﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:04,000

2
00:00:04,005 --> 00:00:08,005

3
00:00:08,007 --> 00:00:12,007

4
00:00:08,931 --> 00:00:12,931

5
00:00:12,933 --> 00:00:16,933

6
00:00:16,939 --> 00:00:20,939

7
00:00:20,949 --> 00:00:24,949

8
00:00:24,951 --> 00:00:28,951

9
00:00:28,953 --> 00:00:32,953

10
00:00:32,954 --> 00:00:36,954
(คุณครูปรเมษฐ) สวัสเอ

11
00:00:36,955 --> 00:00:40,955
(คุณครูปรเมษฐ)

12
00:00:40,958 --> 00:00:44,958
สวัสดีนักเรียนทุกคนนะครับ แล้วก็

13
00:00:44,959 --> 00:00:48,959
คุณครูที่อยู่ปลายทางทุกท่านนะครับ วันนี้

14
00:00:48,970 --> 00:00:52,970
ก็มาพบกันในรายวิชาภาษาไทยเช่นเดิมนะครับ

15
00:00:52,970 --> 00:00:56,970
กับครูปรเมษฐและครูคณิตานะครับ วันนี้ครู

16
00:00:56,976 --> 00:01:00,976
จะให้นักเรียนมาศึกษาในเรื่องของการ

17
00:01:00,977 --> 00:01:04,977
พูดโน้มน้าวนะครับ ซึ่งเมื่อวานนี้ เราก็ให้นักเรียนได้

18
00:01:04,978 --> 00:01:08,978
ไปทำการบ้านใช่ไหม โดยการไปหาความหมายของคำว่า

19
00:01:08,981 --> 00:01:12,981
"โน้มน้าวม" นะ นักเรียนไปหาความ

20
00:01:12,983 --> 00:01:16,983
ได้ว่าอย่างในชั่วโมงที่แล้วนะครับ

21
00:01:16,984 --> 00:01:20,984
แสดงความคิดเห็นออกมาหน่อยสิ ให้ครูปลายทางได้ฟัง

22
00:01:20,985 --> 00:01:24,985
ครูคณิตารู้ความหมายไหม (คุณครูคณิตา) ไม่รู้เหมือนกันค่ะครูปรเมษฐ

23
00:01:24,986 --> 00:01:28,986
(คุณครูปรเมษฐ) โน้ม ลักษณะของมันเป็ฯอย่างไร

24
00:01:28,987 --> 00:01:32,987
โค้งตัวลงไป หรือการดึงเหนี่ยวรั้งใช่ไหม ให้เอนลงไป

25
00:01:32,988 --> 00:01:36,988
เพราะฉะนั้น ผู้ที่ถูกดึง

26
00:01:36,989 --> 00:01:40,989
ก็จะต้องเอนตามไปถูกไหมครับ มันเกี่ยวข้อง

27
00:01:40,990 --> 00:01:44,990
กันอย่างไรนะ กับการพูดโน้มน้าว มันโน้มไปเพื่ออะไร

28
00:01:44,991 --> 00:01:48,991
มันโน้มน้าวไปเพื่ออะไร เดี๋ยว

29
00:01:48,992 --> 00:01:52,992
ครูจะให้พวกเราทุกคนไปศึกษากัน

30
00:01:53,012 --> 00:01:57,012
ดีไหมครับครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ดีค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ไปกันเลยดีกว่า

31
00:01:57,013 --> 00:02:01,013
เด็ก ๆ ครับ ก่อนที่จะเริ่มเรียนนี่

32
00:02:01,014 --> 00:02:05,014
ครูและครูคณิตาก็มีคำถามนะ เพื่อเป็นการ

33
00:02:05,015 --> 00:02:09,015
กระตุ้นปลุกระดมความคิดของหนู ๆ นะครับ

34
00:02:09,017 --> 00:02:13,017
ครูแพรดูกระดานหน่อย อาชีพใดบ้าง

35
00:02:13,018 --> 00:02:17,018
ที่ต้องอาศัยการพูดโน้มน้าวใจให้ผู้อื่น

36
00:02:17,020 --> 00:02:21,020
คล้อยตามและปฏิบัติตาม เด็ก ๆ ครับ เห็นคำถามแล้ว

37
00:02:21,021 --> 00:02:25,021
ไหนช่วยครูและครูคณิตาคิดสิว่าอาชีพใด

38
00:02:25,027 --> 00:02:29,027
ที่มันจะต้องใช้การพูดโน้มน้าวนี่ การพูด

39
00:02:29,030 --> 00:02:33,030
ยังไม่รู้ความหมายจริงใช่ไหม โน้มน้าวนี่คือการดึงให้

40
00:02:33,030 --> 00:02:37,030
ลงมาหรืออะไรประมาณนั้นใช่ไหม

41
00:02:37,031 --> 00:02:41,031
ว่าอาชีพใดบ้าง ที่ต้องใช้การพูด

42
00:02:41,032 --> 00:02:45,032
ให้คนอื่นเขาปฏิบัติตาม ตอบมาแล้วครับ

43
00:02:45,033 --> 00:02:49,033
ครูคณิตาครับ มีอาชีพอะไรบ้างนะครับ

44
00:02:49,041 --> 00:02:53,041
อาชีพค้าขายค่ะ

45
00:02:53,042 --> 00:02:57,042
ผู้ประชาสัมพันธ์ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อาชีพค้าขายนี่มันจะต้องพูดโน้มน้

46
00:02:57,044 --> 00:03:01,044
(คุณครูคณิตา) พูดโน้มน้าวก็คือเชิญชวนให้ซื่อ

47
00:03:01,045 --> 00:03:05,045
สินค้าค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อ๋อ แล้วถ้าผู้ประชาสัมพันธ์ล่ะครับ

48
00:03:05,046 --> 00:03:09,046
มันอยู่แบบไหน ทำอาชีพประมาณไหน แล้วก็

49
00:03:09,046 --> 00:03:13,046
พูดโน้มน้าวอย่างไร (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คะ ตอบได้ไหมเอ่ย

50
00:03:13,048 --> 00:03:17,048
หากเด็ก ๆ ทราบนะคะ สามารถตอบคุณครูปลายทาง

51
00:03:17,052 --> 00:03:21,052
ได้เลยค่ะ อาชีพของผู้

52
00:03:21,053 --> 00:03:25,053
ประชาสัมพันธ์นี่เป็นลักษณะอย่างไร

53
00:03:25,054 --> 00:03:29,054
เก่งมากค่ะนักเรียน

54
00:03:29,056 --> 00:03:33,056
อาชีพของผู้ประชาสัมพันธ์นะคะ ก็คือ

55
00:03:33,059 --> 00:03:37,059
เป็นการประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ผู้คน

56
00:03:37,061 --> 00:03:41,061
เข้าร่วมในสิ่งที่ต้องการจะสื่อสาร

57
00:03:41,062 --> 00:03:45,062
หรือประชาสัมพันธ์เรื่องนั้น ๆ นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้น ก็จะ

58
00:03:45,064 --> 00:03:49,064
ใช้หลักการพูดโน้มน้าวนี่ล่ะ ทำให้เขาเป็นอย่างไร

59
00:03:49,066 --> 00:03:53,066
นักเรียน คล้อยตาม แล้วก็ต้องปฏิบัติต่ามนั่นเอง

60
00:03:53,067 --> 00:03:57,067
อีกสักข้อหนึ่งสิ นักเรียนยกตัวอย่างอาชีพที่

61
00:03:57,067 --> 00:04:01,067
ต้องอาศัยประสบการณ์ในการพูดที่เคยพบเห็น

62
00:04:01,068 --> 00:04:05,068
ประจำวัน อาชีพอะไรบ้างที่ใช้ประสบการณ์

63
00:04:05,069 --> 00:04:09,069
ในการพูด ที่ต้องมีการพูดเป็นอาวุธนั่นเอง

64
00:04:09,070 --> 00:04:13,070
อาชีพใดบ้าง ไหนลองยกตัวอย่างมาสิ ให้เวลาครับ

65
00:04:13,071 --> 00:04:17,071
[เสียงดนตรี]

66
00:04:17,072 --> 00:04:21,072

67
00:04:21,073 --> 00:04:25,073

68
00:04:25,075 --> 00:04:29,075

69
00:04:29,076 --> 00:04:33,076

70
00:04:33,077 --> 00:04:37,077

71
00:04:37,078 --> 00:04:41,078

72
00:04:41,080 --> 00:04:45,080

73
00:04:45,083 --> 00:04:49,083

74
00:04:49,086 --> 00:04:53,086

75
00:04:53,088 --> 00:04:57,088

76
00:04:57,093 --> 00:05:01,093

77
00:05:01,097 --> 00:05:05,097

78
00:05:05,098 --> 00:05:09,098

79
00:05:09,100 --> 00:05:13,100

80
00:05:13,101 --> 00:05:17,101
(คุณครูปรเมษฐ) ได้หลายอาชีพเลยครูคณิตาครับ

81
00:05:17,103 --> 00:05:21,103
เดี๋ยวเราลองสรุปสิว่านักเรียนตอบมาว่าอะไรบ้างนะ

82
00:05:21,106 --> 00:05:25,106
ก็อย่างเช่น อาชีพอะไล่ะ ครูใช้การพ

83
00:05:25,107 --> 00:05:29,107
การพูดไหม (คุณครูคณิตา) ใช้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช้การพูดนะ เพราะว่า

84
00:05:29,108 --> 00:05:33,108
การที่เป็นครูได้นี่ก็จะต้องมีการพูด

85
00:05:33,109 --> 00:05:37,109
พูดนี่ต้องโน้มน้าวด้วย นี่ยกตัวอย่าง

86
00:05:37,111 --> 00:05:41,111
ปฏิบัติตาม นี่ยกตัวอย่างจากประสบการณ์จริง

87
00:05:41,115 --> 00:05:45,115
หลาย ๆ อาชีพก็ต้องใช้การพูดนี่เป็นอาวุธ

88
00:05:45,117 --> 00:05:49,117
เป็นแนวทางที่จะประกอบอาชีพ

89
00:05:49,118 --> 00:05:53,118
มีหลายอย่างเลยนะครับ เดี๋ยวครูจะให้นักเรียนทำกิจกรรมนะ

