(คุณครูคณิตา) สวัสดีคุณครูปลายทางทุกท่าน และนักเรียนปลายทางทุกคน เข้าสู่รายวิชาภาษาไทย พบกับคุณครูคณิตา และคุณครูปรเมษและคุณครูปรเมษฐ ในรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 (คุณครูปรเมษฐ) มีเรื่องสนุก ๆ อะไรให้นักเรียนเล่นวันนี้นะครับ ครูจะพาไปท่องโลกแห่งสำนวนไทย สุภาษิต และคำพังเพยนะครับ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่หนู ๆ นั้นเคนศึกษากันมาแล้ว (คุณครูคณิตา) ในเรื่องก่อนจะขึ้น ป. 6 นี้นะคะ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ที่เด็ก ๆ นี่ชอบมากเลยใช่ไหมคะ เกี่ยวกับเรื่องสุภาษิต คำพังเพย (คุณครูปรเมษฐ) คราวนี้เดี๋ยวเรามาดูในเนื้อหาของชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 กันบ้าง ว่าจะมีความสนุกและความรู้ซ่อนอยู่ข้างในนั้นมากน้อยเพียงใด เด็ก ๆ ไปศึกษากันเลยครับ วันนี้ครูคณิตามีรูปภาพมาให้ (คุณครูคณิตา) ค่ะ วันนี้นะคะ ให้นักเรียนนะคะ พิจารณาภาพนะคะ บนหน้าจอนะคะ หลังจากนั้นลองทายดูสิว่าเป็นสำนวนสุภาษิตคำพังเพยเกี่ยวกับอะไร (คุณครูปรเมษฐ) ทายเป็นสำนวนเลยใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ นักเรียนสังเกตดูมีอะไรอยู่บ้างนะ มีนาย... นายพราน มีป่า มีช้างนะคะ แล้วก็มีอะไรอีกคะครูปรเมษฐ จิ้งจอก (คุณครูคณิตา) แล้วที่สำคัญล่ะค่ะ คือ (คุณครูปรเมษฐ) มี (คุณครูคณิตา) คืออะไร คะ ใบอะไรนี่เด็ก ๆ (คุณครูคณิตา) ใบอะไรเอ่ย ใบ... ใบอะไรนะ ใบบัว หรือเปล่าคะ ใช่ไหม (คุณครูปรเมษฐ) ใบบัวนี่มีหลายชนิดนะครับ ใบบัวที่เราน่าจะเปรียบเทียบ คือ ใบบัวหลวง เด็ก ๆ รู้จักไหม บัวหลวงจะเป็นลักษณะใบที่ใหญ่นะ นำไปไว้บูชาพระ อันนี้คือใบบัวหลวงถ้าเด็ก ๆ จะทายเป็นสำนวน คุณครูช่วยก่อนดีกว่าภาพแรกน่ะ (คุณครูคณิตา) ภาพแรกใช่ไหมคะ พูดพร้อม ๆ กันค่ะ สำนวนอะไรเอ่ย ช้างตายทั้งตัวเอาใบบัวมาปิด (คุณครูปรเมษฐ) นี่คือปริศนาสำนวนไทยนั่นเอง ให้นักเรียนลองทายดูนะครับ ต่อไป ๆ เดี๋ยวคุณครูคณิตาไม่บอกควายหมายหน่อยหรือครับ (คุณครูคณิตา) ความหมายนะคะ ก็คือ การกระทำความผิดใหญ่หลวงย่อมไม่อาจปกปิดได้นะคะ ต้องมีผู้รู้ไม่วันใดก็วันหนึ่ง (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ ช้างตัวใหญ่โต ใบบัวใบนิดเดียวไม่สามารถมาปิดช้างได้นะครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ (คุณครูปรเมษฐ) ดูสำนวนนะครับ เปิดภาพปุ๊บให้เวลาคิด 3 วิ (คุณครูคณิตา) เป็นความรู้เก่านะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) ง่ายมากเลยค่ะ นักเรียน ตอบ 1 2 3 ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คือสำนวน เก่งมากครับ จับปลา 2 มือ (คุณครูปรเมษฐ) จับปลาสองมือ เห็นเด็ก ๆ จับปลานะ แล้วมีความหมายว่าอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) บอกไว้ก่อนนะคะ มีความหมายในทางที่ดี หรือไม่ดีคะ ตอบเลยค่ะ คุณครูปรเมษฐคะ คุณครูปรเมษฐลองบอกสิคะ ในเชิงบวกหรือเชิงลบค่ะ จับปลา 2 มือนี่ (คุณครูปรเมษฐ) เอาไว้ตำหนินะ เวลาทำอะไรนี่ เวลาทำอะไรลทำ 2 สิ่ง 2 อย่างพร้อมกันบางทีสำเร็จไหม (คุณครูคณิตา) ไม่สำเร็จสักอย่างหนึ่ง หรือว่าทำแล้วมันไม่ดีเลยสักอย่างหนึ่งนะคะ เพราะฉะนั้นนี่ หากเราจะทำอะไรอย่างใดอย่างหนึ่งนี่ทำไมคะ เลือกทำนะคะ อย่าจับปลาสองมือ เพราะว่าไม่อย่างนั้นนี่ พวกงานต่าง ๆ ที่ทำก็อาจจะไม่สำเร็จหรือออกมาไม่ดีก็ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ เปรียบดั่งปลาที่จับมือเดียวมันอาจจะหลุดไปได้ ก็สุดท้ายแล้วไม่ได้กินอะไรเลยนะครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เตรียมตัว ดูให้ดีนะ มีงู มีเด็ก ลักษณะอาการเขี้ยงหรือออกไป ตอบครับ เป็นสำนวน (คุณครูคณิตา) อะไรเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) เก่งมาก ขว้างงูไม่พ้นคอ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) กระทำในสิ่งที่เป็นผลร้ายนะคะ แล้วทำไมเอ่ย ย้อนกลับเข้าตัวเอง (คุณครูปรเมษฐ) เปรียบเสมือนดังเราตีงูแต่ไม่ตายดี แล้วเราจะเขวี้ยงหรือปาทิ้ง แต่สุดท้ายไม่พ้นตัวเอง กลับมาแว้งกัด ดังที่ครูคณิตาได้อธิบาย เด็ก ๆ พร้อมนะ หมดหรือยัง (คุณครูคณิตา) หมดแล้วค่ะ น่าเสียดายจังเลย ครูเชื่อว่ามีอีกหลายภาพที่เด็ก ๆ จะได้ทายสำนวนกันนะครับ ไปดูกันต่อ คำถามกระตุ้นความคิดวันนี้นะครับ การใช้สำนวนสุภาษิต และคำพังเพยนะ จำเป็นจะต้องรู้ความหมายหรือไม่ เพราะเหตุใด อย่างเช่น เมื่อสักครู่ที่ครูคณิตาให้ดูภาพ ที่ครูให้ดูภาพ ครูจะถามครูคณิตาว่าหมายความว่าอย่างไร ใช่ไหม (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คิดว่าจำเป็นไหมละ ตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ มันจำเป็นจะต้องรู้ความหมาย แต่อันนั้นไม่เท่าไร รู้ความหมายนี่รู้รู้ความหมายนี่รู้เพราะเหตุใด (คุณครูคณิตา) อันนี้เป็นการแสดงความคิดเห็นนะคะ ทำไมเราจึงต้องรู้ความหมายเกี่ยวกับสำนวน สุภาษิต คำพังเพย เพราะอะไรเอ่ย เพราะอะไรนะ ได้ยินมาแว่ว ๆ นะคะ ว่าการที่เราจะรู้เกี่ยวกับสำนวนสุภาษิต คำพังเพยนี่ ทำไมเราถึงจะต้องรู้ เพราะว่าเราจำเป็นจะต้องทราบก่อนใช่ไหมคะ ต้องทราบความหมายก่อนทราบความหมายเหล่านั้นเราก็นำมาใช้สื่อสารได้ตรงตามวัตถุประสงค์นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับผม มันเป็นที่มาแห่งการเรียนนะครับ ที่มาของการเรียนคำพังเพยนั้นก็จะต้องรู้ว่าเราจะเรียนไปทำไมนะครับ จึงต้องแจ้งจุดประสงค์ให้เราได้รับรู้นะครับ ก็คือนักเรียนนั้นจะต้องสามารถอธิบาย รวบรวมคำสำนวน สุภาษิต คำพังเพย ที่จะนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน รวมถึงต้องเห็นความสำคัญของสำนวนไทยด้วย อันนี้ก็คือสิ่งที่เด็ก ๆ นั้นจะต้องปฏิบัติ และจะต้องนำไปใช้ในชีวิตจริงใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) นะคะ คู่อยู่คู่กับคนไทยมายาวนาน ถ้าไม่สำคัญนี่ เราก็คงไม่ต้องมาเรียนรู้กันหรอก ใช่ไหมคะ คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่แล้วครับผม ไปกันต่อเลยครับ ทายภาพทราบสำนวน (คุณครูคณิตา) เมื่อกี้เป็นการวอร์มเครื่อง เป็นการเตรียมความพร้อมใช่ไหมคะ เอ่าล่ะค่ะ ตอนนี้นะ (คุณครูคณิตา) เอาจริงแล้วนะ ๆ (คุณครูปรเมษฐ) เตรียมตัวเลย ครูไม่บอกแล้วนะ ครูจะให้ดูภาพ แล้วจะบอกความหมาย แล้วจะบอกเลยนะครับ 1, 2, 3 คิดครับ ตอบแล้ว ตอบว่าอะไรนะ อีกครั้งสิ สำนวนนี้มีชื่อว่า เขครกขึ้นภูเขา เดี๋ยวคุณครูขออธิบายก่อนนะ จากรูปนี่ ไม่ใช่ครกที่ใช้ตำน้ำพริกนะนักเรียน โบราณไม่มีโรงสี โรงสี คือ โรงสีข้าว ตำข้าว ต้องใช้ไม้เป็นต้น แล้วก็มาขุดให้มันเป็นหลุมลงไป ใช้ในการตำข้าว คุณครูคณิตาแล้วมันมีความหมายว่าอย่างไรล่ะ (คุณครูคณิตา) หมายก็คือ การทำอะไรก็บรรลุผลนั้นนะคะ ไม่ใช่สิ่งที่กระทำโดยง่ายค่ะ ส่วนใหญ่นี่จะใช้กับงานที่ทำไม่ค่อยสำเร็จนะคะ ก็คือการเข็น กลิ้ง มันจะเป็นแบบ นักเรียนลองนึกภาพนะคะ นำครกที่คุณครูปรเมษฐบอกใช่ไหมคะ ที่เป็นไม้ต้นใหญ่ ถ้าใครมีนะ แถวบ้านนะ ก็ลองไป... (คุณครูปรเมษฐ) ลองไปเข็นเลยหรือครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ จะได้รู้ไงคะ ถึงความยากลำบาก ว่ามันยากลำบากขนาดไหน (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ไปทำตามทับขึ้นมาคุณครูคณิตาจะรับผิดชอบอย่างไร (คุณครูคณิตา) อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของนักเรียนนะคะ ว่านักเรียนควรทำหรือไม่ทำนะคะ แต่ก็ถ้าหากอยากลองนะคะ แต่ถ้าจะลองนะคะ ต้องมีผ้ปกครองดูแลความปลอดภัยด้วยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่าครูคณิตาจะให้ทำจริง ดูภาพต่อไปครับ คิดเลย (คุณครูคณิตา) อะไรเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) นี่ตอบแล้ว