--- title: ฝึกแบ่งพิมพ์ (DLTV ภาษาไทย ป. 6 หน่วยที่ 6) ๗ เรียงความ (๑) ๙ ก.ย. ๖๔ (ใบงาน และใบความรู้) subtitle: date: วันอังคารที่ 29 มีนาคม 2565 เวลา 13.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (คุณครูปรเมษฐ) สวัสดีคุณครูทุกท่าน นักเรียนที่น่ารักของคุณครูทุกคนนะครับ วันนี้มาพบครูปรเมษฐ ศรีกำเหนิด และครูคณิตา หนุนอนันต์ นะครับ ในรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 นั่นเองนะครับ วันนี้ครูก็จะพานักเรียนนั้นไปศึกษาเกี่ยวกับเรื่องของการเขียนใช่ไหมครูคณิตา ที่เราเคยได้พูดคุยกับนักเรียนไปเมื่อชั่วโมงที่แล้วนะครับ งานเขียนก็เป็นงานเขียนที่นักเรียนนี่เคยผ่านมาแล้วด้วยใช่ไหมครับ ไม่ว่าจะเป็นการเขียนในเทศกาล วันสำคัญต่าง ๆ หรืองานกิจกรรมในโรงเรียนก็จะมีการประกวดงานเขียนประเภทนี่ด้วยนะครับ งานเขียนประเภทนี้เขาเรียกว่า... (คุณครูคณิตา) งานเขียนเรียงความค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้น ครูก็จะให้นักเรียนนั้นได้ไป ต้องเรียกว่าไปทบทวนกันเลยล่ะ ไปทบทวนเรื่องเรียงความ เราจะศึกษากันในเรื่องของเรียงความนี้ประมาณ 2 ชั่วโมง เดี๋ยวเราจะได้รู้ว่าเราจะได้เขียนเรียงความ พร้อมแล้วไปกันเลย หนู ๆ ที่น่ารักครับ ก่อนที่เราจะไปเข้าสู่เนื้อหานี่ เดี๋ยวเรามาดูคำถามกระตุ้นความคิดกันก่อน เกี่ยวกับเรื่องเรียงความนี่นักเรียนเป็นอย่างไรบ้างดีไหมครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ดีค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ไปกันเลยนะ เคยเขียนเรียงความหรือไม่ อย่างไร เขาถามว่าเคยเขียนไหม แล้วเขียนเรื่องอะไรอย่างไรนั่นเอง นักเรียนตอบคำถามครับ ครูจะได้รู้ แล้วคุณครูของหนูจะได้รู้ว่านักเรียนเคยเขียนหรือไม่ แล้วเขียนเรื่องอะไรนะ ตอบคำถามครับ ตอบแล้วครูคณิตา เด็ก ๆ ช่วยกันตอบแล้ว คราวนี้ถามครูคณิตาบ้าง ครูคณิตาเคยเขียนไหมครับ (คุณครูคณิตา) เคยเขียนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วครูคณิตาเขียนเรื่องอะไร (คุณครูคณิตา) ก็เขียนหลากหลายแนวนะคะ ไม่ว่าจะเป็นคุณธรรม จริยธรรม การเชิญชวนเกี่ยวกับการลดโลกร้อน คร่าว ๆ นะคะ การโน้มน้าวผู้อื่นนี่ก็มีความหลเป็นงานเขียนที่หลากหลายค่ะ ซึ่งจะต้องใช้ระยะเวลาในการที่จะฝึกหัดเขียนนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ทุกคนน่ะเชื่ออย่างที่ครูบอกวันนี้เพียงแค่ทบทวนในหลักการ เพราะนักเรียนในเรื่องของเรียงความนั่นเองนะครับ เรียงความที่นักเรียนเขียนขึ้นนี่นะครับ ให้ข้อคิดอะไรแก่สาธารณชนบุคคลทั่วไป แก่ตัวเอง มันให้ข้อคิดอะไร นักเรียนลองนึกเรื่องที่นักเรียนเคยเขียนนะครับ แล้วลองบอกครูสิว่าเรื่องที่หนูเคยเขียนนั้นให้ข้อคิดอะไร ครูแพรครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ตอบแล้ว คราวนี้ถามครูคณิตาบ้างดีกว่า แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเด็ก ๆ หน่อย ลองยกสิ่งที่เคยเขียนแล้วบอกสิว่าเรื่องนั้นนี่ให้ข้อคิดอะไร (คุณครูคณิตา) ค่ะ ก็อย่างที่บอกนะคะ เรียงความทุกเรียงความเราจะต้องมีข้อคิดนะคะ หรือทิ้งท้ายที่ทำให้ผู้อ่านนี่เกิดความสนใจหรือฉุดคิดขึ้นมาได้ว่างานของเรานี่ ต้องการที่จะนำเสนออะไร อย่างเช่นของคุณครูคณิตาทำเกี่ยวกับคุณธรรมจริยธรรม คุณครูคณิตาก็อาจจะฝากข้อคิดต่าง ๆ ไว้นะคะ ว่าการมีคุณธรรม จริยธรรมในสังคมนี่จะทำให้สังคมของเราสงบสุขมากขึ้น นี่ก็เป็นข้อคิดของเรียงความค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้น งานเขียนทุกอย่างนี้ ก็จะแฝงด้วยข้อคิดต่าง ๆ ใช่ไหมลูก เรื่องที่หนู ๆ เขียนทั้งนั้นมันจะมีข้อคิดในเรื่องอยู่แล้วนะครับ เอาล่ะครับ ไปดูกันต่อ เรียงความที่นักเรียนเขียนขึ้นนี่ มีความยาวประมาณเท่าไร เขาก็จะกำหนดใช่ไหม ประมาณกี่บรรทัด ๆ เด็ก ๆ ประมาณกี่บรรทัดได้ที่หนู ๆ เคยทำ เท่าไรบ้างนะ 15 เลยหรือ (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐคะ เวลาเขากำหนดนี่เขากำหนดประมาณกี่บรรทัดได้คะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ 10 -15 บรรทัด จะเลยไปกว่านั้นก็ได้ เรียงความนี่เดี๋ยวทบทวนกันหน่อยเด็ก ๆ กี่ส่วนนะลูก มันจะเป็นแนวในการตอบคำถามนะ 1. คำ... คำอะไร คำนำ 2. คืออะไร ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) 2. คือ เนื้อใช่ไหม หรือเนื้อเรื่องก็ได้ใช่ไหม 3. คือ สรุปนั่นเอง คำนำ, เนื้อหา, สรุป ท่องไว้ได้เลย ไปดูกันต่อ ก็ประมาณ 10 - 15 นะ ตามกำหนด แต่ว่านักเรียนอาจจะเขียนได้มากกว่านั้นก็ไม่ปัญหาอะไร นักเรียนคิดว่าองค์ประกอบใดของเรียงความที่ดึงดูดความสนใจได้มากที่สุด มีอยู่ 3 องค์ประกอบด้วยกัน ตอบเลย ตอบว่าส่วนไหน เด็ก ๆ ตอบแล้ว ครูคณิตายังไม่รู้สินักเรียน ถามครูคณิตาดีกว่า (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูคณิตาคิดว่าส่วนไหนของเรียงความ เขียนให้มันดึงดูดใจอะไร (คุณครูคณิตา) ในความคิดเห็นของครูคณิตานะคะ คิดว่าในส่วนของคำนำค่ะ หรือว่าการเกริ่นเข้าสู่เรื่องนั่นเองค่ะ ยากที่สุด เพราะว่าการเขียนคำนามทำให้ผู้คนสรุปที่จะอ่านเนื้อหาและสรุปของเรานี่ เราจะต้องมีวิธีการในการชักจูง โน้มน้าว ในการใช้ทำให้ผู้คนนั้นดึงดูดและทำให้ผู้คนสนใจเกี่ยวกับงานชิ้นนั้นอยากจะอ่านเนื้อหาเหล่านั้นให้มากยิ่งขึ้นค่ะ เพราะฉะนั้นนี่ การเขียนคำนำนี่ถือว่าเป็นการเขียนที่ยากครูคณิตาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สำหรับครูก็เช่นเดียวกันนะ เพราะว่าการที่จะทำให้ใครคนใดคนหนึ่งนี่สนใจในสิ่งที่เราขึ้นมานี่ มันต้องเห็นอะไรก่อน มันก็ต้องเป็นส่วนหน้า ส่วนนำ ถ้าพูดถึงเรื่องของเรียงความนี่นะ ก็ต้องพูดถึงคำนำก่อน ถ้าอ่านคำนำแล้วมันดึงดูดใจ สะดุดใจ น่าติดตาม เนื้อหาและสรุปของหนูก็จะเป็นอย่างไร ก็จะได้ถูกอ่านด้วยเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้น นักเรียนก็คงคิดไม่ต่างจากครู เนื้อหาเป็นเรื่องที่ง่ายนะ เพราะเรารู้คำนำแล้วเนื้อหาเราก็ร่างได้ยาวแล้ว บอกว่าเราต้องการอะไรแค่นั้นเองก็จบแล้ว แต่ส่วนที่จะให้ดึงดูดใจของคนนี่ ก็คือส่วนแรกนั่นเองนะ ไปกันต่อ นี่ไง ส่วนใดของเรียงความที่เขียนยากที่สุด ใช่ไหม ก็คือข้อสุดท้าย นักเรียนต้องการพัฒนาการเขียนเรียงความของตนเองให้ดีขึ้นหรือไม่ ต้องการพัฒนาไหม แล้วเพราะเหตุใด ตอบคำถาม เด็ก ๆ ตอบแล้วครูคณิตา ถามเด็ก ๆ แทนไหม (คุณครูคณิตา) ก็อยากให้ถามว่างานของครูต้องการที่จะพัฒนาเรียงความหรือไม่ ก็คือต้องการที่พัฒนาเรียงความของตนเองนะคะ ให้ดียิ่งขึ้นค่ะ อย่างที่บอก มนุษย์เราไม่มีความสมบูรณ์ไม่มีความ Perfect เพราะฉะนั้น เราต้องใฝ่เรียน ใฝ่รู้ ให้ทักษะนั้นดียิ่งขึ้นไปอีกค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็พัฒนาเพื่อที่จะให้มันดียิ่งขึ้นนั่นเอง เชื่อว่านักเรียนทุกคนก็คิดในรูปแบบเดียวกันนะครับ ว่าคนเรานี่มันก็ต้องพัฒนานะ ถ้าเขียนแล้วเขียนแย่ลง จะเขียนทำไมใช่ไหมครูคณิตา เพราะฉะนั้น เมื่อเราเคยเขียนเรียงควมครั้งแรกแล้วนี่ ครั้งที่ 2 ต้องดีกว่าใช่ไหม ครั้งที่ 3 ครั้งที่ 4 ครั้งที่ 5 นี่มันก็จะต้องดียิ่ง ๆ ขึ้นไป เพราะฉะนั้น ทุกคนก็ต้องมีการพัฒนา เพราะเราต้องการให้มันดีขึ้นดีขึ้นใช่ไหมลูก ไปกันดีกว่า ทำให้เราต้องเรียนในวันนี้นะ จุดประสงค์ก็คือต้องบอกหลักการได้ ว่าเรียงความนี้เขียนอย่างไร 2. เลยทักษะใช่ไหม ก็จะต้องวางแผนได้ใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) และ 