--- title: ฝึกแบ่งพิมพ์ (DLTV ภาษาไทย ป. 6 หน่วยที่ 8) ๔ การเขียนย่อความ (๑) ๖ ต.ค. ๖๔ (มีใบงาน และใบความรู้) subtitle: date: วันจันทร์ที่ 25 เมษายน 2565 เวลา 10.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) 5, 4, 3, 2, 1 พร้อมนะครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ คุณครูปลายทางทุกท่าน และนักเรียนปลายทางทุกคนค่ะ วันนี้พับกับคุณครูคณิตา หนุนอนันต์ คุณครูปรเมษฐคะ (คุณครูคณิตา) มาได้แล้วค่ะ หมดเวลาเล่นแล้วค่ะ ไปทำหน้าที่แทนพี่ ๆ ช่างกล่องนี่ เดี๋ยวพี่ ๆ ช่างกล้องเขาตกงานหรอกค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็อยากจะลองถ่ายดูบ้างครับ ว่าวันนี้นี่เราเรียนเกี่ยวกับเรื่องย่อความใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้น ก็รู้สึกว่าอยากจะทำอะไรที่มันลดบทบาทและหน้าที่ลงบ้างนะ มันจะได้เกี่ยวกับการที่เรามีข้อความมาก ๆ แล้วก็สรุปให้มันสั้นลงนะครับ เอาล่ะค่ะ ถ้าอย่างนั้นก่อนที่จะเริ่มกันเลย เรามาแนะนำตัวกันอีกครั้งนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ดีครับ (คุณครูคณิตา) ให้คุณครูปรเมษฐนับอีกครั้งค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) 5, 4, 3, 2, 1 (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ คุณครูปลายทางทุกท่านและนักเรียนปลายทางทุกคน วันนี้พบกับคุณครูคณิตา หนุนอนันต์ และคุณครูปรเมษฐ ศรีกำเหนิด ในรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ เราก็จะเรียนเกี่ยวกับเรื่อง... (คุณครูปรเมษฐ) การเขียนย่อความนั่นเองนะครับ ซึ่งเนื้อหาจะเป็นอย่างไร จะสนุกสนานและแฝงด้วยความรู้ขนาดไหนนั้น เดี๋ยวเราไปศึกษาพร้อม ๆ กันเลยครับเด็ก ๆ ครับ (คุณครูคณิตา) ไปเลยค่ะ ก่อนที่เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องย่อความนะคะ คุณครูก็มีกิจกรรมย่อ ๆ ให้พอเข้าใจ ให้นักเรียนค่ะ ได้ร่วมสนุกกันก่อนค่ะ โดยคุณครูนะคะ จะมีข้อความมาให้ค่ะ จากข้อความที่นักเรียนได้อ่านค่ะ ซึ่งข้อความมีดังนี้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ครับ เดี๋ยวอ่านไปพร้อม ๆ กับครูนะครับ ตำรวจรัวปืนยิงคนร้ายตายคาที่หมดทุกคน ด้วยกระสุนปืนของตำรวจ ไม่มีใครรอดชีวิตเลย (คุณครูคณิตา) ให้เด็ก ๆ นะคะ ลองอ่าน หลังจากนั้นลองวิเคราะห์ดูนะคะ ว่านักเรียนจะย่อความได้อย่างไรบ้าง เรามาเฉลยกันดีกว่าค่ะ ย่อความได้ดังนี้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ตำรวจรัวปืนยิงคนร้ายตายหมด (คุณครูคณิตา) จาก 2 บรรทัด เหลือเพียง (คุณครูปรเมษฐ) บรรทัดเดียว (คุณครูคณิตา) บรรทัดเดียวนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) คุณครูปรเมษฐ) บรรทัดเดียว (คุณครูคณิตา) บรรทัดเดียวนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ไหม มันก็คือการย่อ ย่อให้มันสั้นลงนั่นเองนะครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ เรามาดูอีกข้อหนึ่งนะคะ ข้อนี้นั่นก็คือ (คุณครูปรเมษฐ) นอกใช้มือจับช้อน จากนั้นก็อ้าปากกินข้าวที่อยู่ในช้อนนั้น น้องใช้มือจับช้อน จากนั้นก็อ้าปาก (คุณครูคณิตา) แล้วก็กินข้าวที่อยู่ในช้อน (คุณครูปรเมษฐ) คำมันเยอะนะครูคณิตา เด็ก ๆ ย่อได้อย่างไร การย่อนี่ไม่จำเป็นจะต้อง ไม่จำเป็นต้องคงรูปศัพท์เดิม แต่ให้ประเด็นเดิมหรือสาระสำคัญเดิมยังอยู่ใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ย่อความนะคะ ก็ให้นักเรียนจับใจความได้อ่านหลังจากนั้นค่ะ ก็ย่อออกมาให้เป็นสำนวนของตัวเองนะคะ เอาล่ะค่ะ เรามาดูเฉลยกันดีกว่า (คุณครูปรเมษฐ) น้องตักข้าวกินโดยใช้ช้อน ใช่ไหม เพราะว่าที่อยู่ในข้อความบอก