﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:04,000

2
00:00:04,002 --> 00:00:08,002

3
00:00:08,006 --> 00:00:12,006

4
00:00:12,010 --> 00:00:16,010

5
00:00:16,012 --> 00:00:20,012
[เสียงดนตรี]

6
00:00:20,013 --> 00:00:24,013

7
00:00:24,015 --> 00:00:28,015

8
00:00:28,016 --> 00:00:32,016

9
00:00:32,018 --> 00:00:36,018

10
00:00:36,020 --> 00:00:40,020
(คุณครูคณิตา) สวัสดีคุณครูปลายทางทุกท่าน

11
00:00:40,022 --> 00:00:44,022
และนักเรียนปลายทางทุกคนค่ะ วันนี้พบกับคุณครูคณิตา หนุนอนันต์

12
00:00:44,024 --> 00:00:48,024
และคุณครูปรเมษฐ ศรีกำเหนิด ในรายวิชาภาษาไทย

13
00:00:48,025 --> 00:00:52,025
ประถมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ วันนี้นะคะ อย่างที่บอก

14
00:00:52,026 --> 00:00:56,026
เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) คุณครูจ

15
00:00:56,029 --> 00:01:00,029
ไปสนุกสนานเกี่ยวกับเรื่องการโต้วาทีนั่นเองครับ

16
00:01:00,030 --> 00:01:04,030
ซึ่งการโต้วาทีก็เป็นอะไรที่น่าสนใจ

17
00:01:04,031 --> 00:01:08,031
อย่างหนึ่งใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้น เรา

18
00:01:08,033 --> 00:01:12,033
ไปทำความรู้จักกับการโต้วาทีนะครับ ว่าเป็นอย่างไรครับ

19
00:01:12,034 --> 00:01:16,034
ไปกันเลย (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ นักเรียนพร้อมที่จะเรียนรู้

20
00:01:16,035 --> 00:01:20,035
ไปพร้อม ๆ กับคุณครูหรือยังคะ

21
00:01:20,037 --> 00:01:24,037
ถ้าพร้อมแล้วนะคะ  วันนี้เดี๋ยวเราไปเรียน

22
00:01:24,038 --> 00:01:28,038
โต้วาทีกันค่ะ คุณครูปรเมษฐคะ ในความคิดของคุณครู

23
00:01:28,041 --> 00:01:32,041
ปรเมษฐนี่ คิดว่าการโต้วาทีคืออะไรคะ

24
00:01:32,044 --> 00:01:36,044
(คุณครูปรเมษฐ) การโต้วาทีใช่ไหมครับครูคณิตา ถ้าเราดูจากคำศ

25
00:01:36,046 --> 00:01:40,046
เด็ก ๆ ครับ โต้นี่ โต้ก็คือการเป็นอย่างไรลูก

26
00:01:40,047 --> 00:01:44,047
ตอบกลับการโต้กลับใช่ไหมครับ วาทีถ้าตาม

27
00:01:44,048 --> 00:01:48,048
พจนานุกรม ราชบัณฑิตยสถาน

28
00:01:48,049 --> 00:01:52,049
ผู้พูดหรือนักพูด เพราะฉะนั้นนี่ มันน่าจะเกี่ยวข้องกับ

29
00:01:52,050 --> 00:01:56,050
การพูดนั่นเอง คราวนี้การพูด

30
00:01:56,051 --> 00:02:00,051
ที่ว่านี่ มันจะเป็นการพูดอย่างไร น่าจะเป็น

31
00:02:00,052 --> 00:02:04,052
ใช่ไหมครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ เพราะมีคำว่า "โต้" อยู่นะคะ

32
00:02:04,053 --> 00:02:08,053
การโต้ตอบแต่ว่าเป็นการโต้ตอบแบบไหน

33
00:02:08,054 --> 00:02:12,054
เดี๋ยวเราไปเรียนรู้พร้อม ๆ กันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับผม (คุณครูคณิตา)

34
00:02:12,054 --> 00:02:16,054
ก่อนที่เราจะเรียนรู้นะคะ วันนี้ครูก็ได้มีกิจกรรมมาให้

35
00:02:16,056 --> 00:02:20,056
ทำนะคะ ก่อนที่เราจะเรียนรู้เกี่ยวกับการโต้วาทีค่ะ

36
00:02:20,058 --> 00:02:24,058
นั่นก็คือเธอคู่ฉัน เพราะมันมี

37
00:02:24,059 --> 00:02:28,059
เหตุผลค่ะ นักเรียนคะ นักเรียนลองพิจารณารูปภาพ

38
00:02:28,062 --> 00:02:32,062
นะคะ ที่อยู่บนหน้าจอแล้วตอบคุณครูได้ไหมคะ

39
00:02:32,063 --> 00:02:36,063
ว่ารูปใดคู่กับรูปใด และเพราะอะไรคะ

40
00:02:36,064 --> 00:02:40,064
นักเรียนสามารถตอบ

41
00:02:40,065 --> 00:02:44,065
คุณครูปลายทางได้เลยนะคะ

42
00:02:44,066 --> 00:02:48,066
คุณครูปรเมษฐคะ

43
00:02:48,068 --> 00:02:52,068
(คุณครูปรเมษฐ) ครับผม (คุณครูคณิตา) จากรูปนี่คุณครูปรเมษฐคิดว่ารูปใดคู่กับรูปใดคะ

44
00:02:52,069 --> 00:02:56,069
คะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้เลือกอย่างเดียวใช่ไหมครับ อะไรก็ได้ใช่ไหมครับ

45
00:02:56,070 --> 00:03:00,070
(คุณครูปรเมษฐ) ผมก็จะเลือกกรรไกรให้คู่กับ

46
00:03:00,075 --> 00:03:04,075
กระดาษ (คุณครูคณิตา) กรรไกรคู่กับกระดาษ เพราะอะไรคะ

47
00:03:04,078 --> 00:03:08,078
(คุณครูปรเมษฐ) เพราะว่ากรรไกรนี่จะไปตัดกระดาษได้ ตัดให้เป็ฯ

48
00:03:08,080 --> 00:03:12,080
จะให้เป็นรูปทรงใดก็ตัดได้ ได้ไหมครูค

49
00:03:12,082 --> 00:03:16,082
(คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วถ้าครูคณิตาจะจับคู่

50
00:03:16,083 --> 00:03:20,083
อะไรคู่กับอะไรครับ เอากรรไกรเป็นตัวตั้ง

51
00:03:20,084 --> 00:03:24,084

52
00:03:24,085 --> 00:03:28,085
ยากนะคะนี่ ถ้าอย่างนั้นกรรไกรคุณครูก็

53
00:03:28,092 --> 00:03:32,092
อาจจะตัดยางลบก็ได้หรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) น่าจะได้นะ

54
00:03:32,093 --> 00:03:36,093
(คุณครูคณิตา) นักเรียนเคยเอากรรไกรไปตัดยางลบไหมคะ

55
00:03:36,094 --> 00:03:40,094
หลายคนก็อาจจะเคยตัดนะคะ หรือ

56
00:03:40,096 --> 00:03:44,096
บางคนก็อาจจะไม่เคยตัดก็ได้นะ (คุณครูปรเมษฐ)

57
00:03:44,097 --> 00:03:48,097
สมมติครูตัวตั้งเป็นกรรไกร เด็ก ๆ อาจจะคิดคู่ก

58
00:03:48,108 --> 00:03:52,108
ใช่ไหมครูคณิตา บางคนอาจจะบอกคู่กับนี่อะไรนี่

59
00:03:52,111 --> 00:03:56,111
ยาสีฟันไหมครับ (คุณครูคณิตา) ยาสีฟันกับแปรงสีฟันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

60
00:03:56,113 --> 00:04:00,113
เด็ก ๆ ครับ ตามเศรษฐกิจ

61
00:04:00,114 --> 00:04:04,114
ในหลวงรัชกาลที่ 9 นี่ ครูเคยอ่านพระราชกิจวัต

62
00:04:04,115 --> 00:04:08,115
ของในหลวงนี่ยาสีฟันหมดนี่ท่านก็ใช้

63
00:04:08,116 --> 00:04:12,116
จนสิ้นยาสีฟันเลย ตัดใช้ข้างในด้วย อันนี้คือการ

64
00:04:12,120 --> 00:04:16,120
การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ก็เอากรรไกรคู่กับยาสีฟัน

65
00:04:16,130 --> 00:04:20,130
ใช่ไหมครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะนี่ก็คือความคิดเห็น

66
00:04:20,131 --> 00:04:24,131
ที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นพู่กัน

67
00:04:24,133 --> 00:04:28,133
นะคะ คู่กับจานสี อาจจะเป็นดินสอคู่กับยางลบ

68
00:04:28,135 --> 00:04:32,135
กรรไกรคู่กับกระดาษแล้วก็ยาสี

69
00:04:32,136 --> 00:04:36,136
คู่กับกันนี่ มันก็จะมี

70
00:04:36,137 --> 00:04:40,137
แตกต่างกันได้นะคะ เนื่องจากว่าความคิดของคนเรานี่

71
00:04:40,152 --> 00:04:44,152
แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นนี่ ย่อมที่จะเกิด

72
00:04:44,153 --> 00:04:48,153
อะไรคะ เกิดความ ความอะไร

73
00:04:48,154 --> 00:04:52,154
ความอะไรเอ่ย ความขัดแย้งทางความคิด จึงเป็นที่มาของ

74
00:04:52,155 --> 00:04:56,155
การโต้วาทีเพื่อที่จะนำเสนอ

75
00:04:56,157 --> 00:05:00,157
ความคิดของเรา

76
00:05:00,158 --> 00:05:04,158
(คุณครูปรเมษฐ) ก็เหมือนมุมมองใช่ไหมครูคณิตา คนเรานี่มุมมอง

77
00:05:04,159 --> 00:05:08,159
ไม่เหมือนกัน บางคนนี่มองว่าสิ่งนี้ดีมากเลย

78
00:05:08,163 --> 00:05:12,163
แต่ในขณะเดียวกัน อีกคนหนึ่งให้ไอ้สิ้

79
00:05:12,164 --> 00:05:16,164
มองว่าดีนี่เป็นอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ไม่ดีก็ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

80
00:05:16,165 --> 00:05:20,165
ที่มีจุดยืนแต่ละคนที่ต่างกันนี่

81
00:05:20,166 --> 00:05:24,166
แล้วมองเห็นสิ่งต่าง ๆ นี่ ย่อมมองต่างกัน

82
00:05:24,166 --> 00:05:28,166
สัจธรรมของสัตว์โลกมนุษย์ มันเป็นอย่างนี้มานานแล้ว

83
00:05:28,169 --> 00:05:32,169
การที่เรามองอะไรไม่เหมือนกันนี่มันก็ไม่ใช่เรื่องผิด

84
00:05:32,171 --> 00:05:36,171
จะคิดสิ่งต่างๆ  ที่มันต่างกัน คัดแย้งกัน

85
00:05:36,172 --> 00:05:40,172
มันก็ย่อมไม่ใช่เรื่องผิด เพราะทุกคนย่อมมีความคิดเห็นเป็นของ

86
00:05:40,173 --> 00:05:44,173
ตนเอง อันนี้ล่ะครับ มันก็คือจุดประสงค์

87
00:05:44,175 --> 00:05:48,175
ที่เราจะได้เรียน เรื่อง การโต้วาที นะครับ เป็นอย่างไรครูคณิตา

