[เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) สวัสดีคุณครูปลายทางและนักเรียนปลายทางทุกคนค่ะ วันนี้พบกับคุณครูคณิตา หนุนอนันต์ และคุณครูปรเมษฐ ศรีกำเนิด ในรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ วันนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะ คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) วันนี้ครูก็จะให้หนู ๆ ได้ศึกษานะครับ เกี่ยวกับเรื่องของการอ่านประกาศนั่นเองครับ ว่าการประกาศมีความจำเป็นมีความสำคัญกับชีวิตเราอย่างไร พบเจอได้ที่ไหน เดี๋ยวเราไปศึกษากันเลย (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ พร้อมหรือยังคะ ถ้าพร้อมแล้วเราไปศึกษากันเลยค่ะ มาถึงช่วงเวลากระตุ้นความคิดกันแล้วค่ะ นักเรียน นักเรียนคะ พร้อมที่จะเรียนรู้กันไปหรือยังคะ ถ้าพร้อมแล้วเดี๋ยวเรามาดูคำถามกันเลยดีกว่าค่ะ คำถามกระตุ้นความคิดนะคะ นักเรียนเคยเห็นประกาศอะไรบ้าง ในชีวิตประจำวัน นักเรียนเคยเห็นประกาศอะไรบ้างนะ คุณครูปลายทางคะ สามารถที่จะพูดคุยนะคะ แลกเปลี่ยนความรู้กับนักเรียนได้เลยค่ะ คุณครูปรเมษฐคะ ในชีวิตประจำวันนี่เคยเห็นประกาศต่าง ๆ มาบ้างไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ประกาศนี่เป็นสิ่งที่เชื่อว่านักเรียนทุกคนต้องเคยพบเจอนะครับ เพราะว่าประกาศนี่มันทำเพื่อต้องการสื่อสารให้คนรู้ว่าต้องการให้เกิดอะไรขึ้น หรือต้องการให้มีอะไร อย่างเช่น เห็นตามเสาไฟฟ้านี่ประกาศให้ขายที่ดินบ้าง สุนัขหายบ้าง อะไรบ้าง เด็ก ๆ ก็พบเห็นกันอยู่เป็นประจำ อันนี้ถือเป็นประกาศไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เป็นก็จะมีทั้งเป็นประกาศที่เป็นทางการและประกาศที่ไม่เป็นทางการ แล้วเราจะแยกอย่างไรนะ ว่าประกาศที่เป็นทางการ และไม่เป็นทางการจะเป็นอย่างไร เดี๋ยวเราค่อยมาเรียนรู้กันนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับผม (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ ประกาศนี่ เรานี่สารมารถที่จะพบเห็นได้ พบเห็นได้ตามชีวิตประจำวัน อย่างเมื่อกี้ที่ครูปรเมษฐบอกนะคะ จะเป็นการขายรถ ขายบ้าน หรือแม้กระทั่งเชิญชวน ประกาศเชิญชวน เชิญชวนอะไรบ้างคะ ที่คุณครูปรเมษฐได้พบเจอมา (คุณครูปรเมษฐ) เชิญชวนให้ไปเลือกตั้ง เชิญชวนให้มาปิดทองฝั่งลูกนิมิต ตามข้างถนนนักเรียนจะพบเห็นนะ เป็นประกาศติดตลอดทางเลย หลาย ๆ อย่าง อันนี้ก็ถือว่าเป็นประกาศที่เราพบเจอในชีวิตประจำวันเช่นเดียวกัน (คุณครูคณิตา) ค่ะ มาถึงในคำถามต่อไปค่ะ นักเรียนได้ประโยชน์อะไรจากการอ่านประกาศเหล่านั้นบ้างนะคะ ได้อะไรบ้าง นะ ตอบเลยค่ะ คุณครูเชื่อว่านักเรียนคงตอบคุณครูปลายทางแล้วนะคะ คุณครูปรเมษฐคะ การที่เราอ่านประกาศต่าง ๆ นี่ เราได้ประโยชน์อะไรบ้างคะ (คุณครูปรเมษฐ) อันดับแรกเลยนะครับ เราก็ได้รู้ถึงวัตถุประสงค์ที่ผู้สื่อสารโดยการประกาศมานี่เราก็สามารถที่จะเลือกปฏิบัติได้ อย่างเช่น ประกาศเรื่องขายที่ ประกาศขายที่ ประกาศเชิญชวนไปทอดผ้าป่า ทอดกระฐิน อะไรก็ตามแต่ ถ้าเรามีความใฝ่ถวินหามันก็จะเป็นประโยชน์กับตัวเรา แต่ตอนนี้ที่นักเรียนเป็นประโยชน์กับชีวิต จุดสำคัญของชีวิตนักเรียนนี่ ก็คือประกาศการเปิดภาคเรียนนะครับ เพราะว่าโรงเรียนก็ยังไม่สามารถเปิดตามปกติตามแบบที่เคยเปิดใช่ไหมครูคณิตา เด็ก ๆ เขาเห็นแล้วประกาศที่โรงเรียนแต่ละโรงเรียนประกาศออกมานี่ นั่นล่ะครับ ก็คือว่าเป็นประอย่างไร ก็คือหนูจะต้องปฏิบัติตามประกาศนั้นนี่ล่ะครับ คือประโยชน์นะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ประโยชน์อีกข้อหนึ่งนะคะ ก็คือนักเรียนได้รับรู้ข่าวสารต่าง ๆ จากประกาศนั่นเองค่ะ เดี๋ยวจะให้ดูนะคะ นักเรียนนะคะ ดูตัวอย่างนะ ว่าประกาศนี่มีรูปแบบอะไรบ้าง แต่ก่อนที่จะมาดูรูปแบบนะคะ เรามาเรียนรู้เกี่ยวกับจุดประสงค์การเรียนรู้ของวันนี้กันก่อนค่ะ จุดประสงค์การเรียนรู้ของวันนี้มีอะไรบ้างคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ต้องสามารถรู้และบอกหลักของประกาศได้ครับ และก็จะต้องอ่านประกาศที่เป็นทางการรวมถึงประกาศที่ไม่เป็นทางการได้นะครับ ว่ามันเป็นอย่างไร แล้วก็ตอบคำถามจากประกาศได้นะครับ และที่สำคัญ ก็คือนักเรียนนี่เห็นถึงประโยชน์ของการอ่านประกาศนั่นเอง เพราะฉะนั้นนี่ วันนี้เด็ก ๆ ก็จะได้พบได้เจอประกาศต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์แก่ตัวเองนะครับ แล้วก็สามารถที่จะนำไปปรับใช้ในชีวิตของตนเองได้นะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ นักเรียนนี่บางคนนี่อาจจะนึกสงสัย ประกาศมีลักษณะหน้าตาเป็นอย่างไรนะ ใช้กระดาษแผ่นสีขาว ๆ น้ำหมึกสีดำอย่างเดียว หรือจะเป็นกระดาษใบปลิวที่เขาแจก แต่นี่เขาเรียก "ประกาศ" หรือเปล่านะ นักเรียนคะ เดี๋ยวเรามาไขข้อข้องใจกันเลยนะคะ ว่าประกาศนี่มีลักษณะเป็นอย่างไร เดี๋ยวเราไปดูตัวอย่างกันเลยดีกว่าค่ะ นี่นะคะ คือตัวอย่างของประกาศ เรื่อง ขั้นตอนการลงคะแนนเลือกตั้งท้องถิ่นค่ะ ก็เป็นคะแนนต่าง ๆ นะคะ ว่าเรานี่ทำอะไรบ้าง นี่ก็คือเป็นประกาศอีกแบบหนึ่งนะคะ ต่อมาค่ะ คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ก็เป็นประกาศตามแนวปฏิบัติตามค่านิยมนะ ก็เป็นลักษณะเขาให้คนอ่านประกาศใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) จะสังเกตได้ว่าที่เด็ก ๆ เห็นนี่นะครับ มันจะเป็นประกาศที่มีสีสัน ตัวอักษรนี่ บางที่ไม่ได้เป็นทางการเสียจนเกินไป อันนี้ก็มีส่วนนะนี่ หันมาอ่านประกาศมากขึ้น เมื่อก่อนนี่นะครับ ประกาศก็คือเป็นอย่างที่ครูคณิตาว่าใช่ไหม เป็นน้ำหมึกดำในการเขียน เป็นตัวใหญ่ ๆ (คุณครูปรเมษฐ) เห็นแล้วน่ากลัว บางทีใช้หมึกสีแดง เห็นแล้วเป็นอย่างไร อยากอ่านไหม (คุณครูคณิตา) สยองขวัญเลยค่ะ เป็นสีแดง (คุณครูปรเมษฐ) ทีนี้ยุคมันเปลี่ยนไป เดี๋ยวนี้การสื่อสารในยุคใหม่นี่ มันก็จึงทำให้เกิดสีสัน น่าชื่นชม ชื่อชมสะดุดตาและทำให้เราอยากอ่านประกาศนั่นเองครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เดี๋ยวเรามาดูตัวอย่างประกาศต่อไปกันดีกว่าค่ะ นี่เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวนักเรียนมากเลยนะคะ ก็คือประกาศเรื่อง เด็กปลอดภัยโควิด 19 และปลอดภัยจากการจมน้ำค่ะ อันนี้ก็คือเป็นตัวอย่างของประกาศนะคะ จากกรมควบคุมโรคนะคะ ก็จะเป็นประกาศในรูปแบบนี้ก็จะเป็นสีสันเพิ่มมากขึ้น และก็มีรูปภาพนะคะ ทำให้ดึงดูด มีความน่าสนใจที่อยากจะอ่านหรืออยากจะรับรู้ข่าวสารนั้น ๆ นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ครับ เด็ก ๆ สงสัยไหมว่าทำไมถึงไปเกี่ยวกับเรื่องการจมได้ครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ทำไมล่ะคะ (คุณครูปรเมษฐ) นั่นสิครับ คุณครูคณิตาช่วยชี้ทางกระจ่างให้เด็ก ๆ หน่อย ผมก็สงสัยเหมือนเด็ก ๆ เลย มันเกี่ยวข้องกับการจมน้ำอย่างไรนี่ โรค COVID-19 นี่ (คุณครูคณิตา) เกี่ยวข้องอย่างไรคะนักเรียน เดี๋ยวเราค่อยมาพูดคุยนะคะ ในช่วงตอนสุดท้ายนะคะ ว่ามันเกี่ยวข้อกันอย่างไรนะคะ เดี๋ยวเรามาดูต่อมาดีกว่านะคะ นี่เป็นประกาศเรื่องมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 