﻿1
00:00:18,919 --> 00:00:18,924

2
00:00:18,924 --> 00:00:22,912

3
00:00:22,912 --> 00:00:26,912

4
00:00:26,913 --> 00:00:30,913

5
00:00:30,917 --> 00:00:33,373

6
00:00:33,373 --> 00:00:37,373

7
00:00:38,917 --> 00:00:42,917

8
00:00:42,928 --> 00:00:44,226
(คุณครูปรเมษฐ) นี่ถือว่าเป็น

9
00:00:44,226 --> 00:00:48,226
วันดีกว่าวันใด เอชา เอชา เอชา

10
00:00:48,486 --> 00:00:52,486
เอชา ชา ฉ่า ชา มัน

11
00:00:53,288 --> 00:00:57,288
ถือว่าเป็นวันดี กว่าวันใด

12
00:00:58,740 --> 00:01:01,089
ครูจะไปสอนหนังสือก่อนนักเรียน

13
00:01:01,089 --> 00:01:01,881
จ๋า แล้วก็ได้เวลา

14
00:01:01,881 --> 00:01:05,881
ครูจะต้องไป แล้วพอได้แล้วเวลา

15
00:01:07,636 --> 00:01:11,636
ครูจะไปแล้ว ก็บอกนักเรียน

16
00:01:13,287 --> 00:01:17,287
น้องแก้วให้ชื่น... อะไรนี่โทรศัพท์

17
00:01:17,380 --> 00:01:21,380
นิว ฮัลโหล

18
00:01:23,239 --> 00:01:27,239
ว่าอย่างไรน้องนิว ว่าอย่างไรเพื่อน

19
00:01:31,106 --> 00:01:32,474
โทร. มาแต่เช้าเลยนะ นี่กำลังจะ

20
00:01:32,474 --> 00:01:36,474
ไปทำงานนี่เพิ่งตื่น วันนี้ไปแต่เช้าเลย

21
00:01:37,799 --> 00:01:41,799
เพราะว่าคิดถึงนักเรียนปลายทาง ทำไมล่ะ มีธุระอะไร

22
00:01:44,982 --> 00:01:45,036
โทร. มาแต่เช้านี่ ปรึกษา

23
00:01:45,036 --> 00:01:48,446
ที่บ้านนะ ทำไมล่ะ ข้างบ้านที่มีเด็ก

24
00:01:48,446 --> 00:01:50,485
มาเช่าหรือทำไม มีเด็กนักเรียน

25
00:01:50,485 --> 00:01:54,485
ผู้หญิงมาเช่าบ้าน

26
00:01:58,279 --> 00:01:59,522
กี่คนน่ะ เพื่อน 4 คน

27
00:01:59,522 --> 00:02:01,510
ก็ดีแล้วเขาจะได้มีรายได้

28
00:02:01,510 --> 00:02:05,426
เขาทำไมกันน่ะ

29
00:02:05,426 --> 00:02:09,426
ไม่ไปโรงเรียน แล้ว...

30
00:02:10,069 --> 00:02:14,069
พาผู้ชายเข้ามา

31
00:02:14,851 --> 00:02:18,851
นักเรียนนั่น ป. อะไร ม. อะไรแล้ว

32
00:02:20,347 --> 00:02:24,347
ม. 1 - ม. 2 เองหรือ ในฐานะที่เราเป็นเพื่อนกันนี่นะ

33
00:02:26,837 --> 00:02:30,837
ผมเข้าใจล่ะว่าเพื่อนไม่สบายใจเลยมา

34
00:02:33,765 --> 00:02:36,038
ปรึกษา โทร. มาปรึกษา เขาเสพของมึนเมา สิ่งไม่ดีด้วยหรือ

35
00:02:36,038 --> 00:02:39,194
ข้างบ้านเราเหมือนกันด้วยนี่

36
00:02:39,194 --> 00:02:43,194
แล้วจะให้ทำอย่างไรนี่ เดี๋ยวนะ ๆ

37
00:02:45,524 --> 00:02:49,524
เดี๋ยววันนี้ เดี๋ยวเราขอไปโรงเรียนก่อน

38
00:02:51,877 --> 00:02:54,784
เดี๋ยวไปปรึกษาครูที่สอนคู่กันก่อน ว่าเขามีความเห็น

39
00:02:54,784 --> 00:02:58,784
ว่าอย่างไร แล้วเดี๋ยวพอสอนเสร็จจะโทร. กลับไปให้คำปรึกษา

40
00:02:59,871 --> 00:03:03,871
ขอตัวก่อนนะ นักเรียนปลายทางกำลังรออยู่

41
00:03:05,745 --> 00:03:06,298
สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดี

42
00:03:06,298 --> 00:03:10,298
คุณครูปลายทางและนักเรียนปลายทางทุกคนค่ะ

43
00:03:11,483 --> 00:03:15,483
วันนี้พบกับรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปี

44
00:03:19,061 --> 00:03:23,061
ที่ 6 กับคุณครูคณิตา หนุนอนันต์

45
00:03:26,991 --> 00:03:28,348
ค่ะ และคุณครูปรเมษฐ ศรีกำเหนิด นักเรียนคะ เป็นอย่างไรกันบ้าง ได้ทบทวนหรือเปล่า

46
00:03:28,348 --> 00:03:32,348
ในสิ่งที่เราได้เรียนไป แต่ เอ้ คุณครู

47
00:03:35,075 --> 00:03:39,075
ปรเมษฐคะ เป็นอะไรหรือเปล่าคะ

48
00:03:41,766 --> 00:03:43,733
(คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนครับ ครูขอปรึกษาครู

49
00:03:43,733 --> 00:03:44,038
คณิตาหน่อยนะครับ คือ เมื่อเช้านี้

50
00:03:44,038 --> 00:03:48,038
เพื่อนผมเขาโทร. มาปรึกษาว

51
00:03:54,758 --> 00:03:57,796
่าที่บ้านเขานี่มีนักเรียนผู้หญิงนี่

52
00:03:57,796 --> 00:03:58,642
3 - 4 คน มาเช่าบ้านอยู่ข้างบ้านเขา แล้ว

53
00:03:58,642 --> 00:04:01,849
นักเรียนผู้หญิงพวกนั้นนี่ทำพฤติกรรมไม่เหมาะสม

54
00:04:01,849 --> 00:04:05,849
ครูคณิตา เปิดเพลงบ้าง แล้วก็พาผู้ชายเข้ามา

55
00:04:06,126 --> 00:04:10,126
ในบ้าน แล้วก็ไม่รู้เขาทำอะไรกัน

56
00:04:12,698 --> 00:04:16,698
คราวนี้ในฐานะที่เพื่อนผมอยู่บ้านใกล้เรือนเคียง

57
00:04:16,712 --> 00:04:20,667
เขาก็ไม่สบายใจ เขาเห็นว่าเรานี่เป็นครูนี่ ซึ่งสั่งสอนนักเรียน แล้วก็บอกกับนักเรียน

58
00:04:20,667 --> 00:04:24,667
ที่อยู่ไกล ๆ ได้ เขาโทร. มาปรึกษาผมว่า

59
00:04:27,829 --> 00:04:31,829
จะทำอย่างไรดี ผมก็ไม่รู้จะให้คำตอบเขาอย่างไรดี

60
00:04:33,025 --> 00:04:37,025
เพื่อมาเจอครูคณิตาและหนู ๆ ปลายทางทุกคนนี่ ก็เลยได้วางสายไปก่อน ก็เลยไม่ได้ให้คำปรึกษาเขา

61
00:04:42,768 --> 00:04:43,892
คุณครูคณิตาคิดว่าเรื่องที่เพื่ผมโทร. มานี่

62
00:04:43,892 --> 00:04:45,511
มันดีไหมครับ (คุณครูคณิตา) หากมองในแง่ดี

63
00:04:45,511 --> 00:04:49,511
นะคะ เพื่อนที่พาผู้หญิง...

64
00:04:51,863 --> 00:04:54,648
ที่พาผู้ชายใช่ไหมคะ อาจจะเป็นเพื่อนกันหรือเปล่า

65
00:04:54,648 --> 00:04:58,648
แล้วก็มันเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นนะคะครู

66
00:05:03,039 --> 00:05:07,039
ปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เขาบอกว่าเปิดเพลงเสียงดัง ไม่หลับไม่นอนกลางคืน แล้วเหมือนจะดื่มเครื่องดื่มมึนเมากันด้วย

67
00:05:07,212 --> 00:05:11,212
(คุณครูคณิตา) ดื่มเครื่องดื่มมึนเมาด้วย

68
00:05:12,320 --> 00:05:16,320
เป็นสิ่งที่ดีไหมคะนักเรียน

69
00:05:16,372 --> 00:05:20,024
(คุณครูปรเมษฐ) อีกอย่างเป็นผู้หญิงด้วย (คุณครูคณิตา) เป็นผู้หญิงด้วย ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือ

70
00:05:20,024 --> 00:05:21,951
ผู้ชายการดื่มเครื่องดื่มมึนเมานี่ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่

71
00:05:21,951 --> 00:05:25,951
ไม่ดีนะคะ นักเรียน เอาล่ะค่ะ วันนี้นี่มันจะ

72
00:05:26,302 --> 00:05:30,302
สอดคล้องกับเรื่องที่เราเรียนหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) นั่นสิ

73
00:05:34,463 --> 00:05:35,855
เกี่ยวกับเรื่องการประพฤติปฏิบัติตัวของผู้หญิงนี่

74
00:05:35,855 --> 00:05:39,855
ในปัจจุบันนี่ก็อย่างที่หนู ๆ นั้นได้รู้ว่ามันอาจจะมีผู้หญิงบางคนอาจจะทำ

75
00:05:40,252 --> 00:05:44,252
แบบเช่นที่ครูเล่าให้ครูคณิตาฟังนี่ ครูไม่สบายใจเลย

76
00:05:50,072 --> 00:05:52,619
ที่เพื่อนครูนี่โทร. มาเล่าเรื่องนี้ให้ครูฟัง เรา

77
00:05:52,619 --> 00:05:53,352
หาวิธีการแก้ ซึ่งในฐานะที่เป็นผู้หญิงนี่ไม่เหมาะสม

78
00:05:53,352 --> 00:05:57,352
ใช่ไหมคุณครูคณิตา เพราะฉะนั้น วันนี้นี่ครูจะให้

79
00:06:00,022 --> 00:06:04,022
นักเรียนได้ศึกษากันในเรื่องอะไรคะ

80
00:06:06,492 --> 00:06:08,513
เรื่องสุภาษิตสอนหญิงใช่ไหมคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ ไปกันเลยดีกว่านักเรียน

81
00:06:08,513 --> 00:06:12,513
นักเรียนที่รักของครูครับ ในเรื่องสุภาษิตสอนหญิง

82
00:06:17,694 --> 00:06:21,694
นะครับ ก็จะอยู่ในหนังสือวรรณคดีลำนำ

83
00:06:22,892 --> 00:06:25,987
ตามที่ครูบอกไปเมื่อครั้งก่อน ว่าให้นักเรียนนั้นพกติดตัวมานะครับ ซึ่ง

84
00:06:25,987 --> 00:06:29,987
จะชื่อเรื่องอะไรนะ อย่าอะไรนะ ในหนังสือ (คุณครูคณิตา) อย่า...

