﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:04,000

2
00:00:04,006 --> 00:00:08,006

3
00:00:08,017 --> 00:00:12,017

4
00:00:12,018 --> 00:00:16,018

5
00:00:16,020 --> 00:00:20,020

6
00:00:20,022 --> 00:00:24,022

7
00:00:24,032 --> 00:00:28,032
(คุณครูปรเมษฐ) สวัสดีคุณครูปลายทาง

8
00:00:28,034 --> 00:00:32,034
และหนู ๆ ที่อยู่ปลาย

9
00:00:32,035 --> 00:00:36,035
ลูกศิษย์ที่น่ารักของครูทั้ง 2 คนทั่วประเทศ

10
00:00:36,036 --> 00:00:40,036

11
00:00:40,039 --> 00:00:44,039
รักษาเนื้อรักษาตัวนะ ซึ่งตอนนี้นี่เรา

12
00:00:44,041 --> 00:00:48,041
กำลังเผชิญกับโรคต่าง ๆ

13
00:00:48,042 --> 00:00:52,042
เพราะฉะนั้น ก็ให้เด็ก ๆ นี่รักษาตัวเองให้ดี

14
00:00:52,043 --> 00:00:56,043
เราจะอยู่กันไปแบบนี้สักพัก ครูคิดว่า

15
00:00:56,044 --> 00:01:00,044
ถ้าวันไหนดีขึ้นแล้วนี่ เราคงจะได้เห็นหน้าเห็น

16
00:01:00,045 --> 00:01:04,045
ตากันอย่างสดใส สักวันหนึ่ง ต้องมีวันนั้นครับ

17
00:01:04,048 --> 00:01:08,048
ทบทวนก่อน เมื่อชั่วโมงที่แล้ว ที่ครู

18
00:01:08,049 --> 00:01:12,049
และครูคณิตานี่ได้ให้หนูไปสร้าง

19
00:01:12,050 --> 00:01:16,050
เป็นอะไรนะ (คุณครูคณิตา) เป็นพจนานุกรมสำนวนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ที่

20
00:01:16,052 --> 00:01:20,052
เด็ก ๆ ได้ไปทำกันมา ไม่ได้จำกัดว่าจะทำ

21
00:01:20,056 --> 00:01:24,056
(คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูอยากให้ใจจะขาดแล้ว

22
00:01:24,060 --> 00:01:28,060
เด็ก ๆ ครับไหนลองเสนอผลงานตัวเองหน่อยสิ

23
00:01:28,060 --> 00:01:32,060
ยกขึ้นมาเลย ชูขึ้นมาให้คุณครูเห็น

24
00:01:32,061 --> 00:01:36,061
ให้คุณครูปลายทางได้ดูใช่ไหมครับ

25
00:01:36,063 --> 00:01:40,063
จำเป็นต้องเสร็จในวันนี้ไหมน่ะ (คุณครูคณิตา) ขึ้นอยู่กับ

26
00:01:40,070 --> 00:01:44,070
คุณครูปลายทางเลยค่ะ ว่าคุณครูปลายทาง

27
00:01:44,073 --> 00:01:48,073
นะคะ ในการที่จะทำพจนานุกรม

28
00:01:48,075 --> 00:01:52,075
สสุภาษิต คำพังเพย นี้ ระยะเวลาเท่าไร (คุณครูปรเมษฐ)

29
00:01:52,076 --> 00:01:56,076
เสร็จสำเร็จเรียบร้อยแล้ว คุณครูปลายทางอยาก

30
00:01:56,079 --> 00:02:00,079
นำเสนอผลงานของตนเองนะครับ

31
00:02:00,092 --> 00:02:04,092
ส่งมาได้โรงเรียนวังไกลกังวลนี้ได้นะครับ เพื่อเรา

32
00:02:04,092 --> 00:02:08,092
2 คนจะได้นำมาเสนอให้

33
00:02:08,094 --> 00:02:12,094
ได้รับรู้ถึงผลงานของนักเรียนนะครับ (คุณครูคณิตา) แสดงถึง

34
00:02:12,096 --> 00:02:16,096
ศักยภาพของเด็กด้วยใช่ไหมคะ ว่าเด็ก ๆ

35
00:02:16,097 --> 00:02:20,097
ปลายทางของเรานี่มีศักยภาพนะ ในการ

36
00:02:20,098 --> 00:02:24,098
ทำงานนี่ที่ดี (คุณครูปรเมษฐ) ครับผม เพราะฉะนั้นอย่าลืมนะครับ

37
00:02:24,099 --> 00:02:28,099
จัดการให้สำเร็จเรียบร้อย อย่าให้ด่างพร้อย

38
00:02:28,100 --> 00:02:32,100
เราไปศึกษากันต่อในเรื่อง

39
00:02:32,101 --> 00:02:36,101
สำนวน สุภาษิต คำพังเพยครับ เอาล่ะครับ

40
00:02:36,102 --> 00:02:40,102
นักเรียน ก่อนที่เราจะมาศึกษาเรื่อง

41
00:02:40,103 --> 00:02:44,103
สำนวนสุภาษิต คำพังเพย

42
00:02:44,104 --> 00:02:48,104
ได้ทราบถึงจุดประสงค์ที่

43
00:02:48,105 --> 00:02:52,105
จะได้เรียนรู้ในวันนี้ เพื่อที่จะได้ปฏิบัติตนในการ

44
00:02:52,106 --> 00:02:56,106
เรียนการสอนได้อย่างถูกต้อง และมีความสุขกันนะครับ

45
00:02:56,108 --> 00:03:00,108
ไปดูจุดประสงค์กันเลยนะ มีอยู่ด้วยกัน 3 ข้อ ก็คือ

46
00:03:00,109 --> 00:03:04,109
อธิบายความแตกต่างของสำนวนสุภาษิต

47
00:03:04,111 --> 00:03:08,111
แล้วก็ต้องใช้สำนวน สุภาษิต คำพังเพย ให้ถูกต้อง

48
00:03:08,112 --> 00:03:12,112
ตามความเหมาะสม และที่สำคัญนะครับ นักเรียน

49
00:03:12,115 --> 00:03:16,115
เห็นประโยชน์ของการศึกษาในสำนวน สุภา

50
00:03:16,116 --> 00:03:20,116
อันนี้คือหลักการที่นักเรียนจะได้

51
00:03:20,117 --> 00:03:24,117
ปฏิบัตินะครับ ในชั่วโมงนี้นะครับ

52
00:03:24,118 --> 00:03:28,118
ไปกันเลย มีกิจกรรมครับครูคณิตา

53
00:03:28,119 --> 00:03:32,119
มีเกมนะ ให้เด็ก ๆ ได้เล่นกัน ชื่อเกมอะไรครูคณิตา

54
00:03:32,121 --> 00:03:36,121
(คุณครูคณิตา) ค่ะ วันนี้นะคะ คุณครูปรเมษฐและคุณครูคณิตา

55
00:03:36,121 --> 00:03:40,121
มีเกมให้เด็ก ๆ เล่นกันนั่นก็คือ...

56
00:03:40,122 --> 00:03:44,122
คืออะไรคะ อ่านพร้อม ๆ กันเลยค่ะ แข่งขัน

57
00:03:44,123 --> 00:03:48,123
ขยันหา นำพาสำนวน นั่นเองค่ะ

58
00:03:48,124 --> 00:03:52,124
(คุณครูปรเมษฐ) คล้องจองสมกับเป็นรายวิชาภาษาไทยนะครับ

59
00:03:52,125 --> 00:03:56,125
ให้แข่งขันกันหาสำนวนไทยนั่นเอง เดี๋ยวไปดู

60
00:03:56,126 --> 00:04:00,126
คำชี้แจงที่ว่าให้หาอย่างไรนะ

61
00:04:00,127 --> 00:04:04,127
ที่เกี่ยวข้องกับอวัยวะในร่างกาย

62
00:04:04,129 --> 00:04:08,129
โอ้โหมีอะไรบ้างน่ะ ไปดูกันเลยดีกว่า

63
00:04:08,129 --> 00:04:12,129
มีอะไรบ้าง 1. คือ... นี่คือรูปอะไรเด็ก ๆ

64
00:04:12,130 --> 00:04:16,130
(คุณครูคณิตา) รูปอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) รูปปากนะ เกี่ยวกับปาก

65
00:04:16,132 --> 00:04:20,132
นี่อะไรนี่ (คุณครูคณิตา) รูป

66
00:04:20,132 --> 00:04:24,132
มือค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มือ อันนี้ (คุณครูคณิตา) รูปอะไรคะ

67
00:04:24,140 --> 00:04:28,140
รูปของหูนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) และ...

68
00:04:28,141 --> 00:04:32,141
(คุณครูคณิตา) สุดท้ายนี้คือรูปอะไรคะครูปรเมษฐ

69
00:04:32,143 --> 00:04:36,143
ไม่ใช้คิ้วนะ ตานะ มีอวัยวะ

70
00:04:36,144 --> 00:04:40,144
อยู่ 4 อย่างด้วยกัน ครูจะให้นักเรียนนั้น

71
00:04:40,145 --> 00:04:44,145
ได้หาสำนวนโดยการแข่งขันกัน

72
00:04:44,145 --> 00:04:48,145
หาให้ได้มากที่สุด ที่เกี่ยวข้องกับปาก

73
00:04:48,146 --> 00:04:52,146
อยู่ในสำนวนนั่นเอง ที่เกี่ยวข้องกับมือ

74
00:04:52,147 --> 00:04:56,147
จะมีคำเหล่านี้ปรากฏอยู่ในสำนวน ซึ่งนักเรียนก็มี

75
00:04:56,149 --> 00:05:00,149
พจนานุกรมสำนวนของตัวเอง มีเล่ม

76
00:05:00,151 --> 00:05:04,151
หนังสือของสำนวนไทยก็มีอยู่ เพราะฉะนั้น

77
00:05:04,152 --> 00:05:08,152
ครูก็ให้นักเรียนนั้นค้นหาแล้วก็นำมาเสนอ

78
00:05:08,154 --> 00:05:12,154
นะครับ อวัยวะทั้ง 4 อย่างนี้ให้เวลาเข้ากลุ่ม

79
00:05:12,155 --> 00:05:16,155
ประชุมปฏิบัติการและแข่งขันกัน 5 นาที

80
00:05:16,156 --> 00:05:20,156
ลงมือครับ [เสียงดนตรี]

81
00:05:20,157 --> 00:05:24,157

82
00:05:24,158 --> 00:05:28,158

83
00:05:28,161 --> 00:05:32,161

84
00:05:32,162 --> 00:05:36,162

85
00:05:36,167 --> 00:05:40,167

86
00:05:40,169 --> 00:05:44,169

87
00:05:44,171 --> 00:05:48,171

88
00:05:48,173 --> 00:05:52,173

89
00:05:52,176 --> 00:05:56,176

90
00:05:56,178 --> 00:06:00,178

91
00:06:00,180 --> 00:06:04,180

92
00:06:04,188 --> 00:06:08,188

93
00:06:08,191 --> 00:06:12,191

94
00:06:12,193 --> 00:06:16,193

95
00:06:16,195 --> 00:06:20,195

96
00:06:20,197 --> 00:06:24,197

97
00:06:24,199 --> 00:06:28,199

98
00:06:28,201 --> 00:06:32,201

99
00:06:32,203 --> 00:06:36,203

100
00:06:36,205 --> 00:06:40,205

101
00:06:40,207 --> 00:06:44,207

102
00:06:44,209 --> 00:06:48,209

103
00:06:48,210 --> 00:06:52,210

104
00:06:52,213 --> 00:06:56,213

105
00:06:56,215 --> 00:07:00,215

106
00:07:00,219 --> 00:07:04,219

107
00:07:04,222 --> 00:07:08,222

108
00:07:08,224 --> 00:07:12,224

109
00:07:12,226 --> 00:07:16,226

110
00:07:16,230 --> 00:07:20,230

111
00:07:20,233 --> 00:07:24,233

112
00:07:24,233 --> 00:07:28,233

113
00:07:28,235 --> 00:07:32,235

114
00:07:32,237 --> 00:07:36,237

115
00:07:36,239 --> 00:07:40,239

116
00:07:40,241 --> 00:07:44,241

117
00:07:44,244 --> 00:07:48,244

118
00:07:48,250 --> 00:07:52,250

119
00:07:52,252 --> 00:07:56,252

120
00:07:56,254 --> 00:08:00,254

121
00:08:00,256 --> 00:08:04,256

122
00:08:04,258 --> 00:08:08,258

123
00:08:08,259 --> 00:08:12,259

124
00:08:12,266 --> 00:08:16,266

125
00:08:16,268 --> 00:08:20,268

126
00:08:20,274 --> 00:08:24,274

127
00:08:24,275 --> 00:08:28,275

128
00:08:28,276 --> 00:08:32,276

129
00:08:32,278 --> 00:08:36,278

130
00:08:36,280 --> 00:08:40,280

131
00:08:40,281 --> 00:08:44,281

132
00:08:44,282 --> 00:08:48,282

133
00:08:48,284 --> 00:08:52,284

134
00:08:52,286 --> 00:08:56,286

135
00:08:56,288 --> 00:09:00,288

136
00:09:00,290 --> 00:09:04,290

137
00:09:04,291 --> 00:09:08,291

138
00:09:08,293 --> 00:09:12,293

139
00:09:12,294 --> 00:09:16,294

140
00:09:16,296 --> 00:09:20,296

141
00:09:20,298 --> 00:09:24,298

142
00:09:24,299 --> 00:09:28,299

143
00:09:28,301 --> 00:09:32,301

144
00:09:32,303 --> 00:09:36,303

145
00:09:36,306 --> 00:09:40,306

146
00:09:40,308 --> 00:09:44,308

147
00:09:44,310 --> 00:09:48,310

148
00:09:48,311 --> 00:09:52,311

149
00:09:52,313 --> 00:09:56,313

150
00:09:56,315 --> 00:10:00,315

151
00:10:00,316 --> 00:10:04,316

152
00:10:04,318 --> 00:10:08,318

153
00:10:08,319 --> 00:10:12,319

154
00:10:12,328 --> 00:10:16,328

155
00:10:16,330 --> 00:10:20,330

156
00:10:20,332 --> 00:10:24,332
(คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับนักเรียน จากที่หนู ๆ

157
00:10:24,334 --> 00:10:28,334
ได้ไปแข่งขันใช่ไหมว่าง่าย ๆ

158
00:10:28,335 --> 00:10:32,335
คงจะได้หลายสำนวนเลยทีเดียวนะครับ เกี่ยวข้องกับ

159
00:10:32,337 --> 00:10:36,337
อวัยวะทั้ง 4 อย่างนี้นะครับ ก็ให้คุณครูปลายทางนะ

160
00:10:36,339 --> 00:10:40,339
เป็นผู้ตรวจสอบเรื่องที่เด็ก ๆ นั้นค้นคว้า

161
00:10:40,341 --> 00:10:44,341
นะครับ สำนวนที่ค้นคว้ามาว่าถูกต้องไหม ครูและ

162
00:10:44,341 --> 00:10:48,341
คณิตาก็มีตัวอย่างมาให้นักเรียนได้ศึกษา

163
00:10:48,342 --> 00:10:52,342
เช่นเดียวกันนะครับ ไปดูนะ อันดับแรกเลย สำนวนที่เกี่ยวข้อง

164
00:10:52,343 --> 00:10:56,343
กับปาก สำนวนที่เกี่ยวข้องกับปาก

165
00:10:56,344 --> 00:11:00,344
นำเสนอสำนวนเลยครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ สำนวนที่ 1 นะคะ ปากว่า

166
00:11:00,344 --> 00:11:04,344
ตาขยิบค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เดี๋ยวค่อยบอกความหมาย

167
00:11:04,346 --> 00:11:08,346
ปากว่าตาขยิบนี่เป็นอย่างไร ถ้าพฤติกรรมน่ะ (คุณครูคณิตา)

168
00:11:08,348 --> 00:11:12,348
พฤติกรรมก็คืออย่างไรคะคร

169
00:11:12,349 --> 00:11:16,349
นึกไม่ออกเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) พูดไปใช่ไหมแล้วก็ขยิบตา

170
00:11:16,349 --> 00:11:20,349
เหมือนเป็นการส่งซิกบางสิ่งบางอย่าง

171
00:11:20,350 --> 00:11:24,350
ปากว่าตาขยิบนี่หมายความว่าอย่างไร เด็ก ๆ รู้ไหม (คุณครูคณิตา) หมายความว่าอย่างไรนักเรียน (คุณครูปรเมษฐ)

172
00:11:24,351 --> 00:11:28,351
หมายความว่า (คุณครูคณิตา) หมายความว่าพ

173
00:11:28,352 --> 00:11:32,352
(คุณครูปรเมษฐ) พูดอย่างหนึ่ง แสดงอย่างหนึ่งนะ

174
00:11:32,353 --> 00:11:36,353
อีกคำหนึ่งนะ ที่ครูนำเสนอ ปลาหมอตายเพราะปาก

175
00:11:36,356 --> 00:11:40,356
ทำไมล่ะเด็ก ๆ เดี๋ยวมาวิเคราะห์กันหน่อยสิ

176
00:11:40,358 --> 00:11:44,358
ปลาหมอตายเพราะปาก ปลาหมอตายเพราะปา

177
00:11:44,359 --> 00:11:48,359
เด็ก ๆ คงเคยเห็นนะที่เราเห็นตามแม่น้ำลำคลอ

178
00:11:48,360 --> 00:11:52,360
ไปตามแม่น้ำลำคลองนี่ ปลาหมอนี่มันจะขึ้นมาฮุบอยู่บ่อย ๆ

179
00:11:52,362 --> 00:11:56,362
มานำออกซิเจนมาใช้ในการหายใจ

180
00:11:56,363 --> 00:12:00,363
คราวนี้พรานปลาทั้งหลายที่จับข้อ

181
00:12:00,365 --> 00:12:04,365
จับจ้องที่จะตกนี่ ก็จะตกสิ

182
00:12:04,367 --> 00:12:08,367
(คุณครูคณิตา) จับหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) เอาเบ็ดไปจับครับ

183
00:12:08,368 --> 00:12:12,368
ปลาหมอกินเบ็ด เพราะฉะนั้น ที่ปลาหมอกินเบ็ด

184
00:12:12,370 --> 00:12:16,370
ก็ต้องเป็นอาหารของมนุษญื

185
00:12:16,371 --> 00:12:20,371
ปลาหมอนี่ตายเพราะปากของตัวมันเอง

186
00:12:20,372 --> 00:12:24,372
หมายถึงว่าอย่าพูดอะไรพร่อย ๆ คนที่พูดอะไรพร่อย ๆ นี่ สุดท้าย

187
00:12:24,373 --> 00:12:28,373
แล้วนี่ก็จะแพ้คำพูดตัวเอง แล้วก็แพ้

188
00:12:28,379 --> 00:12:32,379
ภัย ในคำพูดของตัวเองนั่นเอง อีกสำนวนหนึ่ง

189
00:12:32,379 --> 00:12:36,379
(คุณครูคณิตา) ค่ะ สำนวนนะคะ ปากกับใจไม่ตรงกัน

190
00:12:36,380 --> 00:12:40,380
ค่ะ เป็นอย่างไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเกิดความหมาย

191
00:12:40,382 --> 00:12:44,382
โดยตรงก็คือปากอยู่ตรงนี้ ใจอยู่ตรงนี้ใช่ไหมครับ

192
00:12:44,383 --> 00:12:48,383
ปากกับใจไม่ตรงกัน ถ้าความหมายโดยนัย

193
00:12:48,384 --> 00:12:52,384
ของสำนวนแปลว่าอะไรครับเด็ก ๆ ครับ (คุณครูคณิตา) นักเรียนคิดว่า

194
00:12:52,385 --> 00:12:56,385
มีความหมายว่าอย่างไรคะ

195
00:12:56,409 --> 00:13:00,409
คุณครูปรเมษฐคะ ปากกับใจไม่ตรงกันนี่มีความหมาย

196
00:13:00,415 --> 00:13:04,415
ว่าอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) มันก็เหมือนปากอย่างใจอย่าง

197
00:13:04,419 --> 00:13:08,419
แปลความหมายตรงกับปากว่าตาขยิบเลย

198
00:13:08,420 --> 00:13:12,420
คือพูดอีกอย่างหนึ่ง แต่พฤติกรรมแสดงไปอีกอย่างหนึ่ง

199
00:13:12,421 --> 00:13:16,421
นะครับ คล้าย ๆ กันนะ เชื่อว่าเด็ก ๆ นี่

200
00:13:16,422 --> 00:13:20,422
ต้องมีแน่นอน ครูเชื่อว่าเด็ก ๆ ต้องหาได้มากกว่าน

201
00:13:20,423 --> 00:13:24,423
ต่อไปเกี่ยวข้องกับมือ สำนวนแลกเลยครับครู

202
00:13:24,424 --> 00:13:28,424
ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) มัดมือชกค่ะ

203
00:13:28,424 --> 00:13:32,424
(คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ รู้ไหม มัดมือชกหมายความว่าอย่างไร (คุณครูคณิตา)

204
00:13:32,426 --> 00:13:36,426
เป็นอย่างไรคะนักเรียน ไหนลองทำให้ครูปลายทางดู

205
00:13:36,427 --> 00:13:40,427
เป็นอย่างไรเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) เอามือมาใช่ไหม เอาอะไรมันล่ะ

206
00:13:40,428 --> 00:13:44,428
เอามัด ๆ (คุณครูคณิตา) จินตนาการ (คุณครูปรเมษฐ) การที่มัดมือชก

207
00:13:44,429 --> 00:13:48,429
มันเป็นพฤติกรรมของนักมวยใช่ไหมครับ

208
00:13:48,430 --> 00:13:52,430
นักมวยนี่เวลาจะขึ้นสังเวียนนี่

209
00:13:52,431 --> 00:13:56,431
ก็จะต้องมีการทำสนับมือในการที่จะชกกัน

210
00:13:56,433 --> 00:14:00,433
ใช่ไหม แต่มัดมือชกนี่เป็นพฤติกรรม

211
00:14:00,436 --> 00:14:04,436
ที่ถูกบังคับ คือ เจ้าจะต้องสู้น่ะ คือ ไม่อยากทำน่ะ

212
00:14:04,452 --> 00:14:08,452
แต่ต้องทำ คือการมัดมือชกนั่นเอง ครูคณิตา

213
00:14:08,454 --> 00:14:12,454
เคยโดนมัดมือชกไหม (คุณครูคณิตา) เอาความหมายโดยตรง

214
00:14:12,457 --> 00:14:16,457
หรือความหมายโดยนัยคะ (คุณครูปรเมษฐ) เอาความหมายโดยนัย (คุณครูคณิตา) ความหมายโดยนัยยังค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

215
00:14:16,459 --> 00:14:20,459
เดี๋ยวผมจะทำให้ดูนะ มือไม่พาย

216
00:14:20,462 --> 00:14:24,462
เอาเท้าราน้ำ น่าจะเกี่ยว

217
00:14:24,463 --> 00:14:28,463
กับอะไรมือไม่พายนี่ เป็นพฤติกรรมที่อยู่ที่ไหน

218
00:14:28,463 --> 00:14:32,463
(คุณครูคณิตา) ที่ไหนคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ในเรือใช่ไหม

219
00:14:32,464 --> 00:14:36,464
(คุณครูคณิตา) ในเรือ (คุณครูปรเมษฐ) อยู่ในเรือ

220
00:14:36,465 --> 00:14:40,465
เรือนี่จะเดินหน้าได้ก็ต้องมีการพายใช่ไหมครับ

221
00:14:40,466 --> 00:14:44,466
พายงัด พายงัดนั่นล่ะ พายหน้าพายหลัง

222
00:14:44,470 --> 00:14:48,470
แต่พฤติกรรมของคนคนนี้

223
00:14:48,472 --> 00:14:52,472
มือก็ไม่ช่วยพาย แล้วก็เอาเท้าที่เป็นของ

224
00:14:52,475 --> 00:14:56,475
ต่ำนะ เอาลงไปราที่น้ำ คือ เอาเท้าออกไปนอกแคม

225
00:14:56,476 --> 00:15:00,476
เรือจะเคลื่อนที่ได้สะดวกไหมล่ะครูแพรว่า

226
00:15:00,477 --> 00:15:04,477
(คุณครูปรเมษฐ) ไม่สะดวก มันน่าจะหมายความว่าอย่างไรในสำนวน

