﻿1
00:00:03,905 --> 00:00:07,905

2
00:00:07,914 --> 00:00:11,914

3
00:00:11,915 --> 00:00:15,915

4
00:00:19,240 --> 00:00:19,240

5
00:00:19,240 --> 00:00:23,193

6
00:00:23,193 --> 00:00:27,193

7
00:00:27,220 --> 00:00:31,197

8
00:00:31,197 --> 00:00:35,193

9
00:00:35,193 --> 00:00:39,193

10
00:00:39,193 --> 00:00:43,193
ุสวัสดีคุณครูปลายทางทุกท่าน และนักเรียนปลายทางทุกคน

11
00:00:43,201 --> 00:00:47,201
เข้าสู่รายวิชาภาษาไทย พบกับคุณครูคณิตา และคุณครูปรเมษ

12
00:00:47,205 --> 00:00:51,192

13
00:00:51,192 --> 00:00:55,192
และคุณครูปรเมษฐ ในรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

14
00:00:55,206 --> 00:00:59,206
มีเรื่องสนุก ๆ อะไรให้นักเรียนเล่น

15
00:00:59,211 --> 00:01:03,194
วันนี้นะครับ ครูจะพาไปท่องโลก

16
00:01:03,194 --> 00:01:07,194
แห่งสำนวนไทย สุภาษิต และคำพังเพยนะครับ

17
00:01:07,197 --> 00:01:11,197
ซึ่งก็เป็นเรื่องที่หนู ๆ นั้น

18
00:01:11,203 --> 00:01:15,195
เคยศึกษากันมาแล้ว ในเรื่องก่อน

19
00:01:15,195 --> 00:01:19,195
จะขึ้น ป. 6 นี้นะคะ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ที่เด็ก ๆ นี่ชอบมากเลย

20
00:01:19,200 --> 00:01:23,198
ใช่ไหมคะ เกี่ยวกับเรื่องสุภาษิต คำพังเพยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ)

21
00:01:23,198 --> 00:01:27,196
คราวนี้เดี๋ยวเรามาดูในเนื้อหาของชั้นประถม

22
00:01:27,196 --> 00:01:31,196
ศึกษาปีที่ 6 กันบ้าง ว่าจะมีความสนุก

23
00:01:31,224 --> 00:01:35,196
และความรู้ซ่อนอยู่ข้างในนั้นมากน้อยเพียงใด เด็ก ๆ

24
00:01:35,196 --> 00:01:39,193
ไปศึกษากันเลยครับ

25
00:01:39,193 --> 00:01:43,193
วันนี้ครูคณิตามีรูปภาพมาให้

26
00:01:43,195 --> 00:01:47,195
(คุณครูคณิตา) ค่ะ วันนี้นะคะ ให้นักเรียนนะคะ พิจารณา

27
00:01:47,195 --> 00:01:51,192
ภาพนะคะ บนหน้าจอนะคะ หลังจากนั้น

28
00:01:51,192 --> 00:01:55,192
ลองทายดูสิว่าเป็นสำนวนสุภาษิต

29
00:01:55,194 --> 00:01:59,194
คำพังเพยเกี่ยวกับอะไร (คุณครูปรเมษฐ) ทายเป็น

30
00:01:59,205 --> 00:02:03,204
สำนวนเลยใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ นักเรียนสังเกตดู

31
00:02:03,204 --> 00:02:07,197
มีอะไรอยู่บ้างนะ มีนาย นายพราน

32
00:02:07,197 --> 00:02:11,197
มีป่า มีช้างนะคะ แล้วก็มีอะไรอีกคะครูปรเมษฐ

33
00:02:11,203 --> 00:02:15,192

34
00:02:15,192 --> 00:02:19,192
(คุณครูปรเมษฐ) มีเด็กและสุนัขจิ้งจอก (คุณครูคณิตา) แล้วที่สำคัญล่ะค่ะ

35
00:02:19,203 --> 00:02:23,195
คือ (คุณครูปรเมษฐ) มี (คุณครูคณิตา) คืออะไร คะ

36
00:02:23,195 --> 00:02:27,194
ใบอะไรนี่เด็ก ๆ (คุณครูคณิตา) ใบอะไรเอ่ย

37
00:02:27,194 --> 00:02:31,194
ใบ... ใบอะไรนะ ใบบัว

38
00:02:31,196 --> 00:02:35,195
หรือเปล่าคะ ใช่ไหม (คุณครูปรเมษฐ) ใบบัว ใบบัว

39
00:02:35,195 --> 00:02:39,193
นี่มีหลายชนิดนะครับ ใบบัว

40
00:02:39,193 --> 00:02:43,193
ที่เราน่าจะเปรียบเทียบ คือ ใบบัวหลวง

41
00:02:43,198 --> 00:02:47,198
เด็ก ๆ รู้จักไหม บัวหลวงจะเป็นลักษณะใบที่ใหญ่นะ

42
00:02:47,213 --> 00:02:51,196
นำไปไว้บูชาพระ อันนี้คือใบบัวหลวง

43
00:02:51,196 --> 00:02:55,196
ถ้าเด็ก ๆ จะทายเป็นสำนวน คุณครูช่วยก่อนดีกว่า

44
00:02:55,200 --> 00:02:59,195
ภาพแรกน่ะ

45
00:02:59,195 --> 00:03:03,195
(คุณครูคณิตา) ภาพแรกใช่ไหมคะ พูดพร้อม ๆ กันค่ะ สำนวนอะไรเอ่ย

46
00:03:03,199 --> 00:03:07,192
ช้างตายทั้งตัวเอาใบบัว

47
00:03:07,192 --> 00:03:11,192
มาปิด (คุณครูปรเมษฐ) นี่คือ

48
00:03:11,196 --> 00:03:15,196
ปริศนาสำนวนไทยนั่นเอง ให้นักเรียนลองทายดูนะครับ

49
00:03:15,198 --> 00:03:19,198
ต่อไป ๆ เดี๋ยวคุณครูคณิตาไม่บอกควายหมายหน่อยหรือครับ (คุณครูคณิตา) ความหมาย

50
00:03:19,200 --> 00:03:23,195
นะคะ ก็คือ การกระทำความผิดใหญ่หลวง

51
00:03:23,195 --> 00:03:27,195
ย่อมไม่อาจปกปิดได้นะคะ ต้องมีผู้รู้

52
00:03:27,200 --> 00:03:31,198
ไม่วันใดก็วันหนึ่ง (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ

53
00:03:31,198 --> 00:03:35,193
ช้างตัวใหญ่โต ใบบัวใบนิดเดียวไม่สามารถมาปิด

54
00:03:35,193 --> 00:03:39,193
ช้างได้นะครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ (คุณครูปรเมษฐ) ดูสำนวน

55
00:03:39,200 --> 00:03:43,200
นะครับ เปิดภาพปุ๊บให้เวลาคิด 3 วิ

56
00:03:43,204 --> 00:03:47,204
(นาที) (คุณครูคณิตา) เป็นความรู้เก่านะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา)

57
00:03:47,222 --> 00:03:51,192
ง่ายมากเลยค่ะ นักเรียน ตอบ 1, 2

58
00:03:51,192 --> 00:03:55,192
, 3 ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คือสำนวน เก่งมากครับ จับ

59
00:03:55,211 --> 00:03:59,194
ปลา 2 มือ (คุณครูปรเมษฐ) จับปลาสองมือ

60
00:03:59,194 --> 00:04:03,194
เห็นเด็ก ๆ จับปลานะ แล้วมีความหมาย

61
00:04:03,205 --> 00:04:07,205
ว่าอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) บอกไว้ก่อนนะคะ มีความหมาย

62
00:04:07,214 --> 00:04:11,214
ในทางที่ดี หรือไม่ดีคะ ตอบเลยค่ะ

63
00:04:11,302 --> 00:04:15,302
คุณครูปรเมษฐคะ

64
00:04:15,321 --> 00:04:19,321
คุณครูปรเมษฐลองบอกสิคะ

65
00:04:19,329 --> 00:04:23,195
ในเชิงบวกหรือเชิงลบค่ะ จับปลา 2 มือนี่ (คุณครูปรเมษฐ)

66
00:04:23,195 --> 00:04:27,192
เอาไว้ตำหนินะ เวลาทำอะไรนี่ เวลาทำอะไรล

67
00:04:27,192 --> 00:04:31,192
ทำ 2 สิ่ง 2 อย่างพร้อมกันบางที

68
00:04:31,194 --> 00:04:35,194
สำเร็จไหม (คุณครูคณิตา) ไม่สำเร็จสักอย่างหนึ่ง หรือว่าทำแล้ว

69
00:04:35,231 --> 00:04:39,193
มันไม่ดีเลยสักอย่างหนึ่งนะคะ เพราะฉะนั้นนี่

70
00:04:39,193 --> 00:04:43,193
หากเราจะทำอะไรอย่างใดอย่างหนึ่งนี่

71
00:04:43,205 --> 00:04:47,193
ทำไมคะ เลือกทำนะคะ อย่าจับปลา

72
00:04:47,193 --> 00:04:51,193
สองมือ เพราะว่าไม่อย่างนั้นนี่ พวกงานต่าง ๆ ที่ทำ

73
00:04:51,193 --> 00:04:55,193
ก็อาจจะไม่สำเร็จหรือออกมาไม่ดีก็ได้ค่ะ

74
00:04:55,193 --> 00:04:59,193
(คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ เปรียบดั่งปลาที่จับ

75
00:04:59,200 --> 00:05:03,192
มือเดียวมันอาจจะหลุดไปได้ ก็สุดท้ายแล้ว

76
00:05:03,192 --> 00:05:07,192
ไม่ได้กินอะไรเลยนะครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เตรียมตัว ดูให้ดีนะ

77
00:05:07,198 --> 00:05:11,191
มี

78
00:05:11,191 --> 00:05:15,191
งู มีเด็ก ลักษณะอาการเขวี้ยงหรือ

79
00:05:15,193 --> 00:05:19,191
ออกไป ตอบครับ เป็นสำนวน

80
00:05:19,191 --> 00:05:23,191
(คุณครูคณิตา) อะไรเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) เก่งมาก ขว้างงูไม่พ้นคอ (คุณครูคณิตา) ค่ะ

81
00:05:23,197 --> 00:05:27,197
(คุณครูปรเมษฐ) เป็นอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) กระทำในสิ่ง

