--- title: ฝึกแบ่งพิมพ์ (DLTV ภาษาไทย ป. 6 หน่วยที่ 8) ๕ การเขียนย่อความ (๒) ๖ ต.ค. ๖๔ (มีใบงาน และใบความรู้) subtitle: date: วันจันทร์ที่ 25 เมษายน 2565 เวลา 13.10 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (คุณครูคณิตา) สวัสดีคุณครูปลายทางและนักเรียนปลายทางทุกคน พบกันในรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ ไปเมื่อชั่วโมงที่แล้วครับ ในเรื่องของการเขียนย่อความกันต่อแล้ว ไปกันเลยครับ (คุณครูคณิตา) ตัวอย่างการเขียนย่อความ ที่ได้เขียนย่อความเรื่อง วิ่งเปี้ยวค่ะ เดี๋ยวเรามาตรวจสอบกันดีกว่านะคะ ว่ารูปแบบนี้เป็นรูปแบบที่ถูกต้องหรือไม่ค่ะ คุณครูปรเมษฐคะ ลองตรวจสอบดูสิคะ ว่าทั้ง 2 ใบนี้นี่ถูกต้องหรือไม่ ตามรูปแบบของการเขียนย่อความค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ ไปดูกันเลยนะครับ เรื่องเดียวกันใช่ไหม การจะตรวจสอบการเขียนย่อความนี่ วิธีการก็อย่างที่ครูบอกใช่ไหมเด็ก ๆ เพราะฉะนั้น ดูการย่อความก่อนเลยนะ วิ่งเปี้ยวนี่มันเป็นบทความใช่ไหม เพราะฉะนั้น ขึ้นย่อหน้าก็ตรงกันไหม (คุณครูคณิตา) ตรงค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ย่อความเรื่อง วิ่งเปี้ยวนะ เหมือนกันเลยนะ แล้วก็บอกผู้แต่งใช่ไหมครับ ผู้แต่งก็คือวิบูลย์ ลี้สุวรรณ จากหนังสืออะไรล่ะ ศิลปะชาวบ้าน ข้างล่างนี้ก็เช่นเดียวกันนะครับ ถูกต้องนะครับ หน้า 94 - 95 นะ ซึ่งในบทความเรื่องวิ่งเปี้ยวนี่เขาก็บอกอยู่แล้วนะครับ ลงท้ายว่าความว่า แล้วก็ย่อหน้าขึ้นเนื้อหา ที่ย่อความทั้งหมด แสดงว่า 2 รูปแบบนี้เป็นอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ถูกต้องค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)เรื่องลายมือมีเกี่ยวกันนะ เพราะว่าเรายึดรูปแบบ ส่วนเนื้อหาข้างในเป็นอย่างครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เนื้อหาขึ้นอยู่กับว่าการอ่านจับใจความของแต่ละบุคคลค่ะซึ่งนักเรียนจะสังเกตเห็นได้ว่าทั้ง 2 ตัวอย่างนี้สรุปใจความได้ไม่เหมือนกันค่ะ แต่ถามว่าอ่านแล้วรู้เรื่องไหม รู้เรื่องค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็เป็นการแสดงใจความสำคัญในเนื้อหาซึ่งแต่ละคนนี่ มันสรุปออกมาได้ไม่เหมือนกันเป็นที่แน่นอน เพราะฉะนั้น อาจจะไม่เหมือนกันก็ได้ แต่ใจความยังคงอยู่ ก็คือที่ตรวจกันนี่ล่ะครับ การขึ้นย่อความต้องขึ้นให้ถูกต้องครับ (คุณครูคณิตา) และนี่นะคะ ครูก็ได้ขยายตัวอย่างนะคะ มาให้นักเรียนได้อ่านกันค่ะ ว่านักเรียนคนที่ 1 และนักเรียนคนที่ 2 นะคะ ได้มีการย่อความว่าอย่างไรกันบ้างค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่คือตัวอย่างของการย่อนะครับ ไปดูเนื้อความกันเลยนะ เนื้อหาที่เราได้ย่อมาแล้วนะครับ วิ่งเปี้ยวเป็นการละเล่นพื้นบ้านของเด็กไทย ต้องใช้ความแข็งแรงของร่างกายในการวิ่งให้เร็วที่สุด อุปกรณ์มีเพียงผ้าเล็ก ๆ 2 ผืน วิธีการเล่น จำนวนไม่จำกัด แบ่งผู้เล่นเป็น 2 ฝ่ายเท่า ๆ กัน มีกรรมการตัดสิน 1 คนเริ่มแรก คนดึงผ้าคนละ 1 ผืน