(คุณครูปรเมษฐ) สวัทุกคนเลยนะครับ วันนี้เรามาพบกันอีกแล้ว ในรายวิชาภาษาไทย ปีที่ 6 นะครับ กับครูปรเมษฐ ศรีกำเหนิดและคครูคณิตา หนุนอนันต์ นะครับ ชั่วโมงที่แล้ว ใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วก็เลือกหนตนเองสนใจ มา 1 เรื่องใช่ไหม 1 เรื่องหรือ 1(คุณครูคณิตา) 1 เล่ม (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่าวันนี้ทุกคมีหนังสือมาแล้วใช่ไหมลูก เดี๋ยวก่อนเก็บไว้เป็นความลับก่อน อย่าให้เพื่อนเห็นของเรานะ เดี๋ยวเผื่อตรงกันแล้วรู้สึกอย่างไร เธอก็มันเหมือนว่าฉันก็เตรียมมาแล้วฉันก็เตรียมมา แค่อยมาเฉลยพร้อม ๆ กันว่าใครเตรียมเรื่องอะไรมา ครูคณิตาครูคณิตาให้นักเรียนเขาอ่านหนังสือและบันทึว่าสาระจากการอ่านมันเป็นอย่างไร แล้วคร(คุณครูคณิตา) ได้เลือกมาค่ะ เด็ก ๆ คิดว่าครูเลือกหนังสือเกี่ยวกับอะไรมาคะ เกียวกับอะไรเอ่ย เด็ก ๆ นะคะ ก็ตอบว่าเกี่ยวกวรรณคดีนะคะ หรือไม่ก็เป็นนิทานค่ะ วันนี้คุณครูก็ได้เลือกหนังสือเกี่ยวกับนิทานมาค่ะ แสดงว่าคุณครูคณิตาชอบนิทานใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เหมือนเด็ก ๆมีใครที่ว่าไปเลือกพวกแบบเรียนประกอจินาดมนี นะ เรื่องพวกนี้ ครูนี่อยากจะไปตามหาหลักที่ 1 นี่ว่าเป็นอย่างไร มีใครสนใจแบบครูไหม เพราะฉะนั้น ทุกมีความชอบที่เป็นอย่างไรกัน (คุณครูคณิตา) แตกต่างกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ต่างกันแต่ว่าเรามาอยู่ในสังคมเดียวกันนี่ เราก็ต้องอยู่ร่วมกันอย่างไรลูก อยู่ให้ได้ใช่ไหม เข้าเมืองตาหลิ่ว บางคนบอกว่าเข้าเมืองตาหลิ่วถือตะหลิวตาเหล่(คุณครูคณิตา) ไม่น่าจะได้ (คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับ ไปทบทวนเพลงกันหน่อยสิ เพลงอะไรนะ ฉลาดทันคนเดี๋ยวไปร้องกันอีกครั้งหนึ่ง ร้องพร้อมกันดีไหมลูก เด็ก ๆ ครับ เดี๋ยวเรามาร้องเพลงฉลาดทันคนฉลาดทันคนพร้อม ๆ กันนะครับ ปรบมือร้องให้มันเกิดความสนุกสนาน และเกิดการจรรโลงใจด้วยนะครับ 1, 2, 3 คนอ่านหนังสือ คือ ผู้ฉลาดทันเหมือนมีทรัพย์มากเหลือล้น ใครจะปล้นหรือจี้ไม่ได้ อย่ามัวลังเล ทำตัวเสเพลทำไม รีบอ่านกันเสียเร็วไว จะทำให้พบสิ่งดีงาม การอ่านหนังสือ ฝึกปรือพัฒนาสมอง ได้คิดได้ไตร่ได้ตรอง ทำให้มองโลกได้มุมกวในมุมกว้าง พัฒนาความคิดพินิจ พิเคราะห์ถูกทาง ชีวิตพบทางสว่าง งานทุกอย่างทำได้ง่ายดาย คนอ่านหนังสือคือ ผู้รับการขนขวาย ประกาย แสงเหากอ่านทุกวันชีวิตสุขสันทุกสิ่ง หนังสือนี่ดีจริง ๆ อย่าอยู่นิ่งอ่านได้ทุกยาม เมื่ออ่านทุกครั้ง ตั้งใจเพื่อจับใจความ จากนั้นควรตั้งคำถามได้ความเรื่องใดไปบ้าง แล้วควรบันทึกตรึกตรองเพื่อให้กระจ่าง ให้รู้เรื่องราวต่าง ๆ ใช้เอ่ยอ้างเมื่อยามจำเป็น เด็ก ๆ ปรบมือให้ตัวเองเก่งมากเลยนะครับ ก็อย่างที่เนื้อเพลงได้กล่าวถึงหนังสือมีความ (คุณครูคณิตา) จำเป็นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ตาราต่าง ๆ ตำราต่าง ๆ แบบเรียนต่าง ๆ สาระวิชาต่าง ๆ นี่ เมื่อนำมาบันทึกเป็นลาบลักอัมันจะคงอยู่สืบไปกาลปนั้นได้ศึกษาตลอดชั่วชีวิตนะครับ เอาล่ะครับ มีคำถามมาครูคณิตาครับ การหนังสือมีประโยชน์อย่างไร นะคะ ตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อย่างเนื้อเพลงเลยใช่ไหม ดูเนื้อเพลงแเป็นอย่างไรลูก 