﻿1
00:00:03,779 --> 00:00:07,779

2
00:00:07,782 --> 00:00:11,782

3
00:00:15,576 --> 00:00:15,577

4
00:00:15,577 --> 00:00:19,523

5
00:00:19,523 --> 00:00:23,523

6
00:00:23,526 --> 00:00:27,526

7
00:00:27,554 --> 00:00:31,491

8
00:00:31,491 --> 00:00:35,427

9
00:00:35,427 --> 00:00:39,425
นี้ ถือว่าเป็น

10
00:00:39,425 --> 00:00:43,425
วันดีกว่าวันใด เอ

11
00:00:43,425 --> 00:00:47,416
ชา เอชา เอชา

12
00:00:47,416 --> 00:00:51,416
เอชา ชะช่าชา มัน

13
00:00:51,480 --> 00:00:55,453
ถือว่าเป็นวันดี กว่าวันใด

14
00:00:55,453 --> 00:00:59,453
ครูจะไปสอนหนังสือก่อนนักเรียน

15
00:00:59,484 --> 00:01:03,484
จ๋า แล้วก็ได้เวลา

16
00:01:03,516 --> 00:01:07,434
ครูจะต้องไป แล้วพอได้แล้วเวลา

17
00:01:07,434 --> 00:01:11,434
ครูจะไปแล้ว ก็บอกนักเรียน

18
00:01:11,455 --> 00:01:15,455
น้องแก้วให้ชื่น...

19
00:01:15,458 --> 00:01:19,424
โทรศัพท์

20
00:01:19,424 --> 00:01:23,424
นิว ฮัลโหล

21
00:01:23,454 --> 00:01:27,454
ว่าอย่างไรน้องนิว ว่าอย่างไรเพื่อน

22
00:01:27,464 --> 00:01:31,464
โทรมาแต่เช้าเลยนะ นี่กำลังจะ

23
00:01:31,472 --> 00:01:35,454
ไปทำงานนี่เพิ่งตื่น วันนี้ไปแต่เช้าเลย

24
00:01:35,454 --> 00:01:39,454
เพราะว่าคิดถึงนักเรียนปลายทาง ทำไมล่ะ มีนธุระอะไร

25
00:01:39,470 --> 00:01:43,470
โทรมาแต่เช้านี่ ปรึกษา

26
00:01:43,471 --> 00:01:47,471
ที่บ้านนะ ทำไมล่ะ ข้างบ้านที่มีเด็ก

27
00:01:47,497 --> 00:01:51,426
มาเช่าหรือ ทำไม มีเด็กนักเรียน

28
00:01:51,426 --> 00:01:55,426
ผู้หญิงมาเช่าบ้าน

29
00:01:55,479 --> 00:01:59,447
กี่คนน่ะเพื่อน 4 คน

30
00:01:59,447 --> 00:02:03,408
ก็ดีแล้ว เขาจะได้มีรายได้

31
00:02:03,408 --> 00:02:07,408
เขาทำไมกันน่ะ

32
00:02:07,408 --> 00:02:11,408
ไม่ไปโรงเรียน แล้ว...

33
00:02:11,410 --> 00:02:15,410
พาผู้ชายเข้ามา

34
00:02:15,415 --> 00:02:19,415
นักเรียนนั่น ป. อะไร ม. อะไรแล้ว

35
00:02:19,426 --> 00:02:23,426
เพิ่ง ม. 1 ม. 2 เองหรือ ในฐานะที่เราเป็นเพื่อนกันนี่นะ

36
00:02:23,430 --> 00:02:27,424
ผมเข้าใจล่ะ ว่าเพื่อนไม่สบายใจ เลยมา

37
00:02:27,424 --> 00:02:31,424
ปรึกษา โทรมาปรึกษา

38
00:02:31,429 --> 00:02:35,415
เขาเสพของมึนเมา สิ่งไม่ดีด้วยหรือ

39
00:02:35,415 --> 00:02:39,415
ตายแล้ว ข้างบ้านเราเหมือนกันด้วยนี่

40
00:02:39,420 --> 00:02:43,420
แล้วจะให้ทำอย่างไรนี่ เดี๋ยวนะ ๆ

41
00:02:43,432 --> 00:02:47,432
เดี๋ยววันนี้ เดี๋ยวเราขอไปโรงเรียนก่อน

42
00:02:47,440 --> 00:02:51,428
จะรีบไปสอนนักเรียน เดี๋ยวไปปรึกษาครูที่สอนคู่กันก่อน ว่าเขามีความเห็น

43
00:02:51,428 --> 00:02:55,424
ว่าอย่างไร แล้วเดี๋ยวพอสอนเสร็จเดจะโทรกลับไปให้คำปรึกษา

44
00:02:55,424 --> 00:02:59,419
ขอตัวก่อนนะ นักเรียนปลายทางกำลังรออยู่

45
00:02:59,419 --> 00:03:03,419
สวัสดีครับ

46
00:03:03,429 --> 00:03:07,410
(คุณครูคณิตา) สวัสดี

47
00:03:07,410 --> 00:03:11,410
คุณครูปลายทางและนักเรียนปลายทางทุกคนค่ะ

48
00:03:11,435 --> 00:03:15,435
วันนี้พบกับรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปี

49
00:03:15,445 --> 00:03:19,413
ที่ 6 กับคุณครูคณิตา หนุนอนันต์

50
00:03:19,413 --> 00:03:23,413
และนักเรียนคะ

51
00:03:23,439 --> 00:03:27,418
เป็นอย่างไรกันบ้าง ได้ทบทวนหรือเปล่า

52
00:03:27,418 --> 00:03:31,413
ในสิ่งที่เราได้เรียนไป แต่เอ๊ คุณครู

53
00:03:31,413 --> 00:03:35,413
ปรเมษฐคะ เป็นอะไรหรือเปล่าคะ

54
00:03:35,421 --> 00:03:39,413
สีหน้าดูไม่สบายใจเลย (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนครับ ครูขอปรึกษาครู

55
00:03:39,413 --> 00:03:43,413
คณิตาหน่อยนะครับ คือ เมื่อเช้านี้

56
00:03:43,418 --> 00:03:47,416
เพื่อนผมเขาโทร. มา เขาโทร. มาปรึกษาวาส

57
00:03:47,416 --> 00:03:51,414
ที่บ้านเขานี่ มีนักเรียนผู้หญิงนี่

58
00:03:51,414 --> 00:03:55,411
3 - 4 คน มาเช่าบ้านอยู่ข้างบ้านเขา แล้ว

59
00:03:55,411 --> 00:03:59,411
นักเรียนผู้หญิงพวกนั้นนี่ก็ทำพฤติกรรมไม่เหมาะสม

60
00:03:59,416 --> 00:04:03,416
ครุคณิตา เปิดเพลงบ้าง แล้วก็พาผู้ชายเข้ามา

61
00:04:03,429 --> 00:04:07,412
ในบ้าน แล้วก็ไม่รู้เขาทำอะไรกัน

62
00:04:07,412 --> 00:04:11,412
คราวนี้ในฐานะที่เพื่อนผมอยู่บ้านใกล่เรือนเคียง

63
00:04:11,418 --> 00:04:15,417
เขาก็ไม่สบายใจ เขาเห็นว่าเรานี่เป็นครูนี่

64
00:04:15,417 --> 00:04:19,417
ซึ่งสั่งสอนนักเรียน แล้วก็บอกกับนักเรียน

65
00:04:19,419 --> 00:04:23,419
ที่อยู่ไกล ๆ ได้ เขาโทรมาปรึกษาผม ว่า

66
00:04:23,427 --> 00:04:27,413
จะทำอย่างไรดี ผมก็ไม่รู้จะให้คำตอบเขาอย่างไรดี

67
00:04:27,413 --> 00:04:31,413
เพื่อมาเจอครูคณิตาและหนู ๆ ปลายทางทุกคนนี่

68
00:04:31,413 --> 00:04:35,413
ก็เลยได้วางสายไปก่อน ยไม่ได้ให้คำปรึกษาเขา

69
00:04:35,415 --> 00:04:39,415
คุณครูคณิตาคิดว่า เรื่องที่ผมโทร. มานี่

70
00:04:39,424 --> 00:04:43,424
มันดีไหมครับ (คุณครูคณิตา) หากมองในแง่ดี

71
00:04:43,440 --> 00:04:47,420
นะคะ เพื่อนที่พาผู้หญิง...

