﻿1
00:00:07,323 --> 00:00:07,326

2
00:00:07,326 --> 00:00:11,326

3
00:00:11,412 --> 00:00:15,361

4
00:00:15,361 --> 00:00:19,361

5
00:00:19,397 --> 00:00:23,311

6
00:00:23,311 --> 00:00:27,301

7
00:00:27,301 --> 00:00:31,301

8
00:00:31,304 --> 00:00:35,304

9
00:00:35,310 --> 00:00:39,310
(คุณครูปรเมษฐ) ครูจะพานักเรียนไปศีกษาเรื่องการเขียนรายงาน

10
00:00:39,318 --> 00:00:43,304

11
00:00:43,304 --> 00:00:47,304

12
00:00:47,309 --> 00:00:51,309
ไปดูกันเลยดีกว่า จุดประสงค์การเรียนรู้

13
00:00:51,313 --> 00:00:55,313
ในวันนี้ครับ ครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ จุดประสงค์การเรียนรู็

14
00:00:55,340 --> 00:00:59,295
1.

15
00:00:59,295 --> 00:01:03,295
และดูได้ 2. พูดรายงานจากการฟัง

16
00:01:03,323 --> 00:01:07,323
และดูได้ค่ะ 3. มีมารยาทในการฟัง

17
00:01:07,324 --> 00:01:11,309
และการพูดค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ก็คือวัตถุประสงค์หรือ

18
00:01:11,309 --> 00:01:15,309
จุดประสงค์ 3 ข้อ

19
00:01:15,324 --> 00:01:19,311
ที่เด็ก ๆ จะต้องปฏิบัติได้ในชั่วโมงนี้ครับ

20
00:01:19,311 --> 00:01:23,311
ครูมีคำถามมาถามหนู ๆ นะครับ

21
00:01:23,315 --> 00:01:27,295
คำถามน่าคิด พินิจพิจารณา

22
00:01:27,295 --> 00:01:31,295
นักเรียนเคยพูดรายงานหรือไม่

23
00:01:31,326 --> 00:01:35,309
และถ้าเคยพูดนักเรียนมีวิธีการพูด

24
00:01:35,309 --> 00:01:39,304
รายงานอย่างไร ทบทวน

25
00:01:39,304 --> 00:01:43,304
ความรู้เดิมก่อน การพูดรายงานก็อย่างเช่น การที่ครู

26
00:01:43,345 --> 00:01:47,313
สอนนักเรียนนี่ ครูก็ใช้ทักษะการพูดรายงาน

27
00:01:47,313 --> 00:01:51,289
การที่นักเรียนนั้นรายงานหนาชั้นเรียน สรุปเคยหรือไม่เคยครับ

28
00:01:51,289 --> 00:01:55,289
ทุกคนเคยหมดเลย คราวนี้ครูถามวิธีการพูด

29
00:01:55,315 --> 00:01:59,297
นักเรียนลองตอบคำถามกับคุณครูปลายทางสิครับ

30
00:01:59,297 --> 00:02:03,283
ว่ามีวิธีการพูดอย่างไร

31
00:02:03,283 --> 00:02:07,283
(คุณครูคณิตา) ไม่ต้องยึดหลักการใช่ไหมคะคุณครูปรเมษฐ

32
00:02:07,292 --> 00:02:11,292
(คุณครูปรเมษฐ) ไม่ต้องยึดครับครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) แล้วก็นักเรียนคะ นักเรียนสามารถที่จะบอกวิธีการ

33
00:02:11,297 --> 00:02:15,292
หรือเทคนิคของตัวเองนะคะ ในการออกมาพูดรายงาน

34
00:02:15,292 --> 00:02:19,285
หน้าชั้นเรียนได้เลยค่ะ

35
00:02:19,285 --> 00:02:23,285
(คุณครูปรเมษฐ) คราวนี้ครูก็ต้องถามครูคณิตาบ้างสิครับ

36
00:02:23,294 --> 00:02:27,286
เพราะว่าครูคณิตาก็ต้องเคยผ่านการเป็นนักเรียน นักศึกษา

37
00:02:27,286 --> 00:02:31,286
แล้วก็อีกหลาย ๆ อย่างใช่ไหมในชีวิตนี่

38
00:02:31,306 --> 00:02:35,306
เพราะฉะนั้นนี่ เรื่องการพูดก็เป็นเรื่องสำคัญนะ

39
00:02:35,313 --> 00:02:39,294
เคยผ่านประสบการณ์แบบนี้แล้วมีวิธีการอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา)

40
00:02:39,294 --> 00:02:43,293
ค่ะ วิธีการของคุณครูนะคะ อาจจะไม่ได้อ้างอิง

41
00:02:43,293 --> 00:02:47,293
กับหลักการมากมายค่ะ ต้องอาศัยประสบการณ์นะคะ

42
00:02:47,338 --> 00:02:51,338
ในช่วงสมัยเด็กนี่ เราก็มีการพูดแบบตะกุกตะกักค่ะ

43
00:02:51,345 --> 00:02:55,307
ฉะนั้นนี่ พอเราโตขึ้นนี่ เราก็ต้องอาศัย

44
00:02:55,307 --> 00:02:59,307
เกี่ยวกับเรื่องสติและสมาธิ รวมถึง

45
00:02:59,310 --> 00:03:03,284
การฝึกฝนเพิ่มมากขึ้นค่ะ แล้วก็รวมไปถึงข้อ

46
00:03:03,284 --> 00:03:07,284
ชี้แนะต่าง ๆ นะคะ จากผู้ฟังนี่มาปรับปรุง

47
00:03:07,312 --> 00:03:11,286

48
00:03:11,286 --> 00:03:15,286
ทำให้การพูดของเรานี่ดีขึ้นนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ได้ฟังวิธีของครูคณิตาแล้ว ทำให้ครู

49
00:03:15,297 --> 00:03:19,290
เข้าใจเลยนะครับ ว่าหลาย ๆ คนแล้วจะต้องมีวิธี

50
00:03:19,290 --> 00:03:23,290
การที่มันไม่เหมือนกัน แต่จุดมุ่งหมายก็คือการ

51
00:03:23,301 --> 00:03:27,301
พูดรายงานแล้วประสบผลสำเร็จใช่ไหมครับ

52
00:03:27,305 --> 00:03:31,287
นักเรียนคิดว่านะ เมื่อถามว่า

53
00:03:31,287 --> 00:03:35,287

54
00:03:35,287 --> 00:03:39,287

55
00:03:39,311 --> 00:03:43,292

56
00:03:43,292 --> 00:03:47,292

57
00:03:47,298 --> 00:03:51,298

58
00:03:51,306 --> 00:03:55,306
เคยหรือไม่เคย เคยแน่นอน ให้นักเรียนลองแสดงความคิดเห็นให้กับเพื่อน ๆ

59
00:03:55,306 --> 00:03:59,306
ฟัง (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ

60
00:03:59,353 --> 00:04:03,353
การที่เราจะคิดได้ว่า

61
00:04:03,399 --> 00:04:07,325
ตนเองนี่พูดรายงานเป็นอย่างไรนี่ สิ่งแรกเลย

62
00:04:07,325 --> 00:04:11,292
น่ะ คุณครูปรเมษฐคะ เราจะให้เด็ก ๆ นี่ประเมินต

63
00:04:11,292 --> 00:04:15,290
นเองก่อน ย้อนกลับไปดูสิว่าช่วงที่เรา

64
00:04:15,290 --> 00:04:19,290
พูดรายงานหน้าชั้นเรียนนี่ เรามีพฤติกรรมอย่างไร

65
00:04:19,296 --> 00:04:23,296
เราแสดงกริยาท่าทางอย่างไรใช่ไหมคะคุณครูปรเมษฐ

66
00:04:23,297 --> 00:04:27,297
หลังจากนั้นนี่เราก็มาคิดดูสิว่า

67
00:04:27,298 --> 00:04:31,298
การกระทำในการพูดหน้าชั้นเรียนนั้นดีหรือไม่ดี

68
00:04:31,298 --> 00:04:35,289
แล้วก็หลังจากนั้นมาแสดงความคิดเห็นกัน

69
00:04:35,289 --> 00:04:39,289
นะคะ นี่คือเป็นแนวทางในการประเมินตนเอง

70
00:04:39,300 --> 00:04:43,300
(คุณครูปรเมษฐ) ครับ บางคนน่ะครูคณิตา ลูกศิษย์เรา

71
00:04:43,308 --> 00:04:47,284
นี่ เวลาให้ออกมาพูดรายงานนะ

72
00:04:47,284 --> 00:04:51,284
จะเกิดปฏิกิริยาบางสิ่งบางอย่าง เชื่อว่านักเรียนปลายทางก็เป็น

73
00:04:51,295 --> 00:04:55,294
เหมือนจะเป็นนักมวยหรืออะไรแบบนี้

74
00:04:55,294 --> 00:04:59,294
มัน เป็นอย่างไร เขาเรียกว่าอาการเป็นอย่างไร (คุณครูคณิตา)

75
00:04:59,310 --> 00:05:03,310
แล้วบางทีพูดแล้วมือสั่น แล้วบางทีพูดแล้ว

76
00:05:03,314 --> 00:05:07,294
ตานี่ลอกแลก ๆ อันนี้เป็นบุคลิกที่ดีไหม

77
00:05:07,294 --> 00:05:11,294
(คุณครูคณิตา) ไม่ดีค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วถ้าเกิดจะให้ดีนี่

78
00:05:11,316 --> 00:05:15,311
ลักษณะการยืน การอะไรต้องเป็นแบบไหนครับ (คุณครูคณิตา) ก็

79
00:05:15,311 --> 00:05:19,294
มันก็จะมีลักษณะการยืนหน้าชั้นเรียนที่ถูกต้อง

80
00:05:19,294 --> 00:05:23,294
นะคะ การใช้มือ การพูด น้ำเสียง

81
00:05:23,302 --> 00:05:27,301
สีหน้า แล้วก็รวมถึงสายตาด้วยนะคะ ก็จะมี

82
00:05:27,301 --> 00:05:31,301
หลักการต่าง ๆ มากมายนะคะ ที่จะทำให้การพูดรายงาน

83
00:05:31,321 --> 00:05:35,289
ของเรานี่ประสบความสำเร็จค่ะ แต่

84
00:05:35,289 --> 00:05:39,289
นักเรียนนี่ไม่ต้องกังวลใช่ไหมคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ)

85
00:05:39,337 --> 00:05:43,301
ไม่ต้องกังวลครับ เพราะไม่มีใครที่จะเก่งมาแต่ท้องพ่อท้อง

86
00:05:43,301 --> 00:05:47,286
แม่ ล้วนแต่จะต้องฝึกทั้งนั้น เพราะฉะนัั้น

87
00:05:47,286 --> 00:05:51,286
การฝึกฝน การฝึกฝนการปฏิบัติสิ่งต่าง ๆ นี่

88
00:05:51,306 --> 00:05:55,306
ก็เป็นสิ่งที่ดี และสามารถนำมาใช้

89
00:05:55,340 --> 00:05:59,288
ในชีวิตจริงได้นะครับ เพราะฉะนั้น

90
00:05:59,288 --> 00:06:03,288
ทุกส่งทุกอย่างนี่ เราจะต้องคำนึงถึงเรื่องมารยาท

91
00:06:03,293 --> 00:06:07,293
ไม่ว่าจะเป็นการฟัง การดู การอ่าน ทุก ๆ อย่างต้องมีมารยาท

92
00:06:07,319 --> 00:06:11,300
มากำกับทั้งหมดใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ อย่างที่บอกนะคะ เมื่อ

93
00:06:11,300 --> 00:06:15,291
มีผู้พูดก็จะต้องมีผู้ฟังใช่ไหมคะ เมื่อมีผู้

94
00:06:15,291 --> 00:06:19,291
ฟัง เราก็จะต้องมีผู้พูด ฉะนั้นนี่

95
00:06:19,329 --> 00:06:23,313
ทั้ง 2 ฝ่ายนี่ก็จะต้องมีมารยาทซึ่งกันและกัน (คุณครูปรเมษฐ)

96
00:06:23,313 --> 00:06:27,313
เดี๋ยวครูจะมีวีดิทัศน์นะครับ ให้นักเรียน

97
00:06:27,313 --> 00:06:31,304
ได้ดูนะครับ ซึ่งเป็นข่าวในพระราชสำนัก

98
00:06:31,304 --> 00:06:35,301
เมื่อวันอังคารที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ.

