(คุณครูปรเมษฐ) สวัสเอ(คุณครูปรเมษฐ) สวัสดีนักเรียนทุกคนนะครับ แล้วก็คุณครูที่อยู่ปลายทางทุกท่านนะครับ วันนี้ก็มาพบกันในรายวิชาภาษาไทยเช่นเดิมนะครับ กับครูปรเมษฐและครูคณิตานะครับ วันนี้ครูจะให้นักเรียนมาศึกษาในเรื่องของการพูดโน้มน้าวนะครับ ซึ่งเมื่อวานนี้ เราก็ให้นักเรียนได้ไปทำการบ้านใช่ไหม โดยการไปหาความหมายของคำว่า "โน้มน้าวม" นะ นักเรียนไปหาความได้ว่าอย่างในชั่วโมงที่แล้วนะครับ แสดงความคิดเห็นออกมาหน่อยสิ ให้ครูปลายทางได้ฟัง ครูคณิตารู้ความหมายไหม (คุณครูคณิตา) ไม่รู้เหมือนกันค่ะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) โน้ม ลักษณะของมันเป็ฯอย่างไร โค้งตัวลงไป หรือการดึงเหนี่ยวรั้งใช่ไหม ให้เอนลงไป เพราะฉะนั้น ผู้ที่ถูกดึงก็จะต้องเอนตามไปถูกไหมครับ มันเกี่ยวข้องกันอย่างไรนะ กับการพูดโน้มน้าว มันโน้มไปเพื่ออะไร มันโน้มน้าวไปเพื่ออะไร เดี๋ยวครูจะให้พวกเราทุกคนไปศึกษากัน ดีไหมครับครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ดีค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ไปกันเลยดีกว่า เด็ก ๆ ครับ ก่อนที่จะเริ่มเรียนนี่ ครูและครูคณิตาก็มีคำถามนะ เพื่อเป็นการกระตุ้นปลุกระดมความคิดของหนู ๆ นะครับ ครูแพรดูกระดานหน่อย อาชีพใดบ้าง ที่ต้องอาศัยการพูดโน้มน้าวใจให้ผู้อื่นคล้อยตามและปฏิบัติตาม เด็ก ๆ ครับ เห็นคำถามแล้ว ไหนช่วยครูและครูคณิตาคิดสิว่าอาชีพใดที่มันจะต้องใช้การพูดโน้มน้าวนี่ การพูดยังไม่รู้ความหมายจริงใช่ไหม โน้มน้าวนี่คือการดึงให้ลงมาหรืออะไรประมาณนั้นใช่ไหม ว่าอาชีพใดบ้าง ที่ต้องใช้การพูดให้คนอื่นเขาปฏิบัติตาม ตอบมาแล้วครับครูคณิตาครับ มีอาชีพอะไรบ้างนะครับ อาชีพค้าขายค่ะ ผู้ประชาสัมพันธ์ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อาชีพค้าขายนี่มันจะต้องพูดโน้มน้(คุณครูคณิตา) พูดโน้มน้าวก็คือเชิญชวนให้ซื่อสินค้าค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อ๋อ แล้วถ้าผู้ประชาสัมพันธ์ล่ะครับ มันอยู่แบบไหน ทำอาชีพประมาณไหน แล้วก็พูดโน้มน้าวอย่างไร (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คะ ตอบได้ไหมเอ่ย หากเด็ก ๆ ทราบนะคะ สามารถตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ อาชีพของผู้ประชาสัมพันธ์นี่เป็นลักษณะอย่างไร เก่งมากค่ะนักเรียน อาชีพของผู้ประชาสัมพันธ์นะคะ ก็คือเป็นการประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ผู้คนเข้าร่วมในสิ่งที่ต้องการจะสื่อสารหรือประชาสัมพันธ์เรื่องนั้น ๆ นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้น ก็จะใช้หลักการพูดโน้มน้าวนี่ล่ะ ทำให้เขาเป็นอย่างไรนักเรียน คล้อยตาม แล้วก็ต้องปฏิบัติต่ามนั่นเอง อีกสักข้อหนึ่งสิ นักเรียนยกตัวอย่างอาชีพที่ต้องอาศัยประสบการณ์ในการพูดที่เคยพบเห็นประจำวัน อาชีพอะไรบ้างที่ใช้ประสบการณ์ในการพูด ที่ต้องมีการพูดเป็นอาวุธนั่นเอง อาชีพใดบ้าง ไหนลองยกตัวอย่างมาสิ ให้เวลาครับ [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) ได้หลายอาชีพเลยครูคณิตาครับเดี๋ยวเราลองสรุปสิว่านักเรียนตอบมาว่าอะไรบ้างนะ ก็อย่างเช่น อาชีพอะไล่ะ ครูใช้การพการพูดไหม (คุณครูคณิตา) ใช้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช้การพูดนะ เพราะว่าการที่เป็นครูได้นี่ก็จะต้องมีการพูด พูดนี่ต้องโน้มน้าวด้วย นี่ยกตัวอย่างปฏิบัติตาม นี่ยกตัวอย่างจากประสบการณ์จริง หลาย ๆ อาชีพก็ต้องใช้การพูดนี่เป็นอาวุธ เป็นแนวทางที่จะประกอบอาชีพมีหลายอย่างเลยนะครับ เดี๋ยวครูจะให้นักเรียนทำกิจกรรมนะ กิจกรรมนี้มีชื่อว่าอะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ผู้กล้า อาสา ค้าขายค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ในเมื่อนักเรียนเสนอกันมาว่าอาชีพพ่อคหรือแม้ค้าพ่อขายนี่ เป็นอาชีพที่เราต้องให้การพูดโน้มน้าว เดี๋ยวเราจะให้ผู้กล้าออกมาอาสาค้าขาย เดี๋ยวครูจะมีสินค้าให้หนูขาย ให้หนูพูดให้คนซื้อของหนูให้ได้ ขออาสาครับ ใครที่เป็นผู้กล้า เก่งมีความสามารถเชิญหน้าห้องเลยลูก ออกมาครับ เดี๋ยวครูให้ดูภาพ ออกมาแล้วใช่ไหม เดี๋ยวดูภาพนี้แล้วให้หนูนั้นโฆษณาพูดโน้มน้าวขายสินค้านี้ให้ได้ พร้อมหรือยัง ดูเลยครับ (คุณครูคณิตา) นั่นก็คืออะไรคะนี่ (คุณครูปรเมษฐ) คืออะไร คือ ปลา... (คุณครูคณิตา) ปลาทูนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่สมแล้ทู แปลว่า 2 มี 2 ตัวพอดีเลย ปลาทูลักษณะแบบนี้นี่ก็จะอยู่ที่จังหวัดสมุทรสงครามนะครับ หน้างอคอหักเป็นเอกลักษณ์ หรือจังหวัดอื่น ๆ ก็ทำตาม แต่ที่แรก คือ แม่หลนักเรียนนะ ที่อยู่จังหวัดสมุทรสงครามนี่จะรู้ดีเลยนะลูก พร้อมหรือยัง เตรียมตัวนะครับ ทำอย่างไรก็ได้ ให้ปลาทู 2 ตัวที่นอนอยู่ในเข่งนี่ขายได้ 1. ให้ครูคณิตานับดีกว่า ให้ลุ้น ๆ หน่อย (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คะ พร้อมที่จะพูดโน้พูดโน้มน้าวในการให้เพื่อน ๆ นี่ ซื้อปลาทูหรือยังเอ่ย ถ้าพร้อมแล้วสวมวิญญาณของพ่อค้าและแม่ค้าได้เลยค่ะ วิญญาณของพ่อค้าและแม่ค้าได้มาประทับร่างอยู่ ณ ที่แห่งนี้แล้ว ขอให้นักเรียนนะคะ พูดเชิญชวนได้ ณ บัดนี้เลยค่ะ [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คะ ปรบมือให้ตัวเองเลยค่ะ[เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) เก่งมากเลยนะคะ ที่พูดจาโน้วน้าวนะคะให้เพื่อน ๆ ซื้อปลาทูได้ เอาล่ะค่ะ เด็ก ๆ คะ เนื่องจากคุณครูนี่ได้ดูเด็ก ๆ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถึงเวลาแล้วล่ะค่ะ ครูจะมีตัวอย่างของคุณครูมาให้นักเรียนได้ชมนะคะ เกี่ยวกับการพูดโน้มน้าวในการซื้อปลาทูนั่นเองค่ะ พร้อมหรือยังคะ ถ้าพร้อมแล้ว ขอเชิญพบกับพ่อค้าขายปลาทูได้เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้ผมเป็นพ่อค้าเสียแล้วหรือครับครูคณิตา ในเมื่อเขาให้เราเป็น เขาให้เป็น เราก็ต้องเป็น เอาล่ะครับ ปลาทูสด ๆ ใหม่ ๆ มาจากทะเล ขึ้นเมื่อสักครู่นี่ นึ่งแล้วก็มาขายเลยนะครนัเข่ง เข่ง เข่ง ปลาทู ใคร ๆ ก็รู้ว่าปลาทูมันอยู่ในเข่ง ปลาทู 2 ตัว ในราคาเข็งละ 10 บาท ซื้อ 3 เข่ง แถม 2 เข่ง ในราคา ราคา 50 บาทนะครับ ใครสนใจขอเชิญมาซื่้อ ได้เลยกับปลาทูยี่ห้อ คณิตา vs ปรเมษฐ มาเลยครับ ได้ไหม แบบนี้ (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ซื้อไหม เขาซื้อไหม (คุณครูคณิตา) ก็แล้วแต่ท่านผู้ชมและนักเรียนแล้วกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) จะซื้อไหม