72
00:04:47,420 --> 00:04:51,420
ที่พาผู้ชายใช่ไหมคะ อาจจะเป็นเพื่อนกันหรือเปล่า

73
00:04:51,421 --> 00:04:55,413
แล้วก็มันเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นนะคะ ครู

74
00:04:55,413 --> 00:04:59,413
(คุณครูปรเมษฐ) เขาบอกว่าเปิดเพลงเสียงดัง ไม่หลับไม่

75
00:04:59,413 --> 00:05:03,413
นอนกลางคืน แล้วเหมือนจะดื่มเครื่องดื่มมึนเมากันด้วย

76
00:05:03,446 --> 00:05:07,412
(คุณครูคณิตา) ดื่มเครื่องดื่มมึนเมาด้วย

77
00:05:07,412 --> 00:05:11,412
เป็นสิ่งที่ดีไหมคะนี่นักเรียน

78
00:05:11,414 --> 00:05:15,414
ตอบคุณครูได้ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) อีกอย่างเป็นผู้หญิงด้วย (คุณครูคณิตา) เป็นผู้หญิงด้วย ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือ

79
00:05:15,453 --> 00:05:19,453
ผู้ชายการดื่มเครื่องดื่มมึนเมานี่ ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่

80
00:05:19,457 --> 00:05:23,430
ไม่ดีนะคะนักเรียน เอาล่ะค่ะ วันนี้นี่มันจะ

81
00:05:23,430 --> 00:05:27,420
สอดคล้องกับเรื่องที่เราเรียนหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) นั่นสิ

82
00:05:27,420 --> 00:05:31,420
ครับครูคณิตา เกี่ยวกับเรื่องการประพฤติปฏิบัติตัวของผู้หญิงนี่

83
00:05:31,421 --> 00:05:35,417
ซึ่งในปัจจุบันนี่ ก็อย่างที่หนู ๆ นั้นได้รู้ ว่า

84
00:05:35,417 --> 00:05:39,416
มันอาจจะมีผู้หญิงบางคน อาจจะทำ

85
00:05:39,416 --> 00:05:43,415
แบบเช่นที่ครูเล่าให้ครูคณิตาฟังนี่ ครูไม่สบายใจเลย

86
00:05:43,415 --> 00:05:47,415
ครับ ที่เพื่อนครูนี่โทร. มาเล่าเรื่องนี้ให้ครูฟัง

87
00:05:47,417 --> 00:05:51,417
ครูจะต้องหาวิธีการแก้ ซึ่งในฐานะที่เป็นผู้หญิงนี่ไม่เหมาะสม

88
00:05:51,445 --> 00:05:55,445
ใช่ไหมคุณครูคณิตา เพราะฉะนั้น วันนี้นี่ครูจะให้

89
00:05:55,446 --> 00:05:59,416
นักเรียนได้ศึกษากันในเรื่องอะไรคะ (คุณครูคณิตา) เรื่องอะไรคะ

90
00:05:59,416 --> 00:06:03,413
ในเรื่องสุภาษิตสอนหญิง

91
00:06:03,413 --> 00:06:07,413
ใช่ไหมคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ ไปกันเลยดีกว่านักเรียน

92
00:06:07,448 --> 00:06:11,421
นักเรียนที่รักของครูครับ ในเรื่องสุภาษิตสอนหญิง

93
00:06:11,421 --> 00:06:15,421
นะครับ ก็จะอยู่ในหนังสือวรรณคดีลำนำ

94
00:06:15,434 --> 00:06:19,422
ตามที่ครูบอกไปเมื่อครั้งก่อน ว่าให้นักเรียนนั้น

95
00:06:19,422 --> 00:06:23,417
พกติดตัวมานะครับ ซึ่ง

96
00:06:23,417 --> 00:06:27,417
จะชื่อเรื่องอะไรนะ อย่าอะไรนะครูคณิตา ในหนังสือ (คุณครูคณิตา) อย่า...

97
00:06:27,425 --> 00:06:31,425
อย่าอะไรคะ อย่าชิงสุกก่อนห่ามค่ะ ใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ)

98
00:06:31,431 --> 00:06:35,414
อย่าชิงสุกก่อนห่ามไม่งามดี นักเรียนเปิดไป แล้ว

99
00:06:35,414 --> 00:06:39,414
จะได้ศึกษาเนื้อเรื่องไปพร้อม ๆ กันนะครับ การที่จะเรียนวรรณคดี

100
00:06:39,416 --> 00:06:43,416
เข้าใจและรู้เรื่องนี้ นักเรียนจะ

101
00:06:43,422 --> 00:06:47,421
ศึกษาการอธิบายความหมายของคำก่อน

102
00:06:47,421 --> 00:06:51,421
หรือศึกาาคำศัพท์นั่นเอง จะทำให้นักเรียนนั้นเข้าใจอย่าง

103
00:06:51,451 --> 00:06:55,437
ถ่องแท้ครับ ไปกันเลยครับเด็ก ๆ ครับ สนทนาประสา

104
00:06:55,437 --> 00:06:59,428
ครู - นักเรียน อย่าชิงสุกก่อนห่าม

105
00:06:59,428 --> 00:07:03,420
นะครับ คำนี้นี่ "อย่าชิงสุกก่อนห่าม" นี่

106
00:07:03,420 --> 00:07:07,414
ก็เป็นคำหนึ่งที่นักเรียนนั้นน่าจะเคยได้ยิน นักเรียนปลายทาง

107
00:07:07,414 --> 00:07:11,413
ของครูครับ ใครเคยได้ยิน

108
00:07:11,413 --> 00:07:15,411
หรือเคยเห็นคำนี้บ้าง ยกมือ

109
00:07:15,411 --> 00:07:19,411
ขึ้นสูง ๆ เลย ใครเคยเห็นบ้าง เคยได้ยินไหม

110
00:07:19,416 --> 00:07:23,416
คุณครูคณิตาครับ พูดถึงเรื่องอย่าชิงสุกก่อนห่าม

111
00:07:23,418 --> 00:07:27,414
นี่ นักเรียน นักเรียนที่เคยได้ยินนี่

112
00:07:27,414 --> 00:07:31,414
ไหนลองเล่าให้กับคุณครู ให้กับเพื่อน ๆ ฟังได้ไหม

113
00:07:31,423 --> 00:07:35,409
ว่าอย่าชิงสุกก่อนห่ามนี่

114
00:07:35,409 --> 00:07:39,409
มันน่าจะมีความหมายว่าอย่างไร และเคยได้ยินมาจากใคร ไหนลองเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังหน่อยสิครับ

115
00:07:39,429 --> 00:07:43,418

116
00:07:43,418 --> 00:07:47,410
ได้ฟังนักเรียนเล่าแล้ว

117
00:07:47,410 --> 00:07:51,410
คราวนี้ถามครูคณิตาบ้าง ครูคณิตาเห็นแล้ว

118
00:07:51,419 --> 00:07:55,414
คำนี้นี่ คุณครูคณิตาคิดว่ามีความหมายว่าอย่างไร

119
00:07:55,414 --> 00:07:59,414
แล้วน่าสนใจอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ อาจจะมีความหมายว่าอย่างไรคะ

120
00:07:59,427 --> 00:08:03,412
อย่างแรกเลยนะคะ อย่าชิงสุกก่อนห่าม

121
00:08:03,412 --> 00:08:07,412
ส่วนใหญ่เราจะใช้กับพวกผลไม้ใช่ไหมคะ ผลไม้

122
00:08:07,450 --> 00:08:11,430
นักเรียนเห็นรูปหรือเปล่าคะ เป็นรูปอะไรเอ่ย

123
00:08:11,430 --> 00:08:15,414
รูปมะม่วงนั่นเองนะคะ อันนี้ก็ยังไม่สุกนะคะ

124
00:08:15,414 --> 00:08:19,414
ถ้ามะม่วงสุกจะเป็นสีเหลืองนั่นเอง

125
00:08:19,416 --> 00:08:23,416
แล้วมันเกี่ยวอะไรล่ะ เกี่ยวอะไรกับสำนวน

126
00:08:23,422 --> 00:08:27,422
สุภาษิตเอ่ย เด็ก ๆ ตอบได้ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่แสดงว่าคุณครูคณิตากำลัง

127
00:08:27,426 --> 00:08:31,417
นำเรื่องผลไม้เข้ามาผูกโยงกับคำนี้ใช่ไหมครับ

128
00:08:31,417 --> 00:08:35,417
(คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วฝั่งโน้นเป็นมะม่วงอะไร

129
00:08:35,419 --> 00:08:39,419
คุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา) มันมะม่วงอะไร นี่หมายความว่าอย่างคะ

130
00:08:39,421 --> 00:08:43,420
คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) มันลักษณะของมันนี่ มันสุก

131
00:08:43,420 --> 00:08:47,420
หรือยัง (คุณครูคณิตา) ก็อย่างที่ครูบอกไปนะคะ ว่ามันยังไม่สุก

132
00:08:47,435 --> 00:08:51,421
นะคะ ถ้าผลไม้ หรือว่ามะม่วงนี่

133
00:08:51,421 --> 00:08:55,413
ถ้ามันสุกนะ มะม่วงถ้ามันสุกมันก็จะเป็น

134
00:08:55,413 --> 00:08:59,413
สีเหลืองนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้นี่หวานอร่อย อันโน้นจะลักษณะ รู้จึกเป็นอย่างไร

135
00:08:59,451 --> 00:09:03,416
เด็ก ๆ ตอบสิครับ มันเปรี้ยวมันฝาด

136
00:09:03,416 --> 00:09:07,416
คราวนี้ก็นำมาเปรียบเทียบ มะม่วง

137
00:09:07,426 --> 00:09:11,414
นี่ ดูกันง่าย ๆ นะ ผลไม้ คือ มะม่วงนี่ ระหว่าง

138
00:09:11,414 --> 00:09:15,414
ที่สุกกับห่ามนี่ นักเรียนว่าอะไร

139
00:09:16,413 --> 00:09:20,413
มันน่าชิม น่าลิ้มลอง และอร่อยกว่ากัน

140
00:09:20,419 --> 00:09:24,414
ใช่ครับนักเรียน ก็คิดเช่นเดียวกับครู

141
00:09:24,414 --> 00:09:28,414
สุกนี่รสชาติจะหวาน หอม น่ารับประทานใช่ไหม

142
00:09:28,414 --> 00:09:32,414
ใช่ไหมครูคณิตา ส่วนตอนมันห่าม

143
00:09:32,419 --> 00:09:36,418
มันดิบนี่ อร่อยไหมน่ะ (คุณครูคณิตา) ก็ยังไม่อร่อย

