--- title: ฝึกแบ่งพิมพ์ (DLTV ภาษาไทย ป. 6 หน่วยที่ 8) ๓ การอ่านงานเขียนเชิงอธิบาย ๕ ต.ค. ๖๔ (มีใบงาน และใบความรู้) subtitle: date: วันจันทร์ที่ 25 เมษายน 2565 เวลา 09.10 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) และนักเรียนปลายทางทุกคนค่ะ วันนี้พบกับ ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ เป็นการทบทวนก่อนนะคะ นักเรียนคะ นักเรียนได้มาหรือเปล่าคะ ได้เตรียมมาไหมเอ่ย ได้วันนี้นะคะ เราให้เด็ก ๆ นี่ เตรียมกระดาษมา เพื่อที่จะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะ ก็น่าาจะมีกิจกรรมที่สนุก ๆ ไว้ให้เด็ก ๆ ได้ทำใช่ไหมครับ (คุณครูปรเมษฐ) อยากจะรู้กิจกรรมนั้นเป็นอะไร คุณครูปรเมษฐ) อยากจะรู้กิจกรรมนั้นเป็นอะไร เพราะฉะนั้น ไปกันเลยไหม (คุณครูคณิตา) ไปกันเลยค่ะ ก่อนที่เราจะทำกิจกรรมนะคะ มาถึงช่วงคำถามกระตุ้นควันนี้นะคะ คุณครูก็มีคำถามมาถามนักเรียนอนั่นก็คือในห้องเรียนของนักเรียนมีข้อตกลงหรือไม่ มีไหมเอ่ย มีหรือไม่มีคะ มีนะคะ คำถามต่อมาค่ะ ถ้านักเรียนไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงจะเกิดผลเสียอย่างไร ให้เด็ก ๆ นะคะ พูดคุยแลกเปลี่ยนกับคุณครูได้เลยค่ะ คุณครูปรเมษฐคะ (คุณครูปรเมษฐ)ปรเมษฐ คุณครูปรเมษฐนี่เป็นคุณครูด้วยใช่ไหมคะ แล้วในข้อตกลงนี่ของห้องนี่ที่คุณครูปรเมษฐประจำชั้นอยู่มีข้อตกลงร่วมกับนักเรียนไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ข้อตกลงนี่ก็จะมีข้อตกลงร่วมกันทั่วไปเลยนะ หนูก็จะมีข้อตกลงกับคุณครูว่าทำสิ่งนี้ ไม่ทำอย่างนี้ถูกไหมครับ สโลแกนของครูประจำชั้นของครูนี่นะครับ เรียนสนุก ลุกนั่งสบาย ครูสอนตลก เด็กตกมากมาย ไม่ใช่นะ (คุณครูคณิตา) ไม่ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ทุกคนนี่ที่อยู่ในห้องเรียนมันต้องอาศัยการอยู่ร่วมกันนี่ สำคัญ เพราะฉะนั้นนี่ ต้องมีความที่มีมารยาทนะ ในการอยู่ร่วมกันในห้องเรียนก็ไม่ต้องพูดมาก เพราะว่าหลาย มันก็เป็นเรื่องที่หนูรู้อยู่แล้ว อย่างเช่น ไม่ให้เกียรติเพื่อนประมาณนี้ มันจะต้องมีในห้องเรียนแล้วก็สำคัญ ก็คือความสามัคคีในชั้น ในชั้นของเรานี่จะต้องสามัคคีกัน ในห้องนี่จะต้องไม่เกิดการทะเลาะเบาะแว้งกัน เพื่อนต้องรักใคร่ปรองดองกัน อีกอย่างก็เรื่องของความสะอาดใช่ไหม ที่เราต้องตกลงกัน เหมือนกันไหมมีการทำเวรไหมครับ การทำเวรคืออะไร ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ก็คือการทำความสะอาดนั่นเองค่ะ เป็นการผลัดกันนะคะ ในการทำความสะอาดห้อง โดยอาจจะแบ่งกลุ่มนะคะ ตามเลขที่หรือจับกลุ่มตามใจชอบก็ได้ค่ะ ซึ่งตามที่คุณครูปรเมษฐได้กว่าวไว้นะคะ มีเยอะแยะมากมายจะเห็นได้ว่าข้อตกลงนี่มีข้อยกเว้นมากมาย ฉะนั้นนี่ นักเรียนจำคำของคุณครูปรเมษฐได้หรือเปล่าคะ จำไม่หมดต้องทำอย่างไรเอ่ย จดดีกว่าจำค่ะ เพราะฉะนั้นนะคะ ข้อตกลงในห้องเรียนส่วนใหญ่แล้วนี่ คุณครูก็ได้เขียนไว้นะคะ อาจจะเป็นบนกระดาน หรือจะให้นักเรียนนี่บันทึกลงไปในสมุด เพราะฉะนั้นนี่ ข้อตกลงนั้นนี่ก็ถือว่าเป็นขั้นตอนการอยู่ร่วมกันในห้องเรียนอย่างมีความสุขนั่นเอง ซึ่งจุดประสงค์การเรียนรู้ของวันนี้นะคะ เราก็จะเรียนนะคะ เกี่ยวกับเรื่องนี้ค่ะ คุณครูปรเมษฐคะ วันนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) งานเขียนเชิงอธิบายใช่ไหมครับ เด็ก ๆ รู้หลักการ ก็คือบอกหลักการ บอกหลักการอ่านงานเขียนเชิงอธิบายครับ คำแนะนำ และเราก็ต้องสามารถปฏิบัติตามได้ (คุณครูคณิตา) ข้อตกลงในชั้นเรียนอยู่ในคำของคำอะไรเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) ข้อตกลงในชั้นเรียนก็จะ... (คุณครูคณิตา) คำอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ข้อแนะนำไหม หรือ สิ่งที่นักเรียนจะต้องปฏิบัติตามนั่นเองค่ะ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะรวมรวมงานเขียนเชิงอธิบาย คำสั่ง ข้อเสนอแนะได้ค่ะ เอ๊ คำสั่งนี่ อย่างเช่นคำสั่งอะไรบ้างคะ (คุณครูปรเมษฐ) คำสั่งก็อย่างเช่น คำสั่งห้ามทำสิ่งนั้น ห้ามทำสิ่งนี้ อย่างเช่น ในห้องเรียน ห้ามดื่มน้ำในเวลาครูสอน เคยเห็นไหม แต่ครูนี่ขัดกับข้อนี้มากเลยนะ น้ำนี่เป็น น้ำเป็นสิ่งสำคัญในชีวิต ในร่างกายเรานี่ประกอบด้วยธาตุทั้ง 4 ดิน น้ำ ลม ไฟ เพราะฉะนั้นนี่ ร่างกายขาดน้ำไม่ได้ ครูนี่ ถ้าเป็นห้องเรียนครู ครูให้นำน้ำขึ้นมาดื่มได้ แต่ต้องขออนุญาต เพราะการดื่มน้ำมันจะต้องกระดกใช่ไหมครูคณิตา ถ้ามีหลอดก็ไม่เป็นไร ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องขออนุญาต อันนี้ก็เป็นคำสั่ง ห้ามกินอาหารเวลาเรียน นี่ก็เป็นคำสั่งใช่ไหม ห้ามส่งเสียงดังใช่ไหม ใช่ อันนี้ก็เป็นข้อตกลงนะ ถ้าพูดถึงในชั้นเรียนอย่างเดียวนะ (คุณครูปรเมษฐ) ต้องปฏิบัติตามคำสั่ง คำอธิบาย และข้อเสนอแนะได้ อันนี้ก็สำคัญมากนะครับ และสุดท้ายเลย เราก็ต้องร่วมอภิปรายความของการอ่านงานเขียนเชิงอธิบาย คำสั่ง ข้อเสนอแนะ และการปฏิบัติตามได้ จุดประสงค์ที่เราเรียนในเรื่องนี้กัน และเราทำตามได้อย่างถูกต้อง และใช้ในสังคมและชีวิตประจำวันได้ครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ นักเรียนอาจจะสงสัยนะคะ ว่าการอ่านงานเขียนเชิงอธิบายเป็นอย่างไรเดี๋ยวเราไปเรียนรู้พร้อม ๆ กันเลยค่ะ การอ่านงานเขียนเชิงอธิบาย คือ อะไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือการอ่านนำไปปฏิบัติตามนะครับ ปฏิบัติไปเพื่ออะไรล่ะ เพื่อเราจะได้รับสิ่งที่ต้องการ เมื่อเราปฏิบัติตามเราได้รับสิ่งที่ต้องการแล้ว สำคัญที่สุดคือต้องนำไปใช้ประโยชน์ได้ใช้ได้ถูกต้องด้วย ก็คือเรียนแล้วมันต้องใช้ได้จริงนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ซึ่งหลักการอ่านงานเขียนเชิงอธิบายนี่ ก็จะมีหลากหลายนะคะ เดี๋ยวเราไปเรียนรู้พร้อม ๆ กันเลยค่ะ ข้อที่ 1 นะคะ หลักการอ่านงานเขียนเชิงอธิบาย ก็ต้องอ่านอย่างละเอียดนั่นเองค่ะ ถ้านักเรียนอ่านไม่ละเอียดจะเกิดอะไรขึ้นคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เขาเขียนอธิบายไว้ถ้าเกิดผิดขั้นตอนทำให้เรื่องนั้นนี่อาจจะผิดพลาดไปเลยก็ว่าได้ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มันต้องอ่านอย่างละเอียดสิครับ เชิงอธิบาย เป็นเรียงความไหมลูก ไม่ใช่มันจะสรุปเป็นข้อ ๆ ๆ ๆ เลย เพราะฉะนั้น เวลาหนูอ่านนี่หนูก็จะเข้าใจในตัวอยู่แล้ว แล้วก็จะปฏิบัติตามได้นั่นเองครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมาค่ะ นักเรียนต้องตั้งใจอ่านนะคะ ถ้าไม่ตั้งใจอ่านนี่อย่างที่คุณครูปรเมษฐที่กล่าวไว้ได้ค่ะ และข้อสุดท้ายนะคะ นักเรียนจะต้องจดบันทึกขั้นตอนการใช้งานค่ะ หรือขั้นตอนต่าง ๆ ที่นักเรียนได้อ่านไว้นั่นเองค่ะ ทำไมเราถึงจะต้องจดบันทึกจดบันทึกเพื่อเราจะได้ปฏิบัติตามได้ถูกต้องตามขั้นตอน การที่เราจดบันทึกนี่ ก็ไม่จำเป็นจะต้องคัดของเขาทั้งหมดถูกไหมครับ เรานำของเขาให้เป็นของเราโดยการจดบันทึกด้วยสำนวนภาษาของตนเอง อันนี้ก็คือหลักการอ่านงานเขียนเชิงอธิบาย (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ จากที่ได้ฟังคุณครูนะคะ ในการพูดคุยแลกเปลี่ยนกันแล้วนี่ นักเรียนคิดว่าหลักการอ่านงานเขียนเชิงอธิบาย เมื่อนักเรียนได้ยินคำนี้ จะนึกถึงวิชาอะไรคะ วิชาอะไรเอ่ย คำตอบนั่นก็คือวิชาวิทยาศาสตร์นั่นเองค่ะ เพราะอะไรคะ ตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ คุณครูปรเมษฐคะ คุณครูปรเมษฐคิดว่าทำไมเด็ก ๆ คิดถึงวิชาวิทยาศาสตร์คะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ อาจจะชอบวิทยาศาสตร์ก็ได้นะครับ เชื่อว่าหลายคนชอบวิทยาศาสตร์เป็นชีวิตจิตใจเลยนะ วิทยาศาสตร์ เป็นศาสตร์แห่งการทดลอง พระพุทธเจ้าสอนว่าทุกอย่างสามารถพิสูจน์ได้ ก็คือพุทธศาสนา มันสามารถพิสูจน์ได้ ก็ต้องทดลองใช่ไหมครูคณิตา เพราะฉะนั้น การทำลองนี่มันก็จะ... (คุณครูคณิตา) มีลำดับขั้นตอนค่ะ มีขั้นตอนต่าง ๆ ของการทดลองการทำงาน เพราะฉะนั้นนี่ ถ้านักเรียนนะคะ ได้แต่ดูการทดลองแล้วไม่เกิดการบันทึกจะเกิดอะไรขึ้น อาจจะทำให้เรานี่สับสนในขั้นตอนของการทดลอง เพราะฉะนั้น สิ่งสำคัญนะคะ นอกจากตั้งใจอ่านแล้ว เราจะต้องจดบันทึกเพื่อไม่ให้สับสนเอาล่ะค่ะ ต่อมานะคะ เป็นตัวอย่างนะคะ ของงานเขียนเชิงอธิบายค่ะ คำสั่งข้อเสนอแนะ และข้อปฏิบัติค่ะ มีอะไรบ้าง เดี๋ยวเราได้ดูเลย วิธีการทำไข่ตุ๋นค่ะ วัตถุมีอะไรบ้าง คะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) มีไข่ไก่กี่ฟองลููก 50 กรัม บางคนบอกใส่กิโล (กรัม)หนึ่ง (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ได้นะ ก็กินหมูตุ๋นแทนนะครับ 3. ก็วุ้นเส้น เห็ดหอมหั่น