﻿1
00:00:18,860 --> 00:00:18,861

2
00:00:18,861 --> 00:00:22,846

3
00:00:22,846 --> 00:00:26,846

4
00:00:26,855 --> 00:00:30,849

5
00:00:30,849 --> 00:00:34,849

6
00:00:34,849 --> 00:00:38,849

7
00:00:42,863 --> 00:00:46,853

8
00:00:46,853 --> 00:00:50,853
ครูจะพานักเรียนไปศีกษาเรื่องการเขียนรายงาน

9
00:00:54,556 --> 00:00:58,556

10
00:00:58,860 --> 00:01:02,860

11
00:01:02,872 --> 00:01:06,820
ไปดูกันเลยดีกว่า จุดประสงค์การเรียนรู้ในวันนี้ครับ ครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ จุดประสงค์การเรียนรู็

12
00:01:06,820 --> 00:01:10,820
1.

13
00:01:14,868 --> 00:01:16,734
และดูได้ 2. พูดรายงานจากการฟังและดูได้ค่ะ 3. มีมารยาทในการฟัง

14
00:01:16,734 --> 00:01:20,734
และการพูดค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ก็คือวัตถุประสงค์หรือ

15
00:01:24,165 --> 00:01:28,165
จุดประสงค์ 3 ข้อ

16
00:01:29,488 --> 00:01:29,524
ปฏิบัติได้ในชั่วโมงนี้ครับ

17
00:01:29,524 --> 00:01:33,524
ครูมีคำถามมาถามหนู ๆ นะครับ

18
00:01:33,872 --> 00:01:35,039
คำถามน่าคิด พินิจพิจารณา

19
00:01:35,039 --> 00:01:39,039
นักเรียนเคยพูดรายงานหรือไม่

20
00:01:44,494 --> 00:01:45,488
และถ้าเคยพูดนักเรียนมีวิธีการพูด

21
00:01:45,488 --> 00:01:48,093
พูกรายงานอย่างไร ทบทวน

22
00:01:48,093 --> 00:01:52,093
ความรู้เดิมก่อน การพูดรายงานก็อย่างเช่น การที่ครู

23
00:01:53,631 --> 00:01:57,631
สอนนักเรียนนี่ ครูก็ใช้ทักษะการพูดรายงาน

24
00:02:01,529 --> 00:02:04,264
รายงานหนาชั้นเรียน สรุปเคยหรือไม่เคยครับ

25
00:02:04,264 --> 00:02:08,264
ทุกคนเคยหมดเลย คราวนี้ครูถามวิธีการพูด

26
00:02:08,327 --> 00:02:09,273
นักเรียนลองตอบคำถามกับคุณครูปลายทางสิครับ

27
00:02:09,273 --> 00:02:13,273
ว่ามีวิธีการพูดอย่างไร

28
00:02:13,875 --> 00:02:16,120
(คุณครูคณิตา) ไม่ต้องยึดหลักการใช่ไหมคะ

29
00:02:16,120 --> 00:02:20,120
แล้วก็นักเรียนคะ นักเรียนสามารถที่จะบอกวิธีการ

30
00:02:21,401 --> 00:02:25,053
หรือเทคนิคของตัวเองนะคะ ในการออกมาพูดรายงาน

31
00:02:25,053 --> 00:02:29,053

32
00:02:33,017 --> 00:02:34,430

33
00:02:34,430 --> 00:02:38,430

34
00:02:40,218 --> 00:02:40,273

35
00:02:40,273 --> 00:02:44,273

36
00:02:50,470 --> 00:02:52,699

37
00:02:52,699 --> 00:02:54,812

38
00:02:54,812 --> 00:02:58,812

39
00:02:59,285 --> 00:02:33,017
หน้าชั้นเรียนได้เลยค่ะสมัยเด็กนี่ เราก็มีการพูดแบบตะกุกตะกักค่ะ

40
00:02:33,017 --> 00:02:34,430
าบ้างสิครับ

41
00:02:34,430 --> 00:02:38,430
ครูคณิตาก็ต้องเคยผ่านการเป็นนักเรียน นักศึกษา

42
00:02:40,218 --> 00:02:40,273

43
00:02:40,273 --> 00:02:44,273

44
00:02:50,470 --> 00:02:52,699

45
00:02:52,699 --> 00:02:54,812

46
00:02:54,812 --> 00:02:58,812

47
00:02:59,285 --> 00:03:03,285
หน้าชั้นเรียนได้เลยค่ะสมัยเด็กนี่ เราก็มีการพูดแบบตะกุกตะกักค่ะ

48
00:03:04,980 --> 00:03:07,897
แล้ฉะนั้นนี่ พอเราโตขึ้นนี่ เราก็ต้องอาศัย

49
00:03:07,897 --> 00:02:40,273
ะฉะเกี่ยวกับเรื่องสติและสมาธิ รวมถึง

50
00:02:40,273 --> 00:02:44,273
คัญนะ

51
00:02:50,470 --> 00:02:52,699

52
00:02:52,699 --> 00:02:54,812

53
00:02:54,812 --> 00:02:58,812

54
00:02:59,285 --> 00:03:03,285
หน้าชั้นเรียนได้เลยค่ะสมัยเด็กนี่ เราก็มีการพูดแบบตะกุกตะกักค่ะ

55
00:03:04,980 --> 00:03:07,897
แล้ฉะนั้นนี่ พอเราโตขึ้นนี่ เราก็ต้องอาศัย

56
00:03:07,897 --> 00:03:10,004
ะฉะเกี่ยวกับเรื่องสติและสมาธิ รวมถึง

57
00:03:10,004 --> 00:03:14,004
เคยผ่านประสบการณ์แบบนี้แล้วมีวิธีการอย่างไรการฝึกฝนเพิ่มมากขึ้นค่ะ และรวมไปถึงข้อ

58
00:03:15,880 --> 00:02:54,812
ชี้แนะต่าง ๆ นะคะ จากผู้ฟังนี่มาประับปรุง

59
00:02:54,812 --> 00:02:58,812
้องอาศัยประสบการณ์นะคะ

60
00:02:59,285 --> 00:03:03,285
สมัยเด็กนี่ เราก็มีการพูดแบบตะกุกตะกักค่ะ

61
00:03:04,980 --> 00:03:07,897
ฉะนั้นนี่ พอเราโตขึ้นนี่ เราก็ต้องอาศัย

62
00:03:07,897 --> 00:03:10,004
เกี่ยวกับเรื่องสติและสมาธิ รวมถึง

63
00:03:10,004 --> 00:03:14,004
เคยผ่านประสบการณ์แบบนี้แล้วมีวิธีการอย่างไรการฝึกฝนเพิ่มมากขึ้นค่ะ และรวมไปถึงข้อ

64
00:03:15,880 --> 00:03:19,880
ชี้แนะต่าง ๆ นะคะ จากผู้ฟังนี่มาประับปรุง

65
00:03:22,279 --> 00:03:23,435
การฝึกฝนเพิ่มมากขึ้นทำให้การพูดของเรานี่ดีขึ้นนั่นเองค่ะ ครูปรเมษฐ

66
00:03:23,435 --> 00:03:22,279
(คุณครูปรเมษฐ) ได้ฟังวิธีของครูคณิตาแล้ว ทำให้ครู

67
00:03:22,279 --> 00:03:23,435
ครูปรเมษฐ

68
00:03:23,435 --> 00:03:26,355
(คุณครูปรเมษฐ) ได้ฟังวิธีของครูคณิตาแล้ว ทำให้ครู

69
00:03:26,355 --> 00:03:26,355
(คุณครูปรเมษฐ) ได้ฟังวิธีของครูคณิตาแล้ว เข้าใจเลยนะครับ ว่าหลาย ๆ คนแล้วจะต้องมีวิธี

70
00:03:26,355 --> 00:03:28,307
องมีวิธี

71
00:03:28,307 --> 00:03:32,307
การที่มันไม่เหมือนกัน แต่จุดมุ่งหมายก็คือการ

72
00:03:37,510 --> 00:03:37,918
พูดรายงานแล้วประสบผลสำเร็จใช่ไหมครับ

73
00:03:37,918 --> 00:03:40,785
นักเรียนคิดว่านะ เมื่อถามว่า

74
00:03:40,785 --> 00:03:44,046
เคยหรือไม่เคย เคยแน่นอน คราวนี้นักเรียน

75
00:03:44,046 --> 00:03:48,046
คิดว่าตนเองพูดรายงานเป็นอย่างไร

76
00:03:50,552 --> 00:03:54,552
เด็ก ๆ ครับ ลองนั่งทบทวน

77
00:03:55,884 --> 00:03:57,953
ตัวเองที่ผ่านมา เคยพูดรายงาน

78
00:03:57,953 --> 00:03:59,095
แล้วพูดนี่ พูดเป็นอย่างไรนะครับ

79
00:03:59,095 --> 00:04:03,095
ให้นักเรียนลองแสดงความคิดเห็นให้เพื่อน ๆ

80
00:04:08,854 --> 00:04:12,854
ฟัง (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ การที่เราจะคิดได้ว่า

81
00:04:13,166 --> 00:04:17,166
ตนเองนี่ พูดรายงานเป็นอย่างไรนี่ สิ่งแรกเลย

82
00:04:17,852 --> 00:04:21,852
คุณครูปรเมษฐคะ เราจะให้เด็ก ๆ นี่ประเมินต

83
00:04:26,986 --> 00:04:30,011
นเองย้อนกลับไปดูสิว่าช่วงที่เราพูดรายงานหน้าชั้นเรียนนี่ เรามีพฤติกรรมอย่างไร

84
00:04:30,011 --> 00:04:34,011
เราแสดงกริยาท่าทางอย่างไรใช่ไหมคะ คุณครูปรเมษฐ

85
00:04:36,314 --> 00:04:40,314
หลังจากนั้นนี่ เราก็มาคิดดูสิว่า

86
00:04:40,838 --> 00:04:44,838
การกระทำในการพูดหน้าชั้นเรียนนั้นดีหรือไม่ดี แล้วก็หลังจากนั้นมาแสดงความคิดเห็นกัน

87
00:04:48,260 --> 00:04:48,260
นี่คือเป็นแนวทางในการประเมินตนเอง

88
00:04:48,260 --> 00:04:52,260
(คุณครูปรเมษฐ) ครับ บางคนน่ะครูคณิตา ลูกศิษย์เราน่ะ

89
00:04:58,999 --> 00:05:02,999
เวลาให้ออกมาพูดรายงานนะ จะเกิดปฏิกิริยาบางสิ่งบางอย่าง เชื่อว่านักเรียนหลายคนก็เป็น

90
00:05:06,041 --> 00:05:08,774
เหมือนจะเป็นนักมวยหรืออะไรแบบนี้

91
00:05:08,774 --> 00:05:12,774

92
00:05:13,914 --> 00:05:15,193
มัน เป็นอย่างไร เขาเรียกว่าอาการเป็นอย่างไร (คุณครูปรเมษฐ) แล้วบางทีพูดแล้วมือสั่น แล้วบางทีพูดแล้ว

93
00:05:15,193 --> 00:05:19,193
ตานี่ล่อกแล่ก ๆ อันนี้เป็นบุคลิกที่ดีไหม

94
00:05:20,596 --> 00:05:24,596
(คุณครูคณิตา) ไม่ดีค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วถ้าเกิดจะให้ดีนี่ ลักษณะการยืน การอะไรต้องเป็นแบบไหนครับ (คุณครูคณิตา) ก็

95
00:05:30,827 --> 00:05:32,032
มันก็จะมีลักษณะการยืนหน้าชั้นเรียนที่ถูกต้องนะคะ การใช้มือ การพูด น้ำเสียง

96
00:05:32,032 --> 00:05:35,201
สีหน้า แล้วก็รวมถึงสายตาด้วยนะคะ ก็จะมี

97
00:05:35,201 --> 00:05:39,201
หลักการต่าง ๆ มากมายนะคะ ที่จะทำให้การพูดรายงาน

98
00:05:46,508 --> 00:05:50,114
ของเรานี่ประสบผลสำเร็จค่ะ แต่

99
00:05:50,114 --> 00:05:54,114
นักเรียนนี่ ไม่ต้องกังวลใช่ไหมคะ ครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ)

100
00:05:55,023 --> 00:05:59,023
เพราะไม่มีใครที่จะเก่งมาแต่ท้องพ่อท้องแม่ ล้วนแต่จะต้องฝึกทั้งนั้น เพราะฉะนัั้น

101
00:06:02,494 --> 00:06:04,769
การฝึกฝนการปฏิบัติสิ่งต่าง ๆ นี่

102
00:06:04,769 --> 00:06:06,827
ก็เป็นสิ่งที่ดี และสามารถนำมาใช้

103
00:06:06,827 --> 00:06:07,501
ในชีวิตจริงได้ครับ เพราะฉะนั้น

104
00:06:07,501 --> 00:06:11,501
ทุกส่งทุกอย่างนี่ เราจะต้องคำนึงถึงมารยาท

105
00:06:18,463 --> 00:06:19,926
ไม่ว่าจะเป็นการฟัง การดู การอ่าน ทุก ๆ อย่างต้องมีมารยาท

106
00:06:19,926 --> 00:06:22,426
มากำกับทั้งหมดใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ เมื่อ

107
00:06:22,426 --> 00:06:26,204
มีผู้พูดก็จะต้องมีผู้ฟังใช่ไหมคะ เมื่อมีผู้

108
00:06:26,204 --> 00:06:30,204
ฟัง เราก็จะต้องมีผู้พูด เพราะฉะนั้นนี่

109
00:06:34,679 --> 00:06:38,679
ก็จะต้องมีมารยาทซึ่งกันและกัน (คุณครูปรเมษฐ) เดี๋ยวครูจะมีวีดิทัศน์นะครับ ให้นักเรียน

110
00:06:41,105 --> 00:06:45,105
ได้ดูนะครับ ซึ่งเป็นข่าวในพระราชสำนัก เมื่อวันอังคารที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ.

111
00:06:49,557 --> 00:06:50,608
2564 ตรงกับวันอะไรครับ เด็ก ๆ

112
00:06:50,608 --> 00:06:54,608
ตอบคำถามครู เดี๋ยวครูจะไปบอกครูอาทิตย์ สีรุ้ง

113
00:06:56,168 --> 00:06:58,592
ถ้าเด็ก ๆ ตอบถูกนี่ เพราะมันเกี่ยวกับวิชา...

114
00:06:58,592 --> 00:07:02,592
(คุณครูคณิตา) สังคมค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) จะต้องรู้ วันที่ 4 พฤษภาคม

115
00:07:07,072 --> 00:07:07,901
เป็นวันฉัตรมงคล หรือ ฉัตรมงคล

116
00:07:07,901 --> 00:07:09,969
นั่นเองนะครับ เดี๋ยวไปดูข่าวพระราชสำนัก แล้ว

117
00:07:09,969 --> 00:07:10,664
จับประเด็น ครูสอนเรื่องการพูดรายงาน

118
00:07:10,664 --> 00:07:14,664
เพราะฉะนั้นเด็ก ๆ คิดนะ ว่าควรจะจับประเด็นเรื่อ

119
00:07:23,071 --> 00:07:25,489
จับประเด็นเรื่องอะไรบ้าง พร้อมแล้วตั้งใจดูครับ [เสียงดนตรี]

120
00:07:25,489 --> 00:07:28,421

121
00:07:28,421 --> 00:07:32,421

122
00:07:43,071 --> 00:07:47,071

123
00:07:47,094 --> 00:07:51,075

124
00:07:51,075 --> 00:07:55,075

125
00:07:55,078 --> 00:07:59,078

126
00:07:59,082 --> 00:08:03,082

127
00:08:03,082 --> 00:08:07,082

128
00:08:07,082 --> 00:08:11,082

129
00:08:11,086 --> 00:08:15,086

130
00:08:15,090 --> 00:08:19,090

131
00:08:19,090 --> 00:08:22,752
(ผู้ประกาศข่าวชาย) สวัสดีครับ

132
00:08:22,752 --> 00:08:26,752
สวัสดีครับ พบกับการ

133
00:08:27,096 --> 00:08:30,614
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมราชีนี

134
00:08:30,614 --> 00:08:32,025
พระราชทานเครื่องผลิตออกซิเจนพร้อมอุปกรณ์

135
00:08:32,025 --> 00:08:36,025
สำหรับช่วยเหลือผู้ป่วยโรค COVID-19 สาธารณรัฐอิน

136
00:08:39,034 --> 00:08:43,034
เดีย วันนี้ที่ท่าอาก

137
00:08:43,055 --> 00:08:43,278
ฝูงบิน 601 กองบิน

138
00:08:43,278 --> 00:08:47,278
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราช ีน

139
00:08:51,119 --> 00:08:54,223
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้นาย...

140
00:08:54,223 --> 00:08:56,838
ณ อยุธยา เชิญถุง

141
00:08:56,838 --> 00:08:57,272
ออกซิเจนพร้อมอุปกรณ์พระราชทาน

142
00:08:57,272 --> 00:09:01,272
เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินเดีย ประจำ

143
00:09:01,698 --> 00:09:05,698
ประเทศไทย สำหรับนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยโรค COVID-19 ประจำสาธารณรัฐ

144
00:09:11,095 --> 00:09:12,682
รัฐอินเดีย ซึ่งสถาน

145
00:09:12,682 --> 00:09:16,682
เอกอัครราชทูตไทยเป็นการเร่งรัดให้กับทางอินเดีย

146
00:09:16,782 --> 00:09:20,782
โดยพระบาทสมเด็จะพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า

147
00:09:22,249 --> 00:09:22,575
พระราชทานพระราชทรัพส่วนประองค์

148
00:09:22,575 --> 00:09:26,575
ผลิตออกซิเจน

149
00:09:29,744 --> 00:09:33,744
เพื่อพระราชทานช่วยเหลือชาวอินเดียของสภาวะการแพร่ระบาดของโรค

150
00:09:34,528 --> 00:09:37,994
COVID-19 ซึ่งปัจจุบันอยู่ในภาวะวิกฤติ

151
00:09:37,994 --> 00:09:40,333
เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์

152
00:09:40,333 --> 00:09:44,333
รัฐบาลจึงเร่งจัดตั้งศูนย์โควิด

153
00:09:46,085 --> 00:09:47,648
ซึ่งเป็นจุดที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด อีกทั้ง

154
00:09:47,648 --> 00:09:51,648
หลายประเทศได้ส่งความช่วยเหลือ เพื่อแก้ไขวิกฤติครั้งนี้

155
00:09:54,349 --> 00:09:58,349
เนื่องในโอกาส

156
00:10:01,899 --> 00:10:05,899
วันฉัตรมงคล 4 พฤษภาคม 25

157
00:10:07,149 --> 00:10:11,149
64 สารคดีเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ

158
00:10:11,166 --> 00:10:15,166
้าอยู่หัว [เสียงดนตรี]

159
00:10:16,197 --> 00:10:20,197
(บรรยาย) จากพระปฐมบรมราชโองการ

160
00:10:24,024 --> 00:10:28,024
ในการพระราชพิธีพระบรมราชาพิเษก

161
00:10:28,742 --> 00:10:32,210
เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2562 ว่า

162
00:10:32,210 --> 00:10:36,210
เราจะสืบสาร รักษาและต่อยอด จะครอง

163
00:10:39,165 --> 00:10:42,878
แผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแก่อาณาประชาราษ

164
00:10:42,878 --> 00:10:46,494
ซึ่งพระราชทานแก่ประชาชนและแผ่นดินไทย แสดงถึงปธิธาน

165
00:10:46,494 --> 00:10:50,092
ให้เห็นถึงพระราชปณิทานว่า

166
00:10:50,092 --> 00:10:53,759
ที่จะทรงงาน เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์ และอยู่อย่างมีความสุข

167
00:10:53,759 --> 00:10:57,759

168
00:11:02,790 --> 00:11:06,790
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงเปี่ยมไปด้วยพระราชหฤทัยใส่ในพสกนิกรของพระองค์ คราวใดที่

169
00:11:07,177 --> 00:11:11,177
เดือดร้อนจะทรงถือเอาเป็นพระราชภาระในการขจัดให้ทุกข์ร้อนเหล่านั้นได้เบาบางลง

170
00:11:12,493 --> 00:11:16,325
ดังปรากฏชัดยามที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส

171
00:11:16,325 --> 00:11:20,325
โคโรนา 2019 หรือ COVID-19

172
00:11:20,843 --> 00:11:24,843
ได้พระราชทานส่วนทรัพย์ของพระองค์

173
00:11:25,026 --> 00:11:25,373
ทูลเกล้า ทูลกระหม่อมถวาย

174
00:11:25,373 --> 00:11:29,373
อุปกรณ์ทางการแพทย์ อุปกรณ์เวชภัณฑ์

175
00:11:31,328 --> 00:11:35,328
และรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย ให้แก่

176
00:11:37,504 --> 00:11:41,504
ประชาชนในทุกพื้นที่ ในทุกชุมชนทั้งหลาย พระเมตตาแผ่ไปยังพสกนิกรทุกหมู่

177
00:11:47,062 --> 00:11:48,060
แม้ผู้ต้องขังในเรือนจำ เพราะทุกคนล้วนเป็นประชาชน

178
00:11:48,060 --> 00:11:52,060
เมืื่อทุกคนได้รับการดูแล และได้รับ

179
00:11:54,018 --> 00:11:55,094
ย่อมเกิดประโยชน์แก่ตนเองและประเทศชาติ

180
00:11:55,094 --> 00:11:59,094
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชปณิธาน

181
00:12:01,000 --> 00:12:05,000
ในการบำเพ็จประโยชน์เพื่อส่วนรวม ทรงริเริ่มโครงการ

182
00:12:05,400 --> 00:12:09,013
จิตอาสาพระราชทานตามพระราชดำริขึ้น

183
00:12:09,013 --> 00:12:11,798
เราทำความดีด้วยหัวใจ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ

184
00:12:11,798 --> 00:12:15,798
มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช

185
00:12:19,212 --> 00:12:20,327
บรมนาถบพิธร และพระบาทสมเด็จ

186
00:12:20,327 --> 00:12:24,327
พระบรมราชนีนาถ

187
00:12:27,206 --> 00:12:31,206
ที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจ ของพระประชาชน และจิตอาสา เราทำความดี เพื่อชาติ

188
00:12:34,669 --> 00:12:38,669
ศาส กษัตริย์ ทำให้ประชาชนได้แสดงออกถึงความจงรัก

189
00:12:38,723 --> 00:12:40,626
ภักดี ด้วยหัวใจ

190
00:12:40,626 --> 00:12:42,251
ไม่หวังสิ่งตอบแทน ทั้งจิตรอาสา

191
00:12:42,251 --> 00:12:44,703
ภัยพิบัติ และจิตอาสาเฉพาะกิจ

192
00:12:44,703 --> 00:12:48,703
เพื่อประโยชน์สุขของอาณาประชาราษฎร์

193
00:12:54,144 --> 00:12:56,421
ทรงสานต่อตาม

194
00:12:56,421 --> 00:12:59,771
มหาภูมิพลอดุลยเดช

195
00:12:59,771 --> 00:13:03,771
บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณา โปรดเกล้า โปรดกระหม่อม

196
00:13:07,229 --> 00:13:09,289
ติดตามและขับเคลื่อนโครงการพระราชดำริในทุก

197
00:13:09,289 --> 00:13:13,289
ภาคของประเทศให้สมบูรณ์ตามศาสตร์พระราชา

198
00:13:14,202 --> 00:13:16,479
มาใช้ในการจัดการน้ำ

199
00:13:16,479 --> 00:13:20,335
มีความคืบหน้า บางโครงการแล้วเสร็จ ทำให้ราษฎร

200
00:13:20,335 --> 00:13:24,171
มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ได้รับประโยชน์ทางด้านแหล่งน้ำ

201
00:13:24,171 --> 00:13:28,171
เพื่อทำเกษตรในฤดูแล้ง เพื่อส่งเสริมอาชีพ

202
00:13:30,116 --> 00:13:34,116
และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งส่งเสริมอาชีพ เพื่อสร้างรายได้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับไว้เป็น

203
00:13:36,715 --> 00:13:40,536
โครงการพระราชดำริ ทรงรับไว้ในโครงการพระราชดำริ

204
00:13:40,536 --> 00:13:44,536
และพระราชทานความช่วยเหลือ ตามที่ได้รับการ

205
00:13:46,820 --> 00:13:50,820
ขอพระราชทานความช่วยเหลือโดยทรงตั้งมั่นยึดเอาประโยชน์ คือ ความมั่นคงของประเทศชาติ

206
00:13:51,832 --> 00:13:54,352
และความภาสุขร่มเย็นของประชาชน

207
00:13:54,352 --> 00:13:58,352
ตามพระราชปณิทาน ตามพระราชโองการ

208
00:14:03,082 --> 00:14:06,500
ของพระมหาก

209
00:14:06,500 --> 00:14:10,500
ษัตริย์ [เสียงดนตรี] (ผู้ประกาศข่าวชาย) จบข่าวในพระราชสำนัก

210
00:14:18,479 --> 00:14:21,056
ผมธีรวัตร พุ่มทอง สวัสดีครับ [เสียงปรบมือ] [เสียงปรบมือ] (คุณครูคณิตา) ค่ะ ขอขอบคุณ

211
00:14:21,056 --> 00:14:25,056
สื่อวีดิทัศน์ เรื่อง ข่าวใน

212
00:14:25,225 --> 00:14:29,225
พระราชสำนัก วันอังคาร ที่ 4 พฤษภาคม

213
00:14:34,387 --> 00:14:38,387
2564 ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ ก็เป็นสิ่งที่นักเรียนนั้นควรที่จะรับรู้

214
00:14:40,199 --> 00:14:43,085
ได้ดูนะครับ ครูไม่ได้ให้ดูแต่ในเหตุการณ์

215
00:14:43,085 --> 00:14:47,085
ในข่าวพระราชสำนักอย่างเดียว

216
00:14:48,690 --> 00:14:52,690
อะไรลองทายสิ การพูดนั่นเองนะ การพูดมี 2 ส่วน คือ การพูดที่เป็นสารดคี

217
00:14:58,346 --> 00:14:59,201
ก็คือการพูดรายงาน แล้วก็ช่วง

218
00:14:59,201 --> 00:15:03,201
ที่เป็นการรายงานข่าว ก็เป็นการพูดอะไรครับ ครู

219
00:15:07,265 --> 00:15:11,265
คณิตา(คุณครูคณิตา) ก็จะเป็นการพูดรายงานเช่นกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนสังเกตเห็นไหมครับ ว่าการใช้ภาษา การ

220
00:15:12,714 --> 00:15:16,714
พูดนี่มันการทิ้งจังหวะมีการอะไรนี่ มันเป็นอะไรฃ

221
00:15:17,871 --> 00:15:21,871
ที่สละสลวยน่าฟัง

222
00:15:22,466 --> 00:15:22,683
รายงานให้เราฟังได้ใช่ไหมครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

223
00:15:22,683 --> 00:15:24,185
ครูมีคำถามมาถามนักเรียนนะครับ

224
00:15:24,185 --> 00:15:28,185
เพราะเหตุใดผู้รายงานข่าวจึงใช้

225
00:15:31,721 --> 00:15:35,721
ภาษาและสรรพนามในข่าวที่

226
00:15:36,921 --> 00:15:40,921
แตกต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น การกล่าวถึงพระมหากษัตริย์ การถึงสามัญชนคนธรรมดา

227
00:15:44,151 --> 00:15:46,001
การกล่าวถึงพระสงฆ์ นักเรียนเคยเกิดข้อ

228
00:15:46,001 --> 00:15:48,824
สงสัยนี้ไหม ไหนลองตอบ

229
00:15:48,824 --> 00:15:52,690
ให้คุณครูปลายทางฟังสิ ว่าทำไมล่ะ ถึงแตกต่างกัน

230
00:15:52,690 --> 00:15:56,690
แล้วเดี๋ยวคุณครูคณิตาจะรวบรวมคำตอบของหนู ๆ ทุกคน

231
00:16:00,817 --> 00:16:04,817
มาสรุปอีกครั้งหนึ่งดีไหมครับ ตอบคำถาม (คุณครูคณิตา) ค่ะ ในระหว่างที่เด็ก ๆ ได้ตอบคตำถามนี่

232
00:16:09,449 --> 00:16:10,611
คุณครูนี่ในสมัยเด็กนี่ก็สงสัย

233
00:16:10,611 --> 00:16:14,611
เหมือนกัน ว่าทำไมเขาถึงใช้สรรพนามที่แตกต่าง

234
00:16:18,900 --> 00:16:21,338
นะคะ คุณครูปรเมษฐ คุณครูปรเมษฐเคยดูข่าวไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ดูครับ

235
00:16:21,338 --> 00:16:25,338
(คุณครูคณิตา) ค่ะ แล้วในสมัยเด็ก ๆ นี่ เกิดข้อสงส

236
00:16:27,302 --> 00:16:31,302
ัยก็เกิดข้อสงสัยบ้างไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) เกิดข้อสงสัยเรื่องคำถามนี้ล่ะ ครูจึงมาถามนักเรียนนี่ ว่าทำไม

237
00:16:33,097 --> 00:16:37,097
ต่างกัน เพราะอะไร ครูคณิตาช่วยไขข้อข้องใจ

238
00:16:38,226 --> 00:16:42,226
ให้ข้องใจได้ไหมครับ เอ้ย ไขข้อสงสัย

239
00:16:42,696 --> 00:16:46,696
เอาล่ะค่ะ นักเรียน นักเรียนคะ นักเรียนสงสัยหรือเปล่า แล้วนักเรียนหาคำตอบได้หรือเปล่าคะ

240
00:16:47,565 --> 00:16:49,642
จากการดูวีดิทัศน์ครั้งนี้

241
00:16:49,642 --> 00:16:53,642
ตอบได้ไหม เอ่ย ตอบได้ไหมคะ

242
00:16:54,617 --> 00:16:58,617
นักเรียนคงตอบเป็นที่เรียบร้อย

243
00:16:59,936 --> 00:17:00,000
แล้วนะคะ อย่างแรกเลย ทำไมเขาถึง

244
00:17:00,000 --> 00:17:04,000
ใช้สรรพนามที่แตกต่างกัน

245
00:17:09,739 --> 00:17:13,739
นักเรียนจำได้ไหม ว่าเราเรียนเรื่องสรรพนามไป สรรพนาม

