46,978 --> 00:33:50,978
ขับเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน (คุณครูปรเมษฐ) ภาคแสดง

434
00:33:51,518 --> 00:33:55,518
ก็คืออะไรนะครูคณิตา เป็นภาคแสดง (คุณครูคณิตา) เขากำลังขับเสภาอยู่ ต่อมานักเรียนชั้น ป. 6 ค่ะ กำลัง

435
00:33:57,027 --> 00:33:58,546
แสดงความคิดเห็น เรื่อง การจัดกิจกรรมภาษาไทย

436
00:33:58,546 --> 00:34:02,546
ส่วนใดเป็นภาคแสดงคะ (คุณครูปรเมษฐ) ภาคแสดงเป็นการ

437
00:34:07,770 --> 00:34:11,770
จัดกรรมวันภาษาไทย ส่วนนี

438
00:34:11,788 --> 00:34:15,788
้ครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ 2 ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) 2 นะ คำกริยานี่ มีหน้าที่ขยายคำนาม ดังประโยคนี้นะครับ

439
00:34:18,738 --> 00:34:22,593
เจ้าภาพคิดรายการอาหารเลี้ยงแขก

440
00:34:22,593 --> 00:34:26,593
ขยายคำนามตรงคำว่า "อาหาร" นั่นเอง

441
00:34:26,713 --> 00:34:30,713
แขกไปขยายคำว่า "อาหาร" นะครับ ต่อไป (คุณครูคณิตา) ต่อไปนะคะ ข้อ 3 นะคะ ขยาย

442
00:34:33,831 --> 00:34:36,331
กริยาด้วยกัน เธอนั่งมองท้องฟ้า

443
00:34:36,331 --> 00:34:40,331
อยู่คนเดียว นั่งกับมอง กริยา

444
00:34:40,723 --> 00:34:44,723
คนละตัวเลยใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) อะไร

445
00:34:47,809 --> 00:34:51,629
ขยายอะไร เรามาดูกันดีกว่านะคะ

446
00:34:51,629 --> 00:34:55,629
นั่งมองท้องฟ้าอยู่คนเดียว ข้อ 4 ค่ะ คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ทำหน้าที่เป็นกรรม

447
00:34:56,796 --> 00:35:00,796
ของประโยคนะครับ เช่น คำว่า "ฉันชอบ

448
00:35:01,018 --> 00:35:02,049
เดินเร็ว ๆ" ทำหน้าที่เป็นกรรมนะครับ

449
00:35:02,049 --> 00:35:06,049
อ่านหนังสือมาก ๆ ทำให้ฉลาด

450
00:35:06,951 --> 00:35:10,951
อ่าน ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยคครับ

451
00:35:12,232 --> 00:35:16,232
(คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะคุณครูปรเมษฐคะ มีกิจกรรมอะไรอีกคะ

452
00:35:19,375 --> 00:35:21,769
(คุณครูปรเมษฐ) เดี๋ยวครูจะให้นักเรียนนั้นหาคำกริยาหลาย ๆ คำ

453
00:35:21,769 --> 00:35:25,769
นะครับ แล้วนำมาเติมลงในช่องว่างทำให้เป็นประโย

454
00:35:27,796 --> 00:35:31,139
คที่สมบูรณ์ครับ ไปดูกันเลย (คุณครูคณิตา) ตัวอย่างนะคะ กิน, เกี่ยว, ปลูก, หุง, ตัก นะคะ

455
00:35:31,139 --> 00:35:35,139
ใส่ไปได้หมดเลยนะคะ อย่างเช่น ฉันกินข้าว, ฉัน

456
00:35:38,412 --> 00:35:42,412
เกี่ยวข้าว, ฉันปลูกข้าว, ฉันหุงข้าว

457
00:35:42,598 --> 00:35:46,196
ได้หมดเลยครับ (คุณครูคณิตา) เราไปกันอย่างรวดเร็วนะคะ เนื่องจากนักเรียนนี่ทำความเข้าใจเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ

458
00:35:46,196 --> 00:35:50,196
ฉัน... น้ำ, ฉัน... น้อง, ฉัน... รถ

459
00:35:55,364 --> 00:35:59,364
ต่อมา ฉัน...รถ ฉัน ... หนังสือ คุณครูปรเมษฐคะ พร้อมหรือยังคะ