82
00:05:27,238 --> 00:05:31,192
ที่เป็นผลร้ายนะคะ แล้วทำไมเอ่ย ย้อน

83
00:05:31,192 --> 00:05:35,192
กลับเข้าตัวเอง (คุณครูปรเมษฐ) เปรียบเสมือนดัง

84
00:05:35,194 --> 00:05:39,194
เราตีงูแต่ไม่ตายดี

85
00:05:39,196 --> 00:05:43,192
แล้วเราจะเขวี้ยงหรือปาทิ้ง แต่สุดท้ายไม่

86
00:05:43,192 --> 00:05:47,190
พ้นตัวเอง กลับมาแว้งกัด ดังที่

87
00:05:47,190 --> 00:05:51,190
ครูคณิตาได้อธิบาย เด็ก ๆ พร้อมนะ

88
00:05:51,190 --> 00:05:55,190
หมดหรือยัง (คุณครูคณิตา) หมดแล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) น่าเสียดายจังเลย

89
00:05:55,201 --> 00:05:59,201
ครูเชื่อว่ามีอีกหลายภาพที่เด็ก ๆ จะได้

90
00:05:59,201 --> 00:06:03,192
ทายสำนวนกันนะครับ ไปดูกันต่อ คำถาม

91
00:06:03,192 --> 00:06:07,192
กระตุ้นความคิดวันนี้นะครับ การใช้สำนวน สุภาษิต

92
00:06:07,197 --> 00:06:11,193
และคำพังเพยนะ จำเป็นจะต้อง

93
00:06:11,193 --> 00:06:15,193
รู้ความหมายหรือไม่ เพราะเหตุใด

94
00:06:15,196 --> 00:06:19,192
อย่างเช่น เมื่อสักครู่ที่ครูคณิตาให้ดูภาพ

95
00:06:19,192 --> 00:06:23,192
ที่ครูให้ดูภาพ ครูจะถามครูคณิตาว่าหมายความว่าอย่างไร

96
00:06:23,203 --> 00:06:27,193
ใช่ไหม เด็ก ๆ คิดว่าจำเป็นไหมละ (คุณครูคณิตา)

97
00:06:27,193 --> 00:06:31,193
ตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ มันจำเป็น

98
00:06:31,196 --> 00:06:35,196
จะต้องรู้ความหมาย แต่อันนั้นไม่เท่าไร

99
00:06:35,201 --> 00:06:39,190
รู้ความหมายนี่ รู้เพราะเหตุใด

100
00:06:39,190 --> 00:06:43,190
(คุณครูคณิตา) อันนี้เป็นการแสดงความคิดเห็นนะคะ ทำไม

101
00:06:43,194 --> 00:06:47,194
เราจึงต้องรู้ความหมายเกี่ยวกับสำนวน สุภาษิต คำพัง

102
00:06:47,198 --> 00:06:51,192
เพย เพราะอะไรเอ่ย เพราะอะไรนะ

103
00:06:51,192 --> 00:06:55,189
ได้ยินมาแว่ว ๆ นะคะ ว่า

104
00:06:55,189 --> 00:06:59,189
การที่เราจะรู้เกี่ยวกับสำนวนสุภาษิต คำพังเพยนี่

105
00:06:59,191 --> 00:07:03,191
ทำไมเราถึงจะต้องรู้ เพราะว่าเราจำเป็น

106
00:07:03,194 --> 00:07:07,193
จะต้องทราบก่อนใช่ไหมคะ ต้องทราบความหมายก่อน

107
00:07:07,193 --> 00:07:11,193
ทราบความหมายเหล่านั้น เราก็นำมาใช้สื่อสารได้

108
00:07:11,198 --> 00:07:15,195
ตรงตามวัตถุประสงค์นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับผม

109
00:07:15,195 --> 00:07:19,191
มันเป็นที่มา

110
00:07:19,191 --> 00:07:23,190
แห่งการเรียนนะครับ ที่มาของการเรียน

111
00:07:23,190 --> 00:07:27,190
สำนวน สุภาษิต คำพังเพยนั้น ก็จะต้องรู้ว่า

112
00:07:27,192 --> 00:07:31,192
เราจะเรียนไปทำไมนะครับ จึงต้องแจ้งจุดประสงค์ให้เราได้รับรู้นะครับ

113
00:07:31,203 --> 00:07:35,195
ก็คือนักเรียนนั้นจะต้องสามารถอธิ

114
00:07:35,195 --> 00:07:39,192
บาย รวบรวมคำสำนวน สุภาษิต คำพังเพย

115
00:07:39,192 --> 00:07:43,191
ที่จะนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน รวมถึง

116
00:07:43,191 --> 00:07:47,191
ต้องเห็นความสำคัญของสำนวนไทยด้วย อันนี้

117
00:07:47,193 --> 00:07:51,190
ก็คือสิ่งที่เด็ก ๆ นั้นจะต้องปฏิบัติ

118
00:07:51,190 --> 00:07:55,190
และจะต้องนำไปใช้ในชีวิตจริงใช่ไหมครับครูคณิตา

119
00:07:55,193 --> 00:07:59,191
(คุณครูคณิตา) นคะ คู่อยู่คู่กับคนไทยมายาวนาน

120
00:07:59,191 --> 00:08:03,191
ถ้าไม่สำคัญนี่ เราก็คงไม่ต้องมาเรียนรู้กันหรอก ใช่ไหมคะ

121
00:08:03,194 --> 00:08:07,194
คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่แล้วครับผม ไปกันต่อเลยครับ

122
00:08:07,202 --> 00:08:11,191
ทายภาพทราบสำนวน (คุณครูคณิตา)

123
00:08:11,191 --> 00:08:15,191
เมื่อกี้เป็นการวอร์มเครื่อง เป็นการเตรียมความพร้อม

124
00:08:15,191 --> 00:08:19,190
ใช่ไหมคะ เอ่าล่ะค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ตอนนี้นะ

125
00:08:19,190 --> 00:08:23,190
(คุณครูคณิตา) เอาจริงแล้วนะ ๆ (คุณครูปรเมษฐ) เตรียมตัวเลย ครูไม่บอกแล้วนะ

126
00:08:23,201 --> 00:08:27,193
ครูจะให้ดูภาพ แล้วจะบอกความหมาย แล้วจะบอก

127
00:08:27,193 --> 00:08:31,189
เลยนะครับ 1, 2, 3

128
00:08:31,189 --> 00:08:35,189
คิดครับ

129
00:08:35,191 --> 00:08:39,191
ตอบแล้ว ตอบว่าอะไรนะ

130
00:08:39,192 --> 00:08:43,192
อีกครั้งสิ สำนวนนี้มีชื่อว่า เข

131
00:08:43,203 --> 00:08:47,190
็นครกขึ้นภูเขา

132
00:08:47,190 --> 00:08:51,190
เดี๋ยวคุณครูขออธิบายก่อนนะ จากรูปนี่

133
00:08:51,191 --> 00:08:55,191
ไม่ใช่ครกที่ใช้ตำน้ำพริกนะนักเรียน โบราณไม่มี

134
00:08:55,193 --> 00:08:59,192
โรงสี โรงสี คือ โรงสีข้าว

135
00:08:59,192 --> 00:09:03,192
ตำข้าว ต้องใช้ไม้เป็นต้น แล้วก็มาขุด

136
00:09:03,201 --> 00:09:07,189
ให้มันเป็นหลุมลงไป ใช้ในการตำข้าว

137
00:09:07,189 --> 00:09:11,189
คุณครูคณิตา แล้วมันมีความหมายว่าอย่างไรล่ะ (คุณครูคณิตา)

138
00:09:11,194 --> 00:09:15,189
ความหมาย ก็คือการทำอะไรก็บรรลุผลนั้น

139
00:09:15,189 --> 00:09:19,189
นะคะ ไม่ใช่สิ่งที่กระทำโดยง่ายค่ะ ส่วนใหญ่นี่จะใช้กับ

140
00:09:19,196 --> 00:09:23,189
งานที่ทำไม่ค่อยสำเร็จนะคะ

141
00:09:23,189 --> 00:09:27,189
ก็คือการเข็น กลิ้ง มันจะเป็น

142
00:09:27,189 --> 00:09:31,189
แบบ นักเรียนลองนึกภาพนะคะ นำครก

143
00:09:31,190 --> 00:09:35,190
ที่คุณครูปรเมษฐบอกใช่ไหมคะ ที่เป็นไม้ต้นใหญ่

144
00:09:35,193 --> 00:09:39,193
ถ้าใครมีนะ แถวบ้านนะ ก็ลองไป... (คุณครูปรเมษฐ) ลองไปเข็น

145
00:09:39,203 --> 00:09:43,196
เลยหรือครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ จะได้รู้ไงคะ ถึงความยาก

146
00:09:43,196 --> 00:09:47,191
ลำบาก ว่ามันยากลำบากขนาดไหน (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ไปทำตาม

147
00:09:47,191 --> 00:09:51,191
โดนทับขึ้นมาคุณครูคณิตาจะรับผิดชอบอย่างไร (คุณครูคณิตา) อันนี้ก็

148
00:09:51,194 --> 00:09:55,192
ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของนักเรียนนะคะ ว่านักเรียนควร

149
00:09:55,192 --> 00:09:59,192
ทำหรือไม่ทำนะคะ แต่ก็ถ้าหาก

150
00:09:59,195 --> 00:10:03,191
อยากลองนะคะ แต่ถ้าจะลองนะคะ ต้องมีผ้ปกครอง

151
00:10:03,191 --> 00:10:07,191
ดูแลความปลอดภัยด้วยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่าครูคณิตาจะให้ทำจริง

152
00:10:07,199 --> 00:10:11,199
นะครับ ดูภาพต่อไปครับ

153
00:10:11,222 --> 00:10:15,196
คิดเลย (คุณครูคณิตา) อะไรเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) นี่

154
00:10:15,196 --> 00:10:19,190
ตอบแล้ว เดี๋ยว ๆ ฟังอีกครั้งหนึ่งสิ

155
00:10:19,190 --> 00:10:23,190
มีปู มีการหยิบ การจับ

156
00:10:23,190 --> 00:10:27,190
เก่งมากครับ จับปูใส่กระด้ง

157
00:10:27,198 --> 00:10:31,198
(คุณครูคณิตา) ความหมายก่อนดีไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) บอกความหมายก่อน (คุณครูคณิตา) ความหมาย

158
00:10:31,202 --> 00:10:35,190
ก็คือยากที่จะอยู่นิ่ง ๆ ได้

159
00:10:35,190 --> 00:10:39,190
ยกเว้นว่าปูจะโดนจับมัด เดี๋ยวนักเรียน

160
00:10:39,190 --> 00:10:43,190
จะบอกว่าผมเคยเห็นครับ ปูนอนนิ่งอยู่

161
00:10:43,190 --> 00:10:47,190
เพราะว่ามันจับมัดเสร็จแล้วนะ แต่ถ้าตามปกตินะ

162
00:10:47,194 --> 00:10:51,194
ถ้าปูนี่ไม่โดนจับมัด ไม่ตายนะคะ

163
00:10:51,195 --> 00:10:55,190
เป็นในลักษณะอย่างนี้ ปูจะอยู่ไม่นิ่ง

164
00:10:55,190 --> 00:10:59,190
มันคล้าย ๆ กับอีกสำนวนหนึ่ง คืออะไรนะ

165
00:10:59,203 --> 00:11:03,203
ได้ยินแน่นอนนะคะ ก็คือสำนวน ซน

166
00:11:03,220 --> 00:11:07,192
อะไรนะ ซนเหมือน เหมือนอะไรนะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ)