85
00:06:31,690 --> 00:06:35,690
อย่าอะไรคะ อย่าชิงสุกก่อนห่ามใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ)

86
00:06:38,406 --> 00:06:40,928
ไม่งามดี นักเรียนเปิดไปแล้ว

87
00:06:40,928 --> 00:06:42,769
จะได้ศึกษาเนื้อเรื่องไปพร้อม ๆ กันนะครับ การที่จะเรียนวรรณคดี

88
00:06:42,769 --> 00:06:46,769
เข้าใจและรู้เรื่องนี้ นักเรียนจะ

89
00:06:50,951 --> 00:06:51,437
ศึกษาการอธิบายความหมายของคำก่อน

90
00:06:51,437 --> 00:06:54,545
จะทำให้นักเรียนนั้นเข้าใจอย่าง

91
00:06:54,545 --> 00:06:58,545
ถ่องแท้ครับ ไปกันเลยครับ เด็ก ๆ ครับ สนทนาประสา

92
00:07:01,705 --> 00:07:05,705
ครู - นักเรียน อย่าชิงสุกก่อนห่ามนะครับ คำนี้ "อย่าชิงสุกก่อนห่าม" นี่

93
00:07:09,599 --> 00:07:10,597
เป็นคำหนึ่งที่นักเรียนนั้นน่าจะเคยได้ยิน นักเรียนปลายทาง

94
00:07:10,597 --> 00:07:14,597
ของครูครับ ใครเคยได้ยิน หรือเคยเห็นคำนี้บ้าง ยกมือ

95
00:07:21,988 --> 00:07:24,337
ขึ้นสูง ๆ เลย เคยได้ยินไหม

96
00:07:24,337 --> 00:07:26,764
คุณครูคณิตาครับ พูดถึงเรื่องอย่าชิงสุกก่อนห่าม

97
00:07:26,764 --> 00:07:30,764
นี่นักเรียน นักเรียนที่เคยได้ยินนี่ ไหนลองเล่าให้กับคุณครูให้กับเพื่อน ๆ ฟังได้ไหม

98
00:07:37,293 --> 00:07:41,293
ว่าอย่าชิงสุกก่อนห่ามนี่

99
00:07:43,090 --> 00:07:47,090
ว่าอย่างไร และเคยได้ยินมาจากใคร ไหนลองเล่าให้ฟังหน่อยสิครับ ได้ฟังนักเรียนเล่าแล้ว

100
00:07:47,380 --> 00:07:51,380
คราวนี้ถามครูคณิตาบ้าง ครูคณิตาเห็นแล้ว

101
00:07:57,670 --> 00:08:00,540
คำนี้นี่ คุณครูคณิตาคิดว่ามีความหมายว่าอย่างไร

102
00:08:00,540 --> 00:08:04,540
แล้วน่าสนใจอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ อาจจะมีความหมายว่าอย่างไรคะ อย่างแรกเลยนะคะ อย่าชิงสุกก่อนห่าม

103
00:08:05,133 --> 00:08:09,133
เราจะใช้กับพวกผลไม้ใช่ไหมคะ ผลไม้

104
00:08:14,647 --> 00:08:15,424
นักเรียนเห็นรูปหรือเปล่าคะ เห็นรูปหรือเปล่าเอ่ย มะม่วงนั่นเองนะคะ อันนี้ก็ยังไม่สุกนะคะ

105
00:08:15,424 --> 00:08:19,424
ถ้ามะม่วงสุกจะเป็นสีเหลืองนั่นเอง

106
00:08:23,792 --> 00:08:27,792
แล้วมันเกี่ยวอะไรล่ะ เกี่ยวอะไรกับสำนวน

107
00:08:30,126 --> 00:08:33,223
เด็ก ๆ ตอบได้ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่แสดงว่าคุณครูคณิตากำลังนำเรื่องผลไม้เข้ามาผูกโยงกับคำนี้ใช่ไหมครับ

108
00:08:33,223 --> 00:08:37,223
(คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ แล้วฝั่งโน้นเป็นมะม่วงอะไร

109
00:08:39,874 --> 00:08:43,874
มันมะม่วงอะไรคะ

110
00:08:46,488 --> 00:08:48,400
(คุณครูปรเมษฐ) มันลักษณะของมันนี่ มันสุก

111
00:08:48,400 --> 00:08:52,400
หรือยัง (คุณครูคณิตา) ก็อย่างที่ครูบอกไปนะคะ ว่ามันยังไม่สุกนะคะ ถ้าผลไม้ หรือว่ามะม่วงนี่

112
00:08:55,079 --> 00:08:59,079
ถ้ามันสุกนะ มะม่วงถ้ามันสุกมันก็จะเป็น

113
00:09:02,600 --> 00:09:04,725
สีเหลืองนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้นี่หวานอร่อย อันนู้นมันจะรู้จักเป็นอย่างไร

114
00:09:04,725 --> 00:09:08,725
เด็ก ๆ ตอบสิครับ มันเปรี้ยวมันฝาด คราวนี้ก็นำมาเปรียบเทียบ มะม่วง

115
00:09:09,914 --> 00:09:13,914
นี่ ดูกันง่าย ๆ นะ มะม่วงนี่ระหว่าง

116
00:09:18,543 --> 00:09:21,011
ที่สุกกับห่ามนี่ นักเรียนว่าอะไร

117
00:09:21,011 --> 00:09:25,011
มันน่าชิมน่าลิ้มลองและอร่อยกว่ากัน ใช่ครับ นักเรียน ก็คิดเช่นเดียวกับครู

118
00:09:26,484 --> 00:09:30,484
สุกนี่รสชาติจะหวาน หอม อร่อย

119
00:09:35,126 --> 00:09:36,646
ใช่ไหมครูคณิตา ส่วนตอนมันห่ามมันอร่อยไหมน่ะ (คุณครูคณิตา) ก็ยังไม่อร่อย

120
00:09:36,646 --> 00:09:40,646
นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ยังไม่อร่อยเท่าที่ควร เพราะฉะนั้น ต้องอยู่ที่ต้น

121
00:09:46,563 --> 00:09:48,656
ของมันก่อนจนกว่ามันจะแก่หรือเข้าฟัก

122
00:09:48,656 --> 00:09:49,714
เราถึงจะสอยมาแล้วก็มารับประทานมันก็จะอร่อย

123
00:09:49,714 --> 00:09:53,714
เปรียบเสมือนตัวคนใช่ไหมครับ คำว่า "ชิงสุกก่อนห่าม"

124
00:09:54,859 --> 00:09:58,859
ถ้าตีเป็นความหมายในสำนวนสุภาษิตนี่

125
00:09:59,606 --> 00:10:03,606
ก็คือแปลว่า... (คุณครูคณิตา) ทำสิ่งที่ไม่สมควรแก่วัย

126
00:10:06,225 --> 00:10:07,715
หรือยังไม่ถึงเวลาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อย่างเช่น มะม่วงห่าม

127
00:10:07,715 --> 00:10:11,715
นั่นเอง ยังไม่ทันอร่อยเลย คนไปสอยมากินแล้ว มันก็ไม่ได้มีรสชาติเป็นที่น่าต้องการ อันนี้นำครับ นำมาผูก

128
00:10:18,277 --> 00:10:22,277
โยงสำนวนไทยกับชีวิตประจำวัน และนำมาเป็นคำสอน

129
00:10:22,647 --> 00:10:25,857
เป็นคำสอนให้นักเรียนนะครับ ไปกันต่อ จุดประสงค์ของเราในวันนี้นะครับ 1. จะต้อง (คุณครูคณิตา) บอกหลักการอธิบาย

130
00:10:25,857 --> 00:10:29,857
ความหมายของคำหรือข้อความได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา)

131
00:10:30,889 --> 00:10:34,889
2. อธิบายของคำศัพท์ในบทเรียนได้ค่ะ

132
00:10:36,253 --> 00:10:40,253
3. เห็นถึงประโยชน์ของคำศัพท์ในบทเรียนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่คือ

133
00:10:41,042 --> 00:10:45,042
สิ่งที่นักเรียนนั้นจะต้องปฏิบัติได้ อย่างที่บอกเมื่อต้นชั่วโมง เมื่อนักเรียนรู้ถึงความหมาย

134
00:10:49,240 --> 00:10:53,240
หรือคำศัพท์ จะทำให้นักเรียนเรียน

135
00:10:53,558 --> 00:10:54,077
อย่างเข้าใจถ่องแท้แล้วมีความสุข อันนี้เป็นจุดประสงค์ที่ต้องเรียนและต้องทราบไว้นะครับ

136
00:10:54,077 --> 00:10:58,077
ไปดูกันต่อเลยดีกว่า สุภาษิตสอนหญิง

137
00:11:03,397 --> 00:11:04,957
อย่าชิงสุกก่อนห่าม ไม่งามดีนี่

138
00:11:04,957 --> 00:11:08,957
สุภาษิตสอนหญิงมา ซึ่งเป็นของ...

