--- title: ฝึกแบ่งพิมพ์ (DLTV ภาษาไทย ป. 6 หน่วยที่ 6) ๖ สร้างสรรค์งานเขียน ๘ ก.ย. ๖๔ (มีใบงาน และใบความรู้) subtitle: date: วันอังคารที่ 29 มีนาคม 2565 เวลา 10.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (คุณครูคณิตา) สวัสดีคุณครูปลายทางทุกท่าน และคุณครูปรเมษฐ ศรีกำเหนิด ในรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ กลับมาทบทวนเกี่ยวกับเรื่องการเขียนกันอีกรอบนะคะ เอ้ คุณครูปรเมษฐคะ วันนี้นี่เรายังจะมีเกี่ยวกับเรื่องการเขียนอีกไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) จริงแล้วนี่ เด็ก ๆ เรียนในหน่วยนี้ชื่อว่าสร้างงานเขียนครูคณิตา เพราะฉะนั้น เกือบทั้งหน่วยเลย ก็จะเกี่ยวกับงานเขียนต่าง ๆ ในภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 นี่จะได้เรียนนะครับ วันนี้ก็จึงให้นักเรียนนั้นได้เรียนชื่อตรงกับชื่อหน่วยเลย ก็คือการสร้างสรรค์งานเขียนนั่นเองครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ครับ ถ้าหนู ๆ พร้อมจะไปศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับเรื่องงานเขียนต่าง ๆ ถ้าพร้อมแล้ตามครูทั้ง 2 คนไปเลยครับ (คุณครูคณิตา) คำถามกระตุ้นความคิด นักเรียนชอบอ่านนิทานหรือไม่ เพราะเหตุใด ตอได้เลยค่ะ ในชีวิตประจำวันของเรานี่ บทเรียนครั้งที่แล้วเราก็พูดเกี่ยวกับนิทานใช่ไหมคะ นิทานอะไรบ้างนะ สมัยเด็ก ๆ ที่นักเรียนเคยได้ยิน หรือเคยเล่าให้น้อง ๆ นั้นได้ฟังกันค่ะ สมัยเด็ก ๆ คคุณครูปรเมษฐนี่ได้ฟังนิทานเกี่ยวกับเรื่องอะไรมาบ้างคะ (คุณครูปรเมษฐ) สำหรับครูนะครับ เรื่องเดียวเลย ก็เรื่องนนักเรียน ก็เป็นนิทานที่เป็นหนึ่งเรื่องนะ ที่มันให้ข้อคิดอะไรหลายอย่าง แล้วก็นำมาใช้ในปัจจุบัน มันเป็นนิทานที่ว่าเราชอบนิทานเรื่องไหนมันก็ฝังกับตัวเราอยู่ตลอดเกี่ยวกับเรื่องข้อคิดนะ (คุณครูคณิตา) มันจะมีสักนิทานหนึ่งน่ะค่ะ เมื่อที่คุณครูถามนักเรียนก็จะมีชื่อนิทานเหล่านั้นนี่ผุดขึ้นมาในความคิดนะคะ อย่างเช่นเมื่อกีเคุณครูปรเมศฐนี่ก็เป็นนิทาน (คุณครูปรเมษฐ) คุณครูคณิตาชอบเรื่องอะไรครับ (คุณครูคณิตา) คุณครูคณิตาชอบเรื่องหนูน้อยหมวกแดงค่ะ ก็ไปเกี่ยวกับฝั่งนู้นนะคะ ฝั่งต่างประเทศนะ เอาล่ะค่ะ คราวนี้เรามาดูคำถามข้อต่อไปกันดีกว่านะคะ นั่นก็คือนักเรียนรู้จักผู้เขียนนิทานคนใดบ้าง ปกติเราจะอ่านแค่เนื้อหาใช่ไหมคะ แต่ผู้แต่งนี่เราไม่ค่อยให้ความสนใจ มีบ้างไหมเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) ผู้แต่งที่เด็ก ๆ จะรู้จักเชื่อได้เลยที่กำลังดูครูทั้ง 2 คนอยู่นี่ เชื่อว่าเลยว่านิทานที่เด็ก ๆ คุ้นหูมากที่สุดคือนิทานอีอะไรนะ อีสปนะ อีปสเป็นผู้แต่งนิทานชาวกรีกโบราณที่แต่งนิทานไว้หลายเรื่องเลย หลายร้อยเรื่อง แล้วก็นำมาแปลงดัดแปลงเป็นของไทย เป็นนิทานอีสปเป็นนิทานที่มีข้อคิดอยู่เสมอ ถ้าแปลเป็นไทยก็จะบอกว่า นิทานเรื่องนี้... (คุณครูคณิตา) สอนให้รู้ว่า (คุณครูปรเมษฐ) นี่คือขนพเคยอ่านกันนะครับ เมื่อก่อนนี้จะเป็นเล่มสักประมาณครึ่งกระดาษ A4 ใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้น้องฟังบ้าง ให้พ่อแม่อ่านให้ฟังบ้างไม่เท่าไรนะครับ ก็เป็นนิทานที่คุ้นเคยแล้วก็อยู่ในชีวิตโดยตลอดสำหรับตัวผมนะ เชื่อว่าคุณครูคครูคณิตาก็เช่นเดียวกัน (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ ครูคณิตาชอบอ่านมากนะคะ นิทานที่เป็นเล่มเล็ก ๆ นะคะ สีสันนี่ก็สวยงาม ทำให้เรานี่รู้สึกว่าน่าอ่านแล้วก็น่าที่จะทำไมคะ จดจำเกี่ยวกับนิทานเรื่องนั้นแล้วก็นำข้อคิดเหล่านั้นไปปรับใช้นั่นเองค่ะ แล้วนิทานพื้นบ้านล่ะคะ คุณครูปรเมษฐ คุณครูปรเมษฐรู้จักนิทานพื้นบนี่ ของครูนี่ ครูก็ต้องใช้จังหวัดเดียวกันเลยนะครับ ตาม่องร่าย เล่าให้ฟังได้เลยเด็กประจวบแท้ ๆ เขาจะเล่าได้นะ เพชรบุรีนี่เขาก็จะมีนิทานเขาแด่น เกี่ยวกับเรื่องการไปเอาเพชรอยู่บนเขาอย่างนี้ มันคือนิทานประจำถิ่น อย่างบ้านครูคณิตาก็จะมีนิทานพื้นบ้านนะคะ ก็จะมีหลากหลายมากขึ้น ซึ่งพวกนิทานพื้นบ้านนี่ ้เรานี่มักหาผู้แต่งไม่เจอ เพราะเป็นนิทานเล่าแบบอะไรคะ ปากต่อปากสืบต่อกันมา ไม่ทราบที่มานะคะ แต่ถ้าเป็นเกี่ยวกับนิทานอีสป นิทานชาดกต่าง ๆ เราก็อาจจะทราบชื่อของผู้แต่งกันอยู่ใช่ไหมคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ นิทานที่เล่าสืบต่อกันปากต่อปากนี่ เขาเรียกว่าอะไรนะเด็ก ๆ ครูเคยบอกแล้ว วรรณกรรมมุขปาฐะ นั่นเองนะครับ ก็เป็น 1 คำ เด็ก ๆ ป. 6 ต้องรู้จักเอาไว้ เดี๋ยวพอหนูขึ้นในระดับที่สูงขึ้นหนูก็จะเข้าใจนะ จำคำที่ครูพูดไว้ครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เอาล่ะค่ะ เรามาดูคำถามข้อถัดไปกันเลยดีกว่านะคะ นักเรียนเคยลองเขียนนิทานหรือไม่ ตอบค่ะ ตอบกับคุณครูปลายทางเลยค่ะ ลองเขียนนิทานหรือเปล่าเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) ใครเคยเขียนครับ ยกมือเลย ให้คุณครูได้เลย ให้เพื่อนได้รับรู้ครับ ที่เหลือก็คือไม่เคยเขียนหรือ (คุณครูคณิตา) ไม่เคยเขียน (คุณครูปรเมษฐ) ไม่น่าเชื่อนะ (คุณครูคณิตา) อาจจะลองเคยอ่านแต่ไม่เคยเขียนก็ได้ค่ะ ไม่เป็นไรนะคะ ถ้าคราวนี้ครูก็จะถามถึงนักเรียนที่ยกมือนะ ถ้านักเรียนเคยเขียนเรื่องเกี่ยวกับอะไร แต่งเรื่องอะไรขึ้นมานะ ให้มันเป็นนิทานค่ะ สามารถตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ การเขียนนิทานเราจะใช้มนุษย์หรืออมนุษย์นี่เข้ามาเป็นตัวละครก็ได้ใช่ไหมคะ แล้วก็สามารถที่จะทำให้เรื่องนั้นเกิดความน่าตื่นตาตื่นใจ ต้องแฝงไปด้วยข้อคิดคติธรรมนั่นเองค่ะ เอาล่ะค่ะ ต่อมาค่ะ ถ้านักเรียนจะเขียนนิทาน นักเรียนจะเริ่มต้นเขียนนิทานอย่างไร นี่คือจุดเริ่มต้นนะคะ ของการเขียนนิทาน หากเราต้องการเขียนเรื่องใดเรื่องหนึ่งขึ้นมาเราจะต้องทำอย่างไรก่อน ง่ายมากเลยค่ะ คุณครูปรเมษฐคะ คุณครูปรเมษฐทราบไหมคะ ว่าถ้าคุณครูปรเมษฐอยากจะเขียนนิทานเรื่องหนึ่ปรเมษฐนี่จะเริ่มเขียนอย่างไร นะครับ ครูก็จะต้องตั้งจุดมุ่งหมายก่อนว่าครูต้องการเขียนเรื่องอะไรใช่ไหมลูก เราจะเขียนเรื่องอะไร คราวนี้ครับ จินตนาการครับ จินตนาการเลย จะใช้สิ่งใดเป็นตัวละครบ้าง รอบตัวนี่มันสามารถมาเป็นตัวละครได้หมด พอเราได้จินตนาการเกี่ยวกับเรื่องตัวละครตัวนี้ เราใช้ความคิดนะ ทำความคิดหรือประสบการณ์ที่เรามีนี่ครูคณิตหรือประสบการณ์ที่เรามีใช่ไหมครูคณิตาครับ นำมาผนวกรวมกันคิดให้มันเป็นเรื่องขึ้นมา แล้วก็เขียน มันก็เป็นนิทาน 1 เรื่องแล้วใช่ไหม ถามว่าถูกผิดไหม ไม่มีใครบอกได้ เพราะมันเป็นเรื่องที่เขียนจากจินตนาการ โดยอาศัยความจริงบางส่วนใช่ไหมครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้น ต้องตั้งจุดมุ่งหมายให้ได้ก่อน แล้วใช่ความคิดรวมกันมันก็จะเป็นเรื่องหรืองานเขียนขึ้นมานั่นเองครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ นี่ก็คือจุดเริ่มต้นของการเขียนนิทานของคุณครูปรเมษฐนะคะ ส่วนการเขียนนิทคณิตานี่ก็คือง่ายมากเลยค่ะ นั่นก็คือศึกษาตัวอย่างของงานเขียนนิทานอื่น ๆ ก่อนค่ะ ว่างานเขียนนิทานเหล่านั้นนี่เป็นอย่างไร และนำสิ่งเหล่านั้นที่เราได้ศึกษามานี่ ก็คือนำมาปรับใช้ในการเขียนนิทานให้เป็นรูปแบบของตนเองนั่นเองค่ะ ซึ่งก็สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ของเราเลยค่ะ นั่นก็คือบอกหลักการเขียนนิทานได้นะคะ นักเรียนจะต้องเขียนนิทานจากจินตนาการได้ และสุดท้ายอะไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนจะต้องบอกประโยชน์ที่นักเรียนนั้นเขียนนิทานหรือแต่งนิทานจากจินตนาการได้ว่ามันมีประโยชน์อย่างไร พูดง่าย ๆ ว่านักเรียนจะต้องรู้หลักการก่อน เมื่อรู้หลักการแล้วต้องทำอย่างไร ก็ต้องปฏิบัติตามใช่ไหม รู้หลักการก็ต้องเขียนนิทาน แล้วก็ต้องบอกประโยชน์ว่ามันให้ประโยชน์อะไรแก่เรา (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ คุณครูปรเมษฐสรุปให้เด็ก ๆ ได้เข้าใจอย่างถ่องแท้เลยนะคะ เอาล่ะค่ะ เรามาดูหลักการกันดีกว่า การเขียนนิทานคืออะไร ทราบไหมเอ่ย เดี๋ยวเรามาเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ นิทาน คือ เรื่องที่เล่าสืบต่อกันมา มีหลายประเภท เช่น นิทานอีสป นิทานชาดก และนิทานอื่น ๆ อีกมากมายนั่นเองค่ะ ซึ่งนิทานนี่นอกจากให้ความบันเทิงแล้ว ยังให้คติข้อคิด ผู้อ่านอีกด้วย อย่างเช่นตัวอย่างไรบ้างคะ (คุณครูปรเมษฐ) อย่างเช่น ให้ทางด้านคติธรรมนะครับ เกี่ยวกับการดำเนินชีวิตในสังคม สอดแทรกเกี่ยวกับวัฒนธรรมประเพณีต่าง ๆ ในที่นั้น ๆ ของการเขียนนิทาน สมมตินิทานตาม่องล่ายนี่ที่ครูเคยเล่าให้เด็ก ๆ ฟังใช่ไหม ก็จะสอดแทรกประเพณีของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ใช่ไหมครับ เช่นเดียวกันฉันใดก็ฉันนั้น ก็ย่อมที่จะสอดแทรกประเพณีไว้เช่นเดียวกัน มันเป็นลายลักษณ์อักษรทำให้เรานี่ สามารถที่จะศึกษาเมื่อไหร่ก็ได้ ความเป็นมาเป็นไปในท้องถิ่นนั้น ๆ ด้วยใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ เป็นเอกลักษณ์หรือว่าเป็นจุดเด่นของนิทานพื้นบ้านเลยก็ว่าได้นะคะ ต่อมาค่ะ การที่เราจะเขียนนิทานได้นี่เราจะต้องรู้จักเกี่ยวกับ เกี่ยวกับองค์ประกอบของนิทานค่ะ องค์ประกอบของนิทานนั้นมีอะไรบ้าง เดี๋ยวเราไปดูกันเลยค่ะ องค์ประกอบของนิทาน 1. จะต้องมีแนวคิดของเรื่อง แนวคิดของเรื่องในที่นี้ก็คือแก่นเรื่องนั่นเองค่ะ นิทานพื้นบ้านปลาบู่ทอง หรือซิลเดอเลล่า นักเรียนอาจจะคุ้นหูนะคะ ปลาบู่ทองกับซินเดอร์เลล่า ก็คืออะไรคะ การที่เขามีตัวละครที่ถูกกระทำเหมือนกันนั่นก็คือแม่เลี้ยงทำไม ข่มเหงลูกเลี้ยง แก่นเรื่องจุดสำคัญอยู่ที่ตรงนางเอกนี่โดนรังแก โดนรังแกแล้วเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น มันก็จะทำให้เกิดเรื่องราว เกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ต่อ ๆ กันมานั่นเอง นั่นก็คือแก่นเรื่องนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่าแนวคิดนี่สำคัญมาก ถ้าในเรื่องไม่มีแนวคิดจะดำเนินเรื่องไม่ได้ (คุณครูคณิตา) ไม่ได้เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ต่อมาคือตัวละครสำคัญ ตัวละครสำคัญนี่มันก็คือตัวดำเนินเรื่องนั่นเอง ถ้าไม่มีตัวละครในการดำเนินเรื่องนี่ เรื่องมันก็จะดำเนินไปอย่างไม่ราบเรียบ ตัวละครนี่ใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ในละครนั้น ๆ นี่ ตัวละครจะมาสร้างสีสันให้เรื่องน่าสนใจมากน้อยเพียงใดก็อยู่ที่ตัวละครจะรังสรรค์ออกมาก็อยู่ที่ตัวละครนั่นเอง จะทำให้เรื่องมันน่าสนใจยิ่งขึ้นนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ นอกจากมีตัวละครที่สำคัญแล้วนี่ อีกอย่างหนึ่งก็คือตัวละครประกอบ ตัวละครประกอบเป็นตัวดำเนินเรื่องที่ดีเลยนะคะ ที่พาเหตุการณ์หรือว่านำตัวละครเหล่านี้ไปสู่เหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ นั่นเองค่ะ มาดูบทสนทนา บทสนทนาในนิทานนะคะ จะต้องมีการใช้ถ้อยคำที่กระชับ กระทัดรัด สามารถเข้าใจได้ง่าย และสิ่งสำคัญ ก็คือจะต้องไม่ใช้คำหยาบค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) บทสนทนานี่มันคือสีสันใช่ไหม มันเป็นสีสันให้ตัวละคร และสีสันให้เรื่อง ก็อยู่ตรงนี้ล่ะ บทสนทนานี่ล่ะนักเรียน (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) โครงเรื่อง โครงเรื่อง คือ แก่นหลักของเรื่องเลย ว่าเรื่องจะดำเนินอย่างไร ก็จะต้องบอกโครงเรื่องให้ได้ ถ้านักเรียนรู้จักโครงเรื่องหรือการวางแผนโดยการเขียนแผนภาพโครงเรื่องนี่นะ นักเรียนก็จะสามารถที่จะรู้หลักการของนิทานเรื่องนั้น ๆ ได้เลยใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ โครงเรื่องก็เปรียบเสมือนลำดาบของเนื้อเรื่องว่าเหตุการณ์ที่ 1, เหตุการณ์ที่ 2 4 5 6 เป็นอย่างไร ก็เรียงตามลำดับ ถ้านักเรียนสามารถวางโครงเรื่องได้ การเขียนนิทานของนักเรียนก็จะไม่สับสนนะคะ เนื่องจากเราได้วางโครงเรื่องไว้แล้ว ต่อมาฉากค่ะ ก็คือส่วนประกอบต่าง ๆ นั่นเอง นั่นก็คือฉากก็คือส่วนประกอบต่าง ๆ หมายถึงสถานที่ สถานที่ต่าง ๆ ที่ตัวละครสำคัญเหล่านี้นี่ ได้อยู่หรือเหตุการณ์ต่าง ๆ นี่ได้เกิดขึ้น ณ ที่ที่แห่งนั้นนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ต่อไปสำคัญมากของนิทาน ก็คือข้อคิด ข้อคิดหรือคติแนวคิดสอนใจเป็นสิ่งที่ผู้เขียนนี่จะต้องแทรกไปในนิทาน มันก็มาจากนี่ แนวคิดของเรื่องคืออะไร ข้อคิดมันก็จะผูกพันเชื่อมโยงกันนะ ก็อย่างเช่น ความกตัญญู ความเสียสละ ความแบ่งปันให้ผู้อื่น การมีความรักต่อผู้อื่นอะไรแบบนี้ แล้วมีข้อคิดไว้เพื่ออะไร ข้อคิดนี้มันจะประสบความสำเร็จ (คุณครูคณิตา) เรานำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับนั่นล่ะครับ นี่ก็คือองค์ประกอบของนิทานนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ทบทวนอีกครั้งค่ะ องค์ประกอบของนิทานจะมีแนวคิดของเรื่อง ตัวละครสำคัญ บทสนทนา โครงเรื่อง ฉาก และข้อคิดค่ะ นี่คือองค์ประกอบของนิทานนั่นเองนะคะ ต่อไปเราไปกันดีกว่า หลักการเขียนนิทานนี่มีอะไรบ้างคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เราไปดูกันเลยครับเด็ก ๆ ครับต้องสร้างโครงเรื่องก่อน การสร้างฌคก็คือลำดับเหตุการณ์ต่าง ๆ ในเรื่อง กำหนดตัวละคร กำหนดฉาก กำหนดเหตุการณ์ ก็อยู่ในโครงเรื่อง ก็ต้องเรียบลำดับนั่นเองนะครับ อันนี้ก็คือการสร้างโครงเรื่อง (คุณครูคณิตา) โครงเรื่องก็ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุดนะคะ ไม่ว่าจะเป็นการเขียนเรื่องใด ๆ ก็ตามเราจะต้องกำหนด (คุณครูปรเมษฐ) โครงเรื่องนั่นเองครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ ต่อมาค่ะ กำหนดตัวละคร มีใครบ้าง เราจะใช้ตัวละครกี่ตัวละคร ตัวละครเป็นมนุษย์ เป็นอมนุษย์ เป็นดอกไม้พูดได้นู่นนี่นั่นก็แล้วแต่เราจะกำหนดตัวละครนั้นขึ้นมานะคะ ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ลำดับเหตุการณ์ครับ สอดคล้องกับโครงเรื่องแล้วก็พฤติกรรมการดำเนินเรื่องของตัวละครมันก็จะต้องสอดคล้องกัน เรื่องมันถึงจะน่าสนใจนะครับ มันก็มาจากการวางโครงเรื่องล่ะครับ ถ้าสมมติว่าถ้านักเรียนไม่วางโครงเรื่องจะลำดับเหตุการณ์ถูกต้องไหมคะนี่ (คุณครูปรเมษฐ) น่าคิดเหมือนกันนะครับ (คุณครูคณิตา) เพราะฉะนั้น สิ่งสำคัญที่สุดของนิทานนั่นก็คือจะต้องวางโครงเรื่องนั่นเองค่ะ ย้ำหลายครั้งแล้วนะคะ แสดงว่าจะต้องสำคัญมากเลยนะคะนี่ ต่อมาค่ะ นั่นก็คือดำเนินเรื่องให้น่าสนใจค่ะ การดำเนินเรื่องให้น่าสนใจนี่ หากเป็นสิ่งที่เรานี่ได้อ่านกันมานี่ก็เป็นการดำเนินเรื่องตามปฏิเอ๊ ตามปฏิทินนี่เป็นอย่างไรคะ ตามปฏิทินก็คือตามวันเวลาไปเรื่อย ๆ นะคะ จากปัจจุบันไปสู่อนาคต ไม่มีการย้อนกลับมาอดีต ซึ่งถ้าเรานี่เล่านิทานหรือเขียนนิทานย้อนกลับไปมายังอดีต แล้วมาอนาคตแล้วมาปัจจุบัน แล้วมาอนคตมาอดีต แบบนี้มันจะสับสนไหมคะนี่ (คุณครูปรเมษฐ) สับสน แต่ถามว่ามันได้ไหม ได้ มันก็จะบางเรื่องเเอาเหตุการณ์ในอนาคตมาก่อน แล้วก็ย้อนกลับไปสู่ในอดีตว่าที่มาที่ไปเป็นอย่างไร ปัจจุบันก็มีหลายเรื่องนะครับ แต่มันอยู่ที่หลักการที่นักเรียนนั้นจะเขียนได้อย่างไรนั่นเองครับ (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ แต่นักเรียนอย่าลืมนะคะ ว่านิทานนี่ (คุณครูปรเมษฐ) ต้องน่าสนใจ คือเขียนอย่างไรก็ต้องสนุก อ่านแล้วจะต้องอ่านต่อ นั่นคือน่าสนใจ ไม่ใช่ว่าอ่านสะดุดคืออ่านไม่ออกนะนักเรียน อ่านแล้วมันติดใจว่าจะต้องอ่านต่อ (คุณครูคณิตา) เขาเรียกว่าดึงดูดค่ะนี่ก็คือเป็นการดำเนินเรื่องที่น่าสนใจ สั้น ๆ เลยนะคะ ถ้านักเรียนเขียนนิทาน ให้นักเรียนเขียนตามลำดับเวลา อย่างเช่น วันนี้วันจันทร์ ต่อมานักเรียนจะต้องเขียนวันอังคาร, พุธ, พฤหัสบดี, ศุกร์, เสาร์ ตามลำดับการเวลา มันจนิทานได้ง่ายขึ้นนั่นเองค่ะ ต่อมาค่ะ ใช้ภาษาเหมาะสมกับเรื่องค่ะ นิทานอ่านได้ทุกเพศทุกวัย การใช้ภาษาจะต้องเป็นอย่างไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) จะต้องใช้ภาษาที่เป็นกลาง ๆ เด็กอ่านได้ผู้ใหญ่อ่านดี ชัดเจนแล้วก็กระทัดลัดสละสลวยอันนี้ในนิทาน อาจจะเป็นภาษาที่เด็ก ๆ คุยกัน แต่นั่นล่ะครับ มันคือเสน่ห์ของนิทานเลยครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อไปค่ะ เขียนเรื่องให้มีแนวคิด อันนี้คือสิ่งสำคัญนะคะ แนวคิดของเรื่องนี้คืออะไร ก็สอดคล้องกับการวางโครงเรื่อง กำหนดตัวละคร ลำดับเหตุการณ์ต่าง ๆ นะคะ ก็ทำให้เรามีแนวคิดเรื่องนี้นี่เราจะสอดแทรกอะไรลงไป (คุณครูปรเมษฐ) ครับ ต่อไปก็คือการแทรกข้อคิดนั่นเอง เน้นย้ำอยู่ตลอดแล้วนะครับ นิทานต้องมีข้อคิดเพื่อเป็นคติเตือนใจแล้วสามารถใช้ได้ในชีวิตประจำวันนะครับ หลักการเขียนนิทานก็มีเท่านี้นักเรียน ง่าย ๆ ไม่ใช่เรื่องยากครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ มาถึงช่วงลองคิด ลองทำ นักเรียนคิดว่าวันนี้คณครูจะให้นักเรียนยทำกิจกรรมอะรไ ให้คุณครูปรเมษฐลองทายปริศนาดีกว่าว่าวันนี้คุณครูคณิตาจะให้นักเรียนทำกิจกรรมอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) เกี่ยวกับเรื่องนิทาน ผมคิดว่าน่าจะไม่เขียนก็น่าจะเล่านิทานต้องมีแบบนี้แน่นอน (คุณครูคณิตา) ค่ะ ถูกหรือไม่ถูก เรามาดูเฉลยกันเลยดีกว่าค่ะ ให้นักเรียนฝึกเขียนนิทานจากภาพค่ะ คำชี้แจง ให้นักเรียนดูภาพที่กำหนดให้แล้วนำไปแต่งเป็นเรื่อง ในรูปภาพนี่มีภาพอะไรบ้างคะนี่ (คุณครูปรเมษฐ) เด็กผู้หญิงกับผู้ชายกำลังถือไอศกรีมใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) คัพเค้กค่ะคุณครูถ้าเด็ก ๆ มองเป็นไอศกรีมได้ไหม (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ ได้นะ แล้วก็อีกคนหนึ่งร้องไห้เลย อาจจะเสียใจที่เราไม่ได้กินบ้างหรืออย่างไรก็ไม่รู้นะครับ (คุณครูคณิตา) เกิดเหตุการณ์อะไรนะคะ เดี๋ยวคุณครูให้เวลานักเรียนนะคะ แต่งเป็นเรื่อง แต่งเป็นนิทาน เดี๋ยวเรามาเจอกันอีกครั้งค่ะ [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) หมดเวลาค่ะนักเรียน นักเรียนลองเล่าเรื่องที่นักเรียนนี่ได้แต่งนี่ให้เพื่อนหรือให้เพื่อน ๆ ได้ฟังดูนะคะ ว่าการแต่งของนักเรียนนี่เป็นอย่างไรบ้าง และให้เพื่อน ๆ เสนอแนะได้นะคะ กลับมาที่คุณครูปรเมษฐกันดีกว่าค่ะ คุณครูปรเมษฐค่ะ คุณครฺคณิตา อยากให้คุณครูปรเมษฐช่วยพิจารณารูปภาพนี้และแต่งเป็นเรื่องเป็นราวให้หน่อยได้ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) แต่งเป็นเรื่องเลยหรือครับ ให้นักเรียนฟังนะ ครูก็กำหนดตัวละครมาก่อน มีตัวละคร 3 ตัวให้ชื่ออ.