--- title: ฝึกแบ่งพิมพ์ (DLTV ภาษาไทย ป. 6 หน่วยที่ 5) ๓ อ่านบทร้อยกรอง ๑๗ ส.ค. ๖๔ (มีใบความรู้) subtitle: date: วันจันทร์ที่ 21 มีนาคม 2565 เวลา 09.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) สวัสดีคุณครูปลายทางทุกท่าน และนักเรียนปลายทางทึกคนวันนี้พบกับคุณครูคณิตา หนุนอนันต์ และครูปรเมษฐ ศรีกำเหนิด ในรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ ในวันนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะนี่คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) นั่นน่ะสิ นักเรียนอยากเรียนเรื่องอะไรลูก วันนี้ครูจะให้อยู่ในเนื้อหาเดิมนะ ยังอยู่ในสุภาษิตสอนหญิงนะ เพราะฉะนั้น นักเรียนก็ยังจะต้องพกหนังสือเพื่อจะใช้ในการดูบทเรื่องสุภาสอนหญิงในนั้นนะครับ วันนี้ครูจะศึกษาในเรื่องอะไรล่ะครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เรื่องอะไรเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้น ไปดูกันเลยครับ ว่าครูนั้นจะให้นักเรียนเรียนในเรื่องอะไรครับ (คุณครูคณิตา) อย่าชิงสุกก่อนห่ามไม่งามดี สุภาษิตสอนหญิง (คุณครูปรเมษฐ) วันนี้เราจะศึกษากันในเรื่องของการอ่านบทร้อยกรองนั่นเองนะครับ ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญเรื่องหนึ่งในการเรียนวรรณคดีนั่นเองครับ ครูมีบทกลอนมาให้นะ มอบให้นักเรียนหญิงทุกคน รวมถึงครูคณิตาด้วยนะ บทนี้มีชื่อว่า ผู้เอ๋ยผู้หญิง นะครับครูคณิตา กลอนนี้ขึ้นต้นด้วยเอ๋ย ลงด้วยเอย เด็ก ๆ ครับ ยังไม่ให้ครูคณิตาเฉลย ครูคณิตารู้แล้วล่ะ เด็ก ๆ ตอบสิว่า ไอ้กลอนชนิดนี้เขาเรียกว่ากลอนอะไรกลอน... กลอนอะไรลูก (คุณครูคณิตา) กลอนอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) กลอนดอกสร้อย ขึ้นด้วยเอ๋ย ลงด้วยเอย เดี๋ยวเรามาอ่านแบบเป็นทำนองเสนาะ พร้อม ๆ กัน นักเรียนชายต้องอ่าน เราจะมอบให้กับนักเรียนหญิงทั่วประเทศเลย อ่านแบบทำนองเสนาะ 1, 2, 3 ผู้เอ๋ยผู้หญิง มีคำเรียกมากมายยิ่งชวนขานไข ส่องสะท้อนภูมิปัญญาของคนไทย ฉลาดใช้หลากถ้อยคำความหมายดี อรทัย นงคราญ ดวงสมร เยาวมาโฉมศรี นวลลออ สุดา กัลยาณี นารี บังอร สื่อ คือ "หญิง" เอย ปรบมือให้ตัวเองครับเด็ก ๆ เก่งมาก กลอนบทนี้กล่าวถึงอะไรครูคณิตาตอบได้เลย (คุณครูคณิตา) กล่าวถึงผู้หญิงนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คำที่เป็นสี ๆ นี่นะ มีความหมายว่าผู้หญิงทั้งหมดเลย เอ้ ครูความรู้เดิมเด็ก ๆ หน่อยครับ เขาเรียกว่าคำอะไรนะ คำที่มีความหมายเหมือนกันแต่เวลาเขียนเราเขียนไม่เหมือนกัน คือคำ คำ เยี่ยม ครูคณิตา ใช่ไหมที่เด็ก ๆ ตอบ (คุณครูคณิตา) คือ คำอะไรคะ ไวพจน์นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ทุกคำแปลว่าผู้หญิงทั้งสิ้นนะครับ การที่สามารถนำคำคำเดียวกันนี่นะ ที่มีความหมายมาลงในกลอนบทหนึ่งได้นี่ถือเป็นความอัจฉริยะของผู้แต่ง หรือกวี นี่คือการอ่านเป็นทำนองเสนาะเด็ก ๆ ก็สามารถอ่านได้ไพเราะ จึงเป็นที่มาของคำถามนี้ครับ บทร้อยกรองที่นักเรียนได้ร่วมกันอ่าน มันเกิดความไพเราะได้อย่างไรช่วยกันคิด ทำไมมันถึงเพาะ ถึงไพเราะได้เพราะอะไรลูก เพราะอะไรครูคณิตา เพราะว่าเราอ่านบทร้อยกรองเหล่านี้เป็นทำนองเสนาะค่ะ เป็นการสร้างความไพเราะให้ตัวบทร้อยกรองนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นั่นคือสิ่งที่ทำให้หนูอ่านได้ไพเราะ คำว่า "เสนาะ" มีความหมายนะครูแระ คำว่า "เสนาะนี่หมายถึงว่าน่าฟัง ไพเราะ เพราะ เพราะฉะนั้น มันไม่ได้เสนาะเป็นแบบกลอนสุภาพอย่างเดียว มันสามารถดัดแปลงเป็นอะไรก็ได้ คำว่า "เสนาะ" ทำอย่างไรให้เกิดความไพเราะใช่ไหมเด็ก