﻿1
00:00:18,822 --> 00:00:18,823

2
00:00:18,823 --> 00:00:22,823

3
00:00:22,832 --> 00:00:26,829

4
00:00:26,829 --> 00:00:30,829

5
00:00:30,843 --> 00:00:34,834

6
00:00:34,834 --> 00:00:38,834

7
00:00:42,840 --> 00:00:46,840
(คุณครูคณิตา) สวัสดีคุณครูปลายทางทุกท่าน และนักเรียนปลายทางทุกคน เข้าสู่รายวิชาภาษาไทย พบกับคุณครูคณิตา และคุณครูปรเมษ

8
00:00:46,854 --> 00:00:50,854

9
00:00:54,851 --> 00:00:58,851
และคุณครูปรเมษฐ ในรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

10
00:00:58,856 --> 00:01:02,854
(คุณครูปรเมษฐ) มีเรื่องสนุก ๆ อะไรให้นักเรียนเล่น

11
00:01:02,854 --> 00:01:06,854
วันนี้นะครับ ครูจะพาไปท่องโลกแห่งสำนวนไทย สุภาษิต และคำพังเพยนะครับ

12
00:01:08,020 --> 00:01:08,723
ซึ่งก็เป็นเรื่องที่หนู ๆ นั้น

13
00:01:08,723 --> 00:01:12,723
เคนศึกษากันมาแล้ว (คุณครูคณิตา) ในเรื่องก่อน

14
00:01:15,950 --> 00:01:18,160
จะขึ้น ป. 6 นี้นะคะ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ที่เด็ก ๆ นี่ชอบมากเลย

15
00:01:18,160 --> 00:01:22,160
ใช่ไหมคะ เกี่ยวกับเรื่องสุภาษิต คำพังเพย (คุณครูปรเมษฐ)

16
00:01:26,877 --> 00:01:30,877
คราวนี้เดี๋ยวเรามาดูในเนื้อหาของชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 กันบ้าง ว่าจะมีความสนุก

17
00:01:33,557 --> 00:01:34,772
และความรู้ซ่อนอยู่ข้างในนั้นมากน้อยเพียงใด เด็ก ๆ

18
00:01:34,772 --> 00:01:38,772
ไปศึกษากันเลยครับ วันนี้ครูคณิตามีรูปภาพมาให้

19
00:01:40,423 --> 00:01:44,423
(คุณครูคณิตา) ค่ะ วันนี้นะคะ ให้นักเรียนนะคะ พิจารณา

20
00:01:49,215 --> 00:01:53,215
ภาพนะคะ บนหน้าจอนะคะ หลังจากนั้นลองทายดูสิว่าเป็นสำนวนสุภาษิต

21
00:01:56,158 --> 00:01:57,855
คำพังเพยเกี่ยวกับอะไร (คุณครูปรเมษฐ) ทายเป็น

22
00:01:57,855 --> 00:02:01,855
สำนวนเลยใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ นักเรียนสังเกตดู

23
00:02:06,007 --> 00:02:10,007
มีอะไรอยู่บ้างนะ มีนาย... นายพราน มีป่า มีช้างนะคะ แล้วก็มีอะไรอีกคะครูปรเมษฐ

24
00:02:13,266 --> 00:02:17,266
จิ้งจอก (คุณครูคณิตา) แล้วที่สำคัญล่ะค่ะ

25
00:02:21,900 --> 00:02:22,922
คือ (คุณครูปรเมษฐ) มี (คุณครูคณิตา) คืออะไร คะ

26
00:02:22,922 --> 00:02:26,922
ใบอะไรนี่เด็ก ๆ (คุณครูคณิตา) ใบอะไรเอ่ย

27
00:02:27,725 --> 00:02:31,725
ใบ... ใบอะไรนะ ใบบัว หรือเปล่าคะ ใช่ไหม (คุณครูปรเมษฐ) ใบบัว

28
00:02:36,794 --> 00:02:40,794
นี่มีหลายชนิดนะครับ ใบบัวที่เราน่าจะเปรียบเทียบ คือ ใบบัวหลวง

29
00:02:44,612 --> 00:02:48,539
เด็ก ๆ รู้จักไหม บัวหลวงจะเป็นลักษณะใบที่ใหญ่นะ

30
00:02:48,539 --> 00:02:52,539
นำไปไว้บูชาพระ อันนี้คือใบบัวหลวง

31
00:02:52,724 --> 00:02:53,450
ถ้าเด็ก ๆ จะทายเป็นสำนวน คุณครูช่วยก่อนดีกว่า

32
00:02:53,450 --> 00:02:57,450
ภาพแรกน่ะ

33
00:02:58,910 --> 00:03:02,910
(คุณครูคณิตา) ภาพแรกใช่ไหมคะ พูดพร้อม ๆ กันค่ะ สำนวนอะไรเอ่ย

34
00:03:05,124 --> 00:03:08,020
ช้างตายทั้งตัวเอาใบบัว

35
00:03:08,020 --> 00:03:12,020
มาปิด (คุณครูปรเมษฐ) นี่คือปริศนาสำนวนไทยนั่นเอง ให้นักเรียนลองทายดูนะครับ

36
00:03:14,193 --> 00:03:18,193
ต่อไป ๆ เดี๋ยวคุณครูคณิตาไม่บอกควายหมายหน่อยหรือครับ (คุณครูคณิตา) ความหมาย

37
00:03:22,119 --> 00:03:26,119
นะคะ ก็คือ การกระทำความผิดใหญ่หลวง

38
00:03:26,236 --> 00:03:30,236
ย่อมไม่อาจปกปิดได้นะคะ ต้องมีผู้รู้ไม่วันใดก็วันหนึ่ง (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ

39
00:03:32,622 --> 00:03:36,622
ช้างตัวใหญ่โต ใบบัวใบนิดเดียวไม่สามารถมาปิด

40
00:03:38,060 --> 00:03:42,060
ช้างได้นะครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ (คุณครูปรเมษฐ) ดูสำนวน

41
00:03:42,220 --> 00:03:44,558
นะครับ เปิดภาพปุ๊บให้เวลาคิด 3 วิ (คุณครูคณิตา) เป็นความรู้เก่านะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา)

42
00:03:44,558 --> 00:03:48,496
ง่ายมากเลยค่ะ นักเรียน ตอบ 1 2

43
00:03:48,496 --> 00:03:52,496
3 ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คือสำนวน เก่งมากครับ จับ

44
00:03:57,198 --> 00:04:00,913
ปลา 2 มือ (คุณครูปรเมษฐ) จับปลาสองมือ

45
00:04:00,913 --> 00:04:04,913
เห็นเด็ก ๆ จับปลานะ แล้วมีความหมาย

46
00:04:06,829 --> 00:04:10,792
ว่าอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) บอกไว้ก่อนนะคะ มีความหมาย

47
00:04:10,792 --> 00:04:10,970
ในทางที่ดี หรือไม่ดีคะ ตอบเลยค่ะ

48
00:04:10,970 --> 00:04:14,970
คุณครูปรเมษฐคะ คุณครูปรเมษฐลองบอกสิคะ

49
00:04:21,815 --> 00:04:24,039
ในเชิงบวกหรือเชิงลบค่ะ จับปลา 2 มือนี่ (คุณครูปรเมษฐ)

50
00:04:24,039 --> 00:04:28,039
เอาไว้ตำหนินะ เวลาทำอะไรนี่ เวลาทำอะไรล

51
00:04:30,933 --> 00:04:34,933
ทำ 2 สิ่ง 2 อย่างพร้อมกันบางทีสำเร็จไหม (คุณครูคณิตา) ไม่สำเร็จสักอย่างหนึ่ง หรือว่าทำแล้ว

52
00:04:35,904 --> 00:04:37,539
มันไม่ดีเลยสักอย่างหนึ่งนะคะ เพราะฉะนั้นนี่

53
00:04:37,539 --> 00:04:41,539
หากเราจะทำอะไรอย่างใดอย่างหนึ่งนี่

54
00:04:45,282 --> 00:04:49,282
ทำไมคะ เลือกทำนะคะ อย่าจับปลาสองมือ เพราะว่าไม่อย่างนั้นนี่ พวกงานต่าง ๆ ที่ทำ

55
00:04:54,548 --> 00:04:57,039
ก็อาจจะไม่สำเร็จหรือออกมาไม่ดีก็ได้ค่ะ

56
00:04:57,039 --> 00:05:01,039
(คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ เปรียบดั่งปลาที่จับ

57
00:05:02,310 --> 00:05:06,310
มือเดียวมันอาจจะหลุดไปได้ ก็สุดท้ายแล้วไม่ได้กินอะไรเลยนะครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เตรียมตัว ดูให้ดีนะ

58
00:05:07,709 --> 00:05:11,709
มีงู มีเด็ก ลักษณะอาการเขี้ยงหรือ

59
00:05:18,893 --> 00:05:22,893
ออกไป ตอบครับ เป็นสำนวน (คุณครูคณิตา) อะไรเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) เก่งมาก ขว้างงูไม่พ้นคอ (คุณครูคณิตา) ค่ะ

60
00:05:26,385 --> 00:05:29,580
(คุณครูปรเมษฐ) เป็นอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) กระทำในสิ่ง

61
00:05:29,580 --> 00:05:32,792
ที่เป็นผลร้ายนะคะ แล้วทำไมเอ่ย ย้อน

62
00:05:32,792 --> 00:05:36,664
กลับเข้าตัวเอง (คุณครูปรเมษฐ) เปรียบเสมือนดังเราตีงูแต่ไม่ตายดี

63
00:05:36,664 --> 00:05:40,664
แล้วเราจะเขวี้ยงหรือปาทิ้ง แต่สุดท้ายไม่

64
00:05:42,775 --> 00:05:46,775
พ้นตัวเอง กลับมาแว้งกัด ดังที่

65
00:05:50,773 --> 00:05:54,318
ครูคณิตาได้อธิบาย เด็ก ๆ พร้อมนะ หมดหรือยัง (คุณครูคณิตา) หมดแล้วค่ะ น่าเสียดายจังเลย