460
00:36:03,626 --> 00:36:07,626
พร้อมเฉลยหรือยังคะ (คุณครูปรเมษฐ) เติมหรือยังเด็ก ๆ เติมแล้วใช่ไหม มสามารถนำคำมาใส่ได้เยอะนะครับ

461
00:36:10,937 --> 00:36:13,352
(คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูเฉลยดีกว่า ฉันดื่มน้ำ,

462
00:36:13,352 --> 00:36:15,768
ฉันเลี้ยงน้อง, ฉันขับรถ,

463
00:36:15,768 --> 00:36:19,338
ฉันอ่านหนังสือ อย่าลืมนำคำกริยามาเติมให้คำ

464
00:36:19,338 --> 00:36:23,338
สมบูรณ์นะครับ ต่อไปครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อไปค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

465
00:36:25,666 --> 00:36:29,666
นักเรียนครับ เดี๋ยวเรามาพิจารณาคำกริยากัน

466
00:36:30,416 --> 00:36:34,416
ว่าคำกริยานั้น เป็นคำกริยาชนิดใดครับ คุณยายเก็บกระทงนะ

467
00:36:34,753 --> 00:36:38,753
เป็นกริยาสกรรมนะ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ คราวนี้ไปอย่างรวดเร็วเลยค่ะ

468
00:36:44,593 --> 00:36:48,593
คุณครูปรเมษฐเป็นคำกริยาแบบใด (คุณครูปรเมษฐ) เป็นคำกริยาอกรรม

469
00:36:49,179 --> 00:36:53,179
ไม่ต้องมีกรรมมารับ (คุณครูคณิตา) ต่อมา เสือเป็นสัตว์ที่ดุร้าย

470
00:36:55,205 --> 00:36:57,024
เป็นคำอะไรนะ กริยาต้องเติมเต็ม (คุณครูคณิตา)

471
00:36:57,024 --> 00:36:59,829
ไปอย่างรวดเร็วนะคะ มีสตินะคะ

472
00:36:59,829 --> 00:37:03,563
ฟ้าผ่าเสียงดังสนั่น (คุณครูปรเมษฐ) เป็นคำกริยาอกรรม

473
00:37:03,563 --> 00:37:07,563
(คุณครูคณิตา) ครูให้เสื้อผ้าแก่เด็กยากจนค่ะ คำว่า "ให้"

474
00:37:08,537 --> 00:37:12,537
(คุณครูปรเมษฐ) ครูให้ ให้ เป็นกริยาสกรรม

475
00:37:13,403 --> 00:37:17,403
นะครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ ข้าวเป็น

476
00:37:18,321 --> 00:37:18,392
เป็นอะไรคะ กริยาต้องเติมเต็ม เพราะว่ามีอะไรอยู่

477
00:37:18,392 --> 00:37:21,159
คำว่า "เป็น" นั่นเองนะคะ ไก่ตัวไหน

478
00:37:21,159 --> 00:37:25,159
ไก่ตัวนั้นขันแต่เช้าตรู่ (คุณครูปรเมษฐ)

479
00:37:27,086 --> 00:37:31,086
เด็ก ๆ กริยาอกรรมนะครับ

480
00:37:32,363 --> 00:37:36,363
เขียนจดหมายถึงเพื่อน คำว่า "เขียน" เป็นกิรยาสกรรม

481
00:37:39,641 --> 00:37:43,328
นะครับ ฉันวิ่ง กริยาอกรรมนะครับ เดี๋ยวเราไป

482
00:37:43,328 --> 00:37:47,328
เติมคำกริยาที่เหมาะสมลงในช่องว่างกันครับ เด็ก ๆ

483
00:37:51,876 --> 00:37:55,876
(คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ แพะคล้ายแกะ, นกแก้วตัวนั้นพูดเก่งมาก, นักเรียนกำลังปลูกผักในแปลง, รุ่งใฝ่ฝันที่จะเป็น

