(คุณครูปรเมษฐ) สวัสดีคุณครูปลายทางและหนู ๆ ที่อยู่ปลายลูกศิษย์ที่น่ารักของครูทั้ง 2 คนทั่วประเทศรักษาเนื้อรักษาตัวนะ ซึ่งตอนนี้นี่เรากำลังเผชิญกับโรคต่าง ๆ เพราะฉะนั้น ก็ให้เด็ก ๆ นี่รักษาตัวเองให้ดี เราจะอยู่กันไปแบบนี้สักพัก ครูคิดว่าถ้าวันไหนดีขึ้นแล้วนี่ เราคงจะได้เห็นหน้าเห็นตากันอย่างสดใส สักวันหนึ่ง ต้องมีวันนั้นครับทบทวนก่อน เมื่อชั่วโมงที่แล้ว ที่ครูและครูคณิตานี่ได้ให้หนูไปสร้างเป็นอะไรนะ (คุณครูคณิตา) เป็นพจนานุกรมสำนวนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ที่เด็ก ๆ ได้ไปทำกันมา ไม่ได้จำกัดว่าจะทำ(คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูอยากให้ใจจะขาดแล้วเด็ก ๆ ครับไหนลองเสนอผลงานตัวเองหน่อยสิ ยกขึ้นมาเลย ชูขึ้นมาให้คุณครูเห็น ให้คุณครูปลายทางได้ดูใช่ไหมครับ จำเป็นต้องเสร็จในวันนี้ไหมน่ะ (คุณครูคณิตา) ขึ้นอยู่กับคุณครูปลายทางเลยค่ะ ว่าคุณครูปลายทางนะคะ ในการที่จะทำพจนานุกรมสสุภาษิต คำพังเพย นี้ ระยะเวลาเท่าไร (คุณครูปรเมษฐ) เสร็จสำเร็จเรียบร้อยแล้ว คุณครูปลายทางอยากนำเสนอผลงานของตนเองนะครับ ส่งมาได้โรงเรียนวังไกลกังวลนี้ได้นะครับ เพื่อเรา 2 คนจะได้นำมาเสนอให้ได้รับรู้ถึงผลงานของนักเรียนนะครับ (คุณครูคณิตา) แสดงถึงศักยภาพของเด็กด้วยใช่ไหมคะ ว่าเด็ก ๆ ปลายทางของเรานี่มีศักยภาพนะ ในการทำงานนี่ที่ดี (คุณครูปรเมษฐ) ครับผม เพราะฉะนั้นอย่าลืมนะครับจัดการให้สำเร็จเรียบร้อย อย่าให้ด่างพร้อยเราไปศึกษากันต่อในเรื่องสำนวน สุภาษิต คำพังเพยครับ เอาล่ะครับนักเรียน ก่อนที่เราจะมาศึกษาเรื่องสำนวนสุภาษิต คำพังเพย ได้ทราบถึงจุดประสงค์ที่จะได้เรียนรู้ในวันนี้ เพื่อที่จะได้ปฏิบัติตนในการเรียนการสอนได้อย่างถูกต้อง และมีความสุขกันนะครับไปดูจุดประสงค์กันเลยนะ มีอยู่ด้วยกัน 3 ข้อ ก็คือ อธิบายความแตกต่างของสำนวนสุภาษิต แล้วก็ต้องใช้สำนวน สุภาษิต คำพังเพย ให้ถูกต้องตามความเหมาะสม และที่สำคัญนะครับ นักเรียนเห็นประโยชน์ของการศึกษาในสำนวน สุภาอันนี้คือหลักการที่นักเรียนจะได้ปฏิบัตินะครับ ในชั่วโมงนี้นะครับ ไปกันเลย มีกิจกรรมครับครูคณิตา มีเกมนะ ให้เด็ก ๆ ได้เล่นกัน ชื่อเกมอะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ วันนี้นะคะ คุณครูปรเมษฐและคุณครูคณิตามีเกมให้เด็ก ๆ เล่นกันนั่นก็คือ... คืออะไรคะ อ่านพร้อม ๆ กันเลยค่ะ แข่งขัน ขยันหา นำพาสำนวน นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คล้องจองสมกับเป็นรายวิชาภาษาไทยนะครับ ให้แข่งขันกันหาสำนวนไทยนั่นเอง เดี๋ยวไปดูคำชี้แจงที่ว่าให้หาอย่างไรนะ ที่เกี่ยวข้องกับอวัยวะในร่างกาย โอ้โหมีอะไรบ้างน่ะ ไปดูกันเลยดีกว่า มีอะไรบ้าง 1. คือ... นี่คือรูปอะไรเด็ก ๆ (คุณครูคณิตา) รูปอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) รูปปากนะ เกี่ยวกับปากนี่อะไรนี่ (คุณครูคณิตา) รูปมือค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มือ อันนี้ (คุณครูคณิตา) รูปอะไรคะ รูปของหูนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) และ... (คุณครูคณิตา) สุดท้ายนี้คือรูปอะไรคะครูปรเมษฐไม่ใช้คิ้วนะ ตานะ มีอวัยวะอยู่ 4 อย่างด้วยกัน ครูจะให้นักเรียนนั้นได้หาสำนวนโดยการแข่งขันกัน หาให้ได้มากที่สุด ที่เกี่ยวข้องกับปาก อยู่ในสำนวนนั่นเอง ที่เกี่ยวข้องกับมือ จะมีคำเหล่านี้ปรากฏอยู่ในสำนวน ซึ่งนักเรียนก็มีพจนานุกรมสำนวนของตัวเอง มีเล่มหนังสือของสำนวนไทยก็มีอยู่ เพราะฉะนั้น ครูก็ให้นักเรียนนั้นค้นหาแล้วก็นำมาเสนอนะครับ อวัยวะทั้ง 4 อย่างนี้ให้เวลาเข้ากลุ่มประชุมปฏิบัติการและแข่งขันกัน 5 นาที ลงมือครับ [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับนักเรียน จากที่หนู ๆ ได้ไปแข่งขันใช่ไหมว่าง่าย ๆ คงจะได้หลายสำนวนเลยทีเดียวนะครับ เกี่ยวข้องกับอวัยวะทั้ง 4 อย่างนี้นะครับ ก็ให้คุณครูปลายทางนะ เป็นผู้ตรวจสอบเรื่องที่เด็ก ๆ นั้นค้นคว้านะครับ สำนวนที่ค้นคว้ามาว่าถูกต้องไหม ครูและคณิตาก็มีตัวอย่างมาให้นักเรียนได้ศึกษาเช่นเดียวกันนะครับ ไปดูนะ อันดับแรกเลย สำนวนที่เกี่ยวข้องกับปาก สำนวนที่เกี่ยวข้องกับปาก นำเสนอสำนวนเลยครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ สำนวนที่ 1 นะคะ ปากว่าตาขยิบค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เดี๋ยวค่อยบอกความหมายปากว่าตาขยิบนี่เป็นอย่างไร