(คุณครูปรเมษฐ) นี่ถือว่าเป็นวันดีกว่าวันใด เอชา เอชา เอชา เอชา ชา ฉ่า ชา มันถือว่าเป็นวันดี กว่าวันใด ครูจะไปสอนหนังสือก่อนนักเรียนจ๋า แล้วก็ได้เวลาครูจะต้องไป แล้วพอได้แล้วเวลาครูจะไปแล้ว ก็บอกนักเรียนน้องแก้วให้ชื่น... อะไรนี่โทรศัพท์ นิว ฮัลโหล ว่าอย่างไรน้องนิว ว่าอย่างไรเพื่อน โทร. มาแต่เช้าเลยนะ นี่กำลังจะไปทำงานนี่เพิ่งตื่น วันนี้ไปแต่เช้าเลย เพราะว่าคิดถึงนักเรียนปลายทาง ทำไมล่ะ มีธุระอะไร โทร. มาแต่เช้านี่ ปรึกษาที่บ้านนะ ทำไมล่ะ ข้างบ้านที่มีเด็กมาเช่าหรือทำไม มีเด็กนักเรียนผู้หญิงมาเช่าบ้าน กี่คนน่ะ เพื่อน 4 คน ก็ดีแล้วเขาจะได้มีรายได้ เขาทำไมกันน่ะ ไม่ไปโรงเรียน แล้ว... พาผู้ชายเข้ามา นักเรียนนั่น ป. อะไร ม. อะไรแล้ว ม. 1 - ม. 2 เองหรือ ในฐานะที่เราเป็นเพื่อนกันนี่นะ ผมเข้าใจล่ะว่าเพื่อนไม่สบายใจเลยมาปรึกษา โทร. มาปรึกษา เขาเสพของมึนเมา สิ่งไม่ดีด้วยหรือ ข้างบ้านเราเหมือนกันด้วยนี่ แล้วจะให้ทำอย่างไรนี่ เดี๋ยวนะ ๆ เดี๋ยววันนี้ เดี๋ยวเราขอไปโรงเรียนก่อน เดี๋ยวไปปรึกษาครูที่สอนคู่กันก่อน ว่าเขามีความเห็นว่าอย่างไร แล้วเดี๋ยวพอสอนเสร็จจะโทร. กลับไปให้คำปรึกษา ขอตัวก่อนนะ นักเรียนปลายทางกำลังรออยู่ สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีคุณครูปลายทางและนักเรียนปลายทางทุกคนค่ะ วันนี้พบกับรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 กับคุณครูคณิตา หนุนอนันต์ ค่ะ และคุณครูปรเมษฐ ศรีกำเหนิด นักเรียนคะ เป็นอย่างไรกันบ้าง ได้ทบทวนหรือเปล่าในสิ่งที่เราได้เรียนไป แต่ เอ้ คุณครูปรเมษฐคะ เป็นอะไรหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนครับ ครูขอปรึกษาครูคณิตาหน่อยนะครับ คือ เมื่อเช้านี้เพื่อนผมเขาโทร. มาปรึกษาว่าที่บ้านเขานี่มีนักเรียนผู้หญิงนี่ 3 - 4 คน มาเช่าบ้านอยู่ข้างบ้านเขา แล้วนักเรียนผู้หญิงพวกนั้นนี่ทำพฤติกรรมไม่เหมาะสมครูคณิตา เปิดเพลงบ้าง แล้วก็พาผู้ชายเข้ามาในบ้าน แล้วก็ไม่รู้เขาทำอะไรกัน คราวนี้ในฐานะที่เพื่อนผมอยู่บ้านใกล้เรือนเคียง เขาก็ไม่สบายใจ เขาเห็นว่าเรานี่เป็นครูนี่ ซึ่งสั่งสอนนักเรียน แล้วก็บอกกับนักเรียนที่อยู่ไกล ๆ ได้ เขาโทร. มาปรึกษาผมว่าจะทำอย่างไรดี ผมก็ไม่รู้จะให้คำตอบเขาอย่างไรดี เพื่อมาเจอครูคณิตาและหนู ๆ ปลายทางทุกคนนี่ ก็เลยได้วางสายไปก่อน ก็เลยไม่ได้ให้คำปรึกษาเขา คุณครูคณิตาคิดว่าเรื่องที่เพื่ผมโทร. มานี่ มันดีไหมครับ (คุณครูคณิตา) หากมองในแง่ดีนะคะ เพื่อนที่พาผู้หญิง... ที่พาผู้ชายใช่ไหมคะ อาจจะเป็นเพื่อนกันหรือเปล่า แล้วก็มันเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นนะคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เขาบอกว่าเปิดเพลงเสียงดัง ไม่หลับไม่นอนกลางคืน แล้วเหมือนจะดื่มเครื่องดื่มมึนเมากันด้วย (คุณครูคณิตา) ดื่มเครื่องดื่มมึนเมาด้วย เป็นสิ่งที่ดีไหมคะนักเรียน (คุณครูปรเมษฐ) อีกอย่างเป็นผู้หญิงด้วย (คุณครูคณิตา) เป็นผู้หญิงด้วย ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายการดื่มเครื่องดื่มมึนเมานี่ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดีนะคะ นักเรียน เอาล่ะค่ะ วันนี้นี่มันจะสอดคล้องกับเรื่องที่เราเรียนหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) นั่นสิ เกี่ยวกับเรื่องการประพฤติปฏิบัติตัวของผู้หญิงนี่ ในปัจจุบันนี่ก็อย่างที่หนู ๆ นั้นได้รู้ว่ามันอาจจะมีผู้หญิงบางคนอาจจะทำแบบเช่นที่ครูเล่าให้ครูคณิตาฟังนี่ ครูไม่สบายใจเลยที่เพื่อนครูนี่โทร. มาเล่าเรื่องนี้ให้ครูฟัง เราหาวิธีการแก้ ซึ่งในฐานะที่เป็นผู้หญิงนี่ไม่เหมาะสมใช่ไหมคุณครูคณิตา เพราะฉะนั้น วันนี้นี่ครูจะให้นักเรียนได้ศึกษากันในเรื่องอะไรคะ เรื่องสุภาษิตสอนหญิงใช่ไหมคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ ไปกันเลยดีกว่านักเรียน นักเรียนที่รักของครูครับ ในเรื่องสุภาษิตสอนหญิงนะครับ ก็จะอยู่ในหนังสือวรรณคดีลำนำตามที่ครูบอกไปเมื่อครั้งก่อน ว่าให้นักเรียนนั้นพกติดตัวมานะครับ ซึ่งจะชื่อเรื่องอะไรนะ อย่าอะไรนะ ในหนังสือ (คุณครูคณิตา) อย่า... อย่าอะไรคะ อย่าชิงสุกก่อนห่ามใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่งามดี นักเรียนเปิดไปแล้วจะได้ศึกษาเนื้อเรื่องไปพร้อม ๆ กันนะครับ การที่จะเรียนวรรณคดีเข้าใจและรู้เรื่องนี้ นักเรียนจะศึกษาการอธิบายความหมายของคำก่อน จะทำให้นักเรียนนั้นเข้าใจอย่างถ่องแท้ครับ ไปกันเลยครับ เด็ก ๆ ครับ สนทนาประสาครู - นักเรียน อย่าชิงสุกก่อนห่ามนะครับ คำนี้ "อย่าชิงสุกก่อนห่าม" นี่ เป็นคำหนึ่งที่นักเรียนนั้นน่าจะเคยได้ยิน นักเรียนปลายทางของครูครับ ใครเคยได้ยิน หรือเคยเห็นคำนี้บ้าง ยกมือขึ้นสูง ๆ เลย เคยได้ยินไหม คุณครูคณิตาครับ พูดถึงเรื่องอย่าชิงสุกก่อนห่ามนี่นักเรียน นักเรียนที่เคยได้ยินนี่ ไหนลองเล่าให้กับคุณครูให้กับเพื่อน ๆ ฟังได้ไหม ว่าอย่าชิงสุกก่อนห่ามนี่ว่าอย่างไร และเคยได้ยินมาจากใคร ไหนลองเล่าให้ฟังหน่อยสิครับ ได้ฟังนักเรียนเล่าแล้ว คราวนี้ถามครูคณิตาบ้าง ครูคณิตาเห็นแล้วคำนี้นี่ คุณครูคณิตาคิดว่ามีความหมายว่าอย่างไร แล้วน่าสนใจอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ อาจจะมีความหมายว่าอย่างไรคะ อย่างแรกเลยนะคะ อย่าชิงสุกก่อนห่าม เราจะใช้กับพวกผลไม้ใช่ไหมคะ ผลไม้ นักเรียนเห็นรูปหรือเปล่าคะ เห็นรูปหรือเปล่าเอ่ย มะม่วงนั่นเองนะคะ อันนี้ก็ยังไม่สุกนะคะ ถ้ามะม่วงสุกจะเป็นสีเหลืองนั่นเอง แล้วมันเกี่ยวอะไรล่ะ เกี่ยวอะไรกับสำนวน เด็ก ๆ ตอบได้ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่แสดงว่าคุณครูคณิตากำลังนำเรื่องผลไม้เข้ามาผูกโยงกับคำนี้ใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ แล้วฝั่งโน้นเป็นมะม่วงอะไร มันมะม่วงอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) มันลักษณะของมันนี่ มันสุกหรือยัง (คุณครูคณิตา) ก็อย่างที่ครูบอกไปนะคะ ว่ามันยังไม่สุกนะคะ ถ้าผลไม้ หรือว่ามะม่วงนี่ ถ้ามันสุกนะ มะม่วงถ้ามันสุกมันก็จะเป็นสีเหลืองนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้นี่หวานอร่อย อันนู้นมันจะรู้จักเป็นอย่างไร เด็ก ๆ ตอบสิครับ มันเปรี้ยวมันฝาด คราวนี้ก็นำมาเปรียบเทียบ มะม่วงนี่ ดูกันง่าย ๆ นะ มะม่วงนี่ระหว่างที่สุกกับห่ามนี่ นักเรียนว่าอะไรมันน่าชิมน่าลิ้มลองและอร่อยกว่ากัน ใช่ครับ นักเรียน ก็คิดเช่นเดียวกับครู สุกนี่รสชาติจะหวาน หอม อร่อยใช่ไหมครูคณิตา ส่วนตอนมันห่ามมันอร่อยไหมน่ะ (คุณครูคณิตา) ก็ยังไม่อร่อยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ยังไม่อร่อยเท่าที่ควร เพราะฉะนั้น ต้องอยู่ที่ต้นของมันก่อนจนกว่ามันจะแก่หรือเข้าฟัก เราถึงจะสอยมาแล้วก็มารับประทานมันก็จะอร่อย เปรียบเสมือนตัวคนใช่ไหมครับ คำว่า "ชิงสุกก่อนห่าม" ถ้าตีเป็นความหมายในสำนวนสุภาษิตนี่ ก็คือแปลว่า... (คุณครูคณิตา) ทำสิ่งที่ไม่สมควรแก่วัย หรือยังไม่ถึงเวลาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อย่างเช่น มะม่วงห่ามนั่นเอง ยังไม่ทันอร่อยเลย คนไปสอยมากินแล้ว มันก็ไม่ได้มีรสชาติเป็นที่น่าต้องการ อันนี้นำครับ นำมาผูกโยงสำนวนไทยกับชีวิตประจำวัน และนำมาเป็นคำสอนเป็นคำสอนให้นักเรียนนะครับ ไปกันต่อ จุดประสงค์ของเราในวันนี้นะครับ 1. จะต้อง (คุณครูคณิตา) บอกหลักการอธิบายความหมายของคำหรือข้อความได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา) 2. อธิบายของคำศัพท์ในบทเรียนได้ค่ะ 3. เห็นถึงประโยชน์ของคำศัพท์ในบทเรียนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่คือสิ่งที่นักเรียนนั้นจะต้องปฏิบัติได้ อย่างที่บอกเมื่อต้นชั่วโมง เมื่อนักเรียนรู้ถึงความหมายหรือคำศัพท์ จะทำให้นักเรียนเรียนอย่างเข้าใจถ่องแท้แล้วมีความสุข อันนี้เป็นจุดประสงค์ที่ต้องเรียนและต้องทราบไว้นะครับ ไปดูกันต่อเลยดีกว่า สุภาษิตสอนหญิง อย่าชิงสุกก่อนห่าม ไม่งามดีนี่ สุภาษิตสอนหญิงมา ซึ่งเป็นของ... ขอสันนิษฐานนะ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานว่า... สันนิษฐานนี่แต่งในช่วงรัชกาลที่ 3 - 4 ซึ่งคำว่า "สันนิษฐาน" อาจจะใช่ก็ได้หรือไม่ใช่ก็ได้ใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ ความคาดเดานั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อาจจะเป็นขาซึ่ง เราไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นของคนชื่อ สุนทรโดยแท้จริง ใช่ไหมครับ เพราะเป็นการสันนิษฐาน อาจจะเป็นของครู ไม่ได้ฟันธงว่าเป็นของสุนทรภู่ อาจจะเป็นของนายภู่ หรือของกวีท่านอื่นก็ได้นะครับ คุณครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ สุภาษิตสอนหญิงนะคะ เป็นประเภทคำสอน เพื่อต้องการเป็นเครื่องเตือนสติสอนใจสตรีทุกวัย ครอบคลุมทุกเรื่อง ทั้งกาย วาจา ใจ ค่ะ ครูคณิตา ผมมีคำถาม เด็ก ๆ ก็เช่นเดียวกัน ผมเป็นครูเป็นผู้ชายน่ะนักเรียน ครูสามารถที่จะศึกษาได้ไหม น่ะ แล้วจะศึกษาไปทำไมน่ะครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ยิ่งเป็นผู้ชายนะคะ อย่าเพิ่งคิดนะคะ ว่า เรื่องสุภาษิตสอนหญิง ต้องเป็นผู้หญิงเท่านั้นเป็นผู้หญิงเท่านั้นที่จะเรียนรู้ ผู้ชายก็สามารถที่จะเรียนรู้ได้ค่ะ เพราะอะไรเอ่ย เพราะว่าสุภาษิตสอนหญิงนี่มันเกี่ยวข้องทั้งชายและหญิง ฉะนั้น ผู้ชายก็ควรที่จะเรียนรู้ ที่เหมาะและไม่เหมาะสมในการประพฤติกับผู้หญิงนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้น คงเข้าใจแล้วนะ ว่าคนอย่างเรา ๆ ต้องเรียนเช่นเดียวกันนะครับ เด็กผู้ชายไม่ใช่นะครับ คำสอนต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่ในเรื่องสุภาษิตสอนหญิงนี่นะ มันยังทันสมัย ก็คือแต่งเมื่อ 200 - 300 ปีที่แล้วน่ะ แต่ในปัจจุบันนี้ยังนำมาใช้ได้ ที่ผู้หญิงควรกระทำ จึงจะต้องเรียน ยังสอดคล้องกับค่านิยมอยู่และก็ยังสอดคล้องกับขนบธรรมเนียมประเพณีไทยเสมอมา พูดง่าย ๆ ว่ามันเป็นอกาลิโก มันไม่จำกัดการเวลา มันเหนือการเวลา ที่จะใช้ได้ยาวไปเลย แปลว่า ไม่ การลิโก แปลว่า กาลเวลา เป็นคำบาลีนะครับ ให้นักเรียนได้รับรู้ไว้ คำเหล่านี้อ่านว่าอย่างไร ไปดูกันเลยครูคณิตาและเด็ก ๆ ครับ คุณครูคณิตาอ่านพร้อม ๆ กับเด็ก ๆ หน่อย (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คะ อ่านพร้อม ๆ กันเลยค่ะ คำแรกอ่านว่า "อินังขังขอบ" แปลว่าอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) อินังขังขอบ ทำให้เกิดเครื่องหมาย ? ในหัวอีกแล้วนะครับ มันหมายความว่าอย่างไร (คุณครูคณิตา) ก็คือข้อสงสัยใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ เด็ก ๆ สงสัยเหมือนครูไหมครับ มันแปลว่าอะไรล่ะ (คุณครูคณิตา) ยังค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่รู้หรือครับ คำนี้อ่านว่าอะไรครับเด็ก ๆ (คุณครูคณิตา) คำนี้อ่านว่า "ประ-จ๋อ-ประ-แจ๋" ประจ๋อประแจ๋ เด็ก ๆ อ่านทวนสิคะอ่านว่าอะไรเอ่ย อ่านว่า "ประ-จ๋อ-ประ-แจ๋" (คุณครูปรเมษฐ) นี่อีกน่ะ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คะ อ่านพร้อม ๆ กับครูค่ะ ก็คือลำไพ่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ลำไพ่คืออย่างไรครับ ลำไพ่อย่างไรล่ะครับ เป็นการพนันหรือเปล่า (คุณครูคณิตา) เหมือนกันค่ะ คุณครูคณิตาก็ไม่ทราบนะคะ เดี๋ยวเรียนรู้พร้อม ๆ กันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ล่ะ เป็นจุดประสงค์ที่จะรู้ความหมาย ถ้าเราไม่รู้ความหมายนี่ เจอคำ "อินังขังขอบ" นักเรียนก็ไม่สามารถที่จะบอกได้ ก็ไม่เข้าใจนะครับ คำเหล่านี้มีความหมายว่าอย่างไร เข้าใจหรือไม่ ตามที่ครูนั้นได้บอกนั่นเอง บางคนอาจจะรู้ความหมายก็ได้ แต่คนที่ไม่รู้ล่ะ แล้วจะเข้าใจในบทร้อยกรองนั้นอย่างไร สำคัญไหมครับ ครูคณิตา เด็ก ๆ ครับ สำคัญ ครูก็หามาให้ อินังขังขอบ แปลว่าอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ อินังขังขอบนะคะ คืออะไร คะนักเรียน การเอาใจใส่, เอาใจช่วย, ดูแล, เหลียวแลนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเกิดคุณครูคณิตาสอนนักเรียนอยู่ คุณครูคณิตาเป็นผู้ที่มีความอินังขังขอบกับนักเรียน ก็หมายถึงมีความเข้าใจใส่อะไรอย่างนี้ใช่ไหมครับ ผมอยากมีคนมาอินังขังขอบบ้างจังเลย ต่อไปคำว่า (คุณครูคณิตา) "ประจ๋อประแจ๋" (คุณครูปรเมษฐ) หมายความว่าอย่างไร อาการที่พูดเอาอกเอาใจ หรือประจบประแจง นักเรียนคิดว่ามีความหมายเป็นเชิงลบหรือเชิงบวก พูดจาประจ๋อประแจ๋นี่มันเป็นเชิงลบ ไม่ค่อยดีนะครับ มันก็เป็นพฤติกรรมที่ไม่ควรนะครับ ต่อไปครับ ลำไพ่ อันนี้น่าสนใจมาก แปลว่าอะไรครับ (คุณครูคณิตา) ลำไพ่นะคะ ก็คือเงิน หรือผลประโยชน์ที่หาได้เป็นพิเศษค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อย่างเช่น ครู ครูมีอาชีพเป็นครู พอถึงเวลาตอนเย็น ครูขับรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง รถจักรยานยนต์รับจ้างนี่ อันนี้ถือเป็นลำไพ่ไหม (คุณครูคณิตา) เป็นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูคณิตามีความสามารถในการทำกับข้าว สอนนักเรียน กลับไปทำกับข้าวส่งขายก็ถือว่าเป็นลำไพ่เช่นกัน (คุณครูคณิตา) เป็นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ลำไพ่นั่นเอง สามารถใช้ได้นะ ปัจจุบันยังพูดกันอยู่นะ ลำไพ่นี่ มาร่วมกันคิด พิจารณาของคำศัพท์นี่มันมีประโยชน์อย่างไร ตอบคำถามครับ นักเรียนก็ตอบครูคณิตา เด็ก ๆ บอกมีประโยชน์อย่างไร (คุณครูคณิตา) อย่างแรกนักเรียน สิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้จากคำศัพท์ต่าง ๆ นี่จะช่วยให้นักเรียนนะคะ ก็คือเข้าใจเรื่องที่อ่านได้ง่ายค่ะ หลังจากนั้นนะคะ มีอะไรอีกคะ (คุณครูปรเมษฐ) หลังจากนั้นใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ หลังจากนั้นก็เป็นผู้ที่มีความรู้นะคะ จากการอ่านเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างมีความสุขนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ก็คือการที่เรารู้ความหมายของคำใช่ไหมครับ ต่อไปให้นักเรียนช่วยกันเสนอความหมายของคำศัพท์ที่อยู่ในบทเรียน ว่าเราสามารถที่จะค้นหาความหมายของคำได้จากที่ใดบ้าง เด็ก ๆ ตอบสิครับ ค้นได้จากที่ใดบ้าง (คุณครูคณิตา) ที่ใดเอ่ย อย่างแรกนะคะนักเรียน (คุณครูปรเมษฐ) จากที่ไหนครับ (คุณครูคณิตา) อย่างแรกต้องไปค้นหาที่พจนานุกรมค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา) แล้วก็คาดเดาความหมายของคำจากบริบทข้างเคียงค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ซึ่งบางคำไม่มีความหมายในพจนานุกรม เราก็มันน่าจะหมายความว่าอย่างไรนั่นเองนะครับ เดี๋ยวเราไปทำกิจกรรมกันนะครับนักเรียน เดี๋ยวเราจะไปทำกิจกรรมกันนักเรียน ค้นหาคำศัพท์จากเรื่อง อย่าชิงสุกก่อนห่ามไม่งามดี โดยนำคำศัพท์ พร้อมความหมายนี่นะครับ ขึ้นมาเขียนบนกระดานให้ได้มากที่สุดเลย แล้วจากนั้นก็ให้เขียนคำและความหมายลงในสมุดของตนเอง ให้เป็นพจนานุกรมคำศัพท์ประจำเรื่อง โดยการอย่างไรครับนักเรียน ให้หาคำศัพท์ก่อนลุกขึ้นไปเขียนบนกระดาน หรือไปเขียนบนกระดานดำให้ได้มากที่สุดแล้วแปลความหมายด้วย เมื่อนักเรียนช่วยกันหา