--- title: (สำรอง)ฝึก PE ห้อง 4563 (DLTV ภาษาไทย ป. 6 หน่วยที่ 4) ๑ โวหารในงานเขียน (๑) ๒๒ ก.ค. ๖๔ (มีใบงาน และใบความรู้) ฟารุต subtitle: date: วันศุกร์ที่ 25 มีนาคม 2565 เวลา 10.13 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (คุณครูคณิตา) สวัสดีคุณครูปลายทางทุกท่าน และนักเรียนปลายทางทุกคนค่ะ วันนี้พบกับคุณครูคณิตา หนุนอนันต์ และครูปรเมษฐ ศรีกำเหนิด ในรายวิชาภาษาไทยประถมศึกษาปีที่ 6 วันนี้เราจะขึ้นหน่วยใหม่ใช่ไหมคะ ครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) วันนี้เกี่ยวกับเรื่องการเขียนใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องโวหารในงานเขียนครับ เด็ก ๆ ทุกคนครับ นักเรียนคะ สงสัยหรือเปล่าโวหารในการเขียนเป็นอย่างไร ถ้าสงสัยนี่เราจะมาเรียนรู้เกี่ยวกับงานเขียนกันใช่ไหมคะ กันใช่ไหมคะ คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ เรามาดูกันดีกว่า ให้นักเรียนค่ะ สังเกตคำเหล่านี้ค่ะ เอาล่ะค่ะ คำเหล่านี้ค่ะ เอาล่ะค่ะ สังเกตบนหน้าจอนะคะ คุณครูปรเมษฐคะ อ่านไปพร้อม ๆ ได้ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ได้ครับ วันเพ็ญพระจันทร์สีนวลจ้า ส่องแสงวงรัศมีขาว น้ำขึ้นเต็มฝั่ง ไม่กระดุกกระดิก แต่เป็นเงาแวววาวเหมือนถาดเงินใบใหญ่ที่ขัดทางฝั่งขวาของแม่น้ำเจ้าพระยาตอนหนึ่งมีต้นลำพูต้นใหญ่ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ นักเรียน เป็นอย่างไรกันบ้างเอ้ สงสัยหรือเปล่าทำไมครูถึงให้สังเกตแล้วเราจะสังเกตคำว่าอย่างไรเดี๋ยวเรายังไม่มีแนวทางใช่ไหมคะ ว่าจะสังเกตคำไปทำไมกันนะ เดี๋ยวเรามาดูคำถามกันดีกว่าค่ะ คำถามกระตุ้นความคคำถามแรกค่ะ คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ข้อความที่ฟังน่าสนใจหรือไม่ เพราะเหตุใดถึงน่าสนใจครับ ลูก ๆ นักเรียนทุกคนครับ (คุณครูคณิตา) ตอบได้เลยค่ะ หลาย ๆ คนนี่ก็อาจจะสนใจหรือไม่สนใจก็ได้ใช่ไหมคะ แต่เหตุผลนี่นักเรียนก็จะต้องมีมารองรับนะคะ บอกคุณครูด้วยนะคะ ว่านักเรียนนี่สนใจ หรือไม่สสนใจ เพราะเหตุใดปรเมษฐคะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา) หากคุณครูปรเมษฐนี่ไม่ใช่หากสิ เมื่อกี้คุณครูปรเมษฐได้อ่านเกี่ยวกับข้อความเหล่านั้นไปแล้ว คุณครูปรเมษฐนี่คิดว่าที่ฟังนี่น่าสนใจหรือไม่คะ (คุณครูปรเมษฐ) จากการที่ใช้สายตาพินิจพิจารณาในข้อความมันทำให้เกิดถึงความอัศจรรย์ใจนะในการที่ผู้ที่เขียนนี่บรรยายความออกมาทำให้ได้เห็นภาพ เพราะฉะนั้นนี่ ตามความรู้สึกของครูครูมีความสนใจแน่นอนครับ สนใจเนื่องด้วยถ้อยคำสละสลวยเห็นภาพชัดเจนนะครับ อันนี้คือเหตุผลของครูครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เรามาดูคำถามต่อไปกันเลยนะคะ หากนักเรียนต้องการสื่อสารเรื่องให้น่าสนใจมากขึ้นนี่ นักเรียนจะใช้วิธีการใดเมื่อกี้คุณครูปรเมษฐก็ได้บอกไปแล้วนะคะ ว่าน่าสนใจแล้วถ้านักเรียนล่ะคะ อยากจะสื่อสานให้น่าสนใจมากขึ้นจะทำอย่างไรเอ่ยตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ คุณครูปรเมษฐคะเรามีวิธีการสื่อสารให้น่าสนใจอย่างไรบ้างคะ (คุณครูปรเมษฐ) วิธีการสื่อสารให้ข้อความที่อ่านใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้น่าสนใจหรือครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ด้วยวิธีการอ่านแล้วก็บรรยายภาพหรืออาจจะเขียนเป็นภาพก็ได้นะครับ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ก็จะเป็นลักษณะสื่อสารเรื่องนะคะ ที่หลากหลายรูปแบบนะคะ ที่จะทำให้การสื่อสารนี่ ดูมีความน่าสนใจมากขึ้น เด็ก ๆ ไม่จำเป็นต้องเล่าเรื่องให้ละเอียดอย่างเดียวก็ได้ เพราะโวหารของเรานี่มีหลายประเภทด้วยกันนะเดี๋ยวเรามาเรียนรู้กันนะคะ ว่าเราจะใช้โวหารแบบใดที่จะทำให้งานเขียนของเราน่าสนใจมากยิ่งขึ้นค่ะ เอาล่ะค่ะ จุดประสงค์ของการเรียนรู้ในวันนี้คืออะไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนจะต้องบอกความหมายและประเภทของโวหารได้นะครับ อ่านและจำแนกประเภทของโวหารได้ ข้อ 3 บอกความสำคัญของการใช้โวหารในการสื่อสารได้ นี่ก็คือสิ่งที่หนู ๆ นั้นจะต้องได้ปฏิบัติในชั่วโมงนี้อย่างมีความสุได้ (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวเรามาดูความหมายของโวหารกันดีกว่าค่ะ โวหารคืออะไร เอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) เหมือนวิหารไหม (คุณครูคณิตา) วิหารนี่จะเป็นสิ่งก่อสร้างหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) แต่โวหารล่ะค่ะ มีความหมายอย่างไรครูกำลังชี้ให้เห็นว่า ภาษาไทยนี่แค่เปลี่ยนสระเท่านั้นความหมายเป็นอย่างไรเลยคุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา) แค่เปลี่ยนสระความหมายก็เปลี่ยนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แต่ให้เด็ก ๆ เจาะจงไปที่คำว่า "โวหาร" จำความรู้ตอน ป.4 ป.5 มาตอบกับคุณครูว่าโวหารคืออะไร นะครับ มีผิดมีถูกไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ตอนนี้หรือคะ ตอนนี้ยังไม่มีถูกค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะมันคือการแสดงความคิดเห็นหรือประสบการณ์เดิมนะครับ เราไปดูกันเลยดีกว่า โวหาร คือ (คุณครูคณิตา) สำนวนที่ใช้ในการสื่อความซึ่งอาจจะใช้ในการพูดหรือการเขียน (คุณครูปรเมษฐ) ทั้งนี้ทั้งนั้นนี่เวลาจะพูด คำว่า "สำนวน" นี่ จะนิยมเอามาพูดกับโวหารจึงเป็นสำนวน (คุณครูคณิตา) โวหาร (คุณครูปรเมษฐ) โวหารนั่นเองนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เอาล่ะค่ะ เรามาดูประเภทของโวหารกันดีกว่าค่ะ คะ หยิบสมุดขึ้นมาจดได้เลยนะคะ ประเภทของโวหาร ทบทวนความรู้เดิม (คุณครูปรเมษฐ) ครับ เดี๋ยวก่อนนะ เอาสมุดขึ้นมานี่ดินสอ ปากกาให้พร้อมนะ ทำแล้วก็ตกแต่งไปเรื่อย ๆ เลย เพราะว่าสมุดของเรามันจะได้น่าอ่านเข้ามาชื่นชมนะครับ เด็ก ๆ ครับ ไปดูกันเลย ประเภทที่ 1 คือ (คุณครูคณิตา) ประเภทโวหารที่ 1 ค่ะ คืออะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) บรรยายโวหารนะครับ บรรยายโวหารเป็นอย่างไร เดี๋ยวค่อยมาดูกัน ประเภทที่ 3 คือ (คุณครูคณิตา) พรรณนาโวหารค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) และประเภทที่ 3 ครับ (คุณครูคณิตา) เทศนาโวหารค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ประเภทที่ 4 ล่ะครับ (คุณครูคณิตา) อุปมาโวหารค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ประเภทที่ 5 คือ... (คุณครูคณิตา) สาธกโวหารค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สาธกมันจะขึ้นกับอีกคำหนึ่ง แล้วเดี๋ยวเด็ก ๆ จะจำขึ้นใจเลยครับ ต่อไปบรรยายโวหารนะครับ เป็นอย่างไร (คุณครูคณิตา) บรรยายโวหาร คือ การเล่าเรื่องหรืออธิบายเรื่องราวต่าง ๆ ตามลำดับเหตุการณ์เขียนตรงไปตรงมา รวบรัดได้แก่การเขียนอธิบายประเภทต่าง ๆ เช่นบทความ การเขียนเรื่องเล่า บันทึก หรือข่าวเป็นต้นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่าบรรยายาโวหารนี่ก็จะพบเจอในชีวิตประจำวันทุกวันเลยเหตุการณ์ทั่วไปแล้วนำมาเขียนบรรยายนั่นเอง (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ เราจะเจอกันบ่อยมากเลยนะคะ ในเรื่องบรรยายโวหารนะ เดี๋ยวเรามาดูตัวอย่างกันดีกว่านะคะ (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐคะ อ่านให้นักเรียนฟังหน่อยได้ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ได้ครับ แต่เด็ก ๆ ต้องอ่านให้ดังกว่าครูนะ พร้อมแล้วไปเลยครับ พ่อเดินเข้าไปหากอไผ่ เลือกตัดลำเท่าขามา 2 ปล้อง ทำเป็นกระบอก คัดเห็ดดอกใหญ่ไปล้างในลำห้วยจนสะอาดลงในกระบอกไม้ไผ่จนแน่น ไม่ต้องเติมน้ำเติมเกลือ และน้ำพริกลงไปพอเหมาะก่อไฟเผากระบอกไม้ไผ่นั้นไม่นานนักเห็ดก็ขับน้ำออกมา เดือดปุด ๆ (คุณครูคณิตา) เป็นอย่างไรบ้างอันนี้เป็นลักษณะการเขียนแบบใดคะ (คุณครูปรเมษฐ) การเขียน... (คุณครูปรเมษฐ) การเขียนแบบ (คุณครูคณิตา) การเขียนแบบใดเอ่ยบรรยายใช่ไหมคะ เอาล่ะค่ะ แล้วนักเรียนยังไม่มีข้อเปรียบเทียบนะ เดี๋ยวเรามาดูโวหารอีกประเภทหนึ่งดีกว่า แล้วเดี๋ยวเรามาเปรียบเทียบกัน เอ้ ทำไมบรรยายถึงมีลักษณะแตกต่างกันนะคะ เดี๋ยวเรามาดูค่ะ ก็คือพรรณาโวหารนั่นเองค่ะ พรรณนาโวหารคืออะไร พรรณนาโวหารเป็นงานเขียนที่มุ่งให้ความแจ่มแจ้งละเอียดละออ เพื่อให้ผู้อ่านเกิดอารมณ์ทราบซึ้งเพลิดเพลินไปกับข้อความนั้น การเขียนพรรณนาโวหารจึงยาวกว่าบรรยายโวหารมาก มุ่งให้เห็นภาพและอารมณ์ จึงเล่นเสียง ใช้ภาพพจน์ อ่านได้รสชาติค่ะ มาดูตัวอย่างกันดีกว่านะคะ ว่าพรรณนาโวหารจะละเอียดมากขนาดไหนวันเพ็ญพระจันทร์แสงนวลจ้าอยู่วงรัศมีขาว น้ำขึ้นเต็มฝั่งไม่กระดุกกระดิก แต่เป็นเงาแวววาวเหมือนถาดเงินใบใหญ่ที่ขัดมัน ทางฝั่งขวาของแม่น้ำเจ้าพระยาตอนหนึ่งนักเรียนสังเกตไหมคะ ว่าพรรณนาจะมีความละเอียดมากกว่าบรรยาย สังเกตจากตรงไหนเอ่ย ถ้าเป็นคุณครูปรเมษฐ คุณครูปรเมษฐจะสังเกตจากตรงไหนคะ (คุณครูปรเมษฐ) สังเกตจากการใช้คำครับ (คุณครูคณิตา) การใช้คำ คำไหนคะ ที่เรารู้สึกว่าเป็นพรรณนา (คุณครูปรเมษฐ) พระจันทร์สีนวล ถ้าเกิดเป็นบรรยายนี่ไม่ต้องบอกวันเพ็ญก็ได้ใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็แค่บอกว่าพระจันทร์ส่องแสงอยู่ที่ริมฝั่งอะไรสัก อย่างก็ว่าไปเพื่อเป็นการบรรยาย เราไม่จำเป็นต้องขยายความสีนวลจ้า ส่องแสงอยู่ในวงรัศมีขาวใช่ครับ (คุณครูคณิตา) แล้วมีการบรรยายอะไรอีกคะ วงรัศมีขาว ถ้าเป็นอธิบายเราจะใช้คำนี้ไหม (คุณครูปรเมษฐ) ไม่ใช้ครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ไหมคะ เราไม่ต้องใช้คำนี้ใช่ไหมคะ น้ำขึ้นเต็มฝัก แต่พรรณนาเติมอะไรเข้ามาอีกคะ (คุณครูปรเมษฐ) กระดุกด้วยครับ (คุณครูคณิตา) อ๋อ ไม่กระดุกกระดิกนี้เป็นกริยาใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) น้ำเต็มฝั่งไม่กระดุกกระดิกนี่หมายความว่าอย่างไรคะ น้ำนิ่งนักเรียนเคยเห็นไหมคะ ถ้านึกถึงความเป็นจริงน้ำสายน้ำไม่เคยอยู่นิ่งนะคะ แต่อันนี้เป็นการเปรียบเทียบ ก็คือพื้นผิวน้ำจะเป็นอย่างไรเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) จะนิ่ง (คุณครูคณิตา) ก็เป็นการพรรณานะคะ นะค เป็นเงาแวววาวค่ะ เงาแวววาวแวววาวปุ๊บ ถ้าเป็นอธิบายปุ๊บเราก็จะไม่ต้องใส่เข้าไปนะต่อมานะคะ จะเป็นเทศนาโวหารนี่เป็นการเขียนแบบใดคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เทศนาโวหารก็คือโวหารที่ผู้เขียนมุ่งสั่งสอนคุณธรรมหรือจรรโลงใจ ปลุกใจจูงใจให้ผู้อ่านคล้อยตาม จำไว้ว่าเทศนาโวหาร คือ โวหารแห่งการเทศ เป็นการสอนคำที่เกี่ยวกับคำสอนจะยกให้เป็นเทศนาโวหาร ซึ่งมันจะควบรวมกับบรรยายและพรรณนาโวหารเด่นของมันก็คือการสอนนั่นเองนะครับ ไปดูตัวอย่างกันดีกว่า ทำอะไรก็อย่าทำด้วยความอยากมีอยากเป็น อยากได้นั่นอย่างได้นี่ แต่ควรทำไปตามหน้าที่ของเรา เรามีหน้าที่อะไรก็ทำไปตามหน้าที่นั้นให้สมบูรณ์เรียบร้อยไม่ต้องมีความอยากจะได้อยากจะเป็นทำเพราะสำนึกในหน้าที่เช่น คำพูดที่เคยพูดบ่อย ๆ ว่า "งานคือชีวิต ชีวิตคืองาน บรรดารให้สนุกเป็นสุขขณะทำงาน นะครับ อันนี้ก็คือการสอน (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สอนว่าอะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ สอนว่าอะไรคะ นักเรียน (คุณครูปรเมษฐ) มันมีคำสอนอยู่เป็นประโยคคำพูด (คุณครูคณิตา) สอนว่าให้เรานี่สำนึกในการทำหน้าที่ใช่ไหมคะ หน้าที่ของเรานี่ หน้าที่ของเราเป็นอย่างไรทำอะไร ทำอะไรเราก็จะต้องทำหน้าที่นั้นให้ดีที่สุดนะคะ ไม่จำเป็นว่าเราจะทำหน้าที่นั้นให้ได้ดีนี่เนื่องจากมีแรงขับเคลื่อนอย่างอื่น อย่างเช่นเรื่องต่าง ๆ ที่อาจจะผิดศีลธรรมนะ อันนี้เป็นสิ่งสำคัญนะคะ เราจะต้องทำหน้าที่ด้วยความเต็มใจและบริสุทธิ์ค่ เอาล่ะค่ะ ต่อมา (คุณครูปรเมษฐ) เป็น... (คุณครูคณิตา) สา สาอะไรคะ สาธกโวหารค่ะ เก่งมากนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) สาธกโวหารคือ (คุณครูคณิตา) สาธกโวหารคือ โวหารที่ให้ความชัดเจนค่ะ โดยการยกตัวอย่างเพื่ออธิบายหรือสนับสนุนความคิดเห็นให้หนักแน่นน่าเชื่อถือ (คุณครูปรเมษฐ) สาธกยกตัวอย่างจำคู่กันไว้ สาธกยกตัวอย่างนะครับ ไปดูต่อเลยว่าตัวอย่างเป็นอย่างไร (คุณครูคณิตา) ไปกันเลยค่ะ ครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) อ่านเป็นกลอนนะครับ รูปรสกลิ่นเสียงไม่เที่ยงแท้ ย่อมเฒ่าแก่เกอกโรคโศกสงสาร ความตายหนึ่งพึ่งให้เห็นเป็นประธาน หวังนิพพานพ้นทุกข์สุขสบาย ซึ่งบ้านเมืองเคืองเข็ญถึงเช่นนี้เพราะโลกีย์ตัณหาพาฉิบหาย อันศีล 5 ว่าอย่าทำให้จำตาย จะตกอบายภูมิขุมนรก เป็นการยกตัวอย่างอย่างไรล่ะครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เป็นการยกตัวอย่างอย่างไรคะนักเรียน เดี๋ยวเรามาคุยกันดีกว่า อันนี้อาจจะเห็นภาพไม่ชัดนะ อันนี้เป็นการยกตัวอย่างความไม่เที่ยงแท้ใช่ไหม ความไม่เที่ยงแท้เป็นอย่างไรนะคะ สุดท้ายเป็นอย่างไรยกตัวอย่าง รูปกายของเราเมื่อแก่ไป เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นเป็นอย่างไร ก็ย่อมโรยราสังขารนี่ก็มีไปตามยามแก่แล้วอะไรอีกคะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ สังขารนี่ไม่เที่ยงแท้ใช่ไหมครับ เราก็จะต้องเป็นอย่างไร ก็จะต้องดูรักษา ศีล 5 นี่เราต้องปฏิบัติเป็นการยกตัวอย่างมา ถ้าเราไม่ปฏิบัติศีล 5หรือทำผิดในศีล 5 นี่นะ ก็เป็นผู้ที่ไม่ดีเลิศ ตายไปก็ไปอยู่ไหนครับ นักเรียตกอะไรนะคำสุดท้ายเขาเลยนี่ ตกอบายภูมิขุมนรกนะครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ ต่อมาค่ะ อุปมาโวหารนะ อุปมาโวหารนะครับ (คุณครูปรเมษฐ) อุปมาโวหารนะครับ ก็คือเป็นโวหารเปรียบเทียบนะครับ ยกตัวอย่างสิ่งที่คล้ายคลึงกันนะเพื่อให้เกิดความชัดเจนด้านความหมาย ด้านภาพและเกิดอารมณ์ความรู้สึกมากขึ้นนะครับ อุปมาโวหารนี่มักจะปรากฏกับพรรณนาเสมอนะครับ ก็จะมีคำพูดอยู่คำหนึ่งที่จะให้เด็ก ๆ จำนะครับ ขยายใช้พรรณนา อุปมา คือ เปรียบเทียบนั่นเองนะครับ ขยายพรรณา อุปมาเปรียบเทียบนั่นเองนะครับ คู่กันนะครับ มาดูตัวอย่างกันดีกว่า ตัวอย่างนะครับ ตามไปพร้อมครูเลยนะครับ หาดทรายที่นี่ขาวสะอาด ทรายละเอียดราวกับผงแป้ง น้ำทะเลใสราวกับกระจก พระอาทิตย์ส่องแสงจับของฟ้า ดุจดังแสงเงินแสงทองจับขอบฟ้า ใช้ความรู้เดิมบอกครูทีสิว่าคำใดที่มันแสดงให้เห็นถึงอุปมาโวหาร บอกกับคุณครูปลายทางมีอยู่ 3 คำด้วยกัน เด็ก ๆ ตอบครับ (คุณครูคณิตา) คำว่าอะไรบ้าง เอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) ครบแล้วนะคุณครูคณิตาเฉลย (คุณครูคณิตา) ค่ะ คำแรกนะคะ หาดทรายที่ขาวสะอาด (คุณครูปรเมษฐ) ทรายละเอียด (คุณครูคณิตา) ราวกับผงแป้ง น้ำทะเลใส ใสเป็นการเปรียบเทียบกับกระจกนะคะ แล้วก็พระอาทิตย์ส่องแสง คำว่า "ดุจ" ดุจดังแสงเงินแสงทอง เป็นการเปรียบเทียบการเปรียบเทียบการใช้อุปมานะคะ อุปมาก็เหมือนประดุจดังเฉกเช่นราวคำเหล่านี้ก็คือ ถ้ามีอยู่ก็ให้คิดไว้เลย ว่ามันคือ (คุณครูปรเมษฐ) คุณครูคณิตาเขียนให้เด็ก ๆ จดดีกว่า ว่ามันประดุจ (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐคะเหมือน (คุณครูปรเมษฐ) เหมือนประดุจอะไรนะ (คุณครูคณิตา) ดุจ (คุณครูปรเมษฐ) ดุจ อะไรอีก (คุณครูคณิตา) ดัง ดั่งราวกับได้ไหม (คุณครูคณิตา) ราวกับ (คุณครูปรเมษฐ) เฉกเช่น (คุณครูคณิตา) เฉก แล้วก็เฉกเช่น (คุณครูปรเมษฐ) แล้วก็ (คุณครูคณิตา) ราว กับ ราวกับ ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ราวกับเลยแล้วกันนะ เด็ก ๆ ใส่ราวเองนะครับ (คุณครูคณิตา) นี่ก็คือเป็นอุปมานะคะ อุปมานี่ยังมีอีกหลายคำเลยนะที่มีการใช้คำแล้วเปรียบเทียบนะ อันนี้เป็นการยกตัวอย่างให้นะคะ เอาล่ะค่ะ มาถึงกิจกรรม เมื่อนักเรียนนี่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับโวหารทั้ง 5 ชนิดไปแล้วนี่ เดี๋ยวเรามาเรียนรู้กิจกรรม ไม่ใช่เรียนรู้สิ ไปทำกิจกรรมไปพร้อม ๆ กันเลยนะคะ ไปกันอย่างรวดเร็วเพื่อเป็นการทดสอบความรู้และความเข้าใจของนักเรียนค่ะ เอาล่ะค่ะ มาดูกันเลยนะคะ ให้นักเรียนศึกษาอ่านข้อความที่กำหนดให้ แล้วบอกประเภทว่าเป็นโวหารประเภทใด (คุณครูปรเมษฐ) มีอยู่ด้วยกัน 5 โวหารด้วยกัน อุปมา, บรรยาย, พรรณนา, สาธก,เทศนา มีอยู่ 3 ข้อแค่นี้ ให้ตอขกับคุณครูเวลาที่เห็นข้อความแล้วนะครับ ไปกันเลย (คุณครูคณิตา) ไปกันเลยผมตื่นแต่เช้า ล้างหน้าแปรงฟัน แล้วจึงไปโรงเรียนกับน้อง ข้อความนี้ถือว่าเป็น (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ บรรยายโวหารนะครับ ง่ายมากเลยนะครับ ต่อไป (คุณครูคณิตา) ต่อไปเรือลำน้อยค่อย ๆ แล่นกลางแม่น้ำใหญ่ผ่านลำแสงของอาทิตย์อุทัย สะท้อนเป็นภาพที่น่ามองยิ่งนัก (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้เด็ก ๆ ก็ตอบได้แล้วเด็ก ๆ ก็ตอบได้แล้วครับ มีคำที่สระสรวยนี่ เห็นภาพขยายชัดเจน ก็คือโวหารแห่งพรรณา (คุณครูคณิตา) พรรณานา เพราะมีคำว่า "ค่อย ๆ" เรือกำลังค่อย ๆ ค่อย ๆ ไปนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ดูง่าย ๆ ก็ดูจากคำที่ปรากฏขึ้นมามันก็เป็นคำที่มันยากขึ้นนะ และเห็นภาพชัดเจนนี่ก็เป็นพรรณนาโวหารนะครับ ต่อไปครับ (คุณครูคณิตา) ความโกรธนั้นเหมือนทะเลบ้า คลื่นซัดซ่าสาดโครมโหมถลาความโกรธนั้นเหมือนทะเลบ้า เมื่อกี้คุณครูบอกว่าอะไรนะ (คุณครูปรเมษฐ) มีคำว่าอะไรสักคำหนึ่งนี่ล่ะ (คุณครูคณิตา) คุ้น ๆ ไหมก็เป็นการเรียบเทียบอยู่ใช่เป็นอุปมาโวหาร (คุณครูคณิตา) อุปมา มีคำว่าอะไรอยู่คะคำว่า "เหมือน"เปรียบความโกรธนี่ให้เหมือนกับทะเล ทะเลบ้านี่คือทะเลคลั่ง ทะเลคลั่งนี่เป็นอย่างไรคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ทะเลนี่มันเปลี่ยนแปลงทุกวันบางวันคลื่นซัด นี่คือการเปรียบทะเลนะครับ มีขึ้นมีลงเป็นธรรมดาของชีวิตมนุษย์ ไปต่อเลย อันความคิดวิทยาเหมือนอาวุธ ประเสริฐสุด ซ่อนใส่เสียงในฝักสงวนคมสมนึกใครฮึกฮัก จึงค่อยชักเชือดฟันให้บรรลัย จับให้มั่นคั้นหมายให้วายวอด ชิดพิสมัย ตัดให้ขาดประรถนาหาสิ่งใด เพียรจงได้ดังประสงค์ที่ตรงดี (คุณครูคณิตา) ลองตอบดูสิว่าเป็นโวหารชนิดใดเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) นะครับ มีคำว่าอะไรที่บ่งบอกให้ถึงโวหารนี้เลยครับ ลองตอบครู 1. คือ คำว่า... เก่งมากเลยครับ ครูคณิตาขีดเลยที่เด็ก ๆ บอกครับ (คุณครูคณิตา) คำว่าอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) คำว่า "เหมือน" (คุณครูคณิตา) คำว่าเหมือนแล้วอะไรอีกคะ (คุณครูปรเมษฐ) อยู่ตรงไหนเด็ก ๆ ตอบตรงไหน เก่งมากครับ ที่วรรคส่งใช่ไหม เพียรจงได้ดังประสงค์ที่จงดี (คุณครูคณิตา) ไม่ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่ใช่หรอ (คุณครูคณิตา) เพียรได้ดังประสงค์ที่ตรงดี ไม่ใช่ไหมคะ เอาล่ะค่ะ คำว่า "เหมือน" อย่างเดียว สมมติว่าไม่ใช่อุปมาโวหารล่ะ แล้วเปลี่ยนเป็นอะไรได้บ้าง หลายคนนี่คำว่า "เหมือน" แล้วตอบเลยอุปมาโวหาร