139
00:11:11,017 --> 00:11:15,017
ขอสันนิษฐานนะ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานว่า

140
00:11:22,126 --> 00:11:26,046
... สันนิษฐานนี่

141
00:11:26,046 --> 00:11:27,803
แต่งในช่วงรัชกาลที่ 3 - 4 ซึ่งคำว่า "สันนิษฐาน"

142
00:11:27,803 --> 00:11:31,803
อาจจะใช่ก็ได้หรือไม่ใช่ก็ได้ใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่

143
00:11:34,667 --> 00:11:38,667
ค่ะ ความคาดเดานั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อาจจะเป็นขา

144
00:11:39,172 --> 00:11:43,170
ซึ่ง เราไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นของคนชื่อ สุนทร

145
00:11:43,170 --> 00:11:47,170
โดยแท้จริง ใช่ไหมครับ เพราะเป็นการสันนิษฐาน อาจจะเป็นของ

146
00:11:47,181 --> 00:11:49,532
ครู ไม่ได้ฟันธงว่าเป็นของสุนทรภู่ อาจจะเป็นของนายภู่ หรือ

147
00:11:49,532 --> 00:11:50,836
ของกวีท่านอื่นก็ได้นะครับ คุณครูคณิตาครับ

148
00:11:50,836 --> 00:11:54,836
(คุณครูคณิตา) ค่ะ สุภาษิตสอนหญิงนะคะ เป็น

149
00:11:58,256 --> 00:12:02,256
ประเภทคำสอน เพื่อต้องการเป็นเครื่องเตือนสติสอนใจสตรีทุกวัย ครอบคลุมทุกเรื่อง

150
00:12:03,798 --> 00:12:06,417
ทั้งกาย วาจา ใจ ค่ะ ครูคณิตา

151
00:12:06,417 --> 00:12:10,417
ผมมีคำถาม เด็ก ๆ ก็เช่นเดียวกัน ผมเป็น

152
00:12:14,465 --> 00:12:18,465
ครูเป็นผู้ชายน่ะนักเรียน ครูสามารถที่จะศึกษาได้ไหม น่ะ แล้วจะศึกษาไปทำไมน่ะครูคณิตา

153
00:12:18,910 --> 00:12:22,910
(คุณครูคณิตา) ยิ่งเป็นผู้ชายนะคะ อย่าเพิ่งคิดนะคะ

154
00:12:23,228 --> 00:12:27,228
ว่า เรื่องสุภาษิตสอนหญิง ต้องเป็นผู้หญิงเท่า

155
00:12:31,187 --> 00:12:31,309
นั้นเป็นผู้หญิงเท่านั้นที่จะเรียนรู้ ผู้ชายก็สามารถ

156
00:12:31,309 --> 00:12:35,309
ที่จะเรียนรู้ได้ค่ะ เพราะอะไรเอ่ย เพราะว่าสุภาษิตสอนหญิงนี่มันเกี่ยวข้องทั้งชายและหญิง

157
00:12:41,607 --> 00:12:43,607
ฉะนั้น ผู้ชายก็ควรที่จะเรียนรู้

158
00:12:43,607 --> 00:12:44,717
ที่เหมาะและไม่เหมาะสมในการประพฤติกับ

159
00:12:44,717 --> 00:12:48,298
ผู้หญิงนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้น

160
00:12:48,298 --> 00:12:52,298
คงเข้าใจแล้วนะ ว่าคนอย่างเรา ๆ ต้องเรียนเช่น

161
00:12:56,622 --> 00:13:00,622
เดียวกันนะครับ เด็กผู้ชาย

162
00:13:01,450 --> 00:13:03,573
ไม่ใช่นะครับ คำสอนต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่ในเรื่อง

163
00:13:03,573 --> 00:13:07,573
สุภาษิตสอนหญิงนี่นะ มัน

164
00:13:09,437 --> 00:13:13,437
ยังทันสมัย ก็คือแต่งเมื่อ 200 - 300 ปีที่แล้วน่ะ

165
00:13:14,363 --> 00:13:16,767
แต่ในปัจจุบันนี้ยังนำมาใช้ได้

166
00:13:16,767 --> 00:13:20,767
ที่ผู้หญิงควรกระทำ จึงจะต้องเรียน ยังสอดคล้องกับค่านิยมอยู่และก็ยังสอดคล้องกับขนบ

167
00:13:27,209 --> 00:13:30,888
ธรรมเนียมประเพณีไทยเสมอมา พูดง่าย ๆ ว่ามันเป็นอกาลิโก

168
00:13:30,888 --> 00:13:34,888
มันไม่จำกัดการเวลา มันเหนือการเวลา

169
00:13:35,389 --> 00:13:39,389
ที่จะใช้ได้ยาวไปเลย แปลว่า ไม่ การลิโก แปลว่า กาลเวลา เป็นคำบาลีนะครับ ให้นักเรียน

170
00:13:44,796 --> 00:13:48,796
ได้รับรู้ไว้ คำเหล่านี้อ่านว่าอย่างไร

171
00:13:51,217 --> 00:13:53,438
ไปดูกันเลยครูคณิตาและเด็ก ๆ ครับ คุณครูคณิตาอ่านพร้อม ๆ กับเด็ก ๆ หน่อย (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คะ อ่าน

172
00:13:53,438 --> 00:13:56,804
พร้อม ๆ กันเลยค่ะ คำแรกอ่านว่า "

173
00:13:56,804 --> 00:14:00,804
อินังขังขอบ"

174
00:14:01,743 --> 00:14:05,743
แปลว่าอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) อินังขังขอบ

175
00:14:05,966 --> 00:14:09,966
ทำให้เกิดเครื่องหมาย ? ในหัวอีกแล้วนะครับ

176
00:14:12,079 --> 00:14:16,079
มันหมายความว่าอย่างไร (คุณครูคณิตา) ก็คือข้อสงสัยใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ

177
00:14:19,232 --> 00:14:23,155
เด็ก ๆ สงสัยเหมือนครูไหมครับ

178
00:14:23,155 --> 00:14:26,373
มันแปลว่าอะไรล่ะ (คุณครูคณิตา) ยังค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่รู้หรือครับ คำนี้อ่านว่าอะไรครับเด็ก ๆ

179
00:14:26,373 --> 00:14:30,373
(คุณครูคณิตา) คำนี้อ่านว่า "ประ-จ๋อ-ประ-แจ๋"

180
00:14:33,512 --> 00:14:37,512
ประจ๋อประแจ๋ เด็ก ๆ อ่านทวนสิคะ

181
00:14:38,321 --> 00:14:40,903
อ่านว่าอะไรเอ่ย อ่านว่า "ประ-จ๋อ-ประ-แจ๋"

182
00:14:40,903 --> 00:14:44,903
(คุณครูปรเมษฐ) นี่อีกน่ะ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คะ อ่านพร้อม ๆ กับครูค่ะ

183
00:14:49,226 --> 00:14:53,226
ก็คือลำไพ่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ลำไพ่คืออย่างไรครับ ลำ

184
00:14:54,736 --> 00:14:58,736
ไพ่อย่างไรล่ะครับ เป็นการพนันหรือเปล่า (คุณครูคณิตา)

185
00:14:59,047 --> 00:15:02,969
เหมือนกันค่ะ คุณครูคณิตาก็ไม่ทราบนะคะ เดี๋ยว

186
00:15:02,969 --> 00:15:06,258
เรียนรู้พร้อม ๆ กันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ล่ะ เป็นจุดประสงค์ที่จะรู้ความ

187
00:15:06,258 --> 00:15:10,258
หมาย ถ้าเราไม่รู้ความหมายนี่ เจอคำ "อินังขังขอบ

188
00:15:10,481 --> 00:15:13,793
" นักเรียนก็ไม่สามารถที่จะบอกได้ ก็ไม่เข้าใจนะครับ คำเหล่านี้มีความหมายว่าอย่างไร

189
00:15:13,793 --> 00:15:17,793
เข้าใจหรือไม่ ตามที่ครูนั้นได้บอกนั่นเอง บางคนอาจ

190
00:15:21,511 --> 00:15:22,393
จะรู้ความหมายก็ได้ แต่คนที่ไม่รู้ล่ะ

191
00:15:22,393 --> 00:15:26,393
แล้วจะเข้าใจในบทร้อยกรองนั้นอย่างไร สำคัญไหมครับ ครูคณิตา

192
00:15:29,509 --> 00:15:32,628
เด็ก ๆ ครับ สำคัญ ครูก็หามาให้ อินังขังขอบ แปลว่า

193
00:15:32,628 --> 00:15:36,628
อย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ อินังขังขอบนะคะ

194
00:15:40,902 --> 00:15:44,541
คืออะไร คะนักเรียน การเอาใจใส่, เอาใจช่วย,

195
00:15:44,541 --> 00:15:45,267
ดูแล, เหลียวแลนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

196
00:15:45,267 --> 00:15:49,249
ถ้าเกิดคุณครูคณิตาสอนนักเรียนอยู่ คุณครูคณิตา

197
00:15:49,249 --> 00:15:53,249
เป็นผู้ที่มีความอินังขังขอบกับนักเรียน ก็หมายถึง

198
00:15:58,100 --> 00:16:02,100
มีความเข้าใจใส่อะไรอย่างนี้ใช่ไหมครับ ผมอยากมีคนมาอินังขังขอบบ้างจังเลย ต่อไป

199
00:16:02,247 --> 00:16:05,130
คำว่า (คุณครูคณิตา) "ประจ๋อประแจ๋" (คุณครูปรเมษฐ)

