(พี่การ์ตูน) สวัสดีค่ะ ได้ยินเสียงล่ามไหมคะ (เจ้าหน้าที่) ได้ยินไหมคะ ขอบคุณค่ะ (อาจารย์เกวลี) สัปดาห์ที่แล้วนะ ที่คอมฯ เรามีปัญหานิดหน่อย เดี๋ยวเราจะมาสร้างฐานข้อมูลอีกครั้งนะคะ Micosoft Access ตัวนี้ ิเปิดขึ้นมาแล้วหน้าตาหน้าแรกจะเป็นแบบนี้ ใครทำเสร็จแล้วก็ดูอีกครั้งก็ได้นะคะ หรือถ้าใครยังไม่ได้ทำก็ดูไปพร้อมกัน ขึ้นหน้าตานี้แล้วให้มากดเลือกตรงฐานข้อมูล Desk top เปล่าตัวนี้ค่ะ กดเลย 1 ครั้ง เอาไหมนะ เอาใหม่ ๆ ๆ เร็วไป ขอโทษทีผิดอัน เศษ กด 1 ครั้งจะขึ้นแบบนี้นะคะ มันจะถามว่าเราจะบันทึกไฟล์ Database ไว้ที่ไหนนะคะ ให้นักศึกษาเลือก Save เลือกบันทึกไฟล์นี้ไว้ที่โฟลเดอร์ของตัวเองนะคะ โดยที่ฐานข้อมูลวันนี้เราจะใช้ชื่อว่า Books เติม s ด้วย นะคะ เก็บไว้ที่โฟลเดอร์ตัวเองนะคะ โฟลเดอร์ตัวเองอยู่ตรงไหน กดที่รูปแฟ้มสีเหลืองตรงนี้นะคะ แล้วก็ดูว่าไฟล์ที่เราจะเซฟนี่มันควรจะอยู่ที่ไหน อย่างอาจารย์ก็ตั้งชื่อโฟลเดอร์ของอาจารย์ไว้เลย ตั้งชื่อ Books แบบนี้นะคะ ได้ไหม เอาเป็นภาษาอังกฤษนะคะ ไม่เอาเป็นภาษาไทยนะ ได้ไหมแต๋น โอเค ถ้าเสร็จแล้ว ก็กดคำว่า "สร้าง" นะคะ เครื่องใครเป็นภาษาอังกฤษหรือเปล่า เป็นไหม พอกดสร้างเสร็จแล้วเราจะได้แผ่นงานแบบนี้นะคะ ถึงไหม ถึงมีไหม ในหน้าแรกที่เราเข้ามานะคะ มันจะได้เป็นมุมมองแผ่นข้อมูลนะคะ เป็นมุมมองแผ่นข้อมูลแบบนี้ แต่ก่อนที่เราจะบันทึกข้อมูลลงในฐานข้อมูลได้ เราจะต้องเปลี่ยนมุมมองเป็นมุมมองออกแบบก่อน เพื่อสร้างคอลัมน์หรือเขตข้อมูลที่เราจะเก็บข้อมูลลงไปนะคะ อย่างของอาจารย์จะมีเขตข้อมูล อยู่ 4 เขตข้อมูลนะคะ วิธีการเปลี่ยนไปที่การออกแบบนะคะ มาที่ตรงมุมมอง มาที่มุมมองออกแบบ ได้ไหม มันจะให้เราบันทึกชื่อตารางนะคะ เปลี่ยนชื่อตารางเป็น Books เหมือนกัน เติม s ด้วยนะคะ ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงในฐานข้อมูลนี่ โปรแกรมมันจะพยายามให้เราบันทึกทุกครั้งนะคะ เพื่อป้องกันความผิดพลาด โอเคไหม น่าจะถึงแล้ว พอเราใส่ชื่อตารางเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้กดตกลง ในหน้าตาของโปรแกรม เราก็จะเปลี่ยนเป็นมุมมองการออกแบบนะคะ ก็จะมีให้เรากำหนดชื่อเขตข้อมูล ชนิดข้อมูลนะคะ แล้วก็คำอธิบายข้อมูลซึ่งใส่ก็ได้หรือไม่ใส่ก็ได้นะคะ แต่ทีที่อาจารย์สอนในห้องเรียน ก็คือเราควรจะใส่ เพราะว่าถ้าสมมติว่าเราทำงานไป เราอาจจะไม่ได้ทำงานคนเดียว ต้องทำงานร่วมกับคนอื่นเราจะได้เข้าใจว่าที่เราตั้งชื่อเขตข้อมูลนี้ เรามีความหมายว่าอย่างไร เวลาเขามาทำงานต่อหรือทำงานร่วมกับเรานี่ก็จะได้เข้าใจตรงกัน ในเขตข้อมูลนะคะ ที่อาจารย์จะให้ทำมีอะไรบ้างนะคะ ให้นักศึกษากำหนดชื่อเขตข้อมูลตามนี้ ก็จะมี Books Id นะคะ มี Title มี P_id มี Price Books id ก็คือรหัสหนังสือ Title ก็คือชื่อหนังสือ PID ก็คือชื่อสำนักพิมพ์ Type ก็คือราคานะคะ ชนิดของข้อมูลกำหนดด้วยนะคะ Book_id อาจารย์ให้เป็นตัวเลข ชื่อหนังสือจะเป็นข้อความสั้น รหัสสำนักพิมพ์ ราคา ทุกอย่างจะเป็นตัวเลข รวมถึง Books id ให้กำหนดด้วยว่า Books_id เป็นคีย์ของตารางนี้นะคะ ซึ่งถ้าเราไม่กำหนดนี่ ส่วนมากถ้าเป็นโปรแกรมแบบนี้เขาจะกำหนดให้เราอัตโนมัติอยู่แล้ว แต่เพื่อความไม่ผิดพลาดไอ้ตัวคีย์หลักมันอยู่กับเขตข้อมูลที่เราต้องการให้มันเป็นคีย์หลักไหมนะคะ ต้องเช็กด้วย ถามว่ากำหนดตัวอื่นเป็ฯคีย์หลักได้หรือเปล่า เปลี่ยนเป็น Key ID ได้ไหม ไดในตารางนี้อาจารย์กำหนดให้ Books_ID เป็นคีย์หลัก ได้นะคะ เปลี่ยนได้ ระหว่างนี้ก็ให้นักศึกษาพิมพ์ตามนี้ก่อนนะคะ เดี๋ยวอาจารย์จะเดินดู ถ้าใครพิมพ์ตามนี้เสร็จแล้วนะคะ เราจะต้องไปเพิ่มข้อมูลลงไปในตารางที่เราสร้างนะคะ รวมถึงในเขตทที่เราสร้างแล้ว เรามีเขตข้อมูลนะคะ มี Id มี Title มี P_id มี Price มีชื่อหนังสือ มีรหัสสำนักพิมพ์ แล้วก็มีราคา เราจะกลับไปที่มุมมองแผ่นงานของเรา ก็ไปที่มุมมอง เลือกมุมมองแผ่นข้อมูลนะคะ ไปที่มุมมองแผ่นข้อมูลนะคะ กด 1 ครั้งนะคะ มันก็จะถามว่าทุกครั้งเลยที่เรามีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ก็ตาม มันจะถามว่าคุณจะต้องบันทึกตารางนี้ก่อน บันทึกใช่ไหม เราก็ต้องตอบว่าใช่นะคะ แต่ถ้านักศึกษาคนไทยไม่อยากให้ขึ้นตลอด ก็มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ก็ตามไม่ว่าในตารางให้นักศึกษา