ครูคณิตาคิดว่าจะได้คำศัพท์เยอะไหมครับ (คุณครูคณิตา) เยอะค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ได้เยอะ เพราะนักเรียนช่วยกันหา นักเรียนมี 30 อาจจะได้คำศัพท์ถึง 60 คำ (คุณครูคณิตา) ถ้านักเรียนมีน้อยนะคะ นักเรียนก็สามารถหาคำศัพท์เพิ่มเติมได้นะคะ จากคนละ 2 คำ เป็นคนละ 50 คำ หรือว่าตามที่นักเรียนอยากที่จะเรียนรู้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คุณครูคณิตาเจอก่อนครูปรเมษฐ แล้วครูปรเมษฐกำลังจะหาคำนั้นอยู่พอดีจะได้ไหม (คุณครูคณิตา) ถ้าให้ดีนะคะ ก็จะเปลี่ยนคำนะคะ เพื่อที่จะได้เรียนรู้คำศัพท์ที่หลากหลายค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนจะได้องค์ความรู้ในคลังคำศัพท์ของนักเรียนเป็นอย่างมาก (คุณครูคณิตา) ค่ะ ในส่วนของคุณครูปลายทางนะคะ ก็ดูแลการทำกิจกรรมของนักเรียนค่ะ ให้คำแนะนำนักเรียนหากเกิดความข้องใจค่ะ และให้ความช่วยเหลือนักเรียนหากนักเรียนเกิดปัญหาต่าง ๆ ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ เดี๋ยวครูจะให้นักเรียนทำกิจกรรมนี้นะครับ ให้นักเรียนหาคำศัพท์ในเรื่อง อย่าชิงสุกก่อนห่ามไม่งามดีเพราะฉะนั้น ไม่ได้มากเลยให้เวลาทำกี่นาทีดีครูคณิตา (คุณครูคณิตา) กี่นาทีดีคะ (คุณครูปรเมษฐ) สัก... (คุณครูคณิตา) 10 นาทีดีไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ได้ครับ 10 นาที เพราะฉะนั้น ตั้งใจทำงาน และทำอย่างมีความสุขครับ ลงมือ [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนครับ ครูเชื่อว่าหนู ๆ ค้นหาคำศัพท์ได้อย่างเป็นจำนวนมากเลย แล้วทุกคนก็จะมีองค์ความรู้เต็มคลังคำศัพท์ประดับสติปัญญา สามารถใช้ได้ตลอดชีวิต เชื่อว่าอย่างนั้นนะครับ เพราะฉะนั้น ครูก็ค้นหาคำศัพท์เช่นเดียวกันในช่วงเวลา 10 นาทีนี่ จะนำเสนอให้นักเรียนได้ดู แล้วก็ถ้าเกิดนักเรียนไม่มีคำเหล่านี้ ให้นักเรียนทำอย่างไรครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ให้จดเพิ่มเติมลงไปในสมุดแต่ถ้ามีแล้ว (คุณครูคณิตา) ถ้ามีแล้วก็สามารถเขียนคำอธิบายเพิ่มเติมไปก็ได้นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้น เดี๋ยวเราไปดูกันเลยว่าครูค้นหาคำไหนเสนอนักเรียนบ้าง ไปเลย คำนี้ อ่านว่าอะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) อ่านว่า "สาว-แส้" ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สาวแส้มาจากบทกลอนตัวนี้นะครับ หมายความว่าอย่างไรเด็ก ๆ ครับ ตอบความหมายก่อน เชื่อว่าหลาย ๆ คนต้องเจอ แปลว่า... แปลว่าอะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) แปลว่าหญิงสาวค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) กล่าวถึงผู้หญิงนี่ใช้คำว่า "สาวแส้" ก็ได้ คำโบราณ โบราณนี่ใช่ ซ. โซ่ ด้วยนะครับ แต่ว่าปัจจุบันนี้ใช้ ส. เสือ ถ้าใช้ ซ. โซ้ ต้องใช้ไม้อะไร ไม้เอกนะ เพราะ ซ. โซ่เป็นอักษรต่ำ ไปกันต่อ ดูคำต่อไปนะว่าตรงกันหรือไม่ อินทรีย์ อินทรีย์ตัวนี้นี่ ในบริบท ตรงนี้หมายความว่า... (คุณครูคณิตา) หมายถึงอะไรคะ หมายถึงร่างกายนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) หมายถึงร่างกายนะครับ อย่างเช่น เรา 2 คน มีอินทรีย์นะ ร่างกายของเรานี่ คำว่า "ฉวี"อ่านว่าอะไร (คุณครูคณิตา) อ่านดูสิคะ อ่านว่า ฉะ-หวี ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ฉวีเป็นคำโบราณนะ ฉวี (คุณครูปรเมษฐ) ต้องถามเด็ก ๆ ก่อนดีไหม เด็ก ๆ ตอบครับ เชื่อว่าเด็ก ๆ ต้องเจอ แปลว่าเยี่ยมครับนักเรียน แปลว่าผิวกาย ดูฉวี แสดงว่าผิวกายนี่เป็นที่คนเห็นก่อนเลยใช่ไหม ผิวหน้าก็เรียกว่าฉวีใช่ไหม เป็นผิวหน้าผิวกายเหมือนกันนะครับ เพิ่มเติมไปนะครับ คำต่อไป (คุณครูคณิตา) คำว่า "พงศา" ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) พงศา