167
00:11:07,192 --> 00:11:11,190
ซนเหมือนลิงเหมือ

168
00:11:11,190 --> 00:11:15,190
ข้าง เปรียบเหมือนดั่งที่ครูนี่ ไปทัศนศึกษา

169
00:11:15,191 --> 00:11:19,191
อย่างกับจับปูใส่กระด้งเลยนะ

170
00:11:19,198 --> 00:11:23,193
เป็นการเปรียบเทียบ ไม่อยู่นิ่ง วิ่งไปวิ่งมา

171
00:11:23,193 --> 00:11:27,193
เพราะฉะนั้น เธอจะทำตัวเหมือนปูหรือเปล่าที่ไม่อยู่นิ่ง

172
00:11:27,193 --> 00:11:31,193
อันนี้ให้คิดนะครับ ดูภาพ ต้องดูภาพ

173
00:11:31,201 --> 00:11:35,194
สิ่งที่เป็นภาชนะสานนี่นะครับ เขาเรียกว่า "กระ

174
00:11:35,194 --> 00:11:39,189
ด้ง" นะ เอาไว้ใช้ในการตากปลาใส่ของ

175
00:11:39,189 --> 00:11:43,189
นะครับ อันนี้คือปู เด็ก ๆ รู้จักแล้วนะ

176
00:11:43,191 --> 00:11:47,191
ไปกันต่อ ภาพต่อไปเตรียมตัวนะครับ

177
00:11:47,192 --> 00:11:51,192
(คุณครูคณิตา) โบราณเลยนะคะ อันนี้ก็

178
00:11:52,190 --> 00:11:56,190
มาลักษณะ อะไรเอ่ย มีอะไรนะ

179
00:11:56,199 --> 00:12:00,199
อะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) รูปปั้นใช่ไหมครับ ครูคณิตา

180
00:12:00,229 --> 00:12:04,193
มีเขา น่าจะเป็นวัว หรือเป็นความ (คุณครูคณิตา) ไม่แน่ใจ

181
00:12:04,193 --> 00:12:08,190
นักเรียนคะ เมื่อกี้ครูมีคีย์เวิร์ดนะ

182
00:12:08,190 --> 00:12:12,190
มีใบ้นิดหนึ่งนะ มีวัวกับควายนะคะ

183
00:12:12,190 --> 00:12:16,190
ตั้งแต่เห็นภาพแล้วครูคณิตา ตอบว่าสำนวน

184
00:12:16,191 --> 00:12:20,191
(คุณครูคณิตา) ยาวหน่อยนะคะ อยู่บ้านท่าน อย่านิ่ง

185
00:12:20,191 --> 00:12:24,188
ดูดาย ปั้นวัวปั้นควายให้ลูกท่าน

186
00:12:24,188 --> 00:12:28,188
เล่น (คุณครูปรเมษฐ) คราวนี้ดูความหมาย (คุณครูคณิตา) ความหมายนะคะ

187
00:12:28,193 --> 00:12:32,193
เมื่อเราไปอาศัยอยู่บ้านของใครนะคะ

188
00:12:32,194 --> 00:12:36,189
ก็ควรที่จะทำประโยชน์ให้

189
00:12:36,189 --> 00:12:40,189
บ้านเหล่านั้นด้วยนะคะ หรือว่าบ้านคนที่เราไปอาศัยอยู่

190
00:12:40,192 --> 00:12:44,189
ด้วยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ ไปกันต่อเลย

191
00:12:44,189 --> 00:12:48,189
มันรูปผู้หญิงหรือผู้ชายคู่กัน

192
00:12:48,189 --> 00:12:52,189
(คุณครูคณิตา) เขาจะเป็นอะไรคะ นักเรียน (คุณครูปรเมษฐ) ไหนลองยืนให้เหมือนสิครับครูคณิตา

193
00:12:52,194 --> 00:12:56,194
(คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ (คุณครูปรเมษฐ) สมมติครูกับครูคณิตาเลยนะ ภาพนี้

194
00:12:56,197 --> 00:13:00,197
ขยับเข้ามา (คุณครูคณิตา) ค่ะ อาจจะไม่เหมือนในรูปนะคะ

195
00:13:00,197 --> 00:13:04,197
คุณครูปรเมษฐนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ทายสำนวนสิ

196
00:13:04,198 --> 00:13:08,190
ตอบว่าเป็นสำนวนอะไรครับ

197
00:13:08,190 --> 00:13:12,190
กิ่งทองใบหยกนะ เป็นคำโบราณใช่ไหมครูคณิตา

198
00:13:12,192 --> 00:13:16,192
(คุณครูคณิตา) เป็นคำโบราณค่ะ เด็ก ๆ นี่

199
00:13:16,205 --> 00:13:20,195
อาจจะไกลหน่อยนะคะ เขาเรียกว่ายัง เขาเรียกว่า "ยังไม่ถึงวัย"

200
00:13:20,195 --> 00:13:24,195
นะ กิ่งทองใบหยกนะคะ ใช้

201
00:13:24,197 --> 00:13:28,192
กับคำว่า "เหมาะสมกันมาก" เหมือน

202
00:13:28,192 --> 00:13:32,192
คุณครูกับคุณครูปรเมษฐนี

203
00:13:32,208 --> 00:13:36,193
่นะคะ สามารถที่จะสอนนักเรียนได้อย่างสนุกสนาน

204
00:13:36,193 --> 00:13:40,191
แต่ว่าสำนวน คำว่า "กิ่งทองใบหยก" นี่ เราจะใช้กับ

205
00:13:40,191 --> 00:13:44,188
ชาย - หญิง ที่จะแต่งงานกันแล้วนะคะ

206
00:13:44,188 --> 00:13:48,188
ต่อไปกันเลยดีกว่าค่ะ เด็ก ๆ คงรอแล้วค่ะ เรื่องสำนว

207
00:13:48,191 --> 00:13:52,191
น (คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ทายเลย

208
00:13:52,191 --> 00:13:56,191
ปลูกข้าวครับ ปลูกข้าว คือ การทำนา ที่ไหน

209
00:13:56,195 --> 00:14:00,192
ตอบคำถาม 1, 2, 3 ทำนาบนหลังคน

210
00:14:00,192 --> 00:14:04,192
คุณครูคณิตาอธิบายความหมายครับ (คุณครูคณิตา)

211
00:14:04,200 --> 00:14:08,192
นักเรียนพิจารณาดูรูปภาพของคนนะคะ

212
00:14:08,192 --> 00:14:12,187
ผอม แห้ง แสดงว่า

213
00:14:12,187 --> 00:14:16,187
การทำนาบนหลังคนเป็นสำนวนที่

214
00:14:16,188 --> 00:14:20,188
เป็นการบอกนะคะ ว่าเป็นการหาผลประโยชน์ โดยการ

215
00:14:20,195 --> 00:14:24,191
ขูดรีดจากผู้อื่นนั่นเอง ดูสิ

216
00:14:24,191 --> 00:14:28,189
คนที่หาผลประโยชน์เป็นอย่างไร อ้วน ท้วน

217
00:14:28,189 --> 00:14:32,189
ส่วนคนที่ถูกขูดรีดล่ะคะ เป็นอย่างไร ผอมแห้ง

218
00:14:32,189 --> 00:14:36,189
แรงน้อยนะคะ เพราะฉะนั้นนี่ เมื่อโตไปนะคะ

219
00:14:36,199 --> 00:14:40,189
อย่าเป็นคนที่ทำนาบนหลังคนนะคะ

220
00:14:40,189 --> 00:14:44,189
จะต้องรู้จักแบ่งปัน เอื้อเฟื้อ เผื่อแพ่

221
00:14:44,192 --> 00:14:48,192
(คุณครูปรเมษฐ) หมดหรือยังครูคณิตา (คุณครูคณิตา) หมดแล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) หมดแล้ว

222
00:14:48,193 --> 00:14:52,190
เด็ก ๆ ยังอยากจะทายอีก ไม่เป็นอะไรครับ เด็ก ๆ

223
00:14:52,190 --> 00:14:56,189
สามารถที่จะไปหาภาพมาทายเล่นกับเพื่อนนะ

224
00:14:56,189 --> 00:15:00,189
ภาพสำนวนที่จะนำมาทาย มีมายเลยใช่ไหมครับครูคณิตา

225
00:15:00,189 --> 00:15:04,189
(คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ หลังจากที่เรานี่ได้ทาย

226
00:15:04,191 --> 00:15:08,191
เกี่ยวกับรูปภาพ สำนวนสุภาษิต คำพังเพย ไปแล้ว

227
00:15:08,196 --> 00:15:12,189
นักเรียนรู้ความหมายเกี่ยวกับสำนวน หรือ

228
00:15:12,189 --> 00:15:16,189
ความหมายเกี่ยวกับคำพังเพย และความหมายเกี่ยวกับ

229
00:15:16,192 --> 00:15:20,192
สุภาษิตบ้างหรือเปล่า (คุณครูปรเมษฐ) ที่คุณครูคณิตาต้องถามนี่

230
00:15:20,226 --> 00:15:24,200
เพราะมันเป็นเรื่องที่หนู ๆ จะได้เรียน

231
00:15:24,200 --> 00:15:28,197
สำนวน สุภาษิต และคำพังเพยใช่ไหมครูคณิตา

232
00:15:28,197 --> 00:15:32,190
(คุณครูคณิตา) ความหมายกันเลยดีกว่านะคะ นักเรียนเตรีมสมุด

233
00:15:32,190 --> 00:15:36,187
ปากกา เตรียมจดด้วยนะคะ จด

234
00:15:36,187 --> 00:15:40,187
ด้วยความเข้าใจของตัวเอง (คุณครูปรเมษฐ) อย่าลืม

235
00:15:40,192 --> 00:15:44,188
นะ สำคัญมาก เดี๋ยวจะไม่รู้ว่าเรียนวันไหน

236
00:15:44,188 --> 00:15:48,188
ไปดูกันเลย คำแรกเลยนะครับ

237
00:15:48,189 --> 00:15:52,189
คืออะไรครับ ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) สำนวนค่ะ คือ

238
00:15:52,193 --> 00:15:56,192
คำพูด หรือถ้อยคำที่กระทัดรัด

239
00:15:56,192 --> 00:16:00,188
สละสลวย มีความหมายโดยนัย

240
00:16:00,188 --> 00:16:04,188
เป็นลักษณะความหมายเชิงอุปมาเปรียบเทียบ จะไม่แปลความหมาย