144
00:09:36,418 --> 00:09:40,418
นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ยังไม่อร่อยเท่าที่ควร เพราะฉะนั้น ต้องอยู่ที่ต้น

145
00:09:40,431 --> 00:09:44,418
ของมันก่อน จนกว่ามันจะแก่ หรือเข้าฝัก

146
00:09:44,418 --> 00:09:48,413
หรือมันแก่จัด เราถึงจะสอยมาแล้วก็มารับประทาน มันก็จะอร่อย

147
00:09:48,413 --> 00:09:52,413
เปรียบเสมือนตัวคนใช่ไหมครับ คำว่า "ชิงสุกก่อนห่าม"

148
00:09:52,420 --> 00:09:56,417
ถ้าตีเป็นความหมายในสำนวนสุภาษิตนี่

149
00:09:56,417 --> 00:10:00,417
ก็คือ แปลว่า (คุณครูคณิตา) ทำสิ่งที่ไม่สมควรแก่วัย

150
00:10:00,417 --> 00:10:04,415
หรือยังไม่ถึงเวลาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อย่างเช่น มะม่วงห่าม

151
00:10:04,415 --> 00:10:08,415
นั่นเอง ยังไม่ทันอร่อยเลย คนไปสอยมากินแล้ว

152
00:10:08,416 --> 00:10:12,416
มันก็ไม่ได้มีรสชาติเป็นที่น่าต้องการ อันนี้นะครับ เป็นการผูก

153
00:10:12,425 --> 00:10:16,415
โยงสำนวนไทยกับชีวิตประจำวัน และนำมาเป็นคำสอน

154
00:10:16,415 --> 00:10:20,415
เป็นคำสอนให้นักเรียนนะครับ ไปกันต่อ จุดประสงค์ของเรา

155
00:10:20,444 --> 00:10:24,423
ในวันนี้นะครับ 1. จะต้อง (คุณครูคณิตา) บอกหลักการอธิบาย

156
00:10:24,423 --> 00:10:28,423
ความหมายของคำหรือข้อความได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา)

157
00:10:28,423 --> 00:10:32,418
2. อธิบายของคำศัพท์ในบทเรียนได้ค่ะ

158
00:10:32,418 --> 00:10:36,417
3. เห็นถึงประโยชน์ของคำศัพท์ในบทเรียนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) และนี่ก็คือ

159
00:10:36,417 --> 00:10:40,417
สิ่งที่นักเรียนนั้นจะต้องปฏิบัติได้

160
00:10:40,422 --> 00:10:44,414
อย่างที่บอกเมื่อต้นชั่วโมง ถ้านักเรียนรู้ถึงความหมาย

161
00:10:44,414 --> 00:10:48,414
หรือคำศัพท์ จะทำให้นักเรียนนั้นเรียน

162
00:10:48,418 --> 00:10:52,418
วรรณคดีทุกเรื่องอย่างเข้าใจถ่องแท้ แล้วมีความสุข อันนี้เป็นจุด

163
00:10:52,419 --> 00:10:56,413
ประสงค์ที่ต้องเรียนและต้องทราบไว้นะครับ

164
00:10:56,413 --> 00:11:00,413
ไปดูกันต่อเลยดีกว่า สุภาษิตสอนหญิง

165
00:11:00,430 --> 00:11:04,413
อย่าชิงสุกก่อนห่ามไม่งามดีนี่

166
00:11:04,413 --> 00:11:08,413
เรายกสุภาษิตสอนหญิงมา ซึ่งเป็นของ...

167
00:11:08,418 --> 00:11:12,417
ขอสันนิษฐานนะ

168
00:11:12,417 --> 00:11:16,417
กรมสมเด็จพระเขพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานว่า

169
00:11:16,423 --> 00:11:20,423
สันนิษฐานนี่

170
00:11:20,431 --> 00:11:24,420
แต่งในช่วงรัชกาลที่ 3 - 4 ซึ่งคำว่า "สันนิษฐาน"

171
00:11:24,420 --> 00:11:28,420
อาจจะใช่ก็ได้หรือไม่ใช่ก็ได้ใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่

172
00:11:28,420 --> 00:11:32,420
ค่ะ ก็คือความคาดเดานั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อาจจะเป็นของคนที่ชื่อนายภู่ ขา

173
00:11:32,424 --> 00:11:36,424
ซึ่ง เราไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นของคนชื่อ สุนทร

174
00:11:36,425 --> 00:11:40,425
โดยแท้จริง ใช่ไหมครับ เพราะเป็นการสันนิษฐาน อาจจะเป็นของ

175
00:11:40,437 --> 00:11:44,419
ครูไม่ได้ฟันธงว่าเป็นของสุนทรภู่ อาจจะเป็นของนายภู่ หรือ

176
00:11:44,419 --> 00:11:48,415
ของกวีท่านอื่นก็ได้นะครับ คุณครูคณิตาครับ

177
00:11:48,415 --> 00:11:52,415
(คุณครูคณิตา) ค่ะ สุภาษิตสอนหญิงนะคะ เป็น

178
00:11:52,419 --> 00:11:56,418
ประเภทคำสอน เพื่อต้องการให้เป็นเครื่องเตือน

179
00:11:56,418 --> 00:12:00,413
สติสอนใจสตรีทุกวัย ครอบคลุมทุกเรื่อง

180
00:12:00,413 --> 00:12:04,412
ทั้งกาย วาจา ใจ ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูคณิตา

181
00:12:04,412 --> 00:12:08,412
ครับ ผมมีคำถาม เด็ก ๆ ก็เช่นเดียวกัน ผมเป็น

182
00:12:08,419 --> 00:12:12,419
ครูเป็นผู้ชายน่ะ ครูเป็นผู้ชายนักเรียน ครู

183
00:12:12,419 --> 00:12:16,416
สามารถที่จะศึกษาได้ไหมน่ะ แล้วจะศึกษาไปทำไมน่ะครูคณิตา

184
00:12:16,416 --> 00:12:20,416
(คุณครูคณิตา) ยิ่งเป็นผู้ชายนะคะ อย่าเพิ่งคิดนะคะ

185
00:12:20,423 --> 00:12:24,423
ว่าเรื่องสุภาษิตสอนหญิง ต้องเป็นผู้หญิงเท่าน

186
00:12:24,437 --> 00:12:28,413
เป็นผู้หญิงเท่านั้นที่จะเรียนรู้ ผู้ชายก็สามารถ

187
00:12:28,413 --> 00:12:32,413
ที่จะเรียนรู้ได้ค่ะ เพราะอะไรเอ่ย

188
00:12:32,413 --> 00:12:36,413
เพราะว่าสุภาษิตสอนหญิงนี่ มันเกี่ยวข้องทั้งชายและหญิง

189
00:12:36,426 --> 00:12:40,412
ฉะนั้นผู้ชายก็ควรที่จะเรียนรู้

190
00:12:40,412 --> 00:12:44,412
เกี่ยวกับพฤติกรรมที่เหมาะและไม่เหมาะสม ในการประพฤติกับ

191
00:12:44,413 --> 00:12:48,413
ผู้หญิงนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้น

192
00:12:48,417 --> 00:12:52,414
คงเข้าใจแล้วนะ ว่าคนอย่างเรา ๆ ต้องเรียนเช่น

193
00:12:52,414 --> 00:12:56,410
เดียวกันนะครับ เด็กผู้ชาย

194
00:12:56,410 --> 00:13:00,410
ไม่ใช่นะครับ คำสอนต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่ในเรื่อง

195
00:13:00,411 --> 00:13:04,411
สุภาษิตสอนหญิงนี่นะ มัน

196
00:13:04,413 --> 00:13:08,413
ยังทันสมัยอยู่นะ  ยังมันสมัย ก็คือแต่งเมื่อ 200 - 300 ปีที่แล้วน่ะ

197
00:13:08,446 --> 00:13:12,414
แต่ในปัจจุบันนี้ยังนำมาใช้ได้

198
00:13:12,414 --> 00:13:16,413
เป็นพฤติกรรมที่ผู้หญิงควรกระทำ จึงจะต้องเรียน

199
00:13:16,413 --> 00:13:20,413
ยังสอดคล้องกับค่านิยมอยู่และก็ยังสอดคล้องกับขนบ

200
00:13:20,438 --> 00:13:24,416
ธรรมเนียมประเพณีไทยเสมอมา

201
00:13:24,416 --> 00:13:28,415
พูดง่าย ๆ ว่ามันเป็นอกาลิโก

202
00:13:28,415 --> 00:13:32,415
มัน อกาลิโก ก็คือไม่จำกัดการเวลา มันเหนือการเวลา

203
00:13:32,425 --> 00:13:36,410
ที่จะใช้ได้ยาวไปเลย แปลว่า ไม่

204
00:13:36,410 --> 00:13:40,410
กาลิโก แปลว่า กาลเวลา เป็นคำบาลีนะครับ ให้นักเรียน

205
00:13:40,423 --> 00:13:44,423
ได้รับรู้ไว้ คำเหล่านี้อ่านว่าอย่างไร

206
00:13:44,434 --> 00:13:48,434
ไปดูกันเลยครูคณิตาและเด็ก ๆ ครับ คุณครูคณิตา

207
00:13:48,515 --> 00:13:52,515
อ่านพร้อม ๆ กับเด็ก ๆ หน่อย (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คะ

208
00:13:52,528 --> 00:13:56,528
ออกเสียงพร้อม ๆ กันเลยค่ะ คำแรกอ่านว่า "

