--- title: ฝึกแบ่งพิมพ์ (DLTV ภาษาไทย ป. 6 หน่วยที่ 6) ๒ การพูดโน้มน้าว (๒) ๑ ก.ย. ๖๔ (มีใบงาน) subtitle: date: วันจันทร์ที่ 28 มีนาคม 2565 เวลา 10.20 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (คุณครูปรเมษฐ) สวัสเอย คุณครูทุกท่าน และนักเรียนที่น่ารักทุกคนนะครับ วันนี้ก็พบกันเช่นเดิมนะครับ ในรายวิชาภาษาไทยนะครับ เป็นภาษาที่สวย ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 นะครับ ก็พบกับครูปรเมษฐและครูคณิตาเช่นเดิมนะครับ อย่างที่ได้ศึกษาไปเมื่อชั่วโมงที่แล้ว การพูดโน้มน้าวนักเรียนก็ได้ไปร่างบทใช่ไหม ครูคณิตา เรื่องการพูดโน้มน้าว มีการบ้านอยู่ 3 ข้อใช่ไหม ให้ทำงาน 3 ข้อ ครูเชื่อว่านักเรียนกลับไปลองฝึกพูด ก็กลับไปลองฝึกพูดตามสถานการณ์ที่ครูนั้นได้กำหนดมา เพราะว่าในชั่วโมงนี้นักเรียนรู้ตัวอยู่แล้วว่าจะต้องพูดโน้มน้าวไม่เรื่องใดก็เรื่องหนึ่ง เพราะฉะนั้น วันนี้เราก็จะไปศึกษากันในเรื่องของการพูดโน้มน้าวครับ ถ้าพร้อมแล้วลุกขึ้นยืนแล้วเดิตามครูไปเลยครับ อย่างที่ครูได้บอกนะครับ เรื่องการพูดโน้มน้าวนี่ก็เป็นเรื่องที่สำคัญใช่ไหมครูคณิตา เพราะว่านักเรียนทุกคนนี่ก็จะต้องได้ฝึกใช้ฝึกเขียนฝึกพูดนะครับ วันนี้ครูมีคำขวัญนะ มาให้นักเรียนได้ลองพิจารณา เดี๋ยวไปดูพร้อม ๆ กันเลยนะครับ เด็ก ๆ อ่านพร้อม ๆ กันเลย ประหยัดไฟวันละนิด พิชิตโลกร้อน อันนี้เป็นคำขวัญ ครูคณิตาครับ เด็ก ๆ ครับ คำขวัญนี้นี่มีการโน้มน้าวใจอย่างไร ไหนลองพิจารณาสิ มีการโน้มนาวใช่ไหมครูคณิตาคิดว่า (คุณครูคณิตา) มีค่ะ เด็ก ๆ คะ โน้มน้าวใจอย่างไรคะ ตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ คุณครูปลายทางสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ได้สนทนากับคุณครูปลายทางแล้วนะครับ เดี๋ยวครูมีคำถามนะครับ นักเรียนเคยได้ยินคำขวัญประเภทนี้หรือไม่อย่างไร คำขวัญประเภทนี้ก็คือปร (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนเคยได้ยินไหมลูก เคย เพราะว่าเรานี่จะพบเห็นอยู่แล้วในชีวิตประจำวัน การประหยัดพลังงานนี่ก็มีการรณงค์อยู่แล้วใช่ไหมครับครูคณิตาครับ การที่เราดำรงชีวิตทุกวันนี้มันก็เกี่ยวกับการใช้พลังงานใช่ไหมลูก เรียนรู้กันหน่อย พลังงานที่อยู่รอบตัวเรามีพลังงานอะไรบ้างล่ะ (คุณครูคณิตา) ก็มีหลากหลายนะคะ จากที่ค้นนะคะ ก็มีทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม หรือว่าการใช้พลังงานน้ำนะคะ ก็มีหลากหลายค่ะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ที่คุณครูคณิตาเสนอมานะครับ หมดไปไหมลูก หมดไหม ดวงอาทิตย์ยังส่องแสงตราบนาวเท่านาน ลมยังคงพักผ่าน น้ำยังคงไหลเชี่ยวอยู่ตลอด แต่พลังงานที่มันยังหมดก็อย่างเช่นพลังงานเใช่ไหม พลังงานเชื้อเพลิงนี่เป็นสิ่งสำคัญ เขาจึงได้รณรงค์ไงครับ ทุกก้าวย่านักเรียนใช้พลังงานเชื้อเพลิงเกือบทั้งสิ้นทุกวันนี้นะ (คุณครูคณิตา) อย่างเช่นอะไรบ้างนะ (คุณครูปรเมษฐ) พลังงานไฟฟ้าใช้ไหม (คุณครูคณิตา) ใช้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) การที่ใช้พังลงานเชื้อเพลิงใช่ไหมครูคณิตา เพื่อต้มน้ำให้น้ำไปดันกังให้ อันนั้นค่อยไปเรียนในวิชาวิทยาศาสตร์ ก็ใช้พลังงานทั้งนัการที่เราดำรงชีวิตทุกวันนี้มันเกี่ยวข้องกับการใช้พลังงานใช่ไหม เราจึงต้องรณรงค์ใช้พลังงานให้ถูกวิธี คำขวัญประเภทนี้ก็จึงเกิดเป็นจำนวนมากเลยนักเรียนก็จึงเห็นคำขวัญประเภทนี้ไงครับ ไปดูคำถามต่อไปสิ คุณครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) นักเรียนจะปฏิบัติตามคำขวัญนี้หรือไม่ เพราะเหตุใด อันนี้นักเรียนก็ต้องตอบคำถามครูนะครับ หรือไม่ล่ะ คำขวัญที่บอกให้ประหยัดพลังงานนี่ เป็นอย่างไรครับ ถูกต้องครับ ใช่ไหม เพื่ออะไร เพื่อให้พลังงานของเราเป็นอย่างไรครับ มีใช้ต่อไปสืบลูกชั่วหลานใช่ไหมครูคณิตาครับ ทุกวันนี้ (คุณครูคณิตา) ทุกวันนี้ก็ประหยัดค่ะ หากเห็นก็อกน้ำเปิดอยู่นี่คุณครูก็จะรีบเข้าไปปิดทันทีนะคะ หรือว่าใครเปิดพัดลมเปิดไฟทิ้งไว้ครูก็จะเข้าไปปิดนะคะ เมื่อไม่มีคนอยู่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คุณครูคณิตานี่มีจิตสาธารณะนะนักเรียน นักเรียนก็เช่นเดียวกัน นักเรียนก็ควรที่จะทำวิธีการของครูคณิตาไปใช้ได้ในชีวิตนะครับ การที่เรามีจิตอาสาต่อสังคมนี่มันก็ส่งผลดีต่อจิตใจเรานะครับ เจอไฟเจอฟืนเปิดอยู่ก็ปถ้ามันไม่ได้ใช้ ก็เป็นการช่วยโลกประหยัดพลังงาน และโลกสีเขียวของเรานี่ก็จะอยู่สืบลูกชั่วหลานต่อไปใช่ไหมครับครูแพรครับ นักเรียนจะนำความรู้เรื่องการพูดโน้มน้าวนี่นะครับ ไปพูดให้ผู้ฟังประหยัดพลังงานได้อย่างไร ให้ผู้ฟังนี่เขาประหยัดพลังงานได้อย่างไร (คุณครูคณิตา) ให้เด็ก ๆ ตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูให้เวลาครับ ตอบได้เลยครับ เด็ก ๆ ตอบแล้วคุณครูคณิตา ทีนี้จะถามครูคณิตาบ้าง ครูคณิตานี่จะนำความรู้เรื่องการพูดโน้มน้าวไปใช้ในการพูดประหยัดพลังงานอย่างไร (คุณครูคณิตา) ค่ะ ก็เราสามารถที่จะพูดโน้มน้าวได้นะคะ นั่นก็คือการเชิญชวนค่ะ การเชิฐชวน้กี่ยวกับเรื่องการประหยัดอาจจะเป็นการใช้ถุงผ้า หรือการปิดไฟ ปิดน้ำ เมื่อเราไม่ได้ใช้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ก็เป็นวิธีการใช่ไนักเรียนก็คิดประมาณนี้นะครับ ว่าเราจะนำไปพูดได้อย่างไรให้กับสาธารณชนได้ดูและปฏิบัติตาม เพราะหนู ๆ ศึกษาหลักการไปแล้ว เพราะฉะนั้น จุดประสงค์ของการเรียนรู้ในวันนี้ มีอะไรบ้างครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) จุดประสงค์นะคะ หลักการพูดโน้มน้ามใจได้ 2. พูดโน้มน้าวใจได้ 3. บอกประโยชน์ของการพูดโน้มน้าวใจในชีวิตประจำวันได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ข้อ 2 นี่เป็นหลักเลยนะครับ วันนี้นักเรียนจะต้องพูดโน้มน้าวใจให้ได้นะครับ และการพูดของนักเรียนวันนี้ก็จะประสบผลสำเร็จถึงขั้นสูงสุดนั่นเองครับ มาทบทวนความรู้ คู่พูดโน้มน้าวหน่อย