﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:03,368

2
00:00:04,002 --> 00:00:07,386

3
00:00:08,011 --> 00:00:11,372

4
00:00:12,012 --> 00:00:15,386

5
00:00:16,014 --> 00:00:19,315

6
00:00:20,016 --> 00:00:23,351

7
00:00:24,018 --> 00:00:27,340
ทุกท่าน และนักเรียนปลายทางทุกคน

8
00:00:28,019 --> 00:00:31,393
เข้าสู่รายวิชาภาษาไทย พบกับคุณครูคณิตา และคุณครูปรเมษ

9
00:00:32,021 --> 00:00:35,249

10
00:00:36,023 --> 00:00:39,264
และคุณครูปรเมษฐ ในรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

11
00:00:40,024 --> 00:00:43,262
มีเรื่องสนุก ๆ อะไรให้นักเรียนเล่น

12
00:00:44,026 --> 00:00:47,283
วันนี้นะครับ ครูจะพาไปท่องโลก

13
00:00:48,030 --> 00:00:51,309
แห่งสำนวนไทย สุภาษิต และคำพังเพยนะครับ

14
00:00:52,031 --> 00:00:55,347
ซึ่งก็เป็นเรื่องที่หนู ๆ นั้น

15
00:00:56,033 --> 00:00:59,240
เคนศึกษากันมาแล้ว ในเรื่องก่อน

16
00:01:00,034 --> 00:01:03,235
จะขึ้น ป. 6 นี้นะคะ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ที่เด็ก ๆ นี่ชอบมากเลย

17
00:01:04,056 --> 00:01:07,247
ใช่ไหมคะ เกี่ยวกับเรื่องสุภาษิต คำพังเพย (คุณครูปรเมษฐ)

18
00:01:08,057 --> 00:01:11,242
คราวนี้เดี๋ยวเรามาดูในเนื้อหาของชั้นประถม

19
00:01:12,059 --> 00:01:15,234
ศึกษาปีที่ 6 กันบ้าง ว่าจะมีความสนุก

20
00:01:16,060 --> 00:01:19,237
และความรู้ซ่อนอยู่ข้างในนั้นมากน้อยเพียงใด เด็ก ๆ

21
00:01:20,062 --> 00:01:23,239
ไปศึกษากันเลยครับ

22
00:01:24,065 --> 00:01:27,249
วันนี้ครูคณิตามีรูปภาพมาให้

23
00:01:28,066 --> 00:01:31,235
(คุณครูคณิตา) ค่ะ วันนี้นะคะ ให้นักเรียนนะคะพิจารณา

24
00:01:32,068 --> 00:01:35,235
ภาพนะคะ บนหน้าจอนะคะ หลังจากนั้น

25
00:01:36,070 --> 00:01:39,235
ลองทายดูสิว่าเป็นสำนวนสุภาษิต

26
00:01:40,071 --> 00:01:43,235
คำพังเพยเกี่ยวกับอะไร (คุณครูปรเมษฐ) ทายเป็น

27
00:01:44,072 --> 00:01:47,235
สำนวนเลยใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ นักเรียนสังเกตดู

28
00:01:48,073 --> 00:01:51,234
มีอะไรอยู่บ้างนะ มีนาย นายพราน

29
00:01:52,074 --> 00:01:55,235
มีป่า มีช้างนะคะ แล้วก็มีอะไรอีกคะครูปรเมษฐ

30
00:01:56,078 --> 00:01:59,235

31
00:02:00,081 --> 00:02:03,234
จิ้งจอก (คุณครูคณิตา) แล้วที่สำคัญล่ะค่ะ

32
00:02:04,082 --> 00:02:07,234
คือ (คุณครูปรเมษฐ) มี (คุณครูคณิตา) คืออะไรคะ

33
00:02:08,089 --> 00:02:11,235
ใบอะไรนี่เด็ก ๆ (คุณครูคณิตา) ใบอะไรเอ่ย

34
00:02:12,093 --> 00:02:15,235
ใบ... ใบอะไรนะ ใบบัว

35
00:02:16,098 --> 00:02:19,241
หรือเปล่าคะ ใช่ไหม (คุณครูปรเมษฐ) ใบบัว ใบบัว

36
00:02:20,102 --> 00:02:23,235
นี่มีหลายชนิดนะครับ ใบบัว

37
00:02:24,104 --> 00:02:27,234
ที่เราน่าจะเปรียบเทียบ คือ ใบบัวหลวง

38
00:02:28,107 --> 00:02:31,234
เด็ก ๆ รู้จักไหม บัวหลวงจะเป็นลักษณะใบที่ใหญ่นะ

39
00:02:32,108 --> 00:02:35,234
นำไปไว้บูชาพระ อันนี้คือใบบัวหลวง

40
00:02:36,110 --> 00:02:39,242
ถ้าเด็ก ๆ จะทายเป็นสำนวน คุณครูช่วยก่อนดีกว่า

41
00:02:40,111 --> 00:02:43,234
ภาพแรกน่ะ

42
00:02:44,112 --> 00:02:47,234
(คุณครูคณิตา) ภาพแรกใช่ไหมคะ พูดพร้อม ๆ กันค่ะ สำนวนอะไรเอ่ย

43
00:02:48,114 --> 00:02:51,234
ช้างตายทั้งตัวเอาใบบัว

44
00:02:52,115 --> 00:02:55,234
มาปิด (คุณครูปรเมษฐ) นี่คือ

45
00:02:56,117 --> 00:02:59,234
ปริศนาสำนวนไทยนั่นเอง ให้นักเรียนลองทายดูนะครับ

46
00:03:00,118 --> 00:03:03,234
ต่อไป ๆ เดี๋ยวคุณครูคณิตาไม่บอกควายหมายหน่อยหรือครับ (คุณครูคณิตา) ความหมาย

47
00:03:04,122 --> 00:03:07,234
นะคะ ก็คือ การกระทำความผิดใหญ่หลวง

48
00:03:08,122 --> 00:03:11,234
ย่อมไม่อาจปกปิดได้นะคะ ต้องมีผู้รู้

49
00:03:12,127 --> 00:03:15,234
ไม่วันใดก็วันหนึ่ง (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ

50
00:03:16,131 --> 00:03:19,233
ช้างตัวใหญ่โต ใบบัวใบนิดเดียวไม่สามารถมาปิด

51
00:03:20,132 --> 00:03:23,235
ช้างได้นะครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ (คุณครูปรเมษฐ) ดูสำนวน

52
00:03:24,134 --> 00:03:27,236
นะครับ เปิดภาพปุ๊บให้เวลาคิด 3 วิ

53
00:03:28,136 --> 00:03:31,233
(คุณครูคณิตา) เป็นความรู้เก่านะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา)

54
00:03:32,137 --> 00:03:35,233
ง่ายมากเลยค่ะนักเรียน ตอบ 1 2

55
00:03:36,137 --> 00:03:39,235
3 ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คือสำนวน เก่งมากครับ จับ

56
00:03:40,138 --> 00:03:43,234
ปลา 2 มือ (คุณครูปรเมษฐ) จับปลาสองมือ

57
00:03:44,140 --> 00:03:47,235
เห็นเด็ก ๆ จับปลานะ แล้วมีความหมาย

58
00:03:48,141 --> 00:03:51,234
ว่าอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) บอกไว้ก่อนนะคะ มีความหมาย

59
00:03:52,143 --> 00:03:55,234
ในทางที่ดี หรือไม่ดีคะ ตอบเลยค่ะ

60
00:03:56,145 --> 00:03:59,233
คุณครูปรเมษฐคะ

61
00:04:00,147 --> 00:04:03,234
คุณครูปรเมษฐลองบอกสิคะ

62
00:04:04,149 --> 00:04:07,234
ในเชิงบวกหรือเชิงลบค่ะ จับปลา 2 มือนี่ (คุณครูปรเมษฐ)

63
00:04:08,150 --> 00:04:11,234
เอาไว้ตำหนินะ เวลาทำอะไรนี่ เวลาทำอะไรล

64
00:04:12,152 --> 00:04:15,235
ทำ 2 สิ่ง 2 อย่างพร้อมกันบางที

65
00:04:16,152 --> 00:04:19,234
สำเร็จไหม (คุณครูคณิตา) ไม่สำเร็จสักอย่างหนึ่ง หรือว่าทำแล้ว

66
00:04:20,154 --> 00:04:23,234
มันไม่ดีเลยสักอย่างหนึ่งนะคะ เพราะฉะนั้นนี่

67
00:04:24,160 --> 00:04:27,235
หากเราจะทำอะไรอย่างใดอย่างหนึ่งนี่

68
00:04:28,161 --> 00:04:31,234
ทำไมคะ เลือกทำนะคะ อย่าจับปลา

69
00:04:32,164 --> 00:04:35,237
สองมือ เพราะว่าไม่อย่างนั้นนี่ พวกงานต่าง ๆ ที่ทำ

70
00:04:36,168 --> 00:04:39,235
ก็อาจจะไม่สำเร็จหรือออกมาไม่ดีก็ได้ค่ะ

71
00:04:40,172 --> 00:04:43,234
(คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ เปรียบดั่งปลาที่จับ

72
00:04:44,176 --> 00:04:47,233
มือเดียวมันอาจจะหลุดไปได้ ก็สุดท้ายแล้ว

73
00:04:48,178 --> 00:04:51,234
ไม่ได้กินอะไรเลยนะครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เตรียมตัว ดูให้ดีนะ

74
00:04:52,179 --> 00:04:55,233
มีงู

75
00:04:56,180 --> 00:04:59,235
มีเด็ก ลักษณะอาการเขี้ยงหรือ

76
00:05:00,182 --> 00:05:03,233
ออกไป ตอบครับเป็นสำนวน

77
00:05:04,184 --> 00:05:07,233
(คุณครูคณิตา) อะไรเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) เก่งมาก ขว้างงูไม่พ้นคอ (คุณครูคณิตา) ค่ะ

78
00:05:08,185 --> 00:05:11,233
(คุณครูปรเมษฐ) เป็นอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) กระทำในสิ่ง

79
00:05:12,186 --> 00:05:15,233
ที่เป็นผลร้ายนะคะ แล้วทำไมเอ่ย ย้อน

80
00:05:16,187 --> 00:05:19,233
กลับเข้าตัวเอง (คุณครูปรเมษฐ) เปรียบเสมือนดัง

81
00:05:20,190 --> 00:05:23,233
เราตีงูแต่ไม่ตายดี

82
00:05:24,190 --> 00:05:27,234
แล้วเราจะเขวี้ยงหรือปาทิ้ง แต่สุดท้ายไม่

83
00:05:28,191 --> 00:05:31,234
พ้นตัวเอง กลับมาแว้งกัด ดังที่

84
00:05:32,192 --> 00:05:35,233
ครูคณิตาได้อธิบาย เด็ก ๆ พร้อมนะ

85
00:05:36,193 --> 00:05:39,233
หมดหรือยัง (คุณครูคณิตา) หมดแล้วค่ะ น่าเสียดายจังเลย

86
00:05:40,194 --> 00:05:43,233
ครูเชื่อว่ามีอีกหลายภาพที่เด็ก ๆ จะได้

87
00:05:44,195 --> 00:05:47,234
ทายสำนวนกันนะครับ ไปดูกันต่อ คำถาม

88
00:05:48,196 --> 00:05:51,234
กระตุ้นความคิดวันนี้นะครับ การใช้สำนวนสุภาษิต

89
00:05:52,197 --> 00:05:55,233
และคำพังเพยนะ จำเป็นจะต้อง

90
00:05:56,199 --> 00:05:59,233
รู้ความหมายหรือไม่ เพราะเหตุใด

91
00:06:00,200 --> 00:06:03,234
อย่างเช่น เมื่อสักครู่ที่ครูคณิตาให้ดูภาพ

92
00:06:04,201 --> 00:06:07,233
ที่ครูให้ดูภาพ ครูจะถามครูคณิตาว่าหมายความว่าอย่างไร

93
00:06:08,203 --> 00:06:11,235
ใช่ไหม เด็ก ๆ คิดว่าจำเป็นไหมละ (คุณครูคณิตา)

94
00:06:12,204 --> 00:06:15,233
ตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ มันจำเป็น

95
00:06:16,209 --> 00:06:19,233
จะต้องรู้ความหมาย แต่อันนั้นไม่เท่าไร รู้ความหมายนี่รู้

96
00:06:20,210 --> 00:06:23,233
รู้ความหมายนี่รู้เพราะเหตุใด

97
00:06:24,214 --> 00:06:27,233
(คุณครูคณิตา) อันนี้เป็นการแสดงความคิดเห็นนะคะ ทำไม

98
00:06:28,214 --> 00:06:31,233
เราจึงต้องรู้ความหมายเกี่ยวกับสำนวน สุภาษิต คำพัง

99
00:06:32,216 --> 00:06:35,233
เพย เพราะอะไรเอ่ย เพราะอะไรนะ

100
00:06:36,217 --> 00:06:39,233
ได้ยินมาแว่ว ๆ นะคะ ว่า

101
00:06:40,220 --> 00:06:43,233
การที่เราจะรู้เกี่ยวกับสำนวนสุภาษิต คำพังเพยนี่

102
00:06:44,221 --> 00:06:47,233
ทำไมเราถึงจะต้องรู้ เพราะว่าเราจำเป็น

103
00:06:48,224 --> 00:06:51,233
จะต้องทราบก่อนใช่ไหมคะ ต้องทราบความหมายก่อน

104
00:06:52,225 --> 00:06:55,232
ทราบความหมายเหล่านั้นเราก็นำมาใช้สื่อสารได้

105
00:06:56,226 --> 00:06:59,233
ตรงตามวัตถุประสงค์นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับผม

106
00:07:00,227 --> 00:07:03,232
มันเป็นที่มา

107
00:07:04,228 --> 00:07:07,233
แห่งการเรียนนะครับ ที่มาของการเรียน

108
00:07:08,230 --> 00:07:12,230
คำพังเพยนั้นก็จะต้องรู้ว่า

109
00:07:12,231 --> 00:07:16,231
เราจะเรียนไปทำไมนะครับ จึงต้องแจ้งจุดประสงค์ให้เราได้รับรู้นะครับ

110
00:07:16,232 --> 00:07:20,232
ก็คือนักเรียนนั้นจะต้องสามารถอธิ

111
00:07:20,242 --> 00:07:24,233
บาย รวบรวมคำสำนวน สุภาษิต คำพังเพย

112
00:07:24,243 --> 00:07:28,232
ที่จะนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน รวมถึง

113
00:07:28,269 --> 00:07:32,233
ต้องเห็นความสำคัญของสำนวนไทยด้วย อันนี้

114
00:07:32,272 --> 00:07:36,232
ก็คือสิ่งที่เด็ก ๆ นั้นจะต้องปฏิบัติ

115
00:07:36,273 --> 00:07:40,232
และจะต้องนำไปใช้ในชีวิตจริงใช่ไหมครับ

116
00:07:40,277 --> 00:07:44,232
นะคะ คู่อยู่คู่กับคนไทยมายาวนาน

117
00:07:44,278 --> 00:07:48,232
ถ้าไม่สำคัญนี่ เราก็คงไม่ต้องมาเรียนรู้กันหรอก ใช่ไหมคะ

118
00:07:48,279 --> 00:07:52,232
คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่แล้วครับผม ไปกันต่อเลยครับ

119
00:07:52,281 --> 00:07:56,232
ทายภาพทราบสำนวน (คุณครูคณิตา)

120
00:07:56,282 --> 00:08:00,232
เมื่อกี้เป็นการวอร์มเครื่อง เป็นการเตรียมความพร้อม

121
00:08:00,283 --> 00:08:04,283
ใช่ไหมคะ เอ่าล่ะค่ะ ตอนนี้นะ

122
00:08:04,285 --> 00:08:08,285
(คุณครูคณิตา) เอาจริงแล้วนะ ๆ (คุณครูปรเมษฐ) เตรียมตัวเลย ครูไม่บอกแล้วนะ

123
00:08:08,286 --> 00:08:12,286
ครูจะให้ดูภาพ แล้วจะบอกความหมาย แล้วจะบอก

124
00:08:12,287 --> 00:08:16,287
เลยนะครับ 1, 2, 3

125
00:08:16,288 --> 00:08:20,288
คิดครับ

126
00:08:20,289 --> 00:08:24,237
ตอบแล้ว ตอบว่าอะไรนะ

127
00:08:24,290 --> 00:08:28,233
อีกครั้งสิ สำนวนนี้มีชื่อว่า เข

128
00:08:28,306 --> 00:08:32,243
ครกขึ้นภูเขา

129
00:08:32,307 --> 00:08:36,257
เดี๋ยวคุณครูขออธิบายก่อนนะ จากรูปนี่

130
00:08:36,312 --> 00:08:40,249
ไม่ใช่ครกที่ใช้ตำน้ำพริกนะนักเรียน โบราณไม่มี

131
00:08:40,314 --> 00:08:44,231
โรงสี โรงสี คือ โรงสีข้าว

132
00:08:44,315 --> 00:08:48,231
ตำข้าว ต้องใช้ไม้เป็นต้น แล้วก็มาขุด

133
00:08:48,317 --> 00:08:52,231
ให้มันเป็นหลุมลงไป ใช้ในการตำข้าว

134
00:08:52,318 --> 00:08:56,231
คุณครูคณิตาแล้วมันมีความหมายว่าอย่างไรล่ะ (คุณครูคณิตา)

135
00:08:56,319 --> 00:09:00,235
หมายก็คือ การทำอะไรก็บรรลุผลนั้น

136
00:09:00,320 --> 00:09:04,232
นะคะ ไม่ใช่สิ่งที่กระทำโดยง่ายค่ะ ส่วนใหญ่นี่จะใช้กับ

137
00:09:04,322 --> 00:09:08,244
งานที่ทำไม่ค่อยสำเร็จนะคะ

138
00:09:08,324 --> 00:09:12,230
ก็คือการเข็น กลิ้ง มันจะเป็น

139
00:09:12,325 --> 00:09:16,234
แบบ นักเรียนลองนึกภาพนะคะ นำครก

140
00:09:16,329 --> 00:09:20,231
ที่คุณครูปรเมษฐบอกใช่ไหมคะ ที่เป็นไม้ต้นใหญ่

141
00:09:20,330 --> 00:09:24,231
ถ้าใครมีนะ แถวบ้านนะ ก็ลองไป... (คุณครูปรเมษฐ) ลองไปเข็น

142
00:09:24,333 --> 00:09:28,233
เลยหรือครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ จะได้รู้ไงคะ ถึงความยาก

143
00:09:28,335 --> 00:09:32,231
ลำบาก ว่ามันยากลำบากขนาดไหน (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ไปทำตาม