484
00:38:02,032 --> 00:38:06,032
นักกีฬา, ชาวนาเกี่ยวข้าวกันในนา เด็ก ๆ

485
00:38:06,520 --> 00:38:10,520
ตอบถูกกันไม่ทันเลยนะครับ (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวไปพร้อม ๆ กันเลยนะคะ ฟังคุณครูและ

486
00:38:11,749 --> 00:38:15,749
คุณครูนะคะ แล้วก็คุณครูปรเมษฐนะ ถือว่าเป็นกรรมทำไมคะ ถือว่าเป็นการเสริมความรู้ไปแล้วกัน

487
00:38:16,474 --> 00:38:20,474
ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คุณแม่ชอบตัดเสื้อผ้าให้น้อง

488
00:38:21,996 --> 00:38:25,423
เด็ก ๆ คิดไว้นะ คุณอามีใบหน้าคล้ายคุณพ่อ

489
00:38:25,423 --> 00:38:29,423
การอ่านช่วยส่งเสริมความคิด พรนภาเป็นประธานนักเรียน ไดโนเสาร์

490
00:38:33,040 --> 00:38:37,040
เป็นสัตว์สมัยโบราณนั่นเองครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมา

491
00:38:39,272 --> 00:38:42,334
มาถึงกิจกรรมเพิ่มเติมความรู้แล้วค่ะ ให้นักเรียนทำใบงานเรื่อง อ่าน คิด เพลิดเพลินคำกริยา

492
00:38:42,334 --> 00:38:43,065
นะคะ คำชี้แจงค่ะ

493
00:38:43,065 --> 00:38:47,065
กิจกรรมของนักเรียนปลายทางนี่จะต้องทำอะไรบ้างคะ (คุณครูปรเมษฐ)

494
00:38:54,887 --> 00:38:56,829
เดี๋ยวจะต้องทำใบงานนี้นะ โดยจะต้องทำตามคำชี้แจงในใบงานนะครับ แล้วก็คุณครูปลายทาง

495
00:38:56,829 --> 00:39:00,829
ก็จะดูแลการทำงานของนักเรียนนะครับ ให้คำแนะนำ

496
00:39:06,748 --> 00:39:10,204
ว่าถูกหรือไม่ ผิดหรือไม่ เสริมความรู้

497
00:39:10,204 --> 00:39:13,151
ให้กับนักเรียนนะครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ นักเรียนคะ 10 นาที เดี๋ยวคุณครูจะให้ทำนะคะ

498
00:39:13,151 --> 00:39:17,151
แต่ว่าก่อนที่เราจะทำนี่ เรามาดูตัวอย่างก่อนนะคะ

499
00:39:21,245 --> 00:39:25,245
(คุณครูปรเมษฐ) อันนี้คือใบงานนะครับ (คุณครูคณิตา) 5 ข้อเอง ง่าย ๆ

500
00:39:27,407 --> 00:39:28,933
เลยนะคะ คำกริยานะ แล้วก็แต่งประโยค บอกชนิดของคำกริยา (คุณครูปรเมษฐ) ทำเสร็จเร็วก็ถือว่าเก่งนะครับ

501
00:39:28,933 --> 00:39:32,933
เราต้องตรงต่อเวลา

502
00:39:39,596 --> 00:39:43,596
บางทีครูบอกให้ 10 นาที ครูอาจจะให้ไม่ถึงก็ได้ครับ

503
00:39:43,915 --> 00:39:43,972
เพราะว่าเป็นการวัดตัวเองว่าเราทำงานเสร็จเร็ว

504
00:39:43,972 --> 00:39:46,340
ตามกำหนดหรือไม่ครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ หากพร้อมแล้วนะคะ

505
00:39:46,340 --> 00:39:50,340
ลงมือทำได้เลยค่ะ

506
00:39:55,925 --> 00:39:59,925
[เสียงดนตรี]