ซึ่งจริง ๆ ไม่ใช่ใช่ไหมคะ คุณครูปรเมษฐเป็นอะไรเอ่ยเขากล่าวถึงอะไร อันความคิดวิทยาเหมือนอาวุธ ประเสิรฐ์สุดซ่อนใส่เสียในฝัก เป็นการอบรมเป็นการสั่งสอน ปลุกใจให้จรรโลงใจ นั่นก็คือ... (คุณครูปรเมษฐ) เทศนาโวหาร (คุณครูคณิตา) เทศนาโวหารนั่นะคะ ต่อมาค่ะ มาดูความรักเหมือนโรคา บันดาลตาให้มืดมน ไม่ยินและไม่ยลอุปสรรคใดใด ความรักเหมือนโคถึก กำลังคึกผิขังไว้ บ่ยอมอยู่ ณ ที่ขัง (คุณครูปรเมษฐ) มีคำว่า "เหมือน" อีกแล้วครับ นักเรียนความรักนี่เหมือนโรคใช่ไหม โรคร้าย (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ โรคา โรคา โรคานี่ก็คือโรคนะคะ นักเรียนโรคนี่ล่ะ โรคร้ายของเรา (คุณครูปรเมษฐ) บรรดาลตาให้มืดมนคืออะไร ความรักทำให้คนเป็นอย่างไรครับ ตาบอดนะ ไม่ยิน ไม่ยลไม่ยล คือ ไม่มอง ไม่ยิน คือ ไม่สนอุปสรรคใด ๆ ก็จะมาขัดขวางไม่ได้ ความรักเหมือน (คุณครูคณิตา) โคถึก (คุณครูปรเมษฐ) เหมือนอย่างไรโค คือ วัวถึกเพชรบุรี เขาเรียกโรคกะเริง (คุณครูคณิตา) กำลังคึกค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถึงจะอยู่อย่างไรอยู่ ณ ที่ขัง จะนำคอกมาล้อมขนาดไหนก็จะชนออกไปให้ได้ ด้วยที่ว่าวิ่งเข้าไปหาความรักนั่นเองครับ (คุณครูคณิตา) อันนี้ตอบง่าย ๆ เลยก็คือเป็นอุปมาโวหารนะคะ ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) หากคนไทยแตกแยกไม่สามัคคีกัน ดังเช่น คราวเสียกรุงครั้งที่ 2 ประเทศจะต้องตกเป็นเมืองขึ้นของชาติอื่น อย่างไม่มีทางเลือก เด็ก ๆ ตอบเลยครับ อันนี้ไม่ต่องไปถอดความถอดคำประพันธ์ ดูประโยคและตอบได้เลย คือ เป็นอะไรครับ (คุณครูคณิตา) ตอบเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เทศนาโวหารนะเป็นการสอนนะครับ ให้คนไทยมีความสามัคคีกันสามัคคีกันนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมาค่ะ นักเรียนลองตอบสิคะ ว่าตอบสิคะ เราพูดกันไปแล้วนะคะ เฉลย (คุณครูปรเมษฐ) เป็น (คุณครูคณิตา) เป็นอะไรเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) เก่งมากครับ อุปมาโวหารถูกต้องนะคะ เมื่อกี้ครูบอกไปแล้วนะ อันนี้ก็ (คุณครูปรเมษฐ) อ่านแล้วตอบเลยครับ เป็นครูนี่ครูไม่อ่านแล้วเจอข้อความแบบนี้นี่เห็นคำที่สละสลวยปุ๊บ ตอบทันทีเป็น (คุณครูคณิตา) พรรณาโวหาร เลยว่าทรงกลด กระจ่างใส ระยิบระยับนะคะ มีเห็นปุ๊บบอกเลยว่าพรรณนาต่อมา (คุณครูปรเมษฐ) เมื่อสามนาฬิกาของวันใหม่ ฝนยังตกต่อเนื่องทหารเดินข้ามทุ่งหญ้าของภูเขาแลมายังแนวหน้า ทหารทั้งสองฝ่ายต่างยิงต่อสู้กันในความมืดท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย เป็นอะไรครับ บรรยาย มันเป็นการบรรยายนะต่อไป (คุณครูคณิตา) คนเราเกิดมาทั้งทีควรทำความดีให้มากที่สุด ถึงแม้การทำดีจะต้องใช้เวลานานกว่าจะเห็นผลเราก็ต้องอดทน สักวันความดีจะสนองให้ได้ดี คนดีย่อมตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหมเ ง่ายไหม ง่ายไหมคะ นักเรียนคำตอบคือ (คุณครูปรเมษฐ) เทศนาโวหารคนเราเกิดมาทั้งทีควรทำความดี เป็นการสอนนะครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) โชเฟอร์หน้ามันเยิ้ม นังเอียงหน้าจับพวงมาลัย พารถวิ่งหาทางแซงรถคันหน้า ดวงตาเหลือบมองกระจกข้างลุกลน เหมือนกับมีกองทัพกำลังกวดไล่ตามพิฆาต เด็ก ๆ ตอบเลยครับเป็นอุปมาโวหาร (คุณครูคณิตา) เหมือนกับมีกองทัพ ก็คือเป็นการเปรียบเทียบนั่นเอง ต่อมาค่ะ ท้องฟ้ามีคราม มืดครึ้ม เมฆลอยรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อน เป็นเหตุให้ฝนจะตกในไม่ช้านี้ (คุณครูปรเมษฐ) ข้อความนี้จัดเป็น (คุณครูคณิตา) ง่าย ๆ เลยค่ะ เป็นบรรยายโวหารนั่นเองค่ะ เอาล่ะค่ะ มาดูข้อสุดท้ายนะคะ คนเราเมื่อมีลาภก็เสื่อมลาภ เมื่อมียศก็เสื่อมยศสุขก็มีทุกข์ เมื่อมีสรรเสริญก็มีนินทา เป็นของคู่กันมานาน คุณครูปรเมษฐคะนักเรียนคะ คิดว่าเป็น... (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนตอบมาแล้วครับ เฉลยเลย (คุณครูคณิตา) เฉลยคือเทศนาโวหารเป็นอย่างไรกันบ้างคะ นักเรียนเอาล่ะค่ะ เราได้เพิ่มเติมความรู้ ณ ตอนนี้เต็ม 100 เปอร์เซ็นต์แล้วนะคะ ในความรู้ของนักเรียนใช่ไหม ความรู้ของนักเรียนคราวนี้ เดี๋ยวเรามาสรุปกันอีกครั้งหนึ่ง สรุปว่าสำนวนโวหารในภาษาไทยมีทั้งหมด 5 โวหารด้วยกัน (คุณครูปรเมษฐ) 1 คือ (คุณครูคณิตา) บรรยายโวใหารจะเป็นโวหารบรรยายโวหาร ก็คือการอธิบาย 2. ก็คือพรรณาโวหารทำให้เห็นภาพนะคะ 3. เทศนาโวหาร คือ การสั่งสอน ต่อมาสาธกโวหารคือการยกตัวอย่างและสุดท้ายคืออะไร คะ (คุณครูปรเมษฐ) อุปมาโวหารครับ โวหารแห่งการเปรียบเทียบนั่นเองครับ (คุณครูคณิตา) เรามาทำกิจกรรมกันดีกว่ากิจกรรมเพิ่มเติมความรู้นะคะ ให้นักเรียนทำรายงาน ไม่ใช่ทำรายงานสิคะ ขอโทษค่ะ ให้นักเรียนทำใบงานนะคะ เรื่อง โวหารน่ารู้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ไปดูกันเลยดีกว่านักเรียนก็ทำใบงานนะครับ คุณครูก็ดูแลการทำใบงานของนักเรียนคอยให้คำแนะนำลูกศิษย์หากถ้าลูกศิษย์เกิดความไม่เข้าใจนะครับ ไปดูใบงานกันนะครับ ว่าเป็นอย่างไรนะครับ (คุณครูคณิตา)ใบงานมี 2 หน้านะคะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้น่าตาใบงานใช่ไหเดี๋ยวเรามาเฉลยไปพร้อม ๆ กันนะคะ ให้เวลาแป๊บเดียว เพราะว่าได้หลักการวิธีการคิดการดูกันไปเรียบร้อยแล้วนะคะ ให้เวลา 10 นาทีค่ะ เริ่มทำได้เลยนะคะ [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) หมดเวลาแล้วค่ะ นักเรียนเดี๋ยวเรา... คุณครูก็จะเฉลยไปพร้อม ๆ กันใบงานของนักเรียน แล้วก็ไปตรวจสอบความเรียบร้อยอีกครั้งหนึ่งนะคะ ใบงานโวหารหน้ารู้นะคะ ข้อ 1 ค่ะ นักเรียน อ่านแล้วใช่ไหมคะ ตอบว่าอะไรคะ ตอบว่าพรรณนาโวหาร ทำไมถึงคิดว่าเป็นพรรณาโวหาร (คุณครูปรเมษฐ) สังเกตจากคำนะครับ ที่ใช้นี่จะมีความสละสลวยเป็นอย่างมากนะครับ ดูตั้งแต่แรกเริ่มเลยก้ได้นะ ตั้งแต่ถึงกระนั้น วิชัยก็มีเวลาพินิจดูนะครับ หญิงสาวอยู่ตรงหน้า ละเอียดละออมาดูท่อนล่างอีกลำแขนซ้ายที่ตรึงรับน้ำหนักตัวอยู่ขาวผ่อง ทั้งกลมและเรียวอ่อน พวกนี้จะเป็นลักษณะของพรรณนาทั้งหมดใช่ไหมคะ นั่นเองจึงเป็นพรรณนานะครับ ต่อไปข้อที่ 2 (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 2 ตอบว่า (คุณครูปรเมษฐ) เป็นโวหารประเภทใด เฉลยครับ (คุณครูคณิตา) พรรณนาโวหารที่เป็นพรรณนาคะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ เริ่มจะตอบได้แล้ว เพราะว่ารู้แล้ว ๆ ว่าจะต้องดูแบบใดขยายความหน่อย (คุณครูคณิตา) พรรณนาโวหารอย่างแรกเลยนักเรียน นักเรียนสังเกตบรรทัดแรกนะคะ กิ่ง ก้าน ใบแน่นหนา แน่นหนาแล้ว ลำธานน้อย ๆ ไหลผ่านค่ะ ลำธารน้อย ๆ ไหลผ่าน (คุณครูปรเมษฐ) มันเป็นการบรรยายให้เห็นภาพเลยครับ (คุณครูคณิตา) ให้เห็นภาพ แล้วก็น้ำในลำธารใสจนเห็นกรวดทราย (คุณครูปรเมษฐ) ก็อย่างที่บอกว่าพรรณาคู่กับอุปมานี่ นี่ ๆ คู่กัน (คุณครูคณิตา) จนนะคะ ใสจนจนตรงนี้เป็นสนใจเห็นกรวดนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เกือบทุกวรรคนักเรียนลองสังเกตให้ดี ต่อไป (คุณครูคณิตา) โวรหาร ข้อที่ ที่ 3 เป็นโวหารประเภทใด (คุณครูปรเมษฐ) เฉลยครับ (คุณครูคณิตา) บรรยายเพราะอะไร เพราะมีคำว่า "ได้แก่" อยู่ (คุณครูปรเมษฐ) ได้แก่ คการอธิบายนั่นเอง (คุณครูคณิตา) การอธิบาย จุดข้อสังเกตที่ทำให้ทำให้นักเรียนตอบได้เลยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วดูคำสิครับ คำไม่มีคำที่ยากเลย ไม่มีคำที่ส่งเสริมให้การอ่านนั้นสละสลวยสวยงามเหมือนพรรณนา การพรรณนากับบรรยายดูง่าย ๆ (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 4 ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เฉลยครับ นักเรียนทำแล้ว อุปมาโวหาร คุณครูคณิตาบอกเลยครับ (คุณครูคณิตา) อุปมาโวหารเมื่อกี้คุณครูคณิตาบอกว่าอะไร ราวกับ ผมดำแมลงผึ้ง (คุณครูปรเมษฐ) ดั่ง (คุณครูคณิตา) ดั่งดวงจันทร์ เห็นไหมเป็นการเปรียบเทียบที่ ประหนึ่ง (คุณครูปรเมษฐ) แค่นี้ก็เห็นถึงอุปมาโวหารแล้วครับ นักเรียนครับ ต่อไป (คุณครูคณิตา) 5. แล้วนะคะ 5. ตอบว่า เฉลยสาธกโวหาร เพราะอะไรอยากเล่านิทานให้ฟัง เป็นการนิทานและเขาบอกว่าอะไร นิทานเรื่องนี้ให้ยอมรับความจริง ใช่ไหมคะ นี่ก็คือเป็นการยกตัวอย่างนั่นเองนั่นเองเห็นไหม (คุณครูปรเมษฐ) เขาเรียกว่าการยกตัวอย่างมาอธิบายหรือเล่าประกอบที่เราต้องการสื่อสารชัดเจนขึ้น คือ สาธก ยกตัวอย่างนั่นเองนะครับ ข้อที่ 6 (คุณครูคณิตา) ข้อสุดท้ายค่ะ ตอบว่าตอบว่าอะไรเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) เฉลย เป็นการสั่งสอนใช่ไสั่งสอนใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือให้เรานี่เป็นอย่างไร ให้เรารักษาภาษาของเราไว้นั่นเองครับ เป็นการ เป็นพระราชดำรัชของในหลวงรัชกาลที่ 9 (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ เป็นสิ่งที่ควรจะรักษาไว้นะคะ ก็เป็นการเทศนานะเป็นการพูดสั่งสอนนั่นเอง (คุณครูปรเมษฐ) ไปสรุปบทเรียนกันดีกว่านะครับ สรุปบทเรียนเขียนองค์ความรู้ดังนี้นะครับ การใช้โวหารประกอบการสื่อสารนั้นมีประโยชน์อย่างไร (คุณครูคณิตา) มีประโยชน์อย่างไรคะ 1. (คุณครูปรเมษฐ) ให้นักเรียนตอบก่อน (คุณครูคณิตา) 1 2 3 ตอบค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่ได้ยินเลยน่ะ ตอบแล้ว (คุณครูคณิตา) ตอบแล้วใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ดูนะ ว่าตรงกับที่ครูคิดกับนักเรียนคิดตรงกันหรือไม (คุณครูคณิตา) ทำให้การสื่อสารชัดเจนมากยิ่งขึ้น (คุณครูปรเมษฐ) การใช้สำนวนโวหารมาสื่อสาร มาเขียนนี่ ทำให้การสื่อสารของเรามีความชัดเจนมากยิ่งขึ้นนั่นเองครับ (คุณครูคณิตา) การประกอบการสื่อสารควรคำนึงถึงสิ่งใด ถ้าเราจะสื่อสารงานเหล่านั้นนี่เราต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง ถ้าเราจะแทรกโวหารค่ะ เฉลยดีกว่านะคะ เราจะต้องคำนึงถึงพิจารณาที่จะสื่อสารนี่ควรใช้โวหารประเภทใดในการประกอบ อย่างเช่น คุณครูคณิตาอยากแต่งนิทานเรื่องหนึ่ง อยากเขียนนิทานเรื่องหนึ่ง แต่คุณครูคณิตานี่ไปนำโวหารบรรยายมาใส่ นิทานก็อาจจะได้ลักษณะที่ผิวเผินใช่ไหมคะ แต่ถ้าสมมติว่าคุณครูคณิตาใส่พรรณนาโวหารเข้ามานี่ก็จะทำให้เห็นภาพมากขึ้น เราก็ต้องคำนึงว่าเราจะใช้พรรณนาอะไรในการใช้ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ วันนี้ก็ได้ความรู้ไปมากมายแล้วนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ในเรื่องของโวหารยังไม่จบเพียงเดี๋ยวพรุ่งนี้เราก็จะยังศึกษากันในเรื่องโวหารเหมือนเดิมนะครับ สิ่งที่ต้องเตรียมนะ ก็คือใบงานเรื่องอธิบายข้อความที่เป็นโวหาร และนอกเหนือจากนั้นคุณครูเตรียมหนังสือพิมพ์นะครับ เพื่อที่จะให้นักเรียนทำยังไม่บอกว่ากิจกรรมเป็นอย่างไร ให้เตรียมหนังสือพิมพ์ให้พอกับจำนวนลูกศิษย์ด้วยนะคะ (คุณครูคณิตา) ซึ่งข้อมูลนะคะ สามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่นี่เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สำหรับวันนี้นะครับ ครูและครูคณิตา ก็นำความรู้มาให้กับนักเรียน นักเรียนกลับไปอย่างลืมนะครับ กลับไปทบทวน อย่าให้มันผ่านมาและผ่านไป เก็บไว้บ้างมันจะได้จรรโลงใจและนำไปใช้ได้ในอนาคตครับ สำหรับวันนี้ครูทั้ง 2 คน ขอลานักเรียนไปก่อนครับ สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