﻿1
00:00:07,927 --> 00:00:07,927

2
00:00:07,927 --> 00:00:11,919

3
00:00:11,919 --> 00:00:15,848

4
00:00:15,848 --> 00:00:19,835

5
00:00:19,835 --> 00:00:23,829

6
00:00:23,829 --> 00:00:27,820
(คุณครูคณิตา) สวัสดี

7
00:00:27,820 --> 00:00:31,820
คุณครูปลายทางทุกท่าน และนักเรียนปลายทางทุกคนค่ะ

8
00:00:31,834 --> 00:00:35,830
วันนี้พบกับคุณครูคณิตา หนุนอนันต์ และครูปรเมษฐ ศรีกำเหนิด ในรายวิชาภาษาไทย

9
00:00:35,830 --> 00:00:39,830

10
00:00:39,833 --> 00:00:43,823
ประถมศึกษาปีที่ 6 วันนี้เราจะขึ้นหน่วยใหม่

11
00:00:43,823 --> 00:00:47,823
ใช่ไหมคะ ครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) วันนี้

12
00:00:47,857 --> 00:00:51,846
เกี่ยวกับเรื่องการเขียนใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่อง

13
00:00:51,846 --> 00:00:55,834

14
00:00:55,834 --> 00:00:59,834
โวหารในงานเขียนครับ เด็ก ๆ ทุกคนครับ

15
00:00:59,845 --> 00:01:03,805
นักเรียนคะ สงสัยหรือเปล่าโวหารในการเขียน

16
00:01:03,805 --> 00:01:07,805
เป็นอย่างไร ถ้าสงสัยนี่เราจะมาเรียนรู้เกี่ยวกับงานเขียนกันใช่ไหมคะ

17
00:01:07,815 --> 00:01:11,801

18
00:01:11,801 --> 00:01:15,801
กันใช่ไหมคะ คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ เรามาดูกัน

19
00:01:15,822 --> 00:01:19,819
ดีกว่า ให้นักเรียนค่ะ สังเกตคำเหล่านี้ค่ะ เอาล่ะค่ะ

20
00:01:19,819 --> 00:01:23,819
คำเหล่านี้ค่ะ เอาล่ะค่ะ สังเกตบนหน้าจอนะคะ คุณครูปรเมษฐคะ อ่านไปพร้อม ๆ

21
00:01:23,824 --> 00:01:27,819

22
00:01:27,819 --> 00:01:31,815
ได้ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ได้ครับ วันเพ็ญ

23
00:01:31,815 --> 00:01:35,815
พระจันทร์สีนวลจ้า ส่องแสง

24
00:01:35,840 --> 00:01:39,819
วงรัศมีขาว น้ำขึ้นเต็มฝั่ง ไม่

25
00:01:39,819 --> 00:01:43,807
กระดุกกระดิก แต่เป็นเงา

26
00:01:43,807 --> 00:01:47,801
แวววาวเหมือนถาดเงินใบใหญ่ที่ขัด

27
00:01:47,801 --> 00:01:51,799
ทางฝั่งขวาของแม่น้ำเจ้าพระยา

28
00:01:51,799 --> 00:01:55,799
ตอนหนึ่งมีต้นลำพูต้นใหญ่

29
00:01:55,806 --> 00:01:59,801
(คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ นักเรียน เป็นอย่างไรกันบ้าง

30
00:01:59,801 --> 00:02:03,801
เอ้ สงสัยหรือเปล่าทำไมครูถึงให้สังเกต

31
00:02:03,804 --> 00:02:07,804
แล้วเราจะสังเกตคำว่าอย่างไร

32
00:02:07,807 --> 00:02:11,804
เดี๋ยวเรายังไม่มีแนวทางใช่ไหมคะ ว่า

33
00:02:11,804 --> 00:02:15,802
จะสังเกตคำไปทำไมกันนะ เดี๋ยวเรามา

34
00:02:15,802 --> 00:02:19,802
ดูคำถามกันดีกว่าค่ะ คำถามกระตุ้นความค

35
00:02:19,805 --> 00:02:23,805
คำถามแรกค่ะ คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ข้อความที่ฟัง

36
00:02:23,813 --> 00:02:27,810
น่าสนใจหรือไม่ เพราะเหตุใด

37
00:02:27,810 --> 00:02:31,809
ถึงน่าสนใจครับ ลูก ๆ นักเรียนทุกคนครับ

38
00:02:31,809 --> 00:02:35,809
(คุณครูคณิตา) ตอบได้เลยค่ะ

39
00:02:35,812 --> 00:02:39,810
หลาย ๆ คนนี่ก็อาจจะสนใจหรือไม่สนใจก็ได้

40
00:02:39,810 --> 00:02:43,807
ใช่ไหมคะ แต่เหตุผลนี่นักเรียนก็จะต้องมีมารองรับนะคะ

41
00:02:43,807 --> 00:02:47,807
บอกคุณครูด้วยนะคะ ว่านักเรียนนี่

42
00:02:47,809 --> 00:02:51,799
สนใจ หรือไม่สสนใจ เพราะเหตุใด

43
00:02:51,799 --> 00:02:55,799

44
00:02:55,801 --> 00:02:59,801
ปรเมษฐคะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา) หากคุณครูปรเมษฐนี่

45
00:02:59,811 --> 00:03:03,811
ไม่ใช่หากสิ เมื่อกี้คุณครูปรเมษฐได้อ่านเกี่ยว

46
00:03:03,818 --> 00:03:07,817
กับข้อความเหล่านั้นไปแล้ว คุณครูปรเมษฐนี่คิดว่า

47
00:03:07,817 --> 00:03:11,817
ที่ฟังนี่น่าสนใจหรือไม่คะ (คุณครูปรเมษฐ) จากการที่

48
00:03:11,834 --> 00:03:15,834
ใช้สายตาพินิจพิจารณา

49
00:03:15,838 --> 00:03:19,838
ในข้อความมันทำให้เกิดถึงความอัศจรรย์ใจนะ

50
00:03:19,893 --> 00:03:23,893
ในการที่ผู้ที่เขียนนี่บรรยายความออกมา

51
00:03:23,926 --> 00:03:27,818
ทำให้ได้เห็นภาพ เพราะฉะนั้นนี่ ตามความรู้สึกของครู

52
00:03:27,818 --> 00:03:31,818
ครูมีความสนใจแน่นอนครับ สนใจ

53
00:03:31,888 --> 00:03:35,888
เนื่องด้วยถ้อยคำสละสลวยเห็น

54
00:03:35,913 --> 00:03:39,913
ภาพชัดเจนนะครับ อันนี้คือเหตุผลของครูครับ

55
00:03:39,933 --> 00:03:43,933
(คุณครูคณิตา) ค่ะ เรามาดูคำถามต่อไปกันเลยนะคะ หาก

56
00:03:43,939 --> 00:03:47,804
นักเรียนต้องการสื่อสารเรื่องให้น่าสนใจ

57
00:03:47,804 --> 00:03:51,800
มากขึ้นนี่ นักเรียนจะใช้วิธีการใด

58
00:03:51,800 --> 00:03:55,800
เมื่อกี้คุณครูปรเมษฐก็ได้บอกไปแล้วนะคะ ว่า

59
00:03:55,807 --> 00:03:59,807
น่าสนใจแล้วถ้านักเรียนล่ะคะ อยากจะสื่อสานให้

60
00:03:59,832 --> 00:04:03,799
น่าสนใจมากขึ้นจะทำอย่างไรเอ่ย

61
00:04:03,799 --> 00:04:07,799
ตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ

62
00:04:07,799 --> 00:04:11,799
คุณครูปรเมษฐคะ

63
00:04:11,801 --> 00:04:15,801
เรามีวิธีการสื่อสารให้น่าสนใจอย่างไรบ้างคะ

64
00:04:15,801 --> 00:04:19,801
(คุณครูปรเมษฐ) วิธีการสื่อสารให้ข้อความที่อ่านใช่ไหมครับ

65
00:04:19,805 --> 00:04:23,805
(คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้น่าสนใจหรือครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ด้วยวิธีการ

66
00:04:23,814 --> 00:04:27,805
อ่านแล้วก็บรรยายภาพ

67
00:04:27,805 --> 00:04:31,804
หรืออาจจะเขียนเป็นภาพก็ได้นะครับ

68
00:04:31,804 --> 00:04:35,803
(คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ก็จะเป็นลักษณะ

69
00:04:35,803 --> 00:04:39,800
สื่อสารเรื่องนะคะ ที่หลากหลายรูปแบบนะคะ

70
00:04:39,800 --> 00:04:43,800
ที่จะทำให้การสื่อสารนี่ ดู

71
00:04:43,804 --> 00:04:47,804
มีความน่าสนใจมากขึ้น เด็ก ๆ ไม่จำเป็นต้องเล่าเรื่อง

72
00:04:47,806 --> 00:04:51,802
ให้ละเอียดอย่างเดียวก็ได้ เพราะโวหารของเรานี่

73
00:04:51,802 --> 00:04:55,802
มีหลายประเภทด้วยกันนะ

74
00:04:55,802 --> 00:04:59,802
เดี๋ยวเรามาเรียนรู้กันนะคะ ว่าเราจะใช้โวหารแบบใด

75
00:04:59,805 --> 00:05:03,803
ที่จะทำให้งานเขียนของเราน่าสนใจมากยิ่งขึ้นค่ะ

76
00:05:03,803 --> 00:05:07,803
เอาล่ะค่ะ จุดประสงค์ของการเรียนรู้ในวันนี้คืออะไรคะคุณครูปรเมษฐ

77
00:05:07,846 --> 00:05:11,846
(คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนจะต้องบอกความหมายและ

78
00:05:11,890 --> 00:05:15,890
ประเภทของโวหารได้นะครับ

79
00:05:15,922 --> 00:05:19,889
อ่านและจำแนกประเภทของโวหารได้ ข้อ 3

80
00:05:19,889 --> 00:05:23,889
บอกความสำคัญของการใช้โวหาร

81
00:05:23,901 --> 00:05:27,802
ในการสื่อสารได้ นี่ก็คือสิ่งที่

82
00:05:27,802 --> 00:05:31,802
หนู ๆ นั้นจะต้องได้ปฏิบัติในชั่วโมงนี้อย่างมีความสุได้

83
00:05:31,807 --> 00:05:35,802
(คุณครูคณิตา) เดี๋ยวเรามาดูความหมายของโวหารกันดีกว่าค่ะ

84
00:05:35,802 --> 00:05:39,802
โวหารคืออะไร เอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) เหมือนวิหารไหม

85
00:05:39,803 --> 00:05:43,802
(คุณครูคณิตา) วิหารนี่จะเป็นสิ่งก่อสร้างหรือเปล่าคะ

86
00:05:43,802 --> 00:05:47,802
(คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) แต่โวหารล่ะค่ะ มีความหมายอย่างไร

87
00:05:47,808 --> 00:05:51,804
ครูกำลังชี้ให้เห็นว่า ภาษาไทยนี่แค่เปลี่ยนสระ

88
00:05:51,804 --> 00:05:55,804
เท่านั้นความหมายเป็นอย่างไรเลยคุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา) แค่เปลี่ยนสระ

89
00:05:55,817 --> 00:05:59,804
ความหมายก็เปลี่ยนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แต่ให้

90
00:05:59,804 --> 00:06:03,802
เด็ก ๆ เจาะจงไปที่คำว่า "โวหาร"

91
00:06:03,802 --> 00:06:07,802
จำความรู้ตอน ป.4 ป.5 มาตอบกับคุณครู

92
00:06:07,811 --> 00:06:11,806
ว่าโวหารคืออะไร นะครับ มีผิดมีถูก

93
00:06:11,806 --> 00:06:15,806
ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ตอนนี้หรือคะ ตอนนี้ยัง

94
00:06:15,806 --> 00:06:19,806
ไม่มีถูกค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะมันคือการแสดงความคิดเห็น

95
00:06:19,808 --> 00:06:23,808
หรือประสบการณ์เดิมนะครับ เราไปดูกันเลยดีกว่า โวหาร คือ

96
00:06:23,817 --> 00:06:27,809
(คุณครูคณิตา) สำนวนที่ใช้ในการสื่อความ

97
00:06:27,809 --> 00:06:31,800
ซึ่งอาจจะใช้ในการพูดหรือการ

98
00:06:31,800 --> 00:06:35,800
เขียน (คุณครูปรเมษฐ) ทั้งนี้ทั้งนั้นนี่เวลาจะพูด

99
00:06:35,803 --> 00:06:39,803
คำว่า "สำนวน" นี่ จะนิยมเอามาพูดกับโวหาร

100
00:06:39,810 --> 00:06:43,807
จึงเป็นสำนวน (คุณครูคณิตา) โวหาร (คุณครูปรเมษฐ) โวหารนั่นเองนะครับ

101
00:06:43,807 --> 00:06:47,807
(คุณครูคณิตา) ค่ะ เอาล่ะค่ะ เรามาดูประเภทของโวหารกันดีกว่าค่ะ

102
00:06:47,807 --> 00:06:51,802
คะ หยิบสมุดขึ้นมาจด

103
00:06:51,802 --> 00:06:55,802
ได้เลยนะคะ ประเภทของโวหาร ทบทวนความรู้เดิม

104
00:06:55,803 --> 00:06:59,803
(คุณครูปรเมษฐ) ครับ เดี๋ยวก่อนนะ เอาสมุดขึ้นมานี่

105
00:06:59,815 --> 00:07:03,803
ดินสอ ปากกาให้พร้อมนะ ทำแล้วก็ตกแต่งไป

106
00:07:03,803 --> 00:07:07,803
เรื่อย ๆ เลย เพราะว่าสมุดของเรามันจะได้น่าอ่าน

107
00:07:07,804 --> 00:07:11,804
เข้ามาชื่นชมนะครับ เด็ก ๆ ครับ ไปดูกันเลย ประเภทที่ 1 คือ

108
00:07:11,805 --> 00:07:15,802
(คุณครูคณิตา) ประเภทโวหารที่ 1 ค่ะ คืออะไรคะ

109
00:07:15,802 --> 00:07:19,802
(คุณครูปรเมษฐ) บรรยายโวหารนะครับ บรรยายโวหาร

110
00:07:19,807 --> 00:07:23,807
เป็นอย่างไร เดี๋ยวค่อยมาดูกัน ประเภทที่ 3 คือ

111
00:07:23,812 --> 00:07:27,806
(คุณครูคณิตา) พรรณนาโวหารค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) และประเภทที่ 3 ครับ

112
00:07:27,806 --> 00:07:31,806
(คุณครูคณิตา) เทศนาโวหารค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ประเภทที่ 4 ล่ะครับ

113
00:07:31,816 --> 00:07:35,816
(คุณครูคณิตา) อุปมาโวหารค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ประเภทที่ 5 คือ... (คุณครูคณิตา)

114
00:07:35,824 --> 00:07:39,806
สาธกโวหารค่ะ

115
00:07:39,806 --> 00:07:43,803
(คุณครูปรเมษฐ) สาธกมันจะขึ้นกับอีกคำหนึ่ง แล้วเดี๋ยวเด็ก ๆ จะจำขึ้นใจเลยครับ ต่อไปบรรยาย

116
00:07:43,803 --> 00:07:47,799
โวหารนะครับ เป็นอย่างไร

117
00:07:47,799 --> 00:07:51,799
(คุณครูคณิตา) บรรยายโวหาร คือ การเล่าเรื่อง

118
00:07:51,803 --> 00:07:55,803
หรืออธิบายเรื่องราวต่าง ๆ ตามลำดับเหตุการณ์

119
00:07:55,807 --> 00:07:59,802
เขียนตรงไปตรงมา รวบรัดได้แก่

120
00:07:59,802 --> 00:08:03,802
การเขียนอธิบายประเภทต่าง ๆ เช่น

121
00:08:03,803 --> 00:08:07,803
บทความ การเขียนเรื่องเล่า บันทึก หรือข่าว

122
00:08:07,804 --> 00:08:11,802
เป็นต้นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่าบรรยายาโวหารนี่

123
00:08:11,802 --> 00:08:15,802
ก็จะพบเจอในชีวิตประจำวันทุกวันเลย

124
00:08:15,804 --> 00:08:19,804
เหตุการณ์ทั่วไปแล้วนำมาเขียนบรรยายนั่นเอง (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ

125
00:08:19,813 --> 00:08:23,813
เราจะเจอกันบ่อยมากเลยนะคะ ในเรื่องบรรยายโวหาร

126
00:08:23,813 --> 00:08:27,811
นะ เดี๋ยวเรามาดูตัวอย่างกันดีกว่านะคะ (คุณครูคณิตา)

127
00:08:27,811 --> 00:08:31,811
คุณครูปรเมษฐคะ อ่านให้นักเรียนฟังหน่อยได้ไหมคะ

128
00:08:31,811 --> 00:08:35,811
(คุณครูปรเมษฐ) ได้ครับ แต่เด็ก ๆ ต้องอ่านให้ดังกว่าครูนะ พร้อมแล้ว

129
00:08:35,811 --> 00:08:39,805
ไปเลยครับ พ่อเดินเข้าไปหากอไผ่

130
00:08:39,805 --> 00:08:43,805
เลือกตัดลำเท่าขามา 2 ปล้อง ทำเป็น

131
00:08:43,814 --> 00:08:47,800
กระบอก คัดเห็ดดอกใหญ่ไปล้างในลำห้วยจนสะอาด

132
00:08:47,800 --> 00:08:51,800
ลงในกระบอกไม้ไผ่จนแน่น ไม่ต้องเติมน้ำ

133
00:08:51,803 --> 00:08:55,803
เติมเกลือ และน้ำพริกลงไปพอเหมาะ

134
00:08:55,803 --> 00:08:59,803
ก่อไฟเผากระบอกไม้ไผ่นั้น

135
00:08:59,804 --> 00:09:03,804
ไม่นานนักเห็ดก็ขับน้ำออกมา เดือดปุด ๆ

136
00:09:03,820 --> 00:09:07,802
(คุณครูคณิตา) เป็นอย่างไรบ้าง

137
00:09:07,802 --> 00:09:11,802
อันนี้เป็นลักษณะการเขียนแบบใดคะ (คุณครูปรเมษฐ) การเขียน...

138
00:09:11,815 --> 00:09:15,811
(คุณครูปรเมษฐ) การเขียนแบบ (คุณครูคณิตา) การเขียนแบบใดเอ่ย

139
00:09:15,811 --> 00:09:19,810
บรรยายใช่ไหมคะ เอาล่ะค่ะ แล้ว

140
00:09:19,810 --> 00:09:23,810
นักเรียนยังไม่มีข้อเปรียบเทียบนะ เดี๋ยวเรา

141
00:09:23,907 --> 00:09:27,907
มาดูโวหารอีกประเภทหนึ่งดีกว่า แล้วเดี๋ยวเรามา

142
00:09:27,911 --> 00:09:31,897
เปรียบเทียบกัน เอ้ ทำไมบรรยาย

143
00:09:31,897 --> 00:09:35,808
ถึงมีลักษณะแตกต่างกันนะคะ เดี๋ยวเรามาดู

144
00:09:35,808 --> 00:09:39,808
ค่ะ ก็คือพรรณาโวหารนั่นเองค่ะ พรรณนาโวหาร

145
00:09:39,907 --> 00:09:43,905
คืออะไร พรรณนาโวหาร

146
00:09:43,905 --> 00:09:47,896
เป็นงานเขียนที่มุ่งให้ความแจ่มแจ้งละเอียดละออ

147
00:09:47,896 --> 00:09:51,896
เพื่อให้ผู้อ่านเกิดอารมณ์ทราบซึ้ง

148
00:09:51,924 --> 00:09:55,891
เพลิดเพลินไปกับข้อความนั้น การเขียนพรรณนาโวหาร

149
00:09:55,891 --> 00:09:59,891
จึงยาวกว่าบรรยายโวหารมาก มุ่งให้เห็น

150
00:09:59,926 --> 00:10:03,926
ภาพและอารมณ์ จึ

151
00:10:03,992 --> 00:10:07,816
งเล่นเสียง ใช้ภาพพจน์ อ่านได้รสชาติค่ะ

152
00:10:07,816 --> 00:10:11,802
มาดูตัวอย่างกันดีกว่านะคะ ว่า

153
00:10:11,802 --> 00:10:15,802
พรรณนาโวหารจะละเอียดมากขนาดไหน

154
00:10:15,810 --> 00:10:19,800
วันเพ็ญพระจันทร์แสงนวลจ้า

155
00:10:19,800 --> 00:10:23,800
อยู่วงรัศมีขาว น้ำขึ้นเต็มฝั่ง

156
00:10:23,803 --> 00:10:27,803
ไม่กระดุกกระดิก แต่เป็นเงาแวววาว

157
00:10:27,803 --> 00:10:31,803
เหมือนถาดเงินใบใหญ่ที่ขัดมัน ทางฝั่ง

158
00:10:31,809 --> 00:10:35,803
ขวาของแม่น้ำเจ้าพระยาตอนหนึ่ง

159
00:10:35,803 --> 00:10:39,799
นักเรียนสังเกตไหมคะ ว่า

160
00:10:39,799 --> 00:10:43,799
พรรณนาจะมีความละเอียด

161
00:10:43,799 --> 00:10:47,799
มากกว่าบรรยาย สังเกตจากตรงไหนเอ่ย ถ้าเป็น

162
00:10:47,814 --> 00:10:51,808
คุณครูปรเมษฐ คุณครูปรเมษฐจะสังเกตจากตรงไหนคะ

163
00:10:51,808 --> 00:10:55,806
(คุณครูปรเมษฐ) สังเกตจากการใช้คำครับ (คุณครูคณิตา) การใช้คำ