507
00:40:03,922 --> 00:40:07,922

508
00:40:07,927 --> 00:40:11,927

509
00:40:11,930 --> 00:40:15,929

510
00:40:15,929 --> 00:40:19,929

511
00:40:19,933 --> 00:40:23,933

512
00:40:23,934 --> 00:40:27,934

513
00:40:27,937 --> 00:40:31,937

514
00:40:31,940 --> 00:40:35,940

515
00:40:35,956 --> 00:40:39,942

516
00:40:39,942 --> 00:40:43,942

517
00:40:43,947 --> 00:40:47,947

518
00:40:47,951 --> 00:40:51,948

519
00:40:51,948 --> 00:40:55,948

520
00:40:55,950 --> 00:40:59,950

521
00:40:59,950 --> 00:41:03,950

522
00:41:03,953 --> 00:41:07,953

523
00:41:07,958 --> 00:41:11,958

524
00:41:11,959 --> 00:41:15,957

525
00:41:15,957 --> 00:41:19,957

526
00:41:19,959 --> 00:41:23,959

527
00:41:23,962 --> 00:41:27,962

528
00:41:27,962 --> 00:41:31,962

529
00:41:31,974 --> 00:41:35,966

530
00:41:35,966 --> 00:41:39,966

531
00:41:39,969 --> 00:41:43,969

532
00:41:43,971 --> 00:41:47,971

533
00:41:47,975 --> 00:41:51,975

534
00:41:51,981 --> 00:41:55,976

535
00:41:55,976 --> 00:41:59,976

536
00:41:59,980 --> 00:42:03,980

537
00:42:03,983 --> 00:42:07,983

538
00:42:07,985 --> 00:42:11,985

539
00:42:11,985 --> 00:42:15,985

540
00:42:15,993 --> 00:42:19,990

541
00:42:19,990 --> 00:42:23,990

542
00:42:23,991 --> 00:42:27,991

543
00:42:27,994 --> 00:42:31,994

544
00:42:31,995 --> 00:42:35,995

545
00:42:35,996 --> 00:42:39,996

546
00:42:40,005 --> 00:42:44,000

547
00:42:44,000 --> 00:42:48,000

548
00:42:48,003 --> 00:42:52,003

549
00:42:52,008 --> 00:42:56,008

550
00:42:56,010 --> 00:43:00,010

551
00:43:00,010 --> 00:43:04,010

552
00:43:04,011 --> 00:43:08,011

553
00:43:08,011 --> 00:43:12,011

554
00:43:12,014 --> 00:43:16,014

555
00:43:16,015 --> 00:43:20,015

556
00:43:20,015 --> 00:43:24,015

557
00:43:24,019 --> 00:43:28,019

558
00:43:28,022 --> 00:43:32,022

559
00:43:32,024 --> 00:43:36,024

560
00:43:36,026 --> 00:43:40,026

561
00:43:40,029 --> 00:43:44,029

562
00:43:44,031 --> 00:43:48,031

563
00:43:48,033 --> 00:43:52,033

564
00:43:52,035 --> 00:43:56,035

565
00:43:56,037 --> 00:44:00,037

566
00:44:00,037 --> 00:44:04,037

567
00:44:04,042 --> 00:44:08,042

568
00:44:08,046 --> 00:44:12,046

569
00:44:12,046 --> 00:44:16,046

570
00:44:16,048 --> 00:44:20,048

571
00:44:20,049 --> 00:44:24,049

572
00:44:24,051 --> 00:44:28,051

573
00:44:28,053 --> 00:44:32,053

574
00:44:32,057 --> 00:44:36,057

575
00:44:36,058 --> 00:44:40,058

576
00:44:40,059 --> 00:44:44,059

577
00:44:44,062 --> 00:44:48,062

578
00:44:48,064 --> 00:44:52,064

579
00:44:52,068 --> 00:44:56,068

580
00:44:56,069 --> 00:45:00,069

581
00:45:00,070 --> 00:45:04,070

582
00:45:04,071 --> 00:45:08,071

583
00:45:08,076 --> 00:45:12,076

584
00:45:12,090 --> 00:45:16,077

585
00:45:16,077 --> 00:45:20,077

586
00:45:20,082 --> 00:45:24,080

