﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:03,805

2
00:00:04,002 --> 00:00:07,807

3
00:00:08,006 --> 00:00:11,879

4
00:00:12,010 --> 00:00:15,901

5
00:00:16,012 --> 00:00:19,837

6
00:00:20,015 --> 00:00:23,853

7
00:00:24,016 --> 00:00:27,804

8
00:00:28,018 --> 00:00:31,847

9
00:00:32,019 --> 00:00:35,789
(คุณครูคณิตา) สวัสดีคุณครูปลายทางทุกท่าน

10
00:00:36,023 --> 00:00:39,790

11
00:00:40,025 --> 00:00:43,778

12
00:00:44,029 --> 00:00:47,816
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 วันนี้ครูปรเมษฐคะ

13
00:00:48,039 --> 00:00:51,845
เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) วันนี้ครูจะมาสอนเกี่ยวกับเรื่อง

14
00:00:52,041 --> 00:00:55,836

15
00:00:56,044 --> 00:00:59,822

16
00:01:00,045 --> 00:01:03,805
เรียงใจความสำคัญกันก่อนนะคะ นักเรียนคะ

17
00:01:04,046 --> 00:01:07,759
ลองดูบนหน้าจอนะคะ ใจความ นักเรียนจะเห็น

18
00:01:08,050 --> 00:01:11,803
ข้อความใช่ไหมคะ มีคำว่าอะไรบ้างคะคุณครู

19
00:01:12,052 --> 00:01:15,811
ปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) มีคำว่า ที่, คำ,

20
00:01:16,066 --> 00:01:19,797
หรือ แสดง คำนาม

21
00:01:20,075 --> 00:01:23,820
คำสรรพนาม ของ อาการ

22
00:01:24,078 --> 00:01:27,752
(คุณครูคณิตา) เรียงให้เป็นประโยคค่ะ

23
00:01:28,082 --> 00:01:31,753
(คุณครูปรเมษฐ) เป็นประโยคที่ได้ใจความด้วยนะครับเด็ก ๆ ไหนลองดู

24
00:01:32,089 --> 00:01:35,752
สิ (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวคุณครูปรเมษฐก็จะ

25
00:01:36,090 --> 00:01:39,752
เรียงประโยค... เรียงคำให้เป็นประโยคด้วยใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ)

26
00:01:40,091 --> 00:01:43,770
เราเรียงแข่งกันกับนักเรียนใช่ไหมครับ

27
00:01:44,094 --> 00:01:47,755
(คุณครูคณิตา) ถือว่าเป็นการช่วยเหลือนักเรียนแล้วกันนะคะ

28
00:01:48,098 --> 00:01:51,752
เอาล่ะค่ะหมดเวลา คุณครูคิดว่า

29
00:01:52,100 --> 00:01:55,752
นักเรียนนะคะ ก็สามารถที่จะนำ

30
00:01:56,101 --> 00:01:59,754
คำเหล่านี้นี่มาเรียงให้เป็นประโยคได้ใจความแล้วนะคะ

31
00:02:00,102 --> 00:02:03,753
คุณครูปรเมษฐคะ หากเป็นคุรครูปรเมษฐ

32
00:02:04,113 --> 00:02:07,758
นี่จะเรียงคำให้เป็นสมบูรณ์

33
00:02:08,113 --> 00:02:11,754
หรือได้ใจความสำคัญว่าอย่างไรคะ

34
00:02:12,115 --> 00:02:15,753
(คุณครูปรเมษฐ) ขึ้นต้นนี่น่าจะเป็นคำว่า

35
00:02:16,116 --> 00:02:19,754
คำที่แสดง

36
00:02:20,117 --> 00:02:23,754
อาการของคำนาม หรือ คำสรรพนาม

37
00:02:24,120 --> 00:02:27,754
ได้ใจความไหมครับ ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ แล้วนักเรียน

38
00:02:28,137 --> 00:02:31,755
ล่ะคะ เรียงคำ

39
00:02:32,142 --> 00:02:35,755
ให้ได้ใจความเหมือนคุณครูปรเมษฐหรือเปล่านะคะ

40
00:02:36,147 --> 00:02:39,755
เดี๋ยวเรามาดูเฉลยกันค่ะ

41
00:02:40,152 --> 00:02:43,754
อ่านค่ะนักเรียน อ่านพร้อม ๆ กันเลย

42
00:02:44,153 --> 00:02:47,755
นะคะ คำที่แสดงอาการของคำนาม

43
00:02:48,154 --> 00:02:51,755
หรือคำสรรพนาม ถูกต้องหรือเปล่า (คุณครูปรเมษฐ) อย่างนั้นครูก็

44
00:02:52,169 --> 00:02:55,755
ถูกด้วยสิครับ (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ ถ้าถูก

45
00:02:56,173 --> 00:02:59,760
ให้ปรบมือ เก่งมากค่ะ

46
00:03:00,174 --> 00:03:03,755
นะคะ เรามาต่อกันเลย

47
00:03:04,179 --> 00:03:07,755
ดีกว่านะคะ คุณครูปรเมษฐคะ เรามาตั้ง

48
00:03:08,180 --> 00:03:11,758
ถามกระตุ้นความคิดให้นักเรียนดีกว่าค่ะ คำถามแรกค่ะ

49
00:03:12,181 --> 00:03:15,760
ข้อความ ข้อความนี้นี่ ที่

50
00:03:16,183 --> 00:03:19,758
นักเรียนได้เรียงมานี่ เป็นความหมายของคำชนิดใด

51
00:03:20,184 --> 00:03:23,761
ง่ายมากเลยใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ง่ายมากเลย เพราะว่าขึ้นต้นที่

52
00:03:24,185 --> 00:03:27,757
หน้าจอที่แรกไว้แล้วครับ (คุณครูคณิตา) คำไทยมีกี่ชนิดคะ

53
00:03:28,189 --> 00:03:31,765
(คุณครูปรเมษฐ) เราไม่เฉลยดีกว่า ให้เด็ก ๆ

54
00:03:32,190 --> 00:03:35,762
ไปสืบค้นเอาเองนะครับ เพื่อที่จะ

55
00:03:36,192 --> 00:03:39,757
เป็นการแสวงหาความรู้ เป็นคุณธรรมที่เด็ก ๆ ...

56
00:03:40,195 --> 00:03:43,761
นะครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะมาดูคำตอบกัน คำตอบ

57
00:03:44,196 --> 00:03:47,767
ง่ายมากเลยค่ะ คุณครูปรเมษฐคะ

58
00:03:48,197 --> 00:03:51,757
ข้อความที่คุณครูปรเมษฐนี่ได้เรียง

59
00:03:52,199 --> 00:03:55,757
ให้เป็นใจความสำคัญนี่ เขากล่าวว่าเป็นคำ

60
00:03:56,200 --> 00:03:59,758
ของ คำชนิดใด (คุณครูปรเมษฐ) มันก็คือคำ

61
00:04:00,201 --> 00:04:03,762
กริยานั่นเองครับ เด็ก ๆ ครับ (คุณครูคณิตา) ถูกต้องแล้วค่ะ

62
00:04:04,204 --> 00:04:07,759
มันคือคำกริยาค่ะ ต่อมาค่ะ นักเรียน

63
00:04:08,205 --> 00:04:11,758
รู้จักคำกริยาใดบ้าง คำกริยามีคำว่าอะ

64
00:04:12,206 --> 00:04:15,757
คำกริยามีคำว่าอะไรบ้างนะ

65
00:04:16,209 --> 00:04:19,758
ครูเดินนี่ เดินเป็นคำกริยาไหม

66
00:04:20,210 --> 00:04:23,758
(คุณครูคณิตา) เป็นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เขียนหนังสือ

67
00:04:24,213 --> 00:04:27,759
(คุณครูคณิตา) เขียน ก็คือถือว่าเป็นค่ะ

68
00:04:28,222 --> 00:04:31,758
(คุณครูปรเมษฐ) ยิ้ม (คุณครูคณิตา) เป็นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) รับประทานอาหาร

69
00:04:32,223 --> 00:04:35,758
(คุณครูคณิตา) รับประทานอาหารเป็นค่ะ รับประทาน

70
00:04:36,224 --> 00:04:39,758
คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่ามันก็เกี่ยวกับคำกริยาทั้งนั้นเลย

71
00:04:40,226 --> 00:04:43,759
(คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ เราใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน

72
00:04:44,228 --> 00:04:47,759
อยู่ตลอดเวลานะคะ เอาล่ะค่ะนักเรียนคะ นักเรียนหลายคน

73
00:04:48,228 --> 00:04:51,758
หลายคนนี่ต้องตอบได้แล้วนะคะ ว่าเรา

74
00:04:52,239 --> 00:04:55,765
รู้จักคำกริยาใดกันบ้างนะ เหมือนเมื่อกี้

75
00:04:56,240 --> 00:04:59,759
ที่คุณครูปรเมษฐนะคะ ได้ยกตัวอย่างไปนะคะ เอาล่ะค่ะ

76
00:05:00,243 --> 00:05:03,759
เรามาดูคำถามนี้กันดีกว่า คำถามนี้ครูปรเมษฐ

77
00:05:04,243 --> 00:05:07,759
ถามนักเรียนเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนใช้คำกริยาในชีวิต

78
00:05:08,247 --> 00:05:11,764
ประจำวันเมื่อใดบ้าง นักเรียนครับ

79
00:05:12,248 --> 00:05:15,759
อย่างที่ครูได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ว่า คำ

80
00:05:16,250 --> 00:05:19,759
กริยานี่ มันก็จะใช้ตลอดเวลาอยู่แล้วนะ

81
00:05:20,252 --> 00:05:23,759
ขณะที่หนูกำลังขมครูอยู่นี่

82
00:05:24,253 --> 00:05:27,759
คำว่า "ชม" คำว่า "ดู" นี่ก็เป็นคำกริยาใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

83
00:05:28,254 --> 00:05:31,773
แล้วนั่งอยู่ที่โต๊ะนักเรียน ก็เป็นคำ (คุณครูคณิตา)

84
00:05:32,256 --> 00:05:35,763
คำกริยาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คำกริยาเช่นเดียวกัน

85
00:05:36,262 --> 00:05:39,760
คำถามนี้นี่ เด็ก ๆ ต้องตอบได้ เพราะเป็นทุกสิ่ง

86
00:05:40,264 --> 00:05:43,760
ในชีวิตเลยนะครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะนักเรียน

87
00:05:44,265 --> 00:05:47,760
คำกริยานะคะ เมื่อกี้ที่เขาถาม

88
00:05:48,277 --> 00:05:51,763
ถามว่าอะไรนะ ถามว่าอะไรเอ่ย

89
00:05:52,278 --> 00:05:55,761
อ่านหน้าจอพร้อม ๆ กันค่ะ นักเรียน

90
00:05:56,279 --> 00:05:59,761
ใช้คำกริยาในชีวิตประจำวันเมื่อใดบ้าง

91
00:06:00,279 --> 00:06:03,761
ใช่ไหมนะ นักเรียนจะใช่คำกริยาเหล่านี้เพื่อ

92
00:06:04,282 --> 00:06:07,762
บอกอะไร เพื่อบอกภาคแสดงของประธานนะคะ

93
00:06:08,283 --> 00:06:11,760
อย่างเช่น ครูกินข้าว ครูก็เป็น

94
00:06:12,284 --> 00:06:15,763
ประธาน กินเป็นท่าแสดงใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา)

95
00:06:16,286 --> 00:06:19,761
ก็คำว่า "กิน" เป็นคำอะไรคะ เป็นคำกริยา

96
00:06:20,288 --> 00:06:23,761
เพราะฉะนั้นนี่ก็เป็นการพูด

97
00:06:24,289 --> 00:06:27,761
เพื่อแสดงให้เห็นว่าประธานนั้นทำสิ่งใดอยู่นั่นเอง

98
00:06:28,290 --> 00:06:31,761
ต่อมาค่ะ เรามาดูจุดประสงค์ของการเรียนรู้

99
00:06:32,292 --> 00:06:35,764
ในวันนี้กันดีกว่านะคะ วันนี้ค่ะ นักเรียนต้อง

100
00:06:36,292 --> 00:06:39,762
บอกชนิดและหน้าที่ของคำกริยาได้ค่ะ

101
00:06:40,293 --> 00:06:43,765
ข้อ 2 ค่ะ คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนสามารถบอก

102
00:06:44,295 --> 00:06:47,775
ชนิดและหน้าที่ของคำกริยาในประโยคได้ครับ

103
00:06:48,296 --> 00:06:51,763
และก็ต้องบอกความสำคัญของการใช้คำ

104
00:06:52,297 --> 00:06:55,762
กริยาในภาษาไทยได้ครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ

105
00:06:56,298 --> 00:06:59,774
เรามีเกมมาให้เล่นใช่ไหมคะครูปรเมษฐ เกม

106
00:07:00,300 --> 00:07:03,767
อะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) เกมนี้มีชื่อว่า "เกมใบ้คำ"

107
00:07:04,301 --> 00:07:07,763
คำว่า "ใบ้" นี่ คือ พูดไม่ได้ใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ค

108
00:07:08,315 --> 00:07:11,763
(คุณครูปรเมษฐ) อ๋อ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะนักเรียน

109
00:07:12,316 --> 00:07:15,763
เกมใบ้คำ เนื่องจากวันนี้เราเรียนเกี่ยวกับคำกริยา

110
00:07:16,318 --> 00:07:19,764
เพราะฉะนั้นนี่ เกมใบ้คำนี้ นักเรียนก็จะต้อง

111
00:07:20,330 --> 00:07:23,764
ใบ้คำเกี่ยวกับอะไรคะ คำ

112
00:07:24,332 --> 00:07:27,764
กริยานะคะนักเรียน นักเรียนอย่าไปใบ้คำเป็น

113
00:07:28,334 --> 00:07:31,763
คำสรรพนามอย่างที่เราเคยเรียน

114
00:07:32,335 --> 00:07:35,763
นำคำกริยานะคะ มาเติมนะ เอาล่ะค่ะ

115
00:07:36,339 --> 00:07:39,766
พร้อมหรือยังเอ่ย ถ้าพร้อมแล้ว เดี๋ยวเราไป

116
00:07:40,340 --> 00:07:43,763
เล่นเกมกันดีกว่าค่ะ สังเกตค่ะ

117
00:07:44,342 --> 00:07:47,764
สังเกตหน้าจอนะคะ สุนัข... ไก่...

118
00:07:48,343 --> 00:07:51,769
ฝน... และก็นก...

119
00:07:52,344 --> 00:07:55,764
สุนัขค่ะ สุนัขกำลังทำอะไรเอ่ย

120
00:07:56,345 --> 00:07:59,764
กำลังทำอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) กำลังทำอะไรครับนักเรียน

121
00:08:00,346 --> 00:08:03,767
วิ่งค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) บางคนตอบกระโดดผิดไหม

122
00:08:04,347 --> 00:08:07,766
นะครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ไม่ผิดค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) กระโดดก็เป็นคำกริยาเช่นกัน

123
00:08:08,354 --> 00:08:11,765
(คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ ไก่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ร้องเพลง

124
00:08:12,355 --> 00:08:15,767
(คุณครูคณิตา) ขันค่ะ ไก่ขันค่ะ

125
00:08:16,356 --> 00:08:19,764
ฝน ฝนอะไรเอ่ย ฝนตกค่ะ

126
00:08:20,358 --> 00:08:23,773
นกกำลังทำอะไรอยู่คะ นกบิน

127
00:08:24,368 --> 00:08:27,766
นั่นเองนะครับ เอาล่ะค่ะ ต่อมาค่ะ ชาวเขา

128
00:08:28,369 --> 00:08:31,765
ชาวเขา ชาวสวน ชาวนา

129
00:08:32,370 --> 00:08:35,765
เขากำลังทำอะไรอยู่นะ เติมคำกริยาลงไปค่ะ

130
00:08:36,382 --> 00:08:39,765
เติมหรือยังเอ่ย ชาวเขา

131
00:08:40,386 --> 00:08:43,766
ปลูกผัก

132
00:08:44,390 --> 00:08:47,767
คำว่าปลูกใช่ไหมคะ ปลูก คำว่าปลูก

133
00:08:48,392 --> 00:08:51,766
เป็นคำกริยา ปลูกต้นไม้ได้ไหมเอ่ย

134
00:08:52,394 --> 00:08:55,774
เอาล่ะค่ะ มาดูชาวสวนเก็บผลไม้

135
00:08:56,395 --> 00:08:59,766
ต่อมา ชาว

136
00:09:00,397 --> 00:09:03,766
ประมง ชาวประมงนี่จะต้อง

137
00:09:04,398 --> 00:09:07,770
จับปลานะคะ ชาวนาล่ะค่ะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ชาวนาจะต้อง

138
00:09:08,399 --> 00:09:11,766
หว่านข้าวเกี่ยวข้าวครับ (คุณครูคณิตา)

139
00:09:12,400 --> 00:09:15,766
ถูกนะคะ เอาล่ะค่ะ เรามาดู

140
00:09:16,401 --> 00:09:19,767
เอ้ เป็ดกับห่าน นักเรียนจะใช้คำไหน

141
00:09:20,402 --> 00:09:23,766
คะนี่ (คุณครูปรเมษฐ) เป็ดกับห่านนี่ลักษณะเป็นอย่างไรครับ

142
00:09:24,415 --> 00:09:27,766
(คุณครูคณิตา) ลักษณะเป็นอย่างไรเอ่ย คุณน้า

143
00:09:28,419 --> 00:09:31,767
เขาเล่นเทนนิสเก่ง... พี่ น้อง...

144
00:09:32,429 --> 00:09:35,767
ที่ เราจะเติมคำกริยาลงไปนะคะ

145
00:09:36,433 --> 00:09:39,775
มาเฉลยค่ะ เป็ดคล้ายห่าน

146
00:09:40,434 --> 00:09:43,767
เป็ดคล้ายห่าน คล้ายนี่

147
00:09:44,434 --> 00:09:47,771
ก็ถือว่าเป็นคำกริยานะคะ คุณน้าค่ะ

148
00:09:48,435 --> 00:09:51,767
คุณน้าเป็นพยาบาล

149
00:09:52,436 --> 00:09:55,767
คำกริยาเหมือนกันนะคะ เขาเล่นเทนนิสเก่งเหมือนพี่

150
00:09:56,437 --> 00:09:59,767
เหมือนี่ก็คือเป็นคำกริยา

151
00:10:00,438 --> 00:10:03,798
ข้อสุดท้ายค่ะ น้องสูง...

152
00:10:04,439 --> 00:10:07,768
เท่าพี่ เท่านี่ก็ถือเป็นคำ (คุณครูปรเมษฐ) กริยา

153
00:10:08,441 --> 00:10:11,767
(คุณครูปรเมษฐ) กริยาเหมือนกันครับ (คุณครูคณิตา) คำกริยาค่ะ ต่อไป

154
00:10:12,443 --> 00:10:15,768
กันดีกว่านะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับตั้งแต่ที่นักเรียน

155
00:10:16,445 --> 00:10:19,769
ได้ใบ้คำตั้งแต่ทีแรกเลยนะครับ คำว่า "วิ่ง", "ขัน"

156
00:10:20,450 --> 00:10:23,769
ขัน ตก บิน เป็นคำกริยา

157
00:10:24,453 --> 00:10:27,771
เรีกยว่า "กริยาอกรรม" กริยา...

158
00:10:28,455 --> 00:10:31,768
กรรมคือกริยาที่ไม่ต้องมีกรรม

159
00:10:32,459 --> 00:10:35,768
มารองรับ ก็เข้าใจความหมาย อย่างเช่น คนวิ่ง,

160
00:10:36,461 --> 00:10:39,768
แมววิ่ง ไก่ขัน

161
00:10:40,463 --> 00:10:43,776
พวกนี้ไม่ต้องมีกรรมมารองรับนะครับ ก็เป็นคำที่สมบูรณ์ (คุณครูคณิตา)

162
00:10:44,465 --> 00:10:47,769
นิดหนึ่งนะคะ นักเรียนคะ หากนักเรียนจำไม่ได้นะคะ

163
00:10:48,467 --> 00:10:51,772
หยิบสมุดขึ้นมาค่ะ แล้วจดลงไปในสมุดนะคะ ด้วย

164
00:10:52,468 --> 00:10:55,776
ของตัวเองด้วยลายมือที่อะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) สวยงามครับ (คุณครูคณิตา)

165
00:10:56,470 --> 00:10:59,769
สวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อยนะคะ จดโดย

166
00:11:00,471 --> 00:11:03,770
ใช้อะไรคะ การจำใจความ

167
00:11:04,472 --> 00:11:07,769
คำว่า "วิ่ง", "ขัน", "ตก",

168
00:11:08,474 --> 00:11:11,776
บิน เป็นกริยาอกรรมนะคะ

169
00:11:12,475 --> 00:11:15,785
ก็เข้าใจความหมายได้ เห็นไหมเขียนง่ายนิดเดียวใช่ไหมคะครูปรเมษฐ

170
00:11:16,476 --> 00:11:19,770
(คุณครูปรเมษฐ) สรุปให้สั้นแต่ได้ใจความ

171
00:11:20,477 --> 00:11:23,770
ของตัวเองนะครับเด็ก ๆ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ มาดูข้อต่อไป

172
00:11:24,478 --> 00:11:27,770
(คุณครูปรเมษฐ) คำว่า ปลูก เก็บ จับ

173
00:11:28,481 --> 00:11:31,770
เกี่ยว ก็เป็นคำกริยา กริยาชนิดนี้ เป็น

174
00:11:32,486 --> 00:11:35,770
ชนิดที่เรียกว่า กริยาสกรรม

175
00:11:36,488 --> 00:11:39,771
ต่างจากเมื่อกี้นะ คำว่า "อะ" คือ ไม่ต้อง

176
00:11:40,489 --> 00:11:43,770
เป็นสกรรมคือ กริยาที่มีกรรมมารองรับ

177
00:11:44,490 --> 00:11:47,771
จึงจะได้ใจความสมบูรณ์ สมมติครูบอกว่า

178
00:11:48,491 --> 00:11:51,770
คนปลูก ครูคณิตาเข้าใจไหม

179
00:11:52,492 --> 00:11:55,771
(คุณครูคณิตา) ปลูกอะไรล่ะค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มันต้องมีกรรมมารองรับ

180
00:11:56,495 --> 00:11:59,775
หรือครูจะบอกว่า ครูเกี่ยว

181
00:12:00,496 --> 00:12:03,770
เกี่ยวอะไรใช่ไหม เพราะฉะนั้น มันไม่

182
00:12:04,498 --> 00:12:07,770
เข้าใจความหมายถ้าไม่มีกรรมมารองรับ กริยา

183
00:12:08,499 --> 00:12:11,771
อกรรม กับ สกรรม นักเรียนครับ บันทึก

184
00:12:12,500 --> 00:12:15,770
ครูคณิตาไม่ให้เวลาบันทึกหน่อยหรือครับ (คุณครูคณิตา)

185
00:12:16,502 --> 00:12:19,772
บันทึกนะคะ ย้ำอีกครั้งหนึ่ง

186
00:12:20,503 --> 00:12:23,771
นะคะ ปลูก, เก็บ, จับ, เกี่ยว

187
00:12:24,504 --> 00:12:27,774
นะคะ เป็นคำกริยา เรียกว่า "กริยาสกรรม"

188
00:12:28,505 --> 00:12:31,771
ก็คือจะต้องมีกรรมมารองรับจึงจะได้ใจความสม

189
00:12:32,506 --> 00:12:35,772
ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เรียบร้อย

190
00:12:36,507 --> 00:12:39,771
แล้วครับ เด็ก ๆ ของเราเก่งอยู่แล้ว ไปกันต่อ

191
00:12:40,508 --> 00:12:43,773
คำว่า "คล้าย", "เป็น", "เหมือน",

192
00:12:44,511 --> 00:12:47,779
เท่านะ อันนี้ก็เป็นคำอะไรนะครูคณิตา (คุณครูคณิตา)

193
00:12:48,512 --> 00:12:51,772
(คุณครูปรเมษฐ) เขาเรียกว่า "กริยาต้องเติมเต็ม"

