--- title: ฝึกแบ่งพิมพ์ (DLTV ภาษาไทย ป. 6 หน่วยที่ 6) ๕ ข้อคิดจากนิทาน ๗ ก.ย. ๖๔ (มีใบงาน) subtitle: date: วันอังคารที่ 29 มีนาคม 2565 เวลา 09.10 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (คุณครูปรเมษฐ) สวัสดีคุณครูและหนู ๆ ที่น่ารักของครูปรเมษฐระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ยินดีต้อนรับนักเรียนทุกคนเข้าสู่บรรยากาศการเรียนที่สนุกสนานนะและสนุกสนานครับ ตามที่ครูและครูคณิเราจะมาทำอะไรกัน เราจะมาอ่านนิทานกันใช่ไหมครับ เราจะหาข้อคิดที่ได้จากนิทานกันนะครับ วันนี้ครูจึงพานักเรียนไปศึกษากันในเรื่องของอะไร (คุณครูคณิตา) ข้อคิดจากนิทานค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้น ไปกันเลยครับเด็ก ๆ ครับ คำว่า "นิทาน" มันเป็นสิ่งที่หนู ๆ นั้น และเคยได้ฟัง รวมถึงอาจจะเคยได้เล่าด้วยซ้ำใช่ไหมครูคณิตา มันเป็นสิ่งที่อยู่กับเรามาตั้งแต่ออกจากครรภ์มารดามานี่ เราก็ได้ฟังแล้ว แม่ก็จะเล่านิทานให้ฟัง เพราะฉะนั้น นิทานมันจึงเป็นสิ่งที่ผูกพันกับหนู ๆ มานะครับ ครูคณิตาคิดเห็นเหมือนผมไหม (คุณครูคณิตา) มีความคิดเห็นเหมือน ก็อย่างที่บอกนะ ตั้งแต่เกิดมาจนถึงปัจจุบันนะคะ ก็อาจจะให้ผู้ปกครองเล่านิทานหรือว่ายังฟังนิทาน อ่านนิทานจากหนังสือต่าง ๆ นะคะ เนื่องจากหนังสือนิทานสมัยนี้มีสีสันสวยงามนะคะ ทำให้เกิดความอยากอ่านและเกิดความอยากเรียนรู้เพิ่มมากขึ้นนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นะครับ ก่อนที่ครูจะนอนนี่นะ แม่ครูเขาก็จะเล่านิทานให้ฟังวันละ 1 เรื่อง บางครั้งนี้ นิทานเรื่องนั้นก็ไม่มีในปัจจุบันดแม่ครูเขาก็คิดสด ๆ เพราะฉะนั้น นิทานมันเกิดขึ้นอยุ่ตลอดเวลา ครูเชื่อเวลาเด็ก ๆ ก็มีคนที่เป็นเหมือนครู ที่ต้องฟังนิทานก่ออนนอน แล้วถึงจะนอนหลับนะ เพราะฉะนั้น นิทานมีความสำคัญกับชีวิตเรา และเราก็จะนำส่วนที่เป็นประโยชน์มาใช้ด้วยใช้คุณครูคณิตาครับ เอาล่ะครับ เพราะฉะนั้น ในเมื่อนิทานรู้จักกันมานานแล้ว มันเกี่ยวข้องกับเราแล้ว ครูขออาสาสมัคร 1 คน ที่คิดว่าเก่งกล้าที่สุด ลุดขึ้นยืนครับ เดี๋ยวครูจะให้ทำกิจกรรมบางสิ่งบางอย่าง ลุกขึ้นยืนครับ ยืนแล้วนะ เดี๋ยวทำกิจกรรมนี้ครับ ชื้อกิจกรรมว่าอะไรครับ ผู้กล้า อาสา เล่านิทานค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูจะให้เล่านิทานเรื่องอะไรก็ได้ ฟังอีกครั้งนะครับ ครูจะให้นิทาน ให้เล่านิทานเรื่องอะไรก็ได้ตามที่นักเรียนมีความรู้เดิม เคยได้ยินได้ฟังมา เล่าให้กับเพื่อน ๆ ในห้องฟัง ดีไหมลูก แล้วเดี๋ยวครูจะมีคำถามมา เพื่อน ๆ ก็ต้องสามารถเป็นอย่างไรได้ (คุณครูคณิตา) สามารถสรุปความรู้จากสิ่งที่เพื่อนหรือตัวแทนออกมาเล่านิทานได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้น ครูนี่มีหนังสือนิทาน เดี๋ยวครูมีให้ดูอีกนะครับ นิทานมันเกี่ยวข้องกับที่นักเรียนเคยได้เห็นมาก็ได้ เดี๋ยวละนิทานให้เพื่อนฟังนะ ครูให้เวลานะ ลงมือครับ [เสียงปรบมือ] (คุณครูปรเมษฐ) เก่งมากเลยครับ ผู้กล้าที่เล่านิทานของครูจะต้องได้รับนิทานหลายเรื่องเลย เพราะทั่วประเทศใช่ไหมครูคณิตา ครูมีคำถาม คราวนี้นักเรียนจะต้องตอบกับครู