﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:04,000

2
00:00:04,002 --> 00:00:07,977

3
00:00:08,008 --> 00:00:12,008

4
00:00:12,010 --> 00:00:15,918

5
00:00:16,022 --> 00:00:19,920

6
00:00:20,022 --> 00:00:23,926

7
00:00:24,023 --> 00:00:27,931

8
00:00:28,024 --> 00:00:31,928

9
00:00:32,026 --> 00:00:35,929
ครูจะพานักเรียนไปศีกษาเรื่องการเขียนรายงาน

10
00:00:36,027 --> 00:00:39,919

11
00:00:40,053 --> 00:00:43,931

12
00:00:44,054 --> 00:00:47,935
ไปดูกันเลยดีกว่า จุดประสงค์การเรียนรู้

13
00:00:48,055 --> 00:00:51,914
ในวันนี้ครับครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ จุดประสงค์การเรียนรู็

14
00:00:52,056 --> 00:00:55,912
1.

15
00:00:56,067 --> 00:00:59,922
และดูได้ 2. พูดรายงานจากการฟัง

16
00:01:00,068 --> 00:01:03,915
และดูได้ค่ะ 3. มีมารยาทในการฟัง

17
00:01:04,071 --> 00:01:07,933
และการพูดค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ก็คือวัตถุประสงค์หรือ

18
00:01:08,075 --> 00:01:11,933
จุดประสงค์ 3 ข้อ

19
00:01:12,085 --> 00:01:15,937
ปฏิบัติได้ในชั่วโมงนี้ครับ

20
00:01:16,087 --> 00:01:19,916
ครูมีคำถามมาถามหนู ๆ นะครับ

21
00:01:20,088 --> 00:01:23,937
คำถามน่าคิด พินิจพิจารณา

22
00:01:24,090 --> 00:01:27,932
นักเรียนเคยพูดรายงานหรือไม่

23
00:01:28,091 --> 00:01:31,917
และถ้าเคยพูดนักเรียนมีวิธีการพูด

24
00:01:32,092 --> 00:01:35,952
พูกรายงานอย่างไร ทบทวน

25
00:01:36,097 --> 00:01:39,924
ความรู้เดิมก่อน การพูดรายงานก็อย่างเช่น การที่ครู

26
00:01:40,098 --> 00:01:43,906
สอนนักเรียนนี่ ครูก็ใช้ทักษะการพูดรายงาน

27
00:01:44,099 --> 00:01:47,907
รายงานหนาชั้นเรียน สรุปเคยหรือไม่เคยครับ

28
00:01:48,102 --> 00:01:51,906
ทุกคนเคยหมดเลย คราวนี้ครูถามวิธีการพูด

29
00:01:52,102 --> 00:01:55,906
นักเรียนลองตอบคำถามกับคุณครูปลายทางสิครับ

30
00:01:56,103 --> 00:01:59,907
ว่ามีวิธีการพูดอย่างไร

31
00:02:00,105 --> 00:02:03,908
(คุณครูคณิตา) ไม่ต้องยึดหลักการใช่ไหมคะ

32
00:02:04,106 --> 00:02:07,911
แล้วก็นักเรียนคะ นักเรียนสามารถที่จะบอกวิธีการ

33
00:02:08,107 --> 00:02:11,906
หรือเทคนิคของตัวเองนะคะ ในการออกมาพูดรายงาน

34
00:02:12,108 --> 00:02:15,906
หน้าชั้นเรียนได้เลยค่ะ

35
00:02:16,109 --> 00:02:19,910
(คุณครูปรเมษฐ) คราวนี้ครูก็ต้องถามครูคณิตาบ้างสิครับ

36
00:02:20,110 --> 00:02:23,906
ครูคณิตาก็ต้องเคยผ่านการเป็นนักเรียน นักศึกษา

37
00:02:24,113 --> 00:02:27,908
แล้วก็อีกหลาย ๆ อย่างใช่ไหมในชีวิตนี่

38
00:02:28,119 --> 00:02:31,906
เพราะฉะนั้นนี่เรื่องการพูดก็เป็นเรื่องสำคัญนะ

39
00:02:32,119 --> 00:02:35,906
เคยผ่านประสบการณ์แบบนี้แล้วมีวิธีการอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา)

40
00:02:36,137 --> 00:02:39,907
วิธีการของคุณครูนะคะ อาจจะไม่ได้อ้างอิง

41
00:02:40,138 --> 00:02:43,909
กับหลักการมากมายค่ะ ต้องอาศัยประสบการณ์นะคะ

42
00:02:44,143 --> 00:02:47,914
สมัยเด็กนี่ เราก็มีการพูดแบบตะกุกตะกักค่ะ

43
00:02:48,153 --> 00:02:51,916
ฉะนั้นนี่ พอเราโตขึ้นนี่ เราก็ต้องอาศัย

44
00:02:52,155 --> 00:02:55,915
เกี่ยวกับเรื่องสติและสมาธิ รวมถึง

45
00:02:56,161 --> 00:02:59,912
การฝึกฝนเพิ่มมากขึ้นค่ะ และรวมไปถึงข้อ

46
00:03:00,169 --> 00:03:03,920
ชี้แนะต่าง ๆ นะคะ จากผู้ฟังนี่มาประับปรุง

47
00:03:04,170 --> 00:03:07,906
ทำให้การพูดของเรานี่ดีขึ้นนั่นเองค่ะครูปรเมษฐ

48
00:03:08,181 --> 00:03:11,906
(คุณครูปรเมษฐ) ได้ฟังวิธีของครูคณิตาแล้ว ทำให้ครู

49
00:03:12,184 --> 00:03:15,908
เข้าใจเลยนะครับ ว่าหลาย ๆ คนแล้วจะต้องมีวิธี

50
00:03:16,187 --> 00:03:19,912
การที่มันไม่เหมือนกัน แต่จุดมุ่งหมายก็คือการ

51
00:03:20,192 --> 00:03:23,906
พูดรายงานแล้วประสบผลสำเร็จใช่ไหมครับ

52
00:03:24,194 --> 00:03:27,906
นักเรียนคิดว่านะ เมื่อถามว่า

53
00:03:28,195 --> 00:03:31,906
เคยหรือไม่เคย เคยแน่นอน คราวนี้นักเรียน

54
00:03:32,196 --> 00:03:35,909
คิดว่าตนเองพูดรายงานเป็นอย่างไร

55
00:03:36,201 --> 00:03:39,916
เด็ก ๆ ครับ ลองนั่งทบทวน

56
00:03:40,203 --> 00:03:43,925
ตัวเองที่ผ่านมา เคยพูดรายงาน

57
00:03:44,204 --> 00:03:47,927
แล้วพูดนี่ พูดเป็นอย่างไรนะครับ

58
00:03:48,205 --> 00:03:51,971
ให้นักเรียนลองแสดงความคิดเห็นให้เพื่อน ๆ

59
00:03:52,206 --> 00:03:56,047
ฟัง (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ

60
00:03:56,207 --> 00:03:59,906
การที่เราจะคิดได้ว่า

61
00:04:00,210 --> 00:04:03,906
ตนเองนี่พูดรายงานเป็นอย่างไรนี่ สิ่งแรกเลย

62
00:04:04,210 --> 00:04:07,906
คุณครูปรเมษฐคะ เราจะให้เด็ก ๆ นี่ประเมินตเน

63
00:04:08,214 --> 00:04:11,906
ย้อนกลับไปดูสิว่าช่วงที่เรา

64
00:04:12,223 --> 00:04:15,909
พูดรายงานหน้าชั้นเรียนนี่ เรามีพฤติกรรมอย่างไร

65
00:04:16,225 --> 00:04:19,909
เราแสดงกริยาท่าทางอย่างไรใช่ไหมคะคุณครูปรเมษฐ

66
00:04:20,227 --> 00:04:23,915
หลังจากนั้นนี่ เราก็มาคิดดูสิว่า

67
00:04:24,228 --> 00:04:27,907
การกระทำในการพูดหน้าชั้นเรียนนั้นดีหรือไม่ดี

68
00:04:28,233 --> 00:04:31,911
แล้วก็หลังจากนั้นมาแสดงความคิดเห็นกัน

69
00:04:32,234 --> 00:04:35,908
นี่คือเป็นแนวทางในการประเมินตนเอง

70
00:04:36,234 --> 00:04:39,907
(คุณครูปรเมษฐ) ครับ บางคนน่ะครูคณิตา ลูกศิษย์เราน่ะ

71
00:04:40,235 --> 00:04:43,909
เวลาให้ออกมาพูดรายงานนะ

72
00:04:44,242 --> 00:04:47,906
จะเกิดปฏิกิริยาบางสิ่งบางอย่าง เชื่อว่านักเรียนหลายคนก็เป็น

73
00:04:48,242 --> 00:04:51,906
เหมือนจะเป็นนักมวยหรืออะไรแบบนี้

74
00:04:52,243 --> 00:04:55,909
มัน เป็นอย่างไร เขาเรียกว่าอาการเป็นอย่างไร (คุณครูคณิตา)

75
00:04:56,244 --> 00:04:59,918
(คุณครูปรเมษฐ) แล้วบางทีพูดแล้วมือสั่น แล้วบางทีพูดแล้ว

76
00:05:00,245 --> 00:05:03,905
ตานี่ลอกแลก ๆ อันนี้เป็นบุคลิกที่ดีไหม

77
00:05:04,246 --> 00:05:07,906
(คุณครูคณิตา) ไม่ดีค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วถ้าเกิดจะให้ดีนี่

78
00:05:08,253 --> 00:05:11,906
ลักษณะการยืน การอะไรต้องเป็นแบบไหนครับ (คุณครูคณิตา) ก็

79
00:05:12,257 --> 00:05:15,906
มันก็จะมีลักษณะการยืนหน้าชั้นเรียนที่ถูกต้อง

80
00:05:16,259 --> 00:05:19,906
นะคะ การใช้มือ การพูด น้ำเสียง

81
00:05:20,262 --> 00:05:23,906
สีหน้า แล้วก็รวมถึงสายตาด้วยนะคะ ก็จะมี

82
00:05:24,263 --> 00:05:27,906
หลักการต่าง ๆ มากมายนะคะ ที่จะทำให้การพูดรายงาน

83
00:05:28,264 --> 00:05:31,907
ของเรานี่ประสบผลสำเร็จค่ะ แต่

84
00:05:32,266 --> 00:05:35,910
นักเรียนนี่ ไม่ต้องกังวลใช่ไหมคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ)