227
00:15:04,479 --> 00:15:08,479
(คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คะ หลังจากที่ได้ฟังคุณ

228
00:15:08,481 --> 00:15:12,481
ครูปรเมษฐแล้วนี่ นักเรียนคิดว่าสำนวนนี้หมายความว่า

229
00:15:12,483 --> 00:15:16,483
อย่างไร ตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ

230
00:15:16,494 --> 00:15:20,494
(คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ตอบแล้วครูคณิตาเฉลยสิครับ

231
00:15:20,494 --> 00:15:24,494
(คุณครูคณิตา) ค่ะ ก็คือผู้ที่ไม่ยอมช่วยเหลือผู้อื่น

232
00:15:24,495 --> 00:15:28,495
แถมยังทำตัวเกะกะระรานผู้อื่นอีกด้วย (คุณครูปรเมษฐ)

233
00:15:28,496 --> 00:15:32,496
แบบนี้ซึ่งเป็นคุณธรรมที่ไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่งนะ

234
00:15:32,498 --> 00:15:36,498
การที่ไม่ช่วยเหลือคนอื่นแล้วยังทำตัวเกะกะนี่

235
00:15:36,500 --> 00:15:40,500
เรามีแต่จะต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกันนะถึงจะดีนะ

236
00:15:40,501 --> 00:15:44,501
ต่อไป มือถี่ ตีนถี่

237
00:15:44,503 --> 00:15:48,503
ถี่นี่หมายความว่าอย่างไร (คุณครูคณิตา) ถี่นี่เป็น

238
00:15:48,506 --> 00:15:52,506
อย่างไรคะนักเรียน (คุณครูปรเมษฐ) สมมติครูสับมีดนี่ สับถี่ ๆ

239
00:15:52,507 --> 00:15:56,507
เขาเรียกว่า "สับถี่ ๆ" ใช่ไหม

240
00:15:56,508 --> 00:16:00,508
เป็นคนที่รู้จักเก็บหอมรอมริบ

241
00:16:00,509 --> 00:16:04,509
มานะทำงานเพื่อจะมีเงิน มันจะคู่กับ

242
00:16:04,510 --> 00:16:08,510
คำว่าอะไร ถี่นี่เป็นคำตรงกันข้ามกับ

243
00:16:08,514 --> 00:16:12,514
คำว่า... ครูคณิตาครับ ตรงกันข้ามกับคำว่าอะไร (คุณครูคณิตา) ตรงข้าม

244
00:16:12,515 --> 00:16:16,515
กับสำนวนที่ว่า มือห่าง ตีนห่าง ค่ะ

245
00:16:16,516 --> 00:16:20,516
(คุณครูปรเมษฐ) ถี่กับห่างนี่เป็นของคู่กันนะ

246
00:16:20,517 --> 00:16:24,517
เพราะฉะนั้น มือถี่ตีนถี่แปลว่ารู้จัก

247
00:16:24,518 --> 00:16:28,518
ขยันทำงาน แต่ถ้ามือห่าง ตีนห่างล่ะครับ

248
00:16:28,519 --> 00:16:32,519
น่าจะหมายความว่าอย่างไรคะเด็ก ๆ

249
00:16:32,520 --> 00:16:36,520
ที่เป็นอย่างไร (คุณครูคณิตา) สุรุ่ยสุร่ายนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มา

250
00:16:36,521 --> 00:16:40,521
คู่กัน นักเรียนควรจะทำตัวแบบมือถี่ตีนถือ

251
00:16:40,522 --> 00:16:44,522
หรือมือห่างตีนห่าง พิจารณานะครับ ต่อไปเป็น

252
00:16:44,523 --> 00:16:48,523
สำนวนที่เกี่ยวข้องกับหู หูทวนลม

253
00:16:48,524 --> 00:16:52,524
หูทวนลม หูทวนลมมันเป็นอย่างไร

254
00:16:52,525 --> 00:16:56,525
(คุณครูคณิตา) เป็นอย่างไรนะ ครูเชื่อนะคะ ว่าเด็ก ๆ

255
00:16:56,526 --> 00:17:00,526
หลายคนนี่ก็เคยทำพฤติกรรมแบบนี้ แต่พฤติกรรม

256
00:17:00,529 --> 00:17:04,529
นี่ เป็นพฤติกรรมที่ไม่ดีใช่ไหมคะครูปรเมษฐ

257
00:17:04,530 --> 00:17:08,530
หูทวนลม คุณครูปรเมษฐคะ

258
00:17:08,531 --> 00:17:12,531
(คุณครูปรเมษฐ) หูทวนลม ก็คือ

259
00:17:12,532 --> 00:17:16,532
ไม่ได้ยิน ทำเป็นไม่รู้เรื่องไง ทำเป็น

260
00:17:16,533 --> 00:17:20,533
ไม่สนใจอะไรนี่ (คุณครูคณิตา) ไม่สนใจเลย (คุณครูปรเมษฐ) ครูทำให้ดูนะ

261
00:17:20,534 --> 00:17:24,534
ครูหูรับลมตลอดนะครับนักเรียน ซึ่งเป็นพฤติกรรม

262
00:17:24,535 --> 00:17:28,535
ที่อย่างไรครูคณิตาอธิบายให้ละเอียดหน่อย (คุณครูคณิตา) ก็คือ

263
00:17:28,536 --> 00:17:32,536
ไม่ได้ยินหรือแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินค่ะ คือ พูด ๆ ๆ ไป ก็

264
00:17:32,538 --> 00:17:36,538
ทำเป็นไม่ได้ยิน ไม่ได้อะไรนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูเชื่อว่า

265
00:17:36,541 --> 00:17:40,541
นี่ไม่มีพฤติกรรมอย่างนี้แน่นอนนะครับ เพราะเด็ก ๆ ของครูทุกคน

266
00:17:40,541 --> 00:17:44,541
รับฟังตลอดเวลา ไม่มีทางทวนลมไม่ได้ยินแน่นอน

267
00:17:44,543 --> 00:17:48,543
ฟังหูไว้หู ฟังหูไวหู

268
00:17:48,545 --> 00:17:52,545
(คุณครูคณิตา) เป็นอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ฟังไว้ที่หูแล้ว

269
00:17:52,554 --> 00:17:56,554
เก็บไว้ที่หูหรือเปล่า หมายความว่าอย่างไรล่ะ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ

270
00:17:56,555 --> 00:18:00,555
คิดว่าสำนวนนี้หมายความว่าอย่างไรคะ

271
00:18:00,557 --> 00:18:04,557
คุณครูปลายทางนะคะ ช่วยบอกนักเรียน

272
00:18:04,557 --> 00:18:08,557
ก่อนค่ะ ก่อนที่ครูคณิตาและครูปรเมษฐจะ

273
00:18:08,561 --> 00:18:12,561
เพิ่มเติมแต่งให้

274
00:18:12,562 --> 00:18:16,562
เอาล่ะค่ะ บอกเด็ก ๆ เรียบร้อยแล้วใช่ไหมค

275
00:18:16,563 --> 00:18:20,563
คำว่า "ฟังหูไว้หู" นี่ ก็คือ

276
00:18:20,564 --> 00:18:24,564
ฟังอะไรอย่าเพิ่งเชื่อหรือคล้อยตาม

277
00:18:24,566 --> 00:18:28,566
นั่นเองนะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นคุณธรรมที่เด็ก ๆ นั้นพึงปฏิบัติ

278
00:18:28,567 --> 00:18:32,567
รับฟังสิ่งใดมาก็ตามให้คิดวิเคราะห์ก่อน

279
00:18:32,568 --> 00:18:36,568
ว่ามันน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด ถึง

280
00:18:36,570 --> 00:18:40,570
จะนำไปปฏิบัติหรือนำไปบอกกล่าวกับคนอื่น

281
00:18:40,571 --> 00:18:44,571
ถูกไหมครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ถูกค่ะ (คุณครูคณิตา) ต่อไปหูเบา

282
00:18:44,571 --> 00:18:48,571
นี่ นี่เห็นไหม นี่คือความหมายของสำนวน

283
00:18:48,572 --> 00:18:52,572
เป็นความหมายที่มันเปรียบเปรย เป็นความหมายโดยนัย

284
00:18:52,573 --> 00:18:56,573
หูเบาจริง ๆ ก็คือ หูลอยหลุดออกไปจากหัว

285
00:18:56,575 --> 00:19:00,575
ใช่ไหม มันหมายความว่าอย่างไรหูเบานี่

286
00:19:00,576 --> 00:19:04,576
เป็นความหมายทางสำนวนหรือความหมายโดยนัยนี่เด็ก ๆ (คุณครูคณิตา)

287
00:19:04,578 --> 00:19:08,578
คืออะไรคะ คล้าย ๆ กับฟังหูไว้หูเลยค่ะ

288
00:19:08,580 --> 00:19:12,580
คล้าย ๆ กันเลยค่ะนักเรียน หูเบา คืออะไรคะ คื

289
00:19:12,582 --> 00:19:16,582
คืออะไรคะ ก็คือเชื่อโดยที่ไม่

290
00:19:16,583 --> 00:19:20,583
ไตร่ตรองนั่นเอง (คุณครูปรเมษฐ) แล้วมันคล้ายกับฟังหูไว้หู

291
00:19:20,584 --> 00:19:24,584
อย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) ฟังหูไว้หูนี่ คือ ฟังอะไรอย่างใดอย่างหนึ่งนี่

292
00:19:24,585 --> 00:19:28,585
ก็คืออย่าเชื่ออย่าคล้อยตามใช่ไหมคะ

293
00:19:28,586 --> 00:19:32,586
เชื่อโดยที่เราไม่ไตร่ตรองไว้ก่อน เราก็จะ

294
00:19:32,587 --> 00:19:36,587
เป็นคนหูเบานั่นเอง (คุณครูปรเมษฐ) หูเบานั่นเองนะครับ

295
00:19:36,610 --> 00:19:40,610
ต่อไปนะ หมดแล้วนะ เกี่ยวข้องกันตาบ้าง

296
00:19:40,612 --> 00:19:44,612
คราวนี้ ไปดูกันเลย ตาต่อตา ฟันต่อฟัน

297
00:19:44,613 --> 00:19:48,613
ฟันต่อฟัน นี่สำนวนนี่เป็นเพลงนะ นักเรียน

298
00:19:48,614 --> 00:19:52,614
เคยได้ยินไหม หมายความว่าอย่างไรนี่ ตาต่อตา ฟันต่อฟัน

299
00:19:52,615 --> 00:19:56,615
(คุณครูคณิตา) ตาต่อตา ฟันต่อฟัน หมายความว่าอย่างไรคุณครูปรเมษฐ

300
00:19:56,618 --> 00:20:00,618
เมษฐ

301
00:20:00,620 --> 00:20:04,620
(คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คะ ช่วยคุณครูคณิตตาหน่อยค่ะ ว่า

302
00:20:04,621 --> 00:20:08,621
ต่อตา ฟันต่อฟันหมายความว่าอย่างไร

303
00:20:08,626 --> 00:20:12,626
คุณครูปลายทางคะ สามารถที่จะ

304
00:20:12,627 --> 00:20:16,627
ช่วยเหลือได้นะคะ ถือว่าเป็นการมีน้ำใจแล้วกัน

305
00:20:16,628 --> 00:20:20,628
นะคะ เอาล่ะค่ะ ตาต่อตา ฟันต่อฟันนี่ เป็นการที่คนที่

306
00:20:20,629 --> 00:20:24,629
ทำร้ายคนอื่นนะคะ ต้องได้รับผล

307
00:20:24,630 --> 00:20:28,630
การกระทำนั้นนี่กลับเข้าตัวเองด้วย

308
00:20:28,631 --> 00:20:32,631
(คุณครูปรเมษฐ) ต่อไป งงเป็นไก่ตาแตก อันนี้น่าจ

309
00:20:32,632 --> 00:20:36,632
เกิดสำนวนนี่น่าจะเกิดจาการละเล่น

310
00:20:36,633 --> 00:20:40,633
อยู่ 1 ชนิด คือการ ถูกต้องครับ

311
00:20:40,634 --> 00:20:44,634
ชอบมากเลย การชนไก่นะ ไก่นี่เวลาตีกันนะ

312
00:20:44,640 --> 00:20:48,640
ก็จะมีความบาดเจ็บใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

313
00:20:48,642 --> 00:20:52,642
พอโดนตีนี่ ถ้าเดือยหลุด

314
00:20:52,644 --> 00:20:56,644
ที่เท้าของไก่นี่มีเดือย

315
00:20:56,645 --> 00:21:00,645
ไปตีที่ตานี่ ไก่ตัวนั้นจะตาแตกแล้วก็งงไม่รู้เรื่อง

316
00:21:00,645 --> 00:21:04,645
ตีสะเปะสะปะเลย อันนี้

317
00:21:04,647 --> 00:21:08,647
ที่ครูอธิบายให้นักเรียน

318
00:21:08,652 --> 00:21:12,652
ฟังครูคณิตาความหมายหมายความว่าอย่างไร (คุณครูคณิตา) ค่ะ งงเป็น

319
00:21:12,653 --> 00:21:16,653
ไก่ตาแตกนะคะ หมายถึง มึนงงมาก

320
00:21:16,655 --> 00:21:20,655
ไม่ถูนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ ต่อไป

321
00:21:20,656 --> 00:21:24,656
เลือดเข้าตาก็มาจากการชนไก่

322
00:21:24,657 --> 00:21:28,657
เดียวกันนะครับ คือโดนตี

323
00:21:28,660 --> 00:21:32,660
พอเจ็บ บาดเจ็บแล้วนี่เลือดเข้าตาแล้วนี่จะหึด

324
00:21:32,661 --> 00:21:36,661
สู้ จะทำอะไรก็

325
00:21:36,662 --> 00:21:40,662
แต่ว่าสู้ สู้ไม่ถ่อย สู้ยิบตา เลือด

326
00:21:40,663 --> 00:21:44,663
เข้าตานะ อันนี้คือเกมที่นักเรียน

327
00:21:44,664 --> 00:21:48,664
ได้ค้นหา ครูเชื่อว่านักเรียนได้คำหรือสำนวนนี่

328
00:21:48,665 --> 00:21:52,665
มากกว่าครูด้วยซ้ำ อันนี้ครูนำมาเสนอ

329
00:21:52,666 --> 00:21:56,666
นะครับ จำไว้แล้วก็สามารถนำไปใช้ได้ในชีวิต

330
00:21:56,667 --> 00:22:00,667
เดี๋ยวเรามาดูกันต่อนะ การที่เรา

331
00:22:00,669 --> 00:22:04,669
เข้าใจความหมายของสำนวนแล้วนี่นะ เรา

332
00:22:04,669 --> 00:22:08,669
สามารถที่จะจำแนกประเภทของสพนวน จึงจะ

333
00:22:08,670 --> 00:22:12,670
สามารถนำไปใช้ในการสื่อสาร หรือนำไปใช้

334
00:22:12,671 --> 00:22:16,671
คุยนำไปเขียนได้อย่างถูกต้อง อันนี้เป็นสิ่งสำคัญมาก

335
00:22:16,672 --> 00:22:20,672
ฝากให้เด็ก ๆ นำไปใช้นะครับ เรามา

336
00:22:20,674 --> 00:22:24,674
ทบทวนกันหน่อย เมื่อชั่วโมงที่แล้ว

337
00:22:24,676 --> 00:22:28,676
หรือความหมายของสำนวนนะ ทบทวนสำนวน... เสสร

338
00:22:28,676 --> 00:22:32,676
แสดงว่าจะต้องมีความสุขมากกับการเรียน

339
00:22:32,677 --> 00:22:36,677
ชั่วโมงนี้นะครับ เสสรวลคืออะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา)

340
00:22:36,682 --> 00:22:40,682
คุณครูคณิตาไม่ทราบความหมายเลยค่ะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เสเสร

341
00:22:40,683 --> 00:22:44,683
เจอในคำราชาศัพท์ ทรงพระสรวลนี่ คือ

342
00:22:44,684 --> 00:22:48,684
การหัวเราะนะ สำราญแปลว่ามีความสุข

343
00:22:48,685 --> 00:22:52,685
จะไปทบทวนได้อย่างมีความสุขนั่นเอง ไปดูกันเลย

344
00:22:52,686 --> 00:22:56,686
สุภาษิต คำพังเพย ความหมายของสำนวนคืออะไรครับเด็ก ๆ

345
00:22:56,688 --> 00:23:00,688
ไปกับครูคณิตาเลยครับ อ่านพร้อม ๆ กัน

346
00:23:00,689 --> 00:23:04,689
(คุณครูคณิตา) ค่ะ สำนวนคือคำพูด

347
00:23:04,692 --> 00:23:08,692
หรือท้อยคำที่กะทัดรัด สละสลวย มีความหมาย

348
00:23:08,695 --> 00:23:12,695
โดยนัย เป็นลักษณะอุปไมยโดยเปรียบ

349
00:23:12,697 --> 00:23:16,697
และไม่แปลความหมายตรงตามตัวอักษรค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

350
00:23:16,698 --> 00:23:20,698
ก็คือมันเป็นความหมายโดยนัยหรือเป็นการ

351
00:23:20,699 --> 00:23:24,699
เปรียบเปรย เปรียบเปรย คือ

352
00:23:24,701 --> 00:23:28,701
ไม่แปลตรงตามตัวอักษร ไม่แปลตรงตามตัวนั่นเอง

353
00:23:28,702 --> 00:23:32,702
ต่อไปสุภาษิต สุภาษิตคืออะไรครับ

354
00:23:32,718 --> 00:23:36,718
คือคำกล่าวที่มีจุดมุ่งหมายนะ

355
00:23:36,719 --> 00:23:40,719
สั่งสอน เตือนสติให้เกิดความคิดนะครับ

356
00:23:40,721 --> 00:23:44,721
ไม่มีการเสียดสี มันต้องไปคู่กับคำอะไรแน่เลย

357
00:23:44,722 --> 00:23:48,722
หรือติชมอย่างคำพังเพย เป็นถ้อยคำที่แสดง

358
00:23:48,723 --> 00:23:52,723
ความจริงและเป็นที่ยอมรับในทั่ว ๆ ไป อันนี้คือ

359
00:23:52,724 --> 00:23:56,724
สุภาษิต ต่อไปก็คืออะไรครับ (คุณครูคณิตา) คำพังเพยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูคณิตา

360
00:23:56,725 --> 00:24:00,725
อ่านความหมายให้เด็ก  ๆ เลยครับ (คุณครูคณิตา) คำพังเพย คือ การ

361
00:24:00,726 --> 00:24:04,726
ที่เปรียบเทียบเหตุการณ์ หรือเรื่องร่วต่าง ๆ ที่พบ

362
00:24:04,730 --> 00:24:08,730
เห็นได้จากการดำรงชีวิตของคนรุ่นก่อนค่ะ

363
00:24:08,730 --> 00:24:12,730
ไม่เน้นการสั่งสอน แต่ใช้ในทำนองเสียดสี

364
00:24:12,731 --> 00:24:16,731
ประชด ประชัน หรือเป็นข้อคิดสะกิดใจ

365
00:24:16,732 --> 00:24:20,732
ให้นำมาปฏิบัติค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่มีอยู่ 3 ชนิด 3 อย่าง

366
00:24:20,734 --> 00:24:24,734
สำนวน สุภาษิต คำพังเพย ก็จะเป็นคำที่หนู ๆ

367
00:24:24,735 --> 00:24:28,735
รู้จักและคุ้นหูและพูดอยู่ตลอดเวลานะครับ

368
00:24:28,736 --> 00:24:32,736
ครูสรุปมาให้ อันนี้ให้นักเรียนจดนะครับ

369
00:24:32,737 --> 00:24:36,737
คือ คำพูดหรือถ่อยคำมีความหมายโดยนัย

370
00:24:36,738 --> 00:24:40,738
และไม่แปลตรงตามตัวอักษรนักเรียน

371
00:24:40,741 --> 00:24:44,741
บันทึกเป็นของตัวเองนะครับ ส่วนคำพังเพยคืออะไร

372
00:24:44,742 --> 00:24:48,742
คำพังเพย คือ คำที่เปรียบเทียบเหตุการณ์

373
00:24:48,743 --> 00:24:52,743
หรือเรื่องราวไม่เน้นการสั่งสอน

374
00:24:52,744 --> 00:24:56,744
ประชดประชันนะ ที่คือคำพังเพย และสุดท้ายคือ

375
00:24:56,746 --> 00:25:00,746
(คุณครูคณิตา) สุภาษิตค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สุภาษิตจำไว้ง่าย ๆ คือ คำสั่งสอน

376
00:25:00,747 --> 00:25:04,747
เตือนสติให้คิด ครูนี่ฟังสุภาษิตเป็นประจำนะ

377
00:25:04,748 --> 00:25:08,748
เพราะฝากไว้ให้คิด เพื่อเตือนสติ

378
00:25:08,749 --> 00:25:12,749
ก็ชอบฝากคำพังเพย เพราะว่าประชดประชันนิด ๆ หน่อย

379
00:25:12,750 --> 00:25:16,750
นะ เป็นสีสันนะครับ

380
00:25:16,751 --> 00:25:20,751
เด็ก ๆ บันทึก บันทึกลงไปนะครับ

381
00:25:20,753 --> 00:25:24,753
เอาแต่ย่อ ๆ พอเข้าใจนะ คิดว่า

382
00:25:24,753 --> 00:25:28,753
เรียบร้อยนะครับ ไปดูกันต่อ ครูให้นักเรียนนี่

383
00:25:28,754 --> 00:25:32,754
สรุปให้มันเข้าใจกว่านั้นอีกนะครับ สำนวนคือการ

384
00:25:32,757 --> 00:25:36,757
เปรียบเปรย เปรียบเปรย คือ การ

385
00:25:36,758 --> 00:25:40,758
เปรียบเทียบที่ไม่ตรงความหมาย พังเพย

386
00:25:40,759 --> 00:25:44,759
เปรียบเทียบ คือการเปรียบเทียบนั่นเอง

387
00:25:44,761 --> 00:25:48,761
นำอีกสิ่งหนึ่งมาเปรียบอีกสิ่งหนึ่ง ในทำนอง

388
00:25:48,764 --> 00:25:52,764
เสียดสี และสุภาษิต คือ คำสอนใจ

389
00:25:52,765 --> 00:25:56,765
สำนวน เปรียบเปรย พังเพย เปรียบเทียบ

390
00:25:56,766 --> 00:26:00,766
มี 3 อย่างนะครับ นี่ความหมายของมัน แต่

391
00:26:00,767 --> 00:26:04,767
ทั้งนี้ทั้งนั้นนี่เวลาที่เราพูดกันนี่

392
00:26:04,769 --> 00:26:08,769
เราจะเรียก 3 อน่างนี้ว่าอะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เรียกว่าอะไ

393
00:26:08,772 --> 00:26:12,772
(คุณครูปรเมษฐ) เคยบอกไปแล้วด้วยเด็ก ๆ (คุณครูคณิตา) เรียกว่า

394
00:26:12,773 --> 00:26:16,773
สำนวนค่ะ ใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) สำนวนหรือ

395
00:26:16,774 --> 00:26:20,774
สำนวนไทยนั่นเองนะครับ ไปกันต่อ

396
00:26:20,776 --> 00:26:24,776
ครูจะให้นักเรียนนั้นแยกประเภทสำนวนสุภาษิต

397
00:26:24,779 --> 00:26:28,779
เดี๋ยวครูจะมีสำนวนมาให้ กี่สำนวนไม่รู้ล่ะ

398
00:26:28,780 --> 00:26:32,780
แต่เด็ก ๆ จะต้องจำแนกให้ได้

399
00:26:32,781 --> 00:26:36,781
ใน 3 ประเภทนี้ จะบอกว่ามีสำนวนมาให้ไม่ได้ ต้องบอกว่ามีถ้อยคำ

400
00:26:36,783 --> 00:26:40,783
หรือข้อความมาให้ เพื่อเด็ก ๆ จะได้

401
00:26:40,785 --> 00:26:44,785
อ่านพร้อม ๆ กันเลยนะครับ 1. กระต่างตื่นตูม 2.

402
00:26:44,788 --> 00:26:48,788
(คุณครูคณิตา) ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน (คุณครูปรเมษฐ) 3.