90
00:05:53,119 --> 00:05:57,119
กิจกรรมนี้มีชื่อว่าอะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ผู้กล้า อาสา

91
00:05:57,121 --> 00:06:01,121
ค้าขายค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ในเมื่อนักเรียนเสนอกันมาว่าอาชีพพ่อค

92
00:06:01,123 --> 00:06:05,123
หรือแม้ค้าพ่อขายนี่ เป็นอาชีพที่เราต้องให้การพูด

93
00:06:05,124 --> 00:06:09,124
โน้มน้าว เดี๋ยวเราจะให้ผู้กล้าออกมาอาสา

94
00:06:09,127 --> 00:06:13,127
ค้าขาย เดี๋ยวครูจะมีสินค้าให้หนู

95
00:06:13,129 --> 00:06:17,129
ขาย ให้หนูพูดให้คนซื้อของหนูให้ได้

96
00:06:17,130 --> 00:06:21,130
ขออาสาครับ ใครที่เป็นผู้กล้า

97
00:06:21,131 --> 00:06:25,131
เก่งมีความสามารถเชิญ

98
00:06:25,134 --> 00:06:29,134
หน้าห้องเลยลูก ออกมาครับ เดี๋ยวครูให้ดูภาพ

99
00:06:29,135 --> 00:06:33,135
ออกมาแล้วใช่ไหม เดี๋ยวดูภาพนี้แล้ว

100
00:06:33,136 --> 00:06:37,136
ให้หนูนั้นโฆษณาพูดโน้มน้าวขายสินค้านี้ให้ได้

101
00:06:37,138 --> 00:06:41,138
พร้อมหรือยัง ดูเลยครับ (คุณครูคณิตา) นั่นก็คือ

102
00:06:41,137 --> 00:06:45,137
อะไรคะนี่ (คุณครูปรเมษฐ) คืออะไร คือ ปลา... (คุณครูคณิตา)

103
00:06:45,138 --> 00:06:49,138
ปลาทูนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่สมแล้

104
00:06:49,139 --> 00:06:53,139
ทู แปลว่า 2 มี 2 ตัวพอดีเลย ปลาทู

105
00:06:53,143 --> 00:06:57,143
ลักษณะแบบนี้นี่ก็จะอยู่ที่จังหวัดสมุทรสงครามนะครับ

106
00:06:57,144 --> 00:07:01,144
หน้างอคอหักเป็นเอกลักษณ์

107
00:07:01,149 --> 00:07:05,149
หรือจังหวัดอื่น ๆ ก็ทำตาม แต่ที่แรก คือ แม่หล

108
00:07:05,154 --> 00:07:09,154
นักเรียนนะ ที่อยู่จังหวัดสมุทรสงครามนี่จะรู้ดีเลยนะลูก

109
00:07:09,155 --> 00:07:13,155
พร้อมหรือยัง เตรียมตัวนะครับ ทำอย่างไรก็ได้

110
00:07:13,159 --> 00:07:17,159
ให้ปลาทู 2 ตัวที่นอนอยู่ในเข่งนี่

111
00:07:17,160 --> 00:07:21,160
ขายได้ 1. ให้ครูคณิตานับดีกว่า ให้ลุ้น ๆ หน่อย

112
00:07:21,161 --> 00:07:25,161
(คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คะ พร้อมที่จะพูดโน้

113
00:07:25,164 --> 00:07:29,164
พูดโน้มน้าวในการให้เพื่อน ๆ นี่ ซื้อ

114
00:07:29,168 --> 00:07:33,168
ปลาทูหรือยังเอ่ย ถ้าพร้อมแล้วสวมวิญญาณของพ่อค้า

115
00:07:33,169 --> 00:07:37,169
และแม่ค้าได้เลยค่ะ

116
00:07:37,174 --> 00:07:41,174
วิญญาณของพ่อค้าและแม่ค้าได้มาประทับร่าง

117
00:07:41,175 --> 00:07:45,175
อยู่ ณ ที่แห่งนี้แล้ว ขอให้นักเรียนนะคะ

118
00:07:45,176 --> 00:07:49,176
พูดเชิญชวนได้ ณ บัดนี้เลยค่ะ

119
00:07:49,177 --> 00:07:53,177
[เสียงดนตรี]

120
00:07:53,178 --> 00:07:57,178

121
00:07:57,181 --> 00:08:01,181

122
00:08:01,184 --> 00:08:05,184

123
00:08:05,185 --> 00:08:09,185

124
00:08:09,186 --> 00:08:13,186

125
00:08:13,188 --> 00:08:17,188

126
00:08:17,190 --> 00:08:21,190

127
00:08:21,192 --> 00:08:25,192

128
00:08:25,194 --> 00:08:29,194

129
00:08:29,197 --> 00:08:33,197

130
00:08:33,198 --> 00:08:37,198

131
00:08:37,199 --> 00:08:41,199

132
00:08:41,201 --> 00:08:45,201

133
00:08:45,204 --> 00:08:49,204

134
00:08:49,206 --> 00:08:53,206

135
00:08:53,207 --> 00:08:57,207
(คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คะ ปรบมือให้ตัวเองเลยค่ะ

136
00:08:57,208 --> 00:09:01,208
[เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) เก่งมากเลยนะคะ ที่พูดจา

137
00:09:01,209 --> 00:09:05,209
โน้วน้าวนะคะให้เพื่อน ๆ ซื้อปลาทูได้

138
00:09:05,212 --> 00:09:09,212
เอาล่ะค่ะ เด็ก ๆ คะ เนื่องจากคุณครูนี่ได้ดูเด็ก ๆ

139
00:09:09,214 --> 00:09:13,214
เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถึงเวลาแล้วล่ะค่ะ ครู

140
00:09:13,215 --> 00:09:17,215
จะมีตัวอย่างของคุณครูมาให้นักเรียน

141
00:09:17,217 --> 00:09:21,217
ได้ชมนะคะ เกี่ยวกับการพูดโน้มน้าวในการซื้อ

142
00:09:21,218 --> 00:09:25,218
ปลาทูนั่นเองค่ะ พร้อมหรือยังคะ

143
00:09:25,220 --> 00:09:29,220
ถ้าพร้อมแล้ว ขอเชิญพบกับ

144
00:09:29,220 --> 00:09:33,220
พ่อค้าขายปลาทูได้เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้ผมเป็นพ่อค้า

145
00:09:33,222 --> 00:09:37,222
เสียแล้วหรือครับครูคณิตา ในเมื่อเขาให้เราเป็น

146
00:09:37,223 --> 00:09:41,223
เขาให้เป็น เราก็ต้องเป็น เอาล่ะครับ

147
00:09:41,224 --> 00:09:45,224
ปลาทูสด ๆ ใหม่ ๆ มาจากทะเล

148
00:09:45,225 --> 00:09:49,225
ขึ้นเมื่อสักครู่นี่ นึ่งแล้วก็มาขายเลยนะครนั

149
00:09:49,226 --> 00:09:53,226
เข่ง เข่ง เข่ง ปลาทู

150
00:09:53,227 --> 00:09:57,227
ใคร ๆ ก็รู้ว่าปลาทูมันอยู่ในเข่ง

151
00:09:57,228 --> 00:10:01,228
ปลาทู 2 ตัว ในราคาเข็งละ

152
00:10:01,230 --> 00:10:05,230
10 บาท ซื้อ 3 เข่ง แถม 2 เข่ง ในราคา

153
00:10:05,232 --> 00:10:09,232
ราคา 50 บาทนะครับ ใครสนใจขอเชิญมาซื่้อ

154
00:10:09,233 --> 00:10:13,233
ได้เลยกับปลาทูยี่ห้อ คณิตา

155
00:10:13,234 --> 00:10:17,234
vs ปรเมษฐ มาเลยครับ ได้ไหม

156
00:10:17,236 --> 00:10:21,236
แบบนี้ (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ซื้อไหม เขาซื้อไหม

157
00:10:21,237 --> 00:10:25,237
(คุณครูคณิตา) ก็แล้วแต่ท่านผู้ชมและนักเรียนแล้วกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

158
00:10:25,238 --> 00:10:29,238
จะซื้อไหม ถ้าโฆษณาแบบนี้ (คุณครูคณิตา)

159
00:10:29,239 --> 00:10:33,239
ซื้อดีไหมนะ (คุณครูปรเมษฐ) กับพ่อค้าอีกคนหนึ่ง ปลาทู

160
00:10:33,242 --> 00:10:37,242
วันนี้ก็มีมาบริการนะครับ

161
00:10:37,243 --> 00:10:41,243
2 ตัว 10 บาท ใครวนใจ

162
00:10:41,244 --> 00:10:45,244
เชิญเลือกซื้อหาได้นะ ซื้อเสร็จแล้วเราก็

163
00:10:45,245 --> 00:10:49,245
ไปปฏิบัติธรรมกันเลย แบบนี้กับแบบเมื่อสักครู่นี้

164
00:10:49,246 --> 00:10:53,246
(คุณครูคณิตา) ก็น่าซื้อทั้ง 2 แบบนะ ไปซื้อปลาทู

165
00:10:53,247 --> 00:10:57,247
ปฏิบัติธรรม ก็ถือเป็นการช่วยเรื่องการทำบุญนะคะ

166
00:10:57,248 --> 00:11:01,248
แต่อีกพ่อค้าคนแรกนะคะ ก็เป็นความบันเทิง

167
00:11:01,252 --> 00:11:05,252
ให้ความสนุกสนาน เพราะฉะนั้นนี่ การค้าขายของแต่ลพะค

168
00:11:05,253 --> 00:11:09,253
ก็มีสไตล์หรือวิธีการที่

169
00:11:09,254 --> 00:11:13,254
แตกต่างกันนั่นเอง คุณครูไม่สามารถตัดสินได้

170
00:11:13,254 --> 00:11:17,254
ว่าของใครน่าซื้อ ของใครไม่น่าซื้อ (คุณครูปรเมษฐ) ก็อยู่ที่วิธ

171
00:11:17,255 --> 00:11:21,255
พูดใช่ไหมครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) น่าจะให้ครูคณิตาลอง

172
00:11:21,256 --> 00:11:25,256
ลองไหมลองขายให้เด็ก ๆ ดูไหม (คุณครูคณิตา) ไม่เป็นไรค่ะนักเรียน (คุณครูปรเมษฐ)