ถ้าโฆษณาแบบนี้ (คุณครูคณิตา) ซื้อดีไหมนะ (คุณครูปรเมษฐ) กับพ่อค้าอีกคนหนึ่ง ปลาทูวันนี้ก็มีมาบริการนะครับ 2 ตัว 10 บาท ใครวนใจเชิญเลือกซื้อหาได้นะ ซื้อเสร็จแล้วเราก็ไปปฏิบัติธรรมกันเลย แบบนี้กับแบบเมื่อสักครู่นี้ (คุณครูคณิตา) ก็น่าซื้อทั้ง 2 แบบนะ ไปซื้อปลาทูปฏิบัติธรรม ก็ถือเป็นการช่วยเรื่องการทำบุญนะคะ แต่อีกพ่อค้าคนแรกนะคะ ก็เป็นความบันเทิง ให้ความสนุกสนาน เพราะฉะนั้นนี่ การค้าขายของแต่ลพะคก็มีสไตล์หรือวิธีการที่แตกต่างกันนั่นเอง คุณครูไม่สามารถตัดสินได้ ว่าของใครน่าซื้อ ของใครไม่น่าซื้อ (คุณครูปรเมษฐ) ก็อยู่ที่วิธพูดใช่ไหมครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) น่าจะให้ครูคณิตาลองลองไหมลองขายให้เด็ก ๆ ดูไหม (คุณครูคณิตา) ไม่เป็นไรค่ะนักเรียน (คุณครูปรเมษฐ) ไปกันต่อเลยลูก การพูดโน้วน้าวนะครับ มันคืออะไรครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) การพูดโน้มน้าวเป็นการพูดหรือเชิญชวนให้ผู้ฟังเกิดความรู้สึกคล้อยตหรือเกิดกำลังใจให้เกิดการทำสิ่งซึ่งการพูดโน้มน้าวใจนี้ผู้พูดต้องอาศัยการฝึกฝนจนเกินความชำนาน (คุณครูปรเมษฐ) นี่ก็เป็นความหมายพูดเพื่อให้เขาทำตามเรานั่นเอง สั้น ๆ ก็คือพูดเพื่อให้เขานี่ปฏิบัติตามและทำตามที่เราคิด นั่นล่ะครับ จุดประสงค์ของการเรียนรู้ในวันนี้ เดี๋ยวครูคณิตาฟังนะครับ ทำอะไรบ้างวันนี้ (คุณครูคณิตา) จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายหลักการพูดโน้มน้วมใจได้ 2. พูดโน้มน้าวใจได้ 3. บอกประโยชน์ของการพูดโน้มน้าวใจในชีวิตประจำวันได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) และนี่ก็คือสิ่งที่นักเรียนนั้นจะได้ปฏิบัติในชั่วโมงนี้ ก็คือการพูดโน้มน้าวใจนั่นเองครับ นี่เป็นบทโฆษณา พลังงานหารสอง เดี๋ยวเราจะอ่านกันพร้อม ๆ กับนักเรียนดีไหมครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) แหม อยากจะช่วยครูปรเมอ่านเหลือเกินนะคะ แต่ประเด็นก็คือ เลยนะสิคะ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่เคยได้ยินเลยหรือครับ (คุณครูคณิตา) ไม่เคยได้ยินเลยค่ะคุณครูปรเมษฐ เดี๋ยวอ่านให้ครูคณิตาฟังสิ บทโฆษณานี้มันพูดถึงเรื่องอะไร เดี๋ยวอ่านไปพร้อม ๆ กับครู 1 2 3 ป. ปลานั้นหายาก ต้องลำบากออกเรือไป ขนส่งจากแดนไกล ใช้น้ำแข็งเปลืองน้ำมัน แช่เย็นก็เสียไป หุงต้มใช้ แก๊ซ พลังงานต้องหมดกัน โอ้ลูกหลานจำจงดี เขาพูดถึงเรื่องอะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ก็ต้องพูดเกี่ยวกับเรื่องพลังงานอยู่แล้วค่ะ เป็นโฆษณาอะไรคะนี่ (คุณครูปรเมษฐ) มันเป็นโฆษณาที่ครูยังเด็ก ๆ อยู่เลย ครูจำได้เป็นอาแปะกับอาม่านี่ เขาคุยกันเรื่องการกินข้าว แล้วอาเป๊ะนี่กินไม่หมด อาม่าก็ให้ท่องบทนี้ที่ท่องตอนเด็ก ๆ ท่องเป็นภาษาแบบจีน ๆ นั้นหายากประมาณนี้ครับ ก็เห็นโฆษณานี้ก็นึกถึงเรื่องโน้มน้าว ว่าในโฆษณามันบอกว่าให้เราทำอะไรบ้างนั่นเองครับ ทำอะไรบ้างนั่นเองครับ มีคำถามครับนักเรียน นักเรียนเคยได้ยินบทโฆนี้หรือไม่ ได้เคยได้ยินจากที่ใด ครูก็บอกไปหมดแล้วนะครับ แต่ครูคณิตาไม่เคยได้ยิน น่าเสียดายจัง(คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ ครูไม่เคยได้ยินบทนี้นะคะ จริง ๆ เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ตั้งแต่ครูเด็ก ๆ แสดงว่านักเรียนก็ไม่เคยได้ยิไปดูกันต่อนะครับ โฆษณาเมื่อสักครู่โน้มน้าวให้นักเรียนทำอะไร อันนี้ต้องตอบครู ให้หนูทำอะไรบ้างในโฆษณานั้นนะครับ ตอบแล้วครูคณิตาครับ ให้ทำอะไรบ้างครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ให้ทำ ก็คือให้ช่วยกันประหยัดพลังงานนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถึงได้ชื่อโฆษณาหารสองนั่นเอง เราต้องช่วยกันประหยัดคนในสมัยก่อนนี่ก็คิดถึงเรื่องที่เราจะต้องประหยัดพลังงานมาตั้งนานแล้วใช่ไหมครับ เราจะต้องยิ่งประหยัดพลังงานให้เท่าทวีคุเราน้อยถอยลงมากแล้วใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นะครับ นักเรียนจะปฏิบัติตามโฆษณานี้หรือไม่ เพราะเหตุใด เด็ก ๆ ตอบ ปฏิบัติตามนะ ส่วนใหญ่จะปฏิบัติตาม ครูคณิตาครับ จะปฏิบัติตามหรือไม่ครับ (คุณครูคณิตา) ปฏิบัติตามสิคะ เพราะว่าเป็นหน้าที่ของทุกคนอยู่แล้วนะคะ ที่ต้องช่วยกันประหยัดพลังงานค่ะ อย่าไปคิดว่าฉันเป็นเด็กยังไม่ต้องทำ อย่าไปคิดว่าฉันเป็นครูยังไม่ต้องทำ ฉันแก่แล้วยังไม่ต้องทำ ทุกคนต้องช่วยกัน ถึงได้โน้มน้าวให้เราประหยัดพลังงานไงครับเด็ก ๆ ครับ เดี๋ยวเราไปศึกษาใบความรู้กันก่อนนะครับ เรื่องการโน้มน้าวนะ ใบความรู้นี่ชื่ออะไรนะครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใบความรู้นี้ชื่อหลักการพูดโน้มน้าวใจค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เดี๋ยวครูเด็ก ๆ นั้นไปศึกษา ลองอ่านแล้วก็สรุปด้วยตัวเองก่อน แล้วเดี๋ยวเรามาพบกันอีกครั้งหนึ่ง อ่านได้เลยครับ [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) หมดแล้วค่ะนักเรียน เดี๋ยวเรามาสรุปใบความรู้กันดีกว่าค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับ เด็ก ๆ ครับ การพูดโน้มน้าวใจตามที่หนู ๆ ศึกษาในใบความรู้นะครับ หมายถึงอะไร เดี๋ยวเรามาสรุปกันดีกว่า เป็นการพูดให้ผู้อื่นเป็นอย่างไรลูก เชืื่่อถือ มีความเห็นคล้อยตาม เช่น การเชิญชวนให้ทำกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่ง หรือเป็นการพูดโฆษณาสิ่งของหรือกิจกรรมที่ดี ๆ เป็นต้นนะ อย่างเช่น เมื่อสักครู่นี่ที่ครูและครูคณิตาได้พูดโฆษณาเชิญชวนก็เป็นการพูดโน้มน้าวอย่างหนึ่ง ไปดูกันต่อเลยครับ หลักการพูดโน้มน้าวใจมีอะไรบ้างครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ หลักการพูดโน้มน้าวมีทั้งหมด 3 หลักด้วยกันนะคะ ก็คือ 1. กำหนดจุดมุ่งหมายในการพูดให้ชัดเจน (คุณครูปรเมษฐ) กำหนดจุดมุ่งหมายในการพูดนี่ คือ เราต้องรู้ก่อนใช่ไหม เราจะพูดเรื่องอะไร เราจะพูดโน้มน้วใจเรื่องอะไร ก็ต้องกำหนด อย่างเช่น จะพูดเรื่องขายของ ก็ต้องกำหนดเนื้อหาข้างในนั้นเป็นอย่างไร จุดมุ่งหมายต้องขายของสำเร็จ จะพูดเพื่อให้เพื่อนมาช่วยเราทำงาน ก็ต้องตั้งจุดมุ่งหมาย ข้อที่ 2 ให้ทำอะไรครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ข้อที่ 2 นะคะ จัดเนื้อหาที่จะพูดค่ะ โดยแบ่งเป็น บทนำ เนื้อหา และบทสรุปค่ะ บทนำ เกริ่นนำ ส่วนเนื้อหาก็คืออาจจะเป็นสิ่งของหรือผลิตภัณฑ์ในสิ่งที่เราต้อที่จะนำเสนอหรือขายได้นั่นเองค่ะ เราก็จะต้องทิ้งท้ายให้น่าสนใจ เพื่อที่จะให้ผู้ฟังนั้นเกิดความคล้อยตามหรือน่าติดตามนั่นเองค่ะ นี่ล่ะครับ ต่อไปครับ นี่สำคัญมากเลย จะพูดโน้มน้าวสำเร็จหรือไม่ก็ต้องพูดด้วยความตั้งใจ ใช้น้ำเสียงให้หนักแน่นจริงจังและจริงใจนี่ สำคัญมาก การที่เราจะพูดให้คนเชื่อถือเรื่องน้ำเสียงนี่เป็นสิ่งสำคัญ ถ้าเราพูดกระแทก มันก็ทำให้ผู้ฟังไม่อยากจะสนใจ ต้องให้นำเสียงที่อ่อนหวานน่าสนใจ ดึงดูดใจได้ คนคนนั้นก็จะพูดโน้มน้าวใจได้สำเร็จ จริงไหมครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ไปดูข้อปฏิบัตินะ ที่นักเรียนจะพูดโน้มน้าว จะพูดปฏิบัติอย่างไรบ้างครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ข้อ 1 ค่ะ ใช้ภาษาเชิงเสนอแนะ ขอร้อง ไม่บังคับค่ะ เป็นอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) ก็คือเป็นการใช้ภาษานะคะ ถูกต้องตามกาลเทศะ และที่สำคัญนะคะ ไม่ควรใช้ภาษาที่แสดงออกถึงการสั่งนั่นเอง อาจจะเป็นการใช้ประโยคบอกเล่า ประโยคขอร้อง ประโยคเชิญชวน ต่าง ๆ แต่ประโยคที่ไม่ควรใช้คือประโยคคำสั่งค่ะ เพราะจะทำให้ผู้ฟังนี้รถึงการบังคับ อาจจะทำให้เกิดความรู้สึกว่าเราไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์นั้นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ไม่ควรที่จะไม่น่าจะทำตาม พูดง่าย ๆ ใช่ไหมครับ ต่อไปครับ ต้องแสดงเหตุผลประกอบให้น่าเชื่อถือ สิ่งนี้ ทุกอย่างมีเกิด มีดับ มีเหตุมีผล การที่มีเหตุ มันก็ต้องย่อมแสดงให้เห็นผลใช่ไหมครับ เราจะทำอะไรให้ใครเชื่อถือนี่จะต้องนำเหตุผลมาอธิบายกำกับนะครับ ต่อไปครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เสนอทางเลให้เห็นทั้งด้านดีและด้านเสียค่ะ อย่างที่บอกนะคะ การที่เราต้องการที่จะพูดโน้มน้าวหรือเชิญชวนใครคนใดคนหนึ่งนี่มันไม่มีทางที่จะมีด้านไปเสียทั้งหมด มันก็จะมีทั้งด้านดีและด้านเสียนะคะ เพราะฉะนั้น ถ้าเรานำเสนอด้านเสียให้เขาก็จะเห็นถึงความบกพร่อง ถ้านักเรียนปกปิดเกี่ยวกับเรื่องข้อบกพร่อง เกิดอะไรขึ้น ก็อาจจะทำให้เสียความรู้สึก และไม่สนใจเกี่ยวกับสิ่งนั้น ๆ ไปเลยก็ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นะครับ และก็ต้องสร้างบรรยากาศให้สนุกสนาน อันนี้เป็นสิ่งสำคัญ อันนี้ใช้ทุกการพูดเลย บรรยากาศให้สนุกสนานนี่ ถ้า ณ บริเวณที่นักเรียนพูดโน้มน้าวใจให้มันสนุกสนานได้ นักเรียนคิดว่าคนเขาจะสนใจไหมลูก แน่นอนครับ คนก็สนใจ เพราะว่าความสนุกนี่มันเป็นสิ่งที่ทุกคน ความสุขมันมาคู่กับความสนุกนะครับ จึงเกิดความสนุกสนาน เราจะต้องสร้างบรรยากาศให้สนุกสนานนั่นเองครับ ข้อต่อไปครับ (คุณครูคณิตา) ข้อต่อมานะคะ ก็คือพูดให้ผู้ฟังเกิดความรู้สึกอยากปฏิบัติตามค่ะ ก็คือจะต้องใช้ทักษะการพูด ในการพูดโน้มน้าว เชิญชวนให้ผู้ฟังนี่ต้องการที่จะปฏิบัติตามหรือกระทำในสิ่งที่เราต้องการค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็พูดง่าย ๆ ว่าทุกข้อเลยนี่ ต้องข้อนี่ใช่ไหมครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าพูดโน้มน้าวสำเร็จต้องจบที่ข้อนีเขาปฏิบัติตามหนูเมื่อไรน่ะ แสดงว่าหนูพูโโน้มน้าวใจได้สำเร็จนะครับ เดี๋ยวครูจะให้นักเรียนฟังครูพูดโน้มน้าว เดี๋ยวเราให้นักเรียนไปฟังครูพูดโน้มน้าวใจ ครูยังไม่บอกว่าครูอะไร ให้นักเรียนไปตามเอาเอง พูดถึงเรื่องอะไร ให้จับประเด็นสำคัญมาให้ได้ อาจจะเกี่ยวข้องกับการทำงานในวันนี้ก็ได้นะครับ ถ้าพร้อมแล้ว เดี๋ยวเราไปฟังครูพูดโน้มน้าวกันใคร ดูวีดิทัศน์ลูก (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ ทุกคน เพื่อน ๆ ทราบหรือไม่คะว่า ทุกวันนี้โลกของเรากำลังเจอกับภาวะโลกร้อน ซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาของโลกเราสูงขึ้น เกิดฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งสาเหตุหลัก ๆ นั้นไม่ได้เกิดจากฝีมือของธรรมชาติ แต่เกิดจากฝีมือของมนุษย์นั่นก็คือการใช้น้ำมัน การตัดไม้ทำลายป่า รวมไปถึงการใช้ถุงพลาสติกหรือกล่องโฟมที่ใช้ระยะเวลาในการย่อยสลาย 450 ปี ถึงเวลาแล้วค่ะที่เราทุกคนจะต้องมาช่วยกันลดโลกร้อน เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีต่อโลกของเรา โดยใช้การถุงผ้าลดการใช้ถุงพลาสติก เพียงเท่านี้เราก็สามารถช่วยโลกได้แล้วค่ะ อย่าลืมนะคะ ใช้ถึงผ้า ลดถึงพลาสติก ช่วยโลกของเราค่ะ [เสียงปรบมือ] (คุณครูปรเมษฐ) เยี่ยมจริง ๆ ครับ นักเรียนรู้หรือยังว่าใครพูดโน้มน่้ให้นักเรียนฟัง เก่งมากเลย คุณครูคณิตานั่นเครูคณิตาพูดโน้มน้าวให้นักเรียนทำอะไรลูก รณรงค์อะไรนะครูคณิตา (คุณครูคณิตา) รณรงค์ลดการใช้ถการใช้ถุงพลาสติกแทนการใช้ถุงผ้าค่ะ แล้วนักเรียนจะปฏิบัติตามหรือไม่ การพูดโน้มน้าวใจของครูคณิตาก็ประสบความสำเร็จครับ ไปคำถามกระตุ้นความคิดกันดีกว่านะครับ นักเรียนครับ บุคลิกภาพที่ดีในการพูดโน้มน้าวใจนี่คืออะไรลูก ไหนลองตอบคำถามมาสิ จากการที่หนูนั้นได้สังเกตจากวีดิทหรือหลักการ ต้องมีบุคลิอย่างไร พูดอย่างไร มันถึงจะเป็นบุคลิกภาพที่ดีครับ เด็ก ๆ ตอบมาแล้วครูคณิตาครับ บุคลิกภาพที่ดี มันต้องมีอะไร ต้องทำอย่างไรบ้างครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ สิ่งที่เราจะต้องมีนะคะ ก็คือ 1. ค่ะ พูดจาฉะฉานค่ะ แล้วข้อ 2 นะคะ ก็คือจะต้องมีหน้าตาที่ยิ้ม แจ่มใสค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ล่ะ 2 อย่างนี้ไปคู่กัน ไปคู่กัน พูดฉะฉาน ยิ้มเข้าไว้ลูก การยิ้มนี่เป็นสิ่งที่ดีนะ เจอหน้ากันก็ขอให้ยิ้วไว้ก่อน การที่เรายิ้มให้กันซึ่งกันและกันทุกวันนี่มันส่งผลกระทบที่ดีนะครับ เพราะฉะนั้นนี่ นักเรียนครับ การยิ้ม การปฏิบัติตัวกับเพื่อนนี่นะ การอยู่ร่วมกันในสังคมเป็นสิ่งที่ดี เพราะฉะนั้น จะต้องปฏิบัติดี ๆ ซึ่งกันเและกัน แล้วมันเกี่ยวกับการพูดโน้มน้าว ก็คือการที่เรายิ้มแย้มแจ่มใสนี่เป็นสิ(คุณครูปรเมษฐ) พูดชัดเจนฉะฉาน น่าฟัง ต่อไป ผู้พูดที่ทำให้ผู้ฟังประทับใจจะต้องมีลักษณะอย่างไร ต้องเป็นอย่างไรบ้าง ว่ากันมาครับ เป็นอย่างไรบ้างนะ ต้องมีลักษณะอย่างไรบ้าง (คุณครูคณิตา) ค่ะ ต้องมีลักษณะพูดได้สนุกสนาน น่าสนใจ สอดแทรก(คุณครูปรเมษฐ) แค่สนุกสนานยังไม่พอนะครับ สิ่งสำคัญต้องสอดแทรกข้อคิด อย่างที่ครูคณิคาอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมใช่ไหม ใช้ถุงผ้าต่าง ๆ นี่ ก็ต้องสอดแทรกข้อคิด เรารณรงค์ไปเราได้อะไร ทำไปเพื่ออะไรนั่นเองครับ นักเรียนจะมีหลักในการพูดโน้มน้าวใจอย่างไร อันนี้นักเรียนต้องตอบได้แล้ว ตอบครับ ไปดูกันสิว่านักเรียนตอบมาว่าอย่างไรบ้าง หลักการพูดโน้มน้าวใจ (คุณครูคณิตา) ค่ะ หลักการพูดโน้มน้าวใจนะคะ 1. พูดด้วยความจริงใจค่ะ 2. ใช้ภาษากระตุ้นความสนใจค่ะ 3. ใช้ท่าทาง น้ำเสียงที่น่าเชื่อถือค่ะ น้ำเสียงที่น่าเชื่อถือค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) 3 ข้อนี้สำคัญทั้งสิ้นนะครับ เกี่ยวกับการพูดโน้มน้วมใจ ก็พูดได้ประสบความสำเร็จใช่ไหมครับครูแพทรครูก็มีใบงานมาให้นักเรียนทำครับนักเรียน ใบงานนี้มีชื่อว่า (คุณครูคณิตา) เรื่อง การพูดโน้มน้าว ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูมีให้แค่ 3 ข้อ ครูตั้งสถานการณ์มา 3 ข้อนะครับ ให้นักเรียนลองร่างบทสิว่านักเรียนจะพูดโน้มน้าวให้สถานการณ์ที่ครูให้มาเป็นจริงนี่จะพูดอย่างไร ร่างบทออกมาครับ ให้เวลาในการทำงานพร้อมแล้วลงมือทำเลยลูก [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) หมดเวลาค่ะนักเรียน มาถึงช่วงเสริมแนวทางสร้างความคิด เป็นอย่างไรไปดูกันเลยค่ะ ถ้านักเรียนเป็นครูต้องการให้นักเรียนในห้องช่วยดูแลเพื่อนขาเจ็บ ควรพูดพูดว่าอย่างไร ต้องสวมบทบามความเป็ฯครูก่อนใช่ไหม ครูก็จะพูดโน้มน้าวเพื่อน ๆ ในห้อง ลูกศิษย์ที่รักทุกคน ในฐานะที่ลูกเป็นเพื่อนกัน ตอนนี้เพื่อนของเรากำลังมีความทุกข์ จากอาการของร่างกาย เราทุกคนนี่ต้องช่วยกันดูแลเพื่อนนะ แล้วเราจะเกิดควาทรงจำที่ดี ที่ครั้งหนึ่งนี่ เราเคยได้ดูแลซึ่งกันและกัน การที่เราทำแบบนี้เราจะจดจำเพื่อนคนนี้ไป แล้วเราจะช่วยเหลือซึ่งกันและกันถ้าสมมติเป็นครู นักเรียนประมาณไหนครับ ข้อ 2 ไปดูกันดีกว่า ดูสิว่าข้อ 2 ของนักเรียนกับครูคล้าย ๆ กันไหม เดี๋ยวให้ครูคณิตาบ้าง นักเรยียนต้องการรณรงค์ให้เพื่อนเห็นความสำคัญ ของการออกกำลังกาย นักเรียนจะพูดว่าอย่างไรครับ ของนักเรียนว่าอย่างไร ของคุณครูคณิตาว่าอย่างไรค(คุณครูคณิตา) สุขภาพเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ใช่เพียงรับประทานอาหารดีที่ หรือทำจิตใจให้ผ่องใสเท่านั้น ยังต้องมีการเสิรมสร้างกล้ามเนื้อและความแข็งแรงของร่างกาย การออกกำลังกาย จึงเป็นสิ่งที่เราควรกระทำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อร่างกายที่สมบูรณ์พร้อม มาออกกำลังกันนะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ครับ จุดประสงค์ของการพูดโน้มน้านี่จะต้องให้ปฏิบัติตามใช่ไหมถึงจะประสบความสำเร็จ ถ้าเทียบกับบทสรุปนี่เพื่ออะไร เพื่อให้ร่างกายที่สมบูรณ์พร้อมนี่ มาออกกำลังกายกันนะ ก็คือการช่วยเชิญไง สุดท้ายแล้วนี่ต้องการให้มาออกกำลังกาย ที่พูดมานี่บทนำเนื้อเรื่อง สุดท้ายนี่สำคัญกว่าเพื่อน ต้องการให้ทำอะไรล่ะ ก็จะอยู่ตรงนี้นะ อย่างเช่นอันนี้นี่ ต้องการให้ทำอะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ก็เชิญชวนให้ออกกำลังกาย(คุณครูปรเมษฐ) ประสบความสำเร็จ คือ คนต้องไปออำกำลัอันนี้ถึงจะประสบความสำเร็จ มีอีกข้อหนึ่งใช่ไหม ครูคณิตา อีกข้อกันเลยดีกว่านะคะ นักเรียนและเพื่อนมาทำรายงานที่บ้านและอยากชวนรับประทานอาหารเย็น ควรพูดว่าอย่างไร (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนพูดว่าอย่างไร อันนี้ให้ใครเป็นผู้พูดดีครูคณิตา (คุณครูปรเมษฐ) เดี๋ยวดูสิว่าครูจะมีวิธีการพูดอย่างไร