--- title: ฝึกแบ่งพิมพ์ (DLTV ภาษาไทย ป. 6 หน่วยที่ 8) ๗ การวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือจากสื่อโฆษณา (๒) ๑๒ ต.ค. ๖๔ (มีใบงาน และใบความรู้) subtitle: date: วันอังคารที่ 26 เมษายน 2565 เวลา 09.10 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (คุณครูปรเมษฐ) สวัสดีคุณครูทุกท่าน เด็ก ๆ ที่น่ารักทุกคนนะครับ วันนี้เราก็มาพบกันในรายวิชาภาษาไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เราก็ยังคงเกาะติดกับสถานการณ์การวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือจากสื่อโฆษณานะครับ เมื่อวานนี้นักเรียนก็ได้ทำการบ้านใช่ไหมลูก ได้วิเคราะห์สื่อโฆษณาที่หนูได้เตรียมมานะครับ ตามใบงานและก็ได้ทำเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้วใช่ไหมครูคณิตาครับ ก็คงจะส่งให้คุณครูได้ตรวจแล้วนะครับ เป็นคะแนนเก็บไว้นะครับ เอาล่ะครับ วันนี้ก็ยังคงอยู่กับเรื่องเดิมนะครับ เดี๋ยวเราก็ได้ศึกษากัน เกี่ยวกับการวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือจากสื่อโฆษณานะครับ กิจกรรมแรกของครูวันนี้นะครับ ก็เป็นกิจกรรม (คุณครูคณิตา) อาสาโฆษณา สินค้าคือ (คุณครูปรเมษฐ) คืออะไร เดี๋ยวเราไปดูสินค้ากัน แล้วเดี๋ยวครูจะให้ทำอะไร เดี๋ยวจะบอกครับ ไปกันเลยครับ นักเรียนครับ และนี่ก็คือรูปแบบผลิตหรือสินค้านะครับ ที่ครูจะให้นักเรียนที่มีจิตอาสาของครูนี่มาพูดโฆษณาให้เพื่อน ๆ ได้ฟังกัน ดูสิว่าการพูดโฆษณาของเด็ก ๆ นั้น เราเรียนเรื่องการพูดโน้มน้าวไปแล้วใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ที่เกิดขึ้นกับตัวเด็ก ๆ ย่อมมีจำนวนมากในการที่จะนำมาพูดโฆษณาได้ และสามารถดึงดูดให้ผู้อื่นนั้นชวนเชื่อและหลงไหล ตัดสินใจซื้อสินค้าได้ ครูเชื่อว่าอย่างนั้น นักเรียนอาสาคงจะออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่งเสียงหน่อย นักเรียนที่เป็นอาสาจะมาพูดโฆษณาในวันนี้นะครับ ครูคณิตาจะบอกชื่อให้อย่างเดียว แล้วเดี๋ยวให้นักเรียนพูดเลยนะครับ พูดโดยหลักที่ครูได้สอนไปเมื่อชั่วโมงที่แล้ว นำมาพูดสิว่าจะสามารถสื่อสารการพูดโฆษณา ชื่ออะไรนะครับ ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ เป็นผลิตภัณฑ์นั่นก็คือยาสีฟัน Dental Care ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) พร้อมหรือยังครับ ครูบอกชื่อผลิตภัณฑ์อันนี้ นักเรียนมีหน้าที่โฆษณาให้เวลาโฆษณาครับ [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ครับ เป็นอย่างไรกันบ้างครับได้ฟังเพื่อนที่เป็นนักเรียนจิตอาสามาพูดให้กับหนู ๆ ได้รับฟังกันนะครับ เดี๋ยวเรามาวิเคราะห์กันดีไหมครูคณิตาจากที่ได้ฟังเพื่อนพูดโฆษณาไป เด็ก ๆ เก่งนะครูคณิตา ทุกคนนี่เวลาที่ให้ออกมาหน้าชั้นเรียนให้มาทำกิจกรรมอะไรพวกนี้ ครูสังเกตว่าเด็กไทยเรานี่ มีความกล้าแสดงออกแล้วก็เป็นผู้เสียสละ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีนะ เป็นสิ่งที่เด็ก ๆ นั้นควรจะปฏิบัติสืบไปนะครับ เอาล่ะครับ คำถามกระตุ้นความคิดจากโฆษณาดังกล่าวจากที่หนู ๆ ฟังเพื่อนนะครับ เอาล่ะครับ โฆษณาดังกกล่าวบอกข้อมูลใดของสินค้าบ้าง เด็ก ๆ ตอบสิจากที่ได้ฟังเพื่อนไปเมื่อสักครู่ เดี๋ยวคุณครูกับครูคณิตาก็จะสรุปคำตอบอีกครึ่ง ว่ามันตรงหรือไม่ ใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) บอกข้อมูลเรียบร้อยหรือยัง บอกข้อมูลใดบ้างครูคณิตา (คุณครูคณิตา) บอกข้อใดบ้างนะคะ ลองย้อนกลับไปสิคะครูปรเมษฐบอกข้อมูลอะไรบ้าง ก็คือบอกชื่อของยาสีฟันค่ะ หลังจากนั้นนะคะ บอกด้วยว่าเป็น Best Choice ค่ะ นั่นเองค่ะ แล้วก็ที่สำคัญที่สุดนะคะ ก็ได้บอกคุณสมบัติค่ะ ว่าหากใช้ผลิตภัณฑ์นี้นะคะ จะทำให้ฟันนะขาวสะอาดค่ะ และก็นอกจากนี้นะคะ ก็จะรักษาอะไรเอ่ย รักษาเหงื่อกค่ะ และอีก 2 ข้อล่ะคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) อีก 2 ข้อนี่นะคนต้องการนะครับ คือว่ามันอ่อนโยนต่อต่อเหงือกและฟันนะครับ ทำความสะอาดได้ดี ถ้าเกิดตีความก็ไม่เกินจริงนะ ไม่ได้โฆษณาเกินความจริง ยังมีเหตุผลคำถามกันต่อนะ คุณสมบัติของสินค้าเป็นอย่างไร น่าซื้อหรือไม่ถ้านักเรียนจะซื้อไหม จากที่เพื่อโฆษณาไป ซื้อบ้างไม่ซื้อบ้างนะครับ แสดงว่าอยู่ที่การพูดใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเกิดดึงดูดใจ พูดง่าย ๆ นะครูคณิตา ก็คงจะซื้อ ถึงแม้นว่าจะมียาสีฟันให้หลอดเดียว ไม่ได้บอกคุณสมบัติอะไรเลย แต่ถ้าเกิดคนพูดพูดได้ดีครูจะซื้อไหม (คุณครูคณิตา) ก็จะเกิดการคล้อยตามนะคะ ถ้าคนที่ไม่มีวิจารณญาณก็จะคล้อยตามและก็ซื้อได้ง่ายค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นะครับ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่นักเรียนได้ฟังจากเพื่อนและนำมาตอบคำถามนะครับ เอาล่ะครับ คำโฆษณาสินค้าเกินจริงหรือไม่อย่างไร เด็ก ๆ ตอบจากที่ฟังเพื่อนไปเมื่อสักครู่ เกินจริงบ้าง มีเหตุผล บางคนก็ว่าอย่างนั้นนะ เกินจริงเพราะว่าอะไรล่ะ เพื่อนพูดเกินความจริงหรือ หรืออย่างไรลูกบางคนมีเหตุผลในการพูดใช่ไหมครูคณิตา แล้วก็ทำให้การโฆษณาสินค้ามันมองแล้วไม่เกินจริง ใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ แต่ถ้าลองพิจารณานะคะ จากคำนะคะ อย่างเช่น ฟันขาว รักษาเหงืก อ่อนโยนนะคะ หรือสิ่งต่าง ๆ นี่นักเรียนลองคิดดูสิคะ ว่าเป็นคำโฆษณาที่เกินจริงหรือไม่ (คุณครูปรเมษฐ) จากที่ดูรูปภาพใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มันก็เป็นคุณสมบัติของยาสีฟันอยู่แล้ว ต้องทำหน้าที่ดังกล่าว เพราะฉะนั้น เกินจริงหรือไม่ให้ดูจากรูปภาพ พิจารณา นะ มันเป็นหน้าที่ของยาสีฟันอยู่แล้วที่จะต้องทำให้ได้อย่างนั้นนะครับ ต่อไปอีกข้อหนึ่ง คำโฆษณาสินค้าขัดต่อศีลธรรมประเพณีและวัฒนธรรมหรือไม่ จากที่เพื่อนพูดไปเมื่อสักครู่นี้นะครับ โฆษณาไป เด็ก ๆ ตอบสิ ขัดกับศีลธรรม ประเพณี และวัฒนธรรมไหม ไม่ครับ (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะว่าถ้าเราเอายาสีฟันไปพูดขัดต่อเรื่องพวกนี้ก็คงไม่ดี และไม่มีใครเอาเพราะฉะนั้น ก็คงไม่ขัด และก็อีกอย่างหนึ่งจากรูป จากรูปโปสเตอร์ยาสีฟันมันก็ไม่ได้ขัดต่อศีลธรรมประเพณีใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ไม่ได้ขัดอะไรนะลูกนะ ต่อไป นักเรียนควรซื้อสินค้านี้หรือไม่เพราะอะไร ตอบก่อนควรซื้อหรือไม่ ควร ไม่ควร เลือก ให้เวลาคิด ส่วนใหญ่บอกว่า... (คุณครูคณิตา) ควรค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะอะไรล่ะครูคณิตา ทำไมเด็ก ๆ ถึงตอบแบบนี้ (คุณครูคณิตา) เพราะว่าโฆษณานี้นะคะ ไม่ได้ใช้คำโฆษณาที่ใช้คำชวนเชื่อนะคะ เกินความเป็นจริงค่ะ และที่สำคัญนะคะ แล้วก็สามารถที่จะรู้จักเกี่ยวกับสรรพคุณคุณสมบัติต่าง