ก่อนที่เราจะไปพูดเราก็จะต้องทบทวนครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ในเรื่องของหลักการที่ศึกษาไปในชั่วโมงที่เรานี่เอามาทบทวนอีกครั้งหนึ่ง ในหลักการและก็พูดได้จริง การพูดโน้มนาวคืออะไรครับ พูดพร้อมกันเลย 1 2 3 (คุณครูคณิตา) การพูดโน้มน้าวใจเป็นการพูดหรือการเชิญชวนให้ผู้ฟังคล้อยตามหรือเกิดกำลังใจในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ซึ่งการพูดโน้มน้าวใจนี้ผู้พูดต้องอาศัยการฝึกฝนจนชำนาญค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เมื่อเราฝึกฝนการพูดโน้มน้าวบ่อย ๆ ก็จะเกิดความชำนาญ เมื่อเกิดความชำนาญนี่เราก็จะพูดได้อย่างไรครูคณิตา ได้อย่างไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) พูดโน้มน้าวนี่อย่างที่บอกเนื้อหาต้องชัดเจน หน้าตาต้องยิ้มแย้ม การพูดไม่ติดขัด ถ้าเราพูดติดขัดมันก็ขาดความน่าเชื่อถือใช่ไหมลูก ก็ต้องฝึกพูด เมื่อเราพูดได้ลื่นไหลนี่ ผู้ฟังก็จะคล้อยตาม มนสกดจะเข้าไปจะเข้าไปนั่งในใจเขา แล้วจะทำให้เขาปฏิบัติตาตามเรานั่นเองครับ หลักการ เดี๋ยวมาดูหลักการกันดีกว่า มีอยู่ด้วยกัน 3 ข้อนะครับ กำหนดจุดมุ่งหมายในการพูดให้ชัดเจนใช่ไหมครูคณิตา ถ้าเราไม่มีจุดมุ่งหมายนี่เราจะรู้ไหมว่าจะพูดอย่างไร (คุณครูคณิตา) ไม่ทราบสิคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็จะพูดไม่ได้ ว่าเราจะพูดเรื่องอะไร จะต้องพูดเรื่องอะไร เพราะฉะนั้น จะต้องกำหนดจุดมุ่งหมายก่อน ทำอะไรนะ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ นั่นก็คือการจัดลำดับเนื้อหาที่จะพูดค่ะ โดยแบ่งเป็นบทนำ เนื้อหาและสรุปค่ะ บทนำก็เป็นการเกริ่นก่อนนะคะ เป็นการพูดโดยรวม และเนื้อหาก็คือวัตถุประสงค์ประเด็นที่เราต้องการพูด และบทสรุปนี่ อย่าลืมนะคะ เราจะต้องใช้การโน้มน้าวให้ผู้ฟัง ผู้อ่านนี่ เกิดความรู้สึกคล้อยตามค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) บทสรุปก็เป็นตัวชี้ว่าเขาจะทำตามหรือไม่ทำตามนั่นเองครับนักเรียนนะครับ นี่ข้อนี้ก็สำคัญ พูดด้วยความตั้งใจ จริงใจและใช้น้ำเสียงที่จริงใจ นะ สำคัญมากเลยนี่ อย่างที่ครูบอกมันต้อง มันต้องสามารถไปนั่งในใจเขาให้ได้ นั่นล่ะพูดแล้วสำเร็จนะ ไปดูข้อปฏิบัติกันดีกว่า ข้อแรกต้องเป็นอย่างไรนะครับ (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 1 ค่ะ ใช้ภาษาเชิงเสนอแนะ ขอร้อง ไม่บังคับค่ะ อย่างที่บอกนะคะ เป็นการโน้มน้าว การโน้มน้าวเชิญชวนนี่มันไม่ใช่ลักษณะของคำสั่งอยู๋แล้วมันเป็นการชักจูงให้ผู้คนนี่คล้อยตาม เราจึงต้องใช้ภาษาที่สุภาพ ไพเราะและน่าฟังค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ ต่อไปครับ ต้องแสดงเหตุผลให้น่าเชื่อถือ เมื่อมีเหตุผลประกอบนักเรียน นักเรียนคิดว่าเขาจะเชื่อถือเราหรือไม่ ทำให้เขาเชื่อถือ เพราะมันมีเหตุผลชัดเจนไง พอเป็นเหตุเป็นผลหมดแล้วนี่ อย่างเช่น หลักในพุทธศานา ของเรานี่ก็ยึดในหลักของเหตุผลใช่ไหมลูก ถ้าเกิดมีเหตุ ผลมันก็จะเกิดตามมา มันก็เป็นอะไรที่น่าเชื่อถือใช่ไหมลูก