อย่างไรลูก วันนี้เราทำรายงานกันมาทั้งวันแล้ว เพื่อน ๆ อย่างเพิ่งรีบกลับนะ คุณแม่ของเรานี่ได้เตรียมอาหารมื้อพิเศษให้ทุกคนได้รับประทานในเย็นวันนี้ ซึ่งเป็นของโปรดของเราทุกคนเลย ถือเป็นการฉลองความสำเร็จของเรา เพื่อน ๆ ไม่ต้องเกรงใจนะ เพราะคุณแม่ท่านนี่ตั้งใจทำให้พวกเรา คิดว่าเพื่อน ๆ จะอยู่กินไหมละ (คุณครูคณิตา) อยู่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะว่านี่เห็นไหม การลงท้ายนี่สำคัญมาก เพื่อน ๆ ไม่ต้องเกรงใจนะ ให้อยู่รับประทานการ เพราะคุณแม่นี่ผู้บังเกิดเกล้าเป็นผู้ทำให้นี่ การพูดโน้มน้าวก็จะประสบความสำเร็จ ประมาณนี้หรือเปล่าครับ สามารถนำไปเป็นแนวทางสร้างความคิดของตนเองได้นะครับ เอาล่ะครับ เด็ก ๆ ครับ เรื่องใบง้านนั้นก็ หนูกับคุณครูปลายทางก็จัดการกันนะครับ ส่วนวันนี้เดี๋ยวเรามาสรุปบทเรียนกันก่อนดีไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สรุปบทเรียนพากเพียรองค์ความรู้ครับ บุคลิกภาพและความมั่นใจนี่มันมีผลต่อการพูดโน้มน้าวอย่างไร เด็ก ๆ ครับ ช่วยกันแสดงความคิดเห็น [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับ คุณครูคณิตาคิดว่าบุคลิกนี่มันมีผลต่อการพูดโน้มน้าวอย่างไร(คุณครูคณิตา) ค่ะ มีผลก็คือทำให้การพูดมีความน่าเชื่อถือเพิ่มเกิดความน่าเชื่อถือมากขึ้นนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะมีบุคลิกภาพนี่มันเป็นสิ่งที่เห็นภายนอกใช่ไหม ถ้าบุคลิกดีนี่ความน่าเชื่อถือก็เพิ่มแล้ว 50 เปอร์เซ็นต์ใช่ไหมครูคณิตา แล้วพูดดีอีก นั่นก็กลายเป็น 90 เต็มร้อย คนก็เชื่อถือใช่ไหม ต้องรักษาบุคลิกภาพให้ดีด้วย การพูดโน้มน้าวใจมันมีประโยชน์อย่างไรครับ แสดงความคิดเห็นครับ [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) เดี๋ยวเราไปดูกันสิว่าประโยชน์ของการพูดโน้มน้าวใจเป็นอย่างไร (คุณครูคณิตา) ประโยชน์ของการพูดโน้มน้าวใจทำให้ผู้อื่นเข้าใจเจตนาและความต้องการของผู้พูดนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นะครับ อันนี้ก็คือประโยชน์ การพูดโน้มน้าวเพื่อให้เขาเข้าใจในเจตนาหรือสิ่งที่ต้องการจะให้เกิดจะให้เป็นนั่นเองครับ บทเรียนครั้งต่อไป ครูคณิตาครับ เราจะไปศึกษาเรื่องของ... (คุณครูคณิตา) เราจะศึกษาเกี่ยวกับเรื่องการพูดโน้มน้าวค่ะ โดยเราก็จะเรียนกันอีก 1 บทเรียนใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ วันนี้เป็นแค่เพียงร่างไว้ใช่ไหมครับ ยังไม่ได้พูดเพราะฉะนั้นนี่ คาบถัดไปนี่นักเรียนรู้ตัวแล้วใช่ไหมว่าจะต้องทำอย่างไร สิ่งที่ต้องเตรียม มีดังนี้ครับ (คุณครูคณิตา) ใบงาน เรื่อง ร่างการพูดโน้มน้าวใจ (คุณครูปรเมษฐ) พรุ่งนี้นี่ คาบถัดไปเราจะได้ร่างบท ว่าเราจะพูดอย่างไร แล้วเราจะได้พูดกันจริง ๆ เลยใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนสามารถได้ตามที่อยู่ด้านล่างนี้เลยนะ อย่างที่ครูบอกนะ ให้เด็ก ๆ นั้นกลับไปทบทวนนะครับ เรียนในห้องนี่มันก็ได้ครึ่งหนึ่ง จะไปได้อีกครึ่งหนึ่งให้ได้เต็มร้อย่าทิ้งนะครับ แล้วความรู้นั้นมันจะฝังตน ติดตัวหนูไปตลอดชั่วกาวันนี้ครูและครูคณิตาลาไปก่อนนะครับ สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสด[เสียงดนตรี]