209
00:13:56,530 --> 00:14:00,523
อินังขังขอบ

210
00:14:00,523 --> 00:14:04,411
" แปลว่าอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) อินังขังขอบ

211
00:14:04,411 --> 00:14:08,411
เป็นคำทำให้เกิดเครื่องหมาย ? ในหัวอีกแล้วนะครับ

212
00:14:08,543 --> 00:14:12,543
มันหมายความว่าอย่างไร (คุณครูคณิตา) ก็คือข้อสงสัยใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ

213
00:14:12,544 --> 00:14:16,526
ล่ะ เด็ก ๆ สงสัยเหมือนครูไหมครับ

214
00:14:16,526 --> 00:14:20,526
อีนังขังขอบมันแปลว่าอะไรล่ะ (คุณครูคณิตา) ยังค่ะ

215
00:14:20,531 --> 00:14:24,518
(คุณครูปรเมษฐ) ไม่รู้หรือครับ คำนี้อ่านว่าอะไรเด็ก ๆ

216
00:14:24,518 --> 00:14:28,417
(คุณครูคณิตา) คำนี้อ่านว่า "ประ-จ๋อ-ประ-แจ๋"

217
00:14:28,417 --> 00:14:32,417
หรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) ประจ๋อประแจ๋ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ อ่านทวนสิคะ

218
00:14:32,419 --> 00:14:36,419
อ่านว่าอะไรเอ่ย อ่านว่า "ประจ๋อประแจ๋"

219
00:14:36,424 --> 00:14:40,416
(คุณครูปรเมษฐ) นี่อีกน่ะ

220
00:14:40,416 --> 00:14:44,416
(คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คะ อ่านพร้อม ๆ กับครูค่ะ

221
00:14:44,425 --> 00:14:48,416
ก็คือ ลำไพ่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ลำไพ่ คืออย่างไรครับ

222
00:14:48,416 --> 00:14:52,416
ไพ่อย่างไรล่ะครับ เป็นการพนันหรือเปล่า (คุณครูคณิตา)

223
00:14:52,422 --> 00:14:56,422
เหมือนกันค่ะ คุณครูคณิตาก็ไม่ทราบนะคะ เดี๋ยว

224
00:14:56,433 --> 00:15:00,418
เรียนรู้พร้อม ๆ กันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ล่ะ เป็นจุดประสงค์ที่จะรู้ความ

225
00:15:00,418 --> 00:15:04,414
หมาย ถ้าเราไม่รู้ความหมายนี่ เจอคำว่าอินังขังขอบ

226
00:15:04,414 --> 00:15:08,414
นักเรียนก็ไม่สามารถที่จะบอกได้ ก็ไม่

227
00:15:08,421 --> 00:15:12,412
เข้าใจนะครับ คำเหล่านี้มีความหมายว่าอย่างไร

228
00:15:12,412 --> 00:15:16,412
นักเรียนเข้าใจหรือไม่ ตามที่ครูนั้นได้บอกนั่นเอง บางคนอาจ

229
00:15:16,423 --> 00:15:20,409
จะรู้ความหมายก็ได้ แต่คนที่ไม่รู้ล่

230
00:15:20,409 --> 00:15:24,409
ะ จะไปแปลได้อย่างไร แล้วจะเข้าใจในบทร้อยกรองนั้นอย่างไร สำคัญไหมครับ ครูคณิตา

231
00:15:24,416 --> 00:15:28,416
เด็ก ๆ ครับ สำคัญ

232
00:15:28,423 --> 00:15:32,418
ครูก็หามาให้ อินังขังขอบ แปลว่า

233
00:15:32,418 --> 00:15:36,418
อย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ อินังขังขอบนะคะ

234
00:15:36,434 --> 00:15:40,422
ก็คือ คืออะไรคะนักเรียน การเอาใจใส่, เอาใจช่วย,

235
00:15:40,422 --> 00:15:44,413
ดูแล, เหลียวแลนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

236
00:15:44,413 --> 00:15:48,413
อย่างเช่น ถ้าเกิดคุณครูคณิตาสอนนักเรียนอยู่ คุณครูคณิตา

237
00:15:48,414 --> 00:15:52,414
เป็นผู้ที่มีความอินังขังขอบกับนักเรียน  ก็หมายถึง

238
00:15:52,417 --> 00:15:56,407
มีความเข้าใจใส่อะไรอย่างนี้ใช่ไหมครับ

239
00:15:56,407 --> 00:16:00,407
ผมอยากมีคนมาอินังขังขอบบ้างจังเลย ต่อไป

240
00:16:00,410 --> 00:16:04,410
ครับ คำว่า (คุณครูคณิตา) ประจ๋อประแจ๋ (คุณครูปรเมษฐ)

241
00:16:04,426 --> 00:16:08,426
หมายความว่าอย่างไรนะครับ อาการที่พูดเอาอกเอาใจ

242
00:16:08,428 --> 00:16:12,414
หรือประจบประแจง นักเรียนคิดว่าความหมาย

243
00:16:12,414 --> 00:16:16,414
เป็นเชิงลบหรือเชิงบวก พูดจาประจ๋อประแจ๋นี่

244
00:16:16,414 --> 00:16:20,414
นะครับ มันเป็นเชิงลบ ไม่ค่อยดีนะ คือ พูดประจบประแจง

245
00:16:20,416 --> 00:16:24,416
มันก็เป็นพฤติกรรมที่ไม่ควรนะครับ ต่อไปครับ

246
00:16:24,419 --> 00:16:28,411
ลำไพ่ อันนี้น่าสนใจมาก แปลว่าอะไรครับ

247
00:16:28,411 --> 00:16:32,411
(คุณครูคณิตา) ลำไพ่นะคะ ก็คือเงิน หรือ

248
00:16:32,427 --> 00:16:36,412
ผลประโยชน์ที่หาได้เป็นพิเศษค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อย่างเช่น

249
00:16:36,412 --> 00:16:40,410
ครู ครูมีอาชีพเป็นครู

250
00:16:40,410 --> 00:16:44,410
พอถึงเวลาตอนเย็น ครูขับรถ

251
00:16:44,413 --> 00:16:48,408
มอเตอร์ไซค์รับจ้าง รถจักรยานยนต์รับจ้างนี่

252
00:16:48,408 --> 00:16:52,408
แล้วครูมีรายได้เพิ่มนี่ อันนี้ถือเป็นลำไพ่ไหม (คุณครูคณิตา) เป็นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

253
00:16:52,428 --> 00:16:56,428
ครูคณิตามีความสามารถในการทำกับข้าว

254
00:16:56,428 --> 00:17:00,413
กลางวันสอนนักเรียน กลับไปทำกับข้าวส่งขาย ก็ถือว่าเป็นลำไพ่เช่นกัน

255
00:17:00,413 --> 00:17:04,412
(คุณครูคณิตา) เป็นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ลำไพ่นั่นเอง

256
00:17:04,412 --> 00:17:08,410
สามารถใช้ได้นะ ปัจจุบันยังพูดกันอยู่นะ "ลำไพ่" นี่

257
00:17:08,410 --> 00:17:12,408
มาร่วมกันคิด พิจารณา

258
00:17:12,408 --> 00:17:16,408
การที่เรารู้ความหมายของคำศัพท์นี่ มันมีประโยชน์อย่างไร ตอบคำถาม

259
00:17:16,412 --> 00:17:20,406
ครับ

260
00:17:20,406 --> 00:17:24,406
นักเรียนได้ตอบ

261
00:17:24,427 --> 00:17:28,427
แล้วครูคณิตา เด็ก ๆ บอกมีประโยชน์อย่างไร (คุณครูคณิตา) อย่างแรก

262
00:17:28,429 --> 00:17:32,411
นะคะนักเรียน สิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้จากค

263
00:17:32,411 --> 00:17:36,411
ำศัพท์ต่าง ๆ นี่ จะช่วยให้นักเรียนนะคะ

264
00:17:36,423 --> 00:17:40,412
ก็คือเข้าใจเรื่องที่อ่านได้ง่ายค่ะ หลังจากนั้น

265
00:17:40,412 --> 00:17:44,412
นะคะ มีอะไรอีกคะ (คุณครูปรเมษฐ) หลังจากนั้นใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ

266
00:17:44,420 --> 00:17:48,420
หลังจากนั้น ก็คือเป็นผู้ที่มีความรู้นะคะ ในด้านคำศัพท์กการ

267
00:17:48,451 --> 00:17:52,408
อ่านเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างมีความสุขนั่นเองค่ะ

268
00:17:52,408 --> 00:17:56,408
(คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ก็คือการที่เรารู้ความหมายของคำใช่ไหมครับ

269
00:17:56,416 --> 00:18:00,416
ต่อไป ให้นักเรียนช่วยกันเสนอความหมายของคำศัพท์

270
00:18:00,429 --> 00:18:04,411
ที่อยู่ในบทเรียน ว่าเราสามารถที่จะ

271
00:18:04,411 --> 00:18:08,411
ค้นหาความหมายของคำได้จากที่ใบบ้าง

272
00:18:08,411 --> 00:18:12,411
เด็ก ๆ ตอบสิครับ ค้นได้จากที่ใดบ้าง

273
00:18:12,413 --> 00:18:16,413
(คุณครูคณิตา) ที่ใดเอ่ย อย่างแรกนะคะนักเรียน

274
00:18:16,419 --> 00:18:20,417
(คุณครูปรเมษฐ) จากที่ไหนครับ (คุณครูคณิตา) ที่นักเรียนจะต้องค้นหาที่พจนานุกรม