403
00:26:48,789 --> 00:26:52,789
(คุณครูคณิตา) ดินพอกหางหมู (คุณครูปรเมษฐ) 4. (คุณครูคณิตา) ขมิ้นกับปูน

404
00:26:52,790 --> 00:26:56,790
(คุณครูคณิตา) ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว (คุณครูปรเมษฐ)  6 (คุณครูปรเมษฐ)

405
00:26:56,791 --> 00:27:00,791
ปากเสีย (คุณครูปรเมษฐ) คำนี้กระทบกระเทียบอีกแล้ว

406
00:27:00,793 --> 00:27:04,793
(คุณครูคณิตา) คำต่อไปคือคำที่ 7 ใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ

407
00:27:04,795 --> 00:27:08,795
(คุณครูคณิตา) คำที่ 7 คือ ชิงสุกก่อนห่ามค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ต่อไปครับ (คุณครูคณิตา)

408
00:27:08,796 --> 00:27:12,796
กงเกียวนกำเกียวน

409
00:27:12,797 --> 00:27:16,797
งมเข็มในมหาสมุทร ขิงก็ราข่าก็แรง

410
00:27:16,797 --> 00:27:20,797
(คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา) ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ (คุณครูปรเมษฐ) อันสุดท้าย

411
00:27:20,798 --> 00:27:24,798
ครูอ่านให้ ทำนาบนหลังคน มีอยู่ด้วยกัน 12 สำนวน

412
00:27:24,800 --> 00:27:28,800

413
00:27:28,803 --> 00:27:32,803
มี 12 ข้อความนี้ให้นักเรียนจำแนกประเภท

414
00:27:32,805 --> 00:27:36,805
ตีเป็นตารางก็ได้และนำข้อความนี้ไปใส่หรือ

415
00:27:36,806 --> 00:27:40,806
หนูจะเขียนเป็นแผนผังความคิดก็ได้ใช่ไหมครับครูคณิตา

416
00:27:40,807 --> 00:27:44,807
(คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ลองจำแนกประเภทดูนะ

417
00:27:44,808 --> 00:27:48,808
ว่าข้อความไหนเป็นสำนวน ข้อความไหนเป็นคำพังเพย

418
00:27:48,809 --> 00:27:52,809
สุภาษิตให้เวลากี่นาทีดี

419
00:27:52,810 --> 00:27:56,810
คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) 12 หาร

420
00:27:56,811 --> 00:28:00,811
ได้ 5 นาทีครับ ลงมือปฏิบัติครับ

421
00:28:00,812 --> 00:28:04,812
[เสียงดนตรี]

422
00:28:04,814 --> 00:28:08,814

423
00:28:08,818 --> 00:28:12,818

424
00:28:12,819 --> 00:28:16,819

425
00:28:16,821 --> 00:28:20,821

426
00:28:20,828 --> 00:28:24,828

427
00:28:24,829 --> 00:28:28,829

428
00:28:28,831 --> 00:28:32,831

429
00:28:32,832 --> 00:28:36,832

430
00:28:36,834 --> 00:28:40,834

431
00:28:40,836 --> 00:28:44,836

432
00:28:44,838 --> 00:28:48,838

433
00:28:48,840 --> 00:28:52,840

434
00:28:52,841 --> 00:28:56,841

435
00:28:56,843 --> 00:29:00,843

436
00:29:00,845 --> 00:29:04,845

437
00:29:04,847 --> 00:29:08,847

438
00:29:08,848 --> 00:29:12,848

439
00:29:12,850 --> 00:29:16,850

440
00:29:16,851 --> 00:29:20,851

441
00:29:20,856 --> 00:29:24,856

442
00:29:24,858 --> 00:29:28,858

443
00:29:28,860 --> 00:29:32,860

444
00:29:32,861 --> 00:29:36,861

445
00:29:36,863 --> 00:29:40,863

446
00:29:40,865 --> 00:29:44,865

447
00:29:44,867 --> 00:29:48,867

448
00:29:48,869 --> 00:29:52,869

449
00:29:52,871 --> 00:29:56,871

450
00:29:56,873 --> 00:30:00,873

451
00:30:00,874 --> 00:30:04,874

452
00:30:04,875 --> 00:30:08,875

453
00:30:08,883 --> 00:30:12,883

454
00:30:12,885 --> 00:30:16,885

455
00:30:16,887 --> 00:30:20,887

456
00:30:20,889 --> 00:30:24,889

457
00:30:24,891 --> 00:30:28,891

458
00:30:28,893 --> 00:30:32,893

459
00:30:32,893 --> 00:30:36,893

460
00:30:36,895 --> 00:30:40,895

461
00:30:40,898 --> 00:30:44,898

462
00:30:44,899 --> 00:30:48,899

463
00:30:48,901 --> 00:30:52,901

464
00:30:52,902 --> 00:30:56,902

465
00:30:56,903 --> 00:31:00,903

466
00:31:00,905 --> 00:31:04,905

467
00:31:04,907 --> 00:31:08,907

468
00:31:08,908 --> 00:31:12,908

469
00:31:12,911 --> 00:31:16,911

470
00:31:16,912 --> 00:31:20,912

471
00:31:20,914 --> 00:31:24,914

472
00:31:24,918 --> 00:31:28,918

473
00:31:28,920 --> 00:31:32,920

474
00:31:32,924 --> 00:31:36,924

475
00:31:36,926 --> 00:31:40,926

476
00:31:40,928 --> 00:31:44,928

477
00:31:44,929 --> 00:31:48,929

478
00:31:48,931 --> 00:31:52,931

479
00:31:52,931 --> 00:31:56,931

480
00:31:56,933 --> 00:32:00,933

481
00:32:00,936 --> 00:32:04,936

482
00:32:04,940 --> 00:32:08,940

483
00:32:08,943 --> 00:32:12,943

484
00:32:12,945 --> 00:32:16,945

485
00:32:16,947 --> 00:32:20,947

486
00:32:20,948 --> 00:32:24,948

487
00:32:24,950 --> 00:32:28,950

488
00:32:28,956 --> 00:32:32,956

489
00:32:32,958 --> 00:32:36,958

490
00:32:36,962 --> 00:32:40,962

491
00:32:40,965 --> 00:32:44,965

492
00:32:44,967 --> 00:32:48,967

493
00:32:48,976 --> 00:32:52,976

494
00:32:52,976 --> 00:32:56,976

495
00:32:56,978 --> 00:33:00,978

496
00:33:00,980 --> 00:33:04,980

497
00:33:04,981 --> 00:33:08,981
(คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับ นักเรียนที่รักของครู เชื่อว่า

498
00:33:08,985 --> 00:33:12,985
ตอนนี้จำแนกประเภทกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถูกบ้างไม่ถูกบ้าง

499
00:33:12,986 --> 00:33:16,986
นะ ก็เดี๋ยวไปดูกันที่ครูนำมาเฉลย แล้ว

500
00:33:16,989 --> 00:33:20,989
เดี๋ยวครูจะได้อธิบายเพิ่มเติม

501
00:33:20,990 --> 00:33:24,990
ยิ่งกว่าเดิมอีกนะครับ ไปดูกันเลย ประเภทแรกที่

502
00:33:24,992 --> 00:33:28,992
ครูกำหนดให้เป็นสำนวนก่อนนะ

503
00:33:28,993 --> 00:33:32,993
มีข้อความว่าอะไรบ้าง เดี๋ยวไปดูนะครับ กระต่ายตื่น

504
00:33:32,994 --> 00:33:36,994
ตูม ขมิ้นกับปูน ดินพอกหางหมู

505
00:33:36,996 --> 00:33:40,996
ปากเสีย มันเป็นสำนวน... เดี๋ยวนะ

506
00:33:40,997 --> 00:33:44,997
เมื่อกี้ที่เราบอกเด็ก ๆ ไว้นะ คือการ

507
00:33:44,997 --> 00:33:48,997
(คุณครูคณิตา) การ... (คุณครูปรเมษฐ) เปรียบเปรย หรือแปลไม่ตรงความหมาย

508
00:33:48,998 --> 00:33:52,998
ใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) หรือมีความหมายโดยนัยนั่นเอง

509
00:33:53,001 --> 00:33:57,001
อย่างเช่นที่ครูยกตัวอย่าง อย่างเช่น

510
00:33:57,003 --> 00:34:01,003
ปากเสีย เหมือนชั่วโมงที่แล้วนี่ครู

511
00:34:01,006 --> 00:34:05,006
เคยอธิบายไปแล้วใช่ไหมปากเสียนี่ ปากเสียในที่นี้

512
00:34:05,007 --> 00:34:09,007
มันใช่ปากพังปากชำรุดไหมครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ไม่

513
00:34:09,007 --> 00:34:13,007
นะครูคณิตา (คุณครูคณิตา) พูดไม่ดีค่ะ พูด

514
00:34:13,007 --> 00:34:17,007
ตัดกำลังใจผู้อื่นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มันก็คือการเปรียบเปรย

515
00:34:17,008 --> 00:34:21,008
นั่นเอง ก็คือมันไม่ได้แปลตรงความหมาย

516
00:34:21,009 --> 00:34:25,009
ดินพอกหางหมู เดี๋ยวครูจะบอกความหมาย

517
00:34:25,009 --> 00:34:29,009
หมูนี่นอนอยู่กับปลักกับโคนใช่ไหม

518
00:34:29,013 --> 00:34:33,013
นาน ๆ เข้าไปนี่ ดินมันก็สะสมที่หางที่เนื้อที่ตัว

519
00:34:33,016 --> 00:34:37,016
มากเข้า ๆ มันก็หนาใช่ไหม หมูมันก็สกปรก

520
00:34:37,019 --> 00:34:41,019
ถ้าเกิดแปลความหมายโดยนัยล่ะครับ (คุณครูคณิตา)

521
00:34:41,020 --> 00:34:45,020
ก็คือสิ่งที่คั่งค้างพอกขึ้นทุกทีค่ะ เช่น

522
00:34:45,020 --> 00:34:49,020
นักเรียนนะคะ ตัวอย่างนะคะ อันนี้เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีนะคะ

523
00:34:49,021 --> 00:34:53,021
อย่างเช่น นักเรียนนี่ไม่ทำการบ้าน จนกลาย

524
00:34:53,022 --> 00:34:57,022
เป็นดินพอกหางหมู การบ้านนี่เด็ก ๆ ไม่ได้ท

525
00:34:57,024 --> 00:35:01,024
จนสะสมไว้มาก ๆ เมื่อมาก

526
00:35:01,026 --> 00:35:05,026
แล้วเป็นอย่างไรคะ ก็ทำส่งไม่ทัน เมื่อส่ง

527
00:35:05,026 --> 00:35:09,026
ไม่ทันนี่เป็นอย่างไร ก็โดนคุณครูดูใช่ไหมคะ ซึ่งเป็นพฤติกรรม

528
00:35:09,027 --> 00:35:13,027
และตัวอย่างที่ไม่ดีนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือไม่ดี

529
00:35:13,029 --> 00:35:17,029
นั่นเองนะ นั่นคือการแปลความหมายของสำนวน

530
00:35:17,031 --> 00:35:21,031
นี่นักเรียนถูกกี่คำเช็กนะ ตรวจสอบ

531
00:35:21,032 --> 00:35:25,032
แก้ไขให้ถูกต้องนะครับ จะได้เป็นความรู้ของตนเอง ต่อไป

532
00:35:25,033 --> 00:35:29,033
สุภาษิต คือ การสอนใจ มีสุภาษิต

533
00:35:29,035 --> 00:35:33,035
ว่าอะไรบ้าง กงเกวียนกำเกวียน,

534
00:35:33,036 --> 00:35:37,036
ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน

535
00:35:37,037 --> 00:35:41,037
นี่คือการสอน ชิงสุกก่อนห่าม,

536
00:35:41,038 --> 00:35:45,038
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นการสอนใจ

537
00:35:45,040 --> 00:35:49,040
อย่างไรยกตัวอย่างสำนวนสุดท้ายเลย

538
00:35:49,041 --> 00:35:53,041
ทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว สอนอย่างไร

539
00:35:53,043 --> 00:35:57,043
ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) สอนเกี่ยวกับการกระทำหรือ

540
00:35:57,045 --> 00:36:01,045
พฤติกรรมหรือเปล่าคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ

541
00:36:01,046 --> 00:36:05,046
สิ่งใดย่อมได้สิ่งนั้น ปลูกถั่วเขียว

542
00:36:05,048 --> 00:36:09,048
ก็ได้ถั่วงอก ปลูกมะม่วงก็ได้มะม่วงใช่ไหม

543
00:36:09,055 --> 00:36:13,055
ก็คือการทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่วนั่นเอง (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐคะ

544
00:36:13,056 --> 00:36:17,056
เขียวถึงได้ถั่วงอกล่ะคะ

545
00:36:17,059 --> 00:36:21,059
(คุณครูปรเมษฐ) ก็ได้ถั่วเขียวที่งอกนั่นเอง

546
00:36:21,061 --> 00:36:25,061
ครูคณิตา ชิงสุกก่อนห่ามไง นี่คือการสอน

547
00:36:25,062 --> 00:36:29,062
ก็คือถ้าเปรียบเทียบก็คือผลไม้ใช่ไหมนักเรียน ผลไม้นี่

548
00:36:29,063 --> 00:36:33,063
จะต้องมีการเป็นผลมา แล้ว

549
00:36:33,064 --> 00:36:37,064
แล้วก็จะห่ามแล้วถึงจะสุก แล้วกินได้

550
00:36:37,065 --> 00:36:41,065
อันนี้นี่คือยังไม่ทันได้สุกเลย ก็สอย

551
00:36:41,066 --> 00:36:45,066
มารับประทานเสียแล้วนะครับ มันก็เป็นการชิงสุกก่อนห่าม เป็นการสอน

552
00:36:45,068 --> 00:36:49,068
ผู้หญิงนะ ว่าอย่า รักนวลสงวนตัว

553
00:36:49,069 --> 00:36:53,069
อย่าเพิ่งชิงสุกก่อนห่ามนะ (คุณครูคณิตา) คำนี้ที่ครูเห็น

554
00:36:53,069 --> 00:36:57,069
คำว่า "กงเกวียน กำเกวียน"

555
00:36:57,073 --> 00:37:01,073
เราใช้กันผิดเยอะมากเลยใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) ปัจจุบันนี่

556
00:37:01,074 --> 00:37:05,074
คุณครูที่ คุณครูที่ได้ยินนะคะ

557
00:37:05,076 --> 00:37:09,076
กงกำกงเกวียน มีความหมายไหม

558
00:37:09,077 --> 00:37:13,077
(คุณครูปรเมษฐ) ถ้ากงกำกงเกวียนก็จะไม่มีความหมายนะ

559
00:37:13,078 --> 00:37:17,078
กง คือ ล้อ ล้อของเกวียน

560
00:37:17,080 --> 00:37:21,080
นะ โบราณเรียก เกวียน นะ ไม่ใช่ เ

561
00:37:21,081 --> 00:37:25,081
เป็นส่วนที่อยู่ตรงกลาง ถ้าเทียบกับรถจักรยาน

562
00:37:25,082 --> 00:37:29,082
เด็ก ๆ รู้จักใช่ไหม กงก็คือขอบล้อใช่ไหม

563
00:37:29,092 --> 00:37:33,092
กรรม คือ ตรงกลาง ก็คือดุงของจักรยานนั่นเอง

564
00:37:33,092 --> 00:37:37,092
นะ เกวียนนี่หมุนรอบ ก็หมายความว่า

565
00:37:37,093 --> 00:37:41,093
ทำสิ่งใดก็จะจบกับสิ่งนั้น มันก็หมุนอยู่อย่างนั้น

566
00:37:41,096 --> 00:37:45,096
มันก็เจอกันอยู่ดีน่ะ

567
00:37:45,098 --> 00:37:49,098
อยากให้นักเรียนนี่ไปหาความรู้เพิ่มเติมหน่อย

568
00:37:49,109 --> 00:37:53,109
ดีมากที่ครูคณิตาถาม (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ เพราะสิ่งนี้

569
00:37:53,111 --> 00:37:57,111
ครูเจอนะมีการใช้สำนวนที่ผิดนะ คำที่

570
00:37:57,117 --> 00:38:01,117
ถูกต้องนี่ก็คือคำว่า "กงเกวียน กำเกวียน" ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

571
00:38:01,120 --> 00:38:05,120
นะครับ สอนเราอย่างไร ครูอยากให้เด็ก ๆ ไปค้นคว้านะครับ

572
00:38:05,122 --> 00:38:09,122
ต่อไปคำพังเพย เป็นการประชดประชันนะ ไปดู

573
00:38:09,125 --> 00:38:13,125
ขิงก็ราข่าก็แรง, งมเข็มในมหาสมุทร

574
00:38:13,126 --> 00:38:17,126
จะเจอไหมนี่ ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ

575
00:38:17,133 --> 00:38:21,133
แล้วตำทำไม นี่เป็นการเสียดสี ทำนาบนหลังคน

576
00:38:21,133 --> 00:38:25,133
ละลายแม่น้ำ ลงทุนมากมายเลยสุดท้ายเททิ้ง

577
00:38:25,133 --> 00:38:29,133
ทำในสิ่งที่มันยากเกินจะหาพบ นี่เป็น

578
00:38:29,134 --> 00:38:33,134
การเปรียบเทียบเสียดสีนั่นเองนะ

579
00:38:33,135 --> 00:38:37,135
ตรวจสอบแล้วก็เพิ่มเติมความถูกต้องให้

580
00:38:37,136 --> 00:38:41,136
สมุดของตัวเองด้วยครับ ตามนี้เลย เอาล่ะครับ

581
00:38:41,137 --> 00:38:45,137
เดี๋ยวครูจะให้นักเรียนนั้นชมวีดิทัศน์นะครับ เรื่อง

582
00:38:45,138 --> 00:38:49,138
สำนวนไทย ป. 6 ให้นักเรียนไปศึกษา

583
00:38:49,139 --> 00:38:53,139
เหมือนเป็นการทบทวน แล้วลองดูสิว่ามีสำนวน

584
00:38:53,141 --> 00:38:57,141
ที่น่าสนใจที่ปรากฏในสื่อวีดิทัศน์

585
00:38:57,144 --> 00:39:01,144
นะครับ เพื่อที่จะนำไปใช้ในการทำงานด้วยครับ

586
00:39:01,148 --> 00:39:05,148
พร้อมแล้วไปรับชมรับฟังอย่างตั้งใจครับ

587
00:39:05,150 --> 00:39:09,150
(บรรยาย) สำนวน สวัสดีจ้ะ

588
00:39:09,151 --> 00:39:13,151
หลาน ๆ ตาเป็นตาของเก่งครับ วันนี้

589
00:39:13,152 --> 00:39:17,152
ตาจะมาให้ความรู้เรื่องสำนวนกับหลาน ๆ ด้วยนะครับ

590
00:39:17,155 --> 00:39:21,155
เดี๋ยวเราไปเรียนรู้เรื่องสำนวนกันดีกว่าครับ

591
00:39:21,156 --> 00:39:25,156
สำนวน คือ

592
00:39:25,158 --> 00:39:29,158
ถ้อยคำ หรือข้อความที่สืบต่อกันมานาน

593
00:39:29,159 --> 00:39:33,159
มีความหมายไม่ตรงตามตัว หรือมีความหมายอื่

594
00:39:33,160 --> 00:39:37,160
แฝงอยู่ในเชิงเปรียบเทียบ สำนวนหมายความถึง

595
00:39:37,162 --> 00:39:41,162
คำพังเพย สุภาษิตด้วย ต่อไป

596
00:39:41,163 --> 00:39:45,163
เรามาดูตัวอย่างคำพังเพยกันนะครับ

597
00:39:45,166 --> 00:39:49,166
ขนทราย

598
00:39:49,167 --> 00:39:53,167
เข้าวัด หมายถึงทำบุญทำกุศล

599
00:39:53,168 --> 00:39:57,168
หรือหาประโยชน์เพื่อส่วนรวม

600
00:39:57,169 --> 00:40:01,169
น้ำกลิ้งบนในบอน

601
00:40:01,170 --> 00:40:05,170
หมายถึงใจโลเล ใจไม่แน่นอน

602
00:40:05,172 --> 00:40:09,172
เปลี่ยนไปอยู่เรื่อย ๆ

603
00:40:09,173 --> 00:40:13,173
น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ

604
00:40:13,174 --> 00:40:17,174
หมายถึง อย่าขัดขวางผู้มีอำนาจ เพราะไม่เกิดประโย

605
00:40:17,175 --> 00:40:21,175
ใด

606
00:40:21,176 --> 00:40:25,176
หว่านพืชใดได้ผลอย่างนั้น หมายถึง

607
00:40:25,177 --> 00:40:29,177
ทำสิ่งใดย่อมได้สิ่งนั้นตอบสนอง

608
00:40:29,180 --> 00:40:33,180
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว

609
00:40:33,181 --> 00:40:37,181
จับแพะชนแกะ

610
00:40:37,187 --> 00:40:41,187
หมายถึง การทำอะไรที่ขาดความเรียบร้อย

611
00:40:41,188 --> 00:40:45,188
ไม่เป็นกิจจะลักษณะ

612
00:40:45,189 --> 00:40:49,189
เป็นอย่างไรบ้างครับหลาน ๆ ได้รู้จัำคำพังเพย

613
00:40:49,189 --> 00:40:53,189
เพิ่มกันอีกแล้วใช่ไหมครับ แต่ก่อนที่เราจะไป

614
00:40:53,192 --> 00:40:57,192
ดูตัวอย่างคำพังเพย หลาน ๆ คนใด

615
00:40:57,193 --> 00:41:01,193
อยากทำกิจกรรมสนุก ๆ สามารถกดปุ่มที่อยู่ด้านล่าง

616
00:41:01,194 --> 00:41:05,194
ได้เลยครับ

617
00:41:05,195 --> 00:41:09,195
เอาล่ะครับหลาน ๆ เดี๋ยวเราไปดูตัวอย่างสุภาษิตกันเลยครับ

618
00:41:09,196 --> 00:41:13,196
เริ่มจาก

619
00:41:13,197 --> 00:41:17,197
ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม

620
00:41:17,199 --> 00:41:21,199
ความไม่มีโรค

621
00:41:21,200 --> 00:41:25,200
เป็นลาภอันประเสริฐ

622
00:41:25,201 --> 00:41:29,201
ผู้โปรดย่อมไม่เห็นธรรม

623
00:41:29,203 --> 00:41:33,203

624
00:41:33,204 --> 00:41:37,204
ผู้ประพฤติตามอำนาจย่อมลำบาก

625
00:41:37,207 --> 00:41:41,207
ความ

626
00:41:41,209 --> 00:41:45,209
ประมาทเป็นทางแห่งความตาย

627
00:41:45,210 --> 00:41:49,210
เป็นอย่างไรบ้างครับหลาน ๆ

628
00:41:49,211 --> 00:41:53,211
จะเห็นได้ว่าคำพังเพยเป็นคำกล่าวที่เปรียบเทียบ

629
00:41:53,212 --> 00:41:57,212
ด้วยข้อคิดเตือนใจ ส่วนสุภาษิต เป็นคำกล่าวที่ดีงาม

630
00:41:57,213 --> 00:42:01,213
ใช้ถ้อยคำสั้น ๆ แต่กินคำลึกซึ้ง

631
00:42:01,214 --> 00:42:05,214
เป็นคำสอนหรือความเป็นจริง หลาน ๆ

632
00:42:05,215 --> 00:42:09,215
ครับก่อนที่หลาน ๆ จะไปฟังความรู้เพิ่มเติมจา

633
00:42:09,216 --> 00:42:13,216
ชี้แนะกันนั้น ตามีกิจกรรมมาให้หลาน ๆ ทนสอบ

634
00:42:13,218 --> 00:42:17,218
กันด้วยนะครับ ถ้าหลาน ๆ พร้อมแล้วเรามาเริ่มกันเลยครับ

635
00:42:17,219 --> 00:42:21,219
จงเลือกคำเติมลง

636
00:42:21,220 --> 00:42:25,220
ในสำนวนลงให้สมบูรณ์

637
00:42:25,222 --> 00:42:29,222

638
00:42:29,224 --> 00:42:33,224

639
00:42:33,225 --> 00:42:37,225

640
00:42:37,228 --> 00:42:41,228

641
00:42:41,232 --> 00:42:45,232

642
00:42:45,235 --> 00:42:49,235

643
00:42:49,236 --> 00:42:53,236

644
00:42:53,238 --> 00:42:57,238
ใช่แล้วค่ะ (ตา) หลาน ๆ ครับ

645
00:42:57,243 --> 00:43:01,243
(คุณตา) หลาน ๆ ครับ เมื่อนักเรียนทำกิจกรรมแล

646
00:43:01,244 --> 00:43:05,244
นำมาฝากกันแล้ว ต่อไปตามีสาระ

647
00:43:05,245 --> 00:43:09,245
เพิ่มเติมมาฝากหลาน ๆ ด้วยนะครับ เดี๋ยวเราไปดูกันในช่วงนี้

