ทุกท่าน และนักเรียนปลายทางทุกคนเข้าสู่รายวิชาภาษาไทย พบกับคุณครูคณิตา และคุณครูปรเมษและคุณครูปรเมษฐ ในรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6มีเรื่องสนุก ๆ อะไรให้นักเรียนเล่นวันนี้นะครับ ครูจะพาไปท่องโลกแห่งสำนวนไทย สุภาษิต และคำพังเพยนะครับซึ่งก็เป็นเรื่องที่หนู ๆ นั้นเคนศึกษากันมาแล้ว ในเรื่องก่อนจะขึ้น ป. 6 นี้นะคะ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ที่เด็ก ๆ นี่ชอบมากเลยใช่ไหมคะ เกี่ยวกับเรื่องสุภาษิต คำพังเพย (คุณครูปรเมษฐ)คราวนี้เดี๋ยวเรามาดูในเนื้อหาของชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 กันบ้าง ว่าจะมีความสนุกและความรู้ซ่อนอยู่ข้างในนั้นมากน้อยเพียงใด เด็ก ๆไปศึกษากันเลยครับวันนี้ครูคณิตามีรูปภาพมาให้(คุณครูคณิตา) ค่ะ วันนี้นะคะ ให้นักเรียนนะคะพิจารณาภาพนะคะ บนหน้าจอนะคะ หลังจากนั้นลองทายดูสิว่าเป็นสำนวนสุภาษิตคำพังเพยเกี่ยวกับอะไร (คุณครูปรเมษฐ) ทายเป็นสำนวนเลยใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ นักเรียนสังเกตดูมีอะไรอยู่บ้างนะ มีนาย นายพรานมีป่า มีช้างนะคะ แล้วก็มีอะไรอีกคะครูปรเมษฐจิ้งจอก (คุณครูคณิตา) แล้วที่สำคัญล่ะค่ะคือ (คุณครูปรเมษฐ) มี (คุณครูคณิตา) คืออะไรคะใบอะไรนี่เด็ก ๆ (คุณครูคณิตา) ใบอะไรเอ่ยใบ... ใบอะไรนะ ใบบัวหรือเปล่าคะ ใช่ไหม (คุณครูปรเมษฐ) ใบบัว ใบบัวนี่มีหลายชนิดนะครับ ใบบัวที่เราน่าจะเปรียบเทียบ คือ ใบบัวหลวงเด็ก ๆ รู้จักไหม บัวหลวงจะเป็นลักษณะใบที่ใหญ่นะนำไปไว้บูชาพระ อันนี้คือใบบัวหลวงถ้าเด็ก ๆ จะทายเป็นสำนวน คุณครูช่วยก่อนดีกว่าภาพแรกน่ะ(คุณครูคณิตา) ภาพแรกใช่ไหมคะ พูดพร้อม ๆ กันค่ะ สำนวนอะไรเอ่ยช้างตายทั้งตัวเอาใบบัวมาปิด (คุณครูปรเมษฐ) นี่คือปริศนาสำนวนไทยนั่นเอง ให้นักเรียนลองทายดูนะครับต่อไป ๆ เดี๋ยวคุณครูคณิตาไม่บอกควายหมายหน่อยหรือครับ (คุณครูคณิตา) ความหมายนะคะ ก็คือ การกระทำความผิดใหญ่หลวงย่อมไม่อาจปกปิดได้นะคะ ต้องมีผู้รู้ไม่วันใดก็วันหนึ่ง (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับช้างตัวใหญ่โต ใบบัวใบนิดเดียวไม่สามารถมาปิดช้างได้นะครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ (คุณครูปรเมษฐ) ดูสำนวนนะครับ เปิดภาพปุ๊บให้เวลาคิด 3 วิ(คุณครูคณิตา) เป็นความรู้เก่านะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา)ง่ายมากเลยค่ะนักเรียน ตอบ 1 23 ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คือสำนวน เก่งมากครับ จับปลา 2 มือ (คุณครูปรเมษฐ) จับปลาสองมือเห็นเด็ก ๆ จับปลานะ แล้วมีความหมายว่าอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) บอกไว้ก่อนนะคะ มีความหมายในทางที่ดี หรือไม่ดีคะ ตอบเลยค่ะคุณครูปรเมษฐคะคุณครูปรเมษฐลองบอกสิคะในเชิงบวกหรือเชิงลบค่ะ จับปลา 2 มือนี่ (คุณครูปรเมษฐ)เอาไว้ตำหนินะ เวลาทำอะไรนี่ เวลาทำอะไรลทำ 2 สิ่ง 2 อย่างพร้อมกันบางทีสำเร็จไหม (คุณครูคณิตา) ไม่สำเร็จสักอย่างหนึ่ง หรือว่าทำแล้วมันไม่ดีเลยสักอย่างหนึ่งนะคะ เพราะฉะนั้นนี่หากเราจะทำอะไรอย่างใดอย่างหนึ่งนี่ทำไมคะ เลือกทำนะคะ อย่าจับปลาสองมือ เพราะว่าไม่อย่างนั้นนี่ พวกงานต่าง ๆ ที่ทำก็อาจจะไม่สำเร็จหรือออกมาไม่ดีก็ได้ค่ะ(คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ เปรียบดั่งปลาที่จับมือเดียวมันอาจจะหลุดไปได้ ก็สุดท้ายแล้วไม่ได้กินอะไรเลยนะครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เตรียมตัว ดูให้ดีนะมีงูมีเด็ก ลักษณะอาการเขี้ยงหรือออกไป ตอบครับเป็นสำนวน(คุณครูคณิตา) อะไรเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) เก่งมาก ขว้างงูไม่พ้นคอ (คุณครูคณิตา) ค่ะ(คุณครูปรเมษฐ) เป็นอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) กระทำในสิ่งที่เป็นผลร้ายนะคะ แล้วทำไมเอ่ย ย้อนกลับเข้าตัวเอง (คุณครูปรเมษฐ) เปรียบเสมือนดังเราตีงูแต่ไม่ตายดีแล้วเราจะเขวี้ยงหรือปาทิ้ง แต่สุดท้ายไม่พ้นตัวเอง กลับมาแว้งกัด ดังที่ครูคณิตาได้อธิบาย เด็ก ๆ พร้อมนะหมดหรือยัง (คุณครูคณิตา) หมดแล้วค่ะ น่าเสียดายจังเลยครูเชื่อว่ามีอีกหลายภาพที่เด็ก ๆ จะได้ทายสำนวนกันนะครับ ไปดูกันต่อ คำถามกระตุ้นความคิดวันนี้นะครับ การใช้สำนวนสุภาษิตและคำพังเพยนะ จำเป็นจะต้องรู้ความหมายหรือไม่ เพราะเหตุใดอย่างเช่น เมื่อสักครู่ที่ครูคณิตาให้ดูภาพที่ครูให้ดูภาพ ครูจะถามครูคณิตาว่าหมายความว่าอย่างไรใช่ไหม เด็ก ๆ คิดว่าจำเป็นไหมละ (คุณครูคณิตา)ตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ มันจำเป็นจะต้องรู้ความหมาย แต่อันนั้นไม่เท่าไร รู้ความหมายนี่รู้รู้ความหมายนี่รู้เพราะเหตุใด(คุณครูคณิตา) อันนี้เป็นการแสดงความคิดเห็นนะคะ ทำไมเราจึงต้องรู้ความหมายเกี่ยวกับสำนวน สุภาษิต คำพังเพย เพราะอะไรเอ่ย เพราะอะไรนะได้ยินมาแว่ว ๆ นะคะ ว่าการที่เราจะรู้เกี่ยวกับสำนวนสุภาษิต คำพังเพยนี่ทำไมเราถึงจะต้องรู้ เพราะว่าเราจำเป็นจะต้องทราบก่อนใช่ไหมคะ ต้องทราบความหมายก่อนทราบความหมายเหล่านั้นเราก็นำมาใช้สื่อสารได้ตรงตามวัตถุประสงค์นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับผมมันเป็นที่มาแห่งการเรียนนะครับ ที่มาของการเรียนคำพังเพยนั้นก็จะต้องรู้ว่าเราจะเรียนไปทำไมนะครับ จึงต้องแจ้งจุดประสงค์ให้เราได้รับรู้นะครับก็คือนักเรียนนั้นจะต้องสามารถอธิบาย รวบรวมคำสำนวน สุภาษิต คำพังเพยที่จะนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน รวมถึงต้องเห็นความสำคัญของสำนวนไทยด้วย อันนี้ก็คือสิ่งที่เด็ก ๆ นั้นจะต้องปฏิบัติและจะต้องนำไปใช้ในชีวิตจริงใช่ไหมครับนะคะ คู่อยู่คู่กับคนไทยมายาวนานถ้าไม่สำคัญนี่ เราก็คงไม่ต้องมาเรียนรู้กันหรอก ใช่ไหมคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่แล้วครับผม ไปกันต่อเลยครับทายภาพทราบสำนวน (คุณครูคณิตา)เมื่อกี้เป็นการวอร์มเครื่อง เป็นการเตรียมความพร้อมใช่ไหมคะ เอ่าล่ะค่ะ ตอนนี้นะ(คุณครูคณิตา) เอาจริงแล้วนะ ๆ (คุณครูปรเมษฐ) เตรียมตัวเลย ครูไม่บอกแล้วนะครูจะให้ดูภาพ แล้วจะบอกความหมาย แล้วจะบอกเลยนะครับ 1, 2, 3คิดครับตอบแล้ว ตอบว่าอะไรนะอีกครั้งสิ สำนวนนี้มีชื่อว่า เขครกขึ้นภูเขาเดี๋ยวคุณครูขออธิบายก่อนนะ จากรูปนี่ไม่ใช่ครกที่ใช้ตำน้ำพริกนะนักเรียน โบราณไม่มีโรงสี โรงสี คือ โรงสีข้าวตำข้าว ต้องใช้ไม้เป็นต้น แล้วก็มาขุดให้มันเป็นหลุมลงไป ใช้ในการตำข้าวคุณครูคณิตาแล้วมันมีความหมายว่าอย่างไรล่ะ (คุณครูคณิตา)หมายก็คือ การทำอะไรก็บรรลุผลนั้นนะคะ ไม่ใช่สิ่งที่กระทำโดยง่ายค่ะ ส่วนใหญ่นี่จะใช้กับงานที่ทำไม่ค่อยสำเร็จนะคะก็คือการเข็น กลิ้ง มันจะเป็นแบบ นักเรียนลองนึกภาพนะคะ นำครกที่คุณครูปรเมษฐบอกใช่ไหมคะ ที่เป็นไม้ต้นใหญ่ถ้าใครมีนะ แถวบ้านนะ ก็ลองไป... (คุณครูปรเมษฐ) ลองไปเข็นเลยหรือครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ จะได้รู้ไงคะ ถึงความยากลำบาก ว่ามันยากลำบากขนาดไหน (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ไปทำตามทับขึ้นมาคุณครูคณิตาจะรับผิดชอบอย่างไร (คุณครูคณิตา) อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของนักเรียนนะคะ ว่านักเรียนควรทำหรือไม่ทำนะคะ แต่ก็ถ้าหากอยากลองนะคะ แต่ถ้าจะลองนะคะ ต้องมีผ้ปกครองดูแลความปลอดภัยด้วยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่าครูคณิตาจะให้ทำจริงดูภาพต่อไปครับคิดเลย (คุณครูคณิตา) อะไรเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) นี่ตอบแล้ว เดี๋ยว ๆ ฟังอีกครั้งหนึ่งสิมีปู มีการหยิบ การจับเก่งมากครับ จับปูใส่กระด้ง(คุณครูคณิตา) ความหมายก่อนดีไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) บอกความหมายก่อน (คุณครูคณิตา) ความหมายก็คือ ยากที่จะอยู่นิ่ง ๆ ได้ยกเว้นว่าปูจะโดนจับมัด เดี๋ยวนักเรียนจะบอกว่าผมเคยเห็นครับ ปูนอนนิ่งอยู่เพราะว่ามันจับมัดเสร็จแล้วนะ แต่ถ้าตามปกตินะถ้าปูนี่ไม่โดนจับมัด ไม่ตายนะคะเป็นในลักษณะอย่างนี้ ปูจะอยู่ไม่นิ่งมันคล้าย ๆ กับอีกสำนวนหนึ่ง คืออะไรนะได้ยินแน่นอนนะคะ ก็คือสำนวนซนอะไรนะ ซนเหมือน เหมือนอะไรนะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ)ซนเหมือนลิงเหมือค่างเปรียบเหมือนดั่งที่ครูนี่ ไปทัศศึกษาอย่างกับจับปูใส่กระด้งเลยนะเป็นการเปรียบเทียบ ไม่อยู่นิ่ง วิ่งไปวิ่งมาเพราะฉะนั้น เธอจะทำตัวเหมือนปูหรือเปล่าที่ไม่อยู่นิ่งอันนี้ให้คิดนะครับ ดูภาพ ต้องดูภาพสิ่งที่เป็นภาชนะสานนี่นะครับ เขาเรียกว่า "กระด้งนะ เอาไว้ใช้ในการตากปลาใส่ของนะครับ อันนี้คือปู เด็ก ๆ รู้จักแล้วนะไปกันต่อ ภาพต่อไปเตรียมตัวนะครับ(คุณครูคณิตา) โบราณเลยนะคะ อันนี้ก็มาลักษณะ อะไรเอ่ย มีอะไรนะอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) รูปปั้นใช่ไหมครับครูคณิตามีเขา น่าจะเป็นวัว หรือเป็นความ (คุณครูคณิตา) ไม่แน่ใจนักเรียนคะ เมื่อกี้ครูมีคีย์เวิร์ดนะมีใบ้นิดหนึ่งนะ มีวัวกับควายนะคะตั้งแต่เห็นภาพแล้วครูคณิตา ตอบว่าสำนวน(คุณครูคณิตา) ยาวหน่อยนะคะ อยู่บ้านท่าน อย่านิ่งดูดาย ปั้นวัวปั้นควายให้ลูกท่านเล่น (คุณครูปรเมษฐ) คราวนี้ดูความหมาย (คุณครูคณิตา) ความหมายนะคะเมื่อเราไปอาศัยอยู่บ้านของใครนะคะก็ควรที่จะทำประโยชน์ให้บ้านเหล่านั้นด้วยนะคะ หรือว่าบ้านคนที่เราไปอาศัยอยู่ด้วยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ ไปกันต่อเลยมันรูปผู้หญิงหรือผู้ชายคู่กัน(คุณครูคณิตา) เขาจะเป็นอะไรคะนักเรียน (คุณครูปรเมษฐ) ไหนลองยืนให้เหมือนสิครับครูคณิตา(คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ (คุณครูปรเมษฐ) สมมติครูกับครูคณิตาเลยนะภาพนี้ขยับเข้ามา (คุณครูคณิตา) ค่ะ อาจจะไม่เหมือนในรูปนะคะครนะคะ คุณครูปรเมษฐนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ทายสำนวนสิตอบว่าเป็นสำนวนอะไรครับกิ่งทองใบหยกนะ เป็นคำโบราณใช่ไหมครูคณิตา(คุณครูคณิตา) เป็นคำโบราณค่ะ เด็ก ๆ นี่อาจจะไกลหน่อยนะคะ เขาเรียกว่ายัง เขาเรียกว่า "ยังไม่ถึงวัย"นะ กิ่งทองใบหยกนะคะ ใช้กับคำว่า "เหมาะสมกันมาก" เหมือนคุณครูกับคุณครูปรเมษฐนีนะคะ สามารถที่จะสอนนักเรียนได้อย่างสนุกสนานแต่ว่าสำนวน คำว่า "กิ่งทองใบหยก" นี่ เราจะใช้กับชาย - หญิง ที่จะแต่งงานกันแล้วนะคะต่อไปกันเลยดีกว่าค่ะ เด็ก ๆ คงรอแล้วค่ะ เรื่องสำนว(คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ทายเลยปลูกข้าวครับ ปลูกข้าว คือ การทำนา ที่ไหนตอบคำถาม 1 2 3 ทำนาบนหลังคนคุณครูคณิตาอธิบายความหมายครับ (คุณครูคณิตา)นักเรียนพิจารณาดูรูปภาพของคนนะคะผอม แห้ง แสดงว่าการทำนาบนหลังคนเป็นสำนวนที่เป็นการบอกนะคะ ว่าเป็นการหาผลประโยชน์โดยการขูดรีดจากผู้อื่นนั่นเอง ดูสิคนที่หาผลประโยชน์เป็นอย่างไร อ้วน ท้วนส่วนคนที่ถูกขูดรีดล่ะคะเป็นอย่างไร ผอมแห้งแรงน้อยนะคะ เพราะฉะนั้นนี่เมื่อโตไปนะคะอย่าเป็นคนที่ทำนาบนหลังคนนะคะจะต้องรู้จักแบ่งปัน เอื้อเฟื้อ เผื่อแพ่(คุณครูปรเมษฐ) หมดหรือยังครูคณิตา (คุณครูคณิตา) หมดแล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) หมดแล้วเด็ก ๆ ยังอยากจะทายอีก ไม่เป้ฯไรครับ เด็ก ๆสามารถที่จะไปหาภาพมาทายเล่นกับเพื่อนนะภาพสำนวนที่จะนำมาทายมีมายเลย ใช่ไหมครับครูคณิตา(คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ หลังจากที่เรานี่ได้ทายเกี่ยวกับรูปภาพ สำนวนสุภาษิต คำพังเพย ไปแล้วนักเรียนรู้ความหมายเกี่ยวกับสำนวนหรือความหมายเกี่ยวกับคำพังเพย และความหมายเกี่ยวกับสุภาษิตบ้างหรือเปล่า (คุณครูปรเมษฐ) ที่คุณครูคณิตาต้องถามนี่เพราะมันเป็นเรื่องที่หนู ๆ จะได้เรียนสำนวนสุภาษิตและคำพังเพยใช่ไหมครูคณิตาความหมายกันเลยดีกว่านะคะ นักเรียนเตรีมสมุดปากกา เตรียมจดด้วยนะคะ จดด้วยความเข้าใจของตัวเอง (คุณครูปรเมษฐ) อย่าลืมนะ สำคัญมากเดี๋ยวจะไม่รู้ว่าเรียนวันไหนไปดูกันเลย คำแรกเลยนะครับคืออะไรครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) สำนวนค่ะ คือคำพูด หรือ ถ้อยคำที่กระทัดรัดสละสลวยมีความหมายโดยนัยความหมายเชิงอุปมาเปรียบเทียบ จะไม่แปลความหมายตรงตามตัวอักษรค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ก็คือคำนิยามของหมายของคำว่า "สำนวน" ก็คือแปลไม่ตรงความหมายแล้วก็มีความหมายโดยนัย โดยนัยมันคืออะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เราจะต้องแปลความหมายอีกรอบหนึ่งเดี๋ยวนักเรียนอาจจะนึกภาพไม่ออก มาดูตัวอย่างกันดีกว่าค่ะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ครับผม ตัวอย่างสำนวนนะครับ (คุณครูคณิตา)ตัวอย่างแรก คำว่า "ไขสือ"คุณครูปรเมษฐอย่ามาทำไขสือแปลว่าอะไร แปลว่าอะไรคะแปลว่า ทำเป็นไม่รู้ไม่ไม่รู้ ไม่เข้าใจเห็นไหมคำว่าไขสือ ตรงตามตัวไหมคะ สำนวนจะแปลไม่ตรงตามตัวอักษรและมีความหมายโดยนัยคือเราจะต้องหาความหมายของสำนวนนี้อีกครั้งหนึ่ง (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาปากเสีย นักเรียนคงคุ้น ๆ ล่ะค่ะคุณครูปรเมษฐนี่ปากเสียมากเลยนะ เป็นการยกตัวอย่างนะคะคุณครูปรเมษฐ คุณครูปรเมษฐทราบไหมคะ คำว่า "ปากเสีย" หมายความว่าอย่างไร(คุณครูปรเมษฐ) ปากที่เน่าเสีย (คุณครูคณิตา) ปากที่เน่าเสีย ต้องไทันตแพทย์นะคะ ปากที่เน่าเสียนะ แต่คำว่า "ปากเสีย"นะคะ ในความหมายเชิงสำนวน หมายถึง ปากที่พูด พูดเป็นอย่างไร พูดว่าร้ายพูดไม่ดี นักเรียนคะ ก็คือเป็นการพูดเชิงตัดกำลังใจนะคะ หรือพูดให้ร้ายวร้าย ว่าร้ายผู้อื่นนะคะ ซึ่งครูปรเมษฐนี่นะคะคุณครูเป็นคนดีนะคะ พูดแต่สรรเสริญเยินยอผู้อื่นนะคะนักเรียน (คุณครูปรเมษฐ) เดี๋ยว ๆโดยนัยนี่เดี๋ยวขยายให้นักเรียนเข้าใจตรงนี้เลยปากเสีย ที่ครูบอกครูคณิตานี่พัง อันนั้นคือความหมายโดยตรง แต่ที่ครูคณิตาบอก ก็คือปากเสีย ก็คือพูดไม่ดี พูดว่าร้ายคนอื่นคือ ความหมายโดยนัยนะครับ ก็คือสำนวนมันแปลไม่ตรงความหมายนั่นเองฟังนี่นะครับ อีกสำนวนหนึ่ง (คุณครูคณิตา) คำว่ายกเมฆ (คุณครูปรเมษฐ) แบบนี้ หยิบเมฆมา แล้วบกเมฆ(คุณครูคณิตา) ครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ความหมายโดยอะไร (คุณครูคณิตา)ตรงค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเป็นโดยนัย (คุณครูคณิตา) ครเมฆ นี้ไม่สามารถยกได้นะคะ แต่ถ้าเป็นเมฆที่ว่าเป็นตุ๊กตาหรือหมอน น่าจะยกได้ความหมายของคำว่า "ยกเมฆ" คืออะไรคะคือการพูดเรื่องที่มันไม่มีหลักฐานอยู่นั่นเองหลักฐานอยู่นั่นเอง นี่ก็คือเป็นหลักฐานโดยนัยนะ ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อีกสำนวนคือ ชั่วช่างชี ดีช่างสงฆ์ ลองให้นักเรียนไปอ่านบ้างสิ (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เขามีพจนานุกรมลองเปิดหาความหมายไปพร้อม ๆ กับครูเลยจดลงไปนะคะ ชั่วช่างชี ดีช่างสงห์ไปหาความหมายเพิ่มเติมนะคะ คุณครูปลายทางคะ รบกวนนะคะ ตรวจสอบคำตอบของนักเรียนด้วยนะคะ(คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ เดี๋ยวเราทิ้งไว้เป็นการบ้านดีไหมชั่วช่างดี ดีช่างสงฆ์นะ(คุณครูปรเมษฐ) จดเสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ ไปต่อ(คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มีตัวอย่างสำนวนอีกแล้วครูคณิตาตัวอย่างสำนวนใช่ไหมคะ และให้นักเรียนจดไปค่ะแล้วไปหาสำนวนนะคะ แล้วไปหาความหมายของมัน (คุณครูปรเมษฐ) 4 คำ ก็ 4 วินาทีพอไหม (คุณครูคณิตา) โห 4 วินาที เร็วเกินไปค่ะ จดค่ะน้ำบ่อน้อย ขมิ้นกับปูน ดินพอกหองหมู(คุณครูคณิตา) ต่อปากต่อคำน้ำบ่อน้อย ถ้าเป็นความหมายโดยตรง ก็เป็นน้ำที่มีน้ำน้อยใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) อันนี้ค่ะนักเรียนคุณครูก็แหม ใจดีกับนักเรียนอีกแล้วนักเรียนที่น่ารักทุกคนนะคะในที่นี้หมายถึงน้ำลายค่ะ หมายถึงน้ำลายค่ะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่น้ำบ่อน้อยนี่หมายถึงน้ำลาย ซึ่งเขาจะใช้ในช่วง เขาจะใช้ในตัวอย่างหรือความหมายที่ในเชิงเกี่ยวกับการค้าขายนะ อย่างเช่นการทำมาหากินในยุคนี้นี่เหมือนน้ำบ่อน้อยได้บ้างไม่ได้บ้างแต่ละคนนี่ก็ต่างแย่งกันน้ำบ่อน้อย น้ำลายน่ะมีอะไรคะ มีนิดเดียว ได้บ้างไม่ได้บ้าง เพราะต่างคนต่างแย่งกัน ต่อมานะคะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้คือให้หาเอง (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะให้หาเองดีกว่านะคะ (คุณครูปรเมษฐ) จดเรียบร้อยนะครับเด็ก ๆจะเป็นผู้ตรวจสอบนะครับ ไปกันต่อ ทีนี้คำพังเพยคำพังเพยคือสิ่งใดไหนเล่าถ้อยคำที่เปรียบเทียบเหตุการณ์หรือเรื่องราวต่าง ๆ ที่พบเห็นในการดำรงชีวิตรุ่นก่อน ไม่เน้นการสั่งสอนแต่ใช้ในทำนองเปรียบเทียบหรือเป็นข้อคิดสะกิดใจให้นำมาปฏิบัติสำนวนมาแล้ว คำพังเพยตามมานะครับ คำพังเพย คือ การเปรียบเทียบนะเด็ก ๆ การเปรียบเทียบ การเสียดสี ประชดประชันถ้อยคำที่จะนำมาใช้เกี่ยวกับคำพังเพยถ้าครูอธิบายแบบนี้ไม่เห็นภาพ เดี๋ยวไปดูกันดีกว่านะครับ (คุณครูคณิตา) นักเรียนจำไว้นะคะ เมื่อไหร่ก็ตามเจออะไรที่เป็นลักษณะของเสียดสี ให้นึกไว้เลยพังเพย มาดูตัวอย่างกันเลยดีกว่าขิงก็รา ข่าก็แรง เป็นลักษณะการเสียดสีนะ การเสียดสีอย่างไรเอ่ยก็คือความหมายนะคะ ต่างคนนี่ต่างไม่ยอมลดละกันอย่างเช่น อารมณ์ร้อนกันทั้งคู่นี่ ต่างไม่มีคนใดคนหนึ่งนี่ยอมเย็นเลยนะคะยอมที่เป็นฝ่ายขอโทษก่อนนะคะ ต่างคนต่างร้อน อารมณ์ร้อนใส่กันทั้งคู่ ถ้าอารมณ์ร้อนใส่กันทั้งคู่นี่ จะเป็นอย่างไรคะ ความสัมพันธ์จะพังลงนะ จะทำให้อาจจะกลายเป็นว่าเลิกเป็นเพื่อนเลยก็ได้นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) แต่สำหรับครูนี่อารมณ์เย็นตลอดเวลานะครับ (คุณครูคณิตา)คณิตาจะอารมณ์ร้อนคุณครูก็จะเป็นน้ำไปดับไฟนะต่อไป ทำนาบนหลังคน รู้ความหมายแล้วอันนี้บอกเลยนะ ก็คือทำไมครูคณิตา (คุณครูคณิตา)ค้นหาสิ่งที่ยากจะค้นหาได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)เอาไปเทียบกัน เอาไปเปรียบเทียบกับงมเข็มในมหาสมุทรนะคะต่อไป ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำค่ะ(คุณครูปรเมษฐ) ตำทำไมล่ะ ตำแล้วทิ้งน่ะ เป็นการเสียดสี(คุณครูคณิตา) ก็คือ ความหมายก็คือการลงทุนไปไม่คุ้มทุนไม่ได้ผลประโยชน์นะคะ ก็คือไม่คุ้มทุนนั่นเองต่อไป อันนี้เป็นการบ้านนะคะฝากไว้ให้นักเรียนไปค้นคว้าหาความรู้เกี่ยวกับความหมายของคำพังเพยต่อนะคะ นำขึ้นให้รีบตัก รักวัวให้ผูก รักลูกต้องตีทำไมต้องผูกวัว ทำไมต้องตีลูกนะดูนะคะ รักดีหามจั่ว รักชั่วหามเสานะ แล้วก็ข้างในสดใสข้างในเป็นโพรงความหมายว่าอย่างไร (คุณครูปรเมษฐ) มันมีอีกคำหนึ่งนะ ข้างนอกสุกใส ข้างในติ๊งโหน่งเด็ก ๆ เคยได้ยินเปล่า มี 2 คำนะครับรักดีหามจั่ว รักชั่วหามเสาเด็ก ๆ จดให้เรียบร้อย(คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คงจดกันเรียบร้อยแล้วนะคะต่อมาค่ะ เรามาดูเกี่ยวกับอะไรเลย มีสำนวนไปแล้ว (คุณครูปรเมษฐ) มีสำนวนแล้วใช่หรือเปล่า พังเพยแล้ว ต่อไปก็น่าจะเป็นคำ (คุณครูคณิตา) สุภาษิตค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สุภาษิคืออะไรครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) สุภาษิตคือคำกล่าวที่มีจุดมุ่งหมคำกล่าวที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อการสั่งสอนเตือนสติให้คิด ไม่มีการเสียดสีหรือติชมอย่างคำพังเพยเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่ว ๆ ไปค่ะ(คุณครูปรเมษฐ) ก็คือการสั่งสอนใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คล้าย ๆ กับเทศนาโวหารใช่ไหม เป็นหลักการสั่งสอนนะครับเอาล่ะครับนักเรียนเรามาดูตัวอย่างสุภาษิตนะครับโดยนักเรียนจะต้องบันทึกไว้แล้วไปหาความหมายนะครับคำแรกเลย ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่วอันนี้ยังไม่ต้องบันทึก คุณครูคณิตาบอกได้เลยไหม ทำอย่างไร(คุณครูคณิตา) การทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่วหมายถึงพฤติกรรมนะคะ ถ้านักเรียนมีพฤติกรรมดีนักเรียนก็จะได้สิ่งที่ดี ๆ ตอบแทน ถ้านักเรียนทำชั่วพฤติกรรมที่... ก็คือผลที่ไม่ดีนี่ตอบแทนกลับมานั่นเอง แล้วก็ชิงสุกก่อนห่ามและเห็นกงจักรเป็นดอกบัวอันนี้ให้ไป(คุณครูคณิตา) หานะคะ ค้นหา ถือว่าเป็นการไฝ่เรียนไฝ่รู้ใฝ่รู้ของนักเรียนนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ไปกันต่อ (คุณครูคณิตา)ที่นักเรียนควรจะปฏิบัติครับการศึกษาสำนวนไทยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มันต้องมีประโยชน์ไม่อย่างนั้นเราจะไม่ศึกษากันนะครับ ประโยชน์ข้อที่ 1 กันนะครับ (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 1 ค่ะ ทำให้ใช้ภาษาในการเขียนเรียงความต่าง ๆ ได้ดีขึ้นคุณค่าให้กับงานเขียนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ก็คือประโยชน์ข้อแรกนะเป็นการเพิ่มคุณค่า ทำให้งานเขียนนั้นนี่กระจ่างแจ้งเข้าใจยิ่งขึ้นนั่นเองนะครับ ต่อไปได้คติ การศึกษาสำนวนจะได้คติสอนใจก็คือข้อคิดนั่นเองทุกสำนวนเลย ทุกสุภาษิตทุกคำพังเพยเอย มันแทรกข้อคิดทั้งสิ้นต่อไป ได้ข้อคิดด้านการเรียน (คุณครูคณิตา) ด้านการเรียนนะคะฝนทั่งให้เป็นเข็มไปหาความหมายนะคะ ต่อมาค่ะรู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม นะคะอาจจะบอกให้เล็กน้อยนะ ก็คือเป็นการเรียนรู้ โดยที่เป็นการเรียนรู้ไปเถอะไม่เสียหายอะไรนะคะ ต่อมาอีกสำนวนหนึ่งนะคะ ก็คือความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอดนะคะ ก็คือความรู้มีเยอะ แต่ไม่สามารถที่จะนำไปใช้ประโยชน์ได้ต่อมา (คุณครูปรเมษฐ) ให้ข้อคิดคติสอนใจในการคบค้าสมาคมคบคนให้ดูหน้า ซื้อผ้าให้ดูเนื้อเลือกคบใครก็จะต้องดูให้ถึงภายใน จะซื้อผ้า ก็ต้องพินิจพิจารณาตัดสินใจซื้อนะ ต่อไปคบเด็กสร้างบ้าน คบคนหัวล้านสร้างเมืองในสมัยก่อนนะ ก็จะมีลักษณะขี้เบื่อง่ายนะคะเป็นคนเบื่อง่าย ทำอะไรนี่ก็ยังไม่มีวุฒิภาวะมากพอ ส่วนคนเขาบอกว่าว่ากันว่าหัวล้านมักจะขี้น้อยใจ จะเป็นเหมือนเด็กทำอะไรกับคนเหล่านี้นี่มักจะไม่ประสบความสำเร็จนั่นเอง (คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะให้คติสอนใจด้านต่าง ๆ นะคะ ก็คือด้านการครองเรือนค่ะ มีสำนวนอะไรบ้างคะ (คุณครูปรเมษฐ) ความในอย่านำออก ความนอกอย่านำเข้านะครับ เรื่องในบ้านไม่ควรไปพูดที่อื่น ปลูกเรือนตามใจผู้อยู้ผูกอู่ตามใจผู้นอนนะครับปลูกบ้านนี่ ก็จะต้องคำนึงก่อนว่าผู้อยู่บ้านนั้นเป็นอย่างไรนะ อู่ ณ ที่นี้คือเปลก็ต้องดูว่าผู้ที่นอนน่ะเป้นเด็ก(คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมานะคะ ก็คือด้านความรักนะคะ มีอะไรบ้างคุณครูปรเมษฐ ยามรักน้ำต้มผักก็ว่าหวานนะ รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตีมีเยอะเลยนะ ให้ข้อคิดนักเรียนสักข้อสิครับ (คุณครูคณิตา)เรื่อง รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตีก็แล้วกันนะคะของการอะไรคะ อบรมสั่งสอนนะว่า ทำไมคะ อย่าเลี้ยงลูกด้วยความทะนุทนอมลูกนี่ทำอะไรผิดก็รู้สักสั่งสอนบ้างนะคะ เอาล่ะค่ะ ต่อมาค่ะ 3. ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นการบอกถึงความเป็นอยู่ของคนไทย เช่นหมูไปไก่มา เป็นการทำอะไรครับ คนไทยชอบมีการแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกันนะแบ่งสันปันส่วน ใช่ในการแบ่งสัดส่วน แบ่งส่วน แบ่งเลือกนาต่าง ๆ แบ่งของกิน คนไทยก็จะชอบแลกเปลี่ยนกัน อัฐยาย อัฐแปลว่าอะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) อัฐหมายถึง เบี้ยในสมัยก่อน หรือเปล่าค่ะ อัฐยายซื้อขนมยายนี่ ความหมายก็คือเอาทรัพย์จากผู้ปกครองหญิงค่ะ นี่ก็เป็นลักษณะของการแต่งงานเอาเงินสินสอดนี่จากฝ่ายหญิงมาสู่ขอฝ่ายหญิงนั่นเอง นั่นเป็นการอัฐยายซื้อขนมยายนั่นเองนะคะ(คุณครูปรเมษฐ) ครับ ต่อไป เป็นการรักษาวัฒนธรรมทางภาษาให้ล้ำค่าของคนไทยให้ลูกหลานได้ภาคภูมิใจเช่น สำนวนว่า ไม่มีนะ เดี๋ยวเราไปทำกิจกรรมเพิ่มเติมความรู้ดีกว่าครูคณิตา ให้ทำอะไรครับ (คุณครูคณิตา) กิจกรรมของวันนี้นะคะ ให้นักเรียนรวบรวมคำสำนวนสุสุภาษิตคำพังเพย พร้อมทั้งความหมาย แล้วจัดทำเป็นพจนานุกรมสำนวนไทยประจำกลุ่มค่ะโดยใช้ใบความรู้เรื่อง สำนวน สุภาษิตคำพังเพยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นะครับ คำชี้แจงนะครับ (คุณครูคณิตา) คำชี้แจงนะคะ ก็คำชี้แจงของนักเรียน ก็ให้นักเรียนรวบรวมสำนวนสุภาษิตคำพังเพยนะคะแล้วจัดทำเป็นพจนานุกรมสำนวนไทยประจำกลุ่มโดยใช้ใบความรู้เรื่องสำนวน สุภาษิต คำพังเพย นะคะCOVID-19 นะคะ นักเรียนอาจจะนั่งค่อยนำมารวบรวมเป็นเล่ม เป็นพขนานุกรมของกลุ่มก็ได้ แล้วคุณครูปลายทางล่ะค่ะอย่างไร (คุณครูปรเมษฐ) ครูก็ดูแลนะครับ การทำงานของนักเรียนให้คำแนะนำนักเรียน ในส่วนที่ไม่เข้าใจต่าง ๆ นะครับให้นักเรียนดูหรือครับ (คุณครูคณิตา) มีตัวอย่างสิคะ แต่ก่อนที่จะดูตัวอย่างเป็นเล่มนี่ ดูตัวอย่างใบความรู้รูปแบบใบความรู้นะคะ จะมีอยู่ทั้งหมด 2 แผ่นด้วยกันนะ ให้นักเรียนนะคะ ลองดูนะคะ ครูปรเมษฐคะ(คุณครูปรเมษฐ) นี่นะครับ (คุณครูคณิตา) นี่คือตัวอย่างนะคะให้นักเรียนเลือกสำนววนนะในใบความรู้เป็นรูปเล่มนะคะ เอาล่ะค่ะนักเรียนนี่ก็คือตัวอย่างนะคะ เป็นสมุดนะคะสมุดทำมือนะ เป็นรูปเล่มนะ ในนี้ก็จะมีลักษณะของสำนวนสุภาษิตพจนานุกรมเราจะเรียงจาก ก. ไก่ ถึง ฮ. นกฮูกนะคะเอาล่ะค่ะ นี่นะคะ จะเป็นลักษณะอย่างนี้นะคะผมช่วยถือดีกว่า (คุณครูคณิตา) ช่วยถือนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้เป็นรูปเล่มนะครับ ก็ถามว่านักเรียนจำเป็นจะต้องทำแบบนี้ไหม ไม่จำเป็นนะขอให้กระดาษที่นักเรียนจะนำมาประกบของเธอนี่มันเท่ากัน ในกลุ่มเธอก็จะสวยงามนะครับอย่างเช่นที่ครูนำมาให้เห็นเป็นตัวอย่างเป็น (คุณครูคณิตา) ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่วาดรูปภาพนะคะ วาดรูปตกแต่งให้สวยงามแล้วก็ใส่สำนวนไปแล้วก็บอกความหมายนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่นะครับสวยงามมากนะครับ เป็นตัวอย่างของรุ่นพี่ปีที่แล้วที่เขาทำไว้ให้ดูนะครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะนักเรียนแล้วให้คุณครูปลายทางนะคะ ถ้านักเรียนไม่ได้เตรียมกระดาษมา ให้คุณครูปลายทางนะคะ อำนวยความสะดวกให้นักเรียนด้วยนะคะพร้อมหรือยังคะ ถ้าพร้อมแล้วลงมือทำได้เลยค่ะ[เสียงดนตรี](คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับคนเก่งของครู ครูเชื่อว่าเราที่จะร่างเป็นเค้าโครงของตัวเองได้แล้วนะครับให้นักเรียนนั้นนำสิ่งที่นำมาผนวกรวมในเล่มกับเพื่อนนี่นะ งานกลุ่มที่สร้างสำนวนขึ้นมาพร้อมบอกสำนวน บอกความหมายนะครับ ให้กลับไปทำเป็นการบ้านนะ ไปทำเป็นการบ้าน ตกแต่งให้สวยงาม แล้วนำมาผนวกรวมกับของเพื่อนในกลุ่ม เพื่อที่จะส่งกับคุณครูนะครับ ซึ่งทำงานก้ต้องทำให้เรียบร้อยสวยงามและน่าสนใจนะครับ กลับไปทำเป็นการบ้านเรามาสรุปบทเรียนกันดีกว่า สรุปบทเรียนเขียนองค์ความรู้ครับ คุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะนักเรียนคะ สำนวนไทยมีความสำคัญอย่างไรลองตอบคุณครูปลายทางดูสิคะหลังจากที่เราได้เรียนรู้กัน คุณครูปรเมษฐคะเสียงคำตอบของนักเรียนหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) หลายคนเลยครับบางคนยังคิดอยู่ บางคนตอบแล้ว ครูจะรอทั้งประเทศแล้วเดี๋ยวสรุปทีเดียวว่านักเรียนนั้นน่ะไหนดูคำตอบของนักเรียนดีกว่าครับช่วยสะท้อนให้เห็นถึงสภาพสังคมและวัฒนธรรมของคนไทยนั่นเองอันนี้คือความสำคัญของสำนวนไทย ที่อยู๋มายาวนานทำไมตรงคำถามนี้บอกว่าสำนวนไทยอย่างเดียวครับเพราะว่า สำนวนสุภาษิต คำพังเพย นี่นะครับเวลาที่เราจะพูดถึงหรือเราจะกล่าวถึงนี่เราจะพูดรวมเป็นคำว่า (คุณครูคณิตา) "สำนวน" ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สำนวนหรือสำนวนไทยนั่นเองนะครับ ไปดูอีกสักข้อหนึ่งคุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ อีกข้อหนึ่งนะคะ นักเรียนจะเลือกใช้สำนวนไทยในการสื่อสารอย่างไร(คุณครูปรเมษฐ) หนูจะมีหลักการอย่างไรล่ะครับ ที่จะนำสำนวนนั้นน่ะมาสื่อสารกับคนอื่น สื่อสารไปเพื่ออะไร แล้วสื่อสารไปเพื่ออะไรเคยพูดไปแล้วใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) เอ๊ทำไมเราถึงมีการเลือกใช้ นักเรียนมีหลักการอย่างไรเอ่ยในการนำสำนวนมาใช้นะ เอาล่ะค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ตอบ ๆเก่งนะ คนนั้นเก่งมากเลย มีอยู่เด็กคนหนึ่งที่ตั้งใจตลอดเวลา คนนั้นก็จะเป็นผู้ที่เจริญยิ่งในวันข้างหน้านะครับคนที่ตั้งใจเรียนนี่นะครับ ได้คำตอบมาที่เรียบร้อยมาได้ดังนี้ (คุณครูคณิตา)จะต้องศึกษาความหมายของสำนวนและสุภาษิตให้เข้าใจก่อนนะคะ ก่อนที่จะนำไปใช่อย่างที่บอกนะคะ ถ้านักเรียนไม่รู้ความหมายนักเรียนก็ไม่สามารถนำสุภาษิตเหล่านั้นนี่ไปใช้ได้ตาม ตามความประสงค์ของนักเรียนนั่นเองนะ หากนักเรียนต้องการที่จะนำสำนวน สำนวนหนึ่งนี่ ถ้านักเรียนไม่รู้จักนั้นมีความหมายว่าอย่างไร นักเรียนจะสามารถนำสำนวนเหล่านั้นไปใช้ได้ไหมคะ(คุณครูปรเมษฐ) อย่างที่บอกนะครับ ก็ไม่สามารถใช้ได้ หากนำไปใช้มันก็จะใช้ไม่เข้ากับเรื่องที่นักเรียนต้องการสื่อสารอะไร นักเรียนไม่รู้ความหมาย เพราะฉะนั้น นักเรียนจึงต้องศึกษาให้รู้ความหมายเอาล่ะครับ บทเรียนครั้งต่อไปนะครับ ก็ยังอยู่ในเรื่องของสำนวน สุภาษิต คำพังเพย นะครับ นักเรียนเตรียมตัวดังนี้นะ ใบงานเรื่อง สำนวนชวนคิดนะ แล้วก็ให้นักเรียนเตรียมพวกหนังสือพวกสำนวนไทยนะครับ หรือ หนูจะไปค้นหาเพิ่มเติมที่เรียนไปในวันนี้ไปวันนี้นี่ เพื่อที่จะนำมาใช้ในคาบต่อไปเพราะว่าสำนวนไทยนี่มีมากมาย ที่ให้นักเรียนไปค้นหา สำนวนรอนักเรียนอยู่กลับไวันนี้ ไปทบทวนค้นหาความรู้นะครับ (คุณครูคณิตา)ขอเวลาสักครู่หนึ่งนะคะ 30 วิ(นาที)นักเรียนคะ นักเรียนอาจจะสงสัยว่า หนังสือเล่มเล็กนี่เราจำกัดจำนวนสำนวนไหม ไม่จำกัดนะคะ ขึ้นอยู่กับตามความเหมาะสมนะคะ แล้วเราจะส่งเมื่อไรนักเรียนคะ หันไปถามคุณครูปลายทางเลยค่ะว่าคุณครูปลายทางกำหนดระยะเวลาในการทำพจนานุกรมสำนวนของนักเรียนนี่จะส่งได้วันไหนนะ ให้คุณครูปลายทางกำหนดเวลาในการส่งนะคะ คุณครูปลายทางคะดูผลงานของนักเรียนนะคะ แล้วก็คำนวณเวลาให้เหมาะสมด้วยนะคะ สำหรับวันนี้(คุณครูปรเมษฐ) ครูทั้งสองคนต้องขอลาไปก่อนนครคุณครูปลายทางสวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) บ้ายบาย[เสียงดนตรี] - ทุกท่าน และนักเรียนปลายทางทุกคนเข้าสู่รายวิชาภาษาไทย พบกับคุณครูคณิตา และคุณครูปรเมษมีเรื่องสนุก ๆ อะไรให้นักเรียนเล่นวันนี้นะครับ ครูจะพาไปท่องโลกและคุณครูปรเมษฐ ในรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6เคนศึกษากันมาแล้ว ในเรื่องก่อนจะขึ้น ป. 6 นี้นะคะ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ที่เด็ก ๆ นี่ชอบมากเลยแห่งสำนวนไทย สุภาษิต และคำพังเพยนะครับซึ่งก็เป็นเรื่องที่หนู ๆ นั้นศึกษาปีที่ 6 กันบ้าง ว่าจะมีความสนุกและความรู้ซ่อนอยู่ข้างในนั้นมากน้อยเพียงใด เด็ก ๆใช่ไหมคะ เกี่ยวกับเรื่องสุภาษิต คำพังเพย (คุณครูปรเมษฐ)คราวนี้เดี๋ยวเรามาดูในเนื้อหาของชั้นประถม(คุณครูคณิตา) ค่ะ วันนี้นะคะ ให้นักเรียนนะคะพิจารณาภาพนะคะ บนหน้าจอนะคะ หลังจากนั้นไปศึกษากันเลยครับวันนี้ครูคณิตามีรูปภาพมาให้สำนวนเลยใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ นักเรียนสังเกตดูมีอะไรอยู่บ้างนะ มีนาย นายพรานลองทายดูสิว่าเป็นสำนวนสุภาษิตคำพังเพยเกี่ยวกับอะไร (คุณครูปรเมษฐ) ทายเป็นจิ้งจอก (คุณครูคณิตา) แล้วที่สำคัญล่ะค่ะคือ (คุณครูปรเมษฐ) มี (คุณครูคณิตา) คืออะไรคะมีป่า มีช้างนะคะ แล้วก็มีอะไรอีกคะครูปรเมษฐหรือเปล่าคะ ใช่ไหม (คุณครูปรเมษฐ) ใบบัว ใบบัวนี่มีหลายชนิดนะครับ ใบบัวใบอะไรนี่เด็ก ๆ (คุณครูคณิตา) ใบอะไรเอ่ยใบ... ใบอะไรนะ ใบบัวนำไปไว้บูชาพระ อันนี้คือใบบัวหลวงถ้าเด็ก ๆ จะทายเป็นสำนวน คุณครูช่วยก่อนดีกว่าที่เราน่าจะเปรียบเทียบ คือ ใบบัวหลวงเด็ก ๆ รู้จักไหม บัวหลวงจะเป็นลักษณะใบที่ใหญ่นะช้างตายทั้งตัวเอาใบบัวมาปิด (คุณครูปรเมษฐ) นี่คือภาพแรกน่ะ(คุณครูคณิตา) ภาพแรกใช่ไหมคะ พูดพร้อม ๆ กันค่ะ สำนวนอะไรเอ่ยนะคะ ก็คือ การกระทำความผิดใหญ่หลวงย่อมไม่อาจปกปิดได้นะคะ ต้องมีผู้รู้ปริศนาสำนวนไทยนั่นเอง ให้นักเรียนลองทายดูนะครับต่อไป ๆ เดี๋ยวคุณครูคณิตาไม่บอกควายหมายหน่อยหรือครับ (คุณครูคณิตา) ความหมายช้างได้นะครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ (คุณครูปรเมษฐ) ดูสำนวนนะครับ เปิดภาพปุ๊บให้เวลาคิด 3 วิไม่วันใดก็วันหนึ่ง (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับช้างตัวใหญ่โต ใบบัวใบนิดเดียวไม่สามารถมาปิด3 ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คือสำนวน เก่งมากครับ จับปลา 2 มือ (คุณครูปรเมษฐ) จับปลาสองมือ(คุณครูคณิตา) เป็นความรู้เก่านะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา)ง่ายมากเลยค่ะนักเรียน ตอบ 1 2ในทางที่ดี หรือไม่ดีคะ ตอบเลยค่ะคุณครูปรเมษฐคะเห็นเด็ก ๆ จับปลานะ แล้วมีความหมายว่าอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) บอกไว้ก่อนนะคะ มีความหมายเอาไว้ตำหนินะ เวลาทำอะไรนี่ เวลาทำอะไรลทำ 2 สิ่ง 2 อย่างพร้อมกันบางทีคุณครูปรเมษฐลองบอกสิคะในเชิงบวกหรือเชิงลบค่ะ จับปลา 2 มือนี่ (คุณครูปรเมษฐ)หากเราจะทำอะไรอย่างใดอย่างหนึ่งนี่ทำไมคะ เลือกทำนะคะ อย่าจับปลาสำเร็จไหม (คุณครูคณิตา) ไม่สำเร็จสักอย่างหนึ่ง หรือว่าทำแล้วมันไม่ดีเลยสักอย่างหนึ่งนะคะ เพราะฉะนั้นนี่(คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ เปรียบดั่งปลาที่จับมือเดียวมันอาจจะหลุดไปได้ ก็สุดท้ายแล้วสองมือ เพราะว่าไม่อย่างนั้นนี่ พวกงานต่าง ๆ ที่ทำก็อาจจะไม่สำเร็จหรือออกมาไม่ดีก็ได้ค่ะมีเด็ก ลักษณะอาการเขี้ยงหรือออกไป ตอบครับเป็นสำนวนไม่ได้กินอะไรเลยนะครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เตรียมตัว ดูให้ดีนะมีงูที่เป็นผลร้ายนะคะ แล้วทำไมเอ่ย ย้อนกลับเข้าตัวเอง (คุณครูปรเมษฐ) เปรียบเสมือนดัง(คุณครูคณิตา) อะไรเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) เก่งมาก ขว้างงูไม่พ้นคอ (คุณครูคณิตา) ค่ะ(คุณครูปรเมษฐ) เป็นอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) กระทำในสิ่งพ้นตัวเอง กลับมาแว้งกัด ดังที่ครูคณิตาได้อธิบาย เด็ก ๆ พร้อมนะเราตีงูแต่ไม่ตายดีแล้วเราจะเขวี้ยงหรือปาทิ้ง แต่สุดท้ายไม่ทายสำนวนกันนะครับ ไปดูกันต่อ คำถามกระตุ้นความคิดวันนี้นะครับ การใช้สำนวนสุภาษิตหมดหรือยัง (คุณครูคณิตา) หมดแล้วค่ะ น่าเสียดายจังเลยครูเชื่อว่ามีอีกหลายภาพที่เด็ก ๆ จะได้อย่างเช่น