--- title: ฝึกแบ่งพิมพ์ (DLTV ภาษาไทย ป. 6 หน่วยที่ 4) ๒ โวหารในงานเขียน (๒) ๒๗ ก.ค. ๖๔ (มีใบงาน) subtitle: date: วันอังคารที่ 8 มีนาคม 2565 เวลา 13.10 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) สวัสดีคุณครูปลายทางทุกท่าน และลูกศิษย์ที่น่ารักของครูทุกคนทั่วประเทศไทยนะครับ สืบเนื่องจากชั่วโมงที่แล้ว ให้นักเรียนนั้นได้ศึกษากันในเรื่องของโวหารในการเขียนเช่นเดิมนะครับ แต่เราต้องรู้ถึงแก่นแท้และสามารถนำไปใช้ได้จริงใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้น เด็ก ๆ ทุกคนครับ เราจะต้องตั้งใจ มุ่งมั่น ฝึกฝน และจะต้องปฏิบัติ และหนูจะเรียนได้อย่างมีความสุขครับ เดี๋ยวไปเรียนโวหารในงานเขียน จะต้องมีเลข 2 ด้วยนะ เพราะครั้งที่ 2 นะครับ เดี๋ยวคุณครูคณิตาจะบอกจุดประสงค์ให้หนู ๆ ได้รับรู้ เพื่อที่จะได้ปฏิบัติครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ จุดประสงค์การเรียนรู้ในวันนี้นะคะ 1. บอกความหมายและประเภทของโวหารได้ 2. รวบรวมโวหารจากสื่อต่าง ๆ ได้ 3. อธิบายความหมายของข้อความที่เป็นโวหารได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ก็คือสิ่งที่เด็ก ๆ ทุกคนจะต้องได้ปฏิบัติในวันนี้ใช่ไหมครับ ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) โวหารนี่เป็นเรื่องหนึ่งที่สนุกในภาษาไทย เด็ก ๆ จะชอบเรียน เพราะเกี่ยวกับการเขียน การอ่าน เราจะได้วิเคราะห์ สังเคราะห์โวหารต่าง ๆ ได้ฝึกการวิเคราะห์ แล้วหนูจะสนุก แล้วหนูจะจำขึ้นใจเรื่องโวหารเลยนะครับ อีกข้อหนึ่ง ครูคณิตายังบอกไม่หมด (คุณครูคณิตา) อีกหนึ่งใช่ไหมคะ อีกข้อหนึ่งก็คือบอกความสำคัญของการใช้โวหารในการสื่อสารได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) บอกความสำคัญแล้วก็เปรียบคุณค่าของโวหารนั่นเอง ครูมีข้อความมานะ เดี๋ยวครูจะอ่านให้เด็ก ๆ ฟัง แล้วให้เด็ก ๆ ทำอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ให้เด็ก ๆ นะคะ ให้เด็ก ๆ จินตนาการค่ะ นักเรียน จินตนาการจากการฟังเสียงของคุณครูปรเมษฐนะคะ หลังจากนั้นให้เด็ก ๆ วาดรูปตามจินตนาการที่นักเรียนได้จินตนาการไว้ค่ะ ใส่ในไหนคะ ลงในสมุดของตนเอง (คุณครูปรเมษฐ) คาบนี้ก็จะเป็นเสมือนการใช้วิชาภาษาไทยนั้นบูรณาการในวิชาศิลปะ และวิชาสร้างสรรค์ที่มีอยู่ในตัวหนู ๆ เองนะครับ อ่านจบแล้วครูทั้ง 2 คนจะไม่พูดอะไรให้นักเรียนได้วาดภาพตามจินตนาการ เมื่อข้อความของครูจบ เวลาจะเดิน 2 นาที แล้วหนู ๆ จะต้องทำให้เสร็จ แล้วเดี๋ยวเรามาดูกันว่าภาพที่ครูคณิตาและครูเตรียมมาให้ มันตรงกับใจของหนูหรือเปล่านะครับ ถ้าพร้อมแล้วเตรียมฟังข้อความนะครับ ในยามค่ำคืน พระจันทร์ก็ส่องแสงสุกสว่าง คืนนั้นพระจัทร์ทรงกลด ท้องฟ้ากระจ่างใส เห็นดวงดาวส่องแสนระยิบระยับ งามจับตา เป็นภาพที่สวยงามติดตาตรึงใจพวกเราทุกคน [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) ในยามค่ำคืน พระจันทร์ก็ส่องแสงสุกสว่าง คืนนั้น พระจันทร์ทรงกลด ท้องฟ้ากระจ่างใส เห็นดวงดาวส่องแสงระยิบระยับงามจับตา เป็นภาพที่สวยงามติดตาตรึงใจ พวกเราทุกคน (คุณครูคณิตา) หมดเวลาค่ะ นักเรียน เป็นอย่างไรกันบ้างคะ นักเรียนคะ หลังจากที่นักเรียนได้วาดภาพนะคะ ลงไปในสมุดแล้ว จากจินตนาการของนักเรียนนี่ นักเรียนคิดว่ามันเข้ากับสิ่งที่ครูปรเมษฐอ่านให้นักเรียนฟังหรือเปล่า ลองมองเพื่อนข้าง ๆ สิ ว่าวาดภาพเหมือนเราหรือเปล่า แล้วเรามีภาพให้นักเรียนได้ดูไหมคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) มีสิครับ เด็ก ๆ ครับ เดี๋ยวเด็ก ๆ ไปฟังสิ่งที่ครูและครูคณิตาได้เตรียมมานะครับ ว่าตรงกับของหนูหรือไม่ครับ ไปดูกันเลย นี่คือภาพดวงจันทร์ น่าจะเป็นคืนวันเพ็ญนะครับครูคณิตา วันเพ็ญนี่เป็นช่วงพระจันทร์เต็มดวงใช่ไหม (คุณครูปรเมษฐ) วันเพ็ญนี่คือขึ้น 15 ค่ำ (คุณครูคณิตา) นักเรียนล่ะคะ นักเรียนมองภาพที่หน้าจอนี่ นักเรียนคิกว่าสวยไหมเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) เชื่อว่าหลาย ๆ คนนี่ภาพคล้าย ๆ กันเลยลักษณะคล้าย ๆ กันใช่ไหมครับ เดี๋ยวไปดูคำถามกันนะครับ โวหารที่ครูให้อ่าน หรือที่ครูอ่านให้ฟังนี่นะ เป็นโวหารประเภทใด เด็ก ๆ ตอบให้ครูชื่นใจหน่อยครับ เก่งมากนะครับ เป็น... (คุณครูคณิตา) พรรณนาโวหารค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นพรรณนาโวหารแน่นอน ดูจากถ้อยคำ อารมณ์ ความรู้สึก การบรรยายให้เห็นภาพ มันคือฃพรรณนาโวหารนั่นเองครับ ไปดูอีกข้อหนึ่งครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ภาพที่ถ่ายทอดมานี้ ครบถ้วนตามข้อความทีถ้วนตามข้อความที่ครูนำมาอ่านหรือไม่ นักเรียนคะ ครบถ้วนไหมคะ นักเรียนตอบคำุถามกับตัวเอง เพราะว่าหนูเป็นคนสร้างสรรค์ภาพขึ้นมาเองครับ หลายคนก็ครบ หลายคนก็ไม่ครบนะ เป็นไรไหมครูคณิตา เพราะว่าอะไรเอ่ย เพราะว่าจินตนาการของนักเรียนนี่ไม่มีผิดไม่มีถูก และที่สำคัญคไม่มีข้อจำกัดค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ อีกคำถามหนึ่งเป็นไรไป โวหารประเภทใดนำมาถ่ายทอดเป็นภาพวาดได้ดีที่สุด เพราะเหตุใด เด็ก ๆ ตอบเลยครับ (คุณครูคณิตา) เป็นอะไรเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ตอบแล้วว่าเป็นพรรณนาโวหาร ครูต้องการคำว่า "เพราะเหตุใด" พรรณนาโวหารถึงถ่ายทอดเป็นภาพวาดได้ดีที่สุดครับ เด็ก ๆ ครับ (คุณครูคณิตา) เพราะเหตุใด เราต้องการเหตุผลใช่ไหมคทุกอย่างมันต้องมีเหตุผลมากำกับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) บางคนนี่ชอบบางสิ่งบางอย่างนี่ อยู่ ๆ บอกว่าชอบนี่ มันก็ยังไม่ใช่เสมอไปนะ มันต้องมีเหตุผล ทำไมถึงชอบเขา ชอบเพราะอะไร (คุณครูคณิตา) มันคือเหตุผลที่มารองรับนะคะ สนับสนุนความคิดเห็นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ตอบเสร็จแล้วครับ คราวนี้ถามครูคณิตาบ้าง (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ นักเรียนคิดว่าคุณครูจะตอบว่าอย่างไร ตอบว่าอย่างไรนะ เดี๋ยวมาทวนคำถามกันอีกรอบค่ะ โวหารที่นำมาถ่ายทอด เมื่อกี้คุณครูบอกไปแล้วนะคะ ก็คือจะเป็นพรรณนาโวหาร เพราะเหตุใด เพราะพรรณนาโวหารนี่เป็นการบรรยายแบบละเอียดละออ ทำให้เราเห็นภาพได้ชัดมากยิ่งขึ้น ทำให้เรานี่เข้าใจและรับรู้ถึงอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิดของผู้อ่านค่ะ ผู้เขียนที่ถ่ายทอดมายังผู้อ่านค่ะ บอกว่าเฉียบมากครับ ไปดูกันต่อนะครับ ทบทวนก่อน จากชั่วโมงที่แล้วจากที่เด็ก ๆ นั้นได้ศึกษาเรื่องโวหารของเด็ก ๆ ใช่ไหมครับ เดี๋ยวเรามาทบทวน เพื่อให้ความรู้นั้น และคงทนถาวรครับ เด็ก ๆ ครับ โวหารคืออะไร โวหาร คือ... (คุณครูคณิตา) โวหาร หมายถึง สำนวนที่ใช้ในการสื่อความ ซึ่งอาจจะใช้ในการพูดหรือการเขียนค่ะ ก็คือบางครั้งเราจะเรียกรวมว่า "สำนวนโวหาร" เด็ก ๆ จำคำนี้ไว้นะครับ ไปดูกันเลย ประเภทของโวหาร ยังไม่ให้ขึ้น ตอบไล่ ครูคณิตาฟังครับ (คุณครูคณิตา) อะไรนะคะนักเรียน นักเรียนปลายทางคะ มาแล้ว 1 คำตอบนะคะ ก็คือบรรยายโวหาร อะไรเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) อะไรนะ (คุณครูคณิตา) อีกข้อหนึ่ง พรรณ... พรรณอะไรนะ พรรณนาโวหารค่ะ เอาล่ะค่ะ อะไรอีก อะไรอีกนะ มาทีเดียวเลยนะคะ ก็คือจะมีอะไรอีกบ้าง จะมีเทศนา มีอุปมา และมีสาธกนั่นเอง (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้คือประเภทนะ ประเภทที่หนูได้ศึกษาไปแล้วนะครับ ครูมาทบทวน บรรยายโวหารคืออะไร ว่ากันสั้น ๆ นะครับ คือ การเล่าเรื่องหรือคุณครูคณิตาจะเล่าบรรยายคือการอธิบายเรื่องราวต่าง ๆ ตามลำดับเหตุการณ์ เขียนแบบตรงไปตรงมา นั่นเองนะครับ นี่คือบรรยาย ยกตัวอย่างครับ ตัวอย่างบรรยายโวหารคุณครูคณิตาเล่าให้นักเรียนและช่วยทำให้หัวใจเต้นเป็นปกติ หัวใจเต้นเป็นปกติ ช่วยให้ไหลเวียนของโลหิต ช่วยลำเลียงออกซิเจนไปเลี้ยงสมอง ทำให้ร่างกายแจ่มใสไม่เครียด จึงทำให้เรารู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ที่ครูคณิตาได้อ่านบรรยายโวหาร เรื่อง คุณสมบัติของน้ำมะพร้าวใช่ไหมเด็ก ๆ น้ำมะพร้าวนี่มีประโยชน์กับเรา เรานี่ใช้น้ำมะพร้าวตั้งแต่กำเนิดเกิดเป็นกายา จนสิ้นชีวาวิตักสัยไปเลย นี่คือการใช้น้ำมะพร้าว ยกมานะครับ ต่อมาเป็นอะไรนะ (คุณครูคณิตา) เป็นอะไรนะคะ พรรณนาโวหารค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) พรรณนาโวหารคืออะไร ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) พรรณนาโวหาร คือ การเขียนมุ่งให้แจ่มแจ้ง ละเอียดละออ ทำให้เกิดอารมณ์ซาบซึ้งเพลิดเพลินไปกับข้อความนั้นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คือเห็นภาพพร้อมกับเกิดอารมณ์ที่ซาบซึ้ง มีอารมณ์ ความรู้สึก เดี๋ยวไปดูตัวอย่พรรณนา เดี๋ยวไปดูตัวอย่างห็นภาพพร้อมกับเกิดอารมณ์ที่ซาบซึ้ง มีอารมณ์ ความรู้สึก เดี๋ยวไปดูตัวอย่พรรณนา เดี๋ยวไปดูตัวอย่างอ่านให้ฟังบ้างคราวนี้ กลิ่นอายของทะเลยามค่ำคืน เด็ก ๆ อ่านด้วยช่วยกัน เนื้อทรายเม็ดละเอียดที่อยู่ใกล้กับผืนน้ำ รอคลื่นกระทบเข้าหาฝั่งเป็นระลอก เสียงเกลียวคลื่นและลมทะเลที่ซัดเข้าฝั่ง ส่งเสียงกระแทกกับสายลมไปพร้อมกับพัดพาเม็ดทรายเข้ามายังชายหาด แค่นี้ก็เห็นถึงความละเอียดละออของข้อความ รู้แล้วหรือยังว่าอยู่ที่ไหน (คุณครูคณิตา) อยู่ที่ทะเลค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มาฟังต่อ ทำให้กลิ่นอายของน้ำทะเลที่เต็มไปด้วยความเค็ม แต่แฝงไปด้วยความดุดันในเวลาเดียวกันนะครับ การบรรยายแบบนี้นี่ เห็นภาพชัดเจนอารมณ์มาครบถ้วน นี่คือพรรณนาโวหารครับ เด็ก ๆ ครับ (คุณครูคณิตา) มันทำให้เรานะคะ มีอารมณ์ความรู้สึกร่วมกับผู้เขียนนะคะ ว่าเรานี่ เวลาเราอ่านนี่เราอยู่บริเวณทะเลนะคะ เราได้ซึมซับเกี่ยวกับกลิ่นอายนะ ความเค็มของทะเล เสียงคลื่นของน้ำนะคะ มันก็จะเป็นการพรรณนา (คุณครูปรเมษฐ) ไหนลองมาติดที่ปลายนิ้วเค็มไหม ถ้าเค็มนี่ก็แสดงว่าครูอ่านได้ทราบซึ้งถึงแม้จะอยู่จังหวัดไหนก็ตาม