3. จะต้องบอกประโยชน์ของการเขียนเรียงความได้ ว่าเรียงความให้ประโยชน์อะไรแก่เราใช่ไหม เดี๋ยวไปศึกษาเรียงความกัน ครูมีเรียงความมาเรื่องอะไรไปดูกันนะครับ เรื่องอะไรไปดูกัน ชื่อเรื่องอะไรครับ (คุณครูคณิตา) ให้นักเรียนนะคะ ร่วมกันอ่านเรียงความ เรื่อง ประหยัด สร้างชาติไทย แล้วพิจารณาว่าเนื้อหาดังกล่าว ส่วนใดควรเป็นคำนำ เนื้อเรื่อง หรือสรุปค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูมีอยู่ด้วยกัน 4 ภาพ เดี๋ยวครูจะเลื่อนไปเรื่อย ๆ ให้นักเรียนอ่านนะ อ่านแล้วก็ลองคิดสิว่าในภาพทั้ง 4 ภาพที่เป็นเนื้อหามันควรจะอยู่ส่วนใดก็ให้จำไว้ พร้อมแล้ว เดี๋ยวไปอ่านกันเลยครับ [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) เรียงลำดับจับความตามท้องเรื่อง เรียบร้อยแล้วใช่ไหม ที่ได้อ่านกันไปนะ มีอยู่ด้วยกัน 4 ภาพด้วยกันนะครับ ที่เป็นเนื้อความใช่ไหม คราวนี้ครูก็จะให้นักเรียนนี่ ลองนำ 4 ส่วนเมื่อสักครู่มาต่อเนื่องกันว่ามันเป็นส่วนใดของเรียงความ มีอยู่กันด้วยกันกี่ส่วนนะครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เรียงความมีทั้งหมด 3 ส่วนด้วยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) 1. (คุณครูคณิตา) 1. ก็คือคำนำค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) 2. ก็คือ (คุณครูคณิตา) 2. ก็คือ... (คุณครูปรเมษฐ) 3. ก็คือสรุปค่ะ (คุณครูคณิตา) 4 ภาพเมื่อสักครู่นี่ มันก็จะมาต่อกัน จนเป็นเรียงความ 1 เรื่อง เดี๋ยวมาดูมันขึ้นต้นวาเป็นคำนำ พร้อมหรือยัง พร้อมแล้วไป ครูคณิตาอ่านก่อนเลย อ่านพร้อม ๆ กับเด็ก ๆ เดี๋ยวผมนับ 1 2 3 (คุณครูคณิตา) ในปัจจุบันนี้ เป็นยุคที่ค่าครองชีพสูง ครอบครัวส่วนใหญ่ มักจะประบสบปัญหารายรับไม่เพียงพอกับรายจ่าย ดังนั้นสิ่งที่ประชาชนจำเป็นควรจะปฏิบัติที่สุดคือการประหยัดนั่นเอง (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ครับ ส่วนนี้นักเรียนคิดว่าจะอยู่ในส่วนไหน คำนำ, เนื้อเรื่อง หรือสรุป ยกมือตอบครับ 1 2 3 เฉลยเลยไหม เป็น... (คุณครูคณิตา) ส่วนของคำนำนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนจะรู้ได้เลยว่าเขาน่าจะพูดถึงอะไรในเรื่องนี้ครับ ตอบ เรื่องของการประหยัดนั่นเองใช่ไหม มันเป็นการเขียนคำนำ ไม่ต้องยาว แต่มันสามารถที่จะดึงดูดใจเราให้อยากอ่านต่อได้นั่นเอง ไปอ่านกันต่อเลยดีกว่า เดี๋ยวผมบ้างนะ เด็ก ๆ อ่านพร้อม ๆ กับครูช่วยกัน 1 2 3 การประหยัด หมายถึง การจัดสัดส่วนรายรับให้พอเหมาะกับอัตภาพ ใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็นและมีประโยชน์รวมทั้งรู้จักเก็บออมเอาไว้ใช้ในยามจำเป็น เช่น ในยามเจ็บไข้ได้ป่วยหรือยามชรา ที่เราไม่สามารถหาทรัพย์มาใช้ได้ ความประหยัดเป็นคุณสมบัติอย่างหนึ่งที่เราควรจะฝึกฝนเอาไว้ เพราะถ้าเราหาทรัพย์มาใช้แล้ว ใช้จ่ายไปช่วงมื้อหนึ่งมื้อหนึ่งชีวิตของเราคงต้องเดือดร้อนแน่นอน การประหยัดไม่ใช่การหาทรัพย์แล้วไม่ใช้จ่ายเลย หรือที่เราเรียกว่า "ตระหนี่" แต่เป็นการรู้จักใช้จ่ายทรัพย์อย่างมีเหตุผล ไม่ใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย หากประชาชนทุกคนปฏิบัติได้จะช่วยขจัดปัญหาด้านเศรษฐกิจในครอบครัวได้อีกทางหนึ่ง เด็ก ๆ ครับ เด็ก ๆ ก็น่าจะตอบได้ทันที ส่วนนี้น่าจะเป็นในส่วนของเนื้อเรื่องใช่ไหม ก็จะมีอีกภาพใช่ไหมครับครูคณิตา ที่เป็นส่วนต่อกัน ไปดูต่อเลยครูคณิตา มีอบ้างคราวนี้ (คุณครูคณิตา) ในฐานะที่เราเป็นเด็ก เราควรช่วยเหลือครอบครัวประหยัดรายจ่ายด้วย ครอบครัวของข้าพเจ้ารายได้ไม่มากนัก แต่เราไม่เดือดร้อนเรื่องค่าครองชีพ เพราะคุณพ่อคุณแม่ท่านจัดแบ่งเงินไว้เป็นส่วน โดยจัดเป็นหมวด ได้แก่ ค่าอาหาร, ที่อยู่อาศัย, เครื่องนุ่งห่ม, ค่าใช้จ่ายเด็ดเตล็ด เช่น เสื้อผ้า การพักผ่อน และมีเงินออมเก็บไว้ทุกเดือน หากครอบครัวมีความจำเป็นต้องใช้จ่ายเงิน ก็สามารถไปถอนเงินมาใช้จ่ายได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนครับ ในส่วนนี้ก็จะเป็นส่วนของที่ต่อจากเนื้อหาเมื่อสักครู่นี้นะครับ ก็จะต้องเป็นอะไร เท่าไรของเรียงความ เป็นเนื้อเรื่องหรือเนื้อหานั่นเองครับ และส่วนสุดท้าย ก็คือดังนี้นะครับ การประหยัด ทำให้คนมีฐานะมั่นคง ส่งผลไปถึงประเทศชาติก็จะมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจตามมา เราคงได้ยินเรื่องราวของผู้ประสบความสำเร็จในชีวิต ที่ไต่เต้ามากแล้ว นั่นคือเราต้องรู้จักข่มใจตัวเอง ให้มีความรู้จักที่ตนมีและหมั่นเก็บออกไว้เป็นทุนรอง สำหรับอนาคตภายหน้าต่อไปดังคำกลอนจากเรื่อง สุภาษิตสอนหญิง ที่ว่ามีสลึงพึงประจบให้ครบบาท อย่าให้ขาดสิ่งของต้องประสงค์ จงมักน้อยกินน้อยค่อยบรรจง อย่าจ่ายลงให้มากจะยากนาน อันนี้ก็จะเป็นส่วนของสรุปนั่นเอง ครบ 3 ส่วนของเรียงความ นี่ความจริงแทบไม่ต้องสอนนักเรียนก็สามารถเขียนได้แล้วใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) 1. ประสบการณ์เดิมมี 2. ได้ดูเนื้อหาใหม่ ๆ ที่ครูยกมาให้ดูนี่ แล้วมันก็จะทำให้เราเกิดความคิดในการเขียนได้ ไปศึกษากันสักหน่อยหนึ่ง นี่ครูเอาคำกลอนมานะ จากเรื่อง สุภาษิตสอนหญิง การที่จะเขียนเรียงความให้มันทนในใจเรานี่ ถ้าเกิดยกเพลงมาใส่ตอนท้ายได้สักท่อนหนึ่งที่หรือยกสุภาษิตกลอนมาใส่นี่ เรียงความนั้นจะมีเสน่ห์และน่าอ่านมาก ไปกันดีกว่านะ ค้นคว้าหาความรู้นะครับ ครูก็มีใบความรู้มาให้นักเรียนนั้นได้ศึกษากัน ครูคณิตาครับ เกี่ยวกับเรื่องอะไรนี่ (คุณครูคณิตา) เรื่องการเขียนเรียงความค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ให้นักเรียนนำใบความรู้นี่นะครับ ขึ้นมาเปิดกำกับแล้วเดี๋ยวเราไปศึกษาพร้อม ๆ กันเลยดีไหมครูคณิตา [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับ การที่นักเรียนนั้นได้ดูใบความรู้นะครับ ประกอบกับภาพใบความรู้นั่นล่ะ ที่ครูขึ้นทางจอโทรทัศน์นะครับ เดี๋ยวให้นักเรียนนั้นมาศึกษาเรื่องเรียงความอีกสักครั้งหนึ่งนะครับ ทบทวนกับครูอีกรอบหนึ่ง การเขียนเรียงความ การเขียนเรียงความคืออะไรครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) การนำความคิดเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ที่ผู้เขียนสนใจ นำมาเรียบเรียงโดยอาศัยขอเท็จจริง เห็นของผู้เขียนให้ผู้อ่านได้เข้าใจตามที่ผู้เขี่ยนต้องการค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือการเขียนสื่อสารอย่างหนึ่งใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ตามที่เราก็จะต้องการให้ผู้อ่านนั้นน่ะเข้าใจตามที่เราเขียนนั่นเองนะครับ องค์ประกอบของการเขียนเรียงความมีอะไรบ้าง ไปดูนะ (คุณครูคณิตา) คำนำนั่นเองค่ะ หรือการเปิดเรื่องค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ส่วนนีี้่สำคัญมากนะครับ 2. ก็คือเนื้อเรื่องหรือเนื้อหา และ 3. ก็คือ... (คุณครูคณิตา) สรุปหรือการปิดเรื่องนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าขาด 3 ส่วนนี้มันก็จะไม่เป็นเรียงความนั่นเองนะครับ คำนำเป็นอย่างไรไปดูกันหน่อยนะครับ คำนำนี่นะครับ มันจะต้องบอกความมุ่งหมายว่าเราจะต้องการสื่อหรือต้องการเขียนถึงเรื่องอะไร ก็จะต้องใส่รายละเอียดไปในคำนำนี่ล่ะให้มันมีความลึกซึ้งแล้วก็เป็นอย่างไรลูกที่สำคัญเลย มันต้องให้ความชัดเจน จนผู้อ่านเขาเข้าใจว่าเราจะเขียนเรื่องอะไร ต่อไปครับ ครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) 2. ก็คือบอกแนวของเรื่องแนวของเรื่องในที่นี้นะคะ ก็คือเราจะต้องบอกว่า 1. นี่เราต้องการที่จะเชิญชวนหรือเราต้องการที่จะบอกเล่าเหตุการณ์ต่าง ๆ หรือประสบการณ์ หรือเรานี่ต้องการที่จะเรื่องราวเรียงความนั้นไปในทิศทางใดเราก็ต้องบอกให้ได้ด้วยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือการบอกแนวใช่ไหมครับ อันนี้สำคัญมา ต้องทำให้ผู้อ่านเข้าใจในคำนำนี่ ถ้าผู้อ่านเข้าใจแล้วนี่ ในส่วนอื่น ๆ นี่มันก็จะติดตามมา คือ เขาก็จะอ่านต่อใช่ไหมครับ ใช่ไหมเด็ก ๆ นะครับ ต่อไป ก็คือการ... (คุณครูคณิตา) นำเข้าสู่เรื่องค่ะ คำนำนะคะ เป็นการเป็นส่วนเปิดเรื่องเลยในการนำเข้าสู่เรื่อง เพราะฉะนั้น มีคำที่เชื่อมโยงกับเนื้อหานั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับผม และสุดท้ายต้องไม่ยาวเกินไป ก็มีอยู่คำพูดหนึ่งสั้น ๆ กระชับ จับใจความได้ ชัดเจน แล้วก็จับใจความได้นี่ล่ะครับ คือ คำนำ ที่สำคัญมันจะต้องดึงดูดความสนใจ อันนี้สำคัญมากเลย ดึงดูดความสนใจ จะทำให้ผู้อ่านนั้นนี่ ผู้อ่านนั้นน่ะ อ่านต่อไปถึงเนื้อเรื่องแล้วก็สรุป เนื้อเรื่องบ้างเป็นอย่างไรไปดูกัน (คุณครูคณิตา) เนื้อเรื่องแรกนะคะ ก็คือสื่อถึงความคิดค่ะ ความคิดของเราในที่นี้ ก็คือนำว่าเรื่องที่เราต้องการที่จะพูดหรือสิ่งที่เราต้องการจะสื่อนั้น (คุณครูปรเมษฐ) เรียงตามความสำคัญ ก็คือไล่ไปทีละประเด็นใช่ไหมครูคณิตา ตามที่คำนำนั้นจะเขียนเรื่องอะไร อย่างเช่น เมื่อสักครู่เขียนเรื่องอะไร คราวนี้ก็ไล่ไปสิ ความสำคัญของการประหยัด ไปเพื่ออะไร ประหยัดแล้วเกิดอะไรขึ้น ผลของการประหยัดเป็นอย่างไร นี่คือการเขียนเนื้อเรื่องนะครับ ต่อไปประโยคสัมพันธ์กัน สนับสนุนข้อมูลสำคัญนะ ในเรื่องนี่ ทุกส่วนจะต้องเป็นอย่างไรหมดเลยครูคณิตา (คุณครูคณิตา) จะต้องสัมพันธ์ เด็ก ๆ ครับ และส่วนที่สัมพันธ์กันนี่จะไปหยิบข้อมูลสำคัญ ถ้ายกเรื่องแรกก็สนับสนุนเรื่องการ การอะไร ประหยัดนั่นเอง ใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้น ในเนื้อหาเนื้อเรื่องเชื่อมโยงกันนะ เขียนแล้วมันจะต้องเป็นปึกแผ่นนั่นเองนะครับ ต่อไป (คุณครูคณิตา) แต่ละย่อหน้าจะต้องสัมพันธ์กันค่ะ เนื้อเรื่องนะคะ ไม่จำเป็นต้องมีแค่ 1 ย่อหน้าเท่านั้นนะคะ แต่นักเรียนสามารถ 2 ย่อหน้า 3 ย่อหน้า แต่ส่วนที่สำคัญที่สุด แต่ละของเนื้อเรื่องจะต้องเนื้อหาสัมพันธ์กันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นะครับ ก็อย่างเช่น เรียงความเรื่อง การประหยัดนี่นะ ที่ครูยกตัวอย่างมาก็มี 2 ย่อหน้าใช่ไหม ไม่จำเป็นต้อง 3 ย่อหนย่อหน้านะ เนื้อเรื่องนี่หรือเนื้อหามันจะหลายย่อหน้าได้ แต่คำนำกับสรุปนี่ ใช่ไหมครุคณิตาแล้วก็จบใช่ไหม รายละเอียดต้องชัดเจน อันนี้สำคัญนะ การที่จะเขียนเนื้อเรื่อง เขียนเนื้อเรื่อง เนื้อหาในนั้นนี่จะต้องชัดเจน ถูกต้องด้วยใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เนื้อเรื่องนะครับ ต่ก็คือสรุปนะ ไปดูกันสรุปเป็นอย่างไร (คุณครูคณิตา) สรุปค่ะ 1. ก็คือสรุปใจความสำคัญให้ตรงกับจุดมุ่งหมายค่ะ นั่นก็คือการเขียนเรียงความนี่เราตั้งเป้าหมายไว้แล้วใช่ไหมคะ ว่าเราจะเขียนในแนวลักษณะใด 1. แนวการเชิญชวน 2. แนวการบอกเล่า 3. นี่ เราก็ตั้งแนวไว้แล้วเพราะฉะนั้นนี่ สรุปใจความสำคัญนี่ เราจะต้องสรุปให้ตรงกับจุดมุ่งหมายของเราว่าเราต้องการที่จะสื่อถึงอะไรหรือบอกอะไรนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่าส่วนของสรุปมันก็จะต้องสัมพันธ์กับส่วนคำนำใช่ไหมครูคณิตา เพราะคำนำตั้งจุดมุ่งหมายว่าเราจะเขียนเรื่องอะไร เพราะฉะนั้น ตอบสรุปนี่ มันก็จะสรุปของส่วนคำนำนั้นนี่ว่ามันเป็นอย่างไรนั่นเอง ต่อไปตรงนี้ล่ะครับ ประทับใจอย่างไร อาจจะใช้ถ้อยทำที่สละสลวย สรุปแล้วมันลึกซึ้งกินใจแล้ว