อ่างทั้งหมดเลย อั้มอึ้ม, อิ้ง นี่ครูกำหนดตัวละครนะครับ เล่าเลย นี่ถืออะไรอยู่นะคุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา) คัพเค้ก ตั้งชื่อเรื่องด้วย แม่จ๋าหนูอยากกินคัพเค้ด ณ ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง อั้มกับ... ชื่ออะไรนะ (คุณครูคณิตา) อุ้ม (คุณครูปรเมษฐ) อั้มกับอุ้มเป็นพี่น้องกัน ทั้ง 2 นี้ ได้ซื้อคัพเค้กมคับเค้กมาเพื่อรับประทานกัน (คุณครูคณิตา) อิงค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อิงก็เดินทางมาเที่ยวห้างสรรพสินค้าเช่นเดียวกัน อิมก็ได้เห็นอั้มกับอุ้มมีความสุขที่จะได้กินขนมคัพเค้ก ฝ่ายตัวเองนั้นแม่ หากแม่เดินมาด้วยกันก็อยากจะกินบ้าง ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ร้องไห้เลยครับ กระจองอแงเลย หนูอยากกให้บ้างไม่ยอมขอแม่ดี ๆ ฝ่ายผู้ที่เป็นแม่ก็ไม่รู้จะพูดอย่างไร เพราะว่าในขณะที่ฝูงชนเยอะแยะมากเลย อิมก็ร้องไห้กระจองอแงแม่ก็อายมาก ฝ่ายพี่น้องคู่นั้นเห็นพฤติกรรมของอิง อุ้มกับอั้ม ทั้งคู่มีขนมคนละ 1 ชิ้นใช่ไหมครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ฝ่ายพี่อั้มก็บอกน้องอุ้มว่า น้องีพี่ขอให้เรากินด้วยกันได้ไหม พี่สงสารเด็กผู้หญิงจังเลย พี่จะแบ่งขนมคัพเค้กนี่ให้กับเด็กผู้หญิงคนนี้สักชิ้นหนึ่งได้ไหม ฝ่ายอุ้มว่าอย่างไร (คุณครูคณิตา) อุ้มก็ตอบว่า ได้ค่ะพี่ เดี๋ยวเรานำคัพเค้กชิ้นนี้ไปให้เด็กผู้หญิงคนนั้นด้วยกันเลยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) และแล้วทั้งพี่น้องคู่นี้ก็เดินมามอบขนมคัพเค้กให้กับอิงได้รับประทานเช่นเดียวกัน อิงก็เปลี่ยนสีหจากที่กำลังยิ้มดีใจ นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า (คุณครูคณิตา) สอนให้รู้ว่า (คุณครูปรเมษฐ) คนเราจะต้องมีการ... เก่งมากครับ แบ่งปันและเสียสระ นี่เป็นแนวคิดและก็เป็นนิทาน 1 เรื่องแล้วใช่ไหมครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใชเป็นการแต่งแบบง่าย ๆ นะคะ นำสิ่งที่เราเจอในชีวิตประจำวันนี่ นำมาใช้นะ นะ เป็นการดึงเอาเหตุการณ์ต่าง ๆ เราเคยเห็น เราเคยได้ยิน เราเคยกระทำนำมาแต่งเป็นนิทาน สามารถนำมาใช้ได้หมดเลยนะคะ ต่อมาค่ะ เรามาดูข้อถัดไปกันเลยดีกว่า ให้นักเรียนค่ะ ดูคำเหล่านี้แล้วนำไปแต่งให้เป็นนิทาน 1 เรื่องค่ะ ได้แก่คำว่า ชาวบ้าน, ภูเขา, กระท่อม, ช้างป่าและสุดท้ายค่ะ นั่นก็คือเหว ถ้าพร้อมแล้วเริ่มแต่งนิทานได้เลยค่ะ [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) หมดเวลาค่ะนักเรียน อย่าลืมแบ่งปันเรื่องดี ได้แต่งนะคะ ให้เพื่อน ๆ นี่ได้รับฟังด้วยนะคะ เอาล่ะค่ะ เดี๋ยวเราจะให้คุณครูปรเมษฐนะคะ แต่งเรื่องจากคำเหล่านี้ให้เป็นนิทาน 1 เรื่องค่ะ นักเรียนคะ พร้อมหรือยังคะ ถ้าพร้อมแล้วเดี๋ยวเราไปฟังคุณครูปรเมษฐกันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เอาอีกแล้วหรือครับ ได้ไม่มีปัญหา เดี๋ยวก็คุณครูคณิตา ตามกติกาก็คือว่าคำพวกนี้จะต้องใช้ทั้งหมดนะ คุณครูคณิตาก็ช่วยตรวจสอบกับเด็ก ๆ แล้วกันว่าครูใช้คำไหนไปแล้วบ้าง เล่านิทานกันดีกว่านะ ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่ง สูงใหญ่ ที่เขียวชอุ่มเขียวขจีไปด้วยพืชพรรณนานาชนิดเป็นไม้ป่า มีลำทานใสไหลผ่านก่อให้เกิดเหวลึกขึ้นริมภูเขาที่อยู่ในหมู่บ้านนั้น