ครูจะพานักเรียนไปศีกษาเรื่องการเขียนรายงาน ไปดูกันเลยดีกว่า จุดประสงค์การเรียนรู้ในวันนี้ครับครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ จุดประสงค์การเรียนรู็ 1.และดูได้ 2. พูดรายงานจากการฟังและดูได้ค่ะ 3. มีมารยาทในการฟังและการพูดค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ก็คือวัตถุประสงค์หรือจุดประสงค์ 3 ข้อ ปฏิบัติได้ในชั่วโมงนี้ครับ ครูมีคำถามมาถามหนู ๆ นะครับ คำถามน่าคิด พินิจพิจารณา นักเรียนเคยพูดรายงานหรือไม่ และถ้าเคยพูดนักเรียนมีวิธีการพูดพูกรายงานอย่างไร ทบทวนความรู้เดิมก่อน การพูดรายงานก็อย่างเช่น การที่ครูสอนนักเรียนนี่ ครูก็ใช้ทักษะการพูดรายงาน รายงานหนาชั้นเรียน สรุปเคยหรือไม่เคยครับ ทุกคนเคยหมดเลย คราวนี้ครูถามวิธีการพูด นักเรียนลองตอบคำถามกับคุณครูปลายทางสิครับ ว่ามีวิธีการพูดอย่างไร (คุณครูคณิตา) ไม่ต้องยึดหลักการใช่ไหมคะ แล้วก็นักเรียนคะ นักเรียนสามารถที่จะบอกวิธีการ หรือเทคนิคของตัวเองนะคะ ในการออกมาพูดรายงานหน้าชั้นเรียนได้เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คราวนี้ครูก็ต้องถามครูคณิตาบ้างสิครับ ครูคณิตาก็ต้องเคยผ่านการเป็นนักเรียน นักศึกษา แล้วก็อีกหลาย ๆ อย่างใช่ไหมในชีวิตนี่ เพราะฉะนั้นนี่เรื่องการพูดก็เป็นเรื่องสำคัญนะ เคยผ่านประสบการณ์แบบนี้แล้วมีวิธีการอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) วิธีการของคุณครูนะคะ อาจจะไม่ได้อ้างอิงกับหลักการมากมายค่ะ ต้องอาศัยประสบการณ์นะคะ สมัยเด็กนี่ เราก็มีการพูดแบบตะกุกตะกักค่ะ ฉะนั้นนี่ พอเราโตขึ้นนี่ เราก็ต้องอาศัยเกี่ยวกับเรื่องสติและสมาธิ รวมถึงการฝึกฝนเพิ่มมากขึ้นค่ะ และรวมไปถึงข้อชี้แนะต่าง ๆ นะคะ จากผู้ฟังนี่มาประับปรุงทำให้การพูดของเรานี่ดีขึ้นนั่นเองค่ะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ได้ฟังวิธีของครูคณิตาแล้ว ทำให้ครูเข้าใจเลยนะครับ ว่าหลาย ๆ คนแล้วจะต้องมีวิธีการที่มันไม่เหมือนกัน แต่จุดมุ่งหมายก็คือการพูดรายงานแล้วประสบผลสำเร็จใช่ไหมครับ นักเรียนคิดว่านะ เมื่อถามว่าเคยหรือไม่เคย เคยแน่นอน คราวนี้นักเรียนคิดว่าตนเองพูดรายงานเป็นอย่างไร เด็ก ๆ ครับ ลองนั่งทบทวนตัวเองที่ผ่านมา เคยพูดรายงาน แล้วพูดนี่ พูดเป็นอย่างไรนะครับ ให้นักเรียนลองแสดงความคิดเห็นให้เพื่อน ๆฟัง (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ การที่เราจะคิดได้ว่าตนเองนี่พูดรายงานเป็นอย่างไรนี่ สิ่งแรกเลยคุณครูปรเมษฐคะ เราจะให้เด็ก ๆ นี่ประเมินตเนย้อนกลับไปดูสิว่าช่วงที่เราพูดรายงานหน้าชั้นเรียนนี่ เรามีพฤติกรรมอย่างไร เราแสดงกริยาท่าทางอย่างไรใช่ไหมคะคุณครูปรเมษฐ หลังจากนั้นนี่ เราก็มาคิดดูสิว่าการกระทำในการพูดหน้าชั้นเรียนนั้นดีหรือไม่ดี แล้วก็หลังจากนั้นมาแสดงความคิดเห็นกัน นี่คือเป็นแนวทางในการประเมินตนเอง (คุณครูปรเมษฐ) ครับ บางคนน่ะครูคณิตา ลูกศิษย์เราน่ะเวลาให้ออกมาพูดรายงานนะ จะเกิดปฏิกิริยาบางสิ่งบางอย่าง เชื่อว่านักเรียนหลายคนก็เป็น เหมือนจะเป็นนักมวยหรืออะไรแบบนี้ มัน เป็นอย่างไร เขาเรียกว่าอาการเป็นอย่างไร (คุณครูคณิตา) (คุณครูปรเมษฐ) แล้วบางทีพูดแล้วมือสั่น แล้วบางทีพูดแล้วตานี่ลอกแลก ๆ อันนี้เป็นบุคลิกที่ดีไหม (คุณครูคณิตา) ไม่ดีค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วถ้าเกิดจะให้ดีนี่ ลักษณะการยืน การอะไรต้องเป็นแบบไหนครับ (คุณครูคณิตา) ก็มันก็จะมีลักษณะการยืนหน้าชั้นเรียนที่ถูกต้องนะคะ การใช้มือ การพูด น้ำเสียง สีหน้า แล้วก็รวมถึงสายตาด้วยนะคะ ก็จะมีหลักการต่าง ๆ มากมายนะคะ ที่จะทำให้การพูดรายงานของเรานี่ประสบผลสำเร็จค่ะ แต่นักเรียนนี่ ไม่ต้องกังวลใช่ไหมคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะไม่มีใครที่จะเก่งมาแต่ท้องพ่อท้องแม่ ล้วนแต่จะต้องฝึกทั้งนั้น เพราะฉะนัั้นการฝึกฝนการปฏิบัติสิ่งต่าง ๆ นี่ก็เป็นสิ่งที่ดี และสามารถนำมาใช้ในชีวิตจริงได้ครับ เพราะฉะนั้น ทุกส่งทุกอย่างนี่ เราจะต้องคำนึงถึงมารยาทไม่ว่าจะเป็นการฟัง การดู การอ่าน ทุก ๆ อย่างต้องมีมารยาทมากำกับทั้งหมดใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ เมื่อมีผู้พูดก็จะต้องมีผู้ฟังใช่ไหมคะ เมื่อมีผู้ฟัง เราก็จะต้องมีผู้พูด เพราะฉะนั้นนี่ ก็จะต้องมีมารยาทซึ่งกันและกัน (คุณครูปรเมษฐ) เดี๋ยวครูจะมีวีดิทัศน์นะครับ ให้นักเรียนได้ดูนะครับ ซึ่งเป็นข่าวในพระราชสำนัก เมื่อวันอังคารที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2564 ตรงกับวันอะไรครับเด็ก ๆ ตอบคำถามครู เดี๋ยวครูจะไปบอกครูอาทิตย์ สีรุ้ง ถ้าเด็ก ๆ ตอบถูกนี่ เพราะมันเกี่ยวกับวิชา... (คุณครูคณิตา) สังคมค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) จะต้องรู้ วันที่ 4 พฤษภาคมเป็นวันฉัตรมงคล หรือ ฉัตรมงคล นั่นเองนะครับ เดี๋ยวไปดูข่าวพระราชสำนัก แล้วจับประเด็น ครูสอนเรื่องการพูดรายงาน เพราะฉะนั้นเด็ก ๆ คิดนะ ว่าควรจะจับประเด็นเรื่อจับประเด็นเรื่องอะไรบ้าง พร้อมแล้วตั้งใจดูครับ [เสียงดนตรี] (ผู้ประกาศข่าวชาย) สวัสดีครับ สวัสดีครับ พบกับการพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมราชีนี พระราชทานเครื่องผลิตออกซิเจนพร้อมอุปกรณ์ สำหรับช่วยเหลือผู้ป่วยโรค COVID-19 สาธารณรัฐอินเดีย วันนี้ที่ท่าอากฝูงบิน 601 กองบิน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราช ีนทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้นาย... ณ อยุธยา เชิญถุงออกซิเจนพร้อมอุปกรณ์พระราชทาน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินเดีย ประจำประเทศไทย สำหรับนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยโรค COVID-19 ประจำสาธารณรัฐรัฐอินเดีย ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตไทยเป็นการเร่งรัดให้กับทางอินเดีย โดยพระบาทสมเด็จะพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า พระราชทานพระราชทรัพส่วนประองค์ ผลิตออกซิเจน เพื่อพระราชทานช่วยเหลือชาวอินเดียของสภาวะการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ซึ่งปัจจุบันอยู่ในภาวะวิกฤติ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์ รัฐบาลจึงเร่งจัดตั้งศูนย์โควิดซึ่งเป็นจุดที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด อีกทั้งหลายประเทศได้ส่งความช่วยเหลือ เพื่อแก้ไขวิกฤติครั้งนี้ เนื่องในโอกาสวันฉัตรมงคล 4 พฤษภาคม 25สารคดีเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ[เสียงดนตรี] // จากพระปฐมบรมราชโองการในการพระราชพิธีพระบรมราชาพิเษก เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2562 ว่า เราจะสืบสาร รักษาและต่อยอด จะครองโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแก่อาณาประชาราษ ซึ่งพระราชทานแก่ประชาชนและแผ่นดินไทย แสดงถึงปธิธานให้เห็นถึงพระราชปณิทานว่าที่จะทรงงาน เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์ และอยู่อย่างมีความสุข พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงเปี่ยมไปด้วยพระราชหฤทัย ใส่ ในพสกนิกรของพระองค์ คราวใดที่เดือดร้อนจะทรงถือเอาเป็นพระราชภาระในการขจัดให้ทุกข์ร้อนเหล่านั้นได้เบาบางลง ดังปรากฏชัดยามที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา-2019 หรือ COVID-19 ได้พระราชทานส่วนทรัพย์ของพระองค์ ทูลเกล้า ทูลกระหม่อมถวาย อุปกรณ์ทางการแพทย์ อุปกรณ์เวชภัณฑ์ และรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย ให้แก่ประชาชนในทุกพื้นที่ ในทุกชุมชนทั้งหลาย พระเมตตาแผ่ไปยังพสกนิกรทุกหมู่แม้ผู้ต้องขังในเรือนจำ เพราะทุกคนล้วนเป็นประชาชน เมืื่อทุกคนได้รับการดูแล และได้รับย่อมเกิดประโยชน์แก่ตนเองและประเทศชาติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชปณิธานในการบำเพ็จประโยชน์เพื่อส่วนรวม ทรงริเริ่มโครงการจิตอาสาพระราชทานตามพระราชดำริขึ้น เราทำความดีด้วยหัวใจ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิด และพระบาทสมเด็จพระบรมราชนีนาถ บรมรที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจ ของพระประชาชน และจิตอาสา เราทำความดี เพื่อชาติ ศาส กษัตริย์ ทำให้ประชาชนได้แสดงออกถึงความจงรักภักดี ด้วยหัวใจไม่หวังสิ่งตอบแทน ทั้งจิตรอาสาภัยพิบัติ และจิตอาสาเฉพาะกิจ เพื่อประโยชน์สุขของอาณาประชาราษฎร์ ทรงสานต่อตามมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณา โปรดเกล้า โปรดกระหม่อมติดตามและขับเคลื่อนโครงการพระราชดำริในทุกภาคของประเทศให้สมบูรณ์ตามศาสตร์พระราชามาใช้ในการจัดการน้ำ มีความคืบหน้า บางโครงการแล้วเสร็จ ทำให้ราษฎรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ได้รับประโยชน์ทางด้านแหล่งน้ำ เพื่อทำเกษตรในฤดูแล้ง เพื่อส่งเสริมอาชีพและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งส่งเสริมอาชีพ เพื่อสร้างรายได้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับไว้เป็นโครงการพระราชดำริ ทรงรับไว้ในโครงการพระราชดำริ และพระราชทานความช่วยเหลือ ตามที่ได้รับการขอพระราชทานความช่วยเหลือ โดยทรงตั้งมั่นยึดเอาประโยชน์ คือ ความมั่นคงของประเทศชาติ และความภาสุขร่มเย็นของประชาชนตามพระราชปณิทาน ตามพระราชโองการของพระมหาก[เสียงดนตรี] จบข่าวในพระราชสำนักผมธีรวัตร พุ่มทอง สวัสดีครับ [เสียงปรบมือ] (คุณครูคณิตา) ค่ะ ขอขอบคุณสื่อวีดิทัศน์ เรื่อง ข่าวในพระราชสำนัก วันอังคาร ที่ 4 พฤษภาคม 2564 ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ ก็เป็นสิ่งที่นักเรียนนั่นควรที่จะรับรู้ ได้ดูนะครับ ครูไม่ได้ให้ดูแต่ในเหตุการณ์ในข่าวพระราชสำนักอย่างเดียว อะไรลองทายสิ การพูดนั่นเองนะ การพูดมี 2 ส่วน คือ การพูดที่เป็นสารดคี ก็คือการพูดรายงาน แล้วก็ช่วงที่เป็นการรายงานข่าว ก็เป็นการพูดอะไรครับครู(คุณครูคณิตา) ก็จะเป็นการพูดรายงานเช่นกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนสังเกตเห็นไหมครับ ว่าการใช้ภาษา การพูดนี่มันการทิ้งจังหวะมีการอะไรนี่ มันเป็นอะไรฃที่สละสลวยน่าฟังรายงานให้เราฟังได้ใช่ไหมครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูมีคำถามมาถามนักเรียนนะครับ เพราะเหตุใดผู้รายงานข่าวจึงใช้ภาษาและสรรพนามในข่าวที่แตกต่างกัน ยกตัวอย่างเช่นการกล่าวถึงพระมหากษัตริย์ การถึงสามัญชนคนธรรมดา การกล่าวถึงพระสงฆ์ นักเรียนเคยเกิดข้อสงสัยนี้ไหม ไหนลองตอบให้คุณครูปลายทางฟังสิ ว่าทำไมล่ะ ถึงแตกต่างกัน แล้วเดี๋ยวคุณครูคณิตาจะรวบรวมคำตอบของหนู ๆ ทุกคนมาสรุปอีกครั้งหนึ่งดีไหมครับ ตอบคำถาม (คุณครูคณิตา) ค่ะ ในระหว่างที่เด็ก ๆ ได้ตอบคตำถามนี่ คุณครูนี่ในสมัยเด็กนี่ก็สงสัยเหมือนกัน ว่าทำไมเขาถึงใช้สรรพนามที่แตกต่างนะคะคุณครูปรเมษฐ คุณครูปรเมษฐเคยดูข่าวไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ดูครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ แล้วในสมัยเด็ก ๆนี่ เกิดข้อสงสีก็เกิดข้อสงสัยบ้างไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) เกิดข้อสงสัยเรื่องคำถามนี้ล่ะ ครูจึงมาถามนักเรียนนี่ ว่าทำไมต่างกัน เพราะอะไร ครูคณิตาช่วยไขข้อข้องใจให้ข้องใจได้ไหมครับ เอ้ย ไขข้อสงสัยเอาล่ะค่ะนักเรียน นักเรียนคะ นักเรียนสงสัยหรือเปล่า แล้วนักเรียนหาคำตอบได้หรือเปล่าคะ จากการดูวีดิทัศน์ครั้งนี้ ตอบได้ไหมเอ่ย ตอบได้ไหมคะ นักเรียนคงตอบเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ อย่างแรกเลย