แล้วก็สร้างความจรรโลงนั่นเอง และมันก็เป็นย่อหน้าสุดท้ายใช่ไหมครูคณิตา ของเรียงความย่อหน้าสุดท้าย ก็คือสรุปปิดเรื่องจบพอดีนะครับ ต่อไปครับ (คุณครูคณิตา) สรุปเป็นคำประพันธ์ค่ะ ก็จะทำให้เรียงความนั้นนะคะ น่าสนใจหรือน่าอ่านมากยิ่งขึ้นนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) พูดง่าย ๆ มีเสน่ห์นั่นเอง ต่อไปสรุปเป็นประโยคบอกเล่าหรือประโยคคำถามได้ อันนี้คือการ วิธีการ แนวทางของการสรุปนั่นเองนะครับ เดี๋ยวไปดูหลักการก่อนหน่อยว่าการเรียงความอย่างไรนะครับ 1. ครับ ตั้งจุดประสงค์ให้ชัดเจนค่ะ ในการเขียนเรียงความของแต่ละเรื่อง นักเรียนจะต้องมีจุดประสงค์ที่แน่ชัดเขียนเรียงความเกี่ยวกับอะไร (คุณครูปรเมษฐ) ต่อไปก็ต้องวางโครงเรื่องให้มันสอดคล้องกับจุดประสงค์ว่าเราเขียนเรื่องอะไร ในโครงเรื่องนี้มันก็จะต้องสอดคล้องกับจุดประสงค์หรือจุดมุ่งหมายต่อไปครับ (คุณครูคณิตา) เขียนโครงเรื่องตามลำดับค่ะ การเขียนเรื่องราวแต่ละเรื่องนี่เราจะต้องวางโครงเรื่องก่อนนะคะ จะทำให้การเขียนของเรานี่มีความสัมพันธ์กันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ และก็ต้องเขียนคำนำ อันดับแรกเลยใช่ไหม เพราะเขียนทุกอย่างจบแล้ว มาเขียนคำนำแล้วนทีนี้ อย่างที่บอก ต้องให้น่าติดตามน่าสนใจ ถึงจะอ่านไปถึงเนื้อเรื่องแล้วก็สรุปนั่นเองนะครับ ต่อไปเขียนเนื้อหาให้ได้ทั้งสาระ ความรู้ แล้วก็ความคิด ในเนื้อหานี่มันต้องแฝงทุกสิ่งอย่างใช่ไหมครูคณิตา ก็จะใส่ในเนื้อหานี้ล่ะ ตั้งจุดมุ่งหมายไว้แล้วต้องการบอกอะไรพอเข้าเนื้อหาปุ๊บ เล่าเป็นประเด็น ๆ แล้วก็เป็นอย่างไรนะ (คุณครูคณิตา) สรุปประเด็นที่กล่าวมาทั้งหมดค่ะ ฝากข้อคิดและข้อเสนอแนะให้ผู้อ่านค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) พูดง่าย ๆ ที่ครูยกหลักการมาทั้งหมดมันก็อยู่ใน 3 ส่วน ก็คือ คำนำ, เนื้อเรื่อง, แล้วก็สรุปนั่นเองนะครับ ไปดูลักษณะของเรียงความที่ดีว่าเป็นอย่างไรนะครับ ต้องมีรูปแบบครบใช่ไหมครูคณิตา คำนำ เนื้อเรื่อง และสรุป คำนี้นี่ครูพูดหลายครั้งแล้วนะ เพราะฉะนั้น คำนี้ คำนำ, เนื้อเรื่อง, สรุป เป็นแนวทางในการเขียนเรียงความ ต่อไปครับ (คุณครูคณิตา) เนื้อเรื่องชัดเจนมีสาระค่ะ เนื้อหานั่นเองนะคะ จะต้องมีสาระ มีความชัดเจนว่าเราเขียนเกี่ยวกับเรื่องอะไร วัตถุประสงค์ของการเขียนเรียงความของเรื่องนี้ เราต้องการที่จะสื่อถึงอะไรค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) และก็จะต้องเรียงลำดับเรื่องให้มันเป็นอย่างไรลูก ให้มันเข้าใจง่ายนะ จากเนื้อเรื่องของครูคณิตาที่ชัดเจนนี่ ให้มันเข้าใจง่ายนะครับ ต่อไปอะไรอีกครับ (คุณครูคณิตา) ใช้ภาษาถูกตามอักขรวิธีตามภาษาไทยค่ะ ก็คือการใช้ภาษาระดับทางการนะคะ ในการเขียนเรียงความต่าง ๆ หรือกาการใช้ภาษาที่สุภาพนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) การเขียนเรียงความนี่ ก็คืองายเขียนชนิดหนึ่งใช่ไหม เพราะฉะนั้นนี่ จะนำไปประกวนประขันกันนี่ มันก็จะต้องใช้ภาษาให้ถูกต้อง เขียนผิด เขียนถูกก็ไม่ได้นะครูคณิตา เพราะฉะนั้น อักขระวิธีทิ้งไม่ได้นะ ต้องใช้ทุกงานเขียนก็ต้องใช้ให้ถูกต้อง ต่อไปต้องแฝงข้อคิดที่เป็นประโยชน์และสร้างสรรค์นะ ทุกงานเขียนเลย อย่างที่ครูบอกมันต้องมีข้อคิด มีแนวคิดหรือคติคำแฝงอยู่ในเรียงความก็เช่นเดียวกัน ข้อคิดนี่ มันจะไปอยู่ปรากฏส่วนไหน เด็ก ๆ ลองคาดคะเนดูสิ ไปอยู่ในส่วนของสรุป สรุปนี่ก็คือฝากข้อคิด ฝากแนวทางการปฏิบัติ ก็จะต้องฝากไว้นะครับ ต่อไปครับ (คุณครูคณิตา) ใช้สุภาษิตหรือคำประพันธ์แทรกในเรียงความค่ะ ก็จะทำให้เรียงความนั้นน่าสนใจมากยิ่งขึ้น อีกทั้งสุภาษิตหรือคำประพันนั้นให้คำสอนต่าง ๆ นะคะ ถ้าเราเลือกสุภาษิตหรือคำประพันธ์นี่มาใช้ให้สอดคล้องจะทำให้งานเขียนของเรานั้นน่าสนใจมากยิ่งขึ้นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูคณิตาถ้าเราบอกให้ใช้คำสุภาษิตหรือคำประพันธ์ นักเรียนไปยกเรื่องอะไรมาใส่ส่ง ๆ เดช ๆ ได้ไหม มันจะต้องให้มันสอดคล้อง ตามที่คุณครูท่านบอกใช่ไหม อย่างเช่น ครูบอกแล้วครูยกมีสลึงพึงประจบให้ครบบาทนี่เป็นอย่างไร (คุณครูคณิตา) เพราะเนื้อหาสัมพันธ์กันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) การที่จะใช้ ก็จะต้องดูความสัมพันธ์ของเนื้อหาด้วยนะ หนูเขียนอีกอย่างหนึ่งหนูไปยกอีกอย่างหนึ่ง กับครูปรเมษฐ น่าสนใจ ไม่ใช่นะลูก มันต้องดูความสอดคล้องกันด้วย ถ้ายกมาใส่ต้องให้มันสอดคล้องถึงจะใช้ได้และมีเสน่ห์นะครับ เอาล่ะครับ การเขียนเรียงความที่ดีมีหลักการเขียนอย่างไร พึ่งจะผ่านมาเมื่อสักครู่ลองยกกันมาสิ คนละนิดคนละหน่อย ตอบเลย เฉลยดีกว่าครูคณิตา ครูก็จะยกมาสัก 1 - 2 ข้อ (คุณครูคณิตา) 1. เขียนเรียงความให้น่าสนใจค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ต่อไปครับ อันนี้สำคัญมากแล้วก็ (คุณครูคณิตา) สรุปเรื่องให้เข้าใจผู้อ่านค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูนี่สรุปมานักเรียนลองคาดคะเนสิ ถ้าให้น่าสนใจนี่น่าจะเป็นส่วนของอะไรครับ (คุณครูคณิตา) ให้เนื้อหาชัดเจน ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เนื้อหาหรือเนื้อเรื่อง และสุดท้ายสรุปเนื้อหามันก็จะเป็นส่วนของการสรุปนั่นเองนะ แค่นี้เองนักเรียน เรียงความก็จะง่ายจะตายไปครับ เอาล่ะครับ เดี๋ยวเรามาทำใบงาน สานเรียงความ สาน แปลว่าประสานต่อกันใช่ไหม มันเป็นอย่างไร ในเรื่องนี้เหมือนจะมีใบงาน 2 ใบนะครูคณิตา นักเรียนนำขึ้นมา ตามที่ครูได้บอกไว้ว่าใช้ใบงานเรื่องอะไรบ้าง การที่เราทำใบงานนะ บทบาทของหนู ๆ ก็คือทำอะไรลูก (คุณครูคณิตา) ให้นักเรียนนะคะ ทำใบงานเรื่อง การตอบคำถาม เตรียมการเขียนเรียงความค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คุณครูนะครับ ก็ดูแลนักเรียนเช่นเดิมนะครับ ให้คำแนะนำ ให้การปรึกษานะครับ นักเรียนที่ไม่เข้าใจ สำคัญนะครับ ครูต้องสุ่มผลงานของนักเรียน คำตอบจากใบงานที่เดี๋ยวนักเรียนจะได้ทำกันนี่นะครับ เพื่อที่จะนำเสนอ เพื่อที่จะสืบเนื่องสืบสานไปในใบงานต่อไป ใบงานที่ 1 กันเลยนะครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้คือใบงานที่ 1 ที่ชื่อใบงานว่าอะไรนะ (คุณครูคณิตา) การตอบคำถาม เตรียมการเขียนเรียงความค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) การใช้หนูคำถามก่อนนี่ มันก็จะนำพาไปสู่การเขียนเรียงความอย่างไรลูก ๆ เรียงความจะต้องวางโครงเรื่องคำถามที่ครูให้ตอบไปดูกันเลยดีกว่านะครับ ครูให้นักเรียนตอบคำถามนะ มีอยู่ด้วยกันกี่ข้อไม่รู้ ไปดูหน้าแรก ครูถามว่าเพื่อนที่สนิทชื่ออะไรนะครับ 2. เพื่อสนิทคนนี้อยู่ที่ไหน มีนิสัยอย่างไร การที่เราจะเป็นเพื่อนสนิทกันได้ต้องรู้อะไรกัน (คุณครูคณิตา) รู้นิสัยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นะครับ ข้อ 3 นี้ก็ให้นักเรียนเขียนบรรยายลักษณะท่าทาง ของเพื่อนสนิท คนที่นักเรียนเอ่ยชื่อนี่เป็นอย่างไร ก็เขียนบรรยายเลย เขาเป็นอย่างไร อ้วน, ผอม, จอมซน อะไรก็ว่าไปนะครับ แล้วก็ข้อที่ 4 (คุณครูคณิตา) ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนกับนักเรียนเป็นอย่างไรค่ะ จะทำให้เป็นการคิดถึงเกี่ยวกับความสัมพันธ์นั้น ๆ นะคะ ระหว่างนักเรียกับเพื่อนนั้นมีความสัมพันธ์ที่ต่อกันเป็นอย่างไร (คุณครูปรเมษฐ) แล้วข้อที่ 5 ครับ นักเรียนน่ะ มีความประทับใจเกี่ยวกับเพื่อนในเรื่องอะไรบ้าง เพราะอะไร นักเรียนก็เขียนตอบมาแล้วมันเป็นแนวทางอย่างไร เดี๋ยวนักเรียนต้องทำใบงานนี้ก่อนนะ เดี๋ยวไปดูของการมีเพื่อนดีเป็นอย่างไร และการจะเป็นเพื่อนที่ดีควรทำอย่างไรพร้อมยกตัวอย่างสัก 3 ตัวอย่าง ก็บอกสิว่าแนวคิดของการมีเพื่อนดีทำอย่างไรนะ และการจะเป็นเพื่อนที่ดีต้องปฏิบัติอย่างไรนั่นเองครับ อันนี้คือใบงานที่ 1 นะ นักเรียนจะต้องทำอันนี้ให้สำเร็จก่อนนะครับ พอนักเรียนทำเสร็จแล้วนะครับ นักเรียนก็นำคำตอบนั่นล่ะ มาเขียนในใบงานที่ 2 นำคำตอบเห็นชอบเรียงความของนักเรียนโดยง่ายเลยนะ บทบาทของนักเรียนทำใบงานต่อไปไปดูครับ (คุณครูคณิตา) ให้นักเรียนนะคะ ตอบคำถามในใบงาน เรื่อง สร้างสรรค์ โดยมีแนวการเขียนดังนี้ค่ะ ข้อ 1. เป็นแนวการเขียนคำนำ ข้อ 2 - 5 เป็นการเขียนเนื้อเรื่อง เป็นแนวการเขียนเนื้อเรื่อง และข้อ 6 (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่าเมื่อสักครู่ 6 ข้อที่นักเรียนได้ทำเสร็จนี่นำมาเรียบเรียงได้เลยใช่ไหม เป็นคำนำ เพื่อนคนนี้มีชื่ออะไร นักเรียนก็ว่าไปเลย จะต้องเขาเป็นอย่างไร เขาอย่างนู้นอย่างนี้ อธิบายไปเลย เพราะตั้งแต่ข้อ 2 ถึงข้อ 5 นำมาเรียงแต่โดยการใช้คำเชื่อมให้สละสลวย ให้คุณครูปลายทางช่วยดู สุดท้ายคือเอาข้อ 6 นั่นล่ะ มายก 3 ข้อ จบไหม ในใบงานนั้นนะครับ คุณครูก็ต้องดูแลนะ ให้นักเรียนทำงานอย่างมีความสุข แล้วก็คุณครูต้องช่วยสำคัญมากเลยในการที่จะนำทั้ง 6 ข้อนี่มาเขียนในใบงานนะครับ เพราะฉะนั้น ฝากคุณครูด้วยนะครับ นี่คือใบงานนะครับ เรื่อง เขียนเรียงความสร้างสรรค์นักเรียนพร้อมหรือยัง ถ้าพร้อมแล้ว ใบงาน 2 ใบนี้ ลงมือได้ครับ [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ครับ ครูเชื่อว่านักเรียนนั้นในช่วงเวลาแป๊บเดียวนี่ไม่น่าจะเขียนเรียงความเป็นเรื่องได้นะครับ แต่อย่างน้อยใบงานแรกนี่ใบงานแรกมันเป็นแนวทางในการทำใบงานที่ 2 ก็ฝากให้นักเรียนนั้นกลับไปเขียนเรียงความ หาที่สงบ ๆ เขียนถึงเพื่อนคนดังกล่าว แล้วค่อยนำมาส่งกับครูในชั่วโมงถัดไปนะครับ เดี๋ยวเรามาสรุปความรู้ครูนักเรียนกันดีกว่านะครับ เอาล่ะครับ แนวทาง มีคำถามมาถามนะ การวางแผนก่อนการเขียนเรียงความมีประโยชน์อย่างไร เด็ก ๆ ช่วยกันตอบหน่อย มันมีประโยชน์อย่างไรบ้าง เดี๋ยวคุณครูคณิตาจะรวบรวมคำตอบมาสรุปอีกครั้งหนึ่งนะครับ มีประโยชน์อย่างไรมากคุณครูคณิตาครับ ที่เด็ก ๆ (คุณครูคณิตา) มีประโยชน์ ก็คือทำให้การเขียนเรียงความนั่้นเป็นลำดับขั้นตอนค่ะ แล้วก็มีความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงซึ่งกันและกันค่ะ ทำให้การง่ายมากขึ้นและเข้าใจได้มากขึ้นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่คือประโยชน์ใช่ไหมครูคณิตา อีกข้อหนึ่งการปฏิบัติตามหลักการเขียนเรียงความนั้นมีประโยชน์อย่างไร พอปฏิบัติตามหลักมันประโยชน์อย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) ก็ทำให้น่าสนใจและน่าอ่านมากยิ่งขึ้นค่ะ อย่างที่บอกนะคะ การเขียนเรียงความ จะต้องมีคำนำ, เนื้อ, สรุป นะคะ แล้วก็หลักการต่าง ๆ ในการเขียนเรียงความอีกมากมายที่เราจะต้องนำมาปรับและประยุกต์ใช้ให้งานเขียนเรียงความนั้นดียิ่งขึ้นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับ บทเรียนครั้งต่อไป ก็คงจะอยู่ในเรื่องของเรียงความอีกเช่นเดิมนะครับ นักเรียนก็เตรียมตัวดังนี้นะ ใบความรู้ เรื่อง การเขียนแผนภาพความคิดเพื่อใช้พัฒนาความคิดและการเรียงความสร้างสรรค์ครับ (คุณครูคณิตา) ซึ่งคุณครูนะคะ ดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่นี่เลยค่ะ อย่าลืมนะครับ กลับไปเขียนถึงเพื่อนที่เรารักและสนิท สละสลวยเป็นเรียงความเรื่องแรกของชั้นประถมศึกษาปี่ที่ 6 ตั้งใจนะครับ วันนี้ไว้เท่านี้ครับ สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ [เสียงดนตร