85
00:05:36,267 --> 00:05:39,914
เพราะไม่มีใครที่จะเก่งมาแต่ท้องพ่อท้อง

86
00:05:40,276 --> 00:05:43,930
แม่ ล้วนแต่จะต้องฝึกทั้งนั้น เพราะฉะนัั้น

87
00:05:44,277 --> 00:05:47,907
การฝึกฝนการปฏิบัติสิ่งต่าง ๆ นี่

88
00:05:48,279 --> 00:05:51,906
ก็เป็นสิ่งที่ดี และสามารถนำมาใช้

89
00:05:52,280 --> 00:05:55,912
ในชีวิตจริงได้ครับ เพราะฉะนั้น

90
00:05:56,283 --> 00:05:59,906
ทุกส่งทุกอย่างนี่ เราจะต้องคำนึงถึงมารยาท

91
00:06:00,312 --> 00:06:03,918
ไม่ว่าจะเป็นการฟัง การดู การอ่าน ทุก ๆ อย่างต้องมีมารยาท

92
00:06:04,317 --> 00:06:07,944
มากำกับทั้งหมดใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ เมื่อ

93
00:06:08,318 --> 00:06:11,907
มีผู้พูดก็จะต้องมีผู้ฟังใช่ไหมคะ เมื่อมีผู้

94
00:06:12,320 --> 00:06:15,937
ฟัง เราก็จะต้องมีผู้พูด เพราะฉะนั้นนี่

95
00:06:16,321 --> 00:06:19,906
ก็จะต้องมีมารยาทซึ่งกันและกัน (คุณครูปรเมษฐ)

96
00:06:20,322 --> 00:06:23,908
เดี๋ยวครูจะมีวีดิทัศน์นะครับ ให้นักเรียน

97
00:06:24,340 --> 00:06:27,922
ได้ดูนะครับ ซึ่งเป็นข่าวในพระราชสำนัก

98
00:06:28,341 --> 00:06:31,915
เมื่อวันอังคารที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ.

99
00:06:32,345 --> 00:06:35,909
2564 ตรงกับวันอะไรครับเด็ก ๆ

100
00:06:36,346 --> 00:06:39,915
ตอบคำถามครู เดี๋ยวครูจะไปบอกครูอาทิตย์ สีรุ้ง

101
00:06:40,349 --> 00:06:43,911
ถ้าเด็ก ๆ ตอบถูกนี่ เพราะมันเกี่ยวกับวิชา...

102
00:06:44,357 --> 00:06:47,907
(คุณครูคณิตา) สังคมค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) จะต้องรู้ วันที่ 4 พฤษภาคม

103
00:06:48,368 --> 00:06:51,906
เป็นวันฉัตรมงคล หรือ ฉัตรมงคล

104
00:06:52,368 --> 00:06:55,905
นั่นเองนะครับ เดี๋ยวไปดูข่าวพระราชสำนัก แล้ว

105
00:06:56,369 --> 00:06:59,916
จับประเด็น ครูสอนเรื่องการพูดรายงาน

106
00:07:00,378 --> 00:07:03,909
เพราะฉะนั้นเด็ก ๆ คิดนะ ว่าควรจะจับประเด็นเรื่อ

107
00:07:04,379 --> 00:07:07,912
จับประเด็นเรื่องอะไรบ้าง พร้อมแล้ว

108
00:07:08,384 --> 00:07:11,911
ตั้งใจดูครับ [เสียงดนตรี]

109
00:07:12,391 --> 00:07:15,907

110
00:07:16,392 --> 00:07:19,906

111
00:07:20,394 --> 00:07:23,906

112
00:07:24,400 --> 00:07:27,906

113
00:07:28,402 --> 00:07:31,906

114
00:07:32,404 --> 00:07:35,906

115
00:07:36,409 --> 00:07:39,911

116
00:07:40,410 --> 00:07:43,905

117
00:07:44,413 --> 00:07:47,906

118
00:07:48,414 --> 00:07:51,909

119
00:07:52,417 --> 00:07:55,915

120
00:07:56,418 --> 00:07:59,906

121
00:08:00,419 --> 00:08:03,909
(ผู้ประกาศข่าวชาย) สวัสดีครับ

122
00:08:04,420 --> 00:08:07,905
สวัสดีครับ พบกับการ

123
00:08:08,421 --> 00:08:11,905
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมราชีนี

124
00:08:12,423 --> 00:08:15,905
พระราชทานเครื่องผลิตออกซิเจนพร้อมอุปกรณ์

125
00:08:16,424 --> 00:08:19,911
สำหรับช่วยเหลือผู้ป่วยโรค COVID-19 สาธารณรัฐอิน

126
00:08:20,426 --> 00:08:23,908
เดีย วันนี้ที่ท่าอาก

127
00:08:24,432 --> 00:08:27,909
ฝูงบิน 601 กองบิน

128
00:08:28,434 --> 00:08:31,905
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราช ีน

129
00:08:32,436 --> 00:08:35,905
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้นาย...

130
00:08:36,437 --> 00:08:39,905
ณ อยุธยา เชิญถุง

131
00:08:40,439 --> 00:08:43,910
ออกซิเจนพร้อมอุปกรณ์พระราชทาน

132
00:08:44,467 --> 00:08:47,914
เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินเดีย ประจำ

133
00:08:48,474 --> 00:08:51,905
ประเทศไทย สำหรับนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยโรค COVID-19 ประจำสาธารณรัฐ

134
00:08:52,486 --> 00:08:55,909
รัฐอินเดีย ซึ่งสถาน

135
00:08:56,488 --> 00:08:59,912
เอกอัครราชทูตไทยเป็นการเร่งรัดให้กับทางอินเดีย

136
00:09:00,489 --> 00:09:03,919
โดยพระบาทสมเด็จะพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า

137
00:09:04,490 --> 00:09:07,905
พระราชทานพระราชทรัพส่วนประองค์

138
00:09:08,491 --> 00:09:11,916
ผลิตออกซิเจน

139
00:09:12,494 --> 00:09:15,906
เพื่อพระราชทานช่วยเหลือชาวอินเดียของสภาวะการแพร่ระบาดของโรค

140
00:09:16,495 --> 00:09:19,905
COVID-19 ซึ่งปัจจุบันอยู่ในภาวะวิกฤติ

141
00:09:20,496 --> 00:09:23,917
เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์

142
00:09:24,497 --> 00:09:27,905
รัฐบาลจึงเร่งจัดตั้งศูนย์โควิด

143
00:09:28,499 --> 00:09:31,911
ซึ่งเป็นจุดที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด อีกทั้ง

144
00:09:32,502 --> 00:09:35,906
หลายประเทศได้ส่งความช่วยเหลือ เพื่อแก้ไขวิกฤติครั้งนี้

145
00:09:36,504 --> 00:09:39,906

146
00:09:40,506 --> 00:09:43,909
เนื่องในโอกาส

147
00:09:44,507 --> 00:09:47,907
วันฉัตรมงคล 4 พฤษภาคม 25

148
00:09:48,509 --> 00:09:51,908
สารคดีเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ

149
00:09:52,512 --> 00:09:55,905
[เสียงดนตรี]

150
00:09:56,514 --> 00:09:59,908

151
00:10:00,515 --> 00:10:03,905

152
00:10:04,517 --> 00:10:07,905
// จากพระปฐมบรมราชโองการ

153
00:10:08,520 --> 00:10:11,905
ในการพระราชพิธีพระบรมราชาพิเษก

154
00:10:12,521 --> 00:10:15,905
เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2562 ว่า

155
00:10:16,529 --> 00:10:19,905
เราจะสืบสาร รักษาและต่อยอด จะครอง

156
00:10:20,532 --> 00:10:23,905
โดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแก่อาณาประชาราษ

157
00:10:24,532 --> 00:10:27,906
ซึ่งพระราชทานแก่ประชาชนและแผ่นดินไทย แสดงถึงปธิธาน

158
00:10:28,535 --> 00:10:31,921
ให้เห็นถึงพระราชปณิทานว่า

159
00:10:32,537 --> 00:10:35,905
ที่จะทรงงาน เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์ และอยู่อย่างมีความสุข

160
00:10:36,540 --> 00:10:39,905
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

161
00:10:40,541 --> 00:10:43,914
ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงเปี่ยมไปด้วยพระราชหฤทัย

162
00:10:44,546 --> 00:10:47,906
ใส่ ในพสกนิกรของพระองค์ คราวใดที่

163
00:10:48,547 --> 00:10:51,907
เดือดร้อนจะทรงถือเอาเป็นพระราชภาระ

164
00:10:52,548 --> 00:10:55,906
ในการขจัดให้ทุกข์ร้อนเหล่านั้นได้เบาบางลง

165
00:10:56,549 --> 00:10:59,906
ดังปรากฏชัดยามที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส

166
00:11:00,551 --> 00:11:03,905
โคโรนา-2019 หรือ COVID-19

167
00:11:04,552 --> 00:11:07,906
ได้พระราชทานส่วนทรัพย์ของพระองค์

168
00:11:08,553 --> 00:11:11,905
ทูลเกล้า ทูลกระหม่อมถวาย

169
00:11:12,555 --> 00:11:15,905
อุปกรณ์ทางการแพทย์ อุปกรณ์เวชภัณฑ์

170
00:11:16,556 --> 00:11:19,910
และรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย ให้แก่

171
00:11:20,557 --> 00:11:23,905
ประชาชนในทุกพื้นที่ ในทุกชุมชนทั้งหลาย

172
00:11:24,559 --> 00:11:27,914
พระเมตตาแผ่ไปยังพสกนิกรทุกหมู่

173
00:11:28,566 --> 00:11:31,905
แม้ผู้ต้องขังในเรือนจำ เพราะทุกคนล้วนเป็นประชาชน

174
00:11:32,578 --> 00:11:35,905
เมืื่อทุกคนได้รับการดูแล และได้รับ

175
00:11:36,581 --> 00:11:39,910
ย่อมเกิดประโยชน์แก่ตนเองและประเทศชาติ

176
00:11:40,582 --> 00:11:43,915
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชปณิธาน

177
00:11:44,591 --> 00:11:47,909
ในการบำเพ็จประโยชน์เพื่อส่วนรวม ทรงริเริ่มโครงการ

178
00:11:48,591 --> 00:11:51,907
จิตอาสาพระราชทานตามพระราชดำริขึ้น

179
00:11:52,591 --> 00:11:55,923
เราทำความดีด้วยหัวใจ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ

180
00:11:56,592 --> 00:11:59,918
มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช

181
00:12:00,593 --> 00:12:03,905
บรมนาถบพิด และพระบาทสมเด็จ

182
00:12:04,597 --> 00:12:07,909
พระบรมราชนีนาถ บรมร

183
00:12:08,599 --> 00:12:11,909
ที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจ

184
00:12:12,605 --> 00:12:15,904
ของพระประชาชน และจิตอาสา เราทำความดี เพื่อชาติ

185
00:12:16,609 --> 00:12:19,912
ศาส กษัตริย์ ทำให้ประชาชนได้แสดงออกถึงความจงรัก