Save เองก็ได้ หรือหกที่เป็นคีย์ลัด Save ทุกครั้งนะคะ โดยการที่ทำแบบนี้นี่ โปรแกรมมันป้องกันการผิดพลาดของการบึนทึกข้อมูลนะคะ ก็บันทึกเลยค่ะ ใช่ พอเรากดบันทึกเสร็จแล้ว ให้นักศึกษากรอกข้อมูลตามนี้เลยนะคะ ตามที่อาจารย์ใส่ไว้แล้ว ซึ่งจะเหมือนในสไลด์ที่อาจารย์สอนในห้องเรียนนะคะ ถ้าใครดูไม่ชัดก็เปิดสไลด์ดูก็ได้นะคะ เป็นข้อมูลเดียวกัน ใส่ข้อมูลให้ครบ ข้อมูลจะมีอยู่ 8 ข้อมูลนะคะ ตามนี้เลย ถ้าใครยังไม่เสร็จก็พิมพ์ตามนี้เลยค่ะ เดี๋ยวอาจารย์จะเดินดู ใครยังพิมพ์ไม่เสร็จบ้างคะ มีใครเหลือหลายคนอยู่ใช่ไหมคะ อ๋อ โอเค อย่างนั้นเดี๋ยวรอก่อน อีกนิดหนึ่งก็ได้ค่ะ เหลืออีกหลายคนอยู่นะ พิมพ์ภาษาอังกฤษเลยช้านิดหนึ่ง คนที่ยังพิมพ์ไม่เสร็จนะคะ สักครู่หนึ่ง คนที่เสร็จแล้วไปที่เขตข้อมูลนะคะ เช็กดูสิว่าข้อมูลเราเรียบร้อยแล้วใช่ไหม แล้วก็มาตรงส่วนของสร้างนะคะ สร้างตรงนี้ ถ้าใครพิมพ์เสร็จแล้วนะคะ ไปตรงสร้างด้านบนนะคะ ใครที่พิมพ์เสร็จแล้วนะ ใครที่ยังพิมพ์ไม่เสร็จ อาจารย์ขอแป๊บหนึ่งนะคะ ไปที่สร้าง แล้วก็ออกแบบ Q-li เหมือนสัปดาห์ที่แล้ว มารอตรงนี้ก่อนนะคะ หลังจากนั้นเลือกมุมมอง SQL นะคะ มันจะถามว่าเราจะใช้ตารางไหน ให้เราเลือกตารางที่เราสร้าง มีตารางเดียวตอนนี้ก็คือตาราง Books นะคะ แล้วก็กด เพิ่ม นะคะ แล้วก็ปิดไป จะเป็นตัวนี้นะคะ มันจะขึ้นเป็นรูปแบบของความสัมพันธ์มาให้เรานะคะ ให้เราเปลี่ยนมุมมอง ไปเลือกมุมมอง SQL นะคะ รอไว้สำหรับคนที่พิมพ์เสร็จแล้วจะได้หน้าตาแบบนี้ รอไว้ก่อน คนที่ยังพิมพ์ไม่เสร็จเร่งมือเลย เพื่อนรอแล้วนะคะ ถ้าในตารางนี้น่ะค่ะ ใครตัวหนังสือเล็กเกินไปนะคะ ให้ทำครอบแบบนี้ก็ได้นะคะ เปลี่ยนไซซ์ที่พิมพ์ก็ได้นะคะ ถ้าใครพิมพ์รู้สึกว่าตัวมันเล็กเกินไป รู้สึกว่าไม่สะดวก ปรับ Font ได้นะ จะได้พิมพ์ได้ง่ายขึ้น เพราะว่าขนาดตัวอักษรมาตรฐานมันอาจจะเล็กเกินไป เปลี่ยนได้นะคะ พิมพ์ตัวใหญ่ ๆ เลยก็ได้ จะได้ดูถนัดว่าตอนนี้เราพิมพ์ถึงตรงไหนนะ จะได้เร็วขึ้น ปรับ Font ก็ได้นะคะ เพราะว่าอันนี้มีข้อมูลแค่ 8 ตัวเองนิดเดียว ถ้าสมมติว่านักศึกษาไปทำงานนี่ ข้อมูลมันจะเยอะกว่านี้ มากกว่านี้นะคะ อาจจะดูไม่สะดวกกว่านี้อีกนะคะ แล้วถ้าว่าง ๆ พยายามพิมพ์ภาษาอังกฤษบ่อยขึ้นจะได้พิมพ์เร็ว ๆ นะคะ เสร็จหรือยัง เสร็จหมดแล้ว ดูใหม่นะคะ เผื่อใครดู Query ไม่ทัน บันทึก... โอเค อย่างนั้นไม่เป็นไรเอาใหม่นะคะ ไปที่ สร้าง นะคะ ออกแบบ Query ถ้าเป็นภาษาอังกฤษรู้สึกจะเป็น Query Query design นะคะ ประมาณนั้นนะคะ มันจะถามว่า คือการคิวรี่นี่ จะเป็นการใช้ภาษาคำสั่ง SQL ที่เราเคยเรียนไปแล้วนะคะ มาพิมพ์มันจะถามว่าเราจะใช้งานภาษา SQL นี่กับตารางใดบ้างนะคะ ซึ่งตอนนี้เรามีตารางเดียว คือ ตาราง Books นะคะ เราก็กดเพิ่ม หลังจากเพิ่มเราก็กดปิดนะคะ ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นแบบนี้นะคะ ให้เรามาเลือกมุมมอง เราเลือกมุมมอง SQL นะคะ ก็จะได้หน้าตาเหมือนกับที่อาจารย์แสดงให้ดูตอนนี้ ใครไม่ได้ ยกมือ เดี๋ยวจะเดินไปดู เราจะมาทดสอบกันว่าตารางข้อมูลของเราใช้งานได้ไหมนะคะ คำสั่งแรก คำสั่งพื้นฐานที่เราเคยเรียนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนะคะ การเรียกข้อมูลนะคะ การเรียกข้อมูลทั้งหมดในตารางสั้นมาแสดงผล คำสั่ง SQL ที่ใช้ ก็คือ Selet แล้วตามด้วย Star นะคะ แบบนี้ ตอนแรกใน ในแผ่นงาน SQL หรือว่ามุมมอง SQL ของนักศึกษานี่ มันจะมีแค่ Select, Form, Books เฉย ๆ ให้นักศึกษาเพิ่มดอกจันเข้าไป 1 ตัว Select เพิ่มดอกจันทน์เข้าไป 1 ตัว ข้างหลัง Select นะคะ ตอนแรกนักศึกษาจะไม่มีดอกจันนะ เพิ่มดอกจันไป 1 ตัว เครื่องหมายดอกจันทน์มันหมายความว่าเอาทุกคอลัมน์นะคะ ทุกคอลัมน์ในตาราง Books มาแสดงผลนะคะ ได้ถึงตรงนี้ไหมทุกคน ได้แล้วนะ ถ้าใครเหมือนกันกับอาจารย์แบบนี้ ให้กดเครื่องหมายตกใจสีแดงตรงนี้ 1 ครั้งนะคะ ผลลัพธ์ที่ได้จากการพิมพ์ของเราเมื่อกี้มันจะแสดงผลออกมา ก็คือตารางของเราทั้งหมดเลย เหมือนกันไหมคะ ใครไม่ขึ้นแบบนี้บ้าง ขึ้นไหม มันก็จะแสดงผลตารางที่นักศึกษาพิมพ์นั่นล่ะ ใครพิมพ์ไว้อย่างไรมันก็จะเป็นแบบนั้น แล้วถ้าเราจะกลับไปที่มุมมอง SQL อีกครั้งหนึ่ง เรายังอยู่ในแท็บนี้นะคะ แท็บนี้นะ มาที่มุมมองค่ะ เลือกมุมมอง SQL กด 1 ครั้งนะคะ มันก็จะกลับมาเป็นตัวภาษา SQL ที่เราพิมพ์ไปเมื่อกี้ ได้ไหม ยังจำได้อยู่ใช่ไหมคะ ว่าเขตตารางข้อมูลเรามีอยู่ 4 เขตข้อมูลนะคะ มี Books ID มี Title มี คราวนี้อาจารย์อยากให้ตารางของเรานี่ แสดงผลแค่ชื่อหนังสือกับราคา ชื่อหนังสือ ก็คือเขตข้อมูลที่ชื่อว่า Title ราคาชื่อเขตข้อมูลก็คือ Price แบบนี้ เมื่อกี้เราพิมพ์ดอกจันทร์ใช่ไหมคะ คราวนี้เราจะให้มันแสดงผลแค่ชื่อหนังสือกับราคาหนังสือ จากตาราง Books นะคะ ใครพิมพ์เสร็จแล้ว ลองกดเรียกใช้ดู 1 ครั้ง แล้วดูสิว่าผลลัพธ์ที่ได้มันแสดงแค่ชื่อหนังสือกับราคาหรือเปล่า ใครพิมพ์เสร็จแล้วกดเครื่องหมายดอกจันสีแดงเลยค่ะ กดเรียกใช้เลยค่ะ ผลลัพธ์ที่ได้เหมือนกันไหม ต้องเหมือนนะ ไม่เหมือนไม่ได้นะ ต้องเหมือนนะ พอจะเข้าใจหลักการการเรียกใช้ข้อมูลของภาษา SQL หรือยังคะ คราวนี้พอเราจะกลับมาพิมพ์เหมือนเดิมนะคะ เราไม่ต้องไปกด Query ใหม่นะคะ ให้มาที่มุมมองเลยค่ะ ไม่ต้องไปสร้าง Query ใหม่ มาที่มุมมอง แล้วเลือกมุมมอง SQL นะคะ เราไม่ต้องสร้างใหม่ทุกครั้งนะคะ เราเปลี่ยนมุมมองเอาก็ได้ มันก็จะกลับมาตรงคำสั่งที่เราพิมพ์ไปเมื่อกี้นี้นะคะ ต่อมาคำสั่งที่ 2 จะเป็นคำสั่ง เลือกดูแบบนี้เงื่อนไข คำสั่งเลือกดูแบบมีเงื่อนไขของเราในตอนที่อาจารย์สอนจะเป็นการใช้คำสั่งว่า Where w-h-e-r-e นะคะ ต่อมา ก็คือให้แสดงผลชื่อหนังสือ ราคาหนังสือจากตาราง Books โดยมีเงื่อนไขเราก็ใส่ Where ไปนะคะ Where ราคาหนังสือที่เราอยากให้มันแสดงผลนี่ เฉพาะหนังสือที่ราคาน้อยกว่า 1,000 บาทนะคะ นะคะ น้อยกว่า 1,000 แสดงผลชื่อหนังสือ ราคาหนังสือ จากตารางหนังสือ โดยมีเงื่อนไข คือ ราคาหนังสือน้อยกว่า 1,000 บาท ใครพิมพ์เสร็จแล้วลองกดเรียกใช้ดูนะคะ เป็นอย่างไร สมมติว่าเสร็จแล้วจะเป็นแบบนี้ ใครไม่ได้แบบนี้บ้างยกมือนะคะ เดี๋ยวอาจารย์เดินไปดู อันนี้เป็นการค้นหาแบบมีเงื่อนไขนะคะ where มันจะมีปัญหาหนึ่งนะคะ ที่นักศึกษาจะ Run ไม่ได้ก็คือเครื่องหมายตัวนี้อยู่ ใส่ปิดท้ายคำสั่งด้านล่างนะคะ ถ้าใครยังไปต่อท้ายด้านบนแบบนี้ไม่ได้นะคะ ไม่ได้ ต้องเอามาไว้ต่อเมื่อสิ้นสุดคำสั่งเท่านั้น บรรทัดสุดท้ายนะ มีหรือไม่มีก็ได้นะคะ แต่ถ้าจะมีต้องอยู่ท้ายคำสั่งสุดท้ายเท่านั้น ไม่มีก็ได้นะคะ ไม่มีก็ได้ เพื่อตัดปัญหา คราวนี้ให้ทำเอง ลองทำดูสิ ว่าอาจารย์จะให้เงื่อนไข คือ ให้หาชื่อหนังสือกับราคาจากตารางหนังสือนะคะ ให้เปลี่ยนเป็นราคาน้อยกว่าเท่ากับ 1,000 พิมพ์เอง อาจารย์จะเดินดู ให้แสดงราคาหนังสือที่ราคาตั้งแต่ 1,000 บาทลงไป ก็คือน้อยกว่าเท่ากับ 1,000 น่ะ ทำอย่างไร ทำเองดูสิ อาจารย์จะเดินดู อยู่ในเนื้อหาที่อาจารย์ให้ก็มีนะคะ น้อยกว่าเท่ากับ 1,000 น่ะ เครื่องหมายเท่ากับต้องอยู่ตรงไหน ในเอกสารที่อาจารย์ให้มีนะคะ ลองเปิดดูสิว่ามันอยู่ตรงไหน โจทย์เมื่อกี้นี้ ที่อาจารย์แสดงผล ก็คือราคาหนังสือ 1,000 จะไม่แสดงผลนะคะ แต่ถ้าอาจารย์บอกว่า น้อยกว่าเท่ากับ 1,000 แสดงว่าถ้ามีหนังสือราคา 1,000 บาท มันต้องแสดงผลด้วยนะคะ ไอ้น้อยกว่า เท่ากับนี่ มันต้องพิมพ์อย่างไรนะคะ อย่างตัวอย่างนี้นะคะ เหมือนเมื่อกี้นี้ ผลของเรา ก็คือราคาหนังสือน้อยกว่า 1,000 มันจะโชว์หนังสือแค่ 5 เล่มใช่ไหมคะ แต่ถ้าเป็นราคาหนังสือตั้งแต่น้อยกว่า 1,000 บาท มันจะต้องโชว์หนังสืออีกเล่มหนึ่ง 1,000 บาท วิธีการทำให้มันแสดงผลหนังสือที่ราคา 1,000 บาทนี่ทำอย่างไร ลองย้อนไปดูในสไลด์สิมีไหมนะคะ ถ้าไม่มี ซึ่งเป็นไปไม่ได้เพราะอาจารย์เอาให้แล้วนะคะ เดี๋ยวอาจารย์จะเดินดูนะคะ ถ้าใครไม่ได้เดี๋ยวอาจารย์จะเดินไปดูสิว่าทำไมไม่ได้ ผลลัพธ์ที่ได้อาจารย์อยากได้แบบนี้ลองทำดูสิทำอย่างไรนะคะ เฉลย ๆ เฉลยก็คือ ใส่เครื่องหมาย = ข้างหน้า 1,000 ไปอีกอันหนึ่ง เราก็จะได้คำสั่งที่ว่าให้แสดงผลราคาหนังสือที่ราคาตั้งแต่ 1,000 บาทลงมาก็คือน้อยกว่า 1,000 บาทนั่นเอง แล้วถามว่าใส่เครื่องหมายเท่ากับก่อนเครื่องหมายน้อยกว่าได้ไหม ผลลัพธ์คือไม่ได้นะคะ มันจะบอกว่าไวยากรณ์ในการพิมพ์ภาษามันผิดนะคะ อันนี้ทดลองให้ดูนะคะ เราจะต้องใส่แบบนี้ น้อยกว่าเท่ากับ 1,000 แล้วมากกว่าเท่ากับล่ะอย่างไร ก็เปลี่ยนจากเครื่องหมายน้อยกว่านะคะ เป็นเครื่องหมายมากกว่า กดเรียกใช้ ก็แสดงผล 2 เล่มนะคะ น่าจะมองเห็นภาพกันขึ้น ทีนี้ต่อไป นะคะ เราจะมีหลายเงื่อนไขมากขึ้นนะคะ เงื่อนไขของอาจารย์ คือ ให้ค้นหาหนังสือโดย... แล้วราคาหนังสือโดยที่ราคาหนังสือจะต้องมากกว่า 500 บาท หรือถ้ารหัสสำนักพิมพ์น้อยกว่า 12 อันนี้ยากไปดีกว่า เอาอันนี้ดีกว่า ให้ราคาหนังสือมากกว่า 500 บาท หรือเท่ากับ 1,000 บาท มาดูกัน จะทำอย่างไรนะคะ มากกว่า 500 บาท เอ้ย น้อยกว่า 500 หรือเท่ากับ 1,000 บาทนะคะ ขอ Freeze หน้าจอแป๊บหนึ่ง ราคาหนังสือมากกว่า 500 นะคะ หรือเท่ากับ 1,000 มีกี่เล่ม มันต้องออกมา 2 เล่ม แบบนี้นะ เงื่อนไขที่จะพิมพ์ต้องพิมพ์อย่างไร มาลองดูสิ หนังสือราคามากกว่า มันก็จะออกแค่เล่มนี้นะ เปลี่ยนใหม่ดีกว่าเดี๋ยวอาจารย์ขอเป็นหนังสือราคาน้อยกว่า 500 บาท แล้วก็ราคาหนังสือที่เท่ากับ 1,000 บาท มีเล่มใดบ้าง 1,000 น่ะมีเล่มเดียว แล้วก็น้อยกว่า 500 บาทมีเล่มไหนบ้าง เอาน้อยกว่า ๆ น้อยกว่า 500 หรือเท่ากับ 1,000 หรือ มีหรือ ถ้าได้ใช่ไหมคะ มันจะต้องเป็นแบบนี้ คำสั่งหรือน่ะ ในสไลด์ที่อาจารย์ให้ ในเงื่อนไข เป็นเงื่อนไขที่เราเลือกได้น่ะค่ะ หรือจะเป็นหนังสือที่ราคาน้อยกว่า 500 บาท หรือราคาหนังสือเท่ากับ 1,000 ก็ได้ มันจะแสดงผลอะไรบ้าง มันจะเป็นการค้นหาแบบมีเงื่อนไขแรก คือ หนังสือตัวนั้นต้องราคาน้อยกว่า 500 บาท หรือว่าหนังสือเล่มนั้นมีราคาเท่า 1,000 บาท เราจะต้องพิมพ์อย่างไร แบบมีเงื่อนไขนะ ทำอย่างไร ผลลัพธ์ที่ได้ต้องเหมือนที่อาจารย์แสดงผลบนจอตอนนี้ ขอให้เหมือนกันนะ ผลต้องได้เท่านี้ ใครได้คนแรกเรียกเดี๋ยวให้คะแนนพิเศษเลย หนังสือราคาน้อยกว่า 500 บาท แล้วก็ ไม่ใช่สิ น้อยกว่า 500 บาท หรือเท่ากับ 1,000 บาทก็ได้ มี 2 ตัวเลือก แสดงผลหนังสือที่มีน้อยกว่า 500 กับหนังสือที่ราคาเท่ากับ 1,000 บาท อย่างใดอย่างหนึ่ง แบบมีเงื่อนไขนะคะ เอาแบบมีเงื่อนไขนะ อยู่ในสไลด์หน้าที่ 38 แต่ในสไลด์หน้า 38 อาจารย์ใน้อยกว่า 500 ต้องเปลี่ยนตรงไหน ในสไลด์หน้า 38 ลองไปเปิดดูสิ สไลด์บทที่ 9 ค่ะ หน้า 38 จะมีเปลี่ยนแปลงในสไลด์นิดหน่อย ลองดูสิจะทำได้ไหม อย่างไรง่ายไหม มีคนทำได้แล้ว ต้องบอกหน้าด้วยว่าหน้าไหน โอเค คำสั่งที่ใช้นะคะ จะเป็นแบบนี้ เงื่อนไขของอาจารย์ คือ ให้แสดงผลราคาหนังสือที่น้อยกว่า 500 บาท หรือว่าราคาหนังสือเท่ากับ 1,00 บาท เห็นไหมคะ แค่นี้เอง แต่คราวนี้เงื่อนไขเราจะเปลี่ยนไปนะคะ อันนี้เราใช้คำสั่ง or หรือคำสั่ง หรือ นะคะ แต่ถ้าเราจะเปลี่ยนคำสั่งใหม่ ให้เป็นราคาหนังสือที่มากกว่าเท่ากับ 500 และน้อยกว่าเท่ากับ 1,000 คำสั่งจะเปลี่ยนไปนะคะ จะเปลี่ยนจาก or เป็นก็คือไอ้คำสั่ง All นี่เราจะทำเงื่อนใดก็ได้นะคะ แต่ถ้าเราเปลี่ยนเป็นคำสั่ง and ก็ตาม 2 เงื่อนไขนี้จะต้องเป็นตามนั้นเท่านั้นนะคะ ความถูกต้องจะต้องถูกต้องทั้ง 2 เงื่อนไขนะคะ อย่างเช่น อาจารย์บอกว่าให้ราคาหนังสือมากกว่าเท่ากับ 500 ราคาหนังสือต้องน้อยกว่าเท่ากับ 1,000 ด้วย จะต้องให้ตรงทั้ง 2 เงื่อนไขนี้เท่านั้นนะคะ ถ้าใครพิมพ์เสร็จแล้ว ลองดูสิว่าผลลัพธ์ที่ได้จากการกำหนด 2 เงื่อนไขเป็นอย่างไรนะคะ เหมือนเดิมหรือเปล่า พิมพ์ยากขึ้น แต่มันก็จะมีคำสั่งที่ง่ายกว่านี้อีกนะคะ เดี๋ยวค่อยดูกัน พิมพ์ให้เสร็จก่อน ใครพิมพ์เสร็จแล้วกดดูผลลัพธ์ดูนะคะ ว่าผลเป็นอย่างไร ตรงเครื่องหมายสีแดงน่ะค่ะ ใครพิมพ์เสร็จแว่าผลลัพธ์เป็นอย่างไร ผลลัพธ์ที่ได้เหมือนเมื่อกี้นี้เลย เห็นไหมคะ ว่าผลลัพธ์ที่อาจารย์ให้ทำ การเขียนโปรแกรมน่ะค่ะ แต่ละคนหรือแต่ละมุมมองของแต่ละคน การแสดงผลอาจจะเหมือนกัน แต่วิธีการคิดแต่ละคนอาจจะมีวิธีการคิดที่แตกต่างกัน แต่สุดท้ายแล้วผลลัพธ์ที่ได้นี่ มันก็เป็นสิ่งที่เราต้องการเหมือนกัน อย่างก่อนหน้านี้ อาจารย์ต้องการราคาหนังสือที่มันน้อยกว่า 500 บาท แล้วก็เท่ากับ 1,000 ด้วย มันมีเล่มไหนนะคะ อันนี้ก็คืออาจารย์อยากรู้ว่าราคาหนังสือที่มันอยู่ในช่วงระหว่าง 500 - 1,000 บาท มีเล่มไหนบ้าง ผลลัพธ์ที่ได้มันเหมือนกัน แต่วิธีการเขียน คำสั่ง SQL มันไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้น แต่ละคนนี่ค่ะ เราจะเป็นนักเขียนโปรแกรมได้นี่ บางทีเราอาจจะ ในระหว่างทางก่อนที่จะไปถึงสุดท้ายนี่แต่ละคนไปไม่เหมือนกันน่ะค่ะ เหมือนเราจะเดินมาเรียนตึกนี้ บางคนจะเดินมาไม่ถึงเลย แต่สุดท้ายก็คือห้องเรียนเดียวกัน การเขียนโปรแกรมก็เหมือนกันนะคะ คราวนี้ ผลลัพธ์จะยังเหมือนกัน แต่มันยังมีวิธีการเขียนแบบอื่น ก็คือเราจะใช้คำสั่งแสดงผลข้อมูลเป็นช่วง ในผลลัพธ์ที่ได้นี่ สังเกตได้ว่าข้อมูลมันจะแสดงผลคือ ช่วงราคาระหว่าง 500 - 1,000 บาท แต่ในภาษา SQL นี่มันมีคำสั่งที่ง่ายกว่านั้น โดยที่เราไม่ต้องใช้ภาษาทางคณิตาศาสตร์ก็ได้นะคะ ไปที่มุมมอง SQL ค่ะ เมื่อกี้นี้เป็นแบบนี้ใช่ไหมคะ ก็คือแสดงราคาตั้งแต่... มากกว่าเท่ากับ 500 แล้วก็ ราคาน้อยกว่า 1,000 เงื่อนไขเราจะเปลี่ยนใหม่ วิธีการ ก็คือพิมพ์ Price ก็คือราคา เราใช้คำสั่ง SQL 1 คำสั่งค่ะ Between อังกฤษที่แปลว่า ระหว่างนะคะ 500 และ 1,000 ใครพิมพ์เสร็แล้วลองดูนะคะ ว่าผลลัพธ์มันเหมือนกับเมื่อกี้ไหม ถ้ามันเหมือนกันก็เหมือนที่อาจารย์บอกน่ะค่ะ เราต้องการผลลัพธ์เดียวกัน แต่ระหว่างทางของการเขียนโปรแกรมแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกันก็ได้แต่สุดท้ายแล้วมันก็เป็นผลลัพธ์ที่เราต้องการเหมือนกันนั่นล่ะนะคะ อย่างตัวอย่างนี้น่ะค่ะ มันก็แสดงให้เห็นว่าเราจำคำสั่งภาษา SQL ได้นี่ มันก็จะทำให้เราทำงานง่ายขึ้น ทั้ง ๆ ที่เป็นผลลัพธ์เดียวกันเลย เราใชดำเนินการทางคณิตศาสตร์เยอะมาก มากกว่า น้อยกว่า เท่ากับ โน่น นี่ นั่น โน่น แต่มันมีคำสั่ง ก็คือคำสั่ง Between เหมือนกันพิมพ์คำสั่งเดียวปึ๊บผลลัพธ์ที่ได้เหมือนกันเลย เราพิมพ์งานน้อยลงด้วย ใช้คำสั่งนิดเดียวเองนะคะ ถ้าเราจำคำสั่งได้ เราทำงานง่ายขึ้นเลยนะคะ แต่ก็จะมีคำสั่งอีกคำสั่งหนึ่งเพิ่มขึ้นมา เป็นคำสั่งปฏิเสธนะคะ เงื่อนไขของเราคืออาจารย์ไม่อยากได้หนังสือในช่วงราคา 500 - 1,000 ไม่อยากได้ เอาหนังสือราคาอื่น เราเพิ่มอีกคำสั่งหนึ่ง คือ คำสั่ง Not มีนักศึกษาถามว่าพิมพ์ตัวใหญ่ตัวเล็กมีผลไหม ลองพิมพ์ดูสิคะ ว่าว่าพิมพ์ตัวทั้งหมดมีผลหรือเปล่า พิมพ์ตัวเล็กทั้งหมดมีผลไหม ลองพิมพ์ดูสิ ถ้าอาจารย์พิมพ์คำว่า Not ก็คือไม่เอาราคาในช่วง 500 - 1,000 เป็นอย่างไร พิมพ์ตัวเล็กเป็นผลอย่างไร พิมพ์ตัวใหญ่เป็นผลอย่างไร ลองดูสิว่ามีผลหรือเปล่านะคะ ต้องให้ลองดูเองคุณจะได้เข้าใจถ้าอาจารย์พูดไปเดี๋ยวคุณก็ลืมต้องพิมพ์เอาเองนะคะ ผลลัพธ์ที่ได้เหมือนกันไหมคะ พิมพ์ตัวพิมพ์ใหญ่ ตัวพิมพ์เล็ก คิดว่าเหมือนกัน จากคำสั่งที่เราพิมพ์ไปเมื่อกี้นี้ คือ ไม่นะคะ ไม่เอาราคาระหว่าง 500 - 1,000 มันก็แสดงผลราคาที่น้อยกว่า 500 มากกว่า 1,000 ไปเลยนะคะ ก็คือไม่เอาในช่วงนั้นนั่นเอง ต่อมาเป็นการแสดงผลใหม่อีกครั้ง ไปที่มุมมอง SQL เราจะมีการระบุค่าเฉพาะเจาะจงไปเลยก็ได้ว่าเราอยากได้ราคาหนังสือราคาเท่าไร เราก็สามารถระบุได้เลยนะคะ อย่างเช่น อาจารย์อาจารย์อาจจะจำราคาหนังสือได้ไม่แม่นมาก อย่างเช่น อยากได้ราคาหนังสือที่ 250 บาท, 500 บาท 750 บาท 1,000 บาท อาจารย์จำไม่ได้น่ะ ว่ามันมีราคาเท่าไรบ้าง สมมตินะคะ สมมติ ก็จะมี 250, 500, 750, 1,000 ในราคา 4 อันนี้มันมีหนังสือเล่มไหนบ้างนะคะ คำสั่งที่ใช้จะเป็นคำสั่งว่า In I-n พิมพ์ใหญ่นะคะ อาจารย์ขออนุญาตพิมพ์ตัวพิมพ์ใหญ่ จะได้เห็นความแตกต่างนะ ว่าคำสั่งเราเปลี่ยนอะไรบ้าง นักศึกษาจะพิมพ์ตัวพิมพ์ใหญ่ก็ได้ ตัวพิมพ์เล็กก็ได้ จะพิมพ์ตามอาจารย์ก็ได้นะคะ อาจารย์อยากรู้ว่ามีหนังสือราคา 250 ไหม นะคะ 500 บาท มีไหม นะคะ 750 บาทมีไหมนะคะ 1,000 บาทมีหรือเปล่า ใน 4 ราคานี้มีเล่มไหนบ้าง ใครพิมพ์เสร็จแล้ว ลองกดดูสิคะ ว่าผลลัพธ์ที่ได้เป็นอย่างไร มีกี่เล่ม ใครพิมพ์เสร็จแล้วลองกดเรียกใช้ดูเลยค่ะ กดเครื่องหายตกใจสีแดงเลยค่ะ ว่ามีกี่เล่ม กดเรียกใช้ต้องได้ 3 เล่มเหมือนกันนะ 3 เล่มเรียบร้อย ง่ายไหม พิมพ์ตามก็ง่ายนะ สมมติออกสอบ จะสอบอย่างไรดี สอบจะเป็นอย่างไรดีนะ ต่อมา เป็นการค้นหาแบบที่แสดงข้อมูลตามส่วนของข้อความนะคะ อย่างเช่น กลับมาที่มุมมอง SQL ค่ะ อาจารย์จำชื่อหนังสือไม่ได้ อาจารย์จำได้แค่ว่า เอ้ หนังสือตัวนี้ที่อาจารย์อยากได้น่ะ มันขึ้นต้นด้วยตัว N ตัว N นะคะ N เราจะใช้คำสั่งว่าอย่างไร เราจะไม่ใช้ Price แล้วนะคะ เราไม่ดูราคาแล้ว เราอยากดูชื่อหนังสือ ถ้าเราจะดูชื่อหนังสือเราก็ต้องให้มันค้นหาที่เขตข้อมูลชื่อหนังสือก็คือ Title เป็น Title แล้วนะคะ คำสั่งการแสดงผลข้อมูลตามส่วนของข้อความนะคะ เราจะใช้คำสั่งว่า Like L-i-k-e เงื่อนไขของอาจารย์ คือ อาจารย์จำชื่อหนังสือไม่ได้ จำได้แค่มันขึ้นต้นด้วยตัว N ก็จะใส่ ' นะคะ ตัว n อาจารย์จำไม่ได้น่ะ จำได้แค่ตัว N การขึ้นต้นด้วยชื่อหนังสือตัว N อะไรก็ได้นะคะ เราจะใช้เป็นตัวดอกจัน ก็คือ star จำชื่อหนังสือไม่ได้ แต่ขึ้นต้นด้วยตัว N นะคะ แล้วก็ปิดด้วย Single quote อีกทีหนึ่ง Zoom อาจจะแตก ๆ หน่อยนะคะ มันจะประมาณนี้ ลองกดดูสิคะ ว่าผลลัพธ์ที่ได้เป็นอย่างไร มันก็จะแสดงผลลัพธ์หนังสือที่ขึ้นต้นด้วยตัว N เท่านั้นใช่ไหม มันจะตามด้วยตัวหนังสืออะไรก็ไม่รู้ล่ะ แต่มันจะขึ้นต้นด้วยตัว n ไหมคะ ขึ้นไหม อาจจะไม่ใช่ตัว N ก็ได้นะคะ อาจจะเป็นตัว o นะคะ หรือตัว D. Dog แต่ต้องเป็นรายชื่อหนังสือที่อยู่ในตาราง Books ที่เราสร้างไว้แล้วนะคะ ชื่อหนังสือที่เราสร้างนะ อย่างอื่นยังไม่ต้องสนใจนะ ได้ไหมคะ หนังสือขึ้นต้นด้วยตัว N ได้กี่เล่ม ได้ 2 เล่มไหม 2 เล่มไหมคะ โอเค ใครเกิน 2 เล่มยกมือนะ อาจารย์จะเดินไปดูว่าทำไมได้เกิน ลองเปลี่ยนเป็นเล่มอื่นไหมคะ ถ้าเราอยากได้หนังสือขึ้นด้วยตัว D. Dog ขึ้นต้นด้วย D Dog กี่เล่ม 2 เล่มไหม 2 เล่มไหมคะ แล้วก็คำสั่งนี้มันจะมีเพิ่มเติมน่ะนะคะ ถ้าสมมติว่าอาจารย์จำได้แค่บางส่วนของชื่อหนังสือ จำไม่ได้เหมือนกันว่าขึ้นต้นด้วยอะไรนะคะ แต่ในชื่อหนังสือน่ะมันมีตัว C อยู่แล้วก็ตัวอะไรไม่รู้นะคะ อย่างนี้ก็ได้นะคะ พิมพ์ตัว * ตามด้วยตัว c ตามด้วย * ก็คืออาจารย์จำไม่ได้น่ะ ว่าชื่อหนังสือมันชื่อว่าอะไร จำได้แค่ว่ามันมีตัว C นะคะ เหมือนบางคนเราค้นหาชื่ออย่างนี้ค่ะ จำไม่ได้ อาจจะจำได้ว่า มีตัว c นะ มีตัว E เราก็สามารถค้นหาได้นะคะ โดยใช้ขึ้นต้นด้วยดอกจันในตัวค้นหาเรา และก็ปิดด้วย * อีกทีหนึ่งนะคะ ผลลัพธ์ที่ได้ ก็คือมันจะแสดงชื่อหนังสือที่มีส่วนประกอบของตัว C Cat นี่ให้เราดูนะคะ ใครถึงตรงนี้แล้วเดี๋ยวอาจารย์เดินไปดูนะคะ มีโจทย์มาใหม่มีโจทย์มาใหม่ อาจารย์อยากให้นักศึกษาลองบอกสิว่าขึ้นต้นชื่อหนังสือ จำไม่ได้นะคะ ว่าขึ้นต้นด้วยอะไร แต่ตามด้วยตัว e มันจะมีอีกแบบหนึ่งนะคะ คำสั่งที่ใช้นี่ ถ้าเราใส่เป็นเครื่องหมายคำถามแบบนี้ เครื่องหมาย ? แบบนี้นะคะ มันจะหมายความว่าเครื่องหมายคำถามจะแทนแค่ 1 ตัวเท่านั้นนะคะ 1 ตัวเท่านั้น แล้วตามด้วยตัว E ไม่เหมือนกันบ * นะคะ ถ้าเป็น * มันจะขึ้นแบบไหนก็ได้ แต่ในคำคำนั้นน่ะ จะเป็นตัว E นะคะ แต่ถ้าเราเปลี่ยนคำสั่งเป็นเครื่องหมายคำถาม ตามด้วยตัว e ตามด้วยเครื่องหมายดอกจัน มันจะแสดงผลหนังสือแค่ 2 เล่ม เดี๋ยวนะคะ อ๋อ แค่ 2 เล่ม ทำไมมันแสดง 2 เล่มนี้นะคะ ในเครื่องหมายคำถามนี่ มันแทนตัวหนังสือแค่ตัวเดียวใช่ไหมคะ มันก็จะดูตัวหนังสือแค่ว่า ขึ้นด้วยหนังสืออะไรก็แค่ตัวเดียว แต่ตามด้วยตัว ตัว E นะคะ จะเป็นแบบนี้ ซึ่งอยู่ในสไลด์ที่ 60 นะคะ อยู่ในสไลด์ที่ 60 ลองดูสินะคะ เพราะว่าถ้าซูมมาก ๆ ในจอ คำสั่งภาษา SQL อาจารย์มันจะแตกนะคะ ได้ไหม คราวนี้จะให้ลองสังเกตที่ตาราง Books นะคะ ตอนนี้ ราคามันจะสะเปะสะปะมาก จะตั้งแต่ 500, 150, 200 ไปถึง 950 บาทนะคะ อาจารย์อยากให้นักศึกษา เราเรียนมาแล้วนี่ เขาจะบอกว่าการเพิ่มข้อมูลหรือการเรียงลำดับข้อมูลนี่ไม่เป็นสาระสำคัญในฐานข้อมูลนะคะ ข้อมูลจะอยู่ตำนะคะ อาจารย์อยากให้นักศึกษาเรียงลำดับราคาหนังสือ จากน้อยไปหามาก ลองดูสิคะ ว่าทำได้ไหมเรียงอย่างไร ไปที่หน้า Query ของเราเลยนะคะ มุมมอง SQL การเรียงลำดับนะคะ ก็คือให้แสดงผลข้อมูลทุกข้อมูล ก็คือการใช้คำสั่ง * ตรงนี้นะคะ ดอกจันทร์ แสดงผลของข้อมูลจากตาราง Books โดยมีเงื่อนไข ก็คือให้เรียงจากน้อยไปหามาก เราจะไม่ใช้คำสั่ง Where แล้วนะคะ เราจะใช้คำสั่งเลือก ก็คือคำสั่ง order ด้วยเงื่อนไขนะคะ Buy การใช้คำสั่งนี้ก็หมายความว่าเลือกทุกเขตข้อมูล ก็คือทุกคอลัมน์นะคะ Books โดยการเรียงลำดับตามราคา ถ้าเราไม่ได้ใส่เงื่อนไขอื่นเพิ่ม มันจะเป็นการเรียงลำดับจากน้อยไปหามาก ใครพิมพ์เสร็จแล้วให้หรือว่าเครื่องหมายตกใจ 1 ครั้งนะคะ ดูว่าผลลัพธ์มันเป็นอย่างไร ราคามันเรียงจากน้อยไปหามากจริงไหม นะคะ เรียงไหมคะ เรียงไหม เห็นไหมคะ ราคาก็จะเรียงจากน้อยไปมากให้เรา เรียงไหม ใครไม่เรียงคะ ใครไม่เรียงยกมือค่ะ ต่อไป คราวนี้ จากที่เมื่อวานเราเรียน Excel มาแล้วใช่ไหมคะ มันก็จะมีการคำนวณเกิดขึ้นนะคะ ในฐานข้อมูลเราก็สามารถคำนวณได้เช่นเดียวกันนะคะ อย่างเช่นว่าบางทีเราอาจจะให้ทำรายงาน ในการรวมรายงายของสินค้านะคะ ออกมาแสดงผล ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกันนะคะ ซึ่งคำสั่งพื้นฐานก็จะเป็นคำสั่งคล้าย ๆ กับที่เราเรียน Excel มานั่นล่ะอย่างเช่น เราอยากได้ราคารวมในตาราง Books ของเรานะคะ ว่าในตารางฐานข้อมูลหนังสือของเรานี่ ถ้ารวมราคาออกมาแล้วจะเป็นมูลค่าเท่าไรนะคะ เราก็ไปที่คำสั่ง SQL ของเรานะคะ เราจะเปลี่ยนใหม่นะคะ ก็คือเลือกเฉพาะการรวมราคานะคะ การรวมราคาจะใช้คำสั่ง ก็คือ sum sum ก็คือ Summary นะคะ ก็คือรวมราคา ก็คือ Price นะคะ นะคะ จะมีคำสั่งที่เพิ่มมา คือ As นะคะ As คืออะไร ให้มันสร้างออกมาเป็นเขตข้อมูลใหม่นะคะ โดยที่เราจะกำหนดชื่อก็คือ sum เฉย ๆ ได้นะคะ ก็คือคำสั่งนี้ คือ ให้รวมราคาโดยที่ตั้งค่า หรือให้ตั้งค่าชื่อว่า Sum_price จากตาราง Book ตอนแรก ตาราง Books เราจำได้ใช่ไหมคะ ว่าเรามี 4 ก็คือ Books Id Title แล้วก็ Sum pricre เราไม่มี Sum_price อยู่แล้วนะคะ เราจะสร้างมันขึ้นมาใหม่ เพื่อเก็บค่าผลรวมของราคานะคะ ถ้าใครพิมพ์เสร็จแล้วลองกดเรียกใช้ดูสิ ว่าผลลัพธ์ที่ได้เป็นอย่างไร มันก็จะเป็นการรวมราคาหนังสือของเรา นะคะ ผลลัพธ์ที่ได้นะคะ จะเป็นราคารวม เห็นไหมคะ ว่าสิ่งที่เราพิมพ์เมื่อกี้นี้ มันจะกลายมาเป็นชื่อหนังสือของเรา ราคารวมของหนังสือทั้งหมดก็จะเป็น 4,495 บาท ใครไม่ได้อย่างนี้ไหมคะ อันนี้เป็นฟังก์ชันพื้นฐาน คราวนี้เราอยากรู้ว่าหนังสือทั้งหมดที่เรามีน่ะ มีกี่เล่ม เราก็สามารถทำได้เช่นเดียวกันนะคะ ไปที่มุมมอง SQL ค่ะ ลบตรงนี้ออกก่อนนะ คำสั่งที่ใช้ในการนับจำนวนใน SQL จะใช้คำสั่งว่า count C-o-u-n-t Count ที่แปลว่านับนะคะ เราจะนับหนังสือโดยอะไร ถ้าให้ง่ายที่สุด ก็คือนับจาก Books ID นะคะ พิมพ์ใหญ่ นับ Books ID นะคะ โดยที่สร้างเขตข้อมูลใหม่นะคะ คำสั่ง Add คำสั่งเขตข้อมูลนั้นจะเป็นแค่ว่ามาเป็น Book ลองพิมพ์ดูสิคะว่าในตารางของเรามันมีหนังสือกี่เล่ม ตอนนี้ในตารางมันมีหนังสือน้อยเล่ม เราสามารถดูด้วยตาเปล่าของเราได้ แต่ถ้าเวลาเราไปทำงานจริง ๆ แล้วเจ้านายเราบอกว่าให้ช่วยนับสต็อกสินค้าทั้งหมดที่มีตอนนี้ว่ามีสินค้าทั้งหมดกี่รายการ ถ้าสมมติว่าเป็นโกดังใหญ่ ๆ เหมือนห้างสรรพสินค้าน่ะค่ะ มานั่งนับเองในตารางแบบนี้ไม่ได้หรอก เดินไปนับเองก็ไม่ได้ เราจะต้องใช้คำสั่งเพื่อใช้นับจำนวน ก็คือคำสั่ง count นี่ล่ะ ในการนับ ไม่อย่างนั้นนั่งนับทั้งวันก็ไม่หมดหรอกค่ะ แต่ข้อมูลตอนนี้เรามีน้อยก็จริง แต่แสน ๆ ชิ้นนี่คุณมานั่งนับเองไม่ได้หรอกนะคะ ได้ผลลัพธ์เป็นอย่างไรคะ หนังสือเรามีกี่เล่ม ถูกไหม ได้หนังสือกี่เล่ม มีคำสงวนพิมพ์ผิด กี่เล่ม 8 เล่มไหม ใครดูไม่ทันเอาใหม่ รอเพื่อนอีกคนหนึ่งนะคะ ถ้าใครพิมพ์แล้วไม่มีข้อผิดพลาดเราก็จะได้หนังสือกี่เล่มคะ 8 เล่มนะ คราวนี้ คำสั่งต่อไปนะคะ อาจารย์อยากให้คุณเพิ่มชื่อหนังสือนะคะ ก็คือเพิ่มหนังสือมาอีกเล่มหนึ่งนี่ล่ะ คำสั่งที่ใช้เพิ่ม ที่ชื่อว่า Insert ตอนนี้คำสั่งพื้นฐานของเราคือ Select นะคะ เดี๋ยวลบคำสั่งพวกนี้ออกก่อนนะคะ คำสั่ง Inseart ที่ใช้คู่กันกับว่า Into นะคะ ก็คือ insert In to Inset in to หมายความว่าอย่างไร ก็คือการเพิ่มค่าไปที่ไหน ไปตาราง Books ดูดี ๆ นะคะ ตาราง Book พวกคุณน่ะ บางคนเติม S บางคนไม่เติม S ของอาจารย์น่ะมีตัว s นะ บางคนไม่มี บางครั้งการพิมพ์ตามอาจารย์ ก็คือบางคนชื่อตารรางไม่เหมือนกัน มันก็จะเรียกใช้งานไม่ได้นะ ดูดี ๆ ว่าตารางตัวเองมีตัว s หรือเปล่า หรือไม่มีตัว S ก็ต้องพิมพ์ตามที่ตัวเองตั้งไว้นะคะ คำสั่งบรรทัดแรก หมายความว่า ให้เพิ่มข้อมูลลงไปในตาราง Books ค่าของข้อมูล คือ ใส่คำว่า Value Value v-a-l-u-e ค่ะ value ใส่ค่าอะไรบ้างนะคะ วงเล็บเปิด อันแรกรหัสหนังสือ อาจารย์กำหนดให้เป็น 1011 รหัสหนังสือนะคะ ช่องแรก ตามด้วยคอมม่าค่ะ ใส่ Single quote นั่นคือชื่อหนังสือ อาจารย์ให้หนังสือชื่อว่า S-Q-L เป็นชื่อหนังสือนะคะ ตามด้วยรหัสสำนักพิมพ์ เป็นสำนักพิมพ์ที่ 5 แล้วกัน ตามด้วยราคาหนังสือ 590 บาท มีข้อสังเกตอย่างหนึ่ง ก็คือถ้าอะไรที่แสดงผลเป็นตัวหนังสือ อาจารย์จะใส่ Single Sqout มันเป็นคำตัวหนังสือนี่ เราต้องกำหนดมันด้วย