--- title: ฝึกแบ่งพิมพ์ (DLTV ภาษาไทย ป. 6 หน่วยที่ 8) ๑ การเลือกอ่านหนังสือ ตามความสนใจ (๑) ๓๐ ก.ย. ๖๔ (มีใบงาน และใบความรู้) subtitle: date: วันอังคารที่ 12 เมษายน 2565 เวลา 09.10 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) ทุกคนนะครับ วันนี้ผมกับครูปรเมษฐ ศรีกำเหนิด และครูคณฺตา หนุนอนันต์ ปีที่ 6 นั่นเองนะครับ วันนี้นี่ครูก็ได้ไปเที่ยวร้านหนังสือมา ก็มีหนังสืออยู่ 2 เล่ม สุภาพษิตและคำพังเพยนะครับ ก็ถูกใจและก็จึงซื้อมาแล้วก็มาฝากกับครูคณิตา ครูคณิตาคงจะชอบนะครับ เพราะว่าเห็นชอบศึกษาเกี่ยวกับสำนวนไทยอยู่ ผมเห็นเลยซื้อมาฝากครับครูเห็นก็เลยซื้อมาฝากครับ ขอบคุณค่ะนี่ใจดีจังเลยนะคะนี่ เอาล่ะค่ะวันนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะ ในเมื่อถ้าเกี่ยวกับหนังสือที่ได้เลือกมาได้ซื้อมานะ ก็สอนนักเรียนดีกว่า ให้เรียนเรื่องการเลือกอ่านหนังสืออ่านหนังสือตามความสนใจนะครับ ถ้าเรากันเลยดีกว่าครับนักเรียนครับ นักเรียนครับลวันนี้ครูก็จะให้นักเรียนได้ศึกษาในเรื่องของการเลือกอ่านหนังสือใช่ไหมครับ เลือกอ่านอย่างไรมันได้ประโยชน์กับเรานะ ครูมีเพลงมา เด็ก ๆ ครับ เดี๋ยวไปดิสิ ชื่อเพลงอะไรนี่ ชื่อเพลงอะไรครับเด็ก ๆ ครับ เพลงฉลาดทันคน นะครับ เกี่ยวข้องกับอะไรเนื้อหาที่เราจะเรียนในวันนี้ เดี๋ยวลองอ่านเนื้อดีกว่านะเด็ก ๆ อ่านแบบธรรมดาพร้อม ๆ ครต้องมีการร้องเพลงแน่นอนเลยนะครับ ดีกว่าไหมคะ เด็ก ๆ จะได้จำได้ในเวอร์ชันที่เป็น (คุณครูปรเมษฐ) ได้ครับ แต่ว่าเดี๋ยวคุยกันในเนื้อก่อน คนอ่านเนื้อพร้อม ๆ กัน คนอ่านหนังสือคือ ผู้ฉลาดทันคน เหมือนมีทรัพย์มากเหลือล้น ใครจะปล้นครูคณิตา // ค่ะ นั่นหมายถึงว่า อ่านหนังสือนะคะ คือ ผู้ที่มีความรู้ค่ะ ผู้ที่มีความรู้นั้น เราไม่สามารถไปปล้นหรือดึงความรู้ของคนนั้นมาได้นะคะ เงินทองนะคะ ที่เราจะไปจี้หรือเราจะไปปล้นมาได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่แค่ ในบทเพลงแล้วเกี่ยวกับความสำคัญของการอ่านหนังสือว่ามันมีคุณค่ากับเรามากขนาดไหน นักเรียนครับ ในเมื่อมันเป็นเพลง เดี๋ยวเราอ่านไปพร้อม ๆ กันนะครับ เดี๋ญวร้องเพลงไปพร้อ มๆ ก [เสียงดนตรี] คนอ่านหนังสือ คือ ผู้ฉลาดทันคน วันนี้สภาพเหลือล้นทรัพย์มากเหลือล้น ใครจะมาปล้นหรือจี้ไม่ลังเลทำตัวเสเพลทำไม รีบอ่านกันเสียเร็วไว จะทำให้พบสิ่งดีงาม การอ่านหนังสือฝึกสมอง ได้คิดได้ไตร่ได้ตรองทำให้มองโลกในมุมกว้าง พัฒนาความคิดพินิจพอเคพบทางสว่าง งานทุกอย่างทำได้ง่ายดาย คนอ่านหนังสือคือ ผู้รักการขวนขวาย ดุจเทียนส่องแสงประกาย แสงเพรวหากอ่านทุกวัน ชีวิตสุขสันทุกสิ่งทุกสิ่ง หนังสือนี้ดีจริง ๆ อย่าอยู่นิ่งอ่านได้ทุกอย่าง เมื่ออ่านตั้งใจเพื่อจับใจความตั้งคำถามว่าได้ความเรื่องใดไปบ้าง และควรบันทึกตริตรองเพื่อให้กระจ่าง เรื่องราวความรู้ต่าง ๆ ใช้เอ่ยอ้างสเมื่อยามจำเป็น [เสียงปรบมือ] สุดยอดไปเลยครับเด็ก ๆ ครับ พอเห็นทำนองครูปุ๊บนี่ครูรู้เลยว่านักเรียนร้องตามได้ทันทีนะครับ เพลงนี่มันเป็นสื่อที่ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างนี่มันมีความสุข เป็นพระราชนิพนธ์ของในหลวงรัชกาลชนได้ไร้ซึ่งดนตรี ครูก็จึงนำเพลงนี่ให้มาเข้ากับเนื้อหานะ ซึ่งเพลงนี้ก็มีผู้แต่งนะ ซึ่งครูนำมาจากหนังสนะครับ เอามาให้เข้ากับทำนองนะ เป้นอย่างไรบ้างเกี่ยวกับเรื่องหนังสือ ใช่ไหมครับว่าการอ่านหนังสือมันมีคุณค่าขนาดไหนใช่ไหมลูก ไปกันต่อเลยนะครับ ยินดีต้อนรับหนอนหนังสือ ตอนนี้เด็ก ๆ ทุกคนกลายเป็นอะไรไปแล้วครูคณิตา หนอนหนังสือนี่ เดี๋ยวเด็ก ๆ จะเข้าใจผิด มันหมายความว่าอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) หมายนั่นเองค่ะ เพราะฉะนั้น นักเรียนทุกคนครับ นักเรียนได้ศึกษากับครูทั้ง 2 คนแล้วนี่ ครูก็อยากให้เป็นอย่างเช่นที่ครูนำมาต้อนรับหนูนะ หนังสือคือผู้ที่อ่านหนังสืออยู่ตลอดเวลา คลุกตัวอยู่กับหนังสือ ความรู้มันจะพลังพลเข้าสู่สมองแล้วก็จะเป็นหนอนหนังสือครูอยากให้ลูกศิษย์ทุกคนนี่เป็นเช่นนี้ใช่ไหมครับครูคณิตา วันนี้ครูมีสิ่งมานำเสนอสิ่งหนึ่งนะ เป็นอะไรนี่ (คุณครูคณิตา) คืออะไรคะ เด็ก ๆ ตอบครูได้ไหมคะ ก็คือสถิติการอ่านหนังสือของคนไทยนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูยกสถิติการอ่านหนังสือมาให้ดูนะครับ จากที่ดูกราฟนี่คนไทยอ่านหนังสืออ่านหนังสือมากไหมครับครูคณิตา ก็คืออ่านเยอะอยู่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้มันเป็นกราฟที่มีการพัฒนามาแล้ว ถ้าเป็นสมัยก่อนหรือคนไทยนี่ไม่ค่อยได้อ่านหนังสือดีขึ้นแล้วนะครับ คราวนี้ทำไมมันถึงเกิดเหตุการณ์อย่างนั้นนะครูก็อยากรู้เหมือนกัน ทำไมคนไทยเราอ่านหนังสือน้อยนะครับ ก็เลยนำมาให้นักเรียนได้ลองวิเคราะห์กันดูนะครับ สิ่งใดเป็นสาเหตุที่ทำให้คนไทยอ่านหนังสือน้อยลง ช่วยกันตอบหน่อยนะ ว่าทำไมล่ะ คนไทยถึงอ่านหนังสือน้อยลง ช่วยกันบอกสาเหตุหน่อยครับ เสนอกันเข้ามา (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐคะ ในอดีตจนถึงปัจจุบันเลยหรือเปล่าคะ (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวเด็ก ๆ อาจจะงงนะคะ เด็ก ๆ ก็นึกสาเหตุได้นะคะ จากอดีตถึงปัจจุบันคนไทยค่ะ อ่านหนังสือน้อยลงค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ตอบกันมาแล้ว ครูทั้ง 2 คน ก็รวบรวมเป็นประเด็นสำคัญไว้ดังนี้นะครับ 1 คือ หนังสือไม่ออกค่ะ // อันนี้เรื่องใหญ่เลยทุกโรงเรียนก็จะมีหนู ๆ บางคนนะ ที่ยังอ่านหนังสือไม่แตก อันนี้นี่มันเป็นเรื่องสำคัญนะครับ เรื่องการอ่านหนังสือมันต้องอยู่ที่การฝึกฝนนะ มันทิ้งไม่ได้นะครับ เพราะฉะนั้นนี่ ภาษาไทยเป็นภาษาเพราะฉะนั้น เด็ก ๆ ครับ ต้องอ่านให้ได้ ด้วยการที่เราฝึกฝนตามกลวิธีต่าง ๆ ที่ครูท่านได้สอน พยายามบางคนนี่ สิ่งที่ครูให้ทำมาตั้งกี่คาบแล้วนี่ บางครั้งนี่ยังอ่านหลายคำไม่ออก ครูเชื่อว่ายังเป็นอย่างนั้นอยู่ มันจะทำให้เรานี่หลงไหลแล้วก็รักมันในที่สุดนะครับ อีกสักประเด็นหนึ่ง (คุณครูคณิตา) ประเด็นที่ 2 นะคะนั่นก็คือไม่มีเวลาอ่านหนังสือค่ะ พวกเราแล้วพวกครูนี่ ครูนี่ก็จะอ้างแล้วไม่มีเวลาอ่านหนังสือ เพราะคนไปทำงานใช่ไหมครูคณิตา ก็ทำงานจนไม่มีเวลาอ่านหนังสือ เด็ก ๆ ก็เหมือนกันนะ ไม่มีเวลาครับ ตอบคุณครูเฉยเลยไม่มีเวลาอ่านหนังสือ เด็ก ๆ ครับ คนเรามีเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากันใช่ไหม มันอยู่ที่การเวลาจัดสรรปันส่วนให้ดี เผื่อเวลาสักหน่อยหนึ่ง ในการที่จะมาขลุกอยู่กับหนังสือบ้าง ต่อไปครับ (คุณครูคณิตา) 9jvนั่นก็คือชอบดูโทรทัศน์หรือฟังวิทยุนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ก็ยังดีนะครูคณิตา ดูโทรทัศน์ฟังวิทยุนี่ มันก็ได้ความรู (คุณครูคณิตา) ค่ะ ได้ความรู้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ได้ความรู้ แต่เคยมีงานวิจัยชิ้นหนึ่ง เด็กสมัยใหม่เวลาที่จ้องจอโทรทัศน์นี่ หนังสือมันเลื่อนไปเลื่อนมา มันเกิดผลให้เกิดเรื่องโรคสมาธิสั้น ถึงแม้นว่าจะอ่านออกก็เถอะ มันเลื่อนไปเลื่อนมา ทำให้เรานี่จับจ้องกับตัวหนังสือไม่ได้ นี่ก็เป็นประเด็นที่เกิดขึ้น การฟังวิทยุ การรับสารทางหนึ่งใช่ไหมครับ (คุณครูปรเมษฐ) การฟังนี่ก็เป็นเรื่องที่ดีนะ ฟังแล้วจับประเด็นให้ได้ นี่ก็เกิดองค์ความรู้ ดูโทรทัศน์หรือฟังวิทยุนี่ต่อไปครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ นั่นก็คือชอบท่องโลกอินเทอร์เน็ตค่ะ (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) บางคนเข้าไปศึกษาหาความรู้อย่างเดียวเลย ครูมอบหมายให้ไปค้นคว้าสิ่งให้ เขาเหล่านั้นซึ่งความรู้มันถูกบรรจุและมันก็ดึงมาใช้เมื่อไหร่ก็ได้ แต่บางคนเป็นอย่างไรลูก เล่นเกมใช่ไหม ดูการ์ตูนใช่ไหม สิ่งเหล่านี้นี่ 1. คือ เล่นเกม เล่นเกมนี่ไม่ใช่ไม่ดีนะ เล่นเกมได้ทักษะ เห็นวิธีการในเกม ได้ทักษะเรื่องการใช้คีย์บอร์ด เรื่องการ เกมส่วนมากเกี่ยวกับการต่อสู้ใช่ไหม ก็ไปจำท่าทางอะไรมาใช้ในการป้องกันตัวได้ แต่ไปนี่ ๆ คือ ประเด็นเลยนะ ท่องโลกอินเทอร์เน็ตนี่ดีก็ดี ไม่ดีก็พาเสียเลยนะครับ เลือกที่จะบแล้วก็บริโภคการปฏิบัติต่าง ๆ เกี่ยวกับการใช้ชีวิตนะ เด็ก ๆ ฝากไว้ด้วย เป็นสิ่งสำคัญ เราควรที่จะเลือกอ่านตามความสนใจของเรา เห็นด้วยกับครูไหม ครูคณิตาเห็นด้วยไหม (คุณครูคณิตา) เห็นดได้ความรู้ไหมล่ะ ต่อให้อ่านไปได้ความรู้ไหม (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ แต่ทำให้เรานี่ไม่สามารถที่จะรับสิ่งที่เรานั้นอ่านได้เต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ทำให้ใจเรานี่มันฝักใฝ่สนใจเสียก่อน และมันก็จะทำให้การอ่านนั้นประสบความสำเร็จนะเลือกตามความสนใจแล้วก็เลือกให้ตรงตามจุจุดประสงค์ของการอ่านด้วย เราต้องการศึกษาเรื่องนี้ เราก็จะต้องไปอ่านเรื่องนี้ เราต้องการเลือกตาไปอ่านเรื่องสุนัขได้ไหม อันนี้ก็คือความสำคัญนะครับ ของการเลือกอ่านหนังสือนั่นเองนะครับ จุดประสงค์ของการเรียนรู้วันนี้ครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เลือกอ่านตามความสนใจได้ค่ะ 2. เลือกอ่านหนังสือามตามความสนใจได้ค่ะ 3. เขียนบันทึกการอ่านหนังสือ ขออภัยค่ะ จากหนังสือตามความสนใจได้ค่ะ 4 ความสำคัญของการเลือกอ่านหนังสือค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้น เด็ก ๆ ครับ เด็ก ๆ เห็นกิจกรรมที่จะเกิดขึ้น การเลือกอ่านหนังสือแล้วนำมาบันทึกการอ่าน แล้วเราก็มาอภิปรายร่วมกันก็จะประสบผลสำเร็จในการศึกษานี้ครับ เอาล่ะครับ ครูมีหนังสือมานี่ 4 เล่ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) มีเรื่องอะไรบ้างคะนี่ (คุณครูปรเมษฐ) เด็กเกี่ยวกับเรื่องอะไรครับ (คุณครูคณิตา) เรื่องแรก เด็ก ๆ จะดมากเลย นั่นก็คือหนังสือที่อยู่ตรงกลางนะคะ ครูเชื่อว่าเด็ก ๆ หลายคนนี่เคยอ่านนิทานเรื่องเล่านะคะ สมัยตอนที่ยังเป็นเด็ก ๆ นั่นก็คือเด็กเลี้ยงแกะนัน่เองค (คุณครูปรเมษฐ) หนังสือพิมพ์ใช่ไหมครูคณิตา อันนี้ก็เป็นหนังสือในชีวิตประจำวันนะ ที่เด็ก ๆ เห็นกันอยู่ทุกวัน ครูเชื่อว่าต่อไปหนังสือพิมพ์นี่ก็จะหายไปนะ จากโลกเรานี่ อาจจะไม่มีหนังสือพิมพ์แล้ว เพราะทุกวันนี้นี่ เรเสพข้อมูลจากทางไหนลูก ท่องโลกอินเทอร์เน็ต หนังสือพิมพ์จะลดความสำคัญน้อยลง สำนักข่าวต่าง ๆ ก็จะอัปเดตหรือส่งข่าวสารนี่ทางเว็บไซต์ใช่ไหมครูคณิตา หนังสือพิมพ์ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เด็ก ๆ เคยเห็น มีตัวหนังสือมามากเลยที่ได้เห็นถ้าเราอ่านนี่ อ่านสักหน้าหนึ่งครูคณิตา เด็ก ๆ ครับ คิดว่าเป็นอย่างไร เราก็ได้รู้จักคำใช่ไหม อาจจะจับใจความไม่ได่นี่อะไร (คุณครูคณิตา) หนังสืออะไรคะคุ้น ๆ ไหมเอ่ย เด็ก ๆ คะ ตอบมีชื่อนามสกุลเลขที่นีเด็ก ๆ หยิบออกไม่รู้ทำไม มันเป็นแบบเรียนใช่ไหมครูคณิตา เป็นแบบเรียนนะคะ ของกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ค (คุณครูปรเมษฐ) ซึ่งแบบเรียนนี่ก็อาจจะเป็นหนังสือที่เด็ก ๆ อาจจะเป็นหนังสือที่เด็ก ๆ หลายคนชอบนะ เพราะมัความรู้ข้างในนั้น เด็ก ๆ ครับ อย่าอคติกับมันใช่ไหม อย่าไปอัขติว่ามันเป็นวิชาเรีเราทำอย่างไรก็ได้ให้ตัวเราเข้าไปนั่งในหนังสือนั้น ๆ เชื่อได้เลยว่าเราจะเป็นหนอนหนังสืออย่างแท้จริง เล่จากครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เล่มแรกนะคะ อ้านอ่านออกเสียงให้คุณครูฟังหน่อยค่ะ อ่านว่าอะไรนะคะ นั่นก็คือกาหลมหรทึกาหลมหรทึกค่ะ เป็นหนึงสือประเภทใดคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) หาหลมหรทึกหรือ แค่ชื่อก็น่ากลัวแล้วนะ เกี่ยวกับอะไรเด็ก ๆ คิดสิ น่าจะเป็นพวกนวนิยายต่าง ๆ เด็ก ๆ หลายคนนะ ในเรื่องการอ่านนิยายอ่านการ์ตเด็ก ๆ ชอบ แต่ที่ครูคณิตานำเสนอเล่มแรกนี่ เชื่อว่าเด็ก ๆ หลายคนชอบ หนังสือนิทานอยู่นะครับ อันนี้ก็คือหนังสือในชีวิตความจริงมีมากมายเลย มีจำนวนมากที่เด็ก ๆเคยเห็น เคยสัมผัสมานะครับ หนังสือที่นักเรียนได้เห็นมีหนังสืออะไรบ้าง ได้บอกไปหมดแล้ว อะไรบ้างนะ ช่วยกันตอบ (คุณครูคณิตา) มหน่อยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) 1. คือ ถูกต้องนิทานใช่ไหม 2. คือ แบบเรียน 3. คือ หนังสือพิมพ์นะ และ 4. ก็คือนวนิยายนะ ที่นักเรียนได้เห็น คุณครูที่หนู ๆ อยู่อาจจะนำหนังสือมาให้เด็ก ๆ ก็ได้ มีหนังสือหลายประเภทใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ ต่อมาค่ะ นักเรียนชอบอ่านหนังสือประเภทใดมากที่สุดคะ ค่ะ ตอบคุณครูปลายทางได้เลยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ช่วยกันตอบนะช่วเป็นการแสดงความคิดเห็นนะ ครูคณิตาครับ ขอเสียงส่วนใหญ่หน่อย ก็จะเป็นประเภทนิทานนะคะ แล้วก็ออีกอย่างหนึ่งจะเป็นหนังสือเกี่ยวกับการ์ตูนค่ะ หรือว่านวนิยายค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่มีใครสนใจแบบเรียกับหนังสือพิมพ์เลยหรือครับ (คุณครูคณิตา) อาจจะมีนะคะ แตส่วนอีกส่วนหนึ่งนะคะ ที่คุณครูนี่ไม่ได้ยินเสียงของนักเรียนนี่ไม่ชัดเจนค่ะ แต่ที่ได้ยินชัดเจนนี่ก็จะเป็น 3 อย่างที่คุณครูไ้ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ยังดีที่ยังสนใจในการอ่านหนังสือเพราะชื่อเรื่องก็บอกอยู่แล้วเลือกอ่านอ่านหนังสือตามความสนใจ เพราะฉะนั้น นักเรียนสนใจเรื่องใดก็ต้องอ่านเรื่องนั้น ถูกต้องแล้วครับ เอาล่ะครัหนังสือที่นักเรียนชอบอ่านมีประโยชน์อย่างไร นิทานใช่ไหม ไหนลองบอกประโยชน์ของนิทานช่วยกันตอบเลย ทุกคนเลย เป็นอย่างไรลูก หนังสือนิทานให้ประโยชน์อย่างไร เด็ก ๆ ตอบแล้วครูคณิครับเด็ก ๆ ตอบแล้วครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นอ (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวคุณครูจะรวบรวมคำตอบของนักเรียนนอย่างแรกเลยค่ะ ประโยชน์ก็คือ (คุณครูปรเมษฐ) มันเป็นอย่างไรเด็ก ๆ หนังสือนิทานนี่มันให้ข้อคิดเราใช่ไหม หนังสือนิทานนี่ให้ความรู้ ให้ข้อคิด ให้ความบันเทิงแล้วก็ตอบสนองความต้องการใช่ไหมครับ อันนี้คือประโยชน์ในการอ่านหนังสือนิทานของเด็ก ๆ รวมถึงหนังสือทุกประเภทเลยนะหนังสือนี้ เอาล่ะครับ การอ่านนี่ มันมีประโยชน์อย่างไรนักเรียน อ่านแล้วมันมีประโยชน์ต่อนักเรียนอย่างไร (คุณครูคณิตา) นักเรียนตอบสั้น ๆ เลยค่ะ การอ่านมีประโยชน์กับนักเรียนอย่างไร ตอบคุณครูได้เลยค่ะ คำตอบนั่นก็คือการอ่านมีประโยชน์ ก็คือทำให้เรานี่มีความรู้เพิ่มมากขึ้นนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่เป็นสิ่งสำคัญเลยนะครับ เราอ่านเพื่ออะไร เราอ่านเพื่อเราต้องการความรู้ การอ่านแล้วเราก็นำความรู้นั้นมาต่อยอดนำมาปรับใช้ในชีวิต นี่คือจุดประสงค์นะครับ เอาล่ะครับ ครูก็มีใบความรู้นะ ก็มีให้นักเรียนได้ศึกษา แบ่งกันตามกลุ่มนักเรียน แล้วก็ศึกษาใบความรู้เรื่องอเลือกอ่านหนังสือและมารยาทในการอ่านค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ครับ มีทุกคนนะครับ อ่านแล้วทำความเข้าใจว่ามันเป็นอย่างไรเกี่ยวกับใบความรู้นี้ ให้เวลา ลงมือครับ (คุณครูคณิตา) หมดเวลาค่ะนักเรียน เดี๋ยวเรามาสรุปความรู้จากการศึกษาใบความรู้ไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับ การอ่าน ขึ้นคำใหญ่เลย การอ่านคือ... (คุณครูคณิตา) การอ่าน คือ การรับรู้ความหมายจากถ้อยคำหรือสิ่งพิมพ์ ในหนังสือเป็นการรับรู้ว่าผู้เขียนคิดอะไรและพูดอะไร โดยเข้าใจในเนื้อหาทั้งหมดรวมเป็นเรื่องราวเดียวกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ก็คือเรื่องความหมายใช่ไหมครับครูคณิตา เกี่ยวกับการอ่านนะ พออ่านแล้วนี่เด็ก ๆ ก็จะได้ตามเนื้อความที่ครูนั้นนำมาให้ดู แล้วเด็ก ๆ ก็เจอในใบความรู้แล้วใช่ไหมคกันอีกครั้งหนึ่งนะ เอาล่ะครับ หลักในการเลือกหนังสืออันนี้สำคัญ และเลือกอย่างไร ไปดูกันเลย 1. ครับ (คุณครูคณิตา) 1. ค่ะ มีสาระเรื่องราวค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เราจะเลือกใช่ไหม เลือกอย่างไรให้ตรงกับความต้องการของเรา เราอยากรู้สิ่งใด ก็ให้อ่านสิ่งนั้น มันถึงจะถูกต้อง 2. เนื้อหาต้องเป็นอย่างไร ถูกต้อง มาจากแหล่งอ้างอิงที่เชื่อถือได้ อันนี้สำคัญมากนะ หนังสือหรือบทความต่าง ๆ ที่นำมาอ่านนำมนำมาเขียนกันนี่ มันจะต้องมีแหล่งอ้างอิงนะ ถ้าเป็นในหนังสือนี่ เขียนหนังสือจบ 1 เรื่อง ก็จะมีบรรนานุกรม นะครับ เพราะมันต้องอ้างอิงว่านี่นะ ข้อมูลนี่น่าเชื่อถือได้ ถ้าอยากจะรู้ อยากจะตรวจสอบก็ไปตรงนี้ ๆ เป็นการอ้างอิง (คุณครูคณิตา) ต่อไปได้รับรางวัลสำคัญ ๆ นะคะ จากองค์กรที่มีคุณภาพค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เวลาที่เราจะเลือกอ่านหนังสืสักเล่มหนึ่ง ให้ดูว่าได้รับรางวัลอะไรบ้าง การที่หนังสือได้รับรางวัลจะต้องเป็นอย (คุณครูคณิตา) จะต้องเป็นหนังสือที่ดีค่ะ หรือว่าหนังสือเล่มนั้นนะคะ จะมีจุดเด่นด้านใดด้านหนึ่งคืด นี่ควรที่จะศึกษาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ ต่อไป เขียนโดยนักเขียนที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับ ประเทศไทยของเรานะครับ มีนักเขียนนักเขียนหนังสือนี่เป็นจำนวนมากครับ และนักเรียนแต่ละคนนี่ก็ล้วนแล้วเก่ง ๆ ทั้งนั้น กระทั่งเป็นอาจารย์ก็มี ต่าง ๆ นี่ก็สร้างตำราให้เราได้ศึกษาได้อ่าน เพราะฉะนั้น เด็ก ๆ ก็มีโอกาสเลือกบริโภคข้อมูลที่ตนเองเลือกได้หลานยใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้คือความโชเด็ก ๆ ทุกคนนะครับ เอาล่ะครับ มีอีกนะ ต่อไป (คุณครูคณิตา) นั่นก็คือมีคุณค่าดีนะคะ พร้อมทุกด้านค่ะ ได้แก่เนื้อหาความคิดทางภาษาแล้วก็รูปแบบการนำเสนอค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็อย่างที่คุณครูคณิตาได้อธิบายไป เนื้อหาต้องดี แฝงด้วยคิดที่ดีนะ รวมถึงภาษาที่ใช้ในการเขียนก็ถูกหลัก รูปแบบการนำเสนอในเล่มนั้นเป็นที่น่าสนใจ อันนี้หนังสือก็มีจะมีคุณค่าไปโดยปริยายน่าอ่านทันทีได้รับการยอมรับ สืบทอดการมาทุกยุคทุกสมัย เช่นวรรณคดีใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ วรรณคดีนะคะ ที่นักเรียนนี่ได้เรียนอยู่นะคะ หรือว่านักเรียนอ่านเพิ่มเติมนี่ ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่สืบทอดต่อ ๆ กันมานะคะ เป็นสิ่งที่มีคุณค่าควรแก่การอนุรักษ์ไว้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มันไม่ใช่แต่วรรณคดีอย่างเดียวนะลูก หลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่างที่เรายึเป็นตำราในการยึดแล้วนะ เพราะฉะนั้น ก็วิเคราะห์ดูให้ดีนะ ต่อไป เนื้อหานี่ต้องไม่โน้มนำไปในทางเสื่อม หรือสร้างความแตกแยกไว้ในสังคมวัฒนธรรม อ่านแล้วนี่ ให้จิตใจเรานี่มันดีขึ้นนะ อย่าอ่านแล้วพาจิตใจเราไปในทางเสื่อม คิดไม่ดี อันนี้ก็ไม่ควรอ่านนะหนังสือแบบนั้น หรือบางครั้งอ่านแล้วสร้างความแตกแยกทางสังคม ให้เกิดการต่อต้านต่าง ๆ เด็ก ๆ ก็ไมาที่จะเลือกอ่านหนังสือประเภทนั้นนะครับ การอ่านนั้นมีประโยชน์มีประโยชน์อย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) นั่นสิคะ เด็ก ๆ หลายคนก็อาจจะสงสัยนะคะ ว่า เอ้ เราอ่านไปทำไม การอ่านมีประโยชน์อย่างไร ข้อที่ 1 นะคะ เป็นการแสวงหาความรู้ที่ง่ายอย่างที่บอกนะคะ หนังสือสามารถอ่านและพบเจอได้โดยทั่ว ๆ ไปนะคะ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์หนังสือการ์ตูน นวนิยายหรือแม้กระทั่งหนังสือเรียนนี่ ก็เป็นแหล่งหาความรู้ที่นักเรียนนี่สามารถที่จะหยิบต้อง ค้นคว้าหาความรู้ด้วยตัวเองนะคะ ได้อย่างสะดวกนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่เชื่อเดหนังสือในกระเป๋าที่พกมาสิครับ เป็นอย่างไร มันน่าอ่านจะตายนะ มีตั้งหลายเล่มเลยที่พกมา นั่นล่ะ แค่หยิบมาอ่านก็ได้ความรู้แล้วครับ ต่อไปเป็นการเสิรมสร้างความคิด เสริมสร้างความคิดเมื่อเราอ่านแล้ว ความคิดของเรามันก็จะพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นใช่ไหมลูก มันเสริมสร้างภูมิปัญญาเรา (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ ช่วยให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิตค่ะ เอ้ เราจะเรียนรู้ตลอดชีวิตได้อย่างไรนะ เด็ก ๆ ตอบคุณครูได้ไหมคะ นั่นก็คือจะมีความรู้ติดตัวค่ะ เมื่อเรามีความรู้ติดตัวจะเกิดอะไรขึ้นคะ คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ทำสิ่งใดก็ตามย่อมความสำเร็จเพราะใช้วิชาในการเป็นเครื่องในการแก้ไขปัญหา วิชาความรู้ที่ได้มันก็มาจากการอ่านหรือการดูฟังมาก็ตาม แต่การอ่านก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ให้วิชาความรู้แกเรียนรู้ตลอดชีวิตหมายถึงอะไร การอ่านนี่มันเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลาใช่ไหมครูคณิตา แม้เรหนังสือขึ้นมา 1 เล่มนี่ก็อ่านได้แล้ว เพราะฉะนั้น มันทำให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต และวิชาต่าง ๆ ทีเข้าสู่สมองเรา ก็เป็นสติปัญญาในอนาคตนั่นเองนะครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ มีความจำเป็นต่อการศึกษาเล่าเรียนนี่ก็คือส่วนสำคัญเลยนะคะ การที่นักเรียนไดกำลังนั่งเรียนอยู่ในการอ่านใบความรู้การอ่านนะคะ สิ่งต่าง ๆ ที่ครูสรุปมาให้บนหน้าจอนะคะ ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นนะคะ ถ้านักเรียนอ่านหนังสือไม่ได้อ่านหนังสือไม่เข้าใจนี่ ก็จะทำให้นักเรียนนี่พลาดนะคะ หรือว่าอาจจะทำให้ได้รับความรู้เหล่านั้นได้ไม่เต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เหปมันมีความสำคัญและมีประโยชน์กับชีวิตหนู ๆ มา่กเลยนะครับ เป็นการยกระดับสติปัญญาให้สูงขึ้นอย่างที่ครูบอก พัฒนาและสติปัญญา ทำให้เรานี่มีความรู้ในระดับที่สูงขึ้น นั่นก็คืออย่างเช่นนักเรียนเรียนนี่นะ 1 ปีเราก็จะมีการสอบไล่เลื่อนชั้น 1 ครั้งใช่ไหมครูคณิตา วิธีการพัฒนาการอ่านก็เป็นเช่นนั้นนะครสติปัญญาของเราไปเรื่อย ๆ จนเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพนั่นเองนะ อ่านได้ความรู้คู่การบันทึกนะ ไปดูกันเป็นอย่างไร ไปรู้จักบันทึกการอ่านหมายถึงอะไรน่ะ (คุณครูคณิตา) บันทึกการอ่านนะคะ การจดบันทึกความค่ะ เกี่ยวกับสิ่งที่อยากอ่านนะเพื่อเป็นหลักฐานใวิชาความรู้นี่ จำไม่หมดก็จดดีกว่าจำ เราอ่านแล้วถ้าเราไม่ได้บันทึกไว้นี่ บางครั้งความจำเราก็ไม่ (คุณครูปรเมษฐ) แต่ถ้าเราบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักถ้ามันไม่ถูกน้ำท่วมหรือไฟไหม้หรือหายไปนี่ มันกอยู่ วรรณคดีที่นำมาเรียนทุกวันนี้ นั่นก็เป็นการบันทึกมานะ เป็นการเขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษร แม้แต่หนังสือไทย (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็มีการบันทึกไหม (คุณครูคณิตา) มีค่ะ ไหนคะ ในหลักอะไรเอ่ย หลักศิลาจารึกค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) บันทึกลงในแท่นหินศิลาเลยนะ ไม่หายแน่นอนนะ เห็นไหมการอ่านนี่ถ้าเราไม่ทันทึกไว้ไม่บันทึกไว้เสีย มันก็คงหายไป ไปดูกันเลย หลักการบันทึกการอ่านมีอะไรบ้างเด็ก ๆ ไปดูกันเลยค (คุณครูคณิตา) อ่านเรื่องให้เข้าใจค่ะ และจับประเด็นสำคัญ นี่ก็คือสิ่งแรกเลยนะคะ ก่อนที่เราจะบันทึกหรือว่าจะเขียนลงไปค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ ต้องเข้าใจเรื่องก่อนใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ ก็อย่างที่ครูได้บอกนักเรียนทำสิ่งใดหรือเวลาอ่านอะไรก็ตามนี่นักเรียนจะต้องจับประเด็นสำคัญให้ได้ เมื่อเราจับประเด็นสำคัญได้ นั่นล่ะเราค่อยมาบันทึก และประเด็นสำคัญอยู่ตลอดไปนะครับ ต่อไป เขียนบันทึกเรื่องราวตามลำดับ เกิดเหตุการณ์อะไรบ้างในเรื่อง วิธีทำกับข้าวนั้นทำอย่างไร วิธีการปรุงยาชนิดนี้ทำอย่างไร วิธีการสร้างบ้านทำอย่างไร นี่คือการบันทึกเรื่องราวตามลำดับ จากการที่เราอ่านหนังสือและเราสนใจในเรื่องนั้น ๆ ใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็บันทึกตามลำดับจะเป็นอย่างไรครูคณ (คุณครูคณิตา) ก็จะทำให้การจัดลำดับความคิดนะคะ สับสน รวมถึงอาจจะทำให้เรารับความรู้เหล่านเกิดความผิดพลาดได้ค่ะ อย่างเช่น หากนักเรียนจดบันทึกการทดลองแล้วนักเรียนสลับข้อกันนี่ แล้วนักเรียนนำไปทดลองจะเกิดอะไรขึ้นคะ ได้เลยนะครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เห็นไหมความนี่สำคัญมาก ต้องใช้สำนวนภาษาของตนเองในการบันทึก มันเป็นของเรา การอ่านนี่เรานำความรู้ของคนอื่นมาบันทึกเป็นของเรา เพราะฉะนั้น ต้องใช้ภาษาของเรียบร้อยนะครับ ต่อมาอย่างไร (คุณครูคณิตา) นั่นก็คืออ้างอิงแหล่งที่มาค่ะ แหล่ง ที่เราบันทึกค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้สำคัเราอยากจะรู้เรื่องนี้เต็ม ๆ ก็ไปบันทึกวันเดือนปีมีไว้เพื่ออะไร เราอ่านเรื่องนี้ไปเมื่อกี้ปีมาแล้ว แล้วมันจะเป็นหสมมติข้อมูลมันเปลี่ยนไปในวันข้างหน้า บันทึกนี่มันก็ข้อมูลเป็นแบบนี้ แล้ว ณ วันนี้ข้อมูลมันเปลี่ยนไปนั่นเอง เอาล่ะครับ ทำใบงานกันดีกว่านะ ใบงานเรื่องบันทึกการอ่านนะครับ นักเรียน บทบาทของนักเรียนทำอะไรครับครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) บทบาทของนักเรียนนะคะ ให้นักเรียนทำใการบันทึกการอ่านค่ะ และหลังจากบันทึกการอ่านเรียบร้อยแล้วนะคะ ให้นักเรียนค่ะ นำเสนอผลงานของตนเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ส่วนคุณครูนะครับ ก็แนะนำวิธีการนวันนี้อาจจะยังไม่เป็นบันทึกเต็มนะ อาจจะให้เลือกอ่านหนังสือก่อนแล้วก็บันทึกดูว่านักเสนใจใคร่รู้ในหนังสือประเภทใดครับ ไปดูหน้ใบงานกันเลยนะ เป็นอย่างนี้นะ จะได้เลือกอ่านหนังสือใช่ไหม 1 เรื่อง สำนักพิมพ์ไป แล้วบอกว่าเลือกหนังสือเลเพราะอะไรนะ พอบอกแบบนี้แล้ว ก็ตอบคำถามข้อที่ 2 นักเรียนก็ตอบว่าหนังสือเล่มนี้มีเนักเรียนก็ตอบมานะ แล้วก็บอกประโยชน์ของเนื้อหานั้น ๆ เพราะฉะนั้น ครูไม่ได้บอกเลยว่าต้องอ่านหนังสือนี้ ๆ ครูให้เป็นอย่างไร เลือก (คุณครูคณิตา) ตามความสนใจของนักเรียนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้น ก็ให้เลือกตามความสนใจและเขียนบันทึกให้เรียบนะครับ เน้นว่าต้องเป็นหนังสือที่ได้ความรู้นะ ถ้าไม่ได้ความรู้ไปอ่านไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรใช่ไหมลงมือปฏิบัติได้ครับ [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ เมื่อนักเรียนนะคะ เลือกเลือกหนังสือตามความสนใจได้แล้วนี่ อ่านนะคะ หลังจากนั้นทำใบงาน ใบงานนั้นในคาบเรียนถัดไปค่ะ มาถึงช่วงอะไรคะนี่ (คุณครูปรเมษฐ) สรุปแนวทางสร้างความรู้ จากที่เราได้ประมวลความรู้กันเกี่ยวกับเรื่องการเลือกหนังสือตามความสนใจก็มาคำถามนะครับนักเรียนครับ ครูคณิตาอ่านให้การเลือกอ่านหนังสือที่ตนเองชื่นชอบ จะทำให้มีความสุขในการอ่านเพิ่มมากขึ้นหรือไม่ เพราะเหตุใดคะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ครับ ลองตอบสิ ลองคิดสิการที่เราได้เลือกอ่านตได้เลือกอ่านตามความสนใจของเรานี่ สร้างให้เราเกิดความรู้สึกอยากอ่านแล้วก็มีความสุขไปกับมันหรือไม่ลองตอบมา ครูคณิตาครับ เด็ก ๆ ตอบหรือยังครับ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ ตอบแล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูกก็รวบรวมมาดังนี้นะครับ (คุณครูคณิตา) นั่นก็คือทำให้มีความสุขค่ะ เพราะว่า... เพราะว่าการที่เรานี่เลือกอ่านหนังสือตามความสนใจนี่ จะทำให้เรานี่มีความรู้สึกอยากอ่านและจะทำให้ชวนติดตามเรื่องราวอนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) วันนี้ครูเลยเด็ก ๆ ครับ ที่ครูมีความสุขกับการที่ได้อ่านหนังสือตามที่ครูเลือกเองมันจะทำให้ต้องอ่านจนจบนี่คือการเลือกอ่านตามความสนใจต่อไปอีกข้อหนึ่งครูคณิตา การเลือกอ่านหนังสือได้ตรงตามความต้องการและจุดปรและก็หนังสือที่เลือกนั้นเหมาะสนมกับวัยอย่างไรครับนักเรียน หรือการที่เลือกตรงกับช่วงวัยของเรามีประโยชน์อย่างไรหนังสือ ตอบแล้ว เด็ก ๆ ตอบแล้ว ครูรวบรวมมา ผู้อ่านนี่นะ นำข้อคิดที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิตของตนได้อย่างเหมาะสม และที่สำคัญ มันเกิดประโยชน์กับตนเองด้วย เพราะมันตรงกับความต้องการ ของเราตรงกับวัยของเรามันจึงเกิดประโยชน์ดังนี้นะครับ กิจกรรมนี้ ด้วยรักและปรารถนาดี ให้นักเรียนนะครับเลือกหนังสือที่ตนเองสนใจมากที่สุดนะ 1 เรื่อง และให้อ่านมาล่วงหน้าก่อนนะครับ และนำมาในชั่วโมงต่อไปด้วย นำมาแสดง นำมาให้ครูดูได้ดูว่าอ๋อ นี่หนังสือที่หนูชอบ อย่าลืมนะครับ กลับไปวันนี้ทำใบงานที่ครูคณิตาบอก ก็ไม่เป็นไรส่งเลย ถ้าไม่เสร็จก็ไม่เป็นไร อ่านหนังสือมา 1 เล่มแล้วก็นำหนังสือนั้นมาในชั่วโมงถัดไปด้วยครับ เอาล่ะครับ (คุณครูคณิตา) เรื่อง การเลือกอ่านหนังสือตามความสนใจ 22 ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สิ่งที่หนูต้องเตรียมนะครับ หนังสือที่นักเรียนสนใจตามที่ครูบอกนะครับ การบันทึกการอ่าน และก็ใบงาน เรื่องบันทึกการอ่านหนังสือตามความสนใจนั่นเองครับ (คุณครูคณิตา) ซึ่งคุณครูปลายทางนะคะ สามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่นี่เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับนักเรียนทุกคนครับ วันนี้ได้เลือกอ่านหนังสือตามที่หนูสนใจแล้วนะ ครูไม่ได้บังคับเลก็ขอให้หนู ๆ นั้นกลับไปแล้วก็มีความสุขกับการอ่านหนังสือสมกับที่ครูนั้นยินดีต้อนรับหนอนหนังสือไว้ โชคดีครับ สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี] [เสียงดนตรี]