88
00:05:48,176 --> 00:05:52,176
การเรียนรู้ของการโต้วาทีนะคะ นักเรียนจะต้องบอกหลัก

89
00:05:52,177 --> 00:05:56,177
การพูดโต้วาทีได้ค่ะ 2. ตั้งญัตติในกา

90
00:05:56,178 --> 00:06:00,178
ในการโต้วาทีไ

91
00:06:00,179 --> 00:06:04,179
ความสำคัญของการพูดโต้วาทีว่า

92
00:06:04,181 --> 00:06:08,181
มันมีความสำคัญอย่างไรและมันมีประโยชน์อะไรต่อการใช้ชขี

93
00:06:08,182 --> 00:06:12,182
ก็คือการเป็นประโยชน์ของการโต้วาทีนะครับ

94
00:06:12,183 --> 00:06:16,183
เด็ก ๆ ครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เอาล่ะค่ะ นักเรียนหลายคนอาจจะ

95
00:06:16,184 --> 00:06:20,184
เกิดความสับสนนะคะ เกี่ยวกับการโต้วาที

96
00:06:20,185 --> 00:06:24,185
โต้วาทีคืออะไร อาจจะยังไม่เข้าใจนะคะ

97
00:06:24,186 --> 00:06:28,186
วันนี้คุณครูก็มีคำอธิบายเพื่อมาทำให้นักเรียนนี่เ

98
00:06:28,187 --> 00:06:32,187
ได้ชัดเจนแจ่มแจ้งค่ะ การโต้วาที

99
00:06:32,188 --> 00:06:36,188
คือ การแสดงศิลปะการพูด

100
00:06:36,189 --> 00:06:40,189
ระหว่างคณะบุคคล 2 ฝ่าย ที่ใช้คารมประกอบเหตุผล

101
00:06:40,192 --> 00:06:44,192
หักล้างเหตุผลของอีกฝ่ายหนึ่งแล้วโน้มน้าว

102
00:06:44,192 --> 00:06:48,192
ให้คล้อยตามเหตุผลของตน พูดง่าย ๆ เลยนะคะ

103
00:06:48,193 --> 00:06:52,193
ก็คือเป็นการพูดโดยมี 2

104
00:06:52,194 --> 00:06:56,194
ฝ่ายใช่ไหมคะ แล้วก็พูดโดยการใช้เหตุผล

105
00:06:56,195 --> 00:07:00,195
ในการหักล้างความคิดเห็นของอีกฝ่ายหนึ่ง

106
00:07:00,198 --> 00:07:04,198
เพื่อให้ผู้ฟังนี่เกิดความ... เกิดความอะไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ)

107
00:07:04,210 --> 00:07:08,210
ในสิ่งที่เป็นการขัดแย้งกันนั่นเอง

108
00:07:08,212 --> 00:07:12,212
หรือพูดง่าย  ๆ นี่ การโต้วาที

109
00:07:12,213 --> 00:07:16,213
ภาษาให้เข้าใจง่าย ก็เถียงกัน คือ การเถียงกันคุณครูคณิตา

110
00:07:16,214 --> 00:07:20,214
เพราะมันเกิดความขัดแย้ง พอเกิดความขัดแย้ง

111
00:07:20,215 --> 00:07:24,215
แต่เถียงกันด้วยเหตุผล ครูคณิตาก็ยกเหตุผลม

112
00:07:24,216 --> 00:07:28,216
หักล้างครูปรเมษฐ ครูปรเมษฐก็ไม่ยอม ก็

113
00:07:28,217 --> 00:07:32,217
ยกเหตุผลของฝั่งตัวเองมาหักล้างกัน โดยใช้เหตุผล

114
00:07:32,218 --> 00:07:36,218
นั่นเอง อันนี้ก็คือความหมายนะ การโต้วาทีครับ

115
00:07:36,220 --> 00:07:40,220
(คุณครูคณิตา) ค่ะ คราวนี้เรามาดูจุดประสงค์ของการโต้วาทีกันค่ะ

116
00:07:40,221 --> 00:07:44,221
คุรครูปรเมษฐคะ จุดประสงค์มีอะไรบ้างคะ (คุณครูปรเมษฐ) การโต้วาที

117
00:07:44,222 --> 00:07:48,222
ก็เป็นการเปิดโอกาสใช่ไหมครับ ให้บุคคล

118
00:07:48,224 --> 00:07:52,224
ทัศนคติที่เป็นอย่างไรกัน ขัดแย้งกัน ได้มา

119
00:07:52,226 --> 00:07:56,226
ชี้แจงให้ผู้อื่นทราบในเรื่องที่ตนเองนั้น

120
00:07:56,229 --> 00:08:00,229
ขัดแย้ง มันก็จะเป็นประโยชน์กับคนอื่น

121
00:08:00,230 --> 00:08:04,230
2. ก็คือฝึกฝนทักษะการพูด

122
00:08:04,231 --> 00:08:08,231
ใช้เหตุผลปฏภาณไหวพริบนะคะ

123
00:08:08,232 --> 00:08:12,232
ประสบการณ์ ความรอบรู้ และการแสดงออก

124
00:08:12,234 --> 00:08:16,234
ที่เหมาะสมค่ะ คุณครูปรเมษฐคะ การแสดงออกที่เหมาะสมนี่

125
00:08:16,235 --> 00:08:20,235
คิดว่าเป็นการแสดงออกในรูปแบบใดคะ (คุณครูปรเมษฐ) การโต้วาที

126
00:08:20,236 --> 00:08:24,236
เขาบอกว่าในตัวเรามีสิ่งใด้นี่นะคะ

127
00:08:24,236 --> 00:08:28,236
เด็ก ๆ ครับ เราจะเอาออกมาใช้ทั้งหมด

128
00:08:28,237 --> 00:08:32,237
ไม่ว่าจะเป็นปฏิภาณไหวพริบ

129
00:08:32,238 --> 00:08:36,238
เอาปัญญามาว่าแก้ ใช้เหตุผลประกอบ

130
00:08:36,240 --> 00:08:40,240
ตามประสบการณ์ มีวาทะศิลป์

131
00:08:40,242 --> 00:08:44,242
ศิลปะก็คือศิลปะในการ (คุณครูคณิตา) ในการพูด

132
00:08:44,243 --> 00:08:48,243
(คุณครูปรเมษฐ) เอาออกมาใช้พูด ให้ผูอื่นได้รับรู้

133
00:08:48,244 --> 00:08:52,244
ความรอบรู้ประสบการณ์ต่าง ๆ นำมาแสดงออก อาจจะนำมาร้อง

134
00:08:52,246 --> 00:08:56,246
เพลงก็ได้โต้วาที

135
00:08:56,246 --> 00:09:00,246
ศิลปะในการพูดนั่นเอง ที่ตนเองมีอยู่ในตัว

136
00:09:00,247 --> 00:09:04,247
นำมาแสดงนั่นเองครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมาเรามาดูจุดประสงค์ข้อต่อไปค่ะ

137
00:09:04,248 --> 00:09:08,248
(คุณครูปรเมษฐ) ก็คือต้องฝึกการคิด

138
00:09:08,249 --> 00:09:12,249
อย่างมีเหตุผลนะครับ รู้จักแสวงหาข้อมูล

139
00:09:12,250 --> 00:09:16,250
นำมาสนับสนุนการโต้วาที แล้วไอ้

140
00:09:16,251 --> 00:09:20,251
ข้อมูลที่เรานำมานั้นก็จะหักล้างได้อย่าง

141
00:09:20,252 --> 00:09:24,252
สมเหตุสมผล แล้วก็น่าเชื่อถือ อันนี้คือ

142
00:09:24,254 --> 00:09:28,254
เตรียมข้อมูล โต้วาทีนี่ต่างฝ่ายต่างต้องมีข้อมูล

143
00:09:28,255 --> 00:09:32,255
ในการเอามาโต้แย้งกันใช่ไหมครูคณิตา

144
00:09:32,256 --> 00:09:36,256
(คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ ต่อมานะคะ นั่นก็คือ

145
00:09:36,257 --> 00:09:40,257
เป็นการฝึกฝนทักษะการฟังอย่างมีวิจารณญาณของ

146
00:09:40,258 --> 00:09:44,258
ผู้พูดและผู้ฟังค่ะ อย่างที่บอกนะคะ การโต้วาที

147
00:09:44,259 --> 00:09:48,259
เราจะต้องฟังทั่งฝ่ายเสนอ และฝ้

148
00:09:48,260 --> 00:09:52,260
รวมถึงเราจะต้องพูดโต้แย้งกลับด้วยนะคะ เพราะฉะนั้น

149
00:09:52,261 --> 00:09:56,261
นี่เราก็จะต้องฟังอย่างมีวิจารณญาณ

150
00:09:56,262 --> 00:10:00,262
เราจะต้องใช้ไหวพริบในการโต้ตอบอีกฝ่ายหนึ่ง

151
00:10:00,265 --> 00:10:04,265
เพื่อให้ผู้ฟังนี่เกิดความคล้อยตามค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

152
00:10:04,265 --> 00:10:08,265
คือในกรณีที่เราก็เป็นผู้พูดด้วยใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค

153
00:10:08,266 --> 00:10:12,266
ที่เราเป็นผู้พูด เวลาที่เราฟังอีกฝ่ายหนึ่งพูด

154
00:10:12,266 --> 00:10:16,266
นำเสนอของตนเองนี่ เราก็ฟังใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ถ (คุณครูปรเมษฐ)

155
00:10:16,267 --> 00:10:20,267
ฟังแล้วทำอย่าสงไรลูก ก็เก็บข้อมูล เก็บข้อมูล

156
00:10:20,268 --> 00:10:24,268
เพื่อที่จะนำขึ้นไปหักล้างกับอีกฝ่ายหนึ่งที่พูดมา

157
00:10:24,270 --> 00:10:28,270
มันก็คือการโต้ตอบกันไปกันมานั่นล่ะนะครับ (คุณครูคณิตา)

158
00:10:28,271 --> 00:10:32,271
ฟังแล้วนี่ดูน่าสนุกนะนี่ (คุณครูปรเมษฐ) น่าสนุกครับ (คุณครูคณิตา)

159
00:10:32,272 --> 00:10:36,272
คราวนี้ เรามาดูองค์ประกอบของการโต้วาที

160
00:10:36,273 --> 00:10:40,273
ว่ามีอะไรบ้าง องค์ประกอบของการโต้วาที

161
00:10:40,274 --> 00:10:44,274
ค่ะ อย่างแรกเลยจะต้องมีญัตติค่ะ

162
00:10:44,276 --> 00:10:48,276
อย่างที่ 2 ค่ะ จะต้องมีประธานการโต้วาที

163
00:10:48,276 --> 00:10:52,276
อย่างที่ 3 มีผู้โต้วาที 4. คือ...

164
00:10:52,278 --> 00:10:56,278
(คุณครูปรเมษฐ) กรรมการการตัดสินนะครับ แล้วก็

165
00:10:56,279 --> 00:11:00,279
ในการโต้วาที แต่ละข้อจะมีอธิบายให้เด็ก ๆ

166
00:11:00,280 --> 00:11:04,280
ฟังใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ เดี๋ยวเราไปดูญัตติกันก่อนนะคะ

167
00:11:04,288 --> 00:11:08,288
ญัตติคือหัวข้อที่นำมาโต้วาที ควรเลือก

168
00:11:08,289 --> 00:11:12,289
หัวข้อที่น่าสนใจ เป็นเรื่องจริง เสริมสร้าง

169
00:11:12,291 --> 00:11:16,291
สติปัญญาและไม่ให้ร้ายผู้อื่นค่ะ นี่ก็คือ

170
00:11:16,293 --> 00:11:20,293
ญัตติสำคัญนะคะ คุณครูปรเมษฐมีอะไรจะ

171
00:11:20,294 --> 00:11:24,294
เพิ่มเติมให้เด็ก ๆ ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็สมมติว่า

172
00:11:24,294 --> 00:11:28,294
นี่อยากจะจัดให้เกิดการโต้วาทีเรื่องใดเรื่องหนึ่งใช่ไหม ครูคณิตา

173
00:11:28,296 --> 00:11:32,296
ก็กำหนดหัวข้ออย่างเช่น

174
00:11:32,297 --> 00:11:36,297
หญิงชายใครจะดีกว่ากัน แล้วก็

175
00:11:36,298 --> 00:11:40,298
ให้ผู้ที่อยากจะขึ้นมาโต้แย้ง ขึ้นมา

176
00:11:40,299 --> 00:11:44,299
ว่ากันด้วยเหตุผลนี่ ก็มาโต้วาทีกัน โดยมี

177
00:11:44,301 --> 00:11:48,301
เป็นฝ่ายผู้หญิง 1 ฝ่าย ผู้ชาย 1 ฝ่าย

178
00:11:48,302 --> 00:11:52,302
ข้อมูลส่วนที่ดีของตัวเองเพื่อจะคัดค้าน

179
00:11:52,304 --> 00:11:56,304
อีกฝ่ายหนึ่งนั่นเองใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คราวนี้ก็มี

180
00:11:56,305 --> 00:12:00,305
หัวข้อนั่นเอง ที่จะต้องกำหนดไปนะครับ

181
00:12:00,306 --> 00:12:04,306
(คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ นี่ก็คือญัตตินะคะ ญัตติเป็นสิ่งสำคัญนะคะ

182
00:12:04,307 --> 00:12:08,307
การตั้งญัตตินักเรียนควรตั้งพิจารณา

183
00:12:08,308 --> 00:12:12,308
ช่วยกันคิดนะคะ เพื่อที่จะทำให้ญัตตินั้น

184
00:12:12,310 --> 00:12:16,310
เป็นอะไรคะ เป็นการเสริมสร้างความรู้และ

185
00:12:16,314 --> 00:12:20,314
ปัญญาเพิ่มขึ้นด้วยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่มีได้ไหม

186
00:12:20,314 --> 00:12:24,314
คุณครูปรเมษฐคิดว่าไม่มีได้ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่มี

187
00:12:24,317 --> 00:12:28,317
การโต้วาทีไม่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้น สำคัญที่สุดเลยครับนี่ หัวข้อ

188
00:12:28,318 --> 00:12:32,318
ในการโต้ 1 ญัตตินั่นเองนะครับ

189
00:12:32,319 --> 00:12:36,319
ประธานการโต้วาทีค่ะ คืออะไร (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือ

190
00:12:36,320 --> 00:12:40,320
ประธานนี่ก็จะมีหน้าที่ในการควบคุมใช่ไหมครับ

191
00:12:40,322 --> 00:12:44,322
แนะนำผู้โต้วาทีนะ แล้วก็รักษาเวลา

192
00:12:44,322 --> 00:12:48,322
และสรุปผลการตัดสิน ก็คือผู้เป็นใหญ่

193
00:12:48,323 --> 00:12:52,323
นั่นเอง ก็คือจะดูแลทั้งหมด ใครจะทำอะไรในการ

194
00:12:52,324 --> 00:12:56,324
โต้วาทีนี่ท่านประธานจะเป็นผู้ชี้แนะ

195
00:12:56,325 --> 00:13:00,325
ว่าทุกคนที่หน้าที่ทำอะไรนะครับ เพรา

196
00:13:00,326 --> 00:13:04,326
คำของประธานนี่คือคำสิ้นสุด คำของประธาน

197
00:13:04,328 --> 00:13:08,328
ในการโต้วาทีครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เพราะฉะนั้น

198
00:13:08,328 --> 00:13:12,328
จะขาดประธานการโต้วาทีไม่ได้เลยนะคะ ต่อมานะคะ

199
00:13:12,329 --> 00:13:16,329
สิ่งสำคัญที่สุดนะคะ องค์ประกอบของการโต้วาที ถ้า

200
00:13:16,332 --> 00:13:20,332
ไม่มีผู้โต้วาทีเราจะโต้วาทีได้ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ไม่ได้

201
00:13:20,333 --> 00:13:24,333
เช่นเดียวกันนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ คราวนี้เรามาดูเลย

202
00:13:24,335 --> 00:13:28,335
จะมีใครบ้างนะคะ อย่างแรกเลย จะมีหัวหน้า

203
00:13:28,336 --> 00:13:32,336
ฝ่ายค้านอย่างที่ 2 ก็คือหัวหน้าฝ่ายเสนอ

204
00:13:32,338 --> 00:13:36,338
และส่วนที่ 3 ค่ะ ก็คือผู้สนับสนุนฝ่ายละ 2*3

205
00:13:36,339 --> 00:13:40,339
คนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นะครับ ก็ต่างฝ่ายต่างก็มี

206
00:13:40,340 --> 00:13:44,340
หัวหน้าซึ่งกันและกันนะครับ หัวหน้านี่จะพูดมากกว่าเพื่อน

207
00:13:44,341 --> 00:13:48,341
หัวหน้าทั้ง 2 ฝ่ายจะพูดมากกว่าเพื่อน ผู้สนับสนุน

208
00:13:48,343 --> 00:13:52,343
มาสนับสนุนเหตุผลฝ่ายของตนเอง โดยการนำข้อมูลมาพูดครับ

209
00:13:52,346 --> 00:13:56,346
ครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ อาจจะสงสัยพูดมากกว่าเพื่อน

210
00:13:56,350 --> 00:14:00,350
อย่าางเช่นนะคะ หัวหน้าจะนำเสนอ

211
00:14:00,351 --> 00:14:04,351
ข้อมูล 5 นาที แต่ถ้าเป็นสนับสนุน

212
00:14:04,351 --> 00:14:08,351
จะนำเสนอเพียงแค่ 3 นาทีค่ะ นี่ก็คือ

213
00:14:08,351 --> 00:14:12,351
จะเป็นการ จะทำให้แสดงให้

214
00:14:12,352 --> 00:14:16,352
พูดเยอะกว่า นั่นก็คือเป็นการนำเสนอหรือปูทางให้

215
00:14:16,353 --> 00:14:20,353
ฝ่ายตนเองในการพูดนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วยังไม่พอ

216
00:14:20,354 --> 00:14:24,354
ยังต้องขึ้นมาพูดอีกครั้

217
00:14:24,355 --> 00:14:28,355
3 นาทีหรืออะไรประมาณนี้ แล้วแต่กรรมการจะกำหนดนะครับ

218
00:14:28,357 --> 00:14:32,357
ผู้ที่เป็นหัวหน้านี่ต้องมีครบทุกอย่าง

219
00:14:32,360 --> 00:14:36,360
ก็คือวาทศิลป์

220
00:14:36,361 --> 00:14:40,361
ส่วนประเด็นสำคัญนี่อยู่ที่การตัดสินนะคะ บทสรุป

221
00:14:40,363 --> 00:14:44,363
สุดท้ายเลยนะคะ ว่าหัวหน้านี่ฝ่ายใดที่จะเป็น

222
00:14:44,364 --> 00:14:48,364
ฝ่ายปิดเกมได้อย่างสวยหรู หรือว่า

223
00:14:48,367 --> 00:14:52,367
เกิดความคล้อยตามได้มากที่สุดค่ะ เอาล่ะค่ะ ส่วน

224
00:14:52,369 --> 00:14:56,369
ต่อมาค่ะ ถ้าเราไม่มีคณะกรรมการตัดสิน

225
00:14:56,370 --> 00:15:00,370
เราจะทราบได้ไหมคะว่าฝ่ายไหนเป็นฝ่ายชนะ (คุณครูปรเมษฐ) /

226
00:15:00,373 --> 00:15:04,373
เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้น กรรมการตัดสินก็มีความสำคัญ ก็ตัดสิน

227
00:15:04,374 --> 00:15:08,374
กับประธานในการโต้วาทีนั่นเองนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ

228
00:15:08,375 --> 00:15:12,375
เราจะใช้จำนวนกี่คนคะ ก็ประมาณ 3 - 5

229
00:15:12,376 --> 00:15:16,376
ห้ามเป็นเลขคู่ เพราะว่าถ้าเป็นเลขคู่นี่

230
00:15:16,377 --> 00:15:20,377
เวลาที่เราตัดสินสิ่งต่าง ๆ นี่ส่วนใหญ่เราจะตัดสินเป็นเลขคี่

231
00:15:20,378 --> 00:15:24,378
เพราะว่าเหตุผลในการตัดสิน

232
00:15:24,384 --> 00:15:28,384
จะได้เป็นยุติธรรม ถ้าเป็นคู่นี่ ถ้าครูคณิตาบอก

233
00:15:28,388 --> 00:15:32,388
ผมบอกว่าชนะ ก็คือชนะเลยใช่ไหม แต่ถ้ามันเป็นคี่

234
00:15:32,389 --> 00:15:36,389
มันจะได้ปรึกษากัน นี่คือเหตุผลที่ต้องเป็นค

235
00:15:36,390 --> 00:15:40,390
กรรมการจะต้องปรึกษากันก่อนว่าควรให้ไหม อย่างเช่น ถ้ามีอีกคน

236
00:15:40,391 --> 00:15:44,391
จะบอกถ้าเรามองตรงนี้อีกฝ่ายก็ดีนะ

237
00:15:44,392 --> 00:15:48,392
อาจจะต้องให้ฝ่ายนี้ อะไรประมาณนั้น มันต้อง

238
00:15:48,393 --> 00:15:52,393
เลยต้องเป็นจำนวนคี่ครับ (คุณครูคณิตา) แล้วก็อีกครั้งนะคะ การที่เราใช้ 3 -

239
00:15:52,394 --> 00:15:56,394
เราใช้จำนวน 3-5 คนนี่ก็จะทำให้

240
00:15:56,395 --> 00:16:00,395
การตัดสินนี่เป็นเอกฉันท์มาก

241
00:16:00,398 --> 00:16:04,398
ถ้าสมมติว่าแต่ละฝ่ายได้ 1 คะแนนนะคะ มันจะเหลืออีก 1

242
00:16:04,399 --> 00:16:08,399
คะแนนค่ะ ถ้า 1 คะแนนนั้นคณะกรรมการให้ฝ่ายใด

243
00:16:08,400 --> 00:16:12,400
ก็ถือว่าฝ่ายนั้นเป็นฝ่ายชนะ มตินั้น

244
00:16:12,401 --> 00:16:16,401
เอกฉันท์ค่ะ จะทำให้ไม่เกิด

245
00:16:16,402 --> 00:16:20,402
ล่ะค่ะ เวลาที่ใช้ในการโต้วาทีค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ตามความเหมาะสมนะครับ

