--- title: (สำรอง)ฝึกแบ่งพิมพ์ (DLTV ภาษาไทย ป. 6 หน่วยที่ 8) ๖ การวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือจากสื่อโฆษณา (๑) ๑๑ ต.ค. ๖๔ (มีใบงาน และใบความรู้) subtitle: date: วันจันทร์ที่ 25 เมษายน 2565 เวลา 14.14 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (คุณครูปรเมษฐ) สวัสดีคุณครูปลายทาง พบกันใภาษาไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 นั่นเองนะครับ วันนี้ตามที่ครูได้เคยกล่าวกับมาบ้างนะครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เตรียมสื่อโฆษณามาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) หรือเป็นกล่องของผลิตภัณฑ์อะไรต่าง ๆ นำแผ่นป้ายที่เป็นแผ่นป้ายโฆษณามา พวกหนู ๆ ที่เตรียมกันมา วันนี้เราจะได้ใช้ เพราะฉะนั้น เราให้เตรียมสิ่งของเหล่านี้มา เราจะเรียนในเรื่องอะไรครับครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) วันนี้เราจะการวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือจากสื่อโฆษณาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ทำไมเราต้องเคราะวิเคราะห์กันด้วยล่ะครับ (คุณครูคณิตา) เพราะว่าในปัจจุบันนะคะ สื่อโฆษณามีเยอะแยะมากมายค่ะ และนักเรียนนี่สามารถพบเจอได้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นทางโทรศัพท์ ทางทีวีหรือว่าตามหนังสือต่าง ๆ เพราะฉะนั้นนี่ สื่อโฆษณาต่าง ๆ จึงมีการใช้คำที่โน้มน้าวใจอยู่ เราจะพิจารณาได้อย่างไร สื่อไหนนี่มีความน่าเชื่อถือหรือไม่ เราถึงต้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อ๋อ มันก็น่าจะเกี่ยวกับที่เด็ก ๆ เคยเรียน เรื่อง การพูดโน้มน้าว ไปใช่ไหมลูก เพราะฉะนั้น การพูดโน้มน้าวก็เหมือนการโฆษณานั่นเองใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) วันนั้นเราเพิ่งปฏิบัติไป ขายสินค้ากัน เราฝึกพูดโน้มนาว ทำต่าง ๆ กัน แต่วันนี้เราต้องมาเป็นผู้วิเคราะห์ใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) วิเคราะห์สื่อโฆษณาอยู่ในชีวิตของเรา ว่ามันน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด ก่อนที่เราเริ่มเรียนครูคณิตาครับ ในเมื่อเราเรียนเรื่องการวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือของสื่อโฆษณา มีอะไรมาให้เด็ก ๆ ดูไหมครับ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ ลองทาย คุณครูมีกิจกรรมอะไรก่อนที่เราจะเริ่มเรียนกันค่ะ ถูกต้องแล้วค่ะ นั่นก็คือกิจกรรมชมโฆษณา ศึกษาแนวทาง นั่นเองค่ะ จะเป็นอย่างไร เดี๋ยวเราไปรับชมกันเลยค่ะ [เสียงวีดิทัศน์] [เสียงปรบมือ] (คุณครูคณิตา) ขอขอบคุณสื่อวีดิทัศน์ โควิดที่ว่าร้ายยังต้องพายแพ้ค่ะ พ่ายแพ้ในทีนี้นี่ ถ้าโดยรวมนักเรียนนี่ได้ฟังและดูนี่ พ่ายแพ้ต่ออะไรคะ นั่นก็คือพ่ายแพ้ต่อความไม่ประมาทนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ทีแรกที่ครูดูนะ ครูก็คิดว่าโฆษณานี้นะ น่าจะเกี่ยวกับเรื่องของ COVID ที่ไหนได้ พอไปปิดท้ายเกี่ยวกับเรื่องอะไรครับเด็ก ๆ เกี่ยวกับเรื่องอุบัติเหตุใช่ไหมที่มีคนเสียชีวิต เอาล่ะครับ โฆษณาที่นำให้นักเรียนนั้นได้เริ่มเป็นการศึกษาแนวทางนะครับ ครูก็มีคำถามกระตุ้นความคิดที่นักเรียนดูไปเมื่อสักครู่นี้นะครับ เชื่อถือได้ไหนลองช่วยกันตอบสิ (คุณครูคณิตา) เชื่อถือได้หรือไม่คะ (คุณครูปรเมษฐ) บอกว่าเชื่อถือได้นะ เพราะว่าจัดทำจากหน่วยงานของรัฐบาล บางคนบอกว่าเชื่อถือไม่ได้ ก็แล้วแต่ขึ้นอยู่กับวิเคราะห์แล้วถ้าคุณครูคณิตาคิดว่าน่าเชื่อถือไหม (คุณครูคณิตา) คือว่ามีความน่าเชื่อถือค่ะ เพราะว่านะคะ จากสถิติข้อมูลนะคะ เขาก็ได้กล่าวเอาไว้แล้วในปี 2563 นะคะ นั่นก็คือมีสถิติจากจำนวนของผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุนี่เยอะกว่า แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันนี่ ก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากว่าเชื้อไวรัสของ COVID-19 นี่ มีความรุนแรงและสามารถแพร่กระจายได้ง่ายมากขึ้น เพราะฉะนั้น เวลาเราวิเคราะห์อะไรก็ตามเราต้องอ้างอิงด้วย หรือเราจะต้องดูด้วยว่าหรือสื่อนั้นนี่เขาผลิตในช่วงใดนะคะ แล้วก็นำไปตรวจสอบแล้วก็เชื่อมั่นได้ว่ามีความน่าเชื่อถือ ถ้าสมมติว่าคุณครูปรเมษฐเอามาให้เด็กดูในปี 2564 นี่ก็เด็ก ๆ อาจจะไม่จริงหรอกครับครู เนื่องจากสถานการณ์ COVID มีความรุนแรงมากขึ้นนะคะ ผู้ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุน้อยกว่าผู้เสียชีวิตสื่อนี้ไม่มีความน่าเชื่อถือ เพราะฉะนั้น เราจะสื่ออะไรก็ตามเราก็จะต้องดูวันที่ผลิตและสิ่งที่เขาอ้างอิงมาด้วยค่ะ นักเรียนครับ ถึงแม้ว่ามันจะมีโรคภัยร้าย มาเบียดเบียนเรา อาจจะบกพร่อง อาจจะเกิดอุปสรรคต่าง ๆ ในการศึกษาเล่าเรียน นักเรียนอย่าไปคิดว่าเป็นอุปสรรคนะครับ เราใช้วิกฤติตรงนี้ให้เป็นโอกาสสิ การที่เราได้อยู่บ้าน การที่เราเรียนน้อยลงนี่ เราเอาเวลาส่วนที่มันเหลือนี่นะ ไปพัฒนาตัวเองในด้านทักษะชีวิตต่าง ๆ นะครับ รวมถึงในด้านการเรียนด้วย นักเรียนครับ ยุคสมัยนี้นักเรียนจะต้องรู้จักขวนขวายหาความรู้ด้วยตนเองแล้วนะครับ เพราะว่าครูก็มีโอกาสน้อยที่ได้เจอนักเรียนนะครับ เชื่อได้เลยว่าหลาย ๆ จังหวัดเป็นเช่นนี้นะครับ เอาล่ะครับ คำถามต่อไปนะครับ โฆษณาดังกล่าวนี่ มีจุดมุ่งหมายอย่างไร ถ้าพูดถึงโฆษณานี้มีจุดมุ่งหมายอย่างไร ตามโดยหลักโฆษณาทั่ว ๆ ไปนี่ จุดมุ่งหมายก็คือให้ปฏิบัติตามจุดมุ่งหมายของผู้โฆษณา สมมติว่าครูคณิตาจะเป็นผู้โฆษณาใช่ไหมครับ ครูคณิตาก็ต้องทำให้อย่างไรก็ได้ ให้เป็นอย่างไร (คุณครูคณิตา) พูดโน้มน้าวเชิญชวน เลือกใช้คำที่ตรงใจกับผู้ฟังนะคะ เพื่อให้ผู้ฟังเกิดความคล้อยตาม และปฏิบัติตามผู้พูดนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วถ้าเรามาเปรียบเทียบกับอันนี้ล่ะเด็ก ๆ จุดมุ่งหมายผู้โฆษณานี่เป็นอย่างไร เขาต้องการอะไร ต้องการบอกอะไรกับเราครับ ช่วยกันตอบ จะสรุปให้ฟัง คุณครูคณิตาครับ เด็ก ๆ ตอบกันมาแล้ว ประมาณไหนครับ มีจุดมุ่งอย่างไร (คุณครูคณิตา) โฆษณานี้นะคะ มีจุดมุ่งหมายก็คือไม่ให้ผู้คนนะคะ ขับรถโดยความประมาทค่ะ และอีกอย่างหนึ่งนะคะ เนื่องในสถานการณ์ก็จะต้องเว้นระยะห่าง ใส่แมสก์แล้วก็ดูแลตนเองค่ะ ดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาทเพื่อไม่ให้โรคเชื้อไวรัส COVID-19 เข้ามาทำร้ายปอดของเรานั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้น นักเรียนครับ ตอนนี้ต้องเพิ่มความระมัดระวังเท่าทวีคูณเลย ไหนจะต้องระวังตนเองจากโรคร้าย ไหนจะต้องระวังตัวเองเดินทางไปไหนปลอดภัยเดินได้สะดวก นักเรียนได้ทักษะชีวิตในช่วงนี้ล่ะ ครูเชื่อ แล้วก็เก็บเกี่ยวกับประสบการณ์ในวิกฤตินี้ให้ได้มากที่สุด เพื่อไปปรับใช้ในชีวิตภายภาคหน้านะครับ เอาล่ะครับ อีก 1 ข้อ นักเรียนมีหลักในการพิจารณาสื่อโฆษณาดังกล่าวอย่างไร โฆษณาเมื่อสักครู่นี่นักเรียนจะใช้หลักอะไรในการพิจารณาบ้าง นักเรียนตอบมาก่อนนะ เอาหลักของตนเองในการพิจารณา และเดี๋ยวครูคณิตาก็จะเสริมให้นักเรียนนะครับ ตอบกันมาหรือยัง คุณครูคณิตาครับ รวบรวมคำตอบและสรุปให้นักเรียนฟังหน่อยครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ หลักพิจารณาสื่อของโฆษณานะคะ มีหลากหลายค่ะ แต่ถ้านักเรียนนี่ อยากทราบที่เป็นหลักจริง ๆ นักเรียนจะต้องศึกษาใบความรู้ค่ะ แล้วเดี๋ยวเรามาสรุปความรู้พร้อม ๆ กันนะครับ (คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับ เพราะฉะนั้น อันนี้เป็นคำถามตั้งนำไว้ก่อนนะครับ แต่บางคนนี่ตอบได้แล้ว วิธีการของฉันนี่เป็นอย่างไร วิธีการของผมเป็นอย่างไร เชื่อว่าหลายคนตอบได้แล้วนะครับ (คุณครูคณิตา) แล้วของคุณครูปรเมษฐล่ะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ต้องพิจราว่าโฆษณานี่มีความน่าเชื่อถือหรือไม่ การใช้ภาษา จุดประสงค์จุดมุ่งหมายของผู้พัฒนาเป็นอย่างไรใช่ไหม อันนี้คือวิธีการของครู ครูจะต้องรู้ก่อน ถ้าดูแล้วปฏิบัติตามนี่เกิดผลจริงนะ หรือโฆษณานี่เราก็ต้องมาวิเคราะห์หลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่าง เพราะฉะนั้น วิธีการของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน เรามาศึกษาให้เป็นวิธีทางเดียวกันดีกว่านะครับ การฟังสินค้า จะต้องรู้จักวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือ จากข้อมูลหรือข้อเท็จจริงที่ได้ระบุไว้ว่าเชื่อถือได้หรือไม่นะ อันนี้ก็คือการวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือจากสื่อโฆษณา