144
00:09:32,337 --> 00:09:36,231
ทับขึ้นมาคุณครูคณิตาจะรับผิดชอบอย่างไร (คุณครูคณิตา) อันนี้ก็

145
00:09:36,344 --> 00:09:40,231
ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของนักเรียนนะคะ ว่านักเรียนควร

146
00:09:40,345 --> 00:09:44,234
ทำหรือไม่ทำนะคะ แต่ก็ถ้าหาก

147
00:09:44,347 --> 00:09:48,230
อยากลองนะคะ แต่ถ้าจะลองนะคะ ต้องมีผ้ปกครอง

148
00:09:48,348 --> 00:09:52,230
ดูแลความปลอดภัยด้วยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่าครูคณิตาจะให้ทำจริง

149
00:09:52,353 --> 00:09:56,230
ดูภาพต่อไปครับ

150
00:09:56,354 --> 00:10:00,233
คิดเลย (คุณครูคณิตา) อะไรเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) นี่

151
00:10:00,355 --> 00:10:04,229
ตอบแล้ว เดี๋ยว ๆ ฟังอีกครั้งหนึ่งสิ

152
00:10:04,356 --> 00:10:08,243
มีปู มีการหยิบ การจับ

153
00:10:08,357 --> 00:10:12,230
เก่งมากครับ จับปูใส่กระด้ง

154
00:10:12,358 --> 00:10:16,229
(คุณครูคณิตา) ความหมายก่อนดีไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) บอกความหมายก่อน (คุณครูคณิตา) ความหมาย

155
00:10:16,359 --> 00:10:20,229
ก็คือ ยากที่จะอยู่นิ่ง ๆ ได้

156
00:10:20,360 --> 00:10:24,234
ยกเว้นว่าปูจะโดนจับมัด เดี๋ยวนักเรียน

157
00:10:24,364 --> 00:10:28,229
จะบอกว่าผมเคยเห็นครับ ปูนอนนิ่งอยู่

158
00:10:28,366 --> 00:10:32,229
เพราะว่ามันจับมัดเสร็จแล้วนะ แต่ถ้าตามปกตินะ

159
00:10:32,367 --> 00:10:36,229
ถ้าปูนี่ไม่โดนจับมัด ไม่ตายนะคะ

160
00:10:36,368 --> 00:10:40,229
เป็นในลักษณะอย่างนี้ ปูจะอยู่ไม่นิ่ง

161
00:10:40,369 --> 00:10:44,229
มันคล้าย ๆ กับอีกสำนวนหนึ่ง คืออะไรนะ

162
00:10:44,370 --> 00:10:48,229
ได้ยินแน่นอนนะคะ ก็คือสำนวนซน

163
00:10:48,371 --> 00:10:52,229
อะไรนะ ซนเหมือน เหมือนอะไรนะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ)

164
00:10:52,371 --> 00:10:56,229
ซนเหมือนลิงเหมือค่าง

165
00:10:56,372 --> 00:11:00,229
เปรียบเหมือนดั่งที่ครูนี่ ไปทัศศึกษา

166
00:11:00,373 --> 00:11:04,229
อย่างกับจับปูใส่กระด้งเลยนะ

167
00:11:04,377 --> 00:11:08,229
เป็นการเปรียบเทียบ ไม่อยู่นิ่ง วิ่งไปวิ่งมา

168
00:11:08,378 --> 00:11:12,229
เพราะฉะนั้น เธอจะทำตัวเหมือนปูหรือเปล่าที่ไม่อยู่นิ่ง

169
00:11:12,380 --> 00:11:16,231
อันนี้ให้คิดนะครับ ดูภาพ ต้องดูภาพ

170
00:11:16,385 --> 00:11:20,230
สิ่งที่เป็นภาชนะสานนี่นะครับ เขาเรียกว่า "กระ

171
00:11:20,386 --> 00:11:24,228
ด้งนะ เอาไว้ใช้ในการตากปลาใส่ของ

172
00:11:24,387 --> 00:11:28,236
นะครับ อันนี้คือปู เด็ก ๆ รู้จักแล้วนะ

173
00:11:28,388 --> 00:11:32,229
ไปกันต่อ ภาพต่อไปเตรียมตัวนะครับ

174
00:11:32,391 --> 00:11:36,228
(คุณครูคณิตา) โบราณเลยนะคะ อันนี้ก็

175
00:11:36,392 --> 00:11:40,228
มาลักษณะ อะไรเอ่ย มีอะไรนะ

176
00:11:40,393 --> 00:11:44,228
อะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) รูปปั้นใช่ไหมครับครูคณิตา

177
00:11:44,395 --> 00:11:48,228
มีเขา น่าจะเป็นวัว หรือเป็นความ (คุณครูคณิตา) ไม่แน่ใจ

178
00:11:48,396 --> 00:11:52,228
นักเรียนคะ เมื่อกี้ครูมีคีย์เวิร์ดนะ

179
00:11:52,401 --> 00:11:56,229
มีใบ้นิดหนึ่งนะ มีวัวกับควายนะคะ

180
00:11:56,402 --> 00:12:00,228
ตั้งแต่เห็นภาพแล้วครูคณิตา ตอบว่าสำนวน

181
00:12:00,403 --> 00:12:04,228
(คุณครูคณิตา) ยาวหน่อยนะคะ อยู่บ้านท่าน อย่านิ่ง

182
00:12:04,404 --> 00:12:08,229
ดูดาย ปั้นวัวปั้นควายให้ลูกท่าน

183
00:12:08,405 --> 00:12:12,228
เล่น (คุณครูปรเมษฐ) คราวนี้ดูความหมาย (คุณครูคณิตา) ความหมายนะคะ

184
00:12:12,407 --> 00:12:16,227
เมื่อเราไปอาศัยอยู่บ้านของใครนะคะ

185
00:12:16,409 --> 00:12:20,229
ก็ควรที่จะทำประโยชน์ให้

186
00:12:20,410 --> 00:12:24,229
บ้านเหล่านั้นด้วยนะคะ หรือว่าบ้านคนที่เราไปอาศัยอยู่

187
00:12:24,411 --> 00:12:28,230
ด้วยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ ไปกันต่อเลย

188
00:12:28,414 --> 00:12:32,227
มันรูปผู้หญิงหรือผู้ชายคู่กัน

189
00:12:32,417 --> 00:12:36,227
(คุณครูคณิตา) เขาจะเป็นอะไรคะนักเรียน (คุณครูปรเมษฐ) ไหนลองยืนให้เหมือนสิครับครูคณิตา

190
00:12:36,423 --> 00:12:40,228
(คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ (คุณครูปรเมษฐ) สมมติครูกับครูคณิตาเลยนะภาพนี้

191
00:12:40,425 --> 00:12:44,227
ขยับเข้ามา (คุณครูคณิตา) ค่ะ อาจจะไม่เหมือนในรูปนะคะคร

192
00:12:44,426 --> 00:12:48,227
นะคะ คุณครูปรเมษฐนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ทายสำนวนสิ

193
00:12:48,427 --> 00:12:52,227
ตอบว่าเป็นสำนวนอะไรครับ

194
00:12:52,428 --> 00:12:56,227
กิ่งทองใบหยกนะ เป็นคำโบราณใช่ไหมครูคณิตา

195
00:12:56,431 --> 00:13:00,227
(คุณครูคณิตา) เป็นคำโบราณค่ะ เด็ก ๆ นี่

196
00:13:00,432 --> 00:13:04,227
อาจจะไกลหน่อยนะคะ เขาเรียกว่ายัง เขาเรียกว่า "ยังไม่ถึงวัย"

197
00:13:04,433 --> 00:13:08,226
นะ กิ่งทองใบหยกนะคะ ใช้

198
00:13:08,434 --> 00:13:12,228
กับคำว่า "เหมาะสมกันมาก" เหมือน

199
00:13:12,434 --> 00:13:16,227
คุณครูกับคุณครูปรเมษฐนี

200
00:13:16,435 --> 00:13:20,226
นะคะ สามารถที่จะสอนนักเรียนได้อย่างสนุกสนาน

201
00:13:20,436 --> 00:13:24,226
แต่ว่าสำนวน คำว่า "กิ่งทองใบหยก" นี่ เราจะใช้กับ

202
00:13:24,438 --> 00:13:28,226
ชาย - หญิง ที่จะแต่งงานกันแล้วนะคะ

203
00:13:28,444 --> 00:13:32,226
ต่อไปกันเลยดีกว่าค่ะ เด็ก ๆ คงรอแล้วค่ะ เรื่องสำนว

204
00:13:32,445 --> 00:13:36,226
(คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ทายเลย

205
00:13:36,446 --> 00:13:40,238
ปลูกข้าวครับ ปลูกข้าว คือ การทำนา ที่ไหน

206
00:13:40,447 --> 00:13:44,227
ตอบคำถาม 1 2 3 ทำนาบนหลังคน

207
00:13:44,448 --> 00:13:48,226
คุณครูคณิตาอธิบายความหมายครับ (คุณครูคณิตา)

208
00:13:48,449 --> 00:13:52,226
นักเรียนพิจารณาดูรูปภาพของคนนะคะ

209
00:13:52,450 --> 00:13:56,226
ผอม แห้ง แสดงว่า

210
00:13:56,451 --> 00:14:00,226
การทำนาบนหลังคนเป็นสำนวนที่

211
00:14:00,452 --> 00:14:04,226
เป็นการบอกนะคะ ว่าเป็นการหาผลประโยชน์โดยการ

212
00:14:04,453 --> 00:14:08,226
ขูดรีดจากผู้อื่นนั่นเอง ดูสิ

213
00:14:08,454 --> 00:14:12,226
คนที่หาผลประโยชน์เป็นอย่างไร อ้วน ท้วน

214
00:14:12,455 --> 00:14:16,226
ส่วนคนที่ถูกขูดรีดล่ะคะเป็นอย่างไร ผอมแห้ง

215
00:14:16,456 --> 00:14:20,225
แรงน้อยนะคะ เพราะฉะนั้นนี่เมื่อโตไปนะคะ

216
00:14:20,457 --> 00:14:24,226
อย่าเป็นคนที่ทำนาบนหลังคนนะคะ

217
00:14:24,458 --> 00:14:28,225
จะต้องรู้จักแบ่งปัน เอื้อเฟื้อ เผื่อแพ่

218
00:14:28,459 --> 00:14:32,228
(คุณครูปรเมษฐ) หมดหรือยังครูคณิตา (คุณครูคณิตา) หมดแล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) หมดแล้ว

219
00:14:32,461 --> 00:14:36,225
เด็ก ๆ ยังอยากจะทายอีก ไม่เป้ฯไรครับ เด็ก ๆ

220
00:14:36,462 --> 00:14:40,225
สามารถที่จะไปหาภาพมาทายเล่นกับเพื่อนนะ

221
00:14:40,463 --> 00:14:44,226
ภาพสำนวนที่จะนำมาทายมีมายเลย ใช่ไหมครับครูคณิตา

222
00:14:44,465 --> 00:14:48,226
(คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ หลังจากที่เรานี่ได้ทาย

223
00:14:48,465 --> 00:14:52,226
เกี่ยวกับรูปภาพ สำนวนสุภาษิต คำพังเพย ไปแล้ว

224
00:14:52,467 --> 00:14:56,235
นักเรียนรู้ความหมายเกี่ยวกับสำนวนหรือ

225
00:14:56,468 --> 00:15:00,225
ความหมายเกี่ยวกับคำพังเพย และความหมายเกี่ยวกับ

226
00:15:00,469 --> 00:15:04,226
สุภาษิตบ้างหรือเปล่า (คุณครูปรเมษฐ) ที่คุณครูคณิตาต้องถามนี่

227
00:15:04,471 --> 00:15:08,226
เพราะมันเป็นเรื่องที่หนู ๆ จะได้เรียน

228
00:15:08,471 --> 00:15:12,225
สำนวนสุภาษิตและคำพังเพยใช่ไหมครูคณิตา

229
00:15:12,472 --> 00:15:16,225
ความหมายกันเลยดีกว่านะคะ นักเรียนเตรีมสมุด

230
00:15:16,473 --> 00:15:20,225
ปากกา เตรียมจดด้วยนะคะ จด

231
00:15:20,474 --> 00:15:24,225
ด้วยความเข้าใจของตัวเอง (คุณครูปรเมษฐ) อย่าลืม

232
00:15:24,475 --> 00:15:28,253
นะ สำคัญมากเดี๋ยวจะไม่รู้ว่าเรียนวันไหน

233
00:15:28,477 --> 00:15:32,329
ไปดูกันเลย คำแรกเลยนะครับ

234
00:15:32,484 --> 00:15:36,347
คืออะไรครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) สำนวนค่ะ คือ

235
00:15:36,488 --> 00:15:40,329
คำพูด หรือ ถ้อยคำที่กระทัดรัด

236
00:15:40,489 --> 00:15:44,328
สละสลวยมีความหมายโดยนัย

237
00:15:44,519 --> 00:15:48,226
ความหมายเชิงอุปมาเปรียบเทียบ จะไม่แปลความหมาย

238
00:15:48,520 --> 00:15:52,225
ตรงตามตัวอักษรค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ก็คือคำนิยามของ

239
00:15:52,532 --> 00:15:56,226
หมายของคำว่า "สำนวน" ก็คือแปล

240
00:15:56,533 --> 00:16:00,224
ไม่ตรงความหมายแล้วก็มีความหมายโดยนัย โดยนัย

241
00:16:00,534 --> 00:16:04,225
มันคืออะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เราจะต้องแปลความหมายอีกรอบหนึ่ง

242
00:16:04,534 --> 00:16:08,231
เดี๋ยวนักเรียนอาจจะนึกภาพไม่ออก มาดูตัวอย่างกันดีกว่าค่ะ

243
00:16:08,535 --> 00:16:12,227
คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ครับผม ตัวอย่างสำนวนนะครับ (คุณครูคณิตา)

244
00:16:12,536 --> 00:16:16,224
ตัวอย่างแรก คำว่า "ไขสือ"

245
00:16:16,538 --> 00:16:20,229
คุณครูปรเมษฐอย่ามาทำ

246
00:16:20,539 --> 00:16:24,224
ไขสือแปลว่าอะไร แปลว่าอะไรคะ

247
00:16:24,542 --> 00:16:28,225
แปลว่า ทำเป็นไม่รู้ไม่

248
00:16:28,543 --> 00:16:32,224
ไม่รู้ ไม่เข้าใจเห็นไหม

249
00:16:32,545 --> 00:16:36,225
คำว่าไขสือ ตรงตามตัวไหมคะ สำนวน

250
00:16:36,547 --> 00:16:40,224
จะแปลไม่ตรงตามตัวอักษรและมีความหมายโดยนัย

251
00:16:40,548 --> 00:16:44,226
คือเราจะต้องหาความหมายของ

252
00:16:44,548 --> 00:16:48,228
สำนวนนี้อีกครั้งหนึ่ง (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมา

253
00:16:48,549 --> 00:16:52,228
ปากเสีย นักเรียนคงคุ้น ๆ ล่ะค่ะ

254
00:16:52,550 --> 00:16:56,224
คุณครูปรเมษฐนี่ปากเสียมากเลยนะ เป็นการ

255
00:16:56,551 --> 00:17:00,229
ยกตัวอย่างนะคะคุณครูปรเมษฐ คุณครูปรเมษฐ

256
00:17:00,552 --> 00:17:04,224
ทราบไหมคะ คำว่า "ปากเสีย" หมายความว่าอย่างไร

257
00:17:04,553 --> 00:17:08,224
(คุณครูปรเมษฐ) ปากที่เน่าเสีย (คุณครูคณิตา) ปากที่เน่าเสีย ต้องไ

258
00:17:08,557 --> 00:17:12,224
ทันตแพทย์นะคะ ปากที่เน่าเสียนะ แต่คำว่า "ปากเสีย"

259
00:17:12,558 --> 00:17:16,223
นะคะ ในความหมายเชิงสำนวน หมายถึง ปาก

260
00:17:16,560 --> 00:17:20,224
ที่พูด พูดเป็นอย่างไร พูดว่าร้าย

261
00:17:20,562 --> 00:17:24,224
พูดไม่ดี นักเรียนคะ ก็คือเป็นการพูด

262
00:17:24,563 --> 00:17:28,223
เชิงตัดกำลังใจนะคะ หรือพูดให้ร้ายว

263
00:17:28,564 --> 00:17:32,224
ร้าย ว่าร้ายผู้อื่นนะคะ ซึ่งครูปรเมษฐนี่นะคะ

264
00:17:32,566 --> 00:17:36,224
คุณครูเป็นคนดีนะคะ พูดแต่สรรเสริญเยินยอ

265
00:17:36,567 --> 00:17:40,231
ผู้อื่นนะคะนักเรียน (คุณครูปรเมษฐ) เดี๋ยว ๆ

266
00:17:40,568 --> 00:17:44,225
โดยนัยนี่เดี๋ยวขยายให้นักเรียนเข้าใจตรงนี้เลย

267
00:17:44,570 --> 00:17:48,223
ปากเสีย ที่ครูบอกครูคณิตานี่

268
00:17:48,570 --> 00:17:52,226
พัง อันนั้นคือความหมายโดยตรง แต่ที่ครูคณิตา

269
00:17:52,575 --> 00:17:56,223
บอก ก็คือปากเสีย ก็คือพูดไม่ดี พูดว่าร้ายคนอื่น

270
00:17:56,577 --> 00:18:00,224
คือ ความหมายโดยนัยนะครับ ก็คือสำนวน

271
00:18:00,578 --> 00:18:04,226
มันแปลไม่ตรงความหมายนั่นเอง

272
00:18:04,579 --> 00:18:08,225
ฟังนี่นะครับ อีกสำนวนหนึ่ง (คุณครูคณิตา) คำว่า

273
00:18:08,580 --> 00:18:12,223
ยกเมฆ (คุณครูปรเมษฐ) แบบนี้ หยิบเมฆมา แล้วบกเมฆ

274
00:18:12,582 --> 00:18:16,223
(คุณครูคณิตา) ครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ความหมายโดยอะไร (คุณครูคณิตา)

275
00:18:16,583 --> 00:18:20,223
ตรงค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเป็นโดยนัย (คุณครูคณิตา) คร

276
00:18:20,584 --> 00:18:24,224
เมฆ นี้ไม่สามารถยกได้นะคะ แต่ถ้าเป็นเมฆ

277
00:18:24,585 --> 00:18:28,223
ที่ว่าเป็นตุ๊กตาหรือหมอน น่าจะยกได้

278
00:18:28,586 --> 00:18:32,223
ความหมายของคำว่า "ยกเมฆ" คืออะไรคะ

279
00:18:32,588 --> 00:18:36,225
คือการพูดเรื่องที่มันไม่มีหลักฐานอยู่นั่นเอง

280
00:18:36,597 --> 00:18:40,223
หลักฐานอยู่นั่นเอง นี่ก็คือเป็นหลักฐาน

281
00:18:40,598 --> 00:18:44,229
โดยนัยนะ ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อีกสำนวน