น้องจับช้อนแล้วก็อ้าปากกินข้าว ยังมีข้าวอยู่ เราสรุปให้เป็นภาษาของตัวเอง ก็คือน้องนี่ตักข้าวกินโดยใช้ช้อนนั่นเองนะครับ เห็นไหม ย่อให้มันสั้นลง (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ ง่าย ๆ เลย เอาล่ะค่ะ เรามาดูอีกข้อหนึ่งค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) รถของนายสวัสดิ์ ซึ่งแล่นมาด้วยความเร็วสูง แหกโค้งระหว่างเลี้ยว จึงเสียหลักพลิกคว่ำเทกระจาดลงข้างทาง เทกระจาดแปลว่าอะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ก็ระเนระนาดเลย (คุณครูปรเมษฐ) หนึ่งกระจาด แล้วก็คว่ำลงข้าวของที่อยู่ในกระจาดก็เสียหายไปหมดสิ้นนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เอาล่ะค่ะ ลองย่อความดูนะคะ ข้อความว่าอย่างไร 1, 2 3 คุณครูปรเมษฐคะ เฉลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) รถของนายสวัสดิ์พลิกคว่ำลงข้างทาง รายละเอียดอื่น ๆ ตัดทิ้งหมดเลย เราจะบอกแค่ประเด็นสำคัญของมันเท่านั้น ว่านี่นะ พลิกลงข้างทาง พลิกคว่ำลงข้างทาง แต่นายสวัสดิ์ยังต้องมาอยู่นะ ถ้าไม่มีนายสวัสดิ์ เกิดอะไรขึ้นครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ก็ไม่รู้อีกสิคะ ว่ารถที่พลิกคว่ำนั้นเป็นรถของใคร (คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้น การย่อความกิจกรรมนี้นี่ มันก็จะต้องจับประเด็นหรือใจความสำคัญของบทความที่ครูกำหนดให้ได้ก่อน แล้วก็ย่อให้เป็นสำนวนภาษาของตนเอง เด็ก ๆ อาจจะบอกว่ารถของนายสวัสดิ์คว่ำก็ได้นะ (คุณครูคณิตา) ก็ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือการบอกให้ผู้อื่นรู้ว่าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ เข้าใจพอครับ (คุณครูคณิตา) ซึ่งจุดประสงค์การเรียนรู้ของวันนี้นะคะ เราก็จะเรียนเกี่ยวกับเรื่องการย่อความค่ะ ซึ่งเด็ก ๆ จะต้องบอกหลักการเขียนย่อความได้ค่ะ 2. ให้ได้ค่ะ 3. นะคะ นักเรียนจะต้องเห็นประโยชน์ของการเขียนย่อความค่ะ ซึ่งวันนี้นะคะ คุณครูก็มีคำถามกระตุ้นความคิดมาถามนักเรียนอีกเช่นเคยค่ะ นั่นก็คือนักเรียนเคยเขียนย่อความหรือไม่คะ ตอบได้เลยค่ะ เคยเขียนย่อความหรือไม่เคยเขียนคะ คุณครูเชื่อว่าในช่วงประถมศึกษาปีที่ 5 นี่ เด็ก ๆ ก็เคยเขียนย่อความ เพราะฉะนั้น เคยเขียนมาแล้วนั่นเองค่ะ ต่อมาค่ะ คำถามข้อต่อไปนั่นก็คืออะไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนนะครับ ในการเขียนย่อความ ทุกสิ่งทุกอย่างนี่ การที่ลงมือทำย่อมเกิดปัญหาและอุปสรรค เพราะฉะนั้น เชื่อเหมือนกันว่านักเรียนเคยเขียนย่อความ มันย่อมเกิดปัญหา ไหนเด็ก ๆ ลองยกตัวอย่างสิ ปัญหาของเด็ก ๆ เกิดอะไรขึ้นบ้าง หลายปัญหาเลยนะครูคณิตา ว่าการเขียนย่อความมันเป็นอย่างไร ที่เด็ก ๆ เขาเสนอกันมานี่ (คุณครูคณิตา) อาจจะจับใจความสำคัญไม่ได้นะคะ นักเรียนอาจจะแยกใจความหลักกับใจความรองไม่ได้ค่ะ เพราะการย่อความนี่ เราจะต้องนำใจความหลักนะคะ ส่วนใจความต่าง ๆ ถ้าตัดออกได้ก็ต้องตัดออกนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) และก็ยังเรียงลำดับไม่ถูกต้อง บางครั้งอ่านเสร็จเรียบร้อยจริง ๆ จะเขียนจริง ๆ เรียงลำดับไม่ถูก (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ เกิดปัญหานะคะ และที่สำคัญค่ะ นักเรียนนะคะ ลืมเปลี่ยนเรื่องการใช้สำนวนภาษานั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) ส่วนใหญ่นักเรียนก็จะใช้สำเนียงภาษาที่ได้อ่านลงไปนะคะ นักเรียนนี่ไม่ได้เปลี่ยนเป็นสำนวนของตนเอง เพราะฉะนั้น เกิดความสับสนก็ได้นะคะ อย่างเช่น น้องกินข้าว อะไรประมาณนั้นน่ะค่ะ ก็จะทำให้เกิดความสับสน (คุณครูปรเมษฐ) ย่อ ก็คือการตัดคำออก จริง ๆ แล้วใช่ไหมลูก ใช่ไหมลูก ไม่ใช่นะ อ่านข้อความเต็ม แล้วเราก็เขียนใหม่โดยใช้สำนวนของตนเอง ถ้าการตัดคำออกนี่ ว่าภาษามันยังไม่สละสลวยพอ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ เพื่อเป็นการทบทวนจากสิ่งที่คุณครูทั้ง 2 คน เสนอนะคะ ก็เห็นถึงปัญหาของการเขียนย่อความแล้ว เพราะฉะนั้น คุณครูก็มีใบงานให้นักเรียนได้ทำนะคะ เพื่อเป็นการทบทวนก่อนจะเรียนเรื่องย่อความค่ะ นั่นก็คือใบงาน เรื่อง ย่อความตามประสบการณ์เดิม ค่ะ ซึ่งบทบาทของคุณครูปลายทางมีอะไรบ้างคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) คุณครูก็ช่วยดูแลนักเรียน ลงมือปฏิบัติงานนะครับ เพราะว่าอันนี้นี่เป็นการที่เด็ก ๆ นั้นใช้ประสบการณ์เดิมในการทำงานนะครับ (คุณครูคณิตา) คณครูก็ช่วยให้คำแนะนำกับนักเรียนนะคะ ก็เป็นตัวอย่างใบงานนะคะ ให้นักเรียนค่ะ อ่านข้อความนะคะ ที่อยู่ในกรอบ หลังจากนั้นย่อตามประสบการณ์เดิมที่นักเรียนได้เรียนรู้มาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เดี๋ยวเราจะได้มาดูกัน ว่าสายย่อของครูนั้นจะย่อความได้สละสลวยเพียงใดครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ หากนักเรียนพร้อมแล้วลงมือปฏิบัติได้เลยค่ะ [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) เป็นอย่างไรกันบ้างครับ กับครอบครัวของ พลโท เด่น ครี่บาน อ่านให้ดีนะครับ มันเป็นคำอะไรเด็ก ๆ เรียนไปแล้ว คำควบกล้ำนะ อ่านว่า "คอ-รอ-อี ครี่ นะ อย่าไปอ่านเป็นอย่างอื่นนะครับ นักเรียน เดี๋ยวมันจะผิดกันใหญ่โตนะครับ เอาล่ะครับ นักเรียน เชื่อว่านักเรียนนั้นก็ย่อความเป็นสำนวนภาษาของตน้อง เป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ เดี๋ยวครูจะให้นักเรียนศึกษาในเรื่องของหลักการใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วเมื่อเรารู้หลักการว่าย่อความอย่างไร รูปแบบเป็นอย่างไร นักเรียนค่อยย้อนกลับมาตรวจใบงานอีกครั้งหนึ่ง ว่าตนเองนั้นย่อความได้ถูกต้องมากน้อยเพียงใดครับ เพราะฉะนั้น เดี๋ยวเราไปศึกษาหลักการกันเลยครับเด็ก ๆ ครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ การเขียนย่อความนะคะ เป็นการเขียนจากการอ่านเก็บใจความสำคัญของเรื่องค่ะ แล้วนำมาเรียบเรียงใหม่ แล้วเขียนให้ถูกต้องตามรูปแบบของย่อความค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ซึ่งการย่อความนี่สำคัญ ก็คือรูปแบบนะครับ รูปแบบเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับการเขียนย่อความนะครับ เพราะฉะนั้น นักเรียนก็ต้องใช้รูปแบบให้ถูกต้องนะ ครูเน้นย้ำไว้ก่อนเลยนะ ประเด็นที่ 2 คือ เนื้อหาที่อยู่ในย่อความนั้น ๆ ก็จะต้องถูกต้องด้วยนะครับ (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ ต่อมาค่ะ ก็จะเป็นหลักการเขียนย่อความค่ะ มีอะไรบ้าง เดี๋ยวเราไปเรียนรู้พร้อม ๆ กันเลยค่ะ หลักการเขียนย่อความ ข้อที่ 1 ค่ะ นั่นก็คืออ่านเนื้อเรื่องอย่างละเอียดค่ะ เพราะอะไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) การที่เราอ่านเนื้อเรื่องอย่างละเอียดนี่ เพราะเราจะได้รู้ว่ามันเปิดอะไรขึ้น ตอบคำถามให้ได้ใครทำอะไร ที่ไหน อย่างไร เมื่อไหร่ นี่ถ้าเด็ก ๆ ตอบคำถามตรงนี้ได้ การย่อความก็จะประสบผลสำเร็จ อย่างเช่น ที่อ่านเรื่องพลโท เด่น นี่ นักเรียนอ่านทุกตัวอักษรไหม มันต้องอ่านอย่างละเอียดก่อน แล้วเราจะเข้าใจแล้วก็จับประเด็นได้ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ซึ่งสอดคล้องกับคุณครูปรเมษฐได้กล่าวไว้นะคะ นั่นก็คือข้อ 2 ค่ะ จะเป็นการวิเคราะห์เนื้อหาค่ะ ใครทำอะไร ที่ไหน อย่างไร เมื่อไหร่นะคะ และผลที่ตามมาเป็นอย่างไร ก็ให้นักเรียนนะคะ ลองวิเคราะห์ดูเกี่ยวกับเนื้อหาค่ะ ต่อมาค่ะ ส่วนที่ 3 ค่ะ สิ่งสำคัญเลย นั่นก็คืออะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ต้องบันทึกใจความสำคัญนะครับ เมื่อเราตอบคำถามได้แล้วว่าใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร เมื่อไหร่ ผลเป็นอย่างไรนี่ เราก็จะได้ใจความสำคัญของมันออกมาใช่ไหมเด็ก ๆ แล้วเราก็จะบันทึกครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ นั่นก็คือการบันทึกนี้นะคะ ก็จะเป็นการเขียนร่างคร่าว ๆ ก่อนนะคะ หลังจากนั้นค่ะ ข้อที่ 4 ค่ะ นั่นก็คือตัดเนื้อหาที่ไม่จำเป็นออกนั่นเองค่ะ ก็คือหลังจากที่นักเรียนบันทึกใจความสำคัญแล้ว ให้นักเรียนอ่านทบทวนอีกครั้งหนึ่ง แล้วพิจารณาดูสิว่าเนื้อหาส่วนใดที่ไม่สำคัญ ก็ให้ตัดเนื้อหาส่วนนั้นออกค่ะ ต่อมาค่ะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ต้องเปลี่ยนอะไรครับ เปลี่ยนคำสรรพนาม ให้มันเป็นคำสรรพนามบุรุษที่ 2 และบุรุษที่ 3 นะครับ เพราะว่าเดิมนี่เขาก็จะมีชื่อมีอะไรมาใช่ไหม ในบทความที่จะย่อความนี่ มาเป็นสำนวนของตัวเองแล้วนี่ เราก็ใช้สรรพนามเดิมแทนผู้ที่เรากล่าวถึงนั่นเอง จะเป็นเขา เป็นท่าน เป็นสรรพนามบุรุษที่ 3 ก็ให้ใช้ให้ถูกต้องด้วยนะครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ สิ่งสำคัญเลยนะคะ นั่นก็คือนักเรียนต้องไม่ใช้อักษรย่อค่ะ ในการเขียนย่อความนี่ เราย่ออยู่แล้ว ถ้าเราเขียนอักษรย่อเข้าไปอีก ก็อาจจะทำให้เกิดความสับสนนะคะ หรืออาจจะทำให้เราไม่รู้เรื่องก็ได้ค่ะ ต่อมาค่ะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) การเลือกใช้คำนะครับ การเลือกใช้คำในการนำมาเขียนนั่นเองนะ ก็จะต้องสรรคำให้ดี ว่าเราจะใช้คำแบบไหน นำมาเขียนแล้วมันจะเป็นสำนวนภาษาของเราหรือไม่ มันจะสามารถสื่อสารให้ผู้อื่นเข้าใจได้หรือไม่ อันนี้เป็นเรื่องสำคัญนะครับ คำในบทความที่อ่านนั้นน่ะ อาจจะไม่ตรงคำที่เรานำมาย่อก็ได้ ใช่ไหมเด็ก ๆ แต่มันมีใจความเหมือนกัน ก็ถือว่าถูกต้องนะครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ ต่อมาสิ่งสำคัญเลย สิ่งสำคัญเลยนะคะ นั่นก็คือเขียนร่างย่อความค่ะ เป็นอย่างไรนะคะ ก็ให้นักเรียนนะคะ ลองเขียนร่างมา จากข้อ 1 ถึงข้อ 7 นี่ ให้นักเรียนพิจารณาทบทวน หลังจากนั้นร่างข้อความลงไปนะคะ หลังจากนั้นค่ะ ข้อ 9 ค่ะ ทำอย่างไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เมื่อเราเขียนร่างข้อความ ก็คือจากการบันทึกใช่ไหม นำมาเขียนร่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราก็ต้องอ่านทบทวน อ่านซ้ำย้ำทวนอีกรอบหนึ่ง อ่านทบทวน เพื่อจะตรวจแล้วว่าเกิดคำตรงไหนยังไม่สละสลวย หรือคำไม่ประติดประต่อกัน ก็จะได้ทำตรงนั้นให้มันดี คำตรงนั้นมันสละสวย คำสละสลวยจำเข้าใจง่ายนะครับ (คุณครูคณิตา) เขาเรียกว่าเป็นการขัดเกลาข้อความให้มันสละสลวย หลังจากที่นักเรียนนะคะ ได้ทำการขัดเกลาข้อความของตนเองให้มีความสละสลวยแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดเลย นั่นก็คือข้อ 10 ค่ะ เขียนขึ้นรูปแบบย่อความ ถ้าเราไม่เขียนขึ้นรูปแบบย่อความ จะเป็นย่อความไหมคะ เป็นย่อความไหมคะคุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ก็อย่างที่บอกว่าย่อความสำคัญที่รูปแบบ นะครับ เพราะฉะนั้น เดี๋ยวเราไปดูรูปแบบกันว่ามีความ (คุณครูคณิตา) ค่ะ รูปแบบขึ้นย่อความนะคะ จะมีดังนี้ค่ะ หัวข้อแต่ละหัวข้อนี่ ก็จะมีหัวข้อที่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้น เรามาเรียนรู้เกี่ยวกับหัวข้อของการขึ้นย่อความนะคะ หัวข้อแรกค่ะ นั่นก็คือย่อความร้อยแก้วนั่นเองค่ะ หัวข้อที่ 2 ล่ะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือย่อความจดหมายนะครับ (คุณครูคณิตา) หัวข้อที่ 3 ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ย่อความประกาศนะครับ (คุณครูคณิตา) หัวข้อที่ 4 ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ย่อคำปราศรัยนะครับ และก็ย่อคำปาฐกถานะครับ (คุณครูคณิตา) สุดท้ายค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือย่ความคำประพันธ์นะ คำประพันธ์ก็จะตรงข้ามกับร้อยแก้ว ก็คือร้อยกรองนั่นเองนะครับ (คุณครูคณิตา) แล้วแต่ละย่อที่คุณครูได้ยกตัวอย่าง สายย่อทั้งหลายนี่ จะทราบรูปแบบกันไหมคะ ว่ารูปแบบของย่อความแต่ละแบบนี่แตกต่างกันอย่างไร ทราบไหมเอ่ย หลาย ๆ อาจจะมีการหลง ๆ ลืม ๆ ไปบ้างนะคะ ไม่เป็นอะไรค่ะ เดี๋ยวเรามาทบทวนรูปแบบของย่อความแต่ละประเภทกันเลยค่ะ รูปแบบที่ 1 ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันดับแรกนะครับ ก็คือการย่อความร้อยแก้ว หรือย่อความบทร้อยแก้วนะครับ บทร้อยแก้วมันก็คือการเขียนธรรมดานั่นเองครับ แล้วย่ออย่างไร ก็คืออันดับแรกเลย ย่อเรื่อง ย่อหน้าเข้าไปหน่อยหนึ่ง สมมติย่อเรื่องอะไรเธอก็เขียนไปนะครับ 2. ใส่ชื่อผู้แต่ง จากหนังสือเรื่องอะไร เราก็ใส่ไป เธอก็เขียนไปนะครับ แล้วก็หน้าในบทความที่อ่านนั้นนี่ อยู่หน้าที่เท่าไรล่ะ ก็เขียนไป สุดท้ายลงท้ายด้วย "ความว่า" พอหลังจากความว่านี่ล่ะครับ หนูเอาสาระสำคัญจากการย่อความทั้งหมดมาเขียน โดยเราเรียบเรียงเป็นสำนวนภาษาของเราเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่หัวของการขึ้นย่อความนี่ให้ถูกต้อง ย่อความบทร้อยแก้วนี่จะมีมาก เพราะว่าบทร้อยแก้วบททั่วไปนะ คือ การเขียนธรรมดา ทั่วไปนั่นเองนะครับ ไม่ว่าใครจะเขียนก็แล้วแต่ เป็นบทร้อยแก้วทั้งสิ้น (คุณครูคณิตา) ค่ะ ขอเพิ่มเติมนิดหนึ่งนะคะ หลังจากคำว่า "ความว่า" ที่ครูปรเมษฐได้ให้เขียนในสิ่งที่นักเรียนย่อลงไปนะคะ ก่อนที่นักเรียนจะเขียนข้อความเหล่านั้น นักเรียนจะต้องขึ้นย่อหน้าใหม่ก่อนนะคะ ห้ามเขียนตามหลังคำว่า "ความว่า" ค่ะ ความว่าอยู่ตรงที่ใด ให้เริ่มย่อหน้าใหม่นะคะ แล้วก็เขียนข้อความที่นักเรียนได้บันทึก หรือได้ร่างเอาไว้นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือการขึ้นบรรทัดใหม่นะ แล้วก็ย่อหน้าเข้าไปนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมาค่ะ เรามาดูรูปแบบที่ 2 นะคะ นั่นก็คือรูปแบบจดหมายค่ะ จดหมายนะคะ ก็จะมีคำขึ้นต้นดังนี้ค่ะ จะเป็นจดหมายของ ของคุณครูปรเมษฐถึงเด็กชาย ก นะคะ ลงวันที่ ก็วันที่เท่าไรนะคะ เดือนที่เเท่าไร พ.ศ. ก็ให้เขียนลงไปนะคะ ก็หลังจากนั้นค่ะ ความว่า ความว่าในที่นี้ ให้นักเรียนนะคะ สรุปใจความสำคัญของเนื้อหาสำคัญของจดหมายค่ะ และที่สำคัญนักเรียนจะต้องสังเกตนะคะ ว่าหลังจากความว่าไม่มีการเติมข้อความลงไป นักเรียนจะต้อง ต้องทำไมเอ่ย จะต้องขึ้นบรรทัดใหม่โดยการย่อหน้านั่นเองค่ะ ต่อมาค่ะ เรามาดูรูปแบบต่อไปกันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือการย่อความประกาศนั่นเอง ประกาศ ก็คือการเขียนให้ผู้อื่นได้รับรู้ใช่ไหม อย่างเช่น ประกาศ เรื่อง รณรงค์โรคระบาด ประกาศ เรื่อง ป้องกันลูกน้ำยุงลายนะ ก็จะเขียนเป็นประกาศเป็นรายการมา คราวนี้เมื่อนักเรียนต้องการย่อความให้มันเป็นของเรานี่ ก็ให้ขึ้นต้นดังนี้นะครับ อย่างเช่น นักเรียนจะย่อประกาศใช่ไหม เขียนย่ออย่างนี้ ว่าคำประกาศของ สมมติของ ศบค. นะ เธอก็เขียนว่าคำประกาศของศูนย์บริหารสถานการณ์ ชื่อเต็ม คือ ศบค. ใช่ไหม นะ ประกาศนี้ประกาศแก่ใคร ก็ประชาชนทั่วไปใช่ไหม ลงวันที่ เขาลงวันที่เท่าไร หนูก็เขียนตามนั้น แล้วก็ความว่า ย่อหน้าใหม่ เหมือนกันเลย มันต่างกันตรงไหนครูคณิตา 3 อันที่ผ่านมานี่ (คุณครูคณิตา) ต่างกันตรงรูปแบบต่าง ๆ หรือว่าเราอาจจะเรียกง่าย ๆ นะคะ ว่า "หัวของย่อความ" นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คำขึ้นข้อความนะครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ จะเป็นย่อความคำปราศรัยค่ะ เป็นอย่างไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) พระราชดำรัสนะครับ คำปราศรัยของครูคณิตาครับ ก็เขียนว่า คำปราศัยของนางสาวคณิตา หนุนอนันต์ สมมติ มอบให้นักเรียนก็แก่นักเรียนทั่วไป เนื่องในโอกาศอะไร ที่คำปราศรัยนี้เกิดขึ้นนะครับ ทางสถานที่ที่กล่าวนะ (คุณครูคณิตา) กล่าวนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ที่กล่าวนะ แล้วก็บอก ณ วันที่เท่าไร เขาได้กล่าวคำปราศรัยเมื่อวันที่เท่าไร แล้วก็ลงท้ายความว่า ย่อหน้าใหม่เหมือนเดิมเลย (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ สิ่งที่สำคัญนะคะ อย่างที่บอกนะ ก็คือจะมีคำขี้น ต้นย่อหน้านะคะ หลังคำว่า "ความว่า" ก็ให้นักเรียนขึ้นย่อหน้าใหม่ค่ะ นี่ก็เป็นสิ่งสำคัญที่คุณครูคณิตาและคุณครูปรเมษฐนี่ย้ำไว้เสมอ เพราะฉะนั้น รูปแบบการเขียนย่อความห้ามผิดแล้วนะคะ ต่อมาค่ะ ก็จะเป็นย่อปาฐกถาค่ะ ย่อปาฐกถานี่เป็นอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) การย่อปาฐกถา คำบรรยาย หรือคำสอนนะครับ ก็เขียนเหมือนเดิม คำบรรยาย มีบทความมาเป็นคำบรรยายอยู่บทหนึ่งนะ ของ... ของใครก็ตามแต่ ก็เขียนชื่อของคนนั้นไป เขาได้บรรยายเรื่องอะไรล่ะ ก็เขียนเรื่อง แก่ใคร สมมติบรรยายแก่นักเรียนโรงเรียนวังไกลกังวล ก็บอกไป ที่ ที่ไหน ณ สถานที่ไหน แล้วก็บอกวันที่ที่เกิดคำบรรยายนั้นขึ้นมา บางครั้งมีเวลา เพราะว่าการที่จะบรรยาย หรือแสดงปาฐกถา หรือคำสอนนี่ มันจะมีช่วงเวลาที่เขาได้พูดได้อะไรนี่ จะบันทึกไว้ชัดเจนนะครับ เพราะฉะนั้น อันนี้ละเอียด ก็คือเพิ่มเวลาไปหน่อยหนึ่งนะครับ วันที่ก็เหมือนกันทุกอันอยู่แล้ว วันที่เสร็จแล้วก็ความว่า เขียนเนื้อหาที่เรานั้นจับประเด็นสำคัญย่อความมานั่นเองครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ เรามาถึงย่อบทสุดท้ายแล้วนะคะ นั่นก็คือย่อบทประพันธ์นั่นเองค่ะ เป็นสิ่งที่คุณครูปรเมษฐนะคะถนัดมากเลยนะคะ ย่อคำประพันธ์นะคะ หรือย่อบทประพันธ์นี่ เราก็จะเขียนประเภทใช่ไหมคะ ประเภทของบทประพันธ์มีอะไรบ้างคะ (คุณครูปรเมษฐ) โคลง, ฉันท์, กาพย์, กลอน, ร่าย ท่องพร้อมกัน โคลง, ฉันท์, กาพย์, กลอน, ร่าย กี่ประเภทเด็ก ๆ 5 ใช่ไหม ท่องใหม่ โครง, ฉันท์, กาพย์, กลอน, ร่าย สมมติ ย่อเรื่อง ขุนช้างขุนแผนนะครับ จะเขียนอย่างไรครับ ย่อคำประพันธ์ประเภทบทร้อยกรอง หรือคำประพันธ์ประเภทกลอนนะ เพราะขุนช้างขุนแต่งเป็นอะไร กลอนแปดหรือกลอนสุภาพ ของใครล่ะ (คุณครูคณิตา) เรื่องก่อน (คุณครูปรเมษฐ) เรื่องก่อนใช่ไหม เรื่อง ขุนช้างขุนแผน ตอน กำเนิดพลายงาม (คุณครูคณิตา) ยังก่อนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เรื่อง ขุนช้างขุนแผน แล้วก็ของใคร ใครเป็นผู้แต่ง ที่ ป.6 ที่นักเรียนเรียนนี่ สุนทรภู่ ตอน กำเนิดพลายงาม และก็ความว่า หนูย่อตรงส่วนไหนล่ะ หนูก็เขียนเนื้อหาในส่วนนั้นไปนะครับ หรือจะเป็นบทอาขยานก็ได้ นะ ขึ้นต้นว่าอย่างไรนะ แม่รักลูก ลูกก็รู้อยู่ว่ารัก แล้วก็มาเขียน ก็คือถอดคำประพันธ์แล้วก็มาย่อความนะครับ ไม่ยากเลยนะข้อความ (คุณครูคณิตา) ไม่ยากเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าจับประเด็นสำคัญได้ถูกต้อง ก็คือจับประเด็นสำคัญในบทร้อยกรองนั้น ๆ แล้วก็มาเขียนใหม่ในรูปแบบร้อยกรอง ก็ถูกแล้วนะครับ ข้อความ (คุณครูคณิตา) ค่ะ นะคะ อยากศึกษาเพิ่มเติม นักเรียนก็ศึกษาเพิ่มเติมได้ในใบความรู้นะคะ เอาล่ะค่ะ มาถึงช่วงที่นักเรียนรอคอยนะคะ หลังจากที่นักเรียนได้ศึกษาเกี่ยวกับหลักการ รูปแบบของย่อความแล้ว ให้นักเรียนนะคะ ย้อนกลับไปดูใบงานของตนเองค่ะ ว่านักเรียนนี่ได้เขียนถูกต้องตามรูปแบบหรือเปล่า หากถูกต้องแล้ว ก็ให้นักเรียนนะคะ ลองพิจารณาดูสิว่าย่อความที่นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติไปนั้น ควรแก้ไขอย่างไร หรือถ้าหากนักเรียนนะคะ ไม่ทราบหาจุดที่แก้ไขได้ เราก็จะให้คุณครูปลายทางค่ะ ลองให้ให้คุณครูปลายทางนะคะ พิจารณาและตรวจสอบดูนะคะ แล้วก็คุณครูปลายทางนะคะ สามารถให้คำแนะนำได้ด้วยค่ะ มาถึงช่วงที่นักเรียนรอคอยแล้วใช่ไหมคะคุณครูปรเมษฐ นั่นก็คือช่วงทำใบงานนั่นเองค่ะ ให้นักเรียนนะคะ ทำใบงานเรื่องอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) เรื่อง ฝึกย่อความ นะครับ (คุณครูคณิตา) บทบาทของนักเรียนนะคะ ก็คือให้นักเรียนค่ะ ทำใบงานเรื่อง ฝึกย่อความค่ะ ส่วนบทบาทของคุณครูปลายทางล่ะคะ (คุณครูปรเมษฐ) คุณครูก็ช่วยดูแลนักเรียนนะครับ ในการที่ทำใบงานนะครับ ให้คำปรึกษาต่าง ๆ นักเรียน ถ้าหนูไม่เข้าใจก็ให้ถามครูอีกครั้งหนึ่งนะครับ บางครั้งบางทีนี่ ครูทั้ง 2 คนก็ยังไม่สามารถอธิบายอย่างลึกซึ้ง เท่าคุณครูปลายทางนะครับ เพราะฉะนั้น คุณครูปลายทางมีบทบาทสำคัญ หนู ๆ ต้องถามคุณครูท่านนะครับ (คุณครูคณิตา) และนี่ก็คือตัวอย่างของใบงานค่ะ นักเรียนนะคะ ทำใบงานเรื่อง ฝึกย่อความค่ะ เป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรคะนี่คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นเรื่องเกี่ยวกับการละเล่นของไทยเรานะ การวิ่งเปี้ยวนี่ ถ้าพูดกันง่าย ๆ ถ้าบอกหัว ก็คือการย่อความอะไร ร้อยแก้วนั่นเอง แล้วเมื่อสักครู่นี่ ที่ครูเฉลยไป ครอบครัวตัวอย่างพลโท เด่น นี่ ก็เป็นประเภทร้อยแก้วเหมือนกันใช่ไหม เด็ก ๆ รู้แล้วนะครับ วิธีการไม่ได้ยากเลย รูปแบบมีไหม มีนะ ศึกษาได้ แล้วก็ลองอ่านแล้วลงมือทำดูนะครับ (คุณครูคณิตา) หากนักเรียนยังจำรูปแบบไม่ได้นะคะ ใบความรู้ นักเรียนสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ค่ะ หากพร้อมแล้วลงมือปฏิบัติฝึกย่อความได้เลยค่ะ [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) หมดเวลาในการทำกิจกรรมค่ะ เดี๋ยวเรามาตรวจสอบนะคะ ความถูกต้องของใบงาน เรื่อง ฝึกย่อความ กันเลยค่ะ และนี่นะคะ นั่นก็คือแนวคำตอบของการฝึกย่อความใช่ไหมคะ เรื่อง วิ่งเปี้ยว นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับ เด็ก ๆ มาพิจารณาไปพร้อม ๆ กันเลยนะครับ อันนี้ก็คือการย่อความบทร้อยแก้วใช่ไหมลูก เด็ก ๆ ครับ ตรงเนื้อหาที่อยู่หน้าหลังความว่านี่ ครูก็ไม่สามารถเห็นของหนูได้ อันนี้ต้องให้คุณครูปลายทางได้ช่วยตรวจนะครับ แต่ข้างบนเหมือนกันทุปประการนะครับ เริ่มตั้งแต่ย่อบทความนะ เรื่องอะไร เรื่อง วิ่งเปี้ยว นะครับ ผู้แต่งหรือผู้เขียน ก็คือวิบูลย์ ลี้สุวรรณ นะ จากไหนล่ะ จากหนังสือศิลปะชาวบ้าน หน้าที่เท่าไร หน้าที่ 94 - 95 สุดท้ายก่อนจะไปเนื้อหา ก็ความว่า ความว่า แล้วก็ย่อหน้าใหม่ บรรทัดถัดไป คราวนี้ก็เป็นเนื้อหาของนักเรียน ถ้ามาสรุป ก็คือวิ่งเปี้ยวนี่นะ เป็นการละเล่นพื้นบ้านของไทยนะ ซึ่งผู้เล่นใช้กำลังแข็งแรงในการวิ่งนะ ประกอบด้วยผ้า อุปกรณ์ที่เล่น ก็คือผ้า 2 ผืนนะครับ จำกัดจำนวนไหม ไม่จำกัดนะ แบ่งผู้เล่นเป็น 2 ฝ่าย มีกรรมการตัดสิน 1 คน แล้วทำอย่างไรต่อ ก็ทำกิจกรรมการวิ่งเปี้ยวโดยการวิ่งส่งผ้าให้คนต่อไป