วิ่งส่งผป้าให้คนต่อ ๆ ไป ฝ่านไล่ทันจะต้องใช้ผ้าตีอีกฝ่ายจึงชนะ เด็กคนนี้จึงสรุปมาได้ประมาณนี้ ซึ่งใจความยังคงอยู่ไหม ยังคงอยู่นะครับ บางครั้งอาจจะสั้นกันบ้าง ก็อยู่ที่วิธีการสำคัญว่าจะสรุปมาอย่างไรและบันทึกลงไปอย่างไรนั่นเองนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เรามาดูตัวอย่าง กันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้พูดถึงรายมือก็อ่านได้นะ แต่ว่าบรรทัดมาก คุณครูคณิตาลองอ่านสิ ว่าคล้ายกันไหม (คุณครูคณิตา) วิ่งเปี้ยว เป็นการละเล่นของเด็กไทย อุปกรณ์มีผ้าผืนเล็ก ผู้เล่นจำนวนผู้เล่นไม่จำกัด แบ่งผู้เล่นเป็น 2 ฝ่าย มีกรรมการตัดสิน 1 คน เริ่มต้น ทั้ง 2 ฝ่ายตั้งแถวที่หลักของตนให้ทันกันคนแรกถือผ้าเมื่อถึงฝ่ายของตน ก็ส่งผ้าให้คนต่อไป ข้อห้าม ห้ามทำผ้าตกพื้น แล้วห้ามเตะหลักของฝ่ายตรงข้ามค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ครับ เห็นความแตกต่างกันไหมครับ ระหว่างคนแรกที่ครูได้อ่านให้ฟังกับคนที่ 2 อันนี้บอกเป็นอย่างไรกว่าเด็ก ๆ คนที่ 2 เป็นอย่างไรกว่า ชัดเจน พูดหมดเลยนะ บอกแม้กระทั่งข้อห้ามด้วยว่าต้องทำอย่างไรนะครับ คนแรกเขียนใช้ใครบ้างมีกรรมการอย่างไร วิธีการเล่นอย่างไรแค่นั้นเอง แต่ถ้าพูดถึงความละเอียด คนนี้สรุปความได้ดีกว่านะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ และนี่ก็เป็นตัวอย่างที่คุณครูยกมาให้นักเรียนนะคะ ได้ดูกันเพื่อเป็นแนวทางในการทำใบงานเรื่อง การเขียนย่อความค่ะ และจุดประสงค์การเรียนรู้ ก่อนที่จะถึงจุดประสงค์การเรียนรู้นะคะ คุณครูก็มีคำถามกระตุ้นความคิดค่ะ นั่นก็คือนักเรียนเคยเขียนย่อความ ตอบได้เลยค่ะ คำตอบก็คือเคยเขียนย่อความนะคะ และคำถามต่อมาค่ะ นั่นก็คือนักเรียนเขียนย่อความเหมือนตัวอย่างนี้หรือไม่ หรือให้นักเรียนนะคะ ลองพิจารณาดูว่าใบงานเรื่อง วิ่งเปี้ยว ลองวิเคราะห์ดูสิคะ ว่าตัวอย่างที่คุณครูนำมามีลักษณะที่คล้ายคลึงกันหรือไม่ ตอบได้เลยค่ะ [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ ตอบเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ นักเรียนหลายคนอาจจะบอกว่ามีความคล้ายคลึงกันหรืออาจจะไม่มีความคล้ายคลึงกัน อย่างไรก็ตามให้คุณครูช่วยตรวจสอบและให้คำชี้แนะด้วยนะคะ เอาล่ะค่ะ มาถึงจุดประสงค์การเรียนรู้ของวันนี้ค่ะ วันนี้เราจะเรียนจุดประสงค์การเรียนรู้อะไรบ้างคะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ เด็ก ๆ จะต้องบอกหลักการเขียนย่อความได้นะครับ แล้วก็จะต้องเขียนย่อความได้ถูกต้องตามรูปแบบ อันนี้สิ่งสำคัญเลย แล้วสุดท้ายแล้ว นักเรียนเมื่อเรียนจบนี่ จะต้องเห็นประโยชน์นะครับ ของการที่เรานั้นได้ฝึกเขียนย่อความ การเขียนย่อความมีประโยชน์ แล้วเราจะนำไปใช้ในชีวิตของเราได้อย่างไรนะ อันนี้ก็คือสิ่งที่นักเรียนจะพึงกระทำในวันนี้นะครับ (คุณครูคณิตา) และวันนี้นะคะ ครูก็มีเรื่อง หมาจิ้งจอกกับพวงองุ่น มาเล่าให้นักเรียนฟัง เช่นเคยค่ะ วันนี้ผู้เล่านิทานนั่นก็คือคุณครูปรพร้อมที่จะฟังแล้วหรือยังคะ ถ้าพร้อมแล้วไปฟังนิทานเรื่อง