ในวันนี้นะครับครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ จุดประสงค์การเรียนรู้วันนี้นะคะ 1. อธิบายหลักการวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือ จากการฟังและดูสื่อโฆษณาได้ค่ะ 2. ความน่าเชื่อถือจากการฟังและดูสื่อโฆษณาค่ะ 3 นะคะ จากการฟังและดูสื่อโฆษณาค่ะเป้าหมายหลัก ๆ ของนักเรียนวันนี้ คือการฟังและดูอะไรดูสื่อโฆษณา และเดี๋ยวนักเรียนก็จะได้ดูของนักเรียนอีก ดูเพื่ออะไร ดูเพื่อจะวิเคราะห์ วิเคราะห์ก่อนที่เราจะวิเคราะห์ได้นี่เราต้องรู้อะไรก่อน หลักการวิเคราะห์ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เมื่อเราวิเคราะห์ได้แล้ว เราก็จะเห็นประโยชน์ นี่คือการตั้งจุดประสงค์วันนี้นะครับ เอาล่ะครับ มีคำถามจุดประกายขยายความคิดสักข้อหนึ่งนะ สื่อโฆษณามีผลต่อการซื้อหรือใช้บริการหรือไม่ เพราะเหตุใด มีความสำคัญไหมล่ะ มันมีผลไหม หรือป้ายต่าง ๆ ที่โฆษณานี่มันมีผลไหมนักเรียนคิดว่า (คุณครูคณิตา) มีหรือไม่มีคะ เด็ก ๆ ตอบว่ามีค่ะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เหมือนครู ก็คิดว่ามี แล้วครูคณิตาล่ะครับ (คุณครูคณิตา) มีค่ะ และในปัจจุบันนะคะ คุณครูคณิตานี่บางครั้งก็ยังตกเป็นทาสของการตลาดอย่างเช่น ซื้อ 1 แถม 1 ทั้งที่จริง ๆ แล้วนี่ครูคณิตาต้องการสิ่งของเพียงแค่อย่างเดียวแต่ก็ตกเป็นทาสของการตลาดเป็นการเชิญชวนเป็นการโน้มน้าวว่าหากซื้อ 2 ชิ้น จะได้ราคาที่ถูกกว่า ซึ่งในปัจจุบันนี่เด็ก ๆ หลายคนนี่ก็อาจจะเป็นแบบคุณครูก็ได้ค่ะ ที่ขายนั้นน่ะ เขาน่าจะสอบการพูดโน้มน่าว การเขียนโฆษณาได้เต็มแน่นอน เพราะว่าสามารถที่จะดึงดูดครูภาษาไทยไปซื้อได้นี่ไม่ธรรมดาเลยนะครับ มันมีผลอย่างไรนะ มันมี เพราะสื่อโฆษณามันช่วยในการโน้มน้าวใจได้อย่างไรบ้างครับ สินค้านี้มันอยู่ที่ไหนนะ จะต้องตามไปต่างคนต่างความชอบใช่ไหมครูคณิตา เพราะฉะนั้นนี่ ใน 1 คนที่จะผลิตสัก 1 อย่างนี้ มันก็จะต้องสำรวจก่อน ถ้าเราผลิตไปขายแล้วนี่มันจะมีใครมาสนใจของเรา แล้วเราทำจึงทำการโฆษณา การโฆษณามันก็เพิ่มยอดอีกใช่ไหม เป็นหลักการตลาด เด็ก ๆ ครับ เราจึงต้องวิเคราะห์ให้ดี ถ้าอย่างครูคณิตาพูดนี่ เราก็จะไม่ตกเป็นทาสของการโฆษณาที่เกินความจริงด้วย เอาล่ะครับ ไปศึกษาใบความรู้กันนะ ครูมีใบความรู้มาให้นักเรียนนำขึ้นมาเลย นำขึ้นมา แล้วให้นักเรียนนั้นอ่านก่อน แล้วทำความเข้าใจนะครับ ว่าเนื้อหาในวันนี้จะเป็นประมาณไหน แล้วเดี๋ยวเรามาสรุปพร้อมกันอีกครั้งหนึ่งครับ เอาล่ะครับ ลงมือทำเลยไหม (คุณครูคณิตา) ลงมือปฏิบัติ [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) หมดเวลาค่ะนักเรียน จากการศึกษาใบความรู้นะคะ เรื่อง การวิเคราะห์สื่อนี่เป็นอย่างไรกันบ้างคะ เป็นไปตามที่คุณครูคณิตาและคุณครูปรเมษฐได้กล่าวไว้หรือเปล่า เราจะต้องวิเคราะห์เกี่ยวกับเรื่องอะไรบ้าง เอ๊ นักเรียนคะ นักเรียนพร้อมที่จะสรุปไปพร้อม ๆ กับครูหรือยังคะ ถ้าพร้อมแล้ว เราไปสรุปความรู้พร้อม ๆ กันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เรามาทำความรู้จักโฆษณากันดีกว่าว่าเป็นอย่างไรครับ เอาล่ะครับ โฆษณาคืออะไร เด็ก ๆ อ่านไปพร้อม ๆ ครูเลยนะครับ โฆษณาหมายถึง การเผยแพร่หนังสือออกไปยังสาธารณชน สาธารณชนคืออะไรนะ ประชาชนคนทั่วไปนี่ เราเรียกว่า "สาธารณชน" เพื่อเป็นการชักจูงและโน้มน้าวใจ หรือผู้ฟังสนใจ เพื่อประโยชน์ทางการค้าหรือจุดมุ่งหมายอื่น ๆ นั่น เป็นอย่างนั้นใช่ไหมนั่นคือการโฆษณามันก็คือการที่เราพูดโน้มน้าว การเชิญชวน การชัดจูง ทำอย่างไรก็ได้ให้คนอื่นนี่เขามาสนใจในสินค้าหรือสิ่งที่เราต้องการนำเสนอเขา เอาล่ะครับ เดี๋ยวไปต่อเลยไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวเด็ก ๆ อาจจะสงสัยว่าชักจูงอย่างไร ขออธิบายนะคะ ในการยกตัวอย่างสั้น ๆ นะ ที่เราสังเกตดูนะคะ ถ้านักเรียนไปยังร้านค้าต่าง ๆ นักเรียนจะเจอสิ่งของที่มีการโฆษณา โดยการผ่านตานักเรียนที่หลากหลาว่าหากนักเรียนอยากไปซื้อสิ่งของสิ่งหนึ่ง อย่างเช่น เครื่องปรุงรส มี 2 ยี่ห้อด้วยกัน ยี่ห้องมีการโฆษณา อีกยี่ห้อหนึ่งไม่มีการโฆษณา ถ้านักเรียนไปเห็นบนชั้นวางของนักเรียนคิดว่านักเรียนจะเลือกซื้อยี่ห้อไหนคะ แน่นอนอยู่แล้วค่ะ มนุษย์เรานะคะ จะเลือกยี่ห้อที่เราเห็นผ่านตา