ต่อไปครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ต่อมานะคะ เสนอทางเลือกให้เห็นทั้งด้านดีและด้านเสียค่ะ ก็จะมีการเปรียบเทียบนะคะ เพื่อให้ผู้คนนะคะ เป็นผู้ตัดสินใจนะ การโน้มน้าวใจนี่ไม่จำเป็นนะคะ ว่าเราจะเสนอเพียงด้านเดียวเท่านั้น เราอาจจะต้องนำเสนอ ทั้ง 2 ด้านก็ได้ เพื่อให้ผู้ที่ฟัง หรืออ่าน หรือดูนี่ หรือดูนี่เขาเป็นผู้ตัดสินใจค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ สร้างบรรยากาศให้สนุกสนาน อันนี้เน้นย้ำเลย บรรยากาศในการพูดโน้มน้าวมันจะต้องไม่ตึงเครียด มันจะต้องอะไร คนเขาจะได้ฟังเรา ตั้งแต่เราพูดจนไปถึงบทสรุป ถ้าเราพูดสนุกสนานพอคนเขาฟังเราแล้วนี่ คำพูดของเราก็เกิดประโยชน์กับเขาแล้วเขาก็ปฏิบัติตามเรานั่นเองใช่ไหมลนะครับ ข้อสุดท้ายเลยครับ (คุณครูคณิตา) ข้อสุดท้ายนั่นก็คือเป็นการพูดให้ผู้ฟังเกิดความรู้สึกอยากปฏิบัติตามค่ะ ซึ่งทั้งหมดนี้นะคะ ก็คือรวมอยู่ในข้อนี้แล้วค่ะ เราจะต้องใช้ภาษา เราจะต้องนำเสนอการพูด กิริยาท่าทางต่าง ๆ นี่ เราทำอย่างไร ถึงทำให้ผู้พูดดูน่าเชื่อถือ และผู้ที่ฟัง ผู้ที่ดูหรือผู้ที่อ่านเกิดการคล้อยตามแปละกระทำในสิ่งที่ผู้พูดนั้นโน้มน้าวค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ นี่ก็คือหลักการและข้อปฏิบัติในการพูดโน้มน้าวนะครับ เราไปดูโครงสร้างของการพูดโน้มน้าวใจกันหน่อยครับอย่างที่ครูคณิตาได้อธิบายไป มีอะไรบ้างนะ บทนำ เนื้อเรื่องสรุปการเขียนเรียงความก็ต้องเป็นคำนำเนื้อเรื่องสรุปใช่ไหมคล้าย ๆ กันลูก มันลักษณะการเขียนเหมือนกันเลย บทนำคือะไรน (คุณครูคณิตา) บทนำ คือ บทที่ต้องใช้ศิลปะการพูดเพื่อดึงดูดความสนใจในผู้ฟังเพื่อเกิดความศรศัธา ในตัวผู้พูดค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) บทนำมันจะเป็นตัวสำคัญเลย บทนำนี่มันจะดึงดูดได้มากน้อยเพียงใดอยู่ตรงนี้ล่ะครับ การพูดการโน้มน้าวนี่ดึงตรงนี้ไว้ได้ก่อน ถ้าบทนำสวย เนื้อหาที่หนูต้องการพูด คนฟังฟังแล้วครับ ถ้าบทนำดึงดูดใจได้เหมือนหนัง เวลาดูหนังนะลูก หนังนี่ ตัวอย่างหนังนี่ก็สำคัญ ตัวอย่างหนังเป็นตัวหนึ่งที่ให้คนอยากจะดูหนัง ก็เช่นเดียวกับบทนำนี่ล่ะ ทำให้คนนี่จะติดตามในเรื่องที่เราจะพูดนั่นเอง มีไหม (คุณครูคณิตา) มีตัวอย่างไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ไปดูกันเลยครับคุณครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ให้คุณครูปรเมษฐอ่านบ้างดีกว่านะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูขึ้นว่า ชนใดไม่มีดนตรีกาชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดานเป็นคนชอบคนนัก บทหนึ่งในพระราชนิพนธ์ แปลในล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 แปลว่า ทองใช่ไหมครับ เราจะใช้คำว่า "นัย" นะครับ ทำให้เห็นว่าดนตรีถือเป็นสิ่งสำคัญที่ขัดกล่อมชาติมาอย่างยาวนาน โดยไม่สามารถที่จะแยกชีวิตคนออกจากดนตรีได้ นักเรียนครับ สังเกตบทนำนะ บทนำนี่ต้องอ้าก่อน ครูนี่ยกบทกลอนในบทพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 6 ก็บอกว่าชนใดไม่มีดรตรีคนนัก บทนี้นี่นักเรียนต้องเคยได้ยิน เอามานำ พอได้ยินบทนี้รู้สึกต้องฟังแล้ว เขากำลังจะสื่อสารเรื่องอะไร เขาต้องการสื่อสารเรื่องอะไร ลองคาดคะเนสิ เก่งมากลูก ต้องการสื่อสารในเรื่องของการให้คนเป็นอย่างไร สนใจดนตรีไทยนั่นเอง เดี๋ยวดูสิ มันจะเป็นอย่างที่ครูหรือหนูคิดไหม ส่วนของเนื้อหาครับ คืออะไร (คุณครูคณิตา) ค่ะ เนื้อหาคือขอบเขตของปัญหา พยายามชักจูงใจไปในทางที่ต้องการ จนผู้ฟังเข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ตัวนี้ก็เป็นตัวที่อธิบายบทนำใช่ไหมครับครูคณิตา บทนำนั่นเองเนื้อหา ก็จะบอกเนื้อหาแล้วว่าทำไมทำไมทำไมล่ะถึงต้องเป็นอย่างนี้ ด้วยเหตุนี้ เราจึงมีความภาคภูมิใจที่มีเครื่องดนตรีไทยของตนเอง ถือเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติ และภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของคนไทย ที่ได้สร้างสรรค์ขึ้นทั้งรูปแบบของบทเพลง เครื่องดนตรี วิธีการบรรเลง วิธีขับร้อง และการนำมาใช้ในโอกาสต่าง ๆ อย่างเหมาะสม ตัวนี้เป็นตัวอธิบาย บอกเลยครับ ดนตรีไทยนี่ มันเป็นอย่างไรลูก ใช้มาอย่างยาวนาน มีบทบาทในชีวิตเป็นเอกลักษณ์ของเรา ที่เรามีเครื่องดนตรีใช้แล้วก็สร้างสรรค์ผลงานขึ้นมาเองด้วยใช่ไหมครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอะไรล่ะ เครื่องดนตรีก็ทำเอง วิธีการก็ทำเอง และวิธีการขับร้องที่เป็นเอกลักษณ์ นี่เป็นการจูงใจแล้ว ใช่ไหมครับ ต่อไป ไปดูในส่วนของบทสรุปบ้างครับ (คุณครูคณิตา) บทสรุปคือการพูดสรุปเนื้อหาสั้น ๆ ชักจูงผู้ฟังให้คิดให้ปฏิบัติตามสิ่งที่พูดค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ที่คุณครูคณิตาจะกล่าวอยู่เสมอ ก็คือบทสรุปนี่เป็นบทสำคัญ บทสรุปเป็นตัวสุดท้ายที่สามารถจูงใจได้หรือไม่ก็อยู่ตรงนี้ล่ะ จะพูดอย่างไรให้คนปฏิบัติตามก็อยู่ในส่วนนี้ล่ะครับ เดี๋ยวไปดูบทสรุปกันว่าครูเขียนว่าอย่างไร คุณครูคณิตาอ่านครับ (คุณครูคณิตา) ในฐานะที่เราเกิดเป็นคนไทย เราควรหันมาเล่นดนตรีไทยเสียเถิด ก่อนที่ชนชาติอื่นเขาจะนำดนตรีไทยไปเล่น แล้วเล่นได้ดีกว่าคนไทย ถ้าถึงวันนั้นจริง เราคงเสียใจไม่น้อย เพราะฉะนั้น เราควรจะเล่นดนตรีไทยให้เป็นอย่างน้อยคนละ 1 ชนิด บรรพบุรุษผู้สร้างสรรค์ดนตรี คงดีใจ และปลายปลื้มใจอย่างที่หาคือบทสรุปเห็นไหมนักเรียน บทสรุปนี้ก็คือต้องการให้เป็นอย่างไร สรุปแล้วเรื่องนี้ต้องการให้คนเป็นอย่างไรลูก เล่นดนตรีไทยนั่นเอง ให้เป็นคนละ 1 ชนิดก็ยังดีอันนี้เป็นเจตนาของผู้ที่โน้มน้าวนั่นเอง เพราะฉะนั้น ครูเขียนโน้มน้าวมาแล้วนักเรียนก็ปฏิบัติตามนะครับ มันเป็นเอกลักษณ์เราก็ไปลองฝึกลองเล่นดนตรี ดนตรีมันเป็นสิ่งที่ขับกล่อมเรา มันจรรโลงใจและจรรโลงสมองให้เราด้วยนะครับ เพราะฉะนั้น ครูโน้มน้าวนักเรียนก็ลองไปปฏิบัติดูนะครับ เอาล่ะครับคุณครูคณิตาวันนี้ก่อนที่จะให้นักเรียนนั้นไปเขียนเพื่อพูดโน้มน้าวครูก็มีวีดิทัศน์ โรงเรียนสิ่งแวดล้อมปลอดภัย