กระเทียมเจียว, ผักชี, พริกชี้ฟ้าสีแดงใช่ไหมครับ ถ้าไม่แดงก็เขียวนะพริกนี่นะ นี่มันเป็นวิชาอะไรนะเด็ก ๆ เป็นวิชาอะไรคะ เป็นอีกหนึ่งวิชาที่เด็ก ๆ ชอบนะ วิชานี้ก็คือวิชาอะไรนะ การงานอาชีพและเทคโนโลยีใช่ไหมครับครูคณิตา ของคุณครูวิทยา ปัญญายืน เด็ก ๆ ก็ได้เรียนใช่ไหม เขาให้ทำกับข้าวอะไรต่าง ๆ สนุกเลย ก็ล้วนแล้วศาสตร์แต่ละศาสตร์ที่นักเรียนวิชาที่เรียนนี่ ส่วนใหญ่มันก็คือการอธิบาย การอธิบายขั้นตอนเป็นลำดับขั้น แล้วเราก็ปฏิบัติตาม ถูกไหมลูก นะครับ วันนี้เรื่องวิธีการทำไข่ตุ๋นให้เด็ก ๆ ได้รับชมกันนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ หลังจากที่เรานะคะ ได้รู้จักวัตถุดิบกันแล้ว เดี๋ยวเรามาดูวิธีการทำกันเลยดีกว่านะคะ ซึ่งวิธีการทำไข่ตุ๋นนั้นนั่นก็คือการเขียนเชิงอธิบายนั่นเองค่ะ เขาจะบอกขั้นตอนต่าง ๆ ในการทำไข่ตุ๋นนะคะ ให้ออกมาอร่อยและน่ารับประทานค่ะ วิธีการทำมีอะไรบ้าง คะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ต้องทำอย่างไรครับ เด็ก ๆ ก็ต้องนำไข่ไก่ครับ ตีเข้ากับน้ำซุป ไข่ไก้ต้องเป็นอย่างไรก่อน ต้องตอกมันก่อนนะครับ แล้วก็เอาเฉพาะส่วนที่อยู่ข้างใน เข้าไปตีเข้ากับน้ำซุป น้ำซุปที่ว่านี่ หรือกระดูกไก่ก็ได้ใช่ไหมครับ โดยทำอย่างไรต่อครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ต่อไปนะคะ ใช้สูตรครึ่งแก้วนะคะ ตอกไข่ไก่ใส่มากไปนี่จะทำให้ไข่ตุ๋นเหลวนะคะ หรือถ้าใส่น้อยไปนี่ก็จะทำให้ไข่ตุ๋นเป็นอย่างไรเอ่ย ไข่ตุ๋นเป็นอย่างไร มันก็จะแข็งกระด้างนะทำให้รับประทานแล้วมัน... มันอย่างไรเอ่ย ความรู้สึกของไข่ตุ๋นมันก็จะนิ่ม ๆ ใช่ไหมคะ ความรู้สึกแข็งกระด้างนี่ หรือความรู้สึกของการรับประทานไข่ตุ๋นนั่นเองค่ะ ต่อมานะคะ ข้อ 2 ค่ะ คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เมื่อเรานำส่วนผสมดังกล่าวแล้วนะครับ คราวนี้ก็คนนะ คนให้เข้ากันนะ จากนั้นใส่ซอส ซอสก็คือซอสปรุงรสใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)จำพวกน้ำปลา ซีอิ๊วขาว บอกว่าไม่ต้องใส่น้ำปลาหรือ (คุณครูคณิตา) ใส่ซีอิ๋วขาวค่ะ ถ้าใส่น้ำปลาอาจจะมีกลิ่นค่ะ กลิ่นคาวนะคะ จะทำให้หอมกว่านะคะ หลังจากนั้นนี่ก็ใส่พริกไทยลงไปนะคะ หลังจากนั้นเมื่อเรานี่ใส่เครื่องปรุงไข่ตุ๋นแล้วนำวุ้นเส้นค่ะ ใส่เข้าไปคนพร้อม ๆ กันนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ที่ทำมาจากถั่วเขียวใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) อันนี้ครูไม่ทราบเหมือนกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ทำจากถั่วเขียวถ้าเพชรบุรี, ประจวบฯ นี่ บอกเป็นเกร็ดความรู้ไว้ วุ้นเส้นต้องหั่น ตั้งหั่นด้วยหรือคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็มันเป็นเส้น ๆ น่ะ (คุณครูคณิตา) ให้นิ่มนะคะ หลังจากนั้นนี่เอาไปสมกับไข่ตุ๋นค่ะ ที่เราได้ตีหรือคนกันไว้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ถ้าเด็ก ๆ ได้ทำตามขณะที่ครูอธิบายไป แล้วเด็ก ๆ ไปอ่านไปด้วยนี่ ประสบความสำเร็จแน่นอนเรียนวันนี้นะครับ อันนี้ดูภาพนึกภาพตาม (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ ข้อที่ 3 ค่ะนั่นก็คือจากนั้นนี่ นำเห็ดหอมค่ะ สีอะไรคะ สีอะไรเอ่ย พริกชี้ฟ้าที่คุณครูได้ชี้แจงไว้ ก็คือพริกชี้ฟ้าแก่ (คุณครูคณิตา) สีแดงนะคะ ใส่เข้าไปนะคะ คล้าย ๆ กับ หลังจากนั้นค่ะ เรานำไปทอดหรือเรานำไปนึ่งค่ะ คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ไข่ตุ๋นนี่น่าจะนำไปนึ่ง (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ เราจะต้องนำไปนึ่ง นึ่งในไหนคะ (คุณครูปรเมษฐ) นึ่งในซึ้งนะ ถ้าภาษาทางการเขาเรียก "ลังถึง" นะ ภาชนะเป็นหม้อนึ่งใช่ไหมลูก แล้วก็ตั้งไฟ ข้างบนนี่ก็เป็นตัวซึ้งหรือตัวลังถึงนั่นเอง ให้วางสิ่งที่เราจะนึ่ง จะต้ม จะตุ๋น ลงไปในนั้น ต้องปิดฝาด้วยใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ปิดฝาด้วยสิคะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าไม่ปิดฝาความร้อนมันก็ไปหมด (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ ก็จะทำให้ไข่ตุ๋นนั้นนะคะ ไม่อร่อยนะคะ หลังจากที่เรานะคะ นำไข่ตุ๋นนี่ลงไปในซึ้งนี่ เราจะใช้ระยะเวลาประมาณ 20 นาทีนะคะ ไข่ตุ๋นก็จะสุดพอดีนะคะ น่ารับประทานค่ะ แล้วพอยกออกมานี่เราก็ต้องโรยหน้าด้วย... ด้วยอะไรเอ่ย ด้วยผักชีนั่นเองค่ะ ซึ่งจะทำให้เป็นการตกแต่งให้น่ารับประทานนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) 6 อย่างเลยนะ ผักชีโรยหน้า มันก็คือสำนวนไทยนั่นเองใช่ไหมเด็ก ๆ สำนวนไทยหมายความว่าอย่างไร หาความหมายให้หน่อยสิ อาหารไทยทุกอย่างเลยสังเกตสิ ต้องจบท้ายด้วย ผักชีโรยหน้า ครูอยากทราบความหมาย เดี๋ยวหามาบอกเพื่อน ๆ ด้วยนะ รู้เรื่องครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ สิที่เรานะคะ ดูขั้นตอนนะคะ งานเขียนเชิงอธิบายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สิ่งนี้ค่ะ อีก 1 ตัวอย่างนะคะ ให้นักเรียนได้อ่าน เพราะว่าเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวกับนักเรียนค่ะ และเป็นสิ่งสำคัญที่นักเรียนมักจะมองข้ามไป นั่นก็คือการอ่านฉลากยานี่เป็นอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ฉลากยานี่นะครับ มันก็คืออะไรลูก มันเป็นสิ่งที่บอกข้อมูลของยานั่นเองนะครับ เป็นสิ่งสำคัญที่ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และทำให้เกิดความปลอดภัยในการที่เราต้องใช้ยาใช่ไหม เพราะฉะนั้น การจะใช้ยานี่ต้องอ่านฉลากก่อน ฉลากยาก็จะประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ เดี๋ยวไปดูสิ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ส่วนแรกเลยนะคะ ของฉลากยานะคะ นั่นก็คือชื่อยาบนฉลากค่ะ ถ้าเราไม่อ่านชื่อยาบนฉลากจะเกิดอะไรขึ้นเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) เราอาจจะรับประทานยาผิดประเภทตรงกับโรคที่เราเป็นอยู่ก็ได้นะ (คุณครูคณิตา) ข้อ 2 นะคะ นั่นก็คือขนาดของยานั่นเองค่ะ ขนาดยาแต่ละชนิด ยาแต่ละประเภทนะคะ ก็จะมีวิธีการกินการใช้ที่แตกต่างกันไป เพราะฉะนั้นนะคะ เราจะต้องดูด้วยนะคะ ว่าขนาดของยานี่เป็นอย่างไร (คุณครูปรเมษฐ) นี่ถ้าเป็นตอนนี้ยาที่ดัง ๆ ก็อะไรลูกฟ้าทะลายโจรใช่ไหมทุกบ้านมีหมดเลยนะ รับประทานยาฟ้าทะลายโจร ป้องกันเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ใช่ไหม ต่อไปสำคัญเลยนะ วันที่ผลิตและวันที่หมดอายุ อันนี้สำคัญอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา)สำคัญนะคะ วันผลิตนะคะ ก็คือระยะเวลานะคะ ที่เขาได้ผลิตยาขึ้นมา แต่สิ่งที่สำคัญนั่นก็คือวันหมดอายุค่ะ หากยาหมดอายุนี่ อาจจะเป็นอย่างไรคะ หากเรารับประทานไป จะเกิดอะไรขึ้นเอ่ย ยาหมดอายุนั่นก็คือยาที่เสื่อมประสิทธิภาพแล้วนะคะหากเรารับประทานเข้าไปนี่ อาจนอกจากที่มันไม่ช่วยอะไรแล้วนี่อาจจะเกิดผลเสียต่อร่างกายด้วย เพราะฉะนั้น ทางที่ดีนะคะ ก่อนที่จะรับประทานยาสิ่งต่าง ๆ เข้าไปเราจะต้องศึกษาให้แน่ใจรวมถึงวันหมดอายุของยาด้วยค่ะ ต่อมาค่ะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ข้อห้ามใช้และคำเตือน เขาจะติดไว้เลย ยานี้ห้ามตรีมีครรภ์ดื่ม ยานี้ห้ามเด็กอายุไม่ถึง 3 ปีรับประทาน นี่เขาจะเขียนติดไว้ เพราะอะไรลูก คำเตือนนี่เตือนไว้เพื่อไม่ให้ทำนะ ถ้าทำก็จะเกิดผลข้างเคียงอาจจะถึงแก่ชีวิตก็ว่าได้นะครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ เลขทะเบียนตำรับยาค่ะ จะใช้ยานะคะ แต่ละชนิด เพื่อที่จะให้เรามั่นใจว่ายานั้นนี่เป็นผลดีต่อร่างกายของเรานะคะ สิ่งที่เรานี่จะต้องสำรวจนะคะ หรือเช็กดูนั่นก็คือพวกทะเบียนยาต่าง ๆ ค่ะ ว่าผลิตได้ถูกต้องตามที่กรมสาธารณสุขนะคะ หรือเภสัชนี่เขาได้ออกมาหรือเปล่านะคะ ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ยาอันตรายหรือหรือควบคุมพิเศษ อันนี้ยาประเภทนี้นี่ก็จะไม่มีขายตามท้องตลาดนะ เวลาจะกินก็จะต้องสั่ง หรือแพทย์จะต้องเป็นผู้สั่งให้ แล้วเราถึงจะได้ใช้ยาประเภทนี้นะครับ เพราะชื่อก็บอกอยู่เป็นยาอันตรายนะครับ มันจะต้องใช้กับอาหารบางอาการ โรคบางประเภท จึงต้องให้แพทย์เป็นผู้สั่งยานั่นเองนะครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ สิ่งสำคัญเลยนั่นก็คือวิธีการรับประทานค่ะ ถ้าเราไม่รู้วิธีการรับประทานนี่จะเกิดอะไรขึ้นคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เราก็จะรับประทานได้ไม่ถูกต้อง อย่างเช่น ยาพาราฯ นี่ ก็จะมีคำเตือนว่าห้ามรับประทานเกิน 4 เม็ดใช่ไหม แล้วถ้าเรารับประทานเกินไปแล้วนี่จะเกิดอะไรต่อตับ ต่อไต ก็เป็นได้ นี่คือการ วิธีการรับประทานก็ต้องรับประทานให้ถูกต้อง