ครูไม่สามารถตอบคำถามได้ เพราะครูไม่รู้เอานิทานเรื่องอะไรมาเล่า นักเรียนต้องช่วยกันตอบกับคุณครูนะ เพราะมันเป็นสิ่งสำคัญนะ คำถามว่าอย่างไร (คุณครูคณิตา) จากนิทานที่เพื่อนเล่าให้ฟัง เคยอ่านหรือเคยฟังนิทานเรื่องนี้หรือไม่ (คุณครูปรเมษฐ) ที่เพื่อนยกมาเล่าให้ฟังเมื่อสักครู่นี้นะครับ นักเรียนเคยฟังหรือเปล่า ตอบคำถามแค่นั้นล่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นอย่างไรครับ เคยบ้างไม่เคยบา้ต่อไปอีกข้อหนึ่ง เมื่อนักเรียนฟังนิทานเรื่องนี้แล้วรู้สึก นิทานที่เพื่อนนั้นออกมาเล่าให้ฟังนี่ ฟังแล้วมันเกิดความรู้สึกอย่างไรในใจครับ (คุณครูคณิตา) ลองยกตัวอย่างให้ดูดีไหมคะ เมื่อนักเรียนฟังนิทานเรื่องนี้รู้สึกอย่างไร อาจจะรู้สึกถึงความสยองขวัญ ความตื่นเต้นหรือมีความสุข มีความเพลิดเพลิน จากการฟังนิทานเรื่องนั้น ก็สามารถที่จะแสดงความคิดเห็นไปได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงความคิดเห็นแล้วนะครับ ต่อไปครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมา เมื่อนักเรียนได้ข้อคิดอะไร นักเรียนข้อคิดอะไรจากนิทานที่เพื่อนเล่า (คุณครูปรเมษฐ) ก็อย่างที่บอกคุณครูคณิตา นิทานมันมีข้อคิดนั่นล่ะครับ เพื่อเขาเล่า ลองสังเคราะห์สิ้ได้ข้อคิดอะไร ตอบกับคุณครูเสนอกันในห้องนะครับ (คุณครูคณิตา) นิทานจะต้องมีข้อคิดสอนแทรกอยู่ใช่ไหมคะคุณครูประเมษฐ [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) ตอบกันแล้วนะ เรารู้แล้ว 3 ข้อคำถาม ตอบได้แล้ว อีกข้อหนึ่งในเมื่อมันมีข้อคิดแล้วนี่นักเรียน สิ่งสำคัญเลย ข้อคิดจะเกิดผลประโยชน์ นำไปประยุกต์ใช้หรือนำไปปฏิบัติ คำถาม คือ นักเรียนจะนำข้อคิดที่ได้ไปใช้อย่างไร เสนอกันเลย ในห้องนั่นล่ะ [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) ลองยกตัวอย่างนะคะ เกี่ยวกับเรื่องความสามัคคีใช่คุณครูประเมษฐ ถ้าเป็นข้อคิด ข้อิด ความสามัคคี แล้วเราจะนำความสามัคคีไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร ในการทำงานร่วมกับผู้อื่น เราจะทำให้ประสบความสำเร็จนั้น เราก็จะต้องมีความสามัคคี นี่ก็คือการนำข้อคิดไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นั่นก็ตามที่นักเรียนตอบเช่นเดียวกันนะครับ นักเรียนตอบมาว่าอย่างไร ก็ถือว่าเป็นการนำไปประยุกต์ใช้นะครับ เอาล่ะครับ ไปกันต่อดีกว่า เราจะต้องรู้จุดประสงค์ก่อน ว่าเราจะทำอะไรบ้าง ในวันนี้นะครับ ก็จะต้องเป็นอย่างไร รู้หลักการ ถ้าเรารู้หลักการหาข้อคิดจากเรื่องที่อ่านได้แล้วนี่ เราก็จะสรุปข้อคิดจากเรื่องที่อ่านได้เช่นเดียวกัน ก็เป็นนิทานใช่ไหมลูก เราจะอ่านนิทานกัน แล้วก็บอกข้อคิดได้ สุดท้ายแล้วเป็นอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) สุดท้าย ก็คือบอกความสำคัญจากการอ่านนิทานได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้เป็นสิ่งสำคัญเลยนะ จะต้องบอกความสำคัญให้ได้ เราหาข้อคิดจากนิทานเพื่ออะไร แล้วมันใช้ประโยชน์อย่างไรนั่นเองนะครับ ไปกันเลย การอ่านนิทานนี่นะครับ ไม่ใช่แต่เพียงอ่านเพื่อความเพลิดเพลินเท่านั้นนะเด็ก ๆมันต้องเป็นอย่างไร