--- title: ฝึกแบ่งพิมพ์ (DLTV ภาษาไทย ป. 6 หน่วยที่ 5) ๕ วิเคราะห์คุณค่าของเรื่อง ๑๙ ส.ค. ๖๔ (มีใบงาน และใบความรู้) subtitle: date: วันจันทร์ที่ 21 มีนาคม 2565 เวลา 13.10 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (คุณครูปรเมษฐ) สวัสดีคุณครูทุกท่านและลูกศิษย์ที่รนักของครูทั่วประเทศทุก ๆ คนนะครับ วันนี้ก็พบกับครูปรเมษฐ ศรีกำเนิด และคุณครูคณิตา หนุนอนันรายวิชาภาษาไทยนะครับ วันนี้เรื่องราวที่เราจะได้ศึกษากันนั้น ก็ยังคงอยู่ในเรื่องอย่าชิงสุกก่อนห่ามไม่งามดี จะศึกษาในตัววรณคดีตัวบทก็คือสุภาษิสอนหญิงนะครับ วันนี้ก็คงจะเป็นวันสุดท้ายแล้วที่จะเรียนสุภาษิตสอนหญิงนะครับ เราก็จะให้นักได้รู้จักการวิเคราะห์คุณค่าของเรื่องนะครับ ว่าเรื่องที่เราได้เรียนได้ศึกษากันนั้นนี่ มันมีคุณค่าอย่างไร และที่สำคัญ ก็คือเราจะนำคุณค่าเรานั้นนี่ ไปปรับใช้กับตัวเราได้มากน้อยเพียงไรครับ เพราะฉะนั้น เราไปศึกษากันเลยนะครับครูแพร (คุณครูคณิตา) ค่ะ เดี๋ยวเรามาสนทนากันก่อนนะครับ ประสาครูและนักเรียนที่น่ารักนะครับ ครูคณิตาครับ วันนี้ครูมีคำถามมาถามหนู ๆ นะครับ ครูขึ้นไว้ว่า เด่นประจักษ์ วรรคทอง เด่นประจักษ์... วรรคทอง วรรคทองลูก วรรคทองนี้มันหมายถึงอะไร เด็ก ๆ ลองช่วยกันแสดงความคิดเห็นให้ครูได้รับรู้หน่อย ไคุณครูคณิตาไอ้คำว่า "วรรคทอง" มันใช่ทองคำแท้บริสุทธิ์อะไรอย่างนั้นไหมครับ (คุณครูคณิตา) ไม่ใช่ค่ะ เด็ก ๆ หลายคนนี่ก็รุ้จักนะคะ วรรคทองมาเยอะแล้วแต่ว่าอาจจะอ่านพวกบทประพันธ์เหล่านี้ แต่ยังไม่รู้ว่าบทประพันธ์ที่นักเรียนอ่านนี่คือวรรคทองนั่นเอง เดี๋ยวเรามาดูกันเลยดีกว่าค่ะ ความหมายคำว่า "วรรคทอง"คำว่า "วรรคทอง" คืออะไร นะครับนักเรียน ที่ครูได้ถามนักเรียนว่ากลอนบางบทที่ทำให้คนจดและจำ กลอนที่ทำให้คนจดจำนั่นเอง เขาเรียกว่า "วรรคทอเพราะฉะนั้น วรรณคดีทุกเรื่องที่หนู ๆ รู้จักก็จะมีวรรคทองปรากฏอยู่ใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) วรรทองขุนช้างขุนแผน ก็มีวรรคทองที่เรานำมาท่องอาขยานนั่นล่ะ ส่วนมากก็คือวรรคทอง วรรคทองมันเป็นอย่างไรล่ะ มันเป็นบทที่กินใจ มันเป็นบทที่มีคุณค่าในตัวมันเอง มันเป็นการเรียบเรียงถ้อยคำนี่ที่มันไพเราะใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ไพเราะสละสลวย เห็นถ้อยคำในนั้น มันเกิดมโนภาพขึ้นมาใช่ไหมครููคณิตา เกิดภาพแล้วรู้สึกอินกับบทไปกับบทกลอนนั้นนะครับ และยังให้การสะเทือนอารมณ์ สะเทือนจิตใจ นั่นล่ะครับ สิ่งเหล่านั้นมันทำให้คนจดจำวรรคตัวบทนั้น ๆ ของวรรณดีได้ เขาเลยเรียกว่า (คุณครูคณิตา) วรรคทองนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้น เรื่องสุภาษิตสอนหญิงนี่ วรรคทองที่นักเรียนยังไม่ได้เรียนด้วยซ้ำ เพราะท่องมาแล้ว เพราะท่องมาตั้งแต่เด็กแล้ว ไปดูกันครับ (คุณครูคณิตา) มีสลึงพึงประจบให้ครบบาท อย่าให้ขาดสิ่งของต้องประสงค์ จงมักน้อย กินน้อย ค่อยบรรจง อย่าจ่ายลงให้มากจะยากนาน (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนครับเดี๋ยวเรามาคุยกันหน่อย คำว่ามีสลึงพึงประจบให้ครบบาทนี่ ถ้าพูดถึงสลึงนี่รู้จักไหม สลึงค์ แปลว่าอะไร จำนวนเงินใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ สลึงนี่เขาก็จ่ายเป็นสลึงนี่ใช่ไหมคะ แต่ปัจจุบันนี่สลึงนี่ก็คือใช้น้อยมากเลยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่าไม่ค่อยมีนะ มันจำนวนราคาก็คือ 25 สตางค์ นะ 25 สตางค์นะ ก็จะให้ครบ 1 บาทก็คือ 100 สตางค์ใช่ไหมครับ จึงจะครบบาท นักเรียนตอบครับ เก่งมาก กี่สลึงนะ (คุณครูคณิตา) 4 ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) 4 สลึง จึงจะเป็น 1 บาท เขาสอนอะไรล่ะ เขาสอนให้เรารู้จัก (คุณครูคณิตา) เก็บออมค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) รู้จักเก็บออมรู้จักเก็บออมอย่าจ่ายลงให้มากจะยากนาน ฯ ถ้าเราไม่รู้จักเก็บออม ไม่รู้จักเก็บหอมรอมริบ คำว่า "จะยากนาน" ก็จน ถ้ายิ่งจ่ายมากก็ยิ่งทำไมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ก็จะยิ่งจนนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่คือการสอน พ่อแม่ของหนู ๆ ก็จะท่องบทนี้ให้ฟัง และท่องมานานแล้ว ไปดูอีกสักบทหนึ่ง จะพูดจาปราศรัยกับใครนั้นอย่าตะคั้นตะคอกให้เคืองหู ไม่ควรพูดอื้ออึงขึ้นมึงกู คนจะหลู่ล่วงลาสอนเรื่องอะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) สอนเรื่องการพูดหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ไหมลูกเรื่องพูดจานั่นเอง เราจะไม่ต้องพูดขู่กระชั้นตะคอก มันไม่เกิดผลอะไรใช่ไหม มันไม่ไพเราะ อย่าขึ้นมึงขึ้นกู อ้าย อี ก็คือคนจะไม่นับถือนั่นเอง คือ ไม่เกรงใจนั่นเอง สอนเรื่องการพูดจา นักเรียนก็เคยได้ยินได้ท่องมาแล้ว อีกบทหนึ่งนะ (คุณครูคณิตา) เป็นมนุษย์สุดนิยมเพียงลมปาก จะได้ยากโหยหิวเพราะชิวหา แม้นพูดดีมีคนเขาเมตตา จะพูดจาจงพิเคราะห์ให้เหมาะตาม สอนเรื่องอะไรนี่ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) สอนเรื่องอะไรอีกแล้วล่ะคะ เด็ก ๆ ตอได้ไหมเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) เก่งมากครับเด็ก ๆ ครับ สอนเรื่อง... (คุณครูคณิตา) การพูดนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สอนเรื่องการพูดนะ ปากเป็นเอก เลขเป็นโท ย้อนไปตอน ป.4 เลย ปากเป็นเอกนี่ คืออะไร การที่เราจะพูดนี่การที่ใช้ปากในการพูดมันจะทำให้เกิดสิ่งต่าง ๆ ขึ้นมาก็จากปากเรานี่ล่ะ จะดีจะชั่วก็อยู่ที่ปากใช่ไหมเพราะฉะนั้นนี่ จะได้ยากโหยหิวเพราะชิวหา เป็นองค์ประกอบสำคัญในการพูดชิวหาก็คือ (คุณครูคณิตา) ลิ้นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ลิ้น ลิ้นเป็นองค์ประกอบในการทำให้เกิดเสียงพูดออกมา นี่ คนโบราณวิเคราะห์ถึงขั้นนี้เลยนะ เพราะว่าคนโบราณรู้จักกายวิภาคศาสตร์ดีมากใช่ไหมครูคณิตาไม่อย่างนั้นจะมามาแต่งกลอนบทนี้ได้ จะดีจะชั่วอย่างไรก็ตามแต่นี่ อยู่ที่ปากของเราทั้งหมด ปากเป็นตัวกำหนด พูดดีคนต้องมีตา จะพูดจาจงวิเคราะห์ให้ดีนะก่อนจะพูดไปถูกต้องไหมครับ ปากเป็นนาย กายเป็นบ่าว พูดไปแล้ว คำพูดมันเป็นนายของเรา นี่เป็นคำสนี่คือคำสอน ไปกันดีกว่านะครับ คำสอนใดในเรื่องสุภาษิตสอนหญิงที่ครูชอบมากที่สุด เพราะเหตุใด อันนี้ครูให้หนูจำไว้นะ ครูตั้งให้เกิดประเด็นความคิด ท้ายชั่วโมงหนูจะต้องตอบตัวเองให้ได้ ว่าหนูชอบคำสอนใดมากที่สุดและคำสอนใด (คุณครูคณิตา) คำสอนในเรื่อง สุภาษิตสอนหญิง สามารถนำมาใช้สอนหญิงไทยในปัจจุบันได้หรือไม่ (คุณ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ก็เช่นเดียวกัน ให้หนูจำ 2 คำถามนี้ไว้นะ แล้วท้ายชั่วโมงจะต้องตอบกับตัวเองให้ได้มันสามารถสอนได้หรือไม่นะครับ อีกคำถามหนึ่งครับ ครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ได้หรือไม่เพราะเหตุใด (คุณครูปรเมษฐ) ช่วยกันคิด สอนได้ไหมน่ะเด็ก ๆ ครับแสดงความคิดเห็น ให้เวลา เอาล่ะครับ เริ่มเกิดประเด็นนะ ระหว่างผู้หญิงกับผู้ชาย ว่าใช้สอนได้หรือไม่ฟังเด็ก ๆ แล้ว ครูคณิตาครับ เดี๋ยวเราลองสรุปสิว่าโดยมากนี่ คิดว่ายังใช้สอนได้หรือไม่ เขาบอกว่าสุภาษิตสอนหญิงใช้สอนผู้ชายได้หรือไม่นะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าตัวของครูเองนี่ ครูก็คิดว่าน่าจะได้นะลูก ครูคณิตาล่ะครับ (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ เพราะว่าคำสอนทุกข้อนี่ ผู้ชายก็สามารถปฏิบัติได้เช่นกันนะคะ คำสอนทุกคำสอนไม่ได้แบ่งแยกนะคะ ว่าจะต้องเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายเท่านั้นที่ควรปฏิบัติ แต่ทุกคำสอน สอนให้เราเป็นคนดี สอนให้เราปฏิบัติในทางที่ดี เพราะฉะนั้น คำสอนทุกคำสอน สอนให้เป็นคนดีค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้น วรรณคดีเรื่องสุภาษิตสอนหญิงนี่ก็เป็นแต่เพียงชื่อเรื่อง แต่คำสอนหลัก ๆ ส่วนใหญ่แล้วก็จะเกี่ยวกับสอนผู้หญิง ให้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ แต่โดยลึก ๆ มันสามารถสอนได้ทั้งผู้หญิงผู้ชาย ใช่ไหมลูกมันสอนได้ทั้งหญิงทั้งชายอย่างวรรคทองที่ครูยกมา 3 บทเมื่อสักครู่นี้ ไม่ใช่เฉพาะผู้หญิงนะที่จะต้องปฏิบัติใช่ไหม การรู้จักออม รู้จักเการอะไรต่าง ๆ ในเรื่อง ผู้ชายก็ควรจะปฏิบัติได้เช่นเดียวกันเพราะฉะนั้น วันนี้เราจึงต้องอ่านเรื่อง สุภาษิตสอนหญิง แล้วยังสามารถที่จะวิเคราะห์ ของคำสอนต่าง ๆ ที่เราจะต้องนำมาเป็นอย่างไรครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) นำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้คือเรื่องสำคัญที่สุด ถ้าเราเรียนวรรณคดีแล้วเราไม่สามารถนำคำสอนในวรรณคดีมาใช้ได้นี่ ถือว่าเราไม่ประสบผลสำเร็จนะครับ วรรณคดีทุกเรื่องนี่มีคำสอน คำสอนทุกคำสอนต้องการให้คนนำไปใช้ถูกไหมครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้น หนูจะต้องนำมาประยุกต์ใช้ได้เรียนประสบความสำเร็จ เดี๋ยวไปดูจุดประสงค์ของเรากันหน่อยนะครับ ว่าอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) จุดประสงค์การเรียนรู้วันนี้นะคะ 1. บอกหลักการอธิบายคุณค่าของวรรณคดีที่อ่านได้ 2. วิเคราะห์วรรณคดีที่อ่านได้ 3. เห็นความสำคัญในการนำความรู้จากวรรณคดีนำความรู้จากวรรณคดีที่อ่านไปใช้ในชีวิตประจำวันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ก็คือจุดประสงค์ตามที่ครูได้บอกไว้นะครับ นักเรียนเห็นด้วยหรือไม่ กับคำสอนที่ว่า อย่าชิงสุกก่อนห่าม และหากคนในสังคมนำมาปฏิบัติเป็นเรื่องล้าสมัยหรือไม่ในสังคมปัจจุบัน น่าคิดนะครับ อันนี้เป็นสิ่งที่น่าคิดนะครูคณิตา ถ้า...ถ้าเรานำมาปฏิบัติมันจะล้าสมัยนี่อย่าชิงสุกก่อนห่ามนี่ (คุณครูคณิตา) นั่นสิคะ คุณครูปรเมษฐคิดว่าล้าสมัยไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ตามโบราณนี่ก็จะสอนผู้หญิงให้รักนวลสงวนตัว จะมีคู่ครองก็ต้องถึงวัยอันเหมาะสมใช่ไหมครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้นนี่ ถ้าเกิดนำมาสอนคนในปัจจุบันนี่ นักเรียนคิดว่าเป็นเรื่องที่ล้าสมัยไหมลูก ครูคณิตาคิดว่ายังไงครับ (คุณครูคณิตา) อาจจะล้าสมัยหรือไม่ล้าสมัยขึ้นอยู่กับความคิดเห็นของแต่ละบุคคลนะคะก็อย่างที่บอกการแสดงความคิดเห็นนี่ไม่มีผิดไม่มีถูก ฉะนั้นนี่ มันก็ขึ้นอยู่กับความคิดของตัวเราเองนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เดี๋ยวนะไม่มีผิดไม่มีถูก แสดงว่าไม่มีอะไรถูกเลยใช่ไหมครับ ความคิดเห็นนี่น่าจะไม่มีผิดอย่างเดียวนะ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เดี๋ยวนักเรียนงง เอ๊ะ ครูคณิตาบอกอะไรไม่มีผิดไม่มีถูก เพราะฉะนั้น ไม่มีผิดนะครับ อาจจะมีถูกบ้างแต่มันไม่มีผิด มันคือการแสดงความคิดเห็นนะครับ เพราะฉะนั้น เดี๋ยวครูจะให้หนู ๆ นั้นได้ศึกษาใบความรู้เพื่อที่เราจะได้นำมาอธิบายคุณค่าในวรรณคดีกันนะครับ ใบงานเรื่องอะไรนะครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใบความรู้เรื่อง การวของวรรณคดีค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ นำขึ้นมานะ และเดี๋ยวให้หนูนั้นได้ศึกษา และเดี๋ยวเรามาสรุปพร้อมกันครับ ศึกษาได้เลยครับหนู [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนทุกคนครับ หลังจากที่หนูได้ศึกษาใบความรู้เป็นที่เรียบร้อยแล้วเดี๋ยวเรามาสรุปพร้อมกันอีกครั้งหนึ่งเพื่อที่เราจะสามารถนำไปใช้ได้จริงใช่ไหมครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ไปกันเลยเด็ก ๆ การอ่านวรรณคดี วรรรกรรมเป็นอย่างไรครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) การอ่านวรรณกรรมผู้อ่านควรรู้จักการพิจารณา วิเคราะห์และประโยชน์ในการนำไปใช้ในชีวิต เป็นการพัฒนาความรู้ความคิดในระดับที่สูงขึ้นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) การที่เรานั้นวิเคราะห์คุณค่าของวรรณคดีนี่ เพื่อที่จะนำไปใช้ ถ้าเราไม่ต้องการที่จะนำไปใช้ ไม่จำเป็นต้องวิเคราะห์เลย นำไปใช้ในชีวิตลูกเป็นการยกระดับจิตใจของตนเอง ในการที่เราเอาคุณค่า หรือคำสอนของวรรณคดีไปใช้ มันคือการยกระดับตัวเราเอง ในการพัฒนาความคิดให้อยู่ในระดับที่สูงขึ้น วรรณคดีมันเป็นเครื่องจรรโลงจำนงมนุษย์นะ ในเมื่อเราอ่านแล้วนั้น เราจึงต้องเกิดการวิเคราะห์คุณค่า ครูเลยให้หนู ๆ ได้เรียนได้ศึกษากันไงครับ การวิเคราะห์คุณค่าหมายถึงการพิจารณาตรวจตรา แยกแยะ ประเมินค่า ซึ่งจะเกิดประโยชน์ต่อผู้วิเคราะห์ความคิดเห็นและอภิปรายข้อเท็จจริงได้รับรู้รับคุณค่านี่คือการรับรู้คุณค่านั่นเองนะครับ การวิเคราะห์คุณค่าของวรรณคดี และวรรณกรรมน่ะ เดี๋ยวครูทำเป็นแผนผังความคิด นักเรียนฟังครูและครูคณิตาอภิปรายร่วมกันแล้วนี่ หนูก็สามารถจะบันทึกเพิ่มเติมได้ใช่ไหมครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ สามารถจดเพิ่มเติมได้นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เพิ่มเติมในใบความรู้ก็ได้ เพราะว่าการศึกษานี่ไม่ต้องไปยึดติดว่าจะทำตรงนั้นตรงนี้ ครูชี้แนะแนวทางนี่ว่าการเรียนนี่มันเกิดได้ทุกที่นะครับ เพราะฉะนั้น อย่าไม่ยึดติดว่าจะต้องลงในสมุดลงอะไร ในใบความรู้นั่นล่ะ มันคือของหนูแล้ว ไปพร้อม ๆ กันครููคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ การวิเคราะห์คุณค่าวรรณคดีและวรรณกรรมนี่เราต้องวิเคราะห์ก่อนนะคะ ว่าใครเป็นผู้แต่ง ผู้แต่งคือใคร (คุณครูปรเมษฐ) อย่างเช่นเรื่องสุภาษิตสอนหญิงนี่ อย่างที่ ครูก็เคยบอกแล้วว่าสมเด็จพระบรนภาพนี่ได้สันนิษฐานว่าเป็นของสุนทรภู่เป็นคนแต่งไอ้คำว่า "สันนิษฐาน" นี่ก็ไม่ได้ฟันธงว่าใช่หรือไม่ใช่ แต่อาจจะเป็นของนายภู่ แต่ด้วยลักษณะในลักษณะบทกลอนของสุภาษิตสอนหญิงนี่ เป็น กลอน 8 ที่เป็นลักษณะของสุนทรภู่เลย เพราะฉะนั้นนี่ ในตัวครูเองนี่ครูก็คิดว่าน่าจะมาทางสุนทรภู่นี่ล่ะ แต่ในบทเป็นอย่างไร เขาบอกว่าสันนิษฐานนะ นักเรียนจะตอบว่าอย่างไร ว่าว่าสุนทรภู่เป็นผู้แต่งหรือนายภู่นั่นเอง ต่อไปประเด็นที่ 2 เป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร คุณครูคณิตาตอบได้เลยไหมครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ วันนี้เราเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะ เรื่อง สุภาษิตสอนหญิง ใช่ไหมคะ ก็จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับคำสอนต่าง ๆ นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นะครับ ต่อมา มันมีประโยชน์อย่างไร เด็ก ๆ ผู้หญิงต้องรู้แล้ว มันสอนการปฏิบัติตัว การปฏิบัติกาย วาจา ใจต่าง ๆ ในการดำรงชีวิตนี่ตัวบทวรรณคดีสอนไว้หมดแล้ว การพูดการจาสิ่งต่าง ๆ มากมายเลยที่เดียว (คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมานะคะ มีประโยชน์ต่อใคร นักเรียนคะ ทำไมเราจึงเรียน ถามตัวเองสิคะ เราเรียนเพื่ออะไร ก็เพื่อผลประโยชน์ต่อตัวเรานั่นเองค่ะ จะผลประโยชน์ต่อใครล่ะ ตอบได้ไหมเอ่ย ตอบคุณครูสิคะ ผลประโยชน์ต่อตัวเราเองนะ คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ ไม่จำเป็นจะต้องเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ได้ทุกเพศทุกวัยในการศึกษา ไม่เช่นนั้นเขาจะไม่ให้หนูศึกษาเด็ดขาดเลยถ้าไม่มีประโยชน์ต่อตัวหนูนะ ผู้วิเคราะห์มีความเห็นอย่างไร เมื่อเราอ่านแล้ว มีความเห็นอย่างไรเกี่ยวกับบทวรรณคดีตอนนี้ ตอนนั้น ต้องมาวิเคราะห์เป็นประเด็น ๆ อย่างเช่น ครูยกตัวอย่าง อดออม พึงประจบให้ครบบาทเป็นการสอนประหยัดอดออม รู้จักเก็บหอมรอมริบ มีเท่านี้ต้องรู้จักใช้เท่านี้ เป็นการแบ่งสรรปันส่วน เห็นไหม เราสามารถไปกระจายความคิดไปได้หลายวิธีเลยทีเดียวนะครับ ต่อไป คุณค่าครับ (คุณครูคณิตา) มีคุณค่าด้านใดค่ะ คุณค่านี่มีคุณค่าด้านวรรณศิลป์นะคะ ด้านวรรณศิลป์นะคะ แล้วก็ทางด้านสังคม คุณค่าด้านวรรณศิลป์ค่ะ ทบทวนนะคะ เป็นการเล่นคำ การใช้สัมผัสหรือว่าการเล่นเสียงต่าง ๆ ในบทประพันธ์นั้น ๆ ส่วนคุณค่าทางด้านสังคม เป็น คำสอนหรือเรียนรู้บริบทของสัมคนเรื่องนั้นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ยังมีคุณค่าด้านเนื้อหาใช่ไหมครับคุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา) คุณค่าทางด้านเนื้อหาก็จะเป็นคุณค่าเกี่ยวกับทางด้านสังคมนั่นเอง (คุณครูปรเมษฐ) โดยสรุปแล้วก็จะประมาณนี้ ให้วิเคราะห์คุณค่าว่าให้คุณค่าด้านใดนะ แล้วแต่ในระดับที่หนูนั้นเรียนนี่เราไม่ต้องวิเคราะห์ละเอียดขนาดนั้น เราวิเคราะห์เพื่อจะเอาไปใช้จริงไหม เพราะฉะนั้นนี่ การวิเคราะห์ประเมินต่าง ๆ หรือว่าที่คุณครูคณิตาที่เรียนมัธยมที่หนูจะต้องขึ้นไปเรียนจะต้องวิเคราะห์อย่างนี้ แต่ตอนประถมนี่วิเคราะห์เพื่อนำไปใช้นะ แต่ครูบอกไว้ก่อน นำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างไร อันนี้ล่ะที่หนูจพะทำ หนูจะสามารถนำเรื่องราวต่าง ๆ คำสอนต่าง ๆ ในเรื่องสุภาษิตสอนหญิงใช้ได้อย่างไร สรุปเป็นของตัวเอง ไปกันต่อเลยลู คำสอนจากเรื่อง สุภาษิตสอนหญิงนะ ยกมาทีละประเด็นเลยครับครูคณิตา ของสตรี ต้องฟังครูคณิตาอธิบายนะครับ ครูสตรีเสียด้วย (คุณครูคณิตา) แหมคุณครูปรเมษฐลืมไปหรือเปล่าคะ อย่างที่บอกค่ะ คุณค่าของสตรี การเรียนสุภาษิตสอนหญิงไม่จำเป็นต้องเป็นสตรีที่จะเรียนรู้ ผู้ชายก็สามารถเรียนรู้ได้ค่ะ อย่างที่บอกคุณค่าของสตรีก็มีหลายด้านด้วยกันนะคะ คุณค่าเกี่ยวกับด้านการประพฤติตน ไม่ว่าจะเป็นทางกาย วาจา ใจ รวมถึงความประพฤติต่าง ๆ นี่ ถ้าเราทำตนให้มีคุณค่ามีประโยชน์ต่อสังคมหรือไม่สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่นนี่ ก็ถือว่า เป็นคุณค่าของสตรีแล้วใช่ไหมคะ นักเรียน มีความคิดเห็นว่าอย่างไรเอ่ย สามารถแสดงความคิดเห็นได้นะคะนักเรียนคุณครูปรเมษฐคะ คุณค่าที่เราได้เรียน ถ้าเป็นคุณครูคืออะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) คุณค่าของสตรีผู้หญิงจะทำตัวอย่างไรให้สมกับความเป็นผู้หญิงล่ะ ใช่ไหม เขาสอนเรา อย่างที่ครูคณิตาได้ยกตัวอย่าง การปฏิบัติตัว มันคือคุณค่าของผู้หญิงทั้งสิ้น หนูจะปฏิบัติได้มากน้อยเพียงใด มันก็จะเป็นการส่งเสริมตัวหนูเองให้มากน้อยเท่านั้นใช่ไหมลูก อันนี้คือคุณค่า เราจะต้องปฏิบัติตนให้เหมาะสมการเป็นผู้หญิง ด้วยกันนะครับ การแต่งกายมีอยู่กลอนอยู่บทหนึ่งจะนุ่งห่มดูพอสมศักดิ์สงวน เป็นอย่างไรครูคณิตา การแต่งกายนี่ (คุณครูคณิตา) การแต่งกายเราจะต้องแต่งกายให้ พอควรและที่สำคัญต้องถูกต้องตามการเทษะด้วยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้คือสิ่งสำคัญเลยเพลงโบราณนี่เขาชอบร้องว่าถ้าเกิดมีภรรยาสวยนี่ต้องพาไปวัดสาย ๆ ครูคณิตามีความกับคำนี้ครับ ทำไมคนสวยต้องไปวัดสาย ๆ ล่ะ (คุณครูคณิตา) ไม่เข้าใจเหมือนกันค่ะ คุณครูคณิตานี่เพิ่งเคยได้ยินเลยนะคะ คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังลูก ก็คนโบราณนี่ คนโบราณนี่จะต้อง... จะต้องไปวัดทำบุญ ยุคสมัยมันอาจจะเปลี่ยนไป สมัยก่อนนี่ต้องไปวัดไปทำบุญ คราวนี้ทั้งเพศหญิงทั้งเพศชายก็ต้องไปใช่ไหมครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ต่างฝ่ายต่างต้องไปนี่ คราวนี้ผู้ชายเขาจะคุยกัน ถ้าภรรยาสวยนี่ต้องไปสาย ๆ เพื่ออะไร ให้คนได้ดูได้มอง แต่คนที่ภรรยาหน้าตาพอไปวัดไปวานี่ก็ไปแต่เช้ามืดเลย ไม่ต้องแต่งตัวมาก คนที่สวยเขาจะแต่งตัวสวยดเลไปวัดสายแต่มันแฝงด้วยอะไรหลาย ๆ อย่าง คนที่ไปวัดแต่เช้านี่มันแสดงถึงการที่เขาปฏิบัติกิจทุกสิ่งทุกอย่างแล้วไป กลับกันครับ คนที่ไปสายล่ะ เป็นอย่างไรผู้หญิงคนนั้น อาจจะไม่ได้เรียบร้อยเรื่องการทำกับข้าว เรื่องการดูแลหุงหาอาหารจึงทำให้วัดสาย เขาก็เลยเป็นคำพูดที่เอามาแซวกัน นะ เรื่องการไปวัดไปวาน่ะ มันเป็นการบ่งบอกถึงสภาพทางสังคมหรือสภาพทางครอบครัวก็ได้ นี่เป็นตัวอย่างนะครับ ต่อไป การพูดจา (คุณครูคณิตา) การพูดจานะคะอย่างที่คุณครูปรเมษฐและคุณครูคณิตาได้นำตัวอย่างนะ 2 บทด้วยกันมาให้นักเรียนนี่ได้ร่วมกันวิเคราะห์ ได้ฟัง แล้วก็ได้ดูเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เกี่ยวกับคำพูดจาคำว่าอะไรคะ ที่คุณครูปรเมษฐบอก คำพูดเป็นนายกายเป็นบ่าวเพราะฉะนั้นนี่การที่เราจะพูดอะไร จะต้องคิดให้ดีเสียก่อนนะคะ เพราะเราไม่สามารถที่จะเรียกคำเหล่านสั้นให่กลับคืนมาได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) กิริยามารยาท อันนี้สำคัญมากกินนั่งนอน ยืน เดิน สอนผู้หญิงหมดเลยครับ ในสุภาษิตสอนหญิง แต่มันไม่มีตัวบทให้สอนหญิง สอนเรื่องการเดิน สอนให้เดินเป็นพญาหงส์เลยนะ เวลาเดินจะต้องสง่าผ่าเผยให้เรียบร้อยลองสาธิตวิธีการยืนที่เรียบร้อยของผู้หญิงได้ไหมครับ เชิญด้านนี้เลยครับ (คุณครูคณิตา) สาธิตวิธีที่จะทำให้เรียบร้อยใช่ไหมคะ มีหลายวิธีค่ะ บุคลิกของเรานะคะ การยืน ยืนก็คือยืน เราจะไม่ยืนถางขานะคะ เว้นระยะห่างของเท้าสักนิดหนึ่ง เพื่อไม่ให้ล้มจะได้ไม่ล้มนะคะนักเรียน แล้วแต่การยืนค่ะขึ้นอยู่กับบุคลิกของเรานะคะ ว่าจะยืนแบบไหนให้สง่าผาเผยนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) การวางมือล่ะครับ (คุณครูคณิตา) การวางมือมีหลายวิธีนะคะครูปรเมษฐ แหม่ เดี๋ยวให้นักเพิ่มเติมดีไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ดีแต่ผมจะให้นักเรียนทำตามครูคณิตาทุกคนลุกขึ้นยืน ผู้ชายเป็นผู้สังเกตว่าวิธีการต่าง ๆ เดี๋ยวทำตามครูคณิตาเลย เป็นผู้หญิง ให้สง่าผ่าเผย วางมืออย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ วางมือนะคะ การวางมือแล้วแต่เลยค่ะ ทำตามสบายนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) วิธีการของครูคณิตา (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐผู้หญิงอย่างเดียวไม่ได้สิคะ (คุณครูปรเมษฐ) ผู้ชายก็เช่นเดียวกันครับ ลุกขึ้นยืน กิริยามารยาทในเรื่องการยืน ครูยืนคู่กันนะ เด็กผู้ชายลุกขึ้นยืน มือทำอย่างไรลูก มือก็ประสานกันไว้ หรือนำมือขวาทับมือซ้ายประกบกันก็ได้ นี่วิธีการยืนนะ เห็นไหม การยืนมันเป็นการบ่งบอกถึงบุคลิกอะไรเราหลาย ๆ อย่างเลยนะครับ ทุกคนนั่งลง ดูคุณครูคณิตาเดินกลับนะครับ (คุณครูคณิตา) คุณครูคณิตาเดินกลับหรือคะ การเดิน เดินแบบปกตินะคะ เราไม่จำเป็นที่ว่าเราจะต้องเดินให้สง่าผ่าเผยจนเกินไป แต่เราเดินแล้วนี่ ให้ความรู้สึกปลอดภัยและสบายต่อตัวของเราค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ต้องดูดีด้วยการเดินของเรานะ การเดินนี่สำคัญมากนะ ต่อไปการขยันหมั่นเพียรอันนี้สอนทุกเรื่องเลย ไม่ใช่เฉพาะงานบ้านงานเรือนนะเด็ก ๆ เรานำมาประยุกต์ต่ออการเรียนหนังสือก็ได้ เราต้องรู้จักขยันหมั่นเพียร งานให้การบ้านก็ต้องทำไมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ก็ต้องทำให้เรียบร้อยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ทำให้เรียบร้อย ไม่ใช่เฉพาะวิชาภาษาไทยนะ ทุกวิชาเลยนะ ต้องทำให้เรียบร้อย ดูแลเรื่องเกี่ยวกับตัวเอง อย่าให้ขาดตกบกพร่อง สอนอะไรอีกนะ การเลือกคบเพื่อนต้องเลือกคบเพื่อนที่ดี พาเราไปในทางที่ดี แต่ว่าไม่ใช่ครูชี้แนะแนวทาง คนไม่ดีเราไม่คบ คนไม่ดีก็คบได้ คนไม่ดีกันได้แต่เราเลือกที่จะอยู่ร่วมกันในความชอบแต่ละเรื่องแต่ละราวกันไป เพราะฉะนั้น นี่ เดี๋ยวครูบอกเพื่อนไม่ดีฉันไม่คบไม่ใช่ ต้องคบทุกคนและการนำมาใช้นะครับ ต่อไปการรู้จักเก็บออมและการใช้จ่าย เป็นอย่างไรครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ ก็คือให้นักเรียนนะคะรู้จักเก็บหอมรอมริบนะ มีเงินนี่เราจะต้องแบ่งส่วนหนึ่งไว้นะ ที่จะเก็บออมเพื่อที่จะนำไปใช้ในยามที่เรา ในยามที่ฉุกเฉินนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) การเลือกคู่ครองนี่สำคัญมาก เป็นประเด็นสำคัญมากนะครับ ต้องเลือกผู้หญิงที่เป็นอย่างไร ถ้าอ่านสุภาษิตสอนหญิงแล้วนี่ ครูเชื่อว่านักเรียนแต่ละคนนี่ ก่อนที่จะคิดมี... แฟนหรือหรือมีแฟนนี่จะต้องคิดหลายอย่างเลย ว่าผู้หญิงคนนั้นตรงตามสุภาษิตสอนหญิงหรือไม่ ถ้าเกิดผู้หญิงตรงกับสุภาษิตสอนหญิงนะ คนนั้นน่ะใช่เลยนะครับ เขาจะเป็นแม่ที่ดีของลูกที่ดี และเป็นภรรยาที่ดีของเราแน่นอนอันนี้สำหรับตัวผู้ชายนะครับ ในกรณีที่เป็นผู้หญิงล่ะครับ (คุณครูคณิตา) การเลือกคู่ครองนะคะ ก็มีหลายปัจจัยด้วยกันค่ะ ในช่วงวัยนี้นะคะ นักเรียนก็ศึกษาเกี่ยวกับสุภาษิตสอนหญิงไปการเลือกคู่ครองไม่จำเป็นต้องเลือกในวัยนี้ค่ะ ก็คือวัยที่กำลังเรียนอยู่นั่นเองค่ะ ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) การปฏิบัติหน้าที่ของภรรยาที่ดีนะ เมื่ออ่านสุภาษิตสอนหญิงแล้วนี่ ในนั้นเขาจะต้องปฏิบัติตนอย่างไร เพื่อเป็นภรรยาที่ดีต่อสามี นักเรียนศึกษานี่นักเรียนจะรู้ว่าต้องทำอย่างไรนะครับ ต่อไปการเป็นลูกที่ดีและมีความกตัญญู ซึ่งนี้เป็นสิ่งที่สำคัญใากไม่ว่าจะเพศหญิงหรือเพศชาย เราจะต้องกตัญญูรู้คุณกับผู้ที่มีพระคุณกับเรานั่นเองนะครับ สอนอะไรเรา สุภาษิตสอนหญิงสอนอะไรเรา ไปดูกันนะครับ สอนให้รู้จัก... (คุณครูคณิตา) รู้จักรักนวลสงวนตัวค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) การแต่งกายต้องแต่งให้เหมาะสมนะ เราไม่มีชุดไปรเวท เราแต่งชุดนักเรียนก็จะต้องแต่งให้ดูดี สมกับความที่เป็นโรงเรียนของตนเอง การที่นักเรียนแต่งตัวเรียบร้อย มันก็เป็นการบ่งบอกถึงโรงเรียนว่าสอนมาอย่างไร เพราะฉะนั้น ถ้ารักโรงเรียนต้องแต่งตัวให้ดี เพราะว่าที่ชุดนักเรียนนี่จะปักอะไรไว้ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ปักอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ปักชื่อของโรงเรียน เพราะฉะนั้น ชุดนักเรียนมันเป็นตัวบ่งบอก เราก็จะต้องแต่งให้เรียบร้อย แต่งให้ดีทั้งเพศหญิงและเพศชาย ต่อไปครับ ให้รู้จัก (คุณครูคณิตา) รู้จักขยันทำมาหากินค่ะ ในส่วนนี้นะคะนักเรียน จากทบทวนบทเรียนทำการบ้านเสร็จเรียบร้อยแล้วนะคะ ก็สามารถที่จะไปช่วยคุณพ่อคุณแม่หรือว่าผู้ปกครองของนักเรียนนี่ในการทำมาหากินได้ ทำมาหากินได้ ก็ถือเป็นการหาประสบการณ์อย่างหนึ่ง