186
00:12:20,612 --> 00:12:23,904
ภักดี ด้วยหัวใจ

187
00:12:24,613 --> 00:12:27,905
ไม่หวังสิ่งตอบแทน ทั้งจิตรอาสา

188
00:12:28,615 --> 00:12:31,919
ภัยพิบัติ และจิตอาสาเฉพาะกิจ

189
00:12:32,616 --> 00:12:35,906
เพื่อประโยชน์สุขของอาณาประชาราษฎร์

190
00:12:36,619 --> 00:12:39,915
ทรงสานต่อตาม

191
00:12:40,621 --> 00:12:43,909
มหาภูมิพลอดุลยเดช

192
00:12:44,622 --> 00:12:47,904
บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณา โปรดเกล้า โปรดกระหม่อม

193
00:12:48,627 --> 00:12:51,905
ติดตามและขับเคลื่อนโครงการพระราชดำริในทุก

194
00:12:52,628 --> 00:12:55,907
ภาคของประเทศให้สมบูรณ์ตามศาสตร์พระราชา

195
00:12:56,630 --> 00:12:59,925
มาใช้ในการจัดการน้ำ

196
00:13:00,633 --> 00:13:03,915
มีความคืบหน้า บางโครงการแล้วเสร็จ ทำให้ราษฎร

197
00:13:04,633 --> 00:13:07,904
มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ได้รับประโยชน์ทางด้านแหล่งน้ำ

198
00:13:08,637 --> 00:13:11,906
เพื่อทำเกษตรในฤดูแล้ง เพื่อส่งเสริมอาชีพ

199
00:13:12,637 --> 00:13:15,905
และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งส่งเสริมอาชีพ เพื่อ

200
00:13:16,639 --> 00:13:19,905
สร้างรายได้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับไว้เป็น

201
00:13:20,640 --> 00:13:23,904
โครงการพระราชดำริ ทรงรับไว้ในโครงการพระราชดำริ

202
00:13:24,642 --> 00:13:27,909
และพระราชทานความช่วยเหลือ ตามที่ได้รับการ

203
00:13:28,643 --> 00:13:31,914
ขอพระราชทานความช่วยเหลือ โดยทรงตั้งมั่น

204
00:13:32,644 --> 00:13:35,911
ยึดเอาประโยชน์ คือ ความมั่นคงของประเทศชาติ

205
00:13:36,645 --> 00:13:39,908
และความภาสุขร่มเย็นของประชาชน

206
00:13:40,646 --> 00:13:43,913
ตามพระราชปณิทาน ตามพระราชโองการ

207
00:13:44,647 --> 00:13:47,921
ของพระมหาก

208
00:13:48,648 --> 00:13:51,904
[เสียงดนตรี]

209
00:13:52,650 --> 00:13:55,924

210
00:13:56,651 --> 00:13:59,915
จบข่าวในพระราชสำนัก

211
00:14:00,652 --> 00:14:03,905
ผมธีรวัตร พุ่มทอง สวัสดีครับ

212
00:14:04,656 --> 00:14:07,904
[เสียงปรบมือ] (คุณครูคณิตา) ค่ะ ขอขอบคุณ

213
00:14:08,657 --> 00:14:11,915
สื่อวีดิทัศน์ เรื่อง ข่าวใน

214
00:14:12,663 --> 00:14:15,918
พระราชสำนัก วันอังคาร ที่ 4 พฤษภาคม

215
00:14:16,664 --> 00:14:19,904
2564 ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ ก็

216
00:14:20,665 --> 00:14:23,917
เป็นสิ่งที่นักเรียนนั่นควรที่จะรับรู้

217
00:14:24,669 --> 00:14:27,907
ได้ดูนะครับ ครูไม่ได้ให้ดูแต่ในเหตุการณ์

218
00:14:28,671 --> 00:14:31,904
ในข่าวพระราชสำนักอย่างเดียว

219
00:14:32,674 --> 00:14:36,019
อะไรลองทายสิ การพูด

220
00:14:36,687 --> 00:14:40,045
นั่นเองนะ การพูดมี 2 ส่วน คือ การพูดที่เป็นสารดคี

221
00:14:40,688 --> 00:14:44,001
ก็คือการพูดรายงาน แล้วก็ช่วง

222
00:14:44,689 --> 00:14:48,044
ที่เป็นการรายงานข่าว ก็เป็นการพูดอะไรครับครู

223
00:14:48,690 --> 00:14:51,904
(คุณครูคณิตา) ก็จะเป็นการพูดรายงานเช่นกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียน

224
00:14:52,690 --> 00:14:55,908
สังเกตเห็นไหมครับ ว่าการใช้ภาษา การ

225
00:14:56,697 --> 00:14:59,905
พูดนี่มันการทิ้งจังหวะมีการอะไรนี่ มันเป็นอะไรฃ

226
00:15:00,699 --> 00:15:03,904
ที่สละสลวยน่าฟัง

227
00:15:04,701 --> 00:15:07,904
รายงานให้เราฟังได้ใช่ไหมครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

228
00:15:08,706 --> 00:15:11,904
ครูมีคำถามมาถามนักเรียนนะครับ

229
00:15:12,709 --> 00:15:15,904
เพราะเหตุใดผู้รายงานข่าวจึงใช้

230
00:15:16,710 --> 00:15:19,904
ภาษาและสรรพนามในข่าวที่

231
00:15:20,711 --> 00:15:23,905
แตกต่างกัน ยกตัวอย่างเช่นการกล่าว

232
00:15:24,713 --> 00:15:27,906
ถึงพระมหากษัตริย์ การถึงสามัญชนคนธรรมดา

233
00:15:28,714 --> 00:15:31,904
การกล่าวถึงพระสงฆ์ นักเรียนเคยเกิดข้อ

234
00:15:32,715 --> 00:15:35,905
สงสัยนี้ไหม ไหนลองตอบ

235
00:15:36,717 --> 00:15:39,904
ให้คุณครูปลายทางฟังสิ ว่าทำไมล่ะ ถึงแตกต่างกัน

236
00:15:40,718 --> 00:15:43,905
แล้วเดี๋ยวคุณครูคณิตาจะรวบรวมคำตอบของหนู ๆ ทุกคน

237
00:15:44,719 --> 00:15:47,905
มาสรุปอีกครั้งหนึ่งดีไหมครับ ตอบคำถาม

238
00:15:48,719 --> 00:15:51,904
(คุณครูคณิตา) ค่ะ ในระหว่างที่เด็ก ๆ ได้ตอบคตำถามนี่

239
00:15:52,721 --> 00:15:55,904
คุณครูนี่ในสมัยเด็กนี่ก็สงสัย

240
00:15:56,722 --> 00:15:59,904
เหมือนกัน ว่าทำไมเขาถึงใช้สรรพนามที่แตกต่าง

241
00:16:00,724 --> 00:16:03,904
นะคะคุณครูปรเมษฐ คุณครูปรเมษฐเคยดูข่าวไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ดูครับ

242
00:16:04,724 --> 00:16:07,909
(คุณครูคณิตา) ค่ะ แล้วในสมัยเด็ก ๆนี่ เกิดข้อสงสี

243
00:16:08,729 --> 00:16:11,910
ก็เกิดข้อสงสัยบ้างไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) เกิดข้อสงสัย

244
00:16:12,734 --> 00:16:15,914
เรื่องคำถามนี้ล่ะ ครูจึงมาถามนักเรียนนี่ ว่าทำไม

245
00:16:16,735 --> 00:16:19,905
ต่างกัน เพราะอะไร ครูคณิตาช่วยไขข้อข้องใจ

246
00:16:20,736 --> 00:16:23,904
ให้ข้องใจได้ไหมครับ เอ้ย ไขข้อสงสัย

247
00:16:24,738 --> 00:16:27,905
เอาล่ะค่ะนักเรียน นักเรียนคะ

248
00:16:28,744 --> 00:16:31,904
นักเรียนสงสัยหรือเปล่า แล้วนักเรียนหาคำตอบได้หรือเปล่าคะ

249
00:16:32,756 --> 00:16:35,904
จากการดูวีดิทัศน์ครั้งนี้

250
00:16:36,758 --> 00:16:39,906
ตอบได้ไหมเอ่ย ตอบได้ไหมคะ

251
00:16:40,760 --> 00:16:43,935
นักเรียนคงตอบเป็นที่เรียบร้อย

252
00:16:44,762 --> 00:16:47,904
แล้วนะคะ อย่างแรกเลย ทำไมเขาถึง

253
00:16:48,763 --> 00:16:51,917
ใช้ศัพนามที่แตกต่างกัน

254
00:16:52,765 --> 00:16:55,907
นักเรียนจำได้ไหมว่าเราเรียนเรื่องสรรพนามไป สรรพนาม

255
00:16:56,765 --> 00:16:59,904
มีอยู่หลายประเภทด้วยกันใช่ไหมคะ ไม่ว่าจะเป็น

256
00:17:00,767 --> 00:17:03,949
ตัวบุรุษที่ 1, บุรุษที่ 2

257
00:17:04,768 --> 00:17:07,903
หรือบุรุษที่ 3 ก็จะมีการใช้คำที่

258
00:17:08,769 --> 00:17:11,906
แตกต่างกันไป คราวนี้เรื่องการรายงานข่าวนี่

259
00:17:12,770 --> 00:17:15,905
ได้แนะนำ

260
00:17:16,772 --> 00:17:19,904
มาใช้ในการพูดรายงานเพียงอย่างเดียวนะคะครูปรเมษฐ

261
00:17:20,776 --> 00:17:23,904
เราจะต้องใช้อะไรด้วย ในชีวิตประจำวัน

262
00:17:24,777 --> 00:17:27,904
นักเรียนเคยสงสัยไหมคะ ทำไมเวลาเราพูดกับผู้ให

263
00:17:28,779 --> 00:17:31,903
ทำไมเวลาเราพูดกับเพื่อน ๆ ทำไมเวลาเราพูด

264
00:17:32,781 --> 00:17:35,913
กับพ่อแม่ เราถึงใช้ภาษาหรือ

265
00:17:36,789 --> 00:17:39,904
คำพูดที่แตกต่างกัน เพราะอะไรเอ่ย

266
00:17:40,792 --> 00:17:43,905
เอ่ย เพราะอะไรคะ อะไรนะ

267
00:17:44,795 --> 00:17:47,903
เสียงกระ

268
00:17:48,799 --> 00:17:51,905
เบามากเลยค่ะ เดี๋ยวคุณครูนะคะจะเป็นผู้

269
00:17:52,801 --> 00:17:55,903
บอกให้นะคะ ว่าสิ่งนั้นก็คือ

270
00:17:56,803 --> 00:17:59,904
ระดับภาษานั่นเองนะ การใช้ระดับภาษา

271
00:18:00,805 --> 00:18:03,905
รวมกับการนำสรรพนามมาใช้นี่

272
00:18:04,813 --> 00:18:07,904
ก็จะทำให้การพูดรายงานนี่สมบูรณ์

273
00:18:08,819 --> 00:18:11,906
มากขึ้น แต่อาจจะไม่สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์นะคะ เพราะจะต้องรวม