ชาวบ้านต่างพากันมาตั้งรกรากอยู่ ณ บริเวณนี้ โดยการปลูกกระท่อมน้อย ๆ อาศัยอยู่รวมกันเป็นชุมชนเล็ก ๆ ใจกลางหุบเขานั่นเอง การที่เข้าไปอยู่ในป่าเพื่อจะปลูกพืชผลต่าง ๆ การที่จะปลูกได้และนำมาบริโภคและนำไปขายได้เพื่อเลี้ยงชีพ อย่างเช่น สัปรส สตรอเบอรี่ ทางการเกษตรต่าง ๆ อย่างมากมาย เวลาผ่านไป ๆ ผลไม้พวกนี้็ก็มีการเจริญเติบโตแล้วก็ผลิดอกออกผล สุกงอมหอมหวนควรออกจากต้น กลิ่นก็ลอยคะคุ้งไปตามสายลม กระทบเข้ากับฝูงโขรงช้างป่า โขลงช้างป่าได้กลิ่นผลไม้เย้ายวนใจ คุณครูคณิตาไม่ขีดให้ผมหรือครั (คุณครูคณิตา) กำลังฟังเพลินอยู่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เมื่อฝูงช้างป่าเมื่อได้กลิ่นผลไม้เหล่านี้แล้วก็อดใจไม่ได้ จึงชักชวนเพื่อนช้างด้วยกันเข้ามายังบริเวณหมู่บ้านแห่งนี้เพื่อที่จะมาดูสิว่าเกิดอะไรขึ้น มีอะไรที่น่าสนใจบ้าง ปรากฏว่าเป็นอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) คิดว่าโขลงช้างนะคะ บุกเเข้ามากินพืชผักของชาวบ้านใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ กินราบเป็นหน้ากลองเลย ผลไม้กำลังที่จะตัดได้ สุกงอมหอมหวนหล่นจากต้น โขลงช้างป่าโขลงนี้จัดการเรียบร้อยเลยครับ ชาวบ้านจึงต้องรวมกันจะประชุมกันว่าจะทำอย่างไรกันดี จะอยู่กันได้หรือไม่ จะขับไล่ช้างป่าหรือไม่ เพราะช้างป่าก็อยู่บริเวณคงไม่ไปไหนแน่นอน แต่ที่ช้างป่าเข้ามาไม่ได้ทำร้ายคนแม้แต่คนเดียว ก็มีชาวบ้านหลายคนก็บอกว่าเรานี่มายึดป่านะ เรามายึดที่ทำมาหากิน มันอาจจะเป็นที่ของช้าป่าก็ได้แต่เรามาใช้ที่ของเขา เพราะฉะนั้น เราอย่าไปทำร้ายเขา เราควรที่จะอยู่ร่วมกันแล้วก็ระมัดระวังอย่าให้ถูกช้างทำร้ายได้ โดยการอาจจะทำเขตกั้นต่าง ๆ ที่ไม่ให้ช้างเข้ามา และแล้วหมู่บ้านแห่งนี้ก็ได้อยู่ดำรงมาถึงปัจจุบันโดยที่มีช้างป่าอยู่บริเวณโดยรอบ ต่างฝ่ายต่างอยู่ร่วมกันอย่างถ่อยทีถ่อยอาศํย (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ ปรบมือให้คุณครูปรเมษฐด้วยค่ะ [เสียงปรบมือ] เมื่อกี้นะคะ คุณครูคณิตายอมรับว่าฟังเพลินมากมากจนลืมขีดคำว่า "ช้างป่า" ไปเลยนะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช้ครบแล้วนะ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ เอาล่ะค่ะ นี่ก็คือเป็นตัวอย่างของการแต่งนิทานกันนะคะ มาถึงช่วง (คุณครูปรเมษฐ) คุณครูคณิตา ถามเด็ก ๆ หรือยังว่าได้ข้อคิดอะไรจากเรื่องนี้ (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ นักเรียนคะ นักเรียนได้ข้อคิดอะไรจากเรื่องนี้คะ ตอบคุณครูปลายทางได้เลยนะคะ คุณครูปลายทางนะคะ ก็สามารถตอบได้เช่นกันนะคะ เรื่องนี้นะคะ ก็คือได้ข้อคิดเกี่ยวกับเรื่องการพึ่งพาอาศัย การอยู่ร่วมกันนะคะ โดยที่ต่างฝ่ายนี่ต่างถ่อยทีถ่อยอาศัยกันหรือเปล่าคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เช่นเดียวกันครับ เราก็นำข้อคิดเหล่านั้นมาใช้การที่เราเป็นเพื่อนกัน ทำงานด้วสย หรือเรียนหนังสือด้วยกันนี่เราก็ต้องอยู่ด้วยกันแบบพึ่งพา แบบถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน อาจจะกระทบจิตใจเพื่อนก็ให้ระมัดระวังขอโทษ แล้วเราจะอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างอะไรคร (คุณครูคณิตา) อย่างมีความสุขนั่นเองค่ะ เอาล่ะค่ะ มาถึงช่วงทำกิจกรรมกันดีกว่าค่ะ ให้นักเรียนทำกิจกรรมนะคะ นั่นก็คือให้นักเรียนทำใบงานเรื่อง เขียนนิทานตามจินตนาการค่ะ โดยบทบาทของนักเรียนนะคะ ก็คือให้นักเรียนนะคะ เขียนนิทานตามจิตนาการนั่นเองค่ะ ส่วนบทบาทของคุณครูปลายทางล่ะคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) คุณครูนะครับ ช่วยดูแลนะครับ การทำกิจกรรมของนักเรียน แนะนำบางส่วนที่นักเรียนอาจจะยังไม่เข้าใจในเรื่องของการเรียนการสอน ก็ให้คุณครูนี่ช่วยชี้แนะแนวทางให้เด็ก ๆ สามารถที่จะดำเนินกิจกรรมได้ สามารถทำใบงานได้ และก็เขียนนิทานได้ประสบความสำเร็จครับคุณครูครับ (คุณครูคณิตา) และนี่ก็คือตัวอย่างใบงานเรื่อง เขียนนิทานค่ะ อย่างที่บอกใช่ไหมต้องมีโครงโครงเรื่อง (คุณครูคณิตา) ให้นักเรียนนะคะ สร้างโครงเรื่อง เขียนโครงเรื่องให้เรียบร้อยแล้วจากนั้น ก็คือนำสิ่งที่นักเรียนเขียนในโครงเรื่องมาแต่งเป็นนิทานแล้วอย่าลืมนะคะ ว่าเขียนชื่อเรื่อง หรือตั้งชื่อเรื่องให้นิทานของนักเรียนด้วยนะคะ เอาล่ะค่ะ ถ้าพร้อมแล้วลงมือปฏิบัติได้เลยค่ะ [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) หมดเวลาค่ะนักเรียน คุณครูปลายทางคะ อย่าลืมเก็บชิ้นงานของนักเรียนไปตรวจแล้วให้คะแนนด้วยนะคะ เอาล่ะค่ะ มาถึงสรุปบทเรียนเขียนองค์ความรู้ คำถามมีอยู่ว่า เขียนนิทานอย่างไรให้สร้างสรรค์ ตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ นักเรียนคะ นักเรียนจะเขียนนิทานอย่างไรให้สร้างสรรค์นั้น เราก็จะต้องมีวิธีการกระบวนการความคิดต่าง ๆ ใช่ไหมคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) จะเขียนนิทานเรื่องหนึ่งให้มีความสร้างสรรค์คุณครูปรเมษยจะทำอย่า (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเป็นครูนะครับเด็ก ๆ ครับ ครูก็จะสร้างเรื่องให้มันมีความน่าสนใจก่อน โดยการนิทานคือเรื่องของการจินตนาการผสมกับความจริงนะครับ ครูก็จะจินตนาการสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัวครูนี่ ครูจะทำให้มันมีบทบาททั้งสิ้น แล้วก็เป็นตัวละครในเรื่อง บวกกับความคิดที่จะให้ตัวละครเหล่านั้นทำอะไร แล้วก็แทรกข้อคิดที่เปแทรกแนวคิดหรือข้อคิดคติธรรม นิทานเรื่องนี้ก็จะมีความสร้างสรรค์และน่าสนใจ เด็ก ๆ ครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ มาถึงคำถามที่ 2 นะคะ นักเรียนจะนำนิทานที่เขียนไปใช้ประโยชน์อย่างไรได้บ้างคะ ง่าย ๆ เลยนะคะ สามารถตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ การที่เราจะนำนิทานที่เขียนนี่ไปใช้ประโยชน์นี่ อย่างแรกเลยนะคะ สิ่งที่เราจะนำไปใช้ประโยชน์ได้ ก็คือข้อคิดคติสอนใจนั่นเองค่ะ อย่างเช่น การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มที่สอดแทรกอยู่ในเนื้อหาของนิทาน ถ้าเรานำสิ่งเหล่านี้มาปรับหรือนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตปรจะำได้นั้นจะถือว่าเป็นสิ่งที่ดี และเป็นผลประโยชน์ต่อตัวนักเรียนค่ะ เอาล่ะค่ะ วันนี้นะคะ นักเรียนนี่ก็คงได้ทักษะในการเขียนนี่เพิ่มมากขึ้นแล้ว บทเรียนครั้งถัดไปนี่เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เขียนนะครับ แต่เขียนครั้งนี้เป็นการเขียนทางวิชาการนะครับ คือ การเขียนเรียงความนั่นเอง ครูจึงให้นักเรียนนั้นเรียนเกี่ยวกับเรื่องของเรียงความนะครับ นักเรียนเคยศึกษามาแน่นอนครับ เพราะว่าเรียนมาตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 แล้วนะครับ ก็ทบทวนอีกครั้งหนึ่ง ก็จะได้เขียนเรียงความกันอนักเรียนต้องเตรียมตัวดูนะครับ สิ่งที่นักเรียนต้องเตรียมก็คือใบความรู้เรื่อง การเขียนเรียงความ แล้วก็... (คุณครูคณิตา) ใบงานเรื่องตอบคำถามเขียนเรียงความค่ะ ซึ่งคุณครูปลายทางสามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่นี่เลยค่ะ สำหรับวันนี้คุณครูคณิตาและคุณครูปรเมษฐก็ขอลาไปก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี] [เสียงดนตรี]