--- title: ฝึกแบ่งพิมพ์ (DLTV ภาษาไทย ป. 6 หน่วยที่ 7) ๗ แต่งกลอนสุภาพ (๑) ๒๓ ก.ย. ๖๔ (มีใบงาน และใบความรู้) subtitle: date: วันอังคารที่ 5 เมษายน 2565 เวลา 13.10 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (คุณครูปรเมษฐ) สวัสดีคุณครูปลายทางทุกท่าน พูดให้เ)็นคำพล้องจอในเรื่องของการอะไรวันนี้ (คุณครูคณิตา) วันนี้เราจะเรียนเรื่องการแต่งกลอนสุภาพค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) การแต่งกลอนสุภาพนะครับ ซึ่งกลอนสชนิดหนึ่งใช่ไหมนักเรียน ที่นักเรียนรู้จักกันมายาวนานแล้วนะครับ ได้อ่านกลอนได้เขียนกลอนกันมาตั้งแต่สมัยนักเรียนชั้นประถมต้น ๆ ก็เคยรู้ตักจะให้เราได้ศึกษาในเรื่องของการแต่งกลอนสุภาพดูสิว่านักเรียนจะทำได้หรือไม่เดี๋ยวเราไปศึกษาเนื้อหาจะเป็นอย่างไรเดี๋ยวเราไปศึกษากันเลยครับ (คุณครูคณิตา) ก่อนที่เราจะเรียนเกี่ยวกับกลอนสุภาพ กิจกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ นะคะ เป็นการกระตุ้นค่ะ ให้นักเรียนนี่นั่นก็คือกิจกรรมเรียงร้อยถ้อยคำ นำคล้องจองนำคล้องจองค่ะ ซึ่งวันนี้นะคะ คุณครูปรเมษฐนี่จะเป็นตัวแทนจะหาคำนี่มาคล้องจองกัน เพื่อที่จะให้คำเหล่านั้นเป็นกลอนที่สละสลวยค่ะ ได้ ไม่มีปัญหาครับครูคณิตาครับ ว่าแต่กิจกรรมของครูคณิตาเป็นอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) ซึ่งเว่าทำอย่างไร ทำให้ข้อความเหล่านี้เป็นคำคล้องจองกันค่ะ วันนี้คุณครูมีตัวครูก็มีตัวช่วยนะคะ นั่นก็คือคุณครูปรเมษฐนั่นเองค่ะ นี่ก็คือคำคล้องจองนะคะ ที่คุณครูให้คุณครูประเมษฐช่วยเรียงให้เป็นคำคล้องจองขึ้นมานะคะ ก็เริ่มจากคำว่าอะไรดีคะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเกิดจะให้ผมเริ่มใช่ไหมเด็ก ๆ ตามตำรับเรียนรู้ไหวครูก่อนนะ ก็ควรจะเอาคำว่า "ครู" อาจารย์นะ (คุณครูคณิตา) เอาคำว่า "ครูอาจารย์" ขึ้นต้นนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เดี่ยวนักเรียนครูเรียงสิว่าจะเอาบัตรคำไหนดีไปต่อกัน แล้วก็ให้คำมันคล้องจองทั้งหมดนะ ครูก็มีบัตรคำมา ยังไม่รู้ว่าคล้องจองมาช่วยกันครับ เด็ก ๆ พิจารณาคำขึ้นต้นว่าครูอาจารย์ คำที่เหลือก็คือประมาณนี้ใช่ไหม เด็ก ๆ ครับช่วยกันเลือกหน่อย เอาอะไรไปต่อกันดี คำว่า คำว่าอะไร ครูอาจารย์ มีเด็กคนหนึ่งบอกว่าสานความสุขได้ไหม ครูอาจารย์สานความสุข (คุณครูคณิตา) เป็นคำคล้องจองไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) น่าจะใช่นะ น่าจะใช่ คำต่อไปเด็ก ๆ ช่วยกันหน่อย ๆ คำว่า ปลุกที่ตื่น (คุณครูคณิตา) สุข ก็คือสุขก็ต้องคู่กับปลุก (คุณครูปรเมษฐ) ครูอาจารย์สานความสุจปตื่นเรารู้หลักการแล้ว ใช่ไหมครูคณิตา จะไปคล้องกับคำหน้าหรือคำนี้ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่าคำนี้อยู่ใกล้ ๆ ครูเลยค่ะ นั่นก็คือชื่นใจจัง (คุณครูปรเมษฐ) ไหนลองเอามาเรียงสิ ครู สานความสุข ปลุกพี่ตื่น ชื่นใจจัง มันก็คล้องจองกันดีนะครูคณิตา วิธีการแล้ว ครูรู้แล้วว่านักเรียนน่าจะเรียงแบบนี้ จังก็คือคำว่า "จัง" ก็มาตล้องจอง (คุณครูคณิตา) ตั้งนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ตั้งโต๊ะคอย คำว่า "ตั้งโต๊ะคอย" ลอยน้ำมา แล้วต่อมาเป็นอะไร ปลาในน้ำหรือ แล้วก็จำได้ดีสุดท้ายมีรางวัล อ่านพร้อม ๆ กัน ครูคณิตา ครูอาจารย์ สานความสุข ปลุกที่ตื่น ชื่นใจจัง ตั้งโต๊ะคอย ลอยน้ำมา ปลาในน้ำ จำได้ดี มีรางวัล เหมือนจะเป็นกลอนเลยนะ ปรบมือให้เด็ก ๆ หน่อย เก่งมากเลย ที่ร่วมทำกิจกรรมกันนะครับ อันนี้ก็เป็นเพียงแค่คำคล้องจอง รู้แล้วว่าหลักการมันประมาณนี้นะ ว่าคำคล้องจองเอาล่ะครับ เดี๋ยวไปศึกษาเนื้อหากันเลยครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะนักเรียน มาถึงช่วงคำถามกระตุ้นค่ะ วันนี้คุณครูก็มีคำถามมาถามนักเรียนอีกเช่นเคย นั่นก็คือเหตุใดนักเรียนจึงนำคำมาเรียงต่อกันเช่นนั้นคะ เพราะอะไรเคย (คุณครูปรเมษฐ) คำเมื่อสักครู่นี้นะครับ ครูคณิตา ทำไมเราถึงเอามาเรียงต่อกันล่ะ ต่อกันเช่นนั้น ต่อกันเพื่ออะไร ช่วยกันตอบหน่อยเร็ว ตอบแล้วครูรวบรวมมาเป็นคำตอบของนักเรียนเพราะคำในแต่ลำคำนี่นะครับ มันมีการสัมผัสกัน มันสัมผัสอะไรบ้างล่ะ สระเหมือนกัน สัมผัสอักษร ซึ่งคำเหล่านี้นี่นะ ที่สัมผัสคล้องจองกันนี่ มันก็จะเป็นพื้นฐานในการแต่งคำประพันธ์ ซึ่งคนไทยก็ต้องมีความรู้ในรื่องคำคลองจอง คำคล้องจองถึงจะแต่ง (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับ อีกสักข้อหนึ่งครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) นักเรียนรู้จักคำว่าสัมผัสหรือไม่ มีความหมายว่าอย่างไร (คุณครูปรเมษฐ) ผมว่าสัมผัสนี่มันมีความหาอย่างไรนะ ต้องรู้ความหมายก่อน เรียบร้อย เด็ก ๆ ช่วยกันตอบแล้วมันหมายความว่าอต้องกัน คล้องจองกัน ของถ้อยคำค่ะ ต้องกันในที่นี้คืออะไรคะปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ก็หมายถึงไม้นี่สัมผัสกับไม้ด้วยกัน ก็คือการสัมผัสกันนะครับ คำก็เช่นเดียวกัน คำจะมาต่อกันมันยังไม่เกิดสัมผัสแต่ถ้าคำมาต่อกันแล้วมีสระที่ตรงกัน หรือพยัญชนะชนะที่ตรงกัน ก็คือการต้องกัน ถูกกันต้องเป็นคำคล้องจองกัน สัมผัสนี่มันมีคือการคล้องจองกัน ถ้าเป็นคำนะ ถ้าเป็นสิ่งอื่น การถูกกัน ต้องกันเป็นการสัมผัสกันแล้วนะครับ คำคล้องจองคืออะไรเด็ก ๆ ครับ (คุณครูคณิตา) คืออะไร ตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ คุณครูปลายทางสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นกับนักเรียนได้นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับ คำคล้องจองคือ (คุณครูคณิตา) คำคล้องจองคือ คำที่มีสระเดียวกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อย่างเชครูอาจารย์คล้องกับคำว่าสานความสุขใช่ไหม จานกับสานคล้องกันก็คือสระเดียวกัน ต่อไปอะไร (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ต่อไปเป็นอะไรอีครับ (คุณครูคณิตา) คำที่มีเดียวกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) จารกับสาน (คุณครูคณิตา) แม่กนนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับ ต่อไป (คุณครูคณิตา) พยัญชนะต้นต่างกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แต่มันใช้สระเดียวกัน สะกดมาตราเดียวกันนะครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ อาจมีเสียงวรรณยุกต์ต่างกันค่ะ แต่ถ้าเรามีคำที่มีสระเดียวกัน มีมาตราตัวสะกดเดียวกัน ถามว่าคล้องจองกันไหมคคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นไหมลูก เป็นทันทีนะ ถามว่าทำไมต้องมีพยัญชนะต้นต่างกัน ต่างกัน ก็คำไทยเราเป็นคำแห่งดนตรีนะ มันมีวรรณยุกต์มันก็สามารถที่จะคล้องจองกันได้เพราะเรานี่รวบคำ รวยบภาษา เราถึงได้มีคำใช้นะครับนักเรียน (คุณครูคณิตา) มาถึงช่วงกิจกรรมคล้องจองคล้องใจค่ะ คำถามก็คือการพูดจาสื่อสารของคนไทยมีลักษณะเป็นอย่างไร คุณครูจะบอกใบ้ให้นะคะ ให้นักเรียนพิจารณาจากการพูดจาของคุณครูปรเมษฐค่ะ แล้วนักเรียนจะสามารถตอบได้อย่างง่ายดายเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ทำไมล่ะครูคณิตาครับ เด็ก ๆ จะสังเกตอะไรได้จากการพูดของครูครับ (คุณครูคณิตา) การพูดจาสื่สอาร (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ลองตอบสิว่าหนูจะตอบถูกไปตรงใจครูคณิตาหรือเปล่า ทำไมลูก (คุณครูคณิตา) เพราะว่าคนไทยนะคะ ชอบพูดออกมาเป็นคำคล้องจองค่ะ หรือกลอนนะคะ เพราะคนไทยเป็นคนเจ้าบทนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คนไทยเป็นเจ้าบทเจ้ากลอนใช่ไหมครูคณิตในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชนี่สมัย เยี่ยมเลยครับ กรุงศรีอยุธานะ สมัยนั้นถือว่าเป็นยุคทองของกลอนเลย สีปราชญ์เป็นกวีผู้หนึ่งกับพระนารายณ์ แล้วก็ทำความชอบ ได้แหวนมา 1 วงครับ ตอนที่จะเดินเข้าเฝ้าพระมหากษัตริย์หรือพระนารายณ์ถามเลย ถ้าเกิดเป็นคนปกติ (คุณครูคณิตา) แหวนสวยจังเลยได้มาจากไหน (คุณครูปรเมษฐ) แต่คนโบราณไม่ใช่อย่างนั้นครับ ถามเป็นบทร้อยกรองเลย ถามเป็นโคลนายประตูถามศรีปราชญ์ว่า แหวนนี้ท่านได้แต่ใดมา สีปราช ในเมื่อเขาขึ้นก็ต้องตอบกลับเป็น (คุณครูคณิตา) เป็นโคลงค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ตอบกลับเป็ํเป็นบทร้อยกรองมา สีปราชบอกว่า จอมพิพบโลกาให้มา มาเป็นคำคล้องจองเลย นายประตูก็ถามต่อว่า ทำชอบสิ่งใดมา วานบอก สีปราชญ์บอกว่า เราแต่งกลอนถวายแต่งโคลงถวายท่านไท้ถวายแค่พูดจากันหน้าประตูวังน่ะ ได้โครง 1 บทเลยคิดดู บ่งบอกถึงความเป็นเจ้าบทเจ้ากลอนของคนไทยนะครับ ไท้นี่แปลว่าอะไร รู้ไหม (คุณครูคณิตา) ไม่ทราบเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ไท้นี่ ถ้าเทียงก็คือพระมหากษัตริย์ พระมหากษัตริย์นั่นเองนะครับ นี่คำที่เกิดขึ้นในโครงบทหนึ่งนี่ มันเป็นคำที่หลากหลาย คำที่เหมือนกัน หรือคำหรือเรียกว่าคำ "ไวพจน์" นี่ อันนี้คือที่ครูเล่าให้ฟังนี่ มันเป็นลักษณธคนไทย คำมีความเป็นเจ้าบทเจ้ากลอน (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับ ซึ่งมาถึงจุดประสงค์ของการเรียนรู้ในวันนี้จะต้องทำอย่างไรบ้าง (คุณครูคณิตา)1 บอกหลักการแต่งกลอนสุภาพได้ค่ะ 2. โยงคำสัมผัสในการแต่งกลอนสุภาพได้ค่ะ 3. อธิบายคุณค่าของการแต่งกลอนสุภาพค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) พูดง่าย ๆ ว่า นักเรียนจะต้องศึกษาให้ถ่องแท้แจ่มแจ้งเกี่ยวกับเรื่องการแต่งกลอนสุภาพว่ามันจะเป็นอย่างไร จะทำได้ไหม ทำได้หรือเปล่า เดี๋ยวเราไปศึกษากันนะครับ อ่านพร้อม ๆ กันเด็ก ๆ ถึงม้วยดินสิ้นฟ้ามหาสุมทร ไม่สิ้นสุดความรักสมัครสมาน แม้นเกิดในใต้หล้าสุธาธาร ขอพบพานพิศวาสไม่คลาดคลา เป็นบทร้อยกรองของสุนทรภู่นะ ยกมาเป็นกลอนสุภาพด้วยบอกไว้เลยนะ ลองสักเกตครูจะให้นักเรียนสังเกตอะไร ลองดูที่คำ (คุณครูคณิตา) คำ มีคำคล้องจองกันอยู่นะคะ ซึ่งวันนี้เมื่อนักเรียนได้อ่านบทแล้วนะคะ คุณครูก็มีคำถามกระตุ้นความคิดมาถามนักเรียนค่ะ นั่นก็คือตามประสบการณ์เดิมของนักเรียนนี่ กลอนดังกล่าวมีการสัมผัสอย่างไรบ้าง (คุณครูปรเมษฐ) กลอน 1 บทนี่มันจะต้องมีสัมผัสใช่ไหมอย่างไรบ้าง ช่วยกันตอบหน่อย (คุณครูคณิตา) สัมผัสอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) เหมือนครูทั้ง 2 คนพูดไปแล้วด้วย สัมผัสอะไรบ้าง 1 คือสัมผัส (คุณครูคณิตา) อักษระค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) และก็สัมผัส (คุณครูคณิตา) (คุณครูปรเมษฐ) สัมผัสอักษรบางที่เรียกสัมผัสสระ สัมผัสอยู่ 2 ชนิดนี่ล่ะ มันทำให้เกิดหกรือกลอนขึ้นมานั่นเองนะครับ ไปสังเกตกันดีกว่าว้่มันสัมผัสกันอย่างไรนะครับ ถึงม้วยดินสิ้นฟ้ามหาสมุทร (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ ดินกับสิ้น สัมผัสกันนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ฟ้ากับมหา (คุณครูคณิตา) สัมผัสสระค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) กันใช่ไหม แสดงว่าดินกับสิ้นนี่สัมผัสกัน ตัวสะกดเหมือนกัน สระเดียวกัน ใช่ไหม สระเดียวกัน สัมผัสกัน นี่เรียกว่า "สัมผัสใน" ในนะในบทร้อยกรองนะ สมุทร สิ้นสุดสัมผัสกันใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ใช่คะ (คุณครูปรเมษฐ) (คุณครูคณิตา) สุด ก็เป็นสัมผัส อะไรคะ สัมผัสสระนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่สิ้นสุดความรักสมัตรสมาน คำว่าอะไรอีกครับ รักกับสมัคร ใช้ตัวสะกดมาตราเดียวกันมาน น่าจะไปต่อไป (คุณครูคณิตา) ต่อไหมคะ ต่อนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มานกับธาร สัมผัสสระเหมือนกันนะครับ แม้นเกิดในใต้หล้าสุธาธาร สัมผัสกับคำว่า ธานั่นเอง ขอพบพานพิศวาสไม่คลาดคลา ดูต่อ น่าจะคำไหนอีก ธารตรงนี้ไปสัมผัสกับคำว่า "พาน" การสัมผัสสระนะครับ วาสน่าจะสัมผัสกับคำว่า "คลาด" นั่นเอง (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้เรียกว่าสัมผัสอะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ในนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สัมผัสในหรือเป็นการสัมผัสสระใช่ไหมครับ เอาล่ะครับ ไปดูกันต่อ (คุณครูคณิตา) ขยันมาโรงเรียน หมั่นเพียรอ่านหนังสือ นับถือพระคุณครู กตัญญูต่อพ่อแม่ ไม่แยเสยาเสพติด คบมิตรที่ดีค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ก็เป็นคำสอนนะครับนี่ครูคณิตาคิดว่ามีการสัมผัสกันไหมนี่ (คุณครูคณิตา) มีไหมคะ นักเรียนคะ ตอบคุณครูปลายทางหน่อยค่ะ ว่ามีคำสัมผัสอยู่หรือเปล่าคะเด็ก ๆ ตอบว่ามีค่ะคุณครูปรเมษฐ เราไปค้นหากันใช่ไหมครูคณิตา ขยันมาโรงเรียน พระคุณครูกตัญญูต่อพ่อแม่ไม่แยแสคบมิตรที่ดี ถ้าถามว่าเป็นคำสอนนี่ เอาไว้สอนใคร ตอบได้เลยว่าสอนหนู ๆ นั่นล่ะ เพราะขยันมาโรงเรียน (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มันเป็นหน้าที่ของใครเดี๋ยวตอบว่าของครู ครูก็ใช่นะ แต่ว่านักเรียนนี่ชัดเจนกว่าใช่ไหม เดี๋ยวเราจะไปหากันใช่ไหม มันมีการสัมผัสอย่างไรนะครับขยันมาโรงเรียน มันน่าจะไปคล้องกับคำว่า (คุณครูคณิตา) โรงเรียน หมั่นเพียรค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อ่านหนังสือนะนับอะไรนะ สือน่าจะไป (คุณครูคณิตา) นับอะไรนะ นับถือพระคุณ (คุณครูปรเมษฐ) พระคุณครู ครูก็จะมาคล้องกับคำว่าอะไร่ของเมื่อกี้นี้กตัญญูต่อพ่อแม่ไม่แยแสยาเสพติด ติดก็คล้องจองกับคำว่า "มิตร" นี่คือหลักการสังเกตนะกลอนนี่มันมีสัมผัส คำสอนนี้มันมีสัมผัส เอาล่ะครับ ไปดูต่อ แสงสว่างกลางใจใช่ใครอื่นมีนับหมื่นนับแสนไม่แม้นเหมือนจะมีใครไหนเล่าคอยเฝ้าเตือน นวลนางจางจากจร พูดเปรียบเทียบกับความรักเลยนะเป็นการพรรณนาใช่ไหมครูคณิตา ไปดูสัมผัสมคล้องจองกันดีกว่า (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวให้นักเรียนนะคะ ลองพิจารณาจากบทกลอนข้างต้นนี้นักเรียนคิดว่าในบทกลอนนี้เด่นในเรื่องด้านสัมผัสสระหรือสัมผัสพยัญชนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) สังเกตคำกลอก่อนที่คุณครูจะเฉลยนะคะ ให้นักเรียนตอบคุณครูปลายทางก่อนค่ะ เด่นด้านไหนนะ คุณครูปรเมษฐคะเฉลยเลยดีไหมคะเอาล่ะครับ กลอนเมื่อสักครู่นะ ครูก็ทำให้มันเป็นแดงเสีย จะได้รู้ว่าสัมผัสมันอยู่ตรงไหนบ้าง อันนี้คือการสัมผัสสระนะสว่างกลางสัมผัสกันนะ เป็นการสัมผัสในด้วย อื่นหมื่น แสนแม้น เล่าเฝ้าเตือนเหมือนนางจางสัมผัสสระก็โดดนเด่นนะ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ สว่างนะคะ สว่างก็คือจะสัมผัสสระค่ะ ใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) อันนี้ก็คือใจกับใช่ไหมคะ อื่น อื่นกับหมื่น เดี๋ยวคุณครูขอเปลี่ยนสีนะคะ สีอะไรดีคะนักเรียนสีเขียวแล้วกันค่ะ อื่นกับอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) หมื่น (คุณครูคณิตา) หมื่นนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) สัมผัสสแสนคู่กับแม้น แล้วก็คำว่าเหมือน นะคะ แล้วก็อย่างหนึ่งก็คือ คลาย ไหน สระใอ ไม้มะไร (คุณครูปรเมษฐ) สัมผัสสระเช่นเดียวกันเพราะเสียงมันออกเป็นตัวอย่าง (คุณครูปรเมษฐ) สัมผัสสระ มันยังไม่ใช่แค่นี้กลอนบทนี้ (คุณครูคณิตา) มันมีอะไรอีเด็ก ๆ ไปดูกันต่อเลย ไปพิจารณากัน กลอนบทเดิมเลยครับ ไปสังเกตคำที่แดง ๆ นะ หมื่นไม่แม้นเหมือน หมื่นแม้นเหมือนใครคอยลาลับเลือน นวลนางจางจากจร (คุณครูคณิตา) เอ๊ เด็ก ๆ สามารถตอบได้ทันทีเลยค่ะ มีสัมผัสสระแล้วจะต้องมีสัมผัสอะไรนะคะ สัมผัสอักษรนั่นเองนะครับ หรือสัมผัสพยัญชนะก็เรียกได้นะครับ (คุณครูคณิตา) ทำไมถึงเป็นสัมผัสพยัญชนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นสัมผัสพยัญชนะหรือสัมผัสอักษรเด็ก ๆ คำนี่มันใช้ ม. ม้า มาผสมหมดเลยนะครับ (คุณครูคณิตา) ไม่แม้นเหมือนหมื่น หมื่นไม่แม้นเหมือน ม. ม้าใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ซึ่งในวรรคเดียว แต่ใช้เสียง ม.ม้า ไปเสีย มันก็ทำให้กลอนนี่มันสละสลวย อย่างเช่น วรรคสุดท้ายนี่ วรรคส่งนี่ ลาลับเลือน นวลนาง เล่น น.หนู นี่คือการสัมผัสอักษรหรือพยัญชนะ ไปดูกันต่อดีกว่านะ ครูคือผู้กระดับวิญญาณมนุษย์ ให้สูงสุดกว่าสัตว์ครูคือผู้สั่งสมอุดมการณ์ เพื่อมวลชนใช่ตนเอง ของอาจารย์เนาวรัตนไปวิเคราะห์กันดีกว่า ดูเส้นนะ ถ้าเกิดสีส้มก็จะเป็นสัมผัสอักษร สีแดงก็เป็นสัมผัสสะรไปดูกันเลย (คุณครูคณิตา) นักเรียนสังเกตนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) มีสัมผัสอักษรนะ เพราะว่าใช้ (คุณครูปรเมษฐ) สูงสุด นี่ อักษร สัตว์ อยู่ในวรรคเดียวกัน ครูคือสั่งสมอะไรอีก มารกับมวล นี่ก็เป็นสัมผัสอักษรใช่ไหม ชนกับใช่ ช. ช้าง เล่นเสียงเหมือนกัน ต่อไปแดงนี่เป็นสัมผัสสระใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มนุษย์ก็มาคล้องจองกับคำว่า "สุด" นะ สัตว์รับรัจ นะ แล้วก็ฉานกับการณ์ มารกับการณ์ ชน กับ ตน นี่ก็เป็นการสัมผัสสระนั่นเอง ในบทร้อยกรองนะครับ นี่ก็คือการใช้คำสัมผัสกันใช่ไหมครูคณิตา มันก็เลยเกิดเป็นบทร้อยขึ้นมา นี่ครูเอากลอนนี่มายกให้เห็นเลย ว่ามันมีสัมผัสกันอย่างไร มันก็ทำให้นักเรียนเข้าใจเลยใช่ไหมครับ เอาล่ะครับ เพราะฉะนั้น ครูจะให้ศึกษาใบความรู้ แล้วเดี๋ยวเราได้มาอภิปรายนะครับ ลงมือเลย [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะนักเรียน พร้อมแล้วนะคะ เดี๋ยวเราไปรู้จักเกี่ยวกับกลอนสุภาพกลอนสุภาพแปดคำประจำบ่อน กลอนนี้มี 8 คำใช่ไหม 8 วรรคนะ ส่องแสดง ตอนสามแจ้งสามคำครบจำนวน มันอย่างไรนักเรียน แสดงว่ากลอน 1 วรรค ในคำ ตอนต้น 3 3 คำ 2 คำ 3 คำ ประมาณนี้นะครับ ก็จะครบ 8 คำ นั่นเองนะครับ มีกำหนดบทระยะกะสัมผัส ให้ฟาดฟัดชัดความตามกระสวน ฟังเสนาะเพราะจับใจ ต้องรู้จักกลอนสุภาพก่อนนะครับ ได้รู้จักอะไรมันบอกอะไรบ้าง บอกจำนวนคำแต่ละวรรคใช่ไหม ตอหน้ามี 3 คำ กลางมี 3 คำ (คุณครูปรเมษฐ) 8 คำใช่ไหมเด็ก ๆ เรียกว่า ฎกลอนแปด ก็เอามาเรียงร้อยให้มันเป็น 8 คำ ตอนต้นสามตอนสองส่องแสดง ตอน 3 แจ้ง 8 คำพอดี 1 บทนี่ มีทั้งหมด 4 วรรคใช่ไหมครู มี 12 คำนะ นี่คือ 1 บท (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ จะงงไหมคะ คือตรงไหนลูก (คุณครูคณิตา) นี่คือ (คุณครูปรเมษฐ) นั่นล่ะครับ (คุณครูคณิตา) นี่คือ 1 (คุณครูปรเมษฐ) วรรคที่ 1 หรือวรรคสะดับ วรรคสลับ เรียกได้ 2 แบบอยู่ตรงนี้นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) วรรคที่ 2 เรียก "วรรครับและวรรคที่ 3 เรียกวรรครอง วรรที่ 4 เรียกวรรคส่ง กลอนมีแค่ 4 วรรค แค่นั้นเองนะครับ ไปดูกันต่อ เหมือนเดิมเลย คราวนี้ครูจะให้โยงสัมผัสใช่ไหม เด็ก ๆ จะต้องไปโยงกันเลยดีกว่า จากที่ศึกษากลอนไปหลายบทเลย คำนี้คำสุดท้ายของวรรที่ 1 ก็จะไปสัมผัสกับคำที่ 3 (คุณครูคณิตา) คำที่ 3 ของวรรคที่ 2 ค่ะ หรือจะพูดว่าคำสุดท้ายของวรรคสะดับจะไปสัมผัสกับวรรหรือคำที่ 5 ของวรรครอง เขียวนี่คือ ถ้าเกิดนักเรียนเลือกให้ไปสัมผัสคำที่ 5 แต่ถ้าเกิดเลือกไปสัมผัสวรรรอง นะครับ ดูต่อแล้วก็คำสุดท้ายของวรรค 2 หรือวรรครอง ก็จะไปสัมผัสสัมผัสกับคำสุดท้ายของวรรค... คำสุดท้ายของวรรครับจะไปหรือวรรคที่ 3 แล้วคำสุดท้ายของวรรครองก็จะไปสัมผัสกับวรรคที่ 5 นั่นเองนะครับ และยังไม่หมดครูคณิตา มันต้องมีสัมผัสระหว่างบทนะครับ กลอนแต่ละบทมันต้องสัมผัสกัน หรือว่าวรรคส่งหรือวรรคที่ 4 จะไปสัมผัสกับคำสุดท้ายของวรรครับในบทถัดไป นี่ อันนี้คือเห็นไว้ก่อน เดี๋ยวนักเรียนโยงจริงนี่อันนี้เทียบไปในใบความรู้ให้ทำใบงานกันดีกว่า วันนี้ให้รู้จักกันก่อนว่ามันโยงอย่างไร เรื่องอะไรใบงานนี้ (คุณครูคณิตา) เรื่องกลอนที่ใช่ใจเราชอบค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับไปดูหน้าตาเป็นอย่างไรนะ ให้นักเรียนทำใบงาน เรื่อง กลอนที่ใช่ ใจเราชอบ แล้วเดี๋ยวให้นำเสนอนะ ส่วนคุณครูให้ทำอย่างไรส่วนคุณครูปลายทางนะคะ ก็คอยดูแลการทำงานของนักเรียนนะคะ คอยให้คำแนะนำ เลือกกลอนมาเติมในใบงานนะคะ โยงสัมผัสให้ถูกต้องและคอยชี้แนะหากนักเรียนเกิดข้อสงสัยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) โดยการโยงสัมผัสนี่ ดูจาจากใบความรู้ก็ได้ หรือจากที่ครูให้ดูเมื่อสักครู่นี้ก็ได้นะครับ เอาล่ะครับ ไปดูรูปร่างหน้าตากันเลย ให้ยกกลอนที่ชอบเลยนะนักเรียน ปรึกษาคุณคร๔ก่อนว่าใช้กลอนแปดไหม ใช่กลอนสุภาพไหม ยกมาจากวรรณคดีลำนำมีเป็นจำนวนมากเลย สามารถยกมาได้ 2 บท นำมาเรียงแล้วเขียน แล้วก็บอกจำนวนคำว่าแต่ละบทนี่มันมีคำประมาณเท่าไร เดี๋ยวนะ 1 บท มี 4 วรรคใช่ไหม 1 2 3 4 คิดง่าย ๆ เลยคิดง่าย ๆ นะ (คุณครูคณิตา) วรรคละ 8 ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เอาวิชาคณิตศาสตร์เข้ามาประยุกต์หน่ยอยมีจำนวนคำประมาณ 8 ใช่ไหม 8 วรรคละ 8 8 * 4 = 30 ยกกลอนมานะ 2 บท แล้วโยงสัมผัสใให้เรียบร้อย ว่าแล้วลงมือปฏิบัติได้ครับ เด็ก ๆ ครับ [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) หมดเวลาค่ะนักเรียน หากนักเรียนยังทำใบงานไม่เรียบร้อยนะคะ สามารถหาเวลาว่างนะคะ ทำให้ใบงานนั้นเรียบร้อยสมบูรณ์และส่งคุณครูปลายทางนะคะ ที่เป็นเจ้าของรายวิเอาล่ะค่ะ มาถึงช่วงกอนสุภาพทรคุณครูก็มีคำถามอีกเช่นเคยค่ะ นั่นก็คือการแต่งกลอนสุภาพที่มีสัมผัสต้องทำอย่างไร นักเรียนตอบคุณครูปลายทงาได้เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ช่วยกันคิดลูกเป็นการแสดงความคิดเห็นนะครับ ยังไม่มีผิดอยู่แล้ว ต้องทำอย่างไร ช่วยกันคิดนะลูก วันนี้เรายังไม่ได้แต่งนะ แต่ถ้าจะทำให้มันไพเราะต้องดูคำใช่ไหม เลือกคำที่เป็นอย่างไรกัน คล้องจองกัน (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วนำมาแต่งกลอน คำที่เกิดการคล้องจอง หรือสัมผัสอักษร ต้องทำให้กลอนบทนั้น ๆ มีความสละสลวยแล้วก็ไพเราะไงล่ะใช่ไหมลูก คิดเหมือนครูหรือเปล่า เหมือนกันนะ เราต้องเลือกคำให้ดี มันถึงจะทำให้กลอนนัไพเราะและอีกอย่างที่สำคัญวันนี้ยังไม่ได้แต่งนะ แต่ให้รู้ไว้เลย ฉันทลักษณ์ ที่เราเรียนแผนผังไปนี่ ฉันทลักษณ์ตามที่เขากำหนดมาลักษณะบังคับที่เขากำหนดมาก็อย่าให้พลาด มันก็จะทำให้กลอนนั้น คุณครูประเมษฐคะ คุณครูคณิตาสงสัยอีกข้อ นั่นก็คือถ้าเนื้อหาในบทกลอนไม่เชื่อมโยงกัน จะเกิดผลเสียงอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้เด็ก ๆ ก็น่าจะช่วยกันตอบได้นะครับ กลอนของหนูที่แต่งมาถ้าเนื้อหามันไปคนละทิศคนละทางพูดง่าย ๆ กลอนบทนั้นจะรู้เรื่องไหม ไม่รู้เรื่องนะ สื่อความหมายได้ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ไม่ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่ได้นะ เพราะฉะนั้น การแต่งกลอนครูนี่ เวลาครูนี่จะแต่งกลอน ครูจะแต่งเรื่องอะไร แล้วครูจะเขียนก่อน เป็นร้อยแก้ว ร้อยแก้วแล้วครูถึงจะทำให้คำมันสัมผัสคล้องจองกัน เรื่องก็จะเป็นเรื่องเดียวกัน ดีกว่านักเรียนนักนึกทีละบท ๆ นำมาใส่แล้วก็ไม่ได้เข้ากันเลย กลอนบทนั้นก็หมดความหมายไป ไม่ได้ความ สื่อความไม่ได้ ก็ไม่มีประโยชน์ในการแต่ง แม้สัมผัสจะถูกกันทั้งหมดแต่เนื้อเรื่องไม่ถูกต้อง เนื้อเรื่องไม่ไปตกลอนก็จะไม่มีคุณค่าเลยนะเด็ก ๆวันนี้ก็ไว้เท่านี้นะครับ บทเรียนครั้งต่อไปเราจะเรียนกันในเรื่อ (คุณครูคณิตา) ในเรื่อง แต่งกลอนสุภาพ (๒) 8jt (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่ายังอยู่ในเรื่องของการแต่งกลอน คาบต่อไปนี่นักเรียนต้องได้แต่งกลอนอย่างแน่นอน ใบงานเรื่อง เติมคำสร้างสรรค์ บทกลอนนะ แล้วก็ดอกไม้หลากชนิดเลย นำดอกไม้มาโรงเรียนอย่างน้อยคนละ 1 ชนิด นำมาทำอะไร ยังไม่บอก คาบต่อไป เดี๋ยวเรามาศึกาานักเรียนสามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ตามที่อยู่เเอาล่ะครับนักเรียนครับ ที่นักเรียนนักเรียนอันนี้เป็นจุดเริ่มต้นนะ มาเองแล้วนำมาโยงสัมผัสเองนี่ มันก็ทำใหเกิดความเข้าใจในเรื่องของสัมผัสก็ให้คุณครูท่านตรวจแล้วเราก็ดูว่าเรแล้วเราก็ปรับแก้ใช่ไหมครูคณิตา มันก็ทำให้เรานี่มีความรู้ ความเข้าใจเพิ่มมากขึ้นนักเรียนครับ สำหรับวันนี้ครูทั้ง 2 คนขอลาหนู ๆ ไปก่อนนะครับ สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]