--- title: ฝึกแบ่งพิมพ์ (DLTV ภาษาไทย ป. 6 หน่วยที่ 8) ๙ เขียนประกาศ (๒) ๑๘ ต.ค. ๖๔ subtitle: date: วันอังคารที่ 26 เมษายน 2565 เวลา 13.10 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (คุณครูปรเมษฐ) ยกเท้า... ไตร่ตรอง อีกแม่นางใน นั่งคอย นอนคอย ได้เวลา เหลือบไม่เห็นแลหาเล่าเอาใจครูหาย ว่าสันเผลอเจอหน้า แล้วก็เดินมาสวัสดีน้องยา เธอมาอย่างไร ก็เสียงเธอเจื้อยแจ้ว ออกแนวสวยเก๋ เสียงของเธอออกแนวสวนเก๋ เป็นนางเอกลิเกจริงให้ตาย เอชา เอชา ชะ ชาชา หน่อยแม่ สวัสดีคุณครูทุกท่านและนักเรียนที่น่ารักของครูทุกคนนัคมาพบกันเช่นเดิมนะครับ ในรายวิชาภาษาไทยนะครับ กับครูปรเมษฐ ศรีกำเหนิด และครูคณิตา ได้ข่าวว่าวันนี้เป็นคาบสุดท้ายของภาคเรียนที่ 1 (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ ก็เป็นที่น่าภาคนะครับ ที่เด็ก ๆ นั้นได้เดินทางมาด้วยกันนะ ฝ่าฟันอุปสรรคมานานับ เป็นการสำเร็จนะครับ ใครที่ดูได้เรียนกับครูในชั่วโมงนี้ถือว่าประสบความสำเร็จในภาคเรียนที่ 1 แล้วนะครับ วันนี้เดี๋ยวเรามาเรียนกัน แล้วเดี๋ยวเราจะสร้างชิ้นงานฝากไว้ในใจทั่วทุกคนเลยนะครับ ยังไม่บอกว่าทำอะไรนะ แต่ว่าเดี๋ยวมีอะไรมาให้ทำแน่นอนนะวันนี้ มีอะไรมาให้ทำ (คุณครูคณิตา) วันนี้นะคะ เราก็จะเรียนเกี่ยวกับเรื่องเดิมค่ะ จากบทเรียนครั้งที่แล้วนะคะ นั่นก็คือการเขียนประกาศนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) การเขียนประกาศ นักเรียนก็ได้ศึกษานะครับ ตัวอย่างประกาศต่าง ๆ ที่ครูนั้นนำมาให้ได้รับชมกันนะครับ ได้เรียนรู้ ได้ดูวิธีการต่าง ๆ เกี่ยวกับประกาศนะครับ เแล้วก็จะได้ทบทวนในส่วนของเนื้อหา แล้วก็จะได้สร้างชิ้นงานดีไหมครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ดีค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเช่นนั้น เราไปเรียนกันเลยดีกว่าครับ ไป นักเรียนครับ จากที่ครูได้บอกว่าวันนี้เราก็ยังคงจะศึกษาในเรื่องของการเขียนประกาศใช่ไหมครับ มีประกาศมาให้ดูนะเป็นตัวอย่าง วันนี้มีมา 2 ประกาศใช่ไหม มันเป็นอย่างไร เดี๋ยวเราได้ดู อันนี้คืออะไร (คุณครูคณิตา) เป็นประกาศนะคะ ก็คือโครงการบริการนะคะ วิชาการด้านศิลปะวัฒนธรรมค่ะ ก็เป็นการเชิญชวนต่าง ๆ นะคะ ในการให้เข้าร่วมกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นการบรรยายเกี่ยวกับดนตรีไทย นาฏศิลป์ แล้วก็ให้นักเรียนนะคะ สังเกตเกี่ยวกับตัวใช้ตัวอักษรนะคะ รวมถึงการใช้สี แล้วก็การตกแต่งด้วยค่ะ ให้นักเรียนพิจารณาประกาศนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็บอกถึงสถานที่นะ มหาวิทยาลัยมีการสแกน QR Code ด้วยนะ ด้านไหนก็เลือกเอานะคะ ยุคสมัยนี่ส่วนใหญ่นี่มันจะเป็นระบบออนไลน์ใช่ไหมครูคณิตา เราลดจำนวนคนในการที่จะพบปะกัน เพราะฉะนั้น การใช้ระบบออนไลน์มันก็ช่วยได้ สิ่งสำคัญอะไรต่าง ๆ มันจะไม่หายไป เอาระบบออนไลน์มาช่วย เอาล่ะครับ อันนี้คือประกาศแรกใช่ไหม ดูประกาศที่ 23 (คุณครูคณิตา) ประกาศที่ 2 นะคะ คุ้น ๆ ไหมคะ เป็นประกาศคล้าย ๆ นะคะ บทเรียนในบทเรียนครั้งที่แล้วนะคะ ที่คุณครูนี่ ได้พิจารณานะคะ เป็นประกาศของโรงเรียนวังไกลกังวลในพระบรมราชูปถัมภ์นะคะ เลื่อนการเปิดภาคเรียนที่ 1 ค่ะ ปีการศึกษา 2564 ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นะครับ อันนี้ประกาศนี่ ทั้ง 2 ประกาศนี่ย่อมมีความต่างกันนะครับ ครูเลยนำมาให้เปรียบเทียบว่ามันต่างกันอย่างไรใน 2 ประกาศนี้นะครับ เหมือนหรือต่าง ร่วมสร้างความรู้นะ มันเป็นอย่างไร ถ้าเรามาวิเคราะห์คู่กันนี่ (คุณครูคณิตา) อย่างแรกเลยนะคะ ที่เห็นได้เด่นชัดเลย นั่นก็คือสีสันของประกาศนั่นเองค่ะ เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สีสันของประกาศใด ที่น่าสนใจมากกว่าคะนักเรียน เด็ก ๆ ตอบว่าประกาศทางด้านฝั่งของคุณครูปรเมษฐนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วประกาศใดที่ดูแล้วมีลักษณะตัวหนังสือที่เป็นทางการ นักเรียนลองพิจารณาสิ ประกาศไหนลูก ประกาศทางฝั่งของครูคณิตาใช่ไหม มันบ่งบอกให้รู้เลยนะนี่ ว่าฝั่งหนึ่งเป็นลักษณะที่ทางการ ในอีกฝั่งหนึ่งไม่เป็นทางการนะ ทั้งสีสันอะไรรูปร่างต่าง ๆ ใช่ไหม เอาล่ะครับ มีคำถามมาถามเกี่ยวกับประกาศเมื่อสักครู่นะครับ ประมีความเหมือนหรือต่างกันอย่างไร เด็ก ๆ ลองตอบมาสิ โดยใช้ประสบการณ์และความรู้เดิมที่ศึกษาไปแล้วครับ มันเหมือนหรือมันต่างกัน ตอบก่อน มันต่างกันนะครับ ต่างกันอย่างไร ประกาศที่ 1 นะ ทางฝั่งครูคณิตาเป็นประกาศ (คุณครูคณิตา) ประกาศที่เป็นทางการค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) และประกาศที่ 2 ฝั่งครูนี่เขาเรียกว่า "ประกาศที่ไม่เป็นทางการ" นะครับ พอพูดถึง 2 คำนี้ เด็ก ๆ ก็จะย้อนลำลึกแล้ว จำได้แล้ว เคยเรียนไปเมื่อครั้งเรียนเรื่องการอ่าน อ่านประกาศ เราก็จะรู้จักประกาศทั้ง 2 ประเภทนี้เดี๋ยวเราไปดูกันเลย นักเรียนเคยอ่านหรือเขียนประกาศที่ไม่เป็นทางการบ้างเคยไหม เคยเขียนประกาศที่ที่ไม่เป็นทางการไหมมันเป็นอย่างไร ประกาศที่อยู่ทางฝั่งครู ที่มันไม่เป็นทางการ เคยประกาศอะไรให้ใครได้รับรู้รับชมบ้าง ลองตอบสิ เคยบ้างไม่เคยบ้างเป็นอย่างไรครูคณิตา หลายคนนี่เคยนะ เพราะหลายคน ก็เป็นการแสดงบอกเรื่องราวให้ผู้อื่นได้รับรู้ใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) บางครั้งนี่เด็ก ๆ อาจจะเขียนนะคะ แต่ไม่รู้ตัวนั่นเองนะคะ ว่ามันคือประกาศค่ะ อย่างเช่น การเชิญชวนนะคะ ให้เพื่อน ๆ มาเข้าร่วมแสดงความยินดีในการจบการศึกษาของชั้นปีที่ 6 แล้วก็ประกาศใน Facebook นะคะ ก็ถือว่าเป็นการประกาศเช่นกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แต่ว่ามันเป็นประกาศแบบไหนล่ะ ที่ไม่เป็นทางการนะ แน่นอนนะครับ นักเรียนครับ ครูก็มีคำถามนี่นะครับ ก็คือให้นักเรียนลองยกตัวอย่างประกาศที่ไม่เป็นทางการนี่ที่อยู่ในชีวิตประจำวันนี่นะครับ มีอะไรบ้าง ไหนลองยกตัวอย่างมาสิ ตอบสัก 2 - 3 ข้อให้ครูทั้ง 2 คนได้ชื่นใจ ให้ได้นะครับ 1. คือประกาศอะไรที่เด็ก ๆ พบเห็น ประกาศ (คุณครูคณิตา) ประกาศของหายค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูคณิตาน่าจะเคยเห็นนะครับ อย่างเช่น ประกาศสุนุขหายบ้าง ประกาศอะไรอีกล่ะ โทรศัพท์หาย นับเป็นประกาศ (คุณครูคณิตา) ของหายค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ประกาศเชิญชวน เชิญชวนร่วมงานประจำปีปิดทองฝังลูกนิมิต เชิญชวนเพื่อน ๆ ทุกคนในโรงเรียนร่วมกันทำความสะอาดเป็นวัน Big Cleaning Day ได้ไหม (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อะไรอีกล่ะครูคณิตา อาจจะเป็นเชิญชวนนะคะ การร่วมกันอนุรักษ์แล้วก็ใส่ใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมไทยค่ะ หรือจะเป็นการเชิญชวนนะคะ ให้ทุกคนลดใช้ถุงพลาสติกเพื่อลดโลกร้อนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ได้พบได้เห็นในชีวิตประจำวันก็จะประมาณนี้ มีที่เด็ก ๆ ตอบมา คือ ประกาศพบของ เหมือนประกาศของหาย พบสุนัขสายพันธุ์บางแก้ว 1 ตัว เดินโซซัดโซเซ เป็นประกาศอะไรอีก (คุณครูคณิตา) ก็อาจจะเป็นพบนะคะ กระเป๋าสตางค์ค่ะ แล้วก็ข้างในกระเป๋าสตางค์มีอะไรบ้างนะคะ อย่างเช่น บัตรประชาชนเราก็อาจจะตามหาเจ้าของของผู้ที่เป็นกระเป๋าสตางค์นั่นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ประกาศแล้วก็ติดป้ายประกาศประชาสัมพันธ์นั่นเองนะครับ นักเรียนเคยเห็นมามากมายแล้วครับ ประกาศอย่างไม่เป็นทางการนี่นะครับ ประกาศอย่างไม่เป็นนี่นะครับ ก็เป็นการแจ้งเรื่องให้ผู้อื่นทราบนะครับ แล้วก็ให้ปฏิบัติตามหรือบอกความต้องการหรือจุดประสงค์ โดยให้รายละเอียดตามความจำเป็น เช่น ภาพหรือคุณลักษณะที่เด่นชัด อย่างเช่นที่ครูบอกไว้ตอนต้นนะครับ การเรียนรู้ในวันนี้นะครับครูคณิตาครับ ทำอะไรกันบ้างเด็ก ๆ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะเด็ก ๆ เรามาดูกันเลยค่ะ ข้อแรกนะคะ นักเรียนจะต้องบอกหลักการวิเคราะห์การเขียนประกาศได้ค่ะ 2. นะคะ เขียนประกาศอย่างไม่เป็นทางการได้ค่ะ 3. ก็คือนักเรียนนะคะ เห็นประโยชน์ของการประกาศศค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เราจะรู้หลักในการเขียนประกาศอย่างเป็นทางการและเราก็จะต้องเขียนประกาศได้ แล้วก็ต้องสามารถใช้ประกาศนั้นให้เป็นประโยชน์ได้ นี่คือจุดประสงค์ที่ครูทั้ง 2 คนแจ้งหนู ๆ ไปนะ เอาล่ะครับ ประกาศอย่างไม่เป็นทางการ เน้นแต่เนื้อหาที่สำคัญ ที่ครูนำมาให้ดูหลาย ๆ ประกาศนี่ส่วนใหญ่เป็นประกาศที่ (คุณครูคณิตา) มีเนื้อความที่สั้นและกระชับค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือประกาศอย่างไม่เป็นทางการนะครับ บางครั้งนี่มีแต่จุดประสงค์ มีจุดประสงค์สำคัญเพื่อบอกให้ผู้อ่านทราบโดยง่าย ๆ นะ อันนี้คือประกาศที่ไม่เป็นทางการนะครับ ก็จะเห็นโดยทั่วไปอยู่แล้วนะครับ ประกาศไม่เป็นทางการที่ นี่นะครับ ไปดูหลักการเขียนประกาศแบบที่ไม่เป็นทางการนะครับ 1. ก็ต้อง (คุณครูคณิตา) ใช่ภาษาที่เข้าใจง่ายค่ะ ตรงตามจุดประสงค์นั่นเองค่ะ ภาษาในที่นี้นะคะ ก็อาจจะเป็นภาษาที่ไม่เป็นทางการนะคะ เราอาจจะไม่ต้องใช้คำศัพท์ที่ยากหรือแปลความอีกครั้งอีกครั้งหนึ่ง ก็คือใช้คำที่ตรงความหมายนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ ต่อไปครับ ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเพราะว่าเราเขียนประกาศเสร็จ เราก็จะต้องเผยแพร่ ติดประกาศเผยแพร่สู่สารธารณชน เพราะฉะนั้น ใครผ่านไปผ่านมามันไม่ใช่แค่เพื่อนเราอย่างเดียวนักเรียน คนทุกชนชั้น เห็นประกาศของนักเรียน เพราะฉะนั้น การใช้ภาษาสำคัญ ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเรียบร้อย ถูกกาลเทศะนั่นเองนะครับ (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐคะ เด็ก ๆ หลายคนนี่ก็อาจจะคิดว่าการใช้ภาษาไม่เป็นทางการนี่อาจจะมีคำนะคะ ที่เราสามารถที่เราใช้คำที่เป็นลักษณะเชิงคำหยาบคายได้ ถามว่าเราควรเขียนลงไปในประกาศไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ควรไหมลูก ไม่ควรนะครับ อย่างที่ครูบอก ทุกคนเห็นประกาศใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะ ก็ไม่ควรไปปรากฏในประกาศนั้น ๆ นะครับ ภาษาที่ใช้ไม่เป็นทางการก็จริง แต่คำหยาบเว้นมันไม่ดีนะครับ ต่อไป (คุณครูคณิตา) ต่อมานะคะ นั่นก็คือใช้จำนวนคำค่ะ ให้น้อยที่สุดนะคะ แต่ได้ความมาก ความมากในที่นี้ ก็คือการได้ใจความค่ะ หรือสรุปสั้น ๆ นะคะ ข้อ 3 ก็คือใช้คำให้น้อยที่สุด แต่มีความหมายได้อย่างชัดเจน หรือเราอ่านแล้วเรารู้ว่าจะสื่อคำเหล่านั้นว่าต้องการที่จะสื่อถึงอะไรนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าพูดถึงสำนวนก็พูดน้อยต่อยหนัก คำปั๊งเดียวรู้เรื่องนั่นเองนะครับ ต่อไประบุเรื่องที่เขียนได้จัดเชน ประกาศอะไรล่ะเรื่องที่เขียนให้ชัดเน ประกาศอะไร เชิญชวนมาสมัครงาน เป็นต้น ต้องระบุให้ชัดเจน (คุณครูคณิตา) ถ้าไม่ชัดเจนล่ะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เกิดความไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจ สับสน ไม่รู้จะไปทำอะไร ที่ไหน อย่างไร ใช่ไหมครูคณิตา อันนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญนะครับ ความชัดเจนนี่มันเป็นสิ่งที่ทำให้เราเข้าใจง่าย ต่อไปครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ นั่นก็คือเขียนสะกดคำนะคะ ให้ถูกต้องค่ะ และออกแบบน่าสนใจ ถ้าประกาศของเราออกแบบไม่น่าสนใจจะเป็นการ มันจะทำให้ประกาศนั้นนี่ ไม่ดึงดูด เข้ามาอ่านนะคะ แล้วอาจจะทำให้ประกาศนั้นนี่ก็คือไร้ความหมายถ้าไม่มีผู้อ่านนั่นเอง (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับครูคณิตาและหนู ๆ ทุกคนนะครับ เอาล่ะครับ ไปดูประกาศวาดความคิดและประดิษฐ์จินตนาการกัน มีอะไรมาให้ดูอีกแล้ว เอาล่ะครับ หลักการเขียนประกาศพบเจอสิ่งของนะ เพราะเดี๋ยวเด็ก ๆ จะได้เขียนนะ ต้องรู้หลักก่อน 1. ต้อง... (คุณครูคณิตา) บอกชื่อของที่พบค่ะ ถ้าเราไม่บอกชื่อที่พบนี่ มันจะเป็นประกาศพบเจอสิ่งของไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) นั่นสิครับครูคณิตา ข้อแรกสำคัญมากเลย ข้อที่ 2 ให้ผู้ที่เป็นเจ้าของนำหลักฐานมายืนยัน บอกแล้วว่าสิ่งนี้ สิ่งนี้นะ เป็นลักษณะแบบนี้นะ แต่ผู้ที่จะมารับคืนนี่ต้องมีหลักฐานมายืนยัน อย่างเช่น รูปถ่ายเกี่ยวกับสิ่งของนั้น ประวัติการใช้งานสิ่งของนั้น ๆ นี่ ต้องนำมายืนยันให้ได้ ว่านี่มันคือของเรานะ แล้วผู้ที่เขาเขียนประกาศเขาก็จะได้นำส่งของคืนใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ เวลาเขียนประการ เราเขียนอย่างละเอียดก็จริงค่ะ หากเป็นข้อมูลส่วนตัวนะคะ ของผู้ที่ทำหายนี่เราก็จะต้องปกปิดไว้ส่วนหนึ่งนะคะ เป็นความปลอดภัยต่อตัวของผู้ที่ทำของหายนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ ต่อไปต้องบอกชื่อบุคคล สถานที่ เวลา ให้มารับของ สมมติครูและครูคณิตาเป็นคนเขียนปรักาศสิ่งของอยู่ที่ครูคณิตา ครูคณิตาก็ต้องบอกชื่อของตัวเอง บอกสถานที่ให้มารับ บ้านเลขที่เท่าไร เบอร์โทรอะไร แล้วก็เวลาที่ให้มารับนี่ ต้องมาเวลาประมาณไหน ถึงจะมารับของ นี่คือหลักการเขียน และนี่คือตัวอย่าง อะไรนี่ประกาศอะไรนะ (คุณครูคณิตา) ประกาศพบสุนัขหลงทา (คุณครูปรเมษฐ) ในข้อความนี่ เขาบอกว่า สนุขสีดำ เพศผู้ ไม่ทราบสายพันธุ์ มีปลอดคอหนังสีดำ ใช่ไหม ๆ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ นี่ก็เป็นลักษณะเด่นนะคะ ก็คือเจ้าตัวนี้นะคะ ก็คือจะมีปลอกคออยู่นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) พบเห็นที่สวนสาธารณะในหมู่บ้าน แสดงว่าไม่น่าจะไปที่อื่นนะครับ หากผู้ใดเป็นเจ้าของ มาติดต่อขอรับคืนได้ที่บ้านเลขที่ 3 ซอย 8 นี่คือบอกเจ้าของใช่ไหมครับ บอกเบอร์โทร. บอกชื่อ แสดงผู้ที่เห็น โทร. ไปหาเบอร์นี้และไปรับสุนัขคืนได้ที่บ้านเลขที่นี้นะครับ เอาล่ะครับ ต่อไปหลักการเขียนประกาศสิ่งของหาย พบใช่ไหม อันนี้ของหายบ้างนะครับ เขียนอย่างไร ข้อที่ 1 ครับ (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 1 นะคะ บอกลักษณะรูปพรรณสัณฐานค่ะ สิ่งของที่เราหายนั้นเป็นอย่างไรนะ อาจจะเป็นกระเป๋า อาจจะเป็นตุ๊กตา หรืออาจจะเป็นสัตว์ที่หลุดไปจากบ้าน เราก็จะต้องบอกรายละเอียดนะคะ ถ้าเราไม่บอกรายละเอียด ผู้ที่อ่านแล้วนี่อาจจะไปพบเห็น แต่ถ้าเราไม่บอกรายละเอียดเราจะทราบไหมคะ ว่านั่นคือสิ่งที่เขาตามหาอยู่ค่ะ ใช่ ครูคณิตา เรื่องรูปพรรณสัณฐานนี่ต้องบอกให้ชัดเจนนะครับ ให้รู้ให้ได้ว่านี่มันคือของเราที่หายไปนั่นเอง ต่อไปครับ ต่องบอกสถานที่และก็เวลาที่หาย สิ่งนี้มันหายที่ไหน อย่างเช่น หายบริเวณสระว่ายน้ำในหมู่บ้าน ส่วนสาธารณะ ต้องบอก หายเวลาประมาณเท่าไร