274
00:18:12,833 --> 00:18:15,907
ถึงกิริยาท่าทางด้วย รวมถึง

275
00:18:16,834 --> 00:18:19,904
การใช้เสียงและการเว้นวรรคด้วยใช่ไหมคะ

276
00:18:20,835 --> 00:18:23,905
คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ การที่ครู

277
00:18:24,836 --> 00:18:27,913
สอนให้พวกหนูนั้นพูดรายงานนี่ ครูก็สอนได้แค่หลักการ

278
00:18:28,837 --> 00:18:31,908
แต่สิ่งที่มันจะเกิดการพูดขึ้นมาได้นั้น อยู่ที่ตัว

279
00:18:32,838 --> 00:18:35,905
เรื่องการฝึก การปฏิบัตินั่นล่ะครับ

280
00:18:36,839 --> 00:18:39,905
มันคือสิ่งที่จะเกิดขึ้นใช่ไหมครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่แ้ลวค่ะ

281
00:18:40,840 --> 00:18:43,917
(คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้น เดี๋ยวเราไปทำกิจกรรมนี้

282
00:18:44,842 --> 00:18:47,907
ครับ ครูจะให้นักเรียนออกมาทำกิจกรรม

283
00:18:48,842 --> 00:18:51,919
พูดรายงาน กิจกรรมนี้มีชื่อว่า อาสาน่ารัก...

284
00:18:52,843 --> 00:18:55,911
สมัครพูดรายงาน เรื่อง การใช้ภาษา

285
00:18:56,845 --> 00:18:59,905
ของผู้รายงานข่าว นักเรียนครับ ใคร

286
00:19:00,848 --> 00:19:03,905
ที่คิดว่าตัวเอง่ารัก เป็นผู้กล้าของชั้นเรียน

287
00:19:04,852 --> 00:19:07,912
ออกมาพูดรายงานหลักการพูด

288
00:19:08,854 --> 00:19:11,907
ของผู้รายงานข่าวครับ มาบอกสิวาส

289
00:19:12,859 --> 00:19:15,906
ลักษณะการพูดอย่างไร การใช้ภาษาเป็นอย่างไร

290
00:19:16,860 --> 00:19:19,905
(คุณครูคณิตา) ให้เด็ก ๆ นี่

291
00:19:20,863 --> 00:19:23,905
ก่อนดีไหมคะสัก 2 นาทีหลังจากนั้น

292
00:19:24,864 --> 00:19:27,905
อาสา แล้วก็ออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน พูดหน้าชั้นเรียน

293
00:19:28,865 --> 00:19:31,908
อีก 3 นาที เป็น 5 นาทีได้ไหมคะ เพราะว่าเด็ก ๆ นี่

294
00:19:32,879 --> 00:19:35,905
อาจจะยังรู้สึกประหม่าอยู่

295
00:19:36,886 --> 00:19:39,904
คำพูดนะคะ ก็จะมีการพูด

296
00:19:40,887 --> 00:19:43,904
ถ้าเราให้เวลาน้อยไปนี่ จะทำให้นักเรียนนี่

297
00:19:44,888 --> 00:19:47,914
เตรียมตัวหรือเลือกใช้คำนี่ อาจจะรู้

298
00:19:48,890 --> 00:19:51,904
สึกว่า อาจจะมีการตะกุกตะกัก มี

299
00:19:52,892 --> 00:19:55,914
การพูดที่ประหม่า ตื่นเต้น หรือจำเนื้อหา

300
00:19:56,895 --> 00:19:59,911
หรือสิ่งต่าง ๆ นี่ยังไม่ได้ เพราะฉะนั้นนี่ เรา

301
00:20:00,909 --> 00:20:04,905
ให้เวลาเพิ่มมากขึ้นดีไหมคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ดีครับ

302
00:20:04,911 --> 00:20:08,910
เพราะฉะนั้นก็ต้องฝากคุณครูปลายทางนะครับ

303
00:20:08,919 --> 00:20:12,906
ดูแลลูกศิษย์นะ

304
00:20:12,933 --> 00:20:16,909
เรื่องที่ผมไม่สามารถสอนได้ อย่างเช่น เรื่องการยืน

305
00:20:16,934 --> 00:20:20,914
การบุคลิกต่าง ๆ ที่เด็ก ๆ ต้องปฏิบัติ

306
00:20:20,941 --> 00:20:24,917
ผมก็ต้องรบกวนคุณครูปลายทางนะครับ ดูแลให้ด

307
00:20:24,950 --> 00:20:28,906
(คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ คุณครูปลายทางคะ ดูแล้ว

308
00:20:28,954 --> 00:20:32,909
แนะนำนักเรียนด้วยนะคะ ว่าวิธีการยืน วิธี

309
00:20:32,966 --> 00:20:36,909
พูดนี่ที่ถูกต้องเป็นอย่างไร สามารถ

310
00:20:36,972 --> 00:20:40,905
ที่จะให้ข้อชี้แนะแกนักเรียน เพื่อให้นักเรียน

311
00:20:40,972 --> 00:20:44,911
ในการพัฒนาวิธีการพูดอย่างไร

312
00:20:44,974 --> 00:20:48,905
เอาล่ะค่ะ ถึงเวลาที่ให้นักเรียนได้ทำกิจกรรมแล้วใช่ไหมคะ

313
00:20:49,020 --> 00:20:52,909
[เสียงดนตรี]

314
00:20:53,022 --> 00:20:56,913

315
00:20:57,023 --> 00:21:00,932

316
00:21:01,024 --> 00:21:04,905

317
00:21:05,026 --> 00:21:08,913

318
00:21:09,028 --> 00:21:12,908

319
00:21:13,031 --> 00:21:16,918

320
00:21:17,032 --> 00:21:20,905

321
00:21:21,037 --> 00:21:24,914

322
00:21:25,038 --> 00:21:28,905

323
00:21:29,044 --> 00:21:32,905

324
00:21:33,044 --> 00:21:36,904

325
00:21:37,046 --> 00:21:40,909

326
00:21:41,050 --> 00:21:44,905

327
00:21:45,051 --> 00:21:48,906

328
00:21:49,056 --> 00:21:52,914

329
00:21:53,057 --> 00:21:56,920

330
00:21:57,058 --> 00:22:00,911

331
00:22:01,060 --> 00:22:04,910

332
00:22:05,061 --> 00:22:08,909

333
00:22:09,063 --> 00:22:12,906

334
00:22:13,064 --> 00:22:16,906

335
00:22:17,065 --> 00:22:20,905

336
00:22:21,066 --> 00:22:24,906

337
00:22:25,069 --> 00:22:28,915

338
00:22:29,072 --> 00:22:32,906

339
00:22:33,074 --> 00:22:36,907

340
00:22:37,084 --> 00:22:40,905

341
00:22:41,085 --> 00:22:44,905

342
00:22:45,086 --> 00:22:48,905

343
00:22:49,087 --> 00:22:52,913

344
00:22:53,088 --> 00:22:56,908

345
00:22:57,089 --> 00:23:00,906

346
00:23:01,090 --> 00:23:04,905

347
00:23:05,092 --> 00:23:08,906

348
00:23:09,094 --> 00:23:12,905

349
00:23:13,095 --> 00:23:16,906

350
00:23:17,096 --> 00:23:20,906

351
00:23:21,097 --> 00:23:24,908

352
00:23:25,098 --> 00:23:28,906

353
00:23:29,102 --> 00:23:32,921

354
00:23:33,122 --> 00:23:36,913

355
00:23:37,122 --> 00:23:40,915

356
00:23:41,124 --> 00:23:44,905

357
00:23:45,125 --> 00:23:48,917

358
00:23:49,126 --> 00:23:52,913

359
00:23:53,127 --> 00:23:56,906

360
00:23:57,129 --> 00:24:00,905

361
00:24:01,132 --> 00:24:04,905

362
00:24:05,134 --> 00:24:08,907

363
00:24:09,134 --> 00:24:12,906

364
00:24:13,136 --> 00:24:16,907

365
00:24:17,137 --> 00:24:20,921

366
00:24:21,138 --> 00:24:24,905

367
00:24:25,139 --> 00:24:28,905

368
00:24:29,140 --> 00:24:32,905

369
00:24:33,143 --> 00:24:36,906

370
00:24:37,145 --> 00:24:40,915

371
00:24:41,147 --> 00:24:44,907

372
00:24:45,149 --> 00:24:48,906

373
00:24:49,152 --> 00:24:52,909

374
00:24:53,153 --> 00:24:56,906

375
00:24:57,156 --> 00:25:00,905

376
00:25:01,158 --> 00:25:04,905

377
00:25:05,159 --> 00:25:08,916

378
00:25:09,160 --> 00:25:12,910

379
00:25:13,163 --> 00:25:16,905

380
00:25:17,167 --> 00:25:20,906

381
00:25:21,170 --> 00:25:24,911

382
00:25:25,173 --> 00:25:28,906

383
00:25:29,175 --> 00:25:32,906

384
00:25:33,176 --> 00:25:36,906

385
00:25:37,178 --> 00:25:40,906

386
00:25:41,181 --> 00:25:44,906

387
00:25:45,182 --> 00:25:48,906

388
00:25:49,184 --> 00:25:52,913

389
00:25:53,185 --> 00:25:56,908
[เสียงปรบมือ]

390
00:25:57,188 --> 00:26:00,906
(คุณครูปรเมษฐ) เก่งมากเลยครับ ลูกศิษย์ที่น่ารัก

391
00:26:01,189 --> 00:26:04,907
ที่ออกมาพูดรายงานเรื่องการใช้ภาษาของผู้รายงานข่าวนะครบ

392
00:26:05,190 --> 00:26:08,907
เรื่อง การใช้ภาษาของผู้รายงานข่าว นะครับ ครู

393
00:26:09,191 --> 00:26:12,905
มีคำถามมาถามต่อจากที่นักเรียนพูดนะครับ

394
00:26:13,196 --> 00:26:16,909
การสังเกตการใช้ภาษาของสื่อต่าง ๆ

395
00:26:17,197 --> 00:26:20,909
ถือเป็นการจับผิดสื่อหรือไม่เพราะเหตุใด

396
00:26:21,198 --> 00:26:24,909
ที่เราดูแล้วเรานำมา เราดูแล้วเรานำมา

397
00:26:25,199 --> 00:26:28,907
เพื่อที่เราจะนำมาปรับในชีวิตมันเป็นการจับผิด

398
00:26:29,202 --> 00:26:32,906
หรือไม่ เด็ก ๆ ลองตอบสิครับ

399
00:26:33,203 --> 00:26:36,906
หลายคำตอบเลยนะ เป็นบ้างไม่เป็นบ้าง แสดงว่า

400
00:26:37,203 --> 00:26:40,907
นักเรียนคิดได้หลายทางนะครับ เดี๋ยวคุณครูคณิตา

401
00:26:41,216 --> 00:26:44,916
ลองสรุปให้นักเรียนฟัง (คุณครูคณิตา) อย่างแรกเลยนะคะ