200
00:16:05,130 --> 00:16:09,130
หมายความว่าอย่างไร อาการที่พูดเอาอกเอาใจ

201
00:16:12,298 --> 00:16:12,791
หรือประจบประแจง นักเรียนคิดว่ามีความหมาย

202
00:16:12,791 --> 00:16:16,791
เป็นเชิงลบหรือเชิงบวก พูดจาประจ๋อประแจ๋นี่

203
00:16:17,829 --> 00:16:21,829
มันเป็นเชิงลบ ไม่ค่อยดีนะครับ

204
00:16:22,433 --> 00:16:26,433
มันก็เป็นพฤติกรรมที่ไม่ควรนะครับ ต่อไปครับ

205
00:16:31,295 --> 00:16:32,676
ลำไพ่ อันนี้น่าสนใจมาก แปลว่าอะไรครับ

206
00:16:32,676 --> 00:16:36,676
(คุณครูคณิตา) ลำไพ่นะคะ ก็คือเงิน หรือผลประโยชน์ที่หาได้เป็นพิเศษค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อย่างเช่น

207
00:16:40,138 --> 00:16:43,172
ครู ครูมีอาชีพเป็นครู

208
00:16:43,172 --> 00:16:44,075
พอถึงเวลาตอนเย็น ครูขับรถ

209
00:16:44,075 --> 00:16:48,075
มอเตอร์ไซค์รับจ้าง รถจักรยานยนต์รับจ้างนี่

210
00:16:51,809 --> 00:16:52,964
อันนี้ถือเป็นลำไพ่ไหม (คุณครูคณิตา) เป็นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

211
00:16:52,964 --> 00:16:56,964
ครูคณิตามีความสามารถในการทำกับข้าว

212
00:17:01,229 --> 00:17:05,229
สอนนักเรียน กลับไปทำกับข้าวส่งขายก็ถือว่าเป็นลำไพ่เช่นกัน

213
00:17:06,446 --> 00:17:10,446
(คุณครูคณิตา) เป็นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ลำไพ่นั่นเอง สามารถใช้ได้นะ ปัจจุบันยังพูดกันอยู่นะ ลำไพ่นี่

214
00:17:14,312 --> 00:17:17,861
มาร่วมกันคิด พิจารณา

215
00:17:17,861 --> 00:17:18,430
ของคำศัพท์นี่มันมีประโยชน์อย่างไร ตอบคำถาม

216
00:17:18,430 --> 00:17:22,430
ครับ นักเรียนก็ตอบ

217
00:17:26,712 --> 00:17:30,712
ครูคณิตา เด็ก ๆ บอกมีประโยชน์อย่างไร (คุณครูคณิตา) อย่างแรก

218
00:17:35,222 --> 00:17:38,545
นักเรียน สิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้จากคำศัพท์ต่าง ๆ นี่จะช่วยให้นักเรียนนะคะ

219
00:17:38,545 --> 00:17:42,545
ก็คือเข้าใจเรื่องที่อ่านได้ง่ายค่ะ หลังจากนั้น

220
00:17:45,453 --> 00:17:49,453
นะคะ มีอะไรอีกคะ (คุณครูปรเมษฐ) หลังจากนั้นใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ

221
00:17:49,538 --> 00:17:51,266
หลังจากนั้นก็เป็นผู้ที่มีความรู้นะคะ จากการ

222
00:17:51,266 --> 00:17:51,638
อ่านเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างมีความสุขนั่นเองค่ะ

223
00:17:51,638 --> 00:17:55,638
(คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ก็คือการที่เรารู้ความหมายของคำใช่ไหมครับ

224
00:17:57,236 --> 00:18:01,236
ต่อไปให้นักเรียนช่วยกันเสนอความหมายของคำศัพท์

225
00:18:06,681 --> 00:18:07,369
ที่อยู่ในบทเรียน ว่าเราสามารถที่จะ

226
00:18:07,369 --> 00:18:07,416
ค้นหาความหมายของคำได้จากที่ใดบ้าง

227
00:18:07,416 --> 00:18:11,416
เด็ก ๆ ตอบสิครับ ค้นได้จากที่ใดบ้าง

228
00:18:13,590 --> 00:18:17,590
(คุณครูคณิตา) ที่ใดเอ่ย อย่างแรกนะคะนักเรียน

229
00:18:20,789 --> 00:18:24,156
(คุณครูปรเมษฐ) จากที่ไหนครับ (คุณครูคณิตา) อย่างแรกต้องไปค้นหาที่พจนานุกรม

230
00:18:24,156 --> 00:18:27,402
ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา) แล้วก็คาดเดาความหมายของคำ

231
00:18:27,402 --> 00:18:31,402
จากบริบทข้างเคียงค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ซึ่งบางคำ

232
00:18:32,114 --> 00:18:36,114
ไม่มีความหมายในพจนานุกรม เราก็

233
00:18:38,411 --> 00:18:39,649
มันน่าจะหมายความว่าอย่างไรนั่นเองนะครับ เดี๋ยวเราไปทำกิจกรรมกันนะครับนักเรียน

234
00:18:39,649 --> 00:18:41,089
เดี๋ยวเราจะไปทำกิจกรรมกันนักเรียน

235
00:18:41,089 --> 00:18:45,089
ค้นหาคำศัพท์จากเรื่อง อย่าชิงสุกก่อนห่าม

236
00:18:48,550 --> 00:18:52,550
ไม่งามดี โดยนำคำศัพท์ พร้อมความหมายนี่นะครับ

237
00:18:55,247 --> 00:18:56,374
ขึ้นมาเขียนบนกระดานให้ได้มากที่สุดเลย แล้วจากนั้นก็ให้เขียนคำและความหมายลงใน

238
00:18:56,374 --> 00:19:00,374
สมุดของตนเอง ให้เป็นพจนานุกรมคำศัพท์ประจำเรื่อง

239
00:19:04,800 --> 00:19:08,315
โดยการอย่างไรครับนักเรียน ให้หาคำศัพท์ก่อน

240
00:19:08,315 --> 00:19:11,135
ลุกขึ้นไปเขียนบนกระดาน หรือไปเขียนบนกระดาน

241
00:19:11,135 --> 00:19:11,312
ดำให้ได้มากที่สุดแล้วแปลความหมายด้วย เมื่อนักเรียน

242
00:19:11,312 --> 00:19:15,312
ช่วยกันหา ครูคณิตาคิดว่าจะได้คำศัพท์เยอะไหมครับ

243
00:19:19,194 --> 00:19:23,194
(คุณครูคณิตา) เยอะค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ได้เยอะ เพราะนักเรียนช่วยกันหา

244
00:19:27,151 --> 00:19:30,765
นักเรียนมี 30 อาจจะได้คำศัพท์ถึง 60 คำ (คุณครูคณิตา) ถ้า

245
00:19:30,765 --> 00:19:31,495
นักเรียนมีน้อยนะคะ นักเรียนก็สามารถหาคำศัพท์

246
00:19:31,495 --> 00:19:34,165
เพิ่มเติมได้นะคะ จากคนละ 2 คำ เป็นคนละ 50 คำ หรือว่า

247
00:19:34,165 --> 00:19:38,165
ตามที่นักเรียนอยากที่จะเรียนรู้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

248
00:19:43,372 --> 00:19:45,729
คุณครูคณิตาเจอก่อนครูปรเมษฐ แล้วครูปรเมษฐกำลังจะหาคำนั้นอยู่พอดีจะได้ไหม

249
00:19:45,729 --> 00:19:48,143
(คุณครูคณิตา) ถ้าให้ดีนะคะ ก็จะเปลี่ยนคำนะคะ

250
00:19:48,143 --> 00:19:52,143
เพื่อที่จะได้เรียนรู้คำศัพท์ที่หลากหลายค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

251
00:19:59,390 --> 00:20:03,390
นักเรียนจะได้องค์ความรู้ในคลังคำศัพท์ของนักเรียนเป็นอย่างมาก (คุณครูคณิตา) ค่ะ ในส่วนของคุณครูปลายทางนะคะ ก็ดูแล

252
00:20:06,838 --> 00:20:10,838
การทำกิจกรรมของนักเรียนค่ะ ให้คำแนะนำนักเรียนหา

253
00:20:15,381 --> 00:20:17,676
กเกิดความข้องใจค่ะ และให้ความช่วยเหลือ

254
00:20:17,676 --> 00:20:18,291
นักเรียนหากนักเรียนเกิดปัญหาต่าง ๆ ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ

255
00:20:18,291 --> 00:20:22,291
เดี๋ยวครูจะให้นักเรียนทำกิจกรรมนี้นะครับ ให้นักเรียนหาคำ

256
00:20:22,471 --> 00:20:26,471
ศัพท์ในเรื่อง อย่าชิงสุกก่อนห่ามไม่งามดี

257
00:20:29,830 --> 00:20:30,385
เพราะฉะนั้น ไม่ได้มากเลยให้เวลาทำกี่นาทีดีครู

258
00:20:30,385 --> 00:20:34,385
คณิตา (คุณครูคณิตา) กี่นาทีดีคะ (คุณครูปรเมษฐ)

259
00:20:35,239 --> 00:20:39,239
สัก... (คุณครูคณิตา) 10 นาทีดีไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ได้ครับ 10 นาที

260
00:20:42,517 --> 00:20:46,517
เพราะฉะนั้น ตั้งใจทำงาน และทำอย่างมีความสุขครับ

261
00:20:47,107 --> 00:20:51,107
ลงมือ [เสียงดนตรี]