ยาน้ำ เด็ก ๆ ชอบเลยพอพูดถึงยาน้ำ ยาน้ำนี่ทำขึ้นมาเพื่อให้เด็ก ๆ โดยเฉพาะ เพราะว่าเด็กไม่ชอบรับประทานยาเม็ด อาจจะรับประทานยาก ยาน้ำ ปรากฏว่ายาน้ำหวานครับ เด็ก ๆ ได้ลองชิมปุ๊บ คราวนี้ชิมหมดขวดเกิดอันตรายนะครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เกิดอันตรายค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มันได้รับในปริมาณมากเกินไป เพราะฉะนั้น อ่านวิธีการรับประทานยานั้น ๆ เสียก่อน แล้วจึงรับประทานนั่นเองครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ จะเป็นชื่อและที่ตั้งนะคะ ของผู้ผลิตค่ะ ก็คือจะทำให้เรานะคะ ได้ทราบว่ายาชนิดต่าง ๆ นี่ผลิตมาจากบริษัทอะไร ได้รับการรับรองหรือได้รับการตรวจสอบหรือเปล่าค่ะ ต่อมาค่ะ ข้อสุดท้ายค่ะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ฉลากยาที่จัดเฉพาะผู้ป่วยแต่ละรายนะ ที่ซองยาก็จะเขียนสำหรับใคร ใช่ไหมครูคณิตา เพราะว่าแต่ละคนนี่โรคนี่ไม่เท่ากัน บางคนเป็นหวัดก็จริงแต่มีอาการอื่นแทรกซ้อน เพราะฉะนั้น ยานี่ บางครั้งนี่ไม่สามารถที่จะบริโภคร่วมกันได้ ยาจำกัดมาแต่ละบุคคลนะครับ เราก็ต้องเลือกที่จะอ่านแล้วก็ใช้ให้ถูกต้องนะครับ อันนี้สำคัญนะครับ (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ เรานะคะ ไม่ควรรับประทานยานะคะ ของผู้อื่น ทางที่ดี หากเกิดการเจ็บป่วยนะคะ นักเรียนควรไปพบเภสัชนะคะ หรือหมอค่ะเขานะคะ จะได้วินิจฉัยโรคแล้วจัดยาให้โดยเฉพาะนั่นเองค่ะ เอาล่ะค่ะ มาถึงช่วงที่นักเรียนรอคอยค่ะ นั่นก็คือให้นักเรียนค่ะ ทำกิจกรรมใบงานเรื่อง การอ่านงานเขียนเชิงอธิบายค่ะ ซึ่งนักเรียนนะคะ ก็จะต้องอ่านงานเขียนเชิงอธิบาย หลังจากนั้นนะคะ ให้นำกระดาษขึ้นมาและพับตามที่เขาได้อธิบายไว้ในใบงานนั่นเองค่ะ ส่วนบทบาทของคุณครูปลายทางนะคะ นั่นก็คือคอยดูแล กำกับ ให้ความช่วยเหลือหรือช่วยให้คำแนะนำแก่นักเรียนค่ะ เอ๊เรามีตัวอย่างใบงานให้เด็ก ๆ ดูไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) มีสิครับ เด็ก ๆ ก็จะมีใบงานนี้เช่นเดียวกันในใบงานนี่ก็คือการพับอะไรครับ เด็ก ๆ ครับ พอจบออกมาแล้วเป็นรูปกุ้งนั่นเอง วันนี้นี่ให้พับกุ้งใช่ไหม แต่ครูและครูคณิตานี่เห็นว่าบางทีครูนี่พับตามยังไม่ค่อยจะถูกเลย พบออกมาไม่เป็นกุ้ง ถ้าเด็ก ๆ อยากจะพับตามงานเขียนนี้ก็ดีนะ เพราะงานเขียนนี้ คือ การอธิบายเป็นขั้นตอน แต่ถ้าเด็ก ๆ อยากพับอีกอย่างหนึ่งก็ได้ วันนี้ครูและครูคณิตาก็มีสัตว์แห่งสันติภาพมานำเสนอให้พับกัน นั่นก็คือนกนั่นเองนะครับ พับกุ้งกับนกนะ 2 ประเภทให้เลือก เพราะฉะนั้น ในใบงานนี่เป็นกุ้ง (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)พับตามก็ได้ หรือใครจะพบนก เดี๋ยวไปดูคุณครูคณิตาสาธิตกันเลยครับ (คุณครูคณิตา) ไปกันเลยค่ะ เดี๋ยวเรามาเรียนรู้วิธีการพับนกกระดาษกันค่ะ ขั้นตอนแรกนะคะ ให้นักเรียนค่ะ เตรียมกระดาษนะคะ ซึ่งเป็นกระดาษ A4 หลังจากนั้นพบครึ่งแล้วตัดนะคะ ให้เป็นขนาดของสี่เหลี่ยมนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) กระดาษนี่ก็เป็นกระดาษอะไรก็ได้ใช่ไหมครับ อย่าให้มันแข็งเกินไปนะครับ เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัดแต่ละด้านต้องมีความยาวเท่ากันนะครับ อันดับแรกเลย เมื่อได้กระดาษรูปสี่เหลี่ยมจัสตุรัสให้มันเป็นสามเหลี่ยมโดยการพับครึ่งใช่ไหมครูคณฺิตา (คุณครูปรเมษฐ) นำมุมไปชนมุมเลยใช่ไหมครับ ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) พับครึ่งนะคะ อีกรอบค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ทำตามเลยนะครับ พับครึ่งแล้ว แล้วก็พลิกอีกด้านหนึ่ง (คุณครูคณิตา) ไม่ต้องพลิกค่ะ แล้วพับครึ่งนะคะ ของกระดาษนะคะ พับลงมาแบบนี้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) จากสี่เหลี่ยมจตุรัส ก็จะกลายเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้านั่นเองครับ เพื่อให้มันเกิดรอยใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ ทำให้เกิดรอยนี่นะคะ หลังจากนั้นค่ะ เมื่อเราพับเสร็จเรียบร้อยแล้วนะคะ เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า เราก็จะทำให้เป็นรูปสามเหลี่ยมอีกครั้งหนึ่งค่ะ นั่นก็คือนำมุมนะคะ ตรงนี้นะคะ พับลงมาค่ะ ให้อยู่กึ่งกลางนะคะ จะได้ในรูปแบบแบบนี้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เหมือนรถสิบล้อเลยครูคณิตาครับ1 ด้านใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ค่ะ หลังจากนั้นค่ะ ให้นักเรียนนะคะ พลิกกลับค่ะ พับอีกด้านหนึ่งค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) พับลงมาใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะมันก็จะเป็นรูปสามเหลี่ยมแล้ว อีกครั้งหนึ่ง (คุณครูปรเมษฐ) เป็นสามเหลี่ยมหน้าจั่ว ครูคณิตาคลี่ออก แล้วพับให้เด็ก ๆ ดูอีกครั้ง (คุณครูคณิตา) ตอนแรกจะได้แบบนี้ใช่ไหมคะ หลังจากนั้นให้เด็ก ๆ นะพับเข้าหาตัวเอง 1 ครั้ง จะได้รูปแบบแบบนี้ หลังจากนั้นนะคะ พลิกนะคะ และนำมุมนะคะ พับเข้าหาตัวเองอีกครั้งหนึ่งค่ะ จะได้สามเหลี่ยมนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นสามเหลี่ยมหน้าจั่วแล้ว (คุณครูคณิตา) หลังจากนั้นเราก็จะหยิบมันขึ้นมานะคะ ให้มุมแหลม ๆ นี้นะคะ อยู่ด้านล่างค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) จับหงายท้องนั่นเองนะครับ (คุณครูคณิตา) แล้วก็แกะนะคะ ตรงนี้ แล้วก็ให้เป็นในรูปแบบนี้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นกรวยใช่ไหมครับ แล้วก็พับลงไปอีกหรือครับ (คุณครูคณิตา) พับแล้วเราจะได้เป็นสามเหลี่ยม เราก็จะได้เป็นรูปแบบสี่เหลี่ยม (คุณครูปรเมษฐ) พอคลี่ออกแล้ว พอคลี่ออกแล้วก็พับใช่ไหม พับลงไปอีกให้มันเป็นรูปสี่เหลี่ยมใช่ไหมครับ ย่อลงมานะครับ (คุณครูคณิตา) เป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสอันเล็กแล้วนะคะ หลังจากนั้นค่ะ ให้นักเรียนนะคะ นำ... จะเห็นไหมเอ่ย มันจะมีด้านหนึ่งนะคะ ที่ไม่สามารถเปิดได้ แล้วก็อีกด้านหนึ่งที่เปิดได้นะคะ อย่างนี้นะ หลังจากนั้นค่ะ ให้นักเรียนนำมุมทั้ง 2 ข้างนะคะ ซ้าย - ขวาที่คุณครูนะคะได้ชี้ไว้นะคะ ตรงนี้ให้นักเรียนค่ะ พับนะคะ พับแบบนี้นะ (คุณครูปรเมษฐ) พับให้มันเป็นรูปสามเหลี่ยมขึ้นไปใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็พูดง่าย ๆ ก็นำมุมของกระดาษนี่ พับเข้าหาเส้นกลางก็จะเป็นรูปสามเหลี่ยม (คุณครูคณิตา) หลังจากนั้นพับอีกด้านหนึ่งค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ตอนนี้เป็นกรวยไอศกรีมแล้วครับนี่ถ้าเกิดเด็ก ๆ บอกสาธิตการพับไอศกรีมนี่ก็ได้เลย จบแล้ว เอ๊ะ ทำไมของครูมันไม่เท่ากันล่ะ (คุณครูคณิตา) ไม่เท่าก็เป็นรูปนกได้ค่ะ หลังจากนั้นออกมาค่ะ ที่เราพับแบบนี้นะคะ เพื่อให้เกิดรอยนั่นเองค่ะ หลังจากนั้นนะคะ ให้นำมุมค่ะ ที่อยู่ด้านที่ปลายเปิดนะคะ ให้หันกลับเข้ามาหันกลับเข้ามาแล้วนะคะ หลังจากนั้นทำอะไรต่อ ก็คือให้นักเรียนค่ะ เปิดอย่างนี้ ก็คืคี่ออกใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ เปิดเข้าไป หลังจากนั้นค่ะ นักเรียนเห็นมุมตรงนี้ไหมคะ ก็คือให้ดันเข้าไปนั่นเองค่ะ หรือจะพับในรูปแบบแบบนี้ก็ได้นะคะ คุณครูปรเมษฐทำได้ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่ได้ครับเอาใหม่สิครูคณิตา เด็ก ๆ ไม่ทันแล้วนี่ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ ไม่หรือว่าคุณครูปรเมษฐไม่ทันคะ (คุณครูปรเมษฐ)ทั่วประเทศเหมือนผมแน่นอนเลย ไม่ทัน (คุณครูคณิตา) เปิดออกมาอย่างนี้ จับมุมนะคะ หรือนักเรียนสังเกตปลายนี้นะคะ ให้นักเรียนพับเข้ามา ขั้นตอนนี้จะยากนิดหนึ่งนะคะ ให้มันเข้าหาศูนย์กลาง (คุณครูคณิตา) สามเหลี่ยมค่ะ นี่ มันจะอยู่ในรูปแบบแบบนี้ ให้มันแหลม แหลม ๆ นะคะ นี่มันจะอยู่อย่างนี้ค่ะ แล้วก็มันจะอยู่ลักษณะอย่างนี้นะคะ เห็นไหม เหมือนปากเป็ดประมาณนั้นนะคะ หลังจากนั้นค่ะ พับอีกข้างหนึ่งนะคะคุณครูปรเมษฐ พับอีกด้านแล้วก็นักเรียนจะใช้วิธีการทำอย่างไรก็ได้ค่ะ ให้มันอยู่ในรูปแบบอย่างนี้ ตอนเด็ก ๆ นะคะ คุณครูช่ำชองมากเลยเกี่ยวกับเรื่องการพับนกนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่รู้นักเรียนเกิดทันหรือเปล่า ยุคหนึ่งที่ว่าเราต้องพับนกแล้วก็ (คุณครูคณิตา) ไม่น่าจะทันค่ะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) สมัยนั้นครูยังเด็กอยู่ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ตอนนั้นนี่ประเทศเราให้พับนกกระเรียนนี่นะครับ เป็นสัญลักษณ์แห่งสันติภาพ นกพิราบ (คุณครูปรเมษฐ) ทำไมอันนี้เรียกนกกระเรียน (คุณครูคณิตา) อันนี้มันเป็นของญี่ปุ่นค่ะ ถ้าพับนกครบ 1,000 ตัว ก็จะเป็นความเชื่อของญี่ปุ่นค่ะ ให้มีสุขภาพแข็งแรงนะคะ หรือว่าขอให้ผู้ป่วยนะคะ หายไว ๆ ก็จะเป็นการพับนกกระเรียนเพื่อเป็นการขอพรค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเกิดบ้านเรานี่ก็จะเป็นชาดกนางนกกระเรียนใช่ไหมลูก นกกระเรียนหลาย ๆ สิ่งหลาย ๆ อย่างนะ (คุณครูคณิตา) หลังจากพับได้อย่างนี้นะคะ มันจะได้ในรูปแบบแบบนี้ก็ให้เราพับลงค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) พับลงให้มันมาจรดที่มุมข้างล่าง (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ แบบนี้ (คุณครูปรเมษฐ) ครูจะกางได้ไหม นี่ (คุณครูคณิตา) ใจเย็น ๆ สิคะ แล้วก็อีกด้านค่ะ ทำเหมือนเดิมนะคะ นั่นก็คือกางออกค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เชื่อว่าหลาย ๆ คนอาจจะกลับไปพับกุ้งเหมือนเดิม (คุณครูคณิตา) คุณครูเคยลองพับกุ้งแล้วนะคะ เหมือนลูกกุ้งน่ะค่ะ ที่มันยังโตไม่เต็มที่มันน่าจะขาดอะไรบางอย่างไป ซึ่งคุณครูคิดว่าอาจจะเป็นเพราะฝีมือของคุณครูเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ที่เด็ก ๆ ทำนี่ ถ้าเราตั้งใจทำนะ ไม่มีสิ่งใดในโลกที่มนุษย์ทำไม่ได้นะลูกนะ อยู่ที่ว่าทำหรือไม่ทำ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ พอได้แบบนี้แล้วนะคะ นี่ จะได้ในรูปแบบแบบนี้อีกแล้ว เห็นไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ไวจังเลยครับ ไหนลองคลี่แล้วทำให้เด็ก ๆ ดู เผื่อเด็กหลังห้องตามไม่ทันครับ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ ตามทันอยู่แล้วนะคะ หลังจากนั้นนะคะ เราจะได้รูปแบบแบบนี้นะคะ นักเรียนสังเกตนะคะ หลังจากนั้นก็ให้พับลงมานะคะ นี่ค่ะ เราก็จะได้รูปแบบแบบนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ ทั้ง 2 ด้านเลยนะคะ ได้หรือยังเอ่ยทั้ง 2 ด้านเลย (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ได้หรือยัง เด็ก ๆ ได้หรือยัง มันก็ไม่ยากนะนกนะ (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวเรานะคะ จะได้รูปแบบแบบนี้นะคะ เป็นรู้สี่เหลี่ยมรูปว่าวนะคะหลังจากนั้นเรามาดูขั้นตอนต่อไปกันเลยดีกว่าค่ะ ขั้นตอนต่อไปนะคะ หลังจากที่ได้แบบนี้นะคะ ให้นักเรียนพับกระดาษขึ้นมาแบบนี้นะคะ เราก็จะได้ในรูปแบบแบบนี้ค่ะ หลังจากนั้นนะคะ ให้นักเรียนพับอีกด้านหนึ่งนะคะ จะเหมือนกันเลยนะคะ จะเห็นรอยตรงนี้นะคะ พับขึ้นไปค่ะ จะได้ในรูปแบบแบบนี้ค่ะ ทั้ง 2 ด้านเลยนะคะ จะเห็นว่าเหมือนกันนะ หลังจากนั้นค่ะนักเรียนเห็นมุมไหมคะ มุมบริเวณนี้นะคะ ที่ครูชี้นะ ให้นักเรียนพับมุมตรงนี้นะคะ ให้มาอยู่กึ่งกลาง (คุณครูปรเมษฐ) พับมุมเข้ามาหาศูนย์กลางใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ พับนะคะ หลังจากนั้นค่ะ พับอีกรอบหนึ่งนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) พลิกอีกด้านหนึ่งใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็พับมุมเข้าหาแกนกลางเหมือนเดิมนะ (คุณครูคณิตา) แกนกลางนะคะ นักเรียนก็จะได้แบบนี้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) +ครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) จะได้แบบนี้นะคะ ทั้ง 2 ด้านเลย หลังจากนั้นค่ะ ให้นักเรียนค่ะ พลิกอย่างนี้นะคะ พลิกอย่างนี้นะคะ จะผลิก (คุณครูปรเมษฐ) อ๋อ ให้เป็นแบบนี้ใช่ไหมครับ ก็คือเอามุมเข้าไปหรือครับ เก็บมุมเข้าไป ก็จะเป็นลักษณะแบบนี้แล้ว จะเป็นนกแล้ว (คุณครูคณิตา) หลังจากนั้นค่ะ ให้นักเรียนพับนะคะ มันจะมีปลาย 2 ด้านที่แตกต่างกันนะคะ นำปลายที่มันไม่ได้แยกออกจากกันเข้าหาตัวค่ะ หลังจากนั้นนะคะ ให้พับขึ้นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) พับปลายที่ไม่ได้แยกออกตามแกนกลางนะ พับขึ้นไป (คุณครูคณิตา) หลังจากนั้นผลิกอีกด้านหนึ่งค่ะ นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใกล้เคียงแล้ว (คุณครูคณิตา) เราเกือบจะได้นกแล้วนะคะ หลังจากนั้นเราจะทำอย่างไรต่อ (คุณครูปรเมษฐ) เราจะต้องคลี่ออกใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) เราก็ทำการจับนะคะ มันจะอยู่อย่างนี้ใช่ไหมคะ นักเรียน มุมด้านล่างนะคะ เห็นไหม มันสามารถที่จะพับเข้าหากันได้ ให้พับเข้าหากันค่ะ และในส่วนอีกด้านหนึ่งนะคะ ให้พับเข้าหากันเช่นเดิมนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เช่นเดียวกันนะครับ (คุณครูคณิตา) เช่นเดียวกันนะคะ หลังจากนั้นค่ะ ให้นักเรียนนะคะ จับตรงปลายนะคะ ปลายของทั้ง 2 ด้าน (คุณครูปรเมษฐ) ปลายฝั่งที่ไม่ได้แยกออกจากกันใช่ไหมครับดึงแล้วอย่างไรต่อ (คุณครูคณิตา) เราก็ดึงแล้วก็เป็นรูปนกเลยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ดึงให้เป็นรูปนกหรือครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เราต้องทำให้นกมีลักษณะที่ สมบูรณ์หน่อยดีไหมครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ดีค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเป็นเมื่อสมัยก่อนหงายท้องนกแล้วก็เป่าลมใช่ไหมครับ มันจะมีช่องอยู่ เด็ก ๆ ก็เป่าลมเข้าไปเลย (คุณครูคณิตา) เป่าลมเข้าไปนะคะ หลังจากนั้นระหว่างนั้นนะคะ เพื่อที่จะให้ดูเป็นรูปนกนะคะ เราก็ทำการดัดตกแต่งนะคะ ให้เป็นนกในลักษณะ (คุณครูปรเมษฐ) เลือกด้านไหนก็ได้ให้เป็นปากใช่ไหม ทำเป็นจะงอยปากใช่ไหม ครูคณิตาลองพลิกอีกข้างหนึ่งให้เด็ก ๆ ให้เห็นข้าง ๆ ลำตัวนก แบบไหนคะ (คุณครูปรเมษฐ) เพื่อให้เห็น นี่ ๆ เวลากางปีกครูคณิตา (คุณครูคณิตา) แบบไหนเอ่ย อย่างนี้หรือ (คุณครูปรเมษฐ) จะงอยปากหน่อย จังงอยปากหน่อย (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ทำให้นกมีความสมบูรณ์หน่อยเด็ก ๆ จะทำปากเล็กปากใหญ่ก็ตามแต่นักเรียนนะครับ นี่นกของครูก็อ้วนด้วยนี่ เหมือนของครูเลย บินได้แล้ว [เสียงดนตรี]วส (คุณครูคณิตา) ก็ได้นกนะคะ ในรูปแบบที่หลากหลายค่ะ ซึ่งขั้นตอนนะคะ เด็ก ๆ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้นะคะ หรือสามารถที่จะค้นคว้าได้จากอินเทอร์เน็ตค่ะ เพราะว่าการใช้อินเทอร์เน็ตให้เป็นประโยชน์นะคะ เป็นสิ่งที่ดีอย่างหนึ่งค่ะ เอาล่ะค่ะ เดี๋ยวเราไปสรุปบทเรียนเขียนองค์ความรู้กันดีกว่าค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อ๋อ ให้นกเขาได้อยู่ด้วยกันนะครับ เป็นครอบครัว (คุณครูคณิตา) ให้อยู่รวมกันดีกว่านะคะ นี่ตัวสีแดงนี่ มีลูกด้วยไหมเด็ก ๆ ถ้าเรียบร้อยแล้วครับ ครอบครัวนก ไปสรุปบทเรียนกันดีกว่าครับ (คุณครูคณิตา) และนี่นะคะ เราก็จะได้นกนะคะ คนละ 1 ตัวกันแล้วนะคะ แต่จากใบงานเราให้พับนก 1 ตัวนะคะ หรือพับกุ้ง 2 ตัวค่ะ หากนักเรียนมีความสามารถนะคะ ก็สามารถที่จะถ่ายรูปส่งมานะคะ คณิตาและคุณครูปรเมษฐได้ดูค่ะ เอาล่ะค่ะ มาถึงบทเรียนนะคะ มาถึงสรุปบทเรียนเขียนองค์ความรู้ค่ะ วันนี้คุณครูก็มีคำถามมาถามนักเรียนนั่นก็คือนักเรียนมีหลักในการอ่านงานเขียนเชิงอธิบายอย่างไร ง่าย ๆ เลยนะคะ 3 ข้อค่ะ ง่าย ๆ ค่ะ นักเรียนตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ หลักในการอ่านงานเขียนเชิงอธิบายนะคะ ก็จะมีดังนี้ค่ะ 1. อ่านอย่างละเอียดนะคะ 2. อ่านอย่างตั้งใจ และ 3. นะคะ ที่สำคัญที่สุด เมื่ออ่านแล้วเราจะต้องจดบันทึกด้วยค่ะ ต่อมาค่ะ คุณครูก็จะมีคำถามนะคะ นั่นก็คือการอ่านงานเขีนนเชิงอธิบายมีประโยชน์อย่างไร ตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ มีประโยชน์อย่างไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) งานเขียนเชิงอธิบายนะครับ ก็ช่วยให้เรานั้นเมื่ออ่านแล้วก็จะทำงานได้เป็นขั้นเป็นตอนไม่เกิดการผิดพลาด คือประโยชน์นะครับ อีกข้อหนึ่งครูคณิตาครับ นักเรียนสามารถนำความรู้จากการอ่านงานเขียนเชิงอธิบายนะครับ ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร ข้อนี้นี่ครูอยากจะให้หนูนั้นตอบกับตัวเองว่าหนูนั้นจะสามารถนำงานเขียนเชิงอธิบายที่ครูดำเนินการสอนนี่ไปใช้ในชีวิตได้อย่างไรนะครับ ชั่วโมงต่อไป เราในเรื่องของ... (คุณครูคณิตา) เรื่อง การเขียนย่อความ 1 ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) พวกสายย่อทั้งหลายต้องเตรียมดังนี้นะครับ (คุณครูคณิตา) คือ 1. ใบความรู้ เรื่อง เขียนย่อความค่ะ 2. ใบงาน เรื่อง ย่อความตามประสบการณ์เดิมค่ะ และ 3 นะคะ ใบงาน เรื่อง ฝึกย่อความค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มี 2 ใบงานด้วยกันนะครับ ซึ่งสามารถข้อมูลได้ตามที่อยู่ด้านล่างนี้เลยนะครับ เอาล่ะครับ รูทั้ง 2 คนก็ขอเป็นนกบินลับขอบฟ้าไปก่อน (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี] Ր