246
00:17:15,117 --> 00:17:18,567
มีอยู่หลายประเภทด้วยกันใช่ไหมคะ ไม่ว่าจะเป็นตัวบุรุษที่ 1, บุรุษที่ 2

247
00:17:18,567 --> 00:17:19,715
หรือบุรุษที่ 3 ก็จะมีการใช้คำที่

248
00:17:19,715 --> 00:17:23,715
แตกต่างกันไป คราวนี้เรื่องการรายงานข่าวนี่

249
00:17:30,537 --> 00:17:34,537
ได้แนะนำมาใช้ในการพูดรายงานเพียงอย่างเดียวนะคะ ครูปรเมษฐ

250
00:17:37,551 --> 00:17:41,551
เราจะต้องใช้อะไรด้วย ในชีวิตประจำวัน

251
00:17:43,361 --> 00:17:47,361
นักเรียนเคยสงสัยไหมคะ ทำไมเวลาเราพูดกับผู้ให

252
00:17:47,365 --> 00:17:49,012
ญ่ทำไมเวลาเราพูดกับเพื่อน ๆ ทำไมเวลาเราพูด

253
00:17:49,012 --> 00:17:49,496
กับพ่อแม่ เราถึงใช้ภาษาหรือ

254
00:17:49,496 --> 00:17:49,951
คำพูดที่แตกต่างกัน เพราะอะไรเอ่ย

255
00:17:49,951 --> 00:17:53,951
เอ่ย เพราะอะไรคะ อะไรนะ

256
00:18:00,987 --> 00:18:04,987
เสียงกระซิบเบามากเลยค่ะ เดี๋ยวคุณครูนะคะ จะเป็นผู้

257
00:18:09,269 --> 00:18:13,269
บอกให้นะคะ ว่าสิ่งนั้นก็คือระดับภาษานั่นเองนะ การใช้ระดับภาษา

258
00:18:18,227 --> 00:18:21,799
รวมกับการนำสรรพนามมาใช้นี่ ก็จะทำให้การพูดรายงานนี่สมบูรณ์

259
00:18:21,799 --> 00:18:25,799
มากขึ้น แต่อาจจะไม่สมบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์นะคะ เพราะจะต้องรวม

260
00:18:26,965 --> 00:18:30,965
ถึงกิริยาท่าทางด้วย รวมถึง

261
00:18:34,398 --> 00:18:37,213
การใช้เสียงและการเว้นวรรคด้วยใช่ไหมคะ

262
00:18:37,213 --> 00:18:40,240
คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ การที่ครู

263
00:18:40,240 --> 00:18:41,017
สอนให้พวกหนูนั้นพูดรายงานนี่ ครูก็สอนได้แค่หลักการ

264
00:18:41,017 --> 00:18:45,017
แต่สิ่งที่มันจะเกิดการพูดขึ้นมาได้นั้น อยู่ที่ตัว

265
00:18:51,432 --> 00:18:55,432
เรื่องการฝึก การปฏิบัตินั่นล่ะครับ มันคือสิ่งที่จะเกิดขึ้นใช่ไหมครับ ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ

266
00:18:57,584 --> 00:18:59,419
(คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้น เดี๋ยวเราไปทำกิจกรรมนี้

267
00:18:59,419 --> 00:19:03,419
ครับ ครูจะให้นักเรียนออกมาทำกิจกรรม

268
00:19:04,861 --> 00:19:07,869
พูดรายงาน กิจกรรมนี้มีชื่อว่า อาสาน่ารัก...

269
00:19:07,869 --> 00:19:11,255
สมัครพูดรายงาน เรื่อง การใช้ภาษา

270
00:19:11,255 --> 00:19:15,255
ของผู้รายงานข่าว นักเรียนครับ ใครที่คิดว่าตัวเองน่ารัก เป็นผู้กล้าของชั้นเรียน

271
00:19:21,933 --> 00:19:25,933
ออกมาพูดรายงานหลักการพูดของผู้รายงานข่าวครับ มาบอกสิว่า

272
00:19:28,162 --> 00:19:28,608
ลักษณะการพูดอย่างไร การใช้ภาษาเป็นอย่างไร

273
00:19:28,608 --> 00:19:32,608
(คุณครูคณิตา) ให้เด็ก ๆ นี่

274
00:19:38,325 --> 00:19:42,325
ได้เตรียมตัวก่อนดีไหมคะ สัก 2 นาทีหลังจากนั้น อาสาแล้วก็ออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน พูดหน้าชั้นเรียน

275
00:19:45,095 --> 00:19:45,757
อีก 3 นาที เป็น 5 นาทีได้ไหมคะ เพราะว่าเด็ก ๆ นี่

276
00:19:45,757 --> 00:19:49,757
อาจจะยังรู้สึกประหม่าอยู่

277
00:19:55,448 --> 00:19:58,515
คำพูดนะคะ ก็จะมีการพูด ถ้าเราให้เวลาน้อยไปนี่ จะทำให้นักเรียนนี่

278
00:19:58,515 --> 00:19:59,906
เตรียมตัวหรือเลือกใช้คำนี่ อาจจะรู้

279
00:19:59,906 --> 00:20:03,906
สึกว่า อาจจะมีการตะกุกตะกัก มี

280
00:20:08,106 --> 00:20:09,614
การพูดที่ประหม่า ตื่นเต้น หรือจำเนื้อหา

281
00:20:09,614 --> 00:20:13,614
หรือสิ่งต่าง ๆ นี่ยังไม่ได้ เพราะฉะนั้นนี่ เรา

282
00:20:14,643 --> 00:20:17,759
ให้เวลาเพิ่มมากขึ้นดีไหมคะ คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ได้ครับ

283
00:20:17,759 --> 00:20:21,759
เพราะฉะนั้น ก็ต้องฝากคุณครูปลายทางนะครับ

284
00:20:27,225 --> 00:20:29,583
ดูแลลูกศิษย์นะ

285
00:20:29,583 --> 00:20:31,251
เรื่องที่ผมไม่สามารถสอนได้ อย่างเช่น เรื่องการยืน

286
00:20:31,251 --> 00:20:35,251
การบุคลิกต่าง ๆ ที่เด็ก ๆ ต้องปฏิบัติ

287
00:20:37,553 --> 00:20:41,553
ผมก็ต้องรบกวนคุณครูปลายทางนะครับ ดูแลให้ด

288
00:20:43,504 --> 00:20:47,504
้วย (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ คุณครูปลายทางคะ ดูแล้วแนะนำนักเรียนด้วยนะคะ ว่าวิธีการยืน วิธี

289
00:20:50,774 --> 00:20:54,774
พูดนี่ที่ถูกต้องเป็นอย่างไร สามารถที่จะให้ข้อชี้แนะนักเรียน เพื่อให้นักเรียน

290
00:20:58,695 --> 00:21:02,695
ในการพัฒนาวิธีการพูดอย่างไร เอาล่ะค่ะ ถึงเวลาที่ให้นักเรียนได้ทำกิจกรรมแล้วใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ

291
00:21:05,101 --> 00:21:09,101
[เสียงดนตรี]

292
00:21:19,511 --> 00:21:23,511

293
00:21:23,511 --> 00:21:27,511

294
00:21:27,516 --> 00:21:31,516

295
00:21:31,522 --> 00:21:35,522

296
00:21:35,524 --> 00:21:39,524

297
00:21:39,526 --> 00:21:43,526

298
00:21:43,526 --> 00:21:47,526

299
00:21:47,528 --> 00:21:51,528

300
00:21:51,534 --> 00:21:55,534

301
00:21:55,547 --> 00:21:59,543

302
00:21:59,543 --> 00:22:03,541

303
00:22:03,541 --> 00:22:07,541

304
00:22:07,542 --> 00:22:11,542

305
00:22:11,542 --> 00:22:15,542

306
00:22:15,546 --> 00:22:19,546

307
00:22:19,547 --> 00:22:23,547

308
00:22:23,549 --> 00:22:27,548

309
00:22:27,548 --> 00:22:31,548

310
00:22:31,555 --> 00:22:35,552

311
00:22:35,552 --> 00:22:39,552

312
00:22:39,555 --> 00:22:43,555

313
00:22:43,567 --> 00:22:47,561

314
00:22:47,561 --> 00:22:51,559

315
00:22:51,559 --> 00:22:55,559

316
00:22:55,572 --> 00:22:59,562

317
00:22:59,562 --> 00:23:03,562

318
00:23:03,563 --> 00:23:07,563

319
00:23:07,568 --> 00:23:11,567

320
00:23:11,567 --> 00:23:15,567

321
00:23:15,575 --> 00:23:19,575

322
00:23:19,579 --> 00:23:23,576

323
00:23:23,576 --> 00:23:27,576

324
00:23:27,581 --> 00:23:31,579

325
00:23:31,579 --> 00:23:35,579

326
00:23:35,585 --> 00:23:39,585

327
00:23:39,587 --> 00:23:43,587

328
00:23:43,592 --> 00:23:47,592

329
00:23:47,594 --> 00:23:51,593

330
00:23:51,593 --> 00:23:55,593

331
00:23:55,596 --> 00:23:59,596

332
00:23:59,600 --> 00:24:03,598

333
00:24:03,598 --> 00:24:07,596

334
00:24:07,596 --> 00:24:11,596

335
00:24:11,600 --> 00:24:15,600

336
00:24:15,604 --> 00:24:19,604

337
00:24:19,608 --> 00:24:23,605

338
00:24:23,605 --> 00:24:27,605

339
00:24:27,610 --> 00:24:31,610

340
00:24:31,613 --> 00:24:35,613

341
00:24:35,618 --> 00:24:39,617

342
00:24:39,617 --> 00:24:43,617

343
00:24:43,620 --> 00:24:47,619

344
00:24:47,619 --> 00:24:51,619

345
00:24:51,625 --> 00:24:55,625

346
00:24:55,626 --> 00:24:59,626

347
00:24:59,639 --> 00:25:03,627

348
00:25:03,627 --> 00:25:07,627

349
00:25:07,631 --> 00:25:11,631

350
00:25:11,648 --> 00:25:15,648

351
00:25:15,648 --> 00:25:19,648

352
00:25:19,664 --> 00:25:23,655

353
00:25:23,655 --> 00:25:27,655

354
00:25:27,665 --> 00:25:31,658

355
00:25:31,658 --> 00:25:35,656

356
00:25:35,656 --> 00:25:39,656

357
00:25:39,659 --> 00:25:43,659

358
00:25:43,663 --> 00:25:47,663

359
00:25:47,663 --> 00:25:51,663

360
00:25:51,666 --> 00:25:55,666

361
00:25:55,666 --> 00:25:59,666

362
00:25:59,667 --> 00:26:03,667

363
00:26:03,668 --> 00:26:04,251

364
00:26:04,251 --> 00:26:06,294

365
00:26:06,294 --> 00:26:09,914
[เสียงปรบมือ]