เราฟังสิ่งที่เขาโฆษณา มีความอร่อย มีความกล่อมกล่อม ทำให้เรานี่เกิดความคล้อยตาม โน้มน้าว ทำไมคะ เชื่อถือว่ายี่ห้อนั้นนี่ ทำไมคะ เชื่อถือว่ายี่ห้อนั้นนยี่ห้อนั้นนี่เป็นยี่ห้อที่ดีที่เราควรใช้ซึ่งแตกต่างจากอีกย่อหน้าหนึ่งที่ไม่มีการโฆษณา เมื่อมันมีไม่มีการโฆษณา เขาไม่ได้ใช้โฆษณาในการชวนเชื่อ ทำให้ประชาชนหรือทุก ๆ นี่เห็นสินค้าบ่อย ๆ บ่อย ๆ เมื่อเขาไม่ได้เห็นสินค้าเหล่านั้นบ่อย ๆ เขาจะเกิดความน่าเชื่อถือในการซื้อสินค้านั้นไหมคะปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นคำถามที่น่าคิดนะนักเรียน เราไม่เห็นน่ะ เราไม่เห็น แต่เราไปเจอที่ร้านค้า นักเรียนอาจจะเห็นผ่านสื่อสิ่งใดก็ได้ โทรทัศน์ วิทยุหรือป้ายประกาศหรือแม้กระทั่งสื่อที่นักเรียนชอบหนักหนานี่ ใช่ไหม ยี่ห้แมันมียี่ห้อหนึ่งที่ไม่มีกับอีกยี่ห้อหนึ่งโฆษณาโครม ๆ ที่ผลิตออกมานี่ อาจจะเหมือนกันก็ได้ แต่คนเรานี่มักเชื่อในคำชักจูงหรือคำโน้มน้าว มันจึงทำให้เกิดการโฆษณาขึ้นอย่างไรครับเด็ก ๆ ดูหลักการวิเคราะห์สื่อโฆษณากันดีกว่านะครับ มีหลักการอะไรบ้างนะครับ 1. เลย ดูการให้ข้อมูลนะ การให้ข้อมูลคืออะไรนักเรียน มันคือรายละเอียดของสินค้า ว่ามันมีเนื้อหาครบหรือไม่นะ อย่างเช่น ขายยาดม ต้องบอกรายละเอียด ผลิตจากอะไร พิมเสน เกลือ อะไรอีกล่ะ สมุนไพรต่าง ๆ ใช่ไหม จะต้องบอกให้ชัดเจน อันนี้คือรายละเอียดของสินค้าหรือก็ให้ข้อมูลนั่นเอง ต่อไปครับ (คุณครูคณิตา) ข้อ 2 นะคะ นั่นก็คือคุณสมบัติสินค้า หรือบริการนั้นค่ะ ว่าเป็นอย่างไรนั่นเองนะคะ คุณสมบัติของสินค้านี่หมายถึงอะไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) คุณสมบัติ ก็คือบอกคุณสมบัติ ก็คือข้อดีของมันนะ มันช่วยอะไรเราล่ะ กินยานี้เข้าไปความอ้วนหายไปในพริบตาเลย นี่ คุณสมบัติบอก มันคือยากลด (คุณครูคณิตา) ความอ้วนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นต้น อะไรอีกล่ะครูคณิตา ช่วยคิดหน่อย (คุณครูคณิตา) ยาดมนะคะ ดมแล้วทำให้รู้สึกสดชื่นนะคะ หรือทำให้เรานี่ลดการวิงเวียนศีรษะ นี่ก็เป็นคุณสมบัติยาดมนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ปากกาเขียนลื่นดีไม่มีติด บอกคุณสมบัติไง ว่ามันเป็นอย่างไร คุณสมบัติก็เหมือนการโฆษณาไปในตัวแล้วนะครับ ว่าสินค้าหรือบริการที่เรานำมานำเสนอนั้นเป็นอย่างไร ต่อไปครับ ครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ ข้อที่ 3 นะคะ นั่นก็คือสื่อโฆษณานั้นเกินความเป็นจริงหรือไม่อย่างเช่นตัวอย่างที่คุณครูปรเมษฐได้กล่าวไว้ นั่นก็คือการกินยาใช่ไหมคะ กินยาลดความอ้วนแล้วผอมภายในกี่วันคะ (คุณครูปรเมษฐ) 7 วัน (คุณครูคณิตา) 7 วัน ถ้าผอมภายใน 7 วัน นักเรียนคิดว่าร่างกายของเรานี่จะส่งผลอย่างไรบ้าง จะเกิดอันตรายต่อร่างกายของนักเรียนหรือไม่ นักเรียนจะต้องวิเคราะห์นะคะ สิ่งเหล่านี้ค่ะ เป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่เราจะต้องใช้ในการวิเคราะห์และเลือกซื้อสินค้าต่าง ๆ ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ยกตัวอย่างย้อนกลับไปที่โฆษณาเรื่องโควิดกับความประมาทำให้เกิดอุบัติเหตุเมื่อสักครู่นี้นะ นักเรียนว่าพฤติกรรมของตัวละครในโฆษณามันเกิดความเป็นจริงไหม มีผู้หญิงเอาใบผักมาปิดหน้ากัน COVID ทำได้ไหม (คุณครูคณิตา) ไม่ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วก็คนนั้นเอาขวดน้ำมาครอบหัว มันก็เหมือนกลัวจนเกินเหตุ จนเกินไปนะ แล้วตัว COVID จะมาวิ่ง ๆ แบบนั้นได้ไหมครับ (คุณครูคณิตา) COVID นะคะ เป็นการกระจายนะคะ อากาศค่ะ หรือว่าทางละอองต่าง ๆ นะคะ ไม่ว่าจะเป็นน้ำลายหรือการไอการจามต่าง ๆ เพราะฉะนั้น COVID ไม่สามารถที่จะวิ่งเล่น แล้วก็ให้คนนี่ ตามจับได้นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) แต่เหตุที่ต้องทำแบบนั้น ก็เพื่อทำให้เราเข้าใจง่ายนั่นเอง อันนี้ยกตัวอย่างความเคยชินก็เอามาคิดกันได้ วิเคราะห์กันได้ จริง ๆ โควิดมันก็ไม่สามารถที่จะทำอย่างนั้นได้ COVID เหมือนคนนี่ล่ะ วิ่งไปทั่วเลย คนเดียวใช่ไหม แต่ถ้าหลาย ๆ คนก็จะสมจริงกว่านั้นก็ COVID ตอนนี้ กระจายอยู่ตามอากาศ ก็คือการใส่แมสก์ ใส่หน้ากากอนามัยนั่นเองนะครับ นักเรียนอย่างเช่น ครูทั้ง 2 