นะคะ หรือ COVID-19 นั่นเอง ก็จะเป็นตัวอะไรคะ ตัวอักษรเล็ก ๆ แต่รูปภาพนี่คือใหญ่ สื่อให้เห็นได้ว่าเป็นเกี่ยวกับการระบาดของโรค COVID-19 (คุณครูปรเมษฐ) หรือจะเรียกมันเป็นอวัจนภาษาอย่างหนึ่งที่เห็นแล้วไม่จำเป็นจะต้องมีตัวหนังสือก็รู้แล้วว่าเป็นมาตรการ COVID-19 นั่นเองนะครับ (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ นักเรียนสงสัยไหมเอ่ย ว่าอวัจนภาษาคืออะไร เรามาทบทวนกันดีกว่านะคะ อวัจนภาษาก่อน วัจนภาษา คือ ตัวอักษรนะคะ ในการเขียน อย่างเช่น มาตรการการป้องกันการแพร่ระบาด เป็น อวัจนภาษา ก็คือภาษาที่ไม่ต้องใช้ตัวอักษรในการสื่อสาร เราสามารถที่จะมองมองรูปภาพแล้วเข้าใจได้ทันทีว่าเขาต้องการที่จะสื่อถึงอะไร คุณครูปรเมษฐมีอะไรจะเสริมเพิ่มเติมไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ อย่างที่คุณครูคณิตาว่าล่ะครับ การใช่อวัจนภาษาก็เป็นอะไรได้ดีพอสมควรนะครับ (คุณครูคณิตา) ถ้านักเรียนยังนึกไม่ออก นักเรียนคะ นักเรียนเคยเห็นสัญญาณไฟจราจรหรือเปล่า มีสีข้างบนเป็นอะไรเอ่ย สีแดง, สีเหลือง, และสีเขียวใช่ไหมคะ นี่ก็คืออวัจนภาษา เมื่อสีแดงปรากฏขึ้นมานี่เราก็จะทราบได้ทันทีว่าเราจะต้องหยุดรถนะคะ ส่วนสีเหลืองล่ะคะ เราจะต้องชะลอนะ ส่วนสีเขียวก็สามารถจะไปได้นะคะ นี่คืออวัจนภาษา เป็นภาษาโดยที่เรานี่เข้าใจ โดยที่เราไม่ต้องอ่านตัวอักษรนั่นเองค่ะ ต่อมาค่ะ ให้นักเรียนนะคะ หยิบใบความรู้ขึ้นมาค่ะ เดี๋ยวเรามาศึกษาแล้วเรามาสรุปเป็นองค์ความรู้ไปพร้อม ๆ กับคุณครูนะคะ ซึ่งครูจะให้เวลานักเรียนในการอ่าน ส่วนคุณครูปลายทางนี่ก็คอยดูแลการทำงานของนักเรียนนะคะ แล้วคอยชี้แนะต่าง ๆ มีตัวอย่างใบความรู้ให้เด็ก ๆ ดูไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) มีครับ ครูคณิตาครับ ไปดูกันเลยครับ นี่คือตัวอย่างนะครับ การอ่านข่าวสารทางราชการ ในเรื่องของการอ่านประกาศนะครับ มีประมาณกี่ใบได้คุณครูคณิตา (คุณครูปรเมษฐ) 2 ใบเองนะครับ ไปดูสิว่าอ่านอย่างไร ศึกษาด้วยตนเองก่อน แล้วค่อยเอามารวบรวมองค์ความรู้เป็นองค์ใหญ่ด้วยกันครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เดี๋ยวมาเจอกันอีกครั้งหนึ่งค่ะ [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนครับ ครูเชื่อว่านักเรียนนั้นได้อ่านใบความรู้เป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ เดี๋ยวเรามาสรุปเป็นองค์รวมด้วยกันครูคณิตา แล้วนักเรียนก็จับประเด็นสำคัญดูสิว่าของตนเองนั้นตรงกับที่ครูนำมาสรุปให้เป็นองค์รวมอีกครั้งหรือไม่ ไปกันเลย (คุณครูคณิตา) ค่ะ นักเรียนคะ ประกาศคืออะไรคะ ตอบคุณครูปลายทางได้เลยนะคะ คุณครูปรเมษฐคะ ประกาศนี่คืออะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ประกาศก็คือเป็นการที่ทำให้สาธารณชนทราบข่าวสารเรื่องเดียวกันอย่างแพร่หลาย โดยอาศัยสื่อสาธารณะต่าง ๆ สื่อสาธารณะโทรทัศน์ วิทยุนะ หรือสื่อโซเชียลเน็ตเวิร์กต่าง ๆ เป็นสื่อสาธารณะที่ทำให้ผู้คนรับรู้ถึงข่าวสารต่าง ๆ นะครับ คุณครูคณิตาครับ เด็ก ๆ ทุกคนครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ประกาศ กระกาศนะคะ นักเรียนบอกครูได้ไหม เอ่ยว่ามีกี่ประเภท มีกี่ประเภทนะ มีทั้งหมด 2 ประเภทค่ะ แล้วแบ่งเป็นประเภทอะไรบ้าง คะ อย่างแรกเลย นั่นก็คือประกาศเป็นทางการและประกาศที่ไม่เป็นทางการนั่นเองค่ะ นี่ก็คือ 2 ประเภทนะคะ อย่างที่บอก ประกาศมีทั้งหมด 2 ประเภท เป็นทางการและไม่เป็นทางการ เดี๋ยวเรามาดูกันเลยดีกว่าว่าเป็นทางการจะเป็นประกาศแบบใด และไม่เป็นทางการจะเป็นประกาศแบบใดเดี๋ยวเราไปดูกันเลยค่ะ ประกาศที่เป็นทางการ (คุณครูปรเมษฐ) นะครับ ในส่วนของประกาศที่เป็นทางการนี่ก็จะต้องบอกชื่อหน่วยงานที่ประกาศนะครับ บอกเรื่องที่ประกาศ ว่าต้องการที่จะบอกเรื่องอะไร สื่อสารอะไรนะครับ และเนื้อหาที่จะประกาศก็จะบอกถึงลักษณะเรื่องราวต่าง ๆ ของเรื่องราวต่าง ๆ ที่ต้องการสื่อสารให้กับสาธารณะชนได้รับรู้นะครับ และที่สำคัญเลยต้องมี วัน เดือน ปี ที่ประกาศ มันสำคัญอย่างไร วัน เดือน ปี เป็นสิ่งที่ทำให้รู้ว่าประกาศนี้มันมีอายุการใช้งานมามากน้อยเพียงใด ประกาศชัดเจนเลย แต่ วันเดือน ปี ที่มันผ่านมาแล้ว สมมติว่าประกาศมาแล้วตั้งแต่ปี 2553 คิดว่าประกาศนั้นมันจะยังใช้ได้ไหม ในปัจจุบันไม่ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) บางทีนี่เรื่องที่มันอาจจะจบลงไปแล้ว อะไรไปแล้ว เพราะฉะนั้นนี่ วัน เดือนปี ถือเป็นสิ่งสำคัญ และสุดท้ายเลยประกาศที่เป็นทางการนี่มันจะเชื่อถือได้ก็จะต้องลงนามผู้ที่ประกาศ อย่างเช่น นักเรียนครับ ที่นักเรียนพบเจอใขณะนี้นี่ ก็คือประกาศจากทางโรงเรียน อันนั้นประกาศที่เป็นทางการไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เป็นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ที่เป็นทางการและใครที่เป็นผู้ลงนามครับ โรงเรียนนักเรียน ใครถูกต้องลูก ท่านผู้อำนวยการก็จะเป็นผู้ลงนาม ประกาศนี้ก็จะมีความน่าเชื่อถือ ถ้าเป็นประกาศทางราชการมันจะเป็นอย่างไร เดี๋ยวคุณครูคณิตาจะพานักเรียนไปดูนะครับ (คุณครูคณิตา) นี่ล่ะค่ะ นี่คือลักษณะของประกาศที่เป็นทางราชการนะคะ ก็คือประกาศที่เป็นทางการจะมี 5 หัวข้อด้วยกัน นักเรียนสามารถจดเพิ่มเติมไปได้นะคะ ทบทวนอีกครั้งค่ะ ประกาศที่เป็นทางการหรือหน่วยงานราชการใช้ 1. เลยก็คือจะมีชื่อหน่วยงาน 2. เรื่องที่ประกาศ 3. เนื้อความที่ประกาศ 4. วัน เดือน ปี ที่ประกาศ และสุดท้าย นั่นก็คือลงนามผู้ประกาศนั่นเองค่ะ จะมีทั้งหมด 5 ข้อนี้นะคะ ถึงจะเป็นประกาศทางราชการหรือเป็นประกาศที่เป็นทางการค่ะ แล้วประกาศที่ไม่เป็นทางการจะมีรูปแบบเป็นแบบไหนนะ มันก็จะมีรูปแบบที่แตกต่างกันไปค่ะ แต่แตกต่างกันเพียงเล็กน้อยนะคะ เดี๋ยวเราไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ ประกาศที่ไม่เป็นทางการ มักเป็นประกาศส่วนบุคคล อย่างเช่น ประกาศของหาย ประกาศตามหาสิ่งของต่าง ๆ นะคะ หรือว่าประกาศเชิญชวน โดยที่เรานี่จะเชิญชวนขึ้นบ้านใหม่ งานเลี้ยง งานบวช ก็ถือว่าเป็นประกาศไม่เป็นทางการค่ะ ต่อมาค่ะ มีแต่เนื้อหาที่สำคัญ ก็คือเรากล่าวถึงเนื้อหานั้น ๆ ว่าเนื้อหาที่ประกาศวัตถุประสงค์จุดประสงค์เนื้อหาคืออะไร เนื้อหานั้นอาจจะเป็นบ้านเลขที่ก็ได้ค่ะ เราจะต้องไปบ้านเลขที่ที่เท่าไร ถ้านักเรียนไม่บอกบ้านเลขที่ลงไปในเนื้อหาที่สำคัญจะเกิดอะไรขึ้นคะ จะเกิดอะไรขึ้นคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) หลงสิครับ ไปไม่ถูกน่ะ (คุณครูคณิตา) ไม่รู้ใช่ไหมคะ ถ้าเราไม่ใส่เลขที่บ้านให้ชัดเจนนะคะ ต่อมา เรามาดู บางครั้งมีเพียงจุดประสงค์ที่สำคัญประกาศสัตว์เลี้ยง สัตว์เลี้ยงทำไม สัตว์เลี้ยงหายค่ะ ประกาศตามหาสุนัข ประกาศตามหาแมว อย่างเดียวรู้เลยว่าเราต้องการประกาศถึงเรื่องอะไร นี่ก็คือเป็นประกาศเป็นจุดประสงค์เน้น ๆ เลย สุดท้ายค่ะ มีรายละเอียดตามความจำเป็นอย่างเช่นเมื่อกี้ที่คุณครูยกตัวอย่าง ก็คือจุดประสงค์สำคัญประกาศตามหาแมว ตามหาสุนัข แล้วเราก็เน้นแต่จุดสาระสำคัญ อย่างเช่น