366
00:26:09,914 --> 00:26:13,914
(คุณครูปรเมษฐ) เก่งมากเลยครับ ลูกศิษย์ที่น่ารัก

367
00:26:18,693 --> 00:26:22,693
ที่ออกมาพูดรายงานเรื่องการใช้ภาษาของผู้รายงานข่าวนะครบ

368
00:26:23,743 --> 00:26:25,372
เรื่อง การใช้ภาษาของผู้รายงานข่าว นะครับ ครูมีคำถามมาถามต่อจากที่นักเรียนพูดนะครับ

369
00:26:25,372 --> 00:26:29,372
การสังเกตการใช้ภาษาของสื่อต่าง ๆ

370
00:26:32,340 --> 00:26:32,527
ถือเป็นการจับผิดสื่อหรือไม่เพราะเหตุใด

371
00:26:32,527 --> 00:26:36,527
ที่เราดูแล้วเรานำมา เราดูแล้วเรานำมา

372
00:26:38,213 --> 00:26:42,213
เพื่อที่เราจะนำมาปรับในชีวิตมันเป็นการจับผิด

373
00:26:43,386 --> 00:26:47,386
หรือไม่ เด็ก ๆ ลองตอบสิครับ

374
00:26:47,770 --> 00:26:51,770
หลายคำตอบเลยนะ เป็นบ้างไม่เป็นบ้าง แสดงว่า

375
00:26:52,003 --> 00:26:56,003
นักเรียนคิดได้หลายทางนะครับ เดี๋ยวคุณครูคณิตา

376
00:26:57,702 --> 00:27:01,702
ลองสรุปให้นักเรียนฟัง (คุณครูคณิตา) อย่างแรกเลยนะคะ อย่างที่บอกค่ะ เราเคยพูดเกี่ยวกับการแสดงความคิ

377
00:27:07,700 --> 00:27:11,700
ใช่ไหมเอ่ย ใช่แล้วค่ะ แล้วคุณครูคณิตาและคุณครูปรเมษฐบอก

378
00:27:15,213 --> 00:27:18,973
ว่าอย่างไรคะ เกี่ยวกับเรื่องแสดงความคิดเห็น บอกว่าอย่างไรนะ ใช่ค่ะ

379
00:27:18,973 --> 00:27:22,973
การแสดงความคิดเห็นไม่มีผิด

380
00:27:23,621 --> 00:27:25,996
ไม่มีถูกนะคะ ขึ้นอยู่กับมุมมองและ

381
00:27:25,996 --> 00:27:29,996
ประสบการณ์ของเราค่ะ ฉะนั้นนี่ คุณครูก็จะ

382
00:27:30,210 --> 00:27:34,210
สรุปว่า คำถามนี้ตอบได้ 2 รูปแบบนะคะ

383
00:27:38,124 --> 00:27:38,180
รูปแบบแรก การสังเกตการใช้ภาษา

384
00:27:38,180 --> 00:27:42,180
ของสื่อต่าง ๆ นี่ เป็นการจับผิดสื่อหรือไม่

385
00:27:42,263 --> 00:27:45,534
คุณครูก็จะตอบว่าไม่ เพราะเหตุใด เพราะการ

386
00:27:45,534 --> 00:27:49,534
สังเกตการใช้ภาษาก็ถือว่าเป็นการเรียนรู้อย่างหนึ่ง

387
00:27:55,514 --> 00:27:59,510
หากมีการจับผิดเราก็นำสิ่งผิดพลาดเหล่านั้นมาปรับให้ถูกต้อง

388
00:27:59,510 --> 00:28:01,076
แล้วนำไปใช้ต่อ โดย

389
00:28:01,076 --> 00:28:05,076
จับผิดให้กลายเป็นถูกต้องมากขึ้นใช่ไหมคะ ครู

390
00:28:11,730 --> 00:28:12,536
(คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) ก็ถือว่ามันไม่ได้เป็นการจับผิดนะคะ

391
00:28:12,536 --> 00:28:14,449
แต่อีกส่วนหนึ่งบอกว่า

392
00:28:14,449 --> 00:28:16,793
เป็นการจับผิดสื่อ

393
00:28:16,793 --> 00:28:20,793
จับผิดสื่อ จับผิดสื่อนะคะ

394
00:28:26,725 --> 00:28:28,074
ทางลบใช่ไหมคะ มนุษย์เรา

395
00:28:28,074 --> 00:28:29,499
ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ

396
00:28:29,499 --> 00:28:33,499
มนุษย์เราสามารถที่จะทำผิดพลาดได้

397
00:28:33,605 --> 00:28:37,605
ขึ้นอยู่กับว่ามุมมองของคนนั้นนี่

398
00:28:42,300 --> 00:28:42,522
เขามองอย่างไรนะคะ รวมถึงนักเรียนนี่

399
00:28:42,522 --> 00:28:46,522
จะตัดสินเขาอย่างไร จะติดสินแค่เปลือกนอก

400
00:28:48,052 --> 00:28:48,427
ในสิ่งที่เขาทำผิดพลาด หรือนักเรียนจะมอง

401
00:28:48,427 --> 00:28:52,427
ลึกลงไปถึงปัญหา ว่าเพราะเหตุใดเขาจึงทำ

402
00:28:59,756 --> 00:29:01,717
อันนี้คุณครูก็สอนไว้นะคะ ว่าการที่เราจะตัดสินคนบางคน หรือตัดสินอะไร

403
00:29:01,717 --> 00:29:05,459
อย่างใดอย่างหนึ่งนี่ เราไม่ควรมองเพียงแค่ตาเปล่า

404
00:29:05,459 --> 00:29:09,459
แต่เราจะต้องมองไปให้ลึกในปัญหาที่เขาเจอ

405
00:29:12,861 --> 00:29:16,861
ในสิ่งที่เขาเจอ เราอย่าตัดสินด้วยอารมณ์ อย่าตัดสินด้วยความรู้สึก แต่เราจงตัดสิน

406
00:29:18,676 --> 00:29:21,132
ด้วยเหตุผลค่ะ อันนี้ก็คือฝากไว้ให้คิดนะคะ

407
00:29:21,132 --> 00:29:25,132
อย่างที่บอกค่ะ ย้อนกลับมาค่ะ อย่างที่บอกไป

408
00:29:30,790 --> 00:29:34,790
เกี่ยวกับเรื่องการจับผิดสื่อ นักเรียนคะ ถ้าเรื่องการจับผิดสื่อนี่ คุณครูก็ ถ้าพูดถึงเรื่องการจับผิด

409
00:29:38,902 --> 00:29:42,902
นะคะ คุณครูปรเมษฐเคยเห็นข่าวไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) เคยครับ (คุณครูคณิตา) เด็ก

410
00:29:45,919 --> 00:29:49,919
ไม่ใช่เด็กสิ แมวคลอดลูก 9 ตัว คลอดใช้กับอะไรคะ นักเรียน

411
00:29:51,439 --> 00:29:55,439
แมวคลอดลูก สุนัขคลอดลูก เด็ก ๆ คะ กับสัตว์นี่

412
00:30:02,994 --> 00:30:04,215
เราจะไม่ใช้คำว่าคลอดนะคะ แต่ในปัจจุบันสื่อต่าง ๆ นี่ ใช้คำว่าอะไรอยู่

413
00:30:04,215 --> 00:30:08,215
เป็นสัตว์เราจะใช้คำว่า "ออกลูก", "

414
00:30:10,942 --> 00:30:14,942
เกิดลูก" หรือสิ่งต่าง ๆ ที่เราไม่ได้เรียกว่า

415
00:30:17,974 --> 00:30:21,974
การคลอดลูกนั่นเอง นี่ก็มองนะคะ เรามองได้มุมมอง 2 รูปแบบนะ อย่างแรกเลย

416
00:30:22,664 --> 00:30:26,647
เรามองว่าไม่เป็นการจับผิด เรานำสิ่งเหล่านี้

417
00:30:26,647 --> 00:30:30,647
มาค้นหาแล้วเรียนรู้กับสิ่งเรานั้น

418
00:30:32,704 --> 00:30:34,065
เรามองว่าเป็นการจับผิด จับผิดแล้วได้อะไร

419
00:30:34,065 --> 00:30:38,065
ขึ้นมา การที่เราจับผิดคน ๆ หนึ่งน่ะค่ะ

420
00:30:40,702 --> 00:30:41,741
คุณครูปรเมษฐเราได้อะไรไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ)

421
00:30:41,741 --> 00:30:45,741
ต้องได้สิครับ การที่เราจับผิดนี่เพื่อ

422
00:30:49,973 --> 00:30:53,973
ให้มันเกิดผลขึ้น โดยการที่จับผิดเขามาแล้วจะบอกเขาอย่างไรได้บ้าง มันก็เป็นการพัฒนานะ

423
00:30:56,423 --> 00:30:57,245
การที่เราจับผิดนี่ คือ การสร้าง ก่อให้เกิด

424
00:30:57,245 --> 00:31:01,245
การพัฒนานะผมคิดว่า (คุณครูคณิตา) ค่ะ แต่การจับผิดนี่

425
00:31:06,871 --> 00:31:08,026
ก็ถือว่าเป็นความหมายเชิงทางลบนะคะ ทางที่ดี

426
00:31:08,026 --> 00:31:12,026
เราเรียกว่า "การชี้แนะและการให้

427
00:31:15,358 --> 00:31:16,905
คำแนะนำเพื่อที่จะนำคำเหล่านี้ไปปรับใช้ให้ถูกต้อง

428
00:31:16,905 --> 00:31:20,905
ดีกว่านะคะ อันนี้ก็คือการบอกไว้ ใช่ไหมคะ ครูปรเมษฐ

429
00:31:23,798 --> 00:31:27,396
(คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ คราวนี้ล่ะคะ คุณครูปรเมษฐมีกิจกรรมอะไรมาคะ