มันต้องหาข้อคิดที่ปรากฏอยู่ในนิทานนั้น ๆ ให้ได้นะครับ ที่สำคัญ จะต้องสามารถนำข้อคิดนี่ไปทำอะไรลูก นำข้อคิดนั้นไปปรับใช้ให้เป็รประโยกับชีวิตของเรา หรือการดำรงนั่นล่ะ การอ่านนิทาจะประสบ... (คุณครูปรเมษฐ) นะครับ มีคำถามมากระตุ้นความคิดครับ นักเรียนมีแนวทางในการสรุปข้อคิดจากเรื่องที่อ่านได้อย่างไร พอเราอ่านเรื่องแล้วใช่ไหมครูคณิตา เราจะทำอย่างไร จะสรุปแนวทางให้ได้อย่างไร ว่ามันได้ข้อคิดนี่มีวิธีการอย่างไร (คุณครูคณิตา) วิธีการง่าย ๆ มากเลยค่ะ อยู่ในกระกระทำนะคะ ของนักเรียน ขณะที่กำลังอ่านนิทานอยู่นั่นเองค่ะ ไม่ใกล้ไม่ไกลเลยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ไปดูกันเลยดีกว่าไหมที่นักเรียนเสนอมาต้องเป็นอย่างไรก่อนเลย (คุณครูคณิตา) อ่านเรื่องค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อ่านเรื่องก่อน ถ้าเราไม่อ่านเรื่องนี่เราจะรู้ข้อคิดไหมลูก (คุณครูคณิตา) ไม่รู้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ไหม เพราะมันไม่ได้พออ่านเรื่องแล้วเราต้องเป็นอย่างไรครับครูคณิตา หนุนอนันต์ (คุณครูคณิตา) อย่างที่ 2 ก็คือเราจะต้องเข้าใจเรื่องก่อนนะคะ และเนื้อหาเหล่านั้นว่าเขากล่าวถึงอะไรสุดท้ายแล้วนี่ ส่วนสำคัญ ก็คือต้องจับของเรื่องได้ค่ะ ถ้าขาด 2 ข้อแรกไปนี่ นักเรียนคิดว่าเราจะจับประเด็นสำคัญของเรื่องได้ไหมคะ คุณครูปลายทางคะสามารถถามนักเรียนได้เลยนะคะ ถ้าขาดอ่านเรื่องกับเข้าใจเรื่อง เราจะจับประเด็นสำคัญของเรื่องนั้น ๆ ได้หรือไม่ คุณครูปรเมษฐคิดว่าจับได้ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) สำหรับครูนะ มันก็จับไม่ได้สิครูคณิตา เพราะอะไร เรายังไม่รู้เรื่องเลย เรายังไม่รู้เรื่องเลยมันก็ไม่สามารถที่จะจับประเด็นได้ จำไว้เลย ทุกอย่างต้องอ่านเรื่องก่อน พออ่านเรื่องแล้วเข้าใจไหม ถ้าเข้าใจเราก็จะสามารถจับใจความสำคัญอย่างที่สอน ใจความสำคัญนี่ คือ ประเด็นสำคัญ ทั้ง 3 อย่างนี้แล้วนี่ ไม่มีเรื่องไหนเลยที่เราไม่สามารถบอกข้อคิดได้ เราจะเข้าใจเรื่องนั่นเองนะครับ ไปต่อการหาข้อคิดจากเรื่องที่อ่าน อันนี้เป็นตัวชี้วัดเลยนะ ที่นักเรียนจะต้องรู้นะครับ คืออะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) การหาข้อคิดจากเรื่องที่อ่าน หรือคติสอนใจจากเรื่องที่อ่าน เพื่อพิจารณาว่าเรื่องนั้นให้ข้อคิดที่เป็นประโยชน์อย่างไร เราจึงนำข้อคิดนั้นมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ข้อคิดนี่ อีกอย่างเขาพูดว่า "คติสอนใจ" ใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อย่างเช่น ในนิทานบอกว่า สำหรับนิทานเรื่องนี้ หรือนิทานเรื่องนี้สเราต้องรู้ตรงนี้ เรานำข้อคิดไปใช้ได้ ถูกไหมลูกนะครับ การที่เราได้อ่านหนังสือต่าง ๆ นี่เราก็ควรที่จะอ่านตั้งแต่ตจนจบเรื่อง คุณครุคณิตาเห็นด้วยใช่ไหม (คุณครูปรเมษฐ) อ่านตั้งแต่ต้นจนจบ มันจะทำให้เราเข้าใจเนื้อหานั้น ๆ นะครับ และอีกอย่างหนึ่ง เมื่อเราเข้าใจในเนื้อหานั้น ๆ มันก็จะจับประเด็นสำคัญได้ จับประเด็นได้ เราก็รู้จุดมุ่งหมายแนวทางที่ผู้เขียนบอกเราว่าเขาต้องการให้ข้อคิดอะไรกับผู้อ่าน (คุณครูปรเมษฐ) หลักการหาข้อคิดจากเรื่องที่อ่าน อันนี้สำคัญ ที่นักเรียนจะต้องบอกให้ได้ 1. เลยครับ (คุณครูคณิตา) 1. มีความเข้าใจความหมายของคำและประโยคค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ต้องมีความเข้าใจความหมายของคำ และประโยคก่อน ที่จะตั้งจุดมุ่งหมายของการอ่านอย่างพินิจพิจารณาได้นะ เราต้องรู้ความหมายของคำ แล้วเราก็จะสามารถตั้งจุดมุ่งหมายได้ ได้ว่าเราจะอ่านอันนี้ไปเพื่ออะไรนะครับ (คุณครูคณิตา) หลังจากนั้นนะคะ เราจะมาวิเคราะห์ความหมายนัยในตรง ก็คือความหมายโดยตรงนั่นเอง ส่วน วนตรนี่ก็คือความหมายที่ไม่ตรงตามตัว เราจะต้องแปลอีกรอบหนึ่งค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นัยตรง นัยประหวัด ก็จะพบในนิทานนะ บางครั้งเขาก็ใช้กัน อย่างเช่น สุนัขจิ้งจอกนี่ก็เป็นสัญลักษณ์ของอะไรนะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าบอกว่าเด็กหญิงคนนี้เหมือนสุนัขจิ้งจอกเลย ในตรง อาจจะเป็นลักษณะหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) ลักษณะเหมือนสุนัขจิ้งจอก แต่ถ้าเกิดนัยประหวัดล่ะ (คุณครูคณิตา) เด็กคนนี้มีนิสัยเจ้าเล่ห์นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ประมาณนั้นนะครับ อันนี้คือในตรงในประวัติในเรื่องความหมายโดยตรงหรือในความหมายโดยนัยค่ะ ต่อไปนะ ต้องจดบันทึก อันนี้สำคัญนะครูคณิต จดบันทึกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นได้ มันเป็นอย่างไรบ้าง แล้วเราจะสามารถเข้าใจเรื่องได้ดนะครับ ข้อสุดท้ายครับ (คุณครูคณิตา) ข้อสุดท้ายค่ะ ก็คือส่วนที่สำคัญเลยนะคะ นักเรียนจะต้องประเมินเหตุการณ์โดยการเขียนแผนหรือเขียนแผนภาพโครงเรื่องความคิดค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้สำคัญมาก ก็เคยศึกษากันมาแล้วนะ ในเรื่องของการเขียนแผนภาพโครงเรื่อง นิทานต้องมีโครงเรื่อง มันก็จะทำให้เรานี่สามารถเข้าใจเรื่องได้ดียิ่งขึ้นนะครับ มาสรุปกันเป็นแผนผังความคิดนะ ข้อคิดจากเรื่องที่อ่านนะ ตั้งจุดมุ่งหมาย หรือเมื่อสักคร.ุจะใช้เรื่องการหาความหมายของคำก่อนนะ ก็เป็นอย่างไร ก็มีความเข้าใจในความหมายของประโยค เข้าใจความหมายของคำ แล้วเป็นอย่างไร ก็คือเขียนแผนภาพโครงเรื่อง (คุณครูปรเมษฐ) แล้วก็ (คุณครูคณิตา) แยกข้อเท็จจริงและแยกความหมจากเรื่องค่ะ และส่วนที่สำคัญนะคะ นักเรียนจะต้องวิเคราะห์ความหมายโดยตรงและในประหวัดได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้นักเรียนบันทึกดีไหม บันทึกลงไปในสมุดที่เรียนนะครับ เพื่อที่จะเป็นแนวทางเป็นหลักการในข้อที่อ่าน ให้เวลาครับ บันทึกลงไปครับ [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนครับ จดบันทึกเรียบร้อยแล้วนะครับ เป็นหลักการที่จะได้นำไปใช้ใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับเด็ก ๆ ครับ เราจะอ่านนิทานกันนี่ กันนี่มันก็จะต้องรู้ก่อน ต้องมีนิทานตัวอย่างก่อน ครูคณิตา แต่วันนี้ครูไม่ให้อ่านครับ ครูให้อ่านด้วยร้องด้วย ร้องเป็นเพลงฉ่อยนะ นิทานเรื่องอะไรครับครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) เรื่อง ลาแก่ และบ่อดิน ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพลงฉ่อยที่ครูร้องให้ฟังเป็นประจำนะ ก็ให้รับว่าอย่างไร เอชา ใช่ไหม ก็เดี๋ยวร้องตามกับครูไปแล้วก็ฝึกควรจะอนุรักษ์และสืบสานกันไว้นะครับ พร้อมแล้วเดี๋ยวเราไปร่วมกันร้องพร้อม ๆ กันนะครับ วันนี้มาฟังนิทานหนึ่งกาลครั้ง ให้เด็ก ๆ จงฟังทั่วประเทศเมืองไทย เอชา เอชา เอชา เอชา ชะฉ่าชา นอยแม่ ชาวนาเลี้ยงลากันมาช้านาน ใช้งานใช้การมากหลา อายุมากโขโตกว่าใครแน่ เจ้าลาก็แก่ชะแรวัย ก็แก่ชะแรวัย ทำงาไม่ได้พักกายา จึงทำให้เจ้าลาไม่สบาย เอชา เอชา เอชา ฉ่า ชะ ชา ชา หน่อยแม่ เอาล่ะครับนักเรียนครับ เป็นอย่างไรบ้าง ร้องได้หรือเปล่า ขึ้นต้นเกี่ยวกับชาวนาใช่ไหม เขาทำไมนะครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ชาวนาหรือคะ เลี้ยงลาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ซึ่งลาตัวนี้เป้นอย่างไรลูก อายุมากใช่ไหม ครูคณิตา ลาอายุมากแล้ว ก็ทำงานให้ชาวนามานาน ทำให้เป็นอย่างไร (คุณครูคณิตา) ไม่ได้พักผ่อนค่ะ ทำให้ลาตัวนี้นะคะ ไม่สบายค่ะ ได้เวลาแล้วจ้าเจ้าลาเอ๋ย เสียงชาวนาเอื้อนเอยมาไกลไกล รีบออกจากแหล่งอย่ามัวลีลา ขืนชักขืนช้าเดี๋ยวตีตายเขัดขืน เกือบจะล้มทั้งยืน ไม่สบาย กล้ำกลืนฝืนทนด้วยจนปัญญา เอชา เอชา เอชา ชะ ช่า ชา นอยแม่ เป็นอย่างไรครับ ก็พา... (คุณครูคณิตา) พาลาออกไปแล้วก็ทำนา (คุณครูปรเมษฐ) ครูคณิตาผมมีคำสงสัยอยู่ รีบออกจากแหล่ง แหล่งที่อยอ่ยางูเช่ข่นองสัตว อ์น่ พประมาณนั้น ลาก็อยู่แหล่งเช่นเดียวกัน ลาให้ไปให้ไปนี่ ไป แต่ไปด้วยความที่ไม่สบายใช่ไหม เพราะวาՑ่ามันจนปัญญา หูตาก็ฝ้าฟางหญ้าฟางไม่ได้กิน เรี่ยวแรงแทบสิ้นล้มประดายตาย ยังไม่ทันถึงนาเจ้าลายังท้อแวะกินน้ำที่บ่อได้ไหม ชาวนารับรู้ถึงใจเจ้าลา จึงไม่ชักช้ารีบหาน้ำให้ น้ำให้ เจ้าลาก็หน้าจออยู่ที่บ่อน้ำ เกือบเซลลำหล่นลงไป ชาวนาโพงน้ำว่าจะนำขึ้นมา พลันฝ่ายเจ้าลาตกลงไป เอชา เอชา เอชา ชะ ช่า ชา นอยแม่ นอยแม่ ครูคณิตาลานี่น่าสงสารนะ ออกไปจากแหล่ง หญ้า ฟา งได้กินไหมครับ (คุณครูคณิตา) ไม่ได้กินเลยค่ะ น่าสงสารนะเด็ก ๆ แล้วก็เดินไปเรื่อย ๆ ใช่ไหม จะไปนานี่เดินไปด้วยความหมดเลี่ยวหมดแรง อยากจะกินน้ำ จะกินน้ำที่บ่อ ครูคณิตา เด็ก ๆ ครับ เด็ก ๆ เคยเห็นไหม สมัยก่อนเขาจะขุดให้เป็นบ่อซีเมนต์ใช่ไหม แล้วก็ลึกลงไป เพื่อเอาน้ำใต้ดินมาใช้ ลาเป็นอย่างไรครูคณิตา เจ้าลาก็หน้าจอที่บ่อน้ำ ไปที่หน้าบ่อใช่ไหม ปรากฏว่าเป็นอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) ตกลงไปในบ่อค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ตกลงไปในบ่อ ชาวนาโพงน้ำ โพงน้ำคืออะไร (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐคะ คุณครูคณิตาไม่รู้จุก คำนี้เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ รู้จักไหมลูก มีคนรู้จักบ้างไม่รู้จักบ้าง โพงน้ำเป็นการนำกระลงไป ห้อยเชือกลงไปใช่ไหมครับ แล้วก็มีคันโพง เมื่อกระป๋องตกลงไปสู่พื้นน้ำที่อยู่ใต้ดินนี่ กระป๋องก็จะตักน้ำ เราก็จะสาวคันโพง สาวเชือกขึ้นมา เขาเรียกว่าการโพงน้ำ เจ้าลากิน ปรากฏว่าขณะที่เจ้าลาไปอยู่หน้าบ่อเป็นอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) ตกลงไป (คุณครูปรเมษฐ) ตกลงไปเลย เหตุการณ์จะเป็นอย่างไรต่อ เจ้าลาร้องครวญแทบจะป่วนปั่น อกหายขวัญสั่นฉันใกล้จะตาย ฝ่ายชาวนาฉุกคิดได้ว่าอายุของเจ้าลามากหลาย ช่วยขึ้นมาได้ก็คงต้องไปรักษา แล้วจะเอาขึ้นมาทำไง จึงขอแรงกระดอกบอกเพื่อนมา จึงขอแรงกระดอกบอกเพืถมบ่อเจ้าลาหล่นลงไป เอชา เอชา เอชา ชะ ช่า ชา นอยแม่ ครูคณิตาครับ ผ่ายเจ้าลานี่เป็นอย่างไรเด็ก ๆ ตกไปในบ่อใช่ไหม ร้องครวญป่วนปั่น (คุณครูคณิตา) ก็ด้วยความที่ตกใจนะคะ ได้ตกลงไปในบ่อแบบกระทัน ก็ถ้าเป็นคนก็คงตกใจเหมือนกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แต่ฝ่ายชาวนาคิดเลย อายุของลามันก็ทำงานมาให้เราก็ตั้งมากแล้ว มาก อายุมากนะ ถ้าเกิดเรารีบช่วยขึ้นมา ขึ้นมาได้มันเจ็บแผลเจ็บอะไรก็ต้องไปทำอะไรอีกครับ (คุณครูคณิตา) ก็ต้องไปรักษาค่ะ แล้วก็เสียเงินด้วย แล้วจะเอาขึ้นมาทำไมล่้ะครับ จึงขอแรงกระดอกบอกเพื่อนมา คำว่า "กระดอก" เป็นภาษาถิ่นเพชนแปลว่า ขอแรงให้คนมาช่วยกัน อย่างเช่น กระดอกเกี่ยวข้าว กระดอกยกดิน กระดอกขนดิน เป็นการขอแรงว่าอะไร ทำอะไรครับ ถมบ่อที่เจ้าลาหล่นลงไป กะเป็นอย่างไร (คุณครูคณิตา) กะจะให้เจ้าลานี่ตายเลยนะคะนี่ (คุณครูปรเมษฐ) น่าสงสารมาก ชีวิตตกละกแสนระกำลำบาก ไปฟังกันต่อครับ เจ้าลารู้ชะตาฟ้ามาลิขิต วันนี้ชีวิตต้องวางวาย ดินหล่นใส่หลังไม่มีรั้งรอ เดี๋ยวก็คงเต็มบ่อไม่นานใหญ่ เดี๋ยวก็คงเต็มบ่อไม่นานก็ใหญ่ เจ้าลาฉุกคิดในใจว่า จึงเหยีบดินพลันว่าให้แน่นไว้ ยิ่งดินหล้นไปมากเท่าไรหนา ของเจ้าลายิ่งขึ้นมาไว เพื่อนชาวนาแปลกใจมันอะไรกันนี่ กลับไม่มิดสักทีนี่มันอย่างไร มิดสักทีนี่มันอย่างไร ก็ยิ่งใกล้เจ้าลา เหตุไฉนเจ้าลายังไม่ตาย จึงเร่งกำลังไม่ยั้งท่า กำลังไม่ยั้งท่า โปรยดินไปทีแล้วก็ให้ลาตาย ยิ่งถมยิ่งเต็มพลันก็อย่างว่า พักเดียวเจ้าลาขึ้นมาได้ นี่แหละความหัวไวใช้ปัญญา นี่แหละความหัวไวใช้ปัญญา ทำให้เจ้าลารอดตาย เอชา เอชา เอชา เอชา ชะ ช่า ชา หน่อยแม่ จบแล้วนักเรียนปรบมือให้ตนเอเก่งมากเลยนะ ที่ช่วยกันร้องนะครับ เอาล่ะครับ เจ้าลานี่ก็ถูกถมดินใช่ไหม รู้ชะตาแล้วว่าตัวเองจะต้องตายอย่างแน่นอนใช่ไหมครูคณิตา ดินนี่หล่นลงไปกระทบหลังเจ้าลารู้สึกเป็นอย่างไรคุณครูคณิตาคิดว่า (คุณครูคณิตา) รู้สึกว่าจะต้องตายแน่ ๆ เลยใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) แต่ดินหล่นไปเรื่อย ๆ มันถมน้ำมิดหมด มิด เจ้าลาก็เหยียบดินสิครับ ให้แน่นไว้ ได้มากเท่านั้น (คุณครูคณิตา) ก็ยิ่งเหยียบดินให้สูงขึ้นมากเท่านั้นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ เจ้าลาเริ่มมีความคิดแล้ว ดูสิใครฉลาดกว่าใคร เจ้าลาขึ้นมาได้แล้ว ก็ถมใส่ไปสิ ถมใส่ไปเรื่อย ๆ ปรากฏว่าดิแล้วทำไมเจ้าลายังอยู่ เจ้าลายังอยู่เลยน่ะ แสดงว่าเจ้าลาก็เหยียบดินสุดท้ายแล้วเป็นอย่างไรครับ ก็ถมลงไปเรื่อย ๆ จนดินเต็มบ่อ เจ้าลาตายไหมคุณครูคณิตาและเด็ก ๆ (คุณครูคณิตา) ไม่ตายนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะว่าเจ้าลานี่ ก็ใช้หัว ใช้ปัญญาเหยียบดินขึ้นมาจนเต็ม แล้วก็รอดตาย เด็ก ๆ ครับ นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าอย่างไร ไปดูกันนะครับ ครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ข้อคิดที่ได้จากนิทานนะคะ จงใช้ปัญญาแก้ปัญหาอย่าท้อถอยและยอมแพ้ต่ออุปเปรียบเสมือนลาแก่ที่เหยียบดินขึ้นมาเรื่อย ๆ จนหลุดพ้นจากบ่อได้ ฉันใดฉันนั้นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นะครับ อันนี้ก็เป็นข้อคิด นี่ก็เป็นวิธีการหาข้อคิด เมื่อกี้เราอ่านนิทานกันใช่ไหมครับ อ่านนิทาน เราได้ข้อคิด นี่จบแล้วการหาข้อคิดจากนิทาน มีแค่นี้เองครับเด็ก ๆ ไปดูกันต่อ เพราะฉะนั้น นี่เป็นสิ่งที่นักเรียนพึ่งปราครูก็จะให้นักเรียนทำใบงาน ข้อคิดจากนิทาน เอาล่ะครับนักเรียน เดี๋ยวเรามาดูคำชี้แจงในการทำงานของนักเรียนกันนะครับ ให้นักเรียนอ่านนิทาน เรื่อง เจ้าชายกับตะเกียบจีน และก็ให้ทำอย่างไร ทำใบงานเรื่อง ข้อคิดจากนิทานนะครับ โดยการเขียนแผนภาพโครงเรื่อง แล้วก็สรุปข้อคิดที่ได้จากนิทานที่แส่วนคุณครูล่ะครับ (คุณครูคณิตา) ส่วนบทบาทของคุณครูปลายทางนะคะ ดูแลการทำงานของนักเรียนค่ะ แนะนำการเขียนแผนภาพโครงเรื่อง ให้นักเรียนนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับนักเรียน พร้อมที่จะทำแล้วใช่ไหม พลงมือ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนครับ เสร็จแล้วใช่ไหม เดี๋ยวเราไปดูแนวทางกระจ่างศาสตร์กันดีกว่าเป็นอย่างไร ก็คือการให้นักเรียนนั้นรู้แนวทางในการทำงานนั่นเอง ว่าที่ทำไปนั้นถูกต้องมากน้อย ครูก็สรุปมาให้ตามที่นักเรียนทราบนะครับ เอาล่ะครับ ตัวละครมีใครบ้างครับครูคณิตา (คุณครูปรเมษฐ) ข้อ 1 เลยนะคะ ก็คือมีพระราชาค่ะ มีเจ้าชาย มีอาจารย์ และมีใครคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือนายหย่วน 4 ตัวละครนะครับ ต่อไป ฉากล่ะครับนักเรียน (คุณครูคณิตา) ฉากก็คือสำนักในป่าค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ไปเรียนในป่าใช่ไหม แล้วก็ ลานประหารค่ะที่จะประการนายหยวนนั่นเอง ข้อคิด อันนี้ล่ะครับ เรื่องสำคัญ ข้อคิดเป็นอย่างไรคุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ความพยายามหรือว่าฝึกฝน (คุณครูปรเมษฐ) ที่นายหยวนนั้นคีบลูกธนูได้ทั้งหมดเลย จึงทำให้ไม่ตายนะครับ มีความขยันอดทนในการศึกษาหาความรู้ใช่ไหมในนิทานนะครับ แล้วก็ (คุณครูคณิตา) มีความเพียรในการทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวเอง ไม่พึ่งพาผู้อื่นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อย่างที่นายหย่วนไปเป็นคนรับใช้แต่ตัวเองนั้นไม่ได้เรียนวิชา แต่ฝึกวิชาด้วยตนเอง คือ การขีบตะเกีบน ปัญหามันเกิดอะไรขึ้น (คุณครูคณิตา) พระราชาต้องการให้โอรสเตรียมเป็นพระเจ้าแผ่นดินค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็โดยการไปศึกษากับ แล้วก็ (คุณครูคณิตา) อาจารย์ไม่สอนวิชาให้เด็กรับใช้นั่นเองค่ะ นายหยวนไม่ได้เรียน ตามที่พระโอรสเรียน นายยวนจึงไปฝึกการขีบตะเกียอันนี้คือปัญหาที่เกิดขึ้น เหตครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) เจ้าชายและเด็กรับใช้ไปเรียนวิชาที่สำนักในป่าค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นอย่างไรต่อ เด็กรับใช้ฝึกใช้ตะเกียบ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นอย่างไรครับประหารชีวิตเด็กรับใช้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้เป็นที่มาคร่าว ๆ นะ และสุดท้ายเป็นอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) สุดท้ายเด็กรับใช้รอดชีวิตจากการใช้ตะเกียบนั่นเอง (คุณครูปรเมษฐ) ยิงธนูมากี่ดอกก็ตาม ความไวในการใช้ตะเกียบของนายยวนก็ขีบได้หมด นี่ล่ะทำให้ (คุณครูคณิตา) ผลที่ได้ล่ะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือนายหยวนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นสมัยโบราณผู้ที่จะเป็นเจ้าเมืองจะเป็นายอำเภอ นั่นเองนะครับ นี่คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จากนิทานครับ (คุณครูคณิตา) ข้อคิดที่ได้จากนิทาน การเป็นผู้มีความขยัน อดทน มีความพยายาม ฝึกตนเองโดยไม่หวังพึ่งพาผู้อื่น ให้เกิดผลดีต่อตนเองในการทำงานค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ก็คือข้อคิดที่ได้จากนิทานเรื่อง เจ้าชายกับตะเกียบจีนนั่นเองครับ เดี๋ยวเราก่อนที่จะอำลานี่เราไปสรุปบทเรียนกันก่อน มาสรุปบทเรียนกันนะครับ นักเรียนนำข้อคิดจากการอ่านไปใช้ในชีวิตประจำวันอย่างไร บอกเลย 1. คือ เยี่ยมครับ 2. คือ อ่านเรื่องแล้วเป็นอย่างไรนะ ใช้ได้ (คุณครูคณิตา) เข้าใจเรื่องค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ต่อไปต้องเป็นอย่างไรต่อ หลักการมีแค่นี้เองในการหาข้อคิดนะ นักเรียนคิดว่าการหารหาข้อคิดจากการอ่านมีประโยชน์อย่างไร มันมีประโยชน์อย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) มีประโยชน์ นั่นก็คือได้ความรู้ และมีแนวทางในการดำเนินชีวิตค่ะ การนำข้อคิดเหล่านี้ไปปรับและไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์จ่อจนเองนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่แล้วครับนักเรียนครับ ครั้งต่อไปนะครับ เราจะศึกษากันในเรื่องของ (คุณครูคณิตา) สร้างสรรค์งานเขียนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) โดยที่นักเรียนจะต้องเตรียมตัวดังนี้ครับ 1ใบความรู้เรื่อง การเขียนนิทาน 2. ใบงานเรื่องเขียนนาทานตามจินตนาการค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ไปเตรียมตัวกันมานะครับ (คุณครูคณิตา) ซึ่งสามารถได้ที่นี่เลยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับนักเรียนครับ วันนี้ครูเชื่อว่านักเรียนได้อะไรหลายสิ่งหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นหลักการในการหาข้อคิด หรือแม้กระทั่งได้ฝึกร้องเพลงพื้นบ้าน ร้องให้เป็นนิทานแล้วก็ไปหาข้อคิดจากเพลงพื้นบ้าน แล้วก็ได้ฝึกหาข้อคิดจากนิทาน เรื่อง เจ้าชายกับเพราะฉะนั้น ความรู้ที่นักเรียนได้แบกกลับไปบ้านในวันนี้มันเป็นสิ่งที่นำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุด หากถ้าหนูนั้นปฏิบัติตามสิ่งที่สังเคราะห์ไปวันนี้ ได้ข้อคิดไปในวันนี้นั่นเองครับ ครูทั้ง 2 คน ฝากไว้ให้หนู ๆ คิดนะครับ วันนี้ไว้เท่านี้ครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]