ๆ เพราะฉะนั้น วันนี้น่าจะสนุกสนานกันน่าดู ครูจะมีอะไรให้นักเรียนทำหลายสิ่งหลายอย่าง อย่างไรล่ะ ในการอ่าน ในการแบ่งวรรคของบทร้อยกรองดังกล่าว ให้มันเกิดความไพเราะนี่นักเรียน แบ่งวรรคอย่างไร ครูคณิตาเคยสอนแล้วด้วย (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ทำอย่างไร (คุณครูคณิตา) หากนักเรียนจำที่คุณครูคณิตาสอนไม่ได้นี่ ก็ใช้ความรู้เดิมก็ได้นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) การแบ่งวรรคตอนนี่ การแบ่งวรรคแบ่งตอน ตอบแล้วนะลูก ครูคณิตาเฉลยว่าอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา)การแบ่งจังหวะในการอ่านคำนะคะ เราจะต้องอ่านเป็น 3-2-3 หรือ 3 3 3 ตามบริบทข้างเคียงค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ในการแบ่งวรรคแบ่งตอนในบทกลอนนี่ ทำอย่างไรให้อ่านลงก็ 3 3 3 ทำอย่างไรให้อ่ายลง 3-2-3 ดูตามบริบท อ่านจะเป็น 2 3 หรือ 2 ก็ได้ มันต้องดูว่าคำมันลงได้มากน้อยเพียงใด ก็ให้เลือกอ่านอย่างใดอย่างหนึ่ง แบ่งตอน ต่อไปลูก ลักษณะของน้ำเสียงนี่ ที่นักเรียนนี่เมื่อสักครู่ที่ได้เปล่งออกมามันเป็นอย่างไร ครูคณิตาได้ยินไหมครับ เสียงเป็นอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) เป็นเสียงที่ไพเราะนะคะ แล้วก็เสียงดังกังวาลมากเลยนะ เพราะฉะนั้นค่ะ การใช้ลักษณะของน้ำเสียงนะคะ เราจะเปล่งคือ หนัก เบาหนัก เบา สั้น ยาว ขึ้นอยู่กับคำเหล่านั้น เพื่อสร้างความไพเราะนะคะ และที่สำคัญค่ะ ก็มีการเอื้อนทำนอง ใส่อารมณ์ความรู้สึกของผู้อ่านร้อยกรองไปด้วยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ล่ะครับ 3 ข้อนี้ การอ่านทำนองเสนาะของหนู ๆ ไพเราะ ถ้าไม่มี 3 ข้อนี้นี่ ก็จะอ่านได้ไม่อย่างไพเราะ เสียง สูง ต่ำ หนัก เบา สั้น ยาว หมายถึงดนตรีลูก ภาษาดนตรีนะครูคณิตา มีสูง มีต่ำ ไอ้การที่มันขึ้นลง มีสูง มีต่ำ มันเหมือนดนตรี มันเพราะนะ เอื้อนทำนอง เป็นมนุษย์เป็นได้เพราะใจสูง นี่เอื้อน เอื้อนเพราะอะไร ให้มันเพราะ ให้กลอนมันลง ความรู้สึก ถ้าโศกเศร้าก็เป็นบทโศกใช่ไหม ประมาณนั้นนะครับ อันนี้ก็คือคำถามที่นักเรียนนั้นได้ตอบเป็นคำถามเริ่มต้นนะครับ (คุณครูคณิตา) การอ่านบทร้อยกรองจึงมุ่งให้เกิดความเพลิดเพลิน ซาบซึ้งในรสของคำประพันธ์ ซึ่งจะต้องอ่านอย่างมีจังหวะ ลีลา และท่วงทำนองตามลักษณะของคำประพันธ์มากเลยนะครับ ก็จะต้องอ่านนี่ จังหวะคืออะไร จังหวะ คือ ลงจังหวะเป๊ะ ๆ ๆ คือ การตีบท การแสดงบทบาทมันคือ ลีลา ผู้ที่จะอ่านได้ดีก็ต้องลีลาดี จำครูไว้นะ ใครลีลาดี สำคัญมาก ต้องลงเป็นห้อง ๆ ๆ ถูกตามฉันทลักษณ์ มันเกิดความ... (คุณครูคณิตา) ไพเราะค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ เด็ก ๆ และครูคณิตาครับ จึงเป็นที่มาที่เราจะได้เรียนรู้กันนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ จุดประสงค์การเรียนรู้ของวันนี้นะคะ 1. อธิบายหลักการอ่านออกเสียงบทร้อยกรองได้ 2. ค่ะ อ่านบทร้อยกรองเรื่องสุภาษิตสอนหญิงได้ได้ 3. เห็นคุณค่าของการอ่านบทร้อยกรองจากเรื่องสุภาษิตสอนหญิงได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สรุป คือ หนูจะต้องบอกหลักการได้ว่าอ่านอย่างไร 2. ต้องอ่านให้ครูฟังได้ และต้องเห็นความสำคัญนะครับ นักเรียนบททวนความรู้กัน เรื่อง การอ่านออกเสียงบทร้อยหรอง ตามที่ครูได้บอกว่าต้องมีใบความรู้ใช่ไหมเด็ก ๆ นำใบความรู้เรื่องอะไรนะครูคณิตา (คุณครูคณิตา) นำใบความรู้นะคะ เรื่อง บทร้อยกรองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นำขึ้นมา แล้วครูกับครูคณิตาจะอธิบายประกอบ นักเรียนก็ศึกษาใบความรู้ไปพร้อม ๆ กันเลย ดีไหมลูก ถ้าดีไปพร้อม ๆ กัน นำใบความรู้ขึ้นมาครับ ไปละนะ การอ่เป็นทำนองเสนาะเป็นอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ เดี๋ยวเรามาศึกษาไปพร้อม ๆ กันเลยนะคะ การอ่านบทร้อยกรองเป็นทำนองเสนาะ เป็นการอ่านเพื่อให้เกิความเพลิดเพลินในการอ่านบทประพันธ์ซึ่งต้องมีจังหวะ ลีลาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่คือการอ่านแบบทำนองเสนาะใช่ไหมครับ การอ่านบทร้อยกรองนี่ถ้าจะแบ่งเป็นประเภทนี่ก็แบ่งได้ 2 แบบใช่ไหมลูก ก็คือการอ่านแบบธรรมดากับการอ่านแบบทำนองเสนาะ นี่คือหลักการทั่ว ๆ ไป แต่ครูอยากให้นักเรียนได้ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องการอ่านเป็นทำนองเสนาะมันเป็นอย่างไร มันเป็นอย่างไรครูคณิคา (คุณครูคณิตา) ค่ะ การอ่านเป็นทำนองเสนาะนะคะ เป็นการอ่ายมีสำเนียงนะคะ สูง, ต่ำ, หนัก, เบา, สั้น, ยาว เหมือนเสียงดนตรีค่ะ มีการเอื้อนตามจังหวะลีลาและท่วงทำนองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ก็คือการอ่านแบบทำนองเสนาะนั่นเองนะครับ ไปดูหลักเกณฑ์กันเลยนะครับ ว่ามีหลักกเกณฑ์ว่าอย่างไร ข้อที่ 1 นักเรียนจะต้องเป็นอย่างไรลูก ศึกษาลักษณะบังคับของคำประพันธ์นั้น ๆ อ่านกลอนนี่ก็ต้องศึกษาว่าอ่านอย่างไร 3 2 3 ลงอย่างไร ลงคำอย่างไร ลงเสียงอย่างไร อ่านร่าย ก็ต้องรู้ว่าร่ายนี่อ่านอย่างไร กาพย์เหมือนกัน วิชาเหมือนสินค้าน่ะ นักเรียนก็ต้องศึกษาว่ามันอ่านอย่างไร มันจึงจะสามารถอ่านเป็นทำนองเสนาะได้ ถ้านักเรียนไม่รู้หลักการหรือลักษณะบังคับจะอ่านได้ไหม (คุณครูคณิตา) อ่านไม่ได้ค่ะ หรืออาจจะอ่านได้ค่ะ แต่จะไม่ไพเราะนะ แล้วจะไม่ถูกจังหวะด้วยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ อันนี้สำคัญมากนะครับ (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 2 นะคะ ต้องอ่านให้ถูกต้องตามลักษณะบังคับ เหมือนที่คุณครูได้กล่าวไว้เมื่อกี้ ก็คือเราจะต้องศึกษาก่อนนะคะ ว่าบทที่เราจะอ่านนั้นเป็นบทประเภทได้ และเมื่อเราศึกษาเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราจะอ่านได้ถูกต้องตามลักษณะบังคับ จะทำให้เกิดความไพเราะมากขึ้นนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วข้อที่ 3 อ่านเสียงดังฟังชัด ดังฟังชัดไม่ใช่ตะโกนนะลูกดังฟังชัด คือ เสียงถ้อยคำที่เปร่งออกมาจากลำคอเรามันจะต้องดัง คำต้องชัดเจน นี่คือการอ่านเสียงดังฟังชัด ข้อต่อไปว่าอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) อ่านออกเสียงคำให้ชัดเจน (คุณครูปรเมษฐ) โดยเฉพาะ ร. เรือล. ลิง แล้วก็อะไรนะครับ (คุณครูคณิตา) คำควบกล้ำค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) 3 อย่างนี้สำคัญมาก ต้องออกให้ชัด ครูมีกลอนมา 1 บทน่ะ เดี๋ยวลองอ่านกันเลยนะ อ่านเป็นทำนองเสนาะ เดี๋ยวอ่านพร้อม ๆ ครู ได้หรือไม่นะครับ ให้ออกเสียงคำให้ชัดเจน 1 2 3 แสงอาทิตย์ปิดฟ้าเลื่อนลาหาย ทุกข์กล้ำกลาย เกลื่อนกลุ้มรุมหน้าหลัง รอยอาลัยฟ้ามืดมาบดบัง ร่องรอยหวังล่ำลาละลายเลือน ถามครูคณิตาก่อน กลอนบทนี้นี่เราเล่นอะไรครับ (คุณครูคณิตา) เล่นอะไรเอ่ย แสงอาทิตย์ปิดฟ้า เล่นอะไรคะ เป็นการเล่นพยัญชนะหรือเปปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) เล่นร. เรือ, ล. ลิง คราวนี้ มันก็จะพิสูจน์นักเรียนที่อ่าน ถ้านักเรียนเข้าใจหลักการอ่านคำควบกล้ำ กล้ำ เกลื่อน ถ้าเข้าใจ มันก็จะอ่านได้อย่างไพเราะ ครูเน้นย้ำว่า ร. เรือ, ล. ลิง นี่ จะต้องออกให้ชัดเจน ต้องออกให้ชัดเจนนะ อย่างเช่นคำนี้นี่ ละลาย ละลายเลือน นี่ ถ้านักเรียนสับสนอาจจะออกเสียงเป็น