648
00:43:09,246 --> 00:43:13,246
ชี้แนะกันนะครับ

649
00:43:13,247 --> 00:43:17,247
ช่วงนี้ชี้แนะ (คุณตา)

650
00:43:17,251 --> 00:43:21,251
สาเหตุทีเ่กิดสำนวน

651
00:43:21,252 --> 00:43:25,252
ต้องการคำเพื่อสื่อสารคำรู้สึกให้เข้าใจ

652
00:43:25,254 --> 00:43:29,254
เมื่อเกิดความต้องการคำ

653
00:43:29,255 --> 00:43:33,255
จึงต้องคิดคำใหม่อาจะอิงคำเดิม แต่

654
00:43:33,256 --> 00:43:37,256
เปลี่ยนความหมายไปบ้าง หรือคล้ายความหมายเดิม

655
00:43:37,258 --> 00:43:41,258
หลีกเลี่ยงการใช้คำบางคำ ซึ่งถ้าใช้แล้วอาจ

656
00:43:41,263 --> 00:43:45,263
หยาบคาย หรือเกิดความไม่สบายใจ เช่น

657
00:43:45,266 --> 00:43:49,266
คำว่า "ตาย" อาจมีหลายสำนวน เช่น ซี้

658
00:43:49,272 --> 00:43:53,272
ม่องเท่ง เสร็จ เสียชีวิต

659
00:43:53,273 --> 00:43:57,273
ถึงแก่กรรม ไปค้าถ่าน ไปนรก หรือ

660
00:43:57,274 --> 00:44:01,274
ถ่ายปัสสวะ อาจใช่

661
00:44:01,275 --> 00:44:05,275
เพื่อให้สุภาพหรือเหมาะกับฐานะ

662
00:44:05,278 --> 00:44:09,278
บุคคลเช่น ตัดผม ทรงเครื่อง

663
00:44:09,279 --> 00:44:13,279
หรือทรงพระเครื่องใหญ่ ต้องการให้คำพูดมีรสชาติ

664
00:44:13,280 --> 00:44:17,280
หรือเกิดภาพ ตัวอย่างเช่น กุ้งแห้ง

665
00:44:17,281 --> 00:44:21,281
อาจหมายถึงคนผอมแห้ง

666
00:44:21,282 --> 00:44:25,282
ความสำคัญ

667
00:44:25,283 --> 00:44:29,283
ของการใช้สำนวน ปัจจุบันสังคมมีการ

668
00:44:29,284 --> 00:44:33,284
เปลี่ยนแปลงไป การใช้สำนวนก็ลดน้อยลงไป

669
00:44:33,285 --> 00:44:37,285
บางสำนวนสูญหายไป ดังนั้น จึงมีความจำเป็น

670
00:44:37,303 --> 00:44:41,303
อย่างยิ่งที่เราควรจะช่วยอนุรักษ์สำนวนไทย

671
00:44:41,304 --> 00:44:45,304
ให้อยู่คู่กับสังคมไทยต่อไป

672
00:44:45,307 --> 00:44:49,307
ประโยชน์ที่ได้รับจากสำนวนไทย สำนวน

673
00:44:49,308 --> 00:44:53,308
ทุกสำนวนจะมีความหมายทุกสำนวน ทั้งที่บอกความหมาย

674
00:44:53,309 --> 00:44:57,309
โดยตรงและสำนวนที่มีความหมายแอบแฝงอยู่

675
00:44:57,311 --> 00:45:01,311
สำนวนมีประโยชน์ดังนี้ นำหลักคำสอน

676
00:45:01,312 --> 00:45:05,312
มาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

677
00:45:05,314 --> 00:45:09,314
ของแต่ละสำนวน ทำให้เยาวชนประพฤติปฏิบัติตนดี

678
00:45:09,315 --> 00:45:13,315
ขึ้น ช่วยขัดเกลานิสัยให้เยาวชน

679
00:45:13,315 --> 00:45:17,315
ให้อยู่ในกรอบและมีระเบียบมากขึ้น [เสียงปรบมือ]

680
00:45:17,317 --> 00:45:21,317

681
00:45:21,317 --> 00:45:25,317
(คุณครูปรเมษฐ) ขอบคุณสื่อวีดิทัศน์นะครับ ช

682
00:45:25,318 --> 00:45:29,318
ไทย ป. 6 นะครับ เดี๋ยว

683
00:45:29,319 --> 00:45:33,319
นักเรียนครับ ครูให้นักเรียนดูวีดิทัศน์นี่เดี๋ยวมาสรุปกันหน่อย

684
00:45:33,320 --> 00:45:37,320
นะ คุณตาเขาบอกอะไรบ้างนะ

685
00:45:37,322 --> 00:45:41,322
บอกสาเหตุใช่ไหม บอกการใช้

686
00:45:41,323 --> 00:45:45,323
นักเรียนจะต้องนำไปปฏิบัตินะครับ มีอยู่คำหนึ่ง

687
00:45:45,324 --> 00:45:49,324
สุภาษิตนี่ครูไม่ได้บอกตอนต้นคาบ สุนี่

688
00:45:49,327 --> 00:45:53,327
นำหน้านี่แปลว่าดีงาม ษิต นี่

689
00:45:53,329 --> 00:45:57,329
ลองแปลรวมกันสิ ก็คือคำพูดที่ดี

690
00:45:57,330 --> 00:46:01,330
นั่นเอง นำมาสอนใจนะครับ ไปดูกันต่อ

691
00:46:01,331 --> 00:46:05,331
ร่วมด้วย ช่วยคิดนะครับ ครูมี

692
00:46:05,332 --> 00:46:09,332
ข้อความ มีข้อความมาให้นักเรียน

693
00:46:09,334 --> 00:46:13,334
ตอบเป็นคะแนนนะครับ ไปดูกันเลย

694
00:46:13,340 --> 00:46:17,340
ที่รู้เรื่องทุกอย่างเพราะตัวเอง

695
00:46:17,341 --> 00:46:21,341
อยู่ในเหตุการณ์นั้น ๆ แต่พอโดนถามกลับพูดไม่ได้

696
00:46:21,342 --> 00:46:25,342
เพราะความเกรงใจ หรือกลัวภัยจะเข้าตัว

697
00:46:25,344 --> 00:46:29,344
พิจารณาดูนะ เดี๋ยวจะให้ตอบว่าตรงกับสำนวน

698
00:46:29,345 --> 00:46:33,345
ใดนะครับ จากสถานการณ์ดังกล่าวตรงกับ

699
00:46:33,346 --> 00:46:37,346
สำนวนใด ตอบได้ครูปลายทางให้คะแนนเลย 2 คะแนน ให้เวลา

700
00:46:37,347 --> 00:46:41,347
คิด 5 วินาที ตอบไม่ทันก็ไม่ได้ใช่ไหม

701
00:46:41,350 --> 00:46:45,350
1 2 3 4 5

702
00:46:45,352 --> 00:46:49,352
5 ตอบว่า ครูเฉลยแล้วครับ

703
00:46:49,356 --> 00:46:53,356
ครูปลายทางให้คะแนนได้เลยนะ น้ำท่วมปาก

704
00:46:53,357 --> 00:46:57,357
นะครับ น้ำท่วมปาก พูดได้ไหมครับครูคณิตา

705
00:46:57,358 --> 00:47:01,358
ก็ตรงกับถ้อยคำนี่นั่นเอง เป็นคะแนนเสริมนะครับ

706
00:47:01,359 --> 00:47:05,359
สิ่งที่เราปราถนามาแล้วครับ ก็คือ

707
00:47:05,364 --> 00:47:09,364
อะไรนั่นเอง จะให้ทำใบงานนะครับ มีใบงานอยู่ 2 ใบ

708
00:47:09,365 --> 00:47:13,365
เรื่อง สำนวนไทย

709
00:47:13,366 --> 00:47:17,366
นำใบงานทั้ง 2 ใบขึ้นมานะ เดี๋ยวจะให้ชี้แจงไปพร้อม ๆ กัน

710
00:47:17,367 --> 00:47:21,367
นะครับ ไปดูใบงานกันเลยนะครับ

711
00:47:21,368 --> 00:47:25,368
ใบงานที่ 1 นี่คือใบงานอะไรนะเด็ก ๆ สำนวนชวนคิด

712
00:47:25,369 --> 00:47:29,369
ใช่ไหม มีกรอบสี่เหลี่ยมนี่ ให้ทำก็คงไม่ทัน

713
00:47:29,371 --> 00:47:33,371
หรือจะให้ทำ... (คุณครูคณิตา) ให้กลับไปทำเป็นการบ้านค่ะ

714
00:47:33,372 --> 00:47:37,372
ให้นักเรียนนะครับ เลือกสำนวนสุภาษิตคำพังเพย

715
00:47:37,373 --> 00:47:41,373
ที่ชื่นชอบนะ นำมาเขียน แล้วก็บอกความหมาย

716
00:47:41,376 --> 00:47:45,376
แล้วก็ยกเรื่องราวต่าง ๆ

717
00:47:45,377 --> 00:47:49,377
แล้วก็วาดภาพให้สวยงาม คล้าย ๆ กับพจนานุกรมที่ครูและครูคณิตา

718
00:47:49,378 --> 00:47:53,378
ให้ทำเลยนะครับ อันนี้ใช้เวลา ครูอยากให้เด็ก ๆ

719
00:47:53,379 --> 00:47:57,379
กลับไปรังสรรค์และสร้างสรรค์ที่บ้าน แล้วค่อยนำมาส่งวัน

720
00:47:57,380 --> 00:48:01,380
รุ่งขึ้นนะครับ อันนี้ใบงานที่ 1 ทำที่บ้านนะ

721
00:48:01,382 --> 00:48:05,382
ใบงานนี้ชื่อว่าสำนวนไทย

722
00:48:05,383 --> 00:48:09,383
สุภาษิต อันนี้เดี๋ยวทำเลยนะ นำ

723
00:48:09,384 --> 00:48:13,384
ปากกาขึ้นมา เขียนชื่อ เลขที่ ชั้นให้เรียบร้อย เดี๋ยวทำพร้อมกันเลยดีไหม

724
00:48:13,390 --> 00:48:17,390
ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ดีไหมคะนักเรียน อะไรนะ

725
00:48:17,391 --> 00:48:21,391
ขออีกครั้งค่ะ ดี (คุณครูปรเมษฐ) พร้อมแล้ว

726
00:48:21,392 --> 00:48:25,392
ก็ไปทำกันเลยนะครับ

727
00:48:25,393 --> 00:48:29,393
ดูข้อความแล้วเดี๋ยว

728
00:48:29,395 --> 00:48:33,395
ตอบ เพราะว่าเด็ก ๆ มีคำมาให้เลือกอยู่แล้ว

729
00:48:33,398 --> 00:48:37,398
ใส่สำนวนไทยได้เลยครับ ข้อที่ 1 คืออะไรนะ

730
00:48:37,400 --> 00:48:41,400
เด็ก ๆ อ่านพร้อมครู ผู้จัดการบอกว่าความลับ

731
00:48:41,405 --> 00:48:45,405
ของบริษัทเราถูกเปิดเผยเพราะ

732
00:48:45,406 --> 00:48:49,406
เพราะอะไร เติม 1 2

733
00:48:49,407 --> 00:48:53,407
3 4 5 ตอบว่า

734
00:48:53,407 --> 00:48:57,407
(คุณครูคณิตา) เพราะเกลือเป็นหนอนค่ะ

735
00:48:57,409 --> 00:49:01,409
(คุณครูปรเมษฐ) หมายความว่าอย่างไรล่ะ (คุณครูคณิตา) หมายความว่าคนสนิท

736
00:49:01,411 --> 00:49:05,411
นะคะ ก็คือ คิดทรยศนะคะ ก็คือนำ

737
00:49:05,429 --> 00:49:09,429
ไปขายให้กับบริษัทคู่แข่งนะ ก็ถือว่าเป็นคนทรยศนะ