164
00:10:55,806 --> 00:10:59,803
คำไหนคะ ที่เรารู้สึกว่าเป็นพรรณนา

165
00:10:59,803 --> 00:11:03,803
(คุณครูปรเมษฐ) พระจันทร์สีนวล ถ้าเกิดเป็นบรรยายนี่

166
00:11:03,805 --> 00:11:07,803
ไม่ต้องบอกวันเพ็ญก็ได้ใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

167
00:11:07,803 --> 00:11:11,803
ก็แค่บอกว่าพระจันทร์ส่องแสงอยู่ที่ริมฝั่งอะไรสัก อย่าง

168
00:11:11,814 --> 00:11:15,804
ก็ว่าไปเพื่อเป็นการบรรยาย เราไม่จำเป็นต้องขยายความ

169
00:11:15,804 --> 00:11:19,804

170
00:11:19,806 --> 00:11:23,806
สีนวลจ้า ส่องแสงอยู่ในวงรัศมีขาว

171
00:11:23,811 --> 00:11:27,804
ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) แล้วมีการบรรยายอะไรอีกคะ วงรัศมี

172
00:11:27,804 --> 00:11:31,800
ขาว ถ้าเป็นอธิบาย

173
00:11:31,800 --> 00:11:35,800
เราจะใช้คำนี้ไหม (คุณครูปรเมษฐ) ไม่ใช้ครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ไหมคะ

174
00:11:35,803 --> 00:11:39,803
เราไม่ต้องใช้คำนี้ใช่ไหมคะ

175
00:11:39,804 --> 00:11:43,801
น้ำขึ้นเต็มฝัก แต่พรรณนาเติมอะไรเข้ามาอีกคะ (คุณครูปรเมษฐ) กระดุก

176
00:11:43,801 --> 00:11:47,801
ด้วยครับ (คุณครูคณิตา) อ๋อ ไม่กระดุกกระดิกนี้เป็น

177
00:11:47,806 --> 00:11:51,806
กริยาใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) น้ำเต็มฝั่ง

178
00:11:51,822 --> 00:11:55,804
ไม่กระดุกกระดิกนี่หมายความว่าอย่างไรคะ

179
00:11:55,804 --> 00:11:59,804
น้ำนิ่งนักเรียนเคยเห็นไหมคะ ถ้านึกถึงความเป็นจริง

180
00:11:59,814 --> 00:12:03,804
น้ำสายน้ำไม่เคยอยู่นิ่งนะคะ แต่อันนี้เป็นการ

181
00:12:03,804 --> 00:12:07,804
เปรียบเทียบ ก็คือพื้นผิวน้ำจะเป็นอย่างไรเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ)

182
00:12:07,808 --> 00:12:11,800
จะนิ่ง (คุณครูคณิตา) ก็เป็นการพรรณานะคะ

183
00:12:11,800 --> 00:12:15,800
นะค เป็นเงาแวววาวค่ะ เงาแวววาว

184
00:12:15,805 --> 00:12:19,805
แวววาวปุ๊บ ถ้าเป็นอธิบายปุ๊บเราก็จะ

185
00:12:19,830 --> 00:12:23,802
ไม่ต้องใส่เข้าไปนะ

186
00:12:23,802 --> 00:12:27,802
ต่อมานะคะ จะเป็นเทศนาโวหาร

187
00:12:27,806 --> 00:12:31,806
นี่เป็นการเขียนแบบใดคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เทศนา

188
00:12:31,817 --> 00:12:35,817
โวหารก็คือโวหารที่ผู้เขียนมุ่งสั่งสอน

189
00:12:35,887 --> 00:12:39,887
คุณธรรมหรือจรรโลงใจ ปลุกใจ

190
00:12:39,972 --> 00:12:43,931
จูงใจให้ผู้อ่านคล้อยตาม จำไว้ว่า

191
00:12:43,931 --> 00:12:47,907
เทศนาโวหาร คือ โวหารแห่งการเทศ เป็นการสอน

192
00:12:47,907 --> 00:12:51,805
คำที่เกี่ยวกับคำสอนจะยกให้เป็น

193
00:12:51,805 --> 00:12:55,801
เทศนาโวหาร ซึ่งมันจะควบรวมกับบรรยายและพรรณนา

194
00:12:55,801 --> 00:12:59,801
โวหารเด่นของมันก็คือการสอนนั่นเอง

195
00:12:59,805 --> 00:13:03,804
นะครับ ไปดูตัวอย่างกันดีกว่า ทำอะไรก็อย่าทำด้วยความ

196
00:13:03,804 --> 00:13:07,804
อยากมีอยากเป็น อยากได้นั่น

197
00:13:07,809 --> 00:13:11,801
อย่างได้นี่ แต่ควรทำไปตามหน้าที่ของเรา

198
00:13:11,801 --> 00:13:15,801
เรามีหน้าที่อะไรก็ทำไปตามหน้าที่นั้นให้สมบูรณ์

199
00:13:15,804 --> 00:13:19,804
เรียบร้อยไม่ต้องมีความอยากจะได้อยากจะเป็น

200
00:13:19,804 --> 00:13:23,803
ทำเพราะสำนึกในหน้าที่

201
00:13:23,803 --> 00:13:27,801
เช่น คำพูดที่เคยพูดบ่อย ๆ ว่า "งาน

202
00:13:27,801 --> 00:13:31,800
คือชีวิต ชีวิตคืองาน บรรดาร

203
00:13:31,800 --> 00:13:35,800
ให้สนุกเป็นสุขขณะทำงาน นะครับ อันนี้

204
00:13:35,804 --> 00:13:39,804
ก็คือการสอน (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สอนว่าอะไรครูคณิตา

205
00:13:39,806 --> 00:13:43,806
(คุณครูคณิตา) ค่ะ สอนว่าอะไรคะ นักเรียน (คุณครูปรเมษฐ) มันมีคำ

206
00:13:43,809 --> 00:13:47,803
สอนอยู่เป็นประโยคคำพูด (คุณครูคณิตา) สอนว่าให้เรานี่

207
00:13:47,803 --> 00:13:51,803
สำนึกในการทำหน้าที่ใช่ไหมคะ

208
00:13:51,813 --> 00:13:55,799
หน้าที่ของเรานี่ หน้าที่ของเราเป็นอย่างไร

209
00:13:55,799 --> 00:13:59,799
ทำอะไร ทำอะไรเราก็จะต้องทำหน้าที่นั้นให้ดีที่สุดนะคะ

210
00:13:59,802 --> 00:14:03,801
ไม่จำเป็นว่าเราจะทำหน้าที่นั้นให้

211
00:14:03,801 --> 00:14:07,801
ได้ดีนี่เนื่องจากมีแรงขับเคลื่อนอย่างอื่น อย่างเช่น

212
00:14:07,805 --> 00:14:11,801
เรื่องต่าง ๆ ที่อาจจะ

213
00:14:11,801 --> 00:14:15,801
ผิดศีลธรรมนะ อันนี้เป็นสิ่งสำคัญ

214
00:14:15,803 --> 00:14:19,803
นะคะ เราจะต้องทำหน้าที่ด้วยความเต็มใจและ

215
00:14:19,807 --> 00:14:23,807
บริสุทธิ์ค่ เอาล่ะค่ะ ต่อมา (คุณครูปรเมษฐ) เป็น...

216
00:14:23,812 --> 00:14:27,812
(คุณครูคณิตา) สา สาอะไรคะ

217
00:14:27,818 --> 00:14:31,803
สาธกโวหารค่ะ เก่งมากนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) สาธกโวหาร

218
00:14:31,803 --> 00:14:35,803
คือ (คุณครูคณิตา) สาธกโวหารคือ โวหารที่

219
00:14:35,811 --> 00:14:39,811
ให้ความชัดเจนค่ะ โดยการยกตัวอย่างเพื่ออธิบาย

220
00:14:39,821 --> 00:14:43,806
หรือสนับสนุนความคิดเห็นให้หนักแน่

221
00:14:43,806 --> 00:14:47,803
นน่าเชื่อถือ (คุณครูปรเมษฐ) สาธกยกตัวอย่าง

222
00:14:47,803 --> 00:14:51,801
จำคู่กันไว้ สาธกยกตัวอย่าง

223
00:14:51,801 --> 00:14:55,801
นะครับ ไปดูต่อเลยว่าตัวอย่างเป็นอย่างไร (คุณครูคณิตา) ไปกันเลยค่ะ ครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ)

224
00:14:55,809 --> 00:14:59,809
อ่านเป็นกลอนนะครับ รูปรสกลิ่นเสียง

225
00:14:59,810 --> 00:15:03,804
ไม่เที่ยงแท้ ย่อมเฒ่าแก่เกอกโรคโศก

226
00:15:03,804 --> 00:15:07,801
สงสาร ความตายหนึ่งพึ่งให้เห็น

227
00:15:07,801 --> 00:15:11,801
เป็นประธาน หวังนิพพานพ้นทุกข์สุขสบาย ซึ่ง

228
00:15:11,802 --> 00:15:15,802
บ้านเมืองเคืองเข็ญถึงเช่นนี้

229
00:15:15,802 --> 00:15:19,802
เพราะโลกีย์ตัณหาพาฉิบหาย อัน

230
00:15:19,810 --> 00:15:23,809
ศีล 5 ว่าอย่าทำให้จำตาย จะตก

231
00:15:23,809 --> 00:15:27,803
อบายภูมิขุมนรก เป็นการยกตัวอย่าง

232
00:15:27,803 --> 00:15:31,803
อย่างไรล่ะครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เป็นการยกตัวอย่างอย่างไร

233
00:15:31,804 --> 00:15:35,803
คะนักเรียน เดี๋ยวเรามาคุยกันดีกว่า อันนี้อาจจะเห็นภาพ

234
00:15:35,803 --> 00:15:39,803
ไม่ชัดนะ อันนี้เป็นการยกตัวอย่าง

235
00:15:39,809 --> 00:15:43,804
ความไม่เที่ยงแท้ใช่ไหม ความไม่เที่ยงแท้เป็นอย่างไร

236
00:15:43,804 --> 00:15:47,804
นะคะ สุดท้ายเป็นอย่างไรยกตัวอย่าง รูปกายของเรา

237
00:15:47,812 --> 00:15:51,803
เมื่อแก่ไป เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น