ถ้าพฤติกรรมน่ะ (คุณครูคณิตา) พฤติกรรมก็คืออย่างไรคะครนึกไม่ออกเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) พูดไปใช่ไหมแล้วก็ขยิบตาเหมือนเป็นการส่งซิกบางสิ่งบางอย่าง ปากว่าตาขยิบนี่หมายความว่าอย่างไร เด็ก ๆ รู้ไหม (คุณครูคณิตา) หมายความว่าอย่างไรนักเรียน (คุณครูปรเมษฐ)หมายความว่า (คุณครูคณิตา) หมายความว่าพ(คุณครูปรเมษฐ) พูดอย่างหนึ่ง แสดงอย่างหนึ่งนะ อีกคำหนึ่งนะ ที่ครูนำเสนอ ปลาหมอตายเพราะปาก ทำไมล่ะเด็ก ๆ เดี๋ยวมาวิเคราะห์กันหน่อยสิ ปลาหมอตายเพราะปาก ปลาหมอตายเพราะปาเด็ก ๆ คงเคยเห็นนะที่เราเห็นตามแม่น้ำลำคลอไปตามแม่น้ำลำคลองนี่ ปลาหมอนี่มันจะขึ้นมาฮุบอยู่บ่อย ๆ มานำออกซิเจนมาใช้ในการหายใจ คราวนี้พรานปลาทั้งหลายที่จับข้อจับจ้องที่จะตกนี่ ก็จะตกสิ (คุณครูคณิตา) จับหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) เอาเบ็ดไปจับครับ ปลาหมอกินเบ็ด เพราะฉะนั้น ที่ปลาหมอกินเบ็ดก็ต้องเป็นอาหารของมนุษญืปลาหมอนี่ตายเพราะปากของตัวมันเอง หมายถึงว่าอย่าพูดอะไรพร่อย ๆ คนที่พูดอะไรพร่อย ๆ นี่ สุดท้ายแล้วนี่ก็จะแพ้คำพูดตัวเอง แล้วก็แพ้ภัย ในคำพูดของตัวเองนั่นเอง อีกสำนวนหนึ่ง(คุณครูคณิตา) ค่ะ สำนวนนะคะ ปากกับใจไม่ตรงกันค่ะ เป็นอย่างไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเกิดความหมายโดยตรงก็คือปากอยู่ตรงนี้ ใจอยู่ตรงนี้ใช่ไหมครับ ปากกับใจไม่ตรงกัน ถ้าความหมายโดยนัยของสำนวนแปลว่าอะไรครับเด็ก ๆ ครับ (คุณครูคณิตา) นักเรียนคิดว่ามีความหมายว่าอย่างไรคะ คุณครูปรเมษฐคะ ปากกับใจไม่ตรงกันนี่มีความหมายว่าอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) มันก็เหมือนปากอย่างใจอย่าง แปลความหมายตรงกับปากว่าตาขยิบเลย คือพูดอีกอย่างหนึ่ง แต่พฤติกรรมแสดงไปอีกอย่างหนึ่งนะครับ คล้าย ๆ กันนะ เชื่อว่าเด็ก ๆ นี่ต้องมีแน่นอน ครูเชื่อว่าเด็ก ๆ ต้องหาได้มากกว่านต่อไปเกี่ยวข้องกับมือ สำนวนแลกเลยครับครูครูคณิตา (คุณครูคณิตา) มัดมือชกค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ รู้ไหม มัดมือชกหมายความว่าอย่างไร (คุณครูคณิตา) เป็นอย่างไรคะนักเรียน ไหนลองทำให้ครูปลายทางดูเป็นอย่างไรเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) เอามือมาใช่ไหม เอาอะไรมันล่ะ เอามัด ๆ (คุณครูคณิตา) จินตนาการ (คุณครูปรเมษฐ) การที่มัดมือชกมันเป็นพฤติกรรมของนักมวยใช่ไหมครับ นักมวยนี่เวลาจะขึ้นสังเวียนนี่ก็จะต้องมีการทำสนับมือในการที่จะชกกันใช่ไหม แต่มัดมือชกนี่เป็นพฤติกรรมที่ถูกบังคับ คือ เจ้าจะต้องสู้น่ะ คือ ไม่อยากทำน่ะแต่ต้องทำ คือการมัดมือชกนั่นเอง ครูคณิตาเคยโดนมัดมือชกไหม (คุณครูคณิตา) เอาความหมายโดยตรงหรือความหมายโดยนัยคะ (คุณครูปรเมษฐ) เอาความหมายโดยนัย (คุณครูคณิตา) ความหมายโดยนัยยังค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)เดี๋ยวผมจะทำให้ดูนะ มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ น่าจะเกี่ยวกับอะไรมือไม่พายนี่ เป็นพฤติกรรมที่อยู่ที่ไหน (คุณครูคณิตา) ที่ไหนคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ในเรือใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ในเรือ (คุณครูปรเมษฐ) อยู่ในเรือ เรือนี่จะเดินหน้าได้ก็ต้องมีการพายใช่ไหมครับ พายงัด พายงัดนั่นล่ะ พายหน้าพายหลัง แต่พฤติกรรมของคนคนนี้ มือก็ไม่ช่วยพาย แล้วก็เอาเท้าที่เป็นของต่ำนะ เอาลงไปราที่น้ำ คือ เอาเท้าออกไปนอกแคมเรือจะเคลื่อนที่ได้สะดวกไหมล่ะครูแพรว่า (คุณครูปรเมษฐ) ไม่สะดวก มันน่าจะหมายความว่าอย่างไรในสำนวน (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คะ หลังจากที่ได้ฟังคุณครูปรเมษฐแล้วนี่ นักเรียนคิดว่าสำนวนนี้หมายความว่าอย่างไร ตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ตอบแล้วครูคณิตาเฉลยสิครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ก็คือผู้ที่ไม่ยอมช่วยเหลือผู้อื่น แถมยังทำตัวเกะกะระรานผู้อื่นอีกด้วย (คุณครูปรเมษฐ) แบบนี้ซึ่งเป็นคุณธรรมที่ไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่งนะ การที่ไม่ช่วยเหลือคนอื่นแล้วยังทำตัวเกะกะนี่ เรามีแต่จะต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกันนะถึงจะดีนะ ต่อไป มือถี่ ตีนถี่ ถี่นี่หมายความว่าอย่างไร (คุณครูคณิตา) ถี่นี่เป็นอย่างไรคะนักเรียน (คุณครูปรเมษฐ) สมมติครูสับมีดนี่ สับถี่ ๆเขาเรียกว่า "สับถี่ ๆ" ใช่ไหม เป็นคนที่รู้จักเก็บหอมรอมริบ มานะทำงานเพื่อจะมีเงิน มันจะคู่กับคำว่าอะไร ถี่นี่เป็นคำตรงกันข้ามกับคำว่า... ครูคณิตาครับ ตรงกันข้ามกับคำว่าอะไร (คุณครูคณิตา) ตรงข้ามกับสำนวนที่ว่า มือห่าง ตีนห่าง ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถี่กับห่างนี่เป็นของคู่กันนะ เพราะฉะนั้น มือถี่ตีนถี่แปลว่ารู้จักขยันทำงาน แต่ถ้ามือห่าง ตีนห่างล่ะครับ น่าจะหมายความว่าอย่างไรคะเด็ก ๆ ที่เป็นอย่างไร (คุณครูคณิตา) สุรุ่ยสุร่ายนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มาคู่กัน นักเรียนควรจะทำตัวแบบมือถี่ตีนถือ หรือมือห่างตีนห่าง พิจารณานะครับ ต่อไปเป็นสำนวนที่เกี่ยวข้องกับหู หูทวนลม หูทวนลม หูทวนลมมันเป็นอย่างไร (คุณครูคณิตา) เป็นอย่างไรนะ ครูเชื่อนะคะ ว่าเด็ก ๆ หลายคนนี่ก็เคยทำพฤติกรรมแบบนี้ แต่พฤติกรรมนี่ เป็นพฤติกรรมที่ไม่ดีใช่ไหมคะครูปรเมษฐ หูทวนลม คุณครูปรเมษฐคะ (คุณครูปรเมษฐ) หูทวนลม ก็คือไม่ได้ยิน ทำเป็นไม่รู้เรื่องไง ทำเป็นไม่สนใจอะไรนี่ (คุณครูคณิตา) ไม่สนใจเลย (คุณครูปรเมษฐ) ครูทำให้ดูนะครูหูรับลมตลอดนะครับนักเรียน ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่อย่างไรครูคณิตาอธิบายให้ละเอียดหน่อย (คุณครูคณิตา) ก็คือไม่ได้ยินหรือแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินค่ะ คือ พูด ๆ ๆ ไป ก็ทำเป็นไม่ได้ยิน ไม่ได้อะไรนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูเชื่อว่านี่ไม่มีพฤติกรรมอย่างนี้แน่นอนนะครับ เพราะเด็ก ๆ ของครูทุกคนรับฟังตลอดเวลา ไม่มีทางทวนลมไม่ได้ยินแน่นอน ฟังหูไว้หู ฟังหูไวหู (คุณครูคณิตา) เป็นอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ฟังไว้ที่หูแล้วเก็บไว้ที่หูหรือเปล่า หมายความว่าอย่างไรล่ะ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คิดว่าสำนวนนี้หมายความว่าอย่างไรคะ คุณครูปลายทางนะคะ ช่วยบอกนักเรียนก่อนค่ะ ก่อนที่ครูคณิตาและครูปรเมษฐจะเพิ่มเติมแต่งให้ เอาล่ะค่ะ บอกเด็ก ๆ เรียบร้อยแล้วใช่ไหมค คำว่า "ฟังหูไว้หู" นี่ ก็คือฟังอะไรอย่าเพิ่งเชื่อหรือคล้อยตามนั่นเองนะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นคุณธรรมที่เด็ก ๆ นั้นพึงปฏิบัติ รับฟังสิ่งใดมาก็ตามให้คิดวิเคราะห์ก่อน ว่ามันน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด ถึงจะนำไปปฏิบัติหรือนำไปบอกกล่าวกับคนอื่นถูกไหมครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ถูกค่ะ (คุณครูคณิตา) ต่อไปหูเบา นี่ นี่เห็นไหม นี่คือความหมายของสำนวน เป็นความหมายที่มันเปรียบเปรย เป็นความหมายโดยนัย หูเบาจริง ๆ ก็คือ หูลอยหลุดออกไปจากหัวใช่ไหม มันหมายความว่าอย่างไรหูเบานี่ เป็นความหมายทางสำนวนหรือความหมายโดยนัยนี่เด็ก ๆ (คุณครูคณิตา) คืออะไรคะ คล้าย ๆ กับฟังหูไว้หูเลยค่ะ คล้าย ๆ กันเลยค่ะนักเรียน หูเบา คืออะไรคะ คืคืออะไรคะ ก็คือเชื่อโดยที่ไม่ไตร่ตรองนั่นเอง (คุณครูปรเมษฐ) แล้วมันคล้ายกับฟังหูไว้หูอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) ฟังหูไว้หูนี่ คือ ฟังอะไรอย่างใดอย่างหนึ่งนี่ ก็คืออย่าเชื่ออย่าคล้อยตามใช่ไหมคะ เชื่อโดยที่เราไม่ไตร่ตรองไว้ก่อน เราก็จะเป็นคนหูเบานั่นเอง (คุณครูปรเมษฐ) หูเบานั่นเองนะครับ ต่อไปนะ หมดแล้วนะ เกี่ยวข้องกันตาบ้างคราวนี้ ไปดูกันเลย ตาต่อตา ฟันต่อฟันฟันต่อฟัน นี่สำนวนนี่เป็นเพลงนะ นักเรียนเคยได้ยินไหม หมายความว่าอย่างไรนี่ ตาต่อตา ฟันต่อฟัน (คุณครูคณิตา) ตาต่อตา ฟันต่อฟัน หมายความว่าอย่างไรคุณครูปรเมษฐ เมษฐ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คะ ช่วยคุณครูคณิตตาหน่อยค่ะ ว่าต่อตา ฟันต่อฟันหมายความว่าอย่างไร คุณครูปลายทางคะ สามารถที่จะช่วยเหลือได้นะคะ ถือว่าเป็นการมีน้ำใจแล้วกันนะคะ เอาล่ะค่ะ ตาต่อตา ฟันต่อฟันนี่ เป็นการที่คนที่ทำร้ายคนอื่นนะคะ ต้องได้รับผลการกระทำนั้นนี่กลับเข้าตัวเองด้วย (คุณครูปรเมษฐ) ต่อไป งงเป็นไก่ตาแตก อันนี้น่าจเกิดสำนวนนี่น่าจะเกิดจาการละเล่นอยู่ 1 ชนิด คือการ ถูกต้องครับชอบมากเลย การชนไก่นะ ไก่นี่เวลาตีกันนะ ก็จะมีความบาดเจ็บใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) พอโดนตีนี่ ถ้าเดือยหลุด ที่เท้าของไก่นี่มีเดือย ไปตีที่ตานี่ ไก่ตัวนั้นจะตาแตกแล้วก็งงไม่รู้เรื่อง ตีสะเปะสะปะเลย อันนี้ที่ครูอธิบายให้นักเรียนฟังครูคณิตาความหมายหมายความว่าอย่างไร (คุณครูคณิตา) ค่ะ งงเป็นไก่ตาแตกนะคะ หมายถึง มึนงงมาก ไม่ถูนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ ต่อไป เลือดเข้าตาก็มาจากการชนไก่เดียวกันนะครับ คือโดนตี พอเจ็บ บาดเจ็บแล้วนี่เลือดเข้าตาแล้วนี่จะหึดสู้ จะทำอะไรก็แต่ว่าสู้ สู้ไม่ถ่อย สู้ยิบตา เลือดเข้าตานะ อันนี้คือเกมที่นักเรียนได้ค้นหา ครูเชื่อว่านักเรียนได้คำหรือสำนวนนี่มากกว่าครูด้วยซ้ำ อันนี้ครูนำมาเสนอนะครับ จำไว้แล้วก็สามารถนำไปใช้ได้ในชีวิต เดี๋ยวเรามาดูกันต่อนะ การที่เราเข้าใจความหมายของสำนวนแล้วนี่นะ เราสามารถที่จะจำแนกประเภทของสพนวน จึงจะ สามารถนำไปใช้ในการสื่อสาร หรือนำไปใช้คุยนำไปเขียนได้อย่างถูกต้อง อันนี้เป็นสิ่งสำคัญมาก ฝากให้เด็ก ๆ นำไปใช้นะครับ เรามาทบทวนกันหน่อย เมื่อชั่วโมงที่แล้ว หรือความหมายของสำนวนนะ ทบทวนสำนวน... เสสรแสดงว่าจะต้องมีความสุขมากกับการเรียนชั่วโมงนี้นะครับ เสสรวลคืออะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) คุณครูคณิตาไม่ทราบความหมายเลยค่ะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เสเสรเจอในคำราชาศัพท์ ทรงพระสรวลนี่ คือ การหัวเราะนะ สำราญแปลว่ามีความสุข จะไปทบทวนได้อย่างมีความสุขนั่นเอง ไปดูกันเลย สุภาษิต คำพังเพย ความหมายของสำนวนคืออะไรครับเด็ก ๆไปกับครูคณิตาเลยครับ อ่านพร้อม ๆ กัน (คุณครูคณิตา) ค่ะ สำนวนคือคำพูดหรือท้อยคำที่กะทัดรัด สละสลวย มีความหมายโดยนัย เป็นลักษณะอุปไมยโดยเปรียบและไม่แปลความหมายตรงตามตัวอักษรค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)ก็คือมันเป็นความหมายโดยนัยหรือเป็นการเปรียบเปรย เปรียบเปรย คือ ไม่แปลตรงตามตัวอักษร ไม่แปลตรงตามตัวนั่นเองต่อไปสุภาษิต สุภาษิตคืออะไรครับ คือคำกล่าวที่มีจุดมุ่งหมายนะ สั่งสอน เตือนสติให้เกิดความคิดนะครับ ไม่มีการเสียดสี มันต้องไปคู่กับคำอะไรแน่เลย หรือติชมอย่างคำพังเพย เป็นถ้อยคำที่แสดงความจริงและเป็นที่ยอมรับในทั่ว ๆ ไป อันนี้คือสุภาษิต ต่อไปก็คืออะไรครับ (คุณครูคณิตา) คำพังเพยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูคณิตาอ่านความหมายให้เด็ก ๆ เลยครับ (คุณครูคณิตา) คำพังเพย คือ การที่เปรียบเทียบเหตุการณ์ หรือเรื่องร่วต่าง ๆ ที่พบเห็นได้จากการดำรงชีวิตของคนรุ่นก่อนค่ะ ไม่เน้นการสั่งสอน แต่ใช้ในทำนองเสียดสีประชด ประชัน หรือเป็นข้อคิดสะกิดใจให้นำมาปฏิบัติค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่มีอยู่ 3 ชนิด 3 อย่าง สำนวน สุภาษิต คำพังเพย ก็จะเป็นคำที่หนู ๆ รู้จักและคุ้นหูและพูดอยู่ตลอดเวลานะครับ ครูสรุปมาให้ อันนี้ให้นักเรียนจดนะครับ คือ คำพูดหรือถ่อยคำมีความหมายโดยนัยและไม่แปลตรงตามตัวอักษรนักเรียนบันทึกเป็นของตัวเองนะครับ ส่วนคำพังเพยคืออะไร คำพังเพย คือ คำที่เปรียบเทียบเหตุการณ์ หรือเรื่องราวไม่เน้นการสั่งสอน ประชดประชันนะ ที่คือคำพังเพย และสุดท้ายคือ (คุณครูคณิตา) สุภาษิตค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สุภาษิตจำไว้ง่าย ๆ คือ คำสั่งสอน เตือนสติให้คิด ครูนี่ฟังสุภาษิตเป็นประจำนะเพราะฝากไว้ให้คิด เพื่อเตือนสติก็ชอบฝากคำพังเพย เพราะว่าประชดประชันนิด ๆ หน่อยนะ เป็นสีสันนะครับ เด็ก ๆ บันทึก บันทึกลงไปนะครับ เอาแต่ย่อ ๆ พอเข้าใจนะ คิดว่าเรียบร้อยนะครับ ไปดูกันต่อ ครูให้นักเรียนนี่ สรุปให้มันเข้าใจกว่านั้นอีกนะครับ สำนวนคือการเปรียบเปรย เปรียบเปรย คือ การเปรียบเทียบที่ไม่ตรงความหมาย พังเพย เปรียบเทียบ คือการเปรียบเทียบนั่นเองนำอีกสิ่งหนึ่งมาเปรียบอีกสิ่งหนึ่ง ในทำนองเสียดสี และสุภาษิต คือ คำสอนใจ สำนวน เปรียบเปรย พังเพย เปรียบเทียบ มี 3 อย่างนะครับ นี่ความหมายของมัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นนี่เวลาที่เราพูดกันนี่เราจะเรียก 3 อน่างนี้ว่าอะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เรียกว่าอะไ(คุณครูปรเมษฐ) เคยบอกไปแล้วด้วยเด็ก ๆ (คุณครูคณิตา) เรียกว่าสำนวนค่ะ ใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) สำนวนหรือสำนวนไทยนั่นเองนะครับ ไปกันต่อ ครูจะให้นักเรียนนั้นแยกประเภทสำนวนสุภาษิตเดี๋ยวครูจะมีสำนวนมาให้ กี่สำนวนไม่รู้ล่ะ แต่เด็ก ๆ จะต้องจำแนกให้ได้ ใน 3 ประเภทนี้ จะบอกว่ามีสำนวนมาให้ไม่ได้ ต้องบอกว่ามีถ้อยคำหรือข้อความมาให้ เพื่อเด็ก ๆ จะได้อ่านพร้อม ๆ กันเลยนะครับ 1. กระต่างตื่นตูม 2. (คุณครูคณิตา) ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน (คุณครูปรเมษฐ) 3. (คุณครูคณิตา) ดินพอกหางหมู (คุณครูปรเมษฐ) 4. (คุณครูคณิตา) ขมิ้นกับปูน (คุณครูคณิตา) ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว (คุณครูปรเมษฐ) 6 (คุณครูปรเมษฐ) ปากเสีย (คุณครูปรเมษฐ) คำนี้กระทบกระเทียบอีกแล้ว (คุณครูคณิตา) คำต่อไปคือคำที่ 7 ใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) คำที่ 7 คือ ชิงสุกก่อนห่ามค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ต่อไปครับ (คุณครูคณิตา) กงเกียวนกำเกียวน งมเข็มในมหาสมุทร ขิงก็ราข่าก็แรง (คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา) ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ (คุณครูปรเมษฐ) อันสุดท้ายครูอ่านให้ ทำนาบนหลังคน มีอยู่ด้วยกัน 12 สำนวน มี 12 ข้อความนี้ให้นักเรียนจำแนกประเภท ตีเป็นตารางก็ได้และนำข้อความนี้ไปใส่หรือหนูจะเขียนเป็นแผนผังความคิดก็ได้ใช่ไหมครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ลองจำแนกประเภทดูนะ ว่าข้อความไหนเป็นสำนวน ข้อความไหนเป็นคำพังเพย สุภาษิตให้เวลากี่นาทีดีคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) 12 หาร ได้ 5 นาทีครับ ลงมือปฏิบัติครับ [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับ นักเรียนที่รักของครู เชื่อว่าตอนนี้จำแนกประเภทกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถูกบ้างไม่ถูกบ้างนะ ก็เดี๋ยวไปดูกันที่ครูนำมาเฉลย แล้วเดี๋ยวครูจะได้อธิบายเพิ่มเติม ยิ่งกว่าเดิมอีกนะครับ ไปดูกันเลย ประเภทแรกที่ครูกำหนดให้เป็นสำนวนก่อนนะ มีข้อความว่าอะไรบ้าง เดี๋ยวไปดูนะครับ กระต่ายตื่นตูม ขมิ้นกับปูน ดินพอกหางหมู ปากเสีย มันเป็นสำนวน... เดี๋ยวนะ เมื่อกี้ที่เราบอกเด็ก ๆ ไว้นะ คือการ(คุณครูคณิตา) การ... (คุณครูปรเมษฐ) เปรียบเปรย หรือแปลไม่ตรงความหมายใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) หรือมีความหมายโดยนัยนั่นเอง อย่างเช่นที่ครูยกตัวอย่าง อย่างเช่น ปากเสีย เหมือนชั่วโมงที่แล้วนี่ครูเคยอธิบายไปแล้วใช่ไหมปากเสียนี่ ปากเสียในที่นี้มันใช่ปากพังปากชำรุดไหมครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ไม่นะครูคณิตา (คุณครูคณิตา) พูดไม่ดีค่ะ พูดตัดกำลังใจผู้อื่นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มันก็คือการเปรียบเปรยนั่นเอง ก็คือมันไม่ได้แปลตรงความหมาย ดินพอกหางหมู เดี๋ยวครูจะบอกความหมาย หมูนี่นอนอยู่กับปลักกับโคนใช่ไหม นาน ๆ เข้าไปนี่ ดินมันก็สะสมที่หางที่เนื้อที่ตัวมากเข้า ๆ มันก็หนาใช่ไหม หมูมันก็สกปรก ถ้าเกิดแปลความหมายโดยนัยล่ะครับ (คุณครูคณิตา) ก็คือสิ่งที่คั่งค้างพอกขึ้นทุกทีค่ะ เช่น นักเรียนนะคะ ตัวอย่างนะคะ อันนี้เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีนะคะ อย่างเช่น นักเรียนนี่ไม่ทำการบ้าน จนกลายเป็นดินพอกหางหมู การบ้านนี่เด็ก ๆ ไม่ได้ทจนสะสมไว้มาก ๆ เมื่อมากแล้วเป็นอย่างไรคะ ก็ทำส่งไม่ทัน เมื่อส่งไม่ทันนี่เป็นอย่างไร ก็โดนคุณครูดูใช่ไหมคะ ซึ่งเป็นพฤติกรรมและตัวอย่างที่ไม่ดีนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือไม่ดีนั่นเองนะ นั่นคือการแปลความหมายของสำนวน นี่นักเรียนถูกกี่คำเช็กนะ ตรวจสอบแก้ไขให้ถูกต้องนะครับ จะได้เป็นความรู้ของตนเอง ต่อไปสุภาษิต คือ การสอนใจ มีสุภาษิตว่าอะไรบ้าง กงเกวียนกำเกวียน, ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน นี่คือการสอน ชิงสุกก่อนห่าม, ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นการสอนใจอย่างไรยกตัวอย่างสำนวนสุดท้ายเลย ทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว สอนอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) สอนเกี่ยวกับการกระทำหรือพฤติกรรมหรือเปล่าคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ สิ่งใดย่อมได้สิ่งนั้น ปลูกถั่วเขียวก็ได้ถั่วงอก ปลูกมะม่วงก็ได้มะม่วงใช่ไหม