เด็กไทยสุขภาพดี สุขภาพอนามัยดี เด็กไทยสุขอนามัยดีนะครับ ขออภัย ครูจะให้นักเรียนได้ชมวีดิทัศน์เพื่ออะไร เดี๋ยวครูจะให้นักเรียนเขียนโน้มน้าว เพื่อพูดโน้มน้าวเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมในี่ล่ะครับ เดี๋ยวนักเรียนดูสิว่าโรงเรียนที่ครูมานำเสนอนี่เขาทำอย่างไรบ้าง แล้วครูจะให้นักเรียนนี่เขียนเกี่ยวกับโรงเรียนของตนครับ ถ้าพร้อมแล้วตั้งใจชมวีดิทีศน์ครับ (บรรยาย) สภาพแวดล้อมโรงเรียนที่ปลอดภัย สวัสดีครับเด็ก ๆ เห็นไหม โรงเรียนของเราสะอาด สวยงามสามารถวิ่งเล่นได้โดยไม่ต้องกลัวบาดเจ็บ เพราะมีการจัดสภาพแวดล้อมในโรงเรียนให้ปลอดภัยนั่นเอง แล้วต้องทำอย่างไรบ้าง ตามครูมาดูกันเลย เราต้องช่วยกันสังเกตบริเวณของโรงเรียตัดแต่งกิ่งไม้ สนามหญ้าไม่ให้รก เพื่อป้องกันไม่ให้เป็นที่อยู่ของสัตว์มีพิษ เพื่อป้องกันแหล่งเพาะพันธุ์ยุงราย ล้อมรั้วและติดป้ายเตือน และเด็ก ๆ ต้องไม่ลงไปเล่นน้ำเด็ดและอาจจมน้ำได้ สนามฟุตบอล สนามเด็กเล่น สนามต้องเรียบ ไม่ขรุขระ ไม่มีอิฐหินไม่วางของเกะกะ ชิงช้า ม้าหมุนหรือเครื่องเล่นต่าง ๆ ต้องยึดติดสภาพดีแข็งแรงและไม่ชำรุด สำหรับห้องเรียน เด็ก ๆ ต้องช่วยกันรักษาความสะอาดอยู่เป็นประจำ เปิดหน้าต่างระบายอากาศ ระเบียบ ตรวจดูโต๊ะ เก้าอี้ ต้องแข็งแรง ไม่ชำรุด มาดูโรงอาหารกันครับ เด็ก ๆ ต้องช่วยกันรักษาความสะอาด มีแสงสว่างมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ได้ชัดเจนโต๊ะ เก้าอี้ สภาพดีพร้อมใช้งาน จาน ชาม ช้อน ควรใช้เป็นสแตนเลส อลูมิเนียมหรือเป็นกระเบื้องป้องกันการปนเปื้อนสารเคมีเข้าร่างกาย สำหรับภาชนะใส่น้ำดื่ม สม่ำเสมอ ใช้แก้วน้ำประจำตัว ไม่ใช้แก้วน้ำร่วมกัน ป้องกันโรคติดต่อนะครับ ที่สำคัญเด็ก ๆต้องล้างมือก่อนกินอาหารที่ปรุงสุกใหม่ หากกินอาหาร่วมกันต้องใช้ช้อนกลางอย่าลืมดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้วด้วยนะครับ หลังกินอาหารเสร็จ เด็ก ๆ ต้องเก็บช้อนและนำไปล้างให้สะอาดด้วย้ำยาล้างจาน ล้างด้วยน้ำสะอาด 2 ครั้ง หรือล้างผ่านน้ำไหล เก็บให้มิดชิดและอย่าลืมทิ้งเศษอาหารลงในถังให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันหนู แมลงสาบและการแพร่เชื้อโรคได้ด้วยนะครับ สำหรับแม่ครัวที่ปรุงอาหารเด็ก ๆ ต้องสังเกตดูว่ามีสุขภาพแข็งแรง ตัดเล็บสั้น แต่งกายสะอาด ใส่หมวกผม ไม่สูบบุหรี่ขณะทำอาหาร อาหารที่ปรุงสุกแล้ว ต้องไม่ใช้มือหยิบอาหารโดยตรง ต้องเก็บอาหารในตู้หรือมีฝาชีคลอบ นักเรียนครับ เด็ก ๆ ครับรู้หรือไม่ว่าการทิ้งขยะลงถังจะทำให้โรงเรียนของเราสะอาด น่าอยู่ เป็นระเบียบ ก่อนอื่นเราต้องสังเกตถังขยะก่อน ถังขยะต้องไม่รั่วซึม และมีฝาปิดมิดชิดแบบนี้ไง แล้วถังขยะมีกี่แบบกี่สีกันนะ มาทำความรู้จักกับถังขยะกันดีกว่า ถังขยะสีเขียวสำหรับใส่ขยะที่ย่อยสาเช่น เศษอาหาร, เศษผักผลไม้, เปลือกไข่ใบไม้ ถังขยะสีเหลือง สำหรับใส่ขยะรีไซเคิล เช่น ขวดแก้ว, ขวดพลาสติก, กระดาษถังขยะสีส้มสำหรับใส่ขยะอันตราย เช่น ถ่านไฟฉาย หลอดไฟ แบตเตอรี่ และถังขยะสีน้ำเงิน สำหรับใส่ขยะทั่วไป เป็นขยะที่ไม่สามารถใช้อะไรได้อีก เช่น ถุงพลาสติก เปลือกลูกอม กระดาษทิชชู ต้องทิ้งขยะให้ลงถังทุกครั้งและอย่าลืมบอกเพื่อน ๆ ให้ทำตามด้วยนะครับ สำหรับเด็ก ๆ ที่อยู่โรงเรียนประจำ ต้องใส่ใจทำความสะอาดห้องนอนให้เรียบร้อย นำไปผึ่งแดดสัปดาห์ละครั้ง หากไม่ติดมุ้งลวด ต้องการมุ้งนอนทุกครั้ง ป้องกันยุงหรือแมลงต่าง ๆ มาดูห้องน้ำกันครับ เด็ก ๆ ต้องช่วยดูแลรักษาความสะอาดเป็นประจำ ไม่ให้มีกลิ่นเหม็น ไม่ทำพื้นห้องน้ำเปียก ถ้าสกปรกและลื่นล้มได้ แสงสว่างมองเห็นได้ชัดเจน และที่สำคัญเด็ก ๆ ต้องใช้ส้วมอย่างถูกวิธีด้วยนะครับ ส้วมนั่งราบต้องนั่งที่ฝา วางที่พื้น ถ้าเป็นส้วมนั่งรองให้ขึ้นไปเหยียบตรงที่วางเท้าและนั่งยอง ลงในโถส้วม ราดน้ำหรือกดหลังใช้ส้วม ไม่ใช้เท้ากดชักโครกแทนมือ เมื่อใช้เสร็จแล้วอย่าลืมล้างมือด้วยสบู่หรือน้ำยาล้างมือทุกครั้งนะครับ เด็ก ๆ ครับ เรเรามาทบสอบความเข้าใจกันหน่อยดีกว่า เด็ก ๆ คิดว่าถังขยะสีเหลืองใช้สำหรับใส่ขยะประเภทไหนครับ ถังขยะสีเหลืองสำหรับใส่ขยะรีไซเคิล เช่น ขวดแก้ว, พลาสติก, กระดาษ ขยะรีไซเคิ้ลเหล่านี้นำไได้เงินไว้กินขนมอีกด้วย เด็ก ๆ รู้ไหมครับ เราควรกินอหาาร ให้ปลอดภัยและสุขภาพดี เด็ก ๆ ต้องล้างมือให้สะอาดก่อนกินอาหารทุกครั้ง เลือกกินอาหารที่ปรุงสึกใหม่ ถ้าเลือกกินอาหารร่วมกต้องใช้ช้อนกลาง และใช้แก้วน้ำส่วนตัว เพื่อสุขภาพที่ดี ไม่เป็นโรคครับ ไม่ยากเลยใช่ไหมครับ การจัดสภาพแวดล้อมในโรงเรียนให้ปลอดภัย น่าอยู่ รวมทั้งวิธีการดูแลตนเอง อย่าลืมนำไปปฏิบัติเพื่อสุขภาพที่ดีของนักเรียนด้วยนะครับ [เสียงปรบมือ] (คุณครูปรเมษฐ) ต้องขอขอบคุณสื่อวีดิทัศน์ด้วยนะครับ ปลอดภัยเด็กไทยสุขอนามัยดีนะครับ โดย สำนักอนามัยสิ่งแวดล้อม กรมอนามัยนะครับ ครูและครูคณิตานำมาให้หนู ๆ ได้ดูเกี่ยวกับวิธีการอะไรนะลูก การดูแลสิ่งแวดล้อมในโรรวมถึงวิธีการที่เราดูแลตัวเองด้วย ในเรื่องสุขอนามัยต่าง ๆ มันก็จะเป็นแนวทางในการที่หนูจะไปร่าง และสร้างและร่างบทในการพูดโน้มน้าวนั่นเอง เดี๋ยวเราไปดูกันต่อดีกว่า ครูก็มีใบงานให้นักเรียนทำนะครับ งานนี้ก็ชื่อว่าอะไร ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) มีชื่อว่า ร่างการพูดโน้มน้าวใจค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูจะให้หนูโดยใช้หลักการที่ครูสอนไป บทนำ เนื้อเรื่อง แล้วก็สรุปนะครับ โดยจะให้พูดโน้มน้าวใจ ในเรื่องของการเชิญชวนให้นักเรียนในโรงเรียนของหนูนั่นล่ะ สนใจในการดูแลรักษาสิ่งแสดล้อมแล้วก็อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมภายในโรงเรียนครับ นักเรียนคงเข้าใจแล้วนะครับ ว่าทำอย่างไรนะครับ ให้นักเรียนทำใบงานนะครับ โดยให้ร่างคำพูดโน้มน้าวใจ ใจเชิญชวนรักสิ่งแวดล้อมภายในโรงเรียนนะครับ ใบงานที่ 2 เรื่อง ร่างคำพูโเมื่อร่างเสร็จเรียบร้อยแล้วให้ทำเป็นรายกลุ่มหรือรายเดี่ยวก็ได้นะครับ ร่างเสร็จแล้วต้องพูดครับ ก็ให้พูดกับคุณครูปลายทาง พูดกับคุณครูของหนู ๆ นั่นเอง คุณครูอาจจะนำไปเป็นคะแนนเก็บก็ได้ แล้วคุณครูปลายทางต้องทำอย่างไรบ้างคุณครูคุณครูปลายทางนะคะ คือ ดูแลการทำงานของนักเรียนค่ะ ประเมินการพูดโน้มน้าวใจของนักเรียน นักเรียนสะท้อนสิ่งที่ได้รับจากการพูดโน้มน้าวใจค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ก็คือกิจกรรมที่นักเรียนและคุณครูจะได้ทำกันในวันนี้นะครับ ถ้าพร้อมแล้ว ให้นักเรียนเริ่มลงมือปฏิบัติ ณ บัดนี้ครับ [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนครับ เป็นอย่างไรกันบ้างครับ ที่ได้ฟังกาพูดโน้มน้าวใจนะ ก็แล้วแต่คุณครปลายทางที่คัดเลือกเพื่อนคนไหนออกไปพูดอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมภายในโรงเรียน ก็ได้ฟังข้เอใช่ไหมลูกจากคุณครูปลายทางก็ทำให้เรารู้แล้วว่าการพูดโน้มน้าวประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใดนะครับ เดี๋ยวเรามาสรุปบทเรียนพากเพียรองค์ความรูพูดโน้มน้าวใจอย่างไรให้ผู้ฟังเชื่อและคล้อยตาม ตอบคำถามสั้น ๆ จะพูดอย่างไรให้ผู้ฟังปฏิบัติตามต่อมาครับ เด็ก ๆ ว่าอย่างไรบ้างครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ นั่นก็คือพูดด้วยความจริงใจค่ะ และอย่างที่ 2 นะคะ ก็คือไม่เป็นการบังคับค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับผม นี่ก็คือการพูดให้ผู้อื่นใช่ไหมคล้อยตามปฏิบัติตามเรานะครับ ข้อที่ 2 ในชีวิตประจำวันนะครับ การพูดโน้มน้าวนี่มีความสำคัญใช่ไหมครับมันสำคัญเพราะอะไร และมีนักเรียนคิดครับ เดี๋ยวช่วยกันตอบ มีประโยชน์อย่างไรครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) มีประโยชน์ก็คือเพราะเป็นการพูดและคล้อยตามผู้พูด อีกทั้งยังทำให้ผู้อื่นปฏิบัติตามคำพูดเราอย่างมีเหตุผลด้วยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนครับ ครูนี่ไม่ได้เห็นการพูดโน้มน้าวของนักเรียนเลย คุณครูอยากจะเห็น คุณครูปลายทางช่วยถ่ายเป็นคลิปวิดีโอใจในการให้เพื่อน ๆ นี่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในโรงเรียนนะครับ และคุณครูช่วยส่งมาทางโรงเรียนวังไกลกังเวลได้เลมูลนิธิได้เลยทางช่อง DLTV 6 ได้เลย เพราะว่าครูทั้ง 2 คน ก็จะได้เห็นลูกศิษย์พูดอย่างไร เป็นอย่างไรบ้าง และครูจะได้ติดตามพวกหนูบ้างนะครับ บทเรียนครั้งต่อไปครูคณิตาจะให้นักเรียนศึกษากันในเรื่องอะไรครับ (คุณครูคณิตา) เรื่อง การเขียนเรื่องจากภาพ 1 ค่ะ หนอ ใครอยากรู้ก็ลองไป Search คำนี้ก่อน รู้ล่วงหน้านะครับ สิ่งที่หนูจะต้องเตรียม ก็มีใบความรู้เรื่องการเขียนเรื่องจากภาพนะครับ แล้วก็ ใบควารู้เรื่อง การเขียนเรื่องจากภาพนั่นเอง ซึ่งเด็ก ๆ สามารถไปดาวน์โหลดข้อมูลได้ตามที่อยู่ด้านล่าง เอาล่ะครับ อย่างที่ครูบอก การเรียพูดโน้มน้าวเป็นสิ่งสำคัญ นักเรียนก็จงตระหนักไว้ว่าเราจะพูดอย่างไรให้มันถูกต้องตามหลักการนะครับ วันนี้ครูทั้ง 2 คนก็ขอลาหนู ๆ ทุกคนไปก่อนนะครับ สวัสดีครับ [เสียงดนตรี]