238
00:15:51,803 --> 00:15:55,798
เป็นอย่างไร ก็ย่อมโรยรา

239
00:15:55,798 --> 00:15:59,798
สังขารนี่ก็มีไปตามยามแก่

240
00:15:59,826 --> 00:16:03,798
แล้วอะไรอีกคะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ

241
00:16:03,798 --> 00:16:07,798
สังขารนี่ไม่เที่ยงแท้ใช่ไหมครับ

242
00:16:07,802 --> 00:16:11,802
เราก็จะต้องเป็นอย่างไร ก็จะต้อง

243
00:16:11,806 --> 00:16:15,806
ดูรักษา ศีล 5 นี่เราต้องปฏิบัติ

244
00:16:15,808 --> 00:16:19,803
เป็นการยกตัวอย่างมา ถ้าเราไม่ปฏิบัติศีล 5

245
00:16:19,803 --> 00:16:23,802
หรือทำผิดในศีล 5 นี่นะ ก็เป็นผู้

246
00:16:23,802 --> 00:16:27,802
ที่ไม่ดีเลิศ ตายไปก็ไปอยู่ไหนครับ นักเรีย

247
00:16:27,824 --> 00:16:31,813
ตกอะไรนะคำสุดท้ายเขาเลยนี่ ตกอบายภูมิขุมนรก

248
00:16:31,813 --> 00:16:35,807
นะครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ ต่อมาค่ะ

249
00:16:35,807 --> 00:16:39,807
อุปมาโวหาร

250
00:16:39,810 --> 00:16:43,806
นะ อุปมาโวหารนะครับ

251
00:16:43,806 --> 00:16:47,806
(คุณครูปรเมษฐ) อุปมาโวหารนะครับ ก็คือเป็นโวหารเปรียบเทียบนะครับ

252
00:16:47,841 --> 00:16:51,803
ยกตัวอย่างสิ่งที่คล้ายคลึงกันนะ

253
00:16:51,803 --> 00:16:55,803
เพื่อให้เกิดความชัดเจนด้านความหมาย ด้านภาพ

254
00:16:55,803 --> 00:16:59,801
และเกิดอารมณ์ความรู้สึกมากขึ้นนะครับ อุปมาโวหาร

255
00:16:59,801 --> 00:17:03,801
นี่มักจะปรากฏกับพรรณนาเสมอนะครับ

256
00:17:03,810 --> 00:17:07,810
ก็จะมีคำพูดอยู่คำหนึ่งที่จะให้เด็ก ๆ จำนะครับ

257
00:17:07,814 --> 00:17:11,814
ขยายใช้พรรณนา อุปมา คือ เปรียบเทียบนั่นเองนะครับ

258
00:17:11,815 --> 00:17:15,798
ขยายพรรณา อุปมาเปรียบเทียบนั่นเองนะครับ

259
00:17:15,798 --> 00:17:19,798
คู่กันนะครับ มาดูตัวอย่างกันดีกว่า ตัวอย่างนะครับ

260
00:17:19,805 --> 00:17:23,805
ตามไปพร้อมครูเลยนะครับ หาดทรายที่นี่

261
00:17:23,808 --> 00:17:27,797
ขาวสะอาด ทรายละเอียดราวกับผง

262
00:17:27,797 --> 00:17:31,797
แป้ง น้ำทะเลใสราวกับกระจก

263
00:17:31,803 --> 00:17:35,800
พระอาทิตย์ส่องแสงจับของฟ้า ดุจดังแสงเงิน

264
00:17:35,800 --> 00:17:39,800
แสงทองจับขอบฟ้า

265
00:17:39,806 --> 00:17:43,801
ใช้ความรู้เดิมบอกครูทีสิว่า

266
00:17:43,801 --> 00:17:47,801
คำใดที่มันแสดงให้เห็นถึงอุปมา

267
00:17:47,813 --> 00:17:51,801
โวหาร บอกกับคุณครูปลายทางมีอยู่ 3 คำ

268
00:17:51,801 --> 00:17:55,799
ด้วยกัน เด็ก ๆ ตอบครับ

269
00:17:55,799 --> 00:17:59,799
(คุณครูคณิตา) คำว่าอะไรบ้าง เอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) ครบแล้วนะ

270
00:17:59,803 --> 00:18:03,803
คุณครูคณิตาเฉลย (คุณครูคณิตา) ค่ะ คำแรกนะคะ หาดทราย

271
00:18:03,806 --> 00:18:07,806
ที่ขาวสะอาด (คุณครูปรเมษฐ) ทรายละเอียด (คุณครูคณิตา) ราวกับผง

272
00:18:07,807 --> 00:18:11,799
แป้ง น้ำทะเลใส ใส

273
00:18:11,799 --> 00:18:15,799
เป็นการเปรียบเทียบกับกระจกนะคะ

274
00:18:15,806 --> 00:18:19,806
แล้วก็พระอาทิตย์ส่องแสง คำว่า "ดุจ

275
00:18:19,806 --> 00:18:23,801
" ดุจดังแสงเงินแสงทอง เป็นการเปรียบเทียบ

276
00:18:23,801 --> 00:18:27,799
การเปรียบเทียบการใช้อุปมานะคะ

277
00:18:27,799 --> 00:18:31,799
อุปมาก็เหมือนประดุจดังเฉกเช่นราว

278
00:18:31,801 --> 00:18:35,801
คำเหล่านี้ก็คือ ถ้ามีอยู่ก็ให้

279
00:18:35,804 --> 00:18:39,804
คิดไว้เลย ว่ามันคือ (คุณครูปรเมษฐ) คุณครูคณิตาเขียนให้เด็ก ๆ จดดีก

280
00:18:39,806 --> 00:18:43,806
ว่า ว่ามันประดุจ (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐคะ

281
00:18:43,807 --> 00:18:47,807
เหมือน

282
00:18:47,822 --> 00:18:51,810

283
00:18:51,810 --> 00:18:55,801
(คุณครูปรเมษฐ) เหมือนประดุจ

284
00:18:55,801 --> 00:18:59,801
อะไรนะ (คุณครูคณิตา) ดุจ

285
00:18:59,802 --> 00:19:03,802
(คุณครูปรเมษฐ) ดุจ อะไรอีก (คุณครูคณิตา)

286
00:19:03,806 --> 00:19:07,798
ดัง ดั่ง

287
00:19:07,798 --> 00:19:11,798
ราวกับได้ไหม (คุณครูคณิตา) ราวกับ (คุณครูปรเมษฐ)

288
00:19:11,802 --> 00:19:15,799
เฉกเช่น

289
00:19:15,799 --> 00:19:19,799
(คุณครูคณิตา) เฉก แล้วก็เฉกเช่น

290
00:19:19,812 --> 00:19:23,798

291
00:19:23,798 --> 00:19:27,798
(คุณครูปรเมษฐ) แล้วก็ (คุณครูคณิตา) ราว กับ ราวกับ ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

292
00:19:27,822 --> 00:19:31,798
ราวกับเลยแล้วกันนะ เด็ก ๆ

293
00:19:31,798 --> 00:19:35,798
ใส่ราวเองนะครับ (คุณครูคณิตา) นี่ก็คือเป็น

294
00:19:35,801 --> 00:19:39,801
อุปมานะคะ อุปมานี่ยังมีอีกหลายคำเลยนะ

295
00:19:39,801 --> 00:19:43,801
ที่มีการใช้คำแล้วเปรียบเทียบนะ อันนี้เป็นการ

296
00:19:43,807 --> 00:19:47,807
ยกตัวอย่างให้นะคะ เอาล่ะค่ะ มาถึง

297
00:19:47,809 --> 00:19:51,802
กิจกรรม เมื่อนักเรียนนี่ได้เรียนรู้

298
00:19:51,802 --> 00:19:55,802
เกี่ยวกับโวหารทั้ง 5 ชนิดไปแล้วนี่ เดี๋ยวเรา

299
00:19:55,803 --> 00:19:59,802
มาเรียนรู้กิจกรรม ไม่ใช่เรียนรู้สิ ไปทำกิจกรรม

300
00:19:59,802 --> 00:20:03,802
ไปพร้อม ๆ กันเลยนะคะ ไปกันอย่างรวดเร็ว

301
00:20:03,807 --> 00:20:07,802
เพื่อเป็นการทดสอบความรู้และความเข้าใจของนักเรียน

302
00:20:07,802 --> 00:20:11,799
ค่ะ เอาล่ะค่ะ มาดูกันเลยนะคะ

303
00:20:11,799 --> 00:20:15,799
ให้นักเรียนศึกษาอ่านข้อความที่กำหนดให้ แล้วบอกประเภทว่าเป็น

304
00:20:15,806 --> 00:20:19,806
โวหารประเภทใด (คุณครูปรเมษฐ) มีอยู่ด้วยกัน 5 โวหาร

305
00:20:19,812 --> 00:20:23,807
ด้วยกัน อุปมา, บรรยาย, พรรณนา, สาธก,

306
00:20:23,807 --> 00:20:27,805
เทศนา มีอยู่ 3 ข้อแค่นี้ ให้ตอขกับคุณครู

307
00:20:27,805 --> 00:20:31,805
เวลาที่เห็นข้อความแล้วนะครับ ไปกันเลย (คุณครูคณิตา) ไปกันเลย

308
00:20:31,810 --> 00:20:35,800
ผมตื่นแต่เช้า ล้างหน้า

309
00:20:35,800 --> 00:20:39,800
แปรงฟัน แล้วจึงไปโรงเรียนกับน้อง ข้อความนี้ถือ

310
00:20:39,800 --> 00:20:43,800
ว่าเป็น (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ บรรยายโวหารนะครับ

311
00:20:43,805 --> 00:20:47,805
ง่ายมากเลยนะครับ ต่อไป (คุณครูคณิตา) ต่อไป

312
00:20:47,806 --> 00:20:51,805
เรือลำน้อยค่อย ๆ แล่นกลางแม่น้ำใหญ่

313
00:20:51,805 --> 00:20:55,800
ผ่านลำแสงของอาทิตย์อุทัย สะท้อนเป็นภาพ

314
00:20:55,800 --> 00:20:59,800
ที่น่ามองยิ่งนัก (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้เด็ก ๆ ก็ตอบได้แล้ว

315
00:20:59,811 --> 00:21:03,804
เด็ก ๆ ก็ตอบได้แล้วครับ มีคำที่สระสรวยนี่ เห็น

316
00:21:03,804 --> 00:21:07,804
ภาพขยายชัดเจน ก็คือโวหาร

317
00:21:07,804 --> 00:21:11,802
แห่งพรรณา (คุณครูคณิตา) พรรณานา เพราะมีคำว่า "

318
00:21:11,802 --> 00:21:15,800
ค่อย ๆ" เรือกำลังค่อย ๆ ค่อย ๆ

319
00:21:15,800 --> 00:21:19,800
ไปนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ดูง่าย ๆ ก็ดูจากคำที่ปรากฏขึ้นมา

320
00:21:19,807 --> 00:21:23,800
มันก็เป็นคำที่มันยากขึ้นนะ และเห็นภาพชัดเจน

321
00:21:23,800 --> 00:21:27,800
นี่ก็เป็นพรรณนาโวหารนะครับ ต่อไปครับ (คุณครูคณิตา) ความ

322
00:21:28,807 --> 00:21:32,807
โกรธนั้นเหมือนทะเลบ้า คลื่นซัดซ่า

323
00:21:32,807 --> 00:21:36,804
สาดโครมโหมถลา

324
00:21:36,804 --> 00:21:40,803
ความโกรธนั้นเหมือนทะเลบ้า เมื่อกี้คุณครูบอกว่าอะไรนะ

325
00:21:40,803 --> 00:21:44,803
(คุณครูปรเมษฐ) มีคำว่าอะไรสักคำหนึ่งนี่ล่ะ (คุณครูคณิตา) คุ้น ๆ ไหม

326
00:21:44,803 --> 00:21:48,803
ก็เป็นการเรียบเทียบอยู่ใช่

327
00:21:48,803 --> 00:21:52,803
เป็นอุปมาโวหาร (คุณครูคณิตา) อุปมา มีคำว่าอะไรอยู่คะ

328
00:21:52,806 --> 00:21:56,801
คำว่า "เหมือน"

329
00:21:56,801 --> 00:22:00,801
เปรียบความโกรธนี่ให้เหมือนกับทะเล ทะเลบ้านี่

330
00:22:00,807 --> 00:22:04,807
คือทะเลคลั่ง ทะเลคลั่งนี่เป็นอย่างไรคะครูปรเมษฐ

331
00:22:04,807 --> 00:22:08,807
(คุณครูปรเมษฐ) ทะเลนี่มันเปลี่ยนแปลงทุกวัน

332
00:22:08,821 --> 00:22:12,809
บางวันคลื่นซัด นี่คือการเปรียบ

333
00:22:12,809 --> 00:22:16,806
ทะเลนะครับ มีขึ้นมีลงเป็นธรรมดาของชีวิตมนุษย์ ไปต่อ

334
00:22:16,806 --> 00:22:20,802
เลย อันความคิดวิทยา

335
00:22:20,802 --> 00:22:24,801
เหมือนอาวุธ ประเสริฐสุด ซ่อนใส่เสียงในฝัก

336
00:22:24,801 --> 00:22:28,800
สงวนคมสมนึกใครฮึกฮัก

337
00:22:28,800 --> 00:22:32,800
จึงค่อยชักเชือดฟันให้บรรลัย

338
00:22:32,805 --> 00:22:36,799
จับให้มั่นค

339
00:22:36,799 --> 00:22:40,799
ั้นหมายให้วายวอด ชิดพิสมัย ตัดให้ขาดประรถนา

340
00:22:40,814 --> 00:22:44,802
หาสิ่งใด เพียรจงได้

341
00:22:44,802 --> 00:22:48,801
ดังประสงค์ที่ตรงดี (คุณครูคณิตา)

342
00:22:48,801 --> 00:22:52,801
ลองตอบดูสิว่าเป็นโวหารชนิดใดเอ่ย

343
00:22:52,803 --> 00:22:56,803
(คุณครูปรเมษฐ) นะครับ มีคำว่าอะไร

344
00:22:56,811 --> 00:23:00,801
ที่บ่งบอกให้ถึงโวหารนี้เลยครับ ลองตอบครู

345
00:23:00,801 --> 00:23:04,801
1. คือ คำว่า... เก่งมากเลยครับ ครูคณิตา

346
00:23:04,802 --> 00:23:08,802
ขีดเลยที่เด็ก ๆ บอกครับ (คุณครูคณิตา) คำว่าอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ)

347
00:23:08,812 --> 00:23:12,812
คำว่า "เหมือน" (คุณครูคณิตา) คำว่าเหมือนแล้วอะไรอีกคะ (คุณครูปรเมษฐ) อยู่ตรงไหนเด็ก ๆ ตอบ

348
00:23:12,815 --> 00:23:16,803
ตรงไหน เก่งมากครับ ที่วรรคส่ง

349
00:23:16,803 --> 00:23:20,803
ใช่ไหม เพียรจงได้ดังประสงค์ที่จงดี

350
00:23:20,822 --> 00:23:24,800
(คุณครูคณิตา) ไม่ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่ใช่หรอ

351
00:23:24,800 --> 00:23:28,800
(คุณครูคณิตา) เพียรได้ดังประสงค์ที่ตรงดี ไม่

352
00:23:28,802 --> 00:23:32,802
ใช่ไหมคะ เอาล่ะค่ะ คำว่า "เหมือน" อย่างเดียว สมมติว่า

353
00:23:32,814 --> 00:23:36,801
ไม่ใช่อุปมาโวหารล่ะ แล้วเปลี่ยนเป็น

354
00:23:36,801 --> 00:23:40,801
อะไรได้บ้าง หลายคนนี่คำว่า "เหมือน" แล้ว

355
00:23:40,804 --> 00:23:44,804
ตอบเลยอุปมาโวหาร ซึ่งจริง ๆ ไม่ใช่ใช่ไหมคะ คุณครูปรเมษฐ

356
00:23:44,808 --> 00:23:48,808
เป็นอะไรเอ่ย

357
00:23:48,812 --> 00:23:52,812
เขากล่าวถึงอะไร อันความคิดวิทยา

358
00:23:52,817 --> 00:23:56,806
เหมือนอาวุธ ประเสิรฐ์สุด

359
00:23:56,806 --> 00:24:00,798
ซ่อนใส่เสียในฝัก เป็นการอบรม

360
00:24:00,798 --> 00:24:04,798
เป็นการสั่งสอน ปลุกใจ

361
00:24:04,801 --> 00:24:08,801
ให้จรรโลงใจ นั่นก็คือ... (คุณครูปรเมษฐ) เทศนาโวหาร (คุณครูคณิตา) เทศนาโวหารนั่

362
00:24:08,809 --> 00:24:12,804
นะคะ ต่อมาค่ะ

363
00:24:12,804 --> 00:24:16,804
มาดูความรักเหมือนโรคา บันดาลตาให้

364
00:24:16,814 --> 00:24:20,799
มืดมน ไม่ยินและไม่ยล

365
00:24:20,799 --> 00:24:24,799
อุปสรรคใดใด ความรักเหมือนโคถึก

366
00:24:24,799 --> 00:24:28,798
กำลังคึกผ

367
00:24:28,798 --> 00:24:32,798
ิขังไว้ บ่ยอมอยู่ ณ ที่ขัง (คุณครูปรเมษฐ) มี

368
00:24:32,805 --> 00:24:36,805
คำว่า "เหมือน" อีกแล้วครับ นักเรียน

369
00:24:36,806 --> 00:24:40,799
ความรักนี่เหมือนโรคใช่ไหม โรคร้าย (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ

370
00:24:40,799 --> 00:24:44,799
โรคา โรคา โรคานี่ก็คือโรคนะคะ นักเรียน

371
00:24:44,802 --> 00:24:48,802
โรคนี่ล่ะ โรคร้าย

372
00:24:48,802 --> 00:24:52,802
ของเรา (คุณครูปรเมษฐ) บรรดาลตาให้มืดมนคืออะไร ความรักทำให้คนเป็นอย่างไรครับ

373
00:24:52,803 --> 00:24:56,798
ตาบอดนะ ไม่ยิน ไม่ยล

374
00:24:56,798 --> 00:25:00,798
ไม่ยล คือ ไม่มอง ไม่ยิน คือ ไม่สน

375
00:25:00,802 --> 00:25:04,802
อุปสรรคใด ๆ ก็จะมาขัดขวางไม่ได้ ความรัก

376
00:25:04,830 --> 00:25:08,819
เหมือน (คุณครูคณิตา) โคถึก (คุณครูปรเมษฐ) เหมือนอย่างไร

377
00:25:08,819 --> 00:25:12,798
โค คือ วัวถึก

378
00:25:12,798 --> 00:25:16,798
เพชรบุรี เขาเรียกโรคกะเริง

379
00:25:16,803 --> 00:25:20,803
(คุณครูคณิตา) กำลังคึกค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถึงจะอยู่อย่างไร

380
00:25:20,828 --> 00:25:24,804
อยู่ ณ ที่ขัง จะนำคอกมาล้อมขนาดไหน

381
00:25:24,804 --> 00:25:28,800
ก็จะชนออกไปให้ได้ ด้วยที่ว่าวิ่งเข้าไปหา

382
00:25:28,800 --> 00:25:32,800
ความรักนั่นเองครับ (คุณครูคณิตา) อันนี้ตอบง่าย ๆ เลยก็คือ

383
00:25:32,830 --> 00:25:36,802
เป็นอุปมาโวหารนะคะ ต่อมาค่ะ

384
00:25:36,802 --> 00:25:40,802
(คุณครูปรเมษฐ) หากคนไทยแตกแยกไม่สามัคคีกัน

385
00:25:40,807 --> 00:25:44,802
ดังเช่น คราวเสียกรุงครั้งที่ 2 ประเทศจะต้อง

386
00:25:44,802 --> 00:25:48,802
ตกเป็นเมืองขึ้นของชาติอื่น อย่างไม่มีทางเลือ

387
00:25:48,806 --> 00:25:52,806
ก เด็ก ๆ ตอบเลยครับ อันนี้ไม่ต่องไปถอดความถอด

388
00:25:52,812 --> 00:25:56,808
คำประพันธ์ ดูประโยคและตอบได้เลย

389
00:25:56,808 --> 00:26:00,804
คือ เป็นอะไรครับ (คุณครูคณิตา) ตอบเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เทศนาโวหารนะ

390
00:26:00,804 --> 00:26:04,802
เป็นการสอนนะครับ ให้คนไทยมีความสามัคคีกัน

391
00:26:04,802 --> 00:26:08,802
สามัคคีกันนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมาค่ะ

392
00:26:08,802 --> 00:26:12,802
นักเรียนลองตอบสิคะ ว่า

393
00:26:12,803 --> 00:26:16,802
ตอบสิคะ เราพูดกันไปแล้วนะคะ

394
00:26:16,802 --> 00:26:20,802
เฉลย (คุณครูปรเมษฐ) เป็น (คุณครูคณิตา) เป็นอะไรเอ่ย

395
00:26:20,805 --> 00:26:24,805
(คุณครูปรเมษฐ) เก่งมากครับ อุปมาโวหารถูกต้องนะคะ เมื่อกี้ครูบอก