66
00:05:54,318 --> 00:05:58,318
ครูเชื่อว่ามีอีกหลายภาพที่เด็ก ๆ จะได้

67
00:05:58,739 --> 00:06:02,739
ทายสำนวนกันนะครับ ไปดูกันต่อ คำถาม

68
00:06:05,587 --> 00:06:06,494
กระตุ้นความคิดวันนี้นะครับ การใช้สำนวนสุภาษิต และคำพังเพยนะ จำเป็นจะต้อง

69
00:06:06,494 --> 00:06:10,494
รู้ความหมายหรือไม่ เพราะเหตุใด

70
00:06:11,387 --> 00:06:15,387
อย่างเช่น เมื่อสักครู่ที่ครูคณิตาให้ดูภาพ

71
00:06:22,006 --> 00:06:24,014
ที่ครูให้ดูภาพ ครูจะถามครูคณิตาว่าหมายความว่าอย่างไร

72
00:06:24,014 --> 00:06:27,697
ใช่ไหม (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คิดว่าจำเป็นไหมละ

73
00:06:27,697 --> 00:06:31,439
ตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ มันจำเป็น

74
00:06:31,439 --> 00:06:35,439
จะต้องรู้ความหมาย แต่อันนั้นไม่เท่าไร รู้ความหมายนี่รู้

75
00:06:39,009 --> 00:06:39,112
รู้ความหมายนี่รู้เพราะเหตุใด

76
00:06:39,112 --> 00:06:42,993
(คุณครูคณิตา) อันนี้เป็นการแสดงความคิดเห็นนะคะ ทำไม

77
00:06:42,993 --> 00:06:46,993
เราจึงต้องรู้ความหมายเกี่ยวกับสำนวน สุภาษิต คำพัง

78
00:06:50,867 --> 00:06:51,841
เพย เพราะอะไรเอ่ย เพราะอะไรนะ

79
00:06:51,841 --> 00:06:55,841
ได้ยินมาแว่ว ๆ นะคะ ว่าการที่เราจะรู้เกี่ยวกับสำนวนสุภาษิต คำพังเพยนี่

80
00:06:59,728 --> 00:07:00,360
ทำไมเราถึงจะต้องรู้ เพราะว่าเราจำเป็น

81
00:07:00,360 --> 00:07:04,360
จะต้องทราบก่อนใช่ไหมคะ ต้องทราบความหมายก่อน

82
00:07:10,516 --> 00:07:14,516
ทราบความหมายเหล่านั้นเราก็นำมาใช้สื่อสารได้ตรงตามวัตถุประสงค์นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับผม

83
00:07:16,984 --> 00:07:20,984
มันเป็นที่มาแห่งการเรียนนะครับ ที่มาของการเรียน

84
00:07:26,492 --> 00:07:30,492
คำพังเพยนั้นก็จะต้องรู้ว่าเราจะเรียนไปทำไมนะครับ จึงต้องแจ้งจุดประสงค์ให้เราได้รับรู้นะครับ

85
00:07:33,756 --> 00:07:37,756
ก็คือนักเรียนนั้นจะต้องสามารถอธิบาย รวบรวมคำสำนวน สุภาษิต คำพังเพย

86
00:07:39,897 --> 00:07:43,897
ที่จะนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน รวมถึงต้องเห็นความสำคัญของสำนวนไทยด้วย อันนี้

87
00:07:46,266 --> 00:07:47,954
ก็คือสิ่งที่เด็ก ๆ นั้นจะต้องปฏิบัติ

88
00:07:47,954 --> 00:07:51,954
และจะต้องนำไปใช้ในชีวิตจริงใช่ไหมครับ

89
00:07:58,373 --> 00:08:02,373
(คุณครูคณิตา) นะคะ คู่อยู่คู่กับคนไทยมายาวนาน ถ้าไม่สำคัญนี่ เราก็คงไม่ต้องมาเรียนรู้กันหรอก ใช่ไหมคะ

90
00:08:05,433 --> 00:08:07,417
คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่แล้วครับผม ไปกันต่อเลยครับ

91
00:08:07,417 --> 00:08:10,540
ทายภาพทราบสำนวน (คุณครูคณิตา)

92
00:08:10,540 --> 00:08:13,102
เมื่อกี้เป็นการวอร์มเครื่อง เป็นการเตรียมความพร้อม

93
00:08:13,102 --> 00:08:17,102
ใช่ไหมคะ เอ่าล่ะค่ะ ตอนนี้นะ

94
00:08:18,812 --> 00:08:22,195
(คุณครูคณิตา) เอาจริงแล้วนะ ๆ (คุณครูปรเมษฐ) เตรียมตัวเลย ครูไม่บอกแล้วนะ

95
00:08:22,195 --> 00:08:26,195
ครูจะให้ดูภาพ แล้วจะบอกความหมาย แล้วจะบอก

96
00:08:31,073 --> 00:08:35,073
เลยนะครับ 1, 2, 3 คิดครับ ตอบแล้ว ตอบว่าอะไรนะ

97
00:08:37,040 --> 00:08:41,040
อีกครั้งสิ สำนวนนี้มีชื่อว่า เข

98
00:08:47,063 --> 00:08:50,910
ครกขึ้นภูเขา เดี๋ยวคุณครูขออธิบายก่อนนะ จากรูปนี่

99
00:08:50,910 --> 00:08:54,910
ไม่ใช่ครกที่ใช้ตำน้ำพริกนะนักเรียน โบราณไม่มี

100
00:08:56,688 --> 00:09:00,026
โรงสี โรงสี คือ โรงสีข้าว

101
00:09:00,026 --> 00:09:04,026
ตำข้าว ต้องใช้ไม้เป็นต้น แล้วก็มาขุดให้มันเป็นหลุมลงไป ใช้ในการตำข้าว

102
00:09:05,535 --> 00:09:09,535
คุณครูคณิตาแล้วมันมีความหมายว่าอย่างไรล่ะ (คุณครูคณิตา)

103
00:09:10,579 --> 00:09:14,579
หมายก็คือ การทำอะไรก็บรรลุผลนั้น

104
00:09:16,099 --> 00:09:18,414
นะคะ ไม่ใช่สิ่งที่กระทำโดยง่ายค่ะ ส่วนใหญ่นี่จะใช้กับ

105
00:09:18,414 --> 00:09:20,484
งานที่ทำไม่ค่อยสำเร็จนะคะ

106
00:09:20,484 --> 00:09:24,484
ก็คือการเข็น กลิ้ง มันจะเป็น

107
00:09:25,144 --> 00:09:29,144
แบบ นักเรียนลองนึกภาพนะคะ นำครก

108
00:09:34,180 --> 00:09:38,180
ที่คุณครูปรเมษฐบอกใช่ไหมคะ ที่เป็นไม้ต้นใหญ่ ถ้าใครมีนะ แถวบ้านนะ ก็ลองไป... (คุณครูปรเมษฐ) ลองไปเข็น

109
00:09:41,953 --> 00:09:42,786
เลยหรือครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ จะได้รู้ไงคะ ถึงความยาก

110
00:09:42,786 --> 00:09:46,786
ลำบาก ว่ามันยากลำบากขนาดไหน (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ไปทำตาม

111
00:09:51,115 --> 00:09:54,691
ทับขึ้นมาคุณครูคณิตาจะรับผิดชอบอย่างไร (คุณครูคณิตา) อันนี้ก็

112
00:09:54,691 --> 00:09:54,767
ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของนักเรียนนะคะ ว่านักเรียนควร

113
00:09:54,767 --> 00:09:58,439
ทำหรือไม่ทำนะคะ แต่ก็ถ้าหาก

114
00:09:58,439 --> 00:10:02,439
อยากลองนะคะ แต่ถ้าจะลองนะคะ ต้องมีผ้ปกครอง

115
00:10:07,119 --> 00:10:08,961
ดูแลความปลอดภัยด้วยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่าครูคณิตาจะให้ทำจริง

116
00:10:08,961 --> 00:10:12,961
ดูภาพต่อไปครับ คิดเลย (คุณครูคณิตา) อะไรเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) นี่

117
00:10:15,328 --> 00:10:19,328
ตอบแล้ว เดี๋ยว ๆ ฟังอีกครั้งหนึ่งสิ

118
00:10:20,253 --> 00:10:22,607
มีปู มีการหยิบ การจับ เก่งมากครับ จับปูใส่กระด้ง

119
00:10:22,607 --> 00:10:26,607
(คุณครูคณิตา) ความหมายก่อนดีไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) บอกความหมายก่อน (คุณครูคณิตา) ความหมาย

120
00:10:33,413 --> 00:10:37,413
ก็คือ ยากที่จะอยู่นิ่ง ๆ ได้

121
00:10:37,855 --> 00:10:41,855
ยกเว้นว่าปูจะโดนจับมัด เดี๋ยวนักเรียนจะบอกว่าผมเคยเห็นครับ ปูนอนนิ่งอยู่

122
00:10:42,835 --> 00:10:45,216
เพราะว่ามันจับมัดเสร็จแล้วนะ แต่ถ้าตามปกตินะ

123
00:10:45,216 --> 00:10:49,216
ถ้าปูนี่ไม่โดนจับมัด ไม่ตายนะคะ

124
00:10:52,430 --> 00:10:55,851
เป็นในลักษณะอย่างนี้ ปูจะอยู่ไม่นิ่ง

125
00:10:55,851 --> 00:10:57,727
มันคล้าย ๆ กับอีกสำนวนหนึ่ง คืออะไร นะ

126
00:10:57,727 --> 00:11:01,727
ได้ยินแน่นอนนะคะ ก็คือสำนวนซน

127
00:11:01,997 --> 00:11:05,997
อะไรนะ ซนเหมือน เหมือนอะไรนะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ)

