--- title: ฝึก PE ห้อง 4573 (DLTV ภาษาไทย ป. 6 หน่วยที่ 4) ๙ คำเชื่อม ๑๐ ส.ค. ๖๔ (มีใบงาน และใบความรู้) มาริก subtitle: date: วันศุกร์ที่ 8 เมษายน 2565 เวลา 10.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) ทุกท่าน และนักเรียนปลายทางทุกคนค่ะ วันนี้พบกับคุณครูคณิตา หนุนอนันต์ และครูในรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ วันนี้เด็ก ๆ ตอบคุณครูได้ไหมคะ ว่าวันนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไร ตอบได้ไหม เอ่ยเดี๋ยวจะให้ครูปรเมษฐนะคะ ช่วยตอบนะคะ คุณครูปรเมษฐนะคะ ช่วยตอบเด็ก ๆ หน่อยสิคะว่าวันนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ครับ เราจะเรียนกันในเรื่องของคำ... คำเชืื่อมครับ เด็ก ๆ นะ คำเชื่อมนั้นจะเป็นอย่างไรจะหวาน น่าสนใจมากน้อยเพียงใดและมันคือคำอะไร เดี๋ยวเราไปศึกษากันครับ ถ้าพร้อมแล้วหนูตามครูไปครับ (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ พร้อมที่จะเรียนรู้แล้วหรือยัง หยิบสมุดขึ้นมาค่ะ ปากกา หยิบขึ้นมานะคะ นะคะ นักเรียนจะแต่งประโยคจากภาพได้อย่างไร ลองดูสิคะ ว่าภาพที่นักเรียนได้เห็นนั้น เป็นภาพอะไรคะ เป็นภาพอะไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูคณิตา) เป็นภาพคนใช่ไหมลูก เป็นภาพคนปั่นจักรยานอยู่ หน้าตาเหมือนกันเลยนี่ น่าจะต้องเป็นอะไรกันแน่นอนเลยนะ คนตัวใหญ่นี่น่าจะอาวุโสกว่า แล้วคนตัวเล็กนี่ก็น่าจะอาวุโสน้อยกว่าใช่ไหม เด็ก ๆ แต่งประโยคกันยังลูก แต่งว่าอย่างไร ดูสิว่าเหมือนกันหรือเปล่า (คุณครูคณิตา) เรามาดูกันเลยนะคะ ประโยคที่ 1 ค่ะ พี่สาวขี่จักรยานค่ะ มีพี่สาวแล้วจะมีอะไรต่อนะ (คุณครูปรเมษฐ) ตรงนี้ก็ต้องเป็นน้องชายขี่จักรยานนั่นเอง ทั้ง 2 ขี่จักรยานมาด้วยกันใช่หรือเปล่า (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ประโยคมันยาวไปไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ เราจะทำอย่างไรให้ประโยคมันสั้นลง (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ลองช่วยกันคิดสิลูกนี่ ให้ประโยคนี่มันสั้นลง ครูบอกแล้วแต่งอย่างไรดี ให้ได้ใจความเหมือนเดิมนะ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แต่งเสร็จเรียบร้อยแล้ว ว่ามาลูก ดูสิตรงกับครูหรือเปล่า พี่สาวและน้องชายขี่จักรยาน ได้ใจความตามเดิมเลยนะครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ไหมเด็ก ๆ ได้ใจความตามความเดิมเลย เอาคำว่า "และ" มาเกี่ยวข้องน่าสนใจ เก็บไว้ในใจก่อน (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวเรามาดูภาพต่อไปกันดีกว่านะคะ แล้วเรามาเอาล่ะค่ะ ภาพต่อไปเป็นภาพอะไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) จากที่เห็นเด็ก ๆ ครับ น่าจะเป็นภาพอะไรคุณครูทินกรสอนศิลปะหรือเปล่านี่ กำลังวาดภาพนี่ วาดภาพนี้ก็เป็นเด็กกำลังนั่งเล่นใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เปิดโอกาสก่อนลูก ให้เด็๋ก ๆ ลองแต่งประโยคสิ (คุณครูคณิตา) เขากำลังทำอะไรกันอยู่บ้าง เด็ก ๆ ลองพิจารณานะคะ แต่งประโยคดูค่ะ เด็ก ๆ คงแต่งกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวเรามาดูประโยคแรกกันเลยนะคะ พี่วาดภาพ (คุณครูปรเมษฐ) นี่พี่ใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) พี่กำลังวาดภาพอยู่ใช่น้องต้องทำอะไรอยู่เด็ก ๆ (คุณครูคณิตา) น้องกำลังเล่นของเล่นนะคะ น้องเล่นของเล่น เราจะทำอย่างไรให้ประโยคทั้ง 2 นี่อยู่ด้วยกันได้ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ต้องหาคำมาใส่ใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะเรามีวิธีการจากประโยคแรกแล้ว ทีนี้เด็ก ๆ ลองเอาคำมาใส่ ให้ประโยคนี้มาอยู่รวมกันอยู่ด้วยกันเป็นอันหนึ่งอันเดียวครับ ลองดู แต่งได้ว่าอย่างไรไม่ตรงกันหลายคนเลย คิดเห็นได้ต่างกันเลยครูคณิตา ดูสิใครจะตรงกับครู ไปดูกัน พี่วาดภาพ แต่น้องเล่นของเล่น พี่วาดภาพ แต่น้องเล่นของเล่น ก็ต่างคนต่างทำไม่เหมือนกันใช่ไหม เอาคำว่า "แต่" ใช่ไหมลูก เอาคำว่า "แต่" เข้ามาเกี่ยวข้องทำให้ประโยคนั้นอยู่ด้วยกัน แล้วก็ได้ใจความตามเดิม จำคำว่า "แต่" ไว้ในใจก่อน มีคำว่า "และ" มีคำว่า "แต่" แล้วนะคะ เด็ก ๆ คะ เรามาดูอีกภาพหนึ่งกันดีกว่าค่ะ ภาพเด็ก ๆ กำลังทำอะไรอยู่นี่เล่นน้ำฝน ตากฝนหรือเปล่านะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็กคนเดียวนี่ใช่ไหม (คุณครูคณิตา) เป็นคนเดียวกันไหมนะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นเด็กคนเดียวกันเลย (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้เกิดก่อนใช่ไหม ฝนตกเสร็จกลับมาบ้านร่มมีไม่ยอมกางไง เด็ก ๆ ครับ เวลาเด็ก ๆ เจอพายุฝนกระหน่ำนี่ เด็ก ๆ กางร่มไหม ต้องกางนะ หรือต้องหลบไหมหลบอยู่ในร่ม เพราะไม่อย่างนั้นอาจจะเกิดอาการอย่างเช่นเด็กคนนี้ได้ (คุณครูคณิตา) อาการอย่างไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) จากลักษณะแล้ว เอาปรอทวัดไข้สูงเป็นไข้ หรืออาจจะเป็นหน้ากากก็ไม่ยอมใส่เด็กคนนี้นี่ (คุณครูคณิตา) ต้องรอให้พร้อมดีกว่านะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ แต่งประโยคหรือยัง (คุณครูคณิตา) แต่งเรียบร้อยแล้วนะคะ เดี๋ยวเรามาดูกันนะคะ เขาไม่สบายนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เขาไม่สบาย (คุณครูคณิตา) เขาเดินตากฝน นักเรียนจะสลับกันก็ได้ จะเป็นเขาเดินตากฝนก็คือสลับได้นะ เลข 1 กับเลข 2 นะคะ ไม่ได้มีปัญหาอะไรนะ ต่อมา (คุณครูปรเมษฐ) คราวน้องต้องการให้มันเป็นประโยคเดียวกันครับ เด็ก ๆ ครับ ใส่คำว่าใส่คำว่าอะไรครับ เก่งมากครับ ครูคณิตาดูสิ (คุณครูคณิตา) เรามาดูนะคะ เขาไม่สบายเพราะเดินตากฝน ใส่คำว่าอะไรเพิ่มเข้าไปนะ ตอบได้ไหมคะ คำว่า "เพราะ" นั่นเอง (คุณครูคณิต แล้ว, แต่, เพราะคำนี้ต้องเกี่ยวข้องกับคำเชื่อมแน่นอนเด็ก ๆ ครับ อันนี้ทำให้ได้ใจความนะ เหมือนมันเป็นเหตุเป็นผลกันนะครูคณิตา เพราะเจ้านี่ไม่บอมกางร่ม จึงไม่สบายเลย (คุณครูคณิตา)เป็นผลเพราะเขาตากฝนนะคะ เขาจึงไม่สบายนะ มันก็จะเป็นลักษณะเป็นเหตุเป็นผลกันนะคะ เอาล่ะค่ะ นักเรียน เมื่อกี้เราก็ได้ใช่คำเชื่อมไปกี่คำแล้วนะได้ไหมคะ จากการแต่งประโยค 3 คำแล้วเห็นไหมคะ ว่าคำเชื่อมนี่อยู่รอบ ๆ ตัวเราเลยนะคะ บางครั้งนี่เราใช้อยู่ประจำอยู่ทุกวัน แต่เราไม่รู้ว่าคือคำเเพราะฉะนัว่าคำที่เราใช้คือคำเชื่อม ดังนั้น จุดประสงค์ของวันนี้ค่ะ นักเรียนนะคะ จะต้องบอกชนิดและหน้าที่ของคำเชื่อมได้ค่ะ นักเรียนจะต้องรู้จักนะคะ ว่าคำเชื่อมมีอะไรบ้าง วิเคราะห์หน้าที่และชนิดของคำเชื่อมได้ค่ะ 3. แต่งประโยคโดยใช้คำเชื่อมได้ค่ะ และข้อ 4 ค่ะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ จะต้องเห็นความสำคัญนะลูก ของการใช้คำเชื่อมในการสื่อสารได้อย่างถูกต้องนะครับ สิ่งที่นักเรียนต้องทำ คืออะไรนะ บอก วิเคราะห์แต่งประโยคและก็เห็นความสำคัญของคำเชื่อมนั่นเองนะครับ ไปกันเลย รู้จุดประสงค์แล้ว (คุณครูคณิตา)มาดูกันดีกว่า คำเชื่อมในควาคิดของนักเรียนคำเชื่อมคืออะไร (คุณครูปรเมษฐ) คำเชื่อมคืออะไร ลูก (คุณครูคณิตา) คะ ตอบคุณครูได้ไหม เอ่ยกับคำ เอามาใช้ทำไม ลองคิดสิครับ (คุณครูคณิตา) คิดดูสิคะ คุณครูปลายทางนะคะ สามารถที่จะแลกเปลี่ยนความรู้กับนักเรียนได้นะคะ หรืออาจจะกระตุ้นนักเรียนให้นักเรียนนี่ช่วยกันตอบก็ได้นะ เอาล่ะค่ะ เดี๋ยวเรามาดูกันดีกว่า คำเชื่อมนะคะ นักเรียนอาจจะสรุปแล้วก็จดไปนะคะ เพิ่มเติมได้นะคะ คำเชื่อม คือ คำที่เอาไว้เชื่อมคำหรือข้อความให้ติดต่อในเรื่องเดียวกัน ประโยคนี่จะมีความกระชับและสละสลวยขึ้นนะคะ ก็คือเป็นการเชื่อมระหว่างคำกับข้อความ ประโยคกับประโยค หรือเชื่อมสิ่งต่าง ๆ นี่ให้มันมีใจความเดียวกันใช่ไหมคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ และครูคณิตาลองนำไปเปรียบเทียบสิครับ ที่ครูเคยพูดไว้ว่าเชื่อมให้มันหวานเลย เพราะว่าการเชื่อมที่เป็นคำกริยาที่เชื่อมใช้น้ำตาลใช่ไหมครูคณิตามาผสมกับน้ำทีแรกทั้ง 2 สิ่งยังไม่ได้รวมกัน แต่พอนำมานำมาเคี่ยวกับไฟให้มันร้อนกับน้ำตาลกลายเป็นน้ำเชื่อมมันก็เป็นกลวิธีการจำได้นะเด็ก ๆ ว่าการเชื่อมนี่นึกถึงการเชื่อมน้ำตาลได้เลย รวมกันอย่างไรก็ตามให้มันสละสลวยให้มันหวานเจี๊ยบข้างในนี่ค่ะ (คุณครูคณิตา) อาจจะมีทั้งขัดแย้ง คล้อยตามหรือว่าให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งนะคะ ก็ขึ้นอยู่กับคำเชื่อมที่เราใช้ค่ะ เอาล่ะค่ะ เรามาดูสรุปกันดีกว่าค่ะ คำเชื่อมมีอะไรบ้าง เรามาดูกันเลย คำเชื่อมค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันดับแรกดูจากคำว่า "และ" เมื่อกี้นี้ พี่และน้องขี่จักรยาน มันคล้อยตามกัน พี่กับน้องทำกิจกรรมเหมือนกัน เอาคำว่าเชื่อมปุ๊บประเภทที่ 2 อย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) ประเภทที่ 2 ค่ะ เชื่อมคำที่เป็นเหตุเป็นผลกันค่ะ นักเรียนนึกย้อนไปนะคะ ก็คือรูปภาพเด็กเมื่อกี้ใช่ไหมคะ ที่ยืนตากฝนและไม่สบาย นี่ก็เป็นเหตุเป็นผล เขายืนตากฝนเขาจึงไม่สบาย ก็เป็นเหตุเป็นผลกันเพราะเขายืนตากฝนนะ เขาจึงไม่สบาย นี่เป็นเหตุเป็นผล เอาล่ะค่ะ เรามาดูข้อต่อไปค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เชื่อมความขัดแนะ มี 2 สิ่ง 2 อย่าง ก๋วยเตี๋ยวกับข้าว ครูคณิตาจะกินก๋วยเตี๋ยว แต่ครูจะกินข้าว 2 คนนี่ไปด้วยกันไม่ได้แล้วใช่ไหม แต่สามารถนำมาเชื่อมกัน อย่างเช่น ครูกินข้าว แต่ครูคณิตากินก๋วยเตี๋ยว เป็นประโยคเดียวกันเลย โดยใช้คำว่า "แต่" มาเชื่อม ก็ขัดแย้งกันแล้วแค่นี้เอง อีกชนิดหนึ่งล่ะครับ (คุณครูคณิตา) ก็คือเป็นการเชื่อมความนะ อย่างใดอย่างหนึ่งยกตัวอย่าง เช่น คุณครูปรเมษฐจะกินข้าวหรือกินก๋วยเตี๋ยว ส่วนไหน คำไหนที่เป็นการเชื่อมให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งคะ คุณครูปรเมษฐคะ บอกนักเรียนหน่อยสิคะ ว่าคำไหนนะคะ เชื่อมให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง (คุณครูปรเมษฐ) คือครูจะต้องเลือกรับประทานใช่ไหมลูก ระหว่างข้าวกับก๋วยเตี๋ยว แสดงว่าเอาคำว่าอะไรมาเชื่อมนะเด็ก ๆ คำว่า... เยี่ยมครับ คำว่า "หรือ" ครูนั้นเลือกนั่นเอง ก๋วยเตี๋ยวนะครูคณิตา ไม่ใช่กล้วยเตี๋ยวไม่ได้นะ ต้องก๋วยเตี๋ยว (คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมาค่ะ เรามาดู เดี๋ยวเรามาขยายกันดีกว่าค่ะ การเชื่อมนะคะ คำเชื่อมใจความที่คล้อยตามกันนี่ได้แก่คำว่าอะไรบ้าง (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ครับ จดนะ ต้องจดไว้ อันนี้ต้องใช้ เด็ก ๆ เขียนเลย 1. คล้อยตามกัน ได้แก่ แล้วเขียนคำเลยครับ เพื่อจะไว้ใช้ในการแต่งประโยค (คุณครูคณิตา) ได้แก่คำว่าอะไรบ้างคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) คำว่า "และ" คำว่า"กับ"คำว่า "ก็", "แล้ว", "จึง" เมื่อ...ก็ ทั้ง...ก็ อ่านว่าอะไรนะ ไปยาลใหญ่หรือคำว่า "ฯลฯ" ไหนลองสักประโยคสิครูคณิตา แต่งให้นักเรียนฟัง เอาคำว่าอะไรดี (คุณครูคณิตา) กับดีกว่าค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เอาคำว่า "กับ" (คุณครูคณิตา) เธอกับฉันเราไปเที่ยวด้วยกันเธอกับฉัน เราไปเที่ยวด้วยกัน เป็นประโยคคล้อยตามกันนะคะ เด็ก ๆ อาจจะสงสัยค่ะคุณครูปรเมษฐ ไอ้ที่... นี่คืออะไร (คุณครูปรเมษฐ) ... นี่หรือ (คุณครูคณิตา) ... นี้คืออะไร ทำไมครูปรเมษฐพูดว่า ครั้น... ก็ แล้วที่เว้นว่างไว้ล่ะคะ คืออะไรเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) เราก็จะต้องนำเนื้อความมาใส่ไงครับ ให้ประโยคมันสมบูรณ์ (คุณครูคณิตา) ตรงนี้ก็ความใช่ไหมคคือเนื้อความนั่นเองนะ พอใส่เนื้อความปุ๊บ ประโยคมันถึงสมบูรณ์ เนื้อความก็จะเป็นในทิศทางคล้อยตามกันนะครับ แล้วหลังคำว่าก็นี่ก็ต้องมีเนื้อความ (คุณครูปรเมษฐ) ต้องมีเช่นเดียวกัน เวลาเห็นประโยคจริง เด็ก ๆ จะเห็นอันนี้มันคือคำที่ยกตัวอย่าง คือ คำเชื่อมที่เด็ก ๆ จะต้องใช้ไงครับ คุณครูคณิตาก็แต่งให้นักเรียนดูอีก 1 ประโยค โดยมี... (คุณครูคณิตา) ... เดี๋ยวเรามาดูตัวอย่างกันดีกว่านะคะ เรามาดูตัวอย่างนี้กัน เด็ก ๆ จะได้ดูครูแต่งไปด้วย ดูจากภาพสิคะ เด็ก ๆ จะแต่งว่าอย่างไร เด็ก ๆ จะแต่งว่าอย่างไรคะ เดี๋ยวเรามาดูประโยคกัน พอพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ฝูงนกก็บินกลับรัง เมื่อกี้คุณครูปรเมษฐบอกให้คุณครูคณิตาแต่ง "พอ" กับ "ก็" ก็ได้นะคะ พอกับครั้น ก็ ก็ได้ใช่ไหม (คุณครูปรเมษฐ) ได้ครับ (คุณครูคณิตา) ไหนลองบอกครูสิ คำเชื่อมอยู่ไหน ลองบอกครู เดี๋ยวให้ครูคณิตาขีด ให้ครูคณิตาขีดเส้นใต้เลย (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ บอกคำเชื่อมมา 1. คือคำว่า1 คือคำว่า 2 คือคำว่าใช่เลยนะครับ นี่ใช้คำเชื่อมว่า พอ ก็ เนื้อความตรงนี้ พอพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ฝูงนกก็... แล้วก็มีเนื้อความต่อ บินกลับรังนะ เป็น 2 ประโยคมารวมกันโดยใช้คำเชื่อมนั่นเอง (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ เข้าใจแล้วนะคะ เอาล่ะค่ะ เดี๋ยวเรามาดูอีกอีกประโยคหนึ่งดีกว่า เรามาแต่งกันนะคะ ใช้คำเชื่อมนะคะ ที่คล้อยตามกัน ลองแต่งดูสิ (คุณครูปรเมษฐ) แต่งได้ว่าอย่างไรนี่ (คุณครูคณิตา) แต่งว่าได้อย่างไรบ้างนี่เดี๋ยวเรามาดูพร้อม ๆ กันเลยนะคะ ทั้งพ่อและแม่รักลูกเท่ากัน ตรงไหนเป็นคำเชื่อม บอกคุณครูสิคะ คุณครูปรเมษฐคะ ตรงไหนเป็นคำเชื่อมคะ (คุณครูปรเมษฐ) คำว่าอะไรเด็ก ๆ บอกครูหน่อย ครูก็ไม่รู้เหมือนกันคำว่า... เยี่ยมครับ คำว่า "ทั้ง" และก็คำว่า "และ" นั่นเองนะครับ เชื่อมความให้คล้อยตามกัน ทีแรกครูจะแต่งเป็นปู่ ย่า ตา ยาย ด้วยนะ เห็นมีทั้งครอบครัวเลย (คุณครูคณิตา) แต่งได้หมดค่ะ ขอแค่มีคำเชื่อมประโยคแบบคล้อยตามกันนะ ไม่มีผิดไม่มีถูกนะคะ ต่อมาค่ะ เรามาดูคำเชื่อมประเภทที่ 2 คำเชื่อมใจความที่ขัดแย้งกัน เป็นอย่างไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เชื่อมใจความและขัดแย้งกันนั่นเอง คือในประโยคนั้นจะมีความขัดแย้งกัน เด็ก ๆ ครับ ต้องจดคำไปก่อนนะครับ เพื่อนำไว้ใช้กันนะครับ ได้แก่คำว่า "แต่", "แต่ว่า", "ถึง", "ก็", แล้วกว่าก็ แม้ก็ และอ่านว่า "ละ"หรือ ฯลฯ นะ แต่นี่ใช้ในการขัดแย้งกันอย่างชัดเจน ใช่ไหมครับ ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ย้อเรื่องคำบุพบท คำว่า "แต่" เป็นการบอก บอกอะไร บอกเวลาอย่างเช่น ครูมาโรงเรียนเช้า ครูมาโรงเรียนอะไรนะครูมาโรงเรียนแต่เช้า เพราะฉะนั้นนี่ เราต้องดูว่ามันเป็นคำเชื่อมหรือคำบุพบทรอบข้าง อย่างเช่น อันนี้อยู่ในคำเชื่อมถ้าอยู่ในคำบุพบทจะใช้อย่างไร ให้ดูบริบทนะครับ กว่า ก็ แม้ ก็ตัวอย่างกันดีกว่าค่ะ ลองแต่งดูสิคะ แต่งประโยคดูเดี๋ยวเรามาดูประโยคไปพร้อม ๆ กันเลยนะคะ เขาอยากมีเงิน แต่เขาไม่ยอมทำงาน เอ้ เมื่อกี้คุณครูปรเมษฐเพิ่งพูดไปเมื่อกี้เองนะคะ คำว่าเอ่ย คำว่า "แต่" นั่นเองค่ะ คุณครูปรเมษฐลองอธิบายดูสิคะ (คุณครูปรเมษฐ) ทำไมลูก มันขัดแย้งกัน ใจนี่คิดอยากจะมีเงินใช่ไหม แต่การจะมีเงินได้ต้องแลกมาด้วยอะไร หยาดเหงื่อแรงกาย ต้องคิดวิธีการต่าง ๆ เพื่อที่จะนำหัวสมองและแรงกายเรานี่ไปแลกกับเงินตรามาใช้ แต่คนนี้อยากมีเงินใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วเขาทำอะไรอยู่น่ะ (คุณครูคณิตา) แต่เขาอู้งานหรือเปล่าคะ หลับค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) หลับไม่ยอมทำงาน นี่ล่ะ มันขัดแย้งกับสิ่งที่เขาคิดนั่นเองเขาง่วงเพราะเขาไม่ได้นอน เป็นใจความคล้อยตามกันได้เลยนะนี่ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ แต่อันนี้เป็นใจความที่ขัดแย้งกันนะคะ เอาล่ะค่ะ เรามาดูอีกประโยคหนึ่งดีกว่า (คุณครูปรเมษฐ) อะไรน่ะ (คุณครูคณิตา) ปีนเขาหรือเปล่า (คุณครูปรเมษฐ) ก็นี่มันลำทานน่ะ (คุณครูคณิตา)อันนี้มันภูเขานะ ภูเขาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เดี๋ยวนี้ภูเขาเปลี่ยนเป็นสีฟ้าแล้ว ครูเพิ่งรู้นักเรียน เขาปีนเขาอยู่ขัดแย้งอย่างไร ดูประโยคเลยครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ถึงภูเขาจะสูง แต่เขาก็สามารถปืนสู่ยอดเขาได้ ขัดแย้งอย่างไรเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) ขัดแย้งอย่างไรต้องบอกก่อน คำเชื่อมคือคำอะไร เด็ก ๆ ตอบ คำที่ 1 คือคำว่า... เยี่ยมครับ คำที่ 2 คือโอโหสุดยอดเลยลูกศิษย์ครูกันอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ถึงภูเขาจะสูงเขาก็สามารถปีนสู่ยอดเขาได้ ถึงยอดเขาเด็ก ๆ แต่เราใจเราน่ะไม่ได้กลัวความสูงนั้น จะฟันฝ่าอุปสรรคไปให้ได้มันจึงขัดแย้งกันไงนะครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ เดี๋ยวเรามาดูข้อที่ 3 กันเลยนะคะ คำเชื่อมค่ะ จะมีการเชื่อมใจความให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งค่ะ มักจะมีคำว่า "หรือ", "หรือไม่ก็", "ไม่เช่นนั้น", "มิฉะนั้น" แล้วก็คำว่า "ไม่ก็" นะคะ สุดท้ายค่ะ ก็อ่านว่าอะไรนะ ต่อมาเรามาดูตัวอย่างกันดีกว่านะคะ เดี๋ยวให้นักเรียนอ่านประโยคแล้วหาคำเชื่อมให้คุณครูค่ะ ง่วงก็นอนเสีย หรือไม่ก็ลุกขึ้นไปล้างหน้า (คุณครูปรเมษฐ) ใช้คำเชื่อมว่า... เด็ก ๆ ตอบครับ ใช้คำเชื่อมใช้คำว่า... เยี่ยมเลยครับ หรือไม่ก็นั่นเอง คุณครูคณิตาอธิบายให้นักเรียนฟังหน่อยสิ (คุณครูคณิตา) ก็เป็นคำเชื่อมนะคะ ให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งนะ เขาบอกว่าอะไร ง่วงก็นอนเสีย หรือลุกขึ้นไปล้างหน้า จะนอนหรือลุกไปล้างหน้าก็เป็นการทำไมคะ ให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งนั่นเองค่ะ เอาล่ะค่ะ เรามาดูประโยคถัดไป ประโยคถัดไปค่ะ เธอจะไปกับเพื่อนหรือไปกับเขา (คุณครูปรเมษฐ) นี่ถ้าเกิดเด็ก ๆ แต่งนะ เธอต้องแต่งอย่างนี้เลยเธอจะคบกับเขาหรือเธอจะคบกับเรา มันเป็นภาพคนรักกันแน่นอนเลยนี่ (คุณครูคณิตา) ออาจจะรักกันก็ได้ในนี้ครูแต่งว่าเพื่อนนะคะ นักเรียน เอาล่ะค่ะ หาคำเชื่อมค่ะ คำเชื่อมก็คือคำว่า "หรือ" นั่นเองค่ะ เป็นการเลือกนะ ว่าเธอจะไปกับเพื่อน หรือจะไปกับเขาก็เป็นการเลือกให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งนะคะ สุดท้ายกันดีกว่านะคะ เป็นเชื่อมใจความที่เป็นเหตุเป็นผลกัน ได้แก่คำว่า "เพราะด้วยฉะนั้น...จึง เนื่องจากเดี๋ยวเรามาดูตัวอย่างกันดีกว่า (คุณครูปรเมษฐ) คำว่า "เพราะ" ด้วยคุณครูคณิตาจดคำว่า "เพราะ" (คุณครูคณิตา) เพราะเฉย ๆ ก็ได้นะคะ ฯลฯ นี่ก็คือ ต่าง ๆ มากมายนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) คำนี่มีเยอะนะ (คุณครูคณิตา) อันนี้คุณครูยกตัวอย่างนะคะ เอาล่ะค่ะ เรามาดูตัวอย่างกันดีกว่า กลับมาดูประโยคกันนะคะ เพราะรถเสียพ่อจึงไปทำงานสาย เป็นเหตุเป็นผล ดูสิว่าใช้คำเชื่อมอะไรอยู่ในประโยคคุณครูปรเมษฐคะ บอกเด็ก ๆ หน่อยสิคะ ว่าใช้คำเชื่อมอะไรบ้าง (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ตอบคำว่า...เยี่ยม คำว่า เพราะ 2. คำว่า จึงคำเชื่อม เพราะ, จึง เยี่ยมครับ เพราะฝนตกหนักน้ำจึงท่วม นี่เป็นเหตุเป็นผลกันอันนี้คือประโยคพื้นฐานที่เด็ก ๆ ได้ยินกันมาตั้งนานเพราะฝนตก น้ำจึงท่วม (คุณครูคณิตา) ค่ะ เดี๋ยวเรามาดูประโยค (คุณครูปรเมษฐ) เพราะเขาขยันอ่านหนังสือ เขาจึงสอบได้คะแนนดี ใช้คำเชื่อมว่า... เยี่ยมครับ เพราะจึงเหมือนเดิมนะครับ (คุณครูคณิตา) เพราะจึง (คุณครูปรเมษฐ) เป็นเหตุเป็นผลกัน (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ จดให้เรียบร้อยด้วยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนจดแต่คำที่เป็นคำเชื่อมนะครับ เพราะว่าต้องใช้ในการแต่งประโยคนะ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ เดี๋ยวคราวนี้เรามาทำกิจกรรมร่วมกัน นักเรียนเริ่มเข้าใจมากขึ้นแล้วนะคะ เดี๋ยวเรามาทำกิจกรรมไปพร้อม ๆ กันและอย่างรวดเร็วด้วยค่ะ ให้นักเรียนนะคะ เลือกคำเชื่อมมาเติมในประโยคให้เหมาะสมและพิจารณาว่าคำเชื่อมนั้น เชื่อมความชนิดใด พร้อมหรือยังเอ่ย พร้อมหรือยังคะ ถ้าพร้อมแล้วเดี๋ยวเราไปดูกันเลยดีกว่า ...ทำการบ้านเสร็จ ฉัน... ดูโทรทัศน์ ตอบอย่างรวดเร็วค่ะ 1 2 3 ตอบค่ะ เดี๋ยวเรามาเฉลยไปพร้อมกันเลยนะคะ คำว่า "พอ" ค่ะ และคำว่า "ก็" นะคะ ประโยคนี้จะได้พอทำการบ้านเสร็จ ฉันก็ดูโทรทัศน์เป็นคำเชื่อมประเภทใดคะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นประโยคที่ใส่คำเชื่อมใจความเป็นอย่างไรเด็ก ๆ พอทำการบ้านเสร็จ ฉันก็๋โทรทัศน์แต่คำมันเป็นอย่างไรนะมันคล้อยตามกันนั่นเอง เก่งมาก อันนี้ครูช่วยนะ ต่อไปต้องตอบเอง (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวเรามากันต่อนะคะ เด็ก ๆ ลองเติมกันสิคะ (คุณครูปรเมษฐ) จะซื้อของ ลูกจะกลับบ้าน (คุณครูคณิตา) 1 2 3 (คุณครูปรเมษฐ) ตอบครับ คำว่า... (คุณครูคณิตา) แต่ นะคะ เป็นคำเชื่อมแบบใด (คุณครูปรเมษฐ) แต่ แต่ ใจความเป็นอย่างไร (คุณครูคณิตา) ขัดแย้งกันค่ะ เก่งมากเลยนะคะ เอาล่ะค่ะ เรามาดูข้อต่อไปกันดีกว่า นักเรียนต้องทำการ จะไม่มีคะแนนง่ายมากเลยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็กผู้ชายข้างหลังห้องลุกขึ้นยืนครับ ตอบ ใช้คำเชื่อมว่า ใช่คำเชื่อมว่าเก่งมาก มิฉะนั้น นะครับ นักเรียนต้องทำการบ้าน มิฉะนั้น จะไม่มีคะแนนนะมันเป็นการให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือ... (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ เรามาดู (คุณครูคณิตา) สุดท้ายนะคะ ก็คือรูปอะไรคะ เขานอนดึก... ตื่นสาย (คุณครูปรเมษฐ) เขานอนดึก (คุณครูคณิตา) 1 2 3 เฉลยก็คือคำว่า "จึง" เขานอนดึกจึงตื่นสาย เป็นคำเชื่อมชนิดใด เป็นคำเชื่อมใจความที่เป็นเหตุเป็นผลกันนะคะ เขานอนดึก เขาจึงตื่นสายนั่นเองนะคะนักเรียน เอาล่ะค่ะ เดี๋ยวเรามาดูหน้าที่ของคำเชื่อม ไปกันอย่างรวดเร็วเลยนะคะ หน้าที่ของคำเชื่อมนี่มีอยู่ 4 หน้าที่ด้วยกันนะคะ หน้าที่แรกค่ะ หน้าที่แรกคืออะไร คะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช้เชื่อมคำนามกับคำนามนั่นเอง แล้วก็เชื่อมคำนามกับสรรพนาม (คุณครูคณิตา) เชื่อมวลีกับประโยคค่ะ หรือ เชื่อมประโยคกับวลีก็ได้นะคะ แล้วก็เชื่อมกับประโยคค่ะ เป็นอย่างไรเดี๋ยวเรามาดูพร้อมกันเลยนะคะ เอาล่ะค่ะ ให้นักเรียนอ่านข้อความค่ะ พ่อกับแม่เป็นคณะกรรมการจัดงานวันครอบครัวสุขสันต์ คำใดเป็นคำเชื่อม ตอบครูค่ะ คำว่า "กับ" นะคะ ถูกต้องค่ะ แล้วอะไรเชื่อมกับอะไร หน้าที่นี้ หน้าที่ของคำว่า "กับ" เชื่อมอะไรเชื่อมกับอะไร (คุณครูปรเมษฐ) พ่อกับแม่ พ่อเป็นคำอะไร