262
00:20:55,403 --> 00:20:59,403

263
00:20:59,408 --> 00:21:03,408

264
00:21:07,405 --> 00:21:11,405

265
00:21:11,409 --> 00:21:15,408

266
00:21:15,408 --> 00:21:19,408

267
00:21:19,411 --> 00:21:23,411

268
00:21:23,413 --> 00:21:27,413

269
00:21:27,415 --> 00:21:31,415

270
00:21:31,415 --> 00:21:35,415

271
00:21:35,436 --> 00:21:39,435

272
00:21:39,435 --> 00:21:43,435

273
00:21:43,439 --> 00:21:47,439

274
00:21:47,441 --> 00:21:51,441

275
00:21:51,448 --> 00:21:55,444

276
00:21:55,444 --> 00:21:59,444

277
00:21:59,445 --> 00:22:03,445

278
00:22:03,447 --> 00:22:07,446

279
00:22:07,446 --> 00:22:11,446

280
00:22:11,450 --> 00:22:15,450

281
00:22:15,452 --> 00:22:19,452

282
00:22:19,452 --> 00:22:23,452

283
00:22:23,454 --> 00:22:27,454

284
00:22:27,460 --> 00:22:31,460

285
00:22:31,464 --> 00:22:35,464

286
00:22:35,481 --> 00:22:39,481

287
00:22:39,481 --> 00:22:43,470

288
00:22:43,470 --> 00:22:47,470

289
00:22:47,476 --> 00:22:51,474

290
00:22:51,474 --> 00:22:55,474

291
00:22:55,477 --> 00:22:59,474

292
00:22:59,474 --> 00:23:03,474

293
00:23:03,477 --> 00:23:07,477

294
00:23:07,478 --> 00:23:11,478

295
00:23:11,494 --> 00:23:15,492

296
00:23:15,492 --> 00:23:19,492

297
00:23:19,504 --> 00:23:23,491

298
00:23:23,491 --> 00:23:27,491

299
00:23:27,496 --> 00:23:31,496

300
00:23:31,498 --> 00:23:35,498

301
00:23:35,500 --> 00:23:39,500

302
00:23:39,507 --> 00:23:43,507

303
00:23:43,509 --> 00:23:47,508

304
00:23:47,508 --> 00:23:51,508

305
00:23:51,510 --> 00:23:55,510

306
00:23:55,514 --> 00:23:59,512

307
00:23:59,512 --> 00:24:03,512

308
00:24:03,517 --> 00:24:07,517

309
00:24:07,519 --> 00:24:11,519

310
00:24:11,522 --> 00:24:15,522

311
00:24:15,522 --> 00:24:19,522

312
00:24:19,524 --> 00:24:23,524

313
00:24:23,527 --> 00:24:27,527

314
00:24:27,528 --> 00:24:31,528

315
00:24:31,531 --> 00:24:35,531

316
00:24:35,533 --> 00:24:39,533

317
00:24:39,534 --> 00:24:43,534

318
00:24:43,537 --> 00:24:47,536

319
00:24:47,536 --> 00:24:51,536

320
00:24:51,542 --> 00:24:55,542

321
00:24:55,543 --> 00:24:59,543

322
00:24:59,548 --> 00:25:03,548

323
00:25:03,552 --> 00:25:07,552

324
00:25:07,555 --> 00:25:11,555

325
00:25:11,562 --> 00:25:15,557

326
00:25:15,557 --> 00:25:19,557

327
00:25:19,557 --> 00:25:23,557

328
00:25:23,559 --> 00:25:27,559

329
00:25:27,560 --> 00:25:31,560

330
00:25:31,565 --> 00:25:35,565

331
00:25:35,574 --> 00:25:39,566

332
00:25:39,566 --> 00:25:43,566

333
00:25:43,569 --> 00:25:47,569

334
00:25:47,576 --> 00:25:51,575

335
00:25:51,575 --> 00:25:55,575

336
00:25:55,575 --> 00:25:59,575

337
00:25:59,577 --> 00:26:03,577

338
00:26:03,582 --> 00:26:07,582

339
00:26:07,595 --> 00:26:11,590

340
00:26:11,590 --> 00:26:15,590

341
00:26:15,590 --> 00:26:19,590

342
00:26:19,591 --> 00:26:23,591

343
00:26:23,595 --> 00:26:27,595

344
00:26:27,597 --> 00:26:31,597

345
00:26:31,601 --> 00:26:35,600

346
00:26:35,600 --> 00:26:39,600

347
00:26:39,601 --> 00:26:43,601

348
00:26:43,609 --> 00:26:47,608

349
00:26:47,608 --> 00:26:51,608

350
00:26:51,608 --> 00:26:55,608

351
00:26:55,611 --> 00:26:59,611

352
00:26:59,614 --> 00:27:03,614

353
00:27:03,615 --> 00:27:07,615

354
00:27:07,618 --> 00:27:11,618

355
00:27:11,621 --> 00:27:15,621

356
00:27:15,621 --> 00:27:19,621

357
00:27:19,624 --> 00:27:23,624

358
00:27:23,625 --> 00:27:27,625

359
00:27:27,631 --> 00:27:31,626

360
00:27:31,626 --> 00:27:35,626

361
00:27:35,630 --> 00:27:39,630

362
00:27:39,635 --> 00:27:43,635

363
00:27:43,649 --> 00:27:47,639

364
00:27:47,639 --> 00:27:51,639

365
00:27:51,645 --> 00:27:55,645

366
00:27:55,648 --> 00:27:59,648

367
00:27:59,648 --> 00:28:03,648

368
00:28:03,649 --> 00:28:07,649

369
00:28:07,651 --> 00:28:11,651

370
00:28:11,653 --> 00:28:15,653

371
00:28:15,655 --> 00:28:19,655

372
00:28:19,656 --> 00:28:23,656

373
00:28:23,657 --> 00:28:27,657

374
00:28:27,664 --> 00:28:31,664

375
00:28:31,664 --> 00:28:35,664

376
00:28:35,665 --> 00:28:39,665

377
00:28:39,666 --> 00:28:43,666

378
00:28:43,671 --> 00:28:47,670

379
00:28:47,670 --> 00:28:51,670

380
00:28:51,672 --> 00:28:55,672

381
00:28:55,677 --> 00:28:59,677

382
00:28:59,678 --> 00:29:03,678

383
00:29:03,679 --> 00:29:07,679

384
00:29:07,690 --> 00:29:11,690

385
00:29:11,693 --> 00:29:15,693

386
00:29:15,696 --> 00:29:19,695

387
00:29:19,695 --> 00:29:23,695

388
00:29:23,696 --> 00:29:27,696

389
00:29:27,699 --> 00:29:31,699

390
00:29:31,700 --> 00:29:35,700

391
00:29:35,701 --> 00:29:39,701

392
00:29:39,703 --> 00:29:43,703

393
00:29:43,705 --> 00:29:47,705

394
00:29:47,706 --> 00:29:51,706

395
00:29:51,710 --> 00:29:55,710

396
00:29:55,711 --> 00:29:59,711

397
00:29:59,729 --> 00:30:03,718

398
00:30:03,718 --> 00:30:07,718

399
00:30:07,719 --> 00:30:11,719

400
00:30:11,724 --> 00:30:15,723

401
00:30:15,723 --> 00:30:19,723

402
00:30:19,724 --> 00:30:23,724

403
00:30:23,727 --> 00:30:27,726

404
00:30:27,726 --> 00:30:31,726

405
00:30:31,735 --> 00:30:35,730

406
00:30:35,730 --> 00:30:39,730

407
00:30:39,730 --> 00:30:43,358

408
00:30:43,358 --> 00:30:47,358

409
00:30:47,737 --> 00:30:51,737
(คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนครับ ครูเชื่อว่าหนู ๆ

410
00:30:53,919 --> 00:30:57,793
ค้นหาคำศัพท์ได้อย่างเป็นจำนวนมากเลย แล้วทุกคนก็จะมีองค์ความรู้เต็มคลังคำศัพท์

411
00:30:57,793 --> 00:31:01,793
ประดับสติปัญญา สามารถใช้ได้ตลอดชีวิต

412
00:31:03,488 --> 00:31:07,488
เชื่อว่าอย่างนั้นนะครับ เพราะฉะนั้น ครูก็

413
00:31:08,585 --> 00:31:12,585
ค้นหาคำศัพท์เช่นเดียวกันในช่วงเวลา 10 นาทีนี่

414
00:31:12,871 --> 00:31:14,674
จะนำเสนอให้นักเรียนได้ดู

415
00:31:14,674 --> 00:31:18,674
แล้วก็ถ้าเกิดนักเรียนไม่มีคำเหล่านี้ ให้นักเรียนทำอย่างไรครับครูคณิตา

416
00:31:21,481 --> 00:31:25,481
(คุณครูคณิตา) ให้จดเพิ่มเติมลงไปในสมุด

417
00:31:27,098 --> 00:31:27,890
แต่ถ้ามีแล้ว (คุณครูคณิตา) ถ้ามีแล้วก็สามารถ

418
00:31:27,890 --> 00:31:28,041
เขียนคำอธิบายเพิ่มเติมไปก็ได้นะคะ (คุณครูปรเมษฐ)

419
00:31:28,041 --> 00:31:32,041
เพราะฉะนั้น เดี๋ยวเราไปดูกันเลยว่าครูค้นหาคำไหน

420
00:31:37,539 --> 00:31:41,423
เสนอนักเรียนบ้าง ไปเลย คำนี้

421
00:31:41,423 --> 00:31:45,423
อ่านว่าอะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) อ่านว่า "สาว-แส้" ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

422
00:31:45,968 --> 00:31:49,968
สาวแส้มาจากบทกลอนตัวนี้นะครับ หมายความว่าอย่างไรเด็ก ๆ

423
00:31:53,940 --> 00:31:57,940
ครับ ตอบความหมายก่อน เชื่อว่าหลาย ๆ คนต้องเจอ

424
00:31:59,239 --> 00:32:01,306
แปลว่า... แปลว่าอะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) แปลว่า

425
00:32:01,306 --> 00:32:05,306
หญิงสาวค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) กล่าวถึงผู้หญิงนี่ใช้คำว่า "สาวแส้" ก็ได้ คำ

426
00:32:05,854 --> 00:32:07,483
โบราณ โบราณนี่ใช่ ซ. โซ่ ด้วย

427
00:32:07,483 --> 00:32:11,483
นะครับ แต่ว่าปัจจุบันนี้ใช้ ส. เสือ

428
00:32:14,470 --> 00:32:18,470
ถ้าใช้ ซ. โซ้ ต้องใช้ไม้อะไร

429
00:32:19,243 --> 00:32:22,170
ไม้เอกนะ เพราะ ซ. โซ่เป็นอักษรต่ำ ไปกันต่อ ดูคำต่อไปนะว่าตรงกันหรือไม่

430
00:32:22,170 --> 00:32:26,170
อินทรีย์ อินทรีย์ตัวนี้นี่

431
00:32:30,572 --> 00:32:30,739
ในบริบท ตรงนี้หมายความว่า...

432
00:32:30,739 --> 00:32:34,739
(คุณครูคณิตา) หมายถึงอะไรคะ หมายถึงร่างกายนั่นเองค่ะ

433
00:32:39,783 --> 00:32:42,380
(คุณครูปรเมษฐ) หมายถึงร่างกายนะครับ อย่างเช่น เรา 2 คน

434
00:32:42,380 --> 00:32:46,380
มีอินทรีย์นะ ร่างกายของเรานี่

435
00:32:46,580 --> 00:32:47,196
คำว่า "ฉวี"อ่านว่าอะไร (คุณครูคณิตา) อ่าน

436
00:32:47,196 --> 00:32:48,112
ดูสิคะ อ่านว่า

437
00:32:48,112 --> 00:32:52,112
ฉะ-หวี ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ฉวี

438
00:32:53,643 --> 00:32:57,643
เป็นคำโบราณนะ ฉวี

439
00:32:58,504 --> 00:33:02,504
(คุณครูปรเมษฐ) ต้องถามเด็ก ๆ ก่อนดีไหม เด็ก ๆ ตอบครับ เชื่อว่าเด็ก ๆ

440
00:33:03,230 --> 00:33:05,082
ต้องเจอ แปลว่าเยี่ยมครับนักเรียน แปลว่า

441
00:33:05,082 --> 00:33:08,888
ผิวกาย ดูฉวี

442
00:33:08,888 --> 00:33:12,888
แสดงว่าผิวกายนี่เป็นที่คนเห็น

443
00:33:19,617 --> 00:33:19,816
ก่อนเลยใช่ไหม ผิวหน้าก็เรียกว่าฉวีใช่ไหม เป็นผิวหน้าผิวกายเหมือนกันนะครับ เพิ่มเติมไปนะครับ

444
00:33:19,816 --> 00:33:23,816
คำต่อไป (คุณครูคณิตา) คำว่า "พงศา" ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

445
00:33:27,220 --> 00:33:31,220
พงศา

446
00:33:33,576 --> 00:33:34,728
หมายความว่าอย่างไรนักเรียน

447
00:33:34,728 --> 00:33:37,666
หมายความว่า... ยังไม่ยอมตอบ ยังไม่ยอมตอบ

448
00:33:37,666 --> 00:33:40,048
หมายความว่าอย่างไร ตอบครับ

449
00:33:40,048 --> 00:33:44,048
(คุณครูคณิตา) หมายความว่าผู้มีชาติสกุล

450
00:33:51,257 --> 00:33:51,759
หรือว่าเชื้อสายสกุลค่ะ ทำไมพงศา

451
00:33:51,759 --> 00:33:52,266
เขาถึงหมายถึงสิ่งเหล่านี้ล่ะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ความหมายของเขา

452
00:33:52,266 --> 00:33:56,266
แปลว่าสกุล คุณครูคณิตาเคยได้ยิน

453
00:34:03,230 --> 00:34:06,557
คำว่า "วงศาขนาญาติ" ไหม

454
00:34:06,557 --> 00:34:10,557
หรือพงศาขนาญาติ (คุณครูคณิตา) เคยได้ยินค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) หมายถึงชื่อสกุลเร

455
00:34:11,810 --> 00:34:15,498
านั่นเอง ไม่รู้ว่าวงศาคณาญาติของครูคณิตาอยู่ที่ไหนใช่ไหม ก็หมายถึงว่าผมถามว่า

456
00:34:15,498 --> 00:34:19,498
ต้นสกุลหรือว่าบรรพบุรุษของครูคณิตา

457
00:34:23,755 --> 00:34:25,725
อยู่จังหวัดอะไรประมาณนั้นนะครับ ทำไมครูพูด

458
00:34:25,725 --> 00:34:29,299
คำว่า "วงศา" ล่ะ ทำไมไม่พูด พงศา

459
00:34:29,299 --> 00:34:30,672
พ. พาน กับ ว. แหวน ถ้าในภาษาบาลีนะ

460
00:34:30,672 --> 00:34:34,672
พ. พาน กับ ว. แหวน คือ... (คุณครูคณิตา) คืออะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) คือ

461
00:34:39,818 --> 00:34:43,288
เราจะแผงกันไปกันมาได้ อย่างคำว่า "พระ"

462
00:34:43,288 --> 00:34:47,288
พ-ร-ะ พระ ถ้าแผลง ก็คือใช้ ว. แหวน ร. เรือ

463
00:34:50,896 --> 00:34:52,450
เช่นเดียวกัน หมายความว่าอย่างเดียวกันเลย

464
00:34:52,450 --> 00:34:53,894
เกร็ดความรู้เพิ่มเติมนะครับ

465
00:34:53,894 --> 00:34:57,295
(คุณครูคณิตา) คำต่อมานะคะ เสนอคำว่า

466
00:34:57,295 --> 00:35:01,295
"ปรารมภ์" ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ปรารมภ์ (คุณครูคณิตา) ออกเสียงให้ชัด

467
00:35:05,673 --> 00:35:09,673
นะคะ ออกเสียงอีกครั้งนะคะ

468
00:35:10,645 --> 00:35:14,645
(คุณครูปรเมษฐ) ปรารมภ์ ต้องมี ร. เรือ กระดกลิ้น

469
00:35:14,716 --> 00:35:15,240
นะครับ หมายความว่าอย่างไร เด็ก ๆ ตอบก่อน หมายความว่า...

470
00:35:15,240 --> 00:35:19,240
หมายความว่า ๆ (คุณครูคณิตา) หมายความว่าวิตกกังวล

471
00:35:27,814 --> 00:35:31,814
รำพึงหรือว่าครุ่นคิดค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อย่างเช่นที่ครูคณิตาบอกว่า

472
00:35:33,864 --> 00:35:37,864
วันนี้ฉันปรารมภ์เรื่อง สุภาษิต

473
00:35:39,007 --> 00:35:42,947
เลย หมายถึงว่าครุ่นคิดใช่ไหมครับ ว่าจะสอน

474
00:35:42,947 --> 00:35:45,579
ประมาณนั้นหรือเปล่าครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ ก็มีความครุ่นคิดนะคะ

475
00:35:45,579 --> 00:35:49,579
มีความวิตกกังวลเล็กน้อยนะคะ ที่จะให้นักเรียนนี่เข้าใจเนื้อหาได้อย่างถ่อง

476
00:35:52,788 --> 00:35:56,788
แท้และชัดเจน และนำพฤติกรรมเหล่านั้นมาใช้

477
00:35:59,846 --> 00:36:03,846
(คุณครูปรเมษฐ) นั่นสิครับ เลยเลือกใช้คำนี้มาพูด

478
00:36:03,849 --> 00:36:05,046
ครูก็ไม่รู้ความหมายจึงต้องเปิดหา ต่อไป

479
00:36:05,046 --> 00:36:09,046
คำว่า "ไพล่ พอ-ลอ-ไอ-ไพล"

480
00:36:11,632 --> 00:36:13,970
ไพล ไม้เอก ไพล่

481
00:36:13,970 --> 00:36:17,970
ไพล่ตัวนี้แปลว่า... แทนที่จะเป็น

482
00:36:19,861 --> 00:36:23,861
กลับเป็นอีกอย่างหนึ่ง อย่างเช่น แทนที่จะข้าวนี่ ไพล่ไปกินก๋วยเตี๋ยว

483
00:36:24,918 --> 00:36:28,480
คือ มันเปลี่ยนไป

484
00:36:28,480 --> 00:36:32,480
เด็ก ๆ เข้าใจความหมายไหม อาจจะเอาไปแต่งประโยคก็ได้นะครับ จะได้เข้าใจมากยิ่งขึ้น

485
00:36:35,863 --> 00:36:39,863
ถ่องแท้ยิ่งขึ้น เพิ่มเติมไปนะครับ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นคำโบราณเช่นเดียวกันนะครับ (คุณครูคณิตา) ในปัจจุบันเรา

486
00:36:42,884 --> 00:36:46,590
ไม่ค่อยเจอคำเหล่านี้แล้วนะคะ แล้วเราไม่ใช้

487
00:36:46,590 --> 00:36:47,887
ในชีวิตประจำวันด้วยนะคะ นักเรียนอาจจะไม่คุ้นหู

488
00:36:47,887 --> 00:36:48,532
คุ้นตานะคะ แต่ก็สามารถที่จะจดลงไปเพิ่มเติม

489
00:36:48,532 --> 00:36:52,532
ได้ เพื่อที่จะนำไปเป็น

490
00:36:58,486 --> 00:37:02,486
คำศัพท์คลังความรู้ของนักเรียนนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) อีกอย่าง

491
00:37:03,811 --> 00:37:04,442
มันพบเจอใจบทกลอน ถ้านักเรียนไม่เข้าใจความหมาย

492
00:37:04,442 --> 00:37:04,549
นักเรียนก็จะตีความในบทนั้น ๆ ไม่ได้

493
00:37:04,549 --> 00:37:08,549
นั่นจึงต้องรู้นะครับ ต่อไป ไพล่แล้วก็พล่าน

494
00:37:11,734 --> 00:37:15,734
พล่าน พล่าน "พอ-ลอ-อา-นอ

495
00:37:19,724 --> 00:37:21,490
-เอก" พล่าน พล่านนี่หมายถึงอะไร

496
00:37:21,490 --> 00:37:24,587
ต้องเจอนะครับ บอกครูมา พล่าน แปลว่า อาการเป็น

497
00:37:24,587 --> 00:37:28,587
ไปในลักษณะป่วน วุ่น

498
00:37:34,802 --> 00:37:38,802
ซ่าน เป็นอย่างไร เคยได้ยินคำว่า "ดิ้นพล่าน"

499
00:37:38,843 --> 00:37:41,465
(คุณครูคณิตา) เป็นอย่างไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ลักษณ