เพื่อที่จะคนที่พบเขาจะได้รู้ นี่ฉันเก็บได้เวลาประมาณ 1 ทุ่มนะ แต่เขาบอกเวลาหายเป็น 17.00 น. มันสอดคล้องกัน ของของคนนี้ก็ได้ อย่างเช่น ผู้ที่เห็นประกาศเขาอ่านเขาจะได้ตีความใช่ไหมครับ ต่อไปครับ (คุณครูคณิตา) สถานที่ หรือช่องทางติดต่อกลับ หากผู้ใดพบเจอสิ่งของนะคะ ก็สามารถติดต่อกลับได้ที่เบอร์โทร. นี่ ๆ ชื่อนี้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ต้องบอกชัดเจนนะครับ ต้องแสดงการขอบคุณผู้ส่งคืนด้วย เขียนในประกาศเลย ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ อาจจะมีเงินรางวัลด้วยนะครับ รางวัลนำส่งนะครับ มาดูกันเลย นี่ ตัวอย่าง (คุณครูคณิตา) นี่ก็เป็น... น่ารักเชียวนะคะนักเรียน เป็นสุนัขหายค่ะ ชื่ออะไรคะนี่ ชิโนะนะคะ เป็นสุนัขพันธุ์อะไร (คุณครูปรเมษฐ) ปอมเมอเรเนียน (คุณครูคณิตา) เพศอะไรเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) เพศผู้ มีผ้าพันคอสีขาวดำ ลาย (คุณครูคณิตา) ลายหมา ถ้าถามว่าลายหมานี่ผิดไหม เพราะว่าเป็นประกาศอย่างไม่เป็นทางการนะครับ แล้วก็ไม่ได้เน้นความเป็นทางการมาก แล้วก็บอกหลุดหายไป ระหว่างพาไปเดินเล่นในหมู่บ้าน แสดงว่าประกาศนี้ก็ติดในหมู่บ้านอีกแล้ว ผู้ใดพบเห็นให้แจ้งเบาะแสมีเงินรางวัลให้ 5,000 บาท สุนัขตัวนี้ราคาแพงนะ (คุณครูคณิตา) หลายพันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วเราติดต่อกลับได้ที่ไหนคะ (คุณครูคณิตา) ติดต่อกลับได้ที่อาร์มนะคะ หรือแะแล้วก็ขึ้นเบอร์โทร. นักเรียนไม่ต้องโทร. นะคะ เพรเป็นการสมมติขึ้นมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช้ได้ครับครูคณิตา แล้วก็ต่อไป ไปดูหลักการเขียนประกาศเชิญชวนข้อที่ 1 (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 1 ค่ะ แจ้งวัตถุประสงค์นะคะ ในการเชิญชวน (คุณครูปรเมษฐ) ต้องบอกว่าเราเขียนประกาศนี้ เราตั้งใจให้เขามาทำอะไร เราจะให้เขา เราจะเชิญชวนให้เขามาร่วมงานประจำปี เขามาเป็นจิตอาสา นี่ ต้องแจ้งวัตถุประสงค์ ทำแล้วมันได้อะไรนั่นเองนะครับ ต่อไปครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ ใช้ภาษาเข้าใจง่ายและชัดเจนค่ะ แล้วก็ขึ้นบ้านใหม่ค่ะ ณ บ้านเลขที่ เท่า ๆ นีๆนะคะ แล้วก็บอกวัน เวลาสถานที่ให้ชัดเจน สั้น กระชับ เข้าใจง่ายแล้วก็ให้ผู้คนเข้าไปสถานที่ได้ถูกต้อง ก็ถือว่าเป็นประกาศเชิญชวนที่สมบูรณ์แบล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) บางคนนี่เวลาจะเชิญชวนให้ไปไหน หรือขึ้นบ้านใหม่อย่างที่ว่า เขาปักหมุดเลยนะ แล้วก็ใช้ระบบนำทางไปเจอได้เลยนะครับ สมัยใหม่นี่ ทำอะไรมันก็ง่ายใช่ไหมเด็ก ๆ ขึ้นบ้านใหม่มันหมายความว่าอย่างไรล่ะ (คุณครูคณิตา) ขึ้นบ้านใหม่ ก็คือขึ้นบ้านหลังใหม่ ๆ หรือเปล่าคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ขึ้นบเานใหม่มันเป็นกิจกรรมหนึ่งนะครับ ในการที่เราทำบุญขึ้นบ้านใหม่ เป็นคำพูดนะครับ การที่เราไปร่วมกัน ไปฟังพระ อย่างเช่น ครูคณิตาทำบ้านใหม่ ทำบ้าน 1 หลังใช่ไหมครับ ก็ต้องทำบุญขึ้นบ้านใหม่ คนก็จะมารวมกัน มาร่วมงานกัน มาฟังพระ แล้วก็เฉลิมขึ้นบ้านใหม่ นักเรียนเคยได้ยินคำนี้ไหม ครูถามเพราะว่าครูอยากให้หนูรู้มันเป็นเกล็ดความรู้นะครับ คืออะไรนะครับ เอาล่ะครับ ต้องมีรูปแบบการนำเสนอ การนำเสนอที่น่าสนใจ นี่สำคัญมาก ประกาศเชิญชวนนี่ ต้องสะดุดตา สามารถให้ผู้อ่านเข้าใจง่าน ต่อไปครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ตามาค่ะ จะเป็นการวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายค่ะ อย่างเช่น เมื่อกี้นะคะ ถ้าเป็นการเชิญชวนฝังลูกนิมิตใช่ไหมคะ ก็จะเป็นกุล่มเป้าหมาย