246
00:16:20,403 --> 00:16:24,403
ผู้ที่เป็นหัวหน้า ก็จะพูดคนละ 5 นาที

247
00:16:24,404 --> 00:16:28,404
นะครับ แล้วก็ไปพูดสรุปตอนท้ายอีกคนละ 3 นาที

248
00:16:28,405 --> 00:16:32,405
ส่วนผู้สนับสนุนนี่ก็จะพูดประมาณ 3 นาที

249
00:16:32,412 --> 00:16:36,412
โดยอันนี้ใช้เป็นมาตรฐานสากลเลย

250
00:16:36,413 --> 00:16:40,413
นะครับ ก็จะใช้เวลาประมาณนี้นะครับ (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ

251
00:16:40,414 --> 00:16:44,414
ต่อมาค่ะ ขั้นตอนในการโต้วาทีค่ะ

252
00:16:44,415 --> 00:16:48,415
มีอะไรบ้าง เดี๋ยวเราไปเรียนรู้กันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

253
00:16:48,416 --> 00:16:52,416
นี่เด็ก ๆ คงอยากจะโต้วาทีกันเต็มที่แล้วครับ เราให้รู้

254
00:16:52,417 --> 00:16:56,417
หลักการก่อนใช่ไหม ถ้าเด็ก ๆ ไม่รู้หลักการนี่

255
00:16:56,418 --> 00:17:00,418
ถ้าเราไม่รู้หลักการนี่

256
00:17:00,419 --> 00:17:04,419
ในเนื้อหานั้น ๆ ได้ใช่ไหม เพราะฉะนั้น ต้องรู้หลักการก่อน (คุณครูคณิตา)

257
00:17:04,420 --> 00:17:08,420
เอาล่ะค่ะ เรามาดูขั้นตอนในการโต้วาทีกันเลยนะคะ

258
00:17:08,421 --> 00:17:12,421
อย่างแรกค่ะ ประธานกล่าวแนะนำก่อนค่ะ

259
00:17:12,422 --> 00:17:16,422
หลังจากนั้นนะคะ หัวหน้าฝ่ายเสนอจะเป็นผู้

260
00:17:16,424 --> 00:17:20,424
พูดก่อนนะคะ หลังจากนั้นตามด้วยหัวหน้าฝ่ายอะไรคะ

261
00:17:20,426 --> 00:17:24,426
(คุณครูปรเมษฐ) หัวหน้าฝ่ายค้าน

262
00:17:24,426 --> 00:17:28,426
เขาเสนอมาเราก็ค้านกลับค่ะ

263
00:17:28,427 --> 00:17:32,427
ต่อมาค่ะ ผู้สนับสนุนทั้ง 2 ฝ่ายพูด

264
00:17:32,430 --> 00:17:36,430
เมื่อเริ่มต้นด้วยฝ่ายเสนอ ต่อมา

265
00:17:36,431 --> 00:17:40,431
เป็นหัวหน้าฝ่ายค้าน แล้วหลังจากนั้นจะต้องเป็นผู้สนับสนุน

266
00:17:40,432 --> 00:17:44,432
ฝ่ายใดคะนักเรียน (คุณครูปรเมษฐ) ลองคิดสินักเรียนต้องลองสลับกันนะ

267
00:17:44,433 --> 00:17:48,433
นั่นก็คือผู้สนับสนุนฝ่ายเสนอ

268
00:17:48,434 --> 00:17:52,434
เสนอนั่นเองค่ะ แล้วต่อมาก็เป็นฝ้ายค้าน ฝ้ายเสนอ

269
00:17:52,435 --> 00:17:56,435
สลับกันไปมานะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ

270
00:17:56,437 --> 00:18:00,437
ก็เป็นหัวหน้าฝ่ายค้านนะครับ สรุป

271
00:18:00,437 --> 00:18:04,437
ก็คือการจบ เวลาจบนี่ไม่เหมือนกับตอนขึ้นต้นนะ

272
00:18:04,438 --> 00:18:08,438
ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) อย่างไรนะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือที่คุณครูคณิตา

273
00:18:08,439 --> 00:18:12,439
ก็คือสลับกับไปนะครับ แต่ตอนจบนี่ ฝ่ายค้าน

274
00:18:12,440 --> 00:18:16,440
คราวนี้ผู้ที่สรุปก่อนนี่ตามธรรมชาตินี่จะ

275
00:18:16,444 --> 00:18:20,444
เสียเปรียบนะ เพราะฉะนั้น ฝ่ายเสนอนี่ไปเสนออีกทีหนึ่ง

276
00:18:20,445 --> 00:18:24,445
ก็จะห้างล้างทุกประเด็นฝ่ายค้านได้หมดเลย

277
00:18:24,446 --> 00:18:28,446
นี่การโต้วาทีนี่ถ้าบอกกันฝ่ายเสนอ

278
00:18:28,447 --> 00:18:32,447
นี่ส่วนมากแล้วจะได้เปรียบนะ เสนอข้อมูลไป

279
00:18:32,448 --> 00:18:36,448
แล้วยังไปปิดข้อมูลของตัวเองได้อีก เ

280
00:18:36,457 --> 00:18:40,457
ถ้าเกิดฝ่ายค้านเป็นฝ้ายชนะนี่ ฝ้ายค้านเก่งมาก

281
00:18:40,458 --> 00:18:44,458
เอาล่ะค่ะนักเรียนคะ นักเรียนรู้สึกตื่นเต้น

282
00:18:44,459 --> 00:18:48,459
ที่อยากจะโต้วาทีกัน

283
00:18:48,459 --> 00:18:52,459
รวมกลุ่มกันแล้วตามครูบอกขั้นตอนนี่ (คุณครูคณิตา) อย่าเพิ่งจับกลุ่

284
00:18:52,460 --> 00:18:56,460
เธอคู่กับฉันนะ เธออยู่กลุ่มนั้นนะ

285
00:18:56,461 --> 00:19:00,461
จะให้จับกลุ่มแน่นอนนะคะ ในการโต้วาที แต่ตอนนี้

286
00:19:00,462 --> 00:19:04,462
เรามาเรียนเกี่ยวกับการโต้วาทีกันก่อนค่ะ เอาล่ะค่ะ

287
00:19:04,464 --> 00:19:08,464
มารยาทในการโต้วาทีเป็นสิ่งสำคัญที่สุดนะคะ

288
00:19:08,465 --> 00:19:12,465
ที่เราจะต้องมี เรามาดูกันเลยดีกว

289
00:19:12,465 --> 00:19:16,465
ว่ามารยาทในการโต้วาทีมีอะไรบ้าง อย่างแรกเลยค่ะ ใช้

290
00:19:16,466 --> 00:19:20,466
คำพูดที่สุภาพค่ะ ไม่ใช้ถ้อยคำ

291
00:19:20,467 --> 00:19:24,467
ที่หยาบคาบยนะคะ

292
00:19:24,468 --> 00:19:28,468
จาบจ้วงลบหลู่นะคะ หรือสิ่งที่ทำให้ผู้อื่น

293
00:19:28,469 --> 00:19:32,469
เกิดความไม่สบายใจนะคะ ต่อมาค่ะ

294
00:19:32,471 --> 00:19:36,471
มีน้ำใจนักกีฬา อย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) การฌต้วาที

295
00:19:36,472 --> 00:19:40,472
คือการแข่งขัน เด็ก ๆ ครับ การโต้วาทีคือการแข่งขัน

296
00:19:40,475 --> 00:19:44,475
เพราะฉะนั้น การแข่งขันย่อมมี (คุณครูคณิตา) แพ้และชนะค่ะ

297
00:19:44,476 --> 00:19:48,476
(คุณครูปรเมษฐ) เราจึงต้องมีน้ำใจนักกีฬานะครับ

298
00:19:48,477 --> 00:19:52,477
น้ำใจนักกีฬาคือการสร้างสัมพันธ์ที่ดี

299
00:19:52,478 --> 00:19:56,478
ไม่ใช่ว่าเราแพ้แล้วเราจะไม่ยอม เราแพ้นี่

300
00:19:56,479 --> 00:20:00,479
แพ้ด้วยเหตุผลนะครับ เพราะฉะนั้น จำไว้เลยครับ

301
00:20:00,481 --> 00:20:04,481
ข้อนี้นี่สำคัญมาก นักโต้วาทีจะต้องมีน้ำใจนักกีฬาครับ

302
00:20:04,483 --> 00:20:08,483
(คุณครูคณิตา) อย่างที่บอกนะคะ รู้แพ้รู้ชนะ รู้อภัยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา)

303
00:20:08,484 --> 00:20:12,484
ต่อมาค่ะ แสดงกิริยามารยาทที่เหมาะสม

304
00:20:12,485 --> 00:20:16,485
โต้วาทีนี่ในบางครั้งนี่เราก็จะมีอารมณ์ความรู้สึก

305
00:20:16,486 --> 00:20:20,486
ร่วมไปกับสิ่งที่เราพูดด้วยใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้นนี่ เรา

306
00:20:20,488 --> 00:20:24,488
อาจจะแสดงกิริยาท่าทาง หรือสีหน้านี่ ที่

307
00:20:24,488 --> 00:20:28,488
ทำให้ผู้ฟังนี่เห็นหรือ

308
00:20:28,489 --> 00:20:32,489
มองเห็นถึงการกระทำนั้น ๆ นี่อาจจะทำให้เกิดความไม่สบายใจ

309
00:20:32,491 --> 00:20:36,491
เพราะฉะนั้นนี่ เรา ในการพูดอยู่่เสนอ

310
00:20:36,491 --> 00:20:40,491
เราจะต้องประคองสตินะคะ การที่เรานี่พูด

311
00:20:40,493 --> 00:20:44,493
โดยใส่อารมณ์ความรู้สึกไปเป็นสิ่งที่ดีไหมคะ

312
00:20:44,500 --> 00:20:48,500
(คุณครูปรเมษฐ) ไม่ดีครับ เราต้องคงเรื่องมารยาทในการพูดไ

313
00:20:48,501 --> 00:20:52,501
ในการพูดไว้ เวลาที่พูดถึงแม้มันจะมีอารมณ์

314
00:20:52,502 --> 00:20:56,502
ที่มันอยากจะแสดงออกแต่บางครั้งก็ต้องเก็บอาการ

315
00:20:56,504 --> 00:21:00,504
แสดงออกในสิ่งที่ดี ให้ผู้อื่นเขาได้เห็น

316
00:21:00,505 --> 00:21:04,505
แล้วเราก็จะเป็นผู้ที่ถูกมองว่า

317
00:21:04,506 --> 00:21:08,506
มีมารยาทในการพูดที่ดีนะ มารยาทในการทำที่เหมาะสม

318
00:21:08,507 --> 00:21:12,507
นั่นเองนะครับ อีกอย่างหนึ่งนะคะ คุณครูขอเสิ

319
00:21:12,508 --> 00:21:16,508
นั่นก็คือเกี่ยวกับบุคลิกภาพค่ะ ถ้านักเรียนมีบุคลิกภาพที่ดี

320
00:21:16,509 --> 00:21:20,509
มีความสุขุมนะคะ จะทำให้การพูดของนักเรียน

321
00:21:20,510 --> 00:21:24,510
มีความน่าเชื่อถือเพิ่มมากขึ้นค่ะ เอาล่ะค่ะ คราวนี้

322
00:21:24,513 --> 00:21:28,513
เรามาดูเกณฑ์การประเมินกันดีกว่าค่ะ เกณฑ์การ

323
00:21:28,514 --> 00:21:32,514
ประเมินมีอะไรบ้าง (คุณครูปรเมษฐ) ต้องมีความมั่นใจ