275
00:18:20,417 --> 00:18:24,417
ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา) แล้วก็คาดเดาความหมายของคำ

276
00:18:24,424 --> 00:18:28,419
จากบริบทข้างเคียงค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ซึ่งบางคำ

277
00:18:28,419 --> 00:18:32,413
ไม่มีความหมายในพจนานุกรม เรา

278
00:18:32,413 --> 00:18:36,413
ต้องดูบริบท มันน่าจะหมายความว่าอย่างไรนั่นเองนะครับ เดี๋ยวเราไปทำกิจกรรมกันนะครับ นักเรียน

279
00:18:36,444 --> 00:18:40,420
เดี๋ยวเราจะไปทำกิจกรรมกันนักเรียน

280
00:18:40,420 --> 00:18:44,420
ค้นหาคำศัพท์จากเรื่อง อย่าชิงสุกก่อนห่าม

281
00:18:44,431 --> 00:18:48,416
ไม่งามดี โดยนำคำศัพท์ พร้อมความหมายนี่นะครับ

282
00:18:48,416 --> 00:18:52,416
ขึ้นมาเขียนบนกระดานในห้องเรียนให้ได้มากที่สุดเลย

283
00:18:52,419 --> 00:18:56,408
หลังจากนั้นแล้วจากนั้นก็ให้เขียนคำและความหมายลงใน

284
00:18:56,408 --> 00:19:00,408
สมุดของตนเอง ให้เป็นพจนานุกรมคำศัพท์ประจำเรื่อง

285
00:19:00,410 --> 00:19:04,410
โดยการอย่างไรครับนักเรียน ให้หาคำศัพท์ก่อน

286
00:19:04,410 --> 00:19:08,410
ลุกขึ้นไปเขียนบนกระดาน อาจจะทำเป็นตารางก็ได้ หรือไปเขียนบนกระดาน

287
00:19:08,412 --> 00:19:12,412
ดำให้ได้มากที่สุด แล้วแปลความหมายด้วย เมื่อนักเรียรน

288
00:19:12,426 --> 00:19:16,426
ช่วยกันหา ครูคณิตาคิดว่าจะได้คำศัพท์เยอะไหมครับ

289
00:19:16,440 --> 00:19:20,417
(คุณครูคณิตา) เยอะค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ได้เยอะ เพราะนักเรียนช่วยกันหา

290
00:19:20,417 --> 00:19:24,417
สมมตินักเรียนมี 30 อาจจะได้คำศัพท์ถึง 60 คำ (คุณครูคณิตา) แต่ถ้า

291
00:19:24,429 --> 00:19:28,420
นักเรียนมีน้อยนะคะ ก็นักเรียนก็สามารถหาคำศัพท์

292
00:19:28,420 --> 00:19:32,420
เพิ่มเติมได้นะคะ จากคนละ 2 คำ เป็นคนละ 5 คำ หรือว่า

293
00:19:32,433 --> 00:19:36,433
ตามที่นักเรียนอยากที่จะเรียนรู้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

294
00:19:36,441 --> 00:19:40,407
แล้วสมมติคุณครูคณิตาเจอก่อนครูปรเมษฐ

295
00:19:40,407 --> 00:19:44,407
ขึ้นไปเขียนก่อน แล้วครูปรเมษฐกำลังจะหาคำนั้นอยู่พอดี จะได้ไหม

296
00:19:44,414 --> 00:19:48,414
คำซ้ำได้ไหม (คุณครูคณิตา) ถ้าให้ดีนะคะ ก็จะเปลี่ยนคำนะคะ

297
00:19:48,418 --> 00:19:52,418
เพื่อที่จะได้เรียนรู้คำศัพท์ที่หลากหลายค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

298
00:19:52,424 --> 00:19:56,407
ดังนั้นนักเรียนจะได้องค์ความรู้ ในคลัง

299
00:19:56,407 --> 00:20:00,407
คำศัพท์ของนักเรียนเป็นอย่างมาก

300
00:20:00,409 --> 00:20:04,409
นะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ในส่วนของคุณครูปลายทางนะคะ ก็ดูแล

301
00:20:04,420 --> 00:20:08,408
การทำกิจกรรมของนักเรียนค่ะ ให้คำแนะนำในส่วนที่นักเรียนหา

302
00:20:08,408 --> 00:20:12,408
เกิดความข้องใจค่ะ และให้ความช่วยเหลือ

303
00:20:12,417 --> 00:20:16,413
นักเรียน หากนักเรียนเกิดปัญหาต่าง ๆ ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ เพราะฉะนั้น

304
00:20:16,413 --> 00:20:20,412
เดี๋ยวครูจะให้นักเรียนทำกิจกรรมนี้นะครับ ค้นหาความหมายของคำศัพท์ ให้นักเรียนหาคำ

305
00:20:20,412 --> 00:20:24,412
ศัพท์ ในเรื่อง อย่าชิงสุกก่อนห่าม ไม่งามดี

306
00:20:24,414 --> 00:20:28,414
เพราะฉะนั้น ไม่ได้มากเลยให้เวลาทำกี่นาทีดีครู

307
00:20:28,429 --> 00:20:32,429
คณิตา (คุณครูคณิตา) กี่นาทีดีคะ (คุณครูปรเมษฐ)

308
00:20:32,436 --> 00:20:36,426
สัก (คุณครูคณิตา) 10 นาทีดีไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ได้ครับ 10 นาที

309
00:20:36,426 --> 00:20:40,414
เพราะฉะนั้น ตั้งใจทำงาน และทำกิจกรรมอย่างมีความสุขครับ

310
00:20:40,414 --> 00:20:44,407
ลงมือ [เสียงดนตรี]