194
00:12:52,513 --> 00:12:55,772
กริยาประเภทนี้นี่ อยู่ตามลำพังไม่ได้

195
00:12:56,514 --> 00:12:59,772
ต้องอาศัยส่วนเติมเต็มมาต่อข้างท้าย เพื่อให้ได้ใ

196
00:13:00,515 --> 00:13:03,774
ที่สมบูรณ์นะครับ (คุณครูคณิตา) นักเรียนอาจจะ

197
00:13:04,516 --> 00:13:07,775
ยังงง ๆ อยู่ ยังไม่เข้าใจนะคะ ในวันนี้ครูก็มีตัวอย่าง

198
00:13:08,517 --> 00:13:11,777
มากมายนะคะ เพื่อให้นักเรียนนี่ ได้เปรียบเทียบแล้วก็

199
00:13:12,517 --> 00:13:15,772
ทำความเข้าใจนะ เอาล่ะค่ะ เรามาดูกันดีกว่า

200
00:13:16,518 --> 00:13:19,778
คุณครูปรเมษฐคะ คำกริยา

201
00:13:20,519 --> 00:13:23,773
เราแบ่งออกเป็นกี่ประเภทนะ

202
00:13:24,535 --> 00:13:27,778
เมื่อกี้ที่สรุปไป อย่างแรกเลยนะคะ

203
00:13:28,538 --> 00:13:31,772
ประเภทแรก คือ คำกริยาอรรม

204
00:13:32,542 --> 00:13:35,773
คืออะไรนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เอาเด็ก ๆ ตอบครูปลายทางครับ

205
00:13:36,543 --> 00:13:39,775
คุณครูช่วยฟังเด็ก ๆ ตอบด้วยนะครับ ว่าเขาจับใจความได้

206
00:13:40,551 --> 00:13:43,773
หรือไม่ ถ้าตอบถูกแสดงว่าเขาจับใจความได้

207
00:13:44,554 --> 00:13:47,774
คือ ถูกต้องครับ กริยาที่ไม่ต้อง

208
00:13:48,556 --> 00:13:51,773
มีกรรมมารองรับนะคะ ต่อไปครับคื

209
00:13:52,557 --> 00:13:55,774
กริยาอกรรม ก็คือกริยาที่ไม่ต้อง

210
00:13:56,560 --> 00:13:59,773
มีกรรมมารองรับนั่นเองนะครับ แล้วก็ประเภทที่ 3

211
00:14:00,561 --> 00:14:03,773
คือ กริยาช่วย หรือ กริยาต้องเติมเต็ม

212
00:14:04,562 --> 00:14:07,780
อันนี้ต้องมีส่วนมาต่อข้างท้ายจึงจะ

213
00:14:08,562 --> 00:14:11,773
ที่สมบูรณ์ เก่งมากเด็ก ๆ ครับ (คุณครูคณิตา) ทีนี้ค่ะ

214
00:14:12,563 --> 00:14:15,773
เรามาขยายความกันดีกว่านะคะ เพื่อให้นักเรียนได้

215
00:14:16,564 --> 00:14:19,775
เข้าใจได้มากขึ้นใช่ไหมคะครูปรเมษฐ นักเรียน

216
00:14:20,566 --> 00:14:23,786
อย่าลืมจดลงไปในสมุดนะคะ

217
00:14:24,567 --> 00:14:27,774
จดด้วยลายมือที่เป็นระเบียบเรียบร้อยนะคะ

218
00:14:28,568 --> 00:14:31,774
เวลานักเรียนจำไม่ได้จะได้กลับมาอ่านได้ค่ะ

219
00:14:32,570 --> 00:14:35,774
เอาล่ะค่ะ เรามาดูกันดีกว่าคุณครูปรเมษฐค่ะ

220
00:14:36,571 --> 00:14:39,776
กริยาที่ไม่ต้องมีกรรมนี่ จะต้องเป็นกริยาที่สมบูรณ

221
00:14:40,572 --> 00:14:43,775
ที่มีใจความสมบูรณ์ในตนเอง ไม่ต้องมีกรรมมารองรับใช่ไหมคะ

222
00:14:44,576 --> 00:14:47,774
(คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) เพราะคำว่า "อะ" แปลว่าไม่ คุณครูปรเมษฐ

223
00:14:48,577 --> 00:14:51,775
ได้พูดแล้ว แล้วอย่างเช่น รูป

224
00:14:52,578 --> 00:14:55,774
รูปนี้ เป็นรูปอะไร (คุณครูปรเมษฐ) รูปเด็ก

225
00:14:56,579 --> 00:14:59,775
(คุณครูคณิตา) เด็กกำลังทำอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็กกำลัง

226
00:15:00,586 --> 00:15:03,775
บีบน้ำตา (คุณครูคณิตา) ไม่ใช่บีบน้ำตาคุณครูปรเมษฐ อาจ

227
00:15:04,587 --> 00:15:07,775
กำลัง อาจจะเสียใจ

228
00:15:08,588 --> 00:15:11,775
เสียใจ แต่ว่าถ้าเราดูอย่างนี้

229
00:15:12,589 --> 00:15:15,800
เราจะเรียกว่าอะไร (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเกิดเป็นครูนี่ ก็จะ

230
00:15:16,591 --> 00:15:19,787
บอกว่าเด็กร้องไห้นะครับ หรือน้องร้องไห้

231
00:15:20,594 --> 00:15:23,778
(คุณครูคณิตา) เด็กสิคะ เด็กร้องไห้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ตอบถูกเ้วย (คุณครูปรเมษฐ)

232
00:15:24,600 --> 00:15:27,775
เก่งมากเลยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่าร้องไห้ก็เป็น

233
00:15:28,603 --> 00:15:31,779
กริยาอกรรมใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ เป็นกริยาที่ไม่ต้องม

234
00:15:32,615 --> 00:15:35,775
มีกรรมมาเติมนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็เข้าใจแล้ว (คุณครูคณิตา) เข้าใจแล้วว่า

235
00:15:36,615 --> 00:15:39,792
เด็กกำลังทำอะไรอยู่ กำลังร้องไห้ค่ะ

236
00:15:40,616 --> 00:15:43,776
เอาล่ะค่ะ เรามาดูต่อไป ถ้านอน

237
00:15:44,623 --> 00:15:47,776
คุณครูปรเมษฐหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) คุณครู

238
00:15:48,624 --> 00:15:51,779
ปรเมษฐนอนเรียบร้อยใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับคุณครูปรเมษฐ

239
00:15:52,634 --> 00:15:55,776
โอเคคะ นักเรียนบอกเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ ไม่ยอม

240
00:15:56,636 --> 00:15:59,781
สวมหน้ากากอนามัยนะครับนี่ ขี้มูกโป่งเลย

241
00:16:00,637 --> 00:16:03,776
(คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ เรามาดูนะคะ น้องนอนหลับค่ะ น้อง

242
00:16:04,638 --> 00:16:07,776
นอนหลับก็ถือว่าเป็นคำ (คุณครูปรเมษฐ)

243
00:16:08,645 --> 00:16:11,777
กริยาอกรรม (คุณครูคณิตา) กริยานะคะ ต่อมาค่ะ

244
00:16:12,645 --> 00:16:15,776
(คุณครูปรเมษฐ) ต้นไม้ ต้นไม้เป็นอย่างไรครับเด็ก ๆ

245
00:16:16,646 --> 00:16:19,783
เวลาพายุเข้า

246
00:16:20,651 --> 00:16:23,776
หลังจากที่พายุเข้าช่วงเช้า ๆ บางครั้งนักเรียนจะเห็นต้นไม้

247
00:16:24,652 --> 00:16:27,776
บางต้นนี่ค่ะ ก็คือจะอยู่ตามพื้น

248
00:16:28,654 --> 00:16:31,776
เขาเรียกว่าต้นไม้อะไรเอ่ย ต้นไม้....

249
00:16:32,655 --> 00:16:35,786
ต้นไม้ล้มนะครับ ล้มก็เป็นคำกริยาอกรรม

250
00:16:36,656 --> 00:16:39,777
เช่นเดียวกัน สมมติบอกว่าคนล้ม

251
00:16:40,658 --> 00:16:43,777
ก็เข้าใจความหมายแล้วนะครับ (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ ต่อมา

252
00:16:44,674 --> 00:16:47,796
มากเลยใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ตอบเลยครับ

253
00:16:48,675 --> 00:16:51,777
คืออะไรนะ นักกีฬา

254
00:16:52,679 --> 00:16:55,778
(คุณครูคณิตา) วิ่งรอบสนาม คำว่า "วิ่ง" ค่ะ

255
00:16:56,679 --> 00:16:59,778
นักกีฬาวิ่ง เข้าใจความหมายไหมคะ (คุณครูคณิตา)

256
00:17:00,694 --> 00:17:04,694
(คุณครูคณิตา) เข้าใจค่ะ รอบสนามนี่เป็นการขยาย

257
00:17:04,695 --> 00:17:08,695
เฉย ๆ ว่าวิ่งรอบสนาม

258
00:17:08,700 --> 00:17:12,700
นะคะ ถ้านักกีฬาวิ่งเฉย ๆ มีความหมายไหมคะ

259
00:17:12,701 --> 00:17:16,701
มี ไม่ต้องมีอะไรมาเติมเต็มเลยก็ได้

260
00:17:16,702 --> 00:17:20,702
อย่างเข่น ครูปรเมษฐวิ่ง ก็

261
00:17:20,703 --> 00:17:24,703
เข้าใจใช่ไหมคะ ว่าครูปรเมษฐกำลังวิ่ง

262
00:17:24,704 --> 00:17:28,704
อยู่นั่นเอง คำนี้

263
00:17:28,705 --> 00:17:32,705
ง่ายมากเลยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ

264
00:17:32,706 --> 00:17:36,706
จะแต่งเป็นประโยคว่าอย่างไร

265
00:17:36,708 --> 00:17:40,708
เฉลยดีกว่า ตรงกันหรือไม่

266
00:17:40,709 --> 00:17:44,709
เด็ก ๆ หัวเราะ หัวเราะ

267
00:17:44,713 --> 00:17:48,713
ก็เป็นกริยากรรม คือ ไม่ต้องมีกรรมมารองรับก็

268
00:17:48,714 --> 00:17:52,714
เข้าใจได้ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วได้ใจความ

269
00:17:52,715 --> 00:17:56,715
อันนี้ก็เป็นอกรรมกริยา ต่อไปค่ะ

270
00:17:56,716 --> 00:18:00,716
เป็นอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นกริยา

271
00:18:00,717 --> 00:18:04,717
ที่ต้องมีกรรมนะครับ หรือกริยาสกรรมนั่นเอง กริยา

272
00:18:04,719 --> 00:18:08,719
ที่มีความหมายไม่สมบูรณ์ในตัวเอง

273
00:18:08,720 --> 00:18:12,720
มารองรับนะครับ ก็คือกริยาสกรรมอย่างที่ครูได้กล่าวไว้

274
00:18:12,721 --> 00:18:16,721
ไปดูกันเลยนะ นักเรียนลอง

275
00:18:16,722 --> 00:18:20,722
สังเกตรูปภาพ เด็ก ๆ แต่งประโยคได้ว่า

276
00:18:20,723 --> 00:18:24,723
อย่างไรบ้าง อันนี้ต้องมีกริยามารองรับนะ

277
00:18:24,727 --> 00:18:28,727
เป็นกริยาสกรรม (คุณครูคณิตา) เฉลย

278
00:18:28,728 --> 00:18:32,728
นะคะ

279
00:18:32,734 --> 00:18:36,734
น้ำแกะสลักฟักทอง น้ำ ใน

280
00:18:36,735 --> 00:18:40,735
ทีนี้เป็นกริยาของคน นามเป็นแกะ

281
00:18:40,737 --> 00:18:44,737
แกะเป็นคำอะไรเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) แกะเป็นคำกริยาสกรรม

282
00:18:44,738 --> 00:18:48,738
จะบอกว่าทำไมต้องเป็นกริยาสกรรม (คุณครูคณิตา)

283
00:18:48,739 --> 00:18:52,739
กแะสลักนี่ ก็คือเป็นคำกริยาใช่ไหม สลักลงไป

284
00:18:52,740 --> 00:18:56,740
นะ ส่วนฟักทองนี่ก็เป็นกรรม (คุณครูปรเมษฐ) กรรม (คุณครูคณิตา)

285
00:18:56,742 --> 00:19:00,742
เพราะว่าอะไรเอ่ย เพราะว่าฟักทองนี่เป็น

286
00:19:00,746 --> 00:19:04,746
กรรม เพราะว่าเนื่องจาก

287
00:19:04,747 --> 00:19:08,747
เขาโดนอะไร (คุณครูปรเมษฐ) เขาโดนแกะ (คุณครูคณิตา) โดนแกะสลัก

288
00:19:08,748 --> 00:19:12,748
นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) สมมติครูตัดฟักทองออกไป เหลือ

289
00:19:12,749 --> 00:19:16,749
แค่คำว่าน้ำแกะสลัก ครูเอาแกะ

290
00:19:16,750 --> 00:19:20,750
ออกไปด้วยเหลือแค่น้ำแกะ (คุณครูคณิตา) แกะอะไรล่ะคะ (คุณครูปรเมษฐ)

291
00:19:20,751 --> 00:19:24,751
จะไม่เข้าใจทันทีใช่ไหมครับเด็ก ๆ (คุณครูคณิตา) ไม่เข้าใจค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

292
00:19:24,752 --> 00:19:28,752
กริยาสกรรมเป็นอย่างไร ไปดูต่อไปเลยครับ

293
00:19:28,753 --> 00:19:32,753
ง่ายมากนะคะ ง่ายมากเลยค่ะนักเรียน

294
00:19:32,754 --> 00:19:36,754
นี่กำลังทำอะไรอยู่

295
00:19:36,755 --> 00:19:40,755
เฉลยค่ะ เด็ก ๆ เตะฟุตบอล

296
00:19:40,756 --> 00:19:44,756
อันไหนเป็นกรรมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ฟุตบอลเป็นกรรม

297
00:19:44,757 --> 00:19:48,757
คือ ครูตัดคำว่าฟุตบอลออก

298
00:19:48,762 --> 00:19:52,762
เหลือแค่เด็ก ๆ เตะ เข้าใจความหมายไหม

299
00:19:52,764 --> 00:19:56,764
มันไม่สมบูรณ์ เพราะฉะนั้น เตะ ก็คือกริยาสกรรม

300
00:19:56,765 --> 00:20:00,765
นั่นเองครับ ไปกันต่อเลย

301
00:20:00,767 --> 00:20:04,767
เกี่ยวกับการ... เขากำลังทำอะไรครับครูคณิตา

302
00:20:04,768 --> 00:20:08,768
(คุณครูคณิตา) น่าจะเกี่ยวกับอาหารนะคะ

303
00:20:08,771 --> 00:20:12,771
มีมีด มีหม้อ มีไฟ มีเครื่องปรุงต่าง ๆ

304
00:20:12,772 --> 00:20:16,772
ครอบครัวปรุงอาหารค่ะ

305
00:20:16,772 --> 00:20:20,772
คำไหนที่

306
00:20:20,773 --> 00:20:24,773
เป็นกรรมนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ส่วนคำว่า "ปรุง" เป็นกริยา

307
00:20:24,774 --> 00:20:28,774
สกรรม ตัดอาหารออก เข้าใจความหมายไหม

308
00:20:28,775 --> 00:20:32,775
ปรุง (คุณครูคณิตา) ปรุงอะไร (คุณครูปรเมษฐ) ประโยค

309
00:20:32,776 --> 00:20:36,776
มันไม่มี... ประโยคมันไม่

310
00:20:36,777 --> 00:20:40,777
สมบูรณ์เราไม่สามารถทราบได้นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เกร็ดความรู้

311
00:20:40,787 --> 00:20:44,785
คำว่า "ปรุง" นี่นะ ในทางบ้านครู จังหวัดเพชรบุรี ประจว

312
00:20:44,796 --> 00:20:48,782
ว่าปรุงไม่ใช่แปลว่าปรุงอาหารอย่างเดียวนะครับ

313
00:20:48,798 --> 00:20:52,782
เรือนทรงไทยไหม เวลาเขาจะปรุง

314
00:20:52,807 --> 00:20:56,783
เขาไม่ได้ใช้คำว่า "ปลูกเรือนทรงไทย" นะ เขาใช้คำว่า "ปรุงเรือน

315
00:20:56,827 --> 00:21:00,794
ทรงไทย เขาใช้คำว่า "ปรุงเรือนทรงไทย"

316
00:21:00,827 --> 00:21:04,783
นะครับ ให้ความรู้ไว้

317
00:21:04,828 --> 00:21:08,784
(คุณครูคณิตา) นี่ก็ถือว่าเป็นความรู้ใหม่เหมือนกันนะคะ

318
00:21:08,830 --> 00:21:12,783
คุณครูคณิตานี่ก็ไม่ทราบเลยนะคะ เพิ่งมาทราบกับคุณครูปรเมษฐ

319
00:21:12,830 --> 00:21:16,782
เลยนะคะ เอาล่ะค่ะนักเรียน เรามาดู

320
00:21:16,834 --> 00:21:20,782
ภาพต่อไปค่ะ กำลังทำอะไรอยู่เอ่ย

321
00:21:20,835 --> 00:21:24,780
พี่กินขนม

322
00:21:24,836 --> 00:21:28,779
(คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเกิดเด็ก ๆ แต่งว่าพี่กินไอศกรีม

323
00:21:28,838 --> 00:21:32,780
นี่ได้ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ไม่ได้นะคะ

324
00:21:32,838 --> 00:21:36,778
(คุณครูปรเมษฐ) เพราะว่าเด็ก ๆ เห็นเป็นกิน (คุณครูคณิตา) ได้นะ

325
00:21:36,839 --> 00:21:40,778
(คุณครูปรเมษฐ) ก็ได้ ตัดขนมออก เหลือพี่กิน

326
00:21:40,841 --> 00:21:44,776
เด็ก ๆ จะถามต่อเลยว่าพี่กินอะไร เพราะฉะนั้น

327
00:21:44,842 --> 00:21:48,776
กิน ก็คือกริยาสกรรมนั่นเองครับ

328
00:21:48,844 --> 00:21:52,775
มาอีกแล้วครับรูปนี้

329
00:21:52,845 --> 00:21:56,774
เก่งมากครับ ครูคณิตาเฉลย ชาวนาเกี่ยวข้าว

330
00:21:56,846 --> 00:22:00,773
ตัดคำว่า "ข้าว" ออกปุ๊บ เหลือคำว่า "

331
00:22:00,848 --> 00:22:04,773
เกี่ยว เด็ก ๆ เข้าใจความหมายไหม ไม่เข้าใจ เพราะฉะนั้น

332
00:22:04,849 --> 00:22:08,772
เกี่ยวก็เป็นกริยาสกรรม ต้องมีกรรมมารองรับ

333
00:22:08,850 --> 00:22:12,775
(คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ คราวนี้เรามาดูคำ

334
00:22:12,852 --> 00:22:16,771
สุดท้ายกันเลยนะคะ ก็คือเป็นคำกริยา

335
00:22:16,858 --> 00:22:20,772
ที่ต้องเติมเต็มนะคะ คำกริยาที่ต้องเติมเต็ม

336
00:22:20,859 --> 00:22:24,769
นี่ก็คือ เป็นกริยาที่ต้อง...

337
00:22:24,860 --> 00:22:28,769
ที่จะต้องมีคำนามหรือคำสรรพนามที่

338
00:22:28,866 --> 00:22:32,768
ทำหน้าที่เป็นส่วนเติมเต็มตามหลังเสมอค่ะ

339
00:22:32,871 --> 00:22:36,774
ได้แก่ คำกริยาที่ว่า เหมือน, เป็น,

340
00:22:36,886 --> 00:22:40,767
คือ คล้ายนี่เป้นไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) คล้ายด้วย (คุณครูคณิตา) คล้ายด้วยไ

341
00:22:40,889 --> 00:22:44,766
(คุณครูปรเมษฐ) ก็จะมีคำเหล่านี้ล่ะครับ ไปปรากฏอยู่

342
00:22:44,890 --> 00:22:48,766
คำนี้เป็นกริยาต้องเติมเต็มนั่นเองนะครับ (คุณครูคณิตา) เติมเต็ม

343
00:22:48,897 --> 00:22:52,765
ก็คือจะต้องมีคำนาม หรือว่าสรรพนาม

344
00:22:52,897 --> 00:22:56,776
มาเติมเต็มด้วย (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเป็นครูที่สอน

345
00:22:56,907 --> 00:23:00,764
ก็จะรู้จักอีก เดี๋ยวให้ความรู้เพิ่มเติม

346
00:23:00,909 --> 00:23:04,763
เขาจะเรียก "กริยาอนุเคราะห์"

347
00:23:04,911 --> 00:23:08,766
แต่เด็กรุ่นใหม่ นักเรียนรุ่นใหม่ จะเรียกชื่อนี้

348
00:23:08,911 --> 00:23:12,762
ให้ความรู้เป็นคำเรียกเดิมของเขานะครับ

349
00:23:12,914 --> 00:23:16,762
(คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ เรามาดูตัวอย่างกันดีกว่า

350
00:23:16,918 --> 00:23:20,761
นะคะ ดูตัวอย่างรูปนะคะ แล้วดูสิ

351
00:23:20,921 --> 00:23:24,765
(คุณครูปรเมษฐ) คราวนี้จะต้องแต่งประโยค ก็คือว่า

352
00:23:24,922 --> 00:23:28,768
กริยาที่ต้องเติมเต็มมาใช้ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะต้องเติม

353
00:23:28,922 --> 00:23:32,760
(คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้น เด็ก ๆ จะต้องเติมได้

354
00:23:32,923 --> 00:23:36,760
เป็นรูปของ (คุณครูคณิตา) เฉลยให้ก่อนข้อหนึ่งเพื่อเป็นแนวทาง

355
00:23:36,927 --> 00:23:40,762
เขาเหมือนคุณพ่อ คำว่า "เหมือน"

356
00:23:40,928 --> 00:23:44,757
เหมือนเป็นคำกริยาท่ต้องเติมเต็มนะคะ

357
00:23:44,929 --> 00:23:48,756
ก็คือเขาเหมือนคุณพ่อ คุณพ่อก็เป็น

358
00:23:48,931 --> 00:23:52,756
คำนามหรือคำสรรพนามคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) คุณพ่อก็เป็นคำนาม

359
00:23:52,933 --> 00:23:56,756
นะครับ (คุณครูคณิตา) เห็นไหมครับ เอาล่ะค่ะ เรามาดูรูปถัด

360
00:23:56,934 --> 00:24:00,754
ไป เป็นรูป

361
00:24:00,937 --> 00:24:04,754
ของ (คุณครูปรเมษฐ) นางพยาบาล

362
00:24:04,938 --> 00:24:08,754
เด็ก ๆ แต่งประโยคได้ว่า

363
00:24:08,939 --> 00:24:12,754
(คุณครูคณิตา) คุณน้าเป็นพยาบาล คำว่า "เป็น"

364
00:24:12,940 --> 00:24:16,759
คำว่า เป็น นี่ก็ถือว่าเป็นคำกริยาที่ต้อง

365
00:24:16,941 --> 00:24:20,751
เติมเต็มนะคะ คุณน้าพยาบาล ได้ไหมคะ

366
00:24:20,942 --> 00:24:24,755
คุณน้า (คุณครูปรเมษฐ) มันก็จะประโยคมันก็จะไม่สมบูรณ์