324
00:21:32,517 --> 00:21:36,517
มีความมั่นใจ พูดโต้วาทีต้องมีความมั่นใจ บวก

325
00:21:36,518 --> 00:21:40,518
กับบุคลิกภาพที่ดีนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ถ้าไม่มีความมั่นใจนะคะ

326
00:21:40,519 --> 00:21:44,519
จะทำให้ผู้ฟังเกิดความคล้อยตามได้ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ยากครับ

327
00:21:44,521 --> 00:21:48,521
เพราะเวลาพูดก็จะเกิดการประหม่า

328
00:21:48,521 --> 00:21:52,521
ในการพูด และสุดท้ายการโต้วาทีนั้นก็จะไม่ประสบความสำเร็จ

329
00:21:52,522 --> 00:21:56,522
บุคลิกคืออะไรน่ะ ก็คือการยืนการจับ

330
00:21:56,523 --> 00:22:00,523
การจับไมโครโฟน การที่

331
00:22:00,524 --> 00:22:04,524
ออกท่าทางนี่บางครั้งก็ต้องออกแต่เหมาะสม บางคน

332
00:22:04,525 --> 00:22:08,525
นี่เคยเห็นการโต้วาทีนี่มือไม้ไปหมด

333
00:22:08,525 --> 00:22:12,525
มันก็จะดูไม่เหมาะสมนะครับ

334
00:22:12,526 --> 00:22:16,526
เพราะฉะนั้น ความมั่นใจบวกกับบุคลิกภาพนี่สำคัญนะครับ

335
00:22:16,528 --> 00:22:20,528
(คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมาค่ะ เนื้อหาจะต้องมีเหตุผลค่ะ

336
00:22:20,530 --> 00:22:24,530
นั่นก็คือในการพูดโต้วาทีแต่ละครั้งนี่

337
00:22:24,530 --> 00:22:28,530
การที่เรานำเสนอเนื้อหาอะไรก็ตามนี่เราจะต้อง

338
00:22:28,532 --> 00:22:32,532
มีเหตุผลตามมาเพื่อที่จะทำให้ฃ

339
00:22:32,533 --> 00:22:36,533
เนื้อหาที่เรานำเสนอนั้นมีความน่าเชื่อถือ

340
00:22:36,534 --> 00:22:40,534
และสามารถคล้อยตามได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ

341
00:22:40,535 --> 00:22:44,535
(คุณครูปรเมษฐ) วาทะเร้าความสนใจวาทะคือการ

342
00:22:44,537 --> 00:22:48,537
เร้าความสนใจ คือ ดึงดูดความสนใจ

343
00:22:48,538 --> 00:22:52,538
เราพูดนี่ทำอย่างไรก็ได้ให้ผู้ที่กำลัง

344
00:22:52,550 --> 00:22:56,550
ฟังเราอยู่ให้กรรมการที่ตัดสินเรานี่

345
00:22:56,551 --> 00:23:00,551
เขาสนใจเรา เพราะฉะนั้น จะต้องมีวาทศิลป์

346
00:23:00,552 --> 00:23:04,552
พูดแบบทื้อ ๆ ได้ไหม ก็ไม่ได้ มันจะต้องใส่อารมณ์

347
00:23:04,553 --> 00:23:08,553
ความรู้สึกแต่แสดงออกในการพูดนี่เหมาะสม

348
00:23:08,554 --> 00:23:12,554
พูดไป นำเสนอข้อมูลของตนเองไป โดย

349
00:23:12,555 --> 00:23:16,555
มีศิลปะวาทะศิลป์ในการพูดครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ อาจจะเป็น

350
00:23:16,557 --> 00:23:20,557
การใช้น้ำเสียงนะคะ ในการปลุกเร้า

351
00:23:20,558 --> 00:23:24,558
ของผู้ฟัง ทำให้ผู้ฟังเกิดความคล้อยตามได้

352
00:23:24,559 --> 00:23:28,559
ได้นะคะ ต่อมาค่ะ มีปฏิภาณไหวพริบค่ะ

353
00:23:28,561 --> 00:23:32,561
ในการโต้ตอบแต่ละฝ่ายนี่ก็จะต้องมีเหตุผลมาหักล้างกัน

354
00:23:32,562 --> 00:23:36,562
เพราะฉะนั้นนี่ พูดโต้วาที จะต้องมี

355
00:23:36,563 --> 00:23:40,563
ปฏิภาณไหวพริบที่ดีนะคะ แล้วจะต้องมีความไว

356
00:23:40,564 --> 00:23:44,564
ด้วยในการที่เราจะต้องหาเหตุผลมาหักล้างอีกฝ่ายหนึ่ง

357
00:23:44,565 --> 00:23:48,565
(คุณครูปรเมษฐ) มันก็เป็นพรสวรรค์ส่วนหนึ่ง

358
00:23:48,566 --> 00:23:52,566
แต่มันก็จะต้องคู่กับพรแสวงในการที่มีปฏิภาณไหวพริบ

359
00:23:52,567 --> 00:23:56,567
พูดเก่งอยู่แล้ว แต่ความรู้ไม่มี

360
00:23:56,567 --> 00:24:00,567
ไม่ได้ศึกษาหาความรู้เลย มันก็จะไม่ประสบความสำ

361
00:24:00,568 --> 00:24:04,568
ควบคู่กันลูก ก็คือมีพรสวรรค์ในการพู๔

362
00:24:04,570 --> 00:24:08,570
ของหนูก็คือการหาความรู้ในเรื่องนั้น ๆ

363
00:24:08,572 --> 00:24:12,572
นำมาพูด นำมาหักล้างกัน โดยใช

364
00:24:12,574 --> 00:24:16,574
กับปัญญานะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมาค่ะ ก็คือ

365
00:24:16,575 --> 00:24:20,575
มีมารยาทในการพูดและการฟังค่ะ เป็นอย่างไรคะ

366
00:24:20,577 --> 00:24:24,577
คุณครูปรเมษฐ ผู้พูดจะต้องมีมารยาท

367
00:24:24,579 --> 00:24:28,579
ด้วยคำพูดที่เหมาะสม แสดงออกในพฤติกรรมที่ดีนะครับ

368
00:24:28,580 --> 00:24:32,580
(คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ส่วนผู้ฟัง ในขณะที่

369
00:24:32,581 --> 00:24:36,581
เรานั้นก็เป็นพูดโต้วาทีนะ เราฟัง

370
00:24:36,582 --> 00:24:40,582
ผู้อีกฝ่ายหนึ่งพูดนี่เราก็ต้องมีมารยาท ไม่ใช่

371
00:24:40,583 --> 00:24:44,583
เขาพูดพอเราไม่ถูกใจยกไม้ยกมือ

372
00:24:44,584 --> 00:24:48,584
ตะโกนแบบนี้ได้ไหม -(คุณครูคณิตา) ไม่ได้ค่ะ ถือว่า

373
00:24:48,585 --> 00:24:52,585
ในการฟังนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ผู้ชม ย้อนไปผู้ชม โต้วาที

374
00:24:52,587 --> 00:24:56,587
จะมีผู้ชมใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ผู้ชม

375
00:24:56,589 --> 00:25:00,589
ก็คือผู้ฟัง

376
00:25:00,592 --> 00:25:04,592
(คุณครูปรเมษฐ) ไม่ใช่แล้วแบบนี้ได้ไหม (คุณครูคณิตา) ไม่ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

377
00:25:04,592 --> 00:25:08,592
ตั้งใจแล้วก็คิดตาม คิดตามแล้วถ้าเมื่อไรน

378
00:25:08,593 --> 00:25:12,593
เขาถามเรานี่ ค่อยตอบ เพราะว่า

379
00:25:12,594 --> 00:25:16,594
การโต้วาทีคือการฟังใช่ไหมครับ ผู้ฟังหรือผู้ชมนี่จะต้องฟัง

380
00:25:16,599 --> 00:25:20,599
คือต้องฟัง ฟังแล้วก็คิด แล้วเราได้ประโยชน์อะไร

381
00:25:20,600 --> 00:25:24,600
ค่อย่วากันตรงนั้น แต่ผู้ที่โต้

382
00:25:24,604 --> 00:25:28,604
โต้นี่ก็จะต้องฟังและพูดก็ต้องมีมารยาทตามที่บอกนะครับ

383
00:25:28,605 --> 00:25:32,605
(คุณครูคณิตา) ค่ะ เอาล่ะค่ะ มาถึงช่วงการตั้งญัตติกันแล้วะนคะ

384
00:25:32,606 --> 00:25:36,606
การตั้งญัตติ

385
00:25:36,607 --> 00:25:40,607
เริ่มด้วยการตั้งญัตติก่อนค่ะ แต่ไม่ต้องกังวลนะคะ วันนี้

386
00:25:40,608 --> 00:25:44,608
เพราะว่าวันนี้คุณครูมีตัวอย่างมาให้นักเรียนได้ชมกันก่อน่ค่ะ

387
00:25:44,609 --> 00:25:48,609
เหตุผลสนับสนุนและคัดค้านญัตติ

388
00:25:48,610 --> 00:25:52,610
การโต้วาทีในญัตติ "ปัญญาดี

389
00:25:52,610 --> 00:25:56,610
กว่ามีทรัพย์นะครับ ก็คือหัวข้อนี้ก็คือ

390
00:25:56,611 --> 00:26:00,611
มีปัญญาดีกว่ามีทรัพย์

391
00:26:00,612 --> 00:26:04,612
(คุณครูปรเมษฐ) ฝ่ายเสนอคือฝั่งไหน (คุณครูคณิตา) ฝ่ายเสนอคือฝั่ง

392
00:26:04,614 --> 00:26:08,614
ปัญญาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือผู้เสนอใช่ไหม นี่นระ

393
00:26:08,614 --> 00:26:12,614
มีปัญญานี่นะ ดีกว่า (คุณครูคณิตา) มีทรัพย์ค่ะ

394
00:26:12,618 --> 00:26:16,618
ฝ่ายที่เป็นมีทรัพย์ มีเงินมีทองนี่ก็ต้องเป็นฝ่สายค้า

395
00:26:16,619 --> 00:26:20,619
นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นะครับ (คุณครูคณิตา) ก็บอกไม่จริงเลย มีทรัพย์นี่ดี

396
00:26:20,620 --> 00:26:24,620
มีปัญญานั่นเองค่ะ นี่ก็คือ

397
00:26:24,621 --> 00:26:28,621
ตั้งญัญตินะคะ

398
00:26:28,622 --> 00:26:32,622
กันนะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา) เรามาดูเหตุผลของฝ่ายสนับสนุน

399
00:26:32,624 --> 00:26:36,624
กันดีกว่านะคะ ให้นักเรียนลองคิด

400
00:26:36,625 --> 00:26:40,625
ดูเหตุผลของฝ่ายสนับสนุนและฝ้ายค้าน แล้วดู

401
00:26:40,627 --> 00:26:44,627
สิคะว่าปัญญาดีกว่ามีทรัพย์หรือทรัพย์ด

402
00:26:44,628 --> 00:26:48,628
ดีกว่ามีปัญญานะคะ เอาล่ะค่ะมาดูกันเลย

403
00:26:48,631 --> 00:26:52,631
ฝ่ายสนับสนุนค่ะ เขาให้เหตุผลมาว่า

404
00:26:52,632 --> 00:26:56,632
ปัญญาเอาตัวรอดได้ในเวลาเกิดปัญญา

405
00:26:56,633 --> 00:27:00,633
แล้วถ้าครูเป็นฝ่ายค้านล่ะ

406
00:27:00,635 --> 00:27:04,635
ก็มีเงิน ก็เอาตัวรอดได้เวลาเกิดปัญหาเหมือนกันน่ะ