ร่ำราระรายเรือน แบบนี้ใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ไม่ใช่ค่ะ ก็จะทำให้บทกลอนเหล่านี้นะคะ ก็คือเพี้ยนไปนะคะ หรือว่าผิดไปนั่นเอง (คุณครูปรเมษฐ) ผิดเลย ก็เท่ากับคำต้องผิดด้วย เน้นย้ำนะครับ ร. เรือ, ล. ลิง คำควบกล้ำนะครับ ข้อต่อไปว่าอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ ข้อต่อมานะคะ อ่านมีจังหวะวรรคตอนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ครูคณิตาชอบมากเเลนสอนนักเรียนเป็นประจำเลย ต้องมีการแบ่งวรรคแบ่งตอนใช่ไหม ดูบทนี้เลยครับ ลองอ่านแบบธรรมดาบ้างก็ได้ (คุณครูคณิตา) อ่านแบบธรรมดานะคะ ถึงบางพูด พูดดีเป็นศรีศักดิ์ มีคนรัก อร่อยจิต แม้นพูดชั่ว ตัวตาย ทำลายมิตร จะชอบผิด ในมนุษย์ เพราะพูดจา (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ยกมาจากนิราศภูเขาทอง ของบรมครูสุนทรภู่ กับนักเรียนอ่านเมื่อสักครู่เราแบ่งวรรคตอนชัดเจนเลยใช่ไหม นี่ที่ครูให้ดูหน้าจอก็เป็นการแบ่งวรรคให้ชัดเจน เพราะฉะนั้น การอ่านแบบมีวรรคตอนมันช่วยให้เกิดความไพเราะ ถึงจะอ่านเป็นทำนองเสนาะก็ต้องแบ่งวรรคตอนให้ชัดเจนนะครับ ต่อไป ข้อที่ 6 นะ ตามใบความรู้นะครับ คำที่รับสัมผัสกันต้องอ่านเน้นเสียงให้ชัด เดี๋ยวไปดูกัน ถึงหน้าวังดังหนึ่งใจจะขาด คำว่า "ขาด" นะ คิดถึงบาท ขาดกับบาทเป็นอย่างไรกัน รับสัมผัสกัน เขาเรียกว่าสัมผัสระหว่างวรรค ครูทำแดง ๆ ไว้ แดง ๆ แดงนี่ไว้เพื่ออะไรนักเรียน ครูจะให้นักเรียนตอบครูสิว่าคำนี้ครูออกเสียงว่าอย่างไร ตอบครูครับ เมื่อสักครู่ครูออกเสียงว่าอย่างไร ถูกเปล่าครูคณิตา ครูออกเสียงว่าอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐนะคะ ได้ออกเสียงว่า อะ-ดิด-สอน ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ทำไมถึงต้องเป็นอะ-ดิด-สอน ลองนะครับ ๆ คิดถึงบาทบพิตรอดิศร แต่อีกแบบหนึ่งที่ครูออกเสียง คิดถึงบาทบพิตรอะ-ดิด-สอน คำมันเป็นอย่างไรกันทันทีเลยนักเรียน มันรู็สึกผิดทันทีเลย ตรงนี้เสียงไม่ชัดนะ เพื่อให้รับสัมผัสกับคำว่า บพิตรนั่นเอง ข้อต่อไปครับ ครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ข้อต่อไปค่ะ การเอื้อนสัมผัส ขออภัยค่ะ การเอื้อนสัมผัสในเพื่อเพิ่มความไพเราะค่ะ (คุณครูคณิตา) อย่างไร เดี๋ยวไปดูกันเลย ครูยกมาบทกลอนหนึ่งคืออะไรครับ ครูชี้คำว่า "ใกล้" ใกล้สัมผัสกับคำว่า เก่งมาก ใจ สั่น สัมผัสกับคำว่า "สนั่น" ใช่ไหมลูก ไกลมีคำสัมพันธ์ไหม ถ้ามีนี่เป็นปัญหาเลย เพราะมีการชิงสัมผัส ตอนที่เรียนระดับสูงกว่านี้ ว่าชิงสัมผัมเป็นอย่างไร สั่นกับสนั่นครูคณิตา ดูต่อ ที่วรรค วรรครับ หรือ กับคำว่า "คนึง" นี่สัมผัสใน (คุณครูคณิตา) เอ๊ สัมผัสสระหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ สัมผัสในคือการสัมผัสสระนั่นเอง (คุณครูคณิตา) สัมผัสสระ สัมผัสในเล็งแลจ้อง อันนี้จบ เล็งแลจ้องน้องนวลชวนเพลินตา นักเรียนบอกครูคณิตาให้ขีดคำสัมผัส (คุณครูคณิตา) มีคำอะไรบ้างคะ (คุณครูปรเมษฐ) ตอบครับ เล็งครับ เก่งมาก (คุณครูคณิตา) เล็งแลใช่ไหมคะ แล้วก็จ้องกับน้อง น้องกับนวบด้วยไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่ ๆ ๆ (คุณครูคณิตา) ไม่ใช่ไหม (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้เราดูสัมผัสในกับสัมผัสสระนั่งเองนะ เล็งแลก็ถือว่าเป็นสัมผัสสระ (คุณครูคณิตา) นวลสำผัสกับคำว่า (คุณครูปรเมษฐ) เก่งมากครับ คำว่า "ชวน" นะครับ นี่ สัมผัสกัน สัมผัสใน พี่โหยหาหวนฮึกนึกแต่นาง คำว่า หึก สัมผัสกับเพราะว่าถ้ามีจะเป็นชิงสัมผัส ลองอ่านเป็นทำนองเสนาะพร้อม ๆ กันครับ ยามตัวใกล้ใจสั่นสนั่นไหว