เดี๋ยว ๆ ฟังอีกครั้งหนึ่งสิ มีปู มีการหยิบ การจับ เก่งมากครับ จับปูใส่กระด้ง (คุณครูคณิตา) ความหมายก่อนดีไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) บอกความหมายก่อน (คุณครูคณิตา) ความหมายก็คือ ยากที่จะอยู่นิ่ง ๆ ได้ ยกเว้นว่าปูจะโดนจับมัด เดี๋ยวนักเรียนจะบอกว่าผมเคยเห็นครับ ปูนอนนิ่งอยู่ เพราะว่ามันจับมัดเสร็จแล้วนะ แต่ถ้าตามปกตินะ ถ้าปูนี่ไม่โดนจับมัด ไม่ตายนะคะ เป็นในลักษณะอย่างนี้ ปูจะอยู่ไม่นิ่ง มันคล้าย ๆ กับอีกสำนวนหนึ่ง คืออะไร นะ ได้ยินแน่นอนนะคะ ก็คือสำนวนซนอะไรนะ ซนเหมือน เหมือนอะไรนะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ซนเหมือนลิงเหมือค่าง เปรียบเหมือนดั่งที่ครูนี่ ไปทัศศึกษา อย่างกับจับปูใส่กระด้งเลยนะ เป็นการเปรียบเทียบ ไม่อยู่นิ่ง วิ่งไปวิ่งมา เพราะฉะนั้น เธอจะทำตัวเหมือนปูหรือเปล่าที่ไม่อยู่นิ่ง อันนี้ให้คิดนะครับ ดูภาพ ต้องดูภาพ สิ่งที่เป็นภาชนะสานนี่นะครับ เขาเรียกว่า "กระด้ง" นะ เอาไว้ใช้ในการตากปลาใส่ของ นะครับ อันนี้คือปู เด็ก ๆ รู้จักแล้วนะ ไปกันต่อ ภาพต่อไปเตรียมตัวนะครับ (คุณครูคณิตา) โบราณเลยนะคะ อันนี้ก็มาลักษณะ อะไรเอ่ย มีอะไรนะ อะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) รูปปั้นใช่ไหมครับ ครูคณิตา มีเขา น่าจะเป็นวัว หรือเป็นความ (คุณครูคณิตา) ไม่แน่ใจ นักเรียนคะ เมื่อกี้ครูมีคีย์เวิร์ดนะ มีใบ้นิดหนึ่งนะ มีวัวกับควายนะคะ ตั้งแต่เห็นภาพแล้วครูคณิตา ตอบว่าสำนวน (คุณครูคณิตา) ยาวหน่อยนะคะ อยู่บ้านท่าน อย่านิ่งดูดาย ปั้นวัวปั้นควายให้ลูกท่านเล่น (คุณครูปรเมษฐ) คราวนี้ดูความหมาย (คุณครูคณิตา) ความหมายนะคะ เมื่อเราไปอาศัยอยู่บ้านของใครนะคะ ก็ควรที่จะทำประโยชน์ให้บ้านเหล่านั้นด้วยนะคะ หรือว่าบ้านคนที่เราไปอาศัยอยู่ด้วยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ ไปกันต่อเลย มันรูปผู้หญิงหรือผู้ชายคู่กัน (คุณครูคณิตา) เขาจะเป็นอะไรคะ นักเรียน (คุณครูปรเมษฐ) ไหนลองยืนให้เหมือนสิครับ ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ (คุณครูปรเมษฐ) สมมติครูกับครูคณิตาเลยนะภาพนี้ ขยับเข้ามา (คุณครูคณิตา) ค่ะ อาจจะไม่เหมือนในรูปนะคะ คุณครูปรเมษฐนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ทายสำนวนสิ ตอบว่าเป็นสำนวนอะไรครับ กิ่งทองใบหยกนะ เป็นคำโบราณใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เป็นคำโบราณค่ะ เด็ก ๆ นี่อาจจะไกลหน่อยนะคะ เขาเรียกว่ายัง เขาเรียกว่า "ยังไม่ถึงวัย" นะ กิ่งทองใบหยกนะคะ ใช้กับคำว่า "เหมาะสมกันมาก" เหมือนคุณครูกับคุณครูปรเมษฐนีนะคะ สามารถที่จะสอนนักเรียนได้อย่างสนุกสนาน แต่ว่าสำนวน คำว่า "กิ่งทองใบหยก" นี่ เราจะใช้กับชาย - หญิง ที่จะแต่งงานกันแล้วนะคะ ต่อไปกันเลยดีกว่าค่ะ เด็ก ๆ คงรอแล้วค่ะ เรื่องสำนวน (คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ทายเลย ปลูกข้าวครับ ปลูกข้าว คือ การทำนา ที่ไหน ตอบคำถาม 1 2 3 ทำนาบนหลังคน คุณครูคณิตาอธิบายความหมายครับ (คุณครูคณิตา) นักเรียนพิจารณาดูรูปภาพของคนนะคะ ผอม แห้ง แสดงว่าการทำนาบนหลังคนเป็นสำนวนที่เป็นการบอกนะคะ ว่าเป็นการหาผลประโยชน์โดยการขูดรีดจากผู้อื่นนั่นเอง ดูสิคนที่หาผลประโยชน์เป็นอย่างไร อ้วน ท้วน ส่วนคนที่ถูกขูดรีดล่ะคะ เป็นอย่างไร ผอมแห้งแรงน้อยนะคะ เพราะฉะนั้นนี่ เมื่อโตไปนะคะ อย่าเป็นคนที่ทำนาบนหลังคนนะคะ จะต้องรู้จักแบ่งปัน เอื้อเฟื้อ เผื่อแพ่ (คุณครูปรเมษฐ) หมดหรือยังครูคณิตา (คุณครูคณิตา) หมดแล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) หมดแล้ว เด็ก ๆ ยังอยากจะทายอีก ไม่เป้ฯไรครับ เด็ก ๆ สามารถที่จะไปหาภาพมาทายเล่นกับเพื่อนนะ ภาพสำนวนที่จะนำมาทายมีมายเลย ใช่ไหมครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ หลังจากที่เรานี่ได้ทายเกี่ยวกับรูปภาพ สำนวนสุภาษิต คำพังเพย ไปแล้วนักเรียนรู้ความหมายเกี่ยวกับสำนวนหรือความหมายเกี่ยวกับคำพังเพย และความหมายเกี่ยวกับสุภาษิตบ้างหรือเปล่า (คุณครูปรเมษฐ) ที่คุณครูคณิตาต้องถามนี่ เพราะมันเป็นเรื่องที่หนู ๆ จะได้เรียนสำนวนสุภาษิตและคำพังเพยใช่ไหมครูคณิตาความหมายกันเลยดีกว่านะคะ นักเรียนเตรีมสมุด ปากกา เตรียมจดด้วยนะคะ จดด้วยความเข้าใจของตัวเอง (คุณครูปรเมษฐ) อย่าลืมนะ สำคัญมากเดี๋ยวจะไม่รู้ว่าเรียนวันไหน ไปดูกันเลย คำแรกเลยนะครับ คืออะไร ครับ ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) สำนวนค่ะ คือ คำพูด หรือ ถ้อยคำที่กระทัดรัด สละสลวยมีความหมายโดยนัย ความหมายเชิงอุปมาเปรียบเทียบ จะไม่แปลความหมายตรงตามตัวอักษรค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ก็คือคำนิยามของหมายของคำว่า "สำนวน" ก็คือแปลไม่ตรงความหมายแล้วก็มีความหมายโดยนัย โดยนัยมันคืออะไร ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เราจะต้องแปลความหมายอีกรอบหนึ่ง เดี๋ยวนักเรียนอาจจะนึกภาพไม่ออก มาดูตัวอย่างกันดีกว่าค่ะ คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ครับผม ตัวอย่างสำนวนนะครับ (คุณครูคณิตา) ตัวอย่างแรก คำว่า "ไขสือ" คุณครูปรเมษฐอย่ามาทำไขสือนะ ไขสือแปลว่าอะไร แปลว่าอะไรคะ แปลว่า ทำเป็นไม่รู้ไม่เข้าใจเห็นไหม คำว่า "ไขสือ" ตรงตามตัวไหมคะ สำนวนจะแปลไม่ตรงตามตัวอักษรและมีความหมายโดยนัย คือ เราจะต้องหาความหมายของสำนวนนี้อีกครั้งหนึ่ง (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมา ปากเสีย นักเรียนคงคุ้น ๆ ล่ะค่ะ คุณครูปรเมษฐนี่ปากเสียมากเลยนะ เป็นการยกตัวอย่างนะคะ คุณครูปรเมษฐ คุณครูปรเมษฐทราบไหมคะ คำว่า "ปากเสีย" หมายความว่าอย่างไร (คุณครูปรเมษฐ) ปากที่เน่าเสีย (คุณครูคณิตา) ปากที่เน่าเสีย ต้องไปพบทันตแพทย์นะคะ ปากที่เน่าเสียนะ แต่คำว่า "ปากเสีย" นะคะ ในความหมายเชิงสำนวน หมายถึง ปากที่พูด พูดเป็นอย่างไร พูดว่าร้าย พูดไม่ดี นักเรียนคะ ก็คือเป็นการพูดเชิงตัดกำลังใจนะคะ หรือพูดให้ร้ายวร้าย ว่าร้ายผู้อื่นนะคะ ซึ่งครูปรเมษฐนี่นะคะ คุณครูเป็นคนดีนะคะ พูดแต่สรรเสริญเยินยอผู้อื่นนะคะ นักเรียน (คุณครูปรเมษฐ) เดี๋ยว ๆ โดยนัยนี่เดี๋ยวขยายให้นักเรียนเข้าใจตรงนี้เลย ปากเสีย ที่ครูบอกครูคณิตานี่ พัง อันนั้นคือความหมายโดยตรง แต่ที่ครูคณิตาบอก ก็คือปากเสีย ก็คือพูดไม่ดี พูดว่าร้ายคนอื่น คือ ความหมายโดยนัยนะครับ ก็คือสำนวนมันแปลไม่ตรงความหมายนั่นเอง ฟังนี่นะครับ อีกสำนวนหนึ่ง (คุณครูคณิตา) คำว่า ยกเมฆ (คุณครูปรเมษฐ) แบบนี้ หยิบเมฆมา แล้วบกเมฆ (คุณครูคณิตา) ครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ความหมายโดยอะไร (คุณครูคณิตา) ตรงค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเป็นโดยนัย (คุณครูคณิตา) ครเมฆ นี้ไม่สามารถยกได้นะคะ แต่ถ้าเป็นเมฆที่ว่าเป็นตุ๊กตาหรือหมอน น่าจะยกได้ ความหมายของคำว่า "ยกเมฆ" คืออะไร คะ คือการพูดเรื่องที่มันไม่มีหลักฐานอยู่นั่นเอง หลักฐานอยู่นั่นเอง นี่ก็คือเป็นหลักฐานโดยนัยนะ ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อีกสำนวน คือ ชั่วช่างชี ดีช่างสงฆ์ ลองให้นักเรียนไปอ่านบ้างสิ (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เขามีพจนานุกรมลองเปิดหาความหมายไปพร้อม ๆ กับครูเลย จดลงไปนะคะ ชั่วช่างชี ดีช่างสงห์ ไปหาความหมายเพิ่มเติมนะคะ คุณครูปลายทางคะ รบกวนนะคะ ตรวจสอบคำตอบของนักเรียนด้วยนะคะ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ เดี๋ยวเราทิ้งไว้เป็นการบ้านดีไหม ชั่วช่างดี ดีช่างสงฆ์ นะ (คุณครูปรเมษฐ) จดเสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ ไปต่อ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มีตัวอย่างสำนวนอีกแล้วครูคณิตาตัวอย่างสำนวนใช่ไหมคะ และให้นักเรียนจดไปค่ะ แล้วไปหาสำนวนนะคะ แล้วไปหาความหมายของมัน (คุณครูปรเมษฐ) 4 คำ ก็ 4 วินาทีพอไหม (คุณครูคณิตา) 4 วินาที เร็วเกินไปค่ะ จดค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) น้ำบ่อน้อย ขมิ้นกับปูน ดินพอกหองหมู (คุณครูคณิตา) ต่อปากต่อคำ น้ำบ่อน้อย ถ้าเป็นความหมายโดยตรง ก็เป็นน้ำที่มีน้ำน้อยใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) อันนี้ค่ะ นักเรียนคุณครูก็แหม ใจดีกับนักเรียนอีกแล้วนักเรียนที่น่ารักทุกคนนะคะ ในที่นี้หมายถึงน้ำลายค่ะ หมายถึงน้ำลายค่ะ ครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่น้ำบ่อน้อยนี่หมายถึงน้ำลาย ซึ่งเขาจะใช้ในช่วง เขาจะใช้ในตัวอย่างหรือความหมายที่ในเชิงเกี่ยวกับการค้าขายนะ อย่างเช่น การทำมาหากินในยุคนี้นี่เหมือนน้ำบ่อน้อย ได้บ้างไม่ได้บ้างแต่ละคนนี่ก็ต่างแย่งกัน น้ำบ่อน้อย น้ำลายน่ะ มีอะไรคะ มีนิดเดียว ได้บ้างไม่ได้บ้าง เพราะต่างคนต่างแย่งกัน ต่อมา นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้คือให้หาเอง (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ ให้หาเองดีกว่านะคะ (คุณครูปรเมษฐ) จดเรียบร้อยนะครับ เด็ก ๆ ครูปลายทางจะเป็นผู้ตรวจสอบนะครับ ไปกันต่อ ทีนี้คำพังเพย คำพังเพยคือสิ่งใดไหนเล่า ถ้อยคำที่เปรียบเทียบเหตุการณ์หรือเรื่องราวต่าง ๆ ที่พบเห็นในการดำรงชีวิตรุ่นก่อน ไม่เน้นการสั่งสอน แต่ใช้ในทำนองเปรียบเทียบหรือเป็นข้อคิดสะกิดใจให้นำมาปฏิบัติสำนวนมาแล้ว คำพังเพยตามมานะครับ คำพังเพย คือ การเปรียบเทียบนะเด็ก ๆ การเปรียบเทียบ การเสียดสี ประชดประชัน ถ้อยคำที่จะนำมาใช้เกี่ยวกับคำพังเพย ถ้าครูอธิบายแบบนี้ไม่เห็นภาพ เดี๋ยวไปดูกันดีกว่านะครับ (คุณครูคณิตา) นักเรียนจำไว้นะคะ เมื่อไหร่ก็ตามเจออะไรที่เป็นลักษณะของเสียดสี ให้นึกไว้เลยพังเพย มาดูตัวอย่างกันเลยดีกว่า ขิงก็รา ข่าก็แรง เป็นลักษณะการเสียดสีนะ การเสียดสีอย่างไรเอ่ย ก็คือความหมายนะคะ ต่างคนนี่ต่างไม่ยอมลดละกันอย่างเช่น อารมณ์ร้อนกันทั้งคู่นี่ ต่างไม่มีคนใดคนหนึ่งนี่ยอมเย็นเลยนะคะ ยอมที่เป็นฝ่ายขอโทษก่อนนะคะ ต่างคนต่างอารมณ์ร้อนใส่กันทั้งคู่ ถ้า อารมณ์ร้อนใส่กันทั้งคู่นี่ จะเป็นอย่างไรคะ ความสัมพันธ์จะพังลงนะ จะทำให้ อาจจะกลายเป็นว่าเลิกเป็นเพื่อนเลยก็ได้นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) แต่สำหรับครูนี่อารมณ์เย็นตลอดเวลานะครับ ครูคณิตาจะอารมณ์ร้อนคุณครูก็จะเป็นน้ำไปดับไฟนะ ต่อไป ทำนาบนหลังคน รู้ความหมายแล้ว อันนี้บอกเลยนะ ก็คือทำไมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค้นหาสิ่งที่ยากจะค้นหาได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เอาไปเทียบกัน เอาไปเปรียบเทียบกับงมเข็มในมหาสมุทรนะคะ ต่อไป ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ตำทำไมล่ะ ตำแล้วทิ้งน่ะ เป็นการเสียดสี (คุณครูคณิตา) ก็คือ ความหมายก็คือการลงทุนไปไม่คุ้มทุนไม่ได้ผลประโยชน์นะคะ ก็คือไม่คุ้มทุนนั่นเอง ต่อไป อันนี้เป็นการบ้านนะคะ ฝากไว้ให้นักเรียนไปค้นคว้าหาความรู้เกี่ยวกับความหมายของคำพังเพยต่อนะคะ นำขึ้นให้รีบตัก รักวัวให้ผูก รักลูกต้องตี ทำไมต้องผูกวัว ทำไมต้องตีลูกนะ ดูนะคะ รักดีหามจั่ว รักชั่วหามเสานะ แล้วก็ข้างในสดใสข้างในเป็นโพรง ความหมายว่าอย่างไร (คุณครูปรเมษฐ) มันมีอีกคำหนึ่งนะ ข้างนอกสุกใส ข้างในติ๊งโหน่ง เด็ก ๆ เคยได้ยินเปล่า มี 2 คำนะครับ รักดีหามจั่ว รักชั่วหามเสา เด็ก ๆ จดให้เรียบร้อย (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คงจดกันเรียบร้อยแล้วนะคะ ต่อมาค่ะ เรามาดูเกี่ยวกับอะไรเลย มีสำนวนไปแล้ว (คุณครูปรเมษฐ) มีสำนวนแล้วใช่หรือเปล่า พังเพยแล้ว ต่อไปก็น่าจะเป็นคำ (คุณครูคณิตา) สุภาษิตค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สุภาษิคืออะไร ครับ ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) สุภาษิตคือคำกล่าวที่มีจุดมุ่งหมคำกล่าวที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อการสั่งสอน เตือนสติให้คิด ไม่มีการเสียดสีหรือติชมอย่างคำพังเพย เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่ว ๆ ไปค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือการสั่งสอนใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คล้าย ๆ กับ เทศนาโวหารใช่ไหม เป็นหลักการสั่งสอนนะครับ เอาล่ะครับ นักเรียนเรามาดูตัวอย่างสุภาษิตนะครับ โดยนักเรียนจะต้องบันทึกไว้แล้วไปหาความหมายนะครับ คำแรกเลย ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว อันนี้ยังไม่ต้องบันทึก คุณครูคณิตาบอกได้เลยไหม ทำอย่างไร (คุณครูคณิตา) การทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่วหมายถึงพฤติกรรมนะคะ ถ้านักเรียนมีพฤติกรรมดีนักเรียนก็จะได้สิ่งที่ดี ๆ ตอบแทน ถ้านักเรียนทำชั่ว พฤติกรรมที่... ก็คือผลที่ไม่ดีนี่ตอบแทนกลับมานั่นเอง (คุณครูปรเมษฐ) แล้วก็ชิงสุกก่อนห่าม และเห็นกงจักรเป็นดอกบัวอันนี้ให้ไป (คุณครูคณิตา) หานะคะ ค้นหา ถือว่าเป็นการไฝ่เรียนไฝ่รู้ ใฝ่รู้ของนักเรียนนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ไปกันต่อ (คุณครูคณิตา) ที่นักเรียนควรจะปฏิบัติครับ การศึกษาสำนวนไทยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มันต้องมีประโยชน์ไม่อย่างนั้นเราจะไม่ศึกษากันนะครับ ประโยชน์ข้อที่ 1 กันนะครับ (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 1 ค่ะ ทำให้ใช้ภาษาในการเขียนเรียงความต่าง ๆ ได้ดีขึ้น คุณค่าให้กับงานเขียนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ก็คือประโยชน์ข้อแรกนะ เป็นการเพิ่มคุณค่า ทำให้งานเขียนนั้นนี่กระจ่างแจ้ง เข้าใจยิ่งขึ้นนั่นเองนะครับ ต่อไป ได้คติ การศึกษาสำนวนจะได้คติสอนใจก็คือข้อคิดนั่นเองทุกสำนวนเลย ทุกสุภาษิตทุกคำพังเพยเอย มันแทรกข้อคิดทั้งสิ้น ต่อไป ได้ข้อคิดด้านการเรียน (คุณครูคณิตา) ด้านการเรียนนะคะ ฝนทั่งให้เป็นเข็ม ไปหาความหมายนะคะ ต่อมาค่ะ รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม นะคะ อาจจะบอกให้เล็กน้อยนะ ก็คือเป็นการเรียนรู้ โดยที่เป็นการเรียนรู้ไปเถอะไม่เสียหายอะไรนะคะ ต่อมาอีกสำนวนหนึ่งนะคะ ก็คือความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอดนะคะ ก็คือความรู้มีเยอะ แต่ไม่สามารถที่จะนำไปใช้ประโยชน์ได้ ต่อมา (คุณครูปรเมษฐ) ให้ข้อคิดคติสอนใจในการคบค้าสมาคม คบคนให้ดูหน้า ซื้อผ้าให้ดูเนื้อ เลือกคบใครก็จะต้องดูให้ถึงภายใน จะซื้อผ้า ก็ต้องพินิจพิจารณา ตัดสินใจซื้อนะ ต่อไปคบเด็กสร้างบ้าน คบคนหัวล้านสร้างเมือง ในสมัยก่อนนะ ก็จะมีลักษณะขี้เบื่อง่ายนะคะ เป็นคนเบื่อง่าย ทำอะไรนี่ก็ยังไม่มีวุฒิภาวะมากพอ ส่วนคนเขาบอกว่าว่ากันว่าหัวล้านมักจะขี้น้อยใจ จะเป็นเหมือนเด็ก ทำอะไรกับคนเหล่านี้นี่มักจะไม่ประสบความสำเร็จนั่นเอง (คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ ให้คติสอนใจด้านต่าง ๆ นะคะ ก็คือด้านการครองเรือนค่ะ มีสำนวนอะไรบ้าง คะ (คุณครูปรเมษฐ) ความในอย่านำออก ความนอกอย่านำเข้านะครับ เรื่องในบ้านไม่ควรไปพูดที่อื่น ปลูกเรือนตามใจผู้อยู้ผูกอู่ตามใจผู้นอนนะครับ ปลูกบ้านนี่ ก็จะต้องคำนึงก่อนว่าผู้อยู่บ้านนั้นเป็นอย่างไรนะ อู่ ณ ที่นี้คือเปล ก็ต้องดูว่าผู้ที่นอนน่ะเป็นเด็ก (คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมานะคะ ก็คือด้านความรักนะคะ มีอะไรบ้าง คุณครูปรเมษฐ ยามรักน้ำต้มผักก็ว่าหวานนะ รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี มีเยอะเลยนะ ให้ข้อคิดนักเรียนสักข้อสิครับ (คุณครูคณิตา) เรื่อง รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตีก็แล้วกันนะคะ ของการอะไรคะ อบรมสั่งสอนนะ ว่า ทำไมคะ อย่าเลี้ยงลูกด้วยความทะนุทนอมลูกนี่ทำอะไรผิดก็รู้สักสั่งสอนบ้างนะคะ เอาล่ะค่ะ ต่อมาค่ะ 3. ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นการบอกถึงความเป็นอยู่ของคนไทย เช่น หมูไปไก่มา เป็นการทำอะไรครับ คนไทย ชอบมีการแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกันนะ แบ่งสันปันส่วน ใช่ในการแบ่งสัดส่วน แบ่งส่วน แบ่งเลือกนาต่าง ๆ แบ่งของกิน คนไทยก็จะชอบแลกเปลี่ยนกัน อัฐยาย อัฐแปลว่าอะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) อัฐหมายถึง เบี้ยในสมัยก่อน หรือเปล่าค่ะ อัฐยายซื้อขนมยายนี่ ความหมายก็คือเอาทรัพย์จากผู้ปกครองหญิงค่ะ นี่ก็เป็นลักษณะของการแต่งงาน เอาเงินสินสอดนี่จากฝ่ายหญิงมาสู่ขอฝ่ายหญิงนั่นเอง นั่นเป็นการอัฐยายซื้อขนมยายนั่นเองนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ ต่อไป เป็นการรักษาวัฒนธรรมทางภาษาให้ล้ำค่าของคนไทยให้ลูกหลานได้ภาคภูมิใจ เช่น สำนวนว่า ไม่มีนะ เดี๋ยวเราไปทำกิจกรรมเพิ่มเติมความรู้ดีกว่าครูคณิตา ให้ทำอะไรครับ (คุณครูคณิตา) กิจกรรมของวันนี้นะคะ ให้นักเรียนรวบรวมคำสำนวนสุสุภาษิตคำพังเพย พร้อมทั้งความหมาย แล้วจัดทำเป็นพจนานุกรมสำนวนไทยประจำกลุ่มค่ะ โดยใช้ใบความรู้เรื่อง สำนวน สุภาษิต คำพังเพยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นะครับ คำชี้แจงนะครับ (คุณครูคณิตา) คำชี้แจงนะคะ ก็คำชี้แจงของนักเรียน ก็ให้นักเรียนรวบรวมสำนวนสุภาษิตคำพังเพยนะคะ แล้วจัดทำเป็นพจนานุกรมสำนวนไทยประจำกลุ่ม โดยใช้ใบความรู้เรื่องสำนวน สุภาษิต คำพังเพย นะคะ COVID-19 นะคะ นักเรียนอาจจะนั่งค่อยนำมารวบรวมเป็นเล่ม เป็นพขนานุกรมของกลุ่มก็ได้ แล้วคุณครูปลายทางล่ะค่ะ อย่างไร (คุณครูปรเมษฐ) ครูก็ดูแลนะครับ การทำงานของนักเรียนให้คำแนะนำนักเรียน ในส่วนที่ไม่เข้าใจต่าง ๆ นะครับ ให้นักเรียนดูหรือครับ (คุณครูคณิตา) มีตัวอย่างสิคะ แต่ก่อนที่จะดูตัวอย่างเป็นเล่มนี่ ดูตัวอย่างใบความรู้รูปแบบใบความรู้นะคะ จะมีอยู่ทั้งหมด 2 แผ่นด้วยกันนะ ให้นักเรียนนะคะ ลองดูนะคะ ครูปรเมษฐคะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่นะครับ (คุณครูคณิตา) นี่คือตัวอย่างนะคะ ให้นักเรียนเลือกสำนววนนะในใบความรู้เป็นรูปเล่มนะคะ เอาล่ะค่ะ นักเรียนนี่ก็คือตัวอย่างนะคะ เป็นสมุดนะคะ สมุดทำมือนะ เป็นรูปเล่มนะ ในนี้ก็จะมีลักษณะของสำนวนสุภาษิต พจนานุกรมเราจะเรียงจาก ก. ไก่ ถึง ฮ. นกฮูกนะคะ เอาล่ะค่ะ นี่นะคะ จะเป็นลักษณะอย่างนี้นะคะ ผมช่วยถือดีกว่า (คุณครูคณิตา) ช่วยถือนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้เป็นรูปเล่มนะครับ ก็ถามว่านักเรียนจำเป็นจะต้องทำแบบนี้ไหม ไม่จำเป็นนะ ขอให้กระดาษที่นักเรียนจะนำมาประกบของเธอนี่มันเท่ากัน ในกลุ่มเธอก็จะสวยงามนะครับ อย่างเช่นที่ครูนำมาให้เห็นเป็นตัวอย่างเป็น (คุณครูคณิตา) ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ วาดรูปภาพนะคะ วาดรูปตกแต่งให้สวยงาม แล้วก็ใส่สำนวนไปแล้วก็บอกความหมายนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่นะครับ สวยงามมากนะครับ เป็นตัวอย่างของรุ่นพี่ปีที่แล้ว ที่เขาทำไว้ให้ดูนะครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ นักเรียนแล้วให้คุณครูปลายทางนะคะ ถ้านักเรียนไม่ได้เตรียมกระดาษมา ให้คุณครูปลายทางนะคะ อำนวยความสะดวกให้นักเรียนด้วยนะคะ พร้อมหรือยังคะ ถ้าพร้อมแล้วลงมือทำได้เลยค่ะ [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับ คนเก่งของครู ครูเชื่อว่าที่จะร่างเป็นเค้าโครงของตัวเองได้แล้วนะครับ ให้นักเรียนนั้นนำสิ่งที่นำมาผนวกรวมในเล่มกับเพื่อนนี่นะ งานกลุ่มที่สร้างสำนวนขึ้นมาพร้อมบอกสำนวน