ว่ามันจะไม่ได้เป็นตัวที่เอาไปประมวลผลนะคะ จะเป็น Single quote ครอบไว้อีกทีหนึ่ง พิมพ์เสร็จแล้วไหมคะ values มีตัว s ด้วยนะคะ อันล่างสุดขึ้นไหม ขึ้นเหมือนกันไหม ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดต้องขึ้นอันที่อาจารย์เพิ่มเมื่อกี้นี้ ใครยังไม่ได้เดี๋ยวเดินไปดูค่ะ เดี๋ยวเปิดโค้ดให้ดูอีกรอบนะคะ เดี๋ยวเปิดให้ดูนะคะ ใครยังพิมพ์ผิดเดี๋ยวอาจารย์เดินไปดูค่ะ ที่บางคนไม่ขึ้นนะคะ ใน กลับไปดูที่ตาราง Book มีการ การเหมือนเขาเรียกว่าอะไรล่ะ กดตรงนี้น่ะค่ะ คือเหมือนว่ามันต้งมีการปรับปรุงแผ่นงานให้เป็นปัจจุบันก่อน มันจะยังไม่แสดงผลนะคะ ต้อง Refนะคะ มันก็จะแสดงผลที่เราพิมพ์ไปเมื่อกี้นี้ ใครยังไม่ขึ้นอีก เดี๋ยวเดินไปดูนะคะ เดี๋ยวเหลืออีก 2 คำสั่งนะะค ใครยังไม่ได้ไม่เป็นไร เดี๋ยวดูคำสั่งต่อไปก่อน เดี๋ยวค่อยย้อนนะคะ กลับไปที่ Query ค่ะ คราวนี้อาจารย์จะให้ปรับปรุงราคาสินค้านะคะ ถ้าสมมติว่าตอนนี้สินค้าราคาแพงขึ้น เราอยากเปลี่ยนราคาสินค้าทั้งหมดนะคะ เพิ่มขึ้นอีก 50 บาท เราจะทำอย่างไรนะคะ คำสั่งในการแก้ไข ก็คือคำสั่งที่ชื่อว่า Update Update อะไร ก็ Books ก็คือการอัปเดตข้อมูลในตาราง Book โดยที่อัปเดตอะไรนะคะ อัปเดตจะใช้คำสั่งที่คู่กัน ก็คือคำสั่ง Set S-e-t ก็คือเราจะเพิ่มราคาสินค้า ก็คือ Price โดยเป็นการเพิ่มราคาสินค้าทุกตัวอีก 50 บาท สังเกตนะคะ ว่าราคาสินค้าก่อนบวก อย่างเช่น เล่มแรกนี่ราคา 500 นะคะ คราวนี้เราจะเพิ่มราคาสินค้าทุกเล่ม 50 บาท นะคะ เราใช้คำสั่ง Update นะคะ ในตารางหนังสือ โดยตั้งค่าราคามีค่าเท่ากับราคาบวกเพิ่มไปอีก 50 บาทนะคะ ถ้าใครพิมพ์เสร็จแล้ว ลองกดเรียกใช้ดูสิว่าราคาหนังสือของเราเปลี่ยนแปลงไหมนะคะ ตากตอนแรก เล่มแรกของเรามัน 500 มันต้องกลายเป็น 550 เปลี่ยนหรือเปล่า ดูสิ ใช่ เดี๋ยวนะ ไม่ได้หรือ .ได้ 550 ไหมคะ ราคาเปลี่ยนหรือยัง ใครไม่ได้ 550 บ้างเล่มแรก จากที่เราพิมพ์เมื่อกี้ค่ะ จากที่เราพิมพ์ 550 มันต้องเป็น 640 แล้วนะ ได้ไหมคะ พายุได้ไหม พายุได้แล้ว เพราะพายุไม่กดไปดูตรงตาราง Books พายุเลยไม่ได้ พอกดเสร็จปุ๊บนะคะ ต้องมาดูที่ตาราง Books ด้วยนะคะ ไม่อย่างนั้นพายุจะไม่เห็นนะ โอเคค่ะ ต่อไปคำสั่งสุดท้ายของวันนี้นะคะ จะเป็ฯคำสั่งในการลบข้อมูลนะคะ ตอนนี้ในตาราง Books ของเราจะเห็นหนังสือเล่มหนึ่งที่มันไม่มีหนังสืออื่นเลย นอกจากรหัสหนังสือกับชื่อหนังสือ ก็คือหนังสือที่ Books ID 1008 อาจารย์อยากลบตัวนี้ออกนะคะ อาจารย์อยากลบออก ทำอย่างไรนะคะ ไปที่Query ค่ะ Query นะคะ เมื่อกี้จำ Books ID ได้ไหมคะ อาจารย์จะลบ 1008 นะคะ ดูให้ถูกนะคะ ไปที่ Query คำสั่งลบก็คือคำสั่งที่ชื่อว่า Delete นะคะ ต้องบอกด้วยว่า Delete ที่ตารางไหน Delete form ตาราง ตาราง Books นะคะ ตาราง Books การลบแบบมีเงื่อนไข แบบเดิมค่ะ Where เมื่อกี้เราจะลบที่ Book_id = 1008 ถ้าใครพิมพ์เสร็จแล้วกดดูเลยว่าในตารางของเรา Books_id ที่ 1008 หายไปหรือเปล่า ใครพิมพ์เสร็จแล้วลองกดเรียกใช้ดูนะคะ ว่าหนังสือเล่มนี้มันหายไปจริง ๆ ไหมนะคะ ถ้าได้ผลตามนี้นะคะ คำสั่ง SQL วันนี้ที่เรียนเรียนไป หลัก ๆ อยู่ 4 คำสั่งนะคะ ก็คือ Select นะคะ คำสั่ง Update คำสั่ง Insert แล้วก็คำสั่งสุดท้ายก็คือ Delete ซึ่งเป็นคำสั่งนะคะ อาจารย์ก็จะสอบถึงคำสั่งนี้ล่ะ คำสั่ง Delete นะคะ ก็กลับไปทบทวนมา ไปลองเอาสไลด์บทที่ 9 อาจารย์มาลองพิมพ์ดูสิว่าผลลัพธ์จากการพิมพ์คำสั่ง ผลลัพธ์มันเป็นอย่างไรนะคะ ในตารางข้อมูลเรามีการเปลี่ยนแปลงตรงไหน มีอะไรเพิ่มหรือมีอะไรลดนะคะ รูปแบบการค้นหาข้อมูลในตารางทำอย่างไรได้บ้างอีก ลอไปพิมพ์ตามสั่งให้จารย์ใส่ไว้ในสไลด์ดูก็ได้นะคะ ก็วันนี้ก็จะประมาณนี้นะคะ ส่วนใครที่ทำไม่ได้ เดี๋ยวอาจารย์เดินไปดูท้ายชั่วโมงนะคะ ก็ แต่วันนี้ส่วนใหญ่ก็น่าจะทำทันกันนะคะ ก็เรื่องสอบวันไหนอย่างไร อาจารย์จะแจ้งให้ทราบอีกทีหนึ่งนะคะ เดี๋ยวจะแจ้งผ่านพี่แบ๋มพี่อุ้ยอีกทีหนึ่ง ว่าจะนัดสอบกันอย่างไรนะคะ แต่สำหรับวันนี้ก็ลองเอาที่อาจารย์ให้ในสไลด์ไปทบทวนดูว่าแต่ละคำสั่งทำอย่างไร ใครทีไม่ทันตามไปดูในสไลด์ก็ได้นะคะ วันนี้ก็น่าจะประมาณนี้นะคะ ขอบคุณพี่ล่ามด้วยนะคะ ขอบคุณพี่ถอดความด้วยค่ะ สวัสดีค่ะ (พี่การ์ตูน) ค่ะ สวัสดีค่ะ (อาจารย์เกวลี) ขอบคุณค่ะ