402
00:26:45,217 --> 00:26:48,909
อย่างที่บอกค่ะ เราเคยพูดเกี่ยวกับการแสดงความคิ

403
00:26:49,218 --> 00:26:52,906
ใช่ไหมเอ่ย

404
00:26:53,230 --> 00:26:56,906
ใช่แล้วค่ะ แล้วคุณครูคณิตาและคุณครูปรเมษฐบอก

405
00:26:57,232 --> 00:27:00,908
ว่าอย่างไรคะ เกี่ยวกับเรื่องแสดงความคิดเห็น

406
00:27:01,235 --> 00:27:04,906
บอกว่าอย่างไรนะ ใช่ค่ะ

407
00:27:05,236 --> 00:27:08,913
การแสดงความคิดเห็นไม่มีผิด

408
00:27:09,237 --> 00:27:12,911
ไม่มีถูกนะคะ ขึ้นอยู่กับมุมมองและ

409
00:27:13,238 --> 00:27:16,906
ประสบการณ์ของเราค่ะ ฉะนั้นนี่ คุณครูก็จะ

410
00:27:17,241 --> 00:27:20,933
สรุปว่า คำถามนี้ตอบได้ 2 รูปแบบนะคะ

411
00:27:21,243 --> 00:27:24,907
รูปแบบแรก การสังเกตการใช้ภาษา

412
00:27:25,248 --> 00:27:28,907
ของสื่อต่าง ๆ นี่ เป็นการจับผิดสื่อหรือไม่

413
00:27:29,250 --> 00:27:32,913
คุณครูก็จะตอบว่าไม่ เพราะเหตุใด เพราะการ

414
00:27:33,252 --> 00:27:36,906
สังเกตการใช้ภาษาก็ถือว่าเป็นการเรียนรู้อย่างหนึ่ง

415
00:27:37,253 --> 00:27:40,911
หากมีการจับผิดเราก็

416
00:27:41,254 --> 00:27:44,906
นำสิ่งผิดพลาดเหล่านั้นมาปรับให้ถูกต้อง

417
00:27:45,261 --> 00:27:48,907
แล้วนำไปใช้ต่อ โดย

418
00:27:49,263 --> 00:27:52,907
จับผิดให้กลายเป็นถูกต้องมากขึ้นใช่ไหมคะครู

419
00:27:53,266 --> 00:27:56,908
(คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) ก็ถือว่ามันไม่ได้เป็นการจับผิดนะคะ

420
00:27:57,283 --> 00:28:00,912
แต่อีกส่วนหนึ่งบอกว่า

421
00:28:01,284 --> 00:28:04,915
เป็นการจับผิดสื่อ

422
00:28:05,296 --> 00:28:08,909
จับผิดสื่อ จับผิดสื่อนะคะ

423
00:28:09,297 --> 00:28:12,906
ทางลบใช่ไหมคะ มนุษย์เรา

424
00:28:13,298 --> 00:28:16,906
ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ

425
00:28:17,299 --> 00:28:20,909
มนุษย์เราสามารถที่จะทำผิดพลาดได้

426
00:28:21,302 --> 00:28:24,906
ขึ้นอยู่กับว่ามุมมองของคนนั้นนี่

427
00:28:25,304 --> 00:28:28,906
เขามองอย่างไรนะคะ รวมถึงนักเรียนนี่

428
00:28:29,309 --> 00:28:32,906
จะตัดสินเขาอย่างไร จะติดสินแค่เปลือกนอก

429
00:28:33,317 --> 00:28:36,913
ในสิ่งที่เขาทำผิดพลาด หรือนักเรียนจะมอง

430
00:28:37,318 --> 00:28:40,906
ลึกลงไปถึงปัญหา ว่าเพราะเหตุใดเขาจึงทำ

431
00:28:41,319 --> 00:28:44,907
อันนี้คุณครูก็สอนไว้นะคะ ว่าการที่เราจะตัดสิน

432
00:28:45,320 --> 00:28:48,906
คนบางคน หรือตัดสินอะไร

433
00:28:49,328 --> 00:28:52,906
อย่างใดอย่างหนึ่งนี่ เราไม่ควรมองเพียงแค่ตาเปล่า

434
00:28:53,333 --> 00:28:56,909
แต่เราจะต้องมองไปให้ลึกในปัญหาที่เขาเจอ

435
00:28:57,334 --> 00:29:00,907
ในสิ่งที่เขาเจอ เราอย่าตัดสินด้วยอารมณ์

436
00:29:01,335 --> 00:29:04,907
อย่าตัดสินด้วยความรู้สึก แต่เราจงตัดสิน

437
00:29:05,337 --> 00:29:08,909
ด้วยเหตุผลค่ะ อันนี้ก็คือฝากไว้ให้คิดนะคะ

438
00:29:09,338 --> 00:29:12,908
อย่างที่บอกค่ะ ย้อนกลับมาค่ะ อย่างที่บอกไป

439
00:29:13,339 --> 00:29:16,906
เกี่ยวกับเรื่องการจับผิดสื่อ นักเรียนคะ

440
00:29:17,341 --> 00:29:20,906
ถ้าเรื่องการจับผิดสื่อนี่ คุณครูก็ ถ้าพูดถึงเรื่องการจับผิด

441
00:29:21,346 --> 00:29:24,906
นะคะ คุณครูปรเมษฐเคยเห็น

442
00:29:25,349 --> 00:29:28,909
ข่าวไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) เคยครับ (คุณครูคณิตา) เด็ก

443
00:29:29,350 --> 00:29:32,906
ไม่ใช่เด็กสิ แมวคลอดลูก

444
00:29:33,356 --> 00:29:36,921
9 ตัว คลอดใช้กับอะไรคะนักเรียน

445
00:29:37,359 --> 00:29:40,906
แมวคลอดลูก

446
00:29:41,359 --> 00:29:44,907
สุนัขคลอดลูก เด็ก ๆ คะ กับสัตว์นี่

447
00:29:45,359 --> 00:29:48,912
เราจะไม่ใช้คำว่าคลอดนะคะ แต่ในปัจจุบัน

448
00:29:49,371 --> 00:29:52,940
สื่อต่าง ๆ นี่ ใช้คำว่าอะไรอยู่

449
00:29:53,372 --> 00:29:56,910
เป็นสัตว์เราจะใช้คำว่า "ออกลูก", "

450
00:29:57,372 --> 00:30:00,906
เกิดลูก หรือสิ่งต่าง ๆ ที่เราไม่ได้เรียกว่า

451
00:30:01,378 --> 00:30:04,906
การคลอดลูกนั่นเอง นี่ก็มองนะคะ

452
00:30:05,382 --> 00:30:08,914
เรามองได้มุมมอง 2 รูปแบบนะ อย่างแรกเลย

453
00:30:09,383 --> 00:30:12,917
เรามองว่าไม่เป็นการจับผิด เรานำสิ่งเหล่านี้

454
00:30:13,384 --> 00:30:16,908
มาค้นหาแล้วเรียนรู้กับสิ่งเรานั้น

455
00:30:17,389 --> 00:30:20,911
เรามองว่าเป็นการจับผิด จับผิดแล้วได้อะไร

456
00:30:21,392 --> 00:30:24,906
ขึ้นมา การที่เราจับผิดคน ๆ หนึ่งน่ะค่ะ

457
00:30:25,397 --> 00:30:28,912
คุณครูปรเมษฐเราได้อะไรไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ)

458
00:30:29,400 --> 00:30:32,909
ต้องได้สิครับ การที่เราจับผิดนี่เพื่อ

459
00:30:33,402 --> 00:30:36,911
ให้มันเกิดผลขึ้นา โดยการที่จับผิดเขามาแล้ว

460
00:30:37,404 --> 00:30:40,907
จะบอกเขาอย่างไรได้บ้าง มันก็เป็นการพัฒนานะ

461
00:30:41,406 --> 00:30:44,907
การที่เราจับผิดนี่ คือ การสร้าง ก่อให้เกิด

462
00:30:45,412 --> 00:30:48,906
การพัฒนานะผมคิดว่า (คุณครูคณิตา) ค่ะ แต่การจับผิดนี่

463
00:30:49,413 --> 00:30:52,909
ก็ถือว่าเป็นความหมายเชิงทางลบนะคะ ทางที่ดี

464
00:30:53,414 --> 00:30:56,912
เราเรียกว่า "การชี้แนะและการให้

465
00:30:57,421 --> 00:31:00,911
คำแนะนำเพื่อที่จะนำคำเหล่านี้ไปปรับใช้ให้ถูกต้อง

466
00:31:01,423 --> 00:31:04,907
ดีกว่านะคะ อันนี้ก็คือการบอกไว้ ใช่ไหมคะครูปรเมษฐ

467
00:31:05,424 --> 00:31:08,907
(คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ คราวนี้ล่ะคะ คุณครูปรเมษฐมีกิจกรรมอะไรมาคะ

468
00:31:09,425 --> 00:31:12,907
(คุณครูปรเมษฐ) วันนี้ครูก็มีกิจกรรมนะครับ ให้นักเรียนได้ศึกษา

469
00:31:13,428 --> 00:31:16,917
ใบความรู้นะครับ เรื่อง การพูดรายงานและ

470
00:31:17,431 --> 00:31:20,907
มารยาทในการฟัง ดู พูด ครับ นักเรียน

471
00:31:21,432 --> 00:31:24,906
หยิบขึ้นมานะ แล้วเดี๋ยวเราไปพร้อม ๆ กันนะ (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ

472
00:31:25,433 --> 00:31:28,907
(คุณครูปรเมษฐ) เพราะครูก็มีหลักการที่สรุปมาให้ นักเรียน

473
00:31:29,435 --> 00:31:32,909
จะได้ขยายไขข้อข้องใจไปทีเดียว

474
00:31:33,436 --> 00:31:36,907
เลยนะครับ โดยการดูใบความรู้ประกอบ ทุกคนมี

475
00:31:37,438 --> 00:31:40,907
ใครไม่มีบ้างนี่ ไม่มีทำอย่างไรครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ถ้าไม่มี