128
00:11:09,550 --> 00:11:12,051
ซนเหมือนลิงเหมือค่าง

129
00:11:12,051 --> 00:11:15,231
เปรียบเหมือนดั่งที่ครูนี่ ไปทัศศึกษา

130
00:11:15,231 --> 00:11:16,832
อย่างกับจับปูใส่กระด้งเลยนะ

131
00:11:16,832 --> 00:11:20,832
เป็นการเปรียบเทียบ ไม่อยู่นิ่ง วิ่งไปวิ่งมา

132
00:11:25,261 --> 00:11:26,234
เพราะฉะนั้น เธอจะทำตัวเหมือนปูหรือเปล่าที่ไม่อยู่นิ่ง

133
00:11:26,234 --> 00:11:29,021
อันนี้ให้คิดนะครับ ดูภาพ ต้องดูภาพ

134
00:11:29,021 --> 00:11:33,021
สิ่งที่เป็นภาชนะสานนี่นะครับ เขาเรียกว่า "กระ

135
00:11:38,674 --> 00:11:41,528
ด้ง" นะ เอาไว้ใช้ในการตากปลาใส่ของ

136
00:11:41,528 --> 00:11:42,683
นะครับ อันนี้คือปู เด็ก ๆ รู้จักแล้วนะ ไปกันต่อ ภาพต่อไปเตรียมตัวนะครับ

137
00:11:42,683 --> 00:11:46,683
(คุณครูคณิตา) โบราณเลยนะคะ อันนี้ก็

138
00:11:49,549 --> 00:11:53,549
มาลักษณะ อะไรเอ่ย มีอะไรนะ

139
00:11:54,899 --> 00:11:57,683
อะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) รูปปั้นใช่ไหมครับ ครูคณิตา

140
00:11:57,683 --> 00:12:01,386
มีเขา น่าจะเป็นวัว หรือเป็นความ (คุณครูคณิตา) ไม่แน่ใจ

141
00:12:01,386 --> 00:12:05,386
นักเรียนคะ เมื่อกี้ครูมีคีย์เวิร์ดนะ

142
00:12:09,838 --> 00:12:13,203
มีใบ้นิดหนึ่งนะ มีวัวกับควายนะคะ

143
00:12:13,203 --> 00:12:17,203
ตั้งแต่เห็นภาพแล้วครูคณิตา ตอบว่าสำนวน (คุณครูคณิตา) ยาวหน่อยนะคะ อยู่บ้านท่าน อย่านิ่ง

144
00:12:18,266 --> 00:12:21,712
ดูดาย ปั้นวัวปั้นควายให้ลูกท่าน

145
00:12:21,712 --> 00:12:25,712
เล่น (คุณครูปรเมษฐ) คราวนี้ดูความหมาย (คุณครูคณิตา) ความหมายนะคะ

146
00:12:29,111 --> 00:12:33,111
เมื่อเราไปอาศัยอยู่บ้านของใครนะคะ ก็ควรที่จะทำประโยชน์ให้

147
00:12:37,641 --> 00:12:39,060
บ้านเหล่านั้นด้วยนะคะ หรือว่าบ้านคนที่เราไปอาศัยอยู่

148
00:12:39,060 --> 00:12:43,060
ด้วยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ ไปกันต่อเลย

149
00:12:44,744 --> 00:12:48,744
มันรูปผู้หญิงหรือผู้ชายคู่กัน

150
00:12:49,238 --> 00:12:53,238
(คุณครูคณิตา) เขาจะเป็นอะไรคะ นักเรียน (คุณครูปรเมษฐ) ไหนลองยืนให้เหมือนสิครับ ครูคณิตา

151
00:12:54,010 --> 00:12:55,507
(คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ (คุณครูปรเมษฐ) สมมติครูกับครูคณิตาเลยนะภาพนี้

152
00:12:55,507 --> 00:12:59,507
ขยับเข้ามา (คุณครูคณิตา) ค่ะ อาจจะไม่เหมือนในรูปนะคะ

153
00:13:03,211 --> 00:13:05,199
คุณครูปรเมษฐนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ทายสำนวนสิ ตอบว่าเป็นสำนวนอะไรครับ

154
00:13:05,199 --> 00:13:09,199
กิ่งทองใบหยกนะ เป็นคำโบราณใช่ไหมครูคณิตา

155
00:13:11,907 --> 00:13:15,907
(คุณครูคณิตา) เป็นคำโบราณค่ะ เด็ก ๆ นี่

156
00:13:18,462 --> 00:13:22,462
อาจจะไกลหน่อยนะคะ เขาเรียกว่ายัง เขาเรียกว่า "ยังไม่ถึงวัย"

157
00:13:22,918 --> 00:13:26,918
นะ กิ่งทองใบหยกนะคะ ใช้กับคำว่า "เหมาะสมกันมาก" เหมือน

158
00:13:29,234 --> 00:13:33,234
คุณครูกับคุณครูปรเมษฐนี

159
00:13:35,232 --> 00:13:39,232
นะคะ สามารถที่จะสอนนักเรียนได้อย่างสนุกสนาน แต่ว่าสำนวน คำว่า "กิ่งทองใบหยก" นี่ เราจะใช้กับ

160
00:13:40,856 --> 00:13:41,823
ชาย - หญิง ที่จะแต่งงานกันแล้วนะคะ

161
00:13:41,823 --> 00:13:45,823
ต่อไปกันเลยดีกว่าค่ะ เด็ก ๆ คงรอแล้วค่ะ เรื่องสำนว

162
00:13:51,246 --> 00:13:55,246
น (คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ทายเลย ปลูกข้าวครับ ปลูกข้าว คือ การทำนา ที่ไหน

163
00:13:55,640 --> 00:13:56,968
ตอบคำถาม 1 2 3 ทำนาบนหลังคน

164
00:13:56,968 --> 00:14:00,968
คุณครูคณิตาอธิบายความหมายครับ (คุณครูคณิตา)

165
00:14:04,832 --> 00:14:08,277
นักเรียนพิจารณาดูรูปภาพของคนนะคะ ผอม แห้ง แสดงว่า

166
00:14:08,277 --> 00:14:12,277
การทำนาบนหลังคนเป็นสำนวนที่

167
00:14:12,450 --> 00:14:16,450
เป็นการบอกนะคะ ว่าเป็นการหาผลประโยชน์โดยการ

168
00:14:22,254 --> 00:14:26,254
ขูดรีดจากผู้อื่นนั่นเอง ดูสิคนที่หาผลประโยชน์เป็นอย่างไร อ้วน ท้วน

169
00:14:30,525 --> 00:14:31,194
ส่วนคนที่ถูกขูดรีดล่ะคะ เป็นอย่างไร ผอมแห้ง

170
00:14:31,194 --> 00:14:35,194
แรงน้อยนะคะ เพราะฉะนั้นนี่ เมื่อโตไปนะคะ

171
00:14:35,846 --> 00:14:39,846
อย่าเป็นคนที่ทำนาบนหลังคนนะคะ จะต้องรู้จักแบ่งปัน เอื้อเฟื้อ เผื่อแพ่

172
00:14:46,096 --> 00:14:50,096
(คุณครูปรเมษฐ) หมดหรือยังครูคณิตา (คุณครูคณิตา) หมดแล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) หมดแล้ว เด็ก ๆ ยังอยากจะทายอีก ไม่เป้ฯไรครับ เด็ก ๆ

173
00:14:53,263 --> 00:14:56,026
สามารถที่จะไปหาภาพมาทายเล่นกับเพื่อนนะ

174
00:14:56,026 --> 00:14:59,123
ภาพสำนวนที่จะนำมาทายมีมายเลย ใช่ไหมครับครูคณิตา

175
00:14:59,123 --> 00:15:00,547
(คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ หลังจากที่เรานี่ได้ทาย

176
00:15:00,547 --> 00:15:04,547
เกี่ยวกับรูปภาพ สำนวนสุภาษิต คำพังเพย ไปแล้ว

177
00:15:11,221 --> 00:15:11,410
นักเรียนรู้ความหมายเกี่ยวกับสำนวนหรือ

178
00:15:11,410 --> 00:15:15,410
ความหมายเกี่ยวกับคำพังเพย และความหมายเกี่ยวกับ

179
00:15:16,367 --> 00:15:20,367
สุภาษิตบ้างหรือเปล่า (คุณครูปรเมษฐ) ที่คุณครูคณิตาต้องถามนี่

180
00:15:22,566 --> 00:15:26,456
เพราะมันเป็นเรื่องที่หนู ๆ จะได้เรียน

181
00:15:26,456 --> 00:15:30,456
สำนวนสุภาษิตและคำพังเพยใช่ไหมครูคณิตา

182
00:15:31,306 --> 00:15:32,730
ความหมายกันเลยดีกว่านะคะ นักเรียนเตรีมสมุด

183
00:15:32,730 --> 00:15:36,730
ปากกา เตรียมจดด้วยนะคะ จดด้วยความเข้าใจของตัวเอง (คุณครูปรเมษฐ) อย่าลืม

184
00:15:43,234 --> 00:15:47,234
นะ สำคัญมากเดี๋ยวจะไม่รู้ว่าเรียนวันไหน ไปดูกันเลย คำแรกเลยนะครับ

185
00:15:47,674 --> 00:15:48,588
คืออะไร ครับ ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) สำนวนค่ะ คือ

186
00:15:48,588 --> 00:15:52,588
คำพูด หรือ ถ้อยคำที่กระทัดรัด

187
00:15:57,735 --> 00:16:01,735
สละสลวยมีความหมายโดยนัย

188
00:16:02,792 --> 00:16:03,131
ความหมายเชิงอุปมาเปรียบเทียบ จะไม่แปลความหมาย

189
00:16:03,131 --> 00:16:07,131
ตรงตามตัวอักษรค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ก็คือคำนิยามของ

190
00:16:08,105 --> 00:16:12,105
หมายของคำว่า "สำนวน" ก็คือแปล

191
00:16:14,002 --> 00:16:18,002
ไม่ตรงความหมายแล้วก็มีความหมายโดยนัย โดยนัยมันคืออะไร ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เราจะต้องแปลความหมายอีกรอบหนึ่ง