407
00:27:04,637 --> 00:27:08,637
เราจะทำอย่างไรดีนะ ฝ่ายค้านที่เรา

408
00:27:08,638 --> 00:27:12,638
นำเหตุผลเหล่านี้มาหักล้างฝ่ายสนับสนุน

409
00:27:12,642 --> 00:27:16,642
ได้เสนอไปนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ฝ่ายสนับสนุนก็คือฝ่ายเสนอนั่นเองใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ค่ะ

410
00:27:16,646 --> 00:27:20,646
ต่อมาค่ะ ฝ่ายปัญญาก็เสนอว่า

411
00:27:20,647 --> 00:27:24,647
คนทีปัญญายิ่งใช้มากยิ่งเพิ่มมากขึ้น

412
00:27:24,656 --> 00:27:28,656
ที่มีทรัพย์ ยิ่งใช้ยิ่งหมด (คุณครูปรเมษฐ) นี่คือเหตุผลของเขา แล้วก็เป็นค

413
00:27:28,657 --> 00:27:32,657
(คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วก็เป็นความจริงด้วย

414
00:27:32,659 --> 00:27:36,659
ไปได้เรื่อย ๆ (คุณครูคณิตา) ยิ่งใช้ก็ยิ่งเป็นการ

415
00:27:36,663 --> 00:27:40,663
(คุณครูปรเมษฐ) แต่เงินทองเป็นอย่างไร (คุณครูคณิตา) แสดงว่

416
00:27:40,670 --> 00:27:44,670
ว่าคุณครูปรเมษฐนี่อยู่

417
00:27:44,680 --> 00:27:48,680
ใช่ไหมคะนี่ (คุณครูปรเมษฐ)

418
00:27:48,681 --> 00:27:52,681
ต้องมีเงินมีทอง มันหมดไปใช่ไหม แต่ปัญญายิ่งใช้ยิ่งได้

419
00:27:52,682 --> 00:27:56,682
อย่างครูคณิตาว่า

420
00:27:56,683 --> 00:28:00,683
อยู๋ฝ่ายค้านนะนี่ ของครูคณิตาบอกว่า ยิ่งใช้ทรัพย์

421
00:28:00,684 --> 00:28:04,684
ยิ่งหมด ไม่จริงค่ะ ยิ่งใช้ทรัพย์ เราใช้ทรัพย์

422
00:28:04,687 --> 00:28:08,687
ต่อทุนเพื่อที่ทำให้เงินเหล่านั้นนี่

423
00:28:08,692 --> 00:28:12,692
งอกเงยได้มากขึ้น เห็นไหนคะ

424
00:28:12,693 --> 00:28:16,693
ฝ่ายสนับสนุนกับฝ้ายค้าน เราจะตีกันไหมนี่ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่ตี เพราะการ

425
00:28:16,694 --> 00:28:20,694
โต้วาทีคือการโต้แย้งกันด้วยเหตุผล

426
00:28:20,695 --> 00:28:24,695
มาพูดนะครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ แล้วนี่

427
00:28:24,695 --> 00:28:28,695
ต่อไปอีกว่า แต่บางคนถ้าใช้ไม่เป็นล่ะ ทรัพย์น่ะถ้าใช้ใน

428
00:28:28,698 --> 00:28:32,698
ทางที่ผิดสัมเรเทเมามันก็หมด

429
00:28:32,701 --> 00:28:36,701
(คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ มาถึงตาครูคณิตาบ้าง ถ้า

430
00:28:36,702 --> 00:28:40,702
คุณครูปรเมษฐพูดแบบนั้น  บางคนนี่ฉลาด

431
00:28:40,706 --> 00:28:44,706
ค่ะ แต่ฉลาดแกมโกงทำความเดือดร้อนให้ผู้อื่น

432
00:28:44,710 --> 00:28:48,710
ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดีเช่นกันนะคะ

433
00:28:48,711 --> 00:28:52,711
เห็นไหมคะ นี่ก็คือการนำเหตุผลมาหักล้างกัน

434
00:28:52,712 --> 00:28:56,712
นะคะ เรามาดูข้อต่อไปกันเลยดีกว่าค่ะ คนมีปัญญา

435
00:28:56,713 --> 00:29:00,713
สร้างฐษนะและเลี้ยงตนได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่

436
00:29:00,714 --> 00:29:04,714
เห็นด้วยเลย เมื่อมีปัญญานี่นะครับ ก็สามารถสร้างฐานะ

437
00:29:04,718 --> 00:29:08,718
ครอบครัวโดยที่เราใช้

438
00:29:08,724 --> 00:29:12,724
ปัญญา ความรู้ที่เรามี นำมาให้มันเกิดทรัพย์

439
00:29:12,725 --> 00:29:16,725
ครูคณิตา พอมีทรัพย์มันก็สามารถที่จะเลี้ยงตนและครอบครัว

440
00:29:16,727 --> 00:29:20,727
ได้โดยใช้ปัญญานี่ล่ะหาทรัพย์มา โดยใช้ปัญญา

441
00:29:20,728 --> 00:29:24,728
ในการหาทรัพย์สิน นั่นก็คือ

442
00:29:24,731 --> 00:29:28,731
นะคะ ไปใช้ใช่ไหมครับ กับครูคณิตานำทรัพย์สินไปซ์้ปัญญาได

443
00:29:28,732 --> 00:29:32,732
ได้ไหมล่ะ (คุณครูคณิตา) ได้สิคะ นักเรียนคะ

444
00:29:32,735 --> 00:29:36,735
หากนักเรียนต้องการที่จะไคว่คว้า ค้นคว้าหาความร

445
00:29:36,736 --> 00:29:40,736
นักเรียนจะต้องใช้เงินไหมคะ ใช้เงินในการเรียนพิเศษ

446
00:29:40,738 --> 00:29:44,738
ใช้เงินในการซื้ออินเทอร์เน็ต ซื

447
00:29:44,739 --> 00:29:48,739
อิเล็กทรอนิกส์ในการค้นคว้าหาความรู้หรือเปล่านะ

448
00:29:48,740 --> 00:29:52,740
ปัญญานี่อย่างไรก็ด้อยกว่าการมีทรัพย์ค่ะ

449
00:29:52,741 --> 00:29:56,741
นี่ เห็นไหมคะนี่ก็คือเป็นการหักล้างนะคะ ความคิด

450
00:29:56,742 --> 00:30:00,742
ของความคิดของผู้สนับสนุนนะคะ เอาล่ะค่ะ

451
00:30:00,743 --> 00:30:04,743
ต่อมามาดูเหตุผลของฝ้ายค้านบ้าง่ะ

452
00:30:04,750 --> 00:30:08,750
คือแก้วสารพัดนึก ฉันอยากได้นู้น

453
00:30:08,752 --> 00:30:12,752
ฉันอยากได้อันนั้น แสดงวา

454
00:30:12,753 --> 00:30:16,753
สามารถที่จะบันดาลเราได้ทุกอย่าง

455
00:30:16,755 --> 00:30:20,755
นี่ก็คือเป็นเหตุผลของ

456
00:30:20,756 --> 00:30:24,756
ฝ่ายสนับสนุนมีอะไรอย่างเสนอบ้างไหมคะ

457
00:30:24,766 --> 00:30:28,766
แต่การที่จะใช้เงินนั้นก็ต้องมีปัญญานะ

458
00:30:28,767 --> 00:30:32,767
ถึงแม้จะมีเงินแต่ก็ต้องใช้ปัญญา

459
00:30:32,769 --> 00:30:36,769
ในการคิดที่จะไปซื้อหาทุกสิ่งทุกอย่า

460
00:30:36,770 --> 00:30:40,770
มันก็ต้องคิดก่อน ผ่อนการคิด คือ ผ่านหัวสมองปะลอง

461
00:30:40,774 --> 00:30:44,774
ด้วยปัญญาถึงจะได้มาถึงสิ่งที่อยากได้

462
00:30:44,775 --> 00:30:48,775
(คุณครูคณิตา) นี่ก็คือเป็น (คุณครูปรเมษฐ) หักล้างกันไป (คุณครูคณิตา)

463
00:30:48,777 --> 00:30:52,777
คนที่ทรัพย์มันมีคนนับหน้าถือตา มีเพื่อนฝูง

464
00:30:52,778 --> 00:30:56,778
มากค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เขาบอกมีเงินนับ (คุณครูคณิตา) มีเงินนับเป็นน้อง มี

465
00:30:56,779 --> 00:31:00,779
มีทองนับเป็นพี่นะคะ

466
00:31:00,781 --> 00:31:04,781
นี่ก็คือทำให้คนเรา เขาเรียก Connection

467
00:31:04,782 --> 00:31:08,782
ก็คือมีคนรู้จักเยอะแยะมากมายนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา)

468
00:31:08,783 --> 00:31:12,783
มีอะไรจะหักล้างไหมคะนี่ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่หักล้าง

469
00:31:12,785 --> 00:31:16,785
ก็ได้ครับ ไม่เป็นไร หักล้างหมดเดี๋ยวเด็ก ๆ เกิดความ

470
00:31:16,786 --> 00:31:20,786
สนุกเดี๋ยวไปโต้กันยุ่งเลยนะครับ (คุณครูคณิตา) โต้กันยุ่งเลยนะคะ

471
00:31:20,787 --> 00:31:24,787
เอาล่ะค่ะ เรามาดูข้อต่อไปกันเลยดีกว่า

472
00:31:24,788 --> 00:31:28,788
ไม่มีทรัพย์ลงทุนก็ไม่อาจทำมาหากินได้ค่ะ นี่

473
00:31:28,789 --> 00:31:32,789
ก็เป็นสิ่งที่

474
00:31:32,791 --> 00:31:36,791
เขาเรียกว่าอะไรนะ ไปให้เด็ก ๆ นะคะ ไปแสดงความคิดเฆ็น

475
00:31:36,792 --> 00:31:40,792
กันดีกว่านะคะ ว่าเรื่องจริงหรือไม่จริงอย่างไร

476
00:31:40,793 --> 00:31:44,793
อาจจะเป็นการจัดโต้เล็ก ๆ น้อย ๆ นะคะ

477
00:31:44,793 --> 00:31:48,793
เป็นการฝึกซ้อมก่อน (คุณครูปรเมษฐ) ที่ครูและครูคณิตายกมานี่

478
00:31:48,794 --> 00:31:52,794
เป็นประเด็นนำมาให้ดูเฉย ๆ ว่านี่เวลาที่

479
00:31:52,795 --> 00:31:56,795
จะพูดนี่เขาก็จะพูดประมาณนี้เหตุผลของแต่ละงฝ่ายก็จะประมาณนี้

480
00:31:56,796 --> 00:32:00,796
(คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ อย่างที่บอกนะคะ ในการที่เรา

481
00:32:00,798 --> 00:32:04,798
นำเสนออะไรก็ตามเราจะต้องมีเหตุผลมารองรับด้วยค่ะ