173
00:11:25,257 --> 00:11:29,257
ไปกันต่อเลยลูก การพูดโน้วน้าวนะครับ

174
00:11:29,258 --> 00:11:33,258
มันคืออะไรครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) การพูดโน้มน้าวเป็นการ

175
00:11:33,259 --> 00:11:37,259
พูดหรือเชิญชวนให้ผู้ฟังเกิดความรู้สึกคล้อยต

176
00:11:37,260 --> 00:11:41,260
หรือเกิดกำลังใจให้เกิดการทำสิ่ง

177
00:11:41,260 --> 00:11:45,260
ซึ่งการพูดโน้มน้าวใจนี้ผู้พูดต้องอาศัยการ

178
00:11:45,261 --> 00:11:49,261
ฝึกฝนจนเกินความชำนาน (คุณครูปรเมษฐ) นี่ก็เป็นความหมาย

179
00:11:49,263 --> 00:11:53,263
พูดเพื่อให้เขาทำตามเรานั่นเอง

180
00:11:53,266 --> 00:11:57,266
สั้น ๆ ก็คือพูดเพื่อให้เขานี่ปฏิบัติตามและทำ

181
00:11:57,267 --> 00:12:01,267
ตามที่เราคิด นั่นล่ะครับ

182
00:12:01,268 --> 00:12:05,268
จุดประสงค์ของการเรียนรู้ในวันนี้ เดี๋ยวครูคณิตา

183
00:12:05,270 --> 00:12:09,270
ฟังนะครับ ทำอะไรบ้างวันนี้ (คุณครูคณิตา) จุดประสงค์การเรียนรู้

184
00:12:09,271 --> 00:12:13,271
1. อธิบายหลักการพูดโน้มน้วมใจได้

185
00:12:13,272 --> 00:12:17,272
2. พูดโน้มน้าวใจได้ 3. บอกประโยชน์

186
00:12:17,273 --> 00:12:21,273
ของการพูดโน้มน้าวใจในชีวิตประจำวันได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) และนี่ก็คือ

187
00:12:21,274 --> 00:12:25,274
สิ่งที่นักเรียนนั้นจะได้ปฏิบัติในชั่วโมงนี้

188
00:12:25,275 --> 00:12:29,275
ก็คือการพูดโน้มน้าวใจนั่นเองครับ

189
00:12:29,276 --> 00:12:33,276
นี่เป็นบทโฆษณา พลังงานหารสอง

190
00:12:33,278 --> 00:12:37,278
เดี๋ยวเราจะอ่านกันพร้อม ๆ กับนักเรียน

191
00:12:37,279 --> 00:12:41,279
ดีไหมครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) แหม อยากจะช่วยครูปรเม

192
00:12:41,280 --> 00:12:45,280
อ่านเหลือเกินนะคะ แต่ประเด็นก็คือ

193
00:12:45,281 --> 00:12:49,281
เลยนะสิคะ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่เคยได้ยินเลยหรือครับ (คุณครูคณิตา) ไม่เคยได้ยินเลยค่ะ

194
00:12:49,283 --> 00:12:53,283
คุณครูปรเมษฐ เดี๋ยวอ่านให้ครูคณิตาฟังสิ

195
00:12:53,284 --> 00:12:57,284
บทโฆษณานี้มันพูดถึงเรื่องอะไร เดี๋ยว

196
00:12:57,285 --> 00:13:01,285
อ่านไปพร้อม ๆ กับครู 1 2 3

197
00:13:01,286 --> 00:13:05,286
ป. ปลานั้นหายาก ต้องลำบาก

198
00:13:05,288 --> 00:13:09,288
ออกเรือไป ขนส่งจากแดนไกล ใช้น้ำแข็ง

199
00:13:09,298 --> 00:13:13,298
เปลืองน้ำมัน แช่เย็น

200
00:13:13,299 --> 00:13:17,299
ก็เสียไป หุงต้มใช้ แก๊ซ

201
00:13:17,302 --> 00:13:21,302
พลังงานต้องหมดกัน โอ้ลูกหลาน

202
00:13:21,303 --> 00:13:25,303
จำจงดี เขาพูดถึงเรื่องอะไรครูคณิตา

203
00:13:25,304 --> 00:13:29,304
(คุณครูคณิตา) ก็ต้องพูดเกี่ยวกับเรื่องพลังงานอยู่แล้วค่ะ

204
00:13:29,305 --> 00:13:33,305
เป็นโฆษณาอะไรคะนี่ (คุณครูปรเมษฐ) มันเป็นโฆษณาที่

205
00:13:33,307 --> 00:13:37,307
ครูยังเด็ก ๆ อยู่เลย ครูจำได้

206
00:13:37,308 --> 00:13:41,308
เป็นอาแปะกับอาม่านี่ เขา

207
00:13:41,310 --> 00:13:45,310
คุยกันเรื่องการกินข้าว แล้วอาเป๊ะนี่กินไม่หมด

208
00:13:45,311 --> 00:13:49,311
อาม่าก็ให้ท่องบทนี้ที่ท่องตอนเด็ก ๆ

209
00:13:49,311 --> 00:13:53,311
ท่องเป็นภาษาแบบจีน ๆ

210
00:13:53,313 --> 00:13:57,313
นั้นหายากประมาณนี้ครับ ก็

211
00:13:57,314 --> 00:14:01,314
เห็นโฆษณานี้ก็นึกถึงเรื่องโน้มน้าว

212
00:14:01,315 --> 00:14:05,315
ว่าในโฆษณามันบอกว่าให้เราทำอะไรบ้างนั่นเองครับ

213
00:14:05,319 --> 00:14:09,319
ทำอะไรบ้างนั่นเองครับ มีคำถามครับนักเรียน นักเรียนเคยได้ยินบทโฆ

214
00:14:09,323 --> 00:14:13,323
นี้หรือไม่ ได้เคยได้ยินจากที่ใด ครูก็บอกไปหมดแล้ว

215
00:14:13,326 --> 00:14:17,326
นะครับ แต่ครูคณิตาไม่เคยได้ยิน น่าเสียดายจัง

216
00:14:17,326 --> 00:14:21,326
(คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ ครูไม่เคยได้ยินบทนี้นะคะ จริง ๆ เลยค่ะ

217
00:14:21,327 --> 00:14:25,327
(คุณครูปรเมษฐ) ตั้งแต่ครูเด็ก ๆ แสดงว่านักเรียนก็ไม่เคยได้ยิ

218
00:14:25,342 --> 00:14:29,342
ไปดูกันต่อนะครับ โฆษณาเมื่อสักครู่

219
00:14:29,344 --> 00:14:33,344
โน้มน้าวให้นักเรียนทำอะไร อันนี้ต้องตอบครู

220
00:14:33,346 --> 00:14:37,346
ให้หนูทำอะไรบ้างในโฆษณานั้น

221
00:14:37,353 --> 00:14:41,353
นะครับ ตอบแล้วครูคณิตาครับ

222
00:14:41,355 --> 00:14:45,355
ให้ทำอะไรบ้างครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ให้ทำ ก็คือให้ช่วยกันประหยัด

223
00:14:45,357 --> 00:14:49,357
พลังงานนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถึงได้ชื่อโฆษณา

224
00:14:49,358 --> 00:14:53,358
หารสองนั่นเอง เราต้องช่วยกันประหยัด

225
00:14:53,359 --> 00:14:57,359
คนในสมัยก่อนนี่ก็คิดถึงเรื่องที่เราจะต้อง

226
00:14:57,360 --> 00:15:01,360
ประหยัดพลังงานมาตั้งนานแล้วใช่ไหมครับ

227
00:15:01,363 --> 00:15:05,363
เราจะต้องยิ่งประหยัดพลังงานให้เท่าทวีคุ

228
00:15:05,376 --> 00:15:09,376
เราน้อยถอยลงมากแล้วใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

229
00:15:09,377 --> 00:15:13,377
นะครับ นักเรียนจะปฏิบัติ

230
00:15:13,378 --> 00:15:17,378
ตามโฆษณานี้หรือไม่ เพราะเหตุใด

231
00:15:17,384 --> 00:15:21,384
เด็ก ๆ ตอบ

232
00:15:21,385 --> 00:15:25,385
ปฏิบัติตามนะ

233
00:15:25,386 --> 00:15:29,386
ส่วนใหญ่จะปฏิบัติตาม ครูคณิตาครับ

234
00:15:29,388 --> 00:15:33,388
จะปฏิบัติตามหรือไม่ครับ (คุณครูคณิตา) ปฏิบัติตามสิคะ เพราะว่า

235
00:15:33,390 --> 00:15:37,390
เป็นหน้าที่ของทุกคนอยู่แล้วนะคะ ที่ต้องช่วยกัน

236
00:15:37,391 --> 00:15:41,391
ประหยัดพลังงานค่ะ อย่าไปคิดว่าฉันเป็นเด็ก

237
00:15:41,391 --> 00:15:45,391
ยังไม่ต้องทำ อย่าไปคิดว่าฉันเป็นครูยังไม่ต้องทำ ฉันแก่แล้วยัง

238
00:15:45,394 --> 00:15:49,394
ไม่ต้องทำ ทุกคนต้องช่วยกัน ถึงได้โน้มน้าว

239
00:15:49,397 --> 00:15:53,397
ให้เราประหยัดพลังงานไงครับเด็ก ๆ ครับ

240
00:15:53,402 --> 00:15:57,402
เดี๋ยวเราไปศึกษาใบความรู้กันก่อนนะครับ เรื่องการโน้มน้าวนะ

241
00:15:57,403 --> 00:16:01,403
ใบความรู้นี่ชื่ออะไรนะครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใบความรู้นี้ชื่อ

242
00:16:01,406 --> 00:16:05,406
หลักการพูดโน้มน้าวใจค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เดี๋ยวครู

243
00:16:05,411 --> 00:16:09,411
เด็ก ๆ นั้นไปศึกษา ลองอ่านแล้วก็สรุป

244
00:16:09,412 --> 00:16:13,412
ด้วยตัวเองก่อน แล้วเดี๋ยวเรามาพบกันอีกครั้งหนึ่ง

245
00:16:13,413 --> 00:16:17,413
อ่านได้เลยครับ [เสียงดนตรี]