หมายความว่าอย่างไรนักเรียน หมายความว่า... ยังไม่ยอมตอบ ยังไม่ยอมตอบ หมายความว่าอย่างไร ตอบครับ (คุณครูคณิตา) หมายความว่าผู้มีชาติสกุลหรือว่าเชื้อสายสกุลค่ะ ทำไมพงศา เขาถึงหมายถึงสิ่งเหล่านี้ล่ะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ความหมายของเขาแปลว่าสกุล คุณครูคณิตาเคยได้ยินคำว่า "วงศาขนาญาติ" ไหม หรือพงศาขนาญาติ (คุณครูคณิตา) เคยได้ยินค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) หมายถึงชื่อสกุลเรานั่นเอง ไม่รู้ว่าวงศาคณาญาติของครูคณิตาอยู่ที่ไหนใช่ไหม ก็หมายถึงว่าผมถามว่าต้นสกุลหรือว่าบรรพบุรุษของครูคณิตาอยู่จังหวัดอะไรประมาณนั้นนะครับ ทำไมครูพูดคำว่า "วงศา" ล่ะ ทำไมไม่พูด พงศา พ. พาน กับ ว. แหวน ถ้าในภาษาบาลีนะ พ. พาน กับ ว. แหวน คือ... (คุณครูคณิตา) คืออะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) คือ เราจะแผงกันไปกันมาได้ อย่างคำว่า "พระ" พ-ร-ะ พระ ถ้าแผลง ก็คือใช้ ว. แหวน ร. เรือ เช่นเดียวกัน หมายความว่าอย่างเดียวกันเลย เกร็ดความรู้เพิ่มเติมนะครับ (คุณครูคณิตา) คำต่อมานะคะ เสนอคำว่า "ปรารมภ์" ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ปรารมภ์ (คุณครูคณิตา) ออกเสียงให้ชัดนะคะ ออกเสียงอีกครั้งนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ปรารมภ์ ต้องมี ร. เรือ กระดกลิ้น นะครับ หมายความว่าอย่างไร เด็ก ๆ ตอบก่อน หมายความว่า... หมายความว่า ๆ (คุณครูคณิตา) หมายความว่าวิตกกังวล รำพึงหรือว่าครุ่นคิดค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อย่างเช่นที่ครูคณิตาบอกว่าวันนี้ฉันปรารมภ์เรื่อง สุภาษิตเลย หมายถึงว่าครุ่นคิดใช่ไหมครับ ว่าจะสอนประมาณนั้นหรือเปล่าครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ ก็มีความครุ่นคิดนะคะ มีความวิตกกังวลเล็กน้อยนะคะ ที่จะให้นักเรียนนี่เข้าใจเนื้อหาได้อย่างถ่องแท้และชัดเจน และนำพฤติกรรมเหล่านั้นมาใช้(คุณครูปรเมษฐ) นั่นสิครับ เลยเลือกใช้คำนี้มาพูดครูก็ไม่รู้ความหมายจึงต้องเปิดหา ต่อไป คำว่า "ไพล่ พอ-ลอ-ไอ-ไพล" ไพล ไม้เอก ไพล่ ไพล่ตัวนี้แปลว่า... แทนที่จะเป็นกลับเป็นอีกอย่างหนึ่ง อย่างเช่น แทนที่จะข้าวนี่ ไพล่ไปกินก๋วยเตี๋ยว คือ มันเปลี่ยนไป เด็ก ๆ เข้าใจความหมายไหม อาจจะเอาไปแต่งประโยคก็ได้นะครับ จะได้เข้าใจมากยิ่งขึ้นถ่องแท้ยิ่งขึ้น เพิ่มเติมไปนะครับ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นคำโบราณเช่นเดียวกันนะครับ (คุณครูคณิตา) ในปัจจุบันเราไม่ค่อยเจอคำเหล่านี้แล้วนะคะ แล้วเราไม่ใช้ ในชีวิตประจำวันด้วยนะคะ นักเรียนอาจจะไม่คุ้นหูคุ้นตานะคะ แต่ก็สามารถที่จะจดลงไปเพิ่มเติมได้ เพื่อที่จะนำไปเป็นคำศัพท์คลังความรู้ของนักเรียนนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) อีกอย่างมันพบเจอใจบทกลอน ถ้านักเรียนไม่เข้าใจความหมาย นักเรียนก็จะตีความในบทนั้น ๆ ไม่ได้ นั่นจึงต้องรู้นะครับ ต่อไป ไพล่แล้วก็พล่าน พล่าน พล่าน "พอ-ลอ-อา-นอ-เอก" พล่าน พล่านนี่หมายถึงอะไร ต้องเจอนะครับ บอกครูมา พล่าน แปลว่า อาการเป็นไปในลักษณะป่วน วุ่น ซ่าน เป็นอย่างไร เคยได้ยินคำว่า "ดิ้นพล่าน" (คุณครูคณิตา) เป็นอย่างไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ลักษณะดิ้น กระเสือกกระสน วุ่นวาย แถกไปสารพัดเลย เหมือนเคยไปตลาดนัด ไปนัดบ้านครูคณิตาเคยเห็นแม่ค้าที่เขาเอาปลานี่ ปลาที่ยังเป็น ๆ อยู่ในนั้นมาขายไหม อยู่ในกะละมังมันดิ้นพล่านไปหมดเลย มันสับสนวุ่นวายประมาณนั้น โดนเพื่อนทำร้ายลุกดิ้นพล่านนี่ ก็ใช้ความหมายประมาณนี้นะใช่ไหม คำว่า "พล่าน" พล่าน ต่อไป พูดผลอ พูดผลอ เหมือนเป็นคำที่ไม่เคยพบเคยเห็นในชีวิตเลยนะ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ ไม่ค่อยได้ยินเลยนะคะ คำเหล่านี้นะ เชื่อว่านักเรียนต้องพบบ้าง พูดผลอ 1 2 3 ตอบครับ หมายความว่า... (คุณครูคณิตา) หมายความว่าพูดประจบประแจงนั่นเอง ก็คล้าย ๆ กับประจ๋อประแจ๋ใช่ไหมคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับครูคณิตา ความหมายไปในทางที่ไม่ดี เป็นความหมายในทางที่ไม่ดีนะ (คุณครูปรเมษฐ) มาจากบทกลอนว่าอย่าเที่ยวพล่านพูดผลอประจ๋อประแจ๋ ก็คือสอนผู้หญิงนะ ว่าอย่าไปทำอะไรวุ่นวาย ทำให้ไปพูดจาประจบประแจงเพ้อเจ้อ เป็นการสอนนะครับ ต่อไป เป็นคำว่า "พิไร" (คุณครูคณิตา) พิไรค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) พิไร (คุณครูคณิตา) พิไร แปลว่าอะไรเอ่ย ครูเชื่อว่าเด็ก ๆ หาคำศัพท์เหล่านี้เจอนะคะ พิไรแปลว่าอะไรคะ แปลว่า รำพัน, ร่ำว่า, ร่ำร้อง นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มันให้กระจ่างหน่อยครับ ยกตัวอย่างให้ฟังหน่อยครูคณิตา (คุณครูคณิตา) อย่างเช่นคำว่าอะไรดีนะเด็ก ๆ คะ ช่วยคุณครูยกตัวอย่างหน่อยได้ไหมคะ คำว่า "พิรี้พิไร" นี่ หมายถึงของการรำพัน ร่ำว่า ร่ำร้องไหมคะครูปรเมษฐ หมายถึงการอยากจะได้อยากจะว่าก็ใช้พิไรนะ เป็นคำโบราณอีกแล้วนะครับ เจอในบทกลอน ถ้าไม่รู้ความหมายก็จะแปลไม่ได้นั่นเอง เพิ่มเติมไปนะครับ ต่อไป หลู่ หลู่ อันนี้นักเรียนต้องเคยได้ยิน จะอยู่คู่กับคำว่า "ลบ" เป็น "ลบหลู่" คล้องจองกันเกินเลย ก็คือเป็นคำว่าหลบหลู่ดูหมิ่น คำว่า "หลบหลู่" ว่าอย่างไร นักเรียนตอบ เก่งมากครับ หมายความว่า (คุณครูคณิตา) หมายความว่า ลบคุณ, ดูถูก, ไม่นับถือค่ะ อย่างเช่น เธอ หลบหลู่เขา ก็จะเป็นการ... อาจจะเป็นการดูถูกนะคะ ก็เป็นการกระทำที่ไม่ดีนะคะ ใช่ไหมคะ คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ อย่างเช่น คำว่า "นักเรียนหลู่ครูบาอาจารย์" เคยเจอในบทกลอน ก็หมายถึงนักเรียนที่เป็นอย่างไร ไม่นับถือครูบาอาจารย์ ก็เป็นพฤติกรรมที่ไม่ควรกระทำนะ เป็นบาปแก่ตัวด้วยไม่ดีนะครับ ต่อไป (คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมาค่ะ คำสุดท้าย ก็คือคำว่า "ระอิดระอา" (คุณครูปรเมษฐ) ออกเสียงชัด ๆ ตามครูคณิตาอีกครั้งครับ (คุณครูคณิตา) ว่า "ระ-อิด-ระ-อา" ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นะครับ หมายความว่าอย่างไร นักเรียนตอบครับ 1 2 3 เฉลย (คุณครูคณิตา) หมายความว่าเบื่อหน่ายหรือหมดกำลังใจเพราะถูกรบกวน ทำให้เกิดความรำคาญค่ะ หรือมีเหตุติดขัดบ่อยนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ระอิดระอา อันนี้ยังใช้อยู่ในชีวิตประจำวันนะ คำเหล่านี้นะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ เรียนภาษาไทย ระอิดระอาได้ไหม ไม่ได้นะ เรียนภาษาไทยต้องมีความสุข เราจะไม่ระอิดระอาต่อกันและกันใช่ไหมครับ นักเรียน นักเรียนบันทึกไป ครูเชื่อว่าระหว่างที่ครูทั้ง 2 คนได้อธิบายให้นักเรียนฟังนี่ นักเรียนจะบันทึกเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ เพราะฉะนั้น เดี๋ยวเราไปสรุปบทเรียนพากเพียรความรู้กันดีกว่านะครับ คำถามนะครับ คุณครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) การศึกษาความหมายของคำประโยค และข้อความในบทเรียน ก่อนการอ่านเนื้อเรื่องมีประโยชน์อย่างไรคะ นักเรียนคะ ลองคิดดูสิว่า การทบทวนการศึกษาความหมายหรือคำต่าง ๆ ก่อนที่เราจะเริ่มเรียนนี่ มันช่วยให้เรานี่เรียนเป็นอย่างไร (คุณครูปรเมษฐ) นั่นล่ะครับ มันคือประโยชน์ของการศึกษานั่นเอง นักเรียนครับ ให้ช่วยกันตอบ ช่วยกันเสนอนะ มันเป็นความคิดเห็นของนักเรียนไม่มีผิดนะ จะเสนออย่างไรก็ได้ ขอให้อยู่ในขอบข่ายขอบเขตก็พอนะครับ ครูจะรอฟังนักเรียนนะ เดี๋ยวจะให้ครูคณิตาสรุป เอาล่ะครับครูคณิตาครับ นักเรียนได้เสนอเรื่องการศึกษาความหมายของคำมาเป็นจำนวนมากเลย เดี๋ยวครูคณิตาสรุปมาเป็นประเด็นครับ มีประโยชน์อย่างไรบ้าง (คุณครูคณิตา) นั่นก็คือ 1. ค่ะ จะทำให้สามารถอ่านเนื้อเรื่องได้มากขึ้นนั่นเองค่ะ 2. ได้รู้ความหมายของคำศัพท์มากเพิ่มมากขึ้นนะคะ และ 3. สามารถนำไปใช้ในการในการอ่านเนื้อเรื่องอื่น ๆ ได้ค่ะ ซึ่งนักเรียนนี่ สามารถที่จะนำคำศัพท์เหล่านี้นี่ ไปใช้กับบทเรียนอื่น ๆ ในวรรณคดีลำนำก็ได้นะคะ หากนักเรียนเจอคำเหล่านี้นี่ เราก็จะรู้คำศัพท์เลย สามารถอ่านแล้ว เข้าใจเนื้อเรื่องได้เลย ไม่จำเป็นที่จะเปิดพจนานุกรมหาความหมายได้อีกใช่ไหมคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ คุณครูคณิตาครับ และอีกอย่างหนึ่งนี่ที่เรารู้ความหมายของคำศัพท์เพิ่มมากขึ้นนี่ มันก็เปรียบเสมือนคลังปัญญา เปรียบเสมือนเราจะไปเจอคำอะไรก็ตามแต่ ถ้าเรารู้ความหมายเราก็สามารถเข้าใจและยังสามารถอธิบาย ถ่ายทอดให้กับผู้อื่นฟังได้อีก อันนี้คือประโยชน์ของความหมายของคำศัพท์ ได้เรียนรู้ความหมายของคำศัพท์ เป็นคลังปัญญาของเรา และเรื่องที่นำไปใช้ อ่านเรื่องนี่เป็นเรื่องที่สำคัญมากคุณครูคณิตา รู้ศัพท์เท่ากับอ่านเรื่องเข้าใจ อ่านเรื่องเข้าใจเท่ากับถ่ายทอดได้ นักเรียนครับ อันนี้เป็นกลวิธีในการเรียนภาษาไทย เรียนวรรณคดี เรียนในเรื่องที่เราไม่สามารถแปลไทยให้เป็นไทยอีกทีหนึ่งได้ แล้วเราเข้าใจนี่มันคือสุดยอดครับ เยี่ยม ถ้านักเรียนสามารถที่จะรู้คำศัพทยิ่งยอดเลยครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ ถือเป็นคลังความรู้ส่วนตัวนะคะ นักเรียนคะ หากในสมุดของนักเรียนนะคะ ยังจดไม่เรียบร้อย สามารถที่จะจด และทำสมุดของเราให้น่าอ่านได้ค่ะ เพื่อที่เราจะได้ไปทบทวนและจำคำศัพท์เหล่านั้นให้มากยิ่งขึ้นนั่นเอง (คุณครูปรเมษฐ) ครูเชื่อว่าวันนี้นี่เรายังไม่ได้เข้าสู่เนื้อหา ครูเชื่อว่าจะต้องกลับไปใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้แน่นอน เรื่องนักเรียนครับ ไปอ่านมาล่วงหน้าก่อน สุภาษิตสอนหญิงที่นักเรียนได้เรียนนี่มีไม่กี่บทหรอกครับ แต่จริง ๆ แล้วสุภาษิตฉบับจริง เล่มหนาประมาณนี้เลยนะครับนักเรียน คำสอนเป็นจำนวนมากที่นักเรียนสามารถนำมาปรับได้ ใครสนใจใคร่รู้ก็สามารถที่จะไป Search หรือไปค้นหาในอินเทอร์เน็ตได้ ผู้ที่รู้เป็นผู้ที่เยี่ยม แต่ถ้าใครไม่ค้นหาเพิ่มเติม อ่านจากหนังสือวรรณคดีลำนำ อ่านมาให้จบ บางครั้งครูอาจจะแค่ชี้แนวทางนักเรียนก็เข้าใจแล้ว เพราะนักเรียนอ่านมาก่อนแล้ว จะพูดทุกครั้งเลย เรียนวรรณดีและเข้าใจมันจะต้องทำการบ้าน คือ อ่านมาก่อน แล้วพอเข้าห้องมาเรียนด้วยกันนี่ จะเรียนอย่างเข้าใจพริ้วเลยครับ สติปัญญาของนักเรียน ต่อไปคุณครูคณิตาจะสอนเรื่องอะไรครับ (คุณครูคณิตา) บทเรียนครั้งต่อไป เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่อง อ่านจับใจความค่ะ สิ่งที่นักเรียนจะต้องเตรียมนะคะ มีอะไรบ้างคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) สิ่งที่หนู ๆ จะต้องเตรียมมา ใบความรู้ครับ เรื่อง หลักการอ่านจับใจความ 2. ต้องเตรียมใบงานเรื่อง สุภาษิตสอนหญิงสอนใจ แสดงว่าพรุ่งนี้นี่เราจะอ่านจับใจความกัน แล้วทำใบงานกัน ยังไม่บอกว่าทำอย่างไร ซึ่งสามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่... (คุณครูคณิตา) สามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่นี่เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สำหรับวันนี้นะครับ ครูจะต้องเน้นย้ำนักเรียนนะ ให้นักเรียนกลับไปอ่าน อย่างไรเสียก็ตาม ให้กลับไปอ่าน อ่านแล้วให้รู้จากบ้านมาก่อน แล้วเดี๋ยวมาเรียนในห้องนี่แล้วมันจะเข้าใจ วันนี้ สุภาษิตสอนหญิงน่าสนใจมากครับ วันนี้ครูครูปรเมษฐขอลานักเรียนไปก่อนครับ สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]