367
00:24:24,943 --> 00:24:28,752
(คุณครูคณิตา) ใช่คะ จะต้องเต็มนะคะ ก็คือคุณน้า

368
00:24:28,944 --> 00:24:32,751
เป็นพยาบาล คุณครูปรเมษฐเป็นครู

369
00:24:32,945 --> 00:24:36,753
ก็ถือว่าเป็นกริยาต้องเติมเต็ม ต่อมา

370
00:24:36,950 --> 00:24:40,750
ค่ะ ลองแต่งดูสิคะ

371
00:24:40,951 --> 00:24:44,750
ใช้คำกริยาต้องเติมเต็มค่ะ เฉลย

372
00:24:44,952 --> 00:24:48,749
ค่ะ พ่อแม่คือคนที่รักลูกที่สุดใช่ไหม

373
00:24:48,954 --> 00:24:52,748
ลูกที่สุด พ่อแม่คือคนที่

374
00:24:52,956 --> 00:24:56,748
รักลูกที่สุด คือ ก็เป็นกริยา

375
00:24:56,957 --> 00:25:00,752
ต้องเติมเต็มใช่ไหมคะครูปรเมษฐ

376
00:25:00,959 --> 00:25:04,749
ถ้าพ่อแม่คือ (คุณครูปรเมษฐ) คืออะไรล่ะ

377
00:25:04,962 --> 00:25:08,746
เด็ก ๆ จะเกิดคำถามทันที คือ ๆ คืออะไร

378
00:25:08,971 --> 00:25:12,746
นำมาใส่ให้เติมเต็ม เราต้องทำอย่างนี้ครูคณิตาต้อง

379
00:25:12,974 --> 00:25:16,747
นำคำว่า "คือ" เด็ก ๆ ลองอ่านประโยค

380
00:25:16,977 --> 00:25:20,744
ไม่มีคำว่าคือ พ่อแม่คนที่รักลูก

381
00:25:20,977 --> 00:25:24,747
ที่สุด หมายความว่าอย่างไรล่ะ (คุณครูคณิตา) แปลก ๆ ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ)

382
00:25:24,982 --> 00:25:28,744
นำคำว่า "คือ" เข้ามาใส่ จึงทำให้ประโยค

383
00:25:28,984 --> 00:25:32,743
เป็นอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) ประโยคมีใจความสำคัญมาก

384
00:25:32,991 --> 00:25:36,743
(คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ ถึงเวลา

385
00:25:36,991 --> 00:25:40,742
อะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) เราจะไปพิจารณาประโยคกันครับ

386
00:25:40,991 --> 00:25:44,742
(คุณครูคณิตา) เดี๋ยวเรามาพิจารณากันเลยนะคะ เด็ก ๆ

387
00:25:44,992 --> 00:25:48,742
อย่าลืมนะคะ อย่ามัวแต่ฟังคุณครูเพียงอย่างเดียว

388
00:25:48,994 --> 00:25:52,744
จดด้วยนะคะ

389
00:25:52,996 --> 00:25:56,740
มาดูกันเลย ฝนตก ดิน

390
00:25:56,999 --> 00:26:00,741
ถล่มที่จังหวัดพังงา นักกีฬา

391
00:26:00,999 --> 00:26:04,740
วิ่งรอบสนาม คำว่า "ตก", "ถล่ม", "วิ่ง"

392
00:26:05,001 --> 00:26:08,740
วิ่ง ไมท่ต้องมีกรรมมาตามหลังก็ได้

393
00:26:09,003 --> 00:26:12,743
เราไม่มีกรรมมาตามหลังก็ได้ใจความที่สมบูรณ์

394
00:26:13,003 --> 00:26:16,741
ใช่ไหมคะ ฝนตกเข้าใจไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) เข้าใจครับ (คุณครูคณิตา)

395
00:26:17,005 --> 00:26:20,738
ดินถล่มเข้าใจไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) เข้าใจครับ (คุณครูคณิตา) นักกีฬาวิ่ง

396
00:26:21,006 --> 00:26:24,745
ก็กำลังวิ่งอยู่ เพราะฉะนั้นไม่ต้องมีกรรมมารองรับ

397
00:26:25,008 --> 00:26:28,738
ก็สามารถได้ใจความที่สมบูรณ์ เอาล่ะค่ะ

398
00:26:29,009 --> 00:26:32,737
มาดูประโยคถัดไป (คุณครูปรเมษฐ) สุกัญญาซื้อ

399
00:26:33,012 --> 00:26:36,741
นาฬิกาข้อมือ, ตั้มตักน้ำ

400
00:26:37,032 --> 00:26:40,736
ในโอ่ง พลายงามไปหาย่าที่

401
00:26:41,033 --> 00:26:44,735
คำว่า "ซื้อ", "ตัก", "ไปหา"

402
00:26:45,037 --> 00:26:48,736
ไปหา ต้องมีกรรมาตามหลังจึงจะได้ใจความ

403
00:26:49,040 --> 00:26:52,735
ที่สมบูรณ์ นักเรียนลองง่าย ๆ นะครับ นักเรียนลอง

404
00:26:53,041 --> 00:26:56,733
ตัดนาฬิกาข้อมืออก เหลือแค่ซื้อ

405
00:26:57,047 --> 00:27:00,734
ตั้มตัก ตักอะไร พลายงามไปหา

406
00:27:01,049 --> 00:27:04,746
ไปหาใคร จะเกิดคำถามตามาทันที เพราะฉะนั้น

407
00:27:05,057 --> 00:27:08,733
คำกริยาเหล่านี้นี่จะต้องมีกรรมตามหลังจะเป็นข้อความ

408
00:27:09,057 --> 00:27:12,733
ที่สมบูรณ์นั่นเองครับ (คุณครูคณิตา)

409
00:27:13,059 --> 00:27:16,732
ประโยคถัดไปคุณครูปรเมษฐคะ (คุณครูปรเมษฐ) พลายงามเหมือน

410
00:27:17,059 --> 00:27:20,731
ขุนแผนทำให้ขุนช้างไม่ชอบเลยใช่ไหม นางทองประศรี

411
00:27:21,060 --> 00:27:24,734
เป็นย่าของพลายงาม เมษาทำ

412
00:27:25,064 --> 00:27:28,731
อาหารเก่งเหมือนแม่ (คุณครูคณิตา) เหมือน เป็น

413
00:27:29,065 --> 00:27:32,734
เหมือนนะคะ คำว่า "เหมือน" และ "เป็น" นี่

414
00:27:33,067 --> 00:27:36,730
จะต้องมีคำนามหรือสรรพนามเป็นส่วนเติมเต็ม

415
00:27:37,069 --> 00:27:40,734
ตามหลังเสมอนะคะ จึงจะได้ใจความสทมบูณ์

416
00:27:41,070 --> 00:27:44,729
คำว่า เหมือน คำว่า เป็น นี่ ครูคณิตา

417
00:27:45,071 --> 00:27:48,729
และคุณครูปรเมษฐได้บอกไปแล้วใช่ไหมคะ ว่าเป็นคำกริยา

418
00:27:49,072 --> 00:27:52,729
แบบใด เป็นคำกริยาแบบ

419
00:27:53,073 --> 00:27:56,729
ต้องเติมเต็ม เอาล่ะค่ะ อ่านเขียน

420
00:27:57,075 --> 00:28:00,731
คล่องต้องฝึกฝนค่ะ คุณครูปรเมษฐคะ

421
00:28:01,075 --> 00:28:04,730
วันนี้นี่คุณครูนี่ต้อง...

422
00:28:05,076 --> 00:28:08,727
คุณครูปรเมษฐได้ทำตารางมาให้

423
00:28:09,078 --> 00:28:12,727
ก็คือจะเป็นการยกตัวอย่างนะ เป็นชนิดของคำ

424
00:28:13,079 --> 00:28:16,726
แล้วก็มีตัวอย่างของคำกริยานี่

425
00:28:17,081 --> 00:28:20,725
ให้เห็นกันว่าแต่ละชนิดของคำ

426
00:28:21,084 --> 00:28:24,729
กริยานี่ มันแตกต่างกันอย่างไรใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา)

427
00:28:25,086 --> 00:28:28,726
เมื่อเราทำเป็นตารางแบบนี้แล้วนี่ จะทำให้เราเข้าใจ

428
00:28:29,086 --> 00:28:32,734
มากขึ้น มาดูชนิดแรกเลยดีกว่า

429
00:28:33,087 --> 00:28:36,725
นั่นก็คือกริยาที่ไม่ต้องการกรรม อย่างเช่น หาว

430
00:28:37,094 --> 00:28:40,737
หาวรู้เรื่องไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) รู้เรื่อง (คุณครูคณิตา)

431
00:28:41,097 --> 00:28:44,725
รู้เรื่องไหมคะนักเรียน (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนหาว เข้าใจไหมครับ

432
00:28:45,100 --> 00:28:48,724
เข้าใจแล้ว (คุณครูคณิตา) คำว่า เต้น

433
00:28:49,103 --> 00:28:52,726
เต้นนี่ ก็เข้าใจความหมายแล้ว (คุณครูคณิตา) คุยค่ะ

434
00:28:53,106 --> 00:28:56,726
(คุณครูปรเมษฐ) ครูปลายทางคุย

435
00:28:57,107 --> 00:29:00,730
ก็เข้าใจความหมายนะครับ (คุณครูคณิตา) ดำน้ำ

436
00:29:01,110 --> 00:29:04,722
(คุณครูปรเมษฐ) ชาวประมงดำน้ำ เข้าใจความหมายไหม

437
00:29:05,110 --> 00:29:08,726
คำเหล่านี้นี่เป็นคำกริยาอกรรม

438
00:29:09,111 --> 00:29:12,728
ไม่ต้องมีกรรมมารับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ต่อไปครับ คำ

439
00:29:13,112 --> 00:29:16,722
กริยาที่ต้องการกรรม หรือคำ

440
00:29:17,114 --> 00:29:20,722
กริยาสกรรมนั่นเอง เช่น ซื้อ

441
00:29:21,118 --> 00:29:24,725
เกี่ยว, ตัด นักเรียนลองแต่งประโยค

442
00:29:25,119 --> 00:29:28,720
นะ อย่างเช่น ครูบอกว่าพี่ปื๊ด

443
00:29:29,121 --> 00:29:32,722
ซื้อ (คุณครูคณิตา) ซื้ออะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ)

444
00:29:33,122 --> 00:29:36,719
ก็ไม่เข้าใจความหมายใช่ไหม

445
00:29:37,123 --> 00:29:40,720
(คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐคะ ลองเติมคำ

446
00:29:41,125 --> 00:29:44,720
สิคะ (คุณครูปรเมษฐ) พี่ปื๊ดซื้อปลาหมึก 7 ตัว

447
00:29:45,126 --> 00:29:48,719
(คุณครูคณิตา) ซื้อปลาหมึก ปลาหมึก คื อ

448
00:29:49,130 --> 00:29:52,726
กรรมนะคะ ก็คือ พี่ปื้ดซื้อปลาหมึก

449
00:29:53,131 --> 00:29:56,718
ถูกซื้อโดยพี่ปื๊ด ก็เป็นกรรมใช่ไหม

450
00:29:57,132 --> 00:30:00,719
ครับขอโทษครับ ปลาหมึกมันไม่ใช่ปลา เดี๋ยวคุณครูวิทยาศาสตร์จะ

451
00:30:01,133 --> 00:30:04,718
มาว่าเราได้นะครับ หมึกเฉย ๆ (คุณครูคณิตา)

452
00:30:05,135 --> 00:30:08,724
ซื้อหมึกใช่ไหมคะ ขอตัวอย่างอีกสักข้อค่ะ

453
00:30:09,136 --> 00:30:12,719
คำว่า "เกี่ยว"

454
00:30:13,137 --> 00:30:16,718
ก็ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คำว่า "เกี่ยว" ดู เอา

455
00:30:17,138 --> 00:30:20,717
พี่ปื๊ดก็ได้ พี่ปื๊ดเกี่ยว

456
00:30:21,140 --> 00:30:24,717
(คุณครูคณิตา) เกี่ยวอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) เกี่ยวอะไร

457
00:30:25,141 --> 00:30:28,717
พี่ปื๊ดเขาเลี้ยงวัวที่บ้าน พี่ปื๊ดเขา

458
00:30:29,144 --> 00:30:32,719
เกี่ยวหญ้าเห็นไหมได้ใจความที่สมบูรณ์ทีเดียวนะครับ

459
00:30:33,148 --> 00:30:36,717
(คุณครูคณิตา) ค่ะ หญ้านะคะ ก็คือเป็นกรรม เพราะว่าถูก