เมื่อสักครู่ที่ครูคณิตาให้ดูภาพที่ครูให้ดูภาพ ครูจะถามครูคณิตาว่าหมายความว่าอย่างไรและคำพังเพยนะ จำเป็นจะต้องรู้ความหมายหรือไม่ เพราะเหตุใดจะต้องรู้ความหมาย แต่อันนั้นไม่เท่าไร รู้ความหมายนี่รู้รู้ความหมายนี่รู้เพราะเหตุใดใช่ไหม เด็ก ๆ คิดว่าจำเป็นไหมละ (คุณครูคณิตา)ตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ มันจำเป็นเพย เพราะอะไรเอ่ย เพราะอะไรนะได้ยินมาแว่ว ๆ นะคะ ว่า(คุณครูคณิตา) อันนี้เป็นการแสดงความคิดเห็นนะคะ ทำไมเราจึงต้องรู้ความหมายเกี่ยวกับสำนวน สุภาษิต คำพังจะต้องทราบก่อนใช่ไหมคะ ต้องทราบความหมายก่อนทราบความหมายเหล่านั้นเราก็นำมาใช้สื่อสารได้การที่เราจะรู้เกี่ยวกับสำนวนสุภาษิต คำพังเพยนี่ทำไมเราถึงจะต้องรู้ เพราะว่าเราจำเป็นแห่งการเรียนนะครับ ที่มาของการเรียนคำพังเพยนั้นก็จะต้องรู้ว่าตรงตามวัตถุประสงค์นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับผมมันเป็นที่มาบาย รวบรวมคำสำนวน สุภาษิต คำพังเพยที่จะนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน รวมถึงเราจะเรียนไปทำไมนะครับ จึงต้องแจ้งจุดประสงค์ให้เราได้รับรู้นะครับก็คือนักเรียนนั้นจะต้องสามารถอธิและจะต้องนำไปใช้ในชีวิตจริงใช่ไหมครับนะคะ คู่อยู่คู่กับคนไทยมายาวนานต้องเห็นความสำคัญของสำนวนไทยด้วย อันนี้ก็คือสิ่งที่เด็ก ๆ นั้นจะต้องปฏิบัติทายภาพทราบสำนวน (คุณครูคณิตา)เมื่อกี้เป็นการวอร์มเครื่อง เป็นการเตรียมความพร้อมถ้าไม่สำคัญนี่ เราก็คงไม่ต้องมาเรียนรู้กันหรอก ใช่ไหมคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่แล้วครับผม ไปกันต่อเลยครับครูจะให้ดูภาพ แล้วจะบอกความหมาย แล้วจะบอกเลยนะครับ 1, 2, 3ใช่ไหมคะ เอ่าล่ะค่ะ ตอนนี้นะ(คุณครูคณิตา) เอาจริงแล้วนะ ๆ (คุณครูปรเมษฐ) เตรียมตัวเลย ครูไม่บอกแล้วนะอีกครั้งสิ สำนวนนี้มีชื่อว่า เขครกขึ้นภูเขาคิดครับตอบแล้ว ตอบว่าอะไรนะโรงสี โรงสี คือ โรงสีข้าวตำข้าว ต้องใช้ไม้เป็นต้น แล้วก็มาขุดเดี๋ยวคุณครูขออธิบายก่อนนะ จากรูปนี่ไม่ใช่ครกที่ใช้ตำน้ำพริกนะนักเรียน โบราณไม่มีหมายก็คือ การทำอะไรก็บรรลุผลนั้นนะคะ ไม่ใช่สิ่งที่กระทำโดยง่ายค่ะ ส่วนใหญ่นี่จะใช้กับให้มันเป็นหลุมลงไป ใช้ในการตำข้าวคุณครูคณิตาแล้วมันมีความหมายว่าอย่างไรล่ะ (คุณครูคณิตา)แบบ นักเรียนลองนึกภาพนะคะ นำครกที่คุณครูปรเมษฐบอกใช่ไหมคะ ที่เป็นไม้ต้นใหญ่งานที่ทำไม่ค่อยสำเร็จนะคะก็คือการเข็น กลิ้ง มันจะเป็นลำบาก ว่ามันยากลำบากขนาดไหน (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ไปทำตามทับขึ้นมาคุณครูคณิตาจะรับผิดชอบอย่างไร (คุณครูคณิตา) อันนี้ก็ถ้าใครมีนะ แถวบ้านนะ ก็ลองไป... (คุณครูปรเมษฐ) ลองไปเข็นเลยหรือครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ จะได้รู้ไงคะ ถึงความยากอยากลองนะคะ แต่ถ้าจะลองนะคะ ต้องมีผ้ปกครองดูแลความปลอดภัยด้วยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่าครูคณิตาจะให้ทำจริงขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของนักเรียนนะคะ ว่านักเรียนควรทำหรือไม่ทำนะคะ แต่ก็ถ้าหากตอบแล้ว เดี๋ยว ๆ ฟังอีกครั้งหนึ่งสิมีปู มีการหยิบ การจับดูภาพต่อไปครับคิดเลย (คุณครูคณิตา) อะไรเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) นี่ก็คือ ยากที่จะอยู่นิ่ง ๆ ได้ยกเว้นว่าปูจะโดนจับมัด เดี๋ยวนักเรียนเก่งมากครับ จับปูใส่กระด้ง(คุณครูคณิตา) ความหมายก่อนดีไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) บอกความหมายก่อน (คุณครูคณิตา) ความหมายถ้าปูนี่ไม่โดนจับมัด ไม่ตายนะคะเป็นในลักษณะอย่างนี้ ปูจะอยู่ไม่นิ่งจะบอกว่าผมเคยเห็นครับ ปูนอนนิ่งอยู่เพราะว่ามันจับมัดเสร็จแล้วนะ แต่ถ้าตามปกตินะอะไรนะ ซนเหมือน เหมือนอะไรนะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ)ซนเหมือนลิงเหมือค่างมันคล้าย ๆ กับอีกสำนวนหนึ่ง คืออะไรนะได้ยินแน่นอนนะคะ ก็คือสำนวนซนเป็นการเปรียบเทียบ ไม่อยู่นิ่ง วิ่งไปวิ่งมาเพราะฉะนั้น เธอจะทำตัวเหมือนปูหรือเปล่าที่ไม่อยู่นิ่งเปรียบเหมือนดั่งที่ครูนี่ ไปทัศศึกษาอย่างกับจับปูใส่กระด้งเลยนะด้งนะ เอาไว้ใช้ในการตากปลาใส่ของนะครับ อันนี้คือปู เด็ก ๆ รู้จักแล้วนะอันนี้ให้คิดนะครับ ดูภาพ ต้องดูภาพสิ่งที่เป็นภาชนะสานนี่นะครับ เขาเรียกว่า "กระมาลักษณะ อะไรเอ่ย มีอะไรนะอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) รูปปั้นใช่ไหมครับครูคณิตาไปกันต่อ ภาพต่อไปเตรียมตัวนะครับ(คุณครูคณิตา) โบราณเลยนะคะ อันนี้ก็มีใบ้นิดหนึ่งนะ มีวัวกับควายนะคะตั้งแต่เห็นภาพแล้วครูคณิตา ตอบว่าสำนวนมีเขา น่าจะเป็นวัว หรือเป็นความ (คุณครูคณิตา) ไม่แน่ใจนักเรียนคะ เมื่อกี้ครูมีคีย์เวิร์ดนะเล่น (คุณครูปรเมษฐ) คราวนี้ดูความหมาย (คุณครูคณิตา) ความหมายนะคะเมื่อเราไปอาศัยอยู่บ้านของใครนะคะ(คุณครูคณิตา) ยาวหน่อยนะคะ อยู่บ้านท่าน อย่านิ่งดูดาย ปั้นวัวปั้นควายให้ลูกท่านด้วยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ ไปกันต่อเลยมันรูปผู้หญิงหรือผู้ชายคู่กันก็ควรที่จะทำประโยชน์ให้บ้านเหล่านั้นด้วยนะคะ หรือว่าบ้านคนที่เราไปอาศัยอยู่ขยับเข้ามา (คุณครูคณิตา) ค่ะ อาจจะไม่เหมือนในรูปนะคะครนะคะ คุณครูปรเมษฐนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ทายสำนวนสิ(คุณครูคณิตา) เขาจะเป็นอะไรคะนักเรียน (คุณครูปรเมษฐ) ไหนลองยืนให้เหมือนสิครับครูคณิตา(คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ (คุณครูปรเมษฐ) สมมติครูกับครูคณิตาเลยนะภาพนี้(คุณครูคณิตา) เป็นคำโบราณค่ะ เด็ก ๆ นี่อาจจะไกลหน่อยนะคะ เขาเรียกว่ายัง เขาเรียกว่า "ยังไม่ถึงวัย"ตอบว่าเป็นสำนวนอะไรครับกิ่งทองใบหยกนะ เป็นคำโบราณใช่ไหมครูคณิตาคุณครูกับคุณครูปรเมษฐนีนะคะ สามารถที่จะสอนนักเรียนได้อย่างสนุกสนานนะ กิ่งทองใบหยกนะคะ ใช้กับคำว่า "เหมาะสมกันมาก" เหมือนต่อไปกันเลยดีกว่าค่ะ เด็ก ๆ คงรอแล้วค่ะ เรื่องสำนว(คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ทายเลยแต่ว่าสำนวน คำว่า "กิ่งทองใบหยก" นี่ เราจะใช้กับชาย - หญิง ที่จะแต่งงานกันแล้วนะคะคุณครูคณิตาอธิบายความหมายครับ (คุณครูคณิตา)นักเรียนพิจารณาดูรูปภาพของคนนะคะปลูกข้าวครับ ปลูกข้าว คือ การทำนา ที่ไหนตอบคำถาม 1 2 3 ทำนาบนหลังคนเป็นการบอกนะคะ ว่าเป็นการหาผลประโยชน์โดยการขูดรีดจากผู้อื่นนั่นเอง ดูสิผอม แห้ง แสดงว่าการทำนาบนหลังคนเป็นสำนวนที่แรงน้อยนะคะ เพราะฉะนั้นนี่เมื่อโตไปนะคะอย่าเป็นคนที่ทำนาบนหลังคนนะคะคนที่หาผลประโยชน์เป็นอย่างไร อ้วน ท้วนส่วนคนที่ถูกขูดรีดล่ะคะเป็นอย่างไร ผอมแห้งเด็ก ๆ ยังอยากจะทายอีก ไม่เป้ฯไรครับ เด็ก ๆสามารถที่จะไปหาภาพมาทายเล่นกับเพื่อนนะจะต้องรู้จักแบ่งปัน เอื้อเฟื้อ เผื่อแพ่(คุณครูปรเมษฐ) หมดหรือยังครูคณิตา (คุณครูคณิตา) หมดแล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) หมดแล้วเกี่ยวกับรูปภาพ สำนวนสุภาษิต คำพังเพย ไปแล้วนักเรียนรู้ความหมายเกี่ยวกับสำนวนหรือภาพสำนวนที่จะนำมาทายมีมายเลย ใช่ไหมครับครูคณิตา(คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ หลังจากที่เรานี่ได้ทายเพราะมันเป็นเรื่องที่หนู ๆ จะได้เรียนสำนวนสุภาษิตและคำพังเพยใช่ไหมครูคณิตาความหมายเกี่ยวกับคำพังเพย และความหมายเกี่ยวกับสุภาษิตบ้างหรือเปล่า (คุณครูปรเมษฐ) ที่คุณครูคณิตาต้องถามนี่ด้วยความเข้าใจของตัวเอง (คุณครูปรเมษฐ) อย่าลืมนะ สำคัญมากเดี๋ยวจะไม่รู้ว่าเรียนวันไหนความหมายกันเลยดีกว่านะคะ นักเรียนเตรีมสมุดปากกา เตรียมจดด้วยนะคะ จดคำพูด หรือ ถ้อยคำที่กระทัดรัดสละสลวยมีความหมายโดยนัยไปดูกันเลย คำแรกเลยนะครับคืออะไรครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) สำนวนค่ะ คือหมายของคำว่า "สำนวน" ก็คือแปลไม่ตรงความหมายแล้วก็มีความหมายโดยนัย โดยนัยความหมายเชิงอุปมาเปรียบเทียบ จะไม่แปลความหมายตรงตามตัวอักษรค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ก็คือคำนิยามของคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ครับผม ตัวอย่างสำนวนนะครับ (คุณครูคณิตา)ตัวอย่างแรก คำว่า "ไขสือ"มันคืออะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เราจะต้องแปลความหมายอีกรอบหนึ่งเดี๋ยวนักเรียนอาจจะนึกภาพไม่ออก มาดูตัวอย่างกันดีกว่าค่ะแปลว่า ทำเป็นไม่รู้ไม่ไม่รู้ ไม่เข้าใจเห็นไหมคุณครูปรเมษฐอย่ามาทำไขสือแปลว่าอะไร แปลว่าอะไรคะคือเราจะต้องหาความหมายของสำนวนนี้อีกครั้งหนึ่ง (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาคำว่าไขสือ ตรงตามตัวไหมคะ สำนวนจะแปลไม่ตรงตามตัวอักษรและมีความหมายโดยนัยยกตัวอย่างนะคะคุณครูปรเมษฐ คุณครูปรเมษฐทราบไหมคะ คำว่า "ปากเสีย" หมายความว่าอย่างไรปากเสีย นักเรียนคงคุ้น ๆ ล่ะค่ะคุณครูปรเมษฐนี่ปากเสียมากเลยนะ เป็นการนะคะ ในความหมายเชิงสำนวน หมายถึง ปากที่พูด พูดเป็นอย่างไร พูดว่าร้าย(คุณครูปรเมษฐ) ปากที่เน่าเสีย (คุณครูคณิตา) ปากที่เน่าเสีย ต้องไทันตแพทย์นะคะ ปากที่เน่าเสียนะ แต่คำว่า "ปากเสีย"ร้าย ว่าร้ายผู้อื่นนะคะ ซึ่งครูปรเมษฐนี่นะคะคุณครูเป็นคนดีนะคะ พูดแต่สรรเสริญเยินยอพูดไม่ดี นักเรียนคะ ก็คือเป็นการพูดเชิงตัดกำลังใจนะคะ หรือพูดให้ร้ายวปากเสีย ที่ครูบอกครูคณิตานี่พัง อันนั้นคือความหมายโดยตรง แต่ที่ครูคณิตาผู้อื่นนะคะนักเรียน (คุณครูปรเมษฐ) เดี๋ยว ๆโดยนัยนี่เดี๋ยวขยายให้นักเรียนเข้าใจตรงนี้เลยมันแปลไม่ตรงความหมายนั่นเองฟังนี่นะครับ อีกสำนวนหนึ่ง (คุณครูคณิตา) คำว่าบอก ก็คือปากเสีย ก็คือพูดไม่ดี พูดว่าร้ายคนอื่นคือ ความหมายโดยนัยนะครับ ก็คือสำนวนตรงค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเป็นโดยนัย (คุณครูคณิตา) ครเมฆ นี้ไม่สามารถยกได้นะคะ แต่ถ้าเป็นเมฆยกเมฆ (คุณครูปรเมษฐ) แบบนี้ หยิบเมฆมา แล้วบกเมฆ(คุณครูคณิตา) ครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ความหมายโดยอะไร (คุณครูคณิตา)คือการพูดเรื่องที่มันไม่มีหลักฐานอยู่นั่นเองหลักฐานอยู่นั่นเอง นี่ก็คือเป็นหลักฐานที่ว่าเป็นตุ๊กตาหรือหมอน น่าจะยกได้ความหมายของคำว่า "ยกเมฆ" คืออะไรคะไปอ่านบ้างสิ (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เขามีพจนานุกรมลองเปิดหาความหมายไปพร้อม ๆ กับครูเลยโดยนัยนะ ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อีกสำนวนคือ ชั่วช่างชี ดีช่างสงฆ์ ลองให้นักเรียนนะคะ ตรวจสอบคำตอบของนักเรียนด้วยนะคะ(คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ เดี๋ยวเราทิ้งไว้เป็นการบ้านดีไหมจดลงไปนะคะ ชั่วช่างชี ดีช่างสงห์ไปหาความหมายเพิ่มเติมนะคะ คุณครูปลายทางคะ รบกวน(คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มีตัวอย่างสำนวนอีกแล้วครูคณิตาตัวอย่างสำนวนใช่ไหมคะ และให้นักเรียนจดไปค่ะชั่วช่างดี ดีช่างสงฆ์นะ(คุณครูปรเมษฐ) จดเสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ ไปต่อพอไหม (คุณครูคณิตา) โห 4 วินาที เร็วเกินไปค่ะ จดค่ะน้ำบ่อน้อย ขมิ้นกับปูน ดินพอกหองหมูแล้วไปหาสำนวนนะคะ แล้วไปหาความหมายของมัน (คุณครูปรเมษฐ) 4 คำ ก็ 4 วินาทีน้ำที่มีน้ำน้อยใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) อันนี้ค่ะนักเรียนคุณครูก็แหม ใจดีกับนักเรียน(คุณครูคณิตา) ต่อปากต่อคำน้ำบ่อน้อย ถ้าเป็นความหมายโดยตรง ก็เป็นน้ำลายค่ะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่น้ำบ่อน้อยนี่หมายถึงน้ำลาย ซึ่งเขาจะใช้อีกแล้วนักเรียนที่น่ารักทุกคนนะคะในที่นี้หมายถึงน้ำลายค่ะ หมายถึงการทำมาหากินในยุคนี้นี่เหมือนน้ำบ่อน้อยได้บ้างไม่ได้บ้างแต่ละคนนี่ก็ต่างแย่งกันในช่วง เขาจะใช้ในตัวอย่างหรือความหมายที่ในเชิงเกี่ยวกับการค้าขายนะ อย่างเช่นไม่ได้บ้าง เพราะต่างคนต่างแย่งกัน ต่อมานะคะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้คือให้หาเอง (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะน้ำบ่อน้อย น้ำลายน่ะมีอะไรคะ มีนิดเดียว ได้บ้างคำพังเพยคือสิ่งใดไหนเล่าถ้อยคำที่เปรียบเทียบเหตุการณ์ให้หาเองดีกว่านะคะ (คุณครูปรเมษฐ) จดเรียบร้อยนะครับเด็ก ๆจะเป็นผู้ตรวจสอบนะครับ ไปกันต่อ ทีนี้คำพังเพยแต่ใช้ในทำนองเปรียบเทียบหรือเป็นข้อคิดสะกิดใจให้นำมาปฏิบัติหรือเรื่องราวต่าง ๆ ที่พบเห็นในการดำรงชีวิตรุ่นก่อน ไม่เน้นการสั่งสอนเทียบ การเสียดสี ประชดประชันถ้อยคำที่จะนำมาใช้เกี่ยวกับคำพังเพยสำนวนมาแล้ว คำพังเพยตามมานะครับ คำพังเพย คือ การเปรียบเทียบนะเด็ก ๆ การเปรียบเจออะไรที่เป็นลักษณะของเสียดสี ให้นึกไว้เลยพังเพย มาดูตัวอย่างกันเลยดีกว่าถ้าครูอธิบายแบบนี้ไม่เห็นภาพ เดี๋ยวไปดูกันดีกว่านะครับ (คุณครูคณิตา) นักเรียนจำไว้นะคะ เมื่อไหร่ก็ตามก็คือความหมายนะคะ ต่างคนนี่ต่างไม่ยอมลดละกันอย่างเช่น อารมณ์ร้อนกันทั้งคู่นี่ ต่างขิงก็รา ข่าก็แรง เป็นลักษณะการเสียดสีนะ การเสียดสีอย่างไรเอ่ยร้อน อารมณ์ร้อนใส่กันทั้งคู่ ถ้าอารมณ์ร้อนใส่กันทั้งคู่นี่ จะเป็นอย่างไรคะ ความสัมพันธ์ไม่มีคนใดคนหนึ่งนี่ยอมเย็นเลยนะคะยอมที่เป็นฝ่ายขอโทษก่อนนะคะ ต่างคนต่างนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) แต่สำหรับครูนี่อารมณ์เย็นตลอดเวลานะครับ (คุณครูคณิตา)คณิตาจะอารมณ์ร้อนคุณครูก็จะเป็นน้ำไปดับไฟนะจะพังลงนะ จะทำให้อาจจะกลายเป็นว่าเลิกเป็นเพื่อนเลยก็ได้ค้นหาสิ่งที่ยากจะค้นหาได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)เอาไปเทียบกัน เอาไปเปรียบเทียบกับงมเข็มในมหาสมุทรนะคะต่อไป ทำนาบนหลังคน รู้ความหมายแล้วอันนี้บอกเลยนะ ก็คือทำไมครูคณิตา (คุณครูคณิตา)(คุณครูคณิตา) ก็คือ ความหมายก็คือการลงทุนไปไม่คุ้มทุนไม่ได้ผลประโยชน์นะคะ ก็คือไม่คุ้มทุนนั่นเองต่อไป ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำค่ะ(คุณครูปรเมษฐ) ตำทำไมล่ะ ตำแล้วทิ้งน่ะ เป็นการเสียดสีเกี่ยวกับความหมายของคำพังเพยต่อนะคะ นำขึ้นให้รีบตัก รักวัวให้ผูก รักลูกต้องตีต่อไป อันนี้เป็นการบ้านนะคะฝากไว้ให้นักเรียนไปค้นคว้าหาความรู้นะ แล้วก็ข้างในสดใสข้างในเป็นโพรงความหมายว่าอย่างไร (คุณครูปรเมษฐ) มันมีอีกคำหนึ่งนะ ข้างนอกสุกใส ข้างในติ๊งโหน่งทำไมต้องผูกวัว ทำไมต้องตีลูกนะดูนะคะ รักดีหามจั่ว รักชั่วหามเสาเด็ก ๆ จดให้เรียบร้อย(คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คงจดกันเรียบร้อยแล้วนะคะเด็ก ๆ เคยได้ยินเปล่า มี 2 คำนะครับรักดีหามจั่ว รักชั่วหามเสาก็น่าจะเป็นคำ (คุณครูคณิตา) สุภาษิตค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สุภาษิคืออะไรครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) สุภาษิตคือคำกล่าวที่มีจุดมุ่งหมต่อมาค่ะ เรามาดูเกี่ยวกับอะไรเลย มีสำนวนไปแล้ว (คุณครูปรเมษฐ) มีสำนวนแล้วใช่หรือเปล่า พังเพยแล้ว ต่อไปหรือติชมอย่างคำพังเพยเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่ว ๆ ไปค่ะคำกล่าวที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อการสั่งสอนเตือนสติให้คิด ไม่มีการเสียดสีเอาล่ะครับนักเรียนเรามาดูตัวอย่างสุภาษิตนะครับโดยนักเรียนจะต้องบันทึกไว้แล้วไปหาความหมายนะครับ(คุณครูปรเมษฐ) ก็คือการสั่งสอนใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คล้าย ๆ กับเทศนาโวหารใช่ไหม เป็นหลักการสั่งสอนนะครับ(คุณครูคณิตา) การทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่วหมายถึงพฤติกรรมนะคะ ถ้านักเรียนมีพฤติกรรมดีคำแรกเลย ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่วอันนี้ยังไม่ต้องบันทึก คุณครูคณิตาบอกได้เลยไหม ทำอย่างไรตอบแทนกลับมานั่นเอง แล้วก็ชิงสุกก่อนห่ามและเห็นกงจักรเป็นดอกบัวอันนี้ให้ไปนักเรียนก็จะได้สิ่งที่ดี ๆ ตอบแทน ถ้านักเรียนทำชั่วพฤติกรรมที่... ก็คือผลที่ไม่ดีนี่ที่นักเรียนควรจะปฏิบัติครับการศึกษาสำนวนไทยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มันต้องมีประโยชน์(คุณครูคณิตา) หานะคะ ค้นหา ถือว่าเป็นการไฝ่เรียนไฝ่รู้ใฝ่รู้ของนักเรียนนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ไปกันต่อ (คุณครูคณิตา)ในการเขียนเรียงความต่าง ๆ ได้ดีขึ้นคุณค่าให้กับงานเขียนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ก็คือประโยชน์ข้อแรกนะไม่อย่างนั้นเราจะไม่ศึกษากันนะครับ ประโยชน์ข้อที่ 1 กันนะครับ (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 1 ค่ะ ทำให้ใช้ภาษาได้คติ การศึกษาสำนวนจะได้คติสอนใจก็คือข้อคิดนั่นเองทุกสำนวนเลย ทุกสุภาษิตเป็นการเพิ่มคุณค่า ทำให้งานเขียนนั้นนี่กระจ่างแจ้งเข้าใจยิ่งขึ้นนั่นเองนะครับ ต่อไปฝนทั่งให้เป็นเข็มไปหาความหมายนะคะ ต่อมาค่ะทุกคำพังเพยเอย มันแทรกข้อคิดทั้งสิ้นต่อไป ได้ข้อคิดด้านการเรียน (คุณครูคณิตา) ด้านการเรียนนะคะเป็นการเรียนรู้ โดยที่เป็นการเรียนรู้ไปเถอะไม่เสียหายอะไรนะคะ ต่อมาอีกสำนวนหนึ่งนะคะ ก็คือรู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม นะคะอาจจะบอกให้เล็กน้อยนะ ก็คือต่อมา (คุณครูปรเมษฐ) ให้ข้อคิดคติสอนใจในการคบค้าสมาคมความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอดนะคะ ก็คือความรู้มีเยอะ แต่ไม่สามารถที่จะนำไปใช้ประโยชน์ได้ผ้า ก็ต้องพินิจพิจารณาตัดสินใจซื้อนะ ต่อไปคบเด็กสร้างบ้าน คบคบคนให้ดูหน้า ซื้อผ้าให้ดูเนื้อเลือกคบใครก็จะต้องดูให้ถึงภายใน จะซื้อเป็นคนเบื่อง่าย ทำอะไรนี่ก็ยังไม่มีวุฒิภาวะมากพอ ส่วนคนเขาบอกว่าว่ากันว่าคนหัวล้านสร้างเมืองในสมัยก่อนนะ ก็จะมีลักษณะขี้เบื่อง่ายนะคะความสำเร็จนั่นเอง (คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะให้คติสอนใจด้านต่าง ๆ นะคะ ก็คือหัวล้านมักจะขี้น้อยใจ จะเป็นเหมือนเด็กทำอะไรกับคนเหล่านี้นี่มักจะไม่ประสบไม่ควรไปพูดที่อื่น ปลูกเรือนตามใจผู้อยู้ผูกอู่ตามใจผู้นอนนะครับด้านการครองเรือนค่ะ มีสำนวนอะไรบ้างคะ (คุณครูปรเมษฐ) ความในอย่านำออก ความนอกอย่านำเข้านะครับ เรื่องในบ้านก็ต้องดูว่าผู้ที่นอนน่ะเป้นเด็ก(คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมานะคะ ก็คือด้านความรักปลูกบ้านนี่ ก็จะต้องคำนึงก่อนว่าผู้อยู่บ้านนั้นเป็นอย่างไรนะ อู่ ณ ที่นี้คือเปลต่อ รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตีมีเยอะเลยนะ ให้ข้อคิดนักเรียนสักข้อสิครับ (คุณครูคณิตา)นะคะ มีอะไรบ้างคุณครูปรเมษฐ ยามรักน้ำต้มผักก็ว่าหวานนะ รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ว่า ทำไมคะ อย่าเลี้ยงลูกด้วยความทะนุทนอมลูกนี่ทำอะไรผิดก็รู้สักสั่งสอนเรื่อง รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตีก็แล้วกันนะคะของการอะไรคะ อบรมสั่งสอนนะหมูไปไก่มา เป็นการทำอะไรครับ คนไทยชอบมีการแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกันนะบ้างนะคะ เอาล่ะค่ะ ต่อมาค่ะ 3. ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นการบอกถึงความเป็นอยู่ของคนไทย เช่นของกิน คนไทยก็จะชอบแลกเปลี่ยนกัน อัฐยาย อัฐแปลว่าอะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) อัฐแบ่งสันปันส่วน ใช่ในการแบ่งสัดส่วน แบ่งส่วน แบ่งเลือกนาต่าง ๆ แบ่งหญิงค่ะ นี่ก็เป็นลักษณะของการแต่งงานเอาเงินสินสอดนี่จากฝ่ายหญิงมาสู่ขอหมายถึง เบี้ยในสมัยก่อน หรือเปล่าค่ะ อัฐยายซื้อขนมยายนี่ ความหมายก็คือเอาทรัพย์จากผู้ปกครองวัฒนธรรมทางภาษาให้ล้ำค่าของคนไทยให้ลูกหลานได้ภาคภูมิใจฝ่ายหญิงนั่นเอง นั่นเป็นการอัฐยายซื้อขนมยายนั่นเองนะคะ(คุณครูปรเมษฐ) ครับ ต่อไป เป็นการรักษาของวันนี้นะคะ ให้นักเรียนรวบรวมคำสำนวนสุสุภาษิตคำพังเพย พร้อมทั้งความหมาย แล้วจัดทำเช่น สำนวนว่า ไม่มีนะ เดี๋ยวเราไปทำกิจกรรมเพิ่มเติมความรู้ดีกว่าครูคณิตา ให้ทำอะไรครับ (คุณครูคณิตา) กิจกรรมคำพังเพยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นะครับ คำชี้แจงนะครับ (คุณครูคณิตา) คำชี้แจงนะคะ ก็คำชี้แจงของนักเรียน ก็ให้นักเรียนเป็นพจนานุกรมสำนวนไทยประจำกลุ่มค่ะโดยใช้ใบความรู้เรื่อง สำนวน สุภาษิตโดยใช้ใบความรู้เรื่องสำนวน สุภาษิต คำพังเพย นะคะCOVID-19 นะคะ นักเรียนอาจจะนั่งรวบรวมสำนวนสุภาษิตคำพังเพยนะคะแล้วจัดทำเป็นพจนานุกรมสำนวนไทยประจำกลุ่มพขนานุกรมของกลุ่มก็ได้ แล้วคุณครูปลายทางล่ะค่ะอย่างไร (คุณครูปรเมษฐ) ครูก็ดูแลนะครับ การทำงานของนักเรียนค่อยนำมารวบรวมเป็นเล่ม เป็นดูตัวอย่างเป็นเล่มนี่ ดูตัวอย่างใบความรู้รูปแบบใบความรู้นะคะ จะมีอยู่ทั้งหมด 2 แผ่นให้คำแนะนำนักเรียน ในส่วนที่ไม่เข้าใจต่าง ๆ นะครับให้นักเรียนดูหรือครับ (คุณครูคณิตา) มีตัวอย่างสิคะ แต่ก่อนที่จะให้นักเรียนเลือกสำนววนนะในใบความรู้เป็นรูปเล่มนะคะ เอาล่ะค่ะนักเรียนด้วยกันนะ ให้นักเรียนนะคะ ลองดูนะคะ ครูปรเมษฐคะ