ไหว ยามอยู่ไกลคิดถึง คนึงหา เล็งแลจ้องน้องนวลชวนเพลินตา พี่โหยหาหวนฮึกนึกแต่นาง เห็นไหม ครูก็จะใส่ ใส่ให้มันเสียงมันหนักขึ้น ให้มันชัดเจนนะครับ (คุณครูคณิตา) เขาเรียกว่าใส่น้ำหนักการอ่านหนักเบาใช่ไหมคะ แล้วก็จะมีสั้นยาวสูงต่ำนะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครแต่ครูอาจจะอ่านไม่เพราะสำหรับนักเรียนก็ได้ ขอให้ทำนองถูก ข้อที่ 8 ว่าอย่างไรครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) คำที่มี พยางค์เกิน ให้อ่านเร็วและเบา เพื่อให้เสียงไปตกตามที่ต้องการค่ะ มันเป็นอย่างไรคะคร (คุณครูปรเมษฐ) พยางค์เกิน ตามลักษณะแล้วมันต้องมี 7 - 9 ใช่ไหม ในกรณีที่คำเกินมาเป็น 10 คำ ก็จะต้องอ่านให้ลง ไปดูกันเลย กลอนของสุนทรภู่นิราศเดี๋ยวครูคณิตาลองอ่านให้ผมฟังหน่อย (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ สิ่งที่ครูอ่านนี่อาจจะถูกหรือผิดก็ได้นะคะ ลองอ่านไปพร้อม ๆ กันเลยนะคะ ถึงบางซื่อ ชื่อบางนี่สุจริต เหมือนชื่อจิตรที่พี่ตรงจำนงสมร มิตรจิตรก็ขอให้มิตรใจจร ใจสมรขอให้ซื่อเหมือนชื่อบาง คุณครูคณิตาและนักเรียน (คุณครูคณิตา) ไม่ต้องปรบมือก็ได้ค่ะ (คุณครูคณิตา) คุณครูว่ามันแปลก ๆ ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) มันแปลก ๆ คำมันเป็นอย่างไรเด็ก ๆ คำมันเกิน (คุณครูคณิตา) คำมันเกิน และที่สำคัญครูคณิตาอ่านผิดด้วยค่ะ นักเรียนคะ นักเรียนลองทายดูสิคะ ว่าครูอ่านผิดวรรคไหนเอ่ย ตอบได้ไหมเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) วรรคไหนล่ะครับ เฉลยเลย (คุณครูคณิตา) วรรคไหน วรรคไหนคะ นั่นก็คือวรรคที่ 1 นั่นเองค่ะ หรือว่าวรรคแรกนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่นะ อ่านให้เร็วและเบาเพื่อให้เสียงมันตกตามต้องการนี่ ในเมื่อคำเกินใช่ไหม ก็ต้องอ่านว่า ถึงบางซื่อชื่อบางนี่สุจริต เหมือนจำนงสมร มิตรจิตก็ขอให้มิตรใจจร ใจสมรขอให้ซื่อเหมือนชื่อบาง (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คะ เรามาทบทวนกัน เมื่อกี้เด็ก ๆ อาจจะฟังครูคณิตาแล้ว ทำไมมันก็ออกเสียงคล้าย ๆ กันออกเสียงคล้าย ๆ กันใช่ไหมคะ วรรคแรกครูปรเมษฐ อ่านช้า ๆ ให้เด็ก ๆ ฟังหน่อยสิคะ (คุณครูปรเมษฐ) ต่างกันอย่างไรนะครับ คือ อ่านให้เบาและเร็ว ถึงบางซื่อชื่อบางนี่สุจริต ตั้ง 4 คำครูควบได้ในห้องเดียว เหมือนชื่อจิตที่พี่ จำนงสมร มิตรจิตรก็ขอให้มิตรใจจร ใจสมรขอให้ซื่อเหมือนชื่อบาง ไอ้ 2 คำสุดท้ายมีปัญ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คำมันเกิน ก็ต้องอ่านให้ถูกต้อง ยิ่งที่ถ้าเป็นทำนองเสนาะยิ่งต้องอ่านให้ดีเลยนะครับ ข้อที่ 9 ว่าอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 9 นะคะ ก็คือสอดแทรกอารมณ์ความรู้สึกให้เข้ากับ (คุณครูปรเมษฐ) ถามครคณิตาต่อเลย เห็นกลอนวรรคสดับนี่น่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรครับ (คุณครูคณิตา) เกี่ยวกับความรักหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ตอบสิครับ ใช่นะ เขาเปรียบเทียบกับความรักใช่ไหม ความรักนี่สวยสดงดงาม ลองอ่าน เดี๋ยวอ่านพร้อม ๆ กับครูนะครับ เขาย่อมเปรียบเทียบความว่ายามรัก แต่น้ำผักต้มขมชมว่าหวาน ครั้นรักจางห่างเหินไปเนิ่นนาน แต่น้ำตาลว่าเปรี้ยวไม่เหลียวแล นี่มันเกี่ยวกับความรัก เราก็ต้องทำบทนี่ให้มันเกิดความไพเราะ ให้มันถ่ายทอดถึงความรู้สึกว่านี่ แรก ๆ นี่เขาว่าน้ำต้มผักที่ขมนี่เขายังว่าเป็นอย่างไรเลย (คุณครูคณิตา) ว่าหวานค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แต่พอรักไปนาน ๆ น้ำตาลยังว่าเปรี้ยวเลย เพราะฉะนั้นนี่ นักเรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับความรักนะ มันเป็นเรื่องของอนาคตนะครับเมื่อกี้ที่คุณครูปรเมษฐ์อ่านไปเมื่อกี้นี่นะคะ น้ำเสียง เด็ก ๆ ตอบคุณครูคณิตาสิว่าน้ำเสียงของคุณครูปรเมษฐเป็นอย่างไร ความรักก็จริง แต่เป็นการเปรียบเทียบ รักในช่วงแรก ๆ กับเมื่อเรารักไปนาน ๆ มันเกิดอะไรขึ้น น้ำเสียงจะเป็นการบอกเล่าเชิงเปรียบเทียบนะคะ น้ำเสียงเป็นการสอดแทรกอารมณ์เชิงเศร้าหน่อยไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) สองวรรคแรงมีความสุข 2 วรรครักเศร้า นี่คือการใช้เสียง นักเรียนจะได้รับรู้ไปเรื่อย ๆ นะ แล้วนักเรียนจะอ่านได้เก่ง ข้อสุดท้ายว่าอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ข้อสุดท้ายค่ะ เมื่ออ่านถึงตอนจบต้องเอื้อต้องทอดจังหวะและเอื้อนให้ช้าลง (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ กลอนจะจบแล้ว ต้องเอื้อน แล้วต้องไปให้ช้า กลอนจะไปเนิบ ๆ ดูตัวบทเลยไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้เป็นพระอภัยมณีใช่ไหม ของพระบรมครูนักเรียนเรียนเมื่อตอน ป.4 นะครับ อ่านพร้อม ๆ กับครู อันนี้ท่องได้อยู่แล้ว แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์ เห็นไหมคำมันสัมผัสกัน มันลึกลับแสนสุดลึกล้ำเหลือกำหนด ถึงเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลดก็ไม่คด เหมือนหนึ่งในน้ำใจคน น้ำใจคน ทอดตรงไหนครูคณิตาลองบอกสิ (คุณครูคณิตา) ทอดตอนจบค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ กลอนจบปุ๊บต้องก็จบพอดีในเรื่องของหลักการทีนี้เดี๋ยวเราไปฝึกอ่านกันเลย คราวนี้เดี๋ยวเราจะได้ไปอ่านกันจริง ๆ เลย จากเรื่อง... (คุณครูคณิตา) เรื่อง อย่าชิงสุกก่อนห่ามไม่งามดีค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ซึ่งก็จะเป็นเนื้อหาต่อจากตอนที่แล้วเดี๋ยวเราไปอ่านกันเลยเด็ก ๆ เดี๋ยวครูจะนำอ่านนะครับ บทที่ 1 อ่านแบบทำนองเสนาะก่อนนะ 1, 2 3 ระวังดูเรือนเย้าและข้าวของ จะบกพร่องอะไรที่ไหนนั่น เห็นไม่มีแล้วอย่าอ้างว่าช่างมัน จงผ่อนผันเก็บเล็มให้เต็มลง นี่อ่านบทขนบเดิมใช่ไหมครูคณิตา คืออ่านแบบกลอนสุภาพ ทำนองเสนาะ เบื่อนะนักเรียน มันสามารถเปลี่ยนทำนองได้ไหม ย่อมได้ครับ ถ้าเรียนกับครูนี่เปลี่ยนได้ เปลี่ยนให้มันเกิดความไพเราะนี่เปลี่ยนได้ เพราะเสนาะแปลว่า... (คุณครูคณิตา) ไพเราะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ไพเราะใช่ไหมนักเรียน เปลี่ยนได้แล้ววันนี้นักเรียนก็จะได้เปลี่ยนด้วย และความชอบของบทร้อยกรองที่นักเรียนนำมาอ่านนั่นเอง สมมติครูเปลี่ยนอันนี้ให้เป็นจังหวะกระชับ ๆ หน่อย เดี๋ยวนักเรียนลองฟังครูก่อนแล้วลองขับเองนะครับ ครูจะรับคำว่า "ห้าให้" จะรับคำว่า "ห้าให้" ข้อวรรคสดับนะ เดี๋ยวลองดู ฟังครูนะ มีสลึง พึงประจบให้ครบบาท อย่าให้ขาดสิ่งของประสงค์ จงมักน้อย ห้าให้ กินน้อย ค่อยบรรจง อย่าจ่ายลงจะยากนานเอย ไม่จำเป็นต้องอ่านแบบขนบเดิมก็ได้ จะอ่านแบบไหนก็ได้ ดูวรรคต่อไป ดูบทต่อไป นนักเรียนร้องได้แล้ว ลองรับฮาไฮ่ แล้วอ่านครับ ห้าให้ ก็อย่าไปพิไรซื้อ ให้เป็นมื้อเป็นคราวทั้งคาวหมาน เมื่อพ่อแม่ ฮาไฮ่ ชรากาล จงเลี้ยงท่านอย่าให้ระทดใจเอย ได้ อันนี้เขาเรียกว่าเพลงเทพทองนะ นักเรียนอยากรู้ว่าร้องอย่างไร นักเรียนลองไปเปิดฟังดูแล้วเอากลอนนี่ไปใส่ดูก็ได้ ชอบฟังแหล่หรือ อยากฟังเป็นแหล่ ดูสิว่าทำได้ไหม ทำเป็นแหล่ก็ได้ทำนองเสนาะนี่ พร้อม ๆ กัน เดี๋ยวไปพร้อมครูก่อน ก็ลองร้องตามครูนะครับ ด้วยชนกชนนีนั้นมีคุณ ได้การุญเลี้ยงรักษามาจนใหญ่ อุ้มอุทรป้อนข้าวเป็นเท่าไร