430
00:31:27,396 --> 00:31:28,015
(คุณครูปรเมษฐ) วันนี้ครูก็มีกิจกรรมนะครับ ให้นักเรียนได้ศึกษา

431
00:31:28,015 --> 00:31:29,095
ใบความรู้นะครับ เรื่อง การพูดรายงานและ

432
00:31:29,095 --> 00:31:33,095
มารยาทในการฟัง ดู พูด ครับ นักเรียน

433
00:31:38,864 --> 00:31:39,369
หยิบขึ้นมานะ แล้วเดี๋ยวเราไปพร้อม ๆ กันนะ (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ

434
00:31:39,369 --> 00:31:41,714
(คุณครูปรเมษฐ) เพราะครูก็มีหลักการที่สรุปมาให้ นักเรียน

435
00:31:41,714 --> 00:31:45,714
จะได้ขยายไขข้อข้องใจไปทีเดียว

436
00:31:46,106 --> 00:31:50,106
เลยนะครับ โดยการดูใบความรู้ประกอบ ทุกคนมี

437
00:31:55,824 --> 00:31:59,441
ใครไม่มีบ้างนี่ ไม่มีทำอย่างไรครับ ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ถ้าไม่มี

438
00:31:59,441 --> 00:32:01,400
นะคะ ก็ทำไมเอ่ย ถามคนข้าง ๆ สิคะ เธอ ๆ

439
00:32:01,400 --> 00:32:05,400
เพื่อยจ๋า เพื่อนครับ มีใบงาน

440
00:32:09,382 --> 00:32:09,669
มีใบความรู้หรือเปล่า เราขอดูด้วยได้ไหมคะ

441
00:32:09,669 --> 00:32:13,669
เป็นการขอความช่วยเหลือ เมื่อเพื่อนขอความช่วยเหลือ

442
00:32:18,373 --> 00:32:19,687
เราจะต้องทำอย่างไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เธอ ๆ เรามี

443
00:32:19,687 --> 00:32:23,687
นะ แต่วันหลังเธอต้องเครียมมานะ เพราะมันเป็นความรั

444
00:32:27,831 --> 00:32:31,831
นะครับ แบ่งปันกันดูและศึกษาไปพร้อม ๆ กันครับ เด็ก ๆ ครับ

445
00:32:32,655 --> 00:32:36,655
ไปสนทนา ประสาเรา เขย่าขวัญ... ไม่ใช่

446
00:32:38,325 --> 00:32:42,325
ภาษาเราคืออะไร ครับ คือการสนทนาระหว่างครู

447
00:32:42,591 --> 00:32:46,591
แล้วก็เพื่อนนักเรียนในชั้นเรียนนั่นเอง การพูดรายงานคืออะไร ครูคณิตา (คุณครูปรเมษฐ) การพูดรายงาน

448
00:32:49,990 --> 00:32:53,990
การพูดรายงานนะคะ เป็นการเล่าเรื่องราวจากการศึกษาค้นคว้าค่ะ แล้วนำเสนอ

449
00:32:58,068 --> 00:32:58,909
เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้

450
00:32:58,909 --> 00:33:02,909
ไม่ต้องค้นคว้าทุกเรื่อง แต่รับรู้ได้จากการฟังรายงานค่ะ

451
00:33:04,518 --> 00:33:08,518
(คุณครูปรเมษฐ) นี่คือการพูดรายงานนะครับ หลักการ

452
00:33:09,371 --> 00:33:13,371
ครับ เดี๋ยวไปดูทีละข้อเลยตามใบงาน

453
00:33:14,230 --> 00:33:18,230
ข้อที่ 1 เตรียมข้อมูลที่ได้จากการศึกษาค้นคว้า

454
00:33:18,978 --> 00:33:22,978
เราจะพูดเรื่องใด เราจะต้องศึกษาค้นคว้าเรื่องนั้น ข้อที่ 2 ครับ (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 2 ค่ะ แบ่งเวลารายงานแต่ละหัวข้อ

455
00:33:27,511 --> 00:33:28,790
ค่ะ แต่ล่ะหัวข้อด้วย สมมติ

456
00:33:28,790 --> 00:33:32,790
มี 3 หัวข้อนักเรียนก็จะต้องแบ่งเวลาด้วย ว่าในแต่ละหัวข้อนี่ นักเรียนจะพูดกี่นาที

457
00:33:34,172 --> 00:33:37,304
(คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ ต่อไปนะครับ เป็นการเริ่มต้นด้วยการ

458
00:33:37,304 --> 00:33:41,304
กล่าวนำนะครับ การกล่าวนำในการพูดรายงาน

459
00:33:45,106 --> 00:33:49,106
ใช้ระบบเดียวกันเลยนะครับ เรียนคุณครูที่เคารพและเพื่อน ๆ ที่น่ารักทุกคน

460
00:33:53,238 --> 00:33:56,054
ให้ใช้เหมือนกัน อันนี้คือการกล่าวนำ ข้าพเจ้าจะ

461
00:33:56,054 --> 00:34:00,054
ออกมาพูดรายงานเรื่อง

462
00:34:00,495 --> 00:34:02,534
... ว่าไป เรียนคุณครูที่เคารพ

463
00:34:02,534 --> 00:34:06,534
และเพื่อน ๆ ที่น่ารักทุกคน ข้าพเจ้า,

464
00:34:10,889 --> 00:34:11,102
กระผม, ดิฉัน จะออกมาพูดรายงานเรื่อง...

465
00:34:11,102 --> 00:34:15,102
นี่นะ ใช้ระบบเดียวกัน ต่อไปครับ

466
00:34:19,351 --> 00:34:23,351
(คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมานะคะ มีบุลลิ

467
00:34:23,866 --> 00:34:26,790
ที่ดีในการพูดค่ะ คุณครูปรเมษฐคะ บุคลิกที่ดีเป็นสิ่งสำคัญในการพูดรายงานใช่ไหมคะ

468
00:34:26,790 --> 00:34:30,790
(คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ (คุณครูคณิตา) แต่สิ่งที่ครูคณิตาได้เจอ

469
00:34:34,146 --> 00:34:35,448
ก็คือนักเรียนจะมีลักษณะอย่างนี้ค่ะ เวลาพูดรายงาน

470
00:34:35,448 --> 00:34:39,448
(คุณครูปรเมษฐ) อ๋อ มองบนหรือครับ (คุณครูคณิตา) แล้วก็จะอยู่อย่างนี้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

471
00:34:47,657 --> 00:34:51,305
เขิน อันนี้คือผู้หญิงใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ผู้หญิงค่ะ

472
00:34:51,305 --> 00:34:55,305
ลักษณะอย่างนี้ค่ะ ผู้ลายที่เคยเจอ (คุณครูปรเมษฐ) นักเลงมากเลยครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ แล้วคุณครูปรเมษฐ

473
00:34:58,211 --> 00:35:02,211
ล่ะคะ เจอลักษณะท่าทางใดเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) ล้วงกระเป๋า ขานี่เขย่าด้วยนะ

474
00:35:06,200 --> 00:35:08,593
ไม่รู้จะเขย่าทำไม

475
00:35:08,593 --> 00:35:12,593
(คุณครูคณิตา) มองบนด้วยใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) มองบงบ้าง ล่อกแล่กบ้าง

476
00:35:15,213 --> 00:35:19,213
ล่วงกระเป๋านี่ก็เป็นบุคลิกที่ไม่ดีนะ ถ้าเป็นผู้ชายให้นำมือประสานเหมือนครู

477
00:35:23,885 --> 00:35:27,885
เวลาออกมาพูดรายงานนะ ยืนขาไม่ต้องชิดมาก ให้รู้สึกว่าเราสง่า พอเราสง่าปุ๊บมันจะหล่อแล้วก็มีเสน่ห์

478
00:35:35,301 --> 00:35:38,319
ส่วนผู้หญิงยืนอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ การยืน

479
00:35:38,319 --> 00:35:42,319
ไม่มีการยืนที่ตายตัวนะคะ ยืนให้ตัวเองนี่รู้สึกว่ามั่นคง มีความมั่นใจในการยืน

480
00:35:44,276 --> 00:35:47,074
และสามารถที่จะพูดได้นะคะ ส่วนมือค่ะ เวลามือ

481
00:35:47,074 --> 00:35:51,074
นะคะ นักเรียนก็นำมาประกบกัน ซ้ายหรือขวา

482
00:35:54,930 --> 00:35:56,691
ขึ้นอยู่กับความถนัดของตนเอง แล้วเวลาพูดก็จะ

483
00:35:56,691 --> 00:36:00,691
มีการผายมือ เพื่อเป็นการนำสายตา หรือเป็นการ เขาเรียกอะไรนะ

484
00:36:02,848 --> 00:36:06,643
สายตาหรือว่าเป็นการ... เขาเรียกอะไรนะ ดึงดูดสายตา

485
00:36:06,643 --> 00:36:10,643
นี่ ให้กลับมายังผู้พูดค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วก็เป็นการแสดง

486
00:36:11,330 --> 00:36:15,330
ให้เห็นถึงธรรมชาติของผู้พูดด้วย มือนี่ สำคัญ หน้าตาสำคัญ ต้องมอง ต้องกวาด

487
00:36:16,287 --> 00:36:18,211
สายตาทุกคน คนที่ฟังเราพูดนี่เป็นผู้สำคัญ

488
00:36:18,211 --> 00:36:22,211
ทั้งหมดนะครับ อันนี้ก็คือสิ่งที่ครูสาธิต

489
00:36:26,735 --> 00:36:30,735
สิ่งที่ครูได้พบเจอมานะครับ เพราะฉะนั้น ปฏิบัติให้ได

490
00:36:31,914 --> 00:36:34,575
ครูอาจจะบอกไม่ได้หมดนะครับ ก็ต้องรบกวนคุณครูปลายทางช่วยแนะนำนักเรียนเพิ่มเติมด้วยครับ (คุณครูคณิตา)

491
00:36:34,575 --> 00:36:38,575
เอาล่ะค่ะ ข้อต่อไปค่ะ ครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา)

492
00:36:42,176 --> 00:36:44,421
ข้อต่อไปนี่เราจะกล่าวเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) การใช้

493
00:36:44,421 --> 00:36:48,421
ภาษานะครับ การใช้ภาษาต้องเป็นการใช้ภาษาแบบกึ่งทางการ