192
00:16:19,592 --> 00:16:23,592
เดี๋ยวนักเรียนอาจจะนึกภาพไม่ออก มาดูตัวอย่างกันดีกว่าค่ะ

193
00:16:24,205 --> 00:16:28,205
คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ครับผม ตัวอย่างสำนวนนะครับ (คุณครูคณิตา)

194
00:16:31,308 --> 00:16:33,532
ตัวอย่างแรก คำว่า "ไขสือ" คุณครูปรเมษฐอย่ามาทำ

195
00:16:33,532 --> 00:16:37,532
ไขสือนะ ไขสือแปลว่าอะไร แปลว่าอะไรคะ

196
00:16:38,222 --> 00:16:42,222
แปลว่า ทำเป็นไม่รู้

197
00:16:47,172 --> 00:16:47,781
ไม่เข้าใจเห็นไหม คำว่า "ไขสือ" ตรงตามตัวไหมคะ สำนวน

198
00:16:47,781 --> 00:16:51,781
จะแปลไม่ตรงตามตัวอักษรและมีความหมายโดยนัย

199
00:16:54,916 --> 00:16:58,916
คือ เราจะต้องหาความหมายของ

200
00:17:00,495 --> 00:17:04,495
สำนวนนี้อีกครั้งหนึ่ง (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมา ปากเสีย นักเรียนคงคุ้น ๆ ล่ะค่ะ

201
00:17:06,898 --> 00:17:10,898
คุณครูปรเมษฐนี่ปากเสียมากเลยนะ เป็นการ

202
00:17:12,009 --> 00:17:16,009
ยกตัวอย่างนะคะ คุณครูปรเมษฐ คุณครูปรเมษฐ

203
00:17:17,745 --> 00:17:20,329
ทราบไหมคะ คำว่า "ปากเสีย" หมายความว่าอย่างไร

204
00:17:20,329 --> 00:17:24,329
(คุณครูปรเมษฐ) ปากที่เน่าเสีย (คุณครูคณิตา) ปากที่เน่าเสีย ต้องไ

205
00:17:27,358 --> 00:17:31,358
ปพบทันตแพทย์นะคะ ปากที่เน่าเสียนะ แต่คำว่า "ปากเสีย" นะคะ ในความหมายเชิงสำนวน หมายถึง ปาก

206
00:17:34,070 --> 00:17:38,070
ที่พูด พูดเป็นอย่างไร พูดว่าร้าย พูดไม่ดี นักเรียนคะ ก็คือเป็นการพูด

207
00:17:39,935 --> 00:17:43,935
เชิงตัดกำลังใจนะคะ หรือพูดให้ร้ายว

208
00:17:47,368 --> 00:17:51,035
ร้าย ว่าร้ายผู้อื่นนะคะ ซึ่งครูปรเมษฐนี่นะคะ

209
00:17:51,035 --> 00:17:55,035
คุณครูเป็นคนดีนะคะ พูดแต่สรรเสริญเยินยอผู้อื่นนะคะ นักเรียน (คุณครูปรเมษฐ) เดี๋ยว ๆ

210
00:17:58,283 --> 00:18:02,283
โดยนัยนี่เดี๋ยวขยายให้นักเรียนเข้าใจตรงนี้เลย ปากเสีย ที่ครูบอกครูคณิตานี่

211
00:18:05,447 --> 00:18:06,340
พัง อันนั้นคือความหมายโดยตรง แต่ที่ครูคณิตา

212
00:18:06,340 --> 00:18:10,340
บอก ก็คือปากเสีย ก็คือพูดไม่ดี พูดว่าร้ายคนอื่น

213
00:18:11,333 --> 00:18:12,310
คือ ความหมายโดยนัยนะครับ ก็คือสำนวน

214
00:18:12,310 --> 00:18:16,310
มันแปลไม่ตรงความหมายนั่นเอง

215
00:18:21,598 --> 00:18:25,598
ฟังนี่นะครับ อีกสำนวนหนึ่ง (คุณครูคณิตา) คำว่า

216
00:18:26,217 --> 00:18:30,217
ยกเมฆ (คุณครูปรเมษฐ) แบบนี้ หยิบเมฆมา แล้วบกเมฆ

217
00:18:30,854 --> 00:18:33,460
(คุณครูคณิตา) ครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ความหมายโดยอะไร (คุณครูคณิตา)

218
00:18:33,460 --> 00:18:37,460
ตรงค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเป็นโดยนัย (คุณครูคณิตา) คร

219
00:18:39,385 --> 00:18:43,385
เมฆ นี้ไม่สามารถยกได้นะคะ แต่ถ้าเป็นเมฆที่ว่าเป็นตุ๊กตาหรือหมอน น่าจะยกได้

220
00:18:47,027 --> 00:18:51,027
ความหมายของคำว่า "ยกเมฆ" คืออะไร คะ คือการพูดเรื่องที่มันไม่มีหลักฐานอยู่นั่นเอง

221
00:18:55,386 --> 00:18:56,047
หลักฐานอยู่นั่นเอง นี่ก็คือเป็นหลักฐาน

222
00:18:56,047 --> 00:19:00,047
โดยนัยนะ ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อีกสำนวน

223
00:19:02,469 --> 00:19:06,371
คือ ชั่วช่างชี ดีช่างสงฆ์ ลองให้นักเรียน

224
00:19:06,371 --> 00:19:10,371
ไปอ่านบ้างสิ (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เขามีพจนานุกรม

225
00:19:11,132 --> 00:19:12,190
ลองเปิดหาความหมายไปพร้อม ๆ กับครูเลย

226
00:19:12,190 --> 00:19:16,190
จดลงไปนะคะ ชั่วช่างชี ดีช่างสงห์

227
00:19:16,813 --> 00:19:19,407
ไปหาความหมายเพิ่มเติมนะคะ คุณครูปลายทางคะ รบกวน

228
00:19:19,407 --> 00:19:23,390
นะคะ ตรวจสอบคำตอบของนักเรียนด้วยนะคะ

229
00:19:23,390 --> 00:19:26,833
(คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ เดี๋ยวเราทิ้งไว้เป็นการบ้านดีไหม

230
00:19:26,833 --> 00:19:29,634
ชั่วช่างดี ดีช่างสงฆ์ นะ

231
00:19:29,634 --> 00:19:33,252
(คุณครูปรเมษฐ) จดเสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ ไปต่อ

232
00:19:33,252 --> 00:19:37,252
(คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มีตัวอย่างสำนวนอีกแล้วครูคณิตา

233
00:19:43,226 --> 00:19:45,766
ตัวอย่างสำนวนใช่ไหมคะ และให้นักเรียนจดไปค่ะ แล้วไปหาสำนวนนะคะ แล้วไปหาความหมาย

234
00:19:45,766 --> 00:19:49,766
ของมัน (คุณครูปรเมษฐ) 4 คำ ก็ 4 วินาที

235
00:19:50,389 --> 00:19:54,389
พอไหม (คุณครูคณิตา)  4 วินาที เร็วเกินไปค่ะ จดค่ะ

236
00:19:58,791 --> 00:20:02,057
(คุณครูปรเมษฐ) น้ำบ่อน้อย ขมิ้นกับปูน ดินพอกหองหมู

237
00:20:02,057 --> 00:20:05,578
(คุณครูคณิตา) ต่อปากต่อคำ

238
00:20:05,578 --> 00:20:09,578
น้ำบ่อน้อย ถ้าเป็นความหมายโดยตรง ก็เป็น

239
00:20:09,641 --> 00:20:13,641
น้ำที่มีน้ำน้อยใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) อันนี้ค่ะ

240
00:20:14,677 --> 00:20:18,677
นักเรียนคุณครูก็แหม ใจดีกับนักเรียนอีกแล้วนักเรียนที่น่ารักทุกคนนะคะ

241
00:20:18,996 --> 00:20:21,816
ในที่นี้หมายถึงน้ำลายค่ะ หมายถึง

242
00:20:21,816 --> 00:20:25,816
น้ำลายค่ะ ครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่

243
00:20:31,102 --> 00:20:34,510
น้ำบ่อน้อยนี่หมายถึงน้ำลาย ซึ่งเขาจะใช้ในช่วง เขาจะใช้ในตัวอย่างหรือความหมาย

244
00:20:34,510 --> 00:20:35,530
ที่ในเชิงเกี่ยวกับการค้าขายนะ อย่างเช่น

245
00:20:35,530 --> 00:20:39,530
การทำมาหากินในยุคนี้นี่เหมือนน้ำบ่อน้อย

246
00:20:46,578 --> 00:20:49,625
ได้บ้างไม่ได้บ้างแต่ละคนนี่ก็ต่างแย่งกัน น้ำบ่อน้อย น้ำลายน่ะ

247
00:20:49,625 --> 00:20:53,625
มีอะไรคะ มีนิดเดียว ได้บ้าง

248
00:20:55,544 --> 00:20:59,544
ไม่ได้บ้าง เพราะต่างคนต่างแย่งกัน ต่อมา

249
00:21:02,190 --> 00:21:02,386
นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้คือให้หาเอง (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ

250
00:21:02,386 --> 00:21:06,386
ให้หาเองดีกว่านะคะ (คุณครูปรเมษฐ) จดเรียบร้อยนะครับ เด็ก ๆ

251
00:21:09,368 --> 00:21:11,326
ครูปลายทางจะเป็นผู้ตรวจสอบนะครับ ไปกันต่อ ทีนี้คำพังเพย