แมวมีลักษณะอย่างไร มีสายพันธุ์อะไร มีจุดเด่นตรงที่ใดบ้าง และหากพบเจอสามารถติดต่อได้ที่ใคร นี่ก็คือเป็นส่วนที่สำคัญเฉพาะเนื้อเน้น ๆ นะคะ มีอะไรจะเพิ่มเติมไหมคะ คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ประกาศในส่วนที่ว่าไม่เป็นทางการนี่ เขาก็จะบอกชัดเจนเลย บอกจุดประสงค์เพื่ออะไรครูคณิตา เห็นบอกรู้ปั๊บเลยไม่ต้องอ่าน ก็อย่างที่บอกนะครับ ก็จะประกอบด้วย อวัจนภาษาแล้วก็ภาษาที่มันสั้น กระชับ ชัดเจน อย่างเช่น ที่ครูได้ยกตัวอย่างให้หนู ๆ อย่างเช่น การขายที่ ขายบ้าน ขายรถ ขายเรือ มันจะต้องบอกรายละเอียดที่ชัดเจนสำคัญ แล้วมันจะเป็นการดึงดูดนะครับ ครูนี่เคยประกาศครั้งหนึ่งนะ ครูเคยประกาศวัวหายนะครับ ติดไว้หน้าบ้านเลย ก็จุดประสงค์ของครู คือ ตามหาวัว นักเรียนคิดว่าครูได้คืนไหม ก็ได้ แสดงว่าครูเขียนประกาศบรรลุวัตถุประสงค์ไหมแบบนี้ ใช่ครับ นี่คือการที่นำประกาศมาใช้ในชีวิตจริง ๆ ที่ประสบมาเลยนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมาค่ะ อ่านประกาศที่ไม่เป็นทางการ เป็นอย่างไรนะ เดี๋ยวเราไปดูกันเลยค่ะ ประกาศจะเป็นการเขียนแจ้งเรื่องให้ผู้อื่นทราบตามความต้องการของผู้ประกาศ โดยจะบอกความต้องการ จุดประสงค์ และให้รายละเอียดประกอบตามความจำเป็น เช่น ลักษณะเด่นชัดนั่นเองค่ะ นี่ก็คือประกาศที่ไม่เป็นทางการนะคะ อย่างที่บอก สั้น ๆ กระชับ ได้ใจความค่ะ และนี่คือตัวอย่างของประกาศที่ไม่เป็นทางการค่ะ นักเรียนคะ พิจารณาดูนะคะ น้อง... น้องแมวค่ะ ได้หายออกไปนะคะ ก็เลยตามหา ตามหาน้องนะคะ น้องมีสายพันธุ์เป็นอย่างไรบ้าง แมวพันธุ์ขาวมณีนะคะ อายุเท่าไรเอ่ย 2 ปี ชื่ออะไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ชื่อตัวน้อย (คุณครูคณิตา) น้องชื่อตัวน้อย ตัวน้อยได้หายไปนะคะ หากนักเรียนพบเจอตัวน้อยก็สามารถส่งข้อความแจ้งมาได้นะคะ ลักษณะพิเศษของน้องค่ะ อย่างที่บอก สั้น ๆ กระชับนะคะ น้องสีขาว ตาเป็นสี... สีอะไรเอ่ย สีฟ้าค่ะ และใส่ปลอกคอสีอะไร สีอะไรคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนสังเกตนะครับ ปลอกคอสีดำใช่ไหม ใส่ปลอกคอสีดำ แสดงไปนี่ใส่ปลอกคอไปใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ ก็ เด็ก ๆ ก็อาจจะทราบนะคะ เมื่อไหร่ที่ใส่ปลอกคอก็แสดงว่ามันมีเจ้าของเลี้ยงดูนะ ต่อมานะคะ หากผู้พบเห็นนะคะ หากพบเห็นแล้วทำอย่างไร กรุณาติดต่อครูบอมค่ะ โรงเรียนวังไกลกังวล ในราชูปถัมภ์ เบอร์โทร 020-000000 อาจจะโทร. ไม่ติด ไม่เป็นอะไร โทร. แค่ครั้งเดียวก็พอค่ะ นี่เป็นการอะไรคะ เป็นการประกาศตามหาค่ะ อาจจะประกาศตามหาน้องแมวก็ได้ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ คราวนี้เดี๋ยวเรามาวิเคราะห์ดูสิ ว่าดึงดูดใจให้เราค้นหาแมวให้เขาหรือไม่ ที่นักเรียนเคยเห็นนี่ ที่เขาประกาศหาพวกของหายนี่ เขาจะตั้งอะไรด้วยครูคณิตา (คุณครูปรเมษฐ) แต่นี่ไม่ได้ประกาศถ้าเห็นประกาศนี่ เป็นครูก็ไม่หาหรอก หาไปนี่ โทร. นี่ ก็ 08-xxxxx นี่เบอร์นี้มีไหม (คุณครูคณิตา) มันมีค่ะ แต่วิเคราะห์กันตรงประกาศตรงนี้เลย อันนี้ไม่มีนี่ ก็คือว่าประกาศนี้สมบูรณ์ไหมลูก ไม่สมบูรณ์นะ ถ้าใส่เบอร์ชัดเจนนี่ก็หาได้ทางการนะครับ อันนี้มาวิเคราะห์กันนะครับ ไปกันต่อ (คุณครูคณิตา) ค่ะ นี่ก็คือจุดประสงค์ นักเรียนสังเกตจำได้ไหมเอ่ย ว่าประกาศไม่เป็นทางการมี 4 ลักษณะด้วยกัน อย่างแรก ก็คือจุดประสงค์ ก็คือรายละเอียดสั้น ๆ คร่าว ๆ อย่างที่ 3. ภาพประกอบนะคะ และสุดท้ายนี่อาจจะมีละเอียดอื่น ๆ เพิ่มเติมเข้ามา ต่อมาค่ะ อ่านประกาศที่เป็นทางการเป็นอย่างไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ประกาศที่เป็นทางการก็จะเป็นข่าวสารทางราชการต่าง ๆ นะครับ ก็เป็นการสื่อสารข้อมูลจากหน่วยงานราชการ ไปถึงอาณาประชาราษฎรนะครับ บุคคลทั่วไปก็อาจจะทำประกาศที่เป็นทางการในรูปแบบต่าง ๆ ตามแบบของราชการนั่นเองนะครับ จุดมุ่งหมายของประกาศนี้นะ 1. ก็คืออ่านเพื่อรับทราบนะครับ 2. ก็คืออ่านแล้วนำไปปฏิบัติหรืออ่านเพื่อนำไปปฏิบัตินั่นเองครับ หลักการอ่านประกาศที่เป็นทางการนะครับ เดี๋ยวไปดูกันนะ ครูจะพานักเรียนนั้นไปดูประกาศของการอ่านประกาศที่เป็นทางการนะครับ เดี๋ยวไปกันเลยนะครับ อันดับแรก ประกาศนี่ประกาศมาเพื่ออะไร วัตถุประสงค์ของประกาศ ประกาศตั้งแต่เมื่อไหร่ อันนี้สำคัญนะ เราต้องใช้ วัน เดือน ปี เราต้องทราบถึง วัน เดือน ปี เพราะว่าประกาศทุกประกาศนี่ มันมีอายุของมันนะครับ ถ้าเกิดเราไม่รู้ วัน เดือน ปี ที่ประกาศนี่เราก็จะไม่รู้ว่าเราจะทำได้ถูกต้องในประกาศนั้น ๆ นะครับ ต่อไปผู้ประกาศคือใคร อันนี้คือสร้างความน่าเชื่อถือของหน่วยงานราชการ ก็คือหัวหน้าของราชการนะครับ ก็จะต้องลงนามกำกับมา เพื่อให้กับประชาชนนี่เขาได้รับรู้ว่าประกาศนี่มีหลักฐานมีผู้ยืนยันประกาศนั้นอย่างชัดเจนนะครับ ต่อไปครับ ประกาศจากที่ไหน หน่วยงานใดเป็นผู้ประกาศ ถ้านักเรียนเห็น สมมติโรงเรียนครูก็โรงเรียนวังไกลกังวลนะครับ ต่อไปครับ ข้อความในประกาศนี่บอกอะไร หมายถึงอะไร ก็คือต้องการที่จะให้เรานั้นปฏิบัติอย่างไร ก็เหมือนให้เราทำเพื่ออะไรนั่นล่ะครับ ต้องการสื่อสารอย่างไรกับเรา และเราสามารถปฏิบัติตามประกาศนั้น ๆ ได้อย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ หลังจากที่เราได้ทราบที่คุณครูปรเมษฐได้สรุปความรู้ให้นักเรียนแล้วใช่ไหมคะ เอ้ แล้วส่วนประกอบของประกาศที่เป็นทางการล่ะคะ มีอะไรบ้าง เด็ก ๆ ทราบไหมเอ่ย ตอบคุณครูปลายทางได้เลยนะคะ หลาย ๆ คนนี่ก็คงจะตอบคุณครูปลายทางเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนประกอบของประกาศที่เป็นทางการนี่มีอะไรบ้างคะ (คุณครูปรเมษฐ) จะต้องบอกชื่อของหน่วยงานที่ออกประกาศ นี่สิ่งสำคัญนะครับ ต้องมีชื่อของหน่วยงานมา ไม่เช่นนั้นแล้ว มันก็จะไม่น่าเชื่อถือ แล้วมันก็จะไม่เป็นทางการครับครูคณิตาครับ ต่อไปครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ 2. ก็คือเรื่องที่ประกาศค่ะ ก็คือเราจะประกาศเรื่องอะไร เราก็จะต้องเขียนชื่อเรื่องให้ชัดเจน เพื่อป้องกันการสื่อสารที่ผิดพลาดค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เนื้อความในประกาศอันนี้เป็นสิ่งสำคัญ เนื้อความ คือ สิ่งที่บอกว่าให้เรานั้นทำอย่างไรตามประกาศนั่นเอง (คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมาค่ะ ข้อที่ 4 นะคะ วัน เดือน ปี ที่ประกาศ วัน เดือน ปี ที่ประกาศเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะทำให้เราทราบว่าประกาศนั้นเป็นในอดีตหรือปัจจุบัน ทำให้เรานี่ได้ทราบนะคะ และอาจจะได้รู้ว่าเราควรจะปฏิบัติตนอย่างไรด้วย (คุณครูปรเมษฐ) สุดท้ายนี้สำคัญมาก ต้องลงนามผู้ประกาศ ครูนี่จะเน้นย้ำเสมอเลย ถ้าเกิดไม่มีส่วนนี้นี่มันจะทำให้ประกาศนั้นไม่น่าเชื่อถือ ลงนามชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ส่วนใครคือเจ้าของหรือหัวหน้าของหน่วยงานนั้น ๆ หรือผู้บริหารของหน่วยงานนั้น ๆ ก็จะเป็นผู้ลงนามมา ทำให้ประกาศมันน่าเชื่อถือ ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เรามีตัวอย่างประกาศด้วยใช่ไหม