396
00:26:24,807 --> 00:26:28,804
ไปแล้วนะ อันนี้ก็ (คุณครูปรเมษฐ) อ่านแล้วตอบเลยครับ

397
00:26:28,804 --> 00:26:32,803
เป็นครูนี่ครูไม่อ่านแล้วเจอข้อความแบบนี้นี่

398
00:26:32,803 --> 00:26:36,802
เห็นคำที่สละสลวยปุ๊บ ตอบทันทีเป็น (คุณครูคณิตา) พรรณาโวหาร เลยว่า

399
00:26:36,802 --> 00:26:40,802
ทรงกลด กระจ่างใส ระยิบระยับ

400
00:26:40,830 --> 00:26:44,803
นะคะ มีเห็นปุ๊บบอกเลยว่าพรรณนา

401
00:26:44,803 --> 00:26:48,803
ต่อมา (คุณครูปรเมษฐ) เมื่อสามนาฬิกาของวันใหม่ ฝนยังตกต่อเนื่อง

402
00:26:48,805 --> 00:26:52,804
ทหารเดินข้ามทุ่งหญ้าของภูเขาแล

403
00:26:52,804 --> 00:26:56,804
มายังแนวหน้า ทหารทั้งสองฝ่ายต่างยิงต่อสู้กัน

404
00:26:56,807 --> 00:27:00,804
ในความมืดท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย

405
00:27:00,804 --> 00:27:04,804
เป็นอะไรครับ บรรยาย มันเป็นการบรรยายนะ

406
00:27:04,806 --> 00:27:08,806
ต่อไป (คุณครูคณิตา) คนเราเกิดมา

407
00:27:08,807 --> 00:27:12,807
ทั้งทีควรทำความดีให้มากที่สุด ถึงแม้การ

408
00:27:12,814 --> 00:27:16,801
ทำดีจะต้องใช้เวลานานกว่าจะเห็นผล

409
00:27:16,801 --> 00:27:20,801
เราก็ต้องอดทน สักวันความดีจะสนอง

410
00:27:20,802 --> 00:27:24,802
ให้ได้ดี คนดีย่อมตกน้ำไม่ไหลตกไฟ

411
00:27:24,802 --> 00:27:28,802
ไม่ไหมเ ง่ายไหม ง่ายไหมคะ นักเรียน

412
00:27:28,806 --> 00:27:32,802
คำตอบคือ (คุณครูปรเมษฐ) เทศนาโวหาร

413
00:27:32,802 --> 00:27:36,802
คนเราเกิดมาทั้งทีควรทำความดี เป็นการสอน

414
00:27:36,818 --> 00:27:40,803
นะครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) โชเฟอร์

415
00:27:40,803 --> 00:27:44,803
หน้ามันเยิ้ม นังเอียงหน้าจับพวงมาลัย พารถวิ่ง

416
00:27:44,805 --> 00:27:48,800
หาทางแซงรถคันหน้า ดวงตาเหลือบมอง

417
00:27:48,800 --> 00:27:52,800
กระจกข้างลุกลน เหมือนกับมีกองทัพ

418
00:27:52,831 --> 00:27:56,801
กำลังกวดไล่ตามพิฆาต

419
00:27:56,801 --> 00:28:00,801
เด็ก ๆ ตอบเลยครับเป็นอุปมาโวหาร (คุณครูคณิตา) เหมือนกับมี

420
00:28:00,808 --> 00:28:04,802
กองทัพ ก็คือเป็นการเปรียบเทียบนั่นเอง ต่อมาค่ะ

421
00:28:04,802 --> 00:28:08,802
ท้องฟ้ามีคราม มืดครึ้ม เมฆ

422
00:28:08,805 --> 00:28:12,801
ลอยรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อน เป็นเหตุ

423
00:28:12,801 --> 00:28:16,801
ให้ฝนจะตกในไม่ช้านี้ (คุณครูปรเมษฐ) ข้อความนี้จัดเป็น (คุณครูคณิตา) ง่าย ๆ เลยค่ะ เป็น

424
00:28:16,804 --> 00:28:20,804
บรรยายโวหารนั่นเองค่ะ เอาล่ะค่ะ มาดู

425
00:28:20,812 --> 00:28:24,802
ข้อสุดท้ายนะคะ คนเราเมื่อมีลาภ

426
00:28:24,802 --> 00:28:28,802
ก็เสื่อมลาภ เมื่อมียศก็เสื่อมยศ

427
00:28:28,811 --> 00:28:32,811
สุขก็มีทุกข์ เมื่อมีสรรเสริญก็มีนินทา

428
00:28:32,811 --> 00:28:36,803
เป็นของคู่กันมานาน คุณครูปรเมษฐคะ

429
00:28:36,803 --> 00:28:40,803
นักเรียนคะ คิดว่าเป็น... (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนตอบมาแล้วครับ เฉลยเลย

430
00:28:40,807 --> 00:28:44,798
(คุณครูคณิตา) เฉลยคือเทศนาโวหาร

431
00:28:44,798 --> 00:28:48,798
เป็นอย่างไรกันบ้างคะ นักเรียนเอาล่ะค่ะ

432
00:28:48,803 --> 00:28:52,803
เราได้เพิ่มเติมความรู้ ณ ตอนนี้เต็ม 100 เปอร์เซ็นต์แล้วนะคะ

433
00:28:52,804 --> 00:28:56,804
ในความรู้ของนักเรียนใช่ไหม ความรู้ของนักเรียน

434
00:28:56,804 --> 00:29:00,800
คราวนี้ เดี๋ยวเรามาสรุปกันอีกครั้งหน

435
00:29:00,800 --> 00:29:04,800
ึ่ง สรุปว่าสำนวนโวหารในภาษาไทยมีทั้งหมด

436
00:29:04,802 --> 00:29:08,802
5 โวหารด้วยกัน (คุณครูปรเมษฐ) 1 คือ (คุณครูคณิตา) บรรยายโวใหาร

437
00:29:08,818 --> 00:29:12,810
จะเป็นโวหารบรรยายโวหาร ก็คือการ

438
00:29:12,810 --> 00:29:16,798
อธิบาย 2. ก็คือพรรณาโวหาร

439
00:29:16,798 --> 00:29:20,798
ทำให้เห็นภาพนะคะ 3. เทศนาโวหาร คือ การสั่งสอน

440
00:29:20,806 --> 00:29:24,806
ต่อมาสาธกโวหารคือการยกตัวอย่าง

441
00:29:24,829 --> 00:29:28,806
และสุดท้ายคืออะไร คะ (คุณครูปรเมษฐ) อุปมาโวหารครับ โวหารแห่งการ

442
00:29:28,806 --> 00:29:32,805
เปรียบเทียบนั่นเองครับ (คุณครูคณิตา) เรามาทำกิจกรรมกันดีกว่า

443
00:29:32,805 --> 00:29:36,799
กิจกรรมเพิ่มเติมความรู้นะคะ ให้นักเรียน

444
00:29:36,799 --> 00:29:40,799
ทำรายงาน ไม่ใช่ทำรายงานสิคะ ขอโทษค่ะ

445
00:29:40,832 --> 00:29:44,800
ให้นักเรียนทำใบงานนะคะ เรื่อง โวหาร

446
00:29:44,800 --> 00:29:48,800
น่ารู้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ไปดูกันเลยดีกว่า

447
00:29:48,810 --> 00:29:52,810
นักเรียนก็ทำใบงานนะครับ คุณครูก็ดูแลการทำใบงานของนักเรียน

448
00:29:52,849 --> 00:29:56,800
คอยให้คำแนะนำลูกศิษย์หากถ้าลูกศิษย์

449
00:29:56,800 --> 00:30:00,800
เกิดความไม่เข้าใจนะครับ ไปดูใบงานกันนะครับ ว่าเป็นอย่างไรนะครับ (คุณครูคณิตา)

450
00:30:00,808 --> 00:30:04,808
ใบงานมี 2 หน้านะคะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้น่าตาใบงานใช่ไห

451
00:30:04,813 --> 00:30:08,807
เดี๋ยวเรามาเฉลยไปพร้อม ๆ กันนะคะ ให้เวลา

452
00:30:08,807 --> 00:30:12,802
แป๊บเดียว เพราะว่าได้หลักการวิธีการคิดการดู

453
00:30:12,802 --> 00:30:16,802
กันไปเรียบร้อยแล้วนะคะ ให้เวลา 10 นาทีค่ะ

454
00:30:16,814 --> 00:30:20,814
เริ่มทำได้เลยนะคะ [เสียงดนตรี]