311
00:20:44,407 --> 00:20:48,406

312
00:20:48,406 --> 00:20:52,406

313
00:20:52,410 --> 00:20:56,410

314
00:20:56,422 --> 00:21:00,406

315
00:21:00,406 --> 00:21:04,406

316
00:21:04,406 --> 00:21:08,406

317
00:21:08,414 --> 00:21:12,410

318
00:21:12,410 --> 00:21:16,410

319
00:21:16,420 --> 00:21:20,406

320
00:21:20,406 --> 00:21:24,406

321
00:21:24,407 --> 00:21:28,407

322
00:21:28,408 --> 00:21:32,406

323
00:21:32,406 --> 00:21:36,406

324
00:21:36,406 --> 00:21:40,404

325
00:21:40,404 --> 00:21:44,404

326
00:21:44,406 --> 00:21:48,406

327
00:21:48,414 --> 00:21:52,414

328
00:21:52,424 --> 00:21:56,406

329
00:21:56,406 --> 00:22:00,405

330
00:22:00,405 --> 00:22:04,405

331
00:22:04,406 --> 00:22:08,406

332
00:22:08,414 --> 00:22:12,406

333
00:22:12,406 --> 00:22:16,406

334
00:22:16,414 --> 00:22:20,414

335
00:22:20,415 --> 00:22:24,405

336
00:22:24,405 --> 00:22:28,405

337
00:22:28,406 --> 00:22:32,406

338
00:22:32,409 --> 00:22:36,409

339
00:22:36,411 --> 00:22:40,411

340
00:22:40,413 --> 00:22:44,405

341
00:22:44,405 --> 00:22:48,405

342
00:22:48,407 --> 00:22:52,406

343
00:22:52,406 --> 00:22:56,406

344
00:22:56,407 --> 00:23:00,406

345
00:23:00,406 --> 00:23:04,405

346
00:23:04,405 --> 00:23:08,405

347
00:23:08,405 --> 00:23:12,405

348
00:23:12,419 --> 00:23:16,408

349
00:23:16,408 --> 00:23:20,404

350
00:23:20,404 --> 00:23:24,404

351
00:23:24,407 --> 00:23:28,407

352
00:23:28,415 --> 00:23:32,408

353
00:23:32,408 --> 00:23:36,408

354
00:23:36,409 --> 00:23:40,409

355
00:23:40,410 --> 00:23:44,405

356
00:23:44,405 --> 00:23:48,405

357
00:23:48,432 --> 00:23:52,427

358
00:23:52,427 --> 00:23:56,407

359
00:23:56,407 --> 00:24:00,404

360
00:24:00,404 --> 00:24:04,404

361
00:24:04,408 --> 00:24:08,408

362
00:24:08,413 --> 00:24:12,411

363
00:24:12,411 --> 00:24:16,407

364
00:24:16,407 --> 00:24:20,407

365
00:24:20,437 --> 00:24:24,405

366
00:24:24,405 --> 00:24:28,405

367
00:24:28,405 --> 00:24:32,405

368
00:24:32,407 --> 00:24:36,405

369
00:24:36,405 --> 00:24:40,405

370
00:24:40,412 --> 00:24:44,408

371
00:24:44,408 --> 00:24:48,408

372
00:24:48,408 --> 00:24:52,407

373
00:24:52,407 --> 00:24:56,407

374
00:24:56,407 --> 00:25:00,405

375
00:25:00,405 --> 00:25:04,405

376
00:25:04,408 --> 00:25:08,406

377
00:25:08,406 --> 00:25:12,406

378
00:25:12,408 --> 00:25:16,408

379
00:25:16,426 --> 00:25:20,405

380
00:25:20,405 --> 00:25:24,405

381
00:25:24,407 --> 00:25:28,405

382
00:25:28,405 --> 00:25:32,405

383
00:25:32,415 --> 00:25:36,412

384
00:25:36,412 --> 00:25:40,408

385
00:25:40,408 --> 00:25:44,408

386
00:25:44,409 --> 00:25:48,409

387
00:25:48,410 --> 00:25:52,410

388
00:25:52,416 --> 00:25:56,409

389
00:25:56,409 --> 00:26:00,409

390
00:26:00,420 --> 00:26:04,420

391
00:26:04,426 --> 00:26:08,422

392
00:26:08,422 --> 00:26:12,404

393
00:26:12,404 --> 00:26:16,404

394
00:26:17,407 --> 00:26:21,406

395
00:26:21,406 --> 00:26:25,406

396
00:26:25,406 --> 00:26:29,406

397
00:26:29,406 --> 00:26:33,406

398
00:26:33,408 --> 00:26:37,408

399
00:26:37,413 --> 00:26:41,413

400
00:26:41,425 --> 00:26:45,411

401
00:26:45,411 --> 00:26:49,411

402
00:26:49,412 --> 00:26:53,410

403
00:26:53,410 --> 00:26:57,405

404
00:26:57,405 --> 00:27:01,405

405
00:27:01,410 --> 00:27:05,408

406
00:27:05,408 --> 00:27:09,408

407
00:27:09,408 --> 00:27:13,405

408
00:27:13,405 --> 00:27:17,405

409
00:27:17,405 --> 00:27:21,405

410
00:27:21,410 --> 00:27:25,404

411
00:27:25,404 --> 00:27:29,404

412
00:27:29,406 --> 00:27:33,406

413
00:27:33,411 --> 00:27:37,411

414
00:27:37,414 --> 00:27:41,413

415
00:27:41,413 --> 00:27:45,406

416
00:27:45,406 --> 00:27:49,406

417
00:27:49,413 --> 00:27:53,404

418
00:27:53,404 --> 00:27:57,404

419
00:27:57,406 --> 00:28:01,406

420
00:28:01,415 --> 00:28:05,404

421
00:28:05,404 --> 00:28:09,404

422
00:28:09,405 --> 00:28:13,405

423
00:28:13,408 --> 00:28:17,407

424
00:28:17,407 --> 00:28:21,405

425
00:28:21,405 --> 00:28:25,404

426
00:28:25,404 --> 00:28:29,404

427
00:28:29,406 --> 00:28:33,406

428
00:28:33,413 --> 00:28:37,407

429
00:28:37,407 --> 00:28:41,407

430
00:28:41,415 --> 00:28:45,413

431
00:28:45,413 --> 00:28:49,413

432
00:28:49,436 --> 00:28:53,418

433
00:28:53,418 --> 00:28:57,408

434
00:28:57,408 --> 00:29:01,407

435
00:29:01,407 --> 00:29:05,405

436
00:29:05,405 --> 00:29:09,405

437
00:29:09,405 --> 00:29:13,405

438
00:29:13,406 --> 00:29:17,405

439
00:29:17,405 --> 00:29:21,404

440
00:29:21,404 --> 00:29:25,404

441
00:29:25,406 --> 00:29:29,406

442
00:29:29,411 --> 00:29:33,411

443
00:29:33,420 --> 00:29:37,416

444
00:29:37,416 --> 00:29:41,407

445
00:29:41,407 --> 00:29:45,407

446
00:29:45,428 --> 00:29:49,407

447
00:29:49,407 --> 00:29:53,407

448
00:29:53,416 --> 00:29:57,416

449
00:29:57,417 --> 00:30:01,408

450
00:30:01,408 --> 00:30:05,408

451
00:30:05,427 --> 00:30:09,407

452
00:30:09,407 --> 00:30:13,407

453
00:30:13,408 --> 00:30:17,404

454
00:30:17,404 --> 00:30:21,404

455
00:30:21,405 --> 00:30:25,405

456
00:30:25,420 --> 00:30:29,410

457
00:30:29,410 --> 00:30:33,406

458
00:30:33,406 --> 00:30:37,406

459
00:30:37,408 --> 00:30:41,408

460
00:30:41,413 --> 00:30:45,410

461
00:30:45,410 --> 00:30:49,405
(คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนครับ ครูเชื่อว่าหนู ๆ

462
00:30:49,405 --> 00:30:53,405
นั้น น่าจะค้นหาคำศัพท์ได้อย่างเป็นจำนวนมากเลย

463
00:30:53,418 --> 00:30:57,418
นะครับ แล้วทุกคนก็จะมีองค์ความรู้เต็มคลังคำศัพท์

464
00:30:57,418 --> 00:31:01,418
ของตนเอง  ประดับสติปัญญา สามารถใช้ได้ตลอดชีวิต

465
00:31:01,422 --> 00:31:05,408
ครูเชื่อว่าอย่างนั้นนะครับ เพราะฉะนั้นครูก็

466
00:31:05,408 --> 00:31:09,408
ได้ค้นหาคำศัพท์เช่นเดียวกัน ในระหว่าง 10 นาทีที่นักเรียนทำนี่

467
00:31:09,409 --> 00:31:13,407
จะนำเสนอให้นักเรียนได้ดู

468
00:31:13,407 --> 00:31:17,407
แล้วก็ถ้าเกิดนักเรียนไม่มีคำเหล่านี้ ให้นักเรียนทำอย่างไรครับครูคณิตา

469
00:31:17,420 --> 00:31:21,406
(คุณครูคณิตา) ให้จดเพิ่มเติมลงไปในสมุด

470
00:31:21,406 --> 00:31:25,406
(คุณครูปรเมษฐ) แต่ถ้ามีแล้วก็ (คุณครูคณิตา) ถ้ามีแล้วก็สามารถ

471
00:31:25,407 --> 00:31:29,407
เขียนคำอธิบายเพิ่มเติมไปก็ได้นะคะ (คุณครูปรเมษฐ)

472
00:31:29,410 --> 00:31:33,410
เพราะฉะนั้น เดี๋ยวเราไปดูกันเลยว่าครูค้นหาคำไหน

473
00:31:33,412 --> 00:31:37,407
เสนอนักเรียนบ้าง ไปเลย คำนี้

474
00:31:37,407 --> 00:31:41,407
คำว่าอะไรนี่ อ่านว่าอะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) อ่านว่า สาวแส้ ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

475
00:31:41,415 --> 00:31:45,405
สาวแส้

476
00:31:45,405 --> 00:31:49,405
เป็นสาวแส้แร่รวยสวยสะอาด มาจากบทกลอนตัวนี้นะครับ หมายความว่าอย่างไรเด็ก ๆ

477
00:31:49,409 --> 00:31:53,409
ครับ ตอบความหมายก่อน เชื่อว่าหลาย ๆ คนต้องเจอ

478
00:31:53,415 --> 00:31:57,415
แปลว่า แปลว่าอะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) แปลว่า

479
00:31:57,415 --> 00:32:01,414
หญิงสาวค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) กล่าวถึงผู้หญิงนี่ ใช้คำว่า "สาวแส้" ก็ได้ คำ

480
00:32:01,414 --> 00:32:05,409
โบราณ โบราณนี่ใช่ ซ. โซ่ ด้วย

481
00:32:05,409 --> 00:32:09,409
บางครั้ง แต่ว่าปรฃัจจุบ้นนี้ใช้ ส. เสือ

482
00:32:09,415 --> 00:32:13,406
ถ้าใช้ ซ. โซ้ ต้องใช้ไม้อะไร

483
00:32:13,406 --> 00:32:17,406
ไม้เอกนะ เพราะ ซ. โซ่ เป็นอักษรต่ำ

484
00:32:17,412 --> 00:32:21,409
ไปกันต่อ ดูคำต่อไปนะว่าตรงกันหรือไม่

485
00:32:21,409 --> 00:32:25,408
อินทรีย์ อินทรีย์ตัวนี้นี่

486
00:32:25,408 --> 00:32:29,407
ในบริบท ตรงนี้หมายความว่า

487
00:32:29,407 --> 00:32:33,407
(คุณครูคณิตา) หมายถึงอะไรคะ หมายถึง ร่างกาย นั่นเองค่ะ

488
00:32:33,412 --> 00:32:37,412
(คุณครูปรเมษฐ) หมายถึง ร่างกาย นะครับ อย่างเช่น เรา 2 คน

489
00:32:37,416 --> 00:32:41,410
ก็มีอินทรีย์นะ ร่างกายของเรานี่

490
00:32:41,410 --> 00:32:45,408
นะคัรบ ไปกันต่อเลย คำว่า อ่านว่าอะไร (คุณครูคณิตา) อ่าน

491
00:32:45,408 --> 00:32:49,408
ดูสิคะ อ่านว่า

492
00:32:49,419 --> 00:32:53,411
ฉะ-หวี ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ฉวี

493
00:32:53,411 --> 00:32:57,405
เป็นคำโบราณนะ ฉวี

494
00:32:57,405 --> 00:33:01,405
นี่แปลว่าอะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ฉวีแปลว่าอะไรเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) ต้องถามเด็ก ๆ ก่อนดีไหม เด็ก ๆ ตอบครับ เชื่อว่าเด็ก ๆ

495
00:33:01,434 --> 00:33:05,414
ต้องเจอ แปลว่าเยี่ยมครับ นักเรียน แปลว่า

496
00:33:05,414 --> 00:33:09,407
ผิวกาย ดูฉวี

497
00:33:09,407 --> 00:33:13,407
ผิวเนื้ออย่างเหลือเกิน แสดงว่าผิวกายนี่เป็นที่คนเห็น