99
00:06:35,301 --> 00:06:39,297
2564 ตรงกับวันอะไรครับเด็ก ๆ

100
00:06:39,297 --> 00:06:43,293
ตอบคำถามครู เดี๋ยวครูจะไปบอกครูอาทิตย์ สีรุ้ง

101
00:06:43,293 --> 00:06:47,293
ถ้าเด็ก ๆ ตอบถูกนี่ เพราะมันเกี่ยวกับวิชา...

102
00:06:47,301 --> 00:06:51,301
(คุณครูคณิตา) สังคมค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) จะต้องรู้ วันที่ 4 พฤษภาคม

103
00:06:51,301 --> 00:06:47,301
ของทุกปีเป็นวันฉัตรมงคล หรือ ฉัตรมงคล

104
00:06:47,301 --> 00:06:51,301
(คุณครูคณิตา) สังคมค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) จะต้องรู้ วันที่ 4 พฤษภาคม

105
00:06:51,301 --> 00:06:55,287
ของทุกปีเป็นวันฉัตรมงคล หรือ ฉัตรมงคล

106
00:06:55,287 --> 00:06:59,287
นั่นเองนะครับ เดี๋ยวไปดูข่าวพระราชสำนัก แล้ว

107
00:06:59,295 --> 00:07:03,292
จับประเด็น ครูสอนเรื่องการพูดรายงาน

108
00:07:03,292 --> 00:07:07,288
เพราะฉะนั้นเด็ก ๆ คิดนะ ว่าควรจะจับประเด็นเรื่อ

109
00:07:07,288 --> 00:07:11,288
งจับประเด็นเรื่องอะไรบ้าง พร้อมแล้ว

110
00:07:11,288 --> 00:07:15,288
ตั้งใจดูครับ [เสียงดนตรี]

111
00:07:38,573 --> 00:07:36,392

112
00:07:15,306 --> 00:07:19,284

113
00:07:19,284 --> 00:07:23,284

114
00:07:23,284 --> 00:07:27,284

115
00:07:27,290 --> 00:07:31,283

116
00:07:31,283 --> 00:07:35,283

117
00:07:35,299 --> 00:07:39,290

118
00:07:39,290 --> 00:07:43,290

119
00:07:44,283 --> 00:07:48,283

120
00:07:48,304 --> 00:07:52,303

121
00:07:52,303 --> 00:07:56,298

122
00:07:56,298 --> 00:08:00,285

123
00:08:00,285 --> 00:08:04,285

124
00:08:04,296 --> 00:08:08,287
(คุณธีรวัฒน์) สวัสดีครับ

125
00:08:08,287 --> 00:08:12,285
พบกับ... การ

126
00:08:12,285 --> 00:08:16,285
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมราชีนี

127
00:08:16,313 --> 00:08:20,290
พระราชทานเครื่องผลิตออกซิเจนพร้อมอุปกรณ์

128
00:08:20,290 --> 00:08:24,290
สำหรับช่วยเหลือผู้ป่วยโรค COVID-19 สาธารณรัฐอิน

129
00:08:24,291 --> 00:08:28,291
เดีย วันนี้ที่อาคารโรงเก็บท่าอากาศยาน

130
00:08:28,292 --> 00:08:32,283
ฝูงบิน 601 กองบิน

131
00:08:32,283 --> 00:08:36,283
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราช ีน

132
00:08:36,290 --> 00:08:40,285
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้นาย

133
00:08:40,285 --> 00:08:44,285
จิรายุ ณ อยุธยา เชิญถุง

134
00:08:44,289 --> 00:08:48,289
ออกซิเจนพร้อมอุปกรณ์พระราชทาน

135
00:08:48,300 --> 00:08:52,300
เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินเดีย ประจำ

136
00:08:52,326 --> 00:08:56,308
ประเทศไทย สำหรับนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยโรค COVID-19 ประจำสาธารณรัฐ

137
00:08:56,308 --> 00:09:00,293
รัฐอินเดียประจำประเทศไทย ซึ่งสถาน

138
00:09:00,293 --> 00:09:04,290
เอกอัครราชทูตไทยเป็นการเร่งรัดให้กับทางอินเดีย

139
00:09:04,290 --> 00:09:08,290
โดยพระบาทสมเด็จะพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า

140
00:09:08,324 --> 00:09:12,290
พระราชทานพระราชทรัพส่วนประองค์

141
00:09:12,290 --> 00:09:16,290
ในการจัดหาเครื่องผลิตออกซิเจน

142
00:09:16,293 --> 00:09:20,293
เพื่อพระราชทานช่วยเหลือชาวอินเดียของสภาวะการแพร่ระบาดของโรค

143
00:09:20,302 --> 00:09:24,291
COVID-19 ซึ่งปัจจุบันอยู่ในภาวะวิกฤติ

144
00:09:24,291 --> 00:09:28,291
เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์

145
00:09:28,297 --> 00:09:32,297
รัฐบาลจึงเร่งจัดตั้งศูนย์ฉีดวัคซีน โดยเฉพาะในกรุงนิวเดลี

146
00:09:32,327 --> 00:09:36,284
ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด อีกทั้ง

147
00:09:36,284 --> 00:09:40,284
หลายประเทศได้ส่งความช่วยเหลือ เพื่อแก้ไขวิกฤติครั้งนี้

148
00:09:40,292 --> 00:09:44,292

149
00:09:44,297 --> 00:09:48,289
เนื่องในโอกาส

150
00:09:48,289 --> 00:09:52,289
วันฉัตรมงคล 4 พฤษภาคม 25

151
00:09:52,303 --> 00:09:56,303
64 ขอเสนอสารคดีเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ

152
00:09:56,304 --> 00:10:00,282
้าอยู่หัว [เสียงดนตรี]

153
00:10:00,282 --> 00:10:04,282

154
00:10:04,282 --> 00:10:08,282

155
00:10:08,287 --> 00:10:12,287
(บรรยาย) จากพระปฐมบรมราชโองการ

156
00:10:12,295 --> 00:10:16,289
ในการพระราชพิธีพระบรมราชาพิเษก

157
00:10:16,289 --> 00:10:20,289
ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2562 ว่า

158
00:10:20,289 --> 00:10:24,285
เราจะสืบสาร รักษาและต่อยอด จะครอง

159
00:10:24,285 --> 00:10:28,285
แผนดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแก่อาณาประชาราษ

160
00:10:28,329 --> 00:10:32,287
ต่อไป ซึ่งพระราชทานแก่ประชาชนและแผ่นดินไทย แสดงถึงปธิธาน

161
00:10:32,287 --> 00:10:36,285
ให้เห็นถึงพระราชปณิทานว่า

162
00:10:36,285 --> 00:10:40,285
ที่จะทรงงาน เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์และอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข

163
00:10:40,293 --> 00:10:44,293
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

164
00:10:44,300 --> 00:10:48,293
ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงเปี่ยมไปด้วยพระราชหฤทัย

165
00:10:48,293 --> 00:10:52,283
ใส่ ในพสกนิกรของพระองค์ คราวใดที่

166
00:10:52,283 --> 00:10:56,283
ทรงทราบถึงความทุกข์ยากเดือดร้อน จะทรงถือเอาเป็นพระราชภาระ

167
00:10:56,287 --> 00:11:00,287
ในการขจัดให้ทุกข์ร้อนเหล่านั้นได้เบาบางลง

168
00:11:00,287 --> 00:11:04,287
ดังปรากฏชัดยามที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส

169
00:11:04,312 --> 00:11:08,285
โคโรนา-2019 หรือ COVID-19

170
00:11:08,285 --> 00:11:12,284
ได้พระราชทานส่วนทรัพย์ของพระองค์

171
00:11:12,284 --> 00:11:16,284
ทูลเกล้า ทูลกระหม่อมถวาย

172
00:11:16,301 --> 00:11:20,301
อุปกรณ์ทางการแพทย์ อุปกรณ์เวชภัณฑ์

173
00:11:20,304 --> 00:11:24,289
การสร้างห้องตรวจเชื้อพระราชทาน และรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย ให้แก่

174
00:11:24,289 --> 00:11:28,284
ประชาชนในทุกพื้นที่ ในทุกชุมชนทั้งหลาย

175
00:11:28,284 --> 00:11:32,284
พระเมตตาแผ่ไปยังพสกนิกรทุกหมู่

176
00:11:32,305 --> 00:11:36,287
เหล่า แม้ผู้ต้องขังในเรือนจำ เพราะทุกคนล้วนเป็นประชาชน

177
00:11:36,287 --> 00:11:40,287
เมืื่อทุกคนได้รับการดูแลและมองเห็นคุณค่าในตัวเอง

178
00:11:40,292 --> 00:11:44,292
ย่อมเกิดประโยชน์แก่ตนเองและประเทศชาติ

179
00:11:44,302 --> 00:11:48,286
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชปณิธาน

180
00:11:48,286 --> 00:11:52,286
ในการบำเพ็จประโยชน์เพื่อส่วนรวม ทรงริเริ่มโครงการ

181
00:11:52,294 --> 00:11:56,287
จิตอาสาพระราชทานตามพระราชดำริขึ้น

182
00:11:56,287 --> 00:12:00,287
โดยเริ่มต้นจากเราทำความดีด้วยหัวใจ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ

183
00:12:00,289 --> 00:12:04,289
มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช

184
00:12:04,301 --> 00:12:08,285
บรมนาถบพิด และพระนางเจ้าสิริกิตสมเด็จ

185
00:12:08,285 --> 00:12:12,282
พระบรมราชนีนาถ

186
00:12:12,282 --> 00:12:16,282
ที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจ

187
00:12:16,296 --> 00:12:20,292
ของพระประชาชน และจิตอาสา เราทำความดี เพื่อชาติ

188
00:12:20,292 --> 00:12:24,287
ศาส กษัตริย์ ทำให้ประชาชนได้แสดงออกถึงความจงรัก

189
00:12:24,287 --> 00:12:28,287
ภักดี ร่วมแรงรวมใจเป็นหนึ่งเดียว

190
00:12:28,289 --> 00:12:32,288
ไม่หวังสิ่งตอบแทน ทั้งจิตรอาสา

191
00:12:32,288 --> 00:12:36,288
ภัยพิบัติและจิตอาสาเฉพาะกิจ

192
00:12:36,296 --> 00:12:40,285
เพื่อประโยชน์สุขของอาณาประชาราษฎร์

193
00:12:40,285 --> 00:12:44,283
ทรงสานต่อตาม

194
00:12:44,283 --> 00:12:48,283
มหาภูมิพลอดุลยเดช

195
00:12:48,305 --> 00:12:52,289
บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม

196
00:12:52,289 --> 00:12:56,289
ให้คณะองค์คมนตรีติดตามและขับเคลื่อนโครงการพระราชดำริในทุก

197
00:12:56,312 --> 00:13:00,312
ภาคของประเทศให้สมบูรณ์ตามศาสตร์พระราชา

198
00:13:00,312 --> 00:13:04,289
มาใช้ในการจัดการน้ำ

199
00:13:04,289 --> 00:13:08,284
มีความคืบหน้า บางโครงการแล้วเสร็จ ทำให้ราษฎร

200
00:13:08,284 --> 00:13:12,284
มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ได้รับประโยชน์ทางด้านแหล่งน้ำ

201
00:13:12,304 --> 00:13:16,304
เพื่อทำเกษตรในฤดูแล้ง การทำประมง เพื่อส่งเสริมอาชีพ

202
00:13:16,332 --> 00:13:20,307
และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งส่งเสริมอาชีพ เพื่อ

203
00:13:20,307 --> 00:13:24,304
สร้างรายได้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับไว้เป็น

204
00:13:24,304 --> 00:13:28,291
โครงการพระราชดำริ ทรงรับไว้ในโครงการพระราชดำริ

205
00:13:28,291 --> 00:13:32,291
และพระราชทานความช่วยเหลือโครงการที่ราษฎรฎีกาขอความช่วยเหลือตามที่ได้รับการ

206
00:13:32,297 --> 00:13:36,291
ขอพระราชทานความช่วยเหลือ โดยทรงตั้งมั่น

207
00:13:36,291 --> 00:13:40,291
ยึดเอาประโยชน์ คือ ความมั่นคงของประเทศชาติ

208
00:13:40,297 --> 00:13:44,289
และความภาสุขร่มเย็นของประชาชน

209
00:13:44,289 --> 00:13:48,289
ตามพระราชปณิทาน ตามพระราชโองการ

210
00:13:48,291 --> 00:13:52,291
ของพระ

211
00:13:52,291 --> 00:13:56,282
มหากษัตริย์ [เสียงดนตรี]

212
00:13:56,282 --> 00:14:00,282

213
00:14:00,307 --> 00:14:04,306
(คุณธีรวัฒน์) จบข่าวในพระราชสำนัก

214
00:14:04,306 --> 00:14:08,283
วันนี้นะครับ ผมธีรวัตร พุ่มทอง สวัสดีครับ

215
00:14:08,283 --> 00:14:12,283
[เสียงปรบมือ] (คุณครูคณิตา) ค่ะ ขอขอบคุณ

216
00:14:12,290 --> 00:14:16,283
สื่อวีดิทัศน์ เรื่อง ข่าวใน

217
00:14:16,283 --> 00:14:20,283
พระราชสำนัก วันอังคาร ที่ 4 พฤษภาคม

218
00:14:20,326 --> 00:14:24,297
2564 ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ ก็

219
00:14:24,297 --> 00:14:28,297
เป็นสิ่งที่นักเรียนนั่นควรที่จะได้รับรู้

220
00:14:28,299 --> 00:14:32,299
ได้ดูนะครับ ครูไม่ได้ให้ดูแต่ในเหตุการณ์

221
00:14:32,333 --> 00:14:36,293
ในข่าวพระราชสำนักอย่างเดียว

222
00:14:36,293 --> 00:14:40,282
อย่างที่บอกครูจะให้นักเรียนสังเกตอะไรลองทายสิ การพูด

223
00:14:40,282 --> 00:14:44,282
นั่นเองนะ การพูดมี 2 ส่วน คือ การพูดที่เป็นสารดคี

224
00:14:44,406 --> 00:14:48,406
ก็คือการพูดรายงาน แล้วก็ช่วง

225
00:14:48,416 --> 00:14:52,416
ที่เป็นการรายงานข่าว ก็คือการพูดอะไรครับครู

226
00:14:52,473 --> 00:14:56,361
คณิตา (คุณครูคณิตา) ก็จะเป็นการพูดรายงานเช่นกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียน

227
00:14:56,361 --> 00:15:00,286
สังเกตเห็นไหมครับ ว่าการใช้ภาษา การ

228
00:15:00,286 --> 00:15:04,286
พูดนี่มันการทิ้งจังหวะการอะไรนี่ มันเป็นอะไร

229
00:15:04,300 --> 00:15:08,287
ที่สละสลวยน่าฟัง

230
00:15:08,287 --> 00:15:12,287
รายงานให้เราฟังได้ใช่ไหมครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

231
00:15:12,299 --> 00:15:16,282
ครูมีคำถามมาถามนักเรียนนะครับ

232
00:15:16,282 --> 00:15:20,282
เพราะเหตุใดผู้รายงานข่าวจึงใช้

233
00:15:20,282 --> 00:15:24,282
ภาษาและสรรพนามแทนบุคคลในข่าวที่

234
00:15:24,284 --> 00:15:28,284
แตกต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น การกล่าว

235
00:15:28,292 --> 00:15:32,286
ถึงพระมหากษัตริย์ การกล่าวถึงสามัญชนคนธรรมดา

236
00:15:32,286 --> 00:15:36,285
การกล่าวถึงพระสงฆ์ นักเรียนเคยเกิดข้อ

237
00:15:36,285 --> 00:15:40,284
สงสัยนี้ไหม ไหนลองตอบ

238
00:15:40,284 --> 00:15:44,284
ให้คุณครูปลายทางฟังสิ ว่าทำไมล่ะถึงแตกต่างกัน

239
00:15:44,292 --> 00:15:48,292
แล้วเดี๋ยวคุณครูคณิตาจะรวบรวมคำตอบของหนู ๆ ทุกคน

240
00:15:48,304 --> 00:15:52,304
มาสรุปอีกครั้งหนึ่งดีไหมครับ ตอบคำถาม

241
00:15:52,307 --> 00:15:56,303
(คุณครูคณิตา) ค่ะ ในระหว่างที่เด็ก ๆ นะคะ ได้ตอบคตำถามนี่

242
00:15:56,303 --> 00:16:00,286
คุณครูนี่ในสมัยเด็กนี่คุณครูก็สงสัย

243
00:16:00,286 --> 00:16:04,285
เหมือนกัน ว่าทำไมเขาถึงใช้สรรพนามที่แตกต่าง

244
00:16:04,285 --> 00:16:08,285
นะคะคุณครูปรเมษฐ คุณครูปรเมษฐเคยดูข่าวไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ดูครับ

245
00:16:08,287 --> 00:16:12,287
(คุณครูคณิตา) ค่ะ แล้วในสมัยเด็ก ๆ หรือในปัจจุบันนี่ ก็ยังเกิดข้อสงส

246
00:16:12,288 --> 00:16:16,287
ัยบ้างไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) เกิดข้อสงสัย

247
00:16:16,287 --> 00:16:20,287
เรื่องคำถามนี้ล่ะ ครูจึงมาถามนักเรียนนี่ ว่าทำไม

248
00:16:20,287 --> 00:16:24,284
ต่างกัน เพราะอะไร ครูคณิตาช่วยไขข้อข้องใจ

249
00:16:24,284 --> 00:16:28,284
ให้ข้องใจได้ไหมครับ เอ้ย ไขข้อสงสัย

250
00:16:28,290 --> 00:16:32,282
เอาล่ะค่ะ นักเรียน นักเรียนคะ

251
00:16:32,282 --> 00:16:36,282
นักเรียนสงสัยหรือเปล่า แล้วนักเรียนหาคำตอบได้หรือเปล่าคะ

252
00:16:36,286 --> 00:16:40,286
จากการดูวีดิทัศน์ครั้งนี้

253
00:16:40,287 --> 00:16:44,285
ตอบได้ไหมเอ่ย ตอบได้ไหมคะ

254
00:16:44,285 --> 00:16:48,285
นักเรียนคงตอบเป็นที่เรียบร้อย

255
00:16:48,288 --> 00:16:52,288
แล้วนะคะ อย่างแรกเลย ทำไมเขาถึง

256
00:16:52,293 --> 00:16:56,288
ใช้ศัพนามที่แตกต่างกัน

257
00:16:56,288 --> 00:17:00,288
นักเรียนจำได้ไหมว่าเราเรียนเกี่ยวกับเรื่องสรรพนามไป สรรพนาม

258
00:17:00,298 --> 00:17:04,298
มีอยู่หลายประเภทด้วยกันใช่ไหมคะ ไม่ว่าจะเป็น

259
00:17:04,313 --> 00:17:08,287
ตัวบุรุษที่ 1, บุรุษที่ 2

260
00:17:08,287 --> 00:17:12,287
, หรือบุรุษที่ 3 ก็จะมีการใช้คำที่

261
00:17:12,299 --> 00:17:16,299
แตกต่างกันไป คราวนี้เรื่องการรายงานข่าวนี่

262
00:17:16,303 --> 00:17:20,288
มันไม่ได้แนะนำ

263
00:17:20,288 --> 00:17:24,288
มาใช้ในการพูดรายงานเพียงอย่างเดียวนะคะครูปรเมษฐ

264
00:17:24,296 --> 00:17:28,296
เราจะต้องใช้อะไรด้วย ในชีวิตประจำวัน

265
00:17:28,304 --> 00:17:32,294
นักเรียนเคยสงสัยไหมคะ ทำไมเวลาเราพูดกับผู้ให

266
00:17:32,294 --> 00:17:36,294
ญ่ ทำไมเวลาเราพูดกับเพื่อน ๆ ทำไมเวลาเราพูด

267
00:17:36,294 --> 00:17:40,285
กับพ่อแม่ เราถึงใช้ภาษาหรือ

268
00:17:40,285 --> 00:17:44,280
คำพูดที่แตกต่างกัน เพราะอะไรเอ่ย

269
00:17:44,280 --> 00:17:48,280
เพราะอะไรคะ อะไรนะ

270
00:17:48,289 --> 00:17:52,289
เสียงกระซิบ

271
00:17:52,293 --> 00:17:56,293
เบามากเลยค่ะ เดี๋ยวคุณครูนะคะ จะเป็นผู้

272
00:17:56,301 --> 00:18:00,292
บอกให้นะคะ ว่าสิ่งนั้นก็คือ

273
00:18:00,292 --> 00:18:04,288
ระดับภาษานั่นเองนะ การใช้ระดับภาษา

274
00:18:04,288 --> 00:18:08,288
รวมกับการนำสรรพนามนี่มาใช้นี่

275
00:18:08,296 --> 00:18:12,287
ก็จะทำให้การพูดรายงานนี่สมบูรณ์

276
00:18:12,287 --> 00:18:16,287
มากขึ้น แต่อาจจะไม่สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์นะคะ เพราะว่ามันจะต้องรวม

277
00:18:16,301 --> 00:18:20,301
ถึงกิริยาท่าทางด้วย รวมถึง

278
00:18:20,316 --> 00:18:24,295
การใช้เสียงและการเว้นวรรคด้วยใช่ไหมคะ

279
00:18:24,295 --> 00:18:28,295
คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ การที่ครู

280
00:18:28,317 --> 00:18:32,305
สอนให้พวกหนูนั้นพูดรายงานนี่ ครูก็สอนได้แค่หลักการ

281
00:18:32,305 --> 00:18:36,305
แต่สิ่งที่มันจะเกิดการพูดขึ้นมาได้นั้น มันอยู่ที่ตัว

282
00:18:36,323 --> 00:18:40,286
นักเรียนเอง เรื่องการฝึก การปฏิบัตินั่นล่ะครับ

283
00:18:40,286 --> 00:18:44,286
มันคือสิ่งที่จะเกิดขึ้นใช่ไหมครับ ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ

284
00:18:44,304 --> 00:18:48,304
(คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้น เดี๋ยวเราไปทำกิจกรรมนี้

285
00:18:48,315 --> 00:18:52,309
ครับ ครูจะให้นักเรียนออกมาทำกิจกรรม

286
00:18:52,309 --> 00:18:56,289
พูดรายงาน กิจกรรมนี้มีชื่อว่า อาสาน่ารัก...

287
00:18:56,289 --> 00:19:00,283
สมัครพูดรายงาน เรื่อง การใช้ภาษา

288
00:19:00,283 --> 00:19:04,283
ของผู้รายงานข่าว นักเรียนครับ ใคร

289
00:19:04,301 --> 00:19:08,290
ที่คิดว่าตัวเองน่ารัก เป็นผู้กล้าของชั้นเรียน

290
00:19:08,290 --> 00:19:12,284
ออกมาพูดรายงานเรื่องการใช้ภาษา

291
00:19:12,284 --> 00:19:16,284
ของผู้รายงานข่าวครับ มาบอกสิว่า

292
00:19:16,294 --> 00:19:20,294
ลักษณะของผู้รายงานข่าวพูดอย่างไร การใช้ภาษาเป็นอย่างไร

293
00:19:20,312 --> 00:19:24,307
(คุณครูคณิตา) ให้เด็ก ๆ นี่

294
00:19:24,307 --> 00:19:28,303
ก่อนดีไหมคะ สัก 2 นาทีหลังจากนั้น

295
00:19:28,303 --> 00:19:32,299
อาสา แล้วก็ออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน พูดหน้าชั้นเรียน

296
00:19:32,299 --> 00:19:36,293
อีก 3 นาที เป็น 5 นาทีได้ไหมคะ เพราะว่าเด็ก ๆ นี่

297
00:19:36,293 --> 00:19:40,285
อาจจะยังรู้สึกประหม่าอยู่

298
00:19:40,285 --> 00:19:44,285
คำพูดนะคะ จะได้เรียบเรียงคำพูดนะคะ แล้วมีการใช้ถ้อยคำ การพูด

299
00:19:44,286 --> 00:19:48,286
ถ้าเราให้เวลาน้อยไปนี่ จะทำให้นักเรียนนี่

300
00:19:48,313 --> 00:19:52,289
เตรียมตัวหรือเลือกใช้คำนี่ อาจจะรู้

301
00:19:52,289 --> 00:19:56,289
สึกว่า อาจจะมีการตะกุกตะกัก มี

302
00:19:56,301 --> 00:20:00,301
การพูดที่ประหม่า ตื่นเต้น เพราะว่าอาจจะหรือจำเนื้อหา

303
00:20:00,306 --> 00:20:04,288
หรือสิ่งต่าง ๆ นี่ยังไม่ได้ เพราะฉะนั้นนี่ เรา

304
00:20:04,288 --> 00:20:08,288
ให้เวลาเพิ่มมากขึ้นดีไหมคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ได้ครับ

305
00:20:08,288 --> 00:20:12,288
เพราะฉะนั้น ก็ต้องฝากคุณครูปลายทางนะครับ

306
00:20:12,296 --> 00:20:16,283
ช่วยดูแลลูกศิษย์นะ

307
00:20:16,283 --> 00:20:20,283
เรื่องการพูด คุณครูก็แนะนำเรื่องผมไม่สามารถสอนได้ อย่างเช่น เรื่องการยืน

308
00:20:20,301 --> 00:20:24,292
การบุคลิกต่าง ๆ ที่เด็ก ๆ ต้องปฏิบัติ

309
00:20:24,292 --> 00:20:28,286
ผมก็ต้องรบกวนคุณครูปลายทางนะครับ

310
00:20:28,286 --> 00:20:32,286
(คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ คุณครูปลายทางคะ ดูแล้ว

311
00:20:32,292 --> 00:20:36,292
แนะนำนักเรียนด้วยนะคะ ว่าวิธีการยืน วิธี

312
00:20:36,294 --> 00:20:40,294
พูดนี่ที่ถูกต้องเป็นอย่างไร สามารถ

313
00:20:40,298 --> 00:20:44,298
ที่จะให้ข้อชี้แนะแกนักเรียน เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาการพูดของให้นักเรียน

314
00:20:44,306 --> 00:20:48,283
ให้ดีขึ้นค่ะ

315
00:20:48,283 --> 00:20:52,283
เอาล่ะค่ะ ถึงเวลาที่ให้นักเรียนได้ทำกิจกรรมแล้วใช่ไหมคะ

316
00:20:52,304 --> 00:20:56,288
[เสียงดนตรี]

317
00:20:56,288 --> 00:21:00,288

318
00:21:00,290 --> 00:21:04,290

319
00:21:04,291 --> 00:21:08,291

320
00:21:08,300 --> 00:21:12,284

321
00:21:12,284 --> 00:21:16,284

322
00:21:16,293 --> 00:21:20,293

323
00:21:20,300 --> 00:21:24,300

324
00:21:24,339 --> 00:21:28,282

325
00:21:28,282 --> 00:21:32,282

326
00:21:32,303 --> 00:21:36,283

327
00:21:36,283 --> 00:21:40,283

328
00:21:40,287 --> 00:21:44,287

329
00:21:44,289 --> 00:21:48,282

330
00:21:48,282 --> 00:21:52,282

331
00:21:52,285 --> 00:21:56,284

332
00:21:56,284 --> 00:22:00,284

333
00:22:00,286 --> 00:22:04,286

334
00:22:04,289 --> 00:22:08,289

335
00:22:08,311 --> 00:22:12,290

336
00:22:12,290 --> 00:22:16,290

337
00:22:16,297 --> 00:22:20,289

338
00:22:20,289 --> 00:22:24,289

339
00:22:24,301 --> 00:22:28,297

340
00:22:28,297 --> 00:22:32,283

341
00:22:32,283 --> 00:22:36,283

342
00:22:36,285 --> 00:22:40,285

343
00:22:40,289 --> 00:22:44,284

344
00:22:44,284 --> 00:22:48,284

345
00:22:48,294 --> 00:22:52,294

346
00:22:52,295 --> 00:22:56,285

347
00:22:56,285 --> 00:23:00,285

348
00:23:00,289 --> 00:23:04,282

349
00:23:04,282 --> 00:23:08,282

350
00:23:08,283 --> 00:23:12,283

351
00:23:12,293 --> 00:23:16,293

352
00:23:16,304 --> 00:23:20,304

353
00:23:20,314 --> 00:23:24,293

354
00:23:24,293 --> 00:23:28,283

355
00:23:28,283 --> 00:23:32,283

356
00:23:32,289 --> 00:23:36,285

357
00:23:36,285 --> 00:23:40,285

358
00:23:40,293 --> 00:23:44,292

359
00:23:44,292 --> 00:23:48,286

360
00:23:48,286 --> 00:23:52,283

361
00:23:52,283 --> 00:23:56,283

362
00:23:56,289 --> 00:24:00,282

363
00:24:00,282 --> 00:24:04,282

364
00:24:04,291 --> 00:24:08,282

365
00:24:08,282 --> 00:24:12,282

366
00:24:12,283 --> 00:24:16,282

367
00:24:16,282 --> 00:24:20,282

368
00:24:20,294 --> 00:24:24,289

369
00:24:24,289 --> 00:24:28,289

370
00:24:28,296 --> 00:24:32,283

371
00:24:32,283 --> 00:24:36,283

372
00:24:36,287 --> 00:24:40,287

373
00:24:40,288 --> 00:24:44,287

374
00:24:44,287 --> 00:24:48,285

375
00:24:48,285 --> 00:24:52,285

376
00:24:52,289 --> 00:24:56,285

377
00:24:56,285 --> 00:25:00,283

378
00:25:00,283 --> 00:25:04,283

379
00:25:04,283 --> 00:25:08,282

380
00:25:08,282 --> 00:25:12,282

381
00:25:12,284 --> 00:25:16,284

382
00:25:16,291 --> 00:25:20,291

383
00:25:20,296 --> 00:25:24,282

384
00:25:24,282 --> 00:25:28,282

385
00:25:28,289 --> 00:25:32,287

386
00:25:32,287 --> 00:25:36,287

387
00:25:36,295 --> 00:25:40,286

388
00:25:40,286 --> 00:25:44,286

389
00:25:44,290 --> 00:25:48,290

390
00:25:48,292 --> 00:25:52,292

391
00:25:52,299 --> 00:25:56,297

392
00:25:56,297 --> 00:26:00,293
[เสียงปรบมือ]

393
00:26:00,293 --> 00:26:04,289
(คุณครูปรเมษฐ) เก่งมากเลยครับ ลูกศิษย์ที่น่ารัก

394
00:26:04,289 --> 00:26:08,289
ที่ออกมาพูดรายงานเรื่อง การใช้ภาษาของผู้รายงานข่าวนะครับ

395
00:26:08,293 --> 00:26:12,290
เยี่ยม ครู

396
00:26:12,290 --> 00:26:16,290
มีคำถามมาถามต่อจากที่นักเรียนพูดนะครับ

397
00:26:16,301 --> 00:26:20,290
การสังเกตการใช้ภาษาของสื่อต่าง ๆ

398
00:26:20,290 --> 00:26:24,290
ถือเป็นการจับผิดสื่อหรือไม่ เพราะเหตุใด

399
00:26:24,297 --> 00:26:28,297
ที่เราดูแล้วเรานำมา เราดูแล้วเเรานำมา

400
00:26:28,307 --> 00:26:32,291
... เพื่อที่เราจะนำมาปรับในชีวิตมันเป็นการจับผิด

401
00:26:32,291 --> 00:26:36,291
หรือไม่ เด็ก ๆ ลองตอบสิครับ

402
00:26:36,296 --> 00:26:40,296
หลายคำตอบเลยนะ เป็นบ้างไม่เป็นบ้าง แสดงว่า

403
00:26:40,310 --> 00:26:44,302
นักเรียนคิดได้หลายทางนะครับ เดี๋ยวคุณครูคณิตา

404
00:26:44,302 --> 00:26:48,291
จะลองสรุปให้นักเรียนฟัง (คุณครูคณิตา) อย่างแรกเลยนะคะ

405
00:26:48,291 --> 00:26:52,286
อย่างที่บอกค่ะ เราเคยพูดเกี่ยวกับการแสดงความคิ

406
00:26:52,286 --> 00:26:56,283
ดเห็นไปแล้วใช่ไหมนักเรียน ใช่ไหมเอ่ย

407
00:26:56,283 --> 00:27:00,283
ใช่แล้วค่ะ แล้วคุณครูคณิตาและคุณครูปรเมษฐบอก

408
00:27:00,287 --> 00:27:04,287
ว่าอย่างไรคะ เกี่ยวกับเรื่องแสดงความคิดเห็น

409
00:27:04,288 --> 00:27:08,285
บอกว่าอย่างไรนะ ใช่ค่ะ

410
00:27:08,285 --> 00:27:12,285
การแสดงความคิดเห็นไม่มีผิด

411
00:27:12,298 --> 00:27:16,286
ไม่มีถูกนะคะ ขึ้นอยู่กับมุมมองและ

412
00:27:16,286 --> 00:27:20,286
ประสบการณ์ของเราค่ะ ฉะนั้นนี่ คุณครูนี่ก็จะ

413
00:27:20,303 --> 00:27:24,290
สรุปว่าคำถามนี้ตอบได้ 2 รูปแบบนะคะ

414
00:27:24,290 --> 00:27:28,290
รูปแบบแรก การสังเกตการใช้ภาษา

415
00:27:28,324 --> 00:27:32,302
ของสื่อต่าง ๆ นี่ เป็นการจับผิดสื่อหรือไม่

416
00:27:32,302 --> 00:27:36,289
คุณครูก็จะตอบว่าไม่ เพราะเหตุใด เพราะการ

417
00:27:36,289 --> 00:27:40,289
สังเกตการใช้ภาษาก็ถือว่าเป็นการเรียนรู้อย่างหนึ่ง

418
00:27:40,291 --> 00:27:44,287
หากมีการใช้ภาษาผิด เราก็

419
00:27:44,287 --> 00:27:48,287
นำสิ่งผิดพลาดเหล่านั้นมาปรับให้ถูกต้อง

420
00:27:48,297 --> 00:27:52,297
แล้วนำไปใช้ต่อ โดย

421
00:27:52,314 --> 00:27:56,286
จับผิดให้กลายเป็นถูกต้องเพิ่มมากขึ้นนั่นเองใช่ไหมคะ

422
00:27:56,286 --> 00:28:00,286
คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) ก็ถือว่ามันไม่ได้เป็นการจับผิดนะคะ

423
00:28:00,297 --> 00:28:04,297
แต่อีกส่วนหนึ่งบอกว่า

424
00:28:04,306 --> 00:28:08,287
เป็นการจับผิดสื่อ

425
00:28:08,287 --> 00:28:12,287
จับผิดสื่อ จับผิดสื่อนะคะ

426
00:28:12,323 --> 00:28:16,285
จับผิดสื่อถ้าเราจับผิดนี่มันก็เชิงความหมายทางลบใช่ไหมคะ มนุษย์เรา

427
00:28:16,285 --> 00:28:20,285
ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ

428
00:28:20,288 --> 00:28:24,288
มนุษย์เราสามารถที่จะทำผิดพลาดได้

429
00:28:24,299 --> 00:28:28,299
ขึ้นอยู่กับว่ามุมมองของบุคคลนั้นนี่

430
00:28:28,302 --> 00:28:32,292
เขามองอย่างไรนะคะ รวมถึงนักเรียนนี่

431
00:28:32,292 --> 00:28:36,291
จะตัดสินเขาอย่างไร จะติดสินแค่เปลือกนอก

432
00:28:36,291 --> 00:28:40,291
ในสิ่งที่เขาทำผิดพลาด หรือนักเรียนจะมอง

433
00:28:40,292 --> 00:28:44,289
ลึกลงไปถึงปัญหา ว่าเพราะเหตุใดเขาถึงทำ

434
00:28:44,289 --> 00:28:48,289
ผิดพลาด อันนี้คุณครูก็สอนไว้นะคะ ว่าการที่เราจะตัดสิน

435
00:28:48,307 --> 00:28:52,287
คนบางคน หรือตัดสินอะไร

436
00:28:52,287 --> 00:28:56,287
อย่างใดอย่างหนึ่งนี่ เราไม่ควรมองเพียงแค่ตาเปล่า

437
00:28:56,299 --> 00:29:00,286
แต่เราจะต้องมองให้ลึกในปัญหาที่เขาเจอ

438
00:29:00,286 --> 00:29:04,286
ในสิ่งที่เขาเจอ เราอย่าตัดสินด้วยอารมณ์

439
00:29:04,289 --> 00:29:08,289
อย่าตัดสินด้วยความรู้สึก แต่เราจงตัดสิน

440
00:29:08,294 --> 00:29:12,287
เขาด้วยเหตุผลค่ะ อันนี้ก็คือฝากไว้ให้คิดนะคะ

441
00:29:12,287 --> 00:29:16,287
อย่างที่บอกค่ะ ย้อนกลับมาค่ะ นอกเรื่องไปนะคะ

442
00:29:16,310 --> 00:29:20,287
เกี่ยวกับเรื่องการจับผิดสื่อ นักเรียนคะ

443
00:29:20,287 --> 00:29:24,287
ถ้าเรื่องการจับผิดสื่อนี่ คุณครูก็... ถ้าพูดถึงเรื่องการจับผิด

444
00:29:24,292 --> 00:29:28,288
นะคะ คุณครูปรเมษฐเคยเห็น

445
00:29:28,288 --> 00:29:32,288
ข่าวไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) เคยครับ (คุณครูคณิตา) เด็ก

446
00:29:32,313 --> 00:29:36,286
... ไม่ใช่เด็กสิ แมวคลอดลูก

447
00:29:36,286 --> 00:29:40,286
9 ตัว คลอดใช้กับอะไรคะนักเรียน

448
00:29:40,288 --> 00:29:44,284
แมวคลอดลูก

449
00:29:44,284 --> 00:29:48,284
สุนัขคลอดลูก นักเรียนคะ กับสัตว์นี่

450
00:29:48,284 --> 00:29:52,284
เราจะไม่ใช้คำว่า "คลอด" นะคะ แต่ในปัจจุบัน

451
00:29:52,308 --> 00:29:56,295
สื่อต่าง ๆ นี่ ใช้คำว่าอะไรอยู่

452
00:29:56,295 --> 00:30:00,295
เป็นสัตว์เราจะใช้คำว่า "ออกลูก", "

453
00:30:00,319 --> 00:30:04,301
เกิดลูก" หรือสิ่งต่าง ๆ ที่เราไม่ได้เรียกว่า

454
00:30:04,301 --> 00:30:08,288
การคลอดลูกนั่นเอง นี่ก็มองนะคะ

455
00:30:08,288 --> 00:30:12,288
เรามองได้มุมมอง 2 รูปแบบนะ อย่างแรกเลย

456
00:30:12,290 --> 00:30:16,290
เรามองว่าไม่เป็นการจับผิด ก็คือเรานำสิ่งเหล่านี้

457
00:30:16,294 --> 00:30:20,294
มาสืบค้นมาค้นหาแล้วเรียนรู้กับสิ่งเรานั้น

458
00:30:20,295 --> 00:30:24,295
เรามองว่าเป็นการจับผิด จับผิดแล้วได้อะไร

459
00:30:24,301 --> 00:30:28,291
ขึ้นมา การที่เราจับผิดคน ๆ หนึ่งน่ะค่ะ

460
00:30:28,291 --> 00:30:32,290
คุณครูปรเมษฐเราได้อะไรไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ)

461
00:30:32,290 --> 00:30:36,290
มันต้องได้สิครับ การที่เราจับผิดนี่เพื่อ

462
00:30:36,307 --> 00:30:40,305
ให้มันเกิดผลขึ้นมา โดยการที่จับผิดเขามาแล้ว

463
00:30:40,305 --> 00:30:44,305
จะบอกเขาอย่างไรได้บ้าง จะบอกเขาอย่างไรได้บ้าง มันก็เป็นการพัฒนานะ

464
00:30:44,317 --> 00:30:48,306
การที่เราจับผิดนี่ คือ การสร้าง ก่อให้เกิด

465
00:30:48,306 --> 00:30:52,299
การพัฒนานะผมคิดว่า (คุณครูคณิตา) ค่ะ แต่การจับผิดนี่

466
00:30:52,299 --> 00:30:56,299
ก็ถือว่าเป็นความหมายเชิงทางลบนะคะ ทางที่ดี

467
00:30:56,302 --> 00:31:00,287
เราเรียกว่าการชี้แนะและการให้

468
00:31:00,287 --> 00:31:04,287
คำแนะนำเพื่อที่จะนำคำเหล่านี้ไปปรับใช้ให้ถูกต้อง

469
00:31:05,288 --> 00:31:09,288
ดีกว่านะคะ อันนี้ก็เป็นการบอกไว้ใช่ไหมคะครูปรเมษฐ

470
00:31:09,288 --> 00:31:13,288
(คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ คราวนี้ล่ะคะ คุณครูปรเมษฐมีกิจกรรมอะไรมาคะ

471
00:31:13,306 --> 00:31:17,289
(คุณครูปรเมษฐ) วันนี้ครูก็มีกิจกรรมนะครับ ให้นักเรียนได้ศึกษา

472
00:31:17,289 --> 00:31:21,286
ใบความรู้นะครับ เรื่อง การพูดรายงานและ

473
00:31:21,286 --> 00:31:25,285
มารยาทในการฟัง ดู พูด นะครับ ให้นักเรียนศึกษาใบความรู้

474
00:31:25,285 --> 00:31:29,285
หยิบขึ้นมานะ แล้วเดี๋ยวเราไปพร้อม ๆ กันนะ (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ

475
00:31:29,296 --> 00:31:33,285
(คุณครูปรเมษฐ) เพราะครูก็มีหลักการที่สรุปมาให้ นักเรียน

476
00:31:33,285 --> 00:31:37,285
จะได้ขยายไขข้อข้องใจไปทีเดียว

477
00:31:37,286 --> 00:31:41,286
เลยนะครับ โดยการดูใบความรู้ประกอบ พร้อมแล้วนะครับ ทุกคนมี

478
00:31:41,289 --> 00:31:45,289
แล้วนะ ใครไม่มีบ้างนี่ ไม่มีทำอย่างไรครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ถ้าไม่มี

479
00:31:45,313 --> 00:31:49,283
นะคะ ก็ทำไมเอ่ย

480
00:31:49,283 --> 00:31:53,283
ถามคนข้าง ๆ สิคะ เธอ ๆ

481
00:31:53,287 --> 00:31:57,287
เพื่อนจ๋า เพื่อนครับ มีใบงาน

482
00:31:57,289 --> 00:32:01,289
มีใบความรู้หรือเปล่า เราขอดูด้วยได้ไหมคะ

483
00:32:01,289 --> 00:32:05,287
เป็นการขอความช่วยเหลือ เมื่อเพื่อนขอความช่วยเหลือ

484
00:32:05,287 --> 00:32:09,287
เราจะต้องทำอย่างไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เธอ ๆ เรามี

485
00:32:09,303 --> 00:32:13,303
นะ แต่วันหลังเธอต้องเตรียมมานะ เพราะมันเป็นความรั

486
00:32:13,309 --> 00:32:17,301
บผิดชอบด้วย แบ่งปันกันดูและ

487
00:32:17,301 --> 00:32:21,298
ศึกษาไปพร้อม ๆ กันครับ เด็ก ๆ ครับ

488
00:32:21,298 --> 00:32:25,298
ไปสนทนา ประสาเรา เขย่าขวัญ... ไม่ใช่

489
00:32:25,301 --> 00:32:29,293
สนทนา ประสาเราคืออะไร ครับ คือ การสนทนาระหว่างครู

490
00:32:29,293 --> 00:32:33,290
แล้วก็เพื่อนนักเรียนในชั้นเรียนนั่นเอง

491
00:32:33,290 --> 00:32:37,290
การพูดรายงานคืออะไรครูคณิตา (คุณครูปรเมษฐ) การพูดรายงาน

492
00:32:37,291 --> 00:32:41,291
การพูดรายงานนะคะ เป็นการเล่าเรื่องราว

493
00:32:41,291 --> 00:32:45,285
จากการศึกษาค้นคว้าค่ะ แล้วนำเสนอ

494
00:32:45,285 --> 00:32:49,285
ให้ผู้อื่นฟัง เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้

495
00:32:49,289 --> 00:32:53,289
ไม่ต้องค้นคว้าทุกเรื่อง แต่รับรู้ได้จากการฟังรายงานค่ะ

496
00:32:53,301 --> 00:32:57,296
(คุณครูปรเมษฐ) นี่คือการพูดรายงานนะครับ หลักการ

497
00:32:57,296 --> 00:33:01,296
ครับ เดี๋ยวไปดูทีละข้อเลยตามใบงาน

498
00:33:01,298 --> 00:33:05,298
ข้อที่ 1 เตรียมข้อมูลที่ได้จากการศึกษาค้นคว้า

499
00:33:05,314 --> 00:33:09,290
เราจะพูดเรื่องใด เราก็จะต้องศึกษาค้นคว้า

500
00:33:09,290 --> 00:33:13,290
เรื่องนั้น ข้อที่ 2 ครับ (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 2 ค่ะ แบ่งเวลารายงานค่ะ แต่ละหัวข้อ

501
00:33:13,303 --> 00:33:17,295
ด้วย สมมติ

502
00:33:17,295 --> 00:33:21,295
มี 3 หัวข้อนักเรียนก็จะต้องแบ่งเวลาด้วย

503
00:33:21,298 --> 00:33:25,285
ว่าในแต่ละหัวข้อนี่ นักเรียนจะพูดกี่นาที

504
00:33:25,285 --> 00:33:29,285
(คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ ต่อไปนะครับ เป็นการเริ่มต้นด้วยการ

505
00:33:29,295 --> 00:33:33,295
กล่าวนำนะครับ การกล่าวนำในการพูดรายงาน

506
00:33:33,306 --> 00:33:37,286
ใช้ระบบเดียวกันเลยนะครับ เรียน

507
00:33:37,286 --> 00:33:41,286
คุณครูที่เคารพและเพื่อน ๆ ที่น่ารักทุกคน

508
00:33:41,291 --> 00:33:45,288
นะ ให้ใช้เหมือนกัน อันนี้คือการกล่าวนำ ข้าพเจ้าจะ

509
00:33:45,288 --> 00:33:49,288
ออกมาพูดรายงานเรื่อง

510
00:33:49,289 --> 00:33:53,289
... ว่าไป เรียนคุณครูที่เคารพ

511
00:33:53,298 --> 00:33:57,295
และเพื่อน ๆ ที่น่ารักทุกคน ข้าพเจ้า,

512
00:33:57,295 --> 00:34:01,289
กระผม, ดิฉัน จะออกมาพูดรายงานเรื่อง...

513
00:34:01,289 --> 00:34:05,289
นี่นะ ใช้ระบบเดียวกัน ต่อไปครับ

514
00:34:05,291 --> 00:34:09,291
(คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมานะคะ ม

515
00:34:09,300 --> 00:34:13,290
ีบุคลิกภาพที่ดีในการพูดค่ะ คุณครูปรเมษฐคะ

516
00:34:13,290 --> 00:34:17,290
บุคลิกที่ดีเป็นสิ่งสำคัญในการพูดรายงานใช่ไหมคะ

517
00:34:17,304 --> 00:34:21,301
(คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ (คุณครูคณิตา) แต่สิ่งที่ครูคณิตาได้เจอ

518
00:34:21,301 --> 00:34:25,293
ก็คือนักเรียนจะมีลักษณะอย่างนี้ค่ะ เวลาพูดรายงาน

519
00:34:25,293 --> 00:34:29,290

520
00:34:29,290 --> 00:34:33,290
(คุณครูปรเมษฐ) อ๋อ มองบนหรือครับ (คุณครูคณิตา) แล้วก็จะอยู่อย่างนี้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

521
00:34:33,305 --> 00:34:37,292
บิดเขิน อันนี้คือผู้หญิงใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ผู้หญิงค่ะ

522
00:34:37,292 --> 00:34:41,292
แล้วก็จะมีลักษณะอย่างนี้ค่ะ ผู้ชายที่เคยเจอ

523
00:34:41,298 --> 00:34:45,298
(คุณครูปรเมษฐ) นักเลงมากเลยครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ แล้วคุณครูปรเมษฐ

524
00:34:45,321 --> 00:34:49,295
ล่ะคะ เจอลักษณะท่าทางใดเอ่ย

525
00:34:49,295 --> 00:34:53,288
(คุณครูปรเมษฐ) ล้วงกระเป๋า ขานี่เขย่าด้วยนะ

526
00:34:53,288 --> 00:34:57,285
ไม่รู้จะเขย่าทำไม

527
00:34:57,285 --> 00:35:01,285
(คุณครูคณิตา) มองบนด้วยใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) มองบงบ้าง ลอกแลกบ้าง

528
00:35:01,299 --> 00:35:05,286
ล่วงกระเป๋านี่ก็เป็นบุคลิกที่ไม่ดีนะ

529
00:35:05,286 --> 00:35:09,286
ถ้าเป็นผู้ชายให้นำมือประสานเหมือนครู

530
00:35:09,331 --> 00:35:13,296
เวลาออกมาพูดรายงานนะ ยืนขาไม่ต้องชิดมาก

531
00:35:13,296 --> 00:35:17,284
นะ ให้รู้สึกว่าเราสง่า

532
00:35:17,284 --> 00:35:21,284
พอเราสง่าปุ๊บมันจะหล่อแล้วก็มีเสน่ห์

533
00:35:21,293 --> 00:35:25,293
ออกมาทันทีนะครับ ส่วนผู้หญิงยืนอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ การยืน

534
00:35:25,304 --> 00:35:29,284
ไม่มีการยืนที่ตายตัวนะคะ ยืน

535
00:35:29,284 --> 00:35:33,284
ให้ตัวเองนี่รู้สึกว่ามั่นคง มีความมั่นใจในการยืน

536
00:35:33,299 --> 00:35:37,292
และสามารถที่จะพูดได้นะคะ ส่วนมือค่ะ เวลามือ

537
00:35:37,292 --> 00:35:41,292
นะคะ นักเรียนก็นำมาประกบขวาหรือซ้ายก็ได้ค่ะ

538
00:35:41,296 --> 00:35:45,296
ขึ้นอยู่กับความถนัดของตนเอง แล้วเวลาพูดก็จะ

539
00:35:45,329 --> 00:35:49,292
มีการผายมือ เพื่อเป็นการนำสายตา หรือเป็นการ เขาเรียกอะไรนะ

540
00:35:49,292 --> 00:35:53,292
สายตาหรือว่าเป็นการ... เขาเรียกอะไรนะ ดึงดูดสายตา

541
00:35:53,297 --> 00:35:57,292
นี่ ให้กลับมายังผู้พูดค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วก็เป็นการแสดง

542
00:35:57,292 --> 00:36:01,290
ให้เห็นถึงธรรมชาติของผู้พูดด้วย

543
00:36:01,290 --> 00:36:05,290
นะครับ มือนี่สำคัญ หน้าตาสำคัญ ต้องมอง ต้องกวาด

544
00:36:05,301 --> 00:36:09,301
สายตาทุกคน คนที่ฟังเราพูดนี่เป็นผู้สำคัญ

545
00:36:09,327 --> 00:36:13,294
ทั้งหมดนะครับ อันนี้ก็คือสิ่งที่ครูสาธิต

546
00:36:13,294 --> 00:36:17,291
สิ่งที่ครูได้พบเจอมานะครับ เพราะฉะนั้น ปฏิบัติให้

547
00:36:17,291 --> 00:36:21,291
ถูก ครูอาจจะบอกไม่ได้หมดนะครับ ก็ต้องรบกวน

548
00:36:21,305 --> 00:36:25,305
คุณครูปลายทางช่วยแนะนำนักเรียนเพิ่มเติมด้วยครับ (คุณครูคณิตา)

549
00:36:25,350 --> 00:36:29,297
เอาล่ะค่ะ ข้อต่อไปค่ะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา)

550
00:36:29,297 --> 00:36:33,297
ข้อต่อไปนี่เราจะกล่าวเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) เรื่องการใช้

551
00:36:33,298 --> 00:36:37,296
ภาษานะครับ การใช้ภาษาต้องเป็นการใช้ภาษาแบบกึ่งทางการ

552
00:36:37,296 --> 00:36:41,296
(คุณครูคณิตา) กึ่งทางการเป็นแบบไหนเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) กึ่งทางการเป็น

553
00:36:41,346 --> 00:36:45,292
การใช้ภาษาที่ไม่ได้เป็นทางการจนเกินไป

554
00:36:45,292 --> 00:36:49,292
ไม่ได้เป็นภาษาราชการ พูดง่าย ๆ ว่า

555
00:36:49,297 --> 00:36:53,292
ฟังแล้วมันลื่นหู มันฟังแล้วมันไม่ใช่

556
00:36:53,292 --> 00:36:57,291
เป็นภาษาที่เป็นทางการจนเกินไป อย่างเช่น การที่นักข่าว