บอกความหมายนะครับ ให้กลับไปทำเป็นการบ้านนะ ไปทำเป็นการบ้าน ตกแต่งให้สวยงาม แล้วนำมาผนวกรวมกับของเพื่อนในกลุ่ม เพื่อที่จะส่งกับคุณครูนะครับ ซึ่งทำงานก็ต้องทำให้เรียบร้อยสวยงามและน่าสนใจนะครับ กลับไปทำเป็นการบ้าน เรามาสรุปบทเรียนกันดีกว่า สรุปบทเรียนเขียนองค์ความรู้ครับ คุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ นักเรียนคะ สำนวนไทยมีความสำคัญอย่างไร ลองตอบคุณครูปลายทางดูสิคะ หลังจากที่เราได้เรียนรู้กัน คุณครูปรเมษฐคะ เสียงคำตอบของนักเรียนหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) หลายคนเลยครับ บางคนยังคิดอยู่ บางคนตอบแล้ว ครูจะรอทั้งประเทศแล้วเดี๋ยวสรุปทีเดียว ว่านักเรียนนั้นน่ะ ไหนดูคำตอบของนักเรียนดีกว่าครับ ช่วยสะท้อนให้เห็นถึงสภาพสังคมและวัฒนธรรมของคนไทยนั่นเอง อันนี้คือความสำคัญของสำนวนไทย ที่อยู่มายาวนาน ทำไมตรงคำถามนี้บอกว่าสำนวนไทยอย่างเดียวครับ เพราะว่า สำนวนสุภาษิต คำพังเพย นี่นะครับ เวลาที่เราจะพูดถึงหรือเราจะกล่าวถึงนี่ เราจะพูดรวมเป็นคำว่า (คุณครูคณิตา) "สำนวน" ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สำนวนหรือสำนวนไทยนั่นเองนะครับ ไปดูอีกสักข้อหนึ่งคุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ อีกข้อหนึ่งนะคะ นักเรียนจะเลือกใช้สำนวนไทยในการสื่อสารอย่างไร (คุณครูปรเมษฐ) หนูจะมีหลักการอย่างไรล่ะครับ ที่จะนำสำนวนนั้นน่ะมาสื่อสารกับคนอื่น สื่อสารไปเพื่ออะไร (คุณครูคณิตา) แล้วสื่อสารไปเพื่ออะไร เคยพูดไปแล้วใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) เอ๊ ทำไมเราถึงมีการเลือกใช้ นักเรียนมีหลักการอย่างไรเอ่ยในการนำสำนวนมาใช้นะ เอาล่ะค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ตอบ ๆ เก่งนะ คนนั้นเก่งมากเลย มีอยู่เด็กคนหนึ่งที่ตั้งใจตลอดเวลา คนนั้นก็จะเป็นผู้ที่เจริญยิ่งในวันข้างหน้านะครับ คนที่ตั้งใจเรียนนี่นะครับ ได้คำตอบมาที่เรียบร้อย มาได้ดังนี้ (คุณครูคณิตา) จะต้องศึกษาความหมายของสำนวนและสุภาษิตให้เข้าใจก่อนนะคะ ก่อนที่จะนำไปใช่อย่างที่บอกนะคะ ถ้านักเรียนไม่รู้ความหมาย นักเรียนก็ไม่สามารถนำสุภาษิตเหล่านั้นนี่ไปใช้ได้ตาม ตามความประสงค์ของนักเรียนนั่นเองนะ หากนักเรียนต้องการที่จะนำสำนวน สำนวนหนึ่งนี่ ถ้านักเรียนไม่รู้จักนั้นมีความหมายว่าอย่างไร นักเรียนจะสามารถนำสำนวนเหล่านั้นไปใช้ได้ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) อย่างที่บอกนะครับ ก็ไม่สามารถใช้ได้ หากนำไปใช้มันก็จะใช้ไม่เข้ากับเรื่องที่นักเรียนต้องการสื่อสารอะไร นักเรียนไม่รู้ความหมาย เพราะฉะนั้น นักเรียนจึงต้องศึกษาให้รู้ความหมาย เอาล่ะครับ บทเรียนครั้งต่อไปนะครับ ก็ยังอยู่ในเรื่องของสำนวน สุภาษิต คำพังเพย นะครับ นักเรียนเตรียมตัวดังนี้นะ ใบงาน เรื่อง สำนวนชวนคิดนะ แล้วก็ให้นักเรียนเตรียมพวกหนังสือพวกสำนวนไทยนะครับ หรือ หนูจะไปค้นหาเพิ่มเติมที่เรียนไปในวันนี้ไปวันนี้นี่ เพื่อที่จะนำมาใช้ในคาบต่อไป เพราะว่าสำนวนไทยนี่มีมากมาย ที่ให้นักเรียนไปค้นหา สำนวนรอนักเรียนอยู่ กลับไวันนี้ ไปทบทวนค้นหาความรู้นะครับ (คุณครูคณิตา) ขอเวลาสักครู่หนึ่งนะคะ 30 วิ(นาที) นักเรียนคะ นักเรียนอาจจะสงสัยว่า หนังสือเล่มเล็กนี่ เราจำกัดจำนวนสำนวนไหม ไม่จำกัดนะคะ ขึ้นอยู่กับตามความเหมาะสมนะคะ แล้วเราจะส่งเมื่อไรนักเรียนคะ หันไปถามคุณครูปลายทางเลยค่ะ ว่าคุณครูปลายทางกำหนดระยะเวลาในการทำพจนานุกรมสำนวนของนักเรียนนี่จะส่งได้วันไหนนะ ให้คุณครูปลายทางกำหนดเวลาในการส่งนะคะ คุณครูปลายทางคะ ดูผลงานของนักเรียนนะคะ แล้วก็คำนวณเวลาให้เหมาะสมด้วยนะคะ สำหรับวันนี้ (คุณครูปรเมษฐ) ครูทั้งสองคนต้องขอลาไปก่อนนครับ คุณครูปลายทางสวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) บ๊ายบาย [เสียงดนตรี]