587
00:45:24,080 --> 00:45:28,080

588
00:45:28,085 --> 00:45:32,085

589
00:45:32,086 --> 00:45:36,086

590
00:45:36,086 --> 00:45:40,086

591
00:45:40,087 --> 00:45:44,087

592
00:45:44,091 --> 00:45:48,091

593
00:45:48,093 --> 00:45:52,090

594
00:45:52,090 --> 00:45:56,090

595
00:45:56,093 --> 00:46:00,093

596
00:46:00,094 --> 00:46:04,094

597
00:46:04,097 --> 00:46:08,097

598
00:46:08,100 --> 00:46:12,100

599
00:46:12,101 --> 00:46:16,101

600
00:46:16,102 --> 00:46:20,102

601
00:46:20,103 --> 00:46:24,103

602
00:46:24,105 --> 00:46:28,104

603
00:46:28,104 --> 00:46:32,104

604
00:46:32,113 --> 00:46:36,113

605
00:46:36,116 --> 00:46:40,116

606
00:46:40,117 --> 00:46:44,117

607
00:46:44,117 --> 00:46:48,117

608
00:46:48,123 --> 00:46:52,123

609
00:46:52,130 --> 00:46:56,123

610
00:46:56,123 --> 00:47:00,123

611
00:47:00,126 --> 00:47:04,126

612
00:47:04,127 --> 00:47:08,127

613
00:47:08,134 --> 00:47:12,133

614
00:47:12,133 --> 00:47:16,133

615
00:47:16,149 --> 00:47:20,149

616
00:47:20,149 --> 00:47:24,149

617
00:47:24,158 --> 00:47:28,156

618
00:47:28,156 --> 00:47:32,153

619
00:47:32,153 --> 00:47:36,153

620
00:47:36,157 --> 00:47:40,156

621
00:47:40,156 --> 00:47:44,156

622
00:47:44,172 --> 00:47:48,171

623
00:47:48,171 --> 00:47:52,165

624
00:47:52,165 --> 00:47:56,165

625
00:47:56,165 --> 00:48:00,165

626
00:48:00,169 --> 00:48:04,169

627
00:48:04,171 --> 00:48:08,170

628
00:48:08,170 --> 00:48:12,170

629
00:48:12,175 --> 00:48:16,175

630
00:48:16,177 --> 00:48:20,177

631
00:48:20,177 --> 00:48:24,177

632
00:48:24,179 --> 00:48:28,179

633
00:48:28,182 --> 00:48:32,182

634
00:48:32,191 --> 00:48:36,184

635
00:48:36,184 --> 00:48:40,184

636
00:48:40,188 --> 00:48:44,186

637
00:48:44,186 --> 00:48:48,186

638
00:48:48,191 --> 00:48:52,191

639
00:48:52,194 --> 00:48:56,194

640
00:48:56,194 --> 00:49:00,193

641
00:49:00,193 --> 00:49:04,193

642
00:49:04,197 --> 00:49:08,197

643
00:49:08,200 --> 00:49:12,200

644
00:49:12,207 --> 00:49:16,203

645
00:49:16,203 --> 00:49:20,203

646
00:49:20,203 --> 00:49:24,203

647
00:49:24,228 --> 00:49:28,210

648
00:49:28,210 --> 00:49:32,210

649
00:49:32,214 --> 00:49:36,211

650
00:49:36,211 --> 00:49:40,211

651
00:49:40,213 --> 00:49:44,213

652
00:49:44,223 --> 00:49:48,217

653
00:49:48,217 --> 00:49:52,217

654
00:49:52,220 --> 00:49:56,220
(คุณครูคณิตา) หมดเวลาค่ะ นักเรียน เอาล่ะค่ะ เดี๋ยวให้คุณครูปลายทาง

655
00:50:00,759 --> 00:50:04,268
เก็บใบงานนะคะ แล้วก็นำไปตรวจนะคะ

656
00:50:04,268 --> 00:50:07,518
หลังจากนั้นนี่ก็ส่งคืนให้กับนักเรียน เพื่อที่นักเรียน

657
00:50:07,518 --> 00:50:11,518
จะได้ดูนะคะ ว่าตนเองนี่ผิดตรงไหนนะคะ เพื่อที่จะได้นำมาปรับปรุงแก้ไข

658
00:50:16,249 --> 00:50:20,249
เอาล่ะค่ะ ถึงเวลาสรุปบทเรียนเขียนองค์ความรู้ค่ะ