เป็นเช่นนี้จนวิ่งทันกันนะครับ ฝ่ายที่ไล่ก็ใช้ผ้าตีอีกฝ่ายที่ถืออยู่นี่นะ ตีอีกฝ่ายหนึ่งก็คือว่าเป็นฝ่ายชนะ การวิ่งเปี้ยว ก็คือการอธิบายการวิ่งเปี้ยวโดยย่อนะ นักเรียนอาจจะเขียนได้ดีกว่าครู หรือสั้นกว่าครูด้วยซ้ำ แต่เน้นย้ำตรงประเด็นสำคัญ สาระสำคัญ สารสำคัญถูกต้องครบถ้วนก็ถือว่าใช้ได้ครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ และนี่ก็คือเป็นแนวคำตอบนะคะ ที่คุณครูนำมาให้นักเรียนนะคะ ร่วมกันพิจารณาค่ะ และต่อมาค่ะ จะเป็นสรุปบทเรียนเขียนองค์ความรู้ค่ะ วันนี้คุณครูก็มีอีกคำถามนะคะ นั่นก็คือนักเรียนนะคะ มีหลักในการย่อความอย่างไรบ้างคะ ตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ หลักในการย่อความค่ะคุณครูปรเมษฐ ก็มีหลากหลายใช่ไหมคะ อย่างเช่น อ่านให้ละเอียดนะคะ จับใจความให้ได้ หลังจากนั้นมีการจดบันทึก แล้วก็ร่างข้อความ อ่านบททวนอีกครั้ง แล้วก็ขึ้นรูปแบบของการเขียนย่อความค่ะ ซึ่งรายละเอียดต่าง ๆ นะคะ นักเรียนสามารถหาความรู้เพิ่มเติมได้จากใบความรู้ค่ะ เอาล่ะค่ะ ต่อมานะคะ การเขียนย่อความมีประโยชน์อย่างไรคะ ตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ทุกเรื่องที่ให้นักเรียนได้ศึกษาหาความรู้นี่ ในรายวิชาภาษาไทยนี่ มันจะต้องบอกให้ได้ว่ามันเกิดประโยชน์อะไรบ้าง มันมีคุณค่าเช่นไร เพราะฉะนั้น เราก็ไม่จำเป็นต้องเรียน แต่นี่จำเป็นต้องเรียนนะครับ เด็ก ๆ ครับ ช่วยกันตอบสิว่าย่อความนี่ มันเกิดประโยชน์อย่างไร จากที่เราได้ทำจริง 2 ใบงานด้วยกัน เกิดประโยชน์อย่างไรบ้าง เด็ก ๆ ช่วยกันตอบหน่อย (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ ตอบเป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะคุณครูปรเมษฐ คุณครูปรเมษฐคะ การเขียนย่อความมีประโยชน์อย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ประโยชน์ที่เด็ก ๆ เขียนกันมาใช่ไหม มันฝึกอะไรลูก ฝึกการจับใจความสำคัญนะ มันทำให้เราเข้าใจเรื่องได้ดียิ่งขึ้นอะไรอีก ฝึกในเรื่องของการจดบันทึก ฝึกในเรื่องของการเขียน เขียนอย่างไร เขียนโดยยึดรูปแบบเป็นเกณฑ์ นี่ สำคัญมากเลย เพราะเราฝึกนี่นะ ฝึกการเขียนให้ตรงกับรูปแบบนี่ เป็นการฝึกเขียนที่ดีนะครับ อะไรอีกล่ะนักเรียน ประโยชน์ของการย่อความ เกี่ยวกับการอ้างอิงไหม เพราะว่าวันข้างหน้านี่ สมมติเรามาเจอย่อความที่เราเคยย่อไว้นี่ เราก็จะรู้ มันเป็นของใคร มันย่อไปเมื่อวันที่เท่าไร เป็นการฝึกความทรง จำได้เห็น ได้รู้ เกี่ยวกับเรื่องที่เราได้กระทำลงไป แล้วมาให้เราเห็นอีกครั้งหนึ่ง มันก็เป็นหลักฐานชั้นดีเลย เพราะฉะนั้น ย่อความนี่มันมีประโยชน์กับนักเรียนะครับ ในหลาย ๆ ด้านด้วยกัน แล้วแต่นักเรียนจะนำไปใช้ประโยชน์อย่างไรนั่นเองนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ซึ่งใบงานย่อความของวันนี้นะคะ คุณครูปลายทางค่ะ อย่าลืมเก็บใบงานของนักเรียนไปตรวจสอบและให้คะแนนด้วยนะคะ บทเรียนครั้งถัดไปค่ะ เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องเดิมค่ะ ซึ่งนั่นก็คือเรื่องการเขียนย่อความนั่นเองค่ะ สิ่งที่นักเรียนจะต้องเตรียมนะคะ นั่นก็คือ 1. ใบความรู้ เรื่อง การเขียนย่อความจากนิทานค่ะ 2. ก็คืออะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใบงาน เรื่องฝึกเขียนย่อความจากนิทานนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ซึ่งคุณครูปลายทางและนักเรียนนะคะ สามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่นี่เลยค่ะ สำหรับวันนี้นะคะ คุณครูคณิตาและคุณครูปรเมษฐขอลานักเรียนไปก่อนค่ะ สวัสดีค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สวัสดีครับ [เสียงดนตรี]