246
00:16:17,414 --> 00:16:21,414

247
00:16:21,414 --> 00:16:25,414

248
00:16:25,416 --> 00:16:29,416

249
00:16:29,418 --> 00:16:33,418

250
00:16:33,419 --> 00:16:37,419

251
00:16:37,420 --> 00:16:41,420

252
00:16:41,422 --> 00:16:45,422

253
00:16:45,426 --> 00:16:49,426

254
00:16:49,427 --> 00:16:53,427

255
00:16:53,429 --> 00:16:57,429

256
00:16:57,431 --> 00:17:01,431

257
00:17:01,433 --> 00:17:05,433

258
00:17:05,435 --> 00:17:09,435

259
00:17:09,437 --> 00:17:13,437

260
00:17:13,438 --> 00:17:17,438

261
00:17:17,440 --> 00:17:21,440

262
00:17:21,442 --> 00:17:25,442

263
00:17:25,444 --> 00:17:29,444

264
00:17:29,446 --> 00:17:33,446

265
00:17:33,448 --> 00:17:37,448

266
00:17:37,454 --> 00:17:41,454

267
00:17:41,456 --> 00:17:45,456

268
00:17:45,457 --> 00:17:49,457

269
00:17:49,459 --> 00:17:53,459

270
00:17:53,461 --> 00:17:57,461

271
00:17:57,463 --> 00:18:01,463

272
00:18:01,465 --> 00:18:05,465

273
00:18:05,467 --> 00:18:09,467

274
00:18:09,469 --> 00:18:13,469

275
00:18:13,471 --> 00:18:17,471

276
00:18:17,473 --> 00:18:21,473

277
00:18:21,475 --> 00:18:25,475

278
00:18:25,478 --> 00:18:29,478

279
00:18:29,481 --> 00:18:33,481

280
00:18:33,481 --> 00:18:37,481

281
00:18:37,483 --> 00:18:41,483

282
00:18:41,485 --> 00:18:45,485

283
00:18:45,487 --> 00:18:49,487

284
00:18:49,491 --> 00:18:53,491

285
00:18:53,492 --> 00:18:57,492

286
00:18:57,495 --> 00:19:01,495

287
00:19:01,496 --> 00:19:05,496

288
00:19:05,499 --> 00:19:09,499

289
00:19:09,502 --> 00:19:13,502

290
00:19:13,504 --> 00:19:17,504

291
00:19:17,506 --> 00:19:21,506

292
00:19:21,507 --> 00:19:25,507

293
00:19:25,509 --> 00:19:29,509

294
00:19:29,512 --> 00:19:33,512

295
00:19:33,515 --> 00:19:37,515

296
00:19:37,517 --> 00:19:41,517

297
00:19:41,519 --> 00:19:45,519

298
00:19:45,521 --> 00:19:49,521

299
00:19:49,522 --> 00:19:53,522

300
00:19:53,525 --> 00:19:57,525

301
00:19:57,528 --> 00:20:01,528

302
00:20:01,530 --> 00:20:05,530

303
00:20:05,530 --> 00:20:09,530

304
00:20:09,533 --> 00:20:13,533

305
00:20:13,534 --> 00:20:17,534

306
00:20:17,535 --> 00:20:21,535

307
00:20:21,536 --> 00:20:25,536

308
00:20:25,538 --> 00:20:29,538

309
00:20:29,540 --> 00:20:33,540

310
00:20:33,541 --> 00:20:37,541

311
00:20:37,544 --> 00:20:41,544

312
00:20:41,547 --> 00:20:45,547

313
00:20:45,549 --> 00:20:49,549

314
00:20:49,551 --> 00:20:53,551

315
00:20:53,553 --> 00:20:57,553

316
00:20:57,555 --> 00:21:01,555

317
00:21:01,557 --> 00:21:05,557

318
00:21:05,558 --> 00:21:09,558

319
00:21:09,560 --> 00:21:13,560

320
00:21:13,562 --> 00:21:17,562

321
00:21:17,564 --> 00:21:21,564

322
00:21:21,568 --> 00:21:25,568
(คุณครูคณิตา) หมดแล้วค่ะนักเรียน เดี๋ยวเรามาสรุปใบความรู้

323
00:21:25,571 --> 00:21:29,571
กันดีกว่าค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับ เด็ก ๆ ครับ การ

324
00:21:29,572 --> 00:21:33,572
พูดโน้มน้าวใจตามที่หนู ๆ ศึกษา

325
00:21:33,576 --> 00:21:37,576
ในใบความรู้นะครับ หมายถึงอะไร เดี๋ยวเรามาสรุปกันดีกว่า

326
00:21:37,585 --> 00:21:41,585
เป็นการพูดให้ผู้อื่นเป็นอย่างไรลูก เชืื่่อถือ

327
00:21:41,587 --> 00:21:45,587
มีความเห็นคล้อยตาม เช่น การเชิญชวนให้ทำกิจกรรม

328
00:21:45,589 --> 00:21:49,589
ใดกิจกรรมหนึ่ง หรือเป็นการพูด

329
00:21:49,597 --> 00:21:53,597
โฆษณาสิ่งของหรือกิจกรรมที่ดี ๆ เป็นต้นนะ

330
00:21:53,598 --> 00:21:57,598
อย่างเช่น เมื่อสักครู่นี่ที่ครูและครูคณิตาได้

331
00:21:57,599 --> 00:22:01,599
พูดโฆษณาเชิญชวนก็เป็นการพูดโน้มน้าวอย่างหนึ่ง

332
00:22:01,600 --> 00:22:05,600
ไปดูกันต่อเลยครับ หลัก

333
00:22:05,601 --> 00:22:09,601
การพูดโน้มน้าวใจมีอะไรบ้างครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ หลักการพูดโน้มน้าว

334
00:22:09,603 --> 00:22:13,603
มีทั้งหมด 3 หลักด้วยกันนะคะ ก็คือ 1.

335
00:22:13,604 --> 00:22:17,604
กำหนดจุดมุ่งหมายในการพูดให้ชัดเจน

336
00:22:17,607 --> 00:22:21,607
(คุณครูปรเมษฐ) กำหนดจุดมุ่งหมายในการพูดนี่ คือ เราต้องรู้ก่อนใช่ไหม

337
00:22:21,609 --> 00:22:25,609
เราจะพูดเรื่องอะไร เราจะพูดโน้มน้วใจ

338
00:22:25,610 --> 00:22:29,610
เรื่องอะไร ก็ต้องกำหนด อย่างเช่น จะพูดเรื่องขายของ

339
00:22:29,612 --> 00:22:33,612
ก็ต้องกำหนดเนื้อหาข้างในนั้นเป็นอย่างไร จุดมุ่งหมาย

340
00:22:33,615 --> 00:22:37,615
ต้องขายของสำเร็จ จะพูดเพื่อให้เพื่อน

341
00:22:37,616 --> 00:22:41,616
มาช่วยเราทำงาน ก็ต้องตั้งจุดมุ่งหมาย

342
00:22:41,617 --> 00:22:45,617
ข้อที่ 2 ให้ทำอะไรครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ข้อที่ 2 นะคะ จัด

343
00:22:45,619 --> 00:22:49,619
เนื้อหาที่จะพูดค่ะ โดยแบ่งเป็น บทนำ

344
00:22:49,622 --> 00:22:53,622
เนื้อหา และบทสรุปค่ะ บทนำ

345
00:22:53,622 --> 00:22:57,622
เกริ่นนำ ส่วนเนื้อหาก็คืออาจจะเป็นสิ่งของ

346
00:22:57,623 --> 00:23:01,623
หรือผลิตภัณฑ์ในสิ่งที่เราต้อ

347
00:23:01,624 --> 00:23:05,624
ที่จะนำเสนอหรือขายได้นั่นเองค่ะ

348
00:23:05,625 --> 00:23:09,625
เราก็จะต้องทิ้งท้ายให้น่าสนใจ เพื่อที่จะให้ผู้ฟังนั้น

349
00:23:09,626 --> 00:23:13,626
เกิดความคล้อยตามหรือน่าติดตาม

350
00:23:13,627 --> 00:23:17,627
นั่นเองค่ะ นี่ล่ะครับ ต่อไปครับ นี่สำคัญมากเลย

351
00:23:17,628 --> 00:23:21,628
จะพูดโน้มน้าวสำเร็จหรือไม่ก็ต้องพูดด้วยความตั้งใจ

352
00:23:21,629 --> 00:23:25,629
ใช้น้ำเสียงให้หนักแน่นจริงจังและจริงใจ

353
00:23:25,630 --> 00:23:29,630
นี่ สำคัญมาก การที่เราจะพูดให้คนเชื่อถือ

354
00:23:29,632 --> 00:23:33,632
เรื่องน้ำเสียงนี่เป็นสิ่งสำคัญ ถ้าเราพูดกระแทก

355
00:23:33,635 --> 00:23:37,635
มันก็ทำให้ผู้ฟังไม่อยากจะสนใจ

356
00:23:37,636 --> 00:23:41,636
ต้องให้นำเสียงที่อ่อนหวานน่าสนใจ ดึงดูดใจได้

357
00:23:41,637 --> 00:23:45,637
คนคนนั้นก็จะพูดโน้มน้าวใจได้สำเร็จ จริงไหมครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ

358
00:23:45,639 --> 00:23:49,639
(คุณครูปรเมษฐ) ไปดูข้อปฏิบัตินะ ที่นักเรียน

359
00:23:49,640 --> 00:23:53,640
จะพูดโน้มน้าว จะพูดปฏิบัติอย่างไรบ้างครับ

360
00:23:53,642 --> 00:23:57,642
(คุณครูคณิตา) ค่ะ ข้อ 1 ค่ะ ใช้ภาษาเชิงเสนอแนะ ขอร้อง

361
00:23:57,643 --> 00:24:01,643
ไม่บังคับค่ะ เป็นอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา)