เป็นกลุ่มวัยอายุเท่าไรคะ นักเรียนตอบคุณครูได้ไหมเอ่ย ส่วนใหญ่ก็จะเป็นกลุ่มของผู้สูงอายุนะคะ หรือว่าถ้าหากจะเป็นการเชิญชวน การฟังสัมมนาเกี่ยวกับการเรียนการสอนและทางระบบออนไลน์ จะเป็นทางกลุ่มของนักเรียน ก็คือให้เรานะคะวิเคราะห์จุดประสงค์ของประกาศนั้น ๆ และไปประกาศให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แต่ครูคณิตาครับ เรื่องปิดทองฝังลูกนิมิต ไม่จำเป็นของผู้สูงอายุ ทุกเพศทุกวัย ทุกตั้งแต่อายุเท่าไรก็ไปได้ ไปทำบุญนะครับ เอาล่ะครับ ไปดูตัวอย่างกันเลย อาจารย์ และบุคลากร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (คุณครูคณิตา) ให้ร่วมกันนะคะ บริจาคโลหิตค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้คือจุดประสงค์ใช่ไหมครับ อันนี้คือกลุ่มเป้าหมายใช่ไหม นิสิตจุฬาลงกรณ์นี่กลุ่มเป้าหมาย จุดประสงค์ใช่ไหมครับ แล้วก็บอกเวลาสถานที่ให้ไปบริจาคเลือก สังเกตประกาศที่ครูยกมาทั้งหลายมันจะมีอะไรตลาดเลย (คุณครูคณิตา) มันจะมี QR Code นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) QR Code ก็อาจจะเป็นการอ่านเนื้อหาในประกาศนั้นได้ เราใช้ระบบ LINE สแกนเข้าไปใช่ไหม ทำให้เราเข้าใจได้ดียิ่งขึ้น นี่คือรูปประกาศใช่ไหมครับ แต่เนื้อหาของประกาศอาจจะอยู่ใน QR Code นี้ก็ได้นะ (คุณครูคณิตา) หรือรายละเอียดต่าง ๆ นะคะ ก็คือจะอยู่ในนี้ เราสามารถที่จะสแกนอ่านเพิ่มเติมได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้น สมัยใหม่จะเป็นแบบนี้นะครับ ถ้าเป็นเมื่อก่อนไม่มี มีตรงนี้จบนะครับ เอาล่ะครับ ข้างล่างก็เช่นเดียวกันทำให้เราไปติดตามประกาศนี้ได้ใช่ไหมครับ ต่อไปคือประกาศรับสมัครงาน อันนี้ต้องบอกตำแหน่งงานให้ทำอะไรล่ะ มาแล้วสมัครแล้วได้ทำตำแหน่งอะไร ต่อไป ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ต่อไปค่ะ คือคุณสมบัติ เช่น เพศ อายุ วุฒิการศึกษาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ต่อไปครับ ต้องบอกเงินเดือน ค่าตอบแทน เป็นการดึงดูดอย่างหนึ่ง ต้องบอกให้รู้เลย ถ้ามาสมัตรงานกับครูคณิตานะ ให้เงินเดือน 150,000 ต่อเดือน (คุณครูคณิตา) ทำงานอะไรคะนี่ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นผมผมไปเลย เป็นครูครูไปสมัครเดี๋ยวนั้นเลย วุฒิการศึกษาค่อยว่ากันนะครับ ต่อไปเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น ประวัติ รูปถ่าย แล้วอีกหลาย ๆ อย่างที่กำหนดมาในประกาศนั้น ๆ ใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ ต่อมาค่ะ สถานที่ติดต่อสมัครงานค่ะ สิ่งนี้นะคะ เป็นสิ่งสำคัญที่สุดค่ะ ถ้าข้อ 1 ถึงข้อ 4 นักเรียนเตรียมเรียบร้อยแล้ว ไม่ทราบสถานที่ติดต่องาน ก็ไม่สามารถติดต่อสมัตรงานได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้น ผู้เขียนประกาศรับสมัครงานนี่ใส่รายละเอียดตรงนี้ให้ชัดเจน ถูกต้องและได้ใจความนั่นเองนครับ ไปดูตัวอย่างกัน (คุณครูคณิตา) เป็นการรับสมัครพนักงานบัญชีค่ะ 1 ตำแหน่งนะคะ และนี่นะคะ พนักงานบัญชีก็เป็นการบอกชื่อตำแหน่งว่าเขาต้องการอะไร และนี่คือคุณสมบัติค่ะ และจำนวนเงินค่าตอบแทนนะคะ 18,000 บาทค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เยอะเหมือนกันนะ แล้วก็บอกวุฒิการศึกษาใช่ไหม ต้องจบอะไรมานี่ (คุณครูคณิตา) ต้องจบการศึกษาปริญญาตรีค่ะ และจะต้องเป็นสาขาการเงินและบัญชีค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เรา 2 คนหมดสิทธิ์แล้ว เพราะเราไม่ได้จบ (คุณครูปรเมษฐ) และก็มีประสบการณ์จะพิจารณาเป็นพิเศษ อันนี้ต้องสัมภาษณ์ มีประสบการณ์ทำอะไรมาล่ะ นี่นะครับ ต่อไปเอกสารการสมัตรงาน ก็มี (คุณครูคณิตา) เอกสารการสมัครงานก็จะมีวุฒิการศึกษา รูปถ่ายนะคะ ก็อาจจะมีจำกัดบ้างว่ารูปถ่ายขนาดกี่นิ้วก็แล้วแต่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่านี่ เราเตรียม 2 ข้อนี้ไปก็สามารถที่จะสมัครงานได้แล้วใช่ไหมครับ สมัครด้วยตนเอง ที่สถานีวิทยุโททางไกลผ่านดาวเทียม ตำบลหัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ รหัสไปรษณีย์ 77110 ข้อมูลชัดเจนถูกต้องมากเลย บอกให้สอบถามข้อมูลเเพิ่มเติมได้ด้วยนะ มีเบอร์ มีอะไรให้ นี่นะครับ คือ ตัวอย่างการรับสมัครงาน ยกตัวอย่างให้ดูกี่ประกาศ 4 ประกาศที่นักเรียนได้เห็นไปนะครับ เอาล่ะครับ สิ่งที่นักเรียนตั้งตารอคอยนั่นเองนะครับ คือ... (คุณครูคณิตา) ให้นักเรียนนะคะ เขียนประกาศอย่างไม่เป็นทางการค่ะ โดยนักเรียนนะคะ กำหนดสถานการณ์เอง แล้วนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน แล้วจัดเป็นนิทรรศการหน้าชั้นเรียนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ขยายความหน่อยหนึ่ง ครูให้นักเรียนนำกระดาษแผ่นใหญ่มาใช่ไหม สำหรับเขียนประกาศ รวมถึงอุปกรณ์การตกแต่งต่าง ๆ วันนี้ล่ะครับ นักเรียนจะได้สร้างสรรค์ชิ้นงานและนำชิ้นงานนี้ไปทำนิทัศกาล จบภาคเรียนที่1 นี่ ภาคเรียนที่ 1 เราก็ยังเห็นอยู่ ประกาศที่ว่านั้นก็ให้คิดเอง มีประกาศอะไรบ้าง พบเจอสิ่งของ ประกาศของหาย ประกาศ (คุณครูคณิตา) เชิญชวน (คุณครูปรเมษฐ) แล้วก็ (คุณครูคณิตา) และสุดท้าย ประกาศสมัครงานค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ประกาศการรับสมัครงาน ให้นักเรียนเลือกเองตามใจชอบ ครูให้อิสระให้ความคิดของหนู ๆ นะครับ จะเลือกประกาศอะไรก็ได้ กำหนดสถาเดี๋ยวให้ดูตัวอย่างดีไหมครูคณิตา มีตัวอย่างนะ บทบาทของนักเรียนให้เขียนประกาศอย่างไม่เป็นทางการนะครับ ที่ครูยกมา (คุณครูคณิตา) คุณครูปลายทางนะคะ ก็ดูแลการทำงานของนักเรียนค่ะ ให้คำแนะนำนักเรียนในการทำงาน และให้คำเสนอแนะผลงานของนักเรียนนะคะ ในขณะที่นักเรียนได้ออกมาพรีเซนต์หรือนำเสนอชิ้นงานหน้าชั้นเรียนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ตัวอย่างของประกาศที่ครูและครูคณิตาได้สร้างขึ้นมา มันเป็นอะไรนี่ (คุณครูคณิตา) เป็นการรับสมัคร Creative Contecnt ค่ะ เป็นความคิดสร้างสรรค์ค่ะ หรือว่าผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์นะคะ คุณสมบัตินี่ ก็ให้นักเรียนกำหนดนะคะ ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน วุฒิการศึกษา หรือความสามารถพิเศษ และเอกสารในการสมัครก็ให้นักเรียนกำหนดได้ตามใจชอบเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้เป็นตัวอย่างที่ครูนมันอาจจะใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการออกแบบ มันไม่สวยเท่ากับที่หนูได้เขียนในกระดาษออกแบบประกาศนั้น ๆ นะครับ กลุ่มละ 1 ประกาศ เขียนและตกแต่งให้สวยงาม เลือกเองนะครับ ประกาศเลือกเอง เชิญชวน รับสมัครงาน พบเจอสิ่งของ ประกาศของหาย 4 ประกาศนี้ เลือก 1 ประกาศ เขียนตั้งสถานการณ์เอง เอ๊ะหรืออ๋อ กันทั่วเขตประเทศไทย ลงมือทำงานนี้อย่างสร้างสรรค์และมีความสุขครับ [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนครับ เป็นอย่างไรกันบ้างครับ ได้ร่วมมือกันทำงานครับ นักเรียนได้เป็นที่น่าสนใจนะ บางคนนี่อาจจะเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว บางห้องเรียนอาจจะนำเสนอและก็บางห้องเรียนอาจจะไม่ได้นำเสนอนะครับ อาจจะติดด้วยสาเหตุประการใดก็ตาม ฉะนั้นนี่ ครูก็ให้นักเรียนใช้เวลาว่างในโรงเรียนนะ ทำให้เนี่ให้เสร็จเสีย แล้วก็จัดตกแต่งให้นักเรียนจัดเป็นนิทรรศการนะครับ จะได้รู้ว่านี่คือหลักการเขียนประกาศ นี่คือประกาศที่นักเรียนได้สร้างมา แล้วก็จะจำไปตลอดนะครับ แนบท้ายประกาศสามารถวิชา เดี๋ยวเรามาสรุปบทเรียนสักหน่อยหนึ่ง เราจะเชื่อได้อย่างไร ว่าประกาศเป็นข้อเท็จจริง (คุณครูคณิตา) เพราะว่าประกาศที่ไม่เป็นทางการนั้นไม่มีการรับรองใช่ไหมคะ ให้เด็ก ๆ ตอบบอกคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ ถ้าเป็นหลักการของครูคณิตา ครูคณิตาจะมีหลักการอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) อย่างแรกเลยนะคะ เราจะต้องมีวิจารณญาณนะคะ ในการวิเคราะห์ค่ะ ว่าประกาศนี้มีความน่าเชื่อถือหรือไม่ อาจมีภาพประกอบหรือภาพปประกอบนั้นหาได้จากอินเทอร์เน็ตหรือไม่นะคะ เพราะฉะนั้น เราต้องใช้การวิเคราะห์ รวมถึงหากเป็นการนี่เขาเรียกว่า ถ้าสมมติว่าให้รางวัลที่มันเกินความเป็นจริง หรือบรรยายที่เกินความเป็นจริงนี่ก็ให้นักเรียนนะคะ ตั้งสติและตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนค่ะ ว่าประกาศนั้นอาจจะเป็นข้อเท็จจริงก็ได้นะคะ อย่างเช่น หากนักเรียนเจอสุนัขชิโนะนะคะ คุณครูจะให้รางวัลเป็นจำนวนเงิน 100,000 บาท หรือว่าถ้านักเรียนเจอกระเป๋าสตางค์ใบสีดำนะคะ คุณครูจะให้รางวัลจำนวน 1,000,000 บาท เกินไปไหมคะนี่ (คุณครูปรเมษฐ) เงิให้รางวัล 1,000,000 เลย วิจารณญาณ ประกาศที่นักเรียนจะสร้างขึ้นมาเช่นเดียวกัน มันก็อาจจะเป็นประกาศที่ไม่เป็นข้อเท็จจริงก็ได้นะครับ ครูเลยติดเฉพาะในห้องเรียนไง เพื่อที่จะทำให้ได้รู้ว่าเราทำ สร้างขึ้นมา แต่จะมาเผยแพร่สู่สารธารณชนไม่ได้นะลูก คือประกาศที่สร้างขึ้นมา มันอาจจะไม่มีมูลความจริง เอาล่ะครับ ประกาศอย่างไม่เป็นทางการ ไม่เป็นทางการนี่นะครับ พบเห็นได้ทั่วไป มันมีความน่าเชื่อถือหช่วยกันคิดหน่อย มันน่าเชื่อถือหรือไม่ ที่เราเห็นกันทั่วไปเลยนี่ ในตามท้องถนน เสาไฟฟ้า หรือตามข้างทางนี่น่าเชื่อถือไหม เพราะเหตุใด ก็ต้องมี 2 ข้ออยู่แล้ว ไม่น่าเชื่อถือ ถ้าน่าเชื่อถือเพราะเหตุใดครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เพราะเหตุใดนะคะ ก็อาจจะเป็นเพราะออกมาจากหน่วยงานหรือบริษัทต่าง ๆ หรือมีความน่าเชื่อถือ สามารถตรวจสอบได้นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ส่วนที่ไม่น่าเชื่อถืออาจจะเป็นในประกาศนั้น้อิไม่ถูกต้อง ครบถ้วน ประกาศนั้นก็จะไม่เป็นประโยชน์และไม่น่าเชื่อถือนั่นเองนะ อันนี้เป็นตัวอย่าง ต่อไป การเขียนประกาศมีประโยชน์อย่างไร ไปดูกันเลย 1. ก็คือทำให้ทราบข่าวสารเรื่องเดียวกันอย่างแพร่หลาย โดยอาศัยสื่อสารธารณะ ชนิดใดชนิดหนึ่ง ในการประกาศนั้น ๆ นะครับ นี่ก็คือคำถามที่ครูนำมาถามนะครับ เป็นที่พึงที่ระลึกคาบสุดท้ายใช่ไหม (คุณครูปรเมษฐ) แม้นว่าครูจะเหนื่อยขนาดไหน แต่แรงใจขอมอบให้นักเรียนครับ ก่อนจะจากกัน ขอสัญญา ขอสัญญาหนู ๆ จงมาฟังคำกันไว ๆ แล้วไว ๆ วันนี้ วันดีครูจะต้องจากลา บอกกับหนูจ๋า นี่จงฟังกันไว้ ลูกศิษย์ทุกเขต ครูปรเมษครูคณิตา คณิตาจงมาทัศนะเป็นภาษาไทย แล้วภาษาไทย จงตั้งใจเรียนให้เพียรความรู้ ให้สมดังคำครูที่ตั้งใจไว้ คุณครูปลายทางนั่งฟังทุกคาบ พวกผมขอกราบขออภัย อาจจะผิดไปบ้าง อาจจะพลั้งไปหน่อย แล้วไปหน่อย จึงกราบการร้องขออภัย โดยพวกผมผู้พวกน้อยละลอยจะจดจำคำครูกันไว้ จึงได้มาสอน จึงได้มาสั่ง เด็ก ๆ จงตั้งใจฟังกันไว้ ก่อนจะจากลา ขออวยพรก่อน แล้วพรก่อนจะฟังคำสุทรแล้วครูจะบรรยาย บรรยาย อาราธนา ช่วยมาปัดพ่อแม่พี่น้องทั่วประเทศไทย ให้จงมีสุขสวัสดี มีสง่าราศี และผ่อนใส มีเงินทองใช้ ไปได้ตลอด ไปมาขอให้รอดและปลอดภัย ขอจงมีสุข สวัสดี แล้วสวัสดี วันนี้วันดี จึงต้องขอลากันไป สวัสดีคุณครูและนักเรียนทุกท่านครับ [เสียงดนตรี]