460
00:30:37,149 --> 00:30:40,715
พี่ปื้ดเกี่ยวนั่นเองค่ะ คราวนี้

461
00:30:41,150 --> 00:30:44,715
นักเรียนพอเข้าใจแล้วหรือยังคะ

462
00:30:45,161 --> 00:30:48,717
เดี๋ยวเรามาดูชนิดของคำกริยาที่ 3 กันเลยนะคะ

463
00:30:49,164 --> 00:30:52,714
ชนิดของคำกริยาที่ 3 นี่ คือ คำกริยาที่ต้อง

464
00:30:53,165 --> 00:30:56,714
เติมเต็มมีคำว่าอะไรบ้างคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ)

465
00:30:57,166 --> 00:31:00,714
(คุณครูปรเมษฐ) เป็น, เหมือน, คล้าย, เท่า

466
00:31:01,171 --> 00:31:04,715
คุณครูปลายทางครับ คุณครูปลายทางสังเกตฃ

467
00:31:05,173 --> 00:31:08,714
การแต่งประโยคของนักเรียนให้ผมหน่อยนะครับ ว่าใช้ได้

468
00:31:09,178 --> 00:31:12,713
หรือเปล่าครับ เดี๋ยวให้ครูคณิตาเพิ่มเติม

469
00:31:13,180 --> 00:31:16,712
(คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะนักเรียน แต่งประโยค

470
00:31:17,182 --> 00:31:20,713
แต่งก็ได้ค่ะ ช่วยกันแต่งภายในห้องนะคะ ถือว่าเป็นการร่วมมือ

471
00:31:21,185 --> 00:31:24,713
อย่างหนึ่งนะ ให้คุณครูปลายทางนี่ได้รับฟัง

472
00:31:25,186 --> 00:31:28,712
นะคะ หากคุณครูปลายทางนี่ได้ฟังแล้ว

473
00:31:29,190 --> 00:31:32,725
หากนักเรียนแต่งผิด ก็ช่วยชี้แจงให้นักเรียนเข้าใจ

474
00:31:33,192 --> 00:31:36,719
ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีเลยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา)

475
00:31:37,197 --> 00:31:40,752
เลยนะคะ เอาล่ะค่ะนักเรียน

476
00:31:41,202 --> 00:31:44,712
เป็นอย่างไรบ้าง แต่งได้แล้วนะ

477
00:31:45,205 --> 00:31:48,711
เดี๋ยวเราลอง... (คุณครูปรเมษฐ) ได้หลายประโยคเลย เดี๋ยวคุณครุคณิตาลองแต่ง

478
00:31:49,211 --> 00:31:52,711
ฟังบ้างสิครับ เอาคำว่า "คล้าย" บ้างแล้วกัน มีตัวละคร

479
00:31:53,213 --> 00:31:56,711
คือ หนุ่ยกับเอ (คุณครูคณิตา) หนุ่ยกับเอ

480
00:31:57,214 --> 00:32:00,718
คล้ายใช่ไหมคะ

481
00:32:01,215 --> 00:32:04,710
(คุณครูคณิตา) หนุ่ย

482
00:32:05,229 --> 00:32:08,710
คล้ายเอ (คุณครูปรเมษฐ) ได้ไหม (คุณครูคณิตา)

483
00:32:09,230 --> 00:32:12,713
สิคะ เพราะว่าอะไรเอ่ย เพราะว่ามีคำ

484
00:32:13,232 --> 00:32:16,714
นามอยู่ตามหลังคำว่าอะไรคะ

485
00:32:17,235 --> 00:32:20,709
(คุณครูปรเมษฐ) คล้ายนั่นเอง (คุณครูคณิตา) ก็ถือว่าเป็นคำกริยา

486
00:32:21,235 --> 00:32:24,708
โดยเติมเต็มแล้วใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) คนชื่อ

487
00:32:25,236 --> 00:32:28,709
หนุ่ยคล้ายเอ ก็แสดงว่าคนชื่อหนุ่ยมีลักษณะ

488
00:32:29,241 --> 00:32:32,709
คล้ายกับคนชื่อเอ

489
00:32:33,242 --> 00:32:36,708
(คุณครูปรเมษฐ) ไปกันต่อเลยดีกว่าครูคณิตา เราไปดู

490
00:32:37,246 --> 00:32:40,713
หน้าที่ของคำกริยากันบ้าง ว่าคำกริยา

491
00:32:41,247 --> 00:32:44,709
มีหน้าที่อะไรครับ 1. ครับ

492
00:32:45,248 --> 00:32:48,708
(คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ อย่าลืมจดนะคะ จดลงไปในสมุดนะคะ

493
00:32:49,252 --> 00:32:52,707
1. ค่ะ เป็นภาคแสดงของประโยคค่ะ

494
00:32:53,252 --> 00:32:56,723
หรือกริยานั่นเองค่ะ

495
00:32:57,253 --> 00:33:00,706
ง่าย ๆ เลยนะ เป็นภาพแสดงของประโยคเลยคะ พลายงาม

496
00:33:01,255 --> 00:33:04,707
เดินทางไปหาย่า เดินทางเป็นภาพแสดงนะคะ

497
00:33:05,258 --> 00:33:08,706
ก็คือการทำอะไรอยู่ กำลัง

498
00:33:09,259 --> 00:33:12,706
เดิน เดินทางนะคะ เป็นกริยานะคะ

499
00:33:13,260 --> 00:33:16,708
ต่อมาค่ะ นันทยาขับเสภา เรื่อง

500
00:33:17,262 --> 00:33:20,706
ขุนช้างขุนแผน ขับเสภา ขับเสภาที่นี้

501
00:33:21,271 --> 00:33:24,709
หมายถึงขับรถหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) ขัยเสภาครับ (คุณครูคณิตา) หมายถึงการข

502
00:33:25,276 --> 00:33:28,705
หมายถึงการร้องนะ (คุณครูปรเมษฐ) การ้องการขับ (คุณครูคณิตา)

503
00:33:29,283 --> 00:33:32,707
หมายถึง การร้องนะคะ เสภาจะเป็นเรื่อง

504
00:33:33,286 --> 00:33:36,705
ขับเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน (คุณครูปรเมษฐ) ภาคแสดง

505
00:33:37,292 --> 00:33:40,707
ก็คืออะไรนะครูคณิตา เป็นภาคแสดง (คุณครูคณิตา)

506
00:33:41,294 --> 00:33:44,705
เขากำลังขับเสภาอยู่ ต่อมานักเรียนชั้น ป. 6 ค่ะ กำลัง

507
00:33:45,296 --> 00:33:48,710
แสดงความคิดเห็น เรื่อง การจัดกิจกรรมภาษาไทย

508
00:33:49,299 --> 00:33:52,705
ส่วนใดเป็นภาพแสดงคะ (คุณครูปรเมษฐ) ภาคแสดงเป็นการ

509
00:33:53,301 --> 00:33:56,715
จัดกรรมวันภาษาไทย ส่วนนี่ค

510
00:33:57,304 --> 00:34:00,704
ครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ 2 ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) 2 นะ

511
00:34:01,306 --> 00:34:04,726
คำกริยานี่ มีหน้าที่ขยายคำนาม ดังประโยคนี้นะครับ

512
00:34:05,307 --> 00:34:08,704
เจ้าภาพคิดรายการอาหารเลี้ยงแขก

513
00:34:09,308 --> 00:34:12,703
ขยายคำนามตรงคำว่า "อาหาร" นั่นเอง

514
00:34:13,309 --> 00:34:16,705
แขกไปขยายคำว่า "อาหาร" นะครับ ต่อไป

515
00:34:17,310 --> 00:34:20,704
(คุณครูคณิตา) ต่อไปนะคะ ข้อ 3 นะคะ ขยาย

516
00:34:21,311 --> 00:34:24,706
กริยาด้วยกัน เธอนั่งมองท้องฟ้า

517
00:34:25,312 --> 00:34:28,705
อยู่คนเดียว นั่งกับมอง กริยา

518
00:34:29,315 --> 00:34:32,703
คนละตัวเลยใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) อะไร

519
00:34:33,316 --> 00:34:36,713
ขยายอะไร เรามาดูกันดีกว่านะคะ มอง

520
00:34:37,319 --> 00:34:40,703
นะคะ นั่งมองท้องฟ้าอยู่คนเดียว

521
00:34:41,320 --> 00:34:44,702
ข้อ 4 ค่ะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ทำหน้าที่เป็นกรรม

522
00:34:45,322 --> 00:34:48,703
ของประโยคนะครับ เช่น คำว่า "ฉันชอบ

523
00:34:49,323 --> 00:34:52,702
เดินเร็ว ๆ ทำหน้าที่เป็นกรรมนะครับ

524
00:34:53,326 --> 00:34:56,702
อ่านหนังสือมาก ๆ ทำให้ฉลาด

525
00:34:57,329 --> 00:35:00,702
อ่าน ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยคครับ

526
00:35:01,330 --> 00:35:04,704
(คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ คุณครูปรเมษฐคะ มีกิจกรรมอะไรอีกคะ

527
00:35:05,330 --> 00:35:08,702
(คุณครูปรเมษฐ) เดี๋ยวครูจะให้นักเรียนนั้นหาคำกริยาหลาย ๆ คำ

528
00:35:09,334 --> 00:35:12,701
นะครับ แล้วนำมาเติมลงในช่องว่างทำให้เป็นประโย

529
00:35:13,335 --> 00:35:16,709
ที่สมบูรณ์ครับ ไปดูกันเลย (คุณครูคณิตา) ตัวอย่างนะคะ

530
00:35:17,336 --> 00:35:20,702
กิน เกี่ยว ปลูก หุง ตัก นะคะ

531
00:35:21,337 --> 00:35:24,710
ใส่ไปได้หมดเลยนะคะ อย่างเช่น ฉันกินข้าว, ฉัน

532
00:35:25,339 --> 00:35:28,701
เกี่ยวข้าว ฉันปลูกข้าว ฉันหุงข้าว

533
00:35:29,347 --> 00:35:32,700
ได้หมดเลยครับ (คุณครูคณิตา) เราไปกันอย่างรวดเร็ว

534
00:35:33,354 --> 00:35:36,701
นะคะ เนื่องจากนักเรียนนี่ทำความเข้าใจเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ

535
00:35:37,371 --> 00:35:40,700
ฉัน... น้ำ ฉัน... น้อง ฉัน... รถ

536
00:35:41,371 --> 00:35:44,700
ต่อมาฉัน...รถ

537
00:35:45,372 --> 00:35:48,701
ฉัน ... หนังสือ คุณครูปรเมษฐคะ พร้อมหรือยังคะ

538
00:35:49,373 --> 00:35:52,700
(คุณครูคณิตา) พร้อมเฉลยหรือยังคะ (คุณครูปรเมษฐ) เติมหรือยังเด็ก ๆ เติมแล้วใช่ไหม

539
00:35:53,375 --> 00:35:56,700
มสามารถนำคำมาใส่ได้เยอะนะครับ

540
00:35:57,381 --> 00:36:00,704
(คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูเฉลยดีกว่า ฉันดื่มน้ำ

541
00:36:01,392 --> 00:36:04,700
ฉันเลี้ยงน้อง ฉันขับรถ

542
00:36:05,393 --> 00:36:08,703
ฉันอ่านหนังสือ อย่าลืมนำคำกริยามาเติมให้คำ

543
00:36:09,394 --> 00:36:12,699
สมบูรณ์นะครับ ต่อไปครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อไปค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

544
00:36:13,395 --> 00:36:16,699
นักเรียนครับเดี๋ยวเรามาพิจารณาคำกริยากัน

545
00:36:17,396 --> 00:36:20,699
ว่าคำกริยานั้น เป็นคำกริยาชนิดใดครับ

546
00:36:21,399 --> 00:36:24,701
คุณยายเก็บกระทงนะ

547
00:36:25,402 --> 00:36:28,699
เป็นกริยาสกรรมนะ

548
00:36:29,403 --> 00:36:32,699
(คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ คราวนี้ไปอย่างรวดเร็วเลยค่ะ

549
00:36:33,405 --> 00:36:36,699
คุณครูปรเมษฐเป็นคำกริยาแบบใด (คุณครูปรเมษฐ) เป็นคำกริยาอกรรม