ๆ ของยาสีฟันนี้ได้ค่ะ ซึ่งการที่เขานำโฆษณา... การที่เขานำคำต่าง ๆ นี่มาโฆษณานี่ ก็เป็นการบ่งบอกถึงความจริงใจอย่างหนึ่งนะคะ ในการที่เราจะนำเสนอสินค้าเหล่านั้น ถ้าเขาพูดเกินความเป็นจริงนี่ แสดงว่าก็ไม่จริงใจต่อผู้บริโภค ก็อาจจะหวังแค่ยอดขายอย่างเดียว แต่ถ้าสมมติว่าเรานี่มีความจริงใจต่อผู้บริโภคเราก็จะนำเสนอแต่ข้อความเป็นจริงค่ะ เพื่อให้ปลอดภัยต่อผู้บริโภคมากที่สุดค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าทุกอาชีพนำเรื่องนี้ไปใช้นี่ โดยแสดงถึงความจริงใจนะ ครูคิดว่าประเทศของเรานี่น่าจะอยู่อย่างมีความสุข ถ้าทุกคนแสดงถึงความจริงใจซึ่งกันและกันนะ นักเรียนก็เช่นเดียวกัน นักเรียนก็ต้องแสดงถึงความจริงใจกับเพื่อน กับพี่น้อง กับญาติสนิทมิตรสหายของนักเรียน อย่างเช่น ครูทั้ง 2 คน ที่แสดงความจริงใจกับนักเรียนตลอดเวลา และไม่ใช่แค่เฉพาะครูทั้ง 2 คนนะ ทั่วไป คุณครูนี่ แสดงถึงความจริงใจ ให้อะไรก็ให้นักเรียนได้เต็มที่ นี่คืออาชีพครูนะครับ เอาล่ะครับ สรุปว่าควรซื้อใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ต่อจากที่พิจารณากันไปนะครับ จุดประสงค์การเรียนรู้ในวันนี้นะครับ ต้องทำอย่างไรบ้างนะครับ (คุณครูคณิตา) 1. นะคะ อธิบายหลักการวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือ จากการฟัง และดูสื่อโฆษณาได้ค่ะ 2. วิเคราะห์ความน่าเชื่อถือจากการฟังและดูสื่อได้ค่ะ 3. นำหลักการวิเคราะห์จากสื่อโฆษณาไปใช้ในชีวิตประจำวันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ล่ะครับ เรื่องสำคัญเลย เรียนแล้ววิเคราะห์ได้แล้ว จะต้องนำหลักนั้นล่ะครับ ไปปรับใช้ในชีวิตจริงเมื่อเราไปเผชิญกับสถานการณ์จริง เราก็สามารถที่จะทำได้ พูดได้นั่นเองครับ เอาล่ะครับ ครูก็มีใบความรู้มาใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูจะให้นักเรียนได้ศึกษาใบความรู้ก่อน ซึ่งมันคนละเรื่องกับเมื่อชั่วโมงที่แล้วนะครับ อันนี้มันเป็นเรื่องหลักการวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือจากสื่อโฆษณาให้นักเรียนจะรวมกลุ่มก็ได้ใช่ไหม หรือจะอ่านเดี่ยวก็ได้ใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะมีใบความรู้อยู่ลงมือครับ เก็บข้อมูลให้ได้มากที่สุด [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) หมดเวลาค่ะนักเรียน ในการศึกษาใบความรู้นะคะ พร้อมหรือยังคะ ที่จะสรุปความรู้ไปพร้อม ๆ กับคุณครูค่ะ ถ้าพร้อมแล้วเราไปสรุปความรู้กันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับ นักเรียนมาทบทวนความรู้ที่เราได้ศึกษาไปชั่วโมงที่แล้วนะครับ ครูคณิตาครับ โฆษณา คอ-โอ-สอ โคส โฆษณามันหมายถึงอะไรนะครับ ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ โฆษณานะคะ หมายถึงการเผยแพร่หนังสือออกไปยังสาธารณชนเพื่อเป็นการเชิญชวน ชักจูง และโน้มน้าวใจให้ผู้อ่านหรือผู้ฟังสนใจ เพื่อประโยชน์ทางการค้าหรือจุดมุ่งหมายอื่น ๆ ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่า คำว่า "โฆษณา" ไม่ใช่การค้าอย่างเดียวใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เรื่องอะไรก็ตามก็สามารถโฆษณาได้ (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้น มันก็คือการพูดโน้มน้าวใจ ชักจูง