282
00:18:44,599 --> 00:18:48,223
คือ ชั่วช่างชี ดีช่างสงฆ์ ลองให้นักเรียน

283
00:18:48,601 --> 00:18:52,226
ไปอ่านบ้างสิ (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เขามีพจนานุกรม

284
00:18:52,602 --> 00:18:56,223
ลองเปิดหาความหมายไปพร้อม ๆ กับครูเลย

285
00:18:56,603 --> 00:19:00,223
จดลงไปนะคะ ชั่วช่างชี ดีช่างสงห์

286
00:19:00,604 --> 00:19:04,223
ไปหาความหมายเพิ่มเติมนะคะ คุณครูปลายทางคะ รบกวน

287
00:19:04,605 --> 00:19:08,223
นะคะ ตรวจสอบคำตอบของนักเรียนด้วยนะคะ

288
00:19:08,606 --> 00:19:12,223
(คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ เดี๋ยวเราทิ้งไว้เป็นการบ้านดีไหม

289
00:19:12,607 --> 00:19:16,226
ชั่วช่างดี ดีช่างสงฆ์นะ

290
00:19:16,608 --> 00:19:20,226
(คุณครูปรเมษฐ) จดเสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ ไปต่อ

291
00:19:20,611 --> 00:19:24,224
(คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มีตัวอย่างสำนวนอีกแล้วครูคณิตา

292
00:19:24,613 --> 00:19:28,223
ตัวอย่างสำนวนใช่ไหมคะ และให้นักเรียนจดไปค่ะ

293
00:19:28,614 --> 00:19:32,223
แล้วไปหาสำนวนนะคะ แล้วไปหาความหมาย

294
00:19:32,617 --> 00:19:36,344
ของมัน (คุณครูปรเมษฐ) 4 คำ ก็ 4 วินาที

295
00:19:36,618 --> 00:19:40,309
พอไหม (คุณครูคณิตา) โห 4 วินาที เร็วเกินไปค่ะ จดค่ะ

296
00:19:40,619 --> 00:19:44,341
น้ำบ่อน้อย ขมิ้นกับปูน ดินพอกหองหมู

297
00:19:44,620 --> 00:19:48,336
(คุณครูคณิตา) ต่อปากต่อคำ

298
00:19:48,621 --> 00:19:52,222
น้ำบ่อน้อย ถ้าเป็นความหมายโดยตรง ก็เป็น

299
00:19:52,624 --> 00:19:56,222
น้ำที่มีน้ำน้อยใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) อันนี้ค่ะ

300
00:19:56,626 --> 00:20:00,222
นักเรียนคุณครูก็แหม ใจดีกับนักเรียน

301
00:20:00,627 --> 00:20:04,222
อีกแล้วนักเรียนที่น่ารักทุกคนนะคะ

302
00:20:04,628 --> 00:20:08,238
ในที่นี้หมายถึงน้ำลายค่ะ หมายถึง

303
00:20:08,630 --> 00:20:12,222
น้ำลายค่ะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่

304
00:20:12,631 --> 00:20:16,222
น้ำบ่อน้อยนี่หมายถึงน้ำลาย ซึ่งเขาจะใช้

305
00:20:16,636 --> 00:20:20,222
ในช่วง เขาจะใช้ในตัวอย่างหรือความหมาย

306
00:20:20,636 --> 00:20:24,222
ที่ในเชิงเกี่ยวกับการค้าขายนะ อย่างเช่น

307
00:20:24,637 --> 00:20:28,222
การทำมาหากินในยุคนี้นี่เหมือนน้ำบ่อน้อย

308
00:20:28,638 --> 00:20:32,222
ได้บ้างไม่ได้บ้างแต่ละคนนี่ก็ต่างแย่งกัน

309
00:20:32,642 --> 00:20:36,223
น้ำบ่อน้อย น้ำลายน่ะ

310
00:20:36,643 --> 00:20:40,225
มีอะไรคะ มีนิดเดียว ได้บ้าง

311
00:20:40,644 --> 00:20:44,222
ไม่ได้บ้าง เพราะต่างคนต่างแย่งกัน ต่อมา

312
00:20:44,645 --> 00:20:48,222
นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้คือให้หาเอง (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ

313
00:20:48,646 --> 00:20:52,223
ให้หาเองดีกว่านะคะ (คุณครูปรเมษฐ) จดเรียบร้อยนะครับเด็ก ๆ

314
00:20:52,648 --> 00:20:56,226
จะเป็นผู้ตรวจสอบนะครับ ไปกันต่อ ทีนี้คำพังเพย

315
00:20:56,649 --> 00:21:00,222
คำพังเพยคือสิ่งใดไหนเล่า

316
00:21:00,651 --> 00:21:04,224
ถ้อยคำที่เปรียบเทียบเหตุการณ์

317
00:21:04,652 --> 00:21:08,222
หรือเรื่องราวต่าง ๆ ที่พบเห็นในการดำรงชีวิต

318
00:21:08,653 --> 00:21:12,223
รุ่นก่อน ไม่เน้นการสั่งสอน

319
00:21:12,654 --> 00:21:16,225
แต่ใช้ในทำนองเปรียบเทียบ

320
00:21:16,655 --> 00:21:20,222
หรือเป็นข้อคิดสะกิดใจให้นำมาปฏิบัติ

321
00:21:20,655 --> 00:21:24,222
สำนวนมาแล้ว คำพังเพยตามมา

322
00:21:24,656 --> 00:21:28,225
นะครับ คำพังเพย คือ การเปรียบเทียบนะเด็ก ๆ การเปรียบ

323
00:21:28,657 --> 00:21:32,221
เทียบ การเสียดสี ประชดประชัน

324
00:21:32,658 --> 00:21:36,224
ถ้อยคำที่จะนำมาใช้เกี่ยวกับคำพังเพย

325
00:21:36,660 --> 00:21:40,222
ถ้าครูอธิบายแบบนี้ไม่เห็นภาพ เดี๋ยวไปดูกันดีกว่า

326
00:21:40,661 --> 00:21:44,222
นะครับ (คุณครูคณิตา) นักเรียนจำไว้นะคะ เมื่อไหร่ก็ตาม

327
00:21:44,662 --> 00:21:48,222
เจออะไรที่เป็นลักษณะของเสียดสี ให้นึกไว้เลย

328
00:21:48,663 --> 00:21:52,221
พังเพย มาดูตัวอย่างกันเลยดีกว่า

329
00:21:52,664 --> 00:21:56,222
ขิงก็รา ข่าก็แรง เป็นลักษณะ

330
00:21:56,665 --> 00:22:00,224
การเสียดสีนะ การเสียดสีอย่างไรเอ่ย

331
00:22:00,668 --> 00:22:04,223
ก็คือความหมายนะคะ ต่างคนนี่ต่างไม่ยอม

332
00:22:04,671 --> 00:22:08,222
ลดละกันอย่างเช่น อารมณ์ร้อนกันทั้งคู่นี่ ต่าง

333
00:22:08,672 --> 00:22:12,221
ไม่มีคนใดคนหนึ่งนี่ยอมเย็นเลยนะคะ

334
00:22:12,673 --> 00:22:16,221
ยอมที่เป็นฝ่ายขอโทษก่อนนะคะ ต่างคนต่าง

335
00:22:16,675 --> 00:22:20,221
ร้อน อารมณ์ร้อนใส่กันทั้งคู่ ถ้า

336
00:22:20,676 --> 00:22:24,221
อารมณ์ร้อนใส่กันทั้งคู่นี่ จะเป็นอย่างไรคะ ความสัมพันธ์

337
00:22:24,677 --> 00:22:28,222
จะพังลงนะ จะทำให้

338
00:22:28,680 --> 00:22:32,222
อาจจะกลายเป็นว่าเลิกเป็นเพื่อนเลยก็ได้

339
00:22:32,681 --> 00:22:36,221
นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) แต่สำหรับครูนี่อารมณ์เย็นตลอดเวลานะครับ (คุณครูคณิตา)

340
00:22:36,683 --> 00:22:40,222
คณิตาจะอารมณ์ร้อนคุณครูก็จะเป็นน้ำไปดับไฟนะ

341
00:22:40,686 --> 00:22:44,222
ต่อไป ทำนาบนหลังคน รู้ความหมายแล้ว

342
00:22:44,689 --> 00:22:48,221
อันนี้บอกเลยนะ ก็คือทำไมครูคณิตา (คุณครูคณิตา)

343
00:22:48,696 --> 00:22:52,226
ค้นหาสิ่งที่ยากจะค้นหาได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

344
00:22:52,698 --> 00:22:56,221
เอาไปเทียบกัน เอาไปเปรียบเทียบกับงมเข็มในมหาสมุทรนะคะ

345
00:22:56,699 --> 00:23:00,221
ต่อไป ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำค่ะ

346
00:23:00,699 --> 00:23:04,221
(คุณครูปรเมษฐ) ตำทำไมล่ะ ตำแล้วทิ้งน่ะ เป็นการเสียดสี

347
00:23:04,700 --> 00:23:08,223
(คุณครูคณิตา) ก็คือ ความหมายก็คือการลงทุนไปไม่คุ้มทุน

348
00:23:08,701 --> 00:23:12,221
ไม่ได้ผลประโยชน์นะคะ ก็คือไม่คุ้มทุนนั่นเอง

349
00:23:12,704 --> 00:23:16,221
ต่อไป อันนี้เป็นการบ้านนะคะ

350
00:23:16,705 --> 00:23:20,223
ฝากไว้ให้นักเรียนไปค้นคว้าหาความรู้

351
00:23:20,710 --> 00:23:24,221
เกี่ยวกับความหมายของคำพังเพยต่อนะคะ นำขึ้น

352
00:23:24,713 --> 00:23:28,221
ให้รีบตัก รักวัวให้ผูก รักลูกต้องตี

353
00:23:28,715 --> 00:23:32,221
ทำไมต้องผูกวัว ทำไมต้องตีลูกนะ

354
00:23:32,716 --> 00:23:36,221
ดูนะคะ รักดีหามจั่ว รักชั่วหามเสา

355
00:23:36,717 --> 00:23:40,221
นะ แล้วก็ข้างในสดใสข้างในเป็นโพรง

356
00:23:40,718 --> 00:23:44,221
ความหมายว่าอย่างไร (คุณครูปรเมษฐ) มันมีอีกคำหนึ่งนะ ข้างนอกสุกใส ข้างในติ๊งโหน่ง

357
00:23:44,722 --> 00:23:48,221
เด็ก ๆ เคยได้ยินเปล่า มี 2 คำนะครับ

358
00:23:48,723 --> 00:23:52,221
รักดีหามจั่ว รักชั่วหามเสา

359
00:23:52,724 --> 00:23:56,221
เด็ก ๆ จดให้เรียบร้อย

360
00:23:56,741 --> 00:24:00,222
(คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คงจดกันเรียบร้อยแล้วนะคะ

361
00:24:00,743 --> 00:24:04,222
ต่อมาค่ะ เรามาดูเกี่ยวกับอะไรเลย มีสำนวน

362
00:24:04,754 --> 00:24:08,221
ไปแล้ว (คุณครูปรเมษฐ) มีสำนวนแล้วใช่หรือเปล่า พังเพยแล้ว ต่อไป

363
00:24:08,756 --> 00:24:12,221
ก็น่าจะเป็นคำ (คุณครูคณิตา) สุภาษิตค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สุภาษิ

364
00:24:12,757 --> 00:24:16,221
คืออะไรครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) สุภาษิตคือคำกล่าวที่มีจุดมุ่งหม

365
00:24:16,758 --> 00:24:20,220
คำกล่าวที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อการสั่งสอน

366
00:24:20,759 --> 00:24:24,220
เตือนสติให้คิด ไม่มีการเสียดสี

367
00:24:24,763 --> 00:24:28,221
หรือติชมอย่างคำพังเพย

368
00:24:28,765 --> 00:24:32,221
เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่ว ๆ ไปค่ะ

369
00:24:32,766 --> 00:24:36,221
(คุณครูปรเมษฐ) ก็คือการสั่งสอนใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คล้าย ๆ กับ

370
00:24:36,767 --> 00:24:40,222
เทศนาโวหารใช่ไหม เป็นหลักการสั่งสอนนะครับ

371
00:24:40,768 --> 00:24:44,220
เอาล่ะครับนักเรียนเรามาดูตัวอย่างสุภาษิต

372
00:24:44,769 --> 00:24:48,228
นะครับโดยนักเรียนจะต้องบันทึกไว้แล้วไปหาความหมายนะครับ

373
00:24:48,770 --> 00:24:52,220
คำแรกเลย ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว

374
00:24:52,771 --> 00:24:56,220
อันนี้ยังไม่ต้องบันทึก คุณครูคณิตาบอกได้เลยไหม ทำอย่างไร

375
00:24:56,772 --> 00:25:00,223
(คุณครูคณิตา) การทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว

376
00:25:00,773 --> 00:25:04,221
หมายถึงพฤติกรรมนะคะ ถ้านักเรียนมีพฤติกรรมดี

377
00:25:04,774 --> 00:25:08,221
นักเรียนก็จะได้สิ่งที่ดี ๆ ตอบแทน ถ้านักเรียนทำชั่ว

378
00:25:08,775 --> 00:25:12,223
พฤติกรรมที่... ก็คือผลที่ไม่ดีนี่

379
00:25:12,777 --> 00:25:16,221
ตอบแทนกลับมานั่นเอง แล้วก็ชิงสุกก่อนห่าม

380
00:25:16,778 --> 00:25:20,220
และเห็นกงจักรเป็นดอกบัวอันนี้ให้ไป

381
00:25:20,779 --> 00:25:24,227
(คุณครูคณิตา) หานะคะ ค้นหา ถือว่าเป็นการไฝ่เรียนไฝ่รู้

382
00:25:24,780 --> 00:25:28,223
ใฝ่รู้ของนักเรียนนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ไปกันต่อ (คุณครูคณิตา)

383
00:25:28,786 --> 00:25:32,220
ที่นักเรียนควรจะปฏิบัติครับ

384
00:25:32,787 --> 00:25:36,220
การศึกษาสำนวนไทยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มันต้องมีประโยชน์

385
00:25:36,788 --> 00:25:40,221
ไม่อย่างนั้นเราจะไม่ศึกษากันนะครับ ประโยชน์ข้อที่ 1 กัน

386
00:25:40,807 --> 00:25:44,220
นะครับ (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 1 ค่ะ ทำให้ใช้ภาษา

387
00:25:44,809 --> 00:25:48,220
ในการเขียนเรียงความต่าง ๆ ได้ดีขึ้น

388
00:25:48,811 --> 00:25:52,220
คุณค่าให้กับงานเขียนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ก็คือประโยชน์ข้อแรกนะ

389
00:25:52,812 --> 00:25:56,220
เป็นการเพิ่มคุณค่า ทำให้งานเขียนนั้นนี่กระจ่างแจ้ง

390
00:25:56,816 --> 00:26:00,220
เข้าใจยิ่งขึ้นนั่นเองนะครับ ต่อไป

391
00:26:00,817 --> 00:26:04,220
ได้คติ การศึกษาสำนวนจะได้คติสอนใจ

392
00:26:04,820 --> 00:26:08,220
ก็คือข้อคิดนั่นเองทุกสำนวนเลย ทุกสุภาษิต

393
00:26:08,821 --> 00:26:12,225
ทุกคำพังเพยเอย มันแทรกข้อคิดทั้งสิ้น

394
00:26:12,822 --> 00:26:16,220
ต่อไป ได้ข้อคิดด้านการเรียน (คุณครูคณิตา) ด้านการเรียนนะคะ

395
00:26:16,823 --> 00:26:20,220
ฝนทั่งให้เป็นเข็ม

396
00:26:20,824 --> 00:26:24,220
ไปหาความหมายนะคะ ต่อมาค่ะ

397
00:26:24,825 --> 00:26:28,220
รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม นะคะ

398
00:26:28,826 --> 00:26:32,220
อาจจะบอกให้เล็กน้อยนะ ก็คือ

399
00:26:32,827 --> 00:26:36,220
เป็นการเรียนรู้ โดยที่เป็นการเรียนรู้ไปเถอะไม่เสีย

400
00:26:36,829 --> 00:26:40,220
หายอะไรนะคะ ต่อมาอีกสำนวนหนึ่งนะคะ ก็คือ

401
00:26:40,830 --> 00:26:44,223
ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอดนะคะ ก็คือความรู้

402
00:26:44,831 --> 00:26:48,220
มีเยอะ แต่ไม่สามารถที่จะนำไปใช้ประโยชน์ได้

403
00:26:48,832 --> 00:26:52,220
ต่อมา (คุณครูปรเมษฐ) ให้

404
00:26:52,837 --> 00:26:56,220
ข้อคิดคติสอนใจในการคบค้าสมาคม

405
00:26:56,844 --> 00:27:00,220
คบคนให้ดูหน้า ซื้อผ้าให้ดูเนื้อ

406
00:27:00,850 --> 00:27:04,219
เลือกคบใครก็จะต้องดูให้ถึงภายใน จะซื้อ

407
00:27:04,854 --> 00:27:08,220
ผ้า ก็ต้องพินิจพิจารณา

408
00:27:08,856 --> 00:27:12,220
ตัดสินใจซื้อนะ ต่อไปคบเด็กสร้างบ้าน คบ

409
00:27:12,857 --> 00:27:16,225
คนหัวล้านสร้างเมือง

410
00:27:16,858 --> 00:27:20,220
ในสมัยก่อนนะ ก็จะมีลักษณะขี้เบื่อง่ายนะคะ

411
00:27:20,859 --> 00:27:24,222
เป็นคนเบื่อง่าย ทำอะไรนี่ก็ยังไม่มีวุฒิภาวะ

412
00:27:24,861 --> 00:27:28,219
มากพอ ส่วนคนเขาบอกว่าว่ากันว่า

413
00:27:28,862 --> 00:27:32,220
หัวล้านมักจะขี้น้อยใจ จะเป็นเหมือนเด็ก

414
00:27:32,863 --> 00:27:36,221
ทำอะไรกับคนเหล่านี้นี่มักจะไม่ประสบ

415
00:27:36,864 --> 00:27:40,220
ความสำเร็จนั่นเอง (คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ

416
00:27:40,865 --> 00:27:44,219
ให้คติสอนใจด้านต่าง ๆ นะคะ ก็คือ

417
00:27:44,866 --> 00:27:48,220
ด้านการครองเรือนค่ะ มีสำนวน

418
00:27:48,868 --> 00:27:52,220
อะไรบ้างคะ (คุณครูปรเมษฐ) ความในอย่านำออก ความนอกอย่านำเข้านะครับ เรื่องในบ้าน