500
00:37:41,465 --> 00:37:44,299
ะดิ้น กระเสือกกระสน วุ่นวาย แถกไป

501
00:37:44,299 --> 00:37:48,299
สารพัดเลย เหมือนเคยไปตลาดนัด

502
00:37:51,241 --> 00:37:51,910
ไปนัดบ้านครูคณิตาเคยเห็นแม่ค้าที่เขาเอาปลานี่ ปลา

503
00:37:51,910 --> 00:37:55,910
ที่ยังเป็น ๆ อยู่ในนั้นมาขายไหม อยู่ในกะละมัง

504
00:38:02,390 --> 00:38:06,390
มันดิ้นพล่านไปหมดเลย มันสับสน

505
00:38:07,612 --> 00:38:11,612
วุ่นวายประมาณนั้น โดนเพื่อนทำร้าย

506
00:38:12,181 --> 00:38:16,181
ลุกดิ้นพล่านนี่ ก็ใช้ความหมายประมาณนี้

507
00:38:17,243 --> 00:38:19,107
นะใช่ไหม คำว่า "พล่าน" พล่าน

508
00:38:19,107 --> 00:38:19,313
ต่อไป พูดผลอ

509
00:38:19,313 --> 00:38:23,313
พูดผลอ เหมือนเป็นคำที่ไม่เคยพบเคยเห็นในชีวิตเลยนะ

510
00:38:26,386 --> 00:38:30,386
(คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ ไม่ค่อยได้ยินเลยนะคะ คำเหล่านี้นะ

511
00:38:34,533 --> 00:38:38,533
เชื่อว่านักเรียนต้องพบบ้าง พูดผลอ

512
00:38:39,468 --> 00:38:40,918
1 2 3 ตอบครับ หมายความว่า... (คุณครูคณิตา)  หมายความว่าพูดประจบประแจงนั่นเอง

513
00:38:40,918 --> 00:38:44,918
ก็คล้าย ๆ กับประจ๋อประแจ๋ใช่ไหมคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ)

514
00:38:48,794 --> 00:38:52,794
ใช่ครับครูคณิตา ความหมายไปในทางที่ไม่ดี

515
00:38:53,864 --> 00:38:57,864
เป็นความหมายในทางที่ไม่ดีนะ (คุณครูปรเมษฐ) มาจากบทกลอนว่าอย่าเที่ยวพล่าน

516
00:39:01,900 --> 00:39:05,900
พูดผลอประจ๋อประแจ๋ ก็คือสอนผู้หญิงนะ ว่าอย่าไปทำอะไรวุ่นวาย

517
00:39:11,195 --> 00:39:12,880
ทำให้ไปพูดจาประจบประแจงเพ้อเจ้อ เป็นการสอนนะครับ ต่อไป เป็นคำว่า

518
00:39:12,880 --> 00:39:16,880
"พิไร" (คุณครูคณิตา) พิไรค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) พิ

519
00:39:17,749 --> 00:39:21,749
ไร (คุณครูคณิตา) พิไร แปลว่าอะไรเอ่ย

520
00:39:24,607 --> 00:39:26,038
ครูเชื่อว่าเด็ก ๆ หาคำศัพท์เหล่านี้เจอนะคะ พิไร

521
00:39:26,038 --> 00:39:30,038
แปลว่าอะไรคะ แปลว่า

522
00:39:31,170 --> 00:39:35,170
รำพัน, ร่ำว่า, ร่ำร้อง นั่นเองค่ะ

523
00:39:37,576 --> 00:39:40,043
(คุณครูปรเมษฐ) มันให้กระจ่างหน่อยครับ

524
00:39:40,043 --> 00:39:43,595
ยกตัวอย่างให้ฟังหน่อยครูคณิตา (คุณครูคณิตา) อย่างเช่นคำว่าอะไรดีนะ

525
00:39:43,595 --> 00:39:45,764
เด็ก ๆ คะ ช่วยคุณครูยกตัวอย่างหน่อยได้ไหมคะ

526
00:39:45,764 --> 00:39:49,764
คำว่า "พิรี้พิไร" นี่ หมายถึง

527
00:39:54,328 --> 00:39:58,328
ของการรำพัน ร่ำว่า ร่ำร้องไหมคะครูปรเมษฐ

528
00:39:59,956 --> 00:40:03,541
หมายถึงการอยากจะได้อยากจะว่าก็ใช้พิไรนะ เป็นคำโบราณอีกแล้วนะครับ เจอในบทกลอน

529
00:40:03,541 --> 00:40:07,541
ถ้าไม่รู้ความหมายก็จะแปลไม่ได้นั่นเอง

530
00:40:07,817 --> 00:40:11,817
เพิ่มเติมไปนะครับ ต่อไป

531
00:40:11,900 --> 00:40:13,209
หลู่ หลู่ อันนี้นักเรียนต้องเคย

532
00:40:13,209 --> 00:40:17,209
ได้ยิน จะอยู่คู่กับคำว่า "ลบ" เป็น

533
00:40:19,826 --> 00:40:23,351
"ลบหลู่" คล้องจองกันเกินเลย ก็คือ

534
00:40:23,351 --> 00:40:27,351
เป็นคำว่าหลบหลู่ดูหมิ่น คำว่า "หลบหลู่"

535
00:40:30,769 --> 00:40:30,906
ว่าอย่างไร นักเรียนตอบ เก่งมากครับ หมายความว่า

536
00:40:30,906 --> 00:40:34,906
(คุณครูคณิตา) หมายความว่า ลบคุณ, ดูถูก, ไม่นับถือ

537
00:40:42,201 --> 00:40:45,819
ค่ะ อย่างเช่น เธอ หลบหลู่เขา

538
00:40:45,819 --> 00:40:49,439
ก็จะเป็นการ... อาจจะเป็นการดูถูกนะคะ ก็เป็นการกระทำ

539
00:40:49,439 --> 00:40:49,522
ที่ไม่ดีนะคะ ใช่ไหมคะ คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ

540
00:40:49,522 --> 00:40:53,522
อย่างเช่น คำว่า "นักเรียนหลู่

541
00:40:55,335 --> 00:40:59,335
ครูบาอาจารย์" เคยเจอในบทกลอน ก็หมายถึงนักเรียน

542
00:41:03,117 --> 00:41:04,819
ที่เป็นอย่างไร ไม่นับถือครูบาอาจารย์ ก็เป็นพฤติกรรมที่ไม่ควรกระทำนะ เป็นบาปแก่ตัวด้วย

543
00:41:04,819 --> 00:41:08,811
ไม่ดีนะครับ ต่อไป (คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมาค่ะ คำ

544
00:41:08,811 --> 00:41:12,811
สุดท้าย ก็คือคำว่า "ระอิดระอา"

545
00:41:19,429 --> 00:41:23,429
(คุณครูปรเมษฐ) ออกเสียงชัด ๆ ตามครูคณิตาอีกครั้งครับ (คุณครูคณิตา)

546
00:41:24,023 --> 00:41:24,893
ว่า "ระ-อิด-ระ-อา" ค่ะ

547
00:41:24,893 --> 00:41:28,738
(คุณครูปรเมษฐ) นะครับ หมายความว่าอย่างไร นักเรียนตอบครับ 1 2 3

548
00:41:28,738 --> 00:41:30,735
เฉลย (คุณครูคณิตา) หมายความว่า

549
00:41:30,735 --> 00:41:34,735
เบื่อหน่ายหรือหมดกำลังใจเพราะถูกรบกวน

550
00:41:36,235 --> 00:41:36,560
ทำให้เกิดความรำคาญค่ะ หรือมีเหตุ

551
00:41:36,560 --> 00:41:40,560
ติดขัดบ่อยนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ระอิดระอา

552
00:41:43,508 --> 00:41:47,508
อันนี้ยังใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน

553
00:41:51,206 --> 00:41:53,642
นะ คำเหล่านี้นะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ เรียน

554
00:41:53,642 --> 00:41:57,642
ภาษาไทย ระอิดระอาได้ไหม ไม่ได้นะ เรียนภาษาไทยต้องมีความสุข เราจะไม่ระอิดระอา

555
00:41:59,537 --> 00:42:03,537
ต่อกันและกันใช่ไหมครับ นักเรียน นักเรียน

556
00:42:07,816 --> 00:42:11,816
บันทึกไป ครูเชื่อว่าระหว่างที่ครูทั้ง 2 คน

557
00:42:12,055 --> 00:42:12,553
ได้อธิบายให้นักเรียนฟังนี่ นักเรียนจะบันทึกเป็นที่เรียบร้อย

558
00:42:12,553 --> 00:42:15,490
แล้วนะครับ เพราะฉะนั้น เดี๋ยวเราไปสรุปบทเรียน

559
00:42:15,490 --> 00:42:19,490
พากเพียรความรู้กันดีกว่านะครับ

560
00:42:23,657 --> 00:42:24,463
คำถามนะครับ คุณครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) การศึกษาความหมาย

561
00:42:24,463 --> 00:42:28,463
ของคำประโยค และข้อความในบทเรียน ก่อนการอ่านเนื้อเรื่องมีประโยชน์อย่างไรคะ

562
00:42:29,153 --> 00:42:33,153
นักเรียนคะ ลองคิดดูสิว่า การทบทวน

563
00:42:40,083 --> 00:42:42,614
การศึกษาความหมายหรือคำต่าง ๆ ก่อนที่เราจะเริ่มเรียนนี่ มันช่วยให้เรานี่เรียน

564
00:42:42,614 --> 00:42:46,614
เป็นอย่างไร (คุณครูปรเมษฐ) นั่นล่ะครับ มันคือประโยชน์

565
00:42:48,151 --> 00:42:52,151
ของการศึกษานั่นเอง นักเรียนครับ

566
00:42:54,396 --> 00:42:58,396
ให้ช่วยกันตอบ ช่วยกันเสนอนะ มันเป็นความคิดเห็นของนักเรียนไม่มีผิดนะ จะเสนออย่างไร

567
00:42:58,480 --> 00:43:02,480
ก็ได้ ขอให้อยู่ในขอบข่ายขอบเขตก็พอ

568
00:43:05,655 --> 00:43:09,655
นะครับ ครูจะรอฟังนักเรียนนะ เดี๋ยวจะให้ครูคณิตาสรุป

569
00:43:12,113 --> 00:43:16,113

570
00:43:20,100 --> 00:43:24,100
เอาล่ะครับครูคณิตาครับ นักเรียนได้เสนอเรื่องการศึกษาความหมายของคำ

571
00:43:24,469 --> 00:43:26,909
มาเป็นจำนวนมากเลย เดี๋ยวครูคณิตาสรุปมา

572
00:43:26,909 --> 00:43:30,909
เป็นประเด็นครับ มีประโยชน์

573
00:43:33,785 --> 00:43:37,265
อย่างไรบ้าง (คุณครูคณิตา) นั่นก็คือ 1. ค่ะ

574
00:43:37,265 --> 00:43:41,265
จะทำให้สามารถอ่านเนื้อเรื่องได้มาก

575
00:43:44,112 --> 00:43:48,112
ขึ้นนั่นเองค่ะ 2. ได้รู้ความหมายของคำศัพท์มาก

576
00:43:48,155 --> 00:43:52,132
เพิ่มมากขึ้นนะคะ และ 3. สามารถนำไปใช้ในการ

577
00:43:52,132 --> 00:43:56,132
ในการอ่านเนื้อเรื่องอื่น ๆ ได้ค่ะ ซึ่งนักเรียนนี่ สามารถที่จะนำคำศัพท์เหล่านี้นี่

578
00:43:59,811 --> 00:44:03,602
ไปใช้กับบทเรียนอื่น ๆ ในวรรณคดีลำนำก็ได้นะคะ หากนักเรียนเจอคำเหล่านี้นี่

579
00:44:03,602 --> 00:44:06,721
เราก็จะรู้คำศัพท์เลย สามารถ

580
00:44:06,721 --> 00:44:10,721
อ่านแล้ว เข้าใจเนื้อเรื่องได้เลย ไม่จำเป็น

581
00:44:14,830 --> 00:44:17,633
ที่จะเปิดพจนานุกรมหาความหมายได้อีกใช่ไหมคะครูปรเมษฐ

582
00:44:17,633 --> 00:44:21,349
(คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ คุณครูคณิตาครับ และอีกอย่างหนึ่งนี่ที่เรารู้

583
00:44:21,349 --> 00:44:21,818
ความหมายของคำศัพท์เพิ่มมากขึ้นนี่ มันก็

584
00:44:21,818 --> 00:44:25,818
เปรียบเสมือนคลังปัญญา เปรียบเสมือน

585
00:44:31,758 --> 00:44:35,415
เราจะไปเจอคำอะไรก็ตามแต่ ถ้าเรารู้ความหมายเราก็สามารถเข้าใจและยังสามารถ

586
00:44:35,415 --> 00:44:39,415
อธิบาย ถ่ายทอดให้กับผู้อื่นฟังได้อีก อันนี้คือประโยชน์ของ

587
00:44:41,837 --> 00:44:45,837
ความหมายของคำศัพท์ ได้เรียนรู้ความหมายของคำศัพท์

588
00:44:47,998 --> 00:44:48,415
เป็นคลังปัญญาของเรา และเรื่องที่นำไปใช้ อ่านเรื่องนี่เป็นเรื่องที่สำคัญมากคุณครูคณิตา

589
00:44:48,415 --> 00:44:52,415
รู้ศัพท์เท่ากับอ่านเรื่องเข้าใจ อ่านเรื่อง

590
00:44:54,443 --> 00:44:58,443
เข้าใจเท่ากับถ่ายทอดได้ นักเรียนครับ อันนี้

591
00:45:02,590 --> 00:45:03,546
เป็นกลวิธีในการเรียนภาษาไทย เรียนวรรณคดี

592
00:45:03,546 --> 00:45:06,275
เรียนในเรื่องที่เราไม่สามารถแปลไทย

593
00:45:06,275 --> 00:45:10,275
ให้เป็นไทยอีกทีหนึ่งได้ แล้วเราเข้าใจนี่มันคือสุดยอด

594
00:45:13,661 --> 00:45:17,661
ครับ เยี่ยม ถ้านักเรียนสามารถที่จะรู้คำศัพท

595
00:45:20,164 --> 00:45:22,009
ยิ่งยอดเลยครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ ถือ

596
00:45:22,009 --> 00:45:24,148
เป็นคลังความรู้ส่วนตัวนะคะ นักเรียนคะ

597
00:45:24,148 --> 00:45:28,148
หากในสมุดของนักเรียนนะคะ ยังจดไม่เรียบ

598
00:45:29,756 --> 00:45:32,825
ร้อย สามารถที่จะจด และทำสมุด

599
00:45:32,825 --> 00:45:34,303
ของเราให้น่าอ่านได้ค่ะ เพื่อที่เราจะได้ไป

600
00:45:34,303 --> 00:45:36,031
ทบทวนและจำคำศัพท์เหล่านั้นให้มาก

601
00:45:36,031 --> 00:45:40,031
ยิ่งขึ้นนั่นเอง (คุณครูปรเมษฐ) ครูเชื่อว่าวันนี้นี่

602
00:45:40,571 --> 00:45:44,571
เรายังไม่ได้เข้าสู่เนื้อหา ครูเชื่อว่า

603
00:45:51,736 --> 00:45:55,736
จะต้องกลับไปใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้แน่นอน

604
00:45:56,177 --> 00:46:00,177
เรื่องนักเรียนครับ ไปอ่านมาล่วงหน้าก่อน สุภาษิตสอนหญิงที่นักเรียนได้เรียนนี่มีไม่กี่บทหรอก

605
00:46:03,415 --> 00:46:07,415
ครับ แต่จริง ๆ แล้วสุภาษิตฉบับจริง

606
00:46:07,441 --> 00:46:07,580
เล่มหนาประมาณนี้เลยนะครับนักเรียน คำสอน

607
00:46:07,580 --> 00:46:09,794
เป็นจำนวนมากที่นักเรียนสามารถนำมาปรับได้ ใคร

608
00:46:09,794 --> 00:46:13,794
สนใจใคร่รู้ก็สามารถที่จะไป Search

609
00:46:17,347 --> 00:46:21,347
หรือไปค้นหาในอินเทอร์เน็ตได้

610
00:46:22,757 --> 00:46:26,757
ผู้ที่รู้เป็นผู้ที่เยี่ยม แต่ถ้าใครไม่ค้นหาเพิ่มเติม อ่านจากหนังสือวรรณคดีลำนำ

611
00:46:27,182 --> 00:46:31,182
อ่านมาให้จบ บางครั้งครูอาจจะแค่ชี้แนวทาง

612
00:46:31,468 --> 00:46:35,468
นักเรียนก็เข้าใจแล้ว เพราะนักเรียนอ่านมาก่อนแล้ว

613
00:46:39,961 --> 00:46:40,276
จะพูดทุกครั้งเลย เรียนวรรณดี

614
00:46:40,276 --> 00:46:40,806
และเข้าใจมันจะต้องทำการบ้าน คือ อ่านมาก่อน

615
00:46:40,806 --> 00:46:44,806
แล้วพอเข้าห้องมาเรียนด้วยกันนี่ จะเรียนอย่างเข้าใจ

616
00:46:50,251 --> 00:46:54,251
พริ้วเลยครับ สติปัญญาของนักเรียน

617
00:46:54,948 --> 00:46:55,508
ต่อไปคุณครูคณิตาจะสอนเรื่องอะไรครับ (คุณครูคณิตา) บทเรียนครั้งต่อไป

618
00:46:55,508 --> 00:46:59,508
เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่อง อ่านจับใจความค่ะ

619
00:47:01,939 --> 00:47:05,095
สิ่งที่นักเรียนจะต้องเตรียมนะคะ มีอะไรบ้างคะคุณครู

620
00:47:05,095 --> 00:47:09,095
ปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) สิ่งที่หนู ๆ จะต้องเตรียมมา

621
00:47:12,212 --> 00:47:15,531
ใบความรู้ครับ เรื่อง หลักการอ่านจับใจความ 2. ต้องเตรียมใบงานเรื่อง สุภาษิต

622
00:47:15,531 --> 00:47:19,531
สอนหญิงสอนใจ แสดงว่าพรุ่งนี้นี่เราจะ

623
00:47:22,562 --> 00:47:26,562
อ่านจับใจความกัน แล้วทำใบงานกัน ยังไม่บอกว่า

624
00:47:26,657 --> 00:47:30,657
ทำอย่างไร ซึ่งสามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่... (คุณครูคณิตา) สามารถดาวน์โหลด

625
00:47:32,222 --> 00:47:35,518
ข้อมูลได้ที่นี่เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สำหรับวันนี้นะครับ ครูจะต้องเน้นย้ำนักเรียนนะ

626
00:47:35,518 --> 00:47:39,518
ให้นักเรียนกลับไปอ่าน อย่างไรเสียก็ตาม

627
00:47:41,050 --> 00:47:42,684
ให้กลับไปอ่าน อ่านแล้วให้รู้

628
00:47:42,684 --> 00:47:46,684
จากบ้านมาก่อน แล้วเดี๋ยวมาเรียนในห้องนี่แล้วมันจะเข้าใจ วันนี้

629
00:47:51,358 --> 00:47:55,358
สุภาษิตสอนหญิงน่าสนใจมากครับ วันนี้ครู

630
00:47:56,222 --> 00:48:00,222
ครูปรเมษฐขอลานักเรียนไปก่อนครับ สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค

631
00:48:00,226 --> 00:48:04,226
่ะ [เสียงดนตรี]

632
00:48:08,224 --> 00:48:12,224

633
00:48:12,227 --> 00:48:16,227

634
00:48:16,231 --> 00:48:16,232

635
00:48:16,232 --> 00:48:20,231

636
00:48:20,231 --> 00:48:24,231

637
00:48:24,233 --> 00:48:28,233

638
00:48:28,237 --> 00:48:32,236

639
00:48:32,236 --> 00:48:36,236

640
00:48:36,238 --> 00:48:40,238