แม่เป็นคำอะไรเยี่ยม ถูกต้องครับ (คุณครูคณิตา) เชื่อมคำนามกับคำนามนะคะ เชื่อมคำนามพ่อกับแม่ ก็คือพ่อกับแม่นั่นเองเริ่มเข้าใจแล้วนะคะ เดี๋ยวเรามาดูข้อต่อไปค่ะ ผมและแม่ไปรับน้องที่โรงเรียน คำไหนคือคำเชื่อมเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) คำว่า เก่งมากเลย และ และนี่เป็นพระเอกตลอดครับ (คุณครูคณิตา) เชื่อมอะไร (คุณครูปรเมษฐ) ผมและแม่ (คุณครูคณิตา) ผมและแม่ ผมเป็นสรรพนาม สรรพนามใช่ไหมคะ สรรพนาม (คุณครูปรเมษฐ) สรรพนามแทนตัวเรานะผม (คุณครูคณิตา) แล้วแม่ล่ะ แม่เป็นอะไร (คุณครูปรเมษฐ)เราเรียกกันอยู่แล้วเป็นคำ... เยี่ยมครับ คำนาม (คุณครูคณิตา) เพราะฉะนั้น และ เชื่อมคำนามกับคำสรรพนามคำนามนั่นเองค่ะ เดี๋ยวเรามาดูอย่างรวดเร็ว (คุณครูปรเมษฐ) เธอต่อผู้อื่นหากว่าต้องการให้ผู้อื่นปฏิบัติดีด้วย (คุณครูคณิตา) คำใดเป็นคำเชื่อม (คุณครูปรเมษฐ) เป็นข้อคิดให้นักเรียนได้เลยนะ ถ้าเราอยากให้ใครดีกับเรา เราจงต้องดีกับเขาก่อน แล้วเขาจะดีกับเรานะครับ ฝากไว้ให้คิดนะ (คุณครูคณิตา) อันนี้ก็คือเป็นเงื่อนไขนะ เรามาดูคำนี้ คำเชื่อมก็คือคำว่า "หากว่า" นั่นเอง เชื่อมคำว่าอะไรกับอะไรตอบคุณครูสิคะ เชื่อม... เชื่อมวลีค่ะ กับประโยคนั่นเอง เชื่อมวลี ก็คือต้องการให้ผู้อื่นปฏิบัติดีด้วยเชื่อมกับประโยค ก็คือ เธอควรเชื่อมวลีกับประโยค เชื่อมประโยคกับวลี ได้ทั้ง 2 นะคะ ต่อมาค่ะ เรามาดู เขาปฏิเสธว่าไม่ได้ชื่ออาทิตย์ คำใดเป็นคำเชื่อม คำใดคะ คำว่า "ว่า" ค่ะ ทำไมถึงเป็นคำว่า "ว่า" เพราะอะไร ตอบสิคะ นั่นก็คือเป็นการเชื่อมประโยค ประโยคนี่เขาว่าอะไร เขาไม่ได้ชื่ออาทิตย์ เป็นการเชื่อมประโยคกับประโยคนั่นเอง เดี๋ยวเรามาดูข้อถัดไปค่ะ คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ครับ พี่เป็นคนขยันแต่น้องเป็นคนเกียจคร้านมาก คำว่า... ตอบครับ คำว่า "แต่" ใช่เด็ก ๆ ครับ คำว่า "แต่" มาเชื่อม คราวนี้ดูมาเชื่อมอะไรมันเชื่อมประโยคครับ ถ้าเราเชื่อมประโยคเราต้องแบ่งได้เป็น 2 ประโยค ประโยคที่ 1 คือ พี่เป็นคนขยัน แล้วประโยคที่ 2 คือ น้องเกียจคร้านมาก อันนี้เป็นประโยคกับประโยคนะครับ 4 หน้าที่นะ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมาค่ะ เราหวงแหนแผ่นดินไทยอันเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของเรา เชื่อมคำ เชื่อมคือคำว่า "อัน" นั่นเองนะคะ เชื่อมอะไรกับอะไรเดี๋ยวเราไปดูกันเลยค่ะ ก็คือเชื่อมประโยคค่ะ เราหวงแหนแผ่นดินไทย เชื่อมกับอะไร เชื่อมกีบวลีค่ะ เชื่อมกับวลีบ้านเกิดเมืองนอนของเราครับ มันเป็นคำพูดขึ้นมา (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ มันยังไม่สมบูรณ์คำใดที่มันไม่สมบูรณ์เราจะเรียกวลีนะคะ เอาล่ะค่ะ เรามาดูข้อต่อไปมาค ครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เขามีเงินมาแต่เขาก็หาความสุขไม่ได้ คำว่า...คำว่า "แต่" นั่นเองนะครับ เชื่อมอะไรกับอะไรไปดูกัน เชื่อมประโยคเขามีเงินมากก็คือ เขาก็หาความสุขไม่ได้มันขัดแย้งซึ่งกันและกัน (คุณครูคณิตา) เป็นการเชื่อมแบบขัดแย้งนะคะ ต่อมาค่ะ พ่อทำงานหนักเพื่อส่งเสียให้ลูก ๆ ได้เรียนหนังสือคะ นักเรียนคะ คำว่า "ส่งเสีย" ค่ะ ก็คือหมายถึงเกื้อกูลให้การสนับสนุนนั่นเองนะคะ เรามาดูหาคำเชื่อมค่ะ คำเชื่อมคำว่า "เพื่อ" เชื่อมอะไรกับอะไร เรามาดูกันเลยค่ะ เชื่อมประโยคนะคะ พ่อทำงานหนักเชื่อมประโยคกับประโยคค่ะ ก็คือพ่อส่งเสียให้ลูก ๆ ได้เรียนหนังสือ ก็เป็นคำเชื่อมแบบใดคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใจความเป็นอะไรนะลูก ใจความเป็นเหตุเป็นผลกันนะครับ (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวเรามาดูต่อค่ะ ถึงเขาจะยากจน แต่เขาก็มีความสุข คุ้น ๆ ไหมนะ คำเชื่อมคือคำว่าถึง... ก็นะ เป็นการเชื่อมประโยคกับประโยค เขายากจนเขามีความสุข เป็นการเชื่อมประโยคกับประโยค เอาล่ะค่ะ ข้อสุดท้ายค่ะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ดังนั้น ผู้มีจิตเอื้อเฟื้อชอบช่วยเหลือผู้อื่น จึงเป็นที่สรรเสริญของคนทั่วไป คำว่าอะไรลูก คำว่า "ดังนั้น" กับคำว่า "จึง" นั่นเองครับ มันเชื่อมกันอย่างไร เด็ก ๆ ดูนะ มันเชื่อมกันอย่างไร คือ มันเชื่อมประโยค ประโยคที่ 1 คือ ผู้มีจิตเอื้อเฟื้อชอบช่วยเหลือผู้อื่น และประโยคที่ 2 คือ ผู้ที่กล่าวนั้น เป็นอย่างไรครับ เป็นที่สรรเสริญของบุคคลทั่วไปมันเป็นอย่างไรครับ มันเป็นเหตุเป็นผลกัน ดังนั้น... จึงนะครับ มันเป็นเหตุเป็นผล