476
00:31:41,440 --> 00:31:44,906
นะคะ ก็ทำไมเอ่ย

477
00:31:45,441 --> 00:31:48,908
ถามคนข้าง ๆ สิคะ เธอ ๆ

478
00:31:49,443 --> 00:31:52,906
เพื่อยจ๋า เพื่อนครับ มีใบงาน

479
00:31:53,446 --> 00:31:56,906
มีใบความรู้หรือเปล่า เราขอดูด้วยได้ไหมคะ

480
00:31:57,447 --> 00:32:00,906
เป็นการขอความช่วยเหลือ เมื่อเพื่อนขอความช่วยเหลือ

481
00:32:01,449 --> 00:32:04,912
เราจะต้องทำอย่างไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เธอ ๆ เรามี

482
00:32:05,455 --> 00:32:08,906
นะ แต่วันหลังเธอต้องเครียมมานะ เพราะมันเป็นความรั

483
00:32:09,460 --> 00:32:12,908
นะครับ แบ่งปันกันดูและ

484
00:32:13,464 --> 00:32:16,907
ศึกษาไปพร้อม ๆ กันครับเด็ก ๆ ครับ

485
00:32:17,465 --> 00:32:20,910
ไปสนทนา ประสาเรา เขย่าขวัญ... ไม่ใช่

486
00:32:21,466 --> 00:32:24,909
ภาษาเราคืออะไรครับ คือการสนทนาระหว่างครู

487
00:32:25,487 --> 00:32:28,907
แล้วก็เพื่อนนักเรียนในชั้นเรียนนั่นเอง

488
00:32:29,488 --> 00:32:32,911
การพูดรายงานคืออะไรครูคณิตา (คุณครูปรเมษฐ) การพูดรายงาน

489
00:32:33,490 --> 00:32:36,910
การพูดรายงานนะคะ เป็นการเล่าเรื่องราว

490
00:32:37,494 --> 00:32:40,907
จากการศึกษาค้นคว้าค่ะ แล้วนำเสนอ

491
00:32:41,495 --> 00:32:44,913
เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้

492
00:32:45,498 --> 00:32:48,906
ไม่ต้องค้นคว้าทุกเรื่อง แต่รับรู้ได้จากการฟังรายงานค่ะ

493
00:32:49,499 --> 00:32:52,909
(คุณครูปรเมษฐ) นี่คือการพูดรายงานนะครับ หลักการ

494
00:32:53,500 --> 00:32:56,909
ครับ เดี๋ยวไปดูทีละข้อเลยตามใบงาน

495
00:32:57,501 --> 00:33:00,906
ข้อที่ 1 เตรียมข้อมูลที่ได้จากการศึกษาค้นคว้า

496
00:33:01,502 --> 00:33:04,916
เราจะพูดเรื่องใด เราจะต้องศึกษาค้นคว้า

497
00:33:05,504 --> 00:33:08,906
เรื่องนั้น ข้อที่ 2 ครับ (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 2 ค่ะ แบ่งเวลารายงานแต่ละหัวข้อ

498
00:33:09,505 --> 00:33:12,908
ค่ะ แต่ล่ะหัวข้อด้วย สมมติ

499
00:33:13,506 --> 00:33:16,914
มี 3 หัวข้อนักเรียนก็จะต้องแบ่งเวลาด้วย

500
00:33:17,507 --> 00:33:20,907
ว่าในแต่ละหัวข้อนี่ นักเรียนจะพูดกี่นาที

501
00:33:21,515 --> 00:33:24,907
(คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ ต่อไปนะครับ เป็นการเริ่มต้นด้วยการ

502
00:33:25,529 --> 00:33:28,906
กล่าวนำนะครับ การกล่าวนำในการพูดรายงาน

503
00:33:29,536 --> 00:33:32,908
ใช้ระบบเดียวกันเลยนะครับ เรียน

504
00:33:33,537 --> 00:33:36,906
คุณครูที่เคารพและเพื่อน ๆ ที่น่ารักทุกคน

505
00:33:37,539 --> 00:33:40,909
ให้ใช้เหมือนกัน อันนี้คือการกล่าวนำ ข้าพเจ้าจะ

506
00:33:41,540 --> 00:33:44,909
ออกมาพูดรายงานเรื่อง

507
00:33:45,545 --> 00:33:48,907
... ว่าไป เรียนคุณครูที่เคารพ

508
00:33:49,546 --> 00:33:52,906
และเพื่อน ๆ ที่น่ารักทุกคน ข้าพเจ้า,

509
00:33:53,548 --> 00:33:56,907
กระผม, ดิฉัน จะออกมาพูดรายงานเรื่อง...

510
00:33:57,550 --> 00:34:00,926
นี่นะ ใช้ระบบเดียวกัน ต่อไปครับ

511
00:34:01,551 --> 00:34:04,908
(คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมานะคะ มีบุลลิ

512
00:34:05,552 --> 00:34:08,920
ที่ดีในการพูดค่ะ คุณครูปรเมษฐคะ

513
00:34:09,553 --> 00:34:12,906
บุคลิกที่ดีเป็นสิ่งสำคัญในการพูดรายงานใช่ไหมคะ

514
00:34:13,556 --> 00:34:16,906
(คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ (คุณครูคณิตา) แต่สิ่งที่ครูคณิตาได้เจอ

515
00:34:17,557 --> 00:34:20,906
ก็คือนักเรียนจะมีลักษณะอย่างนี้ค่ะ เวลาพูดรายงาน

516
00:34:21,559 --> 00:34:24,906

517
00:34:25,561 --> 00:34:28,906
(คุณครูปรเมษฐ) อ๋อ มองบนหรือครับ (คุณครูคณิตา) แล้วก็จะอยู่อย่างนี้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

518
00:34:29,562 --> 00:34:32,909
เขิน อันนี้คือผู้หญิงใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ผู้หญิงค่ะ

519
00:34:33,563 --> 00:34:36,906
ลักษณะอย่างนี้ค่ะ ผู้ลายที่เคยเจอ

520
00:34:37,571 --> 00:34:40,910
(คุณครูปรเมษฐ) นักเลงมากเลยครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ แล้วคุณครูปรเมษฐ

521
00:34:41,575 --> 00:34:44,907
ล่ะคะ เจอลักษณะท่าทางใดเอ่ย

522
00:34:45,576 --> 00:34:48,910
(คุณครูปรเมษฐ) ล้วงกระเป๋า ขานี่เขย่าด้วยนะ

523
00:34:49,578 --> 00:34:52,921
ไม่รู้จะเขย่าทำไม

524
00:34:53,582 --> 00:34:56,907
(คุณครูคณิตา) มองบนด้วยใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) มองบงบ้าง ลอกแลกบ้าง

525
00:34:57,585 --> 00:35:00,918
ล่วงกระเป๋านี่ก็เป็นบุคลิกที่ไม่ดีนะ

526
00:35:01,589 --> 00:35:04,923
ถ้าเป็นผู้ชายให้นำมือประสานเหมือนครู

527
00:35:05,592 --> 00:35:08,909
เวลาออกมาพูดรายงานนะ ยืนขาไม่ต้องชิดมาก

528
00:35:09,594 --> 00:35:12,906
ให้รู้สึกว่าเราสง่า

529
00:35:13,595 --> 00:35:16,918
พอเราสง่าปุ๊บมันจะหล่อแล้วก็มีเสน่ห์

530
00:35:17,596 --> 00:35:20,907
ส่วนผู้หญิงยืนอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ การยืน

531
00:35:21,597 --> 00:35:24,919
ไม่มีการยืนที่ตายตัวนะคะ ยืน

532
00:35:25,600 --> 00:35:28,907
ให้ตัวเองนี่รู้สึกว่ามั่นคง มีความมั่นใจในการยืน

533
00:35:29,601 --> 00:35:32,906
และสามารถที่จะพูดได้นะคะ ส่วนมือค่ะ เวลามือ

534
00:35:33,602 --> 00:35:36,906
นะคะนักเรียนก็นำมาประกบกัน ซ้ายหรือขวา

535
00:35:37,604 --> 00:35:40,913
ขึ้นอยู่กับความถนัดของตนเอง แล้วเวลาพูดก็จะ

536
00:35:41,605 --> 00:35:44,910
มีการผายมือ เพื่อเป็นการนำสายตา หรือเป็นการ เขาเรียกอะไรนะ

537
00:35:45,616 --> 00:35:48,909
สายตาหรือว่าเป็นการ... เขาเรียกอะไรนะ ดึงดูดสายตา

538
00:35:49,623 --> 00:35:52,908
นี่ ให้กลับมายังผู้พูดค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วก็เป็นการแสดง

539
00:35:53,625 --> 00:35:56,906
ให้เห็นถึงธรรมชาติของผู้พูดด้วย

540
00:35:57,626 --> 00:36:00,906
มือนี่ สำคัญ หน้าตาสำคัญ ต้องมอง ต้องกวาด

541
00:36:01,627 --> 00:36:04,907
สายตาทุกคน คนที่ฟังเราพูดนี่เป็นผู้สำคัญ

542
00:36:05,628 --> 00:36:08,925
ทั้งหมดนะครับ อันนี้ก็คือสิ่งที่ครูสาธิต

543
00:36:09,641 --> 00:36:12,913
สิ่งที่ครูได้พบเจอมานะครับ เพราะฉะนั้น ปฏิบัติให้ได

544
00:36:13,642 --> 00:36:16,906
ครูอาจจะบอกไม่ได้หมดนะครับ ก็ต้องรบกวน

545
00:36:17,643 --> 00:36:20,909
คุณครูปลายทางช่วยแนะนำนักเรียนเพิ่มเติมด้วยครับ (คุณครูคณิตา)

546
00:36:21,647 --> 00:36:24,906
เอาล่ะค่ะ ข้อต่อไปค่ะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา)

547
00:36:25,647 --> 00:36:28,907
ข้อต่อไปนี่เราจะกล่าวเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) การใช้

548
00:36:29,649 --> 00:36:32,920
ภาษานะครับ การใช้ภาษาต้องเป็นการใช้ภาษาแบบกึ่งทางการ

549
00:36:33,651 --> 00:36:36,908
(คุณครูคณิตา) กึ่งทางการเป็นแบบไหนเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) กึ่งทางการเป็น

550
00:36:37,655 --> 00:36:40,906
การใช้ภาษาที่ไม่ได้เป็นทางการจนเกินไป

551
00:36:41,655 --> 00:36:44,906
ไม่ได้เป็นภาษาราชการ พูดได้ว่า

552
00:36:45,656 --> 00:36:48,906
ฟังแล้วมันลื่นหู มันฟังแล้วมันไม่ใช่

553
00:36:49,657 --> 00:36:52,906
เป็นภาษาที่เป็นทางการจนเกินไป อย่างเช่น การที่นักข่าว

554
00:36:53,663 --> 00:36:56,908
รายงานการที่ฟัง

555
00:36:57,664 --> 00:37:00,911
สารคดีต่าง ๆ ก็ใช้ภาษากึ่งทางการทั้งนั้น พูดเหน่อได้ไหม

556
00:37:01,669 --> 00:37:04,906
พูดภาษาถิ่นได้ไหม (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐคะ

557
00:37:05,670 --> 00:37:08,908
พูดเหน่อได้ไหม พูดภาษาถิ่นได้ไหม

558
00:37:09,671 --> 00:37:12,912
การใช้ภาษากึ่งทางการ การใช้ภาษาถิ่นนี

559
00:37:13,672 --> 00:37:16,907
ถ้าเราใช้ภาษาถิ่นนี่ ถือว่าเราใช้ภาษาพูดใน

560
00:37:17,673 --> 00:37:20,907
ระดับกันเองนะคะ เพราะฉะนั้นนี่ เราไม่ควรพูด

561
00:37:21,673 --> 00:37:24,907
ภาษากึ่งทางการนี่จะเป็นการพูดในระดับ

562
00:37:25,673 --> 00:37:28,911
ห้องเรียน ห้องเรียนนะคะ พูดโดยมีคนที่เร

563
00:37:29,675 --> 00:37:32,906
มีบุคคลที่เรารู้จัก

564
00:37:33,676 --> 00:37:36,924
แต่อาจจะไม่สนิทสนมถึงขั้นว่าเป็นบุคคล

565
00:37:37,678 --> 00:37:40,916
ในครอบครัว หรือเราจะใช้คำพูดในภาษาที่เป็นกันเอง

566
00:37:41,681 --> 00:37:44,906
ได้ อย่างเช่นคุณครูปรเมษฐ คุณครูปรเมษฐและครูคณิตานี่

567
00:37:45,683 --> 00:37:48,933
และคุณครูคณิตานี่ เวลาเจอกันเราก็จะใช้ภาษา

568
00:37:49,684 --> 00:37:52,907
กึ่งทางการในการพูดนะคะ เพราะอะไร

569
00:37:53,685 --> 00:37:56,907
เพราะว่า 1. ค่ะ เราอยู่ใน...

570
00:37:57,687 --> 00:38:00,907
อยู่ในสถานที่ราชการด้วย

571
00:38:01,689 --> 00:38:04,908
อยู่ในสถานที่ที่เราจะต้อง

572
00:38:05,689 --> 00:38:08,907
เลือกใช้ภาษาที่มันเหมาะสมด้วยนะคะ เอาล่ะค่ะ

573
00:38:09,693 --> 00:38:12,906
นอกจากนี้กึ่งทางการแล้วยังมีอะไรอีกคะ (คุณครูปรเมษฐ)

574
00:38:13,694 --> 00:38:16,907
ต้องออกเสียงชัดเจนถูกต้อง สำคัญมาก

575
00:38:17,695 --> 00:38:20,906
อัขระต่าง ๆ เราต้องพูดให้ถถ

576
00:38:21,696 --> 00:38:24,906
ต้องออกเสียงให้ถูกต้องนะครับ ต่อไป

577
00:38:25,698 --> 00:38:28,906
ได้มีโอกาสซักถามและแสดงความคิดเห็นบ้างนะครับ

578
00:38:29,700 --> 00:38:32,909
สุดท้ายครับ (คุณครูคณิตา) ใช้คำขอโทษเมื่อรู้ว่าผิด

579
00:38:33,705 --> 00:38:36,916
เมื่อพูดผิดและขอบคุณ

580
00:38:37,714 --> 00:38:40,906
นี่คือหลักในการพูดรายงานนะครับ

581
00:38:41,724 --> 00:38:44,907
ต่อไปเป็นมารยาทในการพูดรายงานนะครับ ข้อที่ 1 เลย

582
00:38:45,725 --> 00:38:48,906
ผู้ฟังจะต้องให้เกียรติผู้พูด ใช่ไหมครับครู

583
00:38:49,726 --> 00:38:52,906
ข้อที่ 2 ครับ (คุณครูคณิตา) 2 ค่ะ

584
00:38:53,727 --> 00:38:56,908
ในการฟัง ตั้งใจ และจดประเด็นสำคัญค่ะ

585
00:38:57,731 --> 00:39:00,914
(คุณครูปรเมษฐ) ข้อที่ 3 คือ ผู้ฟังต้องใจกว้าง ฟังความเห็น

586
00:39:01,743 --> 00:39:04,908
ของผู้พูดนะครับ เวลาผู้พูดพูดนี่

587
00:39:05,745 --> 00:39:08,907
เราต้องตั้งใจฟังและก็เปิดใจรับ

588
00:39:09,746 --> 00:39:12,906
เพื่อที่จะนำสิ่งที่ผู้พูดนั้นนำมาวิเคราะห์ คิด

589
00:39:13,747 --> 00:39:16,907
นะครับ ข้อ 4 ครับ (คุณครูคณิตา) ข้อ 4 ค่ะ ผู้พูดต้องพูดให้ชัด

590
00:39:17,758 --> 00:39:20,908
เจน ไม่กำกวม

591
00:39:21,759 --> 00:39:24,916
(คุณครูปรเมษฐ) เช่นเดียวกับผู้ฟังนะครับ

592
00:39:25,760 --> 00:39:28,907
เหมือนกัน ต้องใจกว้าง ฟังผู้ฟังบ้างนะครับ ข้อที่ 5

593
00:39:29,761 --> 00:39:32,906
หากผู้ฟังมีข้อสงสัยก็ต้องเป็นอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ก็

594
00:39:33,762 --> 00:39:36,909
ควรยกมือขออนุญาตค่ะ ด้วยท่าทางที่สุภาพเรียบ

595
00:39:37,763 --> 00:39:40,909
เรียบร้อยเมื่อต้องการแสดงความคิดเห็นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่คือ

596
00:39:41,764 --> 00:39:44,907
มารยาทในการพูดรายงานนะครับ ครูมี

597
00:39:45,765 --> 00:39:48,917
วีดิทัศน์มาให้นักเรียนชม เพื่อให้นักเรียนไปพูด

598
00:39:49,765 --> 00:39:52,914
รายงานให้เพื่อนร่วมชั้นฟังนะครับ

599
00:39:53,766 --> 00:39:56,913
นักเรียนจะต้องทำอะไรจากวีดิทัศน์นี้

600
00:39:57,766 --> 00:40:00,924
จากวีดิทัศน์นี้นะครับ 1. ต้องสรุปสาระสำคัญ

601
00:40:01,769 --> 00:40:04,909
ลงในสมุด สรุปเพื่อที่จะนำไปพูดรายงาน

602
00:40:05,771 --> 00:40:08,906
2. คือจะต้องบอกคติ หรือข้อคิดจากเรื่องที่ฟังให้ไ

603
00:40:09,771 --> 00:40:12,906
และหนูจะได้นำไปพูดรายงานให้เพื่อนฟังได้นะครับ

604
00:40:13,771 --> 00:40:16,912
พร้อมแล้ว สมุด ปากกา ดินสอ ยางลบ เตรียมให้ครับ

605
00:40:17,772 --> 00:40:20,912
จดสาระสำคัญ อย่าลืมนะครับ ไปชมวีดิทัศน์กันครับ

606
00:40:21,772 --> 00:40:24,907
เรื่องอะไร [เสียงวีดิทัศน์]

607
00:40:25,774 --> 00:40:28,908

608
00:40:29,799 --> 00:40:32,906

609
00:40:33,800 --> 00:40:36,907

610
00:40:37,801 --> 00:40:40,906
(บรรยาย)

611
00:40:41,802 --> 00:40:44,909

612
00:40:45,803 --> 00:40:48,906

613
00:40:49,806 --> 00:40:52,906
สร้างภูมิคุ้มกันโรค โดยใช้หลักการง่าย ๆ คือ ต้องการป้องกันโรคอะไร

614
00:40:53,807 --> 00:40:56,907

615
00:40:57,808 --> 00:41:00,906

616
00:41:01,810 --> 00:41:04,906
ร่างกาย เรียนรู้ ต่อสู้ และจดจำ

617
00:41:05,812 --> 00:41:08,906

618
00:41:09,817 --> 00:41:12,906

619
00:41:13,823 --> 00:41:16,906

620
00:41:17,825 --> 00:41:20,906
ให้เซลล์เม็ดเลือดขาวในร่างกาย หรือ Anti

621
00:41:21,826 --> 00:41:24,906

622
00:41:25,830 --> 00:41:28,907

623
00:41:29,833 --> 00:41:32,908

624
00:41:33,834 --> 00:41:36,913
เพื่อต่อสู้กับเชื้อไวรัส COVID-19

625
00:41:37,840 --> 00:41:40,909

626
00:41:41,843 --> 00:41:44,906

627
00:41:45,845 --> 00:41:48,906

628
00:41:49,847 --> 00:41:52,907

629
00:41:53,848 --> 00:41:56,906

630
00:41:57,850 --> 00:42:00,906

631
00:42:01,853 --> 00:42:04,906

632
00:42:05,857 --> 00:42:08,907

633
00:42:09,864 --> 00:42:12,906

634
00:42:13,865 --> 00:42:16,909

635
00:42:17,869 --> 00:42:20,909

636
00:42:21,874 --> 00:42:24,909

637
00:42:25,876 --> 00:42:28,912

638
00:42:29,881 --> 00:42:32,909

639
00:42:33,883 --> 00:42:36,906

640
00:42:37,884 --> 00:42:40,906

641
00:42:41,887 --> 00:42:44,906

642
00:42:45,889 --> 00:42:48,906

643
00:42:49,891 --> 00:42:52,906

644
00:42:53,894 --> 00:42:56,906

645
00:42:57,896 --> 00:43:00,906

646
00:43:01,899 --> 00:43:04,907

647
00:43:05,901 --> 00:43:08,906

648
00:43:09,901 --> 00:43:12,909

649
00:43:13,903 --> 00:43:16,906

650
00:43:17,905 --> 00:43:20,906

651
00:43:21,910 --> 00:43:25,910

652
00:43:25,924 --> 00:43:29,917

653
00:43:29,931 --> 00:43:33,906

654
00:43:33,944 --> 00:43:37,906

655
00:43:37,949 --> 00:43:41,906

656
00:43:41,951 --> 00:43:45,907

657
00:43:45,954 --> 00:43:49,911

658
00:43:49,955 --> 00:43:53,909

659
00:43:53,956 --> 00:43:57,906

660
00:43:57,957 --> 00:44:01,906

661
00:44:01,961 --> 00:44:05,906

662
00:44:05,962 --> 00:44:09,909
[เสียงปรบมือ] (คุณครูคณิตา) ขอขอบคุณ

663
00:44:09,968 --> 00:44:13,906
สื่อวีดิทัศน์ เรื่อง วัคซีน COVID-19 ท

664
00:44:13,971 --> 00:44:17,907
อย่างไร ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นอย่างไรครับนักเรียน ครูคิดว่านักเรียน