ทำไมเขาถึงใช้ศัพนามที่แตกต่างกัน นักเรียนจำได้ไหมว่าเราเรียนเรื่องสรรพนามไป สรรพนามมีอยู่หลายประเภทด้วยกันใช่ไหมคะ ไม่ว่าจะเป็นตัวบุรุษที่ 1, บุรุษที่ 2 หรือบุรุษที่ 3 ก็จะมีการใช้คำที่แตกต่างกันไป คราวนี้เรื่องการรายงานข่าวนี่ ได้แนะนำมาใช้ในการพูดรายงานเพียงอย่างเดียวนะคะครูปรเมษฐ เราจะต้องใช้อะไรด้วย ในชีวิตประจำวัน นักเรียนเคยสงสัยไหมคะ ทำไมเวลาเราพูดกับผู้ใหทำไมเวลาเราพูดกับเพื่อน ๆ ทำไมเวลาเราพูดกับพ่อแม่ เราถึงใช้ภาษาหรือคำพูดที่แตกต่างกัน เพราะอะไรเอ่ย เอ่ย เพราะอะไรคะ อะไรนะ เสียงกระเบามากเลยค่ะ เดี๋ยวคุณครูนะคะจะเป็นผู้บอกให้นะคะ ว่าสิ่งนั้นก็คือระดับภาษานั่นเองนะ การใช้ระดับภาษารวมกับการนำสรรพนามมาใช้นี่ ก็จะทำให้การพูดรายงานนี่สมบูรณ์มากขึ้น แต่อาจจะไม่สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์นะคะ เพราะจะต้องรวมถึงกิริยาท่าทางด้วย รวมถึงการใช้เสียงและการเว้นวรรคด้วยใช่ไหมคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ การที่ครูสอนให้พวกหนูนั้นพูดรายงานนี่ ครูก็สอนได้แค่หลักการ แต่สิ่งที่มันจะเกิดการพูดขึ้นมาได้นั้น อยู่ที่ตัวเรื่องการฝึก การปฏิบัตินั่นล่ะครับ มันคือสิ่งที่จะเกิดขึ้นใช่ไหมครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่แ้ลวค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้น เดี๋ยวเราไปทำกิจกรรมนี้ครับ ครูจะให้นักเรียนออกมาทำกิจกรรม พูดรายงาน กิจกรรมนี้มีชื่อว่า อาสาน่ารัก...สมัครพูดรายงาน เรื่อง การใช้ภาษาของผู้รายงานข่าว นักเรียนครับ ใครที่คิดว่าตัวเอง่ารัก เป็นผู้กล้าของชั้นเรียนออกมาพูดรายงานหลักการพูดของผู้รายงานข่าวครับ มาบอกสิวาสลักษณะการพูดอย่างไร การใช้ภาษาเป็นอย่างไร (คุณครูคณิตา) ให้เด็ก ๆ นี่ก่อนดีไหมคะสัก 2 นาทีหลังจากนั้น อาสา แล้วก็ออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน พูดหน้าชั้นเรียนอีก 3 นาที เป็น 5 นาทีได้ไหมคะ เพราะว่าเด็ก ๆ นี่อาจจะยังรู้สึกประหม่าอยู่คำพูดนะคะ ก็จะมีการพูด ถ้าเราให้เวลาน้อยไปนี่ จะทำให้นักเรียนนี่ เตรียมตัวหรือเลือกใช้คำนี่ อาจจะรู้สึกว่า อาจจะมีการตะกุกตะกัก มีการพูดที่ประหม่า ตื่นเต้น หรือจำเนื้อหาหรือสิ่งต่าง ๆ นี่ยังไม่ได้ เพราะฉะนั้นนี่ เราให้เวลาเพิ่มมากขึ้นดีไหมคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ดีครับ เพราะฉะนั้นก็ต้องฝากคุณครูปลายทางนะครับ ดูแลลูกศิษย์นะ เรื่องที่ผมไม่สามารถสอนได้ อย่างเช่น เรื่องการยืน การบุคลิกต่าง ๆ ที่เด็ก ๆ ต้องปฏิบัติ ผมก็ต้องรบกวนคุณครูปลายทางนะครับ ดูแลให้ด(คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ คุณครูปลายทางคะ ดูแล้วแนะนำนักเรียนด้วยนะคะ ว่าวิธีการยืน วิธีพูดนี่ที่ถูกต้องเป็นอย่างไร สามารถที่จะให้ข้อชี้แนะแกนักเรียน เพื่อให้นักเรียนในการพัฒนาวิธีการพูดอย่างไร เอาล่ะค่ะ ถึงเวลาที่ให้นักเรียนได้ทำกิจกรรมแล้วใช่ไหมคะ [เสียงดนตรี] [เสียงปรบมือ] (คุณครูปรเมษฐ) เก่งมากเลยครับ ลูกศิษย์ที่น่ารักที่ออกมาพูดรายงานเรื่องการใช้ภาษาของผู้รายงานข่าวนะครบเรื่อง การใช้ภาษาของผู้รายงานข่าว นะครับ ครูมีคำถามมาถามต่อจากที่นักเรียนพูดนะครับ การสังเกตการใช้ภาษาของสื่อต่าง ๆ ถือเป็นการจับผิดสื่อหรือไม่เพราะเหตุใด ที่เราดูแล้วเรานำมา เราดูแล้วเรานำมา เพื่อที่เราจะนำมาปรับในชีวิตมันเป็นการจับผิดหรือไม่ เด็ก ๆ ลองตอบสิครับ หลายคำตอบเลยนะ เป็นบ้างไม่เป็นบ้าง แสดงว่านักเรียนคิดได้หลายทางนะครับ เดี๋ยวคุณครูคณิตาลองสรุปให้นักเรียนฟัง (คุณครูคณิตา) อย่างแรกเลยนะคะ อย่างที่บอกค่ะ เราเคยพูดเกี่ยวกับการแสดงความคิใช่ไหมเอ่ย ใช่แล้วค่ะ แล้วคุณครูคณิตาและคุณครูปรเมษฐบอกว่าอย่างไรคะ เกี่ยวกับเรื่องแสดงความคิดเห็น บอกว่าอย่างไรนะ ใช่ค่ะ การแสดงความคิดเห็นไม่มีผิดไม่มีถูกนะคะ ขึ้นอยู่กับมุมมองและประสบการณ์ของเราค่ะ ฉะนั้นนี่ คุณครูก็จะสรุปว่า คำถามนี้ตอบได้ 2 รูปแบบนะคะ รูปแบบแรก การสังเกตการใช้ภาษาของสื่อต่าง ๆ นี่ เป็นการจับผิดสื่อหรือไม่ คุณครูก็จะตอบว่าไม่ เพราะเหตุใด เพราะการสังเกตการใช้ภาษาก็ถือว่าเป็นการเรียนรู้อย่างหนึ่งหากมีการจับผิดเราก็นำสิ่งผิดพลาดเหล่านั้นมาปรับให้ถูกต้อง แล้วนำไปใช้ต่อ โดยจับผิดให้กลายเป็นถูกต้องมากขึ้นใช่ไหมคะครู(คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) ก็ถือว่ามันไม่ได้เป็นการจับผิดนะคะ แต่อีกส่วนหนึ่งบอกว่าเป็นการจับผิดสื่อ จับผิดสื่อ จับผิดสื่อนะคะ ทางลบใช่ไหมคะ มนุษย์เราไม่มีใครสมบูรณ์แบบ มนุษย์เราสามารถที่จะทำผิดพลาดได้ ขึ้นอยู่กับว่ามุมมองของคนนั้นนี่เขามองอย่างไรนะคะ รวมถึงนักเรียนนี่จะตัดสินเขาอย่างไร จะติดสินแค่เปลือกนอกในสิ่งที่เขาทำผิดพลาด หรือนักเรียนจะมองลึกลงไปถึงปัญหา ว่าเพราะเหตุใดเขาจึงทำอันนี้คุณครูก็สอนไว้นะคะ ว่าการที่เราจะตัดสินคนบางคน หรือตัดสินอะไรอย่างใดอย่างหนึ่งนี่ เราไม่ควรมองเพียงแค่ตาเปล่า แต่เราจะต้องมองไปให้ลึกในปัญหาที่เขาเจอในสิ่งที่เขาเจอ เราอย่าตัดสินด้วยอารมณ์ อย่าตัดสินด้วยความรู้สึก แต่เราจงตัดสินด้วยเหตุผลค่ะ อันนี้ก็คือฝากไว้ให้คิดนะคะ อย่างที่บอกค่ะ ย้อนกลับมาค่ะ อย่างที่บอกไปเกี่ยวกับเรื่องการจับผิดสื่อ นักเรียนคะ ถ้าเรื่องการจับผิดสื่อนี่ คุณครูก็ ถ้าพูดถึงเรื่องการจับผิดนะคะ คุณครูปรเมษฐเคยเห็นข่าวไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) เคยครับ (คุณครูคณิตา) เด็ก ไม่ใช่เด็กสิ แมวคลอดลูก 9 ตัว คลอดใช้กับอะไรคะนักเรียน แมวคลอดลูก สุนัขคลอดลูก เด็ก ๆ คะ กับสัตว์นี่ เราจะไม่ใช้คำว่าคลอดนะคะ แต่ในปัจจุบันสื่อต่าง ๆ นี่ ใช้คำว่าอะไรอยู่ เป็นสัตว์เราจะใช้คำว่า "ออกลูก", "เกิดลูก หรือสิ่งต่าง ๆ ที่เราไม่ได้เรียกว่าการคลอดลูกนั่นเอง นี่ก็มองนะคะ เรามองได้มุมมอง 2 รูปแบบนะ อย่างแรกเลย เรามองว่าไม่เป็นการจับผิด เรานำสิ่งเหล่านี้มาค้นหาแล้วเรียนรู้กับสิ่งเรานั้น เรามองว่าเป็นการจับผิด จับผิดแล้วได้อะไรขึ้นมา การที่เราจับผิดคน ๆ หนึ่งน่ะค่ะคุณครูปรเมษฐเราได้อะไรไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ต้องได้สิครับ การที่เราจับผิดนี่เพื่อให้มันเกิดผลขึ้นา โดยการที่จับผิดเขามาแล้วจะบอกเขาอย่างไรได้บ้าง มันก็เป็นการพัฒนานะ การที่เราจับผิดนี่ คือ การสร้าง ก่อให้เกิดการพัฒนานะผมคิดว่า (คุณครูคณิตา) ค่ะ แต่การจับผิดนี่ก็ถือว่าเป็นความหมายเชิงทางลบนะคะ ทางที่ดีเราเรียกว่า "การชี้แนะและการให้คำแนะนำเพื่อที่จะนำคำเหล่านี้ไปปรับใช้ให้ถูกต้องดีกว่านะคะ อันนี้ก็คือการบอกไว้ ใช่ไหมคะครูปรเมษฐ(คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ คราวนี้ล่ะคะ คุณครูปรเมษฐมีกิจกรรมอะไรมาคะ (คุณครูปรเมษฐ) วันนี้ครูก็มีกิจกรรมนะครับ ให้นักเรียนได้ศึกษาใบความรู้นะครับ เรื่อง การพูดรายงานและมารยาทในการฟัง ดู พูด ครับ นักเรียนหยิบขึ้นมานะ แล้วเดี๋ยวเราไปพร้อม ๆ กันนะ (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะครูก็มีหลักการที่สรุปมาให้ นักเรียนจะได้ขยายไขข้อข้องใจไปทีเดียวเลยนะครับ โดยการดูใบความรู้ประกอบ ทุกคนมีใครไม่มีบ้างนี่ ไม่มีทำอย่างไรครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ถ้าไม่มีนะคะ ก็ทำไมเอ่ย ถามคนข้าง ๆ สิคะ เธอ ๆ เพื่อยจ๋า เพื่อนครับ มีใบงาน มีใบความรู้หรือเปล่า เราขอดูด้วยได้ไหมคะ เป็นการขอความช่วยเหลือ เมื่อเพื่อนขอความช่วยเหลือเราจะต้องทำอย่างไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เธอ ๆ เรามีนะ แต่วันหลังเธอต้องเครียมมานะ เพราะมันเป็นความรันะครับ แบ่งปันกันดูและศึกษาไปพร้อม ๆ กันครับเด็ก ๆ ครับ ไปสนทนา ประสาเรา เขย่าขวัญ... ไม่ใช่ ภาษาเราคืออะไรครับ คือการสนทนาระหว่างครูแล้วก็เพื่อนนักเรียนในชั้นเรียนนั่นเอง การพูดรายงานคืออะไรครูคณิตา (คุณครูปรเมษฐ) การพูดรายงาน การพูดรายงานนะคะ เป็นการเล่าเรื่องราวจากการศึกษาค้นคว้าค่ะ แล้วนำเสนอเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ ไม่ต้องค้นคว้าทุกเรื่อง แต่รับรู้ได้จากการฟังรายงานค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่คือการพูดรายงานนะครับ หลักการครับ เดี๋ยวไปดูทีละข้อเลยตามใบงานข้อที่ 1 เตรียมข้อมูลที่ได้จากการศึกษาค้นคว้า เราจะพูดเรื่องใด เราจะต้องศึกษาค้นคว้าเรื่องนั้น ข้อที่ 2 ครับ (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 2 ค่ะ แบ่งเวลารายงานแต่ละหัวข้อค่ะ แต่ล่ะหัวข้อด้วย สมมติมี 3 หัวข้อนักเรียนก็จะต้องแบ่งเวลาด้วย ว่าในแต่ละหัวข้อนี่ นักเรียนจะพูดกี่นาที (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ ต่อไปนะครับ เป็นการเริ่มต้นด้วยการกล่าวนำนะครับ การกล่าวนำในการพูดรายงาน ใช้ระบบเดียวกันเลยนะครับ เรียนคุณครูที่เคารพและเพื่อน ๆ ที่น่ารักทุกคน ให้ใช้เหมือนกัน อันนี้คือการกล่าวนำ ข้าพเจ้าจะออกมาพูดรายงานเรื่อง... ว่าไป เรียนคุณครูที่เคารพและเพื่อน ๆ ที่น่ารักทุกคน ข้าพเจ้า, กระผม, ดิฉัน จะออกมาพูดรายงานเรื่อง... นี่นะ ใช้ระบบเดียวกัน ต่อไปครับ(คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมานะคะ มีบุลลิที่ดีในการพูดค่ะ คุณครูปรเมษฐคะ บุคลิกที่ดีเป็นสิ่งสำคัญในการพูดรายงานใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ (คุณครูคณิตา) แต่สิ่งที่ครูคณิตาได้เจอก็คือนักเรียนจะมีลักษณะอย่างนี้ค่ะ เวลาพูดรายงาน (คุณครูปรเมษฐ) อ๋อ มองบนหรือครับ (คุณครูคณิตา) แล้วก็จะอยู่อย่างนี้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เขิน อันนี้คือผู้หญิงใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ผู้หญิงค่ะลักษณะอย่างนี้ค่ะ ผู้ลายที่เคยเจอ (คุณครูปรเมษฐ) นักเลงมากเลยครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ แล้วคุณครูปรเมษฐล่ะคะ เจอลักษณะท่าทางใดเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) ล้วงกระเป๋า ขานี่เขย่าด้วยนะไม่รู้จะเขย่าทำไม (คุณครูคณิตา) มองบนด้วยใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) มองบงบ้าง ลอกแลกบ้าง ล่วงกระเป๋านี่ก็เป็นบุคลิกที่ไม่ดีนะ ถ้าเป็นผู้ชายให้นำมือประสานเหมือนครูเวลาออกมาพูดรายงานนะ ยืนขาไม่ต้องชิดมาก ให้รู้สึกว่าเราสง่า พอเราสง่าปุ๊บมันจะหล่อแล้วก็มีเสน่ห์ ส่วนผู้หญิงยืนอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ การยืนไม่มีการยืนที่ตายตัวนะคะ ยืนให้ตัวเองนี่รู้สึกว่ามั่นคง มีความมั่นใจในการยืน และสามารถที่จะพูดได้นะคะ ส่วนมือค่ะ เวลามือนะคะนักเรียนก็นำมาประกบกัน ซ้ายหรือขวาขึ้นอยู่กับความถนัดของตนเอง แล้วเวลาพูดก็จะมีการผายมือ เพื่อเป็นการนำสายตา หรือเป็นการ เขาเรียกอะไรนะ สายตาหรือว่าเป็นการ... เขาเรียกอะไรนะ ดึงดูดสายตานี่ ให้กลับมายังผู้พูดค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วก็เป็นการแสดงให้เห็นถึงธรรมชาติของผู้พูดด้วย มือนี่ สำคัญ หน้าตาสำคัญ ต้องมอง ต้องกวาดสายตาทุกคน คนที่ฟังเราพูดนี่เป็นผู้สำคัญทั้งหมดนะครับ อันนี้ก็คือสิ่งที่ครูสาธิตสิ่งที่ครูได้พบเจอมานะครับ เพราะฉะนั้น ปฏิบัติให้ไดครูอาจจะบอกไม่ได้หมดนะครับ ก็ต้องรบกวนคุณครูปลายทางช่วยแนะนำนักเรียนเพิ่มเติมด้วยครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ ข้อต่อไปค่ะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา) ข้อต่อไปนี่เราจะกล่าวเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) การใช้ภาษานะครับ การใช้ภาษาต้องเป็นการใช้ภาษาแบบกึ่งทางการ (คุณครูคณิตา) กึ่งทางการเป็นแบบไหนเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) กึ่งทางการเป็นการใช้ภาษาที่ไม่ได้เป็นทางการจนเกินไป ไม่ได้เป็นภาษาราชการ พูดได้ว่าฟังแล้วมันลื่นหู มันฟังแล้วมันไม่ใช่เป็นภาษาที่เป็นทางการจนเกินไป อย่างเช่น การที่นักข่าวรายงานการที่ฟังสารคดีต่าง ๆ ก็ใช้ภาษากึ่งทางการทั้งนั้น พูดเหน่อได้ไหม พูดภาษาถิ่นได้ไหม (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐคะ พูดเหน่อได้ไหม พูดภาษาถิ่นได้ไหม การใช้ภาษากึ่งทางการ การใช้ภาษาถิ่นนีถ้าเราใช้ภาษาถิ่นนี่ ถือว่าเราใช้ภาษาพูดในระดับกันเองนะคะ เพราะฉะนั้นนี่ เราไม่ควรพูด ภาษากึ่งทางการนี่จะเป็นการพูดในระดับห้องเรียน ห้องเรียนนะคะ พูดโดยมีคนที่เรมีบุคคลที่เรารู้จักแต่อาจจะไม่สนิทสนมถึงขั้นว่าเป็นบุคคลในครอบครัว หรือเราจะใช้คำพูดในภาษาที่เป็นกันเองได้ อย่างเช่นคุณครูปรเมษฐ คุณครูปรเมษฐและครูคณิตานี่และคุณครูคณิตานี่ เวลาเจอกันเราก็จะใช้ภาษากึ่งทางการในการพูดนะคะ เพราะอะไร เพราะว่า 1. ค่ะ เราอยู่ใน... อยู่ในสถานที่ราชการด้วย อยู่ในสถานที่ที่เราจะต้องเลือกใช้ภาษาที่มันเหมาะสมด้วยนะคะ เอาล่ะค่ะ นอกจากนี้กึ่งทางการแล้วยังมีอะไรอีกคะ (คุณครูปรเมษฐ) ต้องออกเสียงชัดเจนถูกต้อง สำคัญมากอัขระต่าง ๆ เราต้องพูดให้ถถต้องออกเสียงให้ถูกต้องนะครับ ต่อไป ได้มีโอกาสซักถามและแสดงความคิดเห็นบ้างนะครับ สุดท้ายครับ (คุณครูคณิตา) ใช้คำขอโทษเมื่อรู้ว่าผิด เมื่อพูดผิดและขอบคุณ นี่คือหลักในการพูดรายงานนะครับ ต่อไปเป็นมารยาทในการพูดรายงานนะครับ ข้อที่ 1 เลย ผู้ฟังจะต้องให้เกียรติผู้พูด ใช่ไหมครับครูข้อที่ 2 ครับ (คุณครูคณิตา) 2 ค่ะ ในการฟัง ตั้งใจ และจดประเด็นสำคัญค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ข้อที่ 3 คือ ผู้ฟังต้องใจกว้าง ฟังความเห็นของผู้พูดนะครับ เวลาผู้พูดพูดนี่เราต้องตั้งใจฟังและก็เปิดใจรับ เพื่อที่จะนำสิ่งที่ผู้พูดนั้นนำมาวิเคราะห์ คิด นะครับ ข้อ 4 ครับ (คุณครูคณิตา) ข้อ 4 ค่ะ ผู้พูดต้องพูดให้ชัดเจน ไม่กำกวม(คุณครูปรเมษฐ) เช่นเดียวกับผู้ฟังนะครับ เหมือนกัน ต้องใจกว้าง ฟังผู้ฟังบ้างนะครับ ข้อที่ 5 หากผู้ฟังมีข้อสงสัยก็ต้องเป็นอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ก็ควรยกมือขออนุญาตค่ะ ด้วยท่าทางที่สุภาพเรียบเรียบร้อยเมื่อต้องการแสดงความคิดเห็นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่คือมารยาทในการพูดรายงานนะครับ ครูมีวีดิทัศน์มาให้นักเรียนชม เพื่อให้นักเรียนไปพูดรายงานให้เพื่อนร่วมชั้นฟังนะครับ นักเรียนจะต้องทำอะไรจากวีดิทัศน์นี้ จากวีดิทัศน์นี้นะครับ 1. ต้องสรุปสาระสำคัญลงในสมุด สรุปเพื่อที่จะนำไปพูดรายงาน 2. คือจะต้องบอกคติ หรือข้อคิดจากเรื่องที่ฟังให้ไและหนูจะได้นำไปพูดรายงานให้เพื่อนฟังได้นะครับ พร้อมแล้ว สมุด ปากกา ดินสอ ยางลบ เตรียมให้ครับ จดสาระสำคัญ อย่าลืมนะครับ ไปชมวีดิทัศน์กันครับ เรื่องอะไร [เสียงวีดิทัศน์](บรรยาย)สร้างภูมิคุ้มกันโรค โดยใช้หลักการง่าย ๆ คือ ต้องการป้องกันโรคอะไร ร่างกาย เรียนรู้ ต่อสู้ และจดจำ ให้เซลล์เม็ดเลือดขาวในร่างกาย หรือ Anti เพื่อต่อสู้กับเชื้อไวรัส COVID-19 [เสียงปรบมือ] (คุณครูคณิตา) ขอขอบคุณสื่อวีดิทัศน์ เรื่อง วัคซีน COVID-19 ทอย่างไร ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นอย่างไรครับนักเรียน ครูคิดว่านักเรียนน่าจะจดสาระสำคัญและประเด็นสำคัญเอาไว้เป็นจำนวนมากนะครับ ไปดูกิจกรรมกัน ครูจะให้คนเก่งพูดรายงาน เรื่อง วัคซีนทำหน้าที่อย่างไร เดี๋ยวไปดูคำชี้แจงก่อน คำชี้แจงนะ ให้นักเรียนนี่นะ พูดรายงานจากเรื่องนี่ล่ะ จากประเด็นที่เด็ก ๆ นำมาพูดรายงาน แต่ให้ไปพูดนอกเวลา เพราะครูอยากให้นักเรียนนั้นได้เตรียมตัวให้พร้อม เตรียมตัวให้ดีก่อน แล้วก็ไปพูดกับคุณครู (คุณครูคณิตา) คุณครูประจำวิชไปพูดกับคุณครูประจำวิชา เป็นคะแนนเก็บของตนเอง หาเวลาว่างนะครับ ไปพูดกับคุณครูท่าน ส่วนคุณครูก็ดูแลนักเรียนนะครับ คอยบอกแนะนำนักเรียนการพูดรายงานจากเรื่องวัคซีนทำหน้าที่อย่างไรครับ นี่นักเรียนได้ความรู้เป็นจำนวนมากเลย วันนี้นะครับ เดี๋ยวไปสรุปบทเรียนกันดีกว่า กิจกรรมสรุปบทดรียนพากเพียรความรู้ครับ มาถามนักเรียนครับ ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) การพูดรายงานมีความสำคัญต่อการเรียนรู้ของนักเรียนอย่างไร (คุณครูปรเมษฐ) มีความสำคัญอย่างไร (คุณครูคณิตา) มีความสำคัญอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ตอบหรือยัง ดูสิเหมือนกันหรือเปล่าครับ ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน การที่เราพูดรายงานนี่มันก็ทำให้นักเรียนนี่ออกมานำเสนอข้อมูล ซึ่งแต่ละคนจะต้อง(คุณครูคณิตา) จะต้องแตกต่างกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ล่ะ มันคือการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ต่อไป อีกคำถามหนึ่ง การพูดรายงานผู้พูดต้องมีมารยาทในการพูดอย่างไร บอกไปแล้วด้วยนะ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ต้องมีมารยาทในการพูดอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ ตอบเลยค่ะ หลาย ๆ คนนี่ก็เริ่มซึมซับเกี่ยวกับมารยาทในการฟัง การดู การพูดเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะเอาล่ะค่ะ คุณครูปรเมษฐ การพูดรายงานนี่ ผู้พูดฃจะต้องมีมารยาทในการพูดอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูสรุปมาเลยนะครับ ก็คือเด็ก ๆ จะต้องใช้ถ้อยคำที่สุภาพถูกต้องตามกาลเทศะ และต้องเปิดโอกาสให้ผู้ฟังได้ซักถาม เราเป็นผู้พูด เราก็จะต้องตอบด้วยถ้อยคำที่สุภาพเรียบร้อย ต้องมีความใจกว้าง ต้องรับฟังความเห็นของผู้ฟัง นี่คือมารยาทของผู้พูด (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐคะ ขอแทรกนิดหนึ่งนะคะ เวลาที่เราจะถามนี่ ผู้ฟังใช่ไหมคะ จะถามผู้พูดนี่ เราจะถามก็ต่อเมื่อผู้พูดเปิดโอกาศให้ได้ถามคำถามนะคะ ไม่ใช่นักเรียนเกิดข้อสังสัย แล้วยกมือถามเลยนี่ ถือว่าเป็นมารยาทที่ดีไหมคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่ดีครับ สมมติว่านักเรียนเกิดข้อสงสัยนี่ ไว้ก่อน แล้วตราบใดที่ผู้พูด พูดว่ามีผู้ใดสงสัยที่จะซักถามไหม อันนั้นล่ะนักเรียนค่อยซักถาม อันนี้คือมารยาทในการฟังผู้พูดนะครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ค่ะ บทเรียนครั้งต่อไปนี่ เราจะเรียนอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) บทเรียนครั้งต่อไป จบหน่วยอีกแล้วใช่ไหม เราจะขึ้นหน่วยที่ 4 ครับ คือ การใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร จะเรียนกันในเรื่อง... (คุณครูคณิตา) โวหารในงานเขียนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มีเลข 1 อยู่ข้างหลังแสดงว่าต้องมีเลข 2 เตรียมตัวดังนี้นะครับ ใบความรู้ เรื่อง โวหารในภาษาไทย แล้วก็ใบงานเรื่อง โวหารน่ารู้นะครับ นักเรียนไปเตรียมตัวมานะครับ(คุณครูคณิตา) ค่ะ ซึ่งคุณครูปลายทางและนักเรียนนะคะ หากอยากได้ใบความรู้หรือใบงานเหล่านี้ สามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่นี่เลยค่ะ นักเรียนคะ อ่านพร้อม ๆ กันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อ่านครับ (คุณครูปรเมษฐ) ครูบอกทุกวันแล้ว ให้นักเรียนอ่านบ้าง นักเรียนครับ เพราะฉะนั้น อย่าลืมนะครับ ไปทบทวนสิ่งที่ครูสอน ไปสรุปประเด็นมา ไปลองซ้อมพูดมา แล้วมาพูดกับคุณครูประจำวิชาเป็นคะแนนเก็บ ขอฝากการพูดรายงานไว้ในอ้อมอกอ้อมใจของหนู ๆ ทั้งประเทศครับ คุณครูปรเมษฐและคุณครูคณิตาขอลาไปก่อนครับสวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) ส[เสียงดนตรี]