--- title: ฝึกแบ่งพิมพ์ (DLTV ภาษาไทย ป. 6 หน่วยที่ 7) ๕ โต้วาที (๒) ๒๑ ก.ย. ๖๔ (มีใบความรู้) subtitle: date: วันอังคารที่ 5 เมษายน 2565 เวลา 09.10 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) และคุณครูปรเมษฐ ศรีกำเหนิด ในรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ เกี่ยวกับเรื่องเดิมอีกแล้วใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) เราจะเรียน (คุณครูปรเมษฐ) การโต้วาทีนั่นเองครับ ในส่วนของเมื่อชั่วโมงที่แล้วนี่ เด็ก ๆ ก็รู้แล้วว่าจะต้องวางแผนอย่างไรใช่ไหมในกลุ่มว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คิดญัตติได้แล้ว ก็วางแผนว่าฝ่ายเสนอจะพูดประเด็นไหนนะครับ ในวันนี้เราไปทบทวนเนื้อหาหน่อยดีไหม (คุณครูคณิตา) ดีค่ะ ซึ่งวันนี้นะคะ คุณครูก็มีคำถามกระตุ้นความคิดมาถามนักเรียนด้วยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับผม (คุณครูคณิตา) คำถามแรกนะคะ กลุ่มของนักเรียนมีการวางแผนอย่างไรในการโต้วาทีคะ นักเรียนสามารถตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ การวางแผนในการโต้วาทีนี่มันก็จะมีหลากหลายรูปแบบนะคะ ขึ้นอยู่กับกลวิธีของแต่ละกลุ่มที่จะนำข้อมูลต่าง ๆ มาใช้แล้วก็นำมาตอบโต้นะคะ กับฝ่ายตรงข้ามได้ ทำอย่างไรก็ได้ให้ฝ่ายตรงข้ามมีความน่าเชื่อถือน้อย ทำอย่างไรก็ได้ให้ฝ่ายของเรานี่ใช้วิธีการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการพูด วาธศิล ในการโน้มน้าวในการชักจูงผู้ฟัง นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) การวางแผนนี่ก็จะแบ่งหัวหน้าแล้วก็ผู้สนับสนุนด้วยใช่ไหมครับครูคณิตา ใครเป็นหัวหน้าฝ่ายเสนอครับ ยกมือสูง ๆ เลย ให้ครูเห็นหน่อย ของแต่ละกลุ่มนะ ฝ่ายเสนอบ้างยกมือครับที่แบ่งกันแล้ว แสดงว่าที่เหลืออยู่ฝ่ายค้านใช่ไหม ให้ครูดูหน่อยครับ นี่คือโฉมหน้าของหัวหน้าฝ่ายค้านกับฝ่ายเสนอเป็นโต้วาทีนะครับ ผู้สนับสนุนฝ่ายค้าน ไหน แสดงว่าเด็ก ๆ แบ่งกลุ่มกันเรียบร้อย อันนี้ก็เป็นแบ่งกลุ่มเรียบร้อย นี่ก็เป็นวิธีการทำงานของเด็ก ใช่การแบ่งกลุ่ม การเป็นผู้สนับสนุน หรือว่าเป็นหัวหน้าต่าง ๆ นี่ก็คือว่าเป็นการที่นักเรียนนี่ได้แบ่งกลุ่มแล้วได้แบ่งหน้าที่กันแล้วใช่ไหมคะ นักเรียนคะ วันนี้พร้อมที่จะเรียนรู้ไปพร้อมกับครูคณิตาและคุณครูปรเมษฐแล้วหรือยังคะ ถ้าพร้อมแล้วเดี๋ยวเราไปทบทวนเกี่ยวกับโต้วาทีซึ่งจุดประสงค์การเรียนรู้ของวันนี้มีอะไรบ้าง ไปชมกันค่ะ จุดประสงค์การเรียนรู้ในวันนี้นะคะ 1. บอกหลักการพูดโต้วาทีได้ 2. เลือกใช้ข้อมูลการโต้วาทีได้อย่างนะคะ เห็นความสำคัญของการโต้วาทีค่ะ ซึ่งวันนี้นะคะ คุณครูก็มีกลวิธีการโต้วาทีมาได้เรียนรู้กันค่ะ กลวิธีการโต้วาทีมีอะไรบ้างคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ก็จะต้องแบ่งเป็น 2 ฝ่ายด้วยกันนะครับ ก็คือของฝ่ายเสนอและของฝ่ายค้านนั่นเองไปดูกันเลย ว่าแต่ละฝ่ายจะมีกลวิธี เด็ดพลายอย่างไรในการโต้วาทีครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เรามาดูกลวิธีการนำเสนอกันก่อนนะคะ มีอะไรบ้างคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ก็จะต้องเสนอข้อมูลใช่ไหมลูกที่เป็นหลักหนักแน่น น่าเชื่อถือและก็เสริมประเด็นหลักให้หนักแน่นยิ่งขึ้น อย่างเช่น ญัตติอะไรนะ ผู้หญิงหรือผู้ชายเพศไหนจะดีกว่ากัน ฝ่ายเสนอคือฝ่ายไหน (คุณครูคณิตา) ฝ่ายเสนออาจจะฝ่ายผู้หญิงค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ผู้หญิงขึ้นก่อนย ผู้หญิงหรือผู้ชายฝ่ายไหนจะดีกว่ากัน สมมตินะ ฝ่ายเสนอก็จะพูดสนับสนุนว่าฝ่ายผู้หญิงเดีอย่างไรใช่ไหม ให้หนักแน่นนะครับ ฝ่ายค้านก็คือผู้ชายใช่ไหมครับ ถึงแม้ว่าครูจะเป็นผู้ชาย ครูจะเป็นผู้ชาย แต่ถ้าครูจับฉลากได้ฝ่ายเสนอ ก็ต้องพูดสนับสนุนข้อมูลให้ผู้หญิง ถูกไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ถูกค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ข้อต่อไปครับ (คุณครูคณิตา) ข้อต่อมานะคะ นั่นก็คือเสนอข้อมูลที่เป็นผลลบกับฝ่ายตรงข่ามข้อนี้นี่เป็นอย่างไรคะค (คุณครูปรเมษฐ) ก็พูดในเรื่องที่มันไม่ดีของฝ่ายตรงข้ามไงครับครูคณิตา ก็คือเราเสนอข้อมูลในส่วนของเราดี แล้วก็เสนอข้อมูลฝ่ายตรงข้ามนี่ไม่ดี เพื่อให้มันเกิดประเด็นการขัดแย้งใช่ไหมลูก (คุณครูคณิตา) ในส่วนที่เป็นข้อมูลที่ไม่ดีค่ะ ต้องเป็นข้อมูลข้อมูลที่เท็จจริงเท่านั้นนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เท็จจริงหรือเป็นความจริง (คุณครูคณิตา) ขออภัยค่ะ ต้องเป็นข้อมูลที่เป็นความต่อมานะคะ คืออะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ต้องเสนอประเด็นที่ไม่สำคัญหรือไม่เกี่ยวข้อเพื่อหลอกล่อ อันนี้ก็เป็นกลวิธีเลยล่ะ ต้องหลอกล่อให้ได้นะ เขาเรียกว่า "มีลูกล่อลูกชน" (คุณครูคณิตา) ค่ะ เอาล่ะค่ะ ต่อมานะคะ กลวิธีของการค้านค่ะ หรือว่าฝ่ายค้าน ฝ่ายค้านจะมีกลวิธีอย่างไรในการที่เราจะเสนอฝ่ายเสนอนี่ให้อยู่หมัดค่ะ เดี๋ยวเราไปดูเลยนะคะ ของฝ่ายค้าน ก็คือ ถ้าค้านเขาตกเหมือนยกเราขึ้นหมายความว่าอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือถ้าเขาพูดสิ่งใดมาก็ตาม ฝ่ายเสนออะไรก็ตาม ฝ่ายค้านจำทุกประเด็นได้ แล้วก็พููดคัดค้านทุกประเด็นได้ทั้งหมด เขาเรียกว่า ค้านตก ก็คือการเสริมฝ่ายเราครูคณิตา เสริมฝ่ายเรา ฝ่ายเราก็จะได้เปรียบ การเป็นฝ่ายค้านนะ ชื่อก็บอกว่าฝ่ายค้าน เพราะฉะนั้น ชื่อก็เสียเปรียบอยู่แล้ว แต่จะทำอย่างไรล่ะ ให้ฝ่ายของเรานี่มันได้เปรียบเขา ให้มันขาดให้หมดนะ ถ้าเป็นครูก็จะเรียกหรือค้านให้ตกนี่ ยกเราขึ้น ก็คือเราจะเป็นฝ่ายได้เปรียบแทน (คุณครูคณิตา) นั่นก็คือสามารถปัดข้อมูลของฝ่ายเสนอได้ทั้งหมดนะคะ ก็จะทำให้ฝ่ายค้านของเรานี่ได้เปรียบมากยิ่งขึ้นนั่นเองค่ะ ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ต้องค้านด้วยเหตุผลนะครับ ค้านได้ตกจริง แต่การที่จะค้านได้ตกนี่นะครับ ข้อมูลและหลักฐานนี่ต้องน่าเชื่อถือกว่าฝ่ายเสนอด้วย ถึงจะเรียกว่า "ค้านแล้วประสบผล (คุณครูคณิตา) ก็แสดงว่าฝ่ายค้านนี่ข้อมูลแน่น (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ (คุณครูคณิตา) เพื่อที่จะ 1. นี่ก็คือค้านฝ่ายเสนน ให้ได้ 