557
00:36:57,291 --> 00:37:01,291
รายงาน การที่ฟัง

558
00:37:01,329 --> 00:37:05,292
สารคดีต่าง ๆ นี่ก็ใช้ภาษากึ่งทางการทั้งนั้น พูดเหน่อได้ไหม

559
00:37:05,292 --> 00:37:09,289
พูดภาษาถิ่นได้ไหม (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐคะ

560
00:37:09,289 --> 00:37:13,289
พูดเหน่อได้ไหม พูดภาษาถิ่นได้ไหม

561
00:37:13,299 --> 00:37:17,285
การใช้ภาษากึ่งทางการ ภาษาถิ่นนี

562
00:37:17,285 --> 00:37:21,285
่ถ้าเราใช้ภาษาถิ่นนี่ ถือว่าเราใช้ภาษาพูดใน

563
00:37:21,301 --> 00:37:25,287
ระดับกันเองนะคะ เพราะฉะนั้นนี่ เราไม่ควรพูด

564
00:37:25,287 --> 00:37:29,287
ภาษากึ่งทางการนี่จะเป็นการพูดในระดับ

565
00:37:29,294 --> 00:37:33,294
ห้องเรียน ห้องเรียนนะคะ ก็คือพูดโดยมีคนที่เร

566
00:37:33,304 --> 00:37:37,291
ารู้จักนะคะ

567
00:37:37,291 --> 00:37:41,291
แต่อาจจะไม่สนิทสนมถึงขั้นว่าเป็นบุคคล

568
00:37:41,294 --> 00:37:45,293
ในครอบครัว หรือเราจะใช้คำพูดในภาษาที่เป็นกันเอง

569
00:37:45,293 --> 00:37:49,293
ได้ อย่างเช่นคุณครูปรเมษฐ คุณครูปรเมษฐและครูคณิตานี่

570
00:37:49,297 --> 00:37:53,294
และคุณครูคณิตานี่ เวลาเจอกันเราก็จะใช้ภาษา

571
00:37:53,294 --> 00:37:57,292
กึ่งทางการในการพูดนะคะ เพราะอะไร

572
00:37:57,292 --> 00:38:01,292
เพราะว่า 1. ค่ะ เราอยู่ใน...

573
00:38:01,294 --> 00:38:05,284
อยู่ในสถานที่ราชการด้วย

574
00:38:05,284 --> 00:38:09,284
อยู่ในสถานที่ที่เราจะต้อง

575
00:38:09,284 --> 00:38:13,284
เลือกใช้ภาษาที่มันเหมาะสมด้วยนะคะ เอาล่ะค่ะ

576
00:38:13,289 --> 00:38:17,289
นอกจากนี้กึ่งทางการแล้วยังมีอะไรอีกคะ (คุณครูปรเมษฐ)

577
00:38:17,307 --> 00:38:21,290
ต้องออกเสียงชัดเจนถูกต้อง สำคัญมาก

578
00:38:21,290 --> 00:38:25,284
การออกเสียงอักขระต่าง ๆ เราต้องพูดให้

579
00:38:25,284 --> 00:38:29,284
ถูกต้อง ออกเสียงให้ถูกต้องนะครับ ต่อไป

580
00:38:29,285 --> 00:38:33,285
ได้มีโอกาสซักถามและแสดงความคิดเห็นบ้างนะครับ

581
00:38:33,286 --> 00:38:37,286
สุดท้ายครับ (คุณครูคณิตา) ใช้คำขอโทษเมื่อรู้ว่าผิด

582
00:38:37,298 --> 00:38:41,294
เมื่อพูดผิดและขอบคุณ

583
00:38:41,294 --> 00:38:45,286
ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่คือหลักในการพูดรายงานนะครับ

584
00:38:45,286 --> 00:38:49,286
ต่อไปเป็นมารยาทในการพูดรายงานนะครับ ข้อที่ 1 เลย

585
00:38:49,301 --> 00:38:53,292
ผู้ฟังจะต้องให้เกียรติผู้พูด ใช่ไหมครับครูคณิตา

586
00:38:53,292 --> 00:38:57,290
ข้อที่ 2 ครับ (คุณครูคณิตา) 2 ค่ะ

587
00:38:57,290 --> 00:39:01,290
ในการฟัง ตั้งใจ และจดประเด็นสำคัญค่ะ

588
00:39:01,292 --> 00:39:05,292
(คุณครูปรเมษฐ) ข้อที่ 3 คือ ผู้ฟังต้องใจกว้าง ฟังความเห็น

589
00:39:05,295 --> 00:39:09,292
ของผู้พูดนะครับ เวลาผู้พูดเขาพูดนี่

590
00:39:09,292 --> 00:39:13,291
เราต้องตั้งใจฟังแล้วก็เปิดใจรับ

591
00:39:13,291 --> 00:39:17,288
เพื่อที่จะนำสิ่งที่ผู้พูดนั้นนำมาวิเคราะห์ คิด

592
00:39:17,288 --> 00:39:21,288
แล้วก็แยกแยะนะครับ ข้อ 4 ครับ (คุณครูคณิตา) ข้อ 4 ค่ะ ผู้พูดต้องพูดให้ชัด

593
00:39:21,293 --> 00:39:25,285
เจน ไม่กำกวม

594
00:39:25,285 --> 00:39:29,285
ใจกว้าง แล้วก็ตอบอย่างมีเหตุผลค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เช่นเดียวกับผู้ฟังนะครับ

595
00:39:29,291 --> 00:39:33,291
เหมือนกัน ต้องใจกว้าง ฟังผู้ฟังบ้างนะครับ ข้อที่ 5

596
00:39:33,291 --> 00:39:37,291
หากผู้ฟังมีข้อสงสัยก็ต้องเป็นอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ก็

597
00:39:37,291 --> 00:39:41,291
ควรยกมือขออนุญาตค่ะ ด้วยท่าทางที่สุภาพเรียบ

598
00:39:41,301 --> 00:39:45,296
เรียบร้อยเมื่อต้องการแสดงความคิดเห็นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี่คือ

599
00:39:45,296 --> 00:39:49,296
มารยาทในการพูดรายงานนะครับ ครูมี

600
00:39:49,303 --> 00:39:53,292
วีดิทัศน์มาให้นักเรียนชม เพื่อที่จะนำไปพูด

601
00:39:53,292 --> 00:39:57,292
รายงานให้เพื่อนร่วมชั้นฟังนะครับ

602
00:39:57,293 --> 00:40:01,293
ก่อนชมต้องบ่มเพาะ นักเรียนจะต้องทำอะไรจากวีดิทัศน์นี้

603
00:40:01,294 --> 00:40:05,294
จากวีดิทัศน์นี้นะครับ 1. ต้องสรุปสาระสำคัญ

604
00:40:05,295 --> 00:40:09,295
ลงในสมุด สรุปเพื่อที่จะนำไปพูดรายงาน

605
00:40:09,297 --> 00:40:13,297
2. คือ จะต้องบอกคติหรือข้อคิดจากเรื่องที่ฟังให้ไ

606
00:40:13,297 --> 00:40:17,289
และหนูจะได้นำไปพูดรายงานให้เพื่อนฟังนะครับ

607
00:40:17,289 --> 00:40:21,289
เพราะฉะนั้น พร้อมแล้ว สมุด ปากกา ดินสอ ยางลบ เตรียมให้ครับ

608
00:40:21,297 --> 00:40:25,290
จดสาระสำคัญ อย่าลืมนะครับ ไปชมวีดิทัศน์กันครับ

609
00:40:25,290 --> 00:40:29,286
เรื่องอะไร [เสียงวีดิทัศน์]

610
00:40:29,286 --> 00:40:33,285

611
00:40:33,285 --> 00:40:37,285

612
00:40:37,287 --> 00:40:41,287

613
00:40:41,287 --> 00:40:45,287
(บรรยาย)

614
00:40:45,289 --> 00:40:49,286

615
00:40:49,286 --> 00:40:53,283

616
00:40:53,283 --> 00:40:57,283
วัคซีนไม่ใช่ยารักษาโรค แตสร้างภูมิคุ้มกันโรค โดยใช้หลักการง่าย ๆ คือ ต้องการป้องกันโรคอะไร

617
00:40:57,290 --> 00:41:01,285

618
00:41:01,285 --> 00:41:05,285

619
00:41:05,293 --> 00:41:09,291
ร่างกาย เรียนรู้ ต่อสู้ และจดจำ

620
00:41:09,291 --> 00:41:13,284

621
00:41:13,284 --> 00:41:17,284

622
00:41:17,286 --> 00:41:21,286

623
00:41:21,289 --> 00:41:25,289
ให้เซลล์เม็ดเลือดขาวในร่างกาย หรือ Anti

624
00:41:25,294 --> 00:41:29,294

625
00:41:29,305 --> 00:41:33,282

626
00:41:33,282 --> 00:41:37,282

627
00:41:37,283 --> 00:41:41,283
gen เพื่อต่อสู้กับเชื้อไวรัส COVID-19

628
00:41:41,299 --> 00:41:45,291

629
00:41:45,291 --> 00:41:49,285

630
00:41:49,285 --> 00:41:53,285

631
00:41:53,287 --> 00:41:57,287

632
00:41:57,287 --> 00:42:01,283

633
00:42:01,283 --> 00:42:05,283

634
00:42:05,286 --> 00:42:09,283

635
00:42:09,283 --> 00:42:13,283

636
00:42:13,285 --> 00:42:17,285

637
00:42:17,294 --> 00:42:21,286

638
00:42:21,286 --> 00:42:25,286

639
00:42:25,295 --> 00:42:29,294

640
00:42:29,294 --> 00:42:33,283

641
00:42:33,283 --> 00:42:37,283

642
00:42:37,284 --> 00:42:41,283

643
00:42:41,283 --> 00:42:45,283

644
00:42:45,288 --> 00:42:49,285

645
00:42:49,285 --> 00:42:53,285

646
00:42:53,285 --> 00:42:57,285

647
00:42:57,291 --> 00:43:01,291

648
00:43:01,302 --> 00:43:05,287

649
00:43:05,287 --> 00:43:09,284

650
00:43:09,284 --> 00:43:13,284

651
00:43:13,286 --> 00:43:17,286

652
00:43:17,286 --> 00:43:21,286

653
00:43:21,288 --> 00:43:25,283

654
00:43:25,283 --> 00:43:29,283

655
00:43:29,283 --> 00:43:33,283

656
00:43:33,302 --> 00:43:37,293

657
00:43:37,293 --> 00:43:41,284

658
00:43:41,284 --> 00:43:45,282

659
00:43:45,282 --> 00:43:49,282

660
00:43:49,283 --> 00:43:53,283

661
00:43:53,283 --> 00:43:57,283

662
00:43:57,283 --> 00:44:01,283

663
00:44:01,283 --> 00:44:05,283

664
00:44:05,283 --> 00:44:09,283

665
00:44:09,285 --> 00:44:13,285
[เสียงปรบมือ] (คุณครูคณิตา) ขอขอบคุณ

666
00:44:13,289 --> 00:44:17,289
สื่อวีดิทัศน์ เรื่อง วัคซีน COVID-19 ท

667
00:44:17,303 --> 00:44:21,291
ำหน้าที่อย่างไรค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นอย่างไรครับนักเรียน ครูคิดว่านักเรียน