ก็คือการทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่วนั่นเอง (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐคะ เขียวถึงได้ถั่วงอกล่ะคะ(คุณครูปรเมษฐ) ก็ได้ถั่วเขียวที่งอกนั่นเองครูคณิตา ชิงสุกก่อนห่ามไง นี่คือการสอนก็คือถ้าเปรียบเทียบก็คือผลไม้ใช่ไหมนักเรียน ผลไม้นี่จะต้องมีการเป็นผลมา แล้วแล้วก็จะห่ามแล้วถึงจะสุก แล้วกินได้ อันนี้นี่คือยังไม่ทันได้สุกเลย ก็สอยมารับประทานเสียแล้วนะครับ มันก็เป็นการชิงสุกก่อนห่าม เป็นการสอนผู้หญิงนะ ว่าอย่า รักนวลสงวนตัว อย่าเพิ่งชิงสุกก่อนห่ามนะ (คุณครูคณิตา) คำนี้ที่ครูเห็น คำว่า "กงเกวียน กำเกวียน" เราใช้กันผิดเยอะมากเลยใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) ปัจจุบันนี่คุณครูที่ คุณครูที่ได้ยินนะคะ กงกำกงเกวียน มีความหมายไหม(คุณครูปรเมษฐ) ถ้ากงกำกงเกวียนก็จะไม่มีความหมายนะ กง คือ ล้อ ล้อของเกวียนนะ โบราณเรียก เกวียน นะ ไม่ใช่ เเป็นส่วนที่อยู่ตรงกลาง ถ้าเทียบกับรถจักรยาน เด็ก ๆ รู้จักใช่ไหม กงก็คือขอบล้อใช่ไหม กรรม คือ ตรงกลาง ก็คือดุงของจักรยานนั่นเองนะ เกวียนนี่หมุนรอบ ก็หมายความว่า ทำสิ่งใดก็จะจบกับสิ่งนั้น มันก็หมุนอยู่อย่างนั้น มันก็เจอกันอยู่ดีน่ะ อยากให้นักเรียนนี่ไปหาความรู้เพิ่มเติมหน่อย ดีมากที่ครูคณิตาถาม (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ เพราะสิ่งนี้ ครูเจอนะมีการใช้สำนวนที่ผิดนะ คำที่ถูกต้องนี่ก็คือคำว่า "กงเกวียน กำเกวียน" ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นะครับ สอนเราอย่างไร ครูอยากให้เด็ก ๆ ไปค้นคว้านะครับ ต่อไปคำพังเพย เป็นการประชดประชันนะ ไปดูขิงก็ราข่าก็แรง, งมเข็มในมหาสมุทรจะเจอไหมนี่ ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ แล้วตำทำไม นี่เป็นการเสียดสี ทำนาบนหลังคน ละลายแม่น้ำ ลงทุนมากมายเลยสุดท้ายเททิ้ง ทำในสิ่งที่มันยากเกินจะหาพบ นี่เป็นการเปรียบเทียบเสียดสีนั่นเองนะ ตรวจสอบแล้วก็เพิ่มเติมความถูกต้องให้สมุดของตัวเองด้วยครับ ตามนี้เลย เอาล่ะครับเดี๋ยวครูจะให้นักเรียนนั้นชมวีดิทัศน์นะครับ เรื่อง สำนวนไทย ป. 6 ให้นักเรียนไปศึกษาเหมือนเป็นการทบทวน แล้วลองดูสิว่ามีสำนวนที่น่าสนใจที่ปรากฏในสื่อวีดิทัศน์นะครับ เพื่อที่จะนำไปใช้ในการทำงานด้วยครับ พร้อมแล้วไปรับชมรับฟังอย่างตั้งใจครับ (บรรยาย) สำนวน สวัสดีจ้ะหลาน ๆ ตาเป็นตาของเก่งครับ วันนี้ตาจะมาให้ความรู้เรื่องสำนวนกับหลาน ๆ ด้วยนะครับ เดี๋ยวเราไปเรียนรู้เรื่องสำนวนกันดีกว่าครับ สำนวน คือ ถ้อยคำ หรือข้อความที่สืบต่อกันมานาน มีความหมายไม่ตรงตามตัว หรือมีความหมายอื่แฝงอยู่ในเชิงเปรียบเทียบ สำนวนหมายความถึงคำพังเพย สุภาษิตด้วย ต่อไปเรามาดูตัวอย่างคำพังเพยกันนะครับ ขนทรายเข้าวัด หมายถึงทำบุญทำกุศล หรือหาประโยชน์เพื่อส่วนรวม น้ำกลิ้งบนในบอน หมายถึงใจโลเล ใจไม่แน่นอน เปลี่ยนไปอยู่เรื่อย ๆ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ หมายถึง อย่าขัดขวางผู้มีอำนาจ เพราะไม่เกิดประโยใด หว่านพืชใดได้ผลอย่างนั้น หมายถึง ทำสิ่งใดย่อมได้สิ่งนั้นตอบสนอง ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว จับแพะชนแกะ หมายถึง การทำอะไรที่ขาดความเรียบร้อย ไม่เป็นกิจจะลักษณะ เป็นอย่างไรบ้างครับหลาน ๆ ได้รู้จัำคำพังเพยเพิ่มกันอีกแล้วใช่ไหมครับ แต่ก่อนที่เราจะไปดูตัวอย่างคำพังเพย หลาน ๆ คนใดอยากทำกิจกรรมสนุก ๆ สามารถกดปุ่มที่อยู่ด้านล่างได้เลยครับ เอาล่ะครับหลาน ๆ เดี๋ยวเราไปดูตัวอย่างสุภาษิตกันเลยครับ เริ่มจาก ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ ผู้โปรดย่อมไม่เห็นธรรม ผู้ประพฤติตามอำนาจย่อมลำบาก ความประมาทเป็นทางแห่งความตาย เป็นอย่างไรบ้างครับหลาน ๆ จะเห็นได้ว่าคำพังเพยเป็นคำกล่าวที่เปรียบเทียบด้วยข้อคิดเตือนใจ ส่วนสุภาษิต เป็นคำกล่าวที่ดีงาม ใช้ถ้อยคำสั้น ๆ แต่กินคำลึกซึ้ง เป็นคำสอนหรือความเป็นจริง หลาน ๆ ครับก่อนที่หลาน ๆ จะไปฟังความรู้เพิ่มเติมจาชี้แนะกันนั้น ตามีกิจกรรมมาให้หลาน ๆ ทนสอบกันด้วยนะครับ ถ้าหลาน ๆ พร้อมแล้วเรามาเริ่มกันเลยครับ จงเลือกคำเติมลงในสำนวนลงให้สมบูรณ์ ใช่แล้วค่ะ (ตา) หลาน ๆ ครับ (คุณตา) หลาน ๆ ครับ เมื่อนักเรียนทำกิจกรรมแลนำมาฝากกันแล้ว ต่อไปตามีสาระเพิ่มเติมมาฝากหลาน ๆ ด้วยนะครับ เดี๋ยวเราไปดูกันในช่วงนี้ชี้แนะกันนะครับ ช่วงนี้ชี้แนะ (คุณตา) สาเหตุทีเ่กิดสำนวน ต้องการคำเพื่อสื่อสารคำรู้สึกให้เข้าใจ เมื่อเกิดความต้องการคำ จึงต้องคิดคำใหม่อาจะอิงคำเดิม แต่เปลี่ยนความหมายไปบ้าง หรือคล้ายความหมายเดิม หลีกเลี่ยงการใช้คำบางคำ ซึ่งถ้าใช้แล้วอาจหยาบคาย หรือเกิดความไม่สบายใจ เช่น คำว่า "ตาย" อาจมีหลายสำนวน เช่น ซี้ม่องเท่ง เสร็จ เสียชีวิต ถึงแก่กรรม ไปค้าถ่าน ไปนรก หรือถ่ายปัสสวะ อาจใช่ เพื่อให้สุภาพหรือเหมาะกับฐานะบุคคลเช่น ตัดผม ทรงเครื่อง หรือทรงพระเครื่องใหญ่ ต้องการให้คำพูดมีรสชาติ หรือเกิดภาพ ตัวอย่างเช่น กุ้งแห้ง อาจหมายถึงคนผอมแห้ง ความสำคัญของการใช้สำนวน ปัจจุบันสังคมมีการเปลี่ยนแปลงไป การใช้สำนวนก็ลดน้อยลงไปบางสำนวนสูญหายไป ดังนั้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่เราควรจะช่วยอนุรักษ์สำนวนไทยให้อยู่คู่กับสังคมไทยต่อไป ประโยชน์ที่ได้รับจากสำนวนไทย สำนวนทุกสำนวนจะมีความหมายทุกสำนวน ทั้งที่บอกความหมายโดยตรงและสำนวนที่มีความหมายแอบแฝงอยู่ สำนวนมีประโยชน์ดังนี้ นำหลักคำสอนมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันของแต่ละสำนวน ทำให้เยาวชนประพฤติปฏิบัติตนดีขึ้น ช่วยขัดเกลานิสัยให้เยาวชนให้อยู่ในกรอบและมีระเบียบมากขึ้น [เสียงปรบมือ] (คุณครูปรเมษฐ) ขอบคุณสื่อวีดิทัศน์นะครับ ชไทย ป. 6 นะครับ เดี๋ยวนักเรียนครับ ครูให้นักเรียนดูวีดิทัศน์นี่เดี๋ยวมาสรุปกันหน่อยนะ คุณตาเขาบอกอะไรบ้างนะ บอกสาเหตุใช่ไหม บอกการใช้ นักเรียนจะต้องนำไปปฏิบัตินะครับ มีอยู่คำหนึ่งสุภาษิตนี่ครูไม่ได้บอกตอนต้นคาบ สุนี่ นำหน้านี่แปลว่าดีงาม ษิต นี่ ลองแปลรวมกันสิ ก็คือคำพูดที่ดีนั่นเอง นำมาสอนใจนะครับ ไปดูกันต่อ ร่วมด้วย ช่วยคิดนะครับ ครูมีข้อความ มีข้อความมาให้นักเรียนตอบเป็นคะแนนนะครับ ไปดูกันเลย ที่รู้เรื่องทุกอย่างเพราะตัวเองอยู่ในเหตุการณ์นั้น ๆ แต่พอโดนถามกลับพูดไม่ได้ เพราะความเกรงใจ หรือกลัวภัยจะเข้าตัว พิจารณาดูนะ เดี๋ยวจะให้ตอบว่าตรงกับสำนวนใดนะครับ จากสถานการณ์ดังกล่าวตรงกับสำนวนใด ตอบได้ครูปลายทางให้คะแนนเลย 2 คะแนน ให้เวลาคิด 5 วินาที ตอบไม่ทันก็ไม่ได้ใช่ไหม 1 2 3 4 5 5 ตอบว่า ครูเฉลยแล้วครับ ครูปลายทางให้คะแนนได้เลยนะ น้ำท่วมปากนะครับ น้ำท่วมปาก พูดได้ไหมครับครูคณิตา ก็ตรงกับถ้อยคำนี่นั่นเอง เป็นคะแนนเสริมนะครับ สิ่งที่เราปราถนามาแล้วครับ ก็คืออะไรนั่นเอง จะให้ทำใบงานนะครับ มีใบงานอยู่ 2 ใบ เรื่อง สำนวนไทย นำใบงานทั้ง 2 ใบขึ้นมานะ เดี๋ยวจะให้ชี้แจงไปพร้อม ๆ กันนะครับ ไปดูใบงานกันเลยนะครับ ใบงานที่ 1 นี่คือใบงานอะไรนะเด็ก ๆ สำนวนชวนคิดใช่ไหม มีกรอบสี่เหลี่ยมนี่ ให้ทำก็คงไม่ทันหรือจะให้ทำ... (คุณครูคณิตา) ให้กลับไปทำเป็นการบ้านค่ะ ให้นักเรียนนะครับ เลือกสำนวนสุภาษิตคำพังเพยที่ชื่นชอบนะ นำมาเขียน แล้วก็บอกความหมาย แล้วก็ยกเรื่องราวต่าง ๆ แล้วก็วาดภาพให้สวยงาม คล้าย ๆ กับพจนานุกรมที่ครูและครูคณิตาให้ทำเลยนะครับ อันนี้ใช้เวลา ครูอยากให้เด็ก ๆ กลับไปรังสรรค์และสร้างสรรค์ที่บ้าน แล้วค่อยนำมาส่งวันรุ่งขึ้นนะครับ อันนี้ใบงานที่ 1 ทำที่บ้านนะ ใบงานนี้ชื่อว่าสำนวนไทย สุภาษิต อันนี้เดี๋ยวทำเลยนะ นำปากกาขึ้นมา เขียนชื่อ เลขที่ ชั้นให้เรียบร้อย เดี๋ยวทำพร้อมกันเลยดีไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ดีไหมคะนักเรียน อะไรนะ ขออีกครั้งค่ะ ดี (คุณครูปรเมษฐ) พร้อมแล้วก็ไปทำกันเลยนะครับ ดูข้อความแล้วเดี๋ยวตอบ เพราะว่าเด็ก ๆ มีคำมาให้เลือกอยู่แล้ว ใส่สำนวนไทยได้เลยครับ ข้อที่ 1 คืออะไรนะ เด็ก ๆ อ่านพร้อมครู ผู้จัดการบอกว่าความลับของบริษัทเราถูกเปิดเผยเพราะ เพราะอะไร เติม 1 2 3 4 5 ตอบว่า(คุณครูคณิตา) เพราะเกลือเป็นหนอนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) หมายความว่าอย่างไรล่ะ (คุณครูคณิตา) หมายความว่าคนสนิทนะคะ ก็คือ คิดทรยศนะคะ ก็คือนำไปขายให้กับบริษัทคู่แข่งนะ ก็ถือว่าเป็นคนทรยศนะ นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) อย่าทำพฤติกรรมเช่นนี้นะครับ ต่อไปต้องอ่านเป็นทำนองเสนาะ เราเกิดมาทั้งที ชีวิตหนึ่ง อย่างหมายพึ่งผู้ใดให้เขาหยัน ควรคนึงพึ่งตนทนกัดฟัน คิดบากบั่นตั้งหน้า มานะนำ บทร้อยกรองนี้ให้ข้อคิดใด 1 2 3 4 5 เฉลยครับ (คุณครูคณิตา) ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ชัดเจนเลย