665
00:44:17,972 --> 00:44:21,910
น่าจะจดสาระสำคัญและประเด็นสำคัญเอาไว้

666
00:44:21,976 --> 00:44:25,912
เป็นจำนวนมากนะครับ ไปดูกิจกรรมกัน ครูจะให้

667
00:44:25,977 --> 00:44:29,907
คนเก่งพูดรายงาน เรื่อง

668
00:44:29,978 --> 00:44:33,906
วัคซีนทำหน้าที่อย่างไร เดี๋ยวไปดูคำชี้แจงก่อน

669
00:44:33,979 --> 00:44:37,913
คำชี้แจงนะ ให้นักเรียนนี่นะ พูดรายงาน

670
00:44:37,980 --> 00:44:41,908
จากเรื่องนี่ล่ะ จากประเด็นที่เด็ก ๆ

671
00:44:41,981 --> 00:44:45,910
นำมาพูดรายงาน แต่

672
00:44:45,984 --> 00:44:49,906
ให้ไปพูดนอกเวลา เพราะครูอยากให้นักเรียนนั้นได้

673
00:44:49,988 --> 00:44:53,906
เตรียมตัวให้พร้อม เตรียมตัวให้ดีก่อน

674
00:44:53,992 --> 00:44:57,906
แล้วก็ไปพูดกับคุณครู (คุณครูคณิตา) คุณครูประจำวิช

675
00:44:57,994 --> 00:45:01,909
ไปพูดกับคุณครูประจำวิชา เป็นคะแนนเก็บ

676
00:45:01,996 --> 00:45:05,907
ของตนเอง หาเวลาว่างนะครับ ไปพูดกับคุณครูท่าน

677
00:45:05,997 --> 00:45:09,908
ส่วนคุณครูก็ดูแลนักเรียนนะครับ

678
00:45:09,999 --> 00:45:13,906
คอยบอกแนะนำนักเรียน

679
00:45:14,000 --> 00:45:17,906
การพูดรายงานจากเรื่องวัคซีนทำหน้าที่อย่างไรครับ

680
00:45:18,005 --> 00:45:21,906
นี่นักเรียนได้ความรู้เป็นจำนวนมากเลย

681
00:45:22,006 --> 00:45:25,910
วันนี้นะครับ เดี๋ยวไปสรุปบทเรียนกันดีกว่า

682
00:45:26,009 --> 00:45:29,910
กิจกรรมสรุปบทดรียนพากเพียรความรู้ครับ

683
00:45:30,010 --> 00:45:33,910
มาถามนักเรียนครับ ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) การพูดรายงาน

684
00:45:34,011 --> 00:45:37,909
มีความสำคัญต่อการเรียนรู้ของนักเรียนอย่างไร

685
00:45:38,012 --> 00:45:41,922
(คุณครูปรเมษฐ) มีความสำคัญอย่างไร (คุณครูคณิตา) มีความสำคัญอย่างไร

686
00:45:42,012 --> 00:45:45,906
คะ (คุณครูปรเมษฐ) ตอบหรือยัง

687
00:45:46,014 --> 00:45:49,907
ดูสิเหมือนกันหรือเปล่าครับ ทำให้เกิดการ

688
00:45:50,016 --> 00:45:53,913
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน

689
00:45:54,018 --> 00:45:57,925
การที่เราพูดรายงานนี่มันก็ทำให้นักเรียนนี่ออก

690
00:45:58,032 --> 00:46:01,909
มานำเสนอข้อมูล ซึ่งแต่ละคนจะต้อง

691
00:46:02,038 --> 00:46:05,907
(คุณครูคณิตา) จะต้องแตกต่างกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ล่ะ

692
00:46:06,039 --> 00:46:09,913
มันคือการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ต่อไป อีกคำถามหนึ่ง

693
00:46:10,040 --> 00:46:13,906
การพูดรายงานผู้พูดต้องมีมารยาทในการ

694
00:46:14,044 --> 00:46:17,907
พูดอย่างไร บอกไปแล้วด้วยนะ

695
00:46:18,045 --> 00:46:21,910
(คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ต้องมีมารยาทในการพูดอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ

696
00:46:22,046 --> 00:46:25,906
ตอบเลยค่ะ

697
00:46:26,047 --> 00:46:29,907
หลาย ๆ คนนี่ก็เริ่มซึมซับเกี่ยวกับ

698
00:46:30,048 --> 00:46:33,907
มารยาทในการฟัง การดู การพูดเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ

699
00:46:34,050 --> 00:46:37,909
เอาล่ะค่ะ คุณครูปรเมษฐ การพูดรายงานนี่ ผู้พูดฃ

700
00:46:38,050 --> 00:46:41,908
จะต้องมีมารยาทในการพูดอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูสรุปมาเลยนะครับ

701
00:46:42,052 --> 00:46:45,915
ก็คือเด็ก ๆ จะต้องใช้ถ้อยคำที่สุภาพถูกต้อง

702
00:46:46,053 --> 00:46:49,909
ตามกาลเทศะ และต้อง

703
00:46:50,054 --> 00:46:53,922
เปิดโอกาสให้ผู้ฟังได้ซักถาม

704
00:46:54,054 --> 00:46:57,907
เราเป็นผู้พูด เราก็จะต้องตอบ

705
00:46:58,055 --> 00:47:01,911
ด้วยถ้อยคำที่สุภาพเรียบร้อย ต้องมีความใจกว้าง

706
00:47:02,056 --> 00:47:05,914
ต้องรับฟังความเห็นของผู้ฟัง

707
00:47:06,057 --> 00:47:09,922
นี่คือมารยาทของผู้พูด (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐคะ ขอแทรกนิดหนึ่ง

708
00:47:10,058 --> 00:47:13,912
นะคะ เวลาที่เราจะถามนี่

709
00:47:14,064 --> 00:47:17,906
ผู้ฟังใช่ไหมคะ จะถามผู้พูดนี่ เราจะถาม

710
00:47:18,065 --> 00:47:21,912
ก็ต่อเมื่อผู้พูดเปิดโอกาศให้

711
00:47:22,069 --> 00:47:25,907
ได้ถามคำถามนะคะ ไม่ใช่นักเรียนเกิดข้อสังสัย

712
00:47:26,072 --> 00:47:29,913
แล้วยกมือถามเลยนี่ ถือว่าเป็นมารยาท

713
00:47:30,076 --> 00:47:33,909
ที่ดีไหมคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่ดีครับ

714
00:47:34,076 --> 00:47:37,907
สมมติว่านักเรียนเกิดข้อสงสัยนี่

715
00:47:38,077 --> 00:47:41,919
ไว้ก่อน แล้วตราบใดที่ผู้พูด พูดว่า

716
00:47:42,078 --> 00:47:45,907
มีผู้ใดสงสัยที่จะซักถามไหม อันนั้นล่ะนักเรียน

717
00:47:46,080 --> 00:47:49,911
ค่อยซักถาม อันนี้คือมารยาทในการฟังผู้

718
00:47:50,081 --> 00:47:53,907
พูดนะครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ค่ะ บทเรียนครั้งต่อไปนี่

719
00:47:54,082 --> 00:47:57,912
เราจะเรียนอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) บทเรียนครั้งต่อไป

720
00:47:58,086 --> 00:48:01,910
จบหน่วยอีกแล้วใช่ไหม เราจะขึ้นหน่วยที่ 4 ครับ

721
00:48:02,088 --> 00:48:05,911
คือ การใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร จะเรียนกันในเรื่อง...

722
00:48:06,088 --> 00:48:09,921
(คุณครูคณิตา) โวหารในงานเขียนค่ะ

723
00:48:10,088 --> 00:48:13,907
(คุณครูปรเมษฐ) มีเลข 1 อยู่ข้างหลังแสดงว่าต้องมีเลข 2

724
00:48:14,092 --> 00:48:17,925
เตรียมตัวดังนี้นะครับ ใบความรู้ เรื่อง

725
00:48:18,096 --> 00:48:21,908
โวหารในภาษาไทย แล้วก็ใบงานเรื่อง

726
00:48:22,098 --> 00:48:25,907
โวหารน่ารู้นะครับ นักเรียนไปเตรียมตัวมานะครับ

727
00:48:26,101 --> 00:48:29,918
(คุณครูคณิตา) ค่ะ ซึ่งคุณครูปลายทางและนักเรียนนะคะ

728
00:48:30,101 --> 00:48:33,907
หากอยากได้ใบความรู้หรือใบงานเหล่านี้ สามารถ

729
00:48:34,102 --> 00:48:37,906
ดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่นี่เลยค่ะ นักเรียนคะ

730
00:48:38,104 --> 00:48:41,908
อ่านพร้อม ๆ กันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อ่านครับ

731
00:48:42,105 --> 00:48:45,907
(คุณครูปรเมษฐ) ครูบอกทุกวันแล้ว ให้นักเรียนอ่านบ้าง นักเรียนครับ

732
00:48:46,106 --> 00:48:49,908
เพราะฉะนั้น อย่าลืมนะครับ

733
00:48:50,107 --> 00:48:53,911
ไปทบทวนสิ่งที่ครูสอน ไปสรุปประเด็น

734
00:48:54,108 --> 00:48:57,912
มา ไปลองซ้อมพูดมา แล้วมาพูด

735
00:48:58,109 --> 00:49:01,911
กับคุณครูประจำวิชาเป็นคะแนนเก็บ

736
00:49:02,110 --> 00:49:05,928
ขอฝากการพูดรายงานไว้ในอ้อมอกอ้อมใจ

737
00:49:06,111 --> 00:49:09,907
ของหนู ๆ ทั้งประเทศครับ คุณครูปรเมษฐและคุณครูคณิตา

738
00:49:10,112 --> 00:49:13,909
ขอลาไปก่อนครับสวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) ส

739
00:49:14,113 --> 00:49:17,907
[เสียงดนตรี] -

740
00:49:18,114 --> 00:49:21,910

741
00:49:22,116 --> 00:49:25,907

742
00:49:26,120 --> 00:49:29,909

743
00:49:30,121 --> 00:49:33,907

744
00:49:34,123 --> 00:49:37,907

745
00:49:38,124 --> 00:49:41,907

746
00:49:42,125 --> 00:49:45,907

747
00:49:46,126 --> 00:49:49,907

748
00:49:50,127 --> 00:49:53,913
ไปดูกันเลยดีกว่า จุดประสงค์การเรียนรู้

749
00:49:54,128 --> 00:49:58,128
ครูจะพานักเรียนไปศีก

750
00:49:58,130 --> 00:50:02,130

751
00:50:02,132 --> 00:50:02,133

752
00:50:06,133 --> 00:50:06,137