362
00:24:01,644 --> 00:24:05,644
ก็คือเป็นการใช้ภาษานะคะ

363
00:24:05,651 --> 00:24:09,651
ถูกต้องตามกาลเทศะ และที่สำคัญนะคะ

364
00:24:09,652 --> 00:24:13,652
ไม่ควรใช้ภาษาที่แสดงออกถึง

365
00:24:13,653 --> 00:24:17,653
การสั่งนั่นเอง อาจจะเป็นการใช้ประโยค

366
00:24:17,654 --> 00:24:21,654
บอกเล่า ประโยคขอร้อง ประโยคเชิญชวน

367
00:24:21,656 --> 00:24:25,656
ต่าง ๆ แต่ประโยคที่ไม่ควรใช้คือ

368
00:24:25,657 --> 00:24:29,657
ประโยคคำสั่งค่ะ เพราะจะทำให้ผู้ฟังนี้ร

369
00:24:29,658 --> 00:24:33,658
ถึงการบังคับ อาจจะทำให้เกิดความรู้สึกว่า

370
00:24:33,659 --> 00:24:37,659
เราไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์นั้นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ไม่ควรที่จะ

371
00:24:37,660 --> 00:24:41,660
ไม่น่าจะทำตาม พูดง่าย ๆ ใช่ไหมครับ ต่อไปครับ ต้องแสดง

372
00:24:41,661 --> 00:24:45,661
เหตุผลประกอบให้น่าเชื่อถือ สิ่งนี้

373
00:24:45,666 --> 00:24:49,666
ทุกอย่างมีเกิด มีดับ มีเหตุมีผล

374
00:24:49,667 --> 00:24:53,667
การที่มีเหตุ มันก็ต้องย่อมแสดงให้เห็นผลใช่ไหมครับ

375
00:24:53,668 --> 00:24:57,668
เราจะทำอะไรให้ใครเชื่อถือนี่จะต้องนำเหตุผลมาอธิบาย

376
00:24:57,669 --> 00:25:01,669
กำกับนะครับ ต่อไปครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เสนอทางเล

377
00:25:01,676 --> 00:25:05,676
ให้เห็นทั้งด้านดีและด้านเสียค่ะ อย่างที่บอก

378
00:25:05,677 --> 00:25:09,677
นะคะ การที่เราต้องการที่จะพูดโน้มน้าวหรือเชิญชวน

379
00:25:09,680 --> 00:25:13,680
ใครคนใดคนหนึ่งนี่มันไม่มีทางที่จะมีด้าน

380
00:25:13,681 --> 00:25:17,681
ไปเสียทั้งหมด มันก็จะมีทั้งด้านดี

381
00:25:17,684 --> 00:25:21,684
และด้านเสียนะคะ เพราะฉะนั้น ถ้าเรานำเสนอด้านเสียให้

382
00:25:21,685 --> 00:25:25,685
เขาก็จะเห็นถึงความบกพร่อง ถ้านักเรียน

383
00:25:25,686 --> 00:25:29,686
ปกปิดเกี่ยวกับเรื่องข้อบกพร่อง

384
00:25:29,688 --> 00:25:33,688
เกิดอะไรขึ้น ก็อาจจะทำให้เสียความรู้สึก และ

385
00:25:33,688 --> 00:25:37,688
ไม่สนใจเกี่ยวกับสิ่งนั้น ๆ ไปเลยก็ได้ค่ะ

386
00:25:37,689 --> 00:25:41,689
(คุณครูปรเมษฐ) นะครับ และก็ต้องสร้างบรรยากาศให้สนุกสนาน

387
00:25:41,690 --> 00:25:45,690
อันนี้เป็นสิ่งสำคัญ อันนี้ใช้ทุกการพูดเลย

388
00:25:45,691 --> 00:25:49,691
บรรยากาศให้สนุกสนานนี่ ถ้า

389
00:25:49,692 --> 00:25:53,692
ณ บริเวณที่นักเรียนพูดโน้มน้าวใจ

390
00:25:53,693 --> 00:25:57,693
ให้มันสนุกสนานได้ นักเรียนคิดว่าคนเขาจะสนใจไหมลูก

391
00:25:57,696 --> 00:26:01,696
แน่นอนครับ คนก็สนใจ เพราะว่า

392
00:26:01,697 --> 00:26:05,697
ความสนุกนี่มันเป็นสิ่งที่ทุกคน

393
00:26:05,699 --> 00:26:09,699
ความสุขมันมาคู่กับความสนุกนะครับ

394
00:26:09,699 --> 00:26:13,699
จึงเกิดความสนุกสนาน เรา

395
00:26:13,700 --> 00:26:17,700
จะต้องสร้างบรรยากาศให้สนุกสนานนั่นเองครับ ข้อต่อไปครับ

396
00:26:17,705 --> 00:26:21,705
(คุณครูคณิตา) ข้อต่อมานะคะ ก็คือพูดให้ผู้ฟังเกิดความ

397
00:26:21,706 --> 00:26:25,706
รู้สึกอยากปฏิบัติตามค่ะ

398
00:26:25,707 --> 00:26:29,707
ก็คือจะต้องใช้ทักษะการพูด ในการพูด

399
00:26:29,708 --> 00:26:33,708
โน้มน้าว เชิญชวนให้ผู้ฟังนี่ต้องการที่จะ

400
00:26:33,709 --> 00:26:37,709
ปฏิบัติตามหรือกระทำในสิ่งที่เราต้องการค่ะ

401
00:26:37,711 --> 00:26:41,711
(คุณครูปรเมษฐ) ก็พูดง่าย ๆ ว่าทุกข้อเลยนี่

402
00:26:41,712 --> 00:26:45,712
ต้องข้อนี่ใช่ไหมครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าพูดโน้มน้าวสำเร็จต้องจบที่ข้อนี

403
00:26:45,713 --> 00:26:49,713
เขาปฏิบัติตามหนูเมื่อไรน่ะ แสดงว่าหนูพูโโน้มน้าวใจ

404
00:26:49,714 --> 00:26:53,714
ได้สำเร็จนะครับ เดี๋ยวครู

405
00:26:53,715 --> 00:26:57,715
จะให้นักเรียนฟังครูพูดโน้มน้าว

406
00:26:57,716 --> 00:27:01,716
เดี๋ยวเราให้นักเรียนไปฟังครูพูดโน้มน้าวใจ

407
00:27:01,717 --> 00:27:05,717
ครูยังไม่บอกว่าครูอะไร ให้นักเรียนไปตามเอาเอง

408
00:27:05,718 --> 00:27:09,718
พูดถึงเรื่องอะไร ให้จับประเด็นสำคัญมาให้ได้

409
00:27:09,719 --> 00:27:13,719
อาจจะเกี่ยวข้องกับการทำงานในวันนี้ก็ได้นะครับ

410
00:27:13,723 --> 00:27:17,723
ถ้าพร้อมแล้ว เดี๋ยวเราไปฟังครูพูด

411
00:27:17,724 --> 00:27:21,724
โน้มน้าวกันใคร ดูวีดิทัศน์ลูก

412
00:27:21,726 --> 00:27:25,726
(คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ

413
00:27:25,728 --> 00:27:29,728
เพื่อน ๆ ทุกคน เพื่อน ๆ ทราบหรือไม่คะว่า ทุกวันนี้

414
00:27:29,731 --> 00:27:33,731
โลกของเรากำลังเจอกับภาวะโลกร้อน

415
00:27:33,732 --> 00:27:37,732
ซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาพภูมิอากา

416
00:27:37,734 --> 00:27:41,734
ของโลกเราสูงขึ้น เกิดฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลง

417
00:27:41,735 --> 00:27:45,735
ซึ่งสาเหตุหลัก ๆ นั้นไม่ได้เกิดจากฝีมือของ

418
00:27:45,736 --> 00:27:49,736
ธรรมชาติ แต่เกิดจากฝีมือของมนุษย์

419
00:27:49,737 --> 00:27:53,737
นั่นก็คือการใช้น้ำมัน การ

420
00:27:53,738 --> 00:27:57,738
ตัดไม้ทำลายป่า รวมไปถึงการใช้ถุงพลาสติกหรือ

421
00:27:57,741 --> 00:28:01,741
กล่องโฟมที่ใช้ระยะเวลาในการย่อยสลาย

422
00:28:01,744 --> 00:28:05,744
450 ปี ถึงเวลาแล้วค่ะที่เราทุกคน

423
00:28:05,745 --> 00:28:09,745
จะต้องมาช่วยกันลดโลกร้อน เพื่อสิ่งแวดล้อม

424
00:28:09,746 --> 00:28:13,746
ที่ดีต่อโลกของเรา โดยใช้การถุงผ้า

425
00:28:13,747 --> 00:28:17,747
ลดการใช้ถุงพลาสติก เพียงเท่านี้เราก็

426
00:28:17,748 --> 00:28:21,748
สามารถช่วยโลกได้แล้วค่ะ อย่าลืมนะคะ

427
00:28:21,749 --> 00:28:25,749
ใช้ถึงผ้า ลดถึงพลาสติก ช่วยโลกของเราค่ะ

428
00:28:25,750 --> 00:28:29,750
[เสียงปรบมือ]

429
00:28:29,753 --> 00:28:33,753
(คุณครูปรเมษฐ) เยี่ยมจริง ๆ ครับ นักเรียนรู้หรือยังว่าใครพูดโน้มน่้

430
00:28:33,754 --> 00:28:37,754
ให้นักเรียนฟัง เก่งมากเลย คุณครูคณิตานั่นเ

431
00:28:37,757 --> 00:28:41,757
ครูคณิตาพูดโน้มน้าวให้นักเรียนทำอะไรลูก

432
00:28:41,758 --> 00:28:45,758
รณรงค์อะไรนะครูคณิตา (คุณครูคณิตา) รณรงค์ลดการใช้ถ

433
00:28:45,759 --> 00:28:49,759
การใช้ถุงพลาสติกแทนการใช้ถุงผ้าค่ะ

434
00:28:49,760 --> 00:28:53,760
แล้วนักเรียนจะปฏิบัติตามหรือไม่

435
00:28:53,762 --> 00:28:57,762
การพูดโน้มน้าวใจของครูคณิตาก็ประสบความสำเร็จครับ

436
00:28:57,766 --> 00:29:01,766
ไปคำถามกระตุ้นความคิดกันดีกว่านะครับ

437
00:29:01,768 --> 00:29:05,768
นักเรียนครับ บุคลิกภาพที่ดีในการ

438
00:29:05,768 --> 00:29:09,768
พูดโน้มน้าวใจนี่คืออะไรลูก ไหนลองตอบคำถามมาสิ

439
00:29:09,769 --> 00:29:13,769
จากการที่หนูนั้นได้สังเกตจากวีดิท

440
00:29:13,769 --> 00:29:17,769
หรือหลักการ ต้องมีบุคลิอย่างไร พูดอย่างไร

441
00:29:17,770 --> 00:29:21,770
มันถึงจะเป็นบุคลิกภาพที่ดีครับ

442
00:29:21,771 --> 00:29:25,771
เด็ก ๆ ตอบมาแล้ว

443
00:29:25,772 --> 00:29:29,772
ครูคณิตาครับ บุคลิกภาพที่ดี

444
00:29:29,775 --> 00:29:33,775
มันต้องมีอะไร ต้องทำอย่างไรบ้างครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ สิ่งที่

445
00:29:33,776 --> 00:29:37,776
เราจะต้องมีนะคะ ก็คือ 1. ค่ะ พูดจาฉะฉานค่ะ

446
00:29:37,777 --> 00:29:41,777
แล้วข้อ 2 นะคะ ก็คือจะต้องมีหน้าตาที่ยิ้ม

447
00:29:41,778 --> 00:29:45,778
แจ่มใสค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ล่ะ 2 อย่างนี้ไปคู่กัน

448
00:29:45,779 --> 00:29:49,779
ไปคู่กัน พูดฉะฉาน ยิ้มเข้าไว้ลูก

449
00:29:49,780 --> 00:29:53,780
การยิ้มนี่เป็นสิ่งที่ดีนะ เจอหน้ากัน

450
00:29:53,781 --> 00:29:57,781
ก็ขอให้ยิ้วไว้ก่อน การที่เรายิ้มให้กันซึ่งกันและกัน

451
00:29:57,783 --> 00:30:01,783
ทุกวันนี่มันส่งผลกระทบที่ดี

452
00:30:01,784 --> 00:30:05,784
นะครับ เพราะฉะนั้นนี่ นักเรียนครับ

453
00:30:05,785 --> 00:30:09,785
การยิ้ม การปฏิบัติตัวกับเพื่อนนี่นะ

454
00:30:09,786 --> 00:30:13,786
การอยู่ร่วมกันในสังคมเป็นสิ่งที่ดี

455
00:30:13,787 --> 00:30:17,787
เพราะฉะนั้น จะต้องปฏิบัติดี ๆ ซึ่งกันเและกัน

456
00:30:17,788 --> 00:30:21,788
แล้วมันเกี่ยวกับการพูดโน้มน้าว ก็คือการที่เรา

457
00:30:21,789 --> 00:30:25,789
ยิ้มแย้มแจ่มใสนี่เป็นสิ

458
00:30:25,790 --> 00:30:29,790
(คุณครูปรเมษฐ) พูดชัดเจนฉะฉาน น่าฟัง

459
00:30:29,798 --> 00:30:33,798
ต่อไป ผู้พูดที่ทำให้ผู้ฟัง

460
00:30:33,799 --> 00:30:37,799
ประทับใจจะต้องมีลักษณะอย่างไร

461
00:30:37,800 --> 00:30:41,800
ต้องเป็นอย่างไรบ้าง ว่ากันมาครับ

462
00:30:41,801 --> 00:30:45,801
เป็นอย่างไรบ้างนะ

463
00:30:45,803 --> 00:30:49,803
ต้องมีลักษณะอย่างไรบ้าง (คุณครูคณิตา) ค่ะ ต้องมีลักษณะ

464
00:30:49,804 --> 00:30:53,804
พูดได้สนุกสนาน น่าสนใจ สอดแทรก

465
00:30:53,805 --> 00:30:57,805
(คุณครูปรเมษฐ) แค่สนุกสนานยังไม่พอนะครับ สิ่งสำคัญ

466
00:30:57,806 --> 00:31:01,806
ต้องสอดแทรกข้อคิด อย่างที่ครูคณิคา

467
00:31:01,807 --> 00:31:05,807
อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมใช่ไหม ใช้ถุงผ้าต่าง ๆ นี่

468
00:31:05,808 --> 00:31:09,808
ก็ต้องสอดแทรกข้อคิด เรารณรงค์ไปเราได้อะไร

469
00:31:09,810 --> 00:31:13,810
ทำไปเพื่ออะไรนั่นเองครับ นักเรียนจะมีหลัก

470
00:31:13,811 --> 00:31:17,811
ในการพูดโน้มน้าวใจอย่างไร

471
00:31:17,812 --> 00:31:21,812
อันนี้นักเรียนต้องตอบได้แล้ว ตอบครับ

472
00:31:21,815 --> 00:31:25,815

473
00:31:25,818 --> 00:31:29,818
ไปดูกันสิว่านักเรียนตอบมาว่าอย่างไรบ้าง

474
00:31:29,818 --> 00:31:33,818
หลักการพูดโน้มน้าวใจ (คุณครูคณิตา) ค่ะ หลักการพูดโน้มน้าวใจนะคะ 1.

475
00:31:33,819 --> 00:31:37,819
พูดด้วยความจริงใจค่ะ 2. ใช้ภาษากระตุ้น

476
00:31:37,820 --> 00:31:41,820
ความสนใจค่ะ 3. ใช้ท่าทาง น้ำเสียงที่น่าเชื่อถือค่ะ

477
00:31:41,822 --> 00:31:45,822
น้ำเสียงที่น่าเชื่อถือค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) 3 ข้อนี้สำคัญทั้งสิ้น

478
00:31:45,823 --> 00:31:49,823
นะครับ เกี่ยวกับการพูดโน้มน้วมใจ

479
00:31:49,824 --> 00:31:53,824
ก็พูดได้ประสบความสำเร็จใช่ไหมครับครูแพทร

480
00:31:53,826 --> 00:31:57,826
ครูก็มีใบงานมาให้นักเรียนทำครับนักเรียน

481
00:31:57,826 --> 00:32:01,826
ใบงานนี้มีชื่อว่า (คุณครูคณิตา) เรื่อง

482
00:32:01,828 --> 00:32:05,828
การพูดโน้มน้าว ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูมี

483
00:32:05,833 --> 00:32:09,833
ให้แค่ 3 ข้อ ครูตั้งสถานการณ์มา

484
00:32:09,834 --> 00:32:13,834
3 ข้อนะครับ ให้นักเรียนลองร่างบทสิว่า

485
00:32:13,836 --> 00:32:17,836
นักเรียนจะพูดโน้มน้าวให้

486
00:32:17,838 --> 00:32:21,838
สถานการณ์ที่ครูให้มาเป็นจริงนี่จะพูดอย่างไร

487
00:32:21,840 --> 00:32:25,840
ร่างบทออกมาครับ ให้เวลาในการทำงาน

488
00:32:25,842 --> 00:32:29,842
พร้อมแล้วลงมือทำเลยลูก

489
00:32:29,843 --> 00:32:33,843
[เสียงดนตรี]