ถามก่อน ใช่สุภาษิตไหม ถูกต้อง เป็นคำพูดที่ดี เป็นการสั่งสอน ต่อมาครูคณิตาอ่านให้เด็ก ๆ ฟังบ้างครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ การศึกษาเล่าเรียนหรือการทำงานใด ๆ ถ้าทุกคนมีความมุ่งมั่นย่อมประสบผลสำเร็จ คำกล่าวนี้ตรงกับสุภาษิตว่า ตรงกับอะไรคะ คุณครูปรเมษฐคะ ข้อนี้ตรงกับสำนวนสุภาษิตว่าอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น เพราะฉะนั้นจงทำ แล้วเธอจะประแล้วเธอจะประสบความสำเร็จนะ ต่อไป เราไม่ควรอาฆาตพยาบาทผู้ใด ควรอภัยให้เขาเพราะ ต้องตอบได้แล้วครับ เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวรเด็กบางคนไปแต่งผิดนะ เวรย่อมระงับด้วยการไม่ทำเวร ทะเลาะกับครูประจำชั้นทันทีนะครับแบบนั้นน่ะ ไม่ได้นะ ต้องทำ ต้องไม่จองเวรนะครับ เป็นคุณธรรมที่ควรปฏิบัติ หมดยังนี่ (คุณครูคณิตา) ยังค่ะ เหลืออีก 1 ข(คุณครูปรเมษฐ) คณิตาอะไรนะ สุริวิภา เธอไม่ควรขับรถด้วยความเร็วนะ เพราะ ต้องตอบได้เลย (คุณครูคณิตา) เพราะความประมาทเป็นหนทางแห่งความตาย (คุณครูปรเมษฐ) ความตายนะครับ ไปสรุปบทเรียนกันดีกว่านะครับ มีคำถามน่าคิดให้นักเรียนได้พิจินพิจารณา สำนวนไทยนี่นะครับ สะท้อนให้เห็นวัฒนธรรมไทยอย่างไร ลองช่วยกันคิดวิเคราะห์ แล้วช่วยกันตอบสิ ครูไม่เรียกนะ ถ้าเรียกแล้วจะหนาวนะ เดี๋ยวซี้ม่องเท่งกันอีก ซี้ม่องเท่งแปลว่าอะไร (คุณครูคณิตา) แปลว่าอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ที่เด็ก ๆ ดูวิดีโอ แปลว่าอะแปลว่า "ตาย" เป็นสำนวนนั่นเอง สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมอย่างไร ตอบกันแล้วใช่ไหม เดี๋ยวคุณครูคณิตาจะบอกครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ สะท้อนให้เห็นความเป็นอยู่ นักเรียนจะเห็ในอดีตค่ะ นักเรียนจะเห็นว่ามือไม่พายเอาเท้าราน้ำ จะแสดงให้เห็นว่าอะไรคะ การสัญจรในสมัยก่อนจะเป็นเกี่ยวกับการเรือและทางบกใช่ไหมคะ ถ้าบกก็จะเป็นเกวียน ก็ทำให้เห็นถึงสภาพสังคม การใช้ชีวิตของคนในสมัยก่อนนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วมันก็สืบนั่นมาเป็นสำวนได้นำมาพูดเปรียบเปรยเปรียบเทียบถึงปัจจุบันใช่ไหมครับ ไปกันต่อ อีกสักข้อเป็นไรไป ประโยชน์ที่ได้จากการศึกษาเรื่อง สำสวนไทยคืออะไร นี่เดี๋ยวช่วยกันตอบเลยดีกว่าไหม เด็ก ๆ ช่วยกันเลย มันได้ประโยชน์อะไรบ้าง การที่ศึกษาสำนวนไทยนะ 1. เราจะสามารถใช้ภาษาพูดหรือถาษาเขียน ในงานเขียนนี่ได้ดีขึ้น โดยนำสำนวนนี่ ไปพูดหรือนำไปเขียน ให้ข้อความหรือการสื่อสารนั้นให้มันชัดเจนยิ่งขึ้น ไปเปรียบเทียบเปรียบเปรยสั่งสอนนั่นเอง (คุณครูคณิตา) ต่อไปสะท้อนควให้เห็นความคิดความเชื่อในสังคมไทยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ดังปรากฏในหลาย ๆ สำนวนด้วยกัน อันนี้คือประโยชน์ที่ได้รับ อันนี้ก็เป็นข้อความ 2 ข้อความ แต่นักเรียรคิดได้เยอะกว่านี้อีก อันนั้นมันก็เป็นเรื่องที่หนูจะได้ซึมซับและนำไปปฏิบัติได้ในอนาคตนะครับ ไปสรุปบทเรียน จบแล้วใช่ไหม บทเรียนครั้งต่อไป เรียนเรื่องอะไรครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เรียนเรื่องจดหมายส่วนตัวค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) จดหมายส่วนตัวนี่แสดงว่าไม่ยุ่งกับใครใช่ไหม มีเลข 1 นี่แสดงว่าเรียน... (คุณครูคณิตา) 2 ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) 2 คาบ เดี๋ยวต้องเตรียมอะไรหรือเปล่าดูสิ (คุณครูคณิตา) สิ่งที่ต้องเตรียมนะคะ ก็คือ ใบงาน เรื่อง รูปแบบจดหมายส่วนตัวค่ะ และให้นักเรียนนะคะ เตรียมดินสอ ยางลบ ไม้บรรทัด รวมถึงคุณครูปลายทางนะคะ เตรียมกระดาษ A4 ไว้ให้ด้วยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เราเรียน เรื่องการเขียนจดหมาย ฉะนั้น สิ่งที่จะต้องเตรียมเพิ่มเติมนะครับ ดวงต ซองจดหมาย อย่าให้ผิดซองนะครับ เดี๋ยวมันจะผิดใจกัน ไปจบแล้ววันนี้ เรื่องสุภาษิตคำพังเพย ครูและครูคณิตาก็ขอลาไปก่อน เดี๋ยวนักเรียนจะสามารถไปดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่ไหนครูคณิตา (คุณครูคณิตา) นักเรียนสามารถดาวน์โหลดข้อมูลไดที่นี่เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้น วันนี้หมดเวลาแล้วอย่าโลเลนะนะครับ เรา 2 คน ขอลานักเรียนไปก่อนนะครับ สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]