659
00:50:24,241 --> 00:50:25,920
มาดูคำถามกันดีกว่านะคะ คำกริยาทำหน้าที่อะไร (คุณครูปรเมษฐ) ตอบเลย

660
00:50:25,920 --> 00:50:29,920
กับคุณครูปลายทาง เปิดในสมุดดูก็ได้ครับ ช่วยกันตอบ

661
00:50:35,203 --> 00:50:38,114
ทำหน้าที่อะไรบ้าง ในประโยคนะครับ

662
00:50:38,114 --> 00:50:38,303
(คุณครูคณิตา) คำกริยานี่ทำหน้าที่อะไรคะ

663
00:50:38,303 --> 00:50:42,303
(คุณครูปรเมษฐ) คำกริยานี่ทำหน้าที่หลายประการเลยในประโยค

664
00:50:43,630 --> 00:50:47,630
เป็นทั้งประธาน

665
00:50:48,887 --> 00:50:52,887
ของประโยค ทำให้ประโยคนั้นสมบูรณ์

666
00:50:53,828 --> 00:50:57,828
ได้ความหมายชัดเจนยิ่งขึ้น นี่คือความหมายของคำกริยาครับ

667
00:51:00,269 --> 00:51:01,316
มาดูคำถามต่อไปกันเลยดีกว่านะคะ เด็ก ๆ คะ ตอบถูกไหมคะ เก่งมากค่ะ เอาล่ะค่ะ

668
00:51:01,316 --> 00:51:05,316
มาดูคำถามต่อไปนะคะ การ

669
00:51:12,279 --> 00:51:16,279
ในการสื่อสารได้ถูกต้องนี่จะเกิดผลดีอย่างไร ถ้าเราใช้ภาษาไทยถูกต้องนี่ แน่นอนใช่ไหมคะ มันย่อมส่งผลดีต่อการ

670
00:51:21,082 --> 00:51:24,935
สื่อสารใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่แล้วครับ (คุณครูคณิตา) แล้ว

671
00:51:24,935 --> 00:51:26,619
ส่งผลดีอย่างไรล่ะ (คุณครูปรเมษฐ) การสื่อสารจะเป็นอย่างไรนักเรียน

672
00:51:26,619 --> 00:51:30,619
การสื่อสารจะเกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุดนะ

673
00:51:33,384 --> 00:51:37,159
สื่อสารได้สำเร็จ คนเข้าใจเรา ที่เราพูด

674
00:51:37,159 --> 00:51:41,159
อีกทั้งการนำคำกริยามาใช้นี่

675
00:51:42,513 --> 00:51:46,393
ทำให้ภาษาเป็นอย่างไรครับ นักเรียน ทำให้ภาษามีความสละสลวย

676
00:51:46,393 --> 00:51:50,393
น่าฟัง ฟังแล้วเข้าใจ แล้วก็สามารถปฏิบัติตามได้ อย่างเช่น ครูสั่งงาน

677
00:51:50,567 --> 00:51:54,567
นักเรียนนี่คำว่าสั่งก็เป็นคำ (คุณครูคณิตา) กริยาค่ะ

678
00:52:00,323 --> 00:52:01,467
เพราะฉะนั้นนี่ นักเรียนก็ต้องทำตาม

679
00:52:01,467 --> 00:52:05,467
หน้าที่ของมันนะครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ นักเรียนคะ คุณครูนี่ก็มีประโยค

680
00:52:09,099 --> 00:52:13,099
2 ประโยคนี่ให้นักเรียนนี่จำไว้

681
00:52:13,157 --> 00:52:17,157
จำไว้นะ คำกริยา ฉันดื่มน้ำ

682
00:52:18,716 --> 00:52:22,716
หลาย ๆ คนจะใช้คำว่า... ประโยคได้ เป็นประโยคที่ถูกต้อง

683
00:52:27,012 --> 00:52:30,085
คะ ฉันดื่มน้ำ กับ ฉันกินน้ำ

684
00:52:30,085 --> 00:52:34,007
น้ำ กินได้ไหมคะครูปรเมษฐ

685
00:52:34,007 --> 00:52:35,154
(คุณครูปรเมษฐ) น้ำเป็นของเหลวต้องดื่มนะ (คุณครูคณิตา)