252
00:21:11,326 --> 00:21:14,932
คำพังเพยคือสิ่งใดไหนเล่า

253
00:21:14,932 --> 00:21:15,919
ถ้อยคำที่เปรียบเทียบเหตุการณ์

254
00:21:15,919 --> 00:21:19,919
หรือเรื่องราวต่าง ๆ ที่พบเห็นในการดำรงชีวิต

255
00:21:21,856 --> 00:21:23,286
รุ่นก่อน ไม่เน้นการสั่งสอน

256
00:21:23,286 --> 00:21:27,286
แต่ใช้ในทำนองเปรียบเทียบ

257
00:21:34,327 --> 00:21:36,938
หรือเป็นข้อคิดสะกิดใจให้นำมาปฏิบัติสำนวนมาแล้ว คำพังเพยตามมา

258
00:21:36,938 --> 00:21:40,938
นะครับ คำพังเพย คือ การเปรียบเทียบนะเด็ก ๆ การเปรียบ

259
00:21:43,022 --> 00:21:47,022
เทียบ การเสียดสี ประชดประชัน

260
00:21:48,399 --> 00:21:49,662
ถ้อยคำที่จะนำมาใช้เกี่ยวกับคำพังเพย

261
00:21:49,662 --> 00:21:53,662
ถ้าครูอธิบายแบบนี้ไม่เห็นภาพ เดี๋ยวไปดูกันดีกว่า

262
00:21:58,343 --> 00:22:02,343
นะครับ (คุณครูคณิตา) นักเรียนจำไว้นะคะ เมื่อไหร่ก็ตามเจออะไรที่เป็นลักษณะของเสียดสี ให้นึกไว้เลย

263
00:22:07,410 --> 00:22:09,971
พังเพย มาดูตัวอย่างกันเลยดีกว่า ขิงก็รา ข่าก็แรง เป็นลักษณะ

264
00:22:09,971 --> 00:22:13,116
การเสียดสีนะ การเสียดสีอย่างไรเอ่ย

265
00:22:13,116 --> 00:22:17,116
ก็คือความหมายนะคะ ต่างคนนี่ต่างไม่ยอม

266
00:22:21,850 --> 00:22:25,850
ลดละกันอย่างเช่น อารมณ์ร้อนกันทั้งคู่นี่ ต่าง

267
00:22:26,163 --> 00:22:27,701
ไม่มีคนใดคนหนึ่งนี่ยอมเย็นเลยนะคะ

268
00:22:27,701 --> 00:22:31,701
ยอมที่เป็นฝ่ายขอโทษก่อนนะคะ ต่างคนต่าง

269
00:22:34,525 --> 00:22:36,827
อารมณ์ร้อนใส่กันทั้งคู่ ถ้า

270
00:22:36,827 --> 00:22:40,827
อารมณ์ร้อนใส่กันทั้งคู่นี่ จะเป็นอย่างไรคะ ความสัมพันธ์

271
00:22:43,208 --> 00:22:45,380
จะพังลงนะ จะทำให้ อาจจะกลายเป็นว่าเลิกเป็นเพื่อนเลยก็ได้

272
00:22:45,380 --> 00:22:49,380
นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) แต่สำหรับครูนี่อารมณ์เย็นตลอดเวลานะครับ

273
00:22:55,505 --> 00:22:59,505
ครูคณิตาจะอารมณ์ร้อนคุณครูก็จะเป็นน้ำไปดับไฟนะ ต่อไป ทำนาบนหลังคน รู้ความหมายแล้ว

274
00:22:59,789 --> 00:23:03,789
อันนี้บอกเลยนะ ก็คือทำไมครูคณิตา (คุณครูคณิตา)

275
00:23:04,527 --> 00:23:08,527
ค้นหาสิ่งที่ยากจะค้นหาได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

276
00:23:10,099 --> 00:23:14,099
เอาไปเทียบกัน เอาไปเปรียบเทียบกับงมเข็มในมหาสมุทรนะคะ

277
00:23:14,711 --> 00:23:16,140
ต่อไป ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำค่ะ

278
00:23:16,140 --> 00:23:20,140
(คุณครูปรเมษฐ) ตำทำไมล่ะ ตำแล้วทิ้งน่ะ เป็นการเสียดสี

279
00:23:21,102 --> 00:23:25,102
(คุณครูคณิตา) ก็คือ ความหมายก็คือการลงทุนไปไม่คุ้มทุน

280
00:23:27,354 --> 00:23:29,202
ไม่ได้ผลประโยชน์นะคะ ก็คือไม่คุ้มทุนนั่นเอง ต่อไป อันนี้เป็นการบ้านนะคะ

281
00:23:29,202 --> 00:23:31,890
ฝากไว้ให้นักเรียนไปค้นคว้าหาความรู้

282
00:23:31,890 --> 00:23:35,890
เกี่ยวกับความหมายของคำพังเพยต่อนะคะ นำขึ้น

283
00:23:42,746 --> 00:23:46,746
ให้รีบตัก รักวัวให้ผูก รักลูกต้องตี ทำไมต้องผูกวัว ทำไมต้องตีลูกนะ

284
00:23:47,283 --> 00:23:51,283
ดูนะคะ รักดีหามจั่ว รักชั่วหามเสา

285
00:23:51,734 --> 00:23:55,734
นะ แล้วก็ข้างในสดใสข้างในเป็นโพรง

286
00:23:58,985 --> 00:24:02,570
ความหมายว่าอย่างไร (คุณครูปรเมษฐ) มันมีอีกคำหนึ่งนะ ข้างนอกสุกใส ข้างในติ๊งโหน่ง

287
00:24:02,570 --> 00:24:06,180
เด็ก ๆ เคยได้ยินเปล่า มี 2 คำนะครับ รักดีหามจั่ว รักชั่วหามเสา

288
00:24:06,180 --> 00:24:09,823
เด็ก ๆ จดให้เรียบร้อย

289
00:24:09,823 --> 00:24:12,321
(คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คงจดกันเรียบร้อยแล้วนะคะ

290
00:24:12,321 --> 00:24:16,321
ต่อมาค่ะ เรามาดูเกี่ยวกับอะไรเลย มีสำนวน

291
00:24:19,160 --> 00:24:23,160
ไปแล้ว (คุณครูปรเมษฐ) มีสำนวนแล้วใช่หรือเปล่า พังเพยแล้ว ต่อไป

292
00:24:23,747 --> 00:24:27,747
ก็น่าจะเป็นคำ (คุณครูคณิตา) สุภาษิตค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สุภาษิ

293
00:24:31,542 --> 00:24:35,542
คืออะไร ครับ ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) สุภาษิตคือคำกล่าวที่มีจุดมุ่งหม

294
00:24:35,550 --> 00:24:36,164
คำกล่าวที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อการสั่งสอน

295
00:24:36,164 --> 00:24:40,164
เตือนสติให้คิด ไม่มีการเสียดสี

296
00:24:42,579 --> 00:24:46,579
หรือติชมอย่างคำพังเพย เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่ว ๆ ไปค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือการสั่งสอนใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คล้าย ๆ กับ

297
00:24:54,940 --> 00:24:58,940
เทศนาโวหารใช่ไหม เป็นหลักการสั่งสอนนะครับ เอาล่ะครับ นักเรียนเรามาดูตัวอย่างสุภาษิต

298
00:25:02,454 --> 00:25:06,454
นะครับ โดยนักเรียนจะต้องบันทึกไว้แล้วไปหาความหมายนะครับ คำแรกเลย ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว

299
00:25:07,763 --> 00:25:11,763
อันนี้ยังไม่ต้องบันทึก คุณครูคณิตาบอกได้เลยไหม ทำอย่างไร

300
00:25:13,149 --> 00:25:17,149
(คุณครูคณิตา) การทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว

301
00:25:17,752 --> 00:25:21,752
หมายถึงพฤติกรรมนะคะ ถ้านักเรียนมีพฤติกรรมดีนักเรียนก็จะได้สิ่งที่ดี ๆ ตอบแทน ถ้านักเรียนทำชั่ว

302
00:25:24,665 --> 00:25:25,696
พฤติกรรมที่... ก็คือผลที่ไม่ดีนี่

303
00:25:25,696 --> 00:25:29,696
ตอบแทนกลับมานั่นเอง (คุณครูปรเมษฐ) แล้วก็ชิงสุกก่อนห่าม

304
00:25:34,695 --> 00:25:36,800
และเห็นกงจักรเป็นดอกบัวอันนี้ให้ไป

305
00:25:36,800 --> 00:25:40,800
(คุณครูคณิตา) หานะคะ ค้นหา ถือว่าเป็นการไฝ่เรียนไฝ่รู้

306
00:25:42,179 --> 00:25:46,179
ใฝ่รู้ของนักเรียนนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ไปกันต่อ (คุณครูคณิตา)

307
00:25:47,473 --> 00:25:48,015
ที่นักเรียนควรจะปฏิบัติครับ

308
00:25:48,015 --> 00:25:52,015
การศึกษาสำนวนไทยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มันต้องมีประโยชน์

309
00:25:53,846 --> 00:25:55,543
ไม่อย่างนั้นเราจะไม่ศึกษากันนะครับ ประโยชน์ข้อที่ 1 กัน

310
00:25:55,543 --> 00:25:59,543
นะครับ (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 1 ค่ะ ทำให้ใช้ภาษา

311
00:26:02,085 --> 00:26:06,066
ในการเขียนเรียงความต่าง ๆ ได้ดีขึ้น

312
00:26:06,066 --> 00:26:08,321
คุณค่าให้กับงานเขียนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ก็คือประโยชน์ข้อแรกนะ

313
00:26:08,321 --> 00:26:12,321
เป็นการเพิ่มคุณค่า ทำให้งานเขียนนั้นนี่กระจ่างแจ้ง

314
00:26:15,229 --> 00:26:19,229
เข้าใจยิ่งขึ้นนั่นเองนะครับ ต่อไป ได้คติ การศึกษาสำนวนจะได้คติสอนใจ

315
00:26:23,266 --> 00:26:27,266
ก็คือข้อคิดนั่นเองทุกสำนวนเลย ทุกสุภาษิตทุกคำพังเพยเอย มันแทรกข้อคิดทั้งสิ้น

316
00:26:28,078 --> 00:26:32,078
ต่อไป ได้ข้อคิดด้านการเรียน (คุณครูคณิตา) ด้านการเรียนนะคะ