419
00:27:52,869 --> 00:27:56,220
ไม่ควรไปพูดที่อื่น ปลูกเรือนตามใจผู้อยู้

420
00:27:56,870 --> 00:28:00,219
ผูกอู่ตามใจผู้นอนนะครับ

421
00:28:00,871 --> 00:28:04,220
ปลูกบ้านนี่ ก็จะต้องคำนึงก่อนว่าผู้อยู่บ้านนั้น

422
00:28:04,872 --> 00:28:08,226
เป็นอย่างไรนะ อู่ ณ ที่นี้คือเปล

423
00:28:08,875 --> 00:28:12,219
ก็ต้องดูว่าผู้ที่นอนน่ะเป้นเด็ก

424
00:28:12,876 --> 00:28:16,219
(คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมานะคะ ก็คือด้านความรัก

425
00:28:16,878 --> 00:28:20,220
นะคะ มีอะไรบ้างคุณครูปรเมษฐ ยามรักน้ำต้มผัก

426
00:28:20,879 --> 00:28:24,219
ก็ว่าหวานนะ รักยาวให้บั่นรักสั้นให้

427
00:28:24,881 --> 00:28:28,219
ต่อ รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี

428
00:28:28,883 --> 00:28:32,219
มีเยอะเลยนะ ให้ข้อคิดนักเรียนสักข้อสิครับ (คุณครูคณิตา)

429
00:28:32,892 --> 00:28:36,219
เรื่อง รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตีก็แล้วกันนะคะ

430
00:28:36,899 --> 00:28:40,219
ของการอะไรคะ อบรมสั่งสอนนะ

431
00:28:40,900 --> 00:28:44,220
ว่า ทำไมคะ อย่าเลี้ยงลูกด้วยความทะนุทนอม

432
00:28:44,901 --> 00:28:48,219
ลูกนี่ทำอะไรผิดก็รู้สักสั่งสอน

433
00:28:48,902 --> 00:28:52,220
บ้างนะคะ เอาล่ะค่ะ ต่อมาค่ะ 3. ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นการ

434
00:28:52,905 --> 00:28:56,219
บอกถึงความเป็นอยู่ของคนไทย เช่น

435
00:28:56,906 --> 00:29:00,220
หมูไปไก่มา เป็นการทำอะไรครับ คนไทย

436
00:29:00,913 --> 00:29:04,220
ชอบมีการแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกันนะ

437
00:29:04,914 --> 00:29:08,219
แบ่งสันปันส่วน ใช่ในการ

438
00:29:08,916 --> 00:29:12,224
แบ่งสัดส่วน แบ่งส่วน แบ่งเลือกนาต่าง ๆ แบ่ง

439
00:29:12,918 --> 00:29:16,219
ของกิน คนไทยก็จะชอบแลกเปลี่ยนกัน อัฐ

440
00:29:16,919 --> 00:29:20,219
ยาย อัฐแปลว่าอะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) อัฐ

441
00:29:20,920 --> 00:29:24,219
หมายถึง เบี้ยในสมัยก่อน หรือเปล่าค่ะ อัฐยาย

442
00:29:24,921 --> 00:29:28,219
ซื้อขนมยายนี่ ความหมายก็คือเอาทรัพย์จากผู้ปกครอง

443
00:29:28,922 --> 00:29:32,232
หญิงค่ะ นี่ก็เป็นลักษณะของการแต่งงาน

444
00:29:32,934 --> 00:29:36,219
เอาเงินสินสอดนี่จากฝ่ายหญิงมาสู่ขอ

445
00:29:36,936 --> 00:29:40,219
ฝ่ายหญิงนั่นเอง นั่นเป็นการอัฐยายซื้อขนมยายนั่นเองนะคะ

446
00:29:40,938 --> 00:29:44,219
(คุณครูปรเมษฐ) ครับ ต่อไป เป็นการรักษา

447
00:29:44,942 --> 00:29:48,219
วัฒนธรรมทางภาษาให้

448
00:29:48,943 --> 00:29:52,219
ล้ำค่าของคนไทยให้ลูกหลานได้ภาคภูมิใจ

449
00:29:52,944 --> 00:29:56,219
เช่น สำนวนว่า ไม่มีนะ เดี๋ยวเราไปทำกิจกรรม

450
00:29:56,945 --> 00:30:00,219
เพิ่มเติมความรู้ดีกว่าครูคณิตา ให้ทำอะไรครับ (คุณครูคณิตา) กิจกรรม

451
00:30:00,947 --> 00:30:04,219
ของวันนี้นะคะ ให้นักเรียนรวบรวมคำสำนวนสุ

452
00:30:04,948 --> 00:30:08,219
สุภาษิตคำพังเพย พร้อมทั้งความหมาย แล้วจัดทำ

453
00:30:08,953 --> 00:30:12,219
เป็นพจนานุกรมสำนวนไทยประจำกลุ่มค่ะ

454
00:30:12,955 --> 00:30:16,219
โดยใช้ใบความรู้เรื่อง สำนวน สุภาษิต

455
00:30:16,956 --> 00:30:20,219
คำพังเพยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นะครับ คำชี้แจงนะครับ (คุณครูคณิตา) คำชี้แจง

456
00:30:20,957 --> 00:30:24,219
นะคะ ก็คำชี้แจงของนักเรียน ก็ให้นักเรียน

457
00:30:24,958 --> 00:30:28,219
รวบรวมสำนวนสุภาษิตคำพังเพยนะคะ

458
00:30:28,959 --> 00:30:32,219
แล้วจัดทำเป็นพจนานุกรมสำนวนไทยประจำกลุ่ม

459
00:30:32,961 --> 00:30:36,219
โดยใช้ใบความรู้เรื่องสำนวน สุภาษิต คำพังเพย นะคะ

460
00:30:36,963 --> 00:30:40,221
COVID-19 นะคะ นักเรียนอาจจะนั่ง

461
00:30:40,964 --> 00:30:44,218

462
00:30:44,966 --> 00:30:48,219
ค่อยนำมารวบรวมเป็นเล่ม เป็น

463
00:30:48,967 --> 00:30:52,219
พขนานุกรมของกลุ่มก็ได้ แล้วคุณครูปลายทางล่ะค่ะ

464
00:30:52,968 --> 00:30:56,218
อย่างไร (คุณครูปรเมษฐ) ครูก็ดูแลนะครับ การทำงานของนักเรียน

465
00:30:56,969 --> 00:31:00,219
ให้คำแนะนำนักเรียน ในส่วนที่ไม่เข้าใจต่าง ๆ นะครับ

466
00:31:00,970 --> 00:31:04,218
ให้นักเรียนดูหรือครับ (คุณครูคณิตา) มีตัวอย่างสิคะ แต่ก่อนที่จะ

467
00:31:04,974 --> 00:31:08,219
ดูตัวอย่างเป็นเล่มนี่ ดูตัวอย่างใบความรู้

468
00:31:08,975 --> 00:31:12,221
รูปแบบใบความรู้นะคะ จะมีอยู่ทั้งหมด 2 แผ่น

469
00:31:12,977 --> 00:31:16,219
ด้วยกันนะ ให้นักเรียนนะคะ ลองดูนะคะ ครูปรเมษฐคะ

470
00:31:16,979 --> 00:31:20,219
(คุณครูปรเมษฐ) นี่นะครับ (คุณครูคณิตา) นี่คือตัวอย่างนะคะ

471
00:31:20,980 --> 00:31:24,219
ให้นักเรียนเลือกสำนววนนะในใบความรู้

472
00:31:24,981 --> 00:31:28,219
เป็นรูปเล่มนะคะ เอาล่ะค่ะนักเรียน

473
00:31:28,982 --> 00:31:32,218
นี่ก็คือตัวอย่างนะคะ เป็นสมุดนะคะ

474
00:31:32,983 --> 00:31:36,221
สมุดทำมือนะ เป็นรูปเล่มนะ ในนี้ก็

475
00:31:36,984 --> 00:31:40,219
จะมีลักษณะของสำนวนสุภาษิต

476
00:31:40,987 --> 00:31:44,219
พจนานุกรมเราจะเรียงจาก ก. ไก่ ถึง ฮ. นกฮูกนะคะ

477
00:31:44,995 --> 00:31:48,218
เอาล่ะค่ะ นี่นะคะ จะเป็นลักษณะอย่างนี้นะคะ

478
00:31:48,996 --> 00:31:52,218
ผมช่วยถือดีกว่า (คุณครูคณิตา) ช่วยถือนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้เป็นรูปเล่ม

479
00:31:52,999 --> 00:31:56,219
นะครับ ก็ถามว่านักเรียนจำเป็นจะต้องทำแบบนี้

480
00:31:56,999 --> 00:32:00,219
ไหม ไม่จำเป็นนะ

481
00:32:01,000 --> 00:32:04,218
ขอให้กระดาษที่นักเรียนจะนำมาประกบ

482
00:32:05,001 --> 00:32:08,218
ของเธอนี่มันเท่ากัน ในกลุ่มเธอก็จะสวยงามนะครับ

483
00:32:09,005 --> 00:32:12,219
อย่างเช่นที่ครูนำมาให้เห็นเป็นตัวอย่าง

484
00:32:13,006 --> 00:32:16,224
เป็น (คุณครูคณิตา) ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่

485
00:32:17,008 --> 00:32:20,218
วาดรูปภาพนะคะ วาดรูปตกแต่งให้สวยงาม

486
00:32:21,008 --> 00:32:24,218
แล้วก็ใส่สำนวนไปแล้วก็บอกความหมายนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่นะครับ

487
00:32:25,009 --> 00:32:28,219
สวยงามมากนะครับ เป็นตัวอย่างของรุ่นพี่ปีที่แล้ว

488
00:32:29,011 --> 00:32:32,218
ที่เขาทำไว้ให้ดูนะครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะนักเรียน

489
00:32:33,013 --> 00:32:36,218
แล้วให้คุณครูปลายทางนะคะ ถ้านักเรียนไม่ได้เตรียมกระดาษมา ให้

490
00:32:37,015 --> 00:32:40,218
คุณครูปลายทางนะคะ อำนวยความสะดวกให้นักเรียนด้วยนะคะ

491
00:32:41,017 --> 00:32:44,219
พร้อมหรือยังคะ ถ้าพร้อมแล้วลงมือทำ

492
00:32:45,017 --> 00:32:48,218
ได้เลยค่ะ

493
00:32:49,022 --> 00:32:52,218
[เสียงดนตรี]

494
00:32:53,022 --> 00:32:56,218

495
00:32:57,024 --> 00:33:00,219

496
00:33:01,037 --> 00:33:04,222

497
00:33:05,038 --> 00:33:08,219

498
00:33:09,040 --> 00:33:12,221

499
00:33:13,044 --> 00:33:16,218

500
00:33:17,047 --> 00:33:20,218

501
00:33:21,049 --> 00:33:24,218

502
00:33:25,051 --> 00:33:28,221

503
00:33:29,052 --> 00:33:32,218

504
00:33:33,053 --> 00:33:36,218

505
00:33:37,055 --> 00:33:40,218

506
00:33:41,057 --> 00:33:44,218

507
00:33:45,060 --> 00:33:48,218

508
00:33:49,062 --> 00:33:52,219

509
00:33:53,063 --> 00:33:56,218

510
00:33:57,064 --> 00:34:00,218

511
00:34:01,066 --> 00:34:04,218

512
00:34:05,068 --> 00:34:08,218

513
00:34:09,069 --> 00:34:12,218

514
00:34:13,072 --> 00:34:16,217

515
00:34:17,074 --> 00:34:20,217

516
00:34:21,079 --> 00:34:24,218

517
00:34:25,081 --> 00:34:28,218

518
00:34:29,082 --> 00:34:32,218

519
00:34:33,084 --> 00:34:36,217

520
00:34:37,089 --> 00:34:40,218

521
00:34:41,091 --> 00:34:44,218

522
00:34:45,094 --> 00:34:48,218

523
00:34:49,096 --> 00:34:52,218

524
00:34:53,098 --> 00:34:56,217

525
00:34:57,099 --> 00:35:00,217

526
00:35:01,100 --> 00:35:04,218

527
00:35:05,104 --> 00:35:08,217

528
00:35:09,105 --> 00:35:12,217

529
00:35:13,107 --> 00:35:16,221

530
00:35:17,109 --> 00:35:20,218

531
00:35:21,111 --> 00:35:24,223

532
00:35:25,111 --> 00:35:28,218

533
00:35:29,113 --> 00:35:32,219

534
00:35:33,115 --> 00:35:36,217

535
00:35:37,116 --> 00:35:40,217

536
00:35:41,118 --> 00:35:44,218

537
00:35:45,121 --> 00:35:48,218

538
00:35:49,123 --> 00:35:52,217

539
00:35:53,124 --> 00:35:56,218

540
00:35:57,125 --> 00:36:00,217

541
00:36:01,126 --> 00:36:04,217

542
00:36:05,133 --> 00:36:08,217

543
00:36:09,136 --> 00:36:12,218

544
00:36:13,138 --> 00:36:16,315

545
00:36:17,142 --> 00:36:20,219

546
00:36:21,144 --> 00:36:24,218

547
00:36:25,145 --> 00:36:28,217

548
00:36:29,147 --> 00:36:32,217

549
00:36:33,149 --> 00:36:36,218

550
00:36:37,150 --> 00:36:40,217

551
00:36:41,152 --> 00:36:44,220

552
00:36:45,154 --> 00:36:48,217

553
00:36:49,156 --> 00:36:52,217

554
00:36:53,161 --> 00:36:56,217

555
00:36:57,163 --> 00:37:00,217

556
00:37:01,165 --> 00:37:04,217

557
00:37:05,167 --> 00:37:08,217

558
00:37:09,168 --> 00:37:12,217

559
00:37:13,170 --> 00:37:16,218

560
00:37:17,176 --> 00:37:20,217

561
00:37:21,179 --> 00:37:24,217

562
00:37:25,181 --> 00:37:28,217

563
00:37:29,183 --> 00:37:32,217

564
00:37:33,184 --> 00:37:36,218

565
00:37:37,190 --> 00:37:40,217

566
00:37:41,191 --> 00:37:44,217

567
00:37:45,195 --> 00:37:48,217

568
00:37:49,197 --> 00:37:52,217

569
00:37:53,199 --> 00:37:56,217

570
00:37:57,201 --> 00:38:00,219

571
00:38:01,204 --> 00:38:04,217

572
00:38:05,206 --> 00:38:08,216

573
00:38:09,208 --> 00:38:12,216

574
00:38:13,210 --> 00:38:16,217

575
00:38:17,212 --> 00:38:20,216

576
00:38:21,215 --> 00:38:24,217

577
00:38:25,217 --> 00:38:28,217

578
00:38:29,220 --> 00:38:32,216

579
00:38:33,222 --> 00:38:36,217

580
00:38:37,224 --> 00:38:40,217

581
00:38:41,227 --> 00:38:44,217

582
00:38:45,229 --> 00:38:48,217

583
00:38:49,231 --> 00:38:53,217

584
00:38:53,237 --> 00:38:57,216

585
00:38:57,239 --> 00:39:01,219

586
00:39:01,241 --> 00:39:05,217

587
00:39:05,241 --> 00:39:09,216

588
00:39:09,242 --> 00:39:13,217

589
00:39:13,243 --> 00:39:17,219

590
00:39:17,245 --> 00:39:21,216

591
00:39:21,257 --> 00:39:25,216

592
00:39:25,273 --> 00:39:29,216

593
00:39:29,275 --> 00:39:33,216

594
00:39:33,276 --> 00:39:37,217

595
00:39:37,278 --> 00:39:41,218

596
00:39:41,279 --> 00:39:45,217

597
00:39:45,281 --> 00:39:49,216

598
00:39:49,282 --> 00:39:53,219

599
00:39:53,283 --> 00:39:57,221

600
00:39:57,285 --> 00:40:01,217

601
00:40:01,289 --> 00:40:05,217

602
00:40:05,291 --> 00:40:09,216

603
00:40:09,292 --> 00:40:13,217

604
00:40:13,293 --> 00:40:17,216

605
00:40:17,294 --> 00:40:21,216

606
00:40:21,295 --> 00:40:25,216

607
00:40:25,296 --> 00:40:29,216

608
00:40:29,297 --> 00:40:33,218

609
00:40:33,298 --> 00:40:37,217

610
00:40:37,299 --> 00:40:41,217

611
00:40:41,300 --> 00:40:45,219

612
00:40:45,301 --> 00:40:49,216

613
00:40:49,303 --> 00:40:53,216

614
00:40:53,304 --> 00:40:57,216

615
00:40:57,305 --> 00:41:01,216

616
00:41:01,308 --> 00:41:05,216

617
00:41:05,311 --> 00:41:09,216

618
00:41:09,312 --> 00:41:13,218

619
00:41:13,313 --> 00:41:17,217

620
00:41:17,316 --> 00:41:21,216

621
00:41:21,320 --> 00:41:25,216

622
00:41:25,322 --> 00:41:29,218

623
00:41:29,323 --> 00:41:33,216

624
00:41:33,324 --> 00:41:37,216

625
00:41:37,325 --> 00:41:41,219

626
00:41:41,326 --> 00:41:45,219

627
00:41:45,327 --> 00:41:49,216

628
00:41:49,328 --> 00:41:53,216

629
00:41:53,330 --> 00:41:57,216

630
00:41:57,331 --> 00:42:01,216

631
00:42:01,333 --> 00:42:05,216

632
00:42:05,337 --> 00:42:09,216

633
00:42:09,338 --> 00:42:13,215

634
00:42:13,339 --> 00:42:17,219

635
00:42:17,340 --> 00:42:21,216

636
00:42:21,341 --> 00:42:25,216

637
00:42:25,343 --> 00:42:29,216

638
00:42:29,346 --> 00:42:33,216

639
00:42:33,348 --> 00:42:37,216

640
00:42:37,352 --> 00:42:41,216

641
00:42:41,353 --> 00:42:45,229

642
00:42:45,354 --> 00:42:49,216

643
00:42:49,357 --> 00:42:53,216
(คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับคนเก่งของครู ครูเชื่อว่าเรา

644
00:42:53,360 --> 00:42:57,216
ที่จะร่างเป็นเค้าโครงของตัวเองได้แล้วนะครับ

645
00:42:57,363 --> 00:43:01,219
ให้นักเรียนนั้นนำสิ่งที่

646
00:43:01,364 --> 00:43:05,218
นำมาผนวกรวมในเล่มกับเพื่อนนี่นะ งานกลุ่ม

647
00:43:05,365 --> 00:43:09,215
ที่สร้างสำนวนขึ้นมาพร้อมบอกสำนวน บอกความหมาย

648
00:43:09,366 --> 00:43:13,229
นะครับ ให้กลับไปทำเป็นการบ้านนะ ไปทำเป็น

649
00:43:13,367 --> 00:43:17,216
การบ้าน ตกแต่งให้สวยงาม แล้วนำมา

650
00:43:17,368 --> 00:43:21,216
ผนวกรวมกับของเพื่อนในกลุ่ม เพื่อที่จะส่งกับ

651
00:43:21,370 --> 00:43:25,216
คุณครูนะครับ ซึ่งทำงานก้ต้องทำให้เรียบร้อย

652
00:43:25,371 --> 00:43:29,215
สวยงามและน่าสนใจนะครับ กลับไปทำเป็นการบ้าน

653
00:43:29,373 --> 00:43:33,215
เรามาสรุปบทเรียนกันดีกว่า สรุปบทเรียน

654
00:43:33,374 --> 00:43:37,216
เขียนองค์ความรู้ครับ คุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ

655
00:43:37,376 --> 00:43:41,215
นักเรียนคะ สำนวนไทยมีความสำคัญอย่างไร

656
00:43:41,378 --> 00:43:45,215
ลองตอบคุณครูปลายทางดูสิคะ

657
00:43:45,379 --> 00:43:49,216
หลังจากที่เราได้เรียนรู้กัน คุณครูปรเมษฐคะ

658
00:43:49,380 --> 00:43:53,218
เสียงคำตอบของนักเรียนหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) หลายคนเลยครับ

659
00:43:53,381 --> 00:43:57,216
บางคนยังคิดอยู่ บางคนตอบแล้ว ครู

660
00:43:57,382 --> 00:44:01,216
จะรอทั้งประเทศแล้วเดี๋ยวสรุปทีเดียว

661
00:44:01,383 --> 00:44:05,216
ว่านักเรียนนั้นน่ะ

662
00:44:05,384 --> 00:44:09,215
ไหนดูคำตอบของนักเรียนดีกว่าครับ

663
00:44:09,385 --> 00:44:13,215
ช่วยสะท้อนให้เห็นถึงสภาพสังคม

664
00:44:13,386 --> 00:44:17,216
และวัฒนธรรมของคนไทยนั่นเอง

665
00:44:17,387 --> 00:44:21,216
อันนี้คือความสำคัญของสำนวนไทย ที่อยู๋มายาวนาน

666
00:44:21,389 --> 00:44:25,215
ทำไมตรงคำถามนี้บอกว่าสำนวนไทยอย่างเดียวครับ

667
00:44:25,390 --> 00:44:29,215
เพราะว่า สำนวนสุภาษิต คำพังเพย นี่นะครับ

668
00:44:29,392 --> 00:44:33,217
เวลาที่เราจะพูดถึงหรือเราจะกล่าวถึงนี่

669
00:44:33,393 --> 00:44:37,215
เราจะพูดรวมเป็นคำว่า (คุณครูคณิตา) "สำนวน" ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สำนวน

670
00:44:37,401 --> 00:44:41,215
หรือสำนวนไทยนั่นเองนะครับ ไปดูอีกสักข้อหนึ่งคุณ

671
00:44:41,402 --> 00:44:45,215
ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ อีกข้อหนึ่งนะคะ นักเรียนจะ

672
00:44:45,403 --> 00:44:49,215
เลือกใช้สำนวนไทยในการสื่อสารอย่างไร

673
00:44:49,404 --> 00:44:53,215
(คุณครูปรเมษฐ) หนูจะมีหลักการอย่างไรล่ะครับ ที่จะ

674
00:44:53,405 --> 00:44:57,215
นำสำนวนนั้นน่ะมาสื่อสารกับคนอื่น สื่อสารไป

675
00:44:57,417 --> 00:45:01,217
เพื่ออะไร แล้วสื่อสารไปเพื่ออะไร

676
00:45:01,418 --> 00:45:05,216
เคยพูดไปแล้วใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) เอ๊

677
00:45:05,420 --> 00:45:09,216
ทำไมเราถึง

678
00:45:09,425 --> 00:45:13,215
มีการเลือกใช้ นักเรียนมีหลักการอย่างไรเอ่ยในการนำสำนวน

679
00:45:13,426 --> 00:45:17,215
มาใช้นะ เอาล่ะค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ตอบ ๆ

680
00:45:17,429 --> 00:45:21,215
เก่งนะ คนนั้นเก่งมากเลย มี

681
00:45:21,431 --> 00:45:25,215
อยู่เด็กคนหนึ่งที่ตั้งใจตลอดเวลา คนนั้น

682
00:45:25,433 --> 00:45:29,215
ก็จะเป็นผู้ที่เจริญยิ่งในวันข้างหน้านะครับ

683
00:45:29,436 --> 00:45:33,215
คนที่ตั้งใจเรียนนี่นะครับ ได้คำตอบมาที่เรียบร้อย

684
00:45:33,437 --> 00:45:37,215
มาได้ดังนี้ (คุณครูคณิตา)

685
00:45:37,438 --> 00:45:41,216
จะต้องศึกษาความหมายของสำนวน

686
00:45:41,439 --> 00:45:45,215
และสุภาษิตให้เข้าใจก่อนนะคะ ก่อนที่จะ

687
00:45:45,441 --> 00:45:49,215
นำไปใช่อย่างที่บอกนะคะ ถ้านักเรียนไม่รู้ความหมาย

688
00:45:49,442 --> 00:45:53,216
นักเรียนก็ไม่สามารถนำสุภาษิตเหล่านั้นนี่ไปใช้

689
00:45:53,444 --> 00:45:57,215
ได้ตาม ตามความประสงค์ของนักเรียน

690
00:45:57,445 --> 00:46:01,215
นั่นเองนะ หากนักเรียนต้องการที่จะนำ

691
00:46:01,446 --> 00:46:05,215
สำนวน สำนวนหนึ่งนี่ ถ้านักเรียนไม่รู้จัก

692
00:46:05,447 --> 00:46:09,215
นั้นมีความหมายว่าอย่างไร นักเรียน

693
00:46:09,448 --> 00:46:13,215
จะสามารถนำสำนวนเหล่านั้นไปใช้ได้ไหมคะ

694
00:46:13,449 --> 00:46:17,215
(คุณครูปรเมษฐ) อย่างที่บอกนะครับ ก็ไม่สามารถใช้ได้ หากนำไปใช้

695
00:46:17,450 --> 00:46:21,218
มันก็จะใช้ไม่เข้ากับเรื่องที่นักเรียนต้องการสื่อสาร

696
00:46:21,453 --> 00:46:25,215
อะไร นักเรียนไม่รู้ความหมาย เพราะฉะนั้น นักเรียน

697
00:46:25,455 --> 00:46:29,215
จึงต้องศึกษาให้รู้ความหมาย

698
00:46:29,456 --> 00:46:33,215
เอาล่ะครับ บทเรียนครั้งต่อไปนะครับ ก็ยังอยู่

699
00:46:33,457 --> 00:46:37,225
ในเรื่องของสำนวน สุภาษิต คำพังเพย นะครับ นักเรียน

700
00:46:37,458 --> 00:46:41,215
เตรียมตัวดังนี้นะ ใบงาน

701
00:46:41,460 --> 00:46:45,216
เรื่อง สำนวนชวนคิดนะ แล้วก็

702
00:46:45,461 --> 00:46:49,215
ให้นักเรียนเตรียมพวกหนังสือพวกสำนวนไทย

703
00:46:49,462 --> 00:46:53,215
นะครับ หรือ หนูจะไปค้นหาเพิ่มเติมที่เรียนไปในวันนี้

704
00:46:53,463 --> 00:46:57,216
ไปวันนี้นี่ เพื่อที่จะนำมาใช้ในคาบต่อไป

705
00:46:57,466 --> 00:47:01,215
เพราะว่าสำนวนไทยนี่มีมากมาย ที่

706
00:47:01,467 --> 00:47:05,215
ให้นักเรียนไปค้นหา สำนวนรอนักเรียนอยู่

707
00:47:05,468 --> 00:47:09,215
กลับไวันนี้ ไปทบทวนค้นหาความรู้นะครับ (คุณครูคณิตา)

708
00:47:09,470 --> 00:47:13,215
ขอเวลาสักครู่หนึ่งนะคะ 30 วิ(นาที)

709
00:47:13,471 --> 00:47:17,215
นักเรียนคะ นักเรียนอาจจะสงสัยว่า หนังสือเล่มเล็กนี่

710
00:47:17,483 --> 00:47:21,216
เราจำกัดจำนวนสำนวนไหม ไม่จำกัด

711
00:47:21,485 --> 00:47:25,219
นะคะ ขึ้นอยู่กับตามความเหมาะสมนะคะ แล้วเราจะส่ง

712
00:47:25,486 --> 00:47:29,215
เมื่อไรนักเรียนคะ หันไปถามคุณครูปลายทางเลยค่ะ

713
00:47:29,487 --> 00:47:33,216
ว่าคุณครูปลายทางกำหนดระยะเวลาในการ

714
00:47:33,488 --> 00:47:37,216
ทำพจนานุกรมสำนวนของนักเรียนนี่

715
00:47:37,489 --> 00:47:41,214
จะส่งได้วันไหนนะ ให้คุณครูปลายทาง

716
00:47:41,490 --> 00:47:45,215
กำหนดเวลาในการส่งนะคะ คุณครูปลายทางคะ

717
00:47:45,491 --> 00:47:49,215
ดูผลงานของนักเรียนนะคะ แล้วก็คำนวณ

718
00:47:49,493 --> 00:47:53,221
เวลาให้เหมาะสมด้วยนะคะ สำหรับวันนี้

719
00:47:53,495 --> 00:47:57,216
(คุณครูปรเมษฐ) ครูทั้งสองคนต้องขอลาไปก่อนนคร

720
00:47:57,496 --> 00:48:01,215
คุณครูปลายทางสวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) บ้ายบาย

721
00:48:01,497 --> 00:48:05,215
[เสียงดนตรี]

722
00:48:05,499 --> 00:48:09,214

723
00:48:09,500 --> 00:48:13,216

724
00:48:13,501 --> 00:48:17,214

725
00:48:17,503 --> 00:48:21,215

726
00:48:21,504 --> 00:48:25,230

727
00:48:25,506 --> 00:48:29,214

728
00:48:29,507 --> 00:48:33,215

729
00:48:33,510 --> 00:48:37,214

730
00:48:37,511 --> 00:48:41,215

731
00:48:41,512 --> 00:48:45,214

732
00:48:45,514 --> 00:48:49,221

733
00:48:49,515 --> 00:48:53,235

734
00:48:53,516 --> 00:48:57,214

735
00:48:57,517 --> 00:49:01,214

736
00:49:01,519 --> 00:49:05,217

737
00:49:05,520 --> 00:49:09,217

738
00:49:09,522 --> 00:49:13,214
-

739
00:49:13,524 --> 00:49:17,214

740
00:49:17,525 --> 00:49:21,214

741
00:49:21,526 --> 00:49:25,214

742
00:49:25,527 --> 00:49:29,214

743
00:49:29,529 --> 00:49:33,214
ทุกท่าน และนักเรียนปลายทางทุกคน

744
00:49:33,530 --> 00:49:37,214
เข้าสู่รายวิชาภาษาไทย พบกับคุณครูคณิตา และคุณครูปรเมษ

745
00:49:37,534 --> 00:49:41,215

746
00:49:41,538 --> 00:49:45,214

747
00:49:45,540 --> 00:49:49,214
มีเรื่องสนุก ๆ อะไรให้นักเรียนเล่น

748
00:49:49,543 --> 00:49:53,215
วันนี้นะครับ ครูจะพาไปท่องโลก

749
00:49:53,547 --> 00:49:57,215

750
00:49:57,549 --> 00:50:01,214
และคุณครูปรเมษฐ ในรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

751
00:50:01,551 --> 00:50:05,214
เคนศึกษากันมาแล้ว ในเรื่องก่อน

752
00:50:05,552 --> 00:50:09,217
จะขึ้น ป. 6 นี้นะคะ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ที่เด็ก ๆ นี่ชอบมากเลย

753
00:50:09,553 --> 00:50:13,214
แห่งสำนวนไทย สุภาษิต และคำพังเพยนะครับ

754
00:50:13,556 --> 00:50:17,215
ซึ่งก็เป็นเรื่องที่หนู ๆ นั้น

755
00:50:17,588 --> 00:50:21,214
ศึกษาปีที่ 6 กันบ้าง ว่าจะมีความสนุก

756
00:50:21,601 --> 00:50:25,214
และความรู้ซ่อนอยู่ข้างในนั้นมากน้อยเพียงใด เด็ก ๆ

757
00:50:25,603 --> 00:50:29,214
ใช่ไหมคะ เกี่ยวกับเรื่องสุภาษิต คำพังเพย (คุณครูปรเมษฐ)

758
00:50:29,605 --> 00:50:33,214
คราวนี้เดี๋ยวเรามาดูในเนื้อหาของชั้นประถม

759
00:50:33,606 --> 00:50:37,214
(คุณครูคณิตา) ค่ะ วันนี้นะคะ ให้นักเรียนนะคะพิจารณา

760
00:50:37,621 --> 00:50:41,214
ภาพนะคะ บนหน้าจอนะคะ หลังจากนั้น

761
00:50:41,622 --> 00:50:45,215
ไปศึกษากันเลยครับ

762
00:50:45,623 --> 00:50:49,214
วันนี้ครูคณิตามีรูปภาพมาให้

763
00:50:49,625 --> 00:50:53,214
สำนวนเลยใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ นักเรียนสังเกตดู

764
00:50:53,626 --> 00:50:57,217
มีอะไรอยู่บ้างนะ มีนาย นายพราน

765
00:50:57,627 --> 00:51:01,214
ลองทายดูสิว่าเป็นสำนวนสุภาษิต

766
00:51:01,635 --> 00:51:05,214
คำพังเพยเกี่ยวกับอะไร (คุณครูปรเมษฐ) ทายเป็น

767
00:51:05,636 --> 00:51:09,214
จิ้งจอก (คุณครูคณิตา) แล้วที่สำคัญล่ะค่ะ

768
00:51:09,638 --> 00:51:13,214
คือ (คุณครูปรเมษฐ) มี (คุณครูคณิตา) คืออะไรคะ

769
00:51:13,644 --> 00:51:17,214
มีป่า มีช้างนะคะ แล้วก็มีอะไรอีกคะครูปรเมษฐ

770
00:51:17,650 --> 00:51:21,214

771
00:51:21,651 --> 00:51:25,214
หรือเปล่าคะ ใช่ไหม (คุณครูปรเมษฐ) ใบบัว ใบบัว

772
00:51:25,652 --> 00:51:29,247
นี่มีหลายชนิดนะครับ ใบบัว

773
00:51:29,653 --> 00:51:33,226
ใบอะไรนี่เด็ก ๆ (คุณครูคณิตา) ใบอะไรเอ่ย

774
00:51:33,654 --> 00:51:37,228
ใบ... ใบอะไรนะ ใบบัว

775
00:51:37,655 --> 00:51:41,222
นำไปไว้บูชาพระ อันนี้คือใบบัวหลวง

776
00:51:41,658 --> 00:51:45,216
ถ้าเด็ก ๆ จะทายเป็นสำนวน คุณครูช่วยก่อนดีกว่า

777
00:51:45,659 --> 00:51:49,225
ที่เราน่าจะเปรียบเทียบ คือ ใบบัวหลวง

778
00:51:49,662 --> 00:51:53,221
เด็ก ๆ รู้จักไหม บัวหลวงจะเป็นลักษณะใบที่ใหญ่นะ

779
00:51:53,663 --> 00:51:57,221
ช้างตายทั้งตัวเอาใบบัว

780
00:51:57,665 --> 00:52:01,223
มาปิด (คุณครูปรเมษฐ) นี่คือ

781
00:52:01,666 --> 00:52:05,213
ภาพแรกน่ะ

782
00:52:05,667 --> 00:52:09,222
(คุณครูคณิตา) ภาพแรกใช่ไหมคะ พูดพร้อม ๆ กันค่ะ สำนวนอะไรเอ่ย

783
00:52:09,676 --> 00:52:13,219
นะคะ ก็คือ การกระทำความผิดใหญ่หลวง

784
00:52:13,678 --> 00:52:17,222
ย่อมไม่อาจปกปิดได้นะคะ ต้องมีผู้รู้

785
00:52:17,681 --> 00:52:21,223
ปริศนาสำนวนไทยนั่นเอง ให้นักเรียนลองทายดูนะครับ

786
00:52:21,682 --> 00:52:25,219
ต่อไป ๆ เดี๋ยวคุณครูคณิตาไม่บอกควายหมายหน่อยหรือครับ (คุณครูคณิตา) ความหมาย

787
00:52:25,683 --> 00:52:29,225
ช้างได้นะครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ (คุณครูปรเมษฐ) ดูสำนวน

788
00:52:29,685 --> 00:52:33,222
นะครับ เปิดภาพปุ๊บให้เวลาคิด 3 วิ

789
00:52:33,687 --> 00:52:37,221
ไม่วันใดก็วันหนึ่ง (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ

790
00:52:37,687 --> 00:52:41,221
ช้างตัวใหญ่โต ใบบัวใบนิดเดียวไม่สามารถมาปิด

791
00:52:41,688 --> 00:52:45,221
3 ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คือสำนวน เก่งมากครับ จับ

792
00:52:45,694 --> 00:52:49,223
ปลา 2 มือ (คุณครูปรเมษฐ) จับปลาสองมือ

793
00:52:49,695 --> 00:52:53,218
(คุณครูคณิตา) เป็นความรู้เก่านะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา)

794
00:52:53,696 --> 00:52:57,224
ง่ายมากเลยค่ะนักเรียน ตอบ 1 2

795
00:52:57,697 --> 00:53:01,225
ในทางที่ดี หรือไม่ดีคะ ตอบเลยค่ะ

796
00:53:01,699 --> 00:53:05,223
คุณครูปรเมษฐคะ

797
00:53:05,701 --> 00:53:09,231
เห็นเด็ก ๆ จับปลานะ แล้วมีความหมาย

798
00:53:09,702 --> 00:53:13,218
ว่าอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) บอกไว้ก่อนนะคะ มีความหมาย

799
00:53:13,703 --> 00:53:17,235
เอาไว้ตำหนินะ เวลาทำอะไรนี่ เวลาทำอะไรล

800
00:53:17,705 --> 00:53:21,235
ทำ 2 สิ่ง 2 อย่างพร้อมกันบางที

801
00:53:21,706 --> 00:53:25,221
คุณครูปรเมษฐลองบอกสิคะ

802
00:53:25,723 --> 00:53:29,222
ในเชิงบวกหรือเชิงลบค่ะ จับปลา 2 มือนี่ (คุณครูปรเมษฐ)

803
00:53:29,724 --> 00:53:33,217
หากเราจะทำอะไรอย่างใดอย่างหนึ่งนี่

804
00:53:33,725 --> 00:53:37,226
ทำไมคะ เลือกทำนะคะ อย่าจับปลา

805
00:53:37,726 --> 00:53:41,228
สำเร็จไหม (คุณครูคณิตา) ไม่สำเร็จสักอย่างหนึ่ง หรือว่าทำแล้ว

806
00:53:41,730 --> 00:53:45,215
มันไม่ดีเลยสักอย่างหนึ่งนะคะ เพราะฉะนั้นนี่

807
00:53:45,734 --> 00:53:49,232
(คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ เปรียบดั่งปลาที่จับ

808
00:53:49,735 --> 00:53:53,216
มือเดียวมันอาจจะหลุดไปได้ ก็สุดท้ายแล้ว

809
00:53:53,736 --> 00:53:57,225
สองมือ เพราะว่าไม่อย่างนั้นนี่ พวกงานต่าง ๆ ที่ทำ

810
00:53:57,737 --> 00:54:01,221
ก็อาจจะไม่สำเร็จหรือออกมาไม่ดีก็ได้ค่ะ

811
00:54:01,738 --> 00:54:05,228
มีเด็ก ลักษณะอาการเขี้ยงหรือ

812
00:54:05,739 --> 00:54:09,227
ออกไป ตอบครับเป็นสำนวน

813
00:54:09,743 --> 00:54:13,225
ไม่ได้กินอะไรเลยนะครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เตรียมตัว ดูให้ดีนะ

814
00:54:13,744 --> 00:54:17,221
มีงู

815
00:54:17,748 --> 00:54:21,223
ที่เป็นผลร้ายนะคะ แล้วทำไมเอ่ย ย้อน

816
00:54:21,752 --> 00:54:25,217
กลับเข้าตัวเอง (คุณครูปรเมษฐ) เปรียบเสมือนดัง

817
00:54:25,754 --> 00:54:29,228
(คุณครูคณิตา) อะไรเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) เก่งมาก ขว้างงูไม่พ้นคอ (คุณครูคณิตา) ค่ะ

818
00:54:29,757 --> 00:54:33,226
(คุณครูปรเมษฐ) เป็นอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) กระทำในสิ่ง

819
00:54:33,759 --> 00:54:37,238
พ้นตัวเอง กลับมาแว้งกัด ดังที่

820
00:54:37,760 --> 00:54:41,222
ครูคณิตาได้อธิบาย เด็ก ๆ พร้อมนะ

821
00:54:41,763 --> 00:54:45,213
เราตีงูแต่ไม่ตายดี

822
00:54:45,764 --> 00:54:49,230
แล้วเราจะเขวี้ยงหรือปาทิ้ง แต่สุดท้ายไม่

823
00:54:49,765 --> 00:54:53,230
ทายสำนวนกันนะครับ ไปดูกันต่อ คำถาม

824
00:54:53,767 --> 00:54:57,225
กระตุ้นความคิดวันนี้นะครับ การใช้สำนวนสุภาษิต

825
00:54:57,768 --> 00:55:01,235
หมดหรือยัง (คุณครูคณิตา) หมดแล้วค่ะ น่าเสียดายจังเลย

826
00:55:01,770 --> 00:55:05,218
ครูเชื่อว่ามีอีกหลายภาพที่เด็ก ๆ จะได้

827
00:55:05,771 --> 00:55:09,225
อย่างเช่น เมื่อสักครู่ที่ครูคณิตาให้ดูภาพ

828
00:55:09,772 --> 00:55:13,218
ที่ครูให้ดูภาพ ครูจะถามครูคณิตาว่าหมายความว่าอย่างไร

829
00:55:13,774 --> 00:55:17,222
และคำพังเพยนะ จำเป็นจะต้อง

830
00:55:17,775 --> 00:55:21,216
รู้ความหมายหรือไม่ เพราะเหตุใด

831
00:55:21,777 --> 00:55:25,226
จะต้องรู้ความหมาย แต่อันนั้นไม่เท่าไร รู้ความหมายนี่รู้

832
00:55:25,783 --> 00:55:29,213
รู้ความหมายนี่รู้เพราะเหตุใด

833
00:55:29,785 --> 00:55:33,213
ใช่ไหม เด็ก ๆ คิดว่าจำเป็นไหมละ (คุณครูคณิตา)

834
00:55:33,786 --> 00:55:37,213
ตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ มันจำเป็น

835
00:55:37,787 --> 00:55:41,213
เพย เพราะอะไรเอ่ย เพราะอะไรนะ

836
00:55:41,789 --> 00:55:45,213
ได้ยินมาแว่ว ๆ นะคะ ว่า

837
00:55:45,793 --> 00:55:49,213
(คุณครูคณิตา) อันนี้เป็นการแสดงความคิดเห็นนะคะ ทำไม

838
00:55:49,796 --> 00:55:53,213
เราจึงต้องรู้ความหมายเกี่ยวกับสำนวน สุภาษิต คำพัง

839
00:55:53,797 --> 00:55:57,214
จะต้องทราบก่อนใช่ไหมคะ ต้องทราบความหมายก่อน

840
00:55:57,799 --> 00:56:01,213
ทราบความหมายเหล่านั้นเราก็นำมาใช้สื่อสารได้

841
00:56:01,802 --> 00:56:05,212
การที่เราจะรู้เกี่ยวกับสำนวนสุภาษิต คำพังเพยนี่

842
00:56:05,805 --> 00:56:09,214
ทำไมเราถึงจะต้องรู้ เพราะว่าเราจำเป็น

843
00:56:09,806 --> 00:56:13,213
แห่งการเรียนนะครับ ที่มาของการเรียน

844
00:56:13,807 --> 00:56:17,231
คำพังเพยนั้นก็จะต้องรู้ว่า

845
00:56:17,809 --> 00:56:21,214
ตรงตามวัตถุประสงค์นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับผม

846
00:56:21,811 --> 00:56:25,213
มันเป็นที่มา

847
00:56:25,812 --> 00:56:29,212
บาย รวบรวมคำสำนวน สุภาษิต คำพังเพย

848
00:56:29,816 --> 00:56:33,214
ที่จะนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน รวมถึง

849
00:56:33,817 --> 00:56:37,214
เราจะเรียนไปทำไมนะครับ จึงต้องแจ้งจุดประสงค์ให้เราได้รับรู้นะครับ

850
00:56:37,820 --> 00:56:41,212
ก็คือนักเรียนนั้นจะต้องสามารถอธิ

851
00:56:41,823 --> 00:56:45,216
และจะต้องนำไปใช้ในชีวิตจริงใช่ไหมครับ

852
00:56:45,823 --> 00:56:49,213
นะคะ คู่อยู่คู่กับคนไทยมายาวนาน

853
00:56:49,825 --> 00:56:53,213
ต้องเห็นความสำคัญของสำนวนไทยด้วย อันนี้

854
00:56:53,828 --> 00:56:57,213
ก็คือสิ่งที่เด็ก ๆ นั้นจะต้องปฏิบัติ

855
00:56:57,831 --> 00:57:01,212
ทายภาพทราบสำนวน (คุณครูคณิตา)

856
00:57:01,834 --> 00:57:05,212
เมื่อกี้เป็นการวอร์มเครื่อง เป็นการเตรียมความพร้อม

857
00:57:05,846 --> 00:57:09,212
ถ้าไม่สำคัญนี่ เราก็คงไม่ต้องมาเรียนรู้กันหรอก ใช่ไหมคะ

858
00:57:09,847 --> 00:57:13,213
คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่แล้วครับผม ไปกันต่อเลยครับ

859
00:57:13,848 --> 00:57:17,212
ครูจะให้ดูภาพ แล้วจะบอกความหมาย แล้วจะบอก

860
00:57:17,849 --> 00:57:21,212
เลยนะครับ 1, 2, 3

861
00:57:21,850 --> 00:57:25,213
ใช่ไหมคะ เอ่าล่ะค่ะ ตอนนี้นะ

862
00:57:25,851 --> 00:57:29,212
(คุณครูคณิตา) เอาจริงแล้วนะ ๆ (คุณครูปรเมษฐ) เตรียมตัวเลย ครูไม่บอกแล้วนะ

863
00:57:29,852 --> 00:57:33,213
อีกครั้งสิ สำนวนนี้มีชื่อว่า เข

864
00:57:33,861 --> 00:57:37,212
ครกขึ้นภูเขา

865
00:57:37,861 --> 00:57:41,212
คิดครับ

866
00:57:41,864 --> 00:57:45,212
ตอบแล้ว ตอบว่าอะไรนะ

867
00:57:45,866 --> 00:57:49,213
โรงสี โรงสี คือ โรงสีข้าว

868
00:57:49,867 --> 00:57:53,212
ตำข้าว ต้องใช้ไม้เป็นต้น แล้วก็มาขุด

869
00:57:53,868 --> 00:57:57,215
เดี๋ยวคุณครูขออธิบายก่อนนะ จากรูปนี่

870
00:57:57,871 --> 00:58:01,212
ไม่ใช่ครกที่ใช้ตำน้ำพริกนะนักเรียน โบราณไม่มี

871
00:58:01,872 --> 00:58:05,213
หมายก็คือ การทำอะไรก็บรรลุผลนั้น

872
00:58:05,874 --> 00:58:09,223
นะคะ ไม่ใช่สิ่งที่กระทำโดยง่ายค่ะ ส่วนใหญ่นี่จะใช้กับ

873
00:58:09,875 --> 00:58:13,212
ให้มันเป็นหลุมลงไป ใช้ในการตำข้าว

874
00:58:13,876 --> 00:58:17,212
คุณครูคณิตาแล้วมันมีความหมายว่าอย่างไรล่ะ (คุณครูคณิตา)

875
00:58:17,879 --> 00:58:21,215
แบบ นักเรียนลองนึกภาพนะคะ นำครก

876
00:58:21,880 --> 00:58:25,212
ที่คุณครูปรเมษฐบอกใช่ไหมคะ ที่เป็นไม้ต้นใหญ่

877
00:58:25,881 --> 00:58:29,212
งานที่ทำไม่ค่อยสำเร็จนะคะ

878
00:58:29,883 --> 00:58:33,212
ก็คือการเข็น กลิ้ง มันจะเป็น

879
00:58:33,886 --> 00:58:37,212
ลำบาก ว่ามันยากลำบากขนาดไหน (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ไปทำตาม

880
00:58:37,887 --> 00:58:41,212
ทับขึ้นมาคุณครูคณิตาจะรับผิดชอบอย่างไร (คุณครูคณิตา) อันนี้ก็

881
00:58:41,888 --> 00:58:45,213
ถ้าใครมีนะ แถวบ้านนะ ก็ลองไป... (คุณครูปรเมษฐ) ลองไปเข็น

882
00:58:45,890 --> 00:58:49,223
เลยหรือครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ จะได้รู้ไงคะ ถึงความยาก

883
00:58:49,891 --> 00:58:53,212
อยากลองนะคะ แต่ถ้าจะลองนะคะ ต้องมีผ้ปกครอง

884
00:58:53,892 --> 00:58:57,212
ดูแลความปลอดภัยด้วยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่าครูคณิตาจะให้ทำจริง

885
00:58:57,893 --> 00:59:01,212
ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของนักเรียนนะคะ ว่านักเรียนควร

886
00:59:01,893 --> 00:59:05,212
ทำหรือไม่ทำนะคะ แต่ก็ถ้าหาก

887
00:59:05,895 --> 00:59:09,212
ตอบแล้ว เดี๋ยว ๆ ฟังอีกครั้งหนึ่งสิ

888
00:59:09,897 --> 00:59:13,212
มีปู มีการหยิบ การจับ

889
00:59:13,898 --> 00:59:17,212
ดูภาพต่อไปครับ

890
00:59:17,899 --> 00:59:21,212
คิดเลย (คุณครูคณิตา) อะไรเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) นี่

891
00:59:21,900 --> 00:59:25,212
ก็คือ ยากที่จะอยู่นิ่ง ๆ ได้

892
00:59:25,903 --> 00:59:29,212
ยกเว้นว่าปูจะโดนจับมัด เดี๋ยวนักเรียน

893
00:59:29,904 --> 00:59:33,212
เก่งมากครับ จับปูใส่กระด้ง

894
00:59:33,905 --> 00:59:37,212
(คุณครูคณิตา) ความหมายก่อนดีไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) บอกความหมายก่อน (คุณครูคณิตา) ความหมาย

895
00:59:37,906 --> 00:59:41,212
ถ้าปูนี่ไม่โดนจับมัด ไม่ตายนะคะ

896
00:59:41,907 --> 00:59:45,212
เป็นในลักษณะอย่างนี้ ปูจะอยู่ไม่นิ่ง

897
00:59:45,909 --> 00:59:49,212
จะบอกว่าผมเคยเห็นครับ ปูนอนนิ่งอยู่

898
00:59:49,910 --> 00:59:53,212
เพราะว่ามันจับมัดเสร็จแล้วนะ แต่ถ้าตามปกตินะ

899
00:59:53,911 --> 00:59:57,212
อะไรนะ ซนเหมือน เหมือนอะไรนะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ)

900
00:59:57,912 --> 01:00:01,212
ซนเหมือนลิงเหมือค่าง

901
01:00:01,913 --> 01:00:05,212
มันคล้าย ๆ กับอีกสำนวนหนึ่ง คืออะไรนะ

902
01:00:05,914 --> 01:00:09,212
ได้ยินแน่นอนนะคะ ก็คือสำนวนซน

903
01:00:09,915 --> 01:00:13,212
เป็นการเปรียบเทียบ ไม่อยู่นิ่ง วิ่งไปวิ่งมา

904
01:00:13,918 --> 01:00:17,212
เพราะฉะนั้น เธอจะทำตัวเหมือนปูหรือเปล่าที่ไม่อยู่นิ่ง

905
01:00:17,919 --> 01:00:21,211
เปรียบเหมือนดั่งที่ครูนี่ ไปทัศศึกษา

906
01:00:21,920 --> 01:00:25,212
อย่างกับจับปูใส่กระด้งเลยนะ

907
01:00:25,922 --> 01:00:29,211
ด้งนะ เอาไว้ใช้ในการตากปลาใส่ของ

908
01:00:29,922 --> 01:00:33,212
นะครับ อันนี้คือปู เด็ก ๆ รู้จักแล้วนะ

909
01:00:33,923 --> 01:00:37,212
อันนี้ให้คิดนะครับ ดูภาพ ต้องดูภาพ

910
01:00:37,925 --> 01:00:41,212
สิ่งที่เป็นภาชนะสานนี่นะครับ เขาเรียกว่า "กระ

911
01:00:41,926 --> 01:00:45,214
มาลักษณะ อะไรเอ่ย มีอะไรนะ

912
01:00:45,931 --> 01:00:49,211
อะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) รูปปั้นใช่ไหมครับครูคณิตา

913
01:00:49,932 --> 01:00:53,211
ไปกันต่อ ภาพต่อไปเตรียมตัวนะครับ

914
01:00:53,933 --> 01:00:57,212
(คุณครูคณิตา) โบราณเลยนะคะ อันนี้ก็

915
01:00:57,936 --> 01:01:01,212
มีใบ้นิดหนึ่งนะ มีวัวกับควายนะคะ

916
01:01:01,942 --> 01:01:05,212
ตั้งแต่เห็นภาพแล้วครูคณิตา ตอบว่าสำนวน

917
01:01:05,946 --> 01:01:09,211
มีเขา น่าจะเป็นวัว หรือเป็นความ (คุณครูคณิตา) ไม่แน่ใจ

918
01:01:09,947 --> 01:01:13,212
นักเรียนคะ เมื่อกี้ครูมีคีย์เวิร์ดนะ

919
01:01:13,948 --> 01:01:17,211
เล่น (คุณครูปรเมษฐ) คราวนี้ดูความหมาย (คุณครูคณิตา) ความหมายนะคะ

920
01:01:17,951 --> 01:01:21,212
เมื่อเราไปอาศัยอยู่บ้านของใครนะคะ

921
01:01:21,952 --> 01:01:25,211
(คุณครูคณิตา) ยาวหน่อยนะคะ อยู่บ้านท่าน อย่านิ่ง

922
01:01:25,953 --> 01:01:29,211
ดูดาย ปั้นวัวปั้นควายให้ลูกท่าน

923
01:01:29,958 --> 01:01:33,211
ด้วยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ ไปกันต่อเลย

924
01:01:33,961 --> 01:01:37,211
มันรูปผู้หญิงหรือผู้ชายคู่กัน

925
01:01:37,962 --> 01:01:41,211
ก็ควรที่จะทำประโยชน์ให้

926
01:01:41,963 --> 01:01:45,218
บ้านเหล่านั้นด้วยนะคะ หรือว่าบ้านคนที่เราไปอาศัยอยู่

927
01:01:45,964 --> 01:01:49,211
ขยับเข้ามา (คุณครูคณิตา) ค่ะ อาจจะไม่เหมือนในรูปนะคะคร

928
01:01:49,964 --> 01:01:53,213
นะคะ คุณครูปรเมษฐนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ทายสำนวนสิ

929
01:01:53,969 --> 01:01:57,212
(คุณครูคณิตา) เขาจะเป็นอะไรคะนักเรียน (คุณครูปรเมษฐ) ไหนลองยืนให้เหมือนสิครับครูคณิตา

930
01:01:57,970 --> 01:02:01,211
(คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ (คุณครูปรเมษฐ) สมมติครูกับครูคณิตาเลยนะภาพนี้

931
01:02:01,971 --> 01:02:05,213
(คุณครูคณิตา) เป็นคำโบราณค่ะ เด็ก ๆ นี่

932
01:02:05,972 --> 01:02:09,211
อาจจะไกลหน่อยนะคะ เขาเรียกว่ายัง เขาเรียกว่า "ยังไม่ถึงวัย"

933
01:02:09,975 --> 01:02:13,211
ตอบว่าเป็นสำนวนอะไรครับ

934
01:02:13,977 --> 01:02:17,211
กิ่งทองใบหยกนะ เป็นคำโบราณใช่ไหมครูคณิตา

935
01:02:17,978 --> 01:02:21,211
คุณครูกับคุณครูปรเมษฐนี

936
01:02:21,979 --> 01:02:25,211
นะคะ สามารถที่จะสอนนักเรียนได้อย่างสนุกสนาน

937
01:02:25,980 --> 01:02:29,216
นะ กิ่งทองใบหยกนะคะ ใช้

938
01:02:29,981 --> 01:02:33,211
กับคำว่า "เหมาะสมกันมาก" เหมือน

939
01:02:33,983 --> 01:02:37,211
ต่อไปกันเลยดีกว่าค่ะ เด็ก ๆ คงรอแล้วค่ะ เรื่องสำนว

940
01:02:37,984 --> 01:02:41,214
(คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ทายเลย

941
01:02:41,985 --> 01:02:45,214
แต่ว่าสำนวน คำว่า "กิ่งทองใบหยก" นี่ เราจะใช้กับ

942
01:02:45,987 --> 01:02:49,212
ชาย - หญิง ที่จะแต่งงานกันแล้วนะคะ

943
01:02:49,988 --> 01:02:53,211
คุณครูคณิตาอธิบายความหมายครับ (คุณครูคณิตา)

944
01:02:53,990 --> 01:02:57,211
นักเรียนพิจารณาดูรูปภาพของคนนะคะ

945
01:02:57,991 --> 01:03:01,212
ปลูกข้าวครับ ปลูกข้าว คือ การทำนา ที่ไหน

946
01:03:01,992 --> 01:03:05,211
ตอบคำถาม 1 2 3 ทำนาบนหลังคน

947
01:03:05,993 --> 01:03:09,214
เป็นการบอกนะคะ ว่าเป็นการหาผลประโยชน์โดยการ

948
01:03:09,997 --> 01:03:13,212
ขูดรีดจากผู้อื่นนั่นเอง ดูสิ

949
01:03:13,999 --> 01:03:17,212
ผอม แห้ง แสดงว่า

950
01:03:18,000 --> 01:03:21,211
การทำนาบนหลังคนเป็นสำนวนที่

951
01:03:22,001 --> 01:03:25,211
แรงน้อยนะคะ เพราะฉะนั้นนี่เมื่อโตไปนะคะ

952
01:03:26,002 --> 01:03:29,211
อย่าเป็นคนที่ทำนาบนหลังคนนะคะ

953
01:03:30,003 --> 01:03:33,211
คนที่หาผลประโยชน์เป็นอย่างไร อ้วน ท้วน

954
01:03:34,004 --> 01:03:37,211
ส่วนคนที่ถูกขูดรีดล่ะคะเป็นอย่างไร ผอมแห้ง

955
01:03:38,005 --> 01:03:41,211
เด็ก ๆ ยังอยากจะทายอีก ไม่เป้ฯไรครับ เด็ก ๆ

956
01:03:42,006 --> 01:03:45,211
สามารถที่จะไปหาภาพมาทายเล่นกับเพื่อนนะ

957
01:03:46,007 --> 01:03:49,211
จะต้องรู้จักแบ่งปัน เอื้อเฟื้อ เผื่อแพ่

958
01:03:50,008 --> 01:03:53,211
(คุณครูปรเมษฐ) หมดหรือยังครูคณิตา (คุณครูคณิตา) หมดแล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) หมดแล้ว

959
01:03:54,011 --> 01:03:57,211
เกี่ยวกับรูปภาพ สำนวนสุภาษิต คำพังเพย ไปแล้ว

960
01:03:58,016 --> 01:04:01,211
นักเรียนรู้ความหมายเกี่ยวกับสำนวนหรือ

961
01:04:02,018 --> 01:04:05,211
ภาพสำนวนที่จะนำมาทายมีมายเลย ใช่ไหมครับครูคณิตา

962
01:04:06,021 --> 01:04:09,211
(คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ หลังจากที่เรานี่ได้ทาย

963
01:04:10,023 --> 01:04:13,211
เพราะมันเป็นเรื่องที่หนู ๆ จะได้เรียน

964
01:04:14,024 --> 01:04:17,211
สำนวนสุภาษิตและคำพังเพยใช่ไหมครูคณิตา

965
01:04:18,024 --> 01:04:21,211
ความหมายเกี่ยวกับคำพังเพย และความหมายเกี่ยวกับ

966
01:04:22,026 --> 01:04:25,211
สุภาษิตบ้างหรือเปล่า (คุณครูปรเมษฐ) ที่คุณครูคณิตาต้องถามนี่

967
01:04:26,027 --> 01:04:29,217
ด้วยความเข้าใจของตัวเอง (คุณครูปรเมษฐ) อย่าลืม

968
01:04:30,028 --> 01:04:33,211
นะ สำคัญมากเดี๋ยวจะไม่รู้ว่าเรียนวันไหน

969
01:04:34,029 --> 01:04:37,212
ความหมายกันเลยดีกว่านะคะ นักเรียนเตรีมสมุด

970
01:04:38,030 --> 01:04:41,211
ปากกา เตรียมจดด้วยนะคะ จด

971
01:04:42,031 --> 01:04:45,216
คำพูด หรือ ถ้อยคำที่กระทัดรัด

972
01:04:46,035 --> 01:04:49,211
สละสลวยมีความหมายโดยนัย

973
01:04:50,036 --> 01:04:53,211
ไปดูกันเลย คำแรกเลยนะครับ

974
01:04:54,038 --> 01:04:57,211
คืออะไรครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) สำนวนค่ะ คือ

975
01:04:58,039 --> 01:05:01,211
หมายของคำว่า "สำนวน" ก็คือแปล

976
01:05:02,042 --> 01:05:05,216
ไม่ตรงความหมายแล้วก็มีความหมายโดยนัย โดยนัย

977
01:05:06,043 --> 01:05:09,211
ความหมายเชิงอุปมาเปรียบเทียบ จะไม่แปลความหมาย

978
01:05:10,045 --> 01:05:13,211
ตรงตามตัวอักษรค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ก็คือคำนิยามของ

979
01:05:14,046 --> 01:05:17,213
คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ครับผม ตัวอย่างสำนวนนะครับ (คุณครูคณิตา)

980
01:05:18,047 --> 01:05:21,210
ตัวอย่างแรก คำว่า "ไขสือ"

981
01:05:22,048 --> 01:05:25,211
มันคืออะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เราจะต้องแปลความหมายอีกรอบหนึ่ง

982
01:05:26,049 --> 01:05:29,211
เดี๋ยวนักเรียนอาจจะนึกภาพไม่ออก มาดูตัวอย่างกันดีกว่าค่ะ

983
01:05:30,050 --> 01:05:33,211
แปลว่า ทำเป็นไม่รู้ไม่

984
01:05:34,054 --> 01:05:37,211
ไม่รู้ ไม่เข้าใจเห็นไหม

985
01:05:38,058 --> 01:05:41,211
คุณครูปรเมษฐอย่ามาทำ

986
01:05:42,059 --> 01:05:45,210
ไขสือแปลว่าอะไร แปลว่าอะไรคะ

987
01:05:46,062 --> 01:05:49,210
คือเราจะต้องหาความหมายของ

988
01:05:50,065 --> 01:05:53,211
สำนวนนี้อีกครั้งหนึ่ง (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมา

989
01:05:54,067 --> 01:05:57,210
คำว่าไขสือ ตรงตามตัวไหมคะ สำนวน

990
01:05:58,068 --> 01:06:01,210
จะแปลไม่ตรงตามตัวอักษรและมีความหมายโดยนัย

991
01:06:02,069 --> 01:06:05,211
ยกตัวอย่างนะคะคุณครูปรเมษฐ คุณครูปรเมษฐ

992
01:06:06,069 --> 01:06:09,210
ทราบไหมคะ คำว่า "ปากเสีย" หมายความว่าอย่างไร

993
01:06:10,070 --> 01:06:13,210
ปากเสีย นักเรียนคงคุ้น ๆ ล่ะค่ะ

994
01:06:14,072 --> 01:06:17,210
คุณครูปรเมษฐนี่ปากเสียมากเลยนะ เป็นการ

995
01:06:18,073 --> 01:06:21,211
นะคะ ในความหมายเชิงสำนวน หมายถึง ปาก

996
01:06:22,074 --> 01:06:25,210
ที่พูด พูดเป็นอย่างไร พูดว่าร้าย

997
01:06:26,077 --> 01:06:29,212
(คุณครูปรเมษฐ) ปากที่เน่าเสีย (คุณครูคณิตา) ปากที่เน่าเสีย ต้องไ

998
01:06:30,078 --> 01:06:33,211
ทันตแพทย์นะคะ ปากที่เน่าเสียนะ แต่คำว่า "ปากเสีย"

999
01:06:34,079 --> 01:06:37,210
ร้าย ว่าร้ายผู้อื่นนะคะ ซึ่งครูปรเมษฐนี่นะคะ

1000
01:06:38,082 --> 01:06:41,211
คุณครูเป็นคนดีนะคะ พูดแต่สรรเสริญเยินยอ

1001
01:06:42,085 --> 01:06:45,210
พูดไม่ดี นักเรียนคะ ก็คือเป็นการพูด

1002
01:06:46,086 --> 01:06:49,210
เชิงตัดกำลังใจนะคะ หรือพูดให้ร้ายว

1003
01:06:50,087 --> 01:06:53,210
ปากเสีย ที่ครูบอกครูคณิตานี่

1004
01:06:54,088 --> 01:06:57,210
พัง อันนั้นคือความหมายโดยตรง แต่ที่ครูคณิตา

1005
01:06:58,091 --> 01:07:01,210
ผู้อื่นนะคะนักเรียน (คุณครูปรเมษฐ) เดี๋ยว ๆ

1006
01:07:02,093 --> 01:07:05,210
โดยนัยนี่เดี๋ยวขยายให้นักเรียนเข้าใจตรงนี้เลย

1007
01:07:06,094 --> 01:07:09,210
มันแปลไม่ตรงความหมายนั่นเอง

1008
01:07:10,095 --> 01:07:13,210
ฟังนี่นะครับ อีกสำนวนหนึ่ง (คุณครูคณิตา) คำว่า

1009
01:07:14,096 --> 01:07:17,210
บอก ก็คือปากเสีย ก็คือพูดไม่ดี พูดว่าร้ายคนอื่น

1010
01:07:18,099 --> 01:07:21,213
คือ ความหมายโดยนัยนะครับ ก็คือสำนวน

1011
01:07:22,101 --> 01:07:25,210
ตรงค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเป็นโดยนัย (คุณครูคณิตา) คร

1012
01:07:26,102 --> 01:07:29,210
เมฆ นี้ไม่สามารถยกได้นะคะ แต่ถ้าเป็นเมฆ

1013
01:07:30,105 --> 01:07:33,211
ยกเมฆ (คุณครูปรเมษฐ) แบบนี้ หยิบเมฆมา แล้วบกเมฆ

1014
01:07:34,105 --> 01:07:37,213
(คุณครูคณิตา) ครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ความหมายโดยอะไร (คุณครูคณิตา)

1015
01:07:38,106 --> 01:07:41,210
คือการพูดเรื่องที่มันไม่มีหลักฐานอยู่นั่นเอง

1016
01:07:42,119 --> 01:07:45,210
หลักฐานอยู่นั่นเอง นี่ก็คือเป็นหลักฐาน

1017
01:07:46,120 --> 01:07:49,210
ที่ว่าเป็นตุ๊กตาหรือหมอน น่าจะยกได้

1018
01:07:50,121 --> 01:07:53,210
ความหมายของคำว่า "ยกเมฆ" คืออะไรคะ

1019
01:07:54,122 --> 01:07:57,215
ไปอ่านบ้างสิ (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เขามีพจนานุกรม

1020
01:07:58,123 --> 01:08:01,210
ลองเปิดหาความหมายไปพร้อม ๆ กับครูเลย

1021
01:08:02,124 --> 01:08:05,210
โดยนัยนะ ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อีกสำนวน

1022
01:08:06,125 --> 01:08:09,210
คือ ชั่วช่างชี ดีช่างสงฆ์ ลองให้นักเรียน

1023
01:08:10,126 --> 01:08:13,210
นะคะ ตรวจสอบคำตอบของนักเรียนด้วยนะคะ

1024
01:08:14,127 --> 01:08:17,211
(คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ เดี๋ยวเราทิ้งไว้เป็นการบ้านดีไหม

1025
01:08:18,128 --> 01:08:21,210
จดลงไปนะคะ ชั่วช่างชี ดีช่างสงห์

1026
01:08:22,129 --> 01:08:25,210
ไปหาความหมายเพิ่มเติมนะคะ คุณครูปลายทางคะ รบกวน

1027
01:08:26,131 --> 01:08:29,210
(คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มีตัวอย่างสำนวนอีกแล้วครูคณิตา

1028
01:08:30,132 --> 01:08:33,211
ตัวอย่างสำนวนใช่ไหมคะ และให้นักเรียนจดไปค่ะ

1029
01:08:34,134 --> 01:08:37,211
ชั่วช่างดี ดีช่างสงฆ์นะ

1030
01:08:38,135 --> 01:08:41,210
(คุณครูปรเมษฐ) จดเสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ ไปต่อ

1031
01:08:42,136 --> 01:08:45,210
พอไหม (คุณครูคณิตา) โห 4 วินาที เร็วเกินไปค่ะ จดค่ะ

1032
01:08:46,137 --> 01:08:49,210
น้ำบ่อน้อย ขมิ้นกับปูน ดินพอกหองหมู

1033
01:08:50,138 --> 01:08:53,210
แล้วไปหาสำนวนนะคะ แล้วไปหาความหมาย

1034
01:08:54,139 --> 01:08:57,210
ของมัน (คุณครูปรเมษฐ) 4 คำ ก็ 4 วินาที

1035
01:08:58,140 --> 01:09:01,210
น้ำที่มีน้ำน้อยใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) อันนี้ค่ะ

1036
01:09:02,141 --> 01:09:05,210
นักเรียนคุณครูก็แหม ใจดีกับนักเรียน

1037
01:09:06,142 --> 01:09:09,210
(คุณครูคณิตา) ต่อปากต่อคำ

1038
01:09:10,143 --> 01:09:13,210
น้ำบ่อน้อย ถ้าเป็นความหมายโดยตรง ก็เป็น

1039
01:09:14,143 --> 01:09:17,210
น้ำลายค่ะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่

1040
01:09:18,144 --> 01:09:21,210
น้ำบ่อน้อยนี่หมายถึงน้ำลาย ซึ่งเขาจะใช้

1041
01:09:22,145 --> 01:09:25,210
อีกแล้วนักเรียนที่น่ารักทุกคนนะคะ

1042
01:09:26,146 --> 01:09:29,210
ในที่นี้หมายถึงน้ำลายค่ะ หมายถึง

1043
01:09:30,146 --> 01:09:33,210
การทำมาหากินในยุคนี้นี่เหมือนน้ำบ่อน้อย

1044
01:09:34,147 --> 01:09:37,210
ได้บ้างไม่ได้บ้างแต่ละคนนี่ก็ต่างแย่งกัน

1045
01:09:38,148 --> 01:09:41,211
ในช่วง เขาจะใช้ในตัวอย่างหรือความหมาย

1046
01:09:42,149 --> 01:09:45,210
ที่ในเชิงเกี่ยวกับการค้าขายนะ อย่างเช่น

1047
01:09:46,153 --> 01:09:49,210
ไม่ได้บ้าง เพราะต่างคนต่างแย่งกัน ต่อมา

1048
01:09:50,153 --> 01:09:53,210
นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้คือให้หาเอง (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ

1049
01:09:54,163 --> 01:09:57,210
น้ำบ่อน้อย น้ำลายน่ะ

1050
01:09:58,168 --> 01:10:01,210
มีอะไรคะ มีนิดเดียว ได้บ้าง

1051
01:10:02,169 --> 01:10:05,209
คำพังเพยคือสิ่งใดไหนเล่า

1052
01:10:06,170 --> 01:10:09,210
ถ้อยคำที่เปรียบเทียบเหตุการณ์

1053
01:10:10,171 --> 01:10:13,210
ให้หาเองดีกว่านะคะ (คุณครูปรเมษฐ) จดเรียบร้อยนะครับเด็ก ๆ

1054
01:10:14,172 --> 01:10:17,212
จะเป็นผู้ตรวจสอบนะครับ ไปกันต่อ ทีนี้คำพังเพย

1055
01:10:18,173 --> 01:10:21,210
แต่ใช้ในทำนองเปรียบเทียบ

1056
01:10:22,181 --> 01:10:25,209
หรือเป็นข้อคิดสะกิดใจให้นำมาปฏิบัติ

1057
01:10:26,182 --> 01:10:29,210
หรือเรื่องราวต่าง ๆ ที่พบเห็นในการดำรงชีวิต

1058
01:10:30,183 --> 01:10:33,213
รุ่นก่อน ไม่เน้นการสั่งสอน

1059
01:10:34,185 --> 01:10:37,210
เทียบ การเสียดสี ประชดประชัน

1060
01:10:38,186 --> 01:10:41,210
ถ้อยคำที่จะนำมาใช้เกี่ยวกับคำพังเพย

1061
01:10:42,189 --> 01:10:45,209
สำนวนมาแล้ว คำพังเพยตามมา

1062
01:10:46,190 --> 01:10:49,209
นะครับ คำพังเพย คือ การเปรียบเทียบนะเด็ก ๆ การเปรียบ

1063
01:10:50,191 --> 01:10:53,209
เจออะไรที่เป็นลักษณะของเสียดสี ให้นึกไว้เลย

1064
01:10:54,193 --> 01:10:57,209
พังเพย มาดูตัวอย่างกันเลยดีกว่า

1065
01:10:58,194 --> 01:11:01,209
ถ้าครูอธิบายแบบนี้ไม่เห็นภาพ เดี๋ยวไปดูกันดีกว่า

1066
01:11:02,195 --> 01:11:05,209
นะครับ (คุณครูคณิตา) นักเรียนจำไว้นะคะ เมื่อไหร่ก็ตาม

1067
01:11:06,196 --> 01:11:09,209
ก็คือความหมายนะคะ ต่างคนนี่ต่างไม่ยอม

1068
01:11:10,198 --> 01:11:13,212
ลดละกันอย่างเช่น อารมณ์ร้อนกันทั้งคู่นี่ ต่าง

1069
01:11:14,199 --> 01:11:17,209
ขิงก็รา ข่าก็แรง เป็นลักษณะ

1070
01:11:18,199 --> 01:11:21,209
การเสียดสีนะ การเสียดสีอย่างไรเอ่ย

1071
01:11:22,200 --> 01:11:25,209
ร้อน อารมณ์ร้อนใส่กันทั้งคู่ ถ้า

1072
01:11:26,202 --> 01:11:29,209
อารมณ์ร้อนใส่กันทั้งคู่นี่ จะเป็นอย่างไรคะ ความสัมพันธ์

1073
01:11:30,210 --> 01:11:33,209
ไม่มีคนใดคนหนึ่งนี่ยอมเย็นเลยนะคะ

1074
01:11:34,212 --> 01:11:37,209
ยอมที่เป็นฝ่ายขอโทษก่อนนะคะ ต่างคนต่าง

1075
01:11:38,213 --> 01:11:41,209
นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) แต่สำหรับครูนี่อารมณ์เย็นตลอดเวลานะครับ (คุณครูคณิตา)