หมาจิ้งจอกกับพวกองุ่นเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นิทานเรื่องหมาจิ้งจอกกับพวงองุ่น มาฟังกันเถิด พวกคุณชื่นใจ เอชา ชา ชา ฉะ ฉ่า กาลครั้งหนึ่งนั้นนานมาแล้วนะครับ เด็ก ๆ ทุกคนนะครับ มีหมาจิ้งจอกตัวหนึ่ง กำลังเดินโซซัดโซเซหิวโหยอาหารมาจากราวป่า มายังหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ทันใดนั้นเองด้วยความที่หิ้วโหยก็อยากได้น้ำมาดับกระหาย อยากได้อาหารต่าง ๆ ก็เห็นองุ่นซึ่งอยู่บนต้น นักเรียนเห็นต้นองุ่นไหมลูก นั่นล่ะครับ หมาจิ้งจอกตัวนี้หมายปององุ่นที่อยู่บนต้นนั้นมาดับกระหายสักพวงหนึ่ง ทันใดนั้นหมาจิ้งจอกก็คิดวิธีการ ข้าจะทำอย่างไรดี ดึงจะได้องุ่นนี้มากินเพื่อดับกระหาย ว่าแล้วก็ใช้วิธีการต่าง ๆ นาในการที่จะเอาพวงองุ่นลงมาให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการกระโดด ใช้ปากงับก็ไม่ถึง ปีนต้นก็โดนมดแดงกัดมดแดงกัด ก็ลงมา ไม่ได้กิน หาหินเขวี้ยงก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะหมาจิ้งจอกไม่มีมือเหมือนมนุษย์ ใช้ปากเขวี้ยงขึ้นไปก็ไม่ได้ ข้าไม่กินเจ้าแล้ว องุ่นบ้าน กินยากแล้วก็พูดลำพันกับตัวเอง องุ่นนี้ไม่หรอกมันคงจะเปรี้ยวข้าไม่อยากกินเลย และแล้วหมาจิ้งจอกก็ทิ้งองุ่นที่น่ากินไป โดยคิดว่ามันเปรี้ยว มันไม่อร่อย เด็ก ๆ ครับ ถ้าเป็นเด็ก ๆ เด็ก ๆ จะทำอย่างไรเพื่อกินองุ่น ก็ต้องหาวิธีการใช่ไหม แต่เจ้าหมาจิ้งจอก ไม่มีความพยายาม พอเห็นว่าทำวิธีการไหนไม่ได้ก็ไม่พยายามต่อก็ปล่อยทิ้งเสีย นิทานเรื่องนี้ ผู้ที่ทำสิ่งใดไม่สำเร็จนั้น ย่อมโทษว่าสิ่งเหล่านั้นไม่ดี อย่างเช่น หมาจิ้งจอกที่โทษว่าพวงองุ่นนั้นเปรี้ยวนั่นเองครับ เด็ก ๆ ครับ ถ้าตรงกับพุทธสุภาษิต สิ่งใดควรพูดสิ่งนั้น ไม่ทำสิ่งใด ไม่ควรพูดสิ่งนั้นนั่นเองนะครับ เอาล่ะครับ นิทานเรื่อง หมาจิ้งจอกกับพวงองุ่น จบลงแต่เพียงเท่านี้ครับ (คุณครูคณิตา) เป็นอย่างไรกันบ้างคะนักเรียน จากที่ได้ฟังนิทาน เรื่องหมาจิ้งจอกกับพวงองุ่น สนุกไหมคะ นักเรียนได้ข้อคิดอะไรจากนิทานเรื่องนี้บ้างคะ นอกจากได้ข้อคิดจากเรื่องหมาจิ้งจอกกับพวงองุ่นแล้ว คุณครูนะคะ ก็อยากให้นักเรียนค่ะ ลองย่อความนะคะ จากสิ่งที่นักเรียนได้ฟังในเรื่องที่คุณครูปรเมษฐเล่าค่ะ แต่ก่อนที่นักเรียนจะย่อความนี่ เรามาทบทวนหลักการเขียนย่อความกันก่อนนะคะ หลักการเขียนย่อความ อภัยค่ะ การเขียนย่อความมีอะไรบ้างคะ (คุณครูปรเมษฐ) การเขียนย่อความ ก็คือเป็นการเขียนจากการอ่านเก็บใจความสำคัญของเรื่อง แล้วเราก็นำมาเรียบเรียงใหม่ เขียนให้ถูกต้องตามรูปแบบข้อย่อความนั่นเก็คือการจับใจความเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เป็นสำนวนภาษาของตนเองโดยใช้รูปแบบการเขียนย่อความอย่างไรเล่าครับเด็ก ๆ (คุณครูคณิตา) ค่ะ และเมื่อบทเรียนครั้งที่แล้วนะคะ เราก็ได้เรียนเกี่ยวกับรูปแบบของการเขียนย่อความแบบต่าง ๆ แล้วใช่ไหมคะ วันนี้ที่คุณครูยกนิทานมาให้นักเรียนได้รับฟังนั้น เพราะว่าวันนี้เราจะมาย่อความเกี่ยวกับเรื่องนิทานกันค่ะ ซึ่งการเขียนย่อความจากนิทานเป็นอย่างไร เดี๋ยวเรามาเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ การเขียนย่อความจากนิทานนะคะ ข้อ 1 ค่ะ นักเรียนจะต้องอ่านเรื่อง และหาคำตอบของเรื่องให้ได้ค่ะ นั่นก็คือนักเรียนอ่านเรื่องอะไร แล้วเรื่องนี้เขากล่าวถึงอะไร ให้ข้อคิดอะไรบ้าง ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ต้องลำดับความคิดนะครับ การลำดับความคิด ก็คือเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในนิทานเรื่องนั้น ๆ นี่ เมื่อเรานำมาเขียน เราก็จะต้องลำดับเหตุการณ์ให้ปฏิปต่อ ที่เราย่อมานั้นสมบูรณ์ยิ่งขึ้นนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ข้อ 2 นี่ ถือว่าเป็นข้อที่สำคัญเลยใช่ไหมคะ ถ้าเราไม่ลำดับความคิดให้ดีนี่ก็จะเกิดความสับสนได้ (คุณครูปรเมษฐ) ไปถึงเรื่องหมาจิ้งจอกกับพวงองุ่นนี่ อยู่ ๆ หมาจิ้งจอกก็เดินจากไป เพราะคิดว่าองุ่นนั้นเปรี้ยวเหลือเกิน แล้วก็ไปพูดถึงหมาจิ้งจอกกกำลังหาผลไม้เพื่อมาดับกระหายมาทีหลัง แบบนี้นี่ คือ การไม่ลำดับความคิด มันก็จะทำให้เนื้อหาที่เราย่อความนั้นไม่เข้าใจนะครับ ใครมาฟังก็งงไปด้วย ถึงได้บอกว่าการลำดับความคิดเป็นสิ่งที่สำคัญมากครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ มาดูข้อ 3 กันเลยค่ะ นะคะ นั่นก็คือเขียนย่อเรื่องด้วยถ้อยคำสั้น ๆ ค่ะ เนื่องจากนิทานนะคะ ก็จะเป็นเรื่องที่มันสั้น ๆ อยู่แล้วนะคะ สั้น ๆ อยู่แล้ว อ่านแล้วเข้าใจง่ายนะคะ เพราะฉะนั้น การเขียนย่อเรื่องนี่ เราก็จะต้องใช้ถ้อยคำให้กระชับค่ะ ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ต้องเปลี่ยนคำศัพท์ให้เป็นคำสามัญเสีย นี่ในนิทานแต่ละเรื่องก็จะมีใช้คำพูดต่าง ๆ นะครับ ถ้าเกิดเกี่ยวกับเจ้า ราชาศัพท์บางครั้งมาเกี่ยวข้องนะ หรือข้าเองเป็นต้นนะ อย่างเรื่องเมื่อกี้สุนัขจิเรื่องหมาจิ้งจอกกับพวงองุ่นนี่ ก็จะใช้คำพวกนี้ เราก็ต้องเปลี่ยนให้เป็นคำสามัญก่อน หรือเปลี่ยนให้เป็นภาษาเขียนแต่ว่ายังคงสำนวนตนเองไว้นะ (คุณครูคณิตา) ค่ะ และที่คุณครูย้ำนะคะ นั่นก็คือการเขียนย่อความนิทาน เราจะต้องลำดับความคิดค่ะ เพราะฉะนั้นนะคะ คุณครูนี่ก็มีแผนภาพการเขียน เกี่ยวกับเรื่องย่อนิทานเป็นแนวทางที่จะทำให้การลำดับความคิดนะคะ ไม่สับสนค่ะ เราไปดูกันเลยค่ะ เอาล่ะค่ะ ในการเขียนนิทานนะคะ เราจะต้องลำดับความคิดให้ดีค่ะ ซึ่งคุณครูก็มีแผนภาพนะคะ ในการเขียนนิทานค่ะ เพื่อให้นักเรียนนะคะ ไม่สับสนเวลาเขียนย่อความค่ะ ซึ่งแผนภาพก็จะมีดังนี้ค่ะ นั่นก็คือเรื่องย่อนิทานค่ะ ซึ่งเรื่องย่อนิทานนั้น เราจะเขียนได้ เราจะต้องตั้งคำถามดังนี้ค่ะ อย่างแรกเลยนะคะ กล่าวถึงอะไร นักเรียนก็ลองพิจารณาดูนะคะ ยกตัวอย่างเช่น หมาจิ้งจอกกับพวกองุ่น เรื่องนี้กล่าวถึงอะไรเอ่ย เรื่องนี้ก็กล่าวถึงหมาจิ้งจอกค่ะ ใครทำอะไร สุนัขจิ้งจอกนะคะ ทำอะไรเอ่ย ทำกับใคร ทำกับใครในที่นี้ก็คือทำกับพวงองุ่นนั่นเองค่ะ ซึ่งการทำในที่นี่ ก็คือพยายามที่จะกินพวงองุ่นนั่นเองค่ะ ต่อมาค่ะ ที่ไหนค่ะ ที่ไหนในที่นี้นั่นก็คือไร่องุ่นและต่อมาค่ะ เมื่อไหร่ค่ะ เมื่อไหร่ในนิทานนะคะ ไม่ได้กล่าวไว้ นักเรียนสามารถข้ามไปได้ค่ะ และสุดท้ายนะคะ ผลเป็นอย่างไร ก็ให้นักเรียนนะคะ พิจารณาดูว่าผลที่เกิดขึ้นระหว่างหมาจิ้งจอกและพวงองุ่นนั้นที่ได้เป็นอย่างไร หมาจิ้งจอกตัวนั้นได้กินพวงองุ่นนั้นหรือไม่ หรือหมาจิ้งจอก ได้เดินจากไปพร้อมโทษว่าพวกองุ่นนั้นมีรสเปรี้ยว ก็ให้นักเรียนนะคะ ลองวิเคราะห์ หลังจากที่นักเรียนได้ตอบคำถามทั้งหมดแล้ว ให้นักเรียนค่ะ เขียนลงไปในเรื่องย่อนิทาน ที่เป็นช่องสี่เหลี่ยมใหญ่ ๆ นี้ค่ะ ก็จะทำให้นักเรียนนะคะ ไม่เกิดความสับสนนั่นเองค่ะ เอาล่ะค่ะคุณครูปรเมษฐ วันนี้เราก็จะมีนิทานมาให้นักเรียนได้อ่านกันอีกแล้วใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ จะเป็นเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) เราจะให้อ่านเรื่องกระต่ายกับกบ วันนี้มีแต่สัตว์ทั้งนั้นเลยนะ กระต่ายกับกบ มันจะเกิดอะไรขึ้น (คุณครูคณิตา) นั่นสิคะ เดี๋ยวจะอ่านอย่างไรดีครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ให้เด็ก ๆ นะคะ อ่านไปพร้อม ๆ กับครูทั้ง 2 คนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) พร้อมแล้ว เดี๋ยวอ่านไปเลยนะครับ (คุณครูคณิตา) นิทานเรื่อง กระต่ายกับกบ มาประชุมกันและพากันร้องไห้คร่ำครวญว่าพวกมันมีชีวิตอยู่อย่างหมิ่นเหม่ต่ออันตราย และตกอยู่ในความหวาดกลัวตลอดเวลา เพราะตกเป็นเหยื่อของคน สุนัข นกอินทรีย์ และสัตว์อื่น ๆ ในที่สุดพวกมันก็ควรตายเสียดีกว่า ที่จะทนทุกข์ทรมานต่อไป (คุณครูปรเมษฐ) หลังจากนั้น พวกมันตกลงใจที่จะวิ่งไปยังสระ เพื่อกระโดดน้ำตายในวันพระจันทร์เต็มดวง รอบ ๆ สระน้ำเป็นที่อยู่ของกบฝูงหนึ่ง พอได้ยินเสียงฝีเท้า กระต่างวิ่งมา กบทั้งหมดก็กระโจนลงน้ำด้วยความตกใจ (คุณครูคณิตา) ในเวลาเดียวกัน กระต่ายเห็นกบกระโจนลงสระ เลยพูดกับพักพวกว่า หยุดก่อนพวกเราอย่าเพิ่งทำอะไรหุนหันพลันแล่น ดูนั่นสิ ยังมีสัตว์ที่ทนทุกข์ด้วยความหวาดกลัวมากกว่าพวกเราอีก (คุณครูปรเมษฐ) ข้อคิดจากนิทานเรื่อง กระต่ายกับกบ สิ่งที่ปลอบประใจผู้ที่ตกอยู่ในความทุกข์หนึ่งคือการได้เห็นผู้อื่นได้มีความทุกข์ทรมานมากกว่าตนเอง ที่มา ผู้แต่ง มหาอำมาตย์โท หน้า 102 ครับ นิทานอีส (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูคณิตา) และนี่นะคะ ก็เป็นตัวอย่าง เป็นอย่างไรบ้างคะ เรื่องนี้เป็นการเปรียบเทียบนะคะ เกี่ยวกับเรื่องความทุกข์นะ นักเรียนคะ เมื่อเรามีความทุกข์เราจะต้องทำอย่างไรคะ อย่าลืมนะคะ คนเราทุกคนมีความทุกเช่นกัน จะทุกข์น้อยทุกข์มากขึ้นอยู่กับวิธีการจัดการ และการมองความทุกข์นั้นนะคะ ให้เรานี่ได้นำกลับไปใช้ชีวิตนั้นได้อย่างมีความสุขนั่นเองค่ะ เอาล่ะค่ะคุณครูปรเมษฐ และนี่นะคะ ก็เป็นตัวอย่างในการย่อนิทานเรื่องกระต่ายกับกบค่ะ ย่อได้ว่าอย่างไรบ้างคะ (คุณครูปรเมษฐ) กระต่ายคิดฆ่าตัวตายเพราะอะไรครับเด็ก ๆ เพราะหวาดกลัวการมีชีวิตจึงนัดกันกระโดดสระในวันพระจันทร์เต็มดวง แต่ต้องเลิกเพราะเห็นกบนี่กระโดดลงสระ จึงคิดได้ว่ามีผู้อื่นมีความทุกข์มากกว่าพวกมัน จริง ๆ แล้วนี่กบตามธรรมชาติเป็นสัตว์อะไรครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เป็นสัตว์อะไรคะนักเรียน (คุณครูปรเมษฐ) ครึ่งอะไร (คุณครูคณิตา) ครึ่งอะไร ครึ่งบกครึ่งน้ำค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะครูวิทยาศาสตร์สอนดี ก็จะตอบได้เป็นอย่างดี กบนี่กระโดดลงน้ำ เป็นธรรมชาติของมันใช่ไหม มันตกใจมันก็กระโดดลงน้ำ ทุกข์ทรมาน จะกระโดดน้ำตายเหมือนพวกมันนั่นเองนะคตรับ (คุณครูคณิตา) และก่อนที่เรานะคะ จะเรียงลำดับนิทานนะคะ ให้ได้ตามนี้ นักเรียนค่ะ จะต้องเขียนแผนภาพความคิด ก่อนที่เราจะเรียงลำดับนะคะ หรือนำนิทานต่าง ๆ มาต่อกันค่ะ หรือก็คือเรื่องนี้กล่าวถึงอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) การปลอบใจเมื่อตกอยู่ในความทุกข์นะครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ ใครทำอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) กระต่ายใช่ไหมเด็ก ๆ ครับ คิดฆ่าตัวตาย มีความหวาดกลัวในชีวิตนะครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ทำกับใคร ก็ทำกับฝูงของมันใช่ไหม ชวนกันไปทั้งฝูงเลยนะ (คุณครูคณิตา) ชวนกันไปทำอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ไปกระโดดน้ำตายครับ ที่ไหน ก็คือไปลงสระน้ำนั่นเอง ที่มีพวกกบอาศัยอยู่นะครับ เมื่อไรบอกชัดเจนเลยใช่ไหม ก็คือวันพระจันทร์เต็มดวงนั่นเองครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ผลเป็นอย่างไร กระต่ายก็เลยหยุดคิดฆ่าตัวตาย เพราะคิดว่ากบก็มีความทุกข์เช่นเดียวกับตน จึงไม่ฆ่าตัวตายดีกว่านั่นเองนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ และนี่นะคะ เป็นตัวอย่างในการเขียนแผนภาพความคิดค่ะ หลังจากที่นักเรียนนะคะ ได้ตั้งคำถามและตอบคำถามต่าง ๆ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้นักเรียนนำคำตอบต่าง ๆ มาเขียนสรุปค่ะ ให้เป็นย่อความนะคะ ในการจับใจความสำคัญของนิทานเรื่องนั้นค่ะ และนี่นะคะ ก็เป็นรูปแบบย่อนิทานที่ถูกต้องค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับ การที่จะย่อนิทานนี่นะครับ ก็ขึ้นเลย ถ้าเป็นบทความก็จะเขียนว่าย่อบทความ เรื่อง ถ้าเป็นนิทาน ย่อนิทานเรื่อง เรื่องอะไร กระต่ายกับกบ นะครับ ผู้แต่งครูได้อ่านให้ชัดเจนเลย ก็คือมหาอำมาตย์โม เมธาธิบดี จากหนังสืออะไรครับเด็ก ๆ หนังสือนิทานอีสปนะ หน้า 102 นะครับ แล้วก็บอกว่า ความว่า หลังจากความว่า จำไว้ขึ้นบรรทัดใหม่ จึงจะเป็นเนื้อความทั้งหมดที่เราได้ย่อมาจากการไปจากการสรุปใจความสำคัญนั่นเองครับ เราย่อได้ว่าอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) ย่อได้ว่าคิดฆ่าตัวตายเพราะมีความหวาดกลัวในการมีชีวิต จึงนัดกันกระโดดสระในวันพระจันทร์ แต่ต้องเลิกคิดฆ่าตัวตาย เพราะเห็นกบกระโดดลงสระ จึงคิดได้ว่ามีผู้อื่นมีความทุกมากกว่าพวกมันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ก็คือการย่อนิทาน เห็นไหมครับเด็ก ๆ ครับ มันก็คือการสรุปใจความสำคัญ ง่ายไหมครับ ง่ายนะครับ และครูเชื่อว่าเด็ก ๆ ก็จะต้องทำได้ด้วย เพราะว่าไม่ได้ยากมากนะครับ ไปทำอะไรกันดี (คุณครูคณิตา) นะคะ คุณครูก็มีใบงานค่ะ เรื่อง ฝึกเขียนย่อความจากนิทานค่ะ ซึ่งวันนี้ครูก็มีนิทานมาให้นักเรียนนะคะ ฝึกเขียนนิทานค่ะ แต่ก่อนที่นักเรียนนี่จะทำนะคะ เรามาชี้แจงกันก่อนนะคะ ว่าบทบาทของนักเรียนปลายทางต้องทำอย่างไรบ้างค่ะ บทบาทของนักเรียนปลายทางนะคะ ให้นักเรียนค่ะ ทำใบงานเรื่อง ฝึกเขียนย่อความจากนิทานค่ะ ส่วนบทบาทของคุณครูปลายทางล่ะคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) คุณครูปลายทางก็ช่วยดูของการที่เด็ก ๆ นั้นจะได้เขียนย่อความใช่ไหมครับ เด็ก ๆ ย่อนิทาน ก็ขึ้นเหมือนกับที่ครูยกตัวอย่างเลยนะครับ แล้วก็บอกใครบอกผู้แต่ง บอกหนังสือ บอกหน้า ความว่า ย่อหน้า ขึ้นบรรทัดได้ จำให้เป็นสเต็ปแบบนี้ แล้วก็จะเขียนย่อความได้ไม่มีผิดเลยนะครับ เอาล่ะครับ พร้อมที่จะทำใบงานกันก่อนนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เด็ก ๆ คงพร้อมแล้ว และนี่ค่ะ คือตัวอย่างของใบงานนะคะ เรื่อง ฝึกเขียนย่อความจากนิทานค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) วันนี้นิทานที่จะให้เด็ก ๆ ย่อนั้นชื่ออะไร (คุณครูคณิตา) สำคัญไฉนค่ะ ชื่อนั้นสำคัญไฉนน่าสนใจนะครับ ก่อนที่เด็ก ๆ จะได้ไปทำใบงานกัน ลองไปอ่าน แล้วไปย่อความกันสิว่าชื่อนั้นสำคัญไฉน เป็นอย่างไรครับ ลงมือทำได้เลยครับ [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) หมดเวลาในการทำกิจกรรมค่ะ มาถึงช่วงตรวจสอบความถูกต้องนะคะ ใบงานเรื่อง ฝึกเขียนย่อความจากนิทาน ไปกันเลยดีกว่านะคะ ว่านักเรียนนี่เขียนย่อความได้ถูกต้องตามรูปแบบหรือเปล่าค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับ ย่อนิทาน เรื่อง ชื่อนั้นสำคัญไฉน แล้วก็บอกผู้แต่งนะครับ ผู้แต่งคือใครนะ มหาสุนทร ทรธรโมเป็นผู้แต่ง นักเรียนยังอ่านภาษาบาลีก็มีชื่อผู้แต่งบอกอยู่แล้วก็อย่าให้ตกอย่าให้หล่นนะครับ อันนี้สำคัญมาก จากหนังสือนิทานชาดก เล่มที่ 1 นะ หน้าที่เท่าไร 13 ต่อจากนั้นก็จบแล้วใช่ไหม ก็ความว่าย่อหน้าขึ้นบรรทัดใหม่ ถึงจะเป็นเนื้อความว่าอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) นั่นก็คือนายบาปขอให้อาจารย์เปลี่ยนชื่อนั้น เพราะไม่พอใจในชื่อของตนเอง อาจารย์ให้เขาเดินทางไปหาชื่อไหม วันรุ่งขึ้น เขาเดินทางเข้าเมืองพบคนตายชื่อจนชื่อรวย คนหลงทางชื่อชำนาญทาง เขาจึงไม่เปลี่ยนชื่อ เพราะคิดได้ว่าชื่อมีไว้สำหรับเรียกเท่านั้นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ก็ได้ข้อคิดด้วยแล้วก็ได้ฝึกการย่อความด้วย เห็นไหม ชื่อมันจำเป็นไหม ไม่จำเป็นเลยกับตัวเรา เราจะชื่ออะไรก็เรื่องของที่พ่อแม่ตั้งมาให้นะครับ มันอยู่ที่การกระทำของเรามากกว่า ไม่ใช่เกี่ยวกับชื่อเลย เห็นไหม อย่างที่บอก คนจนก็ชื่อรวยน่ะ คนรวยบางครั้งยังมีชื่อจนเลย มันเป็นธรรมดา มันอยู่ที่การกระทำ มันอยู่ที่จะเลือกในการกระทำและปฏิบัติ เพราะฉะนั้น เด็็ก ๆ ครับ อย่าไปยึดติดชื่อที่มีมาตั้งแต่แรกเริ่ม เพราะฉะนั้น อันนี้ล่ะครับ มันคือชื่อมงคล ใช้ในชีวิตสืบไปครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ มาถึงช่วงสรุปบทเรียนเขียนองค์ความรู้ค่ะ วันนี้ครูมีคำถามมาถามนักเรียนนะคะ นั่นก็คือนักเรียนมีวิธีการเขียนพัฒนาการเขียนย่อความของตนเป็นอย่างไรบ้างคะ ตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) นักเรียนหลายคนนะคะ มีวิธีการในการพัฒนาการเขียนย่อความให้ดีขึ้นที่หลากลาย เช่นนะคะ ฝึกเขียนย่อความบ่อย ๆ อ่านเรื่องราว การเขียนแผนภาพลำดับความคิด ก็เป็นการพัฒนาเรื่องการเขียนย่อเช่นกันค่ะ ต่อมาคำถามที่ 2 นั่นก็คือการเขียนย่อความนะคะ ช่วยในการทบทวนความรู้ได้จริงหรือไม่ เพราะเหตุใด ตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐคปรเมษฐคะ การเขียนย่อความนี่ทบทวนความรู้จริงหรือไม่คะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูก็ตอบเช่นเดียวกับเด็ก ๆ ครับ จริง เป็นที่แน่นอนการที่เราได้เขียนย่อความนี่ มันก็คือการนำสาระสำคัญจากเรื่องที่อ่านนะครับ มาเขียนอีกครั้งหนึ่ง นั่นล่ะครับ มันคือองค์ความรู้ ความรู้ที่สรุปมาด้วยตัวของนักเรียนเอง เพราะฉะนั้น มันคือความรู้ของเราในการเขียนย่อความ มันก็เหมือนเป็นการได้ทบทวนอีกครั้งหนึ่ง มันก็จะจำติดตราตรึงใจเรา ว่าเราได้เขียนเรื่องนี้นะ เราได้เรียนจริงครับ เด็ก ๆ ครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เอาล่ะค่ะ คุณครูให้คุณครูปลายทางนะคะ เก็บรวบรวมนำไปตรวจสอบและให้คะแนนเด็ก ๆ ค่ะ มาถึงบทเรียนครั้งถัดไปค่ะ เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องการวิเคราะห์เก็บจากสื่อโฆษณา เราจะไปวิเคราะห์กันอย่างไร น่าสนุกขนาดไหน เดี๋ยวไปดูว่าเด็ก ๆ ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้างนะครับ (คุณครูคณิตา) สิ่งที่ต้องเตรียมนะคะนั่นก็คือ 1. ใบความรู้เรื่องการวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือจากสื่อโฆษณาค่ะ 2. ใบงาน เรื่อง การวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือจากสื่อโฆษณาค่ะ และสุดท้ายล่ะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือโฆษณาจากสื่อสิ่งพิมพ์หรือโฆษณาจากสื่สินค้าต่าง ๆ นะครับ ให้เตรียมมาด้วยอะไรที่มันลำบากเกินไม่ต้องเอามานะครับ อะไรล่ะ กล่องสบู่ได้ไหม กล่องยาสีฟัน ยาสระผม อะไรที่มันเป็นโฆษณาในชีวิตประจำวัน โปสเตอร์ก็ได้ นำมาโรงเรียนด้วย เพื่อที่จะนำมาวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือกันดีไหมครับ เด็ก ๆ อย่าลืมเตรียมนะครับ เกี่ยวกับใบงานใบความรู้ก็ให้ดาวน์โหลดได้ที่ด่านเอาล่ะครับ วันนี้เรื่องการเขียนย่อความนะ เราเรียนมา 2 ชั่วโมงด้วยกัน ครูคิดว่านักเรียนได้อย่างมากมายเลยทีเดียว ให้ไปทบทวนนะ ครูคณิตาจริงไหม เพราะการทบทวนนี่เป็นสิ่งที่ดี เราต้องกลับไปทบทวน ความรู้นั้นมันจะได้อยู่กับเรา วันนี้ไว้เท่านี้ครับ สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