ดังนั้น จึงนี่นะครับ เป็นเหตุเป็นผล (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวเรามาทำกันดีกว่านะคะ ให้นักเรียนเติมคำในช่องว่างค่ะ ครูจะให้เวลา2 วินาทีนะคะ ในการเติมคำเดี๋ยวเราเล่นไปพร้อม ๆ กันเลยนะคะ คุณครูปรเมษฐคะ เป็นผู้เล่นให้คุณครูได้ไหมเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) ได้สิครับ (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวเราเล่นไปพร้อม ๆ กันเลยนะคะ เรามาดูค่ะ ข้อแรกค่ะ หมดเวลาตอบคำว่า ยังไม่ทันได้คิดเลย เดี๋ยวก่อน เดี๋ยวหาว่าครูใจร้ายใจดำ เติมคำเชื่อมคำว่าอะไรลูก 1 2 3 ตอบครับ ถูกไหม ถูกต้อง เพราะฝนตกหนัก ต้นไม้จึงล้ม ใจความเป็นอย่างไรกัน เพราะ... จึง เป็นเหตุเป็นผลกันนั่นเอง (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ คราวนี้เรามาดูข้อ 2 ค่ะ แดงอยากเรียนต่อ แต่เขายากจน ตอบค่ะ คำว่า "แต่" นะคะ เป็นเชื่อมนั่นเอง เขาอยากเรียนต่อ แต่เขายากจน (คุณครูปรเมษฐ) มันขัดแย้งกัน (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ ข้อ 3 ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สำนวนไทย ตอบเลยครับ ถูกต้อง กว่าถั่วจะสุก งาก็ไหม้ ใจความเป็นอย่างไรกันนี่ ขัดแย้งกันดาวเสียใจ... สุนัขโดนรถชนนะ โดนรถชนใช้คำว่า (คุณครูคณิตา) เพราะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะ (คุณครูคณิตา) เพราะ ก็คือเป็นเหตุเป็นผลกันนะคะ ต่อมาค่ะ ข้อ 5 ค่ะ เขาอยากมีเงิน... ไม่อยากทำงานคุ้น ๆ ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช้คำว่า... (คุณครูคณิตา) ตอบเลย ไม่อยากทำงาน (คุณครูปรเมษฐ) ขัดแย้งกัน (คุณครูคณิตา) เป็นการขัดแย้งกัน เรามาดูข้อ 6 ค่ะ เขามีไหวพริบดีเขา... ปลอดภัยเยี่ยมครับ คำว่า "จึง" (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ ข้อ 7 ค่ะ ... เขาปลูกผักสวนครัว เขา... มีผักกิน ตอบเลยค่ะ เพราะเขาปลูกผักสวนครัว เขาจึงมีผักกิน เป็นคำที่ที่อย่างไร ที่อย่างไรเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) เป็นอย่างไรกัน เป็นเหตุเป็นผลกันนั่นเองครับ (คุณครูคณิตา)ค่ะ ตอบเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ใส่คำว่าอะไรนะคำเชื่อมน่ะ ถ้าเขามีความสุขฉันก็ยินดีกับเขาด้วย หรือยินดีด้วยนั่นเองนะครับ (คุณครูคณิตา) คล้อยตามกันนะคะ ข้อ 9 ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) พรุ่งนี้ขอให้เธอมาหาฉัน อย่างไรก็ดี พรุ่งนี้ขอให้เธอมาหาฉัน (คุณครูคณิตา) เป็นการคล้อยตามนะคะ เอาล่ะค่ะ ข้อสุดท้ายค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช้คำว่าอะไรลูก ถึงเขายากจนเขาก็เป็นคนมีน้ำใจใช่ไหมครับ ใจความคล้อยตามกันนั่นเอง 10 ข้อผ่านไปแล้ว (คุณครูคณิตา) 10 ข้อผ่านไปแล้ว เอาล่ะค่ะ ถึงช่วงเวลาให้นักเรียนทำใบงานเรื่อง คำเชื่อมนั้นสำคัญไฉน บทบาทของคุณครูและนักเรียนปลายทางมีอะไรบ้างคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เดี๋ยวนักเรียนนะครับ ร่วมกันทำใบงาน นักเรียนก็มีกันอยู่แล้วนะครับ ส่วนคุณครูก็ช่วยแนะนำนักเรียนในการทำงาน ให้นักเรียนนั้นทำงานได้อย่างมีความสุข เสร็จปุ๊บส่งปั๊บ ในชั่วโมงครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ เรามาดูตัวอย่างใบงาน ให้นักเรียนนะคะ แต่งประโยคค่ะ บทบาทของคุณครูและนักเรียนปลายทางมีอะไรบ้างคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เดี๋ยวนักเรียนนะครับ ร่วมกันทำใบงาน นักเรียนก็มีกันอยู่แล้วนะครับ ส่วนคุณครูก็ช่วยแนะนำนักเรียนในการทำงาน ให้นักเรียนนั้นทำงานได้อย่างมีความสุข เสร็จปุ๊บส่งปั๊บ ในชั่วโมงครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ เรามาดูตัวอย่างใบงาน ให้นักเรียนนะคะ แต่งประโยคค่ะ บอกชนิดของคำเชื่อมนะคะ ง่าย ๆ สั้น ๆ นะคะ เดี๋ยวให้นักเรียนลงมือปฏิบัติได้เลยค่ะ [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) หมดเวลาค่ะ นักเรียน นักเรียนคนไหนที่ยังทำไม่เรียบร้อยนะคะ ไม่ต้องกังวลค่ะ เดี๋ยวเราค่อยมาทำให้เรียบร้อยนะคะ อาจจะทำเป็นการบ้านก็ได้ อาจจะทำว่างก็ได้ อาจจะทำในเวลาว่างก็ได้ คุณครูปลายทางก็สามารถที่จะดูแลและช่วยเหลือนักเรียนได้ตลอดเลยนะคะ เอาล่ะค่ะ เรามาตรวจสอบความถูกต้องนี่เป็นแนวทางที่คณิตาและคุณครูปรเมษฐนี่ก็ได้ช่วยกันทำไว้เป็นแนวทางนะคะ นักเรียนจะแต่งประโยคอย่างไรก็ได้นะ เรามาดูประโยคแรกกันเลยดีกว่านะคะ พอทำการบ้านเสร็จฉันก็ดูโทรทัศน์ พอ กับ ก็ เป็นชนิดของคำเชื่อมนี่เป็นชนิดใดคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เชื่อมใจความเป็นอย่างไรครับ เด็ก ๆ คล้อยตามกัน ไปดูข้อที่ 2 ต่อ ครูก็แต่งว่าเห็นภาพนี้แล้วนะ แม่จะซื้อของคนละทางครับ แต่ลูกจะกลับบ้าน นักเรียนอาจจะไม่แต่งอย่างนี้ก็ได้นะครับ คำว่า "แต่" เป็นคำเชื่อมแบบขัดแย้งกัน เป็นต้น ยกตัวอย่างให้ดูนะครับ (คุณครูคณิตา) ยกตัวอย่างนะคะ เพราะเขานอนดึกจึงตื่นสาย ก็เป็นใจความที่เป็นเหตุเป็นผลกันนั่นเอง ต่อมาค่ะ นักเรียนต้องทำการบ้าน มิฉะนั้น โดนครูทำโทษ เป็นชนิดคำเชื่อมแบบใดคะ (คุณครูปรเมษฐ) มิฉะนั้น เป็นแบบใดลูก เป็นอะไรให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งนะ ถ้าเกิดไม่ทำก็โดนทำโทษล่ะนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เอาล่ะค่ะ เรามาดูข้อที่ 5 ค่ะ สังเกตที่รูปค่ะ เธอจะไปกับเขาหรือไปกันฉัน (คุณครูปรเมษฐ) คำว่าหรือเชื่อมอย่างให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งนั่นเองนะครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ นักเรียนนะคะ สามารถที่จะแต่งโดยนำประโยคอื่น ๆ นี่มาแต่งได้เลยนะคะ แล้วก็ใช้คำเชื่อมต่าง ๆ ที่ได้เรียนไป ไม่จำเป็นว่าจะต้องตามครูทั้งหมด นี่คือแนวทางเฉย ๆ ใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นแนวทางเฉย ๆ ครับ นักเรียนเห็นภาพอาจจะไม่ได้คิดตามนี้ก็ได้ แต่ขอให้ใส่คำเชื่อมไป ครูก็สบายใจแล้วครับ นักเรียนครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เมื่อนักเรียนทำเสร็จแล้วนะคะ คุณครูปลายทางเก็บผลงานนักเรียนไปตรวจและให้คะแนนเป็นที่เรียบร้อยด้วยนะคะ เอาล่ะค่ะ เรามาถึง ช่วงเวลาสรุปบทเรียนเขียนองค์ความรู้ค่ะ วันนี้เรามีคำถามเล็ก ๆ น้อย ๆ มาถามนักเรียนค่ะ นั่นก็คือ... คืออะไรคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) หากเราไม่ใช้คำเชื่อมในประโยคที่พูดหรือเขียนจะเกิดผลอย่างไร ถ้าเราไม่นำคำเชื่อมมาใช้นี่จะเป็นอย่างไรลูก ในประโยคที่เราพูดกันนี่ ลองตอบเป็นความคิดเห็นของหนู ให้ช่วยกันตอบให้ดังมาถึงที่วังไกลกังวลแห่งนี้เลยนะครับ ครูจะได้นำมาสรุปให้เพื่อน ๆ หนูทั่วประเทศได้ฟังกัน (คุณครูคณิตา) ถ้าเด็ก ๆ นี่ให้ความร่วมมือในชั้นเรียนนี่ก็ถือว่าเป็นการใฝ่เรียนใฝ่รู้อย่างหนึ่งนะคะ เป็นการกระตุ้นตัวเองนะคะ ให้ตัวเองนี่สร้างองค์ควรมรขึ้นมาแล้วเกิดการเรียนรู้เพิ่มมากขึ้น เอาล่ะค่ะ เดี๋ยวเรามาดูคำตอบกันดีกว่านะคะ หากเราไม่พูดในประโยคที่พูดจะเกิดผลอย่างไรก็คือ จะทำให้พูดหรือเขียนข้อความนั้นนะคะ แล้วบางครั้งนี่ ถ้าเราไม่นำคำเชื่อมมาใช้นี่ประโยคก็จะไม่เชื่อมโยงกัน แล้วมันจะเกิดปัญหาขึ้นไหมคะนี่ (คุณครูปรเมษฐ) เกิดไหมลูก มันเกิดแน่นอนครับ เพราะ... (คุณครูคณิตา) มันจะทำให้ (คุณครูปรเมษฐ) ประโยคไม่ได้ใจความ ความหมายไม่ได้ สื่อสารไม่เข้าใจ เห็นไหมตามกันมาหมดเลย ดังนั้นจึงต้องศึกษาและใช้ให้ถูกต้องนะครับ เด็ก ๆ เห็นความสำคัญแล้วต่อไปนี้ใช้ให้ถูกนะ (คุณครูคณิตา) บทเรียนครั้งต่อไปเราจะเรียนเกี่ยวกับอะไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูคณิตา) เราจะขึ้นบทใหม่ผ่านมาแล้ว 4 หน่วยด้วยกัน คือ สุภาษิตสอนหญิง เราจะเรียนกันในเรื่อง การอธิบายความหมายของคำ เราต้องรู้ความหมายของคำศัพท์ก่อนจึงจะเรียนได้อย่างมีความสุขนะสิ่งที่ต้องเตรียมมานะครับ พจนานุกรมต้องใช้หนังสือวรรณคดีลำนำ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 พกมาอีกแล้วนะครับ ใช้ยาวเลย ในเรื่องอย่าชิงสุขก่อนห่าม มันจะไม่งามดีเนื้อหาข้างในนั้นเป็นอย่างไร เราจะมาเรียนรู้กันในห้องเรียนอย่างมีความสุขครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ซึ่งข้อมูลนะคะ ก็สามารถดาวน์โหลดได้ที่นี่ค่ะ ค่ะ สำหรับวันนี้คุณครูคณิตาและคุณครูปรเมษฐก็ขอลาไปเพียงเท่านี้นะคะ สวัสดีค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สวัสดีครับ [เสียงดนตรี] - ทุกท่าน และนักเรียนปลายทางทุกคนค่ะ วันนี้พบกับคุณครูคณิตา หนุนอนันต์ และครูในรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6ค่ะ วันนี้เด็ก ๆ ตอบคุณครูได้ไหมคะ ว่าวันนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไร ตอบได้ไหมเอ่ยเดี๋ยวจะให้ครูปรเมษฐนะคะช่วยตอบนะคะ คุณครูปรเมษฐคะ ช่วยตอบเด็ก ๆ หน่อยสิคะว่าวันนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะ