﻿1
00:00:18,789 --> 00:00:18,792

2
00:00:18,792 --> 00:00:22,792

3
00:00:22,795 --> 00:00:26,795

4
00:00:26,804 --> 00:00:30,804

5
00:00:30,811 --> 00:00:34,808

6
00:00:34,808 --> 00:00:38,808

7
00:00:38,809 --> 00:00:42,809

8
00:00:42,814 --> 00:00:43,761
(คุณครูคณิตา) สวัสดีนักเรียนปลายทางทุกคน วันนี้พบกับครูคณิตา

9
00:00:43,761 --> 00:00:46,297
ในรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

10
00:00:46,297 --> 00:00:50,297
ค่ะ วันนี้นักเรียนไม่ต้องตกใจนะคะ เนื่องจากคุณปรเมษฐนี่ไปฉีดวัคซีนค่ะ ทำให้

11
00:00:53,518 --> 00:00:57,518
ครูปรเมษฐนี่ ไปฉีดวัคซีนค่ะ จ

12
00:00:58,822 --> 00:01:01,992
ไม่สามารถที่จะมาสอนในรายชั่วโมงนี้ได้ค่ะ

13
00:01:01,992 --> 00:01:04,943
เอาล่ะค่ะนักเรียน นักเรียนตอบคำถามกับครูได้ไหมคะ ว่าเรียน

14
00:01:04,943 --> 00:01:05,013
เรื่องอะไรเอ่ย

15
00:01:05,013 --> 00:01:09,013
เรื่องอะไรคะ นั่นก็คือเรื่องคำอุทานนั่นเอง

16
00:01:14,520 --> 00:01:15,252
ค่ะ เดี๋ยวเราไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ

17
00:01:15,252 --> 00:01:15,740
(คุณครูปรเมษฐ) ปวด

18
00:01:15,740 --> 00:01:19,740
แขนสงสัยไม่

19
00:01:24,401 --> 00:01:24,882
มีแฟนมาเคียงกาย เอชา

20
00:01:24,882 --> 00:01:28,882
เอชา เด็ก ๆ ช่วยกันรับด้วย

21
00:01:33,709 --> 00:01:35,307

22
00:01:35,307 --> 00:01:37,702
ชาฉ่าชา หน่อยแม่ จะไม่มาได้อย่างไรค (คุณครูคณิตา) ไหนบอกว่า

23
00:01:37,702 --> 00:01:41,702
จะไม่มาไงคะ (คุณครูปรเมษฐ) จะไม่มาได้ไงครับ เรื่องคำอุทานนี่ เรื่องชอบ

24
00:01:46,753 --> 00:01:49,762
(คุณครูคณิตา) แล้วเมื่อกี้คุณครูคณิตา

25
00:01:49,762 --> 00:01:53,762
พูดว่าอะไรนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) โอ้ย (คุณครูคณิตา)

26
00:01:54,417 --> 00:01:55,464
โอ้ยขนาดนี้ทำไมคะ (คุณครูปรเมษฐ)

27
00:01:55,464 --> 00:01:58,314
โดนฉีดยามา พอเห็นหมอเขาถือเข็มปุ๊บ

28
00:01:58,314 --> 00:02:02,314
ผมก็ตกใจกระโดดเข็มก็ทิ่ม

29
00:02:03,072 --> 00:02:07,072
ทำให้เจ็บหนักกว่าเดิมนะครับ

30
00:02:08,142 --> 00:02:09,416
เด็ก ๆ ครับ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ ไม่ควรเอาเป็นตัวอย่างนะคะ

31
00:02:09,416 --> 00:02:13,416
ให้แพทย์หรือพยาบาลฉีดนะคะ ไม่อย่างนั้นก็จะ

32
00:02:15,512 --> 00:02:19,507
เจ็บปวดเหมือนคุณครูปรเมษฐก็ได้นะคะ

33
00:02:19,507 --> 00:02:23,507
วันนี้เข้าเรื่องกันเลยนะคะ เราจะมาเรียนกันเรื่อง คำอุทาน

34
00:02:24,016 --> 00:02:24,038
มาดูกันเลยค่ะ พร้อมที่จะเรียนกันหรือยังคะ

35
00:02:24,038 --> 00:02:28,038
ถ้าพร้อมแล้ว เดี๋ยวเราไปเรียนรู้กันเลยค่ะ เดี๋ยวคุณครูนะคะ

36
00:02:32,867 --> 00:02:36,867
จะให้นักเรียนนะคะ สังเกตแล้วก็พิจารณา

37
00:02:38,438 --> 00:02:42,438
แล้วลองเติมคำอุทานดูนะคะ ว่านักเรียนจะเติมคำว่า

38
00:02:42,656 --> 00:02:43,106
อะไรเดี๋ยวจะให้คุณครูปรเมษฐ

39
00:02:43,106 --> 00:02:44,267
นะคะ เป็นผู้เฉลยค่ะ จะเติมคำว่าอะไรดีเอ่ย

40
00:02:44,267 --> 00:02:48,267
(คุณครูปรเมษฐ) หนาว (คุณครูคณิตา) หนาวใช่ไหมคะ เราจะ

41
00:02:54,111 --> 00:02:57,484
เติมคำว่า... (คุณครูปรเมษฐ) อูย หนาวจังเลย (คุณครูคณิตา)

42
00:02:57,484 --> 00:03:01,484
ถูกไหมเอ่ย เดี๋ยวเราไปดูข้อถัดไปกันเลยดีกว่าค่ะ จะได้กลับบ้าน

43
00:03:03,737 --> 00:03:07,737
แล้วเราจะเติมคำว่าอะไรคะ คุณครูปรเมษฐคะ

44
00:03:10,881 --> 00:03:12,399

45
00:03:12,399 --> 00:03:12,989
จะเติมคำว่าอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) เย้ได้กลับบ้านแล้ว

46
00:03:12,989 --> 00:03:16,989
อีกครั้งค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เย้ ได้กลับบ้านแล้ว (คุณครูคณิตา)

47
00:03:20,265 --> 00:03:23,669
เด็ก ๆ ละคะ ก็คงจะ เย้ จะได้กลับบ้านแล้ว

48
00:03:23,669 --> 00:03:27,669
ต่อมาค่ะ ที่ไหนนะ เอ๊ะ เราจะเติมคำว่าอะไร

49
00:03:30,136 --> 00:03:32,556
เอ่ย คุณครู

50
00:03:32,556 --> 00:03:36,556
ปรเมษฐจะเติมคำว่าอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) เอ๊ะ

51
00:03:42,910 --> 00:03:44,917
ลืมกระเป๋าสตางค์ไว้ที่ไหนนะ (คุณครูคณิตา) เราใช้ได้หลายคำเลย

52
00:03:44,917 --> 00:03:48,917
ใช่ไหมคะ คำอุทานนี่ถ้าเป็นคุณครูปรเมษฐ

53
00:03:49,667 --> 00:03:52,917
นี่ คุณครูปรเมษฐจะใช้คำว่าอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ใช้คำว่า

54
00:03:52,917 --> 00:03:56,555
เอ๊ะ นี่ล่ะครับ ได้ ถ้า โอ้ย

55
00:03:56,555 --> 00:04:00,555
โอ้ยคือเจ็บนะคะ (คุณครูปรเมษฐ)

56
00:04:02,931 --> 00:04:04,782
เอ๊ะ เป็นข้อสงสัย เอ๊ะ ลืมกระเป๋าสตางค์ไว้ที่ไหนนะ

57
00:04:04,782 --> 00:04:07,803
นะ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อ๋อ ไม่มี ไม่เคยพก ไม่มีหรอก

58
00:04:07,803 --> 00:04:11,757
(คุณครูคณิตา) โอเคค่ะ ต่อมาค่ะ เรามาดูกันเลยนะคะ

59
00:04:11,757 --> 00:04:15,757
คำที่แสดงอารมณ์ความรู้สึกของผู้พูด เรียกว่า

60
00:04:17,415 --> 00:04:18,894
คำอุทานแสดงอาการและจะมี

61
00:04:18,894 --> 00:04:22,771
เครื่องหมายอัศเจรีย์กำกับอยู่นั่นเอง

62
00:04:22,771 --> 00:04:26,771
ค่ะ คำเหล่านี้นะคะ ก็คือคำอุทานแสดงอาการ

63
00:04:30,828 --> 00:04:32,764
แสดงอาการนั่นเอง ต่อมาค่ะ เดี๋ยวเรามาดูอีกคำหนึ่งนะคะ เรามาดูตัวอย่าง

64
00:04:32,764 --> 00:04:36,764
กันก่อน คำว่า "อูย" แสดงถึงความหนาว

65
00:04:42,417 --> 00:04:46,111
ใช่ไหมคะ แสดงความรู้สึกเจ็บปวด ต่อมาค่ะ

66
00:04:46,111 --> 00:04:50,111
(คุณครูปรเมษฐ) เย่ แสดงความรู้สึกดีใจนะครับ เอ๊ะ นี่แสดงความรู้สึกสงสัย

67
00:04:52,593 --> 00:04:55,365
นั่นเองครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมา เรามาเรียนรู้คำอุทานอีก

68
00:04:55,365 --> 00:04:59,365
ชนิดหนึ่งนะคะ คำอุทานอีกชนิดหนึ่งนี่

69
00:05:01,589 --> 00:05:05,329
คำที่นิยมใช้นำมาเสริมคำหลัก เพื่อให้

70
00:05:05,329 --> 00:05:06,230
ความหมายนี่ชัดเจนยิ่งขึ้นเราจะเรียกคำอุท่าน

71
00:05:06,230 --> 00:05:10,230
คำอีกชนิดนี้ว่าอย่างไรเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) เรียกว่า "คำอุทาน

72
00:05:12,188 --> 00:05:16,188
เสริมบท" นั่นเองนะครับ เพราะฉะนั้น คำอุทานมี 2 ชนิด

73
00:05:18,374 --> 00:05:20,675
ด้วยกัน ชนิดที่เด็ก ๆ จะได้ศึกษานะครับ เราไปดูกันเลย (คุณครูคณิตา)

74
00:05:20,675 --> 00:05:20,769
ตัวอย่างกันเลยดีกว่า เขาขยันดู

75
00:05:20,769 --> 00:05:24,769
หนังสือ... เสมอ ถ้าเป็นคุณครูปรเมาฐจะเติมคำว่า

76
00:05:27,281 --> 00:05:31,281
อะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) หนังสือ หนังอะไรนะเด็ก ๆ หนัง

77
00:05:34,976 --> 00:05:35,061
อยู่เสมอนะครับ (คุณครูคณิตา) หนังหาก็คือคำอุทานเสริมบท

78
00:05:35,061 --> 00:05:39,061
(คุณครูปรเมษฐ) มีความหมายไหมครับ คุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา) มีความหมายไหม

79
00:05:42,981 --> 00:05:43,203
(คุณครูปรเมษฐ) อุทานเสริมบทมีไหมลูก เอามาเสริม

80
00:05:43,203 --> 00:05:47,203
เพื่อให้ความหมายมันชัดเจนยิ่งขึ้นนะครับ

81
00:05:47,921 --> 00:05:50,092
อาจจะสัมผัส

82
00:05:50,092 --> 00:05:52,112
แยกดูสิคะ ว่า

83
00:05:52,112 --> 00:05:56,112
หนังสือหนังหา คำหลักคือคำว่าอะไร (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ช่วยกันดู

84
00:06:02,124 --> 00:06:06,124
ครับ คำหลักคือคำว่า "หนังสือ" คำเสริม

85
00:06:06,999 --> 00:06:09,723
"หนังหา" นั่นเองนะครับ (คุณครูคณิตา) เก่งมากค่ะ ต่อไป

86
00:06:09,723 --> 00:06:13,723
เรามาดูเป็นไข้ก็ไปกิน... กินยาซะนะ ถ้าเราบอกว่า

87
00:06:18,992 --> 00:06:22,380
ซะนะ ก็จบใช่ไหมคะ แต่มันมีคำเสริม

88
00:06:22,380 --> 00:06:26,380
กินอีก เราจะเติมคำว่าอะไรดี (คุณครูปรเมษฐ) ฟังเด็ก ๆ ตอบก่อนว่าตรงกับครูไหมกินอะไรนะ

89
00:06:26,538 --> 00:06:29,832
กินหยูกกินยาซะนะ

90
00:06:29,832 --> 00:06:33,832
บางคนว่ากินข้าวกินยานี่ถูกไหมครับครูคณิตา

91
00:06:38,625 --> 00:06:39,721
(คุณครูคณิตา) กินข้าวกินยา

92
00:06:39,721 --> 00:06:41,848
เป็นไข้ก็ต้องกินยา เพราะฉะนั้น ก็เอาคำว่า

93
00:06:41,848 --> 00:06:45,397
"กินหยูก" มาเสริมให้มันคล้องกันไป ความหมายชัดเจนยิ่งขึ้น

94
00:06:45,397 --> 00:06:49,397
เราจะเห็นผู้หลักผู้ใหญ่ใช่ไหม

95
00:06:54,062 --> 00:06:57,230
พูดคำเหล่านี้ (คุณครูปรเมษฐ) ผู้หลักผู้ใหญ่ของครูคณิตาเป็นคำอุทาน

96
00:06:57,230 --> 00:07:01,230
เสริมบทนั่นเองค่ะ คำว่า "ผู้หลัก" นะ เป็นคำอุทานเสริมบท ส่วนคำว่า "ผู้ใหญ่"

97
00:07:04,598 --> 00:07:07,393
ก็คือเป็นคำหลักนั่นเอง เอาล่ะค่ะ

98
00:07:07,393 --> 00:07:11,393
เรามาพิจารณากันดีกว่า คำหลักคำว่า "กิน

99
00:07:12,929 --> 00:07:16,929
ยา" นะครับ แล้วก็คำเสริม ก็คือคำว่า "กินหยูก" นั่นเองนะครับ เด็ก ๆ ครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ

100
00:07:23,031 --> 00:07:26,451
วันนี้นะคะ ก็สอดคล้องกันกับเรื่องที่เราจะ

101
00:07:26,451 --> 00:07:28,068
กำลังจะเริ่มเรียนนะคะ นักเรียนน่าจะได้ความรู้กันเพิ่มแล้ว

102
00:07:28,068 --> 00:07:32,068
นะคะ จุดประสงค์การเรียนรู้ของวันนี้ค่ะ ก็คือ 1. บอกชนิดและหน้าที่ของคำอุทานได้ 2.

103
00:07:37,641 --> 00:07:40,605
(คุณครูปรเมษฐ) ใช้คำอุทานในการสื่อสารได้ 3. ก็คือ

104
00:07:40,605 --> 00:07:44,156
สามารถอภิปรายประโยชน์

105
00:07:44,156 --> 00:07:48,156
ในชีวิตประจำวันของหนู ๆ นั่นเองครับ ไปกันเลย (คุณครูคณิตา) ค่ะ ให้นักเรียนหยิบใบความรู้ขึ้นมาค่ะ เดี๋ยวเราจะ

106
00:07:51,342 --> 00:07:55,342
มาศึกษาใบความรู้กันก่อนนะคะ เดี๋ยวครูจะให้

107
00:07:57,003 --> 00:07:57,559
เวลานักเรียนนะคะ สักครู่หนึ่งในการอ่านใบความ

108
00:07:57,559 --> 00:08:00,788
รู้เกี่ยวกับเรื่องคำอุทานแล้วเดี๋ยวเรามา

109
00:08:00,788 --> 00:08:04,314
เจอกันอีกครั้งค่ะ

110
00:08:04,314 --> 00:08:08,314

111
00:08:19,043 --> 00:08:23,043

112
00:08:23,046 --> 00:08:27,046

113
00:08:27,051 --> 00:08:31,051

114
00:08:31,058 --> 00:08:35,058

115
00:08:35,090 --> 00:08:39,064

116
00:08:39,064 --> 00:08:43,064

117
00:08:43,065 --> 00:08:47,065

118
00:08:47,067 --> 00:08:51,067

119
00:08:51,078 --> 00:08:55,078

120
00:08:55,083 --> 00:08:59,073

121
00:08:59,073 --> 00:09:03,072

122
00:09:03,072 --> 00:09:07,072

123
00:09:07,074 --> 00:09:11,074

124
00:09:11,095 --> 00:09:15,081

125
00:09:15,081 --> 00:09:19,081

126
00:09:19,089 --> 00:09:23,084

127
00:09:23,084 --> 00:09:27,084

128
00:09:27,088 --> 00:09:31,088

129
00:09:31,091 --> 00:09:35,091

130
00:09:35,094 --> 00:09:39,093

131
00:09:39,093 --> 00:09:43,093

132
00:09:43,097 --> 00:09:47,097

133
00:09:47,101 --> 00:09:51,101

134
00:09:51,108 --> 00:09:55,101

135
00:09:55,101 --> 00:09:59,101

136
00:09:59,104 --> 00:10:03,104

137
00:10:03,113 --> 00:10:07,109

138
00:10:07,109 --> 00:10:11,109

139
00:10:11,114 --> 00:10:15,114

140
00:10:15,115 --> 00:10:19,115

141
00:10:19,145 --> 00:10:23,121

142
00:10:23,121 --> 00:10:27,121

143
00:10:27,121 --> 00:10:31,121

144
00:10:31,124 --> 00:10:35,123

145
00:10:35,123 --> 00:10:39,123

146
00:10:39,144 --> 00:10:43,136

147
00:10:43,136 --> 00:10:47,134

148
00:10:47,134 --> 00:10:51,134

149
00:10:51,138 --> 00:10:55,138

150
00:10:55,142 --> 00:10:59,142

151
00:10:59,144 --> 00:11:03,144

152
00:11:03,146 --> 00:11:07,146

153
00:11:07,148 --> 00:11:11,148

154
00:11:11,151 --> 00:11:15,151
(คุณครูคณิตา) เป็นอย่างไรกันบ้างคะนักเรียน ในการอ่านทบทวนความรู้นะคะ เกี่ยวกับเรื่อง คำอุทาน เดี๋ยวเรามาสรุป

155
00:11:18,810 --> 00:11:22,804
เรื่อง คำอุทาน นักเรียนคงอ่านเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

156
00:11:22,804 --> 00:11:24,160
ไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ คำอุทาน คำอุทาน

157
00:11:24,160 --> 00:11:28,160
คืออะไร คืออะไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) คำอุทาน คือ

158
00:11:28,600 --> 00:11:29,819
คำที่เปล่งออกมาเพื่อแสดง

159
00:11:29,819 --> 00:11:33,819
อารมณ์ความรู้สึกของผู้พูดนั่นเองนะครับ เช่น อารมณ์

160
00:11:34,587 --> 00:11:38,587
เสียใจ, ดีใจ, ประหลาดใจ, สงสาร

161
00:11:41,664 --> 00:11:44,622
ต่าง ๆ นี่ที่เป็นอารมณ์ความรู้สึกของตัง

162
00:11:44,622 --> 00:11:48,622
เราก็มักจะอุทานออกมานั่นเองครับ เด็ก ๆ ครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ซึ่งคำอุทานมักจะอยู่หน้าประโยค

163
00:11:50,513 --> 00:11:54,513
นะคะ จะมีเครื่องหมายอัศเจรีย์อยู่ด้านสนหลัง

164
00:11:58,579 --> 00:12:01,392
นั้นค่ะ เอาล่ะค่ะ นักเรียน บอกคุณครูได้ไหมคะ ว่า

165
00:12:01,392 --> 00:12:05,392
ชนิดของคำอุทานมีกี่ชนิดเอ่ย ตอบได้ไหมเอ่ยคุณครูปรเมษฐคะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับผม (คุณครูคณิตา)

166
00:12:10,962 --> 00:12:14,392
บอกนักเรียนหน่อยสิคะว่าคำอุทานมี

167
00:12:14,392 --> 00:12:18,392
... (คุณครูปรเมษฐ) มีทั้งหมดกี่ชนิดลูก 3 ลบไป 1 เหลือ 2 ชนิดนั่นเอง เด็ก ๆ มี 2 ชนิดนะ

168
00:12:20,656 --> 00:12:24,656
อุทานเสริมบทกับอุทานอะไรนะ (คุณครูคณิตา) อุทานแสดงอาการ

169
00:12:27,219 --> 00:12:29,539
อาการนั่นเองครับ (คุณครูคณิตา) แสดงอาการ

170
00:12:29,539 --> 00:12:30,786
กันก่อนนะคะ คำอุทานแสดงอาการแสดง

171
00:12:30,786 --> 00:12:30,838
อารมณ์ความรู้สึกโดยตรงของผู้พูด

172
00:12:30,838 --> 00:12:34,838
มักอยู่หน้าประโยคและมักมีเครื่องหมายอัศเจรีย์กำกับ

173
00:12:40,332 --> 00:12:44,332
ค่ะ ส่วนคำอุทานเสริมบทล่ะคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ)

174
00:12:46,505 --> 00:12:49,651
คำอุทานเสริมบทนะครับ จะเป็นการใช้

175
00:12:49,651 --> 00:12:50,918
นะลูกนะ ใช้เพื่อเน้นความหมาย

176
00:12:50,918 --> 00:12:54,918
ครูบอกให้ความหมายมันมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น อันนี้ไม่จำเป็นต้อง

177
00:12:57,170 --> 00:13:01,170
ใส่เครื่องหมายอัศเจรีย์เสริมบทนะลูกนะ (คุณครูปรเมษฐ

178
00:13:03,251 --> 00:13:06,600
) เราก็มักจะเจอคำอุทาน และใช้คำอุทานเหล่านี้ในชีวิตประจำวันครูเชื่อว่า

179
00:13:06,600 --> 00:13:08,368
นักเรียนนะคะ ก็จะต้องใช้คำอุทานเหล่านี้

180
00:13:08,368 --> 00:13:12,368
ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นคำอุทานในชีว

181
00:13:19,254 --> 00:13:23,027
ิตประจำวัน คำอุทานเสริมบทนี่ อย่างน้อยเราจะต้องได้ยินนะ

182
00:13:23,027 --> 00:13:25,699
สัก 1 คำนะ โอเคค่ะ ต่อมาค่ะ เรามาดูตัวอย่างชนิดของคำ

183
00:13:25,699 --> 00:13:29,699
อุทานกันดีกว่า เอ้ เราจะเริ่มคำอุทานไหน

184
00:13:35,031 --> 00:13:37,608
กันก่อนดีนะ เรามาเริ่มตัวอย่างคำอุทานแสดงอาการ

185
00:13:37,608 --> 00:13:41,608
กันก่อนเลยนะคะ อย่างแรกเลยค่ะ แสดงการร้องเรียก

186
00:13:42,378 --> 00:13:46,378
หรือบอกให้รู้ตัวค่ะ เราจะใช้คำอุทาน

187
00:13:49,926 --> 00:13:53,926
อะไรบ้าง คะ (คุณครูปรเมษฐ) แน่ะ, นี่แน่ะ, เฮ้ เป็นกา

188
00:13:55,270 --> 00:13:59,270
รยกตัวอย่างนะ อย่างเช่น วินมานั่งอยู่นี่เอง เฮ้! วินมานั่งอยู่นี่เอง

189
00:14:00,918 --> 00:14:04,918
(คุณครูคณิตา) วินนี่ก็คือ วินมอเตอร์ไซต์

190
00:14:07,274 --> 00:14:08,473
หมายถึงชื่อนะ จะเป็นวินมอเตอร์ไซค์ก็ได้นะ

191
00:14:08,473 --> 00:14:09,977
มารับ (คุณครูคณิตา) ก็ถือว่าเป็นการเรียกนะ

192
00:14:09,977 --> 00:14:13,171
เรียกมาเหมือนกันนะคะ ได้ทั้งหมดนะคะ นักเรียน อันต่อมานะคะ

193
00:14:13,171 --> 00:14:17,171
แสดงความตกใจ คุณครูปรเมษฐคะ (คุณครูปรเมษฐ) ว้ายตาย, จริง

194
00:14:23,298 --> 00:14:25,870
ว้าย, ตายจริง, คุณพระช่วย

195
00:14:25,870 --> 00:14:29,870
ถ้าเกิดเป็นของฝรั่งเขาจะเรียกว่าอะไรนะ โอ้พระเจ้า

196
00:14:31,293 --> 00:14:35,292
Oh พระเจ้า หรือว่าอะไรครับ (คุณครูคณิตา) Oh My

197
00:14:35,292 --> 00:14:38,199
ของฝรั่งเขา อย่างเช่นตัวอย่างนี้นะ ว้าย

198
00:14:38,199 --> 00:14:39,614
ต้องบอกว่าอย่างไรเด็ก ๆ ว้าย คนตกน้ำนะ

199
00:14:39,614 --> 00:14:43,614
น่าจะเป็นเสียงของอะไร ถ้าผู้ชาย

200
00:14:44,846 --> 00:14:48,846
จะว้ายไหม ก็ว้ายล่ะ แต่ว้ายแบบไม่ต้องแสดงอาการมาก

201
00:14:51,302 --> 00:14:53,633
เห้ย คนตกน้ำอะไรประมาณนั้นนะครับ (คุณครูคณิตา) ถ้าเราจะ

202
00:14:53,633 --> 00:14:56,224
ใช้คำอุทานอื่นได้ไหมครับ

203
00:14:56,224 --> 00:15:00,224
(คุณครูปรเมษฐ) ได้สิครับ ใช้ได้ดูที่บริบทเลย ตายจริง คนตกน้ำนี่ ทำอย่างไรดี คุณพระช่วยคนตก

204
00:15:01,395 --> 00:15:05,395
น้ำ มันจะดีหรือไม่ดีนี่ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เราจะต้องใช้

205
00:15:10,740 --> 00:15:13,387
คำอุทานให้ถูกต้องด้วยนะคะ ขึ้นอยู่กับบริบทด้วยนะคะ ตายจริงคนตกน้ำ

206
00:15:13,387 --> 00:15:17,387
แล้วอย่างไรต่อ เราก็ไม่รู้สิคะ มันก็ผิดนะ (คุณครูปรเมษฐ)

207
00:15:23,320 --> 00:15:24,647
ถื อว่าผิดบริบท (คุณครูปรเมษฐ) ครูคณิตาจะใช้...

208
00:15:24,647 --> 00:15:26,062
(คุณครูคณิตา) ตายจริง วันนี้ฉันลืมทำการบ้านมา

209
00:15:26,062 --> 00:15:28,213
ก็คือเป็นการแสดงความตกใจ

210
00:15:28,213 --> 00:15:32,213
นั่นเองนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) โอ้ คุณพระช่วย ฉันสอบได้ที่หนึ่ง

211
00:15:38,413 --> 00:15:41,811
นี่ได้ไหม (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ นี่ก็เป็น

212
00:15:41,811 --> 00:15:44,951
ตัวอย่างนะคะ นักเรียน เอาล่ะค่ะ ต่อมาค่ะ แสดงความเสียดาย

213
00:15:44,951 --> 00:15:48,951
ผิดหวังสงสารตัวอย่างมีอะไรบ้าง คะ (คุณครูปรเมษฐ) โถ, โธ่, อนิจจัง, พุทโธ่

214
00:15:52,133 --> 00:15:56,133
ถ้าเกิดภาษาเพชรบุรี คำว่า "อนิจจัง"

215
00:15:57,953 --> 00:16:01,953
ใช่คำว่า "อนิจจัง"

216
00:16:03,338 --> 00:16:07,338
เป็นคำอุทานภาษาถิ่นนะ ยกตัวอย่างนี่อะไรนี่ ลูกนกหรือ ยกตัวอย่าง โถ่

217
00:16:08,245 --> 00:16:12,245
นกเปียกฝน นี่เป็นต้นนะครับ (คุณครูคณิตา) แสดง

218
00:16:13,009 --> 00:16:15,022
ถึงความสงสารนะคะ ต่อมาค่ะ

219
00:16:15,022 --> 00:16:15,919
แสดงความไม่พอใจโกรธเคือง

220
00:16:15,919 --> 00:16:19,919
คุณครูปรเมษฐคะ (คุณครูปรเมษฐ) เหม่, ฮึ่ม,

221
00:16:26,572 --> 00:16:30,572
ชิชะ, เล่นด้วยแล้วเคลิ้มนะ

222
00:16:30,912 --> 00:16:33,793
นี่คือการแสดงความไม่พอใจ สมมติอันนี้คือครู

223
00:16:33,793 --> 00:16:37,793
คณิตานี่ เข้าใจหารูปนะคะ ฮึ่ม ใครหยิบกระเป๋าของฉันไป ถ้าให้เหมือนชีวิตจริง

224
00:16:41,067 --> 00:16:45,067
ไหมครูคณิตา หึ้ม ใครเอาโทรศัพท์ฉันไป

225
00:16:46,516 --> 00:16:50,516
เอามาคืนเดี๋ยวนี้ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ การหยิบของผู้

226
00:16:51,366 --> 00:16:55,366
ถือว่าการหยิบของผู้อื่นโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดี เราไม่ควรทำนะคะ

227
00:16:56,822 --> 00:17:00,822
ต่อมาค่ะ ข้อที่ 5 ค่ะ แสดงความประหลาดใจค่ะ

228
00:17:02,489 --> 00:17:06,489
เช่นอะไรบ้าง คะ (คุณครูปรเมษฐ) ฮะ, ฮ้า, ว้าว, โอ้โฮ,

229
00:17:06,590 --> 00:17:09,452
ว้าว, โอ้โฮ ตัวอย่าง เจ้าบ่าว เจ้าสาวใช่ไหม แต่งประโยค

230
00:17:09,452 --> 00:17:13,452
ว่า โอ้โฮ เจ้าบ่าวเจ้าสาว

231
00:17:19,336 --> 00:17:23,336
เป็นการแสดงความประหลายใจอย่างหนึ่งนั่นเองนะคะนักเรียน เอาล่ะค่ะ ข้อที่ 6 ค่ะ แสดงถึงความเข้าใจหรือรับรู้ เราจะใช้

232
00:17:26,873 --> 00:17:30,873
คำว่า "อือ", "อ๋อ",

233
00:17:31,873 --> 00:17:34,143
"อ๋อ" เข้าใจแล้ว นี่คือเป็นตัวอย่าง

234
00:17:34,143 --> 00:17:37,276
นะคะ นักเรียนต่อมาค่ะ แสดงความ

235
00:17:37,276 --> 00:17:41,276
เจ็บปวดค่ะ ให้คุณครูปรเมษฐเป็นผู้แสดงดีกว่าค่ะ

236
00:17:42,891 --> 00:17:46,891
(คุณครูปรเมษฐ) โอ้ย เจ็บ

237
00:17:47,745 --> 00:17:50,046
ถ้าคนวัยรุ่นก็ โอ้ย

238
00:17:50,046 --> 00:17:50,495
โอ้ย

239
00:17:50,495 --> 00:17:54,495
ได้ไหม ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ได้ ก็ถือเป็นคำ

240
00:18:01,597 --> 00:18:03,843
อุทานเหมือนกันนะคะ คำว่า "โอ้ย"

241
00:18:03,843 --> 00:18:07,772
(คุณครูปรเมษฐ) โอ้ย เจ็บจังเลยให้นักเรียนดูหน่อย (คุณครูคณิตา) โอ้ย

242
00:18:07,772 --> 00:18:09,296
เจ็บจังเลยนี่ก็คือเป็นคำ...

243
00:18:09,296 --> 00:18:13,296
(คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเจ็บมาก ๆ ว่าอย่างไรนะ (คุณครูคณิตา)

244
00:18:15,885 --> 00:18:19,885
เมื่อกี้ก็คือเจ็บแล้วนะคะ

245
00:18:19,889 --> 00:18:21,192
คำว่า "โอ้ย" เหมือนเดิมค่ะ

246
00:18:21,192 --> 00:18:21,862
เอาล่ะค่ะ ต่อมาค่ะ แสดงความไม่พอใจ

247
00:18:21,862 --> 00:18:25,862
เบื่อหน่ายนะคะ เราจะใช้คำว่าอะไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ)

248
00:18:32,888 --> 00:18:36,796
เฮอ เฮอ เหนื่อยจังเลย เฮ่อ

249
00:18:36,796 --> 00:18:39,502
รถติดอีกแล้ว ไปสอนนักเรียนไม่ทันแน่เลย (คุณครูคณิตา) ใช่เบื่อหน่ายถึงการที่

250
00:18:39,502 --> 00:18:43,502
รถนะคะ จราจรติดขัดนั่นเอง ต่อมาค่ะ แสดงถึงความ

251
00:18:46,347 --> 00:18:50,347
โล่งใจ (คุณครูปรเมษฐ) เฮอ เฮอ

252
00:18:53,904 --> 00:18:57,904
ทำการบ้านเสร็จเสียที (คุณครูคณิตา) นั่น

253
00:18:58,282 --> 00:19:02,282
สิคะ คำถึงแสดงถึงความโล่งใจค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เฮอ ถึงเชียงใหม่เสียที นั่งรถมา

254
00:19:06,452 --> 00:19:10,452
ตั้ง 3 วันแล้ว (คุณครูคณิตา) โอ้โฮ 3 วันเลยหรือค

255
00:19:11,461 --> 00:19:11,980
ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็แวะไปตลอดทาง

256
00:19:11,980 --> 00:19:15,980
จนถึง 3 วัน (คุณครูคณิตา)  นึกว่าไม่ลงจากรถเลย

257
00:19:17,768 --> 00:19:19,246
ว่าเป็นความอดทนที่ดีมากเลยนะคะ ต่อมาค่ะ แสดงความ

258
00:19:19,246 --> 00:19:23,246
ดีใจค่ะ ตัวอย่างคำว่า ไชโย

259
00:19:25,842 --> 00:19:27,382
ตัวอย่าง ไชโยเราชนะแล้ว มีตัวอย่าง

260
00:19:27,382 --> 00:19:31,080
อื่นไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ไชโย

261
00:19:31,080 --> 00:19:35,080
บอลไทยได้ไปบอลโลกแล้ว เป็นต้นนะครับ (คุณครูคณิตา)

262
00:19:35,569 --> 00:19:39,569
คือ คำเหล่านี้นะคะ เป็นคำอุทานแสดงอาการค่ะ

263
00:19:42,488 --> 00:19:45,354
นักเรียนคะ ดูทั้ง 10 ตัวอย่างแล้ว เดี๋ยวนักเรียนอาจจะลืมคำอุทานอีกชนิดหนึ่ง

264
00:19:45,354 --> 00:19:49,354
ไปหรือเปล่า คำอุทานอีกชนิดหนึ่ง ก็คือคำอุทาน

265
00:19:50,520 --> 00:19:54,452
เสริมบทหรือคำสร้อยนั่นเองค่ะ

266
00:19:54,452 --> 00:19:56,834
ไปดูตัวอย่างกันเลยนะคะ คำอุทานเสริมบท

267
00:19:56,834 --> 00:20:00,834
คำสร้อย คือ คำที่เสริมเข้าไปเพื่อให้

268
00:20:03,360 --> 00:20:07,360
เกิดความคล้องจอง คำเสริมจะไม่มีความหมาย เป็นการเน้นคำ

269
00:20:08,313 --> 00:20:12,313
ให้ชัดเจน อย่างเช่น ที่คุณครูได้ยกตัวอย่างไป

270
00:20:13,987 --> 00:20:15,480
คำว่า "หนังสือหนังหา" หนังหา

271
00:20:15,480 --> 00:20:16,891
ไม่มีความหมายแต่เป็นการเติมเข้าไป

272
00:20:16,891 --> 00:20:20,891
เพื่อให้มีความหมายชัดเจนยิ่งขึ้น อย่างเช่น คำ

273
00:20:24,869 --> 00:20:28,869
ที่คุณครูก็ได้พูดไป ผู้ใหญ่มีความหมาย

274
00:20:31,404 --> 00:20:35,079
ผู้หลักมีความหมายไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่มีครับ เอามาให้คล้องจองเป็นคำสร้อยเฉย ๆ ถ้าผู้หลักผู้ใหญ่ก็

275
00:20:35,079 --> 00:20:39,079
คู่กับลูกเด็กเล็กแดง คำก็มีคำเดียว หมายถึงคำว่า "ลูกเด

276
00:20:43,505 --> 00:20:43,642
็ก" หรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) คำว่า "เด็ก

277
00:20:43,642 --> 00:20:47,642
ทั่ว ๆ ไป ลูกเด็กเล็กแดง

278
00:20:47,659 --> 00:20:51,659
ให้มัน (คุณครูคณิตา) ให้มันดูแบบคล้องจอง

279
00:20:52,289 --> 00:20:56,289
นะคะ เอาล่ะค่ะ เดี๋ยวเรามาดูตัวอย่างกันเลยนะคะ ตัวอย่างคำอุทาน

280
00:20:58,352 --> 00:21:02,352
เสริมบทค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) กระดูกกระเดี๊ยว

281
00:21:02,676 --> 00:21:06,115
ดูตัวแดงนะนักเรียน (คุณครูคณิตา) กระดูกกระเดี้ยว กระดูกเป็นคำหลัก

282
00:21:06,115 --> 00:21:09,032
ใช่ไหมเป็นคำหลักนะคะ

283
00:21:09,032 --> 00:21:13,032
ส่วนคำว่า "กระเดี้ยว" เป็นคำเสริมนั่นเอง ต่อมา (คุณครูปรเมษฐ) เข้าอก เข้าใจ มันได้เข้าไปในอกไหม

284
00:21:18,284 --> 00:21:18,973
มันคือการเข้าอกเข้าใจ แต่

285
00:21:18,973 --> 00:21:20,237
เข้าใจนี่มีความหมายเสริมให้เข้าใจยิ่งขึ้น

286
00:21:20,237 --> 00:21:24,237
ผู้หลัก ผู้ใหญ่ เป็นต้นนะคะ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ

287
00:21:26,546 --> 00:21:30,546
มือไม้ (คุณครูปรเมษฐ) เขาจะพูดถึงอะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) พูดถึงมือค่ะ

288
00:21:35,552 --> 00:21:37,346
(คุณครูปรเมษฐ) พูดถึง... อย่างเช่น แหมเด็กคนนี้

289
00:21:37,346 --> 00:21:39,287
อะไรเด็กคนนี้เป็นอย่างไร (คุณครูคณิตา) มือไม้ก็คือเป็น

290
00:21:39,287 --> 00:21:43,287
การไม่เคารพ หรือเป็นการไม่ไหว้ผู้ใหญ่อะไรอย่างนี้

291
00:21:46,667 --> 00:21:50,667
(คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) ตัวอย่าง ยกตัวอย่าง เช่น

292
00:21:51,363 --> 00:21:51,615
คำว่า "ปากเปิก" ถามว่าคำหลักคือคำอะไร ก็คือคำว่าปากนั่นเองนะ

293
00:21:51,615 --> 00:21:55,615
ส่วนคำสร้อย คำที่เสริมเข้ามาคือคำว่า "เปิด"

294
00:21:59,239 --> 00:22:02,154
ไม่มีสัมมาคารวะเลย

295
00:22:02,154 --> 00:22:06,118
เป็นการเสริมเข้าไปนั่นเอง

296
00:22:06,118 --> 00:22:09,882
ต่อมาค่ะ ปืนผาหน้าไม้

297
00:22:09,882 --> 00:22:13,882
(คุณครูปรเมษฐ) คล้องจองเลยนะครับ (คุณครูคณิตา) คล้องเลยค่ะ เติมเข้าไป

298
00:22:19,098 --> 00:22:21,496
ตึกรามบ้านช่อง บ้านนะ บ้านช่องที่เราอยู่นั่นเองนะคะ

299
00:22:21,496 --> 00:22:25,496
เรามาดูให้นักเรียนค่ะ ลอง

300
00:22:25,631 --> 00:22:29,631
เติมดูนะคะ ว่าคำอุทานเสริมบท นักเรียนจะเติมคำว่าอะไร

301
00:22:31,033 --> 00:22:35,033
ลงไป (คุณครูปรเมษฐ) ไปกันเลยครับ คนเติมนะ ข้อที่ 1 เติมครับ

302
00:22:38,938 --> 00:22:41,222
1 2 3 เติมว่า... ถูกต้องครับ ลืมหูลืมตา

303
00:22:41,222 --> 00:22:42,763
เตรียมตัวให้พร้อมนะครับ 1 2 3

304
00:22:42,763 --> 00:22:45,199
หมดอะไรนะ หมดเรี่ยวหมด

305
00:22:45,199 --> 00:22:49,199
แรงนะครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ รำคาญ

306
00:22:51,139 --> 00:22:53,376
เราจะเติมคำว่าอะไรเอ่ย

307
00:22:53,376 --> 00:22:56,758
รำคงรำคาญ เห็นไหมคะ คำเหล่านี้

308
00:22:56,758 --> 00:23:00,758
เป็นคำอุทานเสริมบทนั่นเอง จะสังเกตดูนะคะ ว่า

309
00:23:04,769 --> 00:23:08,769
จะไม่มีเครื่องหมาย... เครื่องหมายอะไรกำกับคะ

310
00:23:10,971 --> 00:23:14,971
ตอบได้ไหมเอ่ย นั่นก็คือเครื่องหมายอัศเจรีย์

311
00:23:15,582 --> 00:23:19,582
นั่นเองค่ะ นอกจากนี้ยังมีอะไรอีกคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) นอกจากนี้นะครับ คำอุทานเสริมบทยังอยู่

312
00:23:22,860 --> 00:23:25,317
ที่อยู่ในบทสร้อยกลอนโครง เช่น

313
00:23:25,317 --> 00:23:25,635
นา, แฉ, เฮย, อ้า, โอ้

314
00:23:25,635 --> 00:23:29,635
อย่างเช่น บทโคลงสี่สุภาพนักเรียนจะต้องเคยได้ยินและ

315
00:23:33,912 --> 00:23:37,912
เคยท่องแล้ว เสียงลือ เสียงเล่าอ้าง

316
00:23:41,821 --> 00:23:44,024
อันใด พี่เอย เอยตัวนี้ก็ลงมา

317
00:23:44,024 --> 00:23:48,024
เป็นคำสร้อย เสียงยศพี่หลับใหล ลืมตื่น ลืมพี่

318
00:23:54,647 --> 00:23:56,521
เผื่อ นี่คำพวกนี้นี่จะไปใส่ตอนท้ายโคลง

319
00:23:56,521 --> 00:24:00,521
ให้เกิดความไพเราะยิ่งขึ้น มีความหมายไหมครับ (คุณครูคณิตา) ไม่มี

320
00:24:02,474 --> 00:24:06,474
ความหมายนั่นเองนะคะ ต่อมาค่ะ นอกจากนี้นะคะ นอกจากนี้นะคะ มีคำอุทานที่มีเลียนเสียงธรรมชาติด้วย

321
00:24:08,699 --> 00:24:09,815
อย่างเช่น คำว่า ปืนค่ะ

322
00:24:09,815 --> 00:24:13,815
เสียงปืน ปืนเวลาเราได้ยินมันจะเป็นเสียงอย่างไร

323
00:24:13,868 --> 00:24:17,868
เอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) ตู้ม ปัง ๆ นะครับ

324
00:24:18,771 --> 00:24:22,771
(คุณครูคณิตา) ตู้มนี่เสียงระเบิดหรือเปล่าคุณครูปรเมษฐ

325
00:24:26,560 --> 00:24:30,560
M79 RPG (คุณครูคณิตา) อันนี้ครูก็ไม่ค่อยมีความรู้

326
00:24:30,876 --> 00:24:34,800
เรื่องปืนนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ถ้าลูกกรดนะ ลูกซองจะดัง ปัง ๆ

327
00:24:34,800 --> 00:24:38,800
ดังเปรี้ยง เพราะฉะนั้น เดี๋ยวเด็ก ๆ จะเข้าใจผิด มันจะต้องปังอย่างเดียว หลายชนิด ดังได้หลายอย่าง

328
00:24:43,637 --> 00:24:45,856
ปืนนี่ ปัง ปัง ถูกที่สุดละ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ

329
00:24:45,856 --> 00:24:49,036
เสียงน้ำไหลค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) น้ำไหลนี่

330
00:24:49,036 --> 00:24:53,036
เป็นการบอกให้เรามีกำลังใจนะ ซู่ ซู่ (คุณครูคณิตา) ต่อมาไก่ขันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ทำบ้าง

331
00:24:58,591 --> 00:25:02,591
(คุณครูคณิตา) ไก่ขัน (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ทำให้ครูฟังบ้าง

332
00:25:03,635 --> 00:25:05,629
3 เยี่ยมมากนะครับ ขันทั้งตัวผู้และตัวเมียเลย ตัวผู้

333
00:25:05,629 --> 00:25:09,629
ขันอย่างไร ตัวเมียมันขันหรือคุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา) คุณครูคณิตา

334
00:25:15,640 --> 00:25:18,186
ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ครูปรเมษฐคะผู้มีความรู้นี่

335
00:25:18,186 --> 00:25:22,186
ตอบคุณครูได้ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) อย่างเดียวนะครับ ขันให้ฟังอีกเที่ยวหนึ่ง

336
00:25:23,395 --> 00:25:27,395
1 2 3 โอ้โฮ เก่งจังเลย ให้ทำอะไรก็ทำ เด็กพวกนี้นี่ ไป

337
00:25:29,019 --> 00:25:33,019
ดีกว่าครับ (คุณครูคณิตา) ลองทำเสียงธรรมชาติ

338
00:25:34,590 --> 00:25:38,590
ให้เด็ก ๆ ฟังสิคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เอ๊ก

339
00:25:39,647 --> 00:25:43,647
อิ เอ๊ก เอ๊ก อันนี้ไก่กำลังฝึกขัน ถ้าไก่โต้งนี่ เวลาเราไว้ทำไก่ชนจะขันอีก

340
00:25:46,224 --> 00:25:49,450
แบบหนึ่ง เอ้ก อี้ เอก เอ้ก แต่ถ้าไก่แจ้นี่ ก็จะเป็น

341
00:25:49,450 --> 00:25:52,652
เอ้ก อันนี้ไก่แจ้นะครับ (คุณครูคณิตา)

342
00:25:52,652 --> 00:25:56,652
อะ เด็ก ๆ ปรบมือให้คุณครูปรเมษฐหน่อยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็

343
00:26:03,661 --> 00:26:05,814
นทุกอย่างให้แล้วนะ (คุณครูคณิตา) มีความรู้เรื่องไก่เป็นอย่างมากเลยนะคะ

344
00:26:05,814 --> 00:26:09,814
ขอนับถือและชื่นชมเลยค่ะ คุณครูคณิตาก็คงได้แค่ เอ๊ก อิ เอ๊ก เอ๊ก

345
00:26:10,957 --> 00:26:14,890
ได้เพียงแค่เอ้ก อี เอก เอ๊ก เท่านั้นนะคะ

346
00:26:14,890 --> 00:26:18,890
(คุณครูปรเมษฐ) นี่ แล้วไก่ของฝรั่งไม่ได้ขันแบบนี้นะ (คุณครูคณิตา) ขัน

347
00:26:19,661 --> 00:26:20,764
อย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) อะไรสักอย่างนี่ล่ะ

348
00:26:20,764 --> 00:26:24,764
ครูนก ครูสอนภาษาอังกฤษ ครูกตัญชรี

349
00:26:25,671 --> 00:26:25,758
เขานะ เขาจะรู้ว่าขันอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ เรา

350
00:26:25,758 --> 00:26:29,678
มาทำกิจกรรมไปพร้อม ๆ กันเลยนะคะ อ่านบทสนทนา

351
00:26:29,678 --> 00:26:33,678
ต่อไปนี้แล้วเติมคำลงในช่องว่าง เดี๋ยวทำไป

352
00:26:38,180 --> 00:26:42,180
พร้อม ๆ กันเลยนะคะ... เธอไปทำอะไรมา

353
00:26:43,267 --> 00:26:47,267
มือถึงได้เลอะเทอะอย่างนี้ เราจะตอบว่าอย่างไรดีนะ เอ๊ะ เธอไปทำอะไรมาคะ

354
00:26:54,697 --> 00:26:57,627
คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) มือไม้ถึงได้เละเทอะ

355
00:26:57,627 --> 00:26:59,002
เลอะเทอะคู่กับคำว่า "เปรอะเปื้อน

356
00:26:59,002 --> 00:27:03,002
" นั่นเอง เอ๊ะ นี่คืออะไร สงสัย

357
00:27:03,655 --> 00:27:07,655
มือไม้ถึงได้เลอะเทอะเปอะเปื้อน

358
00:27:11,407 --> 00:27:15,407
(คุณครูคณิตา) คำเหล่านี้ก็เป็นคำอุทานเสริมบทนะคะ ต่อมาค่ะ ไม่น่าถามเลยฉันก็ระบายสีไงล่ะ แล้วเธอล่ะ กินข้าวหรือยัง

359
00:27:19,314 --> 00:27:23,314
จะตอบว่าอะไรดีนะ (คุณครูปรเมษฐ) บี

360
00:27:25,678 --> 00:27:29,678
จะพูดอย่างไรก่อน อุทานมาครับ โธ่

361
00:27:30,303 --> 00:27:34,303
ไม่น่าถามเลยฉันก็ระบายสีไงล่ะ แล้วเธอกินข้าว กิน... ปลา หรือยัง เยี่ยมเลย

362
00:27:37,646 --> 00:27:40,484
นะครับ เยี่ยมเลยครับ เด็ก ๆ

363
00:27:40,484 --> 00:27:42,589
อุทานเสริมบท ฉันกินข้าวแล้วแต่ต้องกิน (คุณครูคณิตา)

364
00:27:42,589 --> 00:27:46,589
มันมีคู่กับคำว่า "กินยา" เด็ก ๆ ครับ กินอะไร กินหยูก

365
00:27:53,638 --> 00:27:57,638
กินยาสักหน่อย เพราะ

366
00:27:57,643 --> 00:27:59,009
รู้สึกเจ็บคอ อ่านผิดยุ่งเลยนะ ดีนะที่ไปหาหมอมาแล้วก่อนจะป่วยหนัก

367
00:27:59,009 --> 00:28:03,009
จน จนอะไร จนล้มหมอนนอนเสื่อ

368
00:28:06,221 --> 00:28:10,221
ก็เป็นคำแสดงถึงอาการเจ็บป่วย

369
00:28:12,896 --> 00:28:16,896
(คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ เอาล่ะค่ะนักเรียน ถึงเวลาที่นักเรียนรอคอยนะคะ ให้นักเรียน

370
00:28:17,536 --> 00:28:21,536
ค่ะ หยิบใบงานเรื่อง คำอุทานสื่ออารมณ์

371
00:28:21,690 --> 00:28:24,671
ขึ้นมาค่ะ เดี๋ยวเรานะคะ

372
00:28:24,671 --> 00:28:26,608
จะมาให้นักเรียนได้ทำใบงาน

373
00:28:26,608 --> 00:28:30,608
เรื่อง คำอุทานสื่ออารมณ์ บทบาทของคุณครูปลายทาง

374
00:28:38,340 --> 00:28:40,653
... ของนักเรียนปลายทางมีอะไรบ้าง คะ คุณครูปรเมษฐ

375
00:28:40,653 --> 00:28:44,653
ก็ให้ช่วยดูแลการทำงาน รวมถึงการให้คำ

376
00:28:44,782 --> 00:28:48,185
ปรึกษากับนักเรียนนะครับ เชื่อว่าตามทันคุณครูต้องให้ความรู้เพิ่มเติมนะครับ

377
00:28:48,185 --> 00:28:52,185
เพื่อเขาเหล่านั้นจะสามารถทำรายงานได้อย่างราบรื่นและมีค

378
00:28:59,726 --> 00:29:00,695
วามสุขกับเพื่อนคนอื่นครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เดี๋ยวเรามาดูใบงานเรื่องคำอุทานสื่ออารมณ์ค่ะ ให้นักเรียน

379
00:29:00,695 --> 00:29:04,695
นะคะ อ่านนิทานเรื่อง แตงโม

380
00:29:07,359 --> 00:29:11,262
เจ้ามดแดงจอมขี้เกียจค่ะ แล้วเลือกคำอุทานจากเรื่องแล้ว

381
00:29:11,262 --> 00:29:15,262
แต่งประโยคค่ะ การแต่งประโยคนี่จำเป็นจะต้อง

382
00:29:17,767 --> 00:29:19,713
เอาในเนื้อเรื่องเข้ามาไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่จำเป็นครับ เอาคำ

383
00:29:19,713 --> 00:29:19,849
อุทานจากเรื่องมาเฉย ๆ แล้วเราก็มา

384
00:29:19,849 --> 00:29:23,849
แต่งประโยคใหม่ โดยสมมติเหตุการณ์ขึ้นเอง

385
00:29:28,543 --> 00:29:30,075
เป็นการที่เราสามารถประเมินค่าได้

386
00:29:30,075 --> 00:29:34,075
ถ้าทำได้ก็ถือว่าประสบผลสำเร็จในการเรียนวันนี้ครีบ

387
00:29:36,295 --> 00:29:40,295
ตัวอย่างนะคะ ของนิทานเดี๋ยวเรามาดูตัวอย่างของใบงานกันเลยนะคะ จงยกตัวอย่างของคำ

388
00:29:46,997 --> 00:29:50,665
ที่มีคำอุทาน จากเรื่อง แตงโมเจ้ามดแดง

389
00:29:50,665 --> 00:29:53,913
จอมขี้เกียจ และวิเคราะห์อารมณ์ในประโยคนั้น ยกตัวอย่างเช่น

390
00:29:53,913 --> 00:29:57,913
อนิจจา เจ้าแตงโม ถูกลงโทษอีกแล้ว

391
00:29:58,604 --> 00:30:02,604
อนิจา เป็นการแสดงอารมณ์อย่างไรคะ

392
00:30:03,994 --> 00:30:07,994
สงสาร เป็นการนำคำอุทานในเรื่องมาแต่ง

393
00:30:09,818 --> 00:30:13,818
ประโยค อย่างที่บอกนะคะ ไม่จำเป็นจะต้องเอา

394
00:30:18,326 --> 00:30:22,326
เรื่องมาแต่งนะ ก็คือนำประโยคจากเรื่องอ

395
00:30:23,765 --> 00:30:27,017
ื่น ๆ นี่มาแต่งได้ แต่ต้องใช้อุทานในเรื่องเท่านั้น ถ้าพร้อมแล้วเดี๋ยวเราไปทำใบงาน

396
00:30:27,017 --> 00:30:31,017
กันเลยดีกว่าค่ะ [เสียงดนตรี]

397
00:30:39,765 --> 00:30:43,765

398
00:30:43,772 --> 00:30:47,769

399
00:30:47,769 --> 00:30:51,769

400
00:30:51,770 --> 00:30:55,770

401
00:30:55,775 --> 00:30:59,775

402
00:30:59,777 --> 00:31:03,777

403
00:31:03,791 --> 00:31:07,780

404
00:31:07,780 --> 00:31:11,780

405
00:31:11,782 --> 00:31:15,782

406
00:31:15,783 --> 00:31:19,783

407
00:31:19,788 --> 00:31:23,788

408
00:31:23,792 --> 00:31:27,792

409
00:31:27,794 --> 00:31:31,794

410
00:31:31,794 --> 00:31:35,792

411
00:31:35,792 --> 00:31:39,792

412
00:31:39,820 --> 00:31:43,798

413
00:31:43,798 --> 00:31:47,798

414
00:31:47,806 --> 00:31:51,806

415
00:31:51,806 --> 00:31:55,806

416
00:31:55,809 --> 00:31:59,809

417
00:31:59,813 --> 00:32:03,813

418
00:32:03,814 --> 00:32:07,814

419
00:32:07,815 --> 00:32:11,815

420
00:32:11,819 --> 00:32:15,819

421
00:32:15,820 --> 00:32:19,820

422
00:32:19,824 --> 00:32:23,824

423
00:32:23,827 --> 00:32:27,823

424
00:32:27,823 --> 00:32:31,823

425
00:32:31,828 --> 00:32:35,828

426
00:32:35,833 --> 00:32:39,832

427
00:32:39,832 --> 00:32:43,832

428
00:32:43,837 --> 00:32:47,836

429
00:32:47,836 --> 00:32:51,836

430
00:32:51,840 --> 00:32:55,839

431
00:32:55,839 --> 00:32:59,839

432
00:32:59,845 --> 00:33:03,845

433
00:33:03,847 --> 00:33:07,847

434
00:33:07,849 --> 00:33:11,849

435
00:33:11,850 --> 00:33:15,850

436
00:33:15,852 --> 00:33:19,852

437
00:33:19,853 --> 00:33:23,853

438
00:33:23,854 --> 00:33:27,854

439
00:33:27,865 --> 00:33:31,860

440
00:33:31,860 --> 00:33:35,860

441
00:33:35,867 --> 00:33:39,860

442
00:33:39,860 --> 00:33:43,860

443
00:33:43,864 --> 00:33:47,864

444
00:33:47,871 --> 00:33:51,871

445
00:33:51,871 --> 00:33:55,871

446
00:33:55,879 --> 00:33:59,874

447
00:33:59,874 --> 00:34:03,873

448
00:34:03,873 --> 00:34:07,873

449
00:34:07,875 --> 00:34:11,875

450
00:34:11,881 --> 00:34:15,879

451
00:34:15,879 --> 00:34:19,879

452
00:34:19,889 --> 00:34:23,889

453
00:34:23,889 --> 00:34:27,889

454
00:34:27,892 --> 00:34:31,888

455
00:34:31,888 --> 00:34:35,888

456
00:34:35,890 --> 00:34:39,890

457
00:34:39,893 --> 00:34:43,893

458
00:34:43,897 --> 00:34:47,897

459
00:34:47,905 --> 00:34:51,905

460
00:34:51,905 --> 00:34:55,905

461
00:34:55,908 --> 00:34:59,908

462
00:34:59,911 --> 00:35:03,911

463
00:35:03,936 --> 00:35:07,929

464
00:35:07,929 --> 00:35:11,924

465
00:35:11,924 --> 00:35:15,924

466
00:35:15,930 --> 00:35:19,930

467
00:35:19,933 --> 00:35:23,933

468
00:35:23,937 --> 00:35:27,935

469
00:35:27,935 --> 00:35:31,935

470
00:35:31,941 --> 00:35:35,941

471
00:35:35,944 --> 00:35:39,944

472
00:35:39,957 --> 00:35:43,953

473
00:35:43,953 --> 00:35:47,953

474
00:35:47,959 --> 00:35:51,955

475
00:35:51,955 --> 00:35:55,955

476
00:35:55,958 --> 00:35:59,958

477
00:35:59,958 --> 00:36:03,958

478
00:36:03,963 --> 00:36:07,962

479
00:36:07,962 --> 00:36:11,962

480
00:36:11,964 --> 00:36:15,964

481
00:36:15,967 --> 00:36:19,967

482
00:36:19,976 --> 00:36:23,976

483
00:36:23,976 --> 00:36:27,974

484
00:36:27,974 --> 00:36:31,974

485
00:36:31,980 --> 00:36:35,978

486
00:36:35,978 --> 00:36:39,978

487
00:36:39,979 --> 00:36:43,979

488
00:36:43,982 --> 00:36:47,982

489
00:36:47,985 --> 00:36:51,985

490
00:36:51,985 --> 00:36:55,985

491
00:36:55,996 --> 00:36:59,988

492
00:36:59,988 --> 00:37:03,988

493
00:37:03,994 --> 00:37:07,992

494
00:37:07,992 --> 00:37:11,992

495
00:37:11,998 --> 00:37:15,997

496
00:37:15,997 --> 00:37:19,996

497
00:37:19,996 --> 00:37:23,996

498
00:37:24,014 --> 00:37:28,008

499
00:37:28,008 --> 00:37:32,007

500
00:37:32,007 --> 00:37:36,007

501
00:37:36,012 --> 00:37:40,012

502
00:37:40,016 --> 00:37:44,015

503
00:37:44,015 --> 00:37:48,015

504
00:37:48,023 --> 00:37:52,015

505
00:37:52,015 --> 00:37:56,015

506
00:37:56,019 --> 00:38:00,019

507
00:38:00,032 --> 00:38:04,031

508
00:38:04,031 --> 00:38:08,031

509
00:38:08,049 --> 00:38:12,046

510
00:38:12,046 --> 00:38:16,046

511
00:38:16,047 --> 00:38:20,040

512
00:38:20,040 --> 00:38:24,040

513
00:38:24,050 --> 00:38:28,046

514
00:38:28,046 --> 00:38:32,046

515
00:38:32,054 --> 00:38:36,050

516
00:38:36,050 --> 00:38:40,050

517
00:38:40,051 --> 00:38:44,051

518
00:38:44,054 --> 00:38:48,054

519
00:38:48,055 --> 00:38:52,055

520
00:38:52,064 --> 00:38:56,060

521
00:38:56,060 --> 00:39:00,060

522
00:39:00,068 --> 00:39:04,064

523
00:39:04,064 --> 00:39:08,064

524
00:39:08,066 --> 00:39:12,066

525
00:39:12,073 --> 00:39:16,073

526
00:39:16,075 --> 00:39:20,072

527
00:39:20,072 --> 00:39:24,072

528
00:39:24,081 --> 00:39:28,080

529
00:39:28,080 --> 00:39:32,080

530
00:39:32,083 --> 00:39:36,083

531
00:39:36,088 --> 00:39:40,088

532
00:39:40,093 --> 00:39:44,093

533
00:39:44,098 --> 00:39:48,098

534
00:39:48,119 --> 00:39:52,102

535
00:39:52,102 --> 00:39:56,102

536
00:39:56,103 --> 00:40:00,101

537
00:40:00,101 --> 00:40:04,101

538
00:40:04,107 --> 00:40:08,107

539
00:40:08,107 --> 00:40:12,107

540
00:40:12,114 --> 00:40:16,111

541
00:40:16,111 --> 00:40:20,111

542
00:40:20,114 --> 00:40:24,114

543
00:40:24,115 --> 00:40:28,115

544
00:40:28,119 --> 00:40:32,119

545
00:40:32,123 --> 00:40:32,780
(คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ ทำใบงานเสร็จกันแล้วหรือยังเอ่ย ถ้าเสร็จแล้ว

546
00:40:32,780 --> 00:40:36,173
อย่าลืมส่งคุณครูปลายทางด้วยนะคะ

547
00:40:36,173 --> 00:40:40,173
ก็ให้นักเรียนหาเวลาว่างทำ

548
00:40:45,633 --> 00:40:49,633
แล้วส่งคุณครูด้วยนะคะ เอาล่ะค่ะ วันนี้ก่อนที่จะสรุปบทเรียนเขียนองค์ความรู้ คุณครูก็มี

549
00:40:49,978 --> 00:40:53,978
กิจกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้นักเรียนได้ร่วมกันเล่นกับคุ

550
00:41:00,148 --> 00:41:04,148
ณครูนะคะ กับคุณครูปรเมษฐนะคะ นี่ก็คือซองขนม หรือซองลูกอมนั่นเอง เป็นซองลูกอม

551
00:41:05,617 --> 00:41:06,737
คำอุทานนะคะ เดี๋ยวเรา

552
00:41:06,737 --> 00:41:10,737
มาแบ่งชนิดกันนะว่าคำอุทานในซอง

553
00:41:11,460 --> 00:41:15,460
ขนมนี้ เป็นคำอุทานชนิดใดบ้าง

554
00:41:16,810 --> 00:41:20,810
เด็ก ๆ นี่จะต้องช่วยคุณครูปรเมษฐพร้อมหรือยังคะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นลูกอมหรือขนม

555
00:41:28,174 --> 00:41:32,174
(คุณครูคณิตา) ก็ทั้งลูกอม ทั้งขนม แล้วแต่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเด็ก ๆ อยากได้ทำอย่างไรครับ

556
00:41:36,129 --> 00:41:38,909
(คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ ทำนะคะ สามารถที่จะขอไฟล์ได้นะคะ

557
00:41:38,909 --> 00:41:42,909
แต่จะต้องทานเองนะคะ เอาล่ะค่ะ เดี๋ยวเรามาเริ่มเล่นกันดีกว่านะคะ คุณครูปรเม

558
00:41:48,206 --> 00:41:50,484
ษฐ เลือกด้วยนะครับ เด็ก ๆ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ

559
00:41:50,484 --> 00:41:52,842
อย่าลืมช่วยคุณครูปรเมษฐด้วยนะคะ คำแรกนะคะ นักเรียน

560
00:41:52,842 --> 00:41:56,842

561
00:42:00,207 --> 00:42:04,207

562
00:42:04,216 --> 00:42:06,149
ตอบถูกนี่ แกะรับประทานได้เลยไหม

563
00:42:06,149 --> 00:42:06,632
(คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คะ เด็ก ๆ อยากรับประทานจริง ๆ หรือคะ

564
00:42:06,632 --> 00:42:10,632
คุณครูปรเมษฐ

565
00:42:12,545 --> 00:42:16,545
จะรับประทานจริง ๆ หรือคะ (คุณครูปรเมษฐ) คิดแทน

566
00:42:20,231 --> 00:42:21,924
นั้นล่ะ ครูคณิตาบอกเป็นขนมลูกอม

567
00:42:21,924 --> 00:42:25,924
เด็ก ๆ ดูประโยคแรกนะ เวรกรรมจริงหนอ

568
00:42:26,020 --> 00:42:30,020
ใครช่างทำได้ลงคอ คำว่า "หนอ" ใช่ไหม คุณครูคณิตา

569
00:42:31,960 --> 00:42:35,960
มันเป็นคำอุทานแบบใด หนอนี่เป็นคำ

570
00:42:39,976 --> 00:42:42,081
อุทานอะไรครับ แสดงอาการค่ะ อย่างที่บอกนะคะ

571
00:42:42,081 --> 00:42:46,081
ก็คือมีเครื่องหมายอะไรอยู่คะ นั่นก็คือเครื่องหมาย

572
00:42:47,812 --> 00:42:51,812
อัศเจรีย์นั่นเองค่ะ เพราะฉะนั้น

573
00:42:54,293 --> 00:42:58,293
เป็นคำอุทานแสดงอาการนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ไชโย พวกเราชนะแล้ว เด็ก ๆ

574
00:42:59,039 --> 00:43:01,717
ครับ ก็ตอบได้เลยครับ

575
00:43:01,717 --> 00:43:05,717
แสดงอาการดีใจ ไชโย (คุณครูคณิตา) ต่อมา

576
00:43:11,597 --> 00:43:12,783
เดี๋ยวเรามาดูกันเลยดีกว่า (คุณครูปรเมษฐ) โอ้ย เจ็บ

577
00:43:12,783 --> 00:43:16,590
จังเลย ตอบได้เลยนะครับ เยี่ยมครับ

578
00:43:16,590 --> 00:43:20,590
แสดงอาการเจ็บปวดนั่นเอง แสดงอาการ

579
00:43:26,544 --> 00:43:29,738
เจ็บปวดนะครับ หนังสือหนังหา ก็เป็นคำอุทานอะไรลูก คำอุทานแสดง

580
00:43:29,738 --> 00:43:33,738
(คุณครูคณิตา) หืม (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ไหม ไม่ใช่

581
00:43:40,270 --> 00:43:42,099
หนังสือหนังหานะครับ (คุณครูคณิตา) แหม ครูปรเมษฐ

582
00:43:42,099 --> 00:43:42,165
พูดเสียคุณครูคณิตาตกใจเลยนะคะ

583
00:43:42,165 --> 00:43:44,598
ต่อมาค่ะ

584
00:43:44,598 --> 00:43:48,598
(คุณครูปรเมษฐ) กินข้าว กินปลา กินพิซซ่า

585
00:43:54,406 --> 00:43:56,870
แหม ทำกันได้ลงคอนะ

586
00:43:56,870 --> 00:44:00,338
กินข้าวกินปลาเด็ก ๆ ครับ เป็นคำอุทานชนิดไหน

587
00:44:00,338 --> 00:44:00,785
คำอุทานเสริมบทนั่นเอง

588
00:44:00,785 --> 00:44:04,785
ครับ แหม ทำกันได้ลงคอ ก็เป็นคำอุทานแสดงอาการนั่นเอง

589
00:44:10,688 --> 00:44:11,685
นะครับ ใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ ชุด

590
00:44:11,685 --> 00:44:15,047
สุดท้ายค่ะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) อ๋อ ฉัน

591
00:44:15,047 --> 00:44:17,568
เข้าใจแล้วล่ะ เพราะว่าฉันขี้หลงขี้ลืม

592
00:44:17,568 --> 00:44:21,568
แต่งเป็นประโยคเลย อ๋อ คำอุทาน

593
00:44:25,153 --> 00:44:29,153
อะไรลูก คำอุทานแสดงอาการครับ เอ๊ะ หรือ

594
00:44:31,763 --> 00:44:35,071
อ๋อ นี่เข้าใจไหม (คุณครูคณิตา) อ๋อค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เอ๊ะ หรือ อ๋อ ครับ

595
00:44:35,071 --> 00:44:39,071
(คุณครูคณิตา) เอ๊ะ สงสัยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้า อ๋อ เข้าใจนักเรียน อ๋อ

596
00:44:39,787 --> 00:44:43,787
ครับ อ๋อ เยี่ยม ๆ ใช้ได้ ขี้หลง ขี้ลืม เป็นคำอุทานเสริมบทครับ เยี่ยมครับ เด็ก ๆ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ

597
00:44:47,907 --> 00:44:48,943
นักเรียน นักเรียนนี่ก็คงเข้าใจเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าคำอุทานมีทั้งหมด 2 ชนิด

598
00:44:48,943 --> 00:44:52,943
นะคะ เดี๋ยวเราจะมาสรุปองค์ความรู้กันเลยดีกว่าค่ะ

599
00:44:55,951 --> 00:44:59,951
(คุณครูปรเมษฐ) อ๋อ เข้าใจแล้วล่ะ (คุณครูคณิตา) มาถึงช่วง

600
00:45:03,316 --> 00:45:06,273
ท้ายบทค่ะ สรุปบทเรียนเขียนองค์ความรู้ ครู

601
00:45:06,273 --> 00:45:10,273
ก็มีคำถามมาถามนักเรียนค่ะ คำอุทานมีกี่ชนิด และมีหน้าที่อย่างไรบ้าง นักเรียน

602
00:45:11,126 --> 00:45:15,126
ตอบได้ไหมคะ คุณครูเชื่อว่าเด็ก

603
00:45:20,319 --> 00:45:22,051
นักเรียนตอบได้นะคะ เพราะว่าเราย้ำไปหลายครั้งมากเลยใช่ไหมคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่แล้วครับ ตอบมาแล้ว

604
00:45:22,051 --> 00:45:26,051
2 ชนิดนั่นเองนะครับ คือ คำอุทานบอกชนิดหรือค

605
00:45:32,322 --> 00:45:34,175
ำแสดงอาการนะครับ คำที่แสดงอาการ

606
00:45:34,175 --> 00:45:34,946
ของผู้พูดเราเรียกว่า "อุทานแสดงอาการ"

607
00:45:34,946 --> 00:45:37,317
ก็คือคำอุทาน

608
00:45:37,317 --> 00:45:41,317
เสริมบทนั่นเป็นคำสร้อย ใช้เพื่อเน้นความหมายคำให้ชัดเจน

609
00:45:44,434 --> 00:45:48,434
หรือเพื่อความคล้องจองกันนะครับ อันนี้ก็คือ

610
00:45:50,563 --> 00:45:51,440
ชนิดและก็หน้าที่ของคำอุทานใช่ไหมครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา)

611
00:45:51,440 --> 00:45:52,387
ต่อมาค่ะ มาดูอีกคำถามหนึ่งค่ะ

612
00:45:52,387 --> 00:45:56,387
การใช้คำอุทานในการสื่อสารมีประโยชน์อย่างไร

613
00:45:59,040 --> 00:46:03,040
นักเรียนนี่ก็คงจะตอบได้แล้วใช่ไหมคะ

614
00:46:06,528 --> 00:46:08,204
การสื่อสารในชีวิตประจำวันนี่

615
00:46:08,204 --> 00:46:09,357
จะต้องมีคำอุทานเพิ่มเติมเข้าไป

616
00:46:09,357 --> 00:46:13,357
อยู่แล้วบางครั้งเราอาจจะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ได้ อย่าง

617
00:46:15,726 --> 00:46:19,726
ที่คุณครูปรเมษฐไปฉีดวัคซีนมา ครูปรเมษฐ

618
00:46:22,926 --> 00:46:23,131
ก็ได้อุทานออกมาถึงคำว่า "โอ้ย" แสดงถึง

619
00:46:23,131 --> 00:46:24,391
ความเจ็บป่วยนะคะ ฉะนั้นนี่

620
00:46:24,391 --> 00:46:28,391
การใช้คำอุทานนี่ก็เพื่อให้

621
00:46:34,588 --> 00:46:38,588
สาส์นให้สาส์นที่เราจะสื่อนั้นชัดเจนยิ่งขึ้นนะคะ

622
00:46:40,151 --> 00:46:42,998
ชัดเจนยิ่งขึ้นนั่นเองค่ะ มีอะไรเพิ่มเติมไหมคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) มันเป็นการสื่อสารให้ชัดเจนใช่ไหมครูคณิตา

623
00:46:42,998 --> 00:46:46,998
เพื่อแสดงถึงอารมณ์ความรู้สึกของเรา

624
00:46:50,824 --> 00:46:54,824
คำอุทาน เด็ก ๆ คำ ทำไมถึงต้องเรียนล่ะ

625
00:46:55,227 --> 00:46:57,402
บอกว่ามันเป็นคำที่เราใช้ในชีวิตอยู่แล้ว ก็อย่างที่บอกหลายคนอาจจะเกิด โอ้ พระเจ้า

626
00:46:57,402 --> 00:47:01,402
เซอร์ไพรส์เลยก็ได้ นี่ฉันพูดคำพวกนี้อยู่แล้ว

627
00:47:08,372 --> 00:47:11,482
เขาเรียกว่า "คำอุทาน" นี่ไงทำไม

628
00:47:11,482 --> 00:47:12,815
จะต้องเรียน เรียนเพื่ออะไร เพื่อรู้หลักของมัน ว่าสิ่งที่หนูพูดกันในชีวิตประจำวัน

629
00:47:12,815 --> 00:47:16,815
มันคือคำอุทานนะครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ การที่เรา

630
00:47:22,242 --> 00:47:24,774
เรียนรู้นี่มันก็มีคุณธรรมนะคะ

631
00:47:24,774 --> 00:47:28,774
ความขยันหมั่นเพียร ไฝ่เรียนใฝ่รู้ค่ะ เพิ่ม

632
00:47:29,834 --> 00:47:31,277
องค์ความรู้ให้กับตัวนักเรียนด้วยค่ะ เอาล่ะค่ะ

633
00:47:31,277 --> 00:47:35,277
เรามาดูบทเรียนครั้งถัดไปค่ะ เราจะเรียนกันในเรื่องประโยครวม

634
00:47:40,060 --> 00:47:41,534
เรื่อง ประโยครวม สิ่งที่จะต้องเตรียมมี

635
00:47:41,534 --> 00:47:45,509
อะไรบ้างคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) สิ่งที่เด็ก ๆ ต้องเตรียมนะครับ ใบงาน

636
00:47:45,509 --> 00:47:46,648
เรื่อง ประโยคสามัญ ประโยครวม แล้วก็

637
00:47:46,648 --> 00:47:50,648
ประโยคซ้อนนะครับ แล้วก็ใบงานเรื่องประโยครวม

638
00:47:51,556 --> 00:47:55,556
ไอ้ประโยครวมนี่ เมื่อก่อนเขาเรียกว่าประโยคความ

639
00:48:00,406 --> 00:48:04,405
รวม (คุณครูปรเมษฐ) แต่ในบรรทัดฐานตััเป็นองค์รวม เดี๋ยวเด็ก ๆ

640
00:48:04,405 --> 00:48:08,405
ไม่เข้าใจ ไปศึกษาเพิ่มเติมมาก่อนนะ กลับไปวันนี้นี่ไปเปิดดูในหนังสือภาษาพาที หรือไป

641
00:48:10,204 --> 00:48:14,204
ค้นหาหรืออินเทอร์เน็ต

642
00:48:16,413 --> 00:48:20,413
เพื่อสร้างองค์ความรู้มาก่อน (คุณครูคณิตา) นักเรียนนะคะ ก็สามารถ

643
00:48:20,501 --> 00:48:22,944
ดาวน์โหลดได้ที่นี้เลยค่ะ

644
00:48:22,944 --> 00:48:26,944
วันนี้คุณครูคณิตาและคุณครูปรเมษฐก็

645
00:48:28,949 --> 00:48:31,792
ต้องขอลานักเรียนไปก่อนนะคะ

646
00:48:31,792 --> 00:48:35,792
สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]

647
00:48:44,424 --> 00:48:44,428

648
00:48:44,428 --> 00:48:48,428

649
00:48:52,440 --> 00:48:52,441

650
00:48:52,441 --> 00:48:56,441

651
00:48:57,443 --> 00:49:01,443