317
00:26:32,122 --> 00:26:36,122
ฝนทั่งให้เป็นเข็ม

318
00:26:38,721 --> 00:26:42,721
ไปหาความหมายนะคะ ต่อมาค่ะ รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม นะคะ

319
00:26:42,820 --> 00:26:43,322
อาจจะบอกให้เล็กน้อยนะ ก็คือ

320
00:26:43,322 --> 00:26:47,322
เป็นการเรียนรู้ โดยที่เป็นการเรียนรู้ไปเถอะไม่เสีย

321
00:26:55,612 --> 00:26:58,416
หายอะไรนะคะ ต่อมาอีกสำนวนหนึ่งนะคะ ก็คือความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอดนะคะ ก็คือความรู้

322
00:26:58,416 --> 00:27:01,779
มีเยอะ แต่ไม่สามารถที่จะนำไปใช้ประโยชน์ได้

323
00:27:01,779 --> 00:27:05,779
ต่อมา (คุณครูปรเมษฐ) ให้

324
00:27:08,491 --> 00:27:08,873
ข้อคิดคติสอนใจในการคบค้าสมาคม

325
00:27:08,873 --> 00:27:12,873
คบคนให้ดูหน้า ซื้อผ้าให้ดูเนื้อ

326
00:27:16,386 --> 00:27:18,790
เลือกคบใครก็จะต้องดูให้ถึงภายใน จะซื้อ

327
00:27:18,790 --> 00:27:22,790
ผ้า ก็ต้องพินิจพิจารณา

328
00:27:26,010 --> 00:27:26,270
ตัดสินใจซื้อนะ ต่อไปคบเด็กสร้างบ้าน คบ

329
00:27:26,270 --> 00:27:27,170
คนหัวล้านสร้างเมือง

330
00:27:27,170 --> 00:27:31,170
ในสมัยก่อนนะ ก็จะมีลักษณะขี้เบื่อง่ายนะคะ

331
00:27:36,038 --> 00:27:40,038
เป็นคนเบื่อง่าย ทำอะไรนี่ก็ยังไม่มีวุฒิภาวะ

332
00:27:42,583 --> 00:27:46,583
มากพอ ส่วนคนเขาบอกว่าว่ากันว่าหัวล้านมักจะขี้น้อยใจ จะเป็นเหมือนเด็ก

333
00:27:47,197 --> 00:27:50,041
ทำอะไรกับคนเหล่านี้นี่มักจะไม่ประสบ

334
00:27:50,041 --> 00:27:54,041
ความสำเร็จนั่นเอง (คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ

335
00:27:56,518 --> 00:28:00,518
ให้คติสอนใจด้านต่าง ๆ นะคะ ก็คือด้านการครองเรือนค่ะ มีสำนวน

336
00:28:05,791 --> 00:28:09,791
อะไรบ้าง คะ (คุณครูปรเมษฐ) ความในอย่านำออก ความนอกอย่านำเข้านะครับ เรื่องในบ้าน

337
00:28:10,084 --> 00:28:14,084
ไม่ควรไปพูดที่อื่น ปลูกเรือนตามใจผู้อยู้

338
00:28:15,658 --> 00:28:19,658
ผูกอู่ตามใจผู้นอนนะครับ ปลูกบ้านนี่ ก็จะต้องคำนึงก่อนว่าผู้อยู่บ้านนั้น

339
00:28:22,784 --> 00:28:24,890
เป็นอย่างไรนะ อู่ ณ ที่นี้คือเปล

340
00:28:24,890 --> 00:28:28,890
ก็ต้องดูว่าผู้ที่นอนน่ะเป็นเด็ก

341
00:28:30,575 --> 00:28:34,575
(คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมานะคะ ก็คือด้านความรักนะคะ มีอะไรบ้าง คุณครูปรเมษฐ ยามรักน้ำต้มผัก

342
00:28:39,642 --> 00:28:43,642
ก็ว่าหวานนะ รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี

343
00:28:45,754 --> 00:28:49,754
มีเยอะเลยนะ ให้ข้อคิดนักเรียนสักข้อสิครับ (คุณครูคณิตา) เรื่อง รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตีก็แล้วกันนะคะ

344
00:28:54,368 --> 00:28:58,368
ของการอะไรคะ อบรมสั่งสอนนะ ว่า ทำไมคะ อย่าเลี้ยงลูกด้วยความทะนุทนอม

345
00:29:03,350 --> 00:29:07,350
ลูกนี่ทำอะไรผิดก็รู้สักสั่งสอนบ้างนะคะ เอาล่ะค่ะ ต่อมาค่ะ 3. ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นการ

346
00:29:08,011 --> 00:29:10,192
บอกถึงความเป็นอยู่ของคนไทย เช่น

347
00:29:10,192 --> 00:29:14,192
หมูไปไก่มา เป็นการทำอะไรครับ คนไทย

348
00:29:17,562 --> 00:29:21,562
ชอบมีการแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกันนะ แบ่งสันปันส่วน ใช่ในการ

349
00:29:26,500 --> 00:29:27,444
แบ่งสัดส่วน แบ่งส่วน แบ่งเลือกนาต่าง ๆ แบ่ง

350
00:29:27,444 --> 00:29:31,444
ของกิน คนไทยก็จะชอบแลกเปลี่ยนกัน อัฐ

351
00:29:35,129 --> 00:29:35,143
ยาย อัฐแปลว่าอะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) อัฐ

352
00:29:35,143 --> 00:29:39,143
หมายถึง เบี้ยในสมัยก่อน หรือเปล่าค่ะ อัฐยาย

353
00:29:41,802 --> 00:29:45,327
ซื้อขนมยายนี่ ความหมายก็คือเอาทรัพย์จากผู้ปกครอง

354
00:29:45,327 --> 00:29:49,327
หญิงค่ะ นี่ก็เป็นลักษณะของการแต่งงาน

355
00:29:50,317 --> 00:29:54,317
เอาเงินสินสอดนี่จากฝ่ายหญิงมาสู่ขอฝ่ายหญิงนั่นเอง นั่นเป็นการอัฐยายซื้อขนมยายนั่นเองนะคะ

356
00:29:57,229 --> 00:30:01,229
(คุณครูปรเมษฐ) ครับ ต่อไป เป็นการรักษาวัฒนธรรมทางภาษาให้

357
00:30:05,459 --> 00:30:09,459
ล้ำค่าของคนไทยให้ลูกหลานได้ภาคภูมิใจ

358
00:30:09,729 --> 00:30:11,774
เช่น สำนวนว่า ไม่มีนะ เดี๋ยวเราไปทำกิจกรรม

359
00:30:11,774 --> 00:30:15,774
เพิ่มเติมความรู้ดีกว่าครูคณิตา ให้ทำอะไรครับ (คุณครูคณิตา) กิจกรรม

360
00:30:17,584 --> 00:30:21,584
ของวันนี้นะคะ ให้นักเรียนรวบรวมคำสำนวนสุ

361
00:30:23,717 --> 00:30:25,420
สุภาษิตคำพังเพย พร้อมทั้งความหมาย แล้วจัดทำ

362
00:30:25,420 --> 00:30:27,450
เป็นพจนานุกรมสำนวนไทยประจำกลุ่มค่ะ

363
00:30:27,450 --> 00:30:31,450
โดยใช้ใบความรู้เรื่อง สำนวน สุภาษิต

364
00:30:32,548 --> 00:30:36,548
คำพังเพยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นะครับ คำชี้แจงนะครับ (คุณครูคณิตา) คำชี้แจง

365
00:30:39,732 --> 00:30:43,732
นะคะ ก็คำชี้แจงของนักเรียน ก็ให้นักเรียนรวบรวมสำนวนสุภาษิตคำพังเพยนะคะ

366
00:30:44,043 --> 00:30:46,617
แล้วจัดทำเป็นพจนานุกรมสำนวนไทยประจำกลุ่ม

367
00:30:46,617 --> 00:30:50,617
โดยใช้ใบความรู้เรื่องสำนวน สุภาษิต คำพังเพย นะคะ

368
00:30:55,323 --> 00:30:59,323
COVID-19 นะคะ นักเรียนอาจจะนั่งค่อยนำมารวบรวมเป็นเล่ม เป็น

369
00:31:04,409 --> 00:31:08,409
พขนานุกรมของกลุ่มก็ได้ แล้วคุณครูปลายทางล่ะค่ะ

370
00:31:11,740 --> 00:31:15,740
อย่างไร (คุณครูปรเมษฐ) ครูก็ดูแลนะครับ การทำงานของนักเรียนให้คำแนะนำนักเรียน ในส่วนที่ไม่เข้าใจต่าง ๆ นะครับ

371
00:31:16,660 --> 00:31:20,660
ให้นักเรียนดูหรือครับ (คุณครูคณิตา) มีตัวอย่างสิคะ แต่ก่อนที่จะ

372
00:31:21,721 --> 00:31:25,721
ดูตัวอย่างเป็นเล่มนี่ ดูตัวอย่างใบความรู้

373
00:31:27,758 --> 00:31:31,758
รูปแบบใบความรู้นะคะ จะมีอยู่ทั้งหมด 2 แผ่นด้วยกันนะ ให้นักเรียนนะคะ ลองดูนะคะ ครูปรเมษฐคะ

374
00:31:33,067 --> 00:31:37,067
(คุณครูปรเมษฐ) นี่นะครับ (คุณครูคณิตา) นี่คือตัวอย่างนะคะ ให้นักเรียนเลือกสำนววนนะในใบความรู้

375
00:31:42,622 --> 00:31:43,862
เป็นรูปเล่มนะคะ เอาล่ะค่ะ นักเรียนนี่ก็คือตัวอย่างนะคะ เป็นสมุดนะคะ

376
00:31:43,862 --> 00:31:47,862
สมุดทำมือนะ เป็นรูปเล่มนะ ในนี้ก็

377
00:31:51,383 --> 00:31:55,383
จะมีลักษณะของสำนวนสุภาษิต

378
00:31:57,796 --> 00:32:00,521
พจนานุกรมเราจะเรียงจาก ก. ไก่ ถึง ฮ. นกฮูกนะคะ

379
00:32:00,521 --> 00:32:04,521
เอาล่ะค่ะ นี่นะคะ จะเป็นลักษณะอย่างนี้นะคะ

380
00:32:06,699 --> 00:32:09,062
ผมช่วยถือดีกว่า (คุณครูคณิตา) ช่วยถือนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้เป็นรูปเล่ม

381
00:32:09,062 --> 00:32:13,062
นะครับ ก็ถามว่านักเรียนจำเป็นจะต้องทำแบบนี้

382
00:32:15,597 --> 00:32:18,251
ไหม ไม่จำเป็นนะ ขอให้กระดาษที่นักเรียนจะนำมาประกบ

383
00:32:18,251 --> 00:32:22,251
ของเธอนี่มันเท่ากัน ในกลุ่มเธอก็จะสวยงามนะครับ

384
00:32:23,605 --> 00:32:27,605
อย่างเช่นที่ครูนำมาให้เห็นเป็นตัวอย่าง

385
00:32:30,365 --> 00:32:31,856
เป็น (คุณครูคณิตา) ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่

386
00:32:31,856 --> 00:32:34,636
วาดรูปภาพนะคะ วาดรูปตกแต่งให้สวยงาม

387
00:32:34,636 --> 00:32:38,187
แล้วก็ใส่สำนวนไปแล้วก็บอกความหมายนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่นะครับ

388
00:32:38,187 --> 00:32:42,187
สวยงามมากนะครับ เป็นตัวอย่างของรุ่นพี่ปีที่แล้ว

389
00:32:47,126 --> 00:32:51,126
ที่เขาทำไว้ให้ดูนะครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ นักเรียนแล้วให้คุณครูปลายทางนะคะ ถ้านักเรียนไม่ได้เตรียมกระดาษมา ให้

390
00:32:54,760 --> 00:32:57,185
คุณครูปลายทางนะคะ อำนวยความสะดวกให้นักเรียนด้วยนะคะ

391
00:32:57,185 --> 00:33:01,185
พร้อมหรือยังคะ ถ้าพร้อมแล้วลงมือทำ

392
00:33:02,396 --> 00:33:06,396
ได้เลยค่ะ [เสียงดนตรี]

393
00:33:15,837 --> 00:33:19,837

394
00:33:23,841 --> 00:33:27,841

395
00:33:27,845 --> 00:33:31,845

396
00:33:31,853 --> 00:33:35,846

397
00:33:35,846 --> 00:33:39,846

398
00:33:39,858 --> 00:33:43,858

399
00:33:43,860 --> 00:33:47,860

400
00:33:47,864 --> 00:33:51,864

401
00:33:51,870 --> 00:33:55,870

402
00:33:55,871 --> 00:33:59,871

403
00:33:59,875 --> 00:34:03,875

404
00:34:03,875 --> 00:34:07,875

405
00:34:07,893 --> 00:34:11,889

406
00:34:11,889 --> 00:34:15,886

407
00:34:15,886 --> 00:34:19,886

408
00:34:19,887 --> 00:34:23,887

409
00:34:23,892 --> 00:34:27,892

410
00:34:27,894 --> 00:34:31,894

411
00:34:31,909 --> 00:34:35,909

412
00:34:35,910 --> 00:34:39,900

413
00:34:39,900 --> 00:34:43,900

414
00:34:43,902 --> 00:34:47,902

415
00:34:47,904 --> 00:34:51,904

416
00:34:51,906 --> 00:34:55,906

417
00:34:55,907 --> 00:34:59,907

418
00:34:59,912 --> 00:35:03,912

419
00:35:03,920 --> 00:35:07,917

420
00:35:07,917 --> 00:35:11,917

421
00:35:11,926 --> 00:35:15,921

422
00:35:15,921 --> 00:35:19,921

423
00:35:19,922 --> 00:35:23,922

424
00:35:23,925 --> 00:35:27,925

425
00:35:27,928 --> 00:35:31,928

426
00:35:31,931 --> 00:35:35,931

427
00:35:35,935 --> 00:35:39,935

428
00:35:39,936 --> 00:35:43,935

429
00:35:43,935 --> 00:35:47,935

430
00:35:47,942 --> 00:35:51,942

431
00:35:51,943 --> 00:35:55,943

432
00:35:55,943 --> 00:35:59,943

433
00:35:59,947 --> 00:36:03,947

434
00:36:03,952 --> 00:36:07,949

435
00:36:07,949 --> 00:36:11,949

436
00:36:11,953 --> 00:36:15,953

437
00:36:15,956 --> 00:36:19,955

438
00:36:19,955 --> 00:36:23,955

439
00:36:23,956 --> 00:36:27,956

440
00:36:27,960 --> 00:36:31,960

441
00:36:31,962 --> 00:36:35,961

442
00:36:35,961 --> 00:36:39,961

443
00:36:39,964 --> 00:36:43,964

444
00:36:43,970 --> 00:36:47,970

445
00:36:47,970 --> 00:36:51,969

446
00:36:51,969 --> 00:36:55,969

447
00:36:55,972 --> 00:36:59,972

448
00:36:59,982 --> 00:37:03,974

449
00:37:03,974 --> 00:37:07,974

450
00:37:07,988 --> 00:37:11,985

451
00:37:11,985 --> 00:37:15,981

452
00:37:15,981 --> 00:37:19,981

453
00:37:19,989 --> 00:37:23,984

454
00:37:23,984 --> 00:37:27,984

455
00:37:27,987 --> 00:37:31,987

456
00:37:31,991 --> 00:37:35,990

457
00:37:35,990 --> 00:37:39,990

458
00:37:39,995 --> 00:37:43,993

459
00:37:43,993 --> 00:37:47,993

460
00:37:47,996 --> 00:37:51,996

461
00:37:52,002 --> 00:37:56,002

462
00:37:56,010 --> 00:38:00,002

463
00:38:00,002 --> 00:38:04,002

464
00:38:04,025 --> 00:38:08,006

465
00:38:08,006 --> 00:38:12,006

466
00:38:12,017 --> 00:38:16,011

467
00:38:16,011 --> 00:38:20,011

468
00:38:20,013 --> 00:38:24,013

469
00:38:24,018 --> 00:38:28,018

470
00:38:28,021 --> 00:38:32,020

471
00:38:32,020 --> 00:38:36,020

472
00:38:36,030 --> 00:38:40,023

473
00:38:40,023 --> 00:38:44,023

474
00:38:44,023 --> 00:38:48,023

475
00:38:48,029 --> 00:38:52,029

476
00:38:52,031 --> 00:38:56,031

477
00:38:56,033 --> 00:39:00,033

478
00:39:00,038 --> 00:39:04,035

479
00:39:04,035 --> 00:39:08,035

480
00:39:08,040 --> 00:39:12,040

481
00:39:12,041 --> 00:39:16,041

482
00:39:16,041 --> 00:39:20,041

483
00:39:20,048 --> 00:39:24,048

484
00:39:24,048 --> 00:39:28,048

485
00:39:28,051 --> 00:39:32,051

486
00:39:32,055 --> 00:39:36,055

487
00:39:36,055 --> 00:39:40,055

488
00:39:40,058 --> 00:39:44,058

489
00:39:44,063 --> 00:39:48,063

490
00:39:48,064 --> 00:39:52,064

491
00:39:52,067 --> 00:39:56,067

492
00:39:56,072 --> 00:40:00,070

493
00:40:00,070 --> 00:40:04,070

494
00:40:04,073 --> 00:40:08,073

495
00:40:08,078 --> 00:40:12,077

496
00:40:12,077 --> 00:40:16,077

497
00:40:16,079 --> 00:40:20,078

498
00:40:20,078 --> 00:40:24,078

499
00:40:24,096 --> 00:40:28,086

500
00:40:28,086 --> 00:40:32,086

501
00:40:32,087 --> 00:40:36,087

502
00:40:36,088 --> 00:40:40,088

503
00:40:40,096 --> 00:40:44,095

504
00:40:44,095 --> 00:40:48,095

505
00:40:48,099 --> 00:40:52,099

506
00:40:52,100 --> 00:40:56,100

507
00:40:56,103 --> 00:41:00,103

508
00:41:00,131 --> 00:41:04,131

509
00:41:04,131 --> 00:41:08,131

510
00:41:08,132 --> 00:41:12,132

511
00:41:12,136 --> 00:41:16,136

512
00:41:16,137 --> 00:41:20,137

513
00:41:20,161 --> 00:41:24,144

514
00:41:24,144 --> 00:41:28,142

515
00:41:28,142 --> 00:41:32,142

516
00:41:32,158 --> 00:41:36,148

517
00:41:36,148 --> 00:41:40,148

518
00:41:40,150 --> 00:41:44,150

519
00:41:44,170 --> 00:41:48,155

520
00:41:48,155 --> 00:41:52,155

521
00:41:52,165 --> 00:41:56,159

522
00:41:56,159 --> 00:42:00,159

523
00:42:00,159 --> 00:42:04,159

524
00:42:04,162 --> 00:42:08,162

525
00:42:08,165 --> 00:42:12,165

526
00:42:12,170 --> 00:42:16,170

527
00:42:16,172 --> 00:42:20,172

528
00:42:20,172 --> 00:42:24,172

529
00:42:24,173 --> 00:42:28,173

530
00:42:28,182 --> 00:42:32,182

531
00:42:32,184 --> 00:42:36,184

532
00:42:36,184 --> 00:42:40,184

533
00:42:40,189 --> 00:42:44,189

534
00:42:44,190 --> 00:42:48,190

535
00:42:48,193 --> 00:42:52,193

536
00:42:52,198 --> 00:42:56,196

537
00:42:56,196 --> 00:43:00,196

538
00:43:00,199 --> 00:43:03,090

539
00:43:03,090 --> 00:43:07,090
(คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับ คนเก่งของครู ครูเชื่อว่า