เช่นกันใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ เราก็จะมีลำไพ่เป็นของเรา ลำไพ่คืออะไรนะ รายได้พิเศษนั่นเอง นอกเวลานะครับ ต่อไปมีความรับผิดชอบ การ งานสิ่งใดก็ตามแต่ ทำแล้วต้องเป็นอย่างไรครับครูคจะต้องเป็นอย่างไรครับครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) มีความรับผิดชอบค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ ทำงานต้องทำให้เสร็จ ถ้านำมาประยุกต์ใช้ก็อย่าทำตัวให้เป็นดินพอกหางหมู ครูมอบหมายให้ทำอะไร เราก็ทำ มันจะไม่มีงานด่างพร้อยใช่ไหมคุณครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) งานบ้านงานเรือนก็ต้องรับผิดชอบ งานบ้านงานเรือนก็เช่นเดียวกันนะ ต้องดูแลให้ดีนะครับ ไม่เที่ยวเตร่เป็นอย่างไรล่ะ (คุณครูคณิตา) ไม่เที่ยวเตร่ไม่เที่ยวเล่นนะคะ เวลาผ่อนคลายมีได้ค่ะ แต่อย่าใช้เยอะจนเกินไปนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับผม รู้จักการพูดที่เหมาะสม จะพูดจาจงพิเคราะห์ให้เหมาะควมรู้จักการพูดการจาที่ดี ส่งผลดีที่ตัวเองและส่งผลดีไปหาผู้อื่่นนี่คือที่เหมาะสมครับ ฟังอย่างพิจารณา ฟังหูไว้... (คุณครูคณิตา) ฟังหูไว้หูนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก่อนที่จะพูด ไตร่ตรองให้ดีก่อนที่จะสื่อสารออกไป นินทาผู้อื่นเป็นอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ก็คือไมกล่าวนะคะ ว่าร้ายผู้อื่นนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ ดูแลบ้านเรือน ระวังดูดูเรือนเยา แลบ้างหนู ๆ ช่วยทำความสะอาดบ้านเรือนให้เรียบร้อย รวมถึงกับข้าวกับปลาดูแลให้ดี เราเป็นทั้งผู้หญิงผู้ชายนี่ จงอย่าคิดว่าเป็นงานช่วยอะไรได้ ก็จงช่วยนะ เก็บของใช้ให้เป็นระเบียบครับเป็นอย่างไรน่ะ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ฝึกตนนะคะ ให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยนะคะ ข้าวของอะไรที่เป็นของตัวเองเป็นของใช้ในบ้านนี่ เราก็จะต้องเก็บให้เข้าที่เข้าทางค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ต่อไปนะเด็ก ๆ นะ ก็เป็นเรื่องของการประหยัด อันนี้นี่สอนไว้เลยนะ การประหยัดนี่ประหยัดอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ การก็คือการประหยัดในด้านทรัพยากร การประหยัดเงินนะคะ ประหยัดทุกสิ่งทุกอย่างที่นักเรียนนี่สามารถที่จะทำได้นะ (คุณครูปรเมษฐ) จงมักน้อยกินน้อยอย่างบรรจง ใช้มากก็จะเป็นอย่างไรมาก หมดเงินมาก เรานั้นไม่มีเงินใช้กลายเป็นคนจนนะ เพราะฉะนั้น ต้องเลือกปฏิบัตินะ รู้จักประหยัดอดออมนะครับ เก็บหอมรอมริบเช่นเดียวกันเลย รู้จัก มีเงินนี่ก็รู้จักออม พ่อแม่ให้มาโรงเรียน สมมต ป.6 ให้มาวันละ 10 บาทนะ ก็นำกลับไปหยอดคลังออมสินสัก 5 บาท อันนี้ก็คือการเก็บหอมรอมริบ ทำต่อ ๆ ไป ทำทุกวันเป็นอย่างไรครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ดาเก็บหอมรอมริบก็จะเพิ่มพูนเยอะขึ้นค่ะ ผลประโยชน์ของนักเรียนนั่นเองนะครับ พ่อแม่ ต้องมีความกตัญญูรู้คุณ พ่อแม่ ร ที่นี้ ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ปกครองที่ดูแลเรา เราจะต้องเลี้ยงดูท่าน เวลาที่ท่านเจ็บไข้ได้ป่วยหรือไม่สบายหรือท่านแก่เฒ่าชราลงไป เราต้องดูแล พูดจาไพเราะอ่อนหวาน คุณครูคณิตาจะต้องอธิบายข้อนี้นะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ การพูดจาไพเราะอ่อนหวานนะคะ ก็จะเป็นสิ่งที่เพิ่มเสน่ห์ในตัวเราได้ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นทั้งผู้หญิงผู้ชายนะคะ การพูดจาไพเราะ เราก็คือเป็นการให้เกียรติซึ่งกันและกัน เป็นการให้เกียรติกับคนที่เราพูดด้วยนะคะ การพูดจามีหางเสียง ครับ, ค่ะ ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี และนักเรียนก็จะต้องปฏิบัติด้วยค่ะ (คุณครูคณิตา) ครับ กิริยาสมความเป็นหญิงนะ ถือเป็นเรื่องสำคัญ อันนี้เป็นเรื่องผู้หญิงอย่างเดียว อย่างไรนี่ ให้มันบ่งบอกคุณค่าของตัวเอง ให้ สมกับความเป็นผู้หญิง กิริยาต่าง ๆ การปฏิบัติตนปฏิบัติตัวกายวาจาใจให้สมกับความเป็นผู้หญิงนะครับ คำสอนใดในเรื่องสุภาษิตสอนหญิงที่นักเรียนชอบมากที่สุเป็นคำถามเมื่อต้นชั่วโมงใช่ไหมครูคณิตา นักเรียนนั้นใช้คำถามนี้ล่ะครับทำใบงานนะครับ ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องสุภาษิตสอนหญิงนะครับ ใบงานนี้เป็นอย่างไรครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ ใบงานนี้ในะคะ ทบทวนบทเรียน เรื่อง สุภาษิตสอนหญิง ทำลงในใบงานสุภาษิตสอนหญิงสอนอะไรเรา โดยให้นักเรียนคัดเลือกคำสอนที่นักเรียนชอบและประทับใจที่สุด 1 คำสอน เขียนลงไปในใบงาน จากนั้นนะคะนำใบงานนะคะ ติดที่กระดานดำหน้าชั้นเรียน แต่ทุกคนแต่เมื่อเราเรียนนะคะ หากเรายังเรียนแบบออนไลน์นี่เราก็สามารถที่จะเขียนลงไปในสมุดได้นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่จำเป็นจะต้องยึดตามในในบงาน ส่วนคุณครูก็ช่วยดูแลนักเรียนให้ได้ทำกิจกรรมนะครับ แล้วก็ให้นักเรียนได้ร่วมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็นคุณค่าในเรื่อง สุภาษิตสอนหญิง พร้อมคุณค่าที่จะนำไปใช้ในชีวิตด้วยนะครับ สุภาษิตสอนหญิง สอนอะไรเรานะครับ ในกรณีที่หนูไม่มีใบงานนะ 1. เลยให้สรุปคำสอนจากเรื่อง สุภาษิตสอนหญิง หนูสรุปมา สอนอะไรบ้าง เรื่องที่ฉันชอบเรื่องอะไร ที่ฉันชอบคืออะไร ยกมา เอาบทกลอนตรงนั้นมาด้วยนะ เอาบทกลอนมาด้วย ข้อที่ 4 ฉันจะนำแนวคิดข้อคิดไปใช้ได้อย่างไรในชีวิต หนูก็เขียนอธิบายมานะครับ แล้วก็บอกข้อที่ 5 ครับ เมื่อนำข้อคิดนั้นไปใช้แ้ผลที่เกิดขึ้นมันเป็นอย่างไร ครูให้เวลาหนูในการที่จะทำใบงานถ้าพร้อมแล้วนะครับ ถ้าคนที่มีใบงานก็ใช้ใบงานเลย ถ้าไม่ที่ไม่มีก็ใช้อย่างที่ครูว่า ลงมือครับ [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับนักเรียนครับ หลังจากที่หนู ๆ สนุกกับการทำใแล้วนะครับ เชื่อว่าแต่ละคนได้คำสอนนำมาอภิปรายร่วมกัน เกิดองค์ความรู้เรื่องสุภาษิตสอนหญิงในชั้นเรียน อย่างมีความสุขแน่นอนครับ เพราะฉะนั้น เดี๋ยวเรามาสรุปความรู้ก่อนที่จะจากลากันในเรื่องสุภาษิตสอนหญิงกันก่อนนะครับ ครูมีคำถามวรรณคดีเรื่อง สุภาษิตสอนหญิงนั้นมีความสำคัญอย่างไร เด็ก ๆ ครับ แสดงความคิดเห็นครับ คุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คุณครูคณิตาคิดว่าเรื่อง สุภาษิตสอนหญิงนั้นมีความสำคัญอย่างไร ครูรวบรวมคำตอบจากการแสดงความคิดเห็นจากหนูทั่วประเทศได้แบบนี้ครับ (คุณครูคณิตา) เป็นวรรณคดีคำสอนหญิงไทยให้คติเตือนใจเรานั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นคติคำสอนที่สอนผู้หญิง ให้คติข้อคิดเตือนใจ กับคนทุกเพศทุกวัย ไม่ใช่แค่เฉพาะแต่ผู้หญิงนะครับนักเรียนครับ อีกคำถามหนึ่ง (คุณครูคณิตา) แนวทางในการประพฤติปฏิบัติตนในเรื่องสุภาษิตสอนหญิงยังใช้หรือไม่ อันนี้เป็นคำถามที่ครูบอกว่าท้ายชั่วโมงจะต้องตอบให้ได้เป็นอย่างไรลูก ยังสามารถใช้ได้หรือไม่ เป็นอย่างไรครับครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) สามารถใช้ได้ค่ะ ก็สามารถใช้ได้ทั้งทางกาย วาจา และใจที่ดีงามอีกทั้งยังสอดคล้องกับค่านิยมและขนบธรรมเนียมประเพณีไทย ซึ่งยังคงทันสมัยและใช้ได้ตลอดกาลค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) และยังคงอยู่ให้หนู ๆ ไปศึกษาไปกาลครูคิดว่าอย่างนั้นเพราะว่าขนบธรรมเนียบในการดำเนินชีวิต ผู้หญิงหรือสตรีนี่ก็ยังต้องปฏิบัติตนแบบนี้สืบต่อไป ผู้หญิงก็จะเป็นคนที่ดูแลในหลาย ๆ สิ่งหลายอย่างในครอบครัวใช่ไหมลูก ครูคิดว่าเรื่องนี้ สุภาษิตสอนหญิงนี่ยังต้องใช้แล้วก็จะติดตาตรึงใจไปชั่วการปสวสาน จบเรื่องสุภาษิตสอนหญิงแล้วเราจะเรียนเรื่องอะไรกันต่อ ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เราเรียนกันในเรื่อง คำอุทานนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มันจะเป็นอย่างไรจะสนุกสนานขนาดรอติดตามนะครับ ใบความรู้เรื่องคำอุทาน 2. ใบความรู้เรื่อง คำอุทานสื่อสารอารมณ์ค่ะ ซึ่งนักเรียนสามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่นี่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ตามนี้เลยนะลูก ๆ เอาล่ะครับนักเรียนครับ หลังจากที่เรียนได้ศึกษาเรื่องสุภาษิตสอนหญิงมาเป็นเวลา 1 สัปดาห์เต็ม ๆ ครูคิดว่าอย่างนั้นนะครับ นักเรียนจงนำข้อคิดและเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดในสุภาษิตสอนหญิงไปปรับใช้ในชีวิตของตน นั่นล่ะครับ ถือว่าเป็นการเรียนที่ประสบผลสำเร็จฝากไว้ให้คิดนะจ้ะ ไปแล้วครับ สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]