หวังจะได้พึ่งพาธิดาดวง ไปพร้อม ๆ กัน พึ่งพาธิดาดวง ถ้าเราดีมีจิตคิดอุปถัมภ์กุศลล้ำเลิศเท่าภูเขาหลวง จะปรากฏยศยิ่งสิ่งทั้งปวง กว่าจะล่วงลุถึงซึ่งพิมาน เทพไทในห้องสิบหกชั้น จะชวนกันสววญเสริญ สรรเสริญเจริญสาร ว่าสตรีนี้เป็นยอดยุพาพาล ได้เลี้ยงท่านชนกชนชี นี่ เห็นไหม ครูก็สามารถนำไปร้องเป็นเพลงแหล่ได้ นักเรียนก็เช่นเดียวกัน ชื่อก็บอกอยู่แล้วทำนองเสนาะ ทำอย่่างไรก็ได้ให้มีความไพเราะ เบื่อแล้วครูปรเมษฐร้องเป็นเพลงทันสมัยได้ไหม ได้ บทที่น่าสนใจด้วย คุณครูคณิตาจะลองบ้างไหมครับ (คุณครูคณิตา) ให้คุณครูปรเมษฐนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เหนื่อยแล้วนี่ เพลงสากลธรรมดา เพลงสติงธรรมดาจะพูดจาปราศรัยกับใครนั้น อย่าตะคั้นตะคอกให้เคืองหู ไม่ควรพูดอื้ออึงขึ้นมึงกู คนจะรู้เรื่องไม่ขามใจ นี่เห็นไหม สามารถจะแปลงเป็นอะไรก็ได้นะครับ แต่นักเรียนก็จะต้องทำให้ได้ คราวนี้อันนี้เดี๋ยวให้เป็นทำนองเสนาะแบบธรรมดานะครับ แล้วจะให้นักเรียนเริ่มพร้อม ๆ กันนะ ฝึกมาเยอะแล้ว อันนี้ตามขนบเดิมแม้นจะเรียนวิชาทางทางค้าขาย อย่าปากร้ายพูดจาอัชฌาสัย จะซื้อง่ายขายดีมีกำไร ด้วยเขาไม่เคืองจิตระอิดระอา เป็นมนุษย์สุดนิยมเพียงลมปาก จะได้ยากโหยหิวเพราะชิวหา แม้นพูดดีมีคนเขาเมตตา จะพูดจาจงพิเคราะห์ให้เหมาะความ ทอดลง จบพอดี เนื้อหาจบพอดีเลย เห็นไหมนักเรียน ที่ครูได้ถ่ายทอดให้นักเรียนเข้าใจไหมว่ามันสามารถที่จะพลิกแพลงได้ ให้เกิดความไพเราะทำอย่างไรก็ได้ เพราะฉะนั้น กิจกรรมนี้ครับ ครูจะให้นักเรียนนั้นทำอะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ นะคะ ฝึกอ่านบทร้อยกรองค่ะ ใส่ทำนองให้เพราะค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มันก็เป็นการสร้างสรรค์นะครับ กิจกรรมก็คือนักเรียนแบ่งกลุ่ม 4 คนนี่ แบ่งกลุ่ม 4 คนทำอะไรครับ เพื่อจะฝึกอ่านบทร้อยกรองจากเรื่องสุภาษิตสอนหญิง แต่วิธีการของครูนะ เมื่อนักเรียนจับกลุ่มเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะ ให้เลือกบทที่ตนชอบในเรื่อง สุภาษิตสอนหญิงนะ ไม่ใช่ฉะเพราะแต่ที่ครูนำขึ้นกระดานนะ2 บท เป็นอะไรต่อ ให้อ่านแบบขนบเดิม บทที่ 2 ให้ใส่ทำนองเอง แล้วเดี๋ยวคุณครูปลายทางจะได้รู้ว่าลูกศิษย์ของท่านนั้นมีจากนั้นเสร็จแล้วก็ให้ช่วยกันนำเสนอหน้าชั้น (คุณครูคณิตา) ค่ะ บทบาทของคุณครูปลายทางนะคะ ก็คือ 1. ให้นักเรียนร่วมกิจกรรมกลุ่มค่ะ 2. ดูนักเรียนที่ยังอ่านไม่คลให้มาฝึกอ่านกับครู 3. ร่วมกันเสนอแนะการอ่านบทร้อยกรองของนักเรียนแต่ละกลุ่มค่ะ นักเรียนคะ หากจำนวนไม่พอนะคะ ก็ให้จัดตามความเหมาะสม คุณครูประจำวิชานะคะ ก็สามารถที่จะจัดได้เลยนะคะ ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นกลุ่มละ 4 คน ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ เพิ่มเติมหน่อยครับ คุณครูปลายทางครับ ถ้าลูกศิษย์ของท่านมีความสามรถนั้น ผมอยากชื่นชมบ้าง ผมและครูคณิตาก็อยากเห็น ถ้าเกิดนำเสนอแล้วน่าสนใจ คุณครูช่วยบันทึกเป็นวิดีโอ ส่งกลับมาทาง DLTV ป. 6 ด้วยนะครับ เพื่อจะได้นำมานำเสนอให้กับผู้อื่นทั่วประเทศครับ ครับคุณครูครับ เพราะฉะนั้น เดี๋ยวครูจะให้เริ่มปฏิบัติกิจกรรมนี้ได้เลยครับ พร้อมแล้วลงมือครับ [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) หมดเวลาค่ะนักเรียน หากนักเรียนนะคะ ยังซ้อมท่องบทเหล่านี้นะ ยังไม่เรียบร้อยนะ ก็สามารถที่ไปฝึกเพิ่มเติมได้ค่ะ ครูประจำวิชาก็สามารถที่จะฝึกท่องในช่วงเวลาว่างได้ค่ะ เอาล่ะค่ะ วันนี้เรามาถึงช่วง... ช่วงอะไรคะนักเรียน ช่วงสรุปองค์ความรู้ครูและนักเรียนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เราไปกันเลยดีกว่าครับเด็ก