540
00:43:11,287 --> 00:43:11,874
ที่จะร่างเป็นเค้าโครงของตัวเองได้แล้วนะครับ ให้นักเรียนนั้นนำสิ่งที่

541
00:43:11,874 --> 00:43:15,874
นำมาผนวกรวมในเล่มกับเพื่อนนี่นะ งานกลุ่ม

542
00:43:18,886 --> 00:43:22,886
ที่สร้างสำนวนขึ้นมาพร้อมบอกสำนวน บอกความหมาย

543
00:43:28,217 --> 00:43:31,593
นะครับ ให้กลับไปทำเป็นการบ้านนะ ไปทำเป็นการบ้าน ตกแต่งให้สวยงาม แล้วนำมา

544
00:43:31,593 --> 00:43:34,873
ผนวกรวมกับของเพื่อนในกลุ่ม เพื่อที่จะส่งกับ

545
00:43:34,873 --> 00:43:38,873
คุณครูนะครับ ซึ่งทำงานก็ต้องทำให้เรียบร้อย

546
00:43:43,640 --> 00:43:47,640
สวยงามและน่าสนใจนะครับ กลับไปทำเป็นการบ้าน เรามาสรุปบทเรียนกันดีกว่า สรุปบทเรียน

547
00:43:49,737 --> 00:43:52,665
เขียนองค์ความรู้ครับ คุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ

548
00:43:52,665 --> 00:43:56,665
นักเรียนคะ สำนวนไทยมีความสำคัญอย่างไร

549
00:43:59,245 --> 00:44:03,245
ลองตอบคุณครูปลายทางดูสิคะ หลังจากที่เราได้เรียนรู้กัน คุณครูปรเมษฐคะ

550
00:44:06,326 --> 00:44:07,341
เสียงคำตอบของนักเรียนหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) หลายคนเลยครับ

551
00:44:07,341 --> 00:44:11,341
บางคนยังคิดอยู่ บางคนตอบแล้ว ครู

552
00:44:14,056 --> 00:44:18,056
จะรอทั้งประเทศแล้วเดี๋ยวสรุปทีเดียว ว่านักเรียนนั้นน่ะ ไหนดูคำตอบของนักเรียนดีกว่าครับ

553
00:44:21,157 --> 00:44:25,157
ช่วยสะท้อนให้เห็นถึงสภาพสังคม

554
00:44:29,522 --> 00:44:33,522
และวัฒนธรรมของคนไทยนั่นเอง อันนี้คือความสำคัญของสำนวนไทย ที่อยู่มายาวนาน

555
00:44:40,249 --> 00:44:44,249
ทำไมตรงคำถามนี้บอกว่าสำนวนไทยอย่างเดียวครับ เพราะว่า สำนวนสุภาษิต คำพังเพย นี่นะครับ

556
00:44:45,805 --> 00:44:49,805
เวลาที่เราจะพูดถึงหรือเราจะกล่าวถึงนี่ เราจะพูดรวมเป็นคำว่า (คุณครูคณิตา) "สำนวน" ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สำนวน

557
00:44:55,600 --> 00:44:59,600
หรือสำนวนไทยนั่นเองนะครับ ไปดูอีกสักข้อหนึ่งคุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ อีกข้อหนึ่งนะคะ นักเรียนจะ

558
00:45:03,596 --> 00:45:07,212
เลือกใช้สำนวนไทยในการสื่อสารอย่างไร (คุณครูปรเมษฐ) หนูจะมีหลักการอย่างไรล่ะครับ ที่จะ

559
00:45:07,212 --> 00:45:11,212
นำสำนวนนั้นน่ะมาสื่อสารกับคนอื่น สื่อสารไป

560
00:45:11,694 --> 00:45:15,694
เพื่ออะไร (คุณครูคณิตา) แล้วสื่อสารไปเพื่ออะไร

561
00:45:18,220 --> 00:45:18,475
เคยพูดไปแล้วใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) เอ๊

562
00:45:18,475 --> 00:45:19,639
ทำไมเราถึง

563
00:45:19,639 --> 00:45:23,639
มีการเลือกใช้ นักเรียนมีหลักการอย่างไรเอ่ยในการนำสำนวน

564
00:45:27,787 --> 00:45:31,787
มาใช้นะ เอาล่ะค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ตอบ ๆ

565
00:45:32,625 --> 00:45:36,625
เก่งนะ คนนั้นเก่งมากเลย มีอยู่เด็กคนหนึ่งที่ตั้งใจตลอดเวลา คนนั้น

566
00:45:40,564 --> 00:45:42,519
ก็จะเป็นผู้ที่เจริญยิ่งในวันข้างหน้านะครับ

567
00:45:42,519 --> 00:45:46,519
คนที่ตั้งใจเรียนนี่นะครับ ได้คำตอบมาที่เรียบร้อย

568
00:45:50,738 --> 00:45:54,738
มาได้ดังนี้ (คุณครูคณิตา) จะต้องศึกษาความหมายของสำนวน

569
00:45:54,951 --> 00:45:58,951
และสุภาษิตให้เข้าใจก่อนนะคะ ก่อนที่จะ

570
00:46:02,941 --> 00:46:06,941
นำไปใช่อย่างที่บอกนะคะ ถ้านักเรียนไม่รู้ความหมาย

571
00:46:07,707 --> 00:46:09,778
นักเรียนก็ไม่สามารถนำสุภาษิตเหล่านั้นนี่ไปใช้ได้ตาม ตามความประสงค์ของนักเรียน

572
00:46:09,778 --> 00:46:13,778
นั่นเองนะ หากนักเรียนต้องการที่จะนำ

573
00:46:15,220 --> 00:46:19,220
สำนวน สำนวนหนึ่งนี่ ถ้านักเรียนไม่รู้จัก

574
00:46:23,139 --> 00:46:25,547
นั้นมีความหมายว่าอย่างไร นักเรียนจะสามารถนำสำนวนเหล่านั้นไปใช้ได้ไหมคะ

575
00:46:25,547 --> 00:46:29,547
(คุณครูปรเมษฐ) อย่างที่บอกนะครับ ก็ไม่สามารถใช้ได้ หากนำไปใช้

576
00:46:33,421 --> 00:46:37,421
มันก็จะใช้ไม่เข้ากับเรื่องที่นักเรียนต้องการสื่อสาร

577
00:46:40,303 --> 00:46:41,686
อะไร นักเรียนไม่รู้ความหมาย เพราะฉะนั้น นักเรียน

578
00:46:41,686 --> 00:46:45,686
จึงต้องศึกษาให้รู้ความหมาย เอาล่ะครับ บทเรียนครั้งต่อไปนะครับ ก็ยังอยู่

579
00:46:46,243 --> 00:46:50,243
ในเรื่องของสำนวน สุภาษิต คำพังเพย นะครับ นักเรียน

580
00:46:55,463 --> 00:46:58,415
เตรียมตัวดังนี้นะ ใบงาน เรื่อง สำนวนชวนคิดนะ แล้วก็

581
00:46:58,415 --> 00:47:02,386
ให้นักเรียนเตรียมพวกหนังสือพวกสำนวนไทย

582
00:47:02,386 --> 00:47:06,386
นะครับ หรือ หนูจะไปค้นหาเพิ่มเติมที่เรียนไปในวันนี้

583
00:47:12,310 --> 00:47:13,338
ไปวันนี้นี่ เพื่อที่จะนำมาใช้ในคาบต่อไป เพราะว่าสำนวนไทยนี่มีมากมาย ที่

584
00:47:13,338 --> 00:47:16,077
ให้นักเรียนไปค้นหา สำนวนรอนักเรียนอยู่

585
00:47:16,077 --> 00:47:20,077
กลับไวันนี้ ไปทบทวนค้นหาความรู้นะครับ (คุณครูคณิตา)

586
00:47:27,773 --> 00:47:28,300
ขอเวลาสักครู่หนึ่งนะคะ 30 วิ(นาที)

587
00:47:28,300 --> 00:47:32,250
นักเรียนคะ นักเรียนอาจจะสงสัยว่า หนังสือเล่มเล็กนี่

588
00:47:32,250 --> 00:47:34,928
เราจำกัดจำนวนสำนวนไหม ไม่จำกัด

589
00:47:34,928 --> 00:47:38,928
นะคะ ขึ้นอยู่กับตามความเหมาะสมนะคะ แล้วเราจะส่ง

590
00:47:43,813 --> 00:47:44,152
เมื่อไรนักเรียนคะ หันไปถามคุณครูปลายทางเลยค่ะ

591
00:47:44,152 --> 00:47:47,589
ว่าคุณครูปลายทางกำหนดระยะเวลาในการ

592
00:47:47,589 --> 00:47:49,317
ทำพจนานุกรมสำนวนของนักเรียนนี่

593
00:47:49,317 --> 00:47:53,317
จะส่งได้วันไหนนะ ให้คุณครูปลายทาง

594
00:48:00,339 --> 00:48:04,339
กำหนดเวลาในการส่งนะคะ คุณครูปลายทางคะ ดูผลงานของนักเรียนนะคะ แล้วก็คำนวณ

595
00:48:04,917 --> 00:48:06,974
เวลาให้เหมาะสมด้วยนะคะ สำหรับวันนี้

596
00:48:06,974 --> 00:48:10,974
(คุณครูปรเมษฐ) ครูทั้งสองคนต้องขอลาไปก่อนนคร

597
00:48:16,338 --> 00:48:18,743
ับ คุณครูปลายทางสวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) บ๊ายบาย

598
00:48:18,743 --> 00:48:22,743
[เสียงดนตรี]

599
00:48:28,360 --> 00:48:32,356

600
00:48:32,356 --> 00:48:36,356

601
00:48:36,364 --> 00:48:36,366

602
00:48:36,366 --> 00:48:36,368

603
00:48:36,368 --> 00:48:40,368