241
00:16:04,191 --> 00:16:08,191
ตรงตามตัวอักษรค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ก็คือคำนิยามของ

242
00:16:08,192 --> 00:16:12,188
หมายของคำว่า "สำนวน" ก็คือแปล

243
00:16:12,188 --> 00:16:16,188
ไม่ตรงความหมาย แล้วก็มีความหมายโดยนัย โดยนัย

244
00:16:16,198 --> 00:16:20,194
มันคืออะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เราจะต้องแปลความหมายอีกรอบหนึ่ง

245
00:16:20,194 --> 00:16:24,188
เดี๋ยวนักเรียนอาจจะนึกภาพไม่ออก มาดูตัวอย่างกันดีกว่าค่ะ

246
00:16:24,188 --> 00:16:28,188
คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ครับผม ตัวอย่างสำนวนนะครับ (คุณครูคณิตา)

247
00:16:28,193 --> 00:16:32,188
ตัวอย่างแรก คำว่า "ไขสือ"

248
00:16:32,188 --> 00:16:36,187
คุณครูปรเมษฐอย่ามาทำ

249
00:16:36,187 --> 00:16:40,187
ไขสือนะ แปลว่าอะไร แปลว่าอะไรคะ

250
00:16:40,199 --> 00:16:44,189
แปลว่า ทำเป็น

251
00:16:44,189 --> 00:16:48,187
ไม่รู้ ไม่เข้าใจ เห็นไหม

252
00:16:48,187 --> 00:16:52,187
คำว่า "ไขสือ" ตรงตามตัวไหมคะ สำนวน

253
00:16:52,194 --> 00:16:56,187
จะแปลไม่ตรงตามตัวอักษร และมีความหมายโดยนัย

254
00:16:56,187 --> 00:17:00,187
คือ เราจะต้องหาความหมายของ

255
00:17:00,187 --> 00:17:04,187
สำนวนนี้อีกครั้งหนึ่ง (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมา

256
00:17:04,202 --> 00:17:08,188
ปากเสีย นักเรียนคงคุ้น ๆ ล่ะค่ะ

257
00:17:08,188 --> 00:17:12,187
คุณครูปรเมษฐนี่ปากเสียมากเลยนะ เป็นการ

258
00:17:12,187 --> 00:17:16,187
ยกตัวอย่างนะคะคุณครูปรเมษฐ คุณครูปรเมษฐ

259
00:17:16,190 --> 00:17:20,190
ทราบไหมคะ คำว่า "ปากเสีย" หมายความว่าอย่างไร

260
00:17:20,196 --> 00:17:24,196
(คุณครูปรเมษฐ) ปากที่เน่าเสีย (คุณครูคณิตา) ปากที่เน่าเสีย ต้องไ

261
00:17:24,201 --> 00:17:28,189
ปพบทันตแพทย์นะคะ ปากที่เน่าเสียนะ แต่คำว่า "ปากเสีย"

262
00:17:28,189 --> 00:17:32,189
นะคะ ในความหมายเชิงสำนวน หมายถึง ปาก

263
00:17:32,197 --> 00:17:36,191
ที่พูด พูดเป็นอย่างไร พูดว่าร้าย

264
00:17:36,191 --> 00:17:40,188
พูดไม่ดี นักเรียนคะ ก็คือเป็นการพูด

265
00:17:40,188 --> 00:17:44,188
เชิงตัดกำลังใจนะคะ หรือพูดให้ร้าย

266
00:17:44,189 --> 00:17:48,189
ว่าร้ายผู้อื่นนะคะ ซึ่งครูปรเมษฐนี่นะคะ

267
00:17:48,194 --> 00:17:52,190
คุณครูเป็นคนดีนะคะ พูดแต่สรรเสริญเยินยอ

268
00:17:52,190 --> 00:17:56,188
ผู้อื่นนะคะนักเรียน (คุณครูปรเมษฐ) เดี๋ยว ๆ

269
00:17:56,188 --> 00:18:00,188
โดยนัยนี่ เดี๋ยวขยายให้นักเรียนเข้าใจตรงนี้เลย

270
00:18:00,198 --> 00:18:04,189
ปากเสีย ที่ครูบอกครูคณิตานี่

271
00:18:04,189 --> 00:18:08,189
ปากพัง อันนั้นคือความหมายโดยตรง แต่ที่ครูคณิตา

272
00:18:08,189 --> 00:18:12,189
บอก ก็คือปากเสีย ก็คือพูดไม่ดี พูดว่าร้ายคนอื่น

273
00:18:12,190 --> 00:18:16,189
คือ ความหมายโดยนัยนะครับ ก็คือสำนวน

274
00:18:16,189 --> 00:18:20,186
มันแปลไม่ตรงความหมายนั่นเอง

275
00:18:20,186 --> 00:18:24,186
ฟังนี่นะครับ อีกสำนวนหนึ่ง (คุณครูคณิตา) คำว่า

276
00:18:24,190 --> 00:18:28,190
"ยกเมฆ" (คุณครูปรเมษฐ) แบบนี้ หยิบเมฆมา แล้วยกเมฆ

277
00:18:28,192 --> 00:18:32,191
(คุณครูคณิตา) ครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ความหมายโดยอะไร (คุณครูคณิตา)

278
00:18:32,191 --> 00:18:36,191
ตรงค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเป็นโดยนัย (คุณครูคณิตา)

279
00:18:36,194 --> 00:18:40,190
ยกเมฆ นี้ไม่สามารถยกได้นะคะ แต่ถ้าเป็นเมฆ

280
00:18:40,190 --> 00:18:44,188
ที่ว่าเป็นตุ๊กตาหรือหมอน น่าจะยกได้

281
00:18:44,188 --> 00:18:48,188
ความหมายของคำว่า "ยกเมฆ" คืออะไร คะ

282
00:18:48,190 --> 00:18:52,189
คือ การพูดเรื่องที่มันไม่มีหลักฐานอยู่นั่นเอง

283
00:18:52,189 --> 00:18:56,189
นี่ก็คือเป็นหลักฐาน

284
00:18:56,192 --> 00:19:00,187
โดยนัยนะ ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อีกสำนวน

285
00:19:00,187 --> 00:19:04,186
คือ ชั่วช่างชี ดีช่างสงฆ์ ลองให้นักเรียน

286
00:19:04,186 --> 00:19:08,186
ไปอ่านบ้างสิ (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เขามีพจนานุกรม

287
00:19:08,193 --> 00:19:12,193
ลองเปิดหาความหมายไปพร้อม ๆ กับครูเลย

288
00:19:12,208 --> 00:19:16,187
(คุณครูคณิตา) จดลงไปนะคะ ชั่วช่างชี ดีช่างสง

289
00:19:16,187 --> 00:19:20,187
ฆ์ ไปหาความหมายเพิ่มเติมนะคะ คุณครูปลายทางคะ รบกวน

290
00:19:20,190 --> 00:19:24,190
นะคะ ตรวจสอบคำตอบของนักเรียนด้วยนะคะ

291
00:19:24,192 --> 00:19:28,191
(คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ เดี๋ยวเราทิ้งไว้เป็นการบ้านดีไหม

292
00:19:28,191 --> 00:19:32,190
ชั่วช่างดี ดีช่างสงฆ์นะ

293
00:19:32,190 --> 00:19:36,190
(คุณครูปรเมษฐ) จดเสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ ไปต่อ

294
00:19:36,190 --> 00:19:40,190
(คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มีตัวอย่างสำนวนอีกแล้วครูคณิตา

295
00:19:40,190 --> 00:19:44,190
ตัวอย่างสำนวนใช่ไหมคะ และให้นักเรียนจดไปค่ะ

296
00:19:44,192 --> 00:19:48,189
แล้วไปหาสำนวนนะคะ แล้วไปหาความหมาย

297
00:19:48,189 --> 00:19:52,189
ของมัน (คุณครูปรเมษฐ) 4 คำ ก็ 4 วินาที

298
00:19:52,191 --> 00:19:56,191
พอไหม (คุณครูคณิตา) 4 วินาที เร็วเกินไปค่ะ จดค่ะ

299
00:19:56,191 --> 00:20:00,188
น้ำบ่อน้อย ขมิ้นกับปูน ดินพอกหองหมู

300
00:20:00,188 --> 00:20:04,187
(คุณครูคณิตา) ต่อปากต่อคำ

301
00:20:04,187 --> 00:20:08,187
น้ำบ่อน้อย ถ้าเป็นความหมายโดยตรง ก็เป็น

302
00:20:08,187 --> 00:20:12,187
น้ำที่มีน้ำน้อยใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) อันนี้ค่ะ

303
00:20:12,193 --> 00:20:16,190
นักเรียนคุณครูก็แหม ใจดีกับนักเรียน

304
00:20:16,190 --> 00:20:20,188
อีกแล้วนักเรียนที่น่ารักทุกคนนะคะ

305
00:20:20,188 --> 00:20:24,187
ในที่นี้หมายถึงน้ำลายค่ะ หมายถึง

306
00:20:24,187 --> 00:20:28,187
น้ำลายค่ะ ครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่

307
00:20:28,191 --> 00:20:32,189
น้ำบ่อน้อยนี่หมายถึงน้ำลาย ซึ่งเขาจะใช้

308
00:20:32,189 --> 00:20:36,187
ในช่วง เขาจะใช้ในตัวอย่างหรือความหมาย

309
00:20:36,187 --> 00:20:40,187
ที่ในเชิงเกี่ยวกับการค้าขายนะ อย่างเช่น

310
00:20:40,189 --> 00:20:44,189
การทำมาหากินในยุคนี้นี่เหมือนน้ำบ่อน้อย

311
00:20:44,201 --> 00:20:48,201
ได้บ้างไม่ได้บ้างแต่ละคนนี่ก็ต่างแย่งกัน

312
00:20:48,231 --> 00:20:52,193
น้ำบ่อน้อย น้ำลายน่ะ

313
00:20:52,193 --> 00:20:56,185
มีอะไรคะ มีนิดเดียว ได้บ้าง

314
00:20:56,185 --> 00:21:00,185
ไม่ได้บ้าง เพราะต่างคนต่างแย่งกัน ต่อมา

315
00:21:00,186 --> 00:21:04,186
นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้คือให้หาเอง (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ

316
00:21:04,195 --> 00:21:08,195
ให้หาเองดีกว่านะคะ (คุณครูปรเมษฐ) จดเรียบร้อยนะครับ เด็ก ๆ