ๆ ครับ เรามาสรุปเป็นผังความคิดนะ หลักการอ่านออกเสียงบทร้อยกรองทำดังนี้นะ 1. ต้องมีศิลปะในการเอื้อเสียงอย่างที่ครูบอกไปนะครับ 2 ว่าอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) 2. อ่านฉันทลักษณ์ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สำคัญมาก ต่อไปครับ (คุณครูคณิตา) อ่านถูกต้องตามลักษณะบังคับค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ยิ่งสำคัญเลย ลักษณะบังคับนี่ต้องอ่านให้ถูกต้อง และ 4. ต้องอ่านให้ถูกต้องอักขระต้องชัดเจนใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) 5. ก็คืออ่านด้วยน้ำเสียงที่ดังพอเหมาะ ไม่ตะคอกนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ และข้อสุดท้ายครับ (คุณครูคณิตา) คำให้ชัดเจนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ก็คือหลักการนะครับ ให้นักเรียนนั้นบันทึกลงไปนะในสมุดของตัวเอง นะครับ ทำเป็นรูปแบบครูก็ได้ หรือนักเรียนทำเป็นก้างปลา (คุณครูคณิตา) แล้วแต่เลยค่ะ แผนผังความคิดมีหลายรูปแบบนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช้สมองแล้วก็ตรองให้มันเป้นสิ่งสร้างสรรค์ขึ้นมา (คุณครูคณิตา) วันนี้เรามีคำถามกันไหมคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) มีสิครับครูคณิตา การอ่านออกเสียงบทร้อยกรองนี่นะครับ มันทำใหเกิดความรู้สึกอย่างไรเด็ก ๆ ครับ อ่านออกเสียงบทร้อยกรอง มันทำให้เรานี่รู้สึกเป็นอย่างไร ไหนช่วยแสดงความคิดเห็นหน่อย เดี๋ยวครูคณิตาจะฟังแล้วจะมาสรุปอีกครั้งหนึ่งตอบครับ ๆ (คุณครูคณิตา) ตอบได้เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ประมาณนั้น ครูคณิตาครับ สรุปว่าเด็ก ๆ เขาว่าอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ การอ่านบทร้อยกรองนะคะ จะทำให้เกิดความซาบซึ่งการอ่านออกเสียงบทร้อยกรองค่ะ และสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตได้ด้วยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) การที่นำไปปรับใช้ได้นี่ ในบทร้อยกรองหรือบทอาขยานแต่ละบทนี่ มันแฝงด้วยข้อคิด การมีข้อคิดนี่ นักเรียนก็สามารถนำแนวคิดไปปรับใช้ในชีวิต แล้วถ้านักเรียนสามารถอ่านทำนองเสนาะหลายอย่างได้ มันเป็นที่มาแห่งการแต่งคำประพันธ์นั้น ๆ ได้เช่นเดียวกัน ใช่ไหมครับครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ มีประโยชน์มาก ๆ คบทเรียนครั้งต่อไปนะ ครูจะให้หนู ๆ ศึกษากันในเรื่อง เรื่อง วิเคราะห์คุณค่าของเรื่องค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็วิเคราะห์ ของเรื่อง อย่าชิงสุกก่อนห่าม ไม่งามดี ตัวบท สิ่งที่นักเรียนต้องเตรียมนะครับ คืออะไรเอ่ย (คุณครูคณิตา) ค่ะ 1. ใบความรู้ เรื่อง หลักการวิเคราะห์คุณค่าวรรณคดี 2. ใบงาน เรื่อง สุภาษิตสอนหญิง สอนอะไรเรา (คุณครูปรเมษฐ) และสุดท้ายนี่สำคัญนะ อย่าลืมนะลูก หนังสือวรรณคดีลำนำ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งข้อมูลต่าง ๆ สามารถดาวน์โหลดได้ที่ไหนครับ (คุณครูคณิตา) สามารถดาวน์โหลดได้ที่นี่เลยค่ะ วันนี้ครูทั้ง 2 คน ก็ขอลานักเรียนไปก่อน นักเรียนลาครูแล้ว ก็ไปทบทวนเรื่องที่ครูสอนนะ อย่าทิ้งไปเลย การทบทวนนี่เป็นคุณธรรมที่นักเรียนควรทำเป็นอย่างยิ่ง การฝึกฝนนี่ ความเก่งนี่เกิดขึ้นไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เกิดขึ้นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ฝากไว้ให้คิดนะหนูนะ ไปก่อนครับ สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) บ๊ายบาย [เสียงดนตรี]