﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:03,226

2
00:00:04,009 --> 00:00:07,253

3
00:00:08,012 --> 00:00:11,303

4
00:00:12,013 --> 00:00:15,211

5
00:00:16,014 --> 00:00:19,184

6
00:00:20,017 --> 00:00:23,220
(คุณครูคณิตา) สวัสดี

7
00:00:24,021 --> 00:00:27,215
คุณครูปลายทางทุกท่าน และนักเรียนปลายทางทุกคนค่ะ

8
00:00:28,022 --> 00:00:31,348
วันนี้พบกับคุณครูคณิตา หนุนอนันต์ และครูปรเมษฐ ศรีกำเหนิด ในรายวิชาภาษาไทย

9
00:00:32,025 --> 00:00:35,234

10
00:00:36,027 --> 00:00:39,121
ประถมศึกษาปีที่ 6 วันนี้เราจะขึ้นหน่วยใหม่

11
00:00:40,028 --> 00:00:43,123
ใช่ไหมคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) วันนี้

12
00:00:44,030 --> 00:00:47,137
เกี่ยวกับเรื่องการเขียนใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่อง

13
00:00:48,035 --> 00:00:51,154

14
00:00:52,037 --> 00:00:55,206
โวหารในงานเขียนครับ เด็ก ๆ ทุกคนครับ

15
00:00:56,046 --> 00:00:59,216
นักเรียนคะ สงสัยหรือเปล่าโวหารในการเขียน

16
00:01:00,047 --> 00:01:03,167
เป็นอย่างไร ถ้าสงสัยนี่เราจะมาเรียนรู้เกี่ยวกับงานเขียนกันใช่ไหมคะ

17
00:01:04,049 --> 00:01:07,177

18
00:01:08,052 --> 00:01:11,159
กันใช่ไหมคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ เรามาดูกัน

19
00:01:12,053 --> 00:01:15,205
ดีกว่า ให้นักเรียนค่ะ สังเกตคำเหล่านี้ค่ะ เอาล่ะค่ะ

20
00:01:16,055 --> 00:01:19,225
คำเหล่านี้ค่ะ เอาล่ะค่ะ สังเกตบนหน้าจอนะคะ คุณครูปรเมษฐคะ อ่านไปพร้อม ๆ

21
00:01:20,057 --> 00:01:23,167

22
00:01:24,062 --> 00:01:27,164
ได้ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ได้ครับ วันเพ็ญ

23
00:01:28,065 --> 00:01:31,138
พระจันทร์สีนวลจ้า ส่องแสง

24
00:01:32,066 --> 00:01:35,202
วงรัศมีขาว น้ำขึ้นเต็มฝั่ง ไม่

25
00:01:36,067 --> 00:01:39,193
กระดุกกระดิก แต่เป็นเงา

26
00:01:40,068 --> 00:01:43,158
แวววาวเหมือนถาดเงินใบใหญ่ที่ขัด

27
00:01:44,073 --> 00:01:47,138
ทางฝั่งขวาของแม่น้ำเจ้าพระยา

28
00:01:48,074 --> 00:01:51,150
ตอนหนึ่งมีต้นลำพูต้นใหญ่

29
00:01:52,075 --> 00:01:55,134
(คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะนักเรียน เป็นอย่างไรกันบ้าง

30
00:01:56,086 --> 00:01:59,130
เอ้ สงสัยหรือเปล่าทำไมครูถึงให้สังเกต

31
00:02:00,088 --> 00:02:03,143
แล้วเราจะสังเกตคำว่าอย่างไร

32
00:02:04,100 --> 00:02:07,185
เดี๋ยวเรายังไม่มีแนวทางใช่ไหมคะ ว่า

33
00:02:08,110 --> 00:02:11,170
จะสังเกตคำไปทำไมกันนะ เดี๋ยวเรามา

34
00:02:12,113 --> 00:02:15,157
ดูคำถามกันดีกว่าค่ะ คำถามกระตุ้นความค

35
00:02:16,114 --> 00:02:19,160
คำถามแรกค่ะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ข้อความที่ฟัง

36
00:02:20,116 --> 00:02:23,164
น่าสนใจหรือไม่ เพราะเหตุใด

37
00:02:24,117 --> 00:02:27,214
ถึงน่าสนใจครับ ลูก ๆ นักเรียนทุกคนครับ

38
00:02:28,118 --> 00:02:31,120
(คุณครูคณิตา) ตอบได้เลยค่ะ

39
00:02:32,119 --> 00:02:36,119
หลาย ๆ คนนี่ก็อาจจะสนใจหรือไม่สนใจก็ได้

40
00:02:36,120 --> 00:02:40,120
ใช่ไหมคะ แต่เหตุผลนี่นักเรียนก็จะต้องมีมารองรับนะคะ

41
00:02:40,144 --> 00:02:44,125
บอกคุณครูด้วยนะคะ ว่านักเรียนนี่

42
00:02:44,145 --> 00:02:48,122
สนใจ หรือไม่สสนใจ เพราะเหตุใด

43
00:02:48,149 --> 00:02:52,121
เอาล่ะค่ะ คุณครู

44
00:02:52,172 --> 00:02:56,121
ปรเมษฐคะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา) หากคุณครูปรเมษฐนี่

45
00:02:56,174 --> 00:03:00,122
ไม่ใช่หากสิ เมื่อกี้คุณครูปรเมษฐได้อ่านเกี่ยว

46
00:03:00,174 --> 00:03:04,120
กับข้อความเหล่านั้นไปแล้ว คุณครูปรเมษฐนี่คิดว่า

47
00:03:04,175 --> 00:03:08,124
ที่ฟังนี่น่าสนใจหรือไม่คะ (คุณครูปรเมษฐ) จากการที่

48
00:03:08,176 --> 00:03:12,121
ใช้สายตาพินิจพิจารณา

49
00:03:12,180 --> 00:03:16,123
ในข้อความมันทำให้เกิดถึงความอัศจรรย์ใจนะ

50
00:03:16,180 --> 00:03:20,127
ในการที่ผู้ที่เขียนนี่บรรยายความออกมา

51
00:03:20,185 --> 00:03:24,122
ทำให้ได้เห็นภาพ เพราะฉะนั้นนี่ ตามความรู้สึกของครู

52
00:03:24,187 --> 00:03:28,128
ครูมีความสนใจแน่นอนครับ สนใจ

53
00:03:28,188 --> 00:03:32,135
เนื่องด้วยถ้อยคำสละสลวยเห็น

54
00:03:32,189 --> 00:03:36,136
ภาพชัดเจนนะครับ อันนี้คือเหตุผลของครูครับ

55
00:03:36,190 --> 00:03:40,135
(คุณครูคณิตา) ค่ะ เรามาดูคำถามต่อไปกันเลยนะคะ หาก

56
00:03:40,195 --> 00:03:44,129
ต้องการสื่อสารเรื่องให้น่าสนใจ

57
00:03:44,197 --> 00:03:48,121
มากขึ้นนี่ นักเรียนจะใช้วิธีการใด

58
00:03:48,199 --> 00:03:52,121
เมื่อกี้คุณครูปรเมษฐก็ได้บอกไปแล้วนะคะว่า

59
00:03:52,200 --> 00:03:56,126
น่าสนใจแล้วถ้านักเรียนล่ะคะ อยากจะสื่อสานให้

60
00:03:56,201 --> 00:04:00,120
น่าสนใจมากขึ้นจะทำอย่างไรเอ่ย

61
00:04:00,205 --> 00:04:04,120
ตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ

62
00:04:04,206 --> 00:04:08,125
คุณครูปรเมษฐคะ

63
00:04:08,208 --> 00:04:12,131
เรามีวิธีการสื่อสารให้น่าสนใจอย่างไรบ้างคะ

64
00:04:12,209 --> 00:04:16,123
(คุณครูปรเมษฐ) วิธีการสื่อสารให้ข้อความที่อ่านใช่ไหมครับ

65
00:04:16,210 --> 00:04:20,121
(คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้น่าสนใจหรือครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ด้วยวิธีการ

66
00:04:20,215 --> 00:04:24,129
อ่านแล้วก็บรรยายภาพ

67
00:04:24,221 --> 00:04:28,121
หรืออาจจะเขียนเป็นภาพก็ได้นะครับ

68
00:04:28,224 --> 00:04:32,121
(คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ก็จะเป็นลักษณะ

69
00:04:32,226 --> 00:04:36,121
สื่อสารเรื่องนะคะ ที่หลากหลายรูปแบบนะคะ

70
00:04:36,233 --> 00:04:40,121
ที่จะทำให้การสื่อสารนี่ ดู

71
00:04:40,234 --> 00:04:44,121
มีความน่าสนใจมากขึ้น เด็ก ๆ ไม่จำเป็นต้องเล่าเรื่อง

72
00:04:44,235 --> 00:04:48,121
ให้ละเอียดอย่างเดียวก็ได้ เพราะโวหารของเรานี่

73
00:04:48,236 --> 00:04:52,122
มีหลายประเภทด้วยกันนะ

74
00:04:52,237 --> 00:04:56,124
เดี๋ยวเรามาเรียนรู้กันนะคะว่าเราจะใช้โวหารแบบใด

75
00:04:56,239 --> 00:05:00,122
ที่จะทำให้งานเขียนของเราน่าสนใจมากยิ่งขึ้นค่ะ

76
00:05:00,240 --> 00:05:04,121
จุดประสงค์ของการเรียนรู้ในวันนี้คืออะไรคะคุณครูปรเมษฐ

77
00:05:04,241 --> 00:05:08,121
(คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนจะต้องบอกความหมายและ

78
00:05:08,242 --> 00:05:12,122
ประเภทของโวหารได้นะครับ

79
00:05:12,244 --> 00:05:16,121
อ่านและจำแนกประเภทของโวหารได้ ข้อ 3

80
00:05:16,245 --> 00:05:20,132
บอกความสำคัญของการใช้โวหาร

81
00:05:20,246 --> 00:05:24,121
ในการสื่อสารได้ นี่ก็คือสิ่งที่

82
00:05:24,248 --> 00:05:28,122
หนู ๆ นั้นจะต้องได้ปฏิบัติในชั่วโมงได้

83
00:05:28,250 --> 00:05:32,122
(คุณครูคณิตา) เดี๋ยวเรามาดูความหมายของโวหารกันดีกว่าค่ะ

84
00:05:32,255 --> 00:05:36,124
โวหารคืออะไรเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) เหมือนวิหารไหม

85
00:05:36,256 --> 00:05:40,256
(คุณครูคณิตา

86
00:05:40,257 --> 00:05:44,257

87
00:05:44,259 --> 00:05:44,262

88
00:05:48,262 --> 00:05:48,264