1. (คุณครูคณิต(คุณครูคณิตา) ก็คือ ฉลาดทันคนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) 2 2. มีคลังความรู้ค่ะ และสุดท้ายนะคะ คงแก่การเรียนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ฉลาดทันคนหมายถึงเรามีความรู้ใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เมื่อเรามีมีความรู้ปุ๊บ เราก็รู้เท่าทันคนอื่นนะ การที่เราเสพข่าว จากหนังสือก็ได้อ่านข่าว ได้เสพข่าวหมดก็ทำให้เรารู้เหตุการณ์บ้านเมืองใช่ไหมว่าตอนนี้เป็นอย่างไร โรค COVID-19 ระบาดถึงไหนแล้ว ที่มันเกิดขึ้นใช่ไหมลูก มีคลังอะไรครูคณ(คุณครูคณิตา) มีคลังความรู้นะคะ หากเราขยันอ่านหนังสือนี่ เก็บเกี่ยวประสบการณ์จากการอ่านที่หลากหลายนี่ก็จะทำให้เรานี่มีความรู้หลากหลาย และมีความรู้เพิ่มมากขึ้นค่ะ ซึ่งนั่นนี่เป็นคลังความรู้อย่างหนึงค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วก็คงแเรียนนะ ผู้ที่มีความรู้นี่นะครับ ก็คือผู้ที่คงแก่การเรียน โบราณนี่เขาจะมีคำนำหน้านะครูคณิตา ผู้ที่มีความรู้ความสามารถในเรื่องต่าง ๆ นี่ จะเรียกนำหน้าว่ามหานะ เด็กชายปื๊ดนี่ มีความสามารถในการเป็นพิธีกรนำพระสวดมนต์ เราก็จะเรียกว่านำหน้าว่า "มหาปี๊ด" เด็กชายหนุ่ยมีความสามารถในการทดลองวิทยาศาสตร์นำหน้าว่า (คุณครูคณิตา) มหาหมื่นหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่แล้วครูคณิตา เอาคำว่า "มหา" นำหน้า หรือแก่การยิ่งใหญ่ ให้ผู้ที่มีความสามารถในเรื่องนั้น ๆ แต่เว้นไว้ 1 คน คือ คนที่ชื่ออี้ ห้ามนำหน้า(คุณครูคณิตา) ทำไมล่ะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้เด็ก ๆ ลองไปตามหา ว่าทำไใถึงห้ามนำหน้าด้วยคำว่า "มหา" ให้แต่งตั้งว่านายอี้ผู้คงแก่การเรียน ลองดูสิทำไมเขาถึงห้ามนำหน้าด้วยคำว่า "มหา" นะ เกร็ดความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ครูนำมาให้เด็ก ๆ ได้คิดนะครับ เอาล่ะครับ หลักในการอ่านหนังสือคืออะไรเด็ก ๆ ครับ ตอบได้ยังครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ ตอบเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ นั่นก็คือหลักกการอ่านจะมีดังนี้ค่ะ 1. เด็ก ๆ ต้องตั้งใ2. ก็คือจับใจความได้ค่ะ 3. นะคะ นักเรียนจะต้องตั้งคำถามค่ะ จากสิ่งที่นักเรียนได้อ่านนะคะ และสุดท้ายก็บันทึกการอ่าน(คุณครูปรเมษฐ) ทั้ง 4 ข้อนี่สำคัญมากเลยใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูปรเมษฐ) ตามที่เพลงร้องเลย การอ่านนี่ตั้งใจนะ แล้วก็ต้องจับใจความให้ได้นะ และก็ไปบ้างแล้วสุดท้ายให้บันทึกการอ่าน ความรู้นี่จำไม่หมดก็จดดีกว่าจำนะ เด็ก ๆ ครับ และครูคณิตาก็ตามรูปแบบที่เขาได้กำหนดนั่นเองนะครับ เอาล่ะครับไปดูกันต่อ นักเรียนคิดว่าการอ่านหนังสือการ์ตูน มีประโยชน์ต่อผู้อ่านหรือไม่เพราะเหตุใด หนังสือการ์ตูนนี่ก็เป็นหนังสือที่เด็ก ๆ ชอบใช่ไหมครูคณิตา ลองตอบมันมีประโยชน์กับเราอย่างไร ครูคณิตารวบรวมคำตอบได้แล้วใใ(คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ตอบมาแล้ว ว่าอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) หนังสือการ์ตูนนะคะ ก็มีประโยชน์การอ่านและการนำข้อคิดจากการ์ตูนนี่ไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์และสร้างสรรค์ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) หนังสือการเห็นมีแต่รูปภาพที่ขำขัน ข้อคิดแฝงอยู่ ซึ่งข้อคิดนั้น ๆ นี่ เราก็สามารถนำมาใช้ในชีวิตได้ใช่ไหมครับ นะ คือการอ่านหนังสือการ์ตูนนี่ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีประโมี หนังสือทุกประเภทมีประโยชน์หมด มันก็อยู่ที่ความสนใจและการเลือกนะครับ เป็นสิ่งที่มีคุณค่ามากเราควรจะเลือกให้ตรงจุดประสงค์และความต้องการของเรา การอ่านจึงจะ (คุณครูคณิตา) ประสบความสำเร็จค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับผมซึ่งจุดประสงค์การเรียนรของวันนี้นะคะ มีดังนี้ค่ะ 1. บอกหลักการเลือกหนังสือตามความสนใจได้ค่ะ 2. นะคะ เขียนบันทึกการอ่านจากหนังสือตามความสนใจได้ค่ะ 3. บอกประโยชน์ของการเลือกหนังสือตามความสนใจค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ข้อที่ 2 นี่ ก็คือขึ้นทักษะที่เด็ก ๆ จะเจอใช่ไหมครูคณิตา เด็ก ๆ จะได้บันทึกการอ่านตามที่ใบงานที่หนูเตรียมมาใช่ไหม ว่าเป็นอย่างไรนะครับ เอาล่ะครับ ชื่นชมหนังสือเป็นสื่อการเรียน เชื่อว่าเด็ก ๆ อยากจะเห็นหนังืสอกันแล้วใช่ไหม ของตัวเและของเพื่อน ๆ นำขึ้นมาได้หรือยัง (คุณครูคณิตา) ได้แล้วค่ะ ครับ นำหนังสือที่ตนเองสนใจขึ้นมาไว้บนโต๊ะเลย แล้วพิจารณา และเดี๋ยวครูจะพาหนู ๆ ไปชมหนังสือกันดีไหมลูก ดีไหมครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ดีค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้น ไปกันเลยครับ เอาล่ะครับเด็ก ๆ ครับ ตอนนี้ครูกับครูคณิตาได้อยู่ที่หนังสือใช่ไหม ครูนั้นเตรียมมาให้หนู ๆ นั้นชื่นชมกัน ร่วมกันกับของตัวเองกับเพื่อนเลยนะครับ ซึ่งหนังสือครูก็หยิบมาหลากหลายประเภทนนะคะ หลากหลายประเภทและที่สำคัญน่าอ่านมากเลยค่ะ หากนักเรียนสนใจนะคะ สามารถเขาไปที่ห้องสมุดของตนเอง เพื่อที่จะค้นขว้าหาหนังสือที่ตนเองสนใจและอยากอ่านเป็นการเพิ่มเติมความรู้ได้นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ในห้องสมุดนี่มีอะไรหลายสิ่งหลายอย่างที่เป็นประโยชน์ใช่ไหมเด็ก ๆ ไว้ให้เด็ก ๆ ก็ต้องใช้ห้องสมุดให้สูงสุดใช่ไหมครับครูคณิตา เอ๊ะ แล้วเราจะทำที่เด็ก ๆ กำลังชื่นชมอยู่ครับ เรามาทำความรู้จักหนังสือกันดีกว่าไหมคะ เพราะหนังสือนี่ถ้าเราจัดแจงแบ่งประเภทนะ มันก็จะมีด้วยกันกี่ประเภทได้ครับ ครูคณิตาครับ ด้วยกันค่ะ ประเภทแรกนะคะ นั่นก็คือสารคดีค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สารคดี 2. (คุณครูคณิตา) 2. ก็คือบันเทิงคดีค่ะ จะเป็นสิ่งพิมพ์ค่ะ 4. ตำราค่ะ 5. วารสาร และสุดท้ายนั่นก็คือนิตยสาร (คุณครูปรเมษฐ) ซึ่งทั้ง 6 ประเภทมันก็คือหนังสือแต่ต่างประเภทกันใช่ไหมครูคร(คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สารคดีมันเป็นอย่างไร มันคือเรื่องราวที่เป็นสาระ (คุณครูคณิตา) ใช่ะค่ะ นอกจากมีสาระแล้วนะคะ สารคดีนี่ต้องเป็นเรื่องเกี่ยวกับความเป็นจริงนะคะ และจะต้องมีที่มาและแหล่งอ้างอิงที่มาได้ด้วยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วบันเทิงคดีล่ะครับ (คุณครูคณิตา) ก็อ่านแล้วทำให้เกิด... เกิดอะไรคะนักเรียน เกิดความรู้ นอกจากความรู้แล้วทำให้เรารู้สึกผผ่อนคลายนะคะ รู้สึกสนุกสนานไปกับหนังสืที่เราได้อ่านด้วยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อย่างเช่น วรรณคดีต่าง ๆ ก็นับเป็นบันเทิงคดีใช่ไหมครับ ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) สิ่งพิมพ์เอ๊นักเรียนคะ ลองมาพิจารณาดูดีกว่าว่าสิ่งพิมพ์คืออะไร อยู่รอบตัวนักเรียนหรือเปล่านะ เด็ก ๆ ตอบแล้วค่ะ คุณครูปรเมษฐลองทายสิว่าสิ่งพิมพ์ที่อยู่รอบ ๆ ตัวนักเรียนนี่มีอะไรบ้าง (คุณครูปรเมษฐ) สิ่งพิมพ์ก็คืออะไรลูก แต่อาจจะเป็นรูปภาพก็ได้ หนังสือพิมพ์ก็นับเป็นสิ่งพิมพ์นะ ที่พิมพ์ขึ้นมาเรียกว่าเป็นสิ่งพิมพ์ตำราอันนี้น่าสนใจ ตำราถ้าบอกว่าพจนานุกรมเป็นตำราไหม (คุณครูคณิตา) พจนานุกรม เ(คุณครูปรเมษฐ) แบบเรียนภาษาไทย (คุณครูคณิตา) ก็เป็นตำราค่ะ (คุณครหนังสือสวดมนต์ (คุณครูคณิตา) อันนี้คุณครูคณิตาไไม่แน่ใจคะ คุณครูปรเมษฐตอบได้ไหมคะ ว่าหนังสือสเป็นตำราหรือเปล่าคะ ชอบหนังสือสวดมนต์ก็เตรียมหนังสือสวดมนต์มา ก็ถือว่าเป็นตำราทั้งสิ้นนะครับ วารสารล่ะครับ เป็นอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) สนะคะ ซึ่งวารสารนี่ก็จะมีรูปแบบที่หลากหลายนะ ที่หลากหลายนะคะ เนื้อข้างใจอาจจะเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ของหน่วยงานนั้น ๆ นะ ก็จะออกเป็นงวด มีกำหนดเวลา เรื่องที่ 1 มีออกวารสาร 1 เล่มเป็นต้นอันนี้พูดถึงสุดท้ายเลย นิตยสาร หรือถ้าทับศัพท์เขาเียแม็กอะไรนะ (คุณครูคณิตา) แม็กกาซีนค่ะ นิตยสาร นิตยสารก็คือความรู้ต่าง ๆ ที่ออกมาเป็นรายสัปดาห์ ทุกสัปดาห์ก็จะมีนิออกมานะครับ นี่รู้จักแล้วนะ มีอยู่ด้วยกัน 6 ประเภท ด้วยกัน 6 ประเภทนะครับ แบ่งประเภทดีไหม แล้วให้เด็ก ๆ แบ่งของเขากันบ้าง ไปดูกันเลย หนังสือที่เรามีนะ หนังสือที่เรามีนี่ ที่ครูมีทั้งหมด ถ้าพูดถึงสารคดีนี่เล่มไหนบ้างครับ (คุณครูคณิตา) สารคดี เด็ก ๆ คะ ตอบคุณครูสิคะ ว่าหนังสหนังสือเล่มใดเป็นสารคดีเอ่ย หนังสือเล่มใดนะ นั่นก็คือหนังสือเล่มนี้นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เรื่องกระเลี่หรือครับ เป็นสารคดีที่เกี่ยวกับชนเผ่าใช่ไหมครับ ก็นับเป็นสารคดี ถ้าเป็นบันเทิงคดีนี่หลาย ๆ เล่มเลยใช่ไหม (คุณครูคณิตา) บันเทิงคดีนะคะ อย่างแรกเลยอยู่ใกล้ ๆ คุณครูนะคะ ก็จะเป็นทิมมี่เฟเยอร์นะทิมมี่ นักสืบจิ๋ประเภทเรื่องสั้นนะ นวนิยาย บันทึกแห่งด้วยหทัยนี่ บันเทิงคดีนะ เป็นเรื่องนั้นล่ะคะ ฉันปิดก๊อกน้ำเพื่อประหยัดน้ำ (คุณครูปรเมษฐ) อ่านแล้วมีความสุขไหม สนุกสนานไหม ก็เป็น (คุณครูคณิตา) บันเทิงคดีค่ะ พระอภัยมณีค่ะ เด็ก ๆ ตอบคุณครูสิคะ ว่าเป็นบันเทิงคดีหรือเปล่า เก่งมาก เป็นบันเทิงคดีนะ ก็ได้ (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะเป็นตำราเรียน ก็เป็นบันเทิงคดีเช่นเดียวกัน (คุณครูคณิตา) บันเทิงคดีนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เมอรินผู้วิเศษล่ะ (คุณครูคณิตา) ก็เป็นบิคดีค่ะ เป็นนวนิยายนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ ต่อไปมีบันเทิงคดีแล้ว (คุณครูคณิตา) มีบันเทิงคดีแล้วก็... ถ้าเป็นวารสารล่ะคะ (คุณครูปรเมษฐ) วารสารก็อย่างเช่นนี่เลย วารสารใต้ร่มนี่ของโรงเรียนวังไกลกังวล วัฒนธรรมนี่ออกเป็นงวด ๆ นั่นเองนะครับ ตำรา ๆ เด็ก ๆ บอกครูสิ ว่าตำราคือเล่มไหน มีอยู่ 1 เล่ม 2 เล่ม บอกให้ถูกสักเล่มหนึ่งก็ได้ (คุณครูปรเมษฐ) สี... เยี่ยมเลยครับ สีเหลือง มนต์พิธี มนต์พิธี เรื่องของการใช้คาถาต่าง ๆ นำมาบอกมากล่าวนะครับ เป็นเหมือนพิธีแปลนั่นเอง สารนุกรมก็นับเป็นตำราเช่นเดียวกันนะครับ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ อาจจะงง น้า สารนุกรมอยู่ตรงข้าง ๆ สารคดีนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับผม สุดท้ายแล้วนี่นิตยสาร นิตยสารคือหนังสือที่ออกเป็นรายสัปดาห์ ชื่อเสียงเลยคืออะไรครับ นี่ที่คุณครูคณิตาชี้นี่ นิตยสารชีวจิตใช่ไหมครับ ก็เกี่ยวกับเรื่องสุขภาพต่าง ๆ นะ ที่นำมาเล่านำมาเขียนให้กับผู้คนได้รับรู้นั่นเอง อันนี้แบ่งประเภทเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ นักเรียนพอเข้าใจแล้เพราะฉะนั้น นักเรียนลองพิจารณามานั้นนี่เป็นประเภทไหนครับ แล้วเดี๋ยวตอบกับคุณครูปลเด็ก ๆ ครับ เด็ก ๆ รู้แล้วใช่ไหมครับ ว่าหนังสือที่ตนเองเตรียมมานั้นจัดอยู่ในประเภทใด เก่งมากครับ เดี๋ยวเรามาทำกิจกรรมต่อไปดีกว่าครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) กิจกรรมต่อไปนำเสนอหนังสือสื่อหน้าสนใจค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) โดย (คุณครูคณิตา) โดยนะคะ ให้นักเรียนค่ะนำหนังสือที่ตนสนใจออกมาแนะนำนะคะ พร้อมบอกเหตุผลว่าทำไมถึงชอบอ่านหนังสือเล่มนี้ค่ะ อ่านแล้วนักเรียนได้ความรู้และเห็นคุณค่าอะไรบ้างค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียน ณ ที่นี้คืออาสาสมัคร ผู้กล้าที่จะออกมาแนะนำหนังสือของตนเอง ให้กับเพื่อทั้งห้องได้รับรู้ ถ้าพร้อมแล้วลงมือทำกิจกรรมครับ [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) หลังจากที่นักเนะคะ ได้แนะนำหนังสือที่ตนเองได้นำมาแล้วนะคะ หลังจากนั้นค่ะ เดี่ยวเรามาศึกษาใบความรู้ไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เดี๋ยวไปดูสิใบความรู้เป็ฯอย่างไรครูคณิตาครับ วันนี้นี่ครูก็จะให้นักเรียนได้ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องของการ... (คุณครูคณิตา) การบันทึกการอ่านนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) การบันทึกกมันน่าสนใจมากน้อยเพียงใดนะครับ ก็ให้นักเรียนใช้กระบวนการกลุ่มในการศึกษาใบความรู้ และรวบรวมองค์วามรู้มานะนักเรียน แล้วดี๋ยวเรามาสรุป(คุณครูคณิตา) ดีค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เรารู้แล้วว่าเราชอบหนังสือประเภทไหน เราได้ฟังแล้วว่าเพื่อนนำเสนออย่างไร เรื่องการบันทึกการอ่านกันครับ ลงมือครับ [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) หมดเวลาค่ะนักเรียน จากการศึกษาใบความรู้นะคะ นักเรียนได้อะไรบ้างคะ ลองพูกคุยแลกเปลี่ยกันนะคะ และคุณครูนี่ก็มีคำถามกระตุ้นความคิดมาถามนักเรียนอีกเช่นเคยค่ะ นักเรียนมีหลักในการบันทึกการอ่านอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) เมื่ออ่านแล้วเพราะฉะนั้น นักเรียนคงได้หลักการเต็มที่แล้ว จากใบความรู้ที่คุณครูนั้นได้เตรียมไว้ให้ครับ ตอบส่งเสียงกันมาเลยคุณครูคณิตาก็จะรวบรวมคำต้องให้ดังนะครับ ไม่อย่างนั้นคุณครูคณิตาไม่ได้ยินด้วย มาแล้วครับ ครบแล้วหลายคำตอบครูคณิตา(คุณครูคณิตา) เรามาสรุปกันเลยค่ะ คำตอบแรกนะคะ นั่นก็คือบอกแหล่งที่มาของข้อมูลค่ะ ก่อนที่เราจะบันทึกการอ่าน็นะคะ เราจะต้องทราบแหล่งที่มาของข้อมุลว่าข้อมูลเหล่านั้นนี่เราได้มาจากที่ไหน ใครเป็นผู้เขียนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือว่ารู้ว่าหนังสือชื่อมาจากไหนนั่นเองใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) จดบันทึกเฉพาะสาระสำคัญค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เมื่อเราอ่านใช่ไหม เราก็สรุปสาระสำคัญจากการอ่านหนังสือนั้น ๆ ใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูคณิตา) 3. นะคะ นั่นก็คือบันทึกเฉพาะข้อเท็จจรในส่วนนี้นะคะ เราก็จะต้องแยกนะคะ กับข้อเท็จจริงให้ออกนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ตามที่บันทึกข้อเท็จจริงนี่มันจะทำให้เรานี่ได้รู้ข้อมูล ก็คือขมในหนังสือมันมีทั้งข้อเท็จจริงและข้อคิดเหที่จะบันทึกเพื่อที่จะเกร็ดความรู้ตรงนี้มันจะได้สืบอยู่ต่อไป เราจะได้เข้าใจว่าตรงนี้หมายถึงอย่างนีทำอย่างนี้นะ สิ่งนั้นทำอย่างนั้นนะ ที่สำคัญนะคะ ข้อเท็จจริงนะคะ นักเรียนสามารถที่จะแยกออกจากข้อคิดเห็นได้ นั่นก็คือ 1. ข้อเท็สามารถพิสูจน์ได้และมีหลักฐานน่าเชื่เถือค่ะ สุดท้ายแล้วนะครับ ต้องใช้เครื่องหมายหรือสัญลักษณ์นะ เพื่อบันทึกได้เร็วขึ้น อาจจะจำลองเป็นสัญลักษณ์หรือเครื่องหมาย ทำให้การบันทึกนี่ไม่ต้องใช้คำเต็ม ใช้สัญลักษณ์ในการบอกว่าสิ่งนี้คือสิ่งนี้ สิ่งนั้นคือสเป็นต้น มันจะทำให้การบันทึกเป็นอย่างไร (คุณครูคณิตา)ของเรานะคะ น่าอ่านและน่าสนใจมากยิ่งขึ้นนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ เด็ก ๆ ครับ ต่อไปมารู้จันบันทึกการอ่าน บันทึกการอ่านหมายถึงอะไรการจดบันทึกความรู้ค่ะ จากสิ่งที่อ่านหสื่อต่าง ๆ ไว้เป็นหลักฐานเตือนความจำนั่นเองค่ะมีความสำคัญมากเลยนะครับ สิ่งที่เด็ก ๆ จะได้ทำใน(คุณครูคณิตา) ใช้แล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับ หลักบันทึกการอ่านมีอะไรบ้าง ตามใบความรู้เลย เดี๋ยวเราไปสรุปพร้อม ๆ กันนะครับ 1. (คุณครูคณิตา) อ่านเรื่องให้เข้าใจและจับประเด็นได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ทุกครั้งที่เกิดการอ่านครูจะย้ำอยู่เสครูคณิตาจะย้ำอยู่เสมอว่าต้องจับประเด็นสำคัญ ทุกการอ่านเลย ไม่ใช่ว่าเฉพาะเรื่องนี้ มันจับประเด็นสำคัญได้มันก็จะทำให้เราเข้าใจนั่นเองนะครับ ต่อไปครับ ข้อที่ 2 (คุณครูคณิตา) 2. เขียนบันทึกเรื่องราวตามลำดับค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ข้อนี้สำค(คุณครูคณิตา) สำคัญมากเลยค่ะ สำคัญอย่างไรคะครูคณิตา ตอบคุณครูได้ไหมเอ่ย การเขียนบันทึกเรื่องราวต่าง ๆ ตามลำดับเหตุการณ์นะคะ ทำสับสนค่ะ เกี่ยวกับเรื่องนั้น ๆ แล้วเรากลับมาอ่านนี่ จะทำให้เรานี่เรียนรู้สิ่งนั้นได้อย่างถูกต้องนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้ครับ สำคัญมาก การบันทึกการอ่านต้องใช้สำนวนภาษาของตนเอง เราเป็นผู้เขียน ก็ให้ใช้ภาษาข้องเรา 1. ถ่ายทอดให้ผู้อื่นครูคณิตา (คุณครูคณิตา) 4. นะคะ นั่นก็คืออ้างอิงแหล่งที่มาค่ะ วันเดือนปี ที่เราบันทึกค่ะ คุ้น ๆ นะคะ เหมือนคุณครูปรเมษฐนี่ใช่ไหมคะ ว่าทำไมเราถึงอ้างอิงแหล่งที่มา วัน เดือน ปี ที่บันทึก เด็ก ๆ ตอบได้ไหมเอ่ย คุณครูปรเมษฐคะลองสรุปให้อีกครั้งสิคะ (คุณครูปรเมษฐ) การที่เราอ้างอิงเพื่ออะไรลูก 1. เป็นหลักฐานใช่ึีูครูคณิตาครับ แล้วก็เป็นการบอกว่าข้อมูลนี้มันมาจากตรงไหน เมื่อเราต้องการจะค้นคว้าหาอีกครั้งหนึ่งนี่ เราตามหาได้ถ(คุณครูคณิตา) ได้ถูกต้องค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) วันเดือนปีสำคัญมาก ในวันนี้ข้อมูลเป็นแบบนี้เดือนกุมภาพันธ์ 2564 ข้อมูลเป็นแบบนี้ ถัดไปอีกปีหนึ่ง ถ้าข้อมูลไม่เหมือนเดิมเราก็มีหลักฐานตรงนี้ครับ ที่เราจดบันทึกไว้ว่าข้อมูลวันที่ 1 กุมภาพันธ์เป็นอย่างนี้ แต่พอเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ นี่ก็เป็นหลักฐานในการบันทึกการอ่านนะ นะครับ เป็นหลักการบันทึกการอ่านนะ เอาล่ะครับ ไปกันต่อเลยครับ ครูคณิตาครับ หัวข้อในการบันทึก เด็ก ๆ ครับ ไปดูกันเลยครับ (คุณครูคณิตา) หัวข้อที่ 1 นะคะ จะเป็นชื่อเรื่องค่ะ นักเรียนนะคะ จะต้องเขียนชื่อเรื่องก่อนนะคะ ถ้าเราไปเขียนเกี่ยวกับเนื้อหาก่อน หากเราไปกลับไปอ่านนี่เรื่องนั้นนี่คืออะไร ก็ไม่ทราบใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้น ชื่อเรื่องเป็นสิ่งสำคัญค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อ่านเรื่องอะไร เขียนเรื่องนั้นเป็นชื่อเรื่องใช่ไหมครับครูคณิตา ต่อไปต้องบอก... (คุณครูคณิตา) ผู้แต่งนั่นเองค่ะ ผ(คุณครูปรเมษฐ) สำคัญมากครับ ผู้แต่งเป็นผู้ที่เขียนเนั้น ๆ ขึ้นมา เราต้องบอกเพราะเป็นการให้เกียรติ 1. และก็จะได้รู้ว่าใครนี่เป็นคนที่เขียนหรือแต่งเรื่องนี้ขึ้นมานะครับ ต่อไป(คุณครูคณิตา) ต่อไปนะคะ นั่นก็คือความรู้ที่ได้จากการอ่านค่ะ เมื่อเราอ่านเรื่องต่าง ๆ เป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ สิ่งสำคัญที่สุดนะคะ ก็คือเราจะต้องได้ความรู้จากเรื่องนั้น ๆ นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ความรู้ที่ได้จากการอ่าน คือ จับประเด(คุณครูคณิตา) สำคัญได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) จับประเด็นสำคัญก็นำมาบันทึกนั่นเองครับ ต่อไปครับ ก็คือข้อคิดที่ได้จากการอ่านนี่ก็เป็นสิ่งสำคัอ่านจบแล้วนี่ก็บันทึกสิว่าเรื่องนี้ให้ข้อคิดกับเราอย่างไร เราก็นำมาจดบันทึกไว้นั่นเองนะครับ และสุดท้ายก็คือ... (คุณครูคณิตา) คุณค่าที่ได้จากการอ่านนั่นเองค่ะ การอ่านหนังสือที่เราเลือกมานี่ คุณค่าของเรื่องนี้เราได้อะไรบ้าง ทบทวนดีไหมคะ คุณค่ารี่ มีคุณค่าด้านอะไรบ้างนะ เด็ก ๆ ตอบได้ไหมเอ่ย จะมีคุณค่าทางด้านวรรณศิลป์ ทางด้านเนื้อหาการนำไปปรับประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันแล้วก็มีคุณค่าทางด้านอื่น (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) อีกสักข้อดีไหมคะคุณครูปรเมษฐ ก็คือเหตุผลที่เลือกอ่านยังไม่สุดท้ายนะครับ เหตุผลที่เลือกอ่านเพราะอะไร เราต้องบอกว่าเพราะมันคือหนังสือเราจะต้องบอกคนอื่นให้ได้ว่าทำไมล่ะ เราถึงเลือกที่จะอ่านหนังสือเล่มนี้นั่นเองนะครับ เอาล่ะครับ เดี๋ยวเราไปทำใบงานกันเลยจะได้ไม่ชักช้าเสียเวลาไม่ชักช้าเสียเวลานะครับ ให้ทำใบงานเรื่อง... (คุณครูคณิตา) เรื่องการอ่านหนังสือตามความสนใจค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) บทบาทขอนักเรียนนะครับ ก็ให้ทำใบงานนะ ทำใบเสร็จเราก็นำเสนอผลงานของตนเอง และคุณครูล่ะครับ ของคุณครูปลายทางนะคะ ก็ให้ดูแลการทำใบงานของนักเรียนค่ะ เสนอแนะการนำเสนอผลงานของนักเรียนนะคะ ให้คำแนะนำหรือพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้ต่าง ๆ กับนักเรียนได้ค่ะ เดี๋ยวพอเราทำใบงานเพราะว่าแต่ละคนก็จะต้องอ่านหนังสือที่ตนเองนั้นเตรียมมาใช่ไหมครับครูคณิตาครับ และนี่คือรูปร่างหน้าตาของใบงานนะครับ หัวข้อก็ตามที่เราได้ศึกษาไปเมื่อสักคสักครู่นี้นะครับ ก็ให้บันทึกตามที่ครูได้ใบงานเรื่อง บันทึกการอ่านหนังสือตามความสนใจ พร้อมหรือยังลูก พร้อมแล้วก็ให้อ่านหนังสือที่ตนเองสนใจ ถ้าคนไหนอ่านมาแล้วก็โชคดี ก็แค่ทบทวนและบันทึกได้เลย แต่ถ้ามใครยังไม่อลงมือปฏิบัติใบงานให้เรียบร้อยครับ [เสียงดนตรี]ื (คุณครูปรเมษฐ) บันทึกการอ่านผ่านแล้ว เอ่ย ฟังครูจะเอื้อนเอยกันไว ๆ มาคุยกันดีกว่าครับครูคณิตา ความรู้กันสักหน่อยหนึ่งก่อนจะเลิกรากันไป การเลือกอ่านหนังสือตามความสนใจนั้นมีประโยชน์อย่างไร เด็ก ๆ ครับช่วยกันแสดงควาคิดเห็นบอกกันมามันมีประโยชน์อย่างไร ครูคณิตาฟังหนู ๆ อยู่นะ เดี๋ยวเขาจะสรุปให้ครูคณิตาครับ เด็ก ๆ บอกอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) มีประโยชน์อย่างไร นั้นก็คือช่วยให้เกิดผลนะคะ เกี่ยวกับกาเรียนรู้ค่ะ และการนำความรุนี่ไปใช้ประโยชน์ให้เกิดอย่างสูงสุดนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่าการอ่านเลือกอ่านหนังสือตามความสนใจนี่มีประโยชน์กับหนู ๆ มากเลยใช่ไหมลูก จะได้นำไปใช้ประสูงสุดถูกต้องไหมครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนคิดว่าและสร้างนิสัยการอ่านที่ดีนี่ควรเริ่มต้นปฏิบัติอยอันนี้เดี๋ยวครูทั้ง 2 คนบอกเลยดีไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ดี(คุณครูปรเมษฐ) 1. ครับ (คุณครูคณิตา) 1. ค่ะ เริ่มอ่านที่ตนเองสนใจก่อนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเราสนใจเรื่องไหน เราก็จะอ่านเรื่องนั้นทุกวัน ฝึกอ่านทุกวันจนมันติดเป็นนิสัย แล้วเราก็จะเป็นหนอนหนังสือของแท้เลยใช่ไหมครับครูคณิตา การที่เรานั้นเป็นนักอ่านนะ เราควรจะปฏิบัติวิธีกาจะเลือปฏิบัติด้วยวิธีการดังกล่าวบทเรียนครั้งต่อไปเรียนเรื่องอะไระนครับ (คุณครูคณิตา) เราจะเรียนเกี่ยการอ่านงานเขียนเชิงอธิบายค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มันจะน่าขนาดไหนนะครับ เด็ก ๆ จะต้องเตรียมตัวคือ (คุณครูคณิตา) 1. ใบความรู้เรื่อง หลักการอ่าน และการเขียนเชิงอธิบายนะคะ ประเภทต่าง ๆ ค่ะ 2. ใบความรู้ เรื่อง การพับนกกระดาษค่ะ และ 3. นะคะ อุปกรณ์การพับนกกระดาษนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ซึ่งนักเรียนก็สามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ทีนักเรียนครับ นักเรียนเราเป็นผู้ที่ได้อ่านนะ 2 ชั่วโมงนี่เป็น 2 ชั่วโมงที่เกิดคุณค่ามากที่สุด เราได้เป็นผู้เลเพื่อตัวของเราเอง โดยไม่ได้มีใครมาบังคับเรา เพราะฉะนัจงให้มีนิสัยการอ่านที่ดีสืบไปหนอนหนังสือของครูทุกคนครับ สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]