482
00:32:04,799 --> 00:32:08,799
เอาล่ะค่ะ ถึงเวลาที่ให้นักเรียนนะคะ

483
00:32:08,804 --> 00:32:12,804
ทำใบงาน เรื่อง แผนภาพความคิด การตั้ง

484
00:32:12,805 --> 00:32:16,805
ญัตติโต้วาทีค่ะ โดยให้นักเรียนนะคะ เขียน

485
00:32:16,807 --> 00:32:20,807
แผนภาพความคิดนะคะ การตั้งญัตติโต้วาที

486
00:32:20,807 --> 00:32:24,807
ส่วนคุณครูปลายทางล่ะค่ะ คุณครูก็ดูแลและแนะนำ

487
00:32:24,807 --> 00:32:28,807
การที่นักเรียนนั้นร่วมกันทำงานนะครับ คุณครู

488
00:32:28,808 --> 00:32:32,808
ต้องแนะนำเพราะว่าการโต้วาทีนี่

489
00:32:32,810 --> 00:32:36,810
มันมีอะไรเรื่องที่ละเอียดลออ

490
00:32:36,811 --> 00:32:40,811
ญัตติที่เกิดขึ้นมานี่มันต้องเป็นญัตติที่ไม่ว่าร้ายใครนะ

491
00:32:40,814 --> 00:32:44,814
เพราะฉะนั้น มันก็จะต้องผ่านคุณครู ญัตติ

492
00:32:44,827 --> 00:32:48,827
กลาง ๆ นะครับ ในการโต้วาที ก็คือ 2 ฝ่ายนี่

493
00:32:48,829 --> 00:32:52,829
มีข้อได้เปรียบเสียเปรียบเท่า ๆ กันนะ เพราะฉะนั้น เด็ก ๆ ตั้งได้

494
00:32:52,830 --> 00:32:56,830
ครับ อยากตั้งญัตติอะไรก็ได้แต่ต้องพิจารณา

495
00:32:56,831 --> 00:33:00,831
ก็ต้องให้คุณครูนี่ล่ะ เป็นผู้พิจารณา

496
00:33:00,832 --> 00:33:04,832
ที่หนูตั้งนี่ไปใช้ในการจัดแข่งขันโต้วาทีจริงก็ได้

497
00:33:04,833 --> 00:33:08,833
นะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เรามาดูใบงานกันเลยดีกว่านะคะ

498
00:33:08,834 --> 00:33:12,834
ใบงาน เรื่อง การตั้งญัตติ

499
00:33:12,836 --> 00:33:16,836
นี่ก็คือเป็นรูปแบบนะคะ ญัตติเรื่องอะไร

500
00:33:16,837 --> 00:33:20,837
ก็คือให้นักเรียนนะคะ ช่วยตั้งญัตติ

501
00:33:20,838 --> 00:33:24,838
เกี่ยวกับบทบาทของผู้หญิงและผู้ชายใน

502
00:33:24,839 --> 00:33:28,839
สังคมปัจจุบัน (คุณครูปรเมษฐ) ก็ญัตตินั้นจะพูด

503
00:33:28,841 --> 00:33:32,841
ว่าอย่างไรก็ตามแต่ให้คงใน

504
00:33:32,842 --> 00:33:36,842
ของผู้หญิงและผู้ชายในสังคมปัจจุบันนั่นเองครับ

505
00:33:36,844 --> 00:33:40,844
ผู้หญิงทำงานดีกว่าผู้ชาย

506
00:33:40,845 --> 00:33:44,845
ก็จะเป็นผู้ชายทำงานดีกว่าผู้หญิง (คุณครูปรเมษฐ) ใช

507
00:33:44,847 --> 00:33:48,847
(คุณครูคณิตา) นี่ก็คือเป็นการตั้งญัตตินะคะ

508
00:33:48,848 --> 00:33:52,848
(คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ที่ครูพูดไม่ได้แล้วนะ ห้ามใช้ (คุณครูคณิตา) นักเรียน

509
00:33:52,849 --> 00:33:56,849
ว่าครูในใจแล้วครูแพรพูดขึ้นมาทำไมนี่

510
00:33:56,849 --> 00:34:00,849
เลยนะคะ เอาล่ะค่ะ นี่ก็คือเป็ฯตัวเอง

511
00:34:00,850 --> 00:34:04,850
ในการนำเสนอส่วนกลม ๆ ที่อยู่ด้านบน - ด้านล่างนี่เอาไว้

512
00:34:04,853 --> 00:34:08,853
ทำไมคะคุณครูปรเมษฐ เอาไว้เป็นเหตุผลแต่ละฝ่าย

513
00:34:08,862 --> 00:34:12,862
ใช่ไหมครับ ของแต่ละฝ่าย ลองคิดดูว่าควร

514
00:34:12,864 --> 00:34:16,864
พูดอย่างไร ต้องเอาเหตุผลอะไรมาประกอบบ้างนะครับ (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ

515
00:34:16,867 --> 00:34:20,867
เหมือนที่ข้างต้นที่คุณครูกล่าวไป

516
00:34:20,870 --> 00:34:24,870
นำเหตุผลอะไรในการพูดบ้างนะ

517
00:34:24,871 --> 00:34:28,871
นะคะ อาจเป็นการอธิบายเล็ก ๆ น้อย ๆ (คุณครูปรเมษฐ) ข้างบนก็

518
00:34:28,872 --> 00:34:32,872
ให้เป็นฝ่ายเสนอด้านล่างก็ให้เป็นของฝ่ายค้นแล้วกัน

519
00:34:32,874 --> 00:34:36,874
ในการเขียนเหตุผล (คุณครูคณิตา) ถ้าพร้อมแล้ว

520
00:34:36,875 --> 00:34:40,875
ลงมือทำใบงานได้เลยค่ะ เดี๋ยวเรามาเจอกันอีกครั้งค่ะ

521
00:34:40,876 --> 00:34:44,876
[เสียงดนตรี]