317
00:21:08,205 --> 00:21:12,188
จะเป็นผู้ตรวจสอบนะครับ ไปกันต่อ ทีนี้คำพังเพย

318
00:21:12,188 --> 00:21:16,188
คำพังเพยคือสิ่งใดไหนเล่า

319
00:21:16,189 --> 00:21:20,185
ถ้อยคำที่เปรียบเทียบเหตุการณ์

320
00:21:20,185 --> 00:21:24,185
หรือเรื่องราวต่าง ๆ ที่พบเห็นในการดำรงชีวิต

321
00:21:24,195 --> 00:21:28,194
รุ่นก่อน ไม่เน้นการสั่งสอน

322
00:21:28,194 --> 00:21:32,186
แต่ใช้ในทำนองเปรียบเทียบ

323
00:21:32,186 --> 00:21:36,186
หรือเป็นข้อคิดสะกิดใจให้นำมาปฏิบัติ

324
00:21:36,188 --> 00:21:40,185
สำนวนมาแล้ว คำพังเพยตามมา

325
00:21:40,185 --> 00:21:44,185
นะครับ คำพังเพย คือ การเปรียบเทียบนะเด็ก ๆ การเปรียบ

326
00:21:44,189 --> 00:21:48,187
เทียบ การเสียดสี ประชดประชัน

327
00:21:48,187 --> 00:21:52,187
ถ้อยคำที่จะนำมาใช้เกี่ยวกับคำพังเพย

328
00:21:52,191 --> 00:21:56,187
ถ้าครูอธิบายแบบนี้ไม่เห็นภาพ เดี๋ยวไปดูกันดีกว่า

329
00:21:56,187 --> 00:22:00,187
นะครับ (คุณครูคณิตา) นักเรียนจำไว้นะคะ เมื่อไหร่ก็ตาม

330
00:22:00,207 --> 00:22:04,188
เจออะไรที่เป็นลักษณะของเสียดสี ให้นึกไว้เลย

331
00:22:04,188 --> 00:22:08,186
พังเพย มาดูตัวอย่างกันเลยดีกว่า

332
00:22:08,186 --> 00:22:12,185
ขิงก็รา ข่าก็แรง เป็นลักษณะ

333
00:22:12,185 --> 00:22:16,185
การเสียดสีนะ การเสียดสีอย่างไรเอ่ย

334
00:22:16,193 --> 00:22:20,187
ก็คือความหมายนะคะ ต่างคนนี่ต่างไม่ยอม

335
00:22:20,187 --> 00:22:24,187
ลดละกัน อย่างเช่น อารมณ์ร้อนกันทั้งคู่นี่ ต่าง

336
00:22:24,187 --> 00:22:28,187
ไม่มีคนใดคนหนึ่งนี่ ยอมเย็นเลยนะคะ

337
00:22:28,202 --> 00:22:32,190
ยอมที่เป็นฝ่ายขอโทษก่อนนะคะ ต่างคนต่าง

338
00:22:32,190 --> 00:22:36,190
ร้อน อารมณ์ร้อนใส่กันทั้งคู่ ถ้า

339
00:22:36,191 --> 00:22:40,190
อารมณ์ร้อนใส่กันทั้งคู่นี่ จะเป็นอย่างไรคะ ความสัมพันธ์

340
00:22:40,190 --> 00:22:44,185
จะพังลงนะ จะทำให้

341
00:22:44,185 --> 00:22:48,185
อาจจะกลายเป็นว่าเลิกเป็นเพื่อนเลยก็ได้

342
00:22:48,190 --> 00:22:52,190
นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) แต่สำหรับครูนี่อารมณ์เย็นตลอดเวลานะครับ (คุณครูคณิตา)

343
00:22:52,193 --> 00:22:56,186
คณิตาจะอารมณ์ร้อนคุณครูก็จะเป็นน้ำไปดับไฟนะ

344
00:22:56,186 --> 00:23:00,186
ต่อไป ทำนาบนหลังคน รู้ความหมายแล้ว

345
00:23:00,189 --> 00:23:04,189
อันนี้บอกเลยนะ ก็คือทำไมครูคณิตา (คุณครูคณิตา)

346
00:23:04,203 --> 00:23:08,189
ค้นหาสิ่งที่ยากจะค้นหาได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

347
00:23:08,189 --> 00:23:12,189
เอาไปเทียบกัน เอาไปเปรียบเทียบกับงมเข็มในมหาสมุทรนะคะ

348
00:23:12,192 --> 00:23:16,192
ต่อไป ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำค่ะ

349
00:23:16,193 --> 00:23:20,189
(คุณครูปรเมษฐ) ตำทำไมล่ะ ตำแล้วทิ้งน่ะ เป็นการเสียดสี

350
00:23:20,189 --> 00:23:24,189
(คุณครูคณิตา) ก็คือ ความหมายก็คือการลงทุนไปไม่คุ้มทุน

351
00:23:24,193 --> 00:23:28,188
ไม่ได้ผลประโยชน์นะคะ ก็คือไม่คุ้มทุนนั่นเอง

352
00:23:28,188 --> 00:23:32,188
ต่อไป อันนี้เป็นการบ้านนะคะ

353
00:23:32,188 --> 00:23:36,188
ฝากไว้ให้นักเรียนไปค้นคว้าหาความรู้

354
00:23:36,188 --> 00:23:40,188
เกี่ยวกับความหมายของคำพังเพยต่อไปนี้นะคะ นำขึ้น

355
00:23:40,203 --> 00:23:44,194
ให้รีบตัก รักวัวให้ผูก รักลูกต้องตี

356
00:23:44,194 --> 00:23:48,187
ทำไมต้องผูกวัว ทำไมต้องตีลูกนะ

357
00:23:48,187 --> 00:23:52,187
ดูนะคะ รักดีหามจั่ว รักชั่วหามเสา

358
00:23:52,190 --> 00:23:56,187
นะ แล้วก็ข้างในสดใส ข้างในเป็นโพรง

359
00:23:56,187 --> 00:24:00,187
ความหมายว่าอย่างไร (คุณครูปรเมษฐ) มันมีอีกคำหนึ่งนะ ข้างนอกสุกใส ข้างในต๊ะติ๊งโหน่ง

360
00:24:00,194 --> 00:24:04,187
เด็ก ๆ เคยได้ยินเปล่า มี 2 คำนะครับ

361
00:24:04,187 --> 00:24:08,187
รักดีหามจั่ว รักชั่วหามเสา

362
00:24:08,187 --> 00:24:12,187
เด็ก ๆ จดให้เรียบร้อย

363
00:24:12,187 --> 00:24:16,187
(คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คงจดกันเรียบร้อยแล้วนะคะ

364
00:24:16,190 --> 00:24:20,188
ต่อมาค่ะ เรามาดูเกี่ยวกับอะไรเลย มีสำนวน

365
00:24:20,188 --> 00:24:24,188
ไปแล้ว (คุณครูปรเมษฐ) มีสำนวนแล้วใช่หรือเปล่า พังเพยแล้ว ต่อไป

366
00:24:24,190 --> 00:24:28,190
ก็น่าจะเป็นคำ (คุณครูคณิตา) สุภาษิตค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สุภาษิ

367
00:24:28,190 --> 00:24:32,189
คืออะไรครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) สุภาษิต คือ คำกล่าวที่มีจุดมุ่งหม

368
00:24:32,189 --> 00:24:36,188
าย คำกล่าวที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อการสั่งสอน

369
00:24:36,188 --> 00:24:40,185
เตือนสติให้คิด ไม่มีการเสียดสี

370
00:24:40,185 --> 00:24:44,185
หรือติชม อย่างคำพังเพย

371
00:24:44,186 --> 00:24:48,186
เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่ว ๆ ไปค่ะ

372
00:24:48,187 --> 00:24:52,187
(คุณครูปรเมษฐ) ก็คือการสั่งสอนใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คล้าย ๆ กับ

373
00:24:52,196 --> 00:24:56,186
เทศนาโวหารใช่ไหม เป็นหลักการสั่งสอนนะครับ

374
00:24:56,186 --> 00:25:00,186
เอาล่ะครับนักเรียนเรามาดูตัวอย่างสุภาษิต

375
00:25:00,187 --> 00:25:04,187
นะครับ โดยนักเรียนจะต้องบันทึกไว้แล้วไปหาความหมายนะครับ

376
00:25:04,188 --> 00:25:08,188
คำแรกเลย ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว

377
00:25:08,193 --> 00:25:12,188
อันนี้ยังไม่ต้องบันทึก คุณครูคณิตาบอกได้เลยไหม ทำอย่างไร

378
00:25:12,188 --> 00:25:16,188
(คุณครูคณิตา) การทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว

379
00:25:16,188 --> 00:25:20,187
หมายถึง พฤติกรรมนะคะ ถ้านักเรียนมีพฤติกรรมดี

380
00:25:20,187 --> 00:25:24,187
นักเรียนก็จะได้สิ่งที่ดี ๆ ตอบแทน ถ้านักเรียนทำชั่ว

381
00:25:24,192 --> 00:25:28,186
พฤติกรรมที่... ก็คือผลที่ไม่ดีนี่

382
00:25:28,186 --> 00:25:32,186
ตอบแทนกลับมานั่นเอง แล้วก็ชิงสุกก่อนห่าม

383
00:25:32,187 --> 00:25:36,186
และเห็นกงจักรเป็นดอกบัว อันนี้ให้ไป

384
00:25:36,186 --> 00:25:40,186
(คุณครูคณิตา) หานะคะ ค้นหา ถือว่าเป็นการไฝ่เรียนไฝ่รู้

385
00:25:40,190 --> 00:25:44,187
ใฝ่รู้ของนักเรียนนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ไปกันต่อ (คุณครูคณิตา)

386
00:25:44,187 --> 00:25:48,187
ที่นักเรียนควรจะปฏิบัติครับ

387
00:25:48,190 --> 00:25:52,190
การศึกษาสำนวนไทยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มันต้องมีประโยชน์

388
00:25:52,196 --> 00:25:56,191
ไม่อย่างนั้นเราจะไม่ศึกษากันนะครับ ประโยชน์ข้อที่ 1 กัน

389
00:25:56,191 --> 00:26:00,191
นะครับ (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 1 ค่ะ ทำให้ใช้ภาษา

390
00:26:00,195 --> 00:26:04,188
ในการเขียนเรียงความต่าง ๆ ได้ดีขึ้น

391
00:26:04,188 --> 00:26:08,188
เป็นการเพิ่มคุณค่าให้กับงานเขียนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ก็คือประโยชน์ข้อแรกนะ

392
00:26:08,193 --> 00:26:12,188
เป็นการเพิ่มคุณค่า ทำให้งานเขียนนั้นนี่กระจ่างแจ้ง

393
00:26:12,188 --> 00:26:16,186
เข้าใจยิ่งขึ้นนั่นเองนะครับ ต่อไป

394
00:26:16,186 --> 00:26:20,184
ได้คติ การศึกษาสำนวนจะได้คติสอนใจ

395
00:26:20,184 --> 00:26:24,184
ก็คือข้อคิดนั่นเองทุกสำนวนเลย ทุกสุภาษิต

396
00:26:24,185 --> 00:26:28,185
ทุกคำพังเพยเอย มันแทรกข้อคิดทั้งสิ้น

397
00:26:28,186 --> 00:26:32,186
ต่อไป ได้ข้อคิดด้านการเรียน (คุณครูคณิตา) ด้านการเรียนนะคะ

398
00:26:32,190 --> 00:26:36,188
ฝนทั่งให้เป็นเข็ม

399
00:26:36,188 --> 00:26:40,185
ไปหาความหมายนะคะ ต่อมาค่ะ

400
00:26:40,185 --> 00:26:44,185
รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหามนะคะ

401
00:26:44,188 --> 00:26:48,188
อาจจะบอกให้เล็กน้อยนะ ก็คือ

402
00:26:48,207 --> 00:26:52,194
เป็นการเรียนรู้ โดยที่เป็นการเรียนรู้ไปเถอะ ไม่เสีย

403
00:26:52,194 --> 00:26:56,186
หายอะไรนะคะ ต่อมาอีกสำนวนหนึ่งนะคะ ก็คือ

404
00:26:56,186 --> 00:27:00,186
ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอดนะคะ ก็คือความรู้

405
00:27:00,204 --> 00:27:04,188
มีเยอะ แต่ไม่สามารถที่จะนำไปใช้ประโยชน์ได้

406
00:27:04,188 --> 00:27:08,188
ต่อมา (คุณครูปรเมษฐ) ให้

407
00:27:08,197 --> 00:27:12,193
ข้อคิดคติสอนใจในการคบค้าสมาคม

408
00:27:12,193 --> 00:27:16,193
คบคนให้ดูหน้า ซื้อผ้าให้ดูเนื้อ

409
00:27:16,212 --> 00:27:20,186
เลือกคบใครก็จะต้องดูให้ถึงภายใน จะซื้อ

410
00:27:20,186 --> 00:27:24,186
ผ้า ก็ต้องพินิจพิจารณา

411
00:27:24,187 --> 00:27:28,187
ตัดสินใจซื้อนะ ต่อไป คบเด็กสร้างบ้าน คบ

412
00:27:28,192 --> 00:27:32,184
คนหัวล้านสร้างเมือง

413
00:27:32,184 --> 00:27:36,184
ในสมัยก่อนนะ ก็จะมีลักษณะขี้เบื่อง่ายนะคะ

414
00:27:36,190 --> 00:27:40,190
เป็นคนเบื่อง่าย ทำอะไรนี่ ก็ยังไม่มีวุฒิภาวะ

415
00:27:40,190 --> 00:27:44,186
มากพอ ส่วนคนเขาบอกว่าว่ากันว่า

416
00:27:44,186 --> 00:27:48,186
หัวล้านมักจะขี้น้อยใจ จะเป็นเหมือนเด็ก

417
00:27:48,187 --> 00:27:52,185
ทำอะไรกับคนเหล่านี้นี่มักจะไม่ประสบ

418
00:27:52,185 --> 00:27:56,185
ความสำเร็จนั่นเอง (คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ

419
00:27:56,192 --> 00:28:00,188
ให้คติสอนใจด้านต่าง ๆ นะคะ ก็คือ

420
00:28:00,188 --> 00:28:04,184
ด้านการครองเรือนค่ะ มีสำนวน

421
00:28:04,184 --> 00:28:08,184
อะไรบ้างคะ (คุณครูปรเมษฐ) ความในอย่านำออก ความนอกอย่านำเข้านะครับ เรื่องในบ้าน

422
00:28:08,200 --> 00:28:12,192
ไม่ควรไปพูดที่อื่น ปลูกเรือนตามใจผู้อยู

423
00:28:12,192 --> 00:28:16,184
่ ผูกอู่ตามใจผู้นอนนะครับ

424
00:28:16,184 --> 00:28:20,184
ปลูกบ้านนี่ ก็จะต้องคำนึงก่อนว่าผู้อยู่บ้านนั้น

425
00:28:20,188 --> 00:28:24,184
เป็นอย่างไรนะ อู่ ณ ที่นี้ คือ เปล

426
00:28:24,184 --> 00:28:28,184
ก็ต้องดูว่าผู้ที่นอนน่ะเป้นเด็ก

427
00:28:28,185 --> 00:28:32,185
(คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมานะคะ ก็คือด้านความรัก

428
00:28:32,187 --> 00:28:36,187
นะคะ มีอะไรบ้าง คุณครูปรเมษฐ ยามรักน้ำต้มผัก

429
00:28:36,190 --> 00:28:40,186
ก็ว่าหวานนะ รักยาวให้บั่น รักสั้นให้

430
00:28:40,186 --> 00:28:44,186
ต่อ รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี

431
00:28:44,191 --> 00:28:48,187
มีเยอะเลยนะ ให้ข้อคิดนักเรียนสักข้อสิครับ (คุณครูคณิตา)

432
00:28:48,187 --> 00:28:52,187
เรื่อง รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตีก็แล้วกันนะคะ

433
00:28:52,191 --> 00:28:56,186
ของการอะไรคะ อบรมสั่งสอนนะ

434
00:28:56,186 --> 00:29:00,186
ว่า ทำไมคะ อย่าเลี้ยงลูกด้วยความทะนุทถนอม

435
00:29:00,186 --> 00:29:04,184
ลูกนี่ทำอะไรผิดก็รู้สักสั่งสอน

436
00:29:04,184 --> 00:29:08,184
บ้างนะคะ เอาล่ะค่ะ ต่อมาค่ะ 3. ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นการ

437
00:29:08,188 --> 00:29:12,188
บอกถึงความเป็นอยู่ของคนไทย เช่น

438
00:29:12,188 --> 00:29:16,188
หมูไปไก่มา เป็นการทำอะไรครับ คนไทย

439
00:29:16,190 --> 00:29:20,186
ชอบมีการแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกันนะ

440
00:29:20,186 --> 00:29:24,186
แบ่งสันปันส่วน ใช่ในการ

441
00:29:24,201 --> 00:29:28,189
แบ่งสัดส่วน แบ่งส่วน แบ่งเลือกนาต่าง ๆ แบ่ง

442
00:29:28,189 --> 00:29:32,187
ของกิน คนไทยก็จะชอบแลกเปลี่ยนกัน อัฐ

443
00:29:32,187 --> 00:29:36,187
ยาย อัฐแปลว่าอะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) อัฐ

444
00:29:36,190 --> 00:29:40,189
หมายถึง เบี้ยในสมัยก่อน หรือเปล่าค่ะ อัฐยาย

445
00:29:40,189 --> 00:29:44,188
ซื้อขนมยายนี่ ความหมาย ก็คือเอาทรัพย์จากผู้ปกครอง

446
00:29:44,188 --> 00:29:48,184
หญิงค่ะ นี่ก็เป็นลักษณะของการแต่งงาน

447
00:29:48,184 --> 00:29:52,184
เอาเงินสินสอดนี่จากฝ่ายหญิงมาสู่ขอ

448
00:29:52,188 --> 00:29:56,188
ฝ่ายหญิงนั่นเอง นั่นเป็นการอัฐยายซื้อขนมยายนั่นเองนะคะ

449
00:29:56,194 --> 00:30:00,194
(คุณครูปรเมษฐ) ครับ ต่อไป เป็นการรักษา

450
00:30:00,195 --> 00:30:04,187
วัฒนธรรมทางภาษาให้

451
00:30:04,187 --> 00:30:08,187
ล้ำค่าของคนไทยให้ลูกหลานได้ภาคภูมิใจ

452
00:30:08,208 --> 00:30:12,190
เช่น สำนวนว่า ไม่มีนะ เดี๋ยวเราไปทำกิจกรรม

453
00:30:12,190 --> 00:30:16,190
เพิ่มเติมความรู้ดีกว่าครูคณิตา ให้ทำอะไรครับ (คุณครูคณิตา) กิจกรรม

454
00:30:16,210 --> 00:30:20,194
ของวันนี้นะคะ ให้นักเรียนรวบรวมคำสำนวน ส

455
00:30:20,194 --> 00:30:24,194
ุภาษิต คำพังเพย พร้อมทั้งความหมาย แล้วจัดทำ

456
00:30:24,196 --> 00:30:28,196
เป็นพจนานุกรมสำนวนไทยประจำกลุ่มค่ะ

457
00:30:28,207 --> 00:30:32,207
โดยใช้ใบความรู้เรื่อง สำนวน สุภาษิต

458
00:30:32,222 --> 00:30:36,191
คำพังเพยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นะครับ คำชี้แจงนะครับ (คุณครูคณิตา) คำชี้แจง

459
00:30:36,191 --> 00:30:40,185
นะคะ ก็คำชี้แจงของนักเรียน ก็ให้นักเรียน

460
00:30:40,185 --> 00:30:44,185
รวบรวมสำนวนสุภาษิตคำพังเพยนะคะ

461
00:30:44,195 --> 00:30:48,185
แล้วจัดทำเป็นพจนานุกรมสำนวนไทยประจำกลุ่ม

462
00:30:48,185 --> 00:30:52,185
โดยใช้ใบความรู้ เรื่อง สำนวน สุภาษิต คำพังเพย นะคะ

463
00:30:52,188 --> 00:30:56,188
COVID-19 นะคะ นักเรียนอาจจะนั่ง

464
00:30:56,191 --> 00:31:00,191

465
00:31:00,191 --> 00:31:04,183
ค่อยนำมารวบรวมเป็นเล่ม เป็น

466
00:31:04,183 --> 00:31:08,183
พจนานุกรมของกลุ่มก็ได้ แล้วคุณครูปลายทางล่ะค่ะ

467
00:31:08,187 --> 00:31:12,187
อย่างไร (คุณครูปรเมษฐ) ครูก็ดูแลนะครับ การทำงานของนักเรียน

468
00:31:12,187 --> 00:31:16,187
ให้คำแนะนำนักเรียน ในส่วนที่ไม่เข้าใจต่าง ๆ นะครับ

469
00:31:16,190 --> 00:31:20,190
ให้นักเรียนดูหรือครับ (คุณครูคณิตา) มีตัวอย่างสิคะ แต่ก่อนที่จะ

470
00:31:20,203 --> 00:31:24,185
ดูตัวอย่างเป็นเล่มนี่ ดูตัวอย่างใบความรู้

471
00:31:24,185 --> 00:31:28,185
รูปแบบใบความรู้นะคะ จะมีอยู่ทั้งหมด 2 แผ่น

472
00:31:28,185 --> 00:31:32,185
ด้วยกันนะ ให้นักเรียนนะคะ ลองดูนะคะครูปรเมษฐคะ

473
00:31:32,189 --> 00:31:36,189
(คุณครูปรเมษฐ) นี่นะครับ (คุณครูคณิตา) นี่คือตัวอย่างนะคะ

474
00:31:36,192 --> 00:31:40,184
ให้นักเรียนเลือกสำนวนในใบความรู้

475
00:31:40,184 --> 00:31:44,184
เป็นรูปเล่มนะคะ เอาล่ะค่ะนักเรียน

476
00:31:44,188 --> 00:31:48,184
นี่ก็คือตัวอย่างนะคะ เป็นสมุดนะคะ

477
00:31:48,184 --> 00:31:52,184
สมุดทำมือนะ เป็นรูปเล่มนะ ในนี้ก็

478
00:31:52,188 --> 00:31:56,184
จะมีลักษณะของสำนวนสุภาษิต

479
00:31:56,184 --> 00:32:00,184
พจนานุกรม เราจะเรียงจาก ก. ไก่ ถึง ฮ. นกฮูกนะคะ

480
00:32:00,192 --> 00:32:04,192
เอาล่ะค่ะ นี่นะคะ จะเป็นลักษณะอย่างนี้นะคะ

481
00:32:04,192 --> 00:32:08,192
ผมช่วยถือดีกว่า (คุณครูคณิตา) ช่วยถือนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้เป็นรูปเล่ม

482
00:32:08,193 --> 00:32:12,189
นะครับ ก็ถามว่านักเรียนจำเป็นจะต้องทำแบบนี้

483
00:32:12,189 --> 00:32:16,184
ไหม ไม่จำเป็นนะ

484
00:32:16,184 --> 00:32:20,184
ขอให้กระดาษที่นักเรียนจะนำมาประกบ

485
00:32:20,184 --> 00:32:24,184
ของเธอนี่มันเท่ากัน ในกลุ่มเธอก็จะสวยงามนะครับ

486
00:32:24,187 --> 00:32:28,187
อย่างเช่นที่ครูนำมาให้เห็นเป็นตัวอย่าง

487
00:32:28,193 --> 00:32:32,190
เป็น (คุณครูคณิตา) ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่

488
00:32:32,190 --> 00:32:36,190
วาดรูปภาพนะคะ วาดรูปตกแต่งให้สวยงาม

489
00:32:36,207 --> 00:32:40,188
แล้วก็ใส่สำนวนไปแล้วก็บอกความหมายนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่นะครับ

490
00:32:40,188 --> 00:32:44,186
สวยงามมากนะครับ เป็นตัวอย่างของรุ่นพี่ปีที่แล้ว

491
00:32:44,186 --> 00:32:48,186
ที่เขาทำไว้ให้ดูนะครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะนักเรียน

492
00:32:48,191 --> 00:32:52,189
แล้วให้คุณครูปลายทางนะคะ ถ้านักเรียนไม่ได้เตรียมกระดาษมา ให้

493
00:32:52,189 --> 00:32:56,189
คุณครูปลายทางนะคะ อำนวยความสะดวกให้นักเรียนด้วยนะคะ

494
00:32:56,192 --> 00:33:00,189
พร้อมหรือยังคะ ถ้าพร้อมแล้วลงมือทำ

495
00:33:00,189 --> 00:33:04,189
ได้เลยค่ะ

496
00:33:04,189 --> 00:33:08,182
[เสียงดนตรี]

497
00:33:08,182 --> 00:33:12,182

498
00:33:12,188 --> 00:33:16,183

499
00:33:16,183 --> 00:33:20,183

500
00:33:20,184 --> 00:33:24,182

501
00:33:24,182 --> 00:33:28,182

502
00:33:28,183 --> 00:33:32,183

503
00:33:32,183 --> 00:33:36,183

504
00:33:36,184 --> 00:33:40,184

505
00:33:40,189 --> 00:33:44,189

506
00:33:44,190 --> 00:33:48,188

507
00:33:48,188 --> 00:33:52,188

508
00:33:52,188 --> 00:33:56,182

509
00:33:56,182 --> 00:34:00,182

510
00:34:00,188 --> 00:34:04,188

511
00:34:04,190 --> 00:34:08,182

512
00:34:08,182 --> 00:34:12,182

513
00:34:12,188 --> 00:34:16,184

514
00:34:16,184 --> 00:34:20,181

515
00:34:20,181 --> 00:34:24,181

516
00:34:24,184 --> 00:34:28,182

517
00:34:28,182 --> 00:34:32,182

518
00:34:32,184 --> 00:34:36,184

519
00:34:36,188 --> 00:34:40,182

520
00:34:40,182 --> 00:34:44,182

521
00:34:44,198 --> 00:34:48,181

522
00:34:48,181 --> 00:34:52,181

523
00:34:52,188 --> 00:34:56,188

524
00:34:56,208 --> 00:35:00,190

525
00:35:00,190 --> 00:35:04,182

526
00:35:04,182 --> 00:35:08,182

527
00:35:08,184 --> 00:35:12,181

528
00:35:12,181 --> 00:35:16,181

529
00:35:16,184 --> 00:35:20,181

530
00:35:20,181 --> 00:35:24,181

531
00:35:24,181 --> 00:35:28,181

532
00:35:28,182 --> 00:35:32,182

533
00:35:32,183 --> 00:35:36,181

534
00:35:36,181 --> 00:35:40,181

535
00:35:40,181 --> 00:35:44,181

536
00:35:44,183 --> 00:35:48,183

537
00:35:48,193 --> 00:35:52,182

538
00:35:52,182 --> 00:35:56,181

539
00:35:56,181 --> 00:36:00,181

540
00:36:00,185 --> 00:36:04,185

541
00:36:04,233 --> 00:36:08,193

542
00:36:08,193 --> 00:36:12,190

543
00:36:12,190 --> 00:36:16,190

544
00:36:16,190 --> 00:36:20,190

545
00:36:20,191 --> 00:36:24,181

546
00:36:24,181 --> 00:36:28,181

547
00:36:28,207 --> 00:36:32,187

548
00:36:32,187 --> 00:36:36,187

549
00:36:36,216 --> 00:36:40,187

550
00:36:40,187 --> 00:36:44,187

551
00:36:44,192 --> 00:36:48,192

552
00:36:48,207 --> 00:36:52,202

553
00:36:52,202 --> 00:36:56,192

554
00:36:56,192 --> 00:37:00,186

555
00:37:00,186 --> 00:37:04,186

556
00:37:04,203 --> 00:37:08,203

557
00:37:08,203 --> 00:37:12,191

558
00:37:12,191 --> 00:37:16,191

559
00:37:16,192 --> 00:37:20,192

560
00:37:20,192 --> 00:37:24,186

561
00:37:24,186 --> 00:37:28,186

562
00:37:28,191 --> 00:37:32,191

563
00:37:32,219 --> 00:37:36,202

564
00:37:36,202 --> 00:37:40,190

565
00:37:40,190 --> 00:37:44,186

566
00:37:44,186 --> 00:37:48,184

567
00:37:48,184 --> 00:37:52,184

568
00:37:52,214 --> 00:37:56,194

569
00:37:56,194 --> 00:38:00,194

570
00:38:00,195 --> 00:38:04,195

571
00:38:04,202 --> 00:38:08,202

572
00:38:08,209 --> 00:38:12,187

573
00:38:12,187 --> 00:38:16,187

574
00:38:16,220 --> 00:38:20,207

575
00:38:20,207 --> 00:38:24,192

576
00:38:24,192 --> 00:38:28,190

577
00:38:28,190 --> 00:38:32,190

578
00:38:32,205 --> 00:38:36,190

579
00:38:36,190 --> 00:38:40,190

580
00:38:40,220 --> 00:38:44,192

581
00:38:44,192 --> 00:38:48,190

582
00:38:48,190 --> 00:38:52,190

583
00:38:52,201 --> 00:38:56,187

584
00:38:56,187 --> 00:39:00,187

585
00:39:00,192 --> 00:39:04,192

586
00:39:04,195 --> 00:39:08,195

587
00:39:08,205 --> 00:39:12,196

588
00:39:12,196 --> 00:39:16,196

589
00:39:16,196 --> 00:39:20,185

590
00:39:20,185 --> 00:39:24,185

591
00:39:24,192 --> 00:39:28,192

592
00:39:28,196 --> 00:39:32,194

593
00:39:32,194 --> 00:39:36,194

594
00:39:36,199 --> 00:39:40,197

595
00:39:40,197 --> 00:39:44,192

596
00:39:44,192 --> 00:39:48,184

597
00:39:48,184 --> 00:39:52,184

598
00:39:52,189 --> 00:39:56,189

599
00:39:57,195 --> 00:40:01,181

600
00:40:01,181 --> 00:40:05,181

601
00:40:05,181 --> 00:40:09,181

602
00:40:09,196 --> 00:40:13,183

603
00:40:13,183 --> 00:40:17,183

604
00:40:17,183 --> 00:40:21,183

605
00:40:21,183 --> 00:40:25,181

606
00:40:25,181 --> 00:40:29,181

607
00:40:29,184 --> 00:40:33,184

608
00:40:33,185 --> 00:40:37,185

609
00:40:37,192 --> 00:40:41,183

610
00:40:41,183 --> 00:40:45,183

611
00:40:45,186 --> 00:40:49,181

612
00:40:49,181 --> 00:40:53,181

613
00:40:53,185 --> 00:40:57,181

614
00:40:57,181 --> 00:41:01,181

615
00:41:01,182 --> 00:41:05,181

616
00:41:05,181 --> 00:41:09,181

617
00:41:09,182 --> 00:41:13,180

618
00:41:13,180 --> 00:41:17,180

619
00:41:17,181 --> 00:41:21,181

620
00:41:21,182 --> 00:41:25,180

621
00:41:25,180 --> 00:41:29,180

622
00:41:29,181 --> 00:41:33,181

623
00:41:33,183 --> 00:41:37,183

624
00:41:37,192 --> 00:41:41,184

625
00:41:41,184 --> 00:41:45,181

626
00:41:45,181 --> 00:41:49,181

627
00:41:49,184 --> 00:41:53,181

628
00:41:53,181 --> 00:41:57,180

629
00:41:57,180 --> 00:42:01,180

630
00:42:01,192 --> 00:42:05,192

631
00:42:05,194 --> 00:42:09,180

632
00:42:09,180 --> 00:42:13,180

633
00:42:13,201 --> 00:42:17,180

634
00:42:17,180 --> 00:42:21,180

635
00:42:21,180 --> 00:42:25,180

636
00:42:25,180 --> 00:42:29,180

637
00:42:29,180 --> 00:42:33,180

638
00:42:33,183 --> 00:42:37,180

639
00:42:37,180 --> 00:42:41,180

640
00:42:41,202 --> 00:42:45,182

641
00:42:45,182 --> 00:42:49,180

642
00:42:49,180 --> 00:42:53,180

643
00:42:53,182 --> 00:42:57,182

644
00:42:57,183 --> 00:43:01,180

645
00:43:01,180 --> 00:43:05,180

646
00:43:05,200 --> 00:43:09,185
(คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับ คนเก่งของครู ครูเชื่อว่าเรา

647
00:43:09,185 --> 00:43:13,182
ที่จะร่างเป็นเค้าโครงของตัวเองได้แล้วนะครับ

648
00:43:13,182 --> 00:43:17,180
ให้นักเรียนนั้นนำสิ่งที่

649
00:43:17,180 --> 00:43:21,180
นำมาผนวกรวมในเล่มกับเพื่อนนี่นะ งานกลุ่ม

650
00:43:21,182 --> 00:43:25,182
ที่สร้างสำนวนขึ้นมา พร้อมบอกสำนวน บอกความหมาย

651
00:43:25,190 --> 00:43:29,185
นะครับ ให้กลับไปทำเป็นการบ้านนะ ไปทำเป็น

652
00:43:29,185 --> 00:43:33,185
การบ้าน ตกแต่งให้สวยงาม แล้วนำมา

653
00:43:33,188 --> 00:43:37,186
ผนวกรวมกับของเพื่อนในกลุ่ม เพื่อที่จะส่งกับ

654
00:43:37,186 --> 00:43:41,186
คุณครูนะครับ ซึ่งทำงานก็ต้องทำให้เรียบร้อย

655
00:43:41,188 --> 00:43:45,184
สวยงาม และน่าสนใจนะครับ กลับไปทำเป็นการบ้าน

656
00:43:45,184 --> 00:43:49,184
เรามาสรุปบทเรียนกันดีกว่า สรุปบทเรียน

657
00:43:49,190 --> 00:43:53,185
เขียนองค์ความรู้ครับคุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ

658
00:43:53,185 --> 00:43:57,183
นักเรียนคะ สำนวนไทยมีความสำคัญอย่างไร

659
00:43:57,183 --> 00:44:01,181
ลองตอบคุณครูปลายทางดูสิคะ

660
00:44:01,181 --> 00:44:05,181
หลังจากที่เราได้เรียนรู้กัน คุณครูปรเมษฐคะ

661
00:44:05,184 --> 00:44:09,184
เสียงคำตอบของนักเรียนหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) หลายคนเลยครับ

662
00:44:09,194 --> 00:44:13,188
บางคนยังคิดอยู่ บางคนตอบแล้ว ครู

663
00:44:13,188 --> 00:44:17,181
จะรอทั้งประเทศ แล้วเดี๋ยวสรุปทีเดียว

664
00:44:17,181 --> 00:44:21,181
ว่านักเรียนนั้นน่ะ

665
00:44:21,185 --> 00:44:25,184
ไหนดูคำตอบของนักเรียนดีกว่าครับ

666
00:44:25,184 --> 00:44:29,181
ช่วยสะท้อนให้เห็นถึงสภาพสังคม

667
00:44:29,181 --> 00:44:33,181
และวัฒนธรรมของคนไทยนั่นเอง

668
00:44:33,182 --> 00:44:37,182
อันนี้คือความสำคัญของสำนวนไทย ที่อยู่มายาวนาน

669
00:44:37,188 --> 00:44:41,184
ทำไมตรงคำถามนี้บอกว่าสำนวนไทยอย่างเดียวครับ

670
00:44:41,184 --> 00:44:45,183
เพราะว่า สำนวนสุภาษิต คำพังเพย นี่นะครับ

671
00:44:45,183 --> 00:44:49,183
เวลาที่เราจะพูดถึงหรือเราจะกล่าวถึงนี่

672
00:44:49,183 --> 00:44:53,183
เราจะพูดรวมเป็นคำว่า (คุณครูคณิตา) "สำนวน" ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สำนวน

673
00:44:53,187 --> 00:44:57,185
หรือสำนวนไทยนั่นเองนะครับ ไปดูอีกสักข้อหนึ่งคุณ

674
00:44:57,185 --> 00:45:01,185
ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ อีกข้อหนึ่งนะคะ นักเรียนจะ

675
00:45:01,189 --> 00:45:05,181
เลือกใช้สำนวนไทยในการสื่อสารอย่างไร

676
00:45:05,181 --> 00:45:09,181
(คุณครูปรเมษฐ) หนูจะมีหลักการอย่างไรล่ะครับ ที่จะ

677
00:45:09,185 --> 00:45:13,185
นำสำนวนนั้นน่ะมาสื่อสารกับคนอื่น

678
00:45:13,187 --> 00:45:17,186
แล้วสื่อสารไปเพื่ออะไร

679
00:45:17,186 --> 00:45:21,186
เคยพูดไปแล้วใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) เอ๊

680
00:45:21,186 --> 00:45:25,181
ทำไมเราถึง

681
00:45:25,181 --> 00:45:29,181
มีการเลือกใช้ นักเรียนมีหลักการอย่างไรเอ่ย ในการนำสำนวน

682
00:45:29,182 --> 00:45:33,182
มาใช้นะ เอาล่ะค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ตอบ ๆ

683
00:45:33,183 --> 00:45:37,180
เก่งนะ คนนั้นเก่งมากเลย มี

684
00:45:37,180 --> 00:45:41,180
อยู่เด็กคนหนึ่งที่ตั้งใจตลอดเวลา คนนั้น

685
00:45:41,192 --> 00:45:45,183
ก็จะเป็นผู้ที่เจริญยิ่งในวันข้างหน้านะครับ

686
00:45:45,183 --> 00:45:49,182
คนที่ตั้งใจเรียนนี่นะครับ ได้คำตอบมาที่เรียบร้อย

687
00:45:49,182 --> 00:45:53,180
มาได้ดังนี้ (คุณครูคณิตา)

688
00:45:53,180 --> 00:45:57,180
จะต้องศึกษาความหมายของสำนวน

689
00:45:57,188 --> 00:46:01,185
และสุภาษิตให้เข้าใจก่อนนะคะ ก่อนที่จะ

690
00:46:01,185 --> 00:46:05,185
นำไปใช้ อย่างที่บอกนะคะ ถ้านักเรียนไม่รู้ความหมาย

691
00:46:05,191 --> 00:46:09,183
นักเรียนก็ไม่สามารถนำสุภาษิตเหล่านั้นนี่ ไปใช้

692
00:46:09,183 --> 00:46:13,182
ได้ตาม ตามความประสงค์ของนักเรียน

693
00:46:13,182 --> 00:46:17,182
นั่นเองนะ หากนักเรียนต้องการที่จะนำ

694
00:46:17,187 --> 00:46:21,184
สำนวน สำนวนหนึ่งนี่ ถ้านักเรียนไม่รู้จัก

695
00:46:21,184 --> 00:46:25,181
นั้นมีความหมายว่าอย่างไร นักเรียน

696
00:46:25,181 --> 00:46:29,181
จะสามารถนำสำนวนเหล่านั้นไปใช้ได้ไหมคะ

697
00:46:29,182 --> 00:46:33,182
(คุณครูปรเมษฐ) อย่างที่บอกนะครับ ก็ไม่สามารถใช้ได้ หากนำไปใช้

698
00:46:33,184 --> 00:46:37,184
มันก็จะใช้ไม่เข้ากับเรื่องที่นักเรียนต้องการสื่อสาร

699
00:46:37,186 --> 00:46:41,186
อะไร  นักเรียนไม่รู้ความหมาย เพราะฉะนั้น นักเรียน

700
00:46:41,188 --> 00:46:45,188
จึงต้องศึกษาให้รู้ความหมาย

701
00:46:45,188 --> 00:46:49,183
เอาล่ะครับ บทเรียนครั้งต่อไปนะครับ ก็ยังอยู่

702
00:46:49,183 --> 00:46:53,183
ในเรื่องของสำนวน สุภาษิต คำพังเพย นะครับ นักเรียน

703
00:46:53,184 --> 00:46:57,184
เตรียมตัวดังนี้นะ ใบงาน

704
00:46:57,184 --> 00:47:01,182
เรื่อง สำนวนชวนคิดนะ แล้วก็

705
00:47:01,182 --> 00:47:05,182
ให้นักเรียนเตรียมพวกหนังสือ พวกสำนวนไทย

706
00:47:05,184 --> 00:47:09,184
นะครับ หรือหนูจะไปค้นหาเพิ่มเติมที่เรียนไปในวันนี้

707
00:47:09,184 --> 00:47:13,182
ไปวันนี้นี่ เพื่อที่จะนำมาใช้ในคาบต่อไป

708
00:47:13,182 --> 00:47:17,182
เพราะว่าสำนวนไทยนี่มีมากมาย ที่

709
00:47:17,193 --> 00:47:21,184
ให้นักเรียนไปค้นหา สำนวนรอนักเรียนอยู่

710
00:47:21,184 --> 00:47:25,182
กลับไปวันนี้ ไปทบทวนค้นหาความรู้นะครับ (คุณครูคณิตา)

711
00:47:25,182 --> 00:47:29,182
ขอเวลาสักครู่หนึ่งนะคะ 30 วิ(นาที)

712
00:47:29,187 --> 00:47:33,183
นักเรียนคะ นักเรียนอาจจะสงสัยว่า หนังสือเล่มเล็กนี่

713
00:47:33,183 --> 00:47:37,183
เราจำกัดจำนวนสำนวนไหม ไม่จำกัด

714
00:47:37,183 --> 00:47:41,183
นะคะ ขึ้นอยู่กับตามความเหมาะสมนะคะ แล้วเราจะส่ง

715
00:47:41,186 --> 00:47:45,184
เมื่อไรนักเรียนคะ หันไปถามคุณครูปลายทางเลยค่ะ

716
00:47:45,184 --> 00:47:49,182
ว่าคุณครูปลายทางกำหนดระยะเวลาในการ

717
00:47:49,182 --> 00:47:53,180
ทำพจนานุกรม สำนวนของนักเรียนนี่

718
00:47:53,180 --> 00:47:57,180
จะส่งได้วันไหนนะ ให้คุณครูปลายทาง

719
00:47:57,185 --> 00:48:01,185
กำหนดเวลาในการส่งนะคะ คุณครูปลายทางคะ

720
00:48:01,191 --> 00:48:05,191
ดูผลงานของนักเรียนนะคะ แล้วก็คำนวณ

721
00:48:05,200 --> 00:48:09,183
เวลาให้เหมาะสมด้วยนะคะ สำหรับวันนี้

722
00:48:09,183 --> 00:48:13,180
(คุณครูปรเมษฐ) ครูทั้งสองคนต้องขอลาไปก่อนนะคร

723
00:48:13,180 --> 00:48:17,180
ับ คุณครูปลายทางสวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) บ๊ายบาย

724
00:48:17,187 --> 00:48:21,182
[เสียงดนตรี]

725
00:48:21,182 --> 00:48:25,179

726
00:48:25,179 --> 00:48:29,179

727
00:48:29,180 --> 00:48:33,179

728
00:48:33,179 --> 00:48:37,179

729
00:48:37,179 --> 00:48:41,179