455
00:30:38,779 --> 00:30:35,802

456
00:30:20,805 --> 00:30:24,801

457
00:30:24,801 --> 00:30:28,801

458
00:30:28,804 --> 00:30:32,804

459
00:30:32,809 --> 00:30:36,802

460
00:30:36,802 --> 00:30:40,802

461
00:30:40,805 --> 00:30:44,805

462
00:30:44,806 --> 00:30:48,805

463
00:30:48,805 --> 00:30:52,802

464
00:30:52,802 --> 00:30:56,802

465
00:30:56,802 --> 00:31:00,798

466
00:31:00,798 --> 00:31:04,798

467
00:31:04,798 --> 00:31:08,798

468
00:31:08,841 --> 00:31:12,814

469
00:31:12,814 --> 00:31:16,800

470
00:31:16,800 --> 00:31:20,800

471
00:31:20,802 --> 00:31:24,799

472
00:31:24,799 --> 00:31:28,799

473
00:31:28,800 --> 00:31:32,800

474
00:31:32,802 --> 00:31:36,801

475
00:31:36,801 --> 00:31:40,801

476
00:31:40,820 --> 00:31:44,802

477
00:31:44,802 --> 00:31:48,802

478
00:31:48,802 --> 00:31:52,802

479
00:31:52,808 --> 00:31:56,799

480
00:31:56,799 --> 00:32:00,799

481
00:32:00,800 --> 00:32:04,800

482
00:32:04,806 --> 00:32:08,806

483
00:32:08,808 --> 00:32:12,798

484
00:32:12,798 --> 00:32:16,798

485
00:32:16,806 --> 00:32:20,806

486
00:32:20,810 --> 00:32:24,798

487
00:32:24,798 --> 00:32:28,798

488
00:32:28,803 --> 00:32:32,803

489
00:32:32,805 --> 00:32:36,805

490
00:32:36,806 --> 00:32:40,806

491
00:32:40,810 --> 00:32:44,798

492
00:32:44,798 --> 00:32:48,798

493
00:32:48,807 --> 00:32:52,798

494
00:32:52,798 --> 00:32:56,798

495
00:32:56,798 --> 00:33:00,798

496
00:33:00,798 --> 00:33:04,798

497
00:33:04,798 --> 00:33:08,798

498
00:33:08,798 --> 00:33:12,797

499
00:33:12,797 --> 00:33:16,797

500
00:33:16,798 --> 00:33:20,798

501
00:33:20,798 --> 00:33:24,798

502
00:33:24,803 --> 00:33:28,803

503
00:33:28,810 --> 00:33:32,801

504
00:33:32,801 --> 00:33:36,798

505
00:33:36,798 --> 00:33:40,798

506
00:33:40,798 --> 00:33:44,798

507
00:33:44,800 --> 00:33:48,800

508
00:33:48,804 --> 00:33:52,802

509
00:33:52,802 --> 00:33:56,798

510
00:33:56,798 --> 00:34:00,798

511
00:34:00,798 --> 00:34:04,798

512
00:34:04,798 --> 00:34:08,798

513
00:34:08,802 --> 00:34:12,802

514
00:34:12,805 --> 00:34:16,805

515
00:34:16,805 --> 00:34:20,805

516
00:34:20,806 --> 00:34:24,798

517
00:34:24,798 --> 00:34:28,798

518
00:34:28,800 --> 00:34:32,800

519
00:34:32,801 --> 00:34:36,799

520
00:34:36,799 --> 00:34:40,798

521
00:34:40,798 --> 00:34:44,798

522
00:34:44,798 --> 00:34:48,798

523
00:34:48,818 --> 00:34:52,798

524
00:34:52,798 --> 00:34:56,798

525
00:34:56,798 --> 00:35:00,798

526
00:35:00,798 --> 00:35:04,798

527
00:35:04,802 --> 00:35:08,798

528
00:35:08,798 --> 00:35:12,798

529
00:35:12,827 --> 00:35:16,812

530
00:35:16,812 --> 00:35:20,798

531
00:35:20,798 --> 00:35:24,798

532
00:35:24,834 --> 00:35:28,815

533
00:35:28,815 --> 00:35:32,799

534
00:35:32,799 --> 00:35:36,798

535
00:35:36,798 --> 00:35:40,798

536
00:35:40,805 --> 00:35:44,798

537
00:35:44,798 --> 00:35:48,798

538
00:35:48,803 --> 00:35:52,802

539
00:35:52,802 --> 00:35:56,799

540
00:35:56,799 --> 00:36:00,797

541
00:36:00,797 --> 00:36:04,797

542
00:36:04,798 --> 00:36:08,798

543
00:36:08,800 --> 00:36:12,798

544
00:36:12,798 --> 00:36:16,798

545
00:36:16,799 --> 00:36:20,798

546
00:36:20,798 --> 00:36:24,798

547
00:36:24,798 --> 00:36:28,798

548
00:36:28,808 --> 00:36:32,798

549
00:36:32,798 --> 00:36:36,798

550
00:36:36,798 --> 00:36:40,798

551
00:36:40,813 --> 00:36:44,803

552
00:36:44,803 --> 00:36:48,803

553
00:36:48,809 --> 00:36:52,798

554
00:36:52,798 --> 00:36:56,798

555
00:36:56,803 --> 00:37:00,803

556
00:37:00,806 --> 00:37:04,805

557
00:37:04,805 --> 00:37:08,805

558
00:37:08,806 --> 00:37:12,800

559
00:37:12,800 --> 00:37:16,800

560
00:37:16,802 --> 00:37:20,802

561
00:37:20,810 --> 00:37:24,806

562
00:37:24,806 --> 00:37:28,801

563
00:37:28,801 --> 00:37:32,801

564
00:37:32,803 --> 00:37:36,799

565
00:37:36,799 --> 00:37:40,798

566
00:37:40,798 --> 00:37:44,798

567
00:37:44,798 --> 00:37:48,798

568
00:37:48,804 --> 00:37:52,799

569
00:37:52,799 --> 00:37:56,799

570
00:37:56,799 --> 00:38:00,799

571
00:38:00,799 --> 00:38:04,799

572
00:38:04,802 --> 00:38:08,802

573
00:38:08,806 --> 00:38:12,801

574
00:38:12,801 --> 00:38:16,799

575
00:38:16,799 --> 00:38:20,799

576
00:38:20,803 --> 00:38:24,799

577
00:38:24,799 --> 00:38:28,799

578
00:38:28,802 --> 00:38:32,799

579
00:38:32,799 --> 00:38:36,799

580
00:38:36,813 --> 00:38:40,804

581
00:38:40,804 --> 00:38:44,804

582
00:38:44,807 --> 00:38:48,799

583
00:38:48,799 --> 00:38:52,798

584
00:38:52,798 --> 00:38:56,798

585
00:38:56,811 --> 00:39:00,801

586
00:39:00,801 --> 00:39:04,801

587
00:39:04,832 --> 00:39:08,803

588
00:39:08,803 --> 00:39:12,800

589
00:39:12,800 --> 00:39:16,800

590
00:39:16,801 --> 00:39:20,799

591
00:39:20,799 --> 00:39:24,799

592
00:39:24,801 --> 00:39:28,801

593
00:39:28,828 --> 00:39:32,798

594
00:39:32,798 --> 00:39:36,798

595
00:39:36,802 --> 00:39:40,802

596
00:39:40,805 --> 00:39:44,805

597
00:39:44,817 --> 00:39:48,806

598
00:39:48,806 --> 00:39:52,806

599
00:39:52,809 --> 00:39:56,801

600
00:39:56,801 --> 00:40:00,801

601
00:40:00,803 --> 00:40:04,803

602
00:40:04,803 --> 00:40:08,803

603
00:40:08,808 --> 00:40:12,798

604
00:40:12,798 --> 00:40:16,798

605
00:40:16,804 --> 00:40:20,804

606
00:40:20,810 --> 00:40:24,807
(คุณครูคณิตา) หมดเวลาแล้วค่ะ นักเรียน

607
00:40:24,807 --> 00:40:28,807

608
00:40:28,809 --> 00:40:32,809
เดี๋ยวเรา... คุณครูก็จะเฉลยไปพร้อม ๆ กัน

609
00:40:32,827 --> 00:40:36,807

610
00:40:36,807 --> 00:40:40,807
ใบงานของนักเรียน แล้วก็ไปตรวจสอบความเรียบร้อยอีกครั้งหนึ่งนะคะ

611
00:40:40,807 --> 00:40:44,798

612
00:40:44,798 --> 00:40:48,798
ใบงานโวหารหน้ารู้นะคะ ข้อ 1 ค่ะ นักเรียน อ่านแล้วใช่ไหมคะ

613
00:40:48,805 --> 00:40:52,805

614
00:40:52,824 --> 00:40:56,802
ตอบว่าอะไรคะ ตอบว่า

615
00:40:56,802 --> 00:41:00,802
พรรณนาโวหาร ทำไม

616
00:41:00,806 --> 00:41:04,806
ถึงคิดว่าเป็นพรรณาโวหาร (คุณครูปรเมษฐ) สังเกตจากคำนะครับ

617
00:41:04,812 --> 00:41:08,812

618
00:41:08,812 --> 00:41:12,802
ที่ใช้นี่จะมีความสละสลวยเป็นอย่างมากนะครับ

619
00:41:12,802 --> 00:41:16,802
ดูตั้งแต่แรกเริ่มเลยก้ได้นะ ตั้งแต่

620
00:41:16,807 --> 00:41:20,807
ถึงกระนั้น วิชัยก็มีเวลาพินิจดู

621
00:41:20,812 --> 00:41:24,803

622
00:41:24,803 --> 00:41:28,803
นะครับ หญิงสาวอยู่ตรงหน้า ละเอียดละออมาดูท่อนล่างอีก

623
00:41:28,807 --> 00:41:32,801
ลำแขนซ้ายที่ตรึง

624
00:41:32,801 --> 00:41:36,801
รับน้ำหนักตัวอยู่ขาวผ่อง ทั้งกลม

625
00:41:36,810 --> 00:41:40,800

626
00:41:40,800 --> 00:41:44,800
และเรียวอ่อน พวกนี้จะเป็นลักษณะของ

627
00:41:44,802 --> 00:41:48,802
พรรณนาทั้งหมดใช่ไหมคะ

628
00:41:48,827 --> 00:41:52,808
นั่นเองจึงเป็นพรรณนานะครับ ต่อไปข้อที่ 2 (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 2 ตอบว่า

629
00:41:52,808 --> 00:41:56,805

630
00:41:56,805 --> 00:42:00,805
(คุณครูปรเมษฐ) เป็นโวหารประเภทใด เฉลยครับ (คุณครูคณิตา)

631
00:42:00,820 --> 00:42:04,801
พรรณนาโวหาร

632
00:42:04,801 --> 00:42:08,801
ที่เป็นพรรณนาคะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ เริ่มจะตอบได้แล้ว เพราะว่ารู้แล้ว ๆ ว่าจะต้องดูแบบใด

633
00:42:08,808 --> 00:42:12,798

634
00:42:12,798 --> 00:42:16,798
ขยายความหน่อย (คุณครูคณิตา) พรรณนาโวหารอย่างแรกเลยนักเรียน นักเรียน

635
00:42:16,813 --> 00:42:20,805
สังเกตบรรทัดแรกนะคะ กิ่ง ก้าน ใบ

636
00:42:20,805 --> 00:42:24,805
แน่นหนา แน่นหนาแล้ว ลำธานน้อย ๆ ไหลผ่าน

637
00:42:24,808 --> 00:42:28,804

638
00:42:28,804 --> 00:42:32,804
ค่ะ ลำธารน้อย ๆ ไหลผ่าน (คุณครูปรเมษฐ) มันเป็นการบรรยายให้เห็นภาพเลยครับ (คุณครูคณิตา) ให้เห็นภาพ แล้วก็

639
00:42:32,816 --> 00:42:36,802
น้ำในลำธารใสจนเห็นกรวดทราย

640
00:42:36,802 --> 00:42:40,802
(คุณครูปรเมษฐ) ก็อย่างที่บอกว่าพรรณาคู่กับอุปมานี่ นี่ ๆ คู่กัน (คุณครูคณิตา) จนนะคะ ใสจน

641
00:42:40,814 --> 00:42:44,798

642
00:42:44,798 --> 00:42:48,798
จนตรงนี้เป็นสนใจ

643
00:42:48,804 --> 00:42:52,803
เห็นกรวดนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เกือบทุกวรรค

644
00:42:52,803 --> 00:42:56,803
นักเรียนลองสังเกตให้ดี ต่อไป (คุณครูคณิตา) โวรหาร ข้อที่ ที่ 3

645
00:42:56,816 --> 00:43:00,806

646
00:43:00,806 --> 00:43:04,805
เป็นโวหารประเภทใด (คุณครูปรเมษฐ) เฉลยครับ (คุณครูคณิตา) บรรยาย