นี่ มันคือการทำให้้เห็นภาพ นี่ ไหนลองสิ ถ้าเค็มก็ซาบซึ้งถึงทะเลแล้ว คุณครูปรเมษฐ เดี๋ยวนะคะ ถ้าคุณครูปรเมษฐนะคะ แตะลงไปที่ลิ้นใช่ไหมคะ ก่อนที่นักเรียนจะทำ กรุณาล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ด้วยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเป็นแบบนั้นจะไม่ได้กลิ่นอายทันทีเลยครับ ไปกันต่อดีกว่านะ เทศนาโวหารนะ อันนี้คือโวหารแห่งการสั่งสอนนะครับ เดี๋ยวคุรครูคณิตาลองอ่านให้นักเรียนฟังก่อนนะครับ (คุณครูคณิตา) เทศนาโวหาร คือ สำนวนหรือข้อความที่ผู้เขียนมุ่งสั่งสอนด้านคุณธรรมจริยธรรมหรือจรรโลงใจผู้อ่าน หรือปลุกใจ จูงใจ ให้ผู้อ่านคล้อยตามค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ จำไว้ว่าสั่งสอน คือ เทศนานั่นเองไปดูตัวอย่างกันเลยนะ คุณครูคณิตาอ่านให้เด็ก ๆ ฟังบ้างวันนี้ (คุณครูคณิตา) ค่ะ หลังจากที่คุณครูอ่านจบแล้วให้นักเรียนตอบด้วยนะคะ ว่าเรื่องนี้สอนเกี่ยวกับอะไร โอเค ตัวอย่างเทศนาโวหาร คือ ความมุ่งมั่น ไม่เกียจคร้าน ต่อการทำสิ่งต่าง ๆ ผู้ที่มีความขยันหมั่นเพียรจะนำมาซึ่งความสำเร็จในชีวิต ความสำเร็จในชีวิต ถึงแม้จะเหนื่อยยากอย่างไร ท้อถอย ต้องอดทนเพื่ออนาคตที่ดีในวันข้างหน้าค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับนักเรียน ตามที่คุณครูคณิตาได้บอกเด็ก ๆ ไว้ ตอบได้หรือยังว่าโวหารนี้สอนเรื่องอะไร ได้คำตอบแล้วครับ คือ (คุณครูคณิตา) สอนเกี่ยวกับเรื่องความขยันมั่นเพียรนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ซึ่งความขยันก็เป็นคุณธรรมที่เด็ก ๆ ต้องปฏิบัติทุกวัน ปฏิบัติทุกวันเสมอไปนะครับ เพราะว่าถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้เป็นอาชีพนักเรียนแล้ว ถึงแม้เราจะไม่ได้เป็นนักเรียนแล้ว เราก็ยังต้องยึดคุณธรรมข้อนี้อยู่นะครับ ต่อไปเป็นอุปมาโวหาร อุปมาโวหาร เด็ก ๆ ตอบ มันคือโวหารแห่งการเปรียบเทียบ ถูกต้องครับ ไปดูความหมายเต็ม ๆ ก่อน ก็คือการเขียนเพื่อเปรียบเทียบ โดยยกตัวอย่างสิ่งที่คล้ายคลึงกันมาเปรียบเพื่อให้เกิดความชัดเจนด้านความหมาย ด้านภาพ และเกิดอารมณ์ความรู้สึกมากยิ่งขึ้น อันนี้คืออุปมาโวหาร อย่างเช่น ครูเปรียบคุณครูคณิตาของหนู ๆ ทุกคน สวยดุจดั่งพระจันทร์ในคืนวันเพ็ญเป็นอุปมาโวหาร (คุณครูคณิตา) เป็นค่ะ แต่ถ้าเมื่อกี้นะคะ เป็นการเปรียบอุปมาใช่ไหมคะ เป็นการเปรียบเทียบ ครูเหมือนดวงจันทร์ นักเรียน นักเรียนคิดว่าดวงจันทร์สวยไหมคะ ตามหลักความเป็นจริง ดวงจันทร์สวยไหมเอ่ย ดวงจันทร์มีรูปร่างอย่างไรคะ กลม ผิวของดวงจันทร์เป็นอย่างไร ขรุขระนะคะ สรุปว่าคุณครูปรเมษฐคะ คุณครูปรเมษฐชมคุณครูจริง ๆ ใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ผมก็ใช้อุบายคนโบราณนะครับ ถ้าครูคณิตานี่จะเอาวิทยาศาสตร์มาอธิบายนี่ คุณครูคณิตาต้องคุยกับพี่ปื๊ดนะครับ เพราะฉะนั้น คนโบราณนี่ จะมองดวงจันทร์เนียน ขาว ผ่อนไม่ชอบหรือครับ ที่ผมชมนี่ (คุณครูคณิตา) ถ้าเป็นการชมคุณครูคณิตารู้สึกชอบค่ะ แต่ถ้าในสมัยปัจจุบันนะคะ ก็จะมีกล้องใช่ไหมคะ ส่องไปถึงดวงจันทร์ ก็จะเห็นถึงความละเอียดละออนะคะ เอาล่ะค่ะ นักเรียนคงสงสัย พี่ปื้ดนี่เป็นใครคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) พี่ปื้ดนี่ทีมงานที่ทำให้หนู