--- title: (สำรอง1)ฝึก PE ห้อง 4563 (DLTV ภาษาไทย ป. 6 หน่วยที่ 4) ๑ โวหารในงานเขียน (๑) ๒๒ ก.ค. ๖๔ (มีใบงาน และใบความรู้) มาริก subtitle: date: วันศุกร์ที่ 25 มีนาคม 2565 เวลา 10.30 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (คุณครูคณิตา) สวัสดีคุณครูปลายทางทุกท่าน และนักเรียนปลายทางทุกคนค่ะวันนี้พบกับคุณครูคณิตา หนุนอนันต์ และครูปรเมษฐ ศรีกำเหนิด ในรายวิชาภาษาไทยประถมศึกษาปีที่ 6 วันนี้เราจะขึ้นหน่วยใหม่กันใช่ไหมคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) วันนี้เกี่ยวกับเรื่องการเขียนใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องโวหารในงานเขียนครับ เด็ก ๆ ทุกคนครับนักเรียน (คุณครูคณิตา) คะ นักเรียนคะสงสัยหรือเปล่าโวหารในการเขียนเป็นอย่างไร ถ้าสงสัยนี่เราจะมาเรียนรู้เกี่ยวกับงานเขียนกันใช่ไหมคะกันใช่ไหมคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ เรามาดูกันดีกว่า ให้นักเรียนค่ะ สังเกตคำเหล่านี้ค่ะ เอาล่ะค่ะ อ่านบนหน้าจอนะคะ คุณครูปรเมษฐคะ อ่านไปพร้อม ๆได้ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ได้ครับ วันเพ็ญ พระจันทร์สีนวลจ้า ส่องแสงวงรัศมีขาว น้ำขึ้นเต็มฝั่งไม่กระดุกกระดิก แต่เป็นเงาแวววาวเหมือนถาดเงินใบใหญ่ที่ขัดมัน ทางฝั่งขวาของแม่น้ำเจ้าพระยาตอนหนึ่งมีต้นลำพูต้นใหญ่ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะนักเรียน เป็นอย่างไรกันบ้าง เอ้ สงสัยหรือเปล่าเอ่ย ว่าทำไมครูถึงให้สังเกตแล้วเราจะสังเกตคำว่าอย่างไร เดี๋ยวเรายังไม่มีแนวทางใช่ไหมคะ ว่านักเรียนนี่จะสังเกตคำไปทำไมกันนะ เดี๋ยวเรามาดูคำถามกันดีกว่าค่ะ คำถามกระตุ้นความคิดค่ะ คำถามแรกค่ะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ข้อความที่ฟังน่าสนใจหรือไม่ เพราะเหตุใดถึงน่าสนใจครับ ลูก ๆ นักเรียนทุกคนครับ (คุณครูคณิตา) ตอบได้เลยค่ะหลาย ๆ คนนี่ก็อาจจะสนใจหรือไม่สนใจใช่ไหมคะ แต่เหตุผลนี่นักเรียนก็จะต้องมีมารองรับนะคะ บอกคุณครูด้วยนะคะ ว่านักเรียนนี่สนใจหรือไม่สสนใจ เพราะเหตุใด เอาล่ะค่ะ คุณครูปรเมษฐคะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา) หากคุณครูปรเมษฐนี่ ไม่ใช่หากสิ เมื่อกี้คุณครูปรเมษฐได้อ่านเกี่ยวกับข้อความเหล่านั้นไปแล้ว คุณครูปรเมษฐนี่คิดว่าข้อความที่ฟังนี่น่าสนใจหรือไม่คะ (คุณครูปรเมษฐ) จากการที่ใช้สายตาพินิจพิจารณาในข้อความ มันทำให้เกิดถึงความอัศจรรย์ใจนะ ในการที่ผู้ที่เขียนนี่บรรยายความออกมาทำให้ได้เห็นภาพ เพราะฉะนั้นนี่ ตามความรู้สึกของครูนี่ครูมีความสนใจแน่นอนครับ สนใจเนื่องด้วยถ้อยคำสละสลวยเห็นภาพชัดเจนนะครับ อันนี้คือเหตุผลของครูครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เรามาดูคำถามต่อไปกันเลยนะคะ หากนักเรียนต้องการสื่อสารเรื่องให้น่าสนใจมากขึ้นนี่ นักเรียนจะใช้วิธีการใด เมื่อกี้คุณครูปรเมษฐก็ได้บอกไปแล้วนะ ว่าน่าสนใจแล้วถ้านักเรียนล่ะคะ อยากจะสื่อสานให้น่าสนใจมากขึ้นจะทำอย่างไรเอ่ย ตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ คุณครูปรเมษฐคะ เรามีวิธีการสื่อสารให้น่าสนใจอย่างไรบ้างคะ (คุณครูปรเมษฐ) วิธีการสื่อสารให้ข้อความที่อ่านใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้น่าสนใจหรือครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ด้วยวิธีการอ่านแล้วก็บรรยายภาพหรืออาจจะเขียนเป็นภาพก็ได้นะ (คุณครูคณิตา) ครับ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ก็จะเป็นลักษณะสื่อสารเรื่องนะคะ ที่หลากหลายรูปแบบนะคะที่จะทำให้การสื่อสารนี่ ดูมีความน่าสนใจมากขึ้น ฉะนั้นนี่ เด็ก ๆ ไม่จำเป็นต้องเล่าเรื่องให้ละเอียดอย่างเดียวก็ได้ เพราะโวหารของเรานี่มีหลายประเภทด้วยกันนะ เดี๋ยวเรามาเรียนรู้กันนะคะ ว่าเราจะใช้โวหารแบบใดที่จะทำให้งานเขียนของเราน่าสนใจมากยิ่งขึ้นค่ะ เอาล่ะค่ะ จุดประสงค์ของการเรียนรู้ในวันนี้คืออะไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนจะต้องบอกความหมายและประเภทของโวหารได้นะครับ อ่านและจำแนกประเภทของโวหารได้ ข้อ 3 จะต้องบอกความสำคัญของการใช้โวหารในการสื่อสารได้ นี่ก็คือสิ่งที่หนู ๆ นั้นจะต้องได้ปฏิบัติในชั่วโมงนี้อย่างมีความสุขครับ (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวเรามาดูความหมายของโวหารกันดีกว่าค่ะโวหารคืออะไรเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) เหมือนวิหารไหม (คุณครูคณิตา) วิหารนี่จะเป็นสิ่งก่อสร้างหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) แต่โวหารล่ะคะ มีความหมายอย่างไร (คุณครูปรเมษฐ) ครูกำลังชี้ให้เห็นว่า ภาษาไทยนี่แค่เปลี่ยนสระเท่านั้นความหมายเป็นอย่างไรเลยคุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา) แค่เปลี่ยนสระความหมายก็เปลี่ยนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แต่ให้เด็ก ๆ เจาะจงไปที่คำว่า "โวหาร" นำความรู้ตอน ป.4 ป.5 มาตอบกับคุณครูว่าโวหารคืออะไรนะครับ มีผิดมีถูกไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ตอนนี้หรือคะ ตอนนี้ยังไม่มีถูกค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะมันเป็นการแสดงความคิดเห็นหรือประสบการณ์เดิมนะครับ เราไปดูกันดีกว่า โวหารคือ... (คุณครูคณิตา) สำนวนที่ใช้ในการสื่อความ ซึ่งอาจจะใช้ในการพูดหรือการเขียน (คุณครูปรเมษฐ) ทั้งนี้ทั้งนั้นนี่เวลาจะพูดคำว่า "สำนวน" นี่ จะนิยมเอามาพูดกับโวหารจึงเป็นสำนวน (คุณครูคณิตา) โวหาร (คุณครูปรเมษฐ) โวหารนั่นเองนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เอาล่ะค่ะ เรามาดูประเภทของโวหารกันดีกว่าค่ะคะ เรื่อย ๆ เลย เพราะว่าสมุดของเรามันจะได้น่าอ่านเข้ามาชื่นชมนะครับเด็ก ๆ ครับ ไปดูกันเลย ประเภทที่ 1 คือ... (คุณครูคณิตา) ประเภทโวหารที่ 1 ค่ะ คืออะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) บรรยายโวหารนะครับ บรรยายโวหารเป็นอย่างไร เดี๋ยวค่อยมาดูกัน ประเภทที่ 2 คือ... (คุณครูคณิตา) ประเภทที่ 2 คือ พรรณนาโวหารค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) และประเภทที่ 3 ครับ (คุณครูคณิตา) เทศนาโวหารค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ประเภทที่ 4 ล่ะครับ (คุณครูคณิตา) อุปมาโวหารค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ประเภทที่ 5 ก็คือ... (คุณครูคณิตา) สาธกโวหารค่ะแล้วเดี๋ยวเด็ก ๆ จะจำขึ้นใจเลยครับ ต่อไปบรรยายโวหารนะครับ เป็นอย่างไร (คุณครูคณิตา) บรรยายโวหาร คือ การเล่าเรื่องหรืออธิบายเรื่องราวต่าง ๆ ตามลำดับเหตุการณ์ เขียนตรงไปตรงมา รวบรัดได้แก่การเขียนอธิบายประเภทต่าง ๆ เช่น บทความ การเขียนเรื่องเล่า บันทึก หรือข่าว เป็นต้นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่าบรรยายาโวหารนี่ก็จะพบเจอในชีวิตประจำวันทุกวันเลย (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะมันคือเหตุการณ์ทั่วไปแล้วนำมาเขียนบรรยายนั่นเอง (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะเราจะเจอกันบ่อยมากเลยนะคะ ในเรื่องบรรยายโวหารนะ เดี๋ยวเรามาดูตัวอย่างกันดีกว่าค่ะ (คุณครูคณิตา)คุณครูปรเมษฐคะ อ่านให้นักเรียนฟังหน่อยได้ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ได้ครับ แต่เด็ก ๆ ต้องอ่านให้ดังกว่าครูนะ พร้อมแล้วไปเลยครับ พ่อเดินเข้าไปหากอไผ่ เลือกตัดลำเท่าขามา 2 ปล้อง ทำเป็นกระบอก คัดเห็ดดอกใหญ่ไปล้างในลำห้วยจนสะอาดลงในกระบอกไม้ไผ่จนแน่น ไม่ต้องเติมน้ำ เติมเกลือและน้ำพริกลงไปพอเหมาะ ก่อไฟเผากระบอกไม้ไผ่นั้นไม่นานนักเห็ดก็ขับน้ำออกมา เดือดปุด ๆ (คุณครูคณิตา) เป็นอย่างไรบ้าง อันนี้เป็นลักษณะการเขียนแบบใดคะ (คุณครูปรเมษฐ) การเขียน... (คุณครูปรเมษฐ) การเขียนแบบ (คุณครูคณิตา) การเขียนแบบใดเอ่ยบรรยายใช่ไหมคะ เอาล่ะค่ะ แล้วนักเรียนยังไม่มีข้อเปรียบเทียบนะ เดี๋ยวเรามาดูโวหารอีกประเภทหนึ่งดีกว่า แล้วเดี๋ยวเรามาเปรียบเทียบกันว่า เอ้ ทำไมบรรยายกับอีกโวหารหนึ่งนี่ถึงมีลักษณะแตกต่างกันนะคะ เดี๋ยวเรามาดูค่ะ ก็คือพรรณาโวหารนั่นเองค่ะ พรรณนาโวหารคืออะไร พรรณนาโวหารเป็นงานเขียนที่มุ่งให้ความแจ่มแจ้งละเอียดละออ เพื่อให้ผู้อ่านเกิดอารมณ์ทราบซึ้งเพลิดเพลินไปกับข้อความนั้น การเขียนพรรณนาโวหารจึงยาวกว่าบรรยายโวหารมาก มุ่งให้เห็นภาพและอารมณ์ จึงมักใช้การเล่นคำ เล่นเสียง ใช้ภาพพจน์ อ่านได้รสชาติค่ะ เดี๋ยวดเรามาดูตัวอย่างกันดีกว่านะคะ ว่าพรรณนาโวหารจะละเอียดมากขนาดไหน วันเพ็ญ พระจันทร์แสงนวลจ้าอยู่วงรัศมีขาว น้ำขึ้นเต็มฝั่งไม่กระดุกกระดิก แต่เป็นเงาแวววาวเหมือนถาดเงินใบใหญ่ที่ขัดมัน ทางฝั่งขวาของแม่น้ำเจ้าพระยาตอนหนึ่ง นักเรียนสังเกตไหมคะ ว่าพรรณนาจะมีความละเอียดมากกว่าบรรยาย สังเกตจากตรงไหนเอ่ย ถ้าเป็นคุณครูปรเมษฐ คุณครูปรเมษฐจะสังเกตจากตรงไหนคะ (คุณครูปรเมษฐ) สังเกตจากการใช้คำครับ (คุณครูคณิตา) การใช้คำ คำไหนเอ่ยที่เรารู้สึกว่าเป็นพรรณนา (คุณครูปรเมษฐ) พระจันทร์สีนวล ถ้าเกิดเป็นบรรยายนี่ไม่ต้องบอกวันเพ็ญก็ได้ใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็แค่บอกว่าพระจันทร์ส่องแสงอยู่ที่ริมฝั่งอะไรสักอย่างก็ว่าไป เพื่อเป็นการบรรยาย เราไม่จำเป็นต้องขยายความ แต่พอพรรรณนาดูคำสิครับ พระจันทร์สีนวลจ้า ส่องแสงอยู่ในวงรัศมีขาวใช่ครับ (คุณครูคณิตา) แล้วมีการบรรยายอะไรอีกคะ วงรัศมีขาว ถ้าเป็นอธิบายเราจะใช้คำนี้ไหม (คุณครูปรเมษฐ) ไม่ใช้ครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ไหมคะเราไม่ต้องใช้คำนี้ใช่ไหมคะ แต่พรรณนาเติมอะไรเข้ามาอีกคะ (คุณครูปรเมษฐ) เติมไม่กระดุกกระดิกด้วยครับ (คุณครูคณิตา) อ๋อ ไม่กระดุกกระดิกนี้เป็นกริยาใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) น้ำเต็มฝั่งไม่กระดุกกระดิกนี่หมายความว่าอย่างไรคะน้ำนิ่งนักเรียนเคยเห็นไหมคะ ถ้านึกถึงความเป็นจริงน้ำสายน้ำไม่เคยอยู่นิ่งนะคะ แต่อันนี้เป็นการเปรียบเทียบ ก็คือพื้นผิวน้ำจะเป็นอย่างไรเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) จะนิ่ง ก็เป็นการพรรณนานะคะ เป็นเงาแวววาวค่ะ เงาแวววาวแวววาวปุ๊บ ถ้าเป็นอธิบายปุ๊บเราก็จะไม่ต้องใส่เข้าไปนะ ต่อมานะคะจะเป็นเทศนาโวหารค่ะ เทศนาโวหารนี่เป็นการเขียนแบบใดคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เทศนาโวหาร ก็คือโวหารที่ผู้เขียนมุ่งสั่งสอนคุณธรรมหรือจรรโลงใจ ปลุกใจ จูงใจ ให้ผู้อ่านคล้อยตาม จำไว้ว่าเทศนาโวหาร คือ โวหารแห่งการเทศ เป็นการสอนคำที่เกี่ยวกับคำสอนจะยกให้เป็นเทศนาโวหาร ซึ่งมันจะควบรวมกับบรรยายและพรรณนา แต่โวหารเด่นของมันก็คือการสอนนั่นเองนะ ไปดูตัวอย่างของมันดีกว่า ทำอะไรก็อย่าทำด้วยความอยากมีอยากเป็น อยากได้นั่นอย่างได้นี่ แต่ควรทำไปตามหน้าที่ของเรา เรามีหน้าที่อะไรก็ทำไปตามหน้าที่นั้นให้สมบูรณ์เรียบร้อย ไม่ต้องมีความอยากจะได้อยากจะเป็น ทำเพราะสำนึกในหน้าที่เช่น คำพูดที่เคยพูดบ่อย ๆ ว่า "งานคือชีวิต ชีวิตคืองานบรรดารสุข ทำงานให้สนุกเป็นสุขขณะทำงาน" นะครับ อันนี้ก็คือการสอน (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สอนว่าอะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ สอนว่าอะไรคะนักเรียน (คุณครูปรเมษฐ) มันมีคำสอนอยู่เป็นประโยคคำพูด (คุณครูคณิตา) สอนให้เรานี่สำนึกในการทำหน้าที่ใช่ไหมคะ การทำหน้าที่ของเรานี่ หน้าที่ของเราเป็นอะไร ทำอะไรเราก็จะต้องทำหน้าที่นั้นให้ดีที่สุดนะคะ ไม่จำเป็นว่าเราจะทำหน้าที่นั้นให้ได้ดีนี่เนื่องจากมีแรงขับเคลื่อนอย่างอื่นมา อย่างเช่น เรื่องต่าง ๆ ที่อาจจะผิดศีลธรรมนะ อันนี้ก็คือเป็นสิ่งสำคัญนะคะ เราจะต้องทำหน้าที่ด้วยความเต็มใจและบริสุทธิ์ค่ะ เอาล่ะค่ะ ต่อมา (คุณครูปรเมษฐ) เป็น... (คุณครูคณิตา) สา... สาอะไรคะ สาธกโวหารค่ะ เก่งมากนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) สาธกโวหารคือ (คุณครูคณิตา) สาธกโวหารคือ โวหารที่ให้ความชัดเจนค่ะ โดยการยกตัวอย่างเพื่ออธิบายหรือสนับสนุนความคิดเห็นให้หนักแน่นน่าเชื่อถือ (คุณครูปรเมษฐ) สาธกยกตัวอย่างจำคู่กันไว้ สาธกยกตัวอย่างนะครับ ไปดูต่อเลยว่าตัวอย่างเป็นอย่างไร (คุณครูคณิตา) ไปกันเลยค่ะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) อ่านเป็นกลอนนะครับ รูปรสกลิ่นเสียงไม่เที่ยงแท้ ย่อมเฒ่าแก่เกอกโรคโศกสงสาร ความตายหนึ่งพึ่งให้เห็นเป็นประธาน หวังนิพพานพ้นทุกข์สุขสบาย ซึ่งบ้านเมืองเคืองเข็ญถึงเช่นนี้ เพราะโลกีย์ตัณหาพาฉิบหาย อันศีลห้าว่าอย่าทำให้จำตาย จะตกอบายภูมิขุมนรกนะครับ เป็นการยกตัวอย่างอย่างไรล่ะครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เป็นการยกตัวอย่างอย่างไรคะนักเรียน เดี๋ยวเรามาคุยกันดีกว่า อันนี้อาจจะเห็นภาพไม่ชัดนะ อันนี้เป็นการยกตัวอย่างเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะ ความไม่เที่ยงแท้ใช่ไหม ความไม่เที่ยงแท้นะคะ สุดท้ายเป็นอย่างไร ยกตัวอย่าง รูปกายของเราเมื่อแก่ไป เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นเป็นอย่างไร ก็ย่อมโรยรา สังขารนี่ก็มีการแก่เฒ่านะคะ ไปตามกาลเวลา แล้วอะไรอีกคะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับสังขารนี่ไม่เที่ยงแท้ใช่ไหมครับเราก็จะต้องเป็นอย่างไร ก็จะต้องดูรักษา ศีล 5 นี่ต้องทำนะ ปฏิบัติ เป็นการยกตัวอย่างมา ถ้าเราไม่ปฏิบัติศีล 5 หรือทำผิดในศีล 5 นี่นะ ก็เป็นผู้ไม่ดีเลิศนะ ตายไปก็ไปอยู่ไหนครับนักเรียน ตกอะไรนะคำสุดท้ายเขาเลยนี่ ตกอบายภูมิขุมนรกนะครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ ต่อมาค่ะ อุปมาโวหารนะ อุปมาโวหารนี่คุณครูปรเมษฐชอบมากเลยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) อุปมาโวหารนะครับ ก็เป็นโวหารเปรียบเทียบนะครับยกตัวอย่างสิ่งที่คล้ายคลึงกันนะเพื่อให้เกิดความชัดเจนด้านความหมาย ด้านภาพและเกิดอารมณ์ความรู้สึกมากยิ่งขึ้นนะครับ อุปมาโวหารมักจะปรากฏคู่กับพรรณนาเสมอนะครับ ก็จะมีคำพูดอยู่คำหนึ่งที่จะให้เด็ก ๆ จำนะครับขยายใช้พรรณนา อุปมา คือ เปรียบเทียบนั่นเองนะครับเปรียบเทียบนั่นเองนะครับคู่กันนะครับ ไปดูตัวอย่างกันดีกว่า ตัวอย่างนะครับตามไปพร้อมครูเลยนะครับ หาดทรายที่นี่ขาวสะอาด ทรายละเอียดราวกับผงแป้ง น้ำทะเลใสราวกับกระจก พระอาทิตย์ส่องแสงจับของฟ้า ดุจดังแสงเงินแสงทองจับขอบฟ้า ใช้ความรู้เดิมบอกครูทีสิว่าคำใดที่มันแสดงให้เห็นถึงการเป็นอุปมาโวหาร บอกกับคุณครูปลายทางมีอยู่ 3 คำด้วยกัน เด็ก ๆ ตอบครับ (คุณครูคณิตา) คำว่าอะไรบ้างเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) ครบแล้วนะ คุณครูคณิตาเฉลย (คุณครูคณิตา) ค่ะ คำแรกนะคะ หาดทรายที่ขาวสะอาด (คุณครูปรเมษฐ) ทรายละเอียด (คุณครูคณิตา) ราวกับผงแป้ง น้ำทะเลใส ใสเป็นการเปรียบเทียบกับกระจกนะคะ แล้วก็พระอาทิตย์ส่องแสง คราวคำว่า "ดุจ" อะไร ดุจดังแสงเงินแสงทอง เป็นการเปรียบเทียบ การใช้อุปมานะคะ อุปมาก็เหมือนประดุจดังเฉกเช่นราวคำเหล่านี้ก็คือ ถ้ามีอยู่ก็ให้คิดไว้เลยว่าก็คือ (คุณครูปรเมษฐ) คุณครูคณิตาเขียนให้เด็ก ๆ ประดุจ (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐคะเหมือน (คุณครูปรเมษฐ) เหมือน, ประดุจอะไรนะ (คุณครูคณิตา) ดุจ (คุณครูปรเมษฐ) ดุจ อะไรอีก (คุณครูคณิตา) ดัง ดั่งราวกับได้ไหม (คุณครูคณิตา) ราวกับ (คุณครูปรเมษฐ) เฉกเช่น (คุณครูคณิตา) เฉก แล้วก็เฉกเช่น (คุณครูปรเมษฐ) แล้วก็... (คุณครูคณิตา) ราว กับ ราวกับ ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ราวกับเลยแล้วกันนะ เด็ก ๆใส่ราวเองนะครับ (คุณครูคณิตา) นี่ก็คือเป็นอุปมานะคะ อุปมานี่ยังมีอีกหลายคำเลยนะคะ ที่มีการใช้คำแล้วเปรียบเทียบนะ อันนี้ก็คือเป็นการยกตัวอย่างให้นะคะ เอาล่ะค่ะ มาถึงกิจกรรม เมื่อนักเรียนนี่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับโวหารทั้ง 5 ชนิดไปแล้วนี่ เรามาเรียนรู้กิจกรรม ไม่ใช่เรียนรู้สิ เรามาทำกิจกรรมไปพร้อม ๆ กันเลยนะคะ ไปกันอย่างรวดเร็วเพื่อเป็นการทดสอบความรู้และความเข้าใจของนักเรียนค่ะ เอาล่ะค่ะมาดูกันเลยนะคะ ให้นักเรียนศึกษาอ่านข้อความที่กำหนดให้ แล้วบอกว่าเป็นโวหารประเภทใด (คุณครูปรเมษฐ) มีอยู่ด้วยกัน 5 โวหารด้วยกัน อุปมา, บรรยาย, พรรณนา, สาธก,เทศนา มีอยู่ 3 ข้อแค่นี้ ให้ตอบกับคุณครูนะครับ เวลาที่เห็นข้อความแล้วนะครับ ไปกันเลย (คุณครูคณิตา) ผมตื่นแต่เช้า ล้างหน้าแปรงฟัน แล้วจึงไปโรงเรียนกับน้อง ข้อความนี้จัดว่าเป็น... (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ บรรยายโวหารนะครับง่ายมากเลยนะครับ ต่อไป (คุณครูคณิตา) ต่อไปเรือลำน้อยค่อย ๆ แล่นกลางแม่น้ำใหญ่ ผ่านลำแสงของอาทิตย์อุทัย สะท้อนเป็นภาพที่น่ามองยิ่งนัก (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้เด็ก ๆ ก็ตอบได้แล้วเด็ก ๆ ก็ตอบได้แล้วครับ มีคำที่สละสลวยนี่ เห็นภาพขยายชัดเจน ก็คือโวหารแห่งพรรณา (คุณครูคณิตา) พรรณานา เพราะมีคำว่า "ค่อย ๆ เรือกำลังค่อย ๆ ช้า ๆ ไปนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ดูง่าย ๆ ก็ดูจากคำที่ปรากฏขึ้นมานี่มันก็เป็นคำที่มันยากขึ้นนะ และเห็นภาพชัดเจนนี่ก็เป็นพรรณนาโวหารนะครับ ต่อไปครับ (คุณครูคณิตา) ความโกรธนั้นเหมือนทะเลบ้า คลื่นซัดซ่าสาดโครมโหมถลา ความโกรธนั้นเหมือนทะเลบ้า เมื่อกี้คุณครูบอกว่าอย่างไรนะ (คุณครูปรเมษฐ) มีคำว่าอะไรสักคำหนึ่งนี่ล่ะ (คุณครูคณิตา) คุ้น ๆ ไหมก็เป็นการเรียบเทียบอยู่ใช่เป็นอุปมาโวหาร อุปมา มีคำว่าอะไรอยู่คะคำว่า "เหมือน"เปรียบความโกรธนี่ให้เหมือนกับทะเล ทะเลบ้านี่คือทะเลคลั่ง ทะเลคลั่งนี่เป็นอย่างไรคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ทะเลนี่มันเปลี่ยนแปลงทุกวัน บางวันเงียบกริบ บางวันคลื่นซัด นี่คือการเปรียบทะเลนะครับ มีขึ้นมีลงเป็นธรรมดาของชีวิตมนุษย์ ไปต่อเลย อันความคิดวิทยาเหมือนอาวุธ ประเสริฐสุด ซ่อนใส่เสียในฝัก สงวนคมสมนึกใครฮึกฮัก จึงค่อยชักเชือดฟันให้บรรลัย จับให้มั่นคั้นหมายให้วายวอด ให้ชิดพิสมัย ตัดให้ขาดประรถนาหาสิ่งใด เพียรจงได้ดังประสงค์ที่ตรงดี (คุณครูคณิตา) ลองตอบดูสิว่าเป็นโวหารชนิดใดเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) นะครับ มีคำว่าอะไรที่บ่งบอกให้ถึงโวหารนี้เลยครับเด็ก ๆ ตอบครู 1. คือ คำว่า... เก่งมากเลยครับ ครูคณิตาขีดเลยที่เด็ก ๆ บอกครับ (คุณครูคณิตา) คำไหนคะ (คุณครูคณิตา) คำว่าเหมือนแล้วอะไรอีกคะ (คุณครูปรเมษฐ) อยู่ตรงไหนเด็ก ๆ ตอบตรงไหน เก่งมากครับ ที่วรรคส่งใช่ไหม เพียรจงได้ดังประสงค์ที่จงดี (คุณครูคณิตา) ไม่ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่ใช่หรือ (คุ (คุณครูคณิตา) เพียรได้ดังประสงค์ที่ตรงดี มันไม่ใช่เป็นการเปรียบเทียบใช่ไหมคะ เอาล่ะค่ะ คำว่า "เหมือน" อย่างเดียว สมมติว่าไม่ใช่อุปมาโวหารล่ะ แล้วเปลี่ยนเป็นอะไรได้บ้าง หลายคนนี่เห็นแล้วตอบเลยอุปมาโวหาร ซึ่งจริง ๆ อาจจะไม่ใช่ก็ได้ใช่ไหมคะคุณครูปรเมษฐ เป็นอะไรเอ่ยเขากล่าวถึงอะไร อันความคิดวิทยาเหมือนอาวุธ ประเสิรฐ์สุดซ่อนใส่เสียในฝัก เป็นการอบรมเป็นการสั่งสอน ปลุกใจให้จรรโลงใจ นั่นก็คือ... (คุณครูปรเมษฐ) เทศนาโวหาร (คุณครูคณิตา) เทศนาโวหารนั่นะคะ ต่อมาค่ะมาดูความรักเหมือนโรคา บันดาลตาให้มืดมน ไม่ยินและไม่ยลอุปสรรคใดใด ความรักเหมือนโคถึกกำลังคึกผิขังไว้ ก็โลดจากคอกไป บ่ยอมอยู่ ณ ที่ขัง (คุณครูปรเมษฐ) มีคำว่า "เหมือน" อีกแล้วครับนักเรียนความรักนี่เหมือนโรคใช่ไหม โรคร้าย (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะโรคา โรคา โรคานี่ก็คือโรคนะคะนักเรียนโรคนี่ล่ะ โรคร้ายของเรา (คุณครูปรเมษฐ) บรรดาลตาให้มืดมน ก็คือความรักทำให้คนเป็นอะไรครับ ตาบอดนะ ไม่ยิน ไม่ยลไม่ยล คือ ไม่มอง ไม่ยิน คือ ไม่สนอุปสรรคใด ๆ ก็จะมาขัดขวางก็ไม่ได้ ความรักเหมือน... (คุณครูคณิตา) โคถึก (คุณครูปรเมษฐ) เหมือนอย่างไรโค คือ วัวถึกเพชรบุรี เขาเรียกโรคกะเริง หรือวัวหนุ่มนั่นเอง (คุณครูคณิตา) กำลังคึกค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถึงจะอยู่อย่างไรอยู่ ณ ที่ขัง จะนำคอกมาล้อมขนาดไหนก็จะชนออกไปให้ได้ ด้วยที่ว่าวิ่งเข้าไปหาความรักนั่นเองครับ (คุณครูคณิตา) อันนี้ตอบได้เลยง่าย ๆ เลย ก็คือเป็นอุปมาโวหารนะคะ ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) หากคนไทยแตกแยกไม่สามัคคีกัน ดังเช่นคราวเสียกรุงครั้งที่ 2 ประเทศจะต้องตกเป็นเมืองขึ้นของชาติอื่น อย่างไม่มีทางเลือก เด็ก ๆ ตอบเลยครับ อันนี้ไม่ต่องไปถอดความถอดคำประพันธ์ ดูประโยคและตอบได้เลยเป็นอะไรครับ คืออะไรครับ (คุณครูคณิตา) ตอบเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เทศนาโวหารนะ เป็นการสอนนะครับ ให้คนไทยมีความสามัคคีกันนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมาค่ะ นักเรียนลองตอบสิคะว่าตอบสิคะ เราพูดกันไปแล้วนะคะ เฉลย (คุณครูปรเมษฐ) เป็น... (คุณครูคณิตา) เป็นอะไรเอ่ยอุปมาโวหารถูกต้องนะคะ ต่อมาค่ะ เมื่อกี้ครูบอกไปแล้วนะ อันนี้ก็... (คุณครูปรเมษฐ) อ่านแล้วตอบเลยครับเป็นครูนี่ครูไม่อ่านแล้วเจอข้อความแบบนี้นี่เห็นคำที่สละสลวยปุ๊บ ตอบเลยว่าทรงกรด กระจ่างใส ระยิบระยับนะคะ มีเห็นปุ๊บบอกเลยว่าพรรณนาต่อมา (คุณครูปรเมษฐ) เมื่อสามนาฬิกาของวันใหม่ ฝนยังตกต่อเนื่องทหารเดินข้ามทุ่งหญ้าของภูเขาและผ่านป่ามายังแนวหน้า ทหารทั้งสองฝ่ายต่างยิงต่อสู้กันในความมืดท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย เป็นอะไรครับ บรรยาย มันเป็นการบรรยายนะต่อไป (คุณครูคณิตา) คนเราเกิดมาทั้งทีควรทำความดีให้มากที่สุด ถึงแม้การทำดีจะต้องใช้เวลานานกว่าจะเห็นผล เราก็ต้องอดทน สักวันความดีจะสนองให้ได้ดี คนดีย่อมตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ ง่ายไหมคะนักเรียน คำตอบคือ เทศนาโวหารคนเราเกิดมาทั้งทีควรทำความดี เป็นการสอนนะครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) โชเฟอร์หน้ามันเยิ้ม นังเอียงหน้าจับพวงมาลัย พารถวิ่งส่ายหาทางแซงรถคันหน้า ดวงตาเหลือบมองกระจกข้างลุกลน เหมือนกับมีกองทัพกำลังกวดไล่ตามพิฆาตอุปมาโวหาร (คุณครูคณิตา) เหมือนกับมีกองทัพ ก็คือเป็นการเปรียบเทียบนั่นเอง ต่อมาค่ะ ท้องฟ้ามีคราม มืดครึ้ม เมฆลอยรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อน เป็นเหตุ (คุณครูปรเมษฐ) ข้อความนี้จัดเป็น (คุณครูคณิตา) ง่าย ๆ เลยค่ะ เป็นบรรยายโวหารนั่นเองค่ะ เอาล่ะค่ะ มาดูข้อสุดท้ายนะคะ คนเราเมื่อมีลาภก็เสื่อมลาภ เมื่อมียศก็เสื่อมยศสุขก็มีทุกข์ เมื่อมีสรรเสริญก็มีนินทา เป็นของคู่กันมานาน คุณครูปรเมษฐคะนักเรียนคะ คิดว่าเป็น... (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนตอบมาแล้วครับ เฉลยเลยรู้แล้ว (คุณครูคณิตา) เฉลย คือ เทศนาโวหารเป็นอย่างไรกันบ้างคะ นักเรียนเอาล่ะค่ะเราได้เพิ่มเติมความรู้ ณ ตอนนี้ 100 เปอร์เซ็นต์แล้วนะคะในความรู้ของนักเรียนใช่ไหม ความรู้ของนักเรียนคราวนี้ เดี๋ยวเรามาสรุปกันอีกครั้งหนึ่ง สรุปว่าสำนวนโวหารในภาษาไทยมีอยู่5 โวหารด้วยกัน (คุณครูปรเมษฐ) 1 คือ (คุณครูคณิตา) บรรยายโวใหารจะเป็นโวหารบรรยายโวหาร ก็คือการอธิบาย 2. ก็คือพรรณาโวหาร ทำให้เห็นภาพนะคะ 3. เทศนาโวหาร คือ การสั่งสอน ต่อมาสาธกโวหาร คือ การยกตัวอย่าง และสุดท้ายคืออะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) อุปมาโวหารครับ โวหารแห่งการเปรียบเทียบนั่นเองครับ (คุณครูคณิตา) คราวนี้เรามาทำกิจกรรมกันดีกว่ากิจกรรมเพิ่มเติมความรู้นะคะ ให้นักเรียนค่ะ ทำรายงาน เอ้ย ไม่ใช่ทำรายงานสิคะ ขอโทษค่ะ ให้นักเรียนทำใบงานนะคะ เรื่อง โวหารน่ารู้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ไปดูกันเลยดีกว่าครับ คำชี้แจงนะ นักเรียนก็ทำใบงานนะครับ คุณครูก็ดูแลการทำใบงานของนักเรียนคอยให้คำแนะนำลูกศิษย์หากถ้าลูกศิษย์เกิดความไม่เข้าใจนะครับ ไปดูใบงานกันนะครับ ว่าเป็นอย่างไรนะครับ (คุณครูคณิตา) คุณครูก็ใบงานมี 2 หน้านะคะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้น่าตาใบงานใช่ไหเกิดความไม่เข้าใจนะครับ ไปดูใบงานกันนะครับ ว่าเป็นอย่างไรนะครับ (คุณครูคณิตา)ใบงานมี 2 หน้านะคะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้น่าตาใบงานใช่ไหเดี๋ยวเรามาเฉลยไปพร้อม ๆ กันนะคะ ให้เวลาแป๊บเดียว เพราะว่าได้หลักการวิธีการคิดการดูกันไปเรียบร้อยแล้วนะคะ ให้เวลา 10 นาทีค่ะ เริ่มทำได้เลยนะคะ [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) หมดเวลาแล้วค่ะนักเรียนเอาล่ะค่ะ เดี๋ยวเรามาตรวจสอบความถูกต้องกันดีกว่า คุณครูก็จะเฉลยไปพร้อม ๆ กันใบงานของนักเรียน แล้วก็ไปตรวจสอบความเรียบร้อยอีกครั้งหนึ่งนะคะหน้ารู้นะคะ ข้อ 1 ค่ะนักเรียน อ่านแล้วใช่ไหมคะตอบว่าอะไรคะ ตอบว่าพรรณนาโวหาร ทำไมถึงคิดว่าเป็นพรรณาโวหาร เพราะว่าอะไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) สังเกตจากคำนะครับที่ใช้นี่จะมีความสละสลวยเป็นอย่างมากนะครับ ดูตั้งแต่แรกเริ่มเลยก็ได้นะ ตั้งแต่ถึงกระนั้นวิชัยก็มีเวลาพินิจดู หญิงสาวก็อยู่ตรงหน้านะครับ มาดูท่อนล่างอีกลำแขนซ้ายที่ตรึงรับน้ำหนักตัวอยู่ขาวผ่อง ก็เป็นพรรณนาใช่ไหมคะ ทั้งกลมและเรียวอ่อน พวกนี้จะเป็นลักษณะของพรรณนาทั้งหมดใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) พูดง่าย ๆ ก็คือมันเห็นภาพนั่นเอง จึงเป็นพรรณนานะครับ ต่อไปข้อที่ 2 (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 2 นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นโวหารประเภทใด เฉลยครับ (คุณครูคณิตา) ส่วนใดคะ ที่เป็นพรรณนาคะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ เริ่มจะตอบได้แล้ว ว่าจะต้องดูแบบใดขยายความหน่อย (คุณครูคณิตา) พรรณนาโวหารอย่างแรกเลยนักเรียน นักเรียนสังเกตบรรทัดแรกนะคะ กิ่ง ก้าน ใบแน่นหนา แน่นหนาแล้ว ลำธานน้อย ๆ ไหลผ่านค่ะ ลำธานน้อย ๆ ไหลผ่าน (คุณครูปรเมษฐ) มันเป็นการบรรยายให้เห็นภาพเลยครับ (คุณครูคณิตา) ให้เห็นภาพ แล้วก็น้ำในลำธารใสจนเห็นกรวดทราย (คุณครูปรเมษฐ) ก็อย่างที่บอกว่าพรรณาคู่กับอุปมานี่ (คุณครูคณิตา) จนนะคะ จนจนตรงนี้เป็นใจเห็นกรวดนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เกือบทุกวรรคนักเรียนลองสังเกตให้ดี (คุณครูคณิตา) โวรหารที่ 3เป็นโวหารประเภทใด (คุณครูปรเมษฐ) เฉลยครับ (คุณครูคณิตา) บรรยายเพราะอะไร เพราะมีคำว่า "ได้แก่" อยู่ (คุณครูปรเมษฐ) ได้แก่ คือ การอธิบายนั่นเอง (คุณครูคณิตา) การอธิบาย เห็นไหมคะ ง่าย ๆ เลยคะนักเรียน จุดข้อสังเกตที่ทำให้ทำให้นักเรียนตอบได้เลยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วดูคำสิครับ คำไม่มีคำที่ยากเลย ไม่มีคำที่ส่งเสริมให้การอ่านนั้นสละลสวยเหมือนพรรณนา การพรรณนากับบรรยายดูง่าย ๆ (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 