490
00:32:33,844 --> 00:32:37,844

491
00:32:37,846 --> 00:32:41,846

492
00:32:41,848 --> 00:32:45,848

493
00:32:45,849 --> 00:32:49,849

494
00:32:49,850 --> 00:32:53,850

495
00:32:53,854 --> 00:32:57,854

496
00:32:57,856 --> 00:33:01,856

497
00:33:01,857 --> 00:33:05,857

498
00:33:05,859 --> 00:33:09,859

499
00:33:09,861 --> 00:33:13,861

500
00:33:13,863 --> 00:33:17,863

501
00:33:17,865 --> 00:33:21,865

502
00:33:21,867 --> 00:33:25,867

503
00:33:25,868 --> 00:33:29,868

504
00:33:29,870 --> 00:33:33,870

505
00:33:33,871 --> 00:33:37,871

506
00:33:37,872 --> 00:33:41,872

507
00:33:41,877 --> 00:33:45,877

508
00:33:45,878 --> 00:33:49,878

509
00:33:49,881 --> 00:33:53,881

510
00:33:53,884 --> 00:33:57,884

511
00:33:57,886 --> 00:34:01,886

512
00:34:01,887 --> 00:34:05,887

513
00:34:05,889 --> 00:34:09,889

514
00:34:09,918 --> 00:34:13,918

515
00:34:13,925 --> 00:34:17,925

516
00:34:17,927 --> 00:34:21,927

517
00:34:21,929 --> 00:34:25,929

518
00:34:25,931 --> 00:34:29,931

519
00:34:29,931 --> 00:34:33,931

520
00:34:33,937 --> 00:34:37,937

521
00:34:37,939 --> 00:34:41,939

522
00:34:41,942 --> 00:34:45,942

523
00:34:45,944 --> 00:34:49,944

524
00:34:49,945 --> 00:34:53,945

525
00:34:53,949 --> 00:34:57,949

526
00:34:57,951 --> 00:35:01,951

527
00:35:01,953 --> 00:35:05,953

528
00:35:05,955 --> 00:35:09,955

529
00:35:09,956 --> 00:35:13,956

530
00:35:13,958 --> 00:35:17,958

531
00:35:17,959 --> 00:35:21,959

532
00:35:21,967 --> 00:35:25,967

533
00:35:25,969 --> 00:35:29,969

534
00:35:29,973 --> 00:35:33,973

535
00:35:33,975 --> 00:35:37,975

536
00:35:37,977 --> 00:35:41,977

537
00:35:41,981 --> 00:35:45,981

538
00:35:45,983 --> 00:35:49,983

539
00:35:49,985 --> 00:35:53,985

540
00:35:53,988 --> 00:35:57,988

541
00:35:57,990 --> 00:36:01,990

542
00:36:01,991 --> 00:36:05,991

543
00:36:05,992 --> 00:36:09,992

544
00:36:09,996 --> 00:36:13,996

545
00:36:13,999 --> 00:36:17,999

546
00:36:18,001 --> 00:36:22,001

547
00:36:22,003 --> 00:36:26,003

548
00:36:26,005 --> 00:36:30,005

549
00:36:30,009 --> 00:36:34,009

550
00:36:34,010 --> 00:36:38,010

551
00:36:38,012 --> 00:36:42,012

552
00:36:42,014 --> 00:36:46,014

553
00:36:46,017 --> 00:36:50,017

554
00:36:50,018 --> 00:36:54,018

555
00:36:54,020 --> 00:36:58,020

556
00:36:58,022 --> 00:37:02,022

557
00:37:02,023 --> 00:37:06,023

558
00:37:06,028 --> 00:37:10,028

559
00:37:10,030 --> 00:37:14,030

560
00:37:14,032 --> 00:37:18,032

561
00:37:18,036 --> 00:37:22,036

562
00:37:22,038 --> 00:37:26,038

563
00:37:26,042 --> 00:37:30,042

564
00:37:30,044 --> 00:37:34,044

565
00:37:34,047 --> 00:37:38,047

566
00:37:38,049 --> 00:37:42,049

567
00:37:42,051 --> 00:37:46,051

568
00:37:46,053 --> 00:37:50,053

569
00:37:50,056 --> 00:37:54,056

570
00:37:54,058 --> 00:37:58,058

571
00:37:58,060 --> 00:38:02,060

572
00:38:02,062 --> 00:38:06,062

573
00:38:06,064 --> 00:38:10,064

574
00:38:10,068 --> 00:38:14,068

575
00:38:14,070 --> 00:38:18,070

576
00:38:18,071 --> 00:38:22,071

577
00:38:22,074 --> 00:38:26,074

578
00:38:26,075 --> 00:38:30,075

579
00:38:30,096 --> 00:38:34,096

580
00:38:34,097 --> 00:38:38,097

581
00:38:38,101 --> 00:38:42,101

582
00:38:42,105 --> 00:38:46,105

583
00:38:46,107 --> 00:38:50,107

584
00:38:50,114 --> 00:38:54,114

585
00:38:54,116 --> 00:38:58,116

586
00:38:58,118 --> 00:39:02,118

587
00:39:02,120 --> 00:39:06,120

588
00:39:06,121 --> 00:39:10,121

589
00:39:10,123 --> 00:39:14,123

590
00:39:14,125 --> 00:39:18,125

591
00:39:18,128 --> 00:39:22,128

592
00:39:22,130 --> 00:39:26,130

593
00:39:26,131 --> 00:39:30,131

594
00:39:30,134 --> 00:39:34,134

595
00:39:34,136 --> 00:39:38,136

596
00:39:38,137 --> 00:39:42,137

597
00:39:42,139 --> 00:39:46,139

598
00:39:46,141 --> 00:39:50,141

599
00:39:50,143 --> 00:39:54,143

600
00:39:54,145 --> 00:39:58,145

601
00:39:58,148 --> 00:40:02,148

602
00:40:02,311 --> 00:40:06,311

603
00:40:06,364 --> 00:40:10,364

604
00:40:10,367 --> 00:40:14,367

605
00:40:14,368 --> 00:40:18,368

606
00:40:18,370 --> 00:40:22,370

607
00:40:22,373 --> 00:40:26,373

608
00:40:26,374 --> 00:40:30,374

609
00:40:30,375 --> 00:40:34,375

610
00:40:34,378 --> 00:40:38,378

611
00:40:38,380 --> 00:40:42,380

612
00:40:42,384 --> 00:40:46,384

613
00:40:46,386 --> 00:40:50,386

614
00:40:50,388 --> 00:40:54,388

615
00:40:54,390 --> 00:40:58,390

616
00:40:58,392 --> 00:41:02,392

617
00:41:02,395 --> 00:41:06,395

618
00:41:06,398 --> 00:41:10,398

619
00:41:10,400 --> 00:41:14,400

620
00:41:14,405 --> 00:41:18,405

621
00:41:18,407 --> 00:41:22,407

622
00:41:22,411 --> 00:41:26,411

623
00:41:26,420 --> 00:41:30,420

624
00:41:30,422 --> 00:41:34,422

625
00:41:34,423 --> 00:41:38,423

626
00:41:38,426 --> 00:41:42,426

627
00:41:42,427 --> 00:41:46,427

628
00:41:46,430 --> 00:41:50,430

629
00:41:50,431 --> 00:41:54,431

630
00:41:54,434 --> 00:41:58,434

631
00:41:58,436 --> 00:42:02,436

632
00:42:02,438 --> 00:42:06,438

633
00:42:06,440 --> 00:42:10,440

634
00:42:10,442 --> 00:42:14,442

635
00:42:14,454 --> 00:42:18,454

636
00:42:18,455 --> 00:42:22,455

637
00:42:22,457 --> 00:42:26,457

638
00:42:26,459 --> 00:42:30,459

639
00:42:30,461 --> 00:42:34,461
(คุณครูคณิตา) หมดเวลาค่ะนักเรียน มาถึงช่วง

640
00:42:34,463 --> 00:42:38,463
เสริมแนวทางสร้างความคิด เป็นอย่างไรไปดูกันเลยค่ะ

641
00:42:38,465 --> 00:42:42,465
ถ้านักเรียนเป็นครู

642
00:42:42,467 --> 00:42:46,467
ต้องการให้นักเรียนในห้องช่วยดูแลเพื่อนขาเจ็บ ควรพูด

643
00:42:46,468 --> 00:42:50,468
พูดว่าอย่างไร

644
00:42:50,469 --> 00:42:54,469
ต้องสวมบทบามความเป็ฯครูก่อนใช่ไหม ครูก็จะพูด

645
00:42:54,470 --> 00:42:58,470
โน้มน้าวเพื่อน ๆ ในห้อง ลูกศิษย์ที่รักทุกคน

646
00:42:58,472 --> 00:43:02,472
ในฐานะที่ลูกเป็นเพื่อนกัน ตอนนี้

647
00:43:02,473 --> 00:43:06,473
เพื่อนของเรากำลังมีความทุกข์ จากอาการ

648
00:43:06,474 --> 00:43:10,474
ของร่างกาย เราทุกคนนี่ต้องช่วยกันดูแลเพื่อนนะ

649
00:43:10,475 --> 00:43:14,475
แล้วเราจะเกิดควาทรงจำที่ดี

650
00:43:14,476 --> 00:43:18,476
ที่ครั้งหนึ่งนี่ เราเคยได้ดูแลซึ่งกันและกัน

651
00:43:18,477 --> 00:43:22,477
การที่เราทำแบบนี้เราจะจดจำเพื่อนคนนี้ไป

652
00:43:22,479 --> 00:43:26,479
แล้วเราจะช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

653
00:43:26,485 --> 00:43:30,485
ถ้าสมมติเป็นครู นักเรียนประมาณไหนครับ

654
00:43:30,486 --> 00:43:34,486
ข้อ 2 ไปดูกันดีกว่า ดูสิว่าข้อ 2 ของนักเรียนกับครู

655
00:43:34,490 --> 00:43:38,490
คล้าย ๆ กันไหม เดี๋ยวให้ครูคณิตาบ้าง

656
00:43:38,492 --> 00:43:42,492
นักเรยียนต้องการรณรงค์ให้เพื่อนเห็นความสำคัญ

657
00:43:42,493 --> 00:43:46,493
ของการออกกำลังกาย นักเรียนจะพูดว่าอย่างไรครับ

658
00:43:46,495 --> 00:43:50,495
ของนักเรียนว่าอย่างไร ของคุณครูคณิตาว่าอย่างไรค

659
00:43:50,496 --> 00:43:54,496
(คุณครูคณิตา) สุขภาพเป็นสิ่งสำคัญ

660
00:43:54,497 --> 00:43:58,497
ไม่ใช่เพียงรับประทานอาหารดีที่ หรือทำจิตใจให้ผ่องใส

661
00:43:58,498 --> 00:44:02,498
เท่านั้น ยังต้องมีการเสิรมสร้างกล้ามเนื้อ

662
00:44:02,500 --> 00:44:06,500
และความแข็งแรงของร่างกาย การออกกำลังกาย

663
00:44:06,501 --> 00:44:10,501
จึงเป็นสิ่งที่เราควรกระทำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อร่างกาย

664
00:44:10,503 --> 00:44:14,503
ที่สมบูรณ์พร้อม มาออกกำลังกันนะ

665
00:44:14,505 --> 00:44:18,505
(คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ครับ จุดประสงค์ของการพูดโน้มน้า

666
00:44:18,507 --> 00:44:22,507
นี่จะต้องให้ปฏิบัติตามใช่ไหมถึงจะประสบความสำเร็จ

667
00:44:22,508 --> 00:44:26,508
ถ้าเทียบกับบทสรุปนี่เพื่ออะไร

668
00:44:26,509 --> 00:44:30,509
เพื่อให้ร่างกายที่สมบูรณ์พร้อมนี่

669
00:44:30,517 --> 00:44:34,517
มาออกกำลังกายกันนะ ก็คือการช่วยเชิญไง สุดท้ายแล้วนี่

670
00:44:34,518 --> 00:44:38,518
ต้องการให้มาออกกำลังกาย ที่พูดมานี่บทนำ

671
00:44:38,520 --> 00:44:42,520
เนื้อเรื่อง สุดท้ายนี่สำคัญกว่าเพื่อน

672
00:44:42,521 --> 00:44:46,521
ต้องการให้ทำอะไรล่ะ ก็จะอยู่ตรงนี้นะ อย่างเช่นอันนี้นี่

673
00:44:46,522 --> 00:44:50,522
ต้องการให้ทำอะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ก็เชิญชวนให้ออกกำลังกาย

674
00:44:50,525 --> 00:44:54,525
(คุณครูปรเมษฐ) ประสบความสำเร็จ คือ คนต้องไปออำกำลั

675
00:44:54,528 --> 00:44:58,528
อันนี้ถึงจะประสบความสำเร็จ มีอีกข้อหนึ่งใช่ไหม ครูคณิตา

676
00:44:58,529 --> 00:45:02,529
อีกข้อกันเลยดีกว่านะคะ นักเรียนและเพื่อนมาทำรายงานที่บ้าน

677
00:45:02,530 --> 00:45:06,530
และอยากชวนรับประทานอาหารเย็น

678
00:45:06,530 --> 00:45:10,530
ควรพูดว่าอย่างไร (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนพูดว่าอย่างไร

679
00:45:10,531 --> 00:45:14,531
อันนี้ให้ใครเป็นผู้พูดดีครูคณิตา

680
00:45:14,532 --> 00:45:18,532
(คุณครูปรเมษฐ) เดี๋ยวดูสิว่าครูจะมีวิธีการพูดอย่างไร