522
00:34:44,877 --> 00:34:48,877

523
00:34:48,877 --> 00:34:52,877

524
00:34:52,879 --> 00:34:56,879

525
00:34:56,880 --> 00:35:00,880

526
00:35:00,883 --> 00:35:04,883

527
00:35:04,885 --> 00:35:08,885

528
00:35:08,887 --> 00:35:12,887

529
00:35:12,889 --> 00:35:16,889

530
00:35:16,891 --> 00:35:20,891

531
00:35:20,893 --> 00:35:24,893

532
00:35:24,895 --> 00:35:28,895

533
00:35:28,897 --> 00:35:32,897

534
00:35:32,900 --> 00:35:36,900

535
00:35:36,903 --> 00:35:40,903

536
00:35:40,906 --> 00:35:44,906

537
00:35:44,908 --> 00:35:48,908

538
00:35:48,910 --> 00:35:52,910

539
00:35:52,912 --> 00:35:56,912

540
00:35:56,914 --> 00:36:00,914

541
00:36:00,916 --> 00:36:04,916

542
00:36:04,918 --> 00:36:08,918

543
00:36:08,920 --> 00:36:12,920

544
00:36:12,922 --> 00:36:16,922

545
00:36:16,924 --> 00:36:20,924

546
00:36:20,926 --> 00:36:24,926

547
00:36:24,928 --> 00:36:28,928

548
00:36:28,932 --> 00:36:32,932

549
00:36:32,937 --> 00:36:36,937

550
00:36:36,938 --> 00:36:40,938

551
00:36:40,941 --> 00:36:44,941

552
00:36:44,943 --> 00:36:48,943

553
00:36:48,945 --> 00:36:52,945

554
00:36:52,947 --> 00:36:56,947

555
00:36:56,949 --> 00:37:00,949

556
00:37:00,951 --> 00:37:04,951

557
00:37:04,954 --> 00:37:08,954

558
00:37:08,959 --> 00:37:12,959

559
00:37:12,961 --> 00:37:16,961

560
00:37:16,964 --> 00:37:20,964

561
00:37:20,966 --> 00:37:24,966

562
00:37:24,968 --> 00:37:28,968

563
00:37:28,970 --> 00:37:32,970

564
00:37:32,972 --> 00:37:36,972

565
00:37:36,973 --> 00:37:40,973

566
00:37:40,975 --> 00:37:44,975

567
00:37:44,977 --> 00:37:48,977

568
00:37:48,979 --> 00:37:52,979

569
00:37:52,981 --> 00:37:56,981

570
00:37:56,983 --> 00:38:00,983

571
00:38:00,984 --> 00:38:04,984

572
00:38:04,986 --> 00:38:08,986

573
00:38:08,989 --> 00:38:12,989

574
00:38:12,990 --> 00:38:16,990

575
00:38:16,991 --> 00:38:20,991

576
00:38:20,993 --> 00:38:24,993

577
00:38:24,996 --> 00:38:28,996

578
00:38:28,998 --> 00:38:32,998

579
00:38:33,000 --> 00:38:37,000

580
00:38:37,002 --> 00:38:41,002

581
00:38:41,004 --> 00:38:45,004

582
00:38:45,006 --> 00:38:49,006

583
00:38:49,008 --> 00:38:53,008

584
00:38:53,010 --> 00:38:57,010

585
00:38:57,012 --> 00:39:01,012

586
00:39:01,013 --> 00:39:05,013

587
00:39:05,015 --> 00:39:09,015

588
00:39:09,017 --> 00:39:13,017

589
00:39:13,020 --> 00:39:17,020

590
00:39:17,022 --> 00:39:21,022

591
00:39:21,024 --> 00:39:25,024

592
00:39:25,025 --> 00:39:29,025

593
00:39:29,028 --> 00:39:33,028

594
00:39:33,030 --> 00:39:37,030

595
00:39:37,030 --> 00:39:41,030

596
00:39:41,032 --> 00:39:45,032

597
00:39:45,034 --> 00:39:49,034

598
00:39:49,036 --> 00:39:53,036

599
00:39:53,038 --> 00:39:57,038

600
00:39:57,040 --> 00:40:01,040

601
00:40:01,042 --> 00:40:05,042

602
00:40:05,045 --> 00:40:09,045

603
00:40:09,048 --> 00:40:13,048

604
00:40:13,052 --> 00:40:17,052

605
00:40:17,056 --> 00:40:21,056

606
00:40:21,062 --> 00:40:25,062

607
00:40:25,064 --> 00:40:29,064

608
00:40:29,066 --> 00:40:33,066

609
00:40:33,068 --> 00:40:37,068

610
00:40:37,069 --> 00:40:41,069

611
00:40:41,071 --> 00:40:45,071

612
00:40:45,073 --> 00:40:49,073

613
00:40:49,075 --> 00:40:53,075

614
00:40:53,077 --> 00:40:57,077

615
00:40:57,078 --> 00:41:01,078

616
00:41:01,080 --> 00:41:05,080

617
00:41:05,082 --> 00:41:09,082

618
00:41:09,084 --> 00:41:13,084

619
00:41:13,086 --> 00:41:17,086

620
00:41:17,087 --> 00:41:21,087

621
00:41:21,089 --> 00:41:25,089

622
00:41:25,091 --> 00:41:29,091

623
00:41:29,093 --> 00:41:33,093

624
00:41:33,095 --> 00:41:37,095

625
00:41:37,097 --> 00:41:41,097

626
00:41:41,099 --> 00:41:45,099

627
00:41:45,101 --> 00:41:49,101

628
00:41:49,103 --> 00:41:53,103

629
00:41:53,105 --> 00:41:57,105

630
00:41:57,109 --> 00:42:01,109

631
00:42:01,111 --> 00:42:05,111

632
00:42:05,113 --> 00:42:09,113

633
00:42:09,115 --> 00:42:13,115

634
00:42:13,118 --> 00:42:17,118

635
00:42:17,121 --> 00:42:21,121

636
00:42:21,123 --> 00:42:25,123

637
00:42:25,124 --> 00:42:29,124

638
00:42:29,126 --> 00:42:33,126

639
00:42:33,128 --> 00:42:37,128

640
00:42:37,130 --> 00:42:41,130

641
00:42:41,132 --> 00:42:45,132

642
00:42:45,133 --> 00:42:49,133

643
00:42:49,135 --> 00:42:53,135

644
00:42:53,137 --> 00:42:57,137

645
00:42:57,139 --> 00:43:01,139

646
00:43:01,141 --> 00:43:05,141

647
00:43:05,143 --> 00:43:09,143

648
00:43:09,145 --> 00:43:13,145

649
00:43:13,147 --> 00:43:17,147

650
00:43:17,149 --> 00:43:21,149

651
00:43:21,151 --> 00:43:25,151

652
00:43:25,153 --> 00:43:29,153

653
00:43:29,155 --> 00:43:33,155

654
00:43:33,157 --> 00:43:37,157

655
00:43:37,159 --> 00:43:41,159

656
00:43:41,162 --> 00:43:45,162

657
00:43:45,164 --> 00:43:49,164

658
00:43:49,166 --> 00:43:53,166

659
00:43:53,168 --> 00:43:57,168

660
00:43:57,169 --> 00:44:01,169

661
00:44:01,171 --> 00:44:05,171

662
00:44:05,176 --> 00:44:09,176

663
00:44:09,178 --> 00:44:13,178

664
00:44:13,180 --> 00:44:17,180

665
00:44:17,182 --> 00:44:21,182

666
00:44:21,184 --> 00:44:25,184

667
00:44:25,187 --> 00:44:29,187

668
00:44:29,190 --> 00:44:33,190

669
00:44:33,193 --> 00:44:37,193

670
00:44:37,194 --> 00:44:41,194

671
00:44:41,196 --> 00:44:45,196

672
00:44:45,198 --> 00:44:49,198

673
00:44:49,199 --> 00:44:53,199

674
00:44:53,200 --> 00:44:57,200

675
00:44:57,201 --> 00:45:01,201

676
00:45:01,203 --> 00:45:05,203

677
00:45:05,205 --> 00:45:09,205

678
00:45:09,207 --> 00:45:13,207

679
00:45:13,208 --> 00:45:17,208

680
00:45:17,211 --> 00:45:21,211

681
00:45:21,213 --> 00:45:25,213

682
00:45:25,215 --> 00:45:29,215

683
00:45:29,217 --> 00:45:33,217

684
00:45:33,219 --> 00:45:37,219

685
00:45:37,220 --> 00:45:41,220

686
00:45:41,223 --> 00:45:45,223

687
00:45:45,225 --> 00:45:49,225

688
00:45:49,227 --> 00:45:53,227

689
00:45:53,229 --> 00:45:57,229

690
00:45:57,233 --> 00:46:01,233

691
00:46:01,236 --> 00:46:05,236

692
00:46:05,238 --> 00:46:09,238

693
00:46:09,240 --> 00:46:13,240

694
00:46:13,241 --> 00:46:17,241

695
00:46:17,242 --> 00:46:21,242

696
00:46:21,244 --> 00:46:25,244

697
00:46:25,246 --> 00:46:29,246

698
00:46:29,248 --> 00:46:33,248

699
00:46:33,250 --> 00:46:37,250

700
00:46:37,252 --> 00:46:41,252

701
00:46:41,254 --> 00:46:45,254

702
00:46:45,257 --> 00:46:49,257

703
00:46:49,259 --> 00:46:53,259

704
00:46:53,261 --> 00:46:57,261

705
00:46:57,263 --> 00:47:01,263

706
00:47:01,265 --> 00:47:05,265

707
00:47:05,267 --> 00:47:09,267

708
00:47:09,269 --> 00:47:13,269

709
00:47:13,271 --> 00:47:17,271

710
00:47:17,272 --> 00:47:21,272

711
00:47:21,274 --> 00:47:25,274

712
00:47:25,276 --> 00:47:29,276

713
00:47:29,279 --> 00:47:33,279

714
00:47:33,280 --> 00:47:37,280

715
00:47:37,284 --> 00:47:41,284

716
00:47:41,287 --> 00:47:45,287

717
00:47:45,290 --> 00:47:49,290

718
00:47:49,292 --> 00:47:53,292

719
00:47:53,294 --> 00:47:57,294

720
00:47:57,296 --> 00:48:01,296

721
00:48:01,298 --> 00:48:05,298

722
00:48:05,301 --> 00:48:09,301

723
00:48:09,303 --> 00:48:13,303

724
00:48:13,305 --> 00:48:17,305

725
00:48:17,306 --> 00:48:21,306

726
00:48:21,308 --> 00:48:25,308

727
00:48:25,310 --> 00:48:29,310

728
00:48:29,312 --> 00:48:33,312

729
00:48:33,314 --> 00:48:37,314

730
00:48:37,320 --> 00:48:41,320

731
00:48:41,324 --> 00:48:45,324

732
00:48:45,326 --> 00:48:49,326

733
00:48:49,329 --> 00:48:53,329

734
00:48:53,332 --> 00:48:57,332

735
00:48:57,333 --> 00:49:01,333

736
00:49:01,336 --> 00:49:05,336

737
00:49:05,338 --> 00:49:09,338

738
00:49:09,341 --> 00:49:13,341

739
00:49:13,343 --> 00:49:17,343

740
00:49:17,344 --> 00:49:21,344

741
00:49:21,346 --> 00:49:25,346

742
00:49:25,348 --> 00:49:29,348

743
00:49:29,350 --> 00:49:33,350

744
00:49:33,352 --> 00:49:37,352

745
00:49:37,354 --> 00:49:41,354

746
00:49:41,356 --> 00:49:45,356

747
00:49:45,359 --> 00:49:49,359
(คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะนักเรียนหมดเวลาแล้วค่ะ

748
00:49:49,361 --> 00:49:53,361
หากนักเรียนยังตั้งญัตติไม่เรียบร้อย

749
00:49:53,364 --> 00:49:57,364
ก็สามารถที่จะหาเวลาเพิ่มเติมได้นะคะ เอาล่ะค่ะ

750
00:49:57,365 --> 00:50:01,365
สรุปบทเรียนเขียนองค์ความรู้ค่ะ วันนี้คุณครูก็มีคำถามมาถาม

751
00:50:01,369 --> 00:50:05,369
อีกเช่นเคยค่ะ ก็คือจุดประสงค์หลักของการ

752
00:50:05,370 --> 00:50:09,370
พูดโต้วาทีคืออะไร ตอบคุณครูปลายทาง

753
00:50:09,371 --> 00:50:13,371
ได้เลยค่ะ

754
00:50:13,373 --> 00:50:17,373
คุณครูปรเมษฐคะ จุดประสงค์หลักของการ

755
00:50:17,375 --> 00:50:21,375
พูดโต้วาทีนี่คืออะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็เป็นการพูด

756
00:50:21,375 --> 00:50:25,375
เพื่อนำเสนอเหตุผลของตนเองใช่ไหมลูก

757
00:50:25,376 --> 00:50:29,376
ของฝ่ายของตนเองนั้นน่ะ ให้ผู้ฟังเป็นอย่างไร

758
00:50:29,377 --> 00:50:33,377
คล้อยตามในคำพูดของตัวเองนั่นเอง โดยใช้เหตุผล

759
00:50:33,380 --> 00:50:37,380
นำมาโต้วาทีครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

760
00:50:37,387 --> 00:50:41,387
และครูก็มีอีกคำถามหนึ่ง ถามนักเรียน

761
00:50:41,390 --> 00:50:45,390
นักเรียนคิดว่าการโต้วาทีนะครับ มีประโยชน์

762
00:50:45,392 --> 00:50:49,392
อย่างไรกับพวกเรานะครับ ตอบคุณครู

763
00:50:49,393 --> 00:50:53,393
แสดงความคิดเห็นกันเลยครับ (คุณครูคณิตา) มีประโยชน์

764
00:50:53,394 --> 00:50:57,394
(คุณครูปรเมษฐ) เดี๋ยวคุณครูคณิตาจะสรุปจากที่เด็ก

765
00:50:57,395 --> 00:51:01,395
ตอบครับ

766
00:51:01,396 --> 00:51:05,396
ตอบเรียบร้อยแล้วครูคณิตาครับ

767
00:51:05,397 --> 00:51:09,397
ครูคณิตาช่วยสรุปคำตอบให้เด็ก ๆ ทั่วประเทศฟังหน่อย (คุณครูคณิตา)

768
00:51:09,398 --> 00:51:13,398
โต้วาทีนะคะ มีประโยชน์ก็คือเป็นการฝึกฝน

769
00:51:13,400 --> 00:51:17,400
ทักษะการพูดของนักเรียนค่ะ นักเรียนต้อง

770
00:51:17,401 --> 00:51:21,401
ใช้ไหวพริบนะคะ ต้องใช้ทักษะ รวมถึงต้องใช้

771
00:51:21,402 --> 00:51:25,402
เหตุการณ์หรือประสบการณ์ต่าง ๆ ที่นักเรียนได้เจอ

772
00:51:25,403 --> 00:51:29,403
นำมาเป็น นำมาเป็ฯ

773
00:51:29,404 --> 00:51:33,404
ข้อมูลในการที่เราพูดโต้ตอบให้อีกฝ่ายหนึ่ง

774
00:51:33,405 --> 00:51:37,405
นั่นเองค่ะ ซึ่งข้อมูลประโยชน์การพูดโต้วาทีนี่ก็มี

775
00:51:37,407 --> 00:51:41,407
หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นทั้งการพูดและ

776
00:51:41,408 --> 00:51:45,408
เราสามารถที่นำมาประยุกต์ใช้ในชีชวิจปรัะำจัว

777
00:51:45,410 --> 00:51:49,410
(คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ ซึ่ง

778
00:51:49,411 --> 00:51:53,411
บทเรียนครั้งต่อไป นักเรียนคิดว่าจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะ

779
00:51:53,412 --> 00:51:57,412
ก็น่าจะอยู่ในเรื่องโต้วาทีเช่นเดิมนะครับ

780
00:51:57,413 --> 00:52:01,413
มี 2 แล้วน่าจะมีต่อด้วยใช่ไหมครับคุณครูคณิตา

781
00:52:01,414 --> 00:52:05,414
สิ่งที่หนู ๆ ต้องเตรียมนะครับ นำใบความรู้ เรือง

782
00:52:05,414 --> 00:52:09,414
เทคนิคการพูดโต้วาทีติดตัวมาด้วยนะครับ (คุณครูคณิตา)

783
00:52:09,416 --> 00:52:13,416
คุณครูปลายทางหรือนักเรียนนะคะ สามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่นี่

784
00:52:13,416 --> 00:52:17,416
สำหรับ

785
00:52:17,417 --> 00:52:21,417
วันนี้นะคะ คุณครูคณิตาและคุณครูปรเมษฐต้องขอลานักเรียน

786
00:52:21,418 --> 00:52:25,418
ไปก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ

787
00:52:25,419 --> 00:52:29,419

788
00:52:29,422 --> 00:52:33,422

789
00:52:33,424 --> 00:52:37,424

790
00:52:37,425 --> 00:52:41,425

791
00:52:41,427 --> 00:52:45,427

792
00:52:49,433 --> 00:52:49,434

793
00:52:53,435 --> 00:52:53,435

794
00:52:57,435 --> 00:52:57,437

795
00:53:01,439 --> 00:53:01,443