550
00:36:37,407 --> 00:36:40,698
ไม่ต้องมีกรรมมารับ (คุณครูคณิตา) ต่อมา เสือเป็นสัตว์ที่ดุร้าย

551
00:36:41,409 --> 00:36:44,698
เป็นคำอะไรนะ กริยาต้องเติมเต็ม (คุณครูคณิตา)

552
00:36:45,415 --> 00:36:48,699
ไปอย่างรวดเร็วนะคะ มีสตินะคะ

553
00:36:49,416 --> 00:36:52,699
ฟ้าผ่าเสียงดังสนั่น (คุณครูปรเมษฐ) เป็นคำกริยาอกรรม

554
00:36:53,417 --> 00:36:56,698
(คุณครูคณิตา) ครูให้เสื้อผ้าแก่เด็กยากจนค่ะ คำว่า "ให้"

555
00:36:57,419 --> 00:37:00,698
(คุณครูปรเมษฐ) ครูให้ ให้ เป็นกริยาสกรรม

556
00:37:01,422 --> 00:37:04,698
นะครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ ข้าวเป็น

557
00:37:05,424 --> 00:37:08,700
เป็นอะไรคะ กริยาต้องเติมเต็ม เพราะว่ามีอะไรอยู่

558
00:37:09,426 --> 00:37:12,699
คำว่า "เป็น" นั่นเองนะคะ ไก่ตัวไหน

559
00:37:13,428 --> 00:37:16,698
ไก่ตัวนั้นขันแต่เช้าตรู่

560
00:37:17,429 --> 00:37:20,698
เด็ก ๆ กริยาอกรรมนะครับ

561
00:37:21,430 --> 00:37:24,705
เขียนจดหมายถึงเพื่อน คำว่า "เขียน" เป็นกิรยาสกรรม

562
00:37:25,431 --> 00:37:28,700
นะครับ ฉันวิ่ง

563
00:37:29,433 --> 00:37:32,699
กิรยาอกรรมนะครับ เดี๋ยวเราไป

564
00:37:33,434 --> 00:37:36,701
เติมคำกริยาที่เหมาะสมลงในช่องว่างกันครับเด็ก ๆ

565
00:37:37,437 --> 00:37:40,697
(คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ แพะคล้ายแกะ นกแก้ว

566
00:37:41,439 --> 00:37:44,697
ตัวนั้นพูดเก่งมาก นักเรียนกำลัง

567
00:37:45,441 --> 00:37:48,699
ปลูกผักในแปลง รุ่งใฝ่ฝันที่จะเป็น

568
00:37:49,444 --> 00:37:52,698
นักกีฬา ชาวนาเกี่ยวข้าวกันในนา เด็ก ๆ

569
00:37:53,446 --> 00:37:56,697
ตอบถูกกันไม่ทันเลยนะครับ (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวไปพร้อม ๆ กันเลยนะคะ ฟังคุณครูและ

570
00:37:57,449 --> 00:38:00,699
คุณครูนะคะ แล้วก็คุณครูปรเมษฐนะ ถือว่า

571
00:38:01,449 --> 00:38:04,697
เป็นการทำไมคะ ถือว่าเป็นการเสริมความรู้ไปแล้วกัน

572
00:38:05,449 --> 00:38:08,696
ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คุณแม่ชอบตัดเสื้อผ้าให้น้อง

573
00:38:09,450 --> 00:38:12,697
เด็ก ๆ คิดไว้นะ คุณอามีใบหน้าคล้ายคุณพ่อ

574
00:38:13,459 --> 00:38:16,707
การอ่านช่วยส่งเสริมความคิด

575
00:38:17,463 --> 00:38:20,696
พรนภาเป็นประธานนักเรียน ไดโนเสาร์

576
00:38:21,464 --> 00:38:24,697
เป็นสัตว์สมัยโบราณนั่นเองครับ ต่อมา

577
00:38:25,465 --> 00:38:28,699
มาถึงกิจกรรมเพิ่มเติมความรู้แล้วค่ะ ให้นักเรียน

578
00:38:29,466 --> 00:38:32,702
ทำใบงาน เรื่อง อ่าน คิด เพลิดเพลินคำกริยา

579
00:38:33,470 --> 00:38:36,696
นะคะ คำชี้แจงค่ะ

580
00:38:37,471 --> 00:38:40,697
กิจกรรมของนักเรียนปลายทางนี่จะต้องทำอะไรบ้างคะ (คุณครูปรเมษฐ)

581
00:38:41,477 --> 00:38:44,696
เดี๋ยวจะต้องทำใบงานนี้นะ โดยจะต้องทำตาม

582
00:38:45,477 --> 00:38:48,696
คำชี้แจงในใบงานนะครับ แล้วก็คุณครูปลายทาง

583
00:38:49,478 --> 00:38:52,698
ก็จะดูแลการทำงานของนักเรียนนะครับ ให้คำแนะนำ

584
00:38:53,480 --> 00:38:56,699
ว่าถูกหรือไม่ ผิดหรือไม่ เสริมความรู้

585
00:38:57,492 --> 00:39:00,702
ให้กับนักเรียนนะครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ นักเรียน

586
00:39:01,493 --> 00:39:04,695
คะ 10 นาทีเดี๋ยวคุณครูจะให้ทำนะคะ

587
00:39:05,494 --> 00:39:08,695
แต่ว่าก่อนที่เราจะทำนี่ เรามาดูตัวอย่างก่อนนะคะ

588
00:39:09,495 --> 00:39:12,695
(คุณครูปรเมษฐ) อันนี้คือใบงานนะครับ (คุณครูคณิตา) 5 ข้อเอง ง่าย ๆ

589
00:39:13,497 --> 00:39:16,695
เลยนะคะ คำกริยานะ แล้วก็แต่งประโยค บอกชนิดของคำ

590
00:39:17,498 --> 00:39:20,700
กริยา (คุณครูปรเมษฐ) ทำเสร็จเร็วก็ถือว่าเก่งนะครับ

591
00:39:21,500 --> 00:39:24,695
เราต้องตรงต่อเวลา

592
00:39:25,501 --> 00:39:28,695
บางทีครูบอกให้ 10 นาที ครูอาจจะให้ไม่ถึงก็ได้ครับ

593
00:39:29,504 --> 00:39:32,715
เพราะว่าเป็นการวัดตัวเองว่าเราทำงานเสร็จเร็ว

594
00:39:33,506 --> 00:39:36,695
ตามกำหนดหรือไม่ครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ หากพร้อมแล้วนะคะ

595
00:39:37,509 --> 00:39:40,695
ลงมือทำได้เลยค่ะ

596
00:39:41,510 --> 00:39:44,711
[เสียงดนตรี]

597
00:39:45,518 --> 00:39:48,694

598
00:39:49,520 --> 00:39:52,694

599
00:39:53,522 --> 00:39:56,694

600
00:39:57,524 --> 00:40:00,694

601
00:40:01,526 --> 00:40:04,694

602
00:40:05,530 --> 00:40:08,697

603
00:40:09,532 --> 00:40:12,701

604
00:40:13,534 --> 00:40:16,699

605
00:40:17,543 --> 00:40:20,693

606
00:40:21,547 --> 00:40:24,693

607
00:40:25,549 --> 00:40:28,693

608
00:40:29,550 --> 00:40:32,693

609
00:40:33,553 --> 00:40:36,695

610
00:40:37,554 --> 00:40:40,693

611
00:40:41,557 --> 00:40:44,693

612
00:40:45,559 --> 00:40:48,694

613
00:40:49,561 --> 00:40:52,695

614
00:40:53,563 --> 00:40:56,693

615
00:40:57,565 --> 00:41:00,693

616
00:41:01,569 --> 00:41:04,693

617
00:41:05,574 --> 00:41:08,694

618
00:41:09,576 --> 00:41:12,693

619
00:41:13,605 --> 00:41:16,692

620
00:41:17,607 --> 00:41:20,692

621
00:41:21,609 --> 00:41:24,692

622
00:41:25,610 --> 00:41:28,692

623
00:41:29,612 --> 00:41:32,692

624
00:41:33,624 --> 00:41:36,692

625
00:41:37,626 --> 00:41:40,692

626
00:41:41,628 --> 00:41:44,692

627
00:41:45,629 --> 00:41:48,692

628
00:41:49,632 --> 00:41:52,693

629
00:41:53,633 --> 00:41:56,696

630
00:41:57,636 --> 00:42:00,692

631
00:42:01,638 --> 00:42:04,702

632
00:42:05,640 --> 00:42:08,691

633
00:42:09,642 --> 00:42:12,691

634
00:42:13,645 --> 00:42:16,704

635
00:42:17,650 --> 00:42:20,691

636
00:42:21,651 --> 00:42:24,691

637
00:42:25,652 --> 00:42:28,693

638
00:42:29,654 --> 00:42:32,691

639
00:42:33,656 --> 00:42:36,691

640
00:42:37,662 --> 00:42:40,695

641
00:42:41,664 --> 00:42:44,690

642
00:42:45,665 --> 00:42:48,691

643
00:42:49,667 --> 00:42:52,690

644
00:42:53,669 --> 00:42:56,690

645
00:42:57,670 --> 00:43:00,690

646
00:43:01,672 --> 00:43:04,690

647
00:43:05,673 --> 00:43:08,690

648
00:43:09,674 --> 00:43:12,690

649
00:43:13,676 --> 00:43:16,690

650
00:43:17,678 --> 00:43:20,690

651
00:43:21,680 --> 00:43:25,680

652
00:43:25,681 --> 00:43:29,681

653
00:43:29,683 --> 00:43:33,683

654
00:43:33,687 --> 00:43:37,687

655
00:43:37,689 --> 00:43:41,689

656
00:43:41,694 --> 00:43:45,690

657
00:43:45,695 --> 00:43:49,690

658
00:43:49,701 --> 00:43:53,690

659
00:43:53,705 --> 00:43:57,691

660
00:43:57,708 --> 00:44:01,689

661
00:44:01,711 --> 00:44:05,689

662
00:44:05,712 --> 00:44:09,689

663
00:44:09,727 --> 00:44:13,690

664
00:44:13,728 --> 00:44:17,690

665
00:44:17,729 --> 00:44:21,691

666
00:44:21,730 --> 00:44:25,690

667
00:44:25,732 --> 00:44:29,690

668
00:44:29,733 --> 00:44:33,689

669
00:44:33,734 --> 00:44:37,692

670
00:44:37,735 --> 00:44:41,689

671
00:44:41,737 --> 00:44:45,689

672
00:44:45,739 --> 00:44:49,692

673
00:44:49,740 --> 00:44:53,690

674
00:44:53,741 --> 00:44:57,689

675
00:44:57,742 --> 00:45:01,690

676
00:45:01,743 --> 00:45:05,689

677
00:45:05,744 --> 00:45:09,689

678
00:45:09,745 --> 00:45:13,688

679
00:45:13,746 --> 00:45:17,688

680
00:45:17,747 --> 00:45:21,690

681
00:45:21,749 --> 00:45:25,689

682
00:45:25,750 --> 00:45:29,692

683
00:45:29,751 --> 00:45:33,688

684
00:45:33,752 --> 00:45:37,689

685
00:45:37,754 --> 00:45:41,688

686
00:45:41,755 --> 00:45:45,690

687
00:45:45,756 --> 00:45:49,688

688
00:45:49,757 --> 00:45:53,688

689
00:45:53,758 --> 00:45:57,688

690
00:45:57,760 --> 00:46:01,689

691
00:46:01,763 --> 00:46:05,688

692
00:46:05,765 --> 00:46:09,691

693
00:46:09,766 --> 00:46:13,688

694
00:46:13,775 --> 00:46:17,688

695
00:46:17,776 --> 00:46:21,695

696
00:46:21,777 --> 00:46:25,688

697
00:46:25,778 --> 00:46:29,687

698
00:46:29,778 --> 00:46:33,687

699
00:46:33,779 --> 00:46:37,692

700
00:46:37,780 --> 00:46:41,687

701
00:46:41,781 --> 00:46:45,688

702
00:46:45,783 --> 00:46:49,688

703
00:46:49,784 --> 00:46:53,687

704
00:46:53,785 --> 00:46:57,687

705
00:46:57,786 --> 00:47:01,690

706
00:47:01,795 --> 00:47:05,687

707
00:47:05,796 --> 00:47:09,688

708
00:47:09,797 --> 00:47:13,687

709
00:47:13,798 --> 00:47:17,687

710
00:47:17,800 --> 00:47:21,696

711
00:47:21,802 --> 00:47:25,697

712
00:47:25,803 --> 00:47:29,689

713
00:47:29,804 --> 00:47:33,689

714
00:47:33,805 --> 00:47:37,687

715
00:47:37,807 --> 00:47:41,687

716
00:47:41,808 --> 00:47:45,687

717
00:47:45,810 --> 00:47:49,687

718
00:47:49,811 --> 00:47:53,686

719
00:47:53,812 --> 00:47:57,686

720
00:47:57,813 --> 00:48:01,687

721
00:48:01,815 --> 00:48:05,687

722
00:48:05,816 --> 00:48:09,686

723
00:48:09,817 --> 00:48:13,686

724
00:48:13,824 --> 00:48:17,689

725
00:48:17,825 --> 00:48:21,695

726
00:48:21,827 --> 00:48:25,686

727
00:48:25,828 --> 00:48:29,687

728
00:48:29,829 --> 00:48:33,686

729
00:48:33,831 --> 00:48:37,686

730
00:48:37,832 --> 00:48:41,686

731
00:48:41,834 --> 00:48:45,686

732
00:48:45,836 --> 00:48:49,686

733
00:48:49,837 --> 00:48:53,692

734
00:48:53,838 --> 00:48:57,687

735
00:48:57,839 --> 00:49:01,687

736
00:49:01,841 --> 00:49:05,686

737
00:49:05,845 --> 00:49:09,686

738
00:49:09,846 --> 00:49:13,686

739
00:49:13,850 --> 00:49:17,686

740
00:49:17,851 --> 00:49:21,696

741
00:49:21,854 --> 00:49:25,687

742
00:49:25,855 --> 00:49:29,686

743
00:49:29,856 --> 00:49:33,689

744
00:49:33,858 --> 00:49:37,687

745
00:49:37,859 --> 00:49:41,690

746
00:49:41,860 --> 00:49:45,686
(คุณครูคณิตา) หมดเวลาค่ะนักเรียน

747
00:49:45,861 --> 00:49:49,686
เอาล่ะค่ะ เดี๋ยวให้คุณครูปลายทาง

748
00:49:49,862 --> 00:49:53,692
เก็บใบงานนะคะ แล้วก็นำไปตรวจนะคะ

749
00:49:53,863 --> 00:49:57,689
หลังจากนั้นนี่ก็ส่งคืนให้กับนักเรียน เพื่อที่นักเรียน

750
00:49:57,864 --> 00:50:01,686
จะได้ดูนะคะ ว่าตนเองนี่ผิดตรงไหนนะคะ เพื่อที่จะได้นำมาปรับปรุงแก้ไข

751
00:50:01,865 --> 00:50:05,687
เอาล่ะค่ะ ถึง

752
00:50:05,867 --> 00:50:09,696
เวลาสรุปบทเรียนเขียนองค์ความร฿้ตฃค่ะ

753
00:50:09,873 --> 00:50:13,686
มาดูคำถามกันดีกว่านะคะ คำกริยา

754
00:50:13,874 --> 00:50:17,685
ทำหน้าที่อะไร (คุณครูปรเมษฐ) ตอบเลย

755
00:50:17,876 --> 00:50:21,686
กับคุณครู เปิดในสมุดดูก็ได้ครับ ช่วยกันตอบ

756
00:50:21,877 --> 00:50:25,688
ทำหน้าที่อะไรบ้างในประโยคนะครับ

757
00:50:25,877 --> 00:50:29,686
(คุณครูคณิตา) คำกริยานี่ทำหน้าที่อะไรคะ

758
00:50:29,882 --> 00:50:33,686
(คุณครูปรเมษฐ) คำกริยานี่ทำหน้าที่หลายประการเลยในประโยค

759
00:50:33,883 --> 00:50:37,687
เป็นทั้งประธาน

760
00:50:37,910 --> 00:50:41,687
ของประโยค ทำให้ประดยคนั้นสมบูรณ์

761
00:50:41,912 --> 00:50:45,697
ได้ความหมายชัดเจนยิ่งขึ้น นี่คือความหมายของคำกริยาครับ

762
00:50:45,916 --> 00:50:49,687
มาดูคำถามต่อไปกันเลยดีกว่านะคะ เด็ก ๆ คะ ตอบถูก

763
00:50:49,916 --> 00:50:53,685
ไหมคะ เก่งมากค่ะ เอาล่ะค่ะ

764
00:50:53,918 --> 00:50:57,686
มาดูคำถามต่อไปนะคะ การใ

765
00:50:57,926 --> 00:51:01,686
ในการสื่อสารได้ถูกต้องนี่จะเกิดผลดีอย่างไร

766
00:51:01,929 --> 00:51:05,695
ถ้าเราใช้ภาษาไทยถูกต้องนี่

767
00:51:05,930 --> 00:51:09,685
แน่นอนใช่ไหมคะ มันย่อมส่งผลดีต่อการ

768
00:51:09,934 --> 00:51:13,685
สื่อสารใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่แล้วครับ (คุณครูคณิตา) แล้ว

769
00:51:13,935 --> 00:51:17,695
ส่งผลดีอย่างไรล่ะ (คุณครูปรเมษฐ) การสื่อสารจะเป็นอย่างไรนักเรียน

770
00:51:17,936 --> 00:51:21,686
การสื่อสารจะเกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุดนะ

771
00:51:21,937 --> 00:51:25,685
สื่อสารได้สำเร็จ คนเข้าใจเรา ที่เราพูด

772
00:51:25,940 --> 00:51:29,685
อีกทั้ง การนำคำกริยามาใช้นี่

773
00:51:29,941 --> 00:51:33,685
ทำให้ภาษาเป็นอย่างไรครับนักเรียน ทำให้ภาษามีความสระสรวย

774
00:51:33,942 --> 00:51:37,685
น่าฟัง ฟังแล้วเข้าใจ แล้วก็สามารถ

775
00:51:37,943 --> 00:51:41,685
ปฏิบัติตามได้ อย่างเช่น ครูสั่งงาน

776
00:51:41,950 --> 00:51:45,685
นักเรียนนี่ คำว่าสั่งก็เป็นคำ (คุณครูคณิตา) กริยาค่ะ

777
00:51:45,951 --> 00:51:49,685
เพราะฉะนั้นนี่ นักเรียนก็ต้องทำตาม

778
00:51:49,951 --> 00:51:53,685
หน้าที่ของมันนะครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ

779
00:51:53,952 --> 00:51:57,684
นักเรียนคะ คุณครูนี่ก็มีประโยค

780
00:51:57,953 --> 00:52:01,690
2 ประโยคนี่ให้นักเรียนนี่จำไว้

781
00:52:01,957 --> 00:52:05,685
จำไว้นะ คำกริยา ฉันดื่มน้ำ

782
00:52:05,961 --> 00:52:09,685
หลาย ๆ คนจะใช้คำว่า

783
00:52:09,961 --> 00:52:13,690
ประโยคได้ เป็นประโยคที่ถูกต้อง

784
00:52:13,964 --> 00:52:17,687
คะ ฉันดื่มน้ำ กับ ฉันกินน้ำ

785
00:52:17,966 --> 00:52:21,684
น้ำ กินได้ไหมคะครูปรเมษฐ

786
00:52:21,968 --> 00:52:25,685
(คุณครูปรเมษฐ) น้ำเป็นของเหลวต้องดื่มนะ (คุณครูคณิตา)

787
00:52:25,970 --> 00:52:29,690
นักเรียนจะเห็นได้ว่า การที่เรา

788
00:52:29,972 --> 00:52:33,691
เลือกใช้คำกริยานี่ ก็ส่งผลต่อการสื่อสาร

789
00:52:33,974 --> 00:52:37,684
ฉันดื่มน้ำ น้ำเป็นของเหลว เราจะต้อง

790
00:52:37,975 --> 00:52:41,684
ดื่มนะคะ ไม่ใช่อาหารนะ

791
00:52:41,976 --> 00:52:45,686
ที่เราจะต้องกินนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ขอเสริมความ

792
00:52:45,977 --> 00:52:49,684
ความรู้ให้นักเรียนหน่อย คำว่ากินนี่

793
00:52:49,978 --> 00:52:53,685
(คุณครูคณิตา) ใช้ได้ปกตินี่หมายความว่าอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ)

794
00:52:53,989 --> 00:52:57,685
อาหาร กินผลไม้นี่ (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ

795
00:52:57,992 --> 00:53:01,684
(คุณครูปรเมษฐ) คำว่า "กิน" ไม่ใช่คำที่หยาบโลนนะครับ

796
00:53:01,995 --> 00:53:05,691
ใช้ได้ ครูสังเกตเห็นหลายคนเลยชอบใช้คำว่า ทาน

797
00:53:05,995 --> 00:53:09,684
ชอบใช้คำว่าทาน ทานนี่ไม่มีความหมาย

798
00:53:09,996 --> 00:53:13,689
เกี่ยวกับเรื่องการกินนะ ทานนี่เขาย่อมาจากคำว่า (คุณครูคณิตา)

799
00:53:13,998 --> 00:53:17,684
รับประทาน เพราะฉะนั้น นักเรียนจะใช้ นักเรียนต้องใช้

800
00:53:18,000 --> 00:53:21,711
คำว่า "รับประทาน" ถ้าหนู

801
00:53:22,008 --> 00:53:25,685
ไม่อยากใช้รับประทาน ไม่ใช่คำไม่ดีนะ

802
00:53:26,015 --> 00:53:29,704
ใช้ได้เลย (คุณครูคณิตา) เป็นคำทั่วไป (คุณครูปรเมษฐ) หรือถ้า

803
00:53:30,025 --> 00:53:33,686
ใช้ว่ารับประทาน อย่าใช้ "ทาน" นะ ทาน

804
00:53:34,026 --> 00:53:37,686
คือการให้ ทานคือสิ่งของที่ให้

805
00:53:38,028 --> 00:53:41,687
มันไม่ใช่เกี่ยวกับเรื่องการกินการรับประทานเลย (คุณครูคณิตา)

806
00:53:42,034 --> 00:53:45,685
นะคะ ชั่วโมงนี้ได้ความรู้ไปเยอะแยะเลยใช่ไหมคะ

807
00:53:46,034 --> 00:53:49,687
เอาล่ะค่ะ บทเรียนครั้งถัดไป เรียน

808
00:53:50,049 --> 00:53:53,684
เกี่ยวกับเรื่องคำวิเศษณ์ค่ะ สิ่งที่จะต้องเตรียม

809
00:53:54,049 --> 00:53:57,684
มีอะไรบ้างคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใบงาน

810
00:53:58,050 --> 00:54:01,684
เรื่อง คำวิเศษ ใบงาน เรื่อง คำวิเศษ

811
00:54:02,051 --> 00:54:05,684
นะครับ (คุณครูคณิตา) ซึ่งนักเรียนนะคะ สามารถดาวน์โหลด

812
00:54:06,057 --> 00:54:09,684
ข้อมูลได้ที่ www.dltv.ac

813
00:54:10,057 --> 00:54:13,683
.th ค่ะ ในรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษา

814
00:54:14,058 --> 00:54:17,695
ปีที่ 6 ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สำหรับวันนี้คำกริยา

815
00:54:18,059 --> 00:54:21,689
และครูทั้ง 2 คน ขอลานักเรียนไปก่อนครับ

816
00:54:22,061 --> 00:54:25,683
สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]

817
00:54:26,062 --> 00:54:29,683

818
00:54:30,064 --> 00:54:33,685

819
00:54:34,066 --> 00:54:37,683

820
00:54:38,068 --> 00:54:41,683

821
00:54:42,070 --> 00:54:45,686

822
00:54:46,071 --> 00:54:49,685

823
00:54:50,072 --> 00:54:53,684

824
00:54:54,073 --> 00:54:57,688

825
00:54:58,074 --> 00:55:01,684

826
00:55:02,075 --> 00:55:06,075

827
00:55:06,077 --> 00:55:10,077

828
00:55:10,087 --> 00:55:10,092