2. นั่นก็คือมีวิธีการนะคะ การพูด รวมถึงหลักฐานนี่ การพูดโน้มน้าว ผู้ฟังหรือคณะกรรมการนี่ให้มาอยู่ฝั่งของเราด้วยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนได้ยินที่ครูบอกแล้ว นักเรียนต้องเตรียมตัวให้ดีนะครับ ก็คือผู้ที่ควบคุมเพื่อนที่เป็นผู้สนับสนุนแต่ละฝ่าย เราจะวางแผนอย่างไรใช่ไหมครูคณิตา ญัตติเรามีอยู่แล้ว เวลาเราพูดกันจริง ๆ นี่ต้องควบคุมพูดอย่างไรให้เราเป็นฝ่ายได้เปรียบนั่นเองครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ สืบเนื่องจากที่คุณครูปรเมษฐได้พูดบอกไปแล้ว ฝ่ายค้านค่ะ หรือว่าฝ่ายเสนอนี่ รู้จักก่อนค่ะ รู้จักค้านเรื่องหน้านะคะ หรือดักทางของฝ่ายตรงข้ามค่ะ ดักทางของฝ่ายตรงข่าฝ่ายค้านหรือฝ่ายเสนอนี่ เราจะต้องมีวิธีคาดคะเนถึงข้อมูลของอีกฝ่ายที่จะนำเสนอ แล้วเราทำอย่างไรต่อคะ (คุณครูปรเมษฐ) เราก็คัดค้าน ก็คือการดูก่อนว่า ดูเราก่อน ดูตัวเองก่อนนักเรียน นักเรียนได้ญัตติอะไร ดูข้อบกพร่องเขาจะสามารถโต้กับเราได้ เขาเรียกว่า "อุดรอยรั่ว" ของเราน่ะ เราต้องพูดไปก่อน พูดอย่างไรไม่ใช่พูดเรื่องไม่ดีนะ สิ่งที่ไม่ดีของเรา เราต้องพูดให้มันดี ฝ่ายเสนอเขาก็จะไม่สามารถที่จะทำอะไรเราได้ เพราะเราพูดข้อมูลตรงนั้นไปแล้ว ที่เขาเตรียมโจมตีเราน่ะ แต่เราพูดไปเสียก่อนแล้ว ถ้าเป็นครูคณิตาเอาอะไรมาพูดล่ะครับ ไม่มีแล้ว (คุณครูคณิตา) เสียเปรียบเลยนะคะ หากเตรียมข้อมูแล้วอีกฝ่ายตรงข้ามนะคะ ได้พูดดักทางข้อมูลในสิ่งที่เราพูดเตรียมไว้หมดแล้ว คงเครียดนะคะ ฝ่ายตรงข้ามนี่ (คุณครูปรเมษฐ) ฝ่ายเสนอก็ต้องเตรียมหาข้อมูลกันใหม่ล่ะ ในการที่มาโจมตีฝ่ายค้านให้ได้ มันเป็นอย่างนี้มันถึงสนุกไงครับ ชิงพริบกันนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ค้านไม่ได้ให้ปล่อยไป ไม่ต้องไปเก็บมานะ คิดแล้วเราค้านไม่ได้ สมมติฝ่ายเสนออันไหนที่เราค้านไม่ได้ ไม่ต้องไปรื้อขึ้น ถ้ารื้อขึ้นมาเป็นอย่างไร ก็ถือว่าเป็นการตอกย้ำว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ดีจริง ๆ นะ ก็อาจทำให้ลังเลแล้วก็ทำให้สิ่งที่เราพูดนั้นไม่น่าเชื่อถือค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เราก็เสียเปรียบทันทีเลย อะไรที่ค้านไม่ได้ก็ปล่อยไปตามน้ำ ไม่ต้องเอากลับมา (คุณครูคณิตา) ผู้ผอาจจะลืมไปก็ได้นะคะ อาจจะแบบ... มันจะทำให้การพูดนำเสนอของเราดีกว่านั่นเองค่ะ ต่อมาค่ะ วิธีการโต้วาที เอาล่ะค่ะ การโต้วาทีนี่ก็เข้าใกล้ขึ้นมาเรื่อย ๆ แล้วนะคะ เดี๋ยวเรามาดูวิธีการโต้วาทีค่ะ ข้อที่ 1 คืออะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) เมื่อเริ่มพูดนะครับ ก็ต้องทักทายผู้ดำเนินรายการ คณะกรรมการ ฝ่ายตรงข้ามและผู้ชม เช่น เรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านคณะกรรมการ ผู้ฟังที่มีเกียรติ แที่มีเกียรติ และ สมมติครูเป็นฝ่ายค้าน ครูก็จะบอก และท่านฝ่ายค้านที่เคารพทุก (คุณครูคณิตา) ฝ่ายเสนอหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) ฝ่ายเสนอใช่ไหม สมมติครูเป็นฝ่ายค้าน และท่านฝ่ายเสนอน่ารักทุกท่าน เหมือนเป็นการเหน็บแนม เป็นการชมแต่ฟังแล้ว เอ๊ะ น่ารักจริงหรือเปล่านะ (คุณครูปรเมษฐ) เราเป็นคู่ต่อสู้กัน (คุณครูคณิตา)เอาล่ะค่ะ ต่อมาค่ะ ต้องขึ้นต้นให้น่าสนใจและลงท้ายให้จับใจค่ะ โดยใช้เพลง กลอนหรือคำคมค่ะ นี่ก็เป็นส่วนที่ทำให้เรานี่ดึงดูดผู้ฟังให้ได้มากขึ้น (คุณครูปรเมษฐ) นี่อย่างเช่น คนที่มีความสามารถนะ พวกหัวหน้าฝ่ายเสนอหรือฝ่ายค้านนี่ ถ้าเขามีความสามารถเขาแต่เพลงนั้น ไม่ใช่ร้องเพลงอะไรก็ได้นะ เพลงนั้นต้องเป็นอย่างไรลูก เกี่ยวข้องกับญัตติ และเพลงนั้นต้องมาสนับสนุนฝ่ายเรา อย่างเช่น ญัตติ เป็นโสดดีกว่าเป็นโสดดีกว่าแต่งงาน ฝ่ายค้าน คือ ฝ่ายแต่งงานใช่ไหม (คุณครูคณิตา) เป็นโสดดีกว่าแต่งงาน เป็นโสดดีกว่าแต่งงาน ฝ่ายค้าน คือ ฝ่าย... เด็ก ๆ คิด แต่งงานใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ฝ่ายโสดหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) ฝ่ายเสนอไง เป็นโสด (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สมมติญัตตินี้ครับ ฝ่ายค้าน ขึ้นเลย เป็นโสดทำไม อยู่ไปให้เศร้าเหงาทรวง (คุณครูคณิตา) พอแล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แบบนี้คือการใช้วาทศิลป์ มันก็จะทำให้ดึงดูดน่าสนใจ นี่ยกญัตติให้เห็นเลยนะครับ (คุณครูคณิตา) รวมถึงใช้คำคมนะคะ การใช้คำคมปิดท้ายนี้ ก็จะทำให้น่าสนใจ น่าสนใจและจะทำให้ผู้ฟังนี่เกิดความคิด และทำให้เรานี่คิดตามในสิ่งที่เราพูด ทำให้การพูดของเรานี่น่าสนใจเพิ่มมากขึ้นนั่นเองค่ะ ต่อมาค่ะ ต้องมีสไตล์หรือจุดเด่นเป็นของตนเองค่ะ เป็นอย่างไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) แปลว่าอะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ก็สไตล์ ก็จะเป้นรูปแบบลักษณะของตนเอง เป็นเอกลักษณ์ หรืออัตลักของแต่ละคน มาดของครูคณิตา ครูคณิตาก็จะนำเสนอข้อมูลเชิงวิชาการแน่นเลย ก็ไปเด็ดขาดเลย สมมติครูเป็นมาเป็นมาดแห่งศิลปิน ครูก็ร้องรำ อะไรตามสไตล์ ตามอัตลักษณ์ของครูนี่ เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละคร ต้องนำมาใช้นะครับ อย่า เขาเรียกว่า "อย่าไปแสดงมาก" เอาเรื่องจริงของเรานี่ล่ะ เอาชีวิตจริงของเรามาใส่ในการพูดด้วยถ้อยคำที่สุภาพไม่หบายโลน อันนี้คือการโต้วาทีนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ หรือเราจะเรียกว่า ตัวตนที่แท้จริงของเราก็ได้ค่ะ ทำให้เรานี่ดูมีมิตินะคะ แล้วก็ทำให้คนฟังนี่ ดูมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น ก็คือคนฟังนี่มองเราแล้วนี่ เรามีความน่าเชื่อถือมากขึ้นนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูเชื่อว่านักเรียนได้โต้วาทีแล้ว เพื่อน ๆ จะเห็นอะไรในตัวของหนูเยอะเลย มันจะปรากฏขึ้นตอนโต้วาทีนั่นล่ะ เพราะทุกคนต้องงัดวาทะศิล กิลเม็ด ออกมา ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ต้องทำให้ผู้ชมและคณะกรรมการเชื่อเราแล้วกลายมาเป็นพวกเราให้มากที่สุด อย่างเช่น ตอนสุดท้ายเวลาเขาจะลงน่ะ ครูคณิตาเคยฟังไหม (คุณครูปรเมษฐ) อย่างไรก็ตาม กระผมขอยืนยัน นั่งยัน นอนยัน ตะแคงยันอะไรก็ว่าไป ว่าสิ่งนั้นไม่ดีเท่าสิ่งนี้แน่นอน เอาข้อเท็จจริงข้อคิดเห็นมาว่า ตราบใดยังขึ้นอยู่ทางทิศ... ทิศไหน ตะวันออก และตกทางทิศตะวันตก กระผมก็ขอยืนยันวว่าแต่งงานดีกว่าสมมติ นี่คือการปิดท้ายนี่ทำให้ผู้ชมเขาเข้ามาอยู่ฝ่ายเรา (คุณครูคณิตา) เป็นการเพิ่มความเชื่อมั่นนั่นเองนะคะ ต่อมาค่ะ ห้ามนำเรื่องเกี่ยวกับสถาบันชาติ มาพูดถึงหรืออ้างอิง การไม่สมควรค่ะ และไม่พูดในสิ่งที่ผิดศีลธรรมด้วยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ อันนี้ไม่ควรยุ่งเกี่ยวนะ บางคนยกพระราชดำรัส หรือพระบรมราโชวาทมาก็ไม่ควร เพราะการที่ยกประเด็นดังกล่าวมานี่ อีกฝ่ายหนึ่งสามารถคัดค้านได้ไหม มันก็คัดค้านไม่ได้ จึงห้ามนำเรื่องเกี่ยวกับสถาบันชาติ ศาสนานี่ ห้ามแตะต้อง ให้เอาประเด็นที่ล่างกว่านั้นมาพูดกันได้ แต่ 3 สถาบันหลักนี่ไม่เราไม่ควรจะไปแตะต้อง (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ต้องพูดให้น่าเชื่อถือที่สุดนะครับ มีหลักฐานอ้างอิงเหนือกว่าฝ่ายตรงข้าม ในกรณีที่ญัตติไม่ได้สดนะ พวกหนู ๆ กำหนดแล้ว ญัตติกำหนดแล้ว เตรียมข้อมูลได้เต็มที่เลย หนูอาจจะเอารูปภาพมาก็ได้ นำรูปภาพ นำสื่อต่าง ๆ มาให้กับผู้ฟังได้เห็น ได้รู้ ้เขาได้ ไม่ธรรมดานะนี่ ฝ่ายนี้เตรียมตัวมาดี แต่ถ้าญัตติสด ก็ว่ากันอีกเรื่องหนึ่ง ญัตติสดเป็นอะไรที่สนุก ถ้าจับกันเดี๋ยวนั้น มันจะให้เห็นถึงกลเม็ดของแต่ละทีมเลยนะครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ ใช้เวลาให้พอดีและคุ้มค่าให้มากที่สุดค่ะ อย่างเช่น ฝ่ายหัวหน้าใช่ไหมคะของแต่ละฝ่ายนี่ เวลาในการนำเสนอก็คือ 5 นาทีนะคะ จะต้องใช้เวลาให้คุ้มค่า และตอนสรุปนี้ใช้3 นาที ซึ่ง 3 นาทีนี่เป็นเวลาที่มีค่ามากในการที่จะโน้มน้าวชักจูงให้มาอยู่ฝ่ายเราค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ อยากจะโต้กันเต็มทีแล้วครับครูคณิตาครับ สุดท้ายแล้วต้องมีน้ำใจ ครูได้บอกไปในชั่วโมงที่แล้ว การโต้วาทีก็เหมือนกีฬา เราต้องมีน้ำใจนักรู้แพ้รู้ชนะ เพราะว่าการโต้แต่ละครั้งนี่ต้องมีผู้แพผู้ชนะ บางครั้งอาจจะเสมอ เราก็จับมือสามัคคี เพราะอย่างไรเสีย เราก็ยังอยู่ในสถาบันเดียวกัน ยังเป็นคนไทยเหมือนกัน โต้เพื่อให้มันเกิดความรู้ ให้มันเกิดประเด็นแล้วนำประเด็นเหล่านั้นไปปรับใช้ในชีวิต นี่คือการโต้วาทีนะครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ มาถึงการทบทวนองค์ประกอบการโต้วาทีกันค่ะ องค์ประกอบการโต้วาทีนั้นมีอะไรบ้าง เดี๋ยวเราไปทบทวนค่ะ ในแต่ละทีมนะคะ จะมีสมาชิก 3 - 4 คนนะคะ และมีหัวหน้าทีมนี่ 1 คน ที่เหลือจะเป็นผู้สนับสนุนค่ะ แล้วก็จะมีผู้โต้วาทีนะคะ ขาดไม่ได้เลย หลังจากนั้นค่ะ ผู้ที่ตัดสินแพ้ชนะนี่ ก็คือคณะกรรมการตัดสินค่ะ แล้วก็เวลาที่ใช้ในการโต้วาที ก็แล้วแต่ความเหมาะสมของแต่ละที่ อาจจะกำหนดไม่เท่ากันก็ได้นะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมาค่ะ เรามาทบทวนเกี่ยวกับญัตติกันก่อนค่ะ ญัตติคืออะไรคะคุณครูโต้วาทีนะ ต้องใช้หัวข้อที่น่าสนใจ ต้องเป็นเรื่องจริง โต้แล้วมันเสริมสติปัญญาเรา สุดท้ายห้ามให้ร้ายกับผู้อื่น มันสำคัญมากนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมาค่ะ ประธานการโต้วาทีนะคะ ก็คือเป็นผู้สำคัญอีกคนหนึ่งนะคะ มีหน้าที่ควบคุมการโต้วาทีค่ะ แนะนำผู้โต้วาที และรักษาเวลา สรุปการตัดสินค่ะ ก็คือประธานการโต้วาทีนี่หากพูดเกี่ยวกับผลการตัดสินถือเป็นที่เด็ดขาด (คุณครูปรเมษฐ) เด็ดขาด จบที่ประธานครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ผู้โต้วาทีก็แบ่งเป็น 2 ฝ่ายใช่ไหมเด็ก ๆ ครับ ก็คือฝ่ายเสนอและหัวหน้าฝ่ายค้าน แล้วก็ผู้สนับสนุนฝ่ายละ 2 - 4 คน แต่โดยมากที่จะใช้โต้กันนี่ก็จะใช้ทีมละ 3 คน หัวหน้า 1 ผู้สนับสนุน 2 ก็เป็น 3 นะครับ (คุณครูคณิตา) ได้นะคะ ขึ้นอยู่กับจำนวนของนักเรียนแล้วกันนะคะ ต่อมาค่ะ ควรใช้คณะกรรตัดสินค่ะ ควรใช้คณะกรรมการ 3 - 5 คน และควรเป็นจำนวนคี่ด้วยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เหมาะสมที่สุดก็เป็น 3 กับ 5 (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ ต่อมาค่ะ เวลา ที่ใช้ในการโต้วาทีค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เวลาที่ใช้นะครับ ตามความเหมาะสมก็คนละ 5 นาทีแล้วก็ให้พูดสรุปคนละ 3 นาทีนะครับ แล้วก็ผู้สนับสนุน โดยมากจะใช้พูด 3 นาที ถ้าตามหลักสูตรเขาบอกอย่างนี้ 4 3 3 3 ก็คือหัวหน้าพูด 4 หรือ 5 ก็ได้นะ ผู้สนับสนุน 2 คน ใช่ไหม แล้วก็หัวหน้าขึ้นมาพูดสรุปอีกครั้งหนึ่งอีก 3 เป็น 4 3 3 3 หลักสูตรเขา (คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมาค่ะ ขั้นตอนในการโต้วาทีค่ะ มีอะไรบ้างคะ 1. ประธานกล่าวแนะนำ 2. หัวหน้าฝ่ายเสนอพูด 3. หัวหน้าฝ่ายค้านพูน 4. คือ (คุณครูปรเมษฐ) ผู้สนับสนุนของทั้งสองฝ่าย นะครับ ขึ้นพูดนะครับ แล้วก็สุดท้ายก็จะจบที่หัวหน้าฝ่ายค้านพูดจบการโต้วาทีครับ (คุณครูคณิตา) นี่จะเป็นขึ้นตอนในการโต้วาทีนะคะ เอาล่ะค่ะ เรามาดูกติกาการโต้วาทีกันดีกว่าค่ะมีอะไรบ้าง อย่างแรกเลยนะคะ แต่ละทีมจะต้องมีสมาชิก 3 หรือ 4 คนค่ะ 2. ก็คือจะต้องมีหัวหน้าทีมนะคะ ที่เหลือก็จะเป็นผู้สนับสนุนนั่นเองค่ะ ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เวลาที่ใช้นะครับ ก็คือหัวหน้าทีมจะมีเวลา 5 นาทีนะครับ ส่วนผู้สนับสนุน ก็จะมีคนละ เวลา 3 นาที และหัวหน้าก็จะได้พูดตอนสุดท้ายนะ อีกตามขั้นตอนนะ อีกคนละ 3 นาที ก็จะจบนะครับ ไอ้ตรง 5 นาทีอาจจะเป็น 4 ก็ได้ (คุณครูคณิตา) ตามความเหมาะสมนะคะ ต่อมาค่ะ ก่อนเวลานะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก่อนเวลา (คุณครูคณิตา) ก่อนเวลา 30 วินาทีค่ะ จะมีเสียงสัญญาณเตือน 1 ครั้งค่ะ จะมีสัญญาณเตือน 2 ครั้งค่ะ และเมื่อเวลาเกินไปทุก ๆ 30 วินาทีนะคะ จะมีสัญญาณเตือน 1 ครั้งค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ยก็ยิ่งเสียคะแนน (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ นี่นะคะ หากพูดสั้นกว่าเวลาที่กำหนด 30 วินาที หรือพูดเกินเวลาทุก ๆ 30 วินาทีค่ะ จะเกิดอะไรขึ้นคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เวลาที่กำหนดมาต้องให้พอดี ขาดเหลือได้ไม่เกิน 30 วินาทีตามเกณฑ์การตัดสิน (คุณครูคณิตา) เพราะฉะนั้น นะคะ ถ้าเป็นญัตตินักเรียนสามารถที่จะร่างบทพูดแล้วก็ฝึกซ่อมนะคะ ใช้เวลานี่ไม่เกินตามที่กำหนดค่ะ ก็จะทำให้ไม่เสียคะแนนในส่วนนั้นไปนะคะ ต่อมาค่ะ ( (คุณครูปรเมษฐ) นะครับ ก็จะเริ่มจากหัวหน้าฝ่ายเสนอขึ้นพูดก่อน เสนอเสร็จปุ๊บ หัวหน้าฝ่ายค้านขึ้นพูดนะครับ แล้วก็สลับกัน โดยการ ฝ่ายค้านพูดเสร็จ สนับสนุนฝ่ายเสนอและฝ่ายค้านสลับกันไปจนครบ แล้วก็ไปสุดท้ายรอบการสรุปนะ (คุณครูปรเมษฐ) หัวหน้าฝ่ายค้านก็ต้องพูดก่อนตอนแรกนั้นฝ่ายเสนอพูดก่อนแล้ว ครั้งสุดท้ายให้หัวหน้าฝ่ายค้านพูดบ้าง แล้วก็ปิดที่หัวหน้าฝ่ายเสนอ แสดงว่าหัวหน้าฝ่ายเสนอจะอยู่ตอนหัวแล้วก็ตอนท้าย ทั้งเปิดทั้งปิดเลยนะครับ (คุณครูคณิตา) ถือว่าได้เปรียบนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าตามความคิดได้เปรียบ อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับกลเมเด็ดพรายของแต่ละบุคคล ของตัวเองนี่ให้ได้เปรียบยิ่ง ๆ ขึ้นไป หรือจะเสียเปรียบเขาก็ขึ้นอยู่ที่การพูดนะครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ ถึงเวลาที่นักเรียนรอคอยแล้วค่ะ นั่นก็คือให้นักเรียนนะคะ ฝึกซ้อมการพูดโต้วาทีค่ะ ซึ่งบทบาทของนักเรียนนะคะ ก็จับกลุ่มนะคะ ฝึกซ้อมการพูดโต้วาที โดยการฝึกซ้อมนี่ อาจจะร่างบทพูดลงในสมุดนะคะ หรือว่าลงในกระดาษ A4 ถ้าเป็นกระกาษ A4 ก็รบกวนนะคะ ช่วยแจกกระดาษ A4 เผื่อคุณครูนี่จะเก็บเอาไว้เป็นคะแนนเพิ่มเติมได้ค่ะ ส่วนบทบาทของคุณครูปลายทางล่ะคะ ก็จะต้องดูแลนักเรียนให้เป็นพิเศษหน่อยนะครับ เรื่องการแบ่งกลุ่ม เรื่องการจัดกลุ่มของนักเรียนนี่ก็ต้องคุณครูก็ต้องเป็นหน้าที่หลักในการโต้วาทีด้วย หรือเป็นผู้ดำเนินรายการให้เด็ก ๆ เพราะฉะนั้นนี่ เมื่อชั่วโมงที่แล้วที่เด็ก ๆ ทำใบงานเรื่อง การร่างญัตติใช่ไหมครูคณิตา บางกลุ่มญัตติอาจจะไม่ตรงกัน สามารถที่กำหนดใหม่ได้เลย ก็ได้นะครับ ว่ากลุ่มนี้มีจำนวนคนเท่านี้ให้โต้ญัตติอะไร ให้โต้ญัตติอะไร ตามที่กติกาเขากำหนด แล้วคุณครูตามแต่เวลาที่เหมาะสมแล้วกันนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เอาล่ะค่ะ เด็ก ๆ คะ พร้อมหรือยังคะ ถ้ามพร้อมแล้วนะคะ ลงมือปฏิบัติทำกิจกรรมกลุ่ม ฝึกซ้อมการพูดโต้วาทีได้เลยค่ะ [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) หมดเวลาค่ะนักเรียน มาถึงช่วงสรุปทบเรียนเขียนองค์ความรู้ค่ะ วันนี้คุณครูก็มีคำถามมาถามนักเรียนอีกเช่นเคยนะคะ จากที่นักเรียนได้ซักซ้อมการโต้วาทีเกิดปัญหาอะไรขึ้นบ้างคะ ตอบคุณครูได้เลยค่ะ อาจจะเป็นปัญหาเกี่ยวกับการนึกเหตุผลในการโต้ตอบฝ่ายตรงข้ามใหรือจะเป็นปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น อย่างเช่น เอ้ ฉันอยากเป็นฝ่ายเสนอนะ ฉันไม่อยากอยู่ฝ่ายค้าน เป็นปัญหาระหว่างกลุ่มนะคะ ซึ่งนักเรียนนี่ ไม่ว่านักเรียนจะอยู่ฝ่ายไหนก็ตามนะคะ นักเรียนก็จะต้องทำใจให้เป็นกลางและนำเสนอสิ่งที่ตนเองได้รับมอบหมายอย่างดีและจะมีวิธีแก้ปัญหาอย่างไร เมื่อกี้คุณครูก็ได้กล่าวไปแล้วใช่ไหมคะ ถ้าคุณครูปรเมษฐเจอปัญหาในการโต้วาทีนี่ คุณครูปรเมษฐจะมีวิธีการแก้ปัญหาได้อย่างไรบ้างคะ (คุณครูปรเมษฐ) วิธีการนะเด็ก ๆ อย่างเช่นที่คุณครูคณิตาบอกไม่พออาจจะไม่พอใจในฝ่ายตนเองใช่ไหม เราได้รับญัตติแล้วนี่ เมื่อเราจะต้องพูดนี่ ถึงแม้ว่าเราจะไม่ชอบเลยที่อยู่ฝ่ายเสนอมันคัดค้านกับตัวเอง จะดีกว่ากันนี่ สมมติครูเป็นผู้ชายนี่ แต่ครูอยู่ฝ่ายเสนอถือต้องพูดให้ผู้หญิงดี ครูก็จะต้องพูดให้ดีที่สุด จะว่าทำใจให้เป็นกลาง ต้องทำใจให้เอนเอียงไปฝ่ายตัวเองให้มากที่สุด ต้องว่าอย่างนี้เลย แล้วเราจะพูดได้ดี ส่วนเรื่องก็เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ นะครับ นักเรียน การทำงานย่อมมีปัญหา งานคือปัญหา ถ้าเกิดมันไม่มีปัญหามันจะไม่ใช่งาน เราต้องรู้จักการแก้ปัญหา มันมีวิธีการต่าง ๆ มากมาย ที่จะทำให้เรานี่ดำเนินงานให้ประสบความสำเร็จ มันอยู่ที่ทักษะการทำงานของพวกหนู ๆ ในการแบ่งใช่ไหม (คุณครูปรเมษฐ) แบ่งกัน วางแผนกัน ใครจะเป็นหัวหน้า ผู้สนับสนุน ถ้าเราสามารถจัดการตรงนี้ได้นี่ปัญหาเกิดไหม (คุณครูคณิตา) ไม่เกิดค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เว้นแต่ปัญหาส่วนตัวไม่ควรนำมได้ดีนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมาค่ะ การพูดโต้วาทีค่ะ มีความสำคัญอย่างไรคะ ตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ คุณครูปรเมษฐคะ คิดว่าการพูดโต้วาทีนี่มีความสำคัญอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) การพูดโต้วาทีใช่ไหมเด็ก ๆ ครับ ก็คือเป็นการ เหมือนเป็นการพูดโน้มน้าวนั่นล่ะ เรื่อง การเขียนโน้มน้ามเอย การพูดโน้มน้าวเอย คือการพูดโน้มน้าวเลยพูดง่าย ๆ เราใช้เหตุและผลใช่ไหมเด็ก ๆ เรานำเหตุและผลมาโน้นน้าวให้ผู้ฟังคล้อยตามเรา นี่ล่ะครับคือการโต้วาที (คุณครูคณิตา) ค่ะ นี่ก็คือความสำคัญ ของการโต้วาทีนะคะ เอาล่ะค่ะ บทเรื่องครั้งต่อไปนะคะ เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่อง เรื่องโต้วาที 3 ค่ะ ซึ่งสิ่งที่นักเรียนจะต้องเตรียมนะคะ นั่นก็คือใบงาน เรื่อง การโต้วาทีค่ะ นักเรียนสามารถที่จะไปดาวน์โหลดนะคะ คุณครูปลายทางก็ไปดาวน์ฺโหลเมาให้นักเรียนนะคะ ได้ดูแล้วก็ได้นะคะ เพื่อเป็นการเตรียมตัวค่ะ ซึ่งสามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่นี่เลยค่ะ เอาล่ะค่ะ คุณครูปรเมษฐคะ วันนี้มีอะไรอยากจะฝากเด็ก ๆ ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนครับ ครูเชื่อว่าคุณครูแต่ละท่านเขาจะวางแผนเรื่องการจัดแข่งขันการโต้วาที ก็ตามแต่คุณครูท่านตั้ง ครูคิดว่าครูจะได้ชมการโต้วาทีของเด็ก ๆ ปลายทางหลาย ๆ คนนะครับ ถ้าเกิดคุณครูท่านมีความเมตตาอัดเป็นคลิปวิดีโอส่งมาช่อง DLTV ก็จะเป็นเรื่องที่ดีมาก ครุก็จะนำมาศึกษา ได้นำมาดูใช่ไหมครูคณิตา อ๋อ นี่คือผลผลิตผมได้สอนไป ที่ครูได้สอนหนู ๆ ไปนะ แล้วหนู ๆ ทำได้นี่มันก็จะเป็นสิ่งที่ดีแล้วครูก็จะนำมาพัฒนาการเรียนการสอนให้มันดียิ่ง ๆ ขึ้นไป ครูเชื่อว่าครูกำหยให้แล้วนะครับ ชั่วโมงต่อไปนะ ครูก็จะมีอะไรมาให้นักเรียนดู รับรองว่าสนุกแน่นอนครับ วันนี้ไว้เท่านี้ครับ สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]