494
00:36:49,691 --> 00:36:53,691
(คุณครูคณิตา) กึ่งทางการเป็นแบบไหนเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) กึ่งทางการเป็น

495
00:36:54,266 --> 00:36:58,266
การใช้ภาษาที่ไม่ได้เป็นทางการจนเกินไป

496
00:36:59,497 --> 00:37:02,167
ไม่ได้เป็นภาษาราชการ พูดได้ว่าฟังแล้วมันลื่นหู มันฟังแล้วมันไม่ใช่

497
00:37:02,167 --> 00:37:06,167
เป็นภาษาที่เป็นทางการจนเกินไป อย่างเช่น การที่นักข่าว

498
00:37:08,286 --> 00:37:12,286
รายงานการที่ฟังสารคดีต่าง ๆ ก็ใช้ภาษากึ่งทางการทั้งนั้น พูดเหน่อได้ไหม

499
00:37:17,997 --> 00:37:21,315
พูดภาษาถิ่นได้ไหม (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐคะ

500
00:37:21,315 --> 00:37:25,315
พูดเหน่อได้ไหม พูดภาษาถิ่นได้ไหม

501
00:37:27,910 --> 00:37:31,910
การใช้ภาษากึ่งทางการ การใช้ภาษาถิ่นนี

502
00:37:31,943 --> 00:37:34,511
ถ้าเราใช้ภาษาถิ่นนี่ ถือว่าเราใช้ภาษาพูดใน

503
00:37:34,511 --> 00:37:38,511
ระดับกันเองนะคะ เพราะฉะนั้นนี่ เราไม่ควรพูด ภาษากึ่งทางการนี่จะเป็นการพูดในระดับ

504
00:37:38,513 --> 00:37:42,513
ห้องเรียน ห้องเรียนนะคะ พูดโดยมีคนที่เร

505
00:37:47,939 --> 00:37:51,845
ามีบุคคลที่เรารู้จัก

506
00:37:51,845 --> 00:37:53,824
แต่อาจจะไม่สนิทสนมถึงขั้นว่าเป็นบุคคลในครอบครัว หรือเราจะใช้คำพูดในภาษาที่เป็นกันเอง

507
00:37:53,824 --> 00:37:57,824
ได้ อย่างเช่นคุณครูปรเมษฐ คุณครูปรเมษฐและครูคณิตานี่

508
00:38:03,264 --> 00:38:03,475
และคุณครูคณิตานี่ เวลาเจอกันเราก็จะใช้ภาษากึ่งทางการในการพูดนะคะ เพราะอะไร

509
00:38:03,475 --> 00:38:07,475
เพราะว่า 1. ค่ะ เราอยู่ใน...

510
00:38:10,143 --> 00:38:14,143
อยู่ในสถานที่ราชการด้วย

511
00:38:15,358 --> 00:38:18,071
อยู่ในสถานที่ที่เราจะต้อง

512
00:38:18,071 --> 00:38:22,071
เลือกใช้ภาษาที่มันเหมาะสมด้วยนะคะ เอาล่ะค่ะ

513
00:38:23,067 --> 00:38:27,067
นอกจากนี้กึ่งทางการแล้วยังมีอะไรอีกคะ (คุณครูปรเมษฐ)

514
00:38:28,486 --> 00:38:32,486
ต้องออกเสียงชัดเจนถูกต้อง สำคัญมาก

515
00:38:35,033 --> 00:38:39,033
อัขระต่าง ๆ เราต้องพูดให้ถถ

516
00:38:39,949 --> 00:38:43,200
ต้องออกเสียงให้ถูกต้องนะครับ ต่อไป ได้มีโอกาสซักถามและแสดงความคิดเห็นบ้างนะครับ

517
00:38:43,200 --> 00:38:47,200
สุดท้ายครับ (คุณครูคณิตา) ใช้คำขอโทษเมื่อรู้ว่าผิด

518
00:38:51,955 --> 00:38:53,095
เมื่อพูดผิดและขอบคุณ

519
00:38:53,095 --> 00:38:56,806
นี่คือหลักในการพูดรายงานนะครับ

520
00:38:56,806 --> 00:38:58,404
ต่อไปเป็นมารยาทในการพูดรายงานนะครับ ข้อที่ 1 เลย

521
00:38:58,404 --> 00:39:02,404
ผู้ฟังจะต้องให้เกียรติผู้พูด ใช่ไหมครับ ครู

522
00:39:07,961 --> 00:39:09,286
ข้อที่ 2 ครับ (คุณครูคณิตา) 2 ค่ะ ในการฟัง ตั้งใจ และจดประเด็นสำคัญค่ะ

523
00:39:09,286 --> 00:39:13,286
(คุณครูปรเมษฐ) ข้อที่ 3 คือ ผู้ฟังต้องใจกว้าง ฟังความเห็น

524
00:39:14,906 --> 00:39:18,906
ของผู้พูดนะครับ เวลาผู้พูดพูดนี่

525
00:39:23,364 --> 00:39:27,364
เราต้องตั้งใจฟังและก็เปิดใจรับ เพื่อที่จะนำสิ่งที่ผู้พูดนั้นนำมาวิเคราะห์ คิด

526
00:39:30,382 --> 00:39:31,198
นะครับ ข้อ 4 ครับ (คุณครูคณิตา) ข้อ 4 ค่ะ ผู้พูดต้องพูดให้ชัด

527
00:39:31,198 --> 00:39:35,198
เจน ไม่กำกวม

528
00:39:39,179 --> 00:39:43,179
(คุณครูปรเมษฐ) เช่นเดียวกับผู้ฟังนะครับ

529
00:39:43,213 --> 00:39:47,213
เหมือนกัน ต้องใจกว้าง ฟังผู้ฟังบ้างนะครับ ข้อที่ 5

530
00:39:47,254 --> 00:39:48,812
หากผู้ฟังมีข้อสงสัยก็ต้องเป็นอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ก็

531
00:39:48,812 --> 00:39:52,812
ควรยกมือขออนุญาตค่ะ ด้วยท่าทางที่สุภาพเรียบ

532
00:39:55,970 --> 00:39:56,647
เรียบร้อยเมื่อต้องการแสดงความคิดเห็นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่คือ

533
00:39:56,647 --> 00:39:58,470
มารยาทในการพูดรายงานนะครับ ครูมี

534
00:39:58,470 --> 00:40:02,470
วีดิทัศน์มาให้นักเรียนชม เพื่อให้นักเรียนไปพูด

535
00:40:04,562 --> 00:40:08,202
รายงานให้เพื่อนร่วมชั้นฟังนะครับ

536
00:40:08,202 --> 00:40:12,202
นักเรียนจะต้องทำอะไรจากวีดิทัศน์นี้

537
00:40:15,876 --> 00:40:17,533
จากวีดิทัศน์นี้นะครับ 1. ต้องสรุปสาระสำคัญ

538
00:40:17,533 --> 00:40:17,909
ลงในสมุด สรุปเพื่อที่จะนำไปพูดรายงาน

539
00:40:17,909 --> 00:40:21,909
2. คือจะต้องบอกคติ หรือข้อคิดจากเรื่องที่ฟังให้ไ

540
00:40:27,980 --> 00:40:28,132
และหนูจะได้นำไปพูดรายงานให้เพื่อนฟังได้นะครับ

541
00:40:28,132 --> 00:40:32,132
พร้อมแล้ว สมุด ปากกา ดินสอ ยางลบ เตรียมให้ครับ

542
00:40:35,115 --> 00:40:35,571
จดสาระสำคัญ อย่าลืมนะครับ ไปชมวีดิทัศน์กันครับ

543
00:40:35,571 --> 00:40:39,571
เรื่องอะไร [เสียงวีดิทัศน์]

544
00:40:43,569 --> 00:40:47,569

545
00:40:47,984 --> 00:40:51,982

546
00:40:51,982 --> 00:40:55,156

547
00:40:55,156 --> 00:40:59,017
(บรรยาย)

548
00:40:59,017 --> 00:41:03,017
สร้างภูมิคุ้มกันโรค โดยใช้หลักการง่าย ๆ คือ ต้องการป้องกันโรคอะไร

549
00:41:11,570 --> 00:41:12,193

550
00:41:12,193 --> 00:41:16,193
ร่างกาย เรียนรู้ ต่อสู้ และจดจำ

551
00:41:19,013 --> 00:41:23,013

552
00:41:25,990 --> 00:41:29,990

553
00:41:31,997 --> 00:41:35,997

554
00:41:36,001 --> 00:41:39,027
ให้เซลล์เม็ดเลือดขาวในร่างกาย หรือ Anti

555
00:41:39,027 --> 00:41:43,027

556
00:41:44,008 --> 00:41:48,007

557
00:41:48,007 --> 00:41:52,007

558
00:41:52,007 --> 00:41:56,007
เพื่อต่อสู้กับเชื้อไวรัส COVID-19

559
00:41:56,017 --> 00:42:00,015

560
00:42:00,015 --> 00:42:04,015

561
00:42:04,015 --> 00:42:08,015

562
00:42:08,016 --> 00:42:12,016

563
00:42:12,017 --> 00:42:16,017

564
00:42:16,018 --> 00:42:20,018

565
00:42:20,020 --> 00:42:24,020

566
00:42:24,022 --> 00:42:28,022

567
00:42:28,028 --> 00:42:32,028

568
00:42:32,031 --> 00:42:36,031

569
00:42:36,035 --> 00:42:40,035

570
00:42:40,036 --> 00:42:44,036

571
00:42:44,037 --> 00:42:48,037

572
00:42:48,038 --> 00:42:52,038

573
00:42:52,045 --> 00:42:56,045

574
00:42:56,046 --> 00:43:00,046

575
00:43:00,051 --> 00:43:04,047

576
00:43:04,047 --> 00:43:08,047

577
00:43:08,047 --> 00:43:12,047

578
00:43:12,048 --> 00:43:16,048

579
00:43:16,051 --> 00:43:20,051

580
00:43:20,057 --> 00:43:24,057

581
00:43:28,055 --> 00:43:32,055

582
00:43:32,057 --> 00:43:36,057

583
00:43:36,062 --> 00:43:40,062

584
00:43:40,075 --> 00:43:44,073

585
00:43:44,073 --> 00:43:48,073

586
00:43:48,075 --> 00:43:52,075

587
00:43:52,076 --> 00:43:56,076

588
00:43:56,080 --> 00:44:00,080

589
00:44:00,085 --> 00:44:04,085

590
00:44:04,090 --> 00:44:08,090

591
00:44:08,090 --> 00:44:12,090

592
00:44:12,090 --> 00:44:16,090

593
00:44:16,091 --> 00:44:20,091

594
00:44:20,093 --> 00:44:24,093
[เสียงปรบมือ] (คุณครูคณิตา) ขอขอบคุณ

595
00:44:26,467 --> 00:44:30,467
สื่อวีดิทัศน์ เรื่อง วัคซีน COVID-19 ท

596
00:44:32,111 --> 00:44:33,200
ำงานอย่างไร ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นอย่างไรครับ นักเรียน ครูคิดว่านักเรียน

597
00:44:33,200 --> 00:44:37,200
น่าจะจดสาระสำคัญและประเด็นสำคัญเอาไว้เป็นจำนวนมากนะครับ ไปดูกิจกรรมกัน ครูจะให้

598
00:44:42,433 --> 00:44:46,433
คนเก่งพูดรายงาน เรื่อง

599
00:44:46,445 --> 00:44:49,986
วัคซีนทำหน้าที่อย่างไร เดี๋ยวไปดูคำชี้แจงก่อน

600
00:44:49,986 --> 00:44:52,970
คำชี้แจงนะ ให้นักเรียนนี่นะ พูดรายงาน

601
00:44:52,970 --> 00:44:56,970
จากเรื่องนี่ล่ะ จากประเด็นที่เด็ก ๆ

602
00:44:59,007 --> 00:45:03,007
นำมาพูดรายงาน แต่ให้ไปพูดนอกเวลา เพราะครูอยากให้นักเรียนนั้นได้

603
00:45:03,565 --> 00:45:05,536
เตรียมตัวให้พร้อม เตรียมตัวให้ดีก่อน

604
00:45:05,536 --> 00:45:09,536
แล้วก็ไปพูดกับคุณครู (คุณครูคณิตา) คุณครูประจำวิช

605
00:45:16,117 --> 00:45:18,911
าไปพูดกับคุณครูประจำวิชา เป็นคะแนนเก็บ

606
00:45:18,911 --> 00:45:21,180
ของตนเอง หาเวลาว่างนะครับ ไปพูดกับคุณครูท่าน

607
00:45:21,180 --> 00:45:25,180
ส่วนคุณครูก็ดูแลนักเรียนนะครับ

608
00:45:25,669 --> 00:45:29,669
คอยบอกแนะนำนักเรียน

609
00:45:30,871 --> 00:45:34,871
การพูดรายงานจากเรื่องวัคซีนทำหน้าที่อย่างไรครับ

610
00:45:34,913 --> 00:45:35,863
นี่นักเรียนได้ความรู้เป็นจำนวนมากเลย

611
00:45:35,863 --> 00:45:37,066
วันนี้นะครับ เดี๋ยวไปสรุปบทเรียนกันดีกว่า

612
00:45:37,066 --> 00:45:41,066
กิจกรรมสรุปบทดรียนพากเพียรความรู้ครับ

613
00:45:47,566 --> 00:45:47,744
มาถามนักเรียนครับ ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) การพูดรายงาน

614
00:45:47,744 --> 00:45:51,337
มีความสำคัญต่อการเรียนรู้ของนักเรียนอย่างไร

615
00:45:51,337 --> 00:45:55,337
(คุณครูปรเมษฐ) มีความสำคัญอย่างไร (คุณครูคณิตา) มีความสำคัญอย่างไร

616
00:45:56,393 --> 00:45:57,900
คะ (คุณครูปรเมษฐ) ตอบหรือยัง

617
00:45:57,900 --> 00:46:01,255
ดูสิเหมือนกันหรือเปล่าครับ ทำให้เกิดการ

618
00:46:01,255 --> 00:46:05,255
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน

619
00:46:05,868 --> 00:46:09,210
การที่เราพูดรายงานนี่มันก็ทำให้นักเรียนนี่ออก

620
00:46:09,210 --> 00:46:13,210
มานำเสนอข้อมูล ซึ่งแต่ละคนจะต้อง

621
00:46:19,773 --> 00:46:20,968
(คุณครูคณิตา) จะต้องแตกต่างกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ล่ะ

622
00:46:20,968 --> 00:46:22,468
มันคือการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ต่อไป อีกคำถามหนึ่ง

623
00:46:22,468 --> 00:46:26,468
การพูดรายงานผู้พูดต้องมีมารยาทในการ

624
00:46:26,693 --> 00:46:30,693
พูดอย่างไร บอกไปแล้วด้วยนะ

625
00:46:30,822 --> 00:46:34,822
(คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ต้องมีมารยาทในการพูดอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ

626
00:46:36,243 --> 00:46:40,243
ตอบเลยค่ะ หลาย ๆ คนนี่ก็เริ่มซึมซับเกี่ยวกับ

627
00:46:44,370 --> 00:46:48,370
มารยาทในการฟัง การดู การพูดเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ

628
00:46:51,543 --> 00:46:55,543
เอาล่ะค่ะ คุณครูปรเมษฐ การพูดรายงานนี่ ผู้พูดฃจะต้องมีมารยาทในการพูดอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูสรุปมาเลยนะครับ

629
00:46:57,241 --> 00:47:00,794
ก็คือเด็ก ๆ จะต้องใช้ถ้อยคำที่สุภาพถูกต้อง

630
00:47:00,794 --> 00:47:04,794
ตามกาลเทศะ และต้อง

631
00:47:06,822 --> 00:47:08,310
เปิดโอกาสให้ผู้ฟังได้ซักถาม

632
00:47:08,310 --> 00:47:09,601
เราเป็นผู้พูด เราก็จะต้องตอบ

633
00:47:09,601 --> 00:47:13,601
ด้วยถ้อยคำที่สุภาพเรียบร้อย ต้องมีความใจกว้าง

634
00:47:14,250 --> 00:47:18,250
ต้องรับฟังความเห็นของผู้ฟัง

635
00:47:19,832 --> 00:47:23,832
นี่คือมารยาทของผู้พูด (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐคะ ขอแทรกนิดหนึ่ง

636
00:47:26,803 --> 00:47:29,364
นะคะ เวลาที่เราจะถามนี่

637
00:47:29,364 --> 00:47:31,205
ผู้ฟังใช่ไหมคะ จะถามผู้พูดนี่ เราจะถาม

638
00:47:31,205 --> 00:47:35,205
ก็ต่อเมื่อผู้พูดเปิดโอกาศให้

639
00:47:40,196 --> 00:47:43,826
ได้ถามคำถามนะคะ ไม่ใช่นักเรียนเกิดข้อสังสัย

640
00:47:43,826 --> 00:47:46,664
แล้วยกมือถามเลยนี่ ถือว่าเป็นมารยาทที่ดีไหมคะ คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่ดีครับ

641
00:47:46,664 --> 00:47:50,664
สมมติว่านักเรียนเกิดข้อสงสัยนี่

642
00:47:54,074 --> 00:47:57,474
ไว้ก่อน แล้วตราบใดที่ผู้พูด พูดว่า

643
00:47:57,474 --> 00:48:01,474
มีผู้ใดสงสัยที่จะซักถามไหม อันนั้นล่ะนักเรียน

644
00:48:02,639 --> 00:48:04,162
ค่อยซักถาม อันนี้คือมารยาทในการฟังผู้

645
00:48:04,162 --> 00:48:08,162
พูดนะครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ค่ะ บทเรียนครั้งต่อไปนี่

646
00:48:10,429 --> 00:48:12,690
เราจะเรียนอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) บทเรียนครั้งต่อไป

647
00:48:12,690 --> 00:48:16,549
จบหน่วยอีกแล้วใช่ไหม เราจะขึ้นหน่วยที่ 4 ครับ

648
00:48:16,549 --> 00:48:20,431
คือ การใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร จะเรียนกันในเรื่อง...

649
00:48:20,431 --> 00:48:24,431
(คุณครูคณิตา) โวหารในงานเขียนค่ะ

650
00:48:26,652 --> 00:48:30,652
(คุณครูปรเมษฐ) มีเลข 1 อยู่ข้างหลังแสดงว่าต้องมีเลข 2

651
00:48:30,738 --> 00:48:33,899
เตรียมตัวดังนี้นะครับ ใบความรู้ เรื่อง โวหารในภาษาไทย แล้วก็ใบงานเรื่อง

652
00:48:33,899 --> 00:48:37,899
โวหารน่ารู้นะครับ นักเรียนไปเตรียมตัวมานะครับ

653
00:48:42,994 --> 00:48:46,011
(คุณครูคณิตา) ค่ะ ซึ่งคุณครูปลายทางและนักเรียนนะคะ หากอยากได้ใบความรู้หรือใบงานเหล่านี้ สามารถ

654
00:48:46,011 --> 00:48:49,569
ดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่นี่เลยค่ะ นักเรียนคะ

655
00:48:49,569 --> 00:48:53,569
อ่านพร้อม ๆ กันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อ่านครับ

656
00:48:55,512 --> 00:48:59,512
(คุณครูปรเมษฐ) ครูบอกทุกวันแล้ว ให้นักเรียนอ่านบ้าง นักเรียนครับ

657
00:49:01,258 --> 00:49:02,180
เพราะฉะนั้น อย่าลืมนะครับ

658
00:49:02,180 --> 00:49:06,180
ไปทบทวนสิ่งที่ครูสอน ไปสรุปประเด็น

659
00:49:08,732 --> 00:49:12,500
มา ไปลองซ้อมพูดมา แล้วมาพูด

660
00:49:12,500 --> 00:49:16,500
กับคุณครูประจำวิชาเป็นคะแนนเก็บ ขอฝากการพูดรายงานไว้ในอ้อมอกอ้อมใจ

661
00:49:18,324 --> 00:49:22,324
ของหนู ๆ ทั้งประเทศครับ คุณครูปรเมษฐและคุณครูคณิตา

662
00:49:24,157 --> 00:49:28,157
ขอลาไปก่อนครับ สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา)

663
00:49:49,829 --> 00:49:48,983
Ր

664
00:49:32,232 --> 00:49:36,232