ๆ เห็นครูนะครับ มีพี่ปื๊ด พี่หนุ่ยนะครับ ถ้าไม่มี 3 คนนี้นักเรียนไม่เห็นครูนะ ไปกันต่อดีกว่าครูคณิตา ต่อไปเป็นตัวอย่างใช่หรือเปล่า (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อุปมาโวหารนะครับ ต้องให้ครูคณิตาอ่านแล้วคราวนี้ (คุณครูคณิตา) อสุรผีเสื้อเหลือจะอด แค้นโอรสราวกับไฟไหม้มังสา ช่างหลอกหลอนผ่อนผันจำนรรจา แม้นจะว่าแต่โดยดีมิเห็นฟัง (คุณครูปรเมษฐ) นะครับ อันนี้ครูยกมาจากเรื่องพระอภัยมณี หนีนางผีเสื้อของสุนทรภู่นะครับ เป็นอุปมาดูจากคำไหน ครูก็บอกชัดเจนอยู่แล้วครับ (คุณครูคณิตา) ราวกับ (คุณครูปรเมษฐ) เมื่อวานที่ครูคณิตาบอกให้เด็ก ๆ เป็นกลวิธีในการจำนี่ มีวิธีอย่างไรบ้างนะครับ (คุณครูคณิตา) มีคำว่า "เหมือน", "ประดุจ", "ดั่ง", "เฉก", "เช่น", "ราว", "ราวกับ" แล้วก็มีอีกหลาย ๆ คำเลยนะคะ ที่ทำให้เราเห็นถึงการเปรียบเทียบ (คุณครูปรเมษฐ) ครับผม ต่อไปเป็นสาธกโวหารนะครับ สาธกโวหาร คือ สำนวนหรือข้อความที่มุงให้ความชัดเจน โดยการยกตัวอย่างเพื่ออธิบายหรือสนับสนุนความคิดเห็นให้นักแน่นน่าเชื่อถือค่ะ สาธก เอาตัวแดงเลย เอามาคู่กัน สาธกคือการยกตัวอย่าง ไปดูตัวอย่างกันเลยนะครับ เดี๋ยวครูอ่านให้ฟังบ้าง สงสารครูคณิตานะ น้ำคือชีวิต หากปราศจากน้ำ ก็ปราศจากสิ่งมีชีวิต ด้วยเหตุที่ว่า น้ำมีหน้าที่ที่สำคัญในร่างกาย เช่น ควบคุมอุณหภูมิในร่างกาย รักษาปริมาณความเข้มข้นของของเหลวในร่างกาย รักษาความชุ่มชื้นของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย เป็นต้น ก็คือสาธก คุณครูคณิตาบอกเด็ก ๆ หน่อยได้ไหม ว่าตรงไหนล่ะครับ ที่เรามองให้เห็นแล้วว่าเป็นสาธกโวหารแบบชัดเจน (คุณครูคณิตา) ตรงไหนคะนักเรียน นักเรียนคะ ช่วยคุณครูคณิตาตอบหน่อยค่ะ ว่าตรงไหนเอ่ย พิจารณานะคะ จากหน้าจอตรงไหนคะนักเรียน น้ำคือชีวิต ปราศจาก มีหน้าที่ ยกตัวอย่างเช่น เป็นตรงเช่นใช่ไหมคะ เช่น ก็คือเป็นการสาธกโวหารนะ ก็คือการยกตัวอย่างนั่นเอง (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนบอกว่าเป็นบรรยายโวหารผิดไหม (ผิดไหม ก็ไม่ผิดนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) คือ การอธิบายใช่ไหมครับ เด็ก ๆ ก็ได้ คือว่ามันมีการยกตัวอย่าง เช่น มันมีหน้าที่ของน้ำนะ ยกน้ำมา น้ำนี่คือชีวิตของเรา ยกตัวอย่างเช่น ทำอะไรบ้าง นี่ล่ะที่เป็นสาธกโวหาร (คุณครูคณิตา) บรรยายนี่มันจะเป็นตามขั้นตอนใช่ไหมคะ 1, 2, 3, 4 แต่ถ้าเป็นสาธก สาธกโวหารมันก็เป็นตัวอย่าง อย่างเช่น น้ำ น้ำนี่ยกตัวอย่าง อย่างเช่น น้ำคอยควบคุมอุณหภูมิในร่างกาย การยกเขาเรียกว่ายกหน้าที่ของน้ำนี่มาบอก นี่ก็คือสาธกโวหารนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับผม จบยังนี่ (คุณครูคณิตา) จบแล้ว (คุณครูปรเมษฐ) ครบแล้วนะครับ คราวนี้มาสรุปอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้ให้บันทึงครั้งนี้ให้บันทึกไว้ในสมุดให้ชัดเจนครับ โวหารมี 1. คือ บรรยายโวหาร คือ อธิบายเหตุการณ์ตามลำดับชันเจน ต่อไปเป็น (คุณครูคณิตา) พรรณนาโวหารค่ะ คือ การเล่าเรื่องโดยใส่อารมณ์ความรู้สึกค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) และต่อไป ก็คือเทศนาโวหาร คืออะไร ครับ การชี้แนะสั่งสอนให้เห็นคุณและโทษ อันนี้ครูสรุปมาให้นะ ต่อไปเป็นสาธกโวหาร ก็คือ... (คุณครูคณิตา) การยกตัวอย่างประกอบค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) และสุดท้าย คือ อุปมาโวหาร คืออะไร ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) คือ การใช้ข้อความเปรียบเทียบให้เห็นภาพค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนครับ นักเรียนคัดลอกลงไปนะ นักเรียนจะทำเป็นแผนผังความคิดอย่างเช่นครูนี้ก็ได้ หรือจะเขียนเป็นข้อ ๆ ก็ได้ เพื่อความเข้าใจของนักเรียนทุกคนนะครับ ลงมือปฏิบัติให้เวลา 1 นาทีนะครับ [เสียงดนตรี] นักเรียนครับ ครูก็มีกิจกรรมให้เด็ก ๆ ได้ทำอีกแล้วนะครับ กิจกรรมนี้มีชื่อว่า ผ่านอักษร ถือเป็นการทดสอบตัวเองนะครับ เดี๋ยวครูก็จะมีตัวอย่างมาให้เหมือนเมื่อวานเลย ข้อความคล้าย ๆ กัน ให้นักเรียนทายโวหารว่าเป็นโวหารชนิดใดจากข้อความที่ครูกำหนด และเดี๋ยวครูจะเฉลยไปเลย โดยครูไม่ต้องอธิบายเพิ่ม ดีไหมครูคณิตาเพราะฉะนั้น มีอยู่กี่ข้อไม่รู้ แต่ถ้าครูปลายทางจะเก็บเป็นคะแนนเก็บก็ได้เลย ให้เขียนลงไปในสมุดก็ได้นะ ดีไหม (คุณครูคณิตา) ไม่ต้องเขียนลงในสมุดก็ได้ค่ะ เพราะว่าอะไรคะ เพราะว่าคาบที่ผ่านมาเราก็ได้บอกไปแล้วใช่ไหมคะ ไม่เชิงบอก ก็เป็นการเรียนรู้ไปแล้วนะคะ วันนี้ก็เป็นการทบทวนความจำของนักเรียน (คุณครูปรเมษฐ) ให้ทายเลยว่ากันง่าย ๆ พร้อมแล้ว ตั้งสติสมาธิให้ดี มองมาที่จอโทรทัศน์ครับ ไปพร้อม ๆ กัน [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) เป็นบรรยายโวหารนะครับ เป็นการบรรยาย ต่อไปพร้อมนะครับ (คุณครูคณิตา) ตั้งสตินะคะ [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) ตอบแล้วครูเฉลยครับ เทศนาโวหาร คือ การสอนนั่นเอง ครูให้เวลาคิด ตอบเลย (คุณครูคณิตา) อะไรเอ่ย อุปมาโวหารค่ะ มีคำว่า "ดัง" อยู่นั่นเองนะคะ ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับ เด็ก ๆ ตอบ ครูเฉลย เป็นสาธกโวหารนะครับ เป็นการยกตัวอย่างเด็กน้อยคนหนึ่งขึ้นมานะครับ ต่อไป ง่ายอีกแล้ว ตอบเลย ง่ายอีกแล้ว ตอบเลยครับ เก่งมาก (คุณครูคณิตา) อุปมาโวหารนะคะ ก็คือคำว่า "เหมือน" เหมือนความโกรธนั้นเหมือนทะเลบ้า หรือทะเลคลั่งนั่นเอง (คุณครูปรเมษฐ) ครับผม เห็นภาพ ตอบเป็นเห็นภาพ... ถูกต้อง (คุณครูคณิตา) พรรณนาโวหารค่ะ ถูกต้อง (คุณครูคณิตา) พรรณนาโวหารค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เก่งมากเลย ตอบถูกกันทุกข้อเลย ต่อไปครับ (คุณครูคณิตา) ง่ายมากเลยค่ะนักเรียน นักเรียนเห็นปุ๊บตอบปั๊บได้เลย เห็นปุ๊บทันทีเลยนะคะ ว่าเป็นโวหารอุปมาโวหารค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มีคำสังเกตจำนวนมากเลยนะครับ มีการสังเกตถ่อยคำ ถ้าจะบอกว่าเป็นพรรณนาก็เชิงพรรณนาได้ชัดเจนนะครับ เพราะอุปมาจะคู่กับ (คุณครูคณิตา) พรรณนาโวหารค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นะครับ ตอบกันแล้วสิ เป็นบรรยายโวหารนะ บางคนบอกว่าเป็นพรรณนา มันเห็นภาพจริงครับ แต่มันยังไม่ใส่ (คุณครูคณิตา) ยังไม่ใส่อารมณ์ความรู้สึกยังไม่ละเอียดพอนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ จึงต้องเป็นบรรยายนั่นเองนะครับ สิ่งที่หนู ๆ รอคอยนะครับ เดี๋ยวเราไปดูกันเลยครับ จะให้เด็ก ๆ นั้นทำอะไรนะครับ เดี๋ยวคุณครูคณิตาจะชี้แจงครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ บทบาทของนักเรียนปลายทางและคุณครูปลายทางนะคะ เดี๋ยวเรามาดูคำชี้แจงของนักเรียนปลายทางกันก่อนค่ะ 1. การบรรยาโวหารประเภทต่าง ๆ จากหนังสือพิมพ์ 2. ตัดข้อความที่เป็นโวหารจากหนังสือพิมพ์ 3. ส่งตัวแทนกลุ่มออกมานำเสนอโวหารต่าง ๆ นะคะ จากหนังสือพิมพ์ใช่ไหมคะ ข้อ 4 ช่วยกันพิจารณาโวหารร่วมกันนะคะ ว่าเป็นประเภทใด เพราะเหตุใด (คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้น เด็ก ๆ จะต้องนำเสนอใช่ไหมครับ หน้าชั้นเรียน จะได้กี่โวหารก็แล้วแต่ จะต้องหาให้ครบสัก 5 โวหารนะครับ คุณครูปลายทางก็ช่วยแจกหนังสือพิมพ์ตามที่ผมได้แจ้งไว้เมื่อชั่วโมงที่แล้วนะครับ ให้พอกับจำนวนนักเรียนนะครับ แล้วก็ดูแลการทำกิจกรรมของนักเรียน ให้นักเรียนประกอบกิจกรรมอย่างมีความสุข หลังจากที่เด็ก ๆ ทำกิจกรรมนี้เสร็จเรียบร้อยนะครับ ครูก็มีใบงานอีก 1 ใบ ไปดูกันนะครับ ใบงานนี้มีชื่อว่า... (คุณครูคณิตา) ชื่อว่าอะไรคะ อธิบายข้อความที่เป็นโวหาร ก็ให้นักเรียนทำนะครับ ถ้าใครทำเสร็จในเวลาที่ครูกำหนดนี่ คุณครูปลายทางก็จะให้คะแนนพิเศษ ถือว่าเป็นคนที่ตรงต่อเวลา มีความขยันมั่นเพียรในการทำงานนะครับ เป็นคุณธรรมควรจะปฏิบัติ อันนี้คือรูปร่างหน้าตาของใบงาน นักเรียนตอบนะ ใบงานมีอยู่ด้วยกันประมาณ 2 ข้อใช่ไหมครูคณิตนา (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ 2 ข้อ (คุณครูปรเมษฐ) ให้บอกว่าบทร้อยกรองที่ให้มานี่กล่าวถึงอะไร (คุณครูปรเมษฐ) เสร็จแล้วก็บอกคุณครู พร้อมที่จะทำกิจกรรมกันหรือยัง มี 2 กิจกรรมนะ ที่หนูจะต้องทำ ครูให้เวลาหนูในการลงมือทำกิจกรรม กี่นาทีครูคณิตา (คุณครูคณิตา) กี่นาทีคะ 15 นาทีค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วเดี๋ยวเรากลับมาเจอกันอีกในการสรุปบทเรียนของหนู ๆ นั่นเองครับ เพราะฉะนั้น ตั้งใจทำกิจกรรมอย่างมีความสุขในเวลา 15 นาทีครับ [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนครับ ลงมือทำกิจกรรมเรียบร้อยแล้วนะครับ วันนี้เรามาร่วมกันสรุปบทเรียนพากเพียรความรู้นะครับ ครูมีคำถามเช่นเดิม คำถามน่าคิด พินิจพิจารณา นักเรียนได้ประโยชน์อะไรจากการเรียนในเรื่องของโวหาร ไหนลองบอกให้ครูชื่อนใจสิ เดี๋ยวคุณครูคณิตาจะรวบรวมคำตอบ และก็จะมาขึ้นให้นักเรียน นักเรียนตอบก่อน แล้วมาดูว่าตรงกันหรือไม่ ตอบกับคุณครูปลายทางได้เลยนะครับ คุณครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คุณครูคณิตาจะรวบรวมมาให้เด็ก ๆ ได้ฟังนะครับ อย่างไรบ้างครับ ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ให้เวลานักเรียนได้รวบรวมคำตอบกันก่อนนะคะ อาจจะยังกำลังคิดอยู่ ฉะนั้น ให้เวลานักเรียนอีกสักนิดหนึ่งนะคะ เพื่อที่จะคิดคำตอบมาให้ที่ดีสุดนะคะ ตอบกับคุณครูปลายทางนะคะ เอาล่ะค่ะ เรามาคุยกันดีกว่าค่ะ ระหว่างที่นักเรียนนี่กำลังแลกเปลี่ยนความรู้กับคุณครูปลายทางนะคะ คุณครูปรเมษฐคะ หากว่าถ้าเรานี่เรียนโวหารนะคะ จากการเรียนโวหาร เราก็ได้เรียนโวหารมามากมายใช่ไหมคะ โวหารนี่มันสำคัญไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) มันมีความสำคัญครับ แล้วนักเรียนเชื่อไหมว่า ที่นักเรียนพูดหรือสื่อสารกับใครก็แล้วแต่ มันก็เป็นโวหารทั้งสิ้นนะครับ (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อย่างที่คุณครูและครูคณิตามาสอนพวกหนู มันก็คือการมาบรรยายใช่ไหมนะครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ เดี๋ยวเรามาสรุปกันดีกว่านะคะ ว่าสิ่งที่นักเรียนตอบนี่จะเหมือนกับของคุณครูปรเมษฐและคุณครูคณิตาหรือเปล่า (คุณครูปรเมษฐ) ไปกันเลย ดูนะครับ (คุณครูคณิตา) มาดู ทำให้รู้ว่าการสื่อสารจะน่าสนใจและชัดเจนขึ้น ถ้าเราใช้โวหารประกอบการสื่อสารหลากหลาย นี่คือคำตอบสรุปง่าย ๆ เลยนะคะ ว่าการที่เราจะสื่อสาร เป็นการพูดหรือการเขียน ถ้าเราจะทำให้สิ่งเหล่านั้นนี่น่าสนใจมากขึ้น เราก็จะต้องเลือกใช้โวหารที่มันเข้ากับงานเขียนใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ถูกครับครูคณิตาครับ อีกข้อหนึ่ง เด็ก ๆ รอคำตอบอยู่นะ นักเรียนจะนำโวหารไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร อันนี้คือเป้าหมายของครูเลยครับ นักเรียนจะนำไปใช้ในการทำสิ่งใดบ้างนั่นเอง (คุณครูคณิตา) จากการเรียนนี้นะคะ โวหารทั้ง 5 ชนิดจะเอาไปทำอะไรได้บ้าง (คุณครูปรเมษฐ) นะครับ ตอบกันหรือยัง (คุณครูคณิตา) ตอบกันหรือยังคะ (คุณครูปรเมษฐ) เดี๋ยวมาดูกันดีกว่านะ คุณครูคณิตาก็รวบรวม ซึ่งรวบรวมมาจากหนู ๆ นั่นล่ะนะครับ (คุณครูคณิตา) ใช้ประกอบการพูดค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) 2. ก็คือ... (คุณครูคณิตา) 2. ใช้ประกอบการพูดนี่ก็อย่างเช่น นักเรียนอาจจะมีการนำอุปมา เธอเบาเหมือนปุยนุ่น ก็เป็นการอุปมาใช่ไหมคะ คุณครูคณิตาดุเหมือนเสือ คุณครูปรเมษฐใจดีเหมือน... อะไรก็ว่าไป ให้นักเรียนเติมเอาเองนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วถ้านักเรียนเขาเติมอย่างอื่นขึ้นมาทำอย่างไร (คุณครูคณิตา) เป็นความหมายเชิงทางบวกนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เติมให้ดีนะครับ นี่ก็คือการใช้ประโยชน์จากโวหาร การเขียน การบรรยายความ การแต่งกลอน ทุกอย่างนี่หนูก็จะต้องนำโวหารไปสอดแทรกอยู่แล้ว โวหารนี่จึงจำเป็นกับชีวิตประจำวันของเรานะครับ (คุณครูคณิตา) งานเขียนที่นักเรียนจะต้องเจอ และนักเรียนจะต้องใช้นี่ ส่วนใหญ่ที่เจอจะเป็นการเขียนเรียงความ ซึ่ง ป. 5 และ ป. 6 ครูเชื่อว่านักเรียนจะต้องนำสิ่งเหล่านี้มาเขียน ในเมื่อ ป. 6 นะคะ เรียนเกี่ยวกับโวหารทั้ง 5 ชนิดแล้วนี่ ครูเชื่อว่าโวหารประเภทต่าง ๆ ใช่ไหมคะ ครูปรเมษฐนำโวหารเหล่านั้นมาใช้จะทำให้งานเขียนเป็นอย่างไรขึ้นคะ (คุณครูปรเมษฐ) งานเขียนจะสละสลวยและน่าอ่าน น่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่งครับ เพราะฉะนั้น ใช้โวหารในชีวิตประจำวันให้ถูกต้อง ไปดูครั้งต่อไปครูจะให้นักเรียนค้นหาเกี่ยวกับ... (คุณครูคณิตา) สำนวนสุภาษิต คำพังเพยค่ะ มีเลข 1 แสดงว่ามีชั่วโมงที่ 2 นะครับ สิ่งที่ต้องเตรัยม มีดังนี้นะครับ 1. คือ ใบความรู้ เรื่อง สำนวนสุภาษิต แล้วก็ 2. คือ... (คุณครูคณิตา) เกี่ยวกับสำนวนไทยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนเตรียมตัวมาเรียนให้พร้อมนะครับ สำหรับนักเรียนที่สนใจ จะดาวน์โหลดข้อมูลเพิ่มเติมก็ตามที่อยู่ด้านล่างนะครับ วันนี้ครูและครูคณิตาจึงต้องขอลานักเรียนไปก่อนครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) บ๊ายบาย [เสียงดนตรี]