498
00:33:13,411 --> 00:33:17,410
ก่อนเลยใช่ไหม ผิวหน้าก็เรียกว่า "ฉวี" ใช่ไหม

499
00:33:17,410 --> 00:33:21,408
เป็นผิวหน้าผิวกายเหมือนกันนะครับ เพิ่มเติมไปนะครับ

500
00:33:21,408 --> 00:33:25,408
คำต่อไป (คุณครูคณิตา) คำว่า "พงศา" ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

501
00:33:25,410 --> 00:33:29,410
พงศา (คุณครูปรเมษฐ) พงศา

502
00:33:29,417 --> 00:33:33,416
นักเรียน หมายความว่าอย่างไรลูก พงศา นักเรียน

503
00:33:33,416 --> 00:33:37,411
หมายความว่า ยังไม่ยอมตอบ ยังไม่ยอมตอบ

504
00:33:37,411 --> 00:33:41,411
หมายความว่าอย่างไร ตอบครับ

505
00:33:41,423 --> 00:33:45,407
(คุณครูคณิตา) หมายความว่า ผู้มีชาติสกุล

506
00:33:45,407 --> 00:33:49,407
หรือว่าเชื้อสายสกุลค่ะ ทำไมพงศา

507
00:33:49,428 --> 00:33:53,428
เขาถึงหมายถึงสิ่งเหล่านี้ล่ะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ความหมายของเขา

508
00:33:53,438 --> 00:33:57,416
แปลว่าสกุล คุณครูคณิตาเคยได้ยิน

509
00:33:57,416 --> 00:34:01,416
คำว่า "วงศาคณาญาติ" ไหม

510
00:34:01,418 --> 00:34:05,418
หรือพงศาคณาญาติ (คุณครูคณิตา) เคยได้ยินค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) หมายถึงชื่อสกุลเร

511
00:34:05,420 --> 00:34:09,420
นั่นเอง ไม่รู้ว่าวงศาคณาญาติของครู

512
00:34:09,431 --> 00:34:13,414
คณิตาอยู่ที่ไหนใช่ไหม ก็หมายถึงว่าผมถามว่า

513
00:34:13,414 --> 00:34:17,414
ว่า ต้นสกุล หรือว่าบรรพบุรุษของครูคณิตา

514
00:34:17,414 --> 00:34:21,414
อยู่จังหวัดอะไร ประมาณนั้นนะครับ ทำไมครูถึงพูด

515
00:34:21,415 --> 00:34:25,409
คำว่า "วงศา" ล่ะ ทำไมไม่พูด พงศา

516
00:34:25,409 --> 00:34:29,409
พ. พาน กับ ว. แหวน ถ้าในภาษาบาลีนะ

517
00:34:29,416 --> 00:34:33,413
นักเรียนจะเจอตอนโต พ. พาน กับ ว. แหวน คือ (คุณครูคณิตา) คืออะไร คะ (คุณครูปรเมษฐ) คือ

518
00:34:33,413 --> 00:34:37,412
เราจะแผงกันไปกันมาได้ อย่างคำว่า "พระ"

519
00:34:37,412 --> 00:34:41,412
พ-ร-ะ พระ

520
00:34:41,428 --> 00:34:45,417
ถ้าแผลง ก็คือใช้ ว. แหวน ร. เรือ

521
00:34:45,417 --> 00:34:49,413
เช่นเดียวกัน หมายความว่าอย่างเดียวกันเลย

522
00:34:49,413 --> 00:34:53,412
เกร็ดความรู้เพิ่มเติมนะครับ ตำต่อไป

523
00:34:53,412 --> 00:34:57,412
(คุณครูคณิตา) คำต่อมานะคะ เสนอคำว่า

524
00:34:57,419 --> 00:35:01,419
"ปรารมภ์" ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ปรารมภ์ (คุณครูคณิตา) ออกเสียงให้ชัด

525
00:35:01,472 --> 00:35:05,426
นะคะ ออกเสียงอีกครั้งนะคะ

526
00:35:05,426 --> 00:35:09,420
ปรารมภ์ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ปรารมภ์ ต้องมี ร. เรือ กระดกลิ้น

527
00:35:09,420 --> 00:35:13,420
นะครับ หมายความว่าอย่างไร เด็ก ๆ ตอบก่อน

528
00:35:13,428 --> 00:35:17,416
หมายความว่า

529
00:35:17,416 --> 00:35:21,416
หมายความว่า หมายความว่า  (คุณครูคณิตา) หมายความว่า วิตก

530
00:35:21,417 --> 00:35:25,407
, รำพึง หรือว่าครุ่นคิดค่ะ

531
00:35:25,407 --> 00:35:29,407
(คุณครูปรเมษฐ) อย่างเช่นที่ครูคณิตาบอกว่า

532
00:35:29,423 --> 00:35:33,412
วันนี้ฉันปรารมภ์ เรื่อง สุภาษิต

533
00:35:33,412 --> 00:35:37,409
เลย หมายถึงว่าครุ่นคิดใช่ไหมครับ ว่าจะสอน

534
00:35:37,409 --> 00:35:41,409
ประมาณนั้นหรือเปล่าครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ ก็มีความครุ่นคิดนะคะ

535
00:35:41,417 --> 00:35:45,417
มีความวิตกกังวลเล็กน้อยนะคะ

536
00:35:45,420 --> 00:35:49,407
ที่จะให้นักเรียนนี่เข้าใจเนื้อหาได้อย่างถ่อง

537
00:35:49,407 --> 00:35:53,407
แท้ และชัดเจน และนำพฤติกรรมเหล่านั้น

538
00:35:53,413 --> 00:35:57,408
ไปปฏิบัติค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นั่นสิครับ นำคำนี้มาพูด เลยเลือกใช้คำนี้มาพูด

539
00:35:57,408 --> 00:36:01,408
ครูก็ไม่รู้ความหมายจึงต้องเปิดหา ต่อไป

540
00:36:01,419 --> 00:36:05,419
คำว่า "ไพล่" พอ-ลอ-ไอ-ไพล

541
00:36:05,422 --> 00:36:09,406
ไพล เอก ไพล่

542
00:36:09,406 --> 00:36:13,406
ไพล่ตัวนี้แปลว่า... แทนที่จะเป็น

543
00:36:13,409 --> 00:36:17,409
กลับเป็นอีกอย่างหนึ่ง อย่างเช่น

544
00:36:17,425 --> 00:36:21,417
แทนที่จะข้าวนี่ ไพล่ไปกินก๋วยเตี๋ยว

545
00:36:21,417 --> 00:36:25,411
นี้ คือ มันเปลี่ยนไป

546
00:36:25,411 --> 00:36:29,411
กลับกันนั่นเอง คำว่า "ไพล่" เด็ก ๆ เข้าใจความหมายไหม อาจจะเอาไปแต่งประโยคก็ได้นะครับ จะได้เข้าใจมากยิ่งขึ้น

547
00:36:29,418 --> 00:36:33,412
ถ่องแท้ยิ่งขึ้น เพิ่มเติมไปนะครับ (คุณครูคณิตา) คำนี้เป็

548
00:36:33,412 --> 00:36:37,412
(คุณครูปรเมษฐ) เป็นคำโบราณเช่นเดียวกันนะครับ (คุณครูคณิตา) ในปัจจุบัน เรา

549
00:36:37,413 --> 00:36:41,413
ไม่ค่อยเจอคำเหล่านี้แล้วนะคะ แล้วเราไม่ใช้

550
00:36:41,416 --> 00:36:45,416
ในชีวิตประจำวันด้วยนะคะ นักเรียนอาจจะไม่คุ้นหู

551
00:36:45,420 --> 00:36:49,420
คุ้นตานะคะ แต่ก็สามารถที่จะจดลงไปเพิ่มเติม

552
00:36:49,420 --> 00:36:53,418
ได้ เพื่อที่จะนำไปเป็น

553
00:36:53,418 --> 00:36:57,413
คำศัพท์คลังความรู้ของนักเรียนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) และอีกอย่าง

554
00:36:57,413 --> 00:37:01,413
มันพบเจอใจบทกลอน ถ้านักเรียนไม่เข้าใจความหมาย

555
00:37:01,417 --> 00:37:05,408
นักเรียนก็จะตีความในบทนั้น ๆ ไม่ได้

556
00:37:05,408 --> 00:37:09,408
นั่นจึงต้องรู้นะครับ ต่อไป ไพล่ แล้วก็พล่าน

557
00:37:09,418 --> 00:37:13,417
พล่าน พล่าน พอ-ลอ-อา-นอ

558
00:37:13,417 --> 00:37:17,416
พลาน เอก พล่าน พล่านหมายความว่าอย่าไร

559
00:37:17,416 --> 00:37:21,415
ต้องเจอนะครับ บอกครูมา พล่าน

560
00:37:21,415 --> 00:37:25,407
แปลว่า อาการเป็น

561
00:37:25,407 --> 00:37:29,407
ไปในลักษณะป่วน วุ่น

562
00:37:29,409 --> 00:37:33,409
สับสน รนราน ซ่าน เป็นอย่างไร เคยได้ยินคำว่า "ดิ้นพล่าน"

563
00:37:33,425 --> 00:37:37,424
(คุณครูคณิตา) เป็นอย่างไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ลักษณธ

564
00:37:37,424 --> 00:37:41,424
ดิ้น กระเสือกกระสน วุ่นวาย แถกไป

565
00:37:41,429 --> 00:37:45,410
สารพัดเลย เหมือนเคยไปตลาดนัด

566
00:37:45,410 --> 00:37:49,410
ไปนัด บ้านคร

567
00:37:49,425 --> 00:37:53,422
ูเรียก "ไปนัด" คุณครคณิตาเคยเห็นแม่ค้าที่เขาเอาปลานี่ ปลา