686
00:52:35,154 --> 00:52:39,154
นักเรียนจะเห็นได้ว่าการที่เรา

687
00:52:41,400 --> 00:52:45,400
เลือกใช้คำกริยานี่ ก็ส่งผลต่อการสื่อสาร

688
00:52:46,187 --> 00:52:47,622
ฉันดื่มน้ำ น้ำเป็นของเหลว เราจะต้อง

689
00:52:47,622 --> 00:52:48,076
ดื่มนะคะ ไม่ใช่อาหารนะ

690
00:52:48,076 --> 00:52:52,076
ที่เราจะต้องกินนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ขอเสริม

691
00:52:57,705 --> 00:53:01,705
ความรู้ให้นักเรียนหน่อย คำว่า "กิน" นี่

692
00:53:03,887 --> 00:53:06,675
(คุณครูคณิตา) ใช้ได้ปกตินี่หมายความว่าอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ)

693
00:53:06,675 --> 00:53:10,675
อาหาร กินผลไม้นี่ (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ

694
00:53:12,051 --> 00:53:14,023
(คุณครูปรเมษฐ) คำว่า "กิน" ไม่ใช่คำที่หยาบโลนนะครับ

695
00:53:14,023 --> 00:53:18,023
ใช้ได้ ครูสังเกตเห็นหลายคนเลยชอบใช้คำว่า

696
00:53:20,368 --> 00:53:24,368
"ทาน" ทานนี่ไม่มีความหมายเกี่ยวกับเรื่องการกินนะ ทานนี่เขาย่อมาจากคำว่า (คุณครูคณิตา)

697
00:53:26,309 --> 00:53:30,309
รับประทาน เพราะฉะนั้น นักเรียนจะใช้ นักเรียนต้องใช้

698
00:53:31,342 --> 00:53:34,285
คำว่า "รับประทาน" ถ้าหนู

699
00:53:34,285 --> 00:53:38,285
ไม่อยากใช้รับประทาน ไม่ใช่คำไม่ดีนะ

700
00:53:38,449 --> 00:53:42,449
ใช้ได้เลย (คุณครูคณิตา) เป็นคำทั่วไป (คุณครูปรเมษฐ) หรือถ้า

701
00:53:42,795 --> 00:53:43,904
ใช้ว่ารับประทาน อย่าใช้ "ทาน" นะ ทาน

702
00:53:43,904 --> 00:53:47,904
คือ การให้ ทานคือสิ่งของที่ให้

703
00:53:48,428 --> 00:53:52,428
มันไม่ใช่เกี่ยวกับเรื่องการกินการรับประทานเลย (คุณครูคณิตา)

704
00:53:54,753 --> 00:53:56,601
นะคะ ชั่วโมงนี้ได้ความรู้ไปเยอะแยะเลยใช่ไหมคะ

705
00:53:56,601 --> 00:54:00,601
เอาล่ะค่ะ บทเรียนครั้งถัดไป เรียน

706
00:54:02,504 --> 00:54:06,504
เกี่ยวกับเรื่องคำวิเศษณ์ค่ะ สิ่งที่จะต้องเตรียม

707
00:54:07,232 --> 00:54:09,011
มีอะไรบ้างคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใบงาน

708
00:54:09,011 --> 00:54:12,411
เรื่อง คำวิเศษ ใบงาน เรื่อง คำวิเศษ

709
00:54:12,411 --> 00:54:16,411
นะครับ (คุณครูคณิตา) ซึ่งนักเรียนนะคะ สามารถดาวน์โหลด

710
00:54:17,800 --> 00:54:21,484
ข้อมูลได้ที่ www.dltv.ac

711
00:54:21,484 --> 00:54:25,484
.th ค่ะ ในรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษา

712
00:54:25,601 --> 00:54:29,601
ปีที่ 6 ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สำหรับวันนี้คำกริยา

713
00:54:30,905 --> 00:54:34,905
และครูทั้ง 2 คน ขอลานักเรียนไปก่อนครับ สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]

714
00:54:38,376 --> 00:54:42,376

715
00:54:44,439 --> 00:54:48,439