647
00:43:04,805 --> 00:43:08,805
เพราะอะไร เพราะมีคำว่า "ได้แก่" อยู่ (คุณครูปรเมษฐ) ได้แก่ ค

648
00:43:08,823 --> 00:43:12,810
การอธิบายนั่นเอง (คุณครูคณิตา) การอธิบาย จุดข้อสังเกตที่ทำให้

649
00:43:12,810 --> 00:43:16,798

650
00:43:16,798 --> 00:43:20,798
ทำให้นักเรียนตอบได้เลยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วดูคำสิครับ คำ

651
00:43:20,812 --> 00:43:24,802
ไม่มีคำที่ยากเลย ไม่มีคำที่ส่งเสริมให้การอ่านนั้นสละสลวยสวยงาม

652
00:43:24,802 --> 00:43:28,802
เหมือนพรรณนา การพรรณนากับบรรยายดูง่าย ๆ

653
00:43:28,807 --> 00:43:32,801

654
00:43:32,801 --> 00:43:36,801
(คุณครูคณิตา) ข้อที่ 4 ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เฉลยครับ นักเรียนทำแล้ว อุปมา

655
00:43:36,814 --> 00:43:40,808
โวหาร คุณครูคณิตาบอกเลยครับ (คุณครูคณิตา) อุปมาโวหาร

656
00:43:40,808 --> 00:43:44,806
เมื่อกี้คุณครูคณิตาบอกว่าอะไร ราวกับ ผมดำแมลงผึ้ง

657
00:43:44,806 --> 00:43:48,806

658
00:43:48,806 --> 00:43:52,806
(คุณครูปรเมษฐ) ดั่ง (คุณครูคณิตา) ดั่งดวงจันทร์ เห็นไหม

659
00:43:52,815 --> 00:43:56,800
เป็นการเปรียบเทียบที่ ประหนึ่ง

660
00:43:56,800 --> 00:44:00,800
(คุณครูปรเมษฐ) แค่นี้ก็เห็นถึงอุปมาโวหารแล้วครับ นักเรียนครับ ต่อไป (คุณครูคณิตา)

661
00:44:00,820 --> 00:44:04,820

662
00:44:04,822 --> 00:44:08,800
5. แล้วนะคะ 5. ตอบว่า เฉลย

663
00:44:08,800 --> 00:44:12,800
สาธกโวหาร เพราะอะไร

664
00:44:12,816 --> 00:44:16,803
อยากเล่านิทานให้ฟัง เป็นการ

665
00:44:16,803 --> 00:44:20,803

666
00:44:20,806 --> 00:44:24,805
นิทานและเขาบอกว่าอะไร นิทานเรื่องนี้ให้ยอมรับความ

667
00:44:24,805 --> 00:44:28,805
จริง ใช่ไหมคะ นี่ก็คือเป็นการยกตัวอย่างนั่นเอง

668
00:44:28,831 --> 00:44:32,810
นั่นเองเห็นไหม (คุณครูปรเมษฐ) เขาเรียกว่าการยกตัวอย่างมาอธิบายหรือเล่าประกอบ

669
00:44:32,810 --> 00:44:36,807

670
00:44:36,807 --> 00:44:40,807
ที่เราต้องการสื่อสารชัดเจนขึ้น คือ สาธก ยกตัวอย่างนั่นเองนะครับ

671
00:44:40,821 --> 00:44:44,803
ข้อที่ 6  (คุณครูคณิตา) ข้อสุดท้ายค่ะ ตอบว่า

672
00:44:44,803 --> 00:44:48,803
ตอบว่าอะไรเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) เฉลย เป็นการสั่งสอนใช่ไ

673
00:44:48,805 --> 00:44:52,802

674
00:44:52,802 --> 00:44:56,802
สั่งสอนใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือให้เรานี่

675
00:44:56,809 --> 00:45:00,809
เป็นอย่างไร ให้เรารักษาภาษาของเราไว้

676
00:45:00,814 --> 00:45:04,814
นั่นเองครับ เป็นการ เป็นพระราชดำรัชของในหลวงรัชกาลที่ 9

677
00:45:04,815 --> 00:45:08,804

678
00:45:08,804 --> 00:45:12,802
(คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ เป็นสิ่งที่ควรจะรักษาไว้นะคะ ก็เป็นการเทศนานะ

679
00:45:12,802 --> 00:45:16,802
เป็นการพูดสั่งสอนนั่นเอง (คุณครูปรเมษฐ) ไปสรุปบทเรียน

680
00:45:16,806 --> 00:45:20,803
กันดีกว่านะครับ สรุปบทเรียนเขียนองค์ความรู้ดังนี้นะครับ

681
00:45:20,803 --> 00:45:24,803

682
00:45:24,805 --> 00:45:28,800
การใช้โวหารประกอบการสื่อสารนั้นมีประโยชน์

683
00:45:28,800 --> 00:45:32,800
อย่างไร (คุณครูคณิตา) มีประโยชน์อย่างไรคะ 1

684
00:45:32,810 --> 00:45:36,810
. (คุณครูปรเมษฐ) ให้นักเรียนตอบก่อน (คุณครูคณิตา) 1 2 3 ตอบค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่ได้ยินเลยน่ะ

685
00:45:36,861 --> 00:45:40,801

686
00:45:40,801 --> 00:45:44,801
ตอบแล้ว (คุณครูคณิตา) ตอบแล้วใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ดูนะ ว่า

687
00:45:44,813 --> 00:45:48,813
ตรงกับที่ครูคิดกับนักเรียนคิดตรงกันหรือไม

688
00:45:48,814 --> 00:45:52,814
(คุณครูคณิตา) ทำให้การสื่อสารชัดเจนมากยิ่งขึ้น (คุณครูปรเมษฐ) การใช้สำนวนโวหาร

689
00:45:52,823 --> 00:45:56,799

690
00:45:56,799 --> 00:46:00,799
มาสื่อสาร มาเขียนนี่ ทำให้การสื่อสารของเรามีความ

691
00:46:00,835 --> 00:46:04,804
ชัดเจนมากยิ่งขึ้นนั่นเองครับ (คุณครูคณิตา) การ

692
00:46:04,804 --> 00:46:08,804
ประกอบการสื่อสารควรคำนึงถึงสิ่งใด

693
00:46:08,813 --> 00:46:12,811

694
00:46:12,811 --> 00:46:16,811
ถ้าเราจะสื่อสารงานเหล่านั้นนี่เราต้องคำนึง

695
00:46:16,813 --> 00:46:20,813
ถึงอะไรบ้าง ถ้าเราจะแทรกโวหารค่ะ

696
00:46:20,815 --> 00:46:24,815
เฉลยดีกว่านะคะ เราจะต้องคำนึงถึงพิจารณา

697
00:46:24,823 --> 00:46:28,801

698
00:46:28,801 --> 00:46:32,801
ที่จะสื่อสารนี่ควรใช้โวหารประเภทใดในการ

699
00:46:32,822 --> 00:46:36,812
ประกอบ อย่างเช่น คุณครูคณิตาอยากแต่งนิทาน

700
00:46:36,812 --> 00:46:40,812
เรื่องหนึ่ง อยากเขียนนิทานเรื่องหนึ่ง แต่คุณครูคณิตานี่ไปนำโวหารบรรยายมาใส่ นิทาน

701
00:46:41,810 --> 00:46:45,810

702
00:46:45,830 --> 00:46:49,810
ก็อาจจะได้ลักษณะที่ผิวเผินใช่ไหมคะ

703
00:46:49,810 --> 00:46:53,810
แต่ถ้าสมมติว่าคุณครูคณิตาใส่พรรณนาโวหาร

704
00:46:53,821 --> 00:46:57,821
เข้ามานี่ก็จะทำให้เห็นภาพมากขึ้น เราก็ต้องคำนึงว่าเราจะใช้พรรณนาอะไรในการใช้

705
00:46:57,845 --> 00:47:01,802

706
00:47:01,802 --> 00:47:05,802
(คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ วันนี้ก็ได้ความรู้ไป

707
00:47:05,814 --> 00:47:09,814
มากมายแล้วนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ในเรื่องของโวหารยังไม่จบเพียง

708
00:47:09,821 --> 00:47:13,821
เดี๋ยวพรุ่งนี้เราก็จะยังศึกษากันในเรื่องโวหาร

709
00:47:13,845 --> 00:47:17,815

710
00:47:17,815 --> 00:47:21,815
เหมือนเดิมนะครับ สิ่งที่ต้องเตรียมนะ ก็คือใบงานเรื่อง

711
00:47:21,819 --> 00:47:25,807
อธิบายข้อความที่เป็นโวหาร และนอกเหนือจากนั้น

712
00:47:25,807 --> 00:47:29,806
คุณครูเตรียมหนังสือพิมพ์นะครับ เพื่อที่จะให้นักเรียนทำ

713
00:47:29,806 --> 00:47:33,805

714
00:47:33,805 --> 00:47:37,805
ยังไม่บอกว่ากิจกรรมเป็นอย่างไร ให้เตรียมหนังสือพิมพ์

715
00:47:37,827 --> 00:47:41,804
ให้พอกับจำนวนลูกศิษย์ด้วยนะคะ

716
00:47:41,804 --> 00:47:45,804
(คุณครูคณิตา) ซึ่งข้อมูลนะคะ สามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่นี่เลยค่ะ

717
00:47:45,805 --> 00:47:49,805

718
00:47:49,824 --> 00:47:53,823
(คุณครูปรเมษฐ) สำหรับวันนี้นะครับ ครูและครู

719
00:47:53,823 --> 00:47:57,806
คณิตา ก็นำความรู้มาให้กับนักเรียน

720
00:47:57,806 --> 00:48:01,804
นักเรียนกลับไปอย่างลืมนะครับ กลับไปทบทวน อย่าให้มันผ่านมาและผ่านไป

721
00:48:01,804 --> 00:48:05,801

722
00:48:05,801 --> 00:48:09,801
เก็บไว้บ้างมันจะได้จรรโลงใจและนำไปใช้ได้ในอนาคต

723
00:48:09,836 --> 00:48:13,806
ครับ สำหรับวันนี้ครูทั้ง 2 คน ขอลานักเรียนไปก่อนครับ

724
00:48:13,806 --> 00:48:17,802
สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ

725
00:48:17,802 --> 00:48:21,802

726
00:48:21,804 --> 00:48:25,804

727
00:48:25,838 --> 00:48:29,811

728
00:48:29,811 --> 00:48:33,809

729
00:48:33,809 --> 00:48:37,807

730
00:48:37,807 --> 00:48:41,807

731
00:48:41,818 --> 00:48:45,812

732
00:48:45,812 --> 00:48:49,812

733
00:48:49,817 --> 00:48:53,809

734
00:48:53,809 --> 00:48:57,809