681
00:45:18,533 --> 00:45:22,533
อย่างไรลูก วันนี้เราทำรายงาน

682
00:45:22,534 --> 00:45:26,534
กันมาทั้งวันแล้ว เพื่อน ๆ อย่างเพิ่งรีบกลับนะ

683
00:45:26,548 --> 00:45:30,548
คุณแม่ของเรานี่ได้เตรียมอาหารมื้อพิเศษให้

684
00:45:30,549 --> 00:45:34,549
ทุกคนได้รับประทานในเย็นวันนี้ ซึ่งเป็นของโปรด

685
00:45:34,551 --> 00:45:38,551
ของเราทุกคนเลย ถือเป็นการฉลองความสำเร็จของเรา

686
00:45:38,551 --> 00:45:42,551
เพื่อน ๆ ไม่ต้องเกรงใจนะ เพราะคุณแม่

687
00:45:42,553 --> 00:45:46,553
ท่านนี่ตั้งใจทำให้พวกเรา คิดว่าเพื่อน ๆ จะอยู่กินไหมละ

688
00:45:46,555 --> 00:45:50,555
(คุณครูคณิตา) อยู่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะว่านี่เห็นไหม

689
00:45:50,558 --> 00:45:54,558
การลงท้ายนี่สำคัญมาก เพื่อน ๆ ไม่ต้องเกรงใจนะ

690
00:45:54,560 --> 00:45:58,560
ให้อยู่รับประทานการ เพราะคุณแม่นี่

691
00:45:58,561 --> 00:46:02,561
ผู้บังเกิดเกล้าเป็นผู้ทำให้

692
00:46:02,562 --> 00:46:06,562
นี่ การพูดโน้มน้าวก็จะประสบความสำเร็จ

693
00:46:06,566 --> 00:46:10,566
ประมาณนี้หรือเปล่าครับ สามารถนำไปเป็นแนวทาง

694
00:46:10,573 --> 00:46:14,573
สร้างความคิดของตนเองได้นะครับ เอาล่ะครับ เด็ก ๆ ครับ เรื่องใบง้านนั้น

695
00:46:14,575 --> 00:46:18,575
ก็ หนูกับคุณครูปลายทางก็จัดการ

696
00:46:18,576 --> 00:46:22,576
กันนะครับ ส่วนวันนี้เดี๋ยวเรามาสรุปบทเรียนกันก่อนดีไหมครูคณิตา

697
00:46:22,579 --> 00:46:26,579
(คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สรุปบทเรียนพากเพียรองค์ความรู้ครับ

698
00:46:26,582 --> 00:46:30,582
บุคลิกภาพและความ

699
00:46:30,582 --> 00:46:34,582
มั่นใจนี่มันมีผลต่อการพูดโน้มน้าวอย่างไร

700
00:46:34,584 --> 00:46:38,584
เด็ก ๆ ครับ ช่วยกันแสดงความคิดเห็น

701
00:46:38,585 --> 00:46:42,585
[เสียงดนตรี]

702
00:46:42,586 --> 00:46:46,586

703
00:46:46,588 --> 00:46:50,588

704
00:46:50,589 --> 00:46:54,589

705
00:46:54,590 --> 00:46:58,590

706
00:46:58,591 --> 00:47:02,591

707
00:47:02,593 --> 00:47:06,593

708
00:47:06,595 --> 00:47:10,595

709
00:47:10,597 --> 00:47:14,597

710
00:47:14,599 --> 00:47:18,599

711
00:47:18,604 --> 00:47:22,604

712
00:47:22,607 --> 00:47:26,607

713
00:47:26,611 --> 00:47:30,611

714
00:47:30,613 --> 00:47:34,613

715
00:47:34,615 --> 00:47:38,615

716
00:47:38,617 --> 00:47:42,617
(คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับ

717
00:47:42,621 --> 00:47:46,621
คุณครูคณิตาคิดว่าบุคลิกนี่มันมีผลต่อการพูดโน้มน้าวอย่างไร

718
00:47:46,644 --> 00:47:50,644
(คุณครูคณิตา) ค่ะ มีผลก็คือทำให้การพูดมีความน่าเชื่อถือเพิ่ม

719
00:47:50,647 --> 00:47:54,647
เกิดความน่าเชื่อถือมากขึ้นนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะมี

720
00:47:54,648 --> 00:47:58,648
บุคลิกภาพนี่มันเป็นสิ่งที่เห็นภายนอกใช่ไหม

721
00:47:58,649 --> 00:48:02,649
ถ้าบุคลิกดีนี่ความน่าเชื่อถือก็เพิ่มแล้ว

722
00:48:02,650 --> 00:48:06,650
50 เปอร์เซ็นต์ใช่ไหมครูคณิตา แล้วพูดดีอีก

723
00:48:06,668 --> 00:48:10,668
นั่นก็กลายเป็น 90 เต็มร้อย คนก็เชื่อถือใช่ไหม

724
00:48:10,669 --> 00:48:14,669
ต้องรักษาบุคลิกภาพให้ดีด้วย

725
00:48:14,670 --> 00:48:18,670
การพูดโน้มน้าวใจมันมีประโยชน์อย่างไรครับ

726
00:48:18,673 --> 00:48:22,673
แสดงความคิดเห็นครับ [เสียงดนตรี]

727
00:48:22,677 --> 00:48:26,677

728
00:48:26,679 --> 00:48:30,679

729
00:48:30,681 --> 00:48:34,681

730
00:48:34,682 --> 00:48:38,682

731
00:48:38,683 --> 00:48:42,683

732
00:48:42,686 --> 00:48:46,686

733
00:48:46,691 --> 00:48:50,691

734
00:48:50,693 --> 00:48:54,693

735
00:48:54,695 --> 00:48:58,695

736
00:48:58,696 --> 00:49:02,696

737
00:49:02,699 --> 00:49:06,699

738
00:49:06,701 --> 00:49:10,701

739
00:49:10,703 --> 00:49:14,703

740
00:49:14,706 --> 00:49:18,706

741
00:49:18,707 --> 00:49:22,707
(คุณครูปรเมษฐ) เดี๋ยวเราไปดู

742
00:49:22,710 --> 00:49:26,710
กันสิว่าประโยชน์ของการพูดโน้มน้าวใจเป็นอย่างไร (คุณครูคณิตา)

743
00:49:26,711 --> 00:49:30,711
ประโยชน์ของการพูดโน้มน้าวใจ

744
00:49:30,717 --> 00:49:34,717
ทำให้ผู้อื่นเข้าใจเจตนาและความต้องการของผู้พูดนั่นเองค่ะ

745
00:49:34,719 --> 00:49:38,719
(คุณครูปรเมษฐ) นะครับ อันนี้ก็คือประโยชน์ การพูดโน้มน้าวเพื่อให้

746
00:49:38,723 --> 00:49:42,723
เขาเข้าใจในเจตนาหรือสิ่งที่ต้องการ

747
00:49:42,724 --> 00:49:46,724
จะให้เกิดจะให้เป็นนั่นเองครับ บทเรียนครั้งต่อไป

748
00:49:46,728 --> 00:49:50,728
ครูคณิตาครับ เราจะไปศึกษาเรื่องของ...

749
00:49:50,729 --> 00:49:54,729
(คุณครูคณิตา) เราจะศึกษาเกี่ยวกับเรื่องการพูดโน้มน้าว

750
00:49:54,730 --> 00:49:58,730
ค่ะ โดยเราก็จะเรียนกันอีก

751
00:49:58,731 --> 00:50:02,731
1 บทเรียนใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ วันนี้

752
00:50:02,732 --> 00:50:06,732
เป็นแค่เพียงร่างไว้ใช่ไหมครับ ยังไม่ได้พูด

753
00:50:06,732 --> 00:50:10,732
เพราะฉะนั้นนี่ คาบถัดไปนี่นักเรียน

754
00:50:10,733 --> 00:50:14,733
รู้ตัวแล้วใช่ไหมว่าจะต้องทำอย่างไร

755
00:50:14,736 --> 00:50:18,736
สิ่งที่ต้องเตรียม มีดังนี้ครับ (คุณครูคณิตา) ใบงาน

756
00:50:18,737 --> 00:50:22,737
เรื่อง ร่างการพูดโน้มน้าวใจ

757
00:50:22,739 --> 00:50:26,739
(คุณครูปรเมษฐ) พรุ่งนี้นี่ คาบถัดไปเราจะ

758
00:50:26,741 --> 00:50:30,741
ได้ร่างบท ว่าเราจะพูดอย่างไร แล้วเรา

759
00:50:30,742 --> 00:50:34,742
จะได้พูดกันจริง ๆ เลยใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนสามารถ

760
00:50:34,746 --> 00:50:38,746
ได้ตามที่อยู่ด้านล่างนี้เลยนะ

761
00:50:38,747 --> 00:50:42,747
อย่างที่ครูบอกนะ ให้เด็ก ๆ นั้นกลับไปทบทวน

762
00:50:42,752 --> 00:50:46,752
นะครับ เรียนในห้องนี่มันก็ได้ครึ่งหนึ่ง

763
00:50:46,754 --> 00:50:50,754
จะไปได้อีกครึ่งหนึ่งให้ได้เต็มร้

764
00:50:50,755 --> 00:50:54,755
อย่าทิ้งนะครับ แล้วความรู้นั้นมันจะฝังตน

765
00:50:54,755 --> 00:50:58,755
ติดตัวหนูไปตลอดชั่วกา

766
00:50:58,756 --> 00:51:02,756
วันนี้ครูและครูคณิตาลาไปก่อนนะครับ สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสด

767
00:51:02,757 --> 00:51:06,757
[เสียงดนตรี]

768
00:51:06,760 --> 00:51:10,760

769
00:51:10,761 --> 00:51:14,761

770
00:51:14,763 --> 00:51:18,763

771
00:51:18,767 --> 00:51:22,767

772
00:51:22,768 --> 00:51:25,771

773
00:51:26,769 --> 00:51:29,771

774
00:51:30,770 --> 00:51:33,771

775
00:51:34,772 --> 00:51:37,775

776
00:51:38,774 --> 00:51:41,777

777
00:51:42,775 --> 00:51:42,776

778
00:51:46,777 --> 00:51:46,777