4 ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เฉลยครับ นักเรียนทำแล้ว อุปมาโวหาร คุณครูคณิตาบอกเลยครับ (คุณครูคณิตา) อุปมาโวหารเมื่อกี้คุณครูคณิตาบอกว่าอะไร ราวกับ... ผมดำราวกับแมลงผึ้ง (คุณครูปรเมษฐ) ดั่ง (คุณครูคณิตา) ดั่งดวงจันทร์ เห็นไหมเป็นการเปรียบเทียบที่ประหนึ่ง (คุณครูปรเมษฐ) แค่นี้ก็เห็นถึงอุปมาโวหารแล้วครับนักเรียน ต่อไป (คุณครูคณิตา) ต่อไป 5. แล้วนะคะ 5. ตอบว่า เฉลยสาธกโวหาร เพราะอะไร อยากเล่านิทานให้ฟัง เป็นการสาธกคือการเล่านิทานและเขาบอกว่าอะไร นิทานเรื่องนี้ให้ยอมรับความจริงใช่ไหมคะ นี่ก็คือเป็นการยกตัวอย่างนั่นเองเห็นไหม (คุณครูปรเมษฐ) เขาเรียกว่าการยกตัวอย่างมาเล่าประกอบให้เห็นถึงเรื่องที่เราต้องการสื่อสารชัดเจนขึ้น คือ สาธก ยกตัวอย่างนะครับ ข้อที่ 6 (คุณครูคณิตา) ข้อสุดท้ายค่ะ ตอบว่า... ตอบว่าอะไรเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) เฉลย เทศนาโวหารนะครับ (คุณครูคณิตา) ให้คุณครูปรเมษฐเฉลย (คุณครูปรเมษฐ) เป็นการสั่งสอนใช่ไสั่งสอนใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือให้เรานี่เป็นอย่างไร ให้เรารักษาภาษาของเราไว้เป็นการ เป็นพระราชดำรัชของในหลวงรัชกาลที่ 9 รักษาไว้นะคะ ก็เป็นการเทศนานะ เป็นการพูดสั่งสอนนั่นเอง (คุณครูปรเมษฐ) ไปสรุปความรู้กันดีกว่านะครับ สรุปบทเรียนกันดีกว่านะครับ สรุปบทเรียนเขียนองค์ความรู้ดังนี้นะครับการใช้โวหารประกอบการสื่อสารนั้นมีประโยชน์อย่างไร (คุณครูคณิตา) มีประโยชน์อย่างไรคะ 1 ให้นักเรียนตอบก่อน (คุณครูคณิตา) 1 2 3 ตอบค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่ได้ยินเลยน่ะตอบแล้ว (คุณครูคณิตา) ตอบแล้วใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่ได้ยินเลย ตอบแล้ว ดูนะ ว่าตรงกับที่ครูคิด ที่ครูคิดกับนักเรียนคิดตรงกันหรือไม (คุณครูคณิตา) ทำให้การสื่อสารชัดเจนมากยิ่งขึ้น (คุณครูปรเมษฐ) การใช้สำนวนโวหารมาสื่อสาร มาเขียนนี่ ทำให้การสื่อสารของเรามีความชัดเจนมากยิ่งขึ้นนั่นเองครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมา การประกอบการสื่อสารควรคำนึงถึงสิ่งใด ในการที่เราจะเขียนงานเขียนสักงานหนึ่งนี่ ถ้าเราจะสื่อสารงานเหล่านั้นนี่เราต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง ถ้าเราจะแทรกโวหารค่ะ เฉลยดีกว่านะคะ เราจะต้องคำนึงหรือพิจารณาว่าข้อความที่จะสื่อสารนี่ควรใช้โวหารประเภทใดในการประกอบ อย่างเช่น คุณครูคณิตาอยากแต่งนิทานเรื่องหนึ่ง อยากเขียนนิทานเรื่องหนึ่ง แต่คุณครูคณิตานี่ไปนำโวหารบรรยายมาใส่ ก็อาจจะได้ลักษณะที่ผิวเผินใช่ไหมคะ แต่ถ้าสมมติว่าคุณครูคณิตาใส่พรรณนาโวหารเข้ามานี่ก็จะทำให้เห็นภาพมากขึ้น เราก็ต้องคำนึงว่าเราจะใช้โวหารประเภทใดให้เหมาะกับงานเขียนของเรา เอาล่ะค่ะ วันนี้ก็ได้ความรู้ไปมากมายแล้วนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ในเรื่องของโวหารยังไม่จบเพียงเดี๋ยวพรุ่งนี้เราก็จะยังศึกษากันในเรื่องโวหารสิ่งที่ต้องเตรียมนะ ก็คือใบงานเรื่องอธิบายข้อความที่เป็นโวหาร และนอกเหนือจากนั้นคุณครูเตรียมหนังสือพิมพ์นะครับ เพื่อที่จะนำมาให้ลูกศิษย์ที่นักเรียนทุกคนนี่ บอกว่ากิจกรรมเป็นอย่างไร ให้เตรียมหนังสือพิมพ์ให้พอกับจำนวนลูกศิษย์ด้วยนะคะข้อมูลนะคะ สามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่นี่เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สำหรับวันนี้นะครับ ครูและครูคณิตา ก็นำความรู้มาให้นักเรียน นักเรียนกลับไปอย่างลืมนะครับ กลับไปทบทวน อย่าให้มันผ่านมาและผ่านไปเก็บไว้บ้างนะครับ มันจะได้จรรโลงใจและนำไปใช้ได้ในอนาคตครับ สำหรับวันนี้ครูทั้ง 2 คน ขอลานักเรียนไปก่อนครับสวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