1076
01:11:42,215 --> 01:11:45,209
คณิตาจะอารมณ์ร้อนคุณครูก็จะเป็นน้ำไปดับไฟนะ

1077
01:11:46,219 --> 01:11:49,209
จะพังลงนะ จะทำให้

1078
01:11:50,220 --> 01:11:53,210
อาจจะกลายเป็นว่าเลิกเป็นเพื่อนเลยก็ได้

1079
01:11:54,222 --> 01:11:57,210
ค้นหาสิ่งที่ยากจะค้นหาได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

1080
01:11:58,223 --> 01:12:01,209
เอาไปเทียบกัน เอาไปเปรียบเทียบกับงมเข็มในมหาสมุทรนะคะ

1081
01:12:02,224 --> 01:12:05,209
ต่อไป ทำนาบนหลังคน รู้ความหมายแล้ว

1082
01:12:06,240 --> 01:12:10,209
อันนี้บอกเลยนะ ก็คือทำไมครูคณิตา (คุณครูคณิตา)

1083
01:12:10,242 --> 01:12:14,209
(คุณครูคณิตา) ก็คือ ความหมายก็คือการลงทุนไปไม่คุ้มทุน

1084
01:12:14,243 --> 01:12:18,209
ไม่ได้ผลประโยชน์นะคะ ก็คือไม่คุ้มทุนนั่นเอง

1085
01:12:18,246 --> 01:12:22,209
ต่อไป ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำค่ะ

1086
01:12:22,248 --> 01:12:26,209
(คุณครูปรเมษฐ) ตำทำไมล่ะ ตำแล้วทิ้งน่ะ เป็นการเสียดสี

1087
01:12:26,249 --> 01:12:30,213
เกี่ยวกับความหมายของคำพังเพยต่อนะคะ นำขึ้น

1088
01:12:30,250 --> 01:12:34,209
ให้รีบตัก รักวัวให้ผูก รักลูกต้องตี

1089
01:12:34,251 --> 01:12:38,208
ต่อไป อันนี้เป็นการบ้านนะคะ

1090
01:12:38,252 --> 01:12:42,211
ฝากไว้ให้นักเรียนไปค้นคว้าหาความรู้

1091
01:12:42,253 --> 01:12:46,208
นะ แล้วก็ข้างในสดใสข้างในเป็นโพรง

1092
01:12:46,254 --> 01:12:50,208
ความหมายว่าอย่างไร (คุณครูปรเมษฐ) มันมีอีกคำหนึ่งนะ ข้างนอกสุกใส ข้างในติ๊งโหน่ง

1093
01:12:50,255 --> 01:12:54,208
ทำไมต้องผูกวัว ทำไมต้องตีลูกนะ

1094
01:12:54,262 --> 01:12:58,208
ดูนะคะ รักดีหามจั่ว รักชั่วหามเสา

1095
01:12:58,265 --> 01:13:02,208
เด็ก ๆ จดให้เรียบร้อย

1096
01:13:02,266 --> 01:13:06,208
(คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คงจดกันเรียบร้อยแล้วนะคะ

1097
01:13:06,267 --> 01:13:10,208
เด็ก ๆ เคยได้ยินเปล่า มี 2 คำนะครับ

1098
01:13:10,268 --> 01:13:14,208
รักดีหามจั่ว รักชั่วหามเสา

1099
01:13:14,270 --> 01:13:18,208
ก็น่าจะเป็นคำ (คุณครูคณิตา) สุภาษิตค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สุภาษิ

1100
01:13:18,271 --> 01:13:22,208
คืออะไรครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) สุภาษิตคือคำกล่าวที่มีจุดมุ่งหม

1101
01:13:22,274 --> 01:13:26,208
ต่อมาค่ะ เรามาดูเกี่ยวกับอะไรเลย มีสำนวน

1102
01:13:26,274 --> 01:13:30,208
ไปแล้ว (คุณครูปรเมษฐ) มีสำนวนแล้วใช่หรือเปล่า พังเพยแล้ว ต่อไป

1103
01:13:30,275 --> 01:13:34,208
หรือติชมอย่างคำพังเพย

1104
01:13:34,275 --> 01:13:38,208
เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่ว ๆ ไปค่ะ

1105
01:13:38,276 --> 01:13:42,208
คำกล่าวที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อการสั่งสอน

1106
01:13:42,277 --> 01:13:46,208
เตือนสติให้คิด ไม่มีการเสียดสี

1107
01:13:46,278 --> 01:13:50,208
เอาล่ะครับนักเรียนเรามาดูตัวอย่างสุภาษิต

1108
01:13:50,279 --> 01:13:54,209
นะครับโดยนักเรียนจะต้องบันทึกไว้แล้วไปหาความหมายนะครับ

1109
01:13:54,281 --> 01:13:58,208
(คุณครูปรเมษฐ) ก็คือการสั่งสอนใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คล้าย ๆ กับ

1110
01:13:58,281 --> 01:14:02,208
เทศนาโวหารใช่ไหม เป็นหลักการสั่งสอนนะครับ

1111
01:14:02,282 --> 01:14:06,207
(คุณครูคณิตา) การทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว

1112
01:14:06,283 --> 01:14:10,208
หมายถึงพฤติกรรมนะคะ ถ้านักเรียนมีพฤติกรรมดี

1113
01:14:10,284 --> 01:14:14,207
คำแรกเลย ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว

1114
01:14:14,285 --> 01:14:18,208
อันนี้ยังไม่ต้องบันทึก คุณครูคณิตาบอกได้เลยไหม ทำอย่างไร

1115
01:14:18,287 --> 01:14:22,207
ตอบแทนกลับมานั่นเอง แล้วก็ชิงสุกก่อนห่าม

1116
01:14:22,288 --> 01:14:26,207
และเห็นกงจักรเป็นดอกบัวอันนี้ให้ไป

1117
01:14:26,289 --> 01:14:30,207
นักเรียนก็จะได้สิ่งที่ดี ๆ ตอบแทน ถ้านักเรียนทำชั่ว

1118
01:14:30,290 --> 01:14:34,208
พฤติกรรมที่... ก็คือผลที่ไม่ดีนี่

1119
01:14:34,291 --> 01:14:38,208
ที่นักเรียนควรจะปฏิบัติครับ

1120
01:14:38,293 --> 01:14:42,207
การศึกษาสำนวนไทยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มันต้องมีประโยชน์

1121
01:14:42,294 --> 01:14:46,208
(คุณครูคณิตา) หานะคะ ค้นหา ถือว่าเป็นการไฝ่เรียนไฝ่รู้

1122
01:14:46,295 --> 01:14:50,207
ใฝ่รู้ของนักเรียนนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ไปกันต่อ (คุณครูคณิตา)

1123
01:14:50,297 --> 01:14:54,207
ในการเขียนเรียงความต่าง ๆ ได้ดีขึ้น

1124
01:14:54,298 --> 01:14:58,207
คุณค่าให้กับงานเขียนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ก็คือประโยชน์ข้อแรกนะ

1125
01:14:58,299 --> 01:15:02,207
ไม่อย่างนั้นเราจะไม่ศึกษากันนะครับ ประโยชน์ข้อที่ 1 กัน

1126
01:15:02,300 --> 01:15:06,207
นะครับ (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 1 ค่ะ ทำให้ใช้ภาษา

1127
01:15:06,301 --> 01:15:10,207
ได้คติ การศึกษาสำนวนจะได้คติสอนใจ

1128
01:15:10,302 --> 01:15:14,207
ก็คือข้อคิดนั่นเองทุกสำนวนเลย ทุกสุภาษิต

1129
01:15:14,303 --> 01:15:18,207
เป็นการเพิ่มคุณค่า ทำให้งานเขียนนั้นนี่กระจ่างแจ้ง

1130
01:15:18,304 --> 01:15:22,208
เข้าใจยิ่งขึ้นนั่นเองนะครับ ต่อไป

1131
01:15:22,305 --> 01:15:26,207
ฝนทั่งให้เป็นเข็ม

1132
01:15:26,306 --> 01:15:30,207
ไปหาความหมายนะคะ ต่อมาค่ะ

1133
01:15:30,307 --> 01:15:34,207
ทุกคำพังเพยเอย มันแทรกข้อคิดทั้งสิ้น

1134
01:15:34,308 --> 01:15:38,207
ต่อไป ได้ข้อคิดด้านการเรียน (คุณครูคณิตา) ด้านการเรียนนะคะ

1135
01:15:38,309 --> 01:15:42,207
เป็นการเรียนรู้ โดยที่เป็นการเรียนรู้ไปเถอะไม่เสีย

1136
01:15:42,311 --> 01:15:46,207
หายอะไรนะคะ ต่อมาอีกสำนวนหนึ่งนะคะ ก็คือ

1137
01:15:46,312 --> 01:15:50,206
รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม นะคะ

1138
01:15:50,313 --> 01:15:54,209
อาจจะบอกให้เล็กน้อยนะ ก็คือ

1139
01:15:54,316 --> 01:15:58,207
ต่อมา (คุณครูปรเมษฐ) ให้

1140
01:15:58,317 --> 01:16:02,207
ข้อคิดคติสอนใจในการคบค้าสมาคม

1141
01:16:02,318 --> 01:16:06,206
ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอดนะคะ ก็คือความรู้

1142
01:16:06,319 --> 01:16:10,206
มีเยอะ แต่ไม่สามารถที่จะนำไปใช้ประโยชน์ได้

1143
01:16:10,321 --> 01:16:14,206
ผ้า ก็ต้องพินิจพิจารณา

1144
01:16:14,322 --> 01:16:18,206
ตัดสินใจซื้อนะ ต่อไปคบเด็กสร้างบ้าน คบ

1145
01:16:18,326 --> 01:16:22,206
คบคนให้ดูหน้า ซื้อผ้าให้ดูเนื้อ

1146
01:16:22,327 --> 01:16:26,206
เลือกคบใครก็จะต้องดูให้ถึงภายใน จะซื้อ

1147
01:16:26,328 --> 01:16:30,206
เป็นคนเบื่อง่าย ทำอะไรนี่ก็ยังไม่มีวุฒิภาวะ

1148
01:16:30,329 --> 01:16:34,207
มากพอ ส่วนคนเขาบอกว่าว่ากันว่า

1149
01:16:34,331 --> 01:16:38,208
คนหัวล้านสร้างเมือง

1150
01:16:38,332 --> 01:16:42,207
ในสมัยก่อนนะ ก็จะมีลักษณะขี้เบื่อง่ายนะคะ

1151
01:16:42,333 --> 01:16:46,208
ความสำเร็จนั่นเอง (คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ

1152
01:16:46,334 --> 01:16:50,208
ให้คติสอนใจด้านต่าง ๆ นะคะ ก็คือ

1153
01:16:50,337 --> 01:16:54,208
หัวล้านมักจะขี้น้อยใจ จะเป็นเหมือนเด็ก

1154
01:16:54,338 --> 01:16:58,209
ทำอะไรกับคนเหล่านี้นี่มักจะไม่ประสบ

1155
01:16:58,339 --> 01:17:02,209
ไม่ควรไปพูดที่อื่น ปลูกเรือนตามใจผู้อยู้

1156
01:17:02,340 --> 01:17:06,209
ผูกอู่ตามใจผู้นอนนะครับ

1157
01:17:06,342 --> 01:17:10,209
ด้านการครองเรือนค่ะ มีสำนวน

1158
01:17:10,343 --> 01:17:14,209
อะไรบ้างคะ (คุณครูปรเมษฐ) ความในอย่านำออก ความนอกอย่านำเข้านะครับ เรื่องในบ้าน

1159
01:17:14,344 --> 01:17:18,209
ก็ต้องดูว่าผู้ที่นอนน่ะเป้นเด็ก

1160
01:17:18,345 --> 01:17:22,209
(คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมานะคะ ก็คือด้านความรัก

1161
01:17:22,347 --> 01:17:26,209
ปลูกบ้านนี่ ก็จะต้องคำนึงก่อนว่าผู้อยู่บ้านนั้น

1162
01:17:26,348 --> 01:17:30,211
เป็นอย่างไรนะ อู่ ณ ที่นี้คือเปล

1163
01:17:30,349 --> 01:17:34,210
ต่อ รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี

1164
01:17:34,351 --> 01:17:38,210
มีเยอะเลยนะ ให้ข้อคิดนักเรียนสักข้อสิครับ (คุณครูคณิตา)

1165
01:17:38,353 --> 01:17:42,210
นะคะ มีอะไรบ้างคุณครูปรเมษฐ ยามรักน้ำต้มผัก

1166
01:17:42,353 --> 01:17:46,210
ก็ว่าหวานนะ รักยาวให้บั่นรักสั้นให้

1167
01:17:46,354 --> 01:17:50,211
ว่า ทำไมคะ อย่าเลี้ยงลูกด้วยความทะนุทนอม

1168
01:17:50,355 --> 01:17:54,211
ลูกนี่ทำอะไรผิดก็รู้สักสั่งสอน

1169
01:17:54,356 --> 01:17:58,211
เรื่อง รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตีก็แล้วกันนะคะ

1170
01:17:58,357 --> 01:18:02,211
ของการอะไรคะ อบรมสั่งสอนนะ

1171
01:18:02,358 --> 01:18:06,212
หมูไปไก่มา เป็นการทำอะไรครับ คนไทย

1172
01:18:06,359 --> 01:18:10,212
ชอบมีการแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกันนะ

1173
01:18:10,360 --> 01:18:14,212
บ้างนะคะ เอาล่ะค่ะ ต่อมาค่ะ 3. ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นการ

1174
01:18:14,362 --> 01:18:18,212
บอกถึงความเป็นอยู่ของคนไทย เช่น

1175
01:18:18,363 --> 01:18:22,212
ของกิน คนไทยก็จะชอบแลกเปลี่ยนกัน อัฐ

1176
01:18:22,364 --> 01:18:26,212
ยาย อัฐแปลว่าอะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) อัฐ

1177
01:18:26,366 --> 01:18:30,213
แบ่งสันปันส่วน ใช่ในการ

1178
01:18:30,371 --> 01:18:34,213
แบ่งสัดส่วน แบ่งส่วน แบ่งเลือกนาต่าง ๆ แบ่ง

1179
01:18:34,372 --> 01:18:38,213
หญิงค่ะ นี่ก็เป็นลักษณะของการแต่งงาน

1180
01:18:38,374 --> 01:18:42,213
เอาเงินสินสอดนี่จากฝ่ายหญิงมาสู่ขอ

1181
01:18:42,375 --> 01:18:46,213
หมายถึง เบี้ยในสมัยก่อน หรือเปล่าค่ะ อัฐยาย

1182
01:18:46,376 --> 01:18:50,214
ซื้อขนมยายนี่ ความหมายก็คือเอาทรัพย์จากผู้ปกครอง

1183
01:18:50,377 --> 01:18:54,215
วัฒนธรรมทางภาษาให้

1184
01:18:54,377 --> 01:18:58,214
ล้ำค่าของคนไทยให้ลูกหลานได้ภาคภูมิใจ

1185
01:18:58,378 --> 01:19:02,214
ฝ่ายหญิงนั่นเอง นั่นเป็นการอัฐยายซื้อขนมยายนั่นเองนะคะ

1186
01:19:02,379 --> 01:19:06,215
(คุณครูปรเมษฐ) ครับ ต่อไป เป็นการรักษา

1187
01:19:06,380 --> 01:19:10,215
ของวันนี้นะคะ ให้นักเรียนรวบรวมคำสำนวนสุ

1188
01:19:10,381 --> 01:19:14,214
สุภาษิตคำพังเพย พร้อมทั้งความหมาย แล้วจัดทำ

1189
01:19:14,382 --> 01:19:18,215
เช่น สำนวนว่า ไม่มีนะ เดี๋ยวเราไปทำกิจกรรม

1190
01:19:18,383 --> 01:19:22,216
เพิ่มเติมความรู้ดีกว่าครูคณิตา ให้ทำอะไรครับ (คุณครูคณิตา) กิจกรรม

1191
01:19:22,388 --> 01:19:26,217
คำพังเพยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นะครับ คำชี้แจงนะครับ (คุณครูคณิตา) คำชี้แจง

1192
01:19:26,391 --> 01:19:30,226
นะคะ ก็คำชี้แจงของนักเรียน ก็ให้นักเรียน

1193
01:19:30,392 --> 01:19:34,216
เป็นพจนานุกรมสำนวนไทยประจำกลุ่มค่ะ

1194
01:19:34,393 --> 01:19:38,216
โดยใช้ใบความรู้เรื่อง สำนวน สุภาษิต

1195
01:19:38,394 --> 01:19:42,216
โดยใช้ใบความรู้เรื่องสำนวน สุภาษิต คำพังเพย นะคะ

1196
01:19:42,395 --> 01:19:46,215
COVID-19 นะคะ นักเรียนอาจจะนั่ง

1197
01:19:46,396 --> 01:19:50,216
รวบรวมสำนวนสุภาษิตคำพังเพยนะคะ

1198
01:19:50,397 --> 01:19:54,216
แล้วจัดทำเป็นพจนานุกรมสำนวนไทยประจำกลุ่ม

1199
01:19:54,398 --> 01:19:58,216
พขนานุกรมของกลุ่มก็ได้ แล้วคุณครูปลายทางล่ะค่ะ

1200
01:19:58,400 --> 01:20:02,217
อย่างไร (คุณครูปรเมษฐ) ครูก็ดูแลนะครับ การทำงานของนักเรียน

1201
01:20:02,401 --> 01:20:06,216

1202
01:20:06,401 --> 01:20:10,217
ค่อยนำมารวบรวมเป็นเล่ม เป็น

1203
01:20:10,402 --> 01:20:14,220
ดูตัวอย่างเป็นเล่มนี่ ดูตัวอย่างใบความรู้

1204
01:20:14,402 --> 01:20:18,218
รูปแบบใบความรู้นะคะ จะมีอยู่ทั้งหมด 2 แผ่น

1205
01:20:18,404 --> 01:20:22,218
ให้คำแนะนำนักเรียน ในส่วนที่ไม่เข้าใจต่าง ๆ นะครับ

1206
01:20:22,405 --> 01:20:26,217
ให้นักเรียนดูหรือครับ (คุณครูคณิตา) มีตัวอย่างสิคะ แต่ก่อนที่จะ

1207
01:20:26,405 --> 01:20:30,218
ให้นักเรียนเลือกสำนววนนะในใบความรู้

1208
01:20:30,406 --> 01:20:34,217
เป็นรูปเล่มนะคะ เอาล่ะค่ะนักเรียน

1209
01:20:34,407 --> 01:20:38,218
ด้วยกันนะ ให้นักเรียนนะคะ ลองดูนะคะ ครูปรเมษฐคะ