นี่ล่ะที่ผมบอกว่า เดี๋ยวจะให้ครูคณิตามาอธิบายตรงนี้ว่าประกาศทางราชการเป็นอย่าง(คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ อย่างแรกเลยนะคะ ประกาศทางราชการที่คุณครูบอกไว้แล้วนะคะ ก็คือจะมีอะไรเอ่ย ตราครุฑ นั่นเองค่ะ หรืออย่างที่ 2 นะคะ ก็จะมีชื่อหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงการลงนามด้วย แล้วประกาศนี้ล่ะ เราจะทราบได้อย่างไรว่าประกาศทางการ เดี๋ยวเรามาดูกันเลยดีกว่าค่ะ ว่ามีครบองค์ประกอบตามที่คุณครูได้บอกไปหรือเปล่า ได้บอกไปหรือเปล่านะคะ มาดูอย่างแรกเลย มีหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นหน่วยงานชื่อคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานนะครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ คืออะไร (คุณครูปรเมษฐ) คือ... เยี่ยมเลยครับ ชื่อเรื่องนั่นเองนะครับ อนุญาตให้ใช้สื่อในการเรียนรู้ในสถานศึกษานี่คือเรื่อง มันมาจากไหนนี่ คุ้น ๆ แล้วเด็ก ๆ เริ่มคุ้น (คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมานักเรียนคะ นักเรียนคิดว่าคืออะไร ง่ายมากเลยค่ะ นักเรียน ก็คือส่วนเนื้อความ หรือเนื้อหานั่นเองค่ะ เป็นการบอกรายละเอียดนะคะ และที่สำคัญนั่น ก็คือ วัน เดือน ปี ค่ะ เพื่อให้ทราบถึง... ถึงอะไรเอ่ย ถึงอะไรคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ให้ทราบถึงว่าประกาศนั่นนี่ประกาศใช้มาเมื่อไร และอายุการใช้ประกาศนั้น ๆ ไปมากน้อยสักเท่าไรนะครับ แต่อันนี้ประกาศแล้วใช้ยาวเลยนะครับ ต่อไปสุดท้าย ก็คือลงนามผู้ประกาศนะครับ ก็เป็นของเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ก็เป็นผู้ตรวจสอบและเป็นผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับการจัดทำหนังสือเล่มนี้นั่นเอง เป็นหนังสือของชั้น ป. อะไรนี่ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ชั้น ป. 5 ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นตัวอย่างนะครับ ก็คือสังเกตถ้ามีองค์ประกอบครบ ก็เป็นประกาศที่เป็นทางการนั่นเองค่ะ เอาล่ะค่ะ มาถึงช่วงที่นักเรียนรอคอยนะคะ คุณครูปรเมษฐคะ นักเรียนรอคอยที่จะทำงานอย่างสนุกสนานนั่นเองครับ ครูก็มีใบงานมาให้นักเรียนทำเช่นเดิมนะครับ ใบงานนี้มีชื่อเรื่องว่าอ่านประกาศ จะพาไปศึกษาครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ คุณครูปลายทางนะคะ ดูแลการทำงานของนักเรียน ให้คำแนะนำนักเรียนในขณะที่นักเรียนทำใบงานเรื่อง การอ่านประกาศ ซึ่งการอ่านประกาศนี่ ก็จะมีตัวอย่างหน้าตาเป็นแบบนี้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูได้ยกประกาศเรื่อง พายุมังคุดมาใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เสียหายหลายแห่งด้วยกันนะครับ ตั้งแต่ปี 2556 แต่มันเป็นประกาศที่เป็นทางการ เดี๋ยวให้นักเรียนได้ศึกษานะครับ ต่อมานี่ก็คือตอบคำถามจากการอ่านประกาศค่ะ เมื่อนักเรียนอ่านประกาศ ก็ให้นักเรียนนะคะ ตอบคำถามดังนี้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้จะบรรลุวัตถุประสงค์การตอบคำถามจากประกาศได้นั่นเองนะ พอนักเรียนอ่านประกาศเรียบร้อย ตอบคำถาม ก็ให้นักเรียนอ่านในเรื่องของการอ่านประกาศครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ พร้อมหรือยังคะ ถ้าพร้อมแล้ว เดี๋ยวเราไปทำใบงานกันเลยดีกว่าค่ะ [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ นักเรียนทำใบงานกันเสร็จแล้วหรือยังเอ่ย ถ้าเสร็จแล้วนะคะ ส่งคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ หรือคุณครูปลายทางนะคะ จะเฉลยคำตอบให้นักเรียนตรวจของตัวเองหรือสลับกันตรวจก็ได้ค่ะ แต่อย่าลืมเก็บใบงานเพื่อลงคะแนนด้วยนะคะ เอาล่ะค่ะ มาถึงช่วงเวลาสรุปบทเรียน เขียนองค์ความรู้ค่ะ คุณครูก็มีคำถามมาให้นักเรียนนะคะ การอ่านประกาศมีประโยชน์อย่างไร นักเรียนตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ มีประโยชน์อย่างไรต่อเรานะ คุณครูปรเมษฐคะ การอ่านประกาศมีประโยชน์อย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) มีประโยชน์กับชีวิตเรานะครับ เพราะว่าการอ่านประกาศนี่นะครับ มันจะทำให้เรานี่ ได้รับรู้ถึงข่าวสารที่เขาแจ้งเรานะครับ แล้วก็สามารถปฏิบัติตนเกี่ยวกับการอ่านเนื้อหาจากประกาศนั้น ๆ แล้วก็ทำให้เรานี่ได้ทราบข้อมูลโดยทั่วกันจากประกาศนั่นเองครับ เด็ก ๆ ครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เรามาดูคำถามข้อต่อไปกันเลยดีกว่าค่ะ นักเรียนนักเรียนสามารถนำความรู้เรื่อง การอ่านประกาศประเภทต่าง ๆ มาใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร ตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ จากการเรียนรู้เรื่องราวบทเรียนครั้งนี้ เราสามารถที่จะนำความรู้นี้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร อย่างที่บอกนะคะ การแสดงความคิดเห็น นักเรียนไม่ต้องกังวลนะคะ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างเป็นอิสระค่ะ คุณครูปรเมษฐคะ สามารถนำความรู้เรื่อง การอ่านประกาศไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไรบ้างคะ (คุณครูปรเมษฐ) เมื่อนักเรียนได้ศึกษาเรื่อง การอ่านประกาศแล้วนะครับ สิ่งที่นักเรียนศึกษาจะต้องใช้ได้จริงความสำเร็จใช่ไหมครูคณิตา เพราะฉะนั้น เด็ก ๆ จะได้รับรู้เรื่องราว รวมถึงข่าวสารต่าง ๆ ที่ปรากฏขึ้นในชีวิตประจำวันนะครับ เมื่อเรารับรู้แล้วก็ต้องเลือกที่จะปฏิบัติตามประกาศนั้น ๆ ได้อย่างถูกต้อง แล้วการดำเนินชีวิตก็จะประสบสุขผลสำเร็จครับ ครูคณิตานะ การอ่านประกาศต่าง ๆ นี่ก็จะทำให้เรานี่ได้ฝึกภาษา แล้วก็การพัฒนาทักษะการอ่านด้วยก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีและเป็นเรื่องที่นักเรียนควรกระทำและฝึกอ่านบ่อย ๆ ด้วยนะคะ เอาล่ะค่ะ บทเรียนครั้งถัดไป เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เราเรียนการอ่านประกาศไปแล้ว ความจริงต้องเขียนประกาศก่อน แต่ยกไว้ให้นะครับ ให้ไปศึกษาเอาเอง ครูจะให้หนู ๆ ได้ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องของการพูดนะครับ พูดอย่างไร เป็นการพูดโน้มน้าว คำนี้มันมีความหมายว่าอย่างไร เด็ก ๆ กลับไปวันนี้ไปตรวจสอบดูสิว่าการโน้มน้าว คำว่า "โน้มน้าว" นี่ มาศึกษกันในคาบต่อไป นักเรียนเตรียมตัวมาดังนี้นะครับ อะไรบ้าง ครูคณิา (คุณครูคณิตา) 1. ใบความรู้เรื่องหลักการพูดโน้มน้าวใจ 2. ใบงานเรื่อง การพูดโน้มน้าว ซึ่งข้อมูลนะคะ นักเรียนสามารถดาวน์โหลดได้ที่นี่เลยค่ะ เดี๋ยววันนี้นะคะ คุณครูคณิตาจะให้คุณครูปรเมษฐเป็นผู้กล่าวลานักเรียน กล่าวลานั่นเรียนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) กล่าวลาเลยหรือครับ จะฟังกันหรือยัง นี่ต้องกล่าวลาเป็นทางไหม (คุณครูคณิตา) ไม่จำเป็นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้ากล่าวลาเป็นทางการก็ ณ บัดนี้ จะได้ล่ำลานักเรียนไปแล้ว (คุณครูคณิตา) ขอแบบไม่เป็นทางการดีกว่าครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี] [เสียงดนตรี]