738
00:49:09,430 --> 00:49:13,430
นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) อย่าทำพฤติกรรมเช่นนี้นะครับ ต่อไป

739
00:49:13,431 --> 00:49:17,431
ต้องอ่านเป็นทำนองเสนาะ เรา

740
00:49:17,433 --> 00:49:21,433
เกิดมาทั้งที

741
00:49:21,437 --> 00:49:25,437
ชีวิตหนึ่ง อย่างหมาย

742
00:49:25,438 --> 00:49:29,438
พึ่งผู้ใด

743
00:49:29,442 --> 00:49:33,442
ให้เขาหยัน ควร

744
00:49:33,443 --> 00:49:37,443
คนึงพึ่งตนทนกัดฟัน

745
00:49:37,444 --> 00:49:41,444
คิดบากบั่นตั้ง

746
00:49:41,445 --> 00:49:45,445
หน้า มานะนำ

747
00:49:45,446 --> 00:49:49,446
บทร้อยกรองนี้ให้ข้อคิด

748
00:49:49,449 --> 00:49:53,449
ใด 1 2 3

749
00:49:53,453 --> 00:49:57,453
4 5 เฉลยครับ (คุณครูคณิตา) ตนเป็นที่พึ่ง

750
00:49:57,456 --> 00:50:01,456
แห่งตนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ชัดเจนเลย

751
00:50:01,457 --> 00:50:05,457
ถามก่อน ใช่สุภาษิตไหม ถูกต้อง เป็นคำ

752
00:50:05,459 --> 00:50:09,459
พูดที่ดี เป็นการสั่งสอน ต่อมา

753
00:50:09,460 --> 00:50:13,460
ครูคณิตาอ่านให้เด็ก ๆ ฟังบ้างครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ การ

754
00:50:13,461 --> 00:50:17,461
ศึกษาเล่าเรียนหรือการทำงานใด ๆ

755
00:50:17,463 --> 00:50:21,463
ถ้าทุกคนมีความมุ่งมั่นย่อมประสบผลสำเร็จ

756
00:50:21,465 --> 00:50:25,465
คำกล่าวนี้ตรงกับสุภาษิตว่า ตรงกับอะไรคะ

757
00:50:25,465 --> 00:50:29,465
คุณครูปรเมษฐคะ ข้อ

758
00:50:29,466 --> 00:50:33,466
นี้ตรงกับสำนวนสุภาษิตว่าอะไรคะ

759
00:50:33,467 --> 00:50:37,467
(คุณครูปรเมษฐ) ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จ

760
00:50:37,488 --> 00:50:41,488
อยู่ที่นั่น เพราะฉะนั้นจงทำ แล้วเธอจะประ

761
00:50:41,494 --> 00:50:45,494
แล้วเธอจะประสบความสำเร็จนะ ต่อไป

762
00:50:45,495 --> 00:50:49,495
เราไม่ควรอาฆาตพยาบาทผู้ใด ควร

763
00:50:49,496 --> 00:50:53,496
อภัยให้เขาเพราะ ต้องตอบได้แล้วครับ

764
00:50:53,496 --> 00:50:57,496
เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร

765
00:50:57,497 --> 00:51:01,497
เด็กบางคนไปแต่งผิดนะ เวรย่อมระงับด้วยการ

766
00:51:01,499 --> 00:51:05,499
ไม่ทำเวร ทะเลาะกับครูประจำชั้นทันทีนะครับแบบนั้นน่ะ

767
00:51:05,500 --> 00:51:09,500
ไม่ได้นะ ต้องทำ ต้องไม่จองเวรนะครับ เป็นคุณธรรม

768
00:51:09,501 --> 00:51:13,501
ที่ควรปฏิบัติ หมดยังนี่ (คุณครูคณิตา) ยังค่ะ เหลืออีก 1 ข

769
00:51:13,503 --> 00:51:17,503
(คุณครูปรเมษฐ) คณิตาอะไรนะ

770
00:51:17,504 --> 00:51:21,504
สุริวิภา เธอไม่ควรขับรถด้วยความเร็วนะ

771
00:51:21,505 --> 00:51:25,505
เพราะ ต้องตอบได้เลย (คุณครูคณิตา) เพราะ

772
00:51:25,507 --> 00:51:29,507
ความประมาทเป็นหนทางแห่งความตาย (คุณครูปรเมษฐ)

773
00:51:29,508 --> 00:51:33,508
ความตายนะครับ ไปสรุปบทเรียนกันดีกว่านะครับ

774
00:51:33,509 --> 00:51:37,509
มีคำถามน่าคิดให้นักเรียน

775
00:51:37,510 --> 00:51:41,510
ได้พิจินพิจารณา สำนวนไทยนี่นะ

776
00:51:41,511 --> 00:51:45,511
ครับ สะท้อนให้เห็นวัฒนธรรมไทยอย่างไร

777
00:51:45,512 --> 00:51:49,512
ลองช่วยกันคิดวิเคราะห์ แล้วช่วยกันตอบสิ

778
00:51:49,513 --> 00:51:53,513
ครูไม่เรียกนะ ถ้าเรียกแล้ว

779
00:51:53,514 --> 00:51:57,514
จะหนาวนะ เดี๋ยวซี้ม่องเท่งกันอีก ซี้ม่องเท่งแปลว่าอะไร

780
00:51:57,516 --> 00:52:01,516
(คุณครูคณิตา) แปลว่าอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ที่เด็ก ๆ ดูวิดีโอ แปลว่าอะ

781
00:52:01,518 --> 00:52:05,518
แปลว่า "ตาย" เป็นสำนวน

782
00:52:05,519 --> 00:52:09,519
นั่นเอง สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมอย่างไร

783
00:52:09,520 --> 00:52:13,520
ตอบกันแล้วใช่ไหม เดี๋ยวคุณครูคณิตาจะบอกครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ

784
00:52:13,522 --> 00:52:17,522
สะท้อนให้เห็นความเป็นอยู่ นักเรียนจะเห็

785
00:52:17,523 --> 00:52:21,523
ในอดีตค่ะ นักเรียนจะเห็นว่ามือไม่พายเอาเท้าราน้ำ

786
00:52:21,524 --> 00:52:25,524
จะแสดงให้เห็นว่าอะไรคะ การสัญจรในสมัยก่อน

787
00:52:25,525 --> 00:52:29,525
จะเป็นเกี่ยวกับการเรือและทางบกใช่ไหมคะ

788
00:52:29,526 --> 00:52:33,526
ถ้าบกก็จะเป็นเกวียน

789
00:52:33,527 --> 00:52:37,527
ก็ทำให้เห็นถึงสภาพสังคม การใช้ชีวิตของคนในสมัย

790
00:52:37,529 --> 00:52:41,529
ก่อนนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วมันก็สืบนั่นมาเป็นสำวน

791
00:52:41,531 --> 00:52:45,531
ได้นำมาพูดเปรียบเปรยเปรียบเทียบถึงปัจจุบันใช่ไหมครับ

792
00:52:45,532 --> 00:52:49,532
ไปกันต่อ อีกสักข้อเป็นไรไป ประโยชน์

793
00:52:49,540 --> 00:52:53,540
ที่ได้จากการศึกษาเรื่อง สำสวนไทยคือ

794
00:52:53,541 --> 00:52:57,541
อะไร นี่เดี๋ยวช่วยกันตอบเลยดีกว่าไหม

795
00:52:57,544 --> 00:53:01,544
เด็ก ๆ ช่วยกันเลย มันได้ประโยชน์อะไรบ้าง

796
00:53:01,545 --> 00:53:05,545
การที่ศึกษาสำนวนไทยนะ  1.

797
00:53:05,546 --> 00:53:09,546
เราจะสามารถใช้ภาษาพูดหรือถาษาเขียน

798
00:53:09,548 --> 00:53:13,548
ในงานเขียนนี่ได้ดีขึ้น โดยนำสำนวนนี่

799
00:53:13,555 --> 00:53:17,555
ไปพูดหรือนำไปเขียน ให้ข้อความหรือ

800
00:53:17,557 --> 00:53:21,557
การสื่อสารนั้นให้มันชัดเจนยิ่งขึ้น

801
00:53:21,558 --> 00:53:25,558
ไปเปรียบเทียบเปรียบเปรยสั่งสอนนั่นเอง (คุณครูคณิตา) ต่อไปสะท้อนคว

802
00:53:25,559 --> 00:53:29,559
ให้เห็นความคิดความเชื่อในสังคมไทยค่ะ

803
00:53:29,560 --> 00:53:33,560
(คุณครูปรเมษฐ) ดังปรากฏในหลาย ๆ สำนวนด้วยกัน

804
00:53:33,562 --> 00:53:37,562
อันนี้คือประโยชน์ที่ได้รับ อันนี้ก็

805
00:53:37,565 --> 00:53:41,565
เป็นข้อความ 2 ข้อความ แต่นักเรียรคิดได้เยอะกว่านี้อีก

806
00:53:41,568 --> 00:53:45,568
อันนั้นมันก็เป็นเรื่องที่หนูจะได้ซึมซับ

807
00:53:45,569 --> 00:53:49,569
และนำไปปฏิบัติได้ในอนาคตนะครับ ไปสรุปบท

808
00:53:49,570 --> 00:53:53,570
เรียน จบแล้วใช่ไหม บทเรียนครั้งต่อไป

809
00:53:53,572 --> 00:53:57,572
เรียนเรื่องอะไรครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เรียนเรื่องจดหมายส่วน

810
00:53:57,573 --> 00:54:01,573
ตัวค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) จดหมายส่วนตัวนี่แสดงว่าไม่ยุ่งกับใครใช่ไหม

811
00:54:01,575 --> 00:54:05,575
มีเลข 1 นี่แสดงว่าเรียน... (คุณครูคณิตา)

812
00:54:05,575 --> 00:54:09,575
2 ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) 2 คาบ เดี๋ยวต้องเตรียมอะไรหรือเปล่า

813
00:54:09,576 --> 00:54:13,576
ดูสิ (คุณครูคณิตา) สิ่งที่ต้องเตรียมนะคะ ก็คือ ใบงาน

814
00:54:13,577 --> 00:54:17,577
เรื่อง รูปแบบจดหมายส่วนตัวค่ะ และ

815
00:54:17,578 --> 00:54:21,578
ให้นักเรียนนะคะ เตรียมดินสอ ยางลบ

816
00:54:21,578 --> 00:54:25,578
ไม้บรรทัด รวมถึงคุณครูปลายทางนะคะ

817
00:54:25,579 --> 00:54:29,579
เตรียมกระดาษ A4 ไว้ให้ด้วยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เราเรียน

818
00:54:29,580 --> 00:54:33,580
เรื่องการเขียนจดหมาย ฉะนั้น สิ่งที่จะต้องเตรียมเพิ่มเติมนะครับ

819
00:54:33,581 --> 00:54:37,581
ดวงต ซองจดหมาย

820
00:54:37,583 --> 00:54:41,583
อย่าให้ผิดซองนะครับ เดี๋ยวมันจะผิดใจกัน

821
00:54:41,584 --> 00:54:45,584
ไปจบแล้ววันนี้ เรื่องสุภาษิตคำพังเพย

822
00:54:45,585 --> 00:54:49,585
ครูและครูคณิตาก็ขอลาไปก่อน เดี๋ยวนักเรียน

823
00:54:49,589 --> 00:54:53,589
จะสามารถไปดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่ไหนครูคณิตา (คุณครูคณิตา) นักเรียน

824
00:54:53,590 --> 00:54:57,590
สามารถดาวน์โหลดข้อมูลไดที่นี่เลยค่ะ

825
00:54:57,591 --> 00:55:01,591
(คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้น วันนี้หมดเวลาแล้วอย่าโลเลนะ

826
00:55:01,595 --> 00:55:05,595
นะครับ เรา 2 คน ขอลานักเรียนไปก่อนนะครับ

827
00:55:05,595 --> 00:55:09,595
สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ

828
00:55:09,598 --> 00:55:13,598
[เสียงดนตรี]

829
00:55:13,600 --> 00:55:17,600

830
00:55:17,601 --> 00:55:21,601

831
00:55:21,603 --> 00:55:25,603

832
00:55:25,608 --> 00:55:29,608

833
00:55:29,609 --> 00:55:33,609

834
00:55:33,612 --> 00:55:33,613

835
00:55:37,613 --> 00:55:37,614