ให้เขาชวนให้เชื่อแล้วก็ปฏิบัติตามจึงจะประสบความสำเร็จใช่ไหมครับ การโฆษณานี่นะครับ เอาล่ะครับ หลักการวิเคราะห์สื่อโฆษณาใช่ไหมครับทบทวนกันหน่อย 1. การให้ข้อมูลเป็นอย่างไร ให้ข้อมูลรายละเอียดสินค้าหรือบริการครบถ้วนหรือไม่นี่ต้องดูให้ดีนะครับ อย่างเช่น เมื่อสักครู่นี้ก็บอกข้อมูลดีนะ บอกชื่อ บอกคุณสมบัติใช่ไหมครับ แต่ไม่ได้บอกส่วนประกอบ อันนี้เรื่องสำคัญนะครับ น่าจะบอกนะครับ ต่อไปครับ (คุณครูคณิตา) 2. นะคะ คุณสมบัติของสินค้าหรือบริการนั้นเป็นอย่างไร อย่างที่บอกนะคะ ให้ทำให้ฟันงขาว ถนอมเหงือกของเรานะคะ รักษาอาการเสียวฟัน อะไรต่าง ๆ นี่ ก็ถือเป็นคุณสมบัติของสินค้าค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับผม เอาล่ะครับ ต่อไปครับ สื่อโฆษณานั้นเกินความเป็นจริงหรือไม่ อันนี้ต้องวิเคราะห์ให้ดี โดยใช้หลักเหตุและผลมาประกอบนะครับ ได้นะครับ (คุณครูคณิตา) 4. ค่ะ ไม่ขัดต่อศีลธรรม เสื่อมเสียต่อประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้สำคัญมากนะครับ อย่าให้มันขัดต่อศีลธรรมนักเรียนก็จะไม่ค่อยเห็นโฆษณาพวกนี้ เพราะว่าก็จะถูกไม่ให้นำมาให้สาธารณชนได้รับรู้เพราะมันเป็น สิ่งที่ขัดต่อวัฒนธรรม และประเพณีอันดีงามของเรา ไม่ค่อยได้เห็นนะครับ เอาล่ะครับ หลักการวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือสื่อโฆษณา จากที่ได้ศึกษาใบความรู้ไปเมื่อสักครู่นี่ เรามาสรุปกันดังนี้นะครับ (คุณครูคณิตา) 1. ค่ะ ฝึกแยกแยะสื่อทางบวกและทางลบค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) โอ้โหครูคณิตาครับ มันเป็นวิชาทางคณิตศาสตร์แล้วมั้งครับ นี่ (คุณครูคณิตา) น่าจะใช่นะคะ ทางบวกกับทางลบในที่นี้นะคะ หมายถึงว่าการที่เราฟังหรือดูสื่อโฆษณาสื่อโฆษณาต่าง ๆ นี่ หาเป็นทางบวก ก็คือจะทำให้จิตใจของเรานั้นสูงขึ้น สูงขึ้นในทีนี้ก็คือไปในทางบวกนั่นเอง หมายถึง การดูโฆษณาที่มีการช่วยเหลือนะครับ การแบ่งปันสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ถือว่าเป็นทางบวกค่ะ หรือถ้าเป็นโฆษณาทางลบนะคะ ก็มีได้หลากหลายค่ะ อย่างเช่น โฆษณาการดื่มเครื่องดื่มมึนเมานะคะ หรือว่าทำให้เมื่อดื่มเครื่องดื่มมึนเมาแล้วนี่ ไปขับรถแล้วทำให้เกิดอุบัติเหตุแล้วเสียชีวิต สูญเสียทั้ง 2 ฝ่ายนะคะ นี่ก็คือเป็นโฆษณาทางลบนะคะ ซึ่งนักเรียนนี่สามารถนำมาเรียนรู้และนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้โดยการไม่ดื่มของมึนเมาและขับรถค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่าสื่อทั้งทางบวกและทางลบมันก็มีข้อดีของมันนะ เว้นแต่ว่าเราจะมาปรับใช้อย่างไรให้มันเข้ากับตัวตนของเราใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับ ต่อไปครับ สำคัญมาก ต้องคำนึงถึงความเป็นจริง ความเป็นจริง ณ ที่นี้ มันเกินจริงหรือไม่ มันมีเหตุผลประกอบชัดเจนน่าเชื่อถือหรือไม่ นี่ล่ะครับ ที่เราจะต้องฝึกวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือ ส่วนนี้แล้วเราจะสามารถวิเคราะห์ได้ ว่าโฆษณานี้มันเป็นอย่างไร น่าเชื่อถือหรือไม่นั่นเองครับ ต่อไปครับ (คุณครูคณิตา) 3. นะคะ มีความไวในการรับสื่อค่ะ ไม่หลงเชื่อสื่อทางลบนั่นเองค่ะ อย่างเช่น นักเรียนนะคะ ได้เสพสื่อสื่อหนึ่งนี่ แล้วมีพฤติกรรมที่ไม่ดี สิ่งเหล่านี้ค่ะ นักเรียนจะต้องใช้วิจารณญาณนะคะ ไม่หลงกลหรือไม่หลงเชื่อต่อสื่อ และทำพฤติกรรมเหล่านั้นตามสื่อค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ความไว ณ ที่นี้คือการรับรู้ใช่ไหมครับ รับรู้แล้วคิดให้ได้ไวที่สุด ว่าเราควรจะปฏิบัติตามหรือไม่ปฏิบัติตามนั่นเองนะครับ ต่อไปครับ ข้อที่ 4 พิจารณาข้อความโฆษณานะ ดังต่อไปนี้ พิจารณาข้อความที่ 1 นะครับข้อความที่ทำให้เกิดความเสื่อมเสียของชาติ ถ้าเกิดมันมีข้อมูลดังกล่าวนี่ นักเรียนก็ควรที่จะเลือก ที่จะเสพเข้าไปนะ เสพ ณ ที่นี้ก็คือการบริโภคข่าวสาร โฆษณาต่าง ๆ เดี๋ยวคิดว่าครูให้ไปเสพอะไรนะ เสพก็คือการดู การฟัง แล้วก็วิเคราะห์ตามนั่นเองนะครับ ว่าเรานี่ โฆษณานี้มันส่งเสริมหรือมันสร้างความเสื่อมเสีย เราก็ต้องรู้จักวิเคราะห์ใช่ไหมครับครูคณิตา ประเด็นต่อไปครับ (คุณครูคณิตา) ประเด็นที่ 2 นะคะ นั่นก็คือข้อความที่ทำให้เกิดความแตกแยกค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการพูดกล่าวหาเชิงเสื่อมเสีย สร้างความแตกแยกนะคะ ไม่ว่าจะเป็นของชาติ หรือแม้กระทั่งกลุ่มบุคคลเองนี่ ก็เป็นสิ่งที่ไม่ดี และไม่ควรนำมาปฏิบัติค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) 4 ข้อนี้เป็นสิ่งสำคัญที่นักเรียนนั้นจะต้องมีในการนำไปวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือจากสื่อโฆษณานั่นเองนะครับ เอาล่ะครับ เดี๋ยวเราไปวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือจากสื่อโฆษณากันเถิดกิจกรรมน่าสนใจมากเลยนะครับ เอาล่ะครับ ไปดูโฆษณากันเลย ครูคณิตาครับนี่คืออะไรนี่ (คุณครูคณิตา) เป็นครีมกันแดดค่ะ คุณสมบัติของครีมตัวนี้นี่มีอะไรบ้างคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เขาบอกว่าผลิตจากสารสกัดธรรมชาติ ป้องกันแสงแดดได้ 24 ชั่วโมง ช่วยให้ผิวขาว ครูคณิตาครับ ถ้าเด็ก ๆ จะนำสิ่งที่เรียนมานี่ หลักการวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือมาวิเคราะห์อันนี้จะวิเคราะห์ได้อย่างไรนี่ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ เรามาวิเคราะห์นะคะ อย่างแรกเลย ผลิตใช่ไหมคะ ผลิตจากอะไรนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) สารสกัดจากธรรมชาติ (คุณครูคณิตา) เราก็จะต้องไปดูนะคะ ว่าด้านหลังของตัวผลิตภัณฑ์นะคะ ตัวประกอบของมันนี่เป็นสารสกัดจากธรรมชาติทั้งหมดหรือเปล่า ถ้าเป็นทั้งหมดก็น่าเชื่อถือได้ค่ะ อีกอย่างหนึ่งครีมกันแดดก็บอกไว้แล้วะคะ ครีมกันแดดเราทาเพื่อปกป้องผิว การทำให้ผิวขาวเป็นแค่ส่วนเล็กส่วนน้อยในการทาครีมนะคะ เพราะฉะนั้นนี่ ครีมกันแดดนี่ ไม่จำเป็นว่าทาแล้วผิวจะต้องขาว เพราะสิ่งที่เราทาไปนั้นเป็นการปกป้องผิว เพราะว่าแสงแดดของประเทศไทยเป็นอย่างไรอาจจะเป็นมะเร็งทางผิวหนังได้นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่แสดงว่าคุณครูคณิตานี่ไม่ค่อยได้ถูกแสงแดดเลยนะนี่ผิดจากครูเลยที่ต้องคลำแดด คลำฝน ผิวเลยคล้ำ สงสัยต้องไปซื้อมาใช้ มองแล้วโฆษณาก็ไม่ค่อยเกินจริงเท่าไรนะครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แต่มันเกินจริงตรงนี้นี่ครูคณิตา มันกันแสงแดดได้ ครูก็นั่งคิดนักเรียน เมื่อสักครู่นี้ เราจะมีแดดตั้งแต่กี่โมงถึงกี่โมงนะ6.00 น. ถึง 6.0ดวงตะวันก็ลาลับขอบฟ้าไปแล้ว แล้วหลังจากนั้น ครูคณิตา เพราะฉะนั้น น่าจะเขียนว่าป้องกันแสงแดด 12 ชั่วโมงแบบนี้จะดีกว่าไหมครับ (คุณครูคณิตา) แล้วแต่ผลิตภัณฑ์ดีกว่าไหมคะ ถ้าเขามีวิจัยมารองรับนี่ก็มีความน่าเชื่อถือนะคะ แต่ถ้า 24 ชั่วโมงนี่ คุณครูคณิตาก็ไม่แน่ใจเหมือนกันนะคะ ว่ามันเกินจริงหรือไม่เกินจริง (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเกิดคำพูดนะ นี่ก็คือการโฆษณาเกินจริงแล้ว เพราะว่าแสงแดดมันมีแค่ 12 ชั่วโมง ซื้อเลย แต่อันที่จริงแล้วนี่มันก็เกินจริง แต่ถ้า 12 ชั่วโมงนี่มันก็อยู่ได้นะ เพราะมันก็ปกป้องเราให้ปลอดภัยจากแสงแดด สรุปซื้อหรือไม่ซื้อถ้าสมมติว่าซื้อหรือไม่ซื้อ ซื้อบ้างไม่ซื้อบ้าง ต้องใช้หลักการวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือ คิดเอานะครับ เด็ก ๆ ครับ ต่อมาครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อะไรนี่ (คุณครูคณิตา) เป็นอะไรเอ่ย อ๋อ เป็นแปรงสีฟันไฟฟ้าค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เดี๋ยวนี้ทันสมัยขนาดนี้แล้วหรือครับ (คุณครูคณิตา) มีแล้วค่ะ เป็นแปรงสีฟันไฟฟ้าเป็นการถนอมนะคะ เกี่ยวกับพวกเหงือกค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ครับ เด็ก ๆ ลองพิจารณาสิ ถ้าเป็นเด็ก ๆ จะคิดว่าโฆษณานี้น่าเชื่อถือหรือไม่ ครูถามแบบนี้เลยดีกว่านะครับ คุณสมบัติบอกว่าอะไรฟันขาวสะอาด ทำความสะอาดได้ดี (คุณครูคณิตา) ดูแลรักษาเหงือก และสุดท้ายนั่นก็คืออ่อนโยนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) พูดไปก็ไม่เกินจริงเท่าไรนะ ยี่ห้ออะไรนะครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เป็นแบรนด์ Profestional care ค่ะ Care นี่แปลว่าดูแล Clean สะอาด ฟันขาวสะอาดเลย (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ก็คือการโฆษณา เด็ก ๆ คิดว่าน่าเชื่อถือหรือไม่ ลองพิจารณาดูสิลูก น่าเชื่อถือไหม (คุณครูคณิตา) ตอบได้ง่าย ๆ เลยนะคะ เพราะว่าคำพูดต่าง ๆ นี่ไม่ได้ถือว่าเกินจริงนะคะ เพราะฉะนั้นนี่ การโฆษณานี้ก็ถือว่าน่าเชื่อถือค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) หรือนักเรียนจะวิเคราะห์ตามหลักการของนักเรียนที่เรียนมาแล้วนี่ คนเราเชื่อไม่เหมือนกันใช่ไหมครูคณิตาครับ ไปดูกันต่อไปเลย อันนี้เป็นอะไรนี่ (คุณครูคณิตา) เป็นอะไรคะ นักเรียน ตอบคุณครูได้ไหมคะ นั่นก็คือวิตามินนั่นเองค่ะ ซึ่งอันนี้นะคะ ก็จะเป็น Multi Vitamin & Mineraนะคะ ก็คือจะเป็นเกี่ยวกับการบำรุงร่างกายนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ แล้วมีการบอกสรรพคุณไหม (คุณครูคณิตา) ก็จะผลิตจากสารสกัดธรรมชาตินะคะ ช่วยในเรื่องระบบย่อยอาหารค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) โฆษณานี้ก็มีผลต่อคนที่ต้องการดูแลรักษาระบบย่อยอาหารในร่างกายใช่ไหมครับ ก็ไม่ได้บอกอะไรมากนะครับ เป็นนักเรียนนักเรียนจะซื้อไหมลูก ไม่ได้บอกถึงคุณสมบัติที่ว่าควรจะซื้อน่ะ เป็นครูก็คิดว่าอันนี้ก็ยังไม่ค่อยน่าซื้อนะครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เพราะว่าสรรพคุณยังไม่เยอะนะคะ แล้วก็คำอะไรต่าง ๆ อย่างเช่น เลข อย. อะไรต่าง ๆ เพราะยาพวกนี้ก็คือจะต้องมีการรับรองนะครับ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้เรื่องสำคัญเลยนี่ เรื่องที่ครูคณิตาพูด ตั้งแต่ที่ดูมาเลยสังเกตให้ดูเครื่องหมาย อย. นะ เป็นสิ่งสำคัญ เพราะว่าองค์การนี้จะดูแลเรื่องพวกนี้อยู่แล้วนะครับ ต่อไป (คุณครูคณิตา) อันนี้ก็คือเป็น Serum นะคะ ก็จะเป็นการส่วนใหญก็จะเป็นก เซรัมนี่ ส่วนใหญ่จะทาบริเวณหน้านะคะ ไม่มีส่วนผสมอันตรายค่ะ แล้วก็สัมผัสบางเบา Serum จะเป็นเนื้อเจลใส ๆ ก็พิจารณาสิว่าน่าเชื่อถือหรือไม่ ส่วนประกอบก็ยังไม่ได้บอกนะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นนักเรียนก็จะสังเกตได้จากผลิตภัณฑ์ ก็คือดูจากผลิตภัณฑ์ หรือถ้าเกิดโฆษณานี้ มีพรีเซนเตอร์ หรือนายแบบ นางแบบโฆษณาเขาก็จะอาศัยการพูดตรงนั้นก็ได้นะ แต่ถ้าดูรูปก็ไม่มีอะไรมากนะ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ต่อไปให้นักเรียนทำใบงานนะครับ วันนี้ครูก็ให้นักเรียนทำใบงานเรื่อง (คุณครูคณิตา) การวิเคราะห์สื่อโฆษณาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เดี๋ยวเราจะไปวิเคราะห์สื่อโฆษณากัน ยังไม่บอกว่าเป็นสื่ออะไรนะ นักเรียนก็ทำใบงานเรื่องการวิเคราะห์สื่อโฆษณานะครับรูคณิตา (คุณครูคณิตา) ส่วนคุณครูปลายทางนะคะ ดูแลการทำงานค่ะ ให้คำแนะนำนักเรียนในการทำงาน รวมถึงพูดคุยแลกเลี่ยนได้นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับ ดูตัวอย่างใบงานกันเลย มีกี่ข้อนี่ (คุณครูคณิตา) มีทั้งหมด ด้วยกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ใบงานเรื่องนี้มี 4 ข้อ แล้ววิเคราะห์ความน่าเชื่อถือของสื่อโฆษณานั้น ตามประเด็นนะครับ โฆษณานี้มีจุดมุ่งหมายอย่างไรนะ เป็นโฆษณาที่น่าเชื่อถือหรือไม่ โฆษณานี้มีผลกระทบต่อเราหรือไม่ ถ้ามีมีอย่างไรนะครับ และข้อสุดท้าย (คุณครูคณิตา) นักเรียนจะปฏิบัติตามหรือไม่เพราะเหตุใดค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับ ันนี้คือสิ่งที่นักเรียนจะได้วิเคราะห์ความน่าเชื่อถือวันนี้จากสื่อโฆษณา โฆษณาเดียวกัน เดี๋ยวเราไปชมโฆษณากันเลยครับ [เสียงโฆษณา] ใจเย็นค่ะ เฮีย เรายังมีพวกน้ำ น้อยไปน่ะ ไม่เป็นไรเฮีย เรายังมีพวกอาทิตย์ ถ่านหินค่ะ จับอาบน้ำหน่อยไหมเฮีย เอาอย่างไรดีคะเฮีย ต้องปรับและปรับสมดุลแหล่งเชื้อเพลิง แบบยั่งยืน กฟผ. ผลิตไฟฟ้าเพื่อความสุขของคนไทย [เสียงปรบมือ] (คุณครูคณิตา) ขอขอบคุณสื่อวีดิทัศน์โฆษณา กฟผ. ชุดพลังงานที่สมดุลค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนครับ จากที่ได้ดูโฆษณาไปนะครับ เป็นโฆษณาของ กฟผ. ก็คือไฟฟ้าส่วนผลิตฯ เขาโฆษณาเรื่องอะไรครูคณิตา (คุณครูปรเมษฐ) เกี่ยวกับเรื่องพลังงานนะครับ ว่าเราจะใช้อย่างไร ประมาณนั้นใช่ไหม ถ้าเราบอกหมดอย่างนี้ ใบงานนี้นี่เป็นการวิเคราะห์ของนักเรียน ครูก็ไม่ได้มีเฉลยให้ใช่ไหมครูคณิตา เพราะฉะนั้น เด็ก ๆ ต้องลงมือปฏิบัตินะครับ ให้เวลาในการวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือจากสื่อโฆษณาดังกล่าวครับ ลงมือ (บรเรามีพวกก๊าสธรรมชาติเป็นแรงงานหลัก แต่เรานำเข้ามานะเฮีย // กลับบ้านก่อนนะเฮีย ไปเถอะค่ะ เฮีย // เฮียกลัว ใจเย็นค่ะ เฮีย เรายังมีพวกน้ำ // น้อยไปน่ะ // ไม่เป็นอะไรเฮย เรายังมีพวกอาทิตย์ // ทำแต่กลางวัน ลมไม่พอ // จะเป็นลม แล้วพวกนี้ล่ะ // ถ่านหินค่ะ จับอาบน้ำหน่อยไหมเฮีย เอาอย่างไรดีคะเฮีย // ต้องปรับลดความไม่แน่นอน และปรับสมดุลแหล่งเชื้อเพลิงเพื่อเมืองไทยมีไฟฟ้าใช้แบบยั่งยืน กฟผ.เพื่อความสุขของคนไทย แต่บางส่วนเรานำเข้ามานะเฮีย [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) จวนจะได้เวลาเรามาสรุปความรู้กันหนู ๆ เอ๋ยอย่าได้มัวเอื้อนเอ่ย เดี๋ยวจะช้าใย นักเรียนครับ เดี๋ยวเรามาสรุปความรู้ใช่ไหมครูคณิฺตา จากที่เราได้ทำใบงาน เรื่อง การวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือจากสื่อโฆษณา สงสัยอยู่ 1 คำ ครรไล แปลว่าอะไร (คุณครูคณิตา) ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เอาคำอะไรมากอีกแล้วนะ ครรไล แปลว่า ไป ก่อนจะไปนี่ ก่อนจะได้เวลล่ำลากันไป กันก่อนนักเรียนนะครับ ไปกันเลย นักเรียนคิดว่าสิ่งใดโฆษณาที่ทำให้ผู้ดูคล้อยตาม มันต้องมีประเด็นอะไร ทำให้เราหลงเชื่อ คล้อยตาม และปฏิบัติตามนั่นเอง มาแล้ว 1 ข้อครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) นั่นก็คือภาษาที่ใช้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ตอบตามมาแล้วครับ (คุณครูคณิตา) ผู้นำเสนอนะค่ะ ไม่ว่าจะ... หรือเราจะเรียกว่า พรีเซนเตอร์ก็ได้ค่ะ นายแบบ นางแบบนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ก็เป็นสิ่งสำคัญนะ ถ้าเป็นครีม หน้าขาว บำรุงผิว ก็ต้องเลือกนายแบบ นางแบบที่เป็นอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) ผิวสดใสนะคะ ผิวดีค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ทำให้คนนี่หลงเชื่อแล้วก็คล้อยตามได้นะครับ อันนี้ก็คือรูปแบบผลิตภัณฑ์ อันนี้ก็สำคัญนะครับ ผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมานี่มันจะทำรูปลักษณ์นี่ ให้เรานี่สนใจแล้วก็น่าใช้ ต่อไปครับนักเรียน นักเรียนสามารถนำความรู้ เรื่อง การวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือจากสื่อโฆษณาไปใช้ในชีวิตประจำวัน นักเรียนจะนำไปใช้ได้อย่างไร ตอบมา มาแล้วครับ (คุณครูคณิตา) นั่นก็คือพิจารณาสินค้าหรือบริการก่อนเลือกใช้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ก็คือคำตอบโดยรวมสรุปนะ ก่อนที่เราจะเลือกหรือปฏิบัติสิ่งใดก็ตามที่ต้องพิจารณาก่อน (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเป็นสินค้าต้องพิจารณาให้ดี ถ้าใช้แล้วจะเกิดผลอะไรกับเรา บริการก็ต้องดูให้ดี ถ้าเราเลือกใช้ไปแล้วนี่ จะเกิดอะไรขึ้นกับเราหรือเปล่า มีส่งผลกระทบด้านใดกับเราบ้าง เอาล่ะครับ บทเรียนครั้งต่อไปเราจะเรียนกันในเรื่อง (คุณครูคณิตา) เขียนประกาศค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เคยเรียนเรื่องอ่านประกาศไปแล้ว คราวนี้เขียนกันแล้วบ้างเขียนกันบ้าง มี 1 ก็แสดงว่ามี 2 ชั่วโมง 1. ก็คือ (คุณครูคณิตา) เรื่อง ประกาศที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการค่ะ 2. ใบงานเรื่อง คัดเลือกประกาศและวิเคราะห์การใช้ภาษาในประกาศค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ซึ่งนักเรียนหรือคุณครูปลายทางก็สามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่ข้อมูลด้านล่างเอาล่ะครับ นักเรียน การวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือจากสื่อโฆษณาก็ได้เรียนจบไปนะครับ อย่าลืมที่นักเรียนดูจุดประสงค์ที่อ่าน ให้นักเรียนดูนี่ต้องนำสิ่งนั้นไปใช้ได้ รู้หลักการวิเคราะห์ได้จริงแล้วก็ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน นั่นล่ะครับคือ ความประสบความสำเร็จในการเรียน ฝากไว้เท่านี้ครับ สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]Ր