คน นะครับ เอาล่ะครับ ต่อไป ข้อที่ 4 นี่ โฆษณานั้นมันขัดต่อศีลธรรมหรือไม่ ศีลธรรมหรือเสื่อมเสียต่อวประเพณและวัฒนธรรมอันดีงาม เมื่อสื่อโฆษณานั้น ออกมาสู่สาธารณชนแล้วนี่นะครับ ต้องวิเคราะห์กันข้อนี้สำคัญ ถ้าเกิดโฆษณานั้นมันไปทำให้เสื่อมเสียประเพณี วัฒนธรรมของเรานี่ ไม่ได้นะครับ เพราะฉะนั้น โฆษณาจำพวกนี้นี่จะได้ออกมาสู่สาธารณชนก่อน เพราะถ้าออกมานี่ มันทำให้เกิดการโน้มน้าวให้เราไปเชื่อและปฏิบัติผิด ๆ มันก็จะไม่ดี เพราะฉะนั้นนี่ เด็ก ๆ อาจจะไม่เห็นโฆษณาแบบนี้นะครับ แล้วก็ไม่ควรที่จะเห็นด้วย เพราะว่าวัฒนธรรมประเพณีนี่มันเป็นสิ่งที่ปลูกฝังมาอย่างยาวนานใช่ไหมรวมถึงศีลธรรม ศีลธรรมคือความดีงาม ที่เอาศีลเป็นที่ตั้ง ที่เราปลูกถ้าเกิดโฆษณาประเภทนี้ออกมาแล้วเราเสพ เราดูบ่อย ๆ เราก็จะประพฤติกรรม คราวนี้เราก็จะขัดต่อศีลธรรมและประเพณีใช่ไหมครับ เอาล่ะครับ เรามาจุดประกายขยายความคิดอีกสักนิดหนึ่งโฆษณาคืออะไร เด็ก ๆ ต้องตอบได้แล้ว ให้เวลา (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ ตอบแล้วค่ะ โฆษณานะคะ ก็คือการเผยแพร่ข้อมูลค่ะ เพื่อเชิญชวน ชักจูให้คล้อยตามและใช้บริการนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเด็ก ๆ ตอบจากใบความรู้ก็จะยาว เราเรียนเรื่องการย่อความมาแล้วนะครับ เพราะฉะนั้น เราจะต้องสรุปให้เป็นองค์ความรู้ของตนเอง อันนี้เป็นสิ่งสำคัญ เผยแพร่ข้อมูลเพื่อเชิญชวนชักจูง ให้คนอื่นคล้อยตาม เราเรียนอะไรมาเราก็ต้องนำมาใช้ให้เกิดผลประโยชน์ในชีวิตจริง เอาล่ะครับ อีกข้อหนึ่ง ครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) คำถามนะคะ มีอยู่ว่าจุดประสงค์ของการโฆษณาคืออะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ตอบเลย อยู่กับมือแล้ว ช่วยกันตอบ มาทีละข้อเลยครับ จุดประสงค์ของการโฆษณาคือ... (คุณครูคณิตา) 1. ค่ะ แนะนำ ชักจูง หรือเชิญชวนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) กระตุ้นความสนใจ เมื่อแนะนำชักจูงแล้ว ให้เขามาสนใจในสินค้าของเรา อาจจะเป็นวิธีการขายสินค้าหรือวิธีการพูดที่ไพเราะ น้ำเสียงดึงดูดเป็นการกระตุ้นความสนใจ แล้วก็ทำให้คนนั้นมาสนใจในสินค้าหรือบริกหรือสิ่งที่เรามีจุดมุ่งหมายในการทำขึ้นมานั่นเองครับ อีกข้อหนึ่งล่ะครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ สร้างภาพพจน์ที่ดีขององค์กรค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วมันสร้างที่ดีให้องค์กรอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เพราะว่าการสร้างภาพพจน์ที่ดีหรือสร้างก็จะส่งผลต่อสินค้านั้น ๆ ค่ะ อย่างเช่น องค์กรนี้เป็นองค์กรของการรักโลกค่ะ เพราะฉะนั้น สินค้าที่องค์กรได้ใช้มาก็เป็นอะไรคะ เป็นผลิตภัณฑ์ที่รักษ์โลกนั่นเองค่ะ ก็จะทำให้คนในทั่วโลกนะคะ หรือทั่วประเทศนี่เกิดความคล้อยตามว่าถ้าใช้สิ่งของของบริษัทนี้ก็จะช่วยรักษ์โลกเพิ่มมากขึ้นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มันก็จะเป็นสร้างภาพพจน์ที่ดีให้แก่องค์กรหรือผู้ที่โฆษณาสินค้าหรือบริการหรือจุดมุ่งหมาย จุดประสงค์ ของผู้ที่โฆษณานั่นเอง เอาล่ะครับ อีกข้อหนึ่ง มาจากใบความรู้ทั้งนั้น นักเรียนมีหลักในการวิเคราะห์ของสื่อโฆษณาอย่างไร ต้องตอบได้แล้วอันนี้ เป็นคำถามที่เราถามไว้เมื่อข้างต้นใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วนะคะ บอกให้เด็ก ๆ นะคะ อ่านใบความรู้ก่อนนะคะ เพราะว่าหลักการวิเคราะห์นั้นมีไม่เยอะค่ะ 1. ต้องเป็นอย่างไรก่อน (คุณครูคณิตา) ฟังไตร่ตรองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ต้องฟังให้ดี ไตร่ตรองสิว่า เอ๊ มันใช่หรือไม่นะ เขาพูดถูกต้องตามโฆษณาหรือไม่ คำสื่อสารชัดเจนหรือไม่ ต้องฟังไตร่ตรอง อันนี้คือหลักการวิเคราะห์นะ (คุณครูคณิตา) ศึกษาข้อมูลรายละเอียดของสินค้าค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นสิ่งสำคัญไหม (คุณครูปรเมษฐ) สิ่งสำคัญค่ะ เพราะว่าสินค้าบางประเภทนี่ก็จะมีสิ่งที่ผู้บริโภคบางคนนะคะ ที่อาจจะเกิดอาการแพ้จากสารเคมีนั้น ๆ นักเรียนนะคะ หรือว่าผู้ใช้บริการทั่วไปนี่จะต้อง บริการทั่วไปนี่ ต้องศึกษาให้ดีค่ะ เพราะว่าเป็นผลประโยชน์ต่อตนเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ ตต้องพิจารณาคุณสมบัติของสินค้า ยาชนิดนี้ใช้แล้วเป็นอย่างไร ขนมนี้กินแล้วเป็นอย่างไร คุณสมบัติ ต้องศึกษาและพิจารณาให้ดีกว่าเมื่อได้บริโภคเข้าไปหรือเราได้ใช้แล้วนี่กับตัวเราบ้าง นี่ต้องพิจารณา บางครั้งเกินความจริง ถ้าเกินความจริงถ้าเราบริโภคหรือรับประทานเข้าไปจะเกิดผลเสียต่อร่างกายก็จะเกิดเรื่องเลยนะครับ ต่อไปนี้คือการพิจารณาความน่าเชื่อถือ มาคู่กัน ความน่าเชื่อถือก็พิจารณาองค์ประกอบต่าง ๆ ที่มันเกิดขึ้นนโฆษณา ว่ามันทำให้สินค้าหรือบริการเหล่านั้นนี่ มันน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใดนั่นเองครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เดี๋ยวเราไปดูถัดไปกันเลยดีกว่านะคะ เดี๋ยวเราจะให้ฝึกวิเคราะห์ให้เหมาะความ วิเคราะห์ให้เหมาะความเป็นอย่างไร การวิเคราะห์สื่อโฆษณานั่นเองนะ มาดังนี้นะครับ 1. ดูข้อมูลรายละเอียดของสินค้าตามที่ได้บอกไปเมื่อสักครู่นะครับ ต่อไป (คุณครูคณิตา) คุณสมบัติของสินค้าเป็นอย่างไร (คุณครูปรเมษฐ) ลองศึกษาคุณสมบัติให้ดีนะครับ ต่อไป ข้อความในโฆษณาเกินความเป็นจริงหรือไม่ นี่คือประเด็นในการวิเคราะห์นะครับ ต่อไปครับ (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 4 ค่ะ ขัดต่อศีลธรรมประเพณีหรือไม่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อย่างที่บอก ประเภทนี้นี่ก็ไม่ค่อยได้ออกสู่สาธารณชน ดีว่าบางครั้งนี่อาจจะขัดต่อศีลธรรมประเพณี ถ้าเราไปประพฤติตาม อันนี้ก็ไม่ควรทำนะครับ ข้อสุดท้ายครับ พิจารณาว่าควรซื้อหรือไม่ควรซื้อค่ะ เดี๋ยวมีตัวอย่างสินค้า โฆษณามาให้นักเรียนดูนะ ไปดูกันเลยดีกว่า นี่คืออะไรนี่ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เป็นเครื่องดื่มชูกำลังค่ะ สารพาเฮโล (คุณครูปรเมษฐ) ชื่อน่าสนใจนะ สาระพาเฮโลมันเป็นการรวมคน แล้วสรรพคุณ คุณสมบัติเขาเป็นอย่างไร (คุณครูคณิตา) หัวสมองฉับไว ใจไม่สั่น ทำงานได้ทั้งวันทั้งคืน ชอบตรงข้อสุดท้ายนี่ล่ะ ทำงานได้ทั้งวันทั้งคืน ทั้งคือ ก็คือว่าถ้าดื่มเข้าแล้วนี่ กลางคืนไม่ต้องนอนเลย (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าดื่มทุกวันก็ไม่ต้องนอนทุกวันเลย ข้อมูลรายละเอียดของสินค้าเป็นอย่างไร ไหนช่วยกันสิ (คุณครูคณิตา) ข้อมูลรายละเอียดของสินค้าค่ะ ให้นักเรียนพิจารณานะคะ ว่าสินค้าตัวนี้เป็นสินค้าประเภทใด เป็นประเภทเครื่องดื่มค่ะ มีความน่าสนใจหรือไม่ รวมถึงสิ่งที่เขาได้สื่อโฆษณาไว้นะคะ ว่ามีความน่าเชื่อถือ และชักจูงโน้มน้าว สามารถที่จะซื้อเครื่องดื่มนั้นหรือไม่ค่ะ ลองดูนะคะ ทำจากอะไร มีไหม (คุณครูคณิตา) มีไหมคะนี่ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่มี อันนี้ก็บอกได้ โฆษณานี้นะครับ มีข้อมูลอย่างไรครูคณิตา มีข้อมูลนะคะ ก็คือเป็นเครื่องดื่มชูกำลังค่ะ แล้วก็ส่วนสรรพคุณนะคะ การพูดโน้มน้าวใจก็จะเป็น 2 หัวข้อนี้ค่ะ แต่ไม่มีการบอกสรรพคุณ ส่วนผสมของเคเครื่องดื่มชูกำลังค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่คือส่วนสำคัญ ไม่มีบอกเลยว่าทำจากอะไรนะครับ เพราะฉะนั้น โฆษณาที่ดีต้องบอกด้วยว่าทำมาจากอะไรนะครับ ดูประเด็นถัดไป คุณสมบัติของสินค้าตามเครื่องหมายคำพูดนั่นเลย ดื่มแล้วหัวสมองฉับไวใจไม่สั่นทำงานได้ทั้งวันทั้งคืน นี่คุณสมบัตินะครับ เป็นการโน้มน้าวใจ (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ ดื่มแล้วหัวสมองฉับไว นักเรียนลองดูดูสิคะว่าหัวสมองฉับไวจริงหรือเปล่าถ้าเราดื่มเข้าไป เพราะฉะนั้น ประเด็นถัดไปเลยครับ ข้อความในโฆษณาเกินความเป็นจริงหรือไม่ ตามที่ครูคณิตาได้วงไว้ แค่ดื่มเข้าไป หัวสมองฉํบไวเลยหรือ (คุณครูคณิตา) จริง (คุณครูปรเมษฐ) เกินความเป็นจริงไหม (คุณครูคณิตา) คำตอบนั่นก็คือเกินความเป็นจริงค่ะ เอ๊ ทำไมถึงใจไม่สั่น เครื่องดื่มชูกำลังนี่ผสมพวกคาเฟอีนหรือไม่คะ ใจของเรานี่สั่นได้นะคะ แล้วก็แล้วก็อีกอย่างหนึ่งนี่ ว่าใจไม่สั่น คนบางคนอาจจะแพ้เครื่องดื่มนี้ก็ได้แต่เขารับประกันเลย แสดงว่าน่าเชื่อถือได้หรือไม่คะ เด็ก ๆ หลายคนก็บอกน่าเชื่อได้ และไม่น่าเชื่อถือ ขึ้นอยู่กับบุคคลนะคะ ต่อมาค่ะ ข้อสุดท้ายที่คุณครูอยากให้นักเรียนดู ทำงานได้ทั้งวันทั้งคืนค่ะ คุณครูอยากจะซื้อไว้ เต็ม 12 วัน ไม่ต้องหลับต้องนอนถ้าเป็นแบบนั้น โฆษณานะ การโฆษณาจะให้ดีต้องให้เป็นความจริงมีเหตุผลนะ แต่ถ้าแบบนี้นี่ ไม่ได้บอกส่วนประกอบเลย มันทำมาจากอะไร แล้วจะมาบอกได้อย่างไรใจไม่สั่น ทำงานได้ทั้งวันทั้งคืนนะ ถ้าเราจะมาวิเคราะห์นี่ ฟันธงได้เลยว่าน่าเชื่อ ประเด็นต่าง ๆ นี่นะ เป็นความไม่จริง เราก็ยังไม่สามารถฟันธงได้อีกล่ะ เพราะเรายังไม่ได้ดื่มจริง แต่ข้อมูลที่โฆษณา ตัวบ่งบอกได้แล้วครับ ว่าตัวโฆษณานั้นเป็นอย่างไร และเมื่อได้พิจารณาของตัวเองนำมาวิเคราะห์นะ แล้วพอเป็นของหนู ๆ เอง มันเป็นแบบนี้นะ ตรงกันหรือไม่ หรือว่าโฆษณาของนักเรียนมีองค์ประกอบน่าเชื่อถือก็เป็นไปได้ครับ (คุณครูคณิตา) ขัดต่อศีลธรรมประเพณีหรือไม่ นี้นะคะ ตอบเลยค่ะ ว่าไม่ได้ขัดค่ะ เพราะไม่ได้เกี่ยวข้องกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่ได้เกี่ยวข้องกับประเพณีเลยนะครับ ถ้าเกิดคนที่นำไปใช้นี่ ทำงานทั้งวันทั้งคืน มันก็เป็นการทารุณโหดร้าย ก็จะทำงานไม่มีหยุดเลย ก็คือทำงานไม่พัก นายจ้างก็ชอบใจสิแบบนี้ มันก็ขัดต่อศีลธรรมนะ มีการให้ลูกน้องได้พักผ่อนเลย ก็ได้นะครับ เอาล่ะครับ ยังไม่สุดท้ายครับครูคณิตา พิจารณาเลยอันนี้ ควรซื้อหรือไม่ควรซื้อ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ หลายคนตอบควรครับ ควรเพราะว่าอยากได้ข้อสุดท้าย (คุณครูคณิตา) คุณครูก็อยากได้ค่ะ แต่ถ้านึกถึงสภาพเป็นจจริงแล้ว ของคนเราต้องได้รับการพักผ่อนให้เพียงพอค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ แต่ชื่อเขาน่าสนใจนะ สารพาเฮโล กำลังดี (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ มาดูโฆษณาต่อไป ก็คือชื่ออะไรนี่ ชื่อภาษาอังกฤษ Organic Herb ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ต้องให้คุณครูอัณชลี มาอ่านให้ฟังแบบสำเนียงภาษาอังกฤษก็น่าจะดีเขาบอกอะไรบ้างครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าของเราค่ะ เป็นผลิตภัณฑจากธรรมชาติแท้ 100 เปอร์เซ็นต์ค่ะ สารสะกัดที่มีคุณค่า (คุณครูปรเมษฐ) น่าสนใจอีกแล้วครับ พูดง่าย ๆ ก็ครีมบำรุงผิวหน้า (คุณครูคณิตา) Organic นะคะ ก็คือสกัดจากธรรมชาติ ไม่ใช้สารเคมีนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) น่าสนใจนะครับ ให้นักเรียนพิจารณานะครับ เป็นผลิตภัณฑ์ Organic 100% ส่วนรปะกอบของชิ้นนั้นนะคะ นักเรียนจะได้เข้าใจไปด้วยนะครับ ข้อมูลรายลคุณครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) รายละเอียดของสินค้านะคะ ก็อย่างที่คุณครูได้กล่าวไว้นั่นเองค่ะ เป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้านะคะ เป็นผลิตภัณฑ์ เขาผลิตมาจาก Organic แท้ 100 เปอร์เซ้คุณสมบัติของสินค้าเป็นอย่างไรนี่ ได้กล่าวไว้ไหมคะนี่ (คุณครูปรเมษฐ) กล่าวไหม มันเต็มเปี่ยมไปด้วยสารสกัด แต่ไม่ได้บอกแค่บอกว่ามีประโยชน์ต่อผิวหน้าคุณ ครูคิดว่าโฆษณาประเภทนี้นี่ บางครั้งการที่เขาไม่ได้พูดเกินจริงมันทำให้เราน่าเชื่อถือนะ ครูคณิตาคิดแบบ (คุณครูคณิตา) คิดค่ะ เหมือนกันค่ะ เพราะว่าเป็นโฆษณานะคะ เขาไม่ได้กล่าวเกินจริงภายใน 3 วัน (คุณครูปรเมษฐ) อันนั้นน่ากลัว (คุณครูคณิตา) น่ากลัว (คุณครูปรเมษฐ) แต่อันนี้นี่ถ้าเกิดประเด็นที่ 2 มันเป็นเรื่องจริงนี่ ของที่ทำมาจากมนุษย์เราก็คือธรรมชาติใช่ไหมครูคณิตา มันก็คู่กับธรรมชาติ ของมาจากธรรมชาติมาอยู่ใบหน้าของเรานี่ ครูคิดว่าอย่างนี้มันน่าจะเกิดอะไรขึ้น มันก็น่าจะอยู่ด้วยกันได้ มันก็น่าจะอยู่ อย่างว่านะครับ เอาล่ะครับ เกินจริงหรือไม่นี่ (คุณครูคณิตา) เกินจริงหรือไม่คะ เด็ก ๆ ก็ก็ลองเปรียบเทียบดูนะคะ ว่าเกินจริงหรือไม่ไปอย่างรวดเร็วเลยนะคะ Organic ธรรมชาติ ของการใช้คำโฆษณาแล้วนี่ ถือว่าไม่เกินจริงค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นะครับ 100 เปอร์เซ็นต์ มาให้ครูจะเชื่อเลย เพราะว่าส่วนประกอบมันจะได้ยืนยันรับรองมานะครับ เอาล่ะครับ หรือไม่ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ไม่ขัดค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) และควรซื้อไหม ควรซื้อไหมคะ แล้วแต่นักเรียนเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นะครับ เดี๋ยวไปดู ปูนใช่ไหมนี่ (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ผสมเหล้าแห้งไวในพริบตา ปูนซีเมนต์ ตรา เสือสมิง เท่านั้น ว่าเท่านั้น แล้วก็บอกสุดท้ายก่อนจะปิดโฆษณา รับน้ำหนักโลกทั้งใบยังรับได้ไปพิจารณาดีกว่าครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ข้อมูลรายละเอียดนะคะ ก็คือจะเป็นการโฆษณาเกี่ยวกับปูนใช่ไหมคะ ปูนนี่ก็ใช้ไว้เทพื้น อะไรต่าง ๆ บอกความแข็งแรงใช่ไหม คุณสมบัติสินค้าเป็นอย่างไร ผสมง่ายนะคะ แห้งไวภายในพริบตา ใช่หรือเปล่าคะ นักเรียนลองกระพริบตาดู ปูนแห่งเลย ถามว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ (คุณครูปรเมษฐ) คำถามนี้ได้เลยใช่ไหม นะครับ แต่คำโฆษณา เพราะช่างทุกคนน่ะ ก็อยากให้ปูนเป็นอย่างไร แห่งไว จะได้ทำงานอื่นต่อใช่ไหม ขัดต่อศีลธรรมประเพณีหรือไม่ (คุณครูคณิตา) ควรซื้อหรือไม่ควรซื้อคะ (คุณครูปรเมษฐ) นะครับ เดี๋ยวไปดูกิจกรรมต่อไป ให้หนู ๆ วิเคราะห์สื่อโฆษณาของตัว ที่นักเรียนได้เตรียมมา ตามประเด็นที่ครูจะให้นะครับ 1. บอกข้อมูล 2 คุณสมบัติ 3. คือ 4. คือ ขัดต่อศีลธรรมประเพณีหรือไหม่ พิจารณาประเด็นสุดท้าย ควรซื้อหรือไม่ควรซื้อ ให้เด็ก ๆ ลงมือปฏิบัติโดยการนำเสนอให้กับเพื่อน ๆ ได้รับฟัง ดีไหมครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) กีค่ะ หน้านั้นนี่ก็เราก็จะมาดูกันก่อนนะคะ ว่าบทบาทของนักเรียนปลายทางและคุณครูปลายทางเป็นอย่างไร บทบาทของนักเรียน ให้นักเรียนนะคะ ทำใบงานเรื่อง การวิเคราะห์สื่อโฆษณาค่ะ ส่วนคุณครูปลายทางนะคะ ก็คอยให้การดูแลและสุดท้ายนะคะ นำสื่อที่นักเรียนได้วิเคไปตรวจและให้คะแนนด้วยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ไปดูใบงานกันเลย นี่คือรูปร่างหน้าตาของใบงานนะครับ มีประเด็นทั้งหมดกี่ประเด็น (คุณครูคณิตา) 5 ประเด็นด้วยกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ให้นักเรียนลงมือทำ โดยการวิเคราะห์สื่อโฆษณาที่หนู ๆ เตรียมมานั่นเอง แล้วก็ทำประเด็นถัดมาเรื่อย ๆ จนเสร็จนะครับ ลงมือครับ [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะนักเรียน ยังทำใบงานไม่เสร็จ ไม่เป็นอะไรนะคะ เก็บไว้ทำเวลาว่างค่ะ ส่วนคุณครูปลายทางนะคะ อย่าลืมเก็บใบงานของนักเรียนในคาบเรียนถัดไป (คุณครูปรเมษฐ) ได้เวลาแล้วหนู นักเรียน-ครูรู้คิด ความรู้กันครับ ตั้งคำถามเลย ถ้านักเรียนจะโฆษณาสินค้าชนิดหนึ่งให้น่าเชื่อถือทำอย่างนี้เลยนักเรียนครับ 1. (คุณครูคณิตา) บอกรายละเอียดของสินค้าให้ชัดเจนค่ะ 2. นะคะ ไม่ 3. มีเหตุผลในการอะฺบายสินค้าค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ข้อนี้ล่ะครับ ถ้ามีเหตุผลนี่มันจะทำโฆษณาสินค้านั้นน่าเชื่อถือยิ่ง ๆ ขึ้นไปนะครับ และข้อที่ 4 นะครับ ราคา (คุณครูคณิตา) สมเหตุสมผล (คุณครูปรเมษฐ) ราคาก็เป็นสิ่งสำคัญนะครับ ในการที่พิจารณาเลือกซื้อใช่ไหมครับ อีกข้อหนึ่งครูคณิตา การวิเคระาความน่าเชื่อถือจากสื่อโฆษณามีประโยชน์อย่างไร มันมีประโยชน์อย่างไร เด็ก ๆ พร้อม ๆ กันเลยนะครับ 1. (คุณครูคณิตา) ช่วยให้เลือกซื้อสินค้ามีคุณภาพค่ะ เราต้องวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือที่ดีมีคุณภาพนะครับ ต่อจากนั้นครับ (คุณครูคณิตา) ใช้บริการตามที่ต้องการและปลอดภัยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้คือสิ่งสำคัญในการพิจารณาเลือกซื้อวิเครนั่นเองนะครับ บทเรียนครั้งต่อไปนะครับ ก็ยังคงอยู่ในเรื่องของการวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือจากสื่อโฆษณาเหมือนเดิมนะครับ เอาล่ะครับ สิ่งที่นักเรียนจะต้องเตรียมมีอะไรบ้าง นั่นก็คือ 1. ก็คือใบความรู้ เรื่อง หลักการความน่าเชื่อถือสื่อโฆษณาค่ะ 2. นะคะ ใบงานเรื่อง การวิเคราะห์สื่อโฆษณา นักเรียนก็สามารถที่จะไปดาวน์โหลดข้อมูลได้ เอาล่ะครับนักเรียน วันนี้นักเรียนก็มีงานที่จะกลับไปทำ แต่ถ้าใครทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว นักเรียนก็ได้หมดภาระในการทำงานวันนี้แล้วนะครับ วันต่อไปนะ มาเตรียมมาเรียนในเรื่องเดิม และเราจะสนุกสนานไปกับการวิเคราะห์สื่อโฆษณาด้วยกันอีกครั้งหนึ่งนะครับ วันนี้ครูทั้ง 2 คนขอลาไปก่อนครับ สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี] [เสียงดนตรี]