668
00:44:21,291 --> 00:44:25,287
น่าจะจดสาระสำคัญและประเด็นสำคัญเอาไว้

669
00:44:25,287 --> 00:44:29,284
เป็นจำนวนมากนะครับ ไปดูกิจกรรมกัน เดี๋ยวครูจะให้

670
00:44:29,284 --> 00:44:33,284
คนเก่งพูดรายงานเรื่อง

671
00:44:33,290 --> 00:44:37,290
วัคซีนทำหน้าที่อย่างไร เดี๋ยวไปดูคำชี้แจงก่อน

672
00:44:37,300 --> 00:44:41,290
คำชี้แจงนะ ให้นักเรียนนี่นะ เตรียมตัวพูดรายงาน

673
00:44:41,290 --> 00:44:45,290
จากเรื่องนี่ล่ะ จากประเด็นที่หนู ๆ

674
00:44:45,296 --> 00:44:49,296
ได้จดไว้ นำมาพูดรายงาน แต่

675
00:44:49,299 --> 00:44:53,298
ให้ไปพูดนอกเวลา เพราะครูอยากให้นักเรียนนั้นได้

676
00:44:53,298 --> 00:44:57,287
เตรียมตัวให้พร้อม เตรียมตัวให้ดีก่อน

677
00:44:57,287 --> 00:45:01,287
แล้วก็ไปพูดกับคุณครู (คุณครูคณิตา) คุณครูประจำวิช

678
00:45:01,293 --> 00:45:05,289
าค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ไปพูดกับคุณครูประจำวิชาเป็นคะแนนเก็บ

679
00:45:05,289 --> 00:45:09,289
ของตนเอง หาเวลาว่างนะครับ ไปพูดกับคุณครูท่าน

680
00:45:09,301 --> 00:45:13,291
ส่วนคุณครูก็ดูแลนักเรียนนะครับ

681
00:45:13,291 --> 00:45:17,287
คอยบอกแนะนำแล้วก็เก็บคะแนนให้นักเรียน

682
00:45:17,287 --> 00:45:21,287
การพูดรายงานจากเรื่อง วัคซีนทำหน้าที่อย่างไรครับ

683
00:45:21,291 --> 00:45:25,289
นี่นักเรียนได้ความรู้เป็นจำนวนมากเลย

684
00:45:25,289 --> 00:45:29,289
วันนี้นะครับ เดี๋ยวไปสรุปบทเรียนกันดีกว่า

685
00:45:29,291 --> 00:45:33,288
กิจกรรมสรุปบทดรียนพากเพียรความรู้ครับ

686
00:45:33,288 --> 00:45:37,288
มาถามนักเรียนครับ ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) การพูดรายงาน

687
00:45:37,294 --> 00:45:41,294
มีความสำคัญต่อการเรียนรู้ของนักเรียนอย่างไร

688
00:45:41,294 --> 00:45:45,294
(คุณครูปรเมษฐ) มีความสำคัญอย่างไร (คุณครูคณิตา) มีความสำคัญอย่างไร

689
00:45:45,298 --> 00:45:49,298
คะ (คุณครูปรเมษฐ) ตอบหรือยัง

690
00:45:49,312 --> 00:45:53,308
ดูสิเหมือนกันหรือเปล่าครับ ทำให้เกิดการ

691
00:45:53,308 --> 00:45:57,296
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน

692
00:45:57,296 --> 00:46:01,296
การที่เราพูดรายงานนี่มันก็ทำให้นักเรียนนี่ออก

693
00:46:01,296 --> 00:46:05,296
มานำเสนอข้อมูล ซึ่งแต่ละคนนี่จับประเด็นเป็นอย่างไรแน่นอนครับครูคณิตา

694
00:46:05,307 --> 00:46:09,299
(คุณครูคณิตา) จะต้องแตกต่างกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ล่ะ

695
00:46:09,299 --> 00:46:13,289
มันคือการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ต่อไป อีกคำถามหนึ่ง

696
00:46:13,289 --> 00:46:17,289
การพูดรายงานผู้พูดต้องมีมารยาทในการ

697
00:46:17,307 --> 00:46:21,284
พูดอย่างไร บอกไปแล้วด้วยนะ

698
00:46:21,284 --> 00:46:25,284
(คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ต้องมีมารยาทในการพูดอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ

699
00:46:25,313 --> 00:46:29,297
ตอบเลยค่ะ

700
00:46:29,297 --> 00:46:33,291
หลาย ๆ คนนี่ก็เริ่มซึมซับเกี่ยวกับ

701
00:46:33,291 --> 00:46:37,291
มารยาทในการฟัง การดู การพูดเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ

702
00:46:37,304 --> 00:46:41,292
เอาล่ะค่ะ คุณครูปรเมษฐ การพูดรายงานนี่ ผู้พูด

703
00:46:41,292 --> 00:46:45,288
จะต้องมีมารยาทในการพูดอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูสรุปมาเลยนะครับ

704
00:46:45,288 --> 00:46:49,288
ก็คือเด็ก ๆ จะต้องใช้ถ้อยคำที่สุภาพถูกต้อง

705
00:46:49,307 --> 00:46:53,297
ตามกาลเทศะ และะต้อง

706
00:46:53,297 --> 00:46:57,289
เปิดโอกาสให้ผู้ฟังได้ซักถาม

707
00:46:57,289 --> 00:47:01,289
เราเป็นผู้พูดเราก็จะต้องตอบ

708
00:47:01,308 --> 00:47:05,308
ด้วยถ้อยคำที่สุภาพเรียบร้อย ต้องมีความใจกว้าง

709
00:47:05,317 --> 00:47:09,286
ต้องรับฟังความเห็นของผู้ฟัง

710
00:47:09,286 --> 00:47:13,286
นี่คือมารยาทของผู้พูด (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐคะ ขอแทรกนิดหนึ่ง

711
00:47:13,297 --> 00:47:17,285
นะคะ เวลาที่เราจะถามนี่

712
00:47:17,285 --> 00:47:21,285
ผู้ฟังใช่ไหมคะ จะถามผู้พูดนี่ เราจะต้องถาม

713
00:47:21,288 --> 00:47:25,288
ก็ต่อเมื่อผู้พูดเปิดโอกาศให้

714
00:47:25,302 --> 00:47:29,288
ได้ถามคำถามนะคะ ไม่ใช่นักเรียนนี่เกิดข้อส

715
00:47:29,288 --> 00:47:33,288
งสัยปุ๊บแล้วยกมือถามเลยนี่ ถือว่าเป็นมารยาท

716
00:47:33,290 --> 00:47:37,288
ที่ดีไหมคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่ดีครับ

717
00:47:37,288 --> 00:47:41,288
สมมติว่านักเรียนเกิดข้อสงสัยนี่

718
00:47:41,289 --> 00:47:45,289
ไว้ก่อน แล้วตราบใดที่ผู้พูด พูดว่า

719
00:47:45,295 --> 00:47:49,295
มีผู้ใดสงสัยที่จะซักถามไหม อันนั้นล่ะนักเรียน

720
00:47:49,302 --> 00:47:53,288
ค่อยซักถาม อันนี้ล่ะนักเรียนค่อยซักถาม อันนั้นคือมารยาทในการฟังผู้

721
00:47:53,288 --> 00:47:57,288
พูดนะครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ค่ะ บทเรียนครั้งต่อไปนี่

722
00:47:57,302 --> 00:48:01,291
เราจะเรียนอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) บทเรียนครั้งต่อไป

723
00:48:01,291 --> 00:48:05,291
จบหน่วยอีกแล้วใช่ไหม เราจะขึ้นหน่วยที่ 4 ครับ

724
00:48:05,306 --> 00:48:09,291
คือ การใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร จะเรียนกันในเรื่อง...

725
00:48:09,291 --> 00:48:13,291
(คุณครูคณิตา) โวหารในงานเขียนค่ะ

726
00:48:13,302 --> 00:48:17,297
(คุณครูปรเมษฐ) มีเลข 1 อยู่ข้างหลังแสดงว่าจะต้องมีเลข 2

727
00:48:17,297 --> 00:48:21,297
ใช่ไหมครับ เตรียมตัวดังนี้นะครับ ใบความรู้เรื่อง

728
00:48:21,304 --> 00:48:25,304
โวหารในภาษาไทย แล้วก็ใบงานเรื่อง

729
00:48:25,304 --> 00:48:29,297
โวหารน่ารู้นะครับ นักเรียนไปเตรียมตัวมานะครับ

730
00:48:29,297 --> 00:48:33,295
(คุณครูคณิตา) ค่ะ ซึ่งคุณครูปลายทางและนักเรียนนะคะ

731
00:48:33,295 --> 00:48:37,287
หากอยากได้ใบความรู้หรือใบงานเหล่านี้ สามารถ

732
00:48:37,287 --> 00:48:41,287
ดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่นี่เลยค่ะ นักเรียนคะ

733
00:48:41,291 --> 00:48:45,286
อ่านพร้อม ๆ กันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อ่านครับ

734
00:48:45,286 --> 00:48:49,286
ครูบอกทุกวันแล้ว ให้นักเรียนอ่านบ้าง นักเรียนครับ

735
00:48:49,323 --> 00:48:53,323
เพราะฉะนั้น อย่าลืมนะครับ

736
00:48:53,333 --> 00:48:57,286
กลับไปวันนี้กลับไปทบทวนสิ่งที่ครูสอน ไปสรุปประเด็น

737
00:48:57,286 --> 00:49:01,286
มา ไปลองซ้อมพูดมา แล้วมาพูด

738
00:49:01,288 --> 00:49:05,288
กับคุณครูประจำวิชาเป็นคะแนนเก็บ

739
00:49:05,295 --> 00:49:09,290
ขอฝากการพูดรายงานไว้ในอ้อมอกอ้อมใจ

740
00:49:09,290 --> 00:49:13,290
ของหนู ๆ ทั้งประเทศครับ คุณครูปรเมษฐและคุณครูคณิตา

741
00:49:13,308 --> 00:49:17,291
ขอลาไปก่อนครับ สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) ส

742
00:49:17,291 --> 00:49:21,288
วัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]

743
00:49:21,288 --> 00:49:25,284

744
00:49:25,284 --> 00:49:29,284

745
00:49:29,287 --> 00:49:33,287

746
00:49:33,294 --> 00:49:37,290

747
00:49:37,290 --> 00:49:41,285

748
00:49:41,285 --> 00:49:45,285

749
00:49:45,294 --> 00:49:49,291

750
00:49:49,291 --> 00:49:53,284

751
00:49:53,284 --> 00:49:57,284
ไปดูกันเลยดีกว่า จุดประสงค์การเรียนรู้

752
00:49:57,296 --> 00:50:01,288
ครูจะพานักเรียนไปศีกษาเรื่องการเขียนรายงาน

753
00:50:01,288 --> 00:50:05,288