568
00:37:53,422 --> 00:37:57,412
ที่ยังเป็น ๆ อยู่ในนั้นมาขายไหม อยู่ในกะละมัง

569
00:37:57,412 --> 00:38:01,412
มันดิ้นพล่านไปหมดเลย มันสับสน

570
00:38:01,419 --> 00:38:05,406
วุ่นวายประมาณนั้น

571
00:38:05,406 --> 00:38:09,406
หรือนักเรียนโดนเพื่อนทำร้าย

572
00:38:09,415 --> 00:38:13,415
แล้วดิ้นพล่านนี่ ก็ใช้ความหมายประมาณนี้

573
00:38:13,424 --> 00:38:17,406
นะ ใช่ไหม คำว่า พล่าน พล่าน

574
00:38:17,406 --> 00:38:21,406
ต่อไป พูดผลอ

575
00:38:21,418 --> 00:38:25,418
พูดผลอ เหมือนเป็นคำที่ไม่เคยพบเคยเห็นในชีวิตเลยนะ

576
00:38:25,421 --> 00:38:29,421
(คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ ไม่ค่อยได้ยินเลยนะคะ คำเหล่านี้นะ

577
00:38:29,430 --> 00:38:33,430
(คุณครูปรเมษฐ) นักเรียน เชื่อว่านักเรียนต้องพบบ้าง คำว่า พูดผลอ

578
00:38:33,433 --> 00:38:37,422
พูดผลอ 1, 2, 3 ตอบครับ หมายความว่า

579
00:38:37,422 --> 00:38:41,413
(คุณครูคณิตา)  หมายความว่าพูดประจบประแจงนั่นเอง

580
00:38:41,413 --> 00:38:45,413
ก็คล้าย ๆ กับประจ๋อประแจ๋ใช่ไหมคะ ครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ)

581
00:38:45,419 --> 00:38:49,419
ใช่ครับ ครูคณิตา ความหมายไปในทางที่ไม่ดี

582
00:38:49,554 --> 00:38:53,499
เป็นความหมายในทางที่ไม่ดีนะ

583
00:38:53,499 --> 00:38:57,499
(คุณครูปรเมษฐ) มาจากบทกลอนว่าอย่าเที่ยวพล่าน

584
00:38:57,562 --> 00:39:01,431
พูดผลอประจ๋อประแจ๋

585
00:39:01,431 --> 00:39:05,431
ก็คือสอนผู้หญิงนะ ว่าอย่าเที่ยวไปทำอะไรวุ่นวาย

586
00:39:05,470 --> 00:39:09,424
ทำให้ไปพูดจาประจบประแจงเพ้อเจ้อ

587
00:39:09,424 --> 00:39:13,424
นี่ ไม่ดี เป็นการสอนนะครับ ต่อไป เป็นคำว่า

588
00:39:13,429 --> 00:39:17,426
"พิไร" (คุณครูคณิตา) พิไรค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) พิ

589
00:39:17,426 --> 00:39:21,419
ไร (คุณครูคณิตา) พิไร แปลว่าอะไรเอ่ย

590
00:39:21,419 --> 00:39:25,419
ครูเชื่อว่าเด็ก ๆ นี่ หาคำศัพท์เหล่านี้เจอนะคะ พิไร

591
00:39:25,438 --> 00:39:29,429
แปลว่าอะไรคะ แปลว่า

592
00:39:29,429 --> 00:39:33,429
รำพัน, ร่ำว่า, ร่ำร้อง นั่นเองค่ะ

593
00:39:33,452 --> 00:39:37,419
(คุณครูปรเมษฐ) มันให้กระจ่างหน่อยครับ

594
00:39:37,419 --> 00:39:41,419
ยกตัวอย่างให้ฟังหน่อยครูคณิตา (คุณครูคณิตา) อย่างเช่นคำว่าอะไรดีนะ

595
00:39:41,422 --> 00:39:45,422
เด็ก ๆ คะ ช่วยคุณครูยกตัวอย่างหน่อยได้ไหมคะ

596
00:39:45,423 --> 00:39:49,408
คำว่า "พิรี้พิไร" นี่

597
00:39:49,408 --> 00:39:53,408
ก็เป็นลักษณะของการรำพัน ร่ำว่า ร่ำร้องไหมคะครูปรเมษฐ

598
00:39:53,450 --> 00:39:57,424
(คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ หมายถึง การอยากจะได้อยากจะว่า ก็ใช้

599
00:39:57,424 --> 00:40:01,422
พิไรนะ เป็นคำโบราณอีกแล้วนะครับ เจอในบทกลอน

600
00:40:01,422 --> 00:40:05,418
ถ้าไม่รู้ความหมายก็จะแปลไม่ได้นั่นเอง

601
00:40:05,418 --> 00:40:09,408
เพิ่มเติมไปนะครับ ต่อไป

602
00:40:09,408 --> 00:40:13,408
หลู่ หลู่ อันนี้นักเรียนต้องเคย

603
00:40:13,421 --> 00:40:17,419
ได้ยิน จะอยู่คู่กับคำว่า "ลบ" เป็น

604
00:40:17,419 --> 00:40:21,419
ลบหลู่ คล้องจองกันเกินเลย ก็คือ

605
00:40:21,419 --> 00:40:25,419
เป็นคำว่าหลบหลู่ดูหมิ่น คำว่าหลู่

606
00:40:25,423 --> 00:40:29,412
น่าจะมีความหมายว่าอย่างไร นักเรียนตอบ

607
00:40:29,412 --> 00:40:33,412
เก่งมากครับ หมายความว่า

608
00:40:33,427 --> 00:40:37,418
(คุณครูคณิตา) หมายความว่า ลบคุณ, ดูถูก, ไม่นับถือ

609
00:40:37,418 --> 00:40:41,418
ค่ะ อย่างเช่น เธอหลบหลู่เขา

610
00:40:41,423 --> 00:40:45,422
ก็จะเป็นการ อาจจะเป็นการดูถูกใช่ไหมคะ

611
00:40:45,422 --> 00:40:49,422
ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่ดีนะคะ ใช่ไหมคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ

612
00:40:49,432 --> 00:40:53,421
อย่างเช่น คำว่า "นักเรียนหลู่

613
00:40:53,421 --> 00:40:57,409
ครูบา" เคยเจอในบทกลอน ก็หมายถึงนักเรียน

614
00:40:57,409 --> 00:41:01,409
ที่เป็นอย่างไร ไม่นับถือครูบาอาจารย์

615
00:41:01,414 --> 00:41:05,414
ก็เป็นพฤติกรรมที่ไม่ควรกระทำนะ เป็นบาปแก่ตัวด้วย

616
00:41:05,418 --> 00:41:09,418
ไม่ดีนะครับ ต่อไป (คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมาค่ะ คำ

617
00:41:09,422 --> 00:41:13,422
สุดท้าย ก็คือคำว่า "ระอิดระอา"

618
00:41:13,450 --> 00:41:17,418
ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ออกเสียงชัด ๆ ตามครูคณิตาอีกครั้งครับ (คุณครูคณิตา)

619
00:41:17,418 --> 00:41:21,406
อ่านว่าระอิดระอาค่ะ

620
00:41:21,406 --> 00:41:25,406
(คุณครูปรเมษฐ) นะครับ หมายความว่าอย่างไร นักเรียนตอบครับ 1, 2, 3

621
00:41:25,435 --> 00:41:29,411
เฉลย (คุณครูคณิตา) หมายความว่า

622
00:41:29,411 --> 00:41:33,408
เบื่อหน่ายหรือหมดกำลังใจ เพราะถูกรบกวน

623
00:41:33,408 --> 00:41:37,408
ทำให้เกิดความรำคาญค่ะ หรือมีเหตุ

624
00:41:37,412 --> 00:41:41,412
ติดขัดบ่อยนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ระอิดระอา

625
00:41:41,415 --> 00:41:45,415
อันนี้ยังใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน

626
00:41:45,419 --> 00:41:49,419
(คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ เรายังเจออยู่ในชีวิตประจำวันนะ คำเหล่านี้นะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ เรียน

627
00:41:49,421 --> 00:41:53,413
ภาษาไทย ระอิดระอาได้ไหม ไม่ได้นะ

628
00:41:53,413 --> 00:41:57,413
เรียนภาษาไทยต้องมีความสุข เราจะไม่ระอิดระอา

629
00:41:57,440 --> 00:42:01,412
ต่อกันและกันใช่ไหมครับนักเรียน เพราะฉะนั้น ให้นักเรียน

630
00:42:01,412 --> 00:42:05,412
บันทึกไป ครูเชื่อว่าระหว่างที่ครูทั้ง 2 คน

631
00:42:05,438 --> 00:42:09,434
ได้นำเสนอ ได้อธิบายให้นักเรียนฟังนี่ นักเรียนจะบันทึกเป็นที่เรียบร้อย

632
00:42:09,434 --> 00:42:13,430
แล้วนะครับ เพราะฉะนั้น เดี๋ยวเราไปสรุปบทเรียน

633
00:42:13,430 --> 00:42:17,411
พากเพียรความรู้กันดีกว่านะครับ

634
00:42:17,411 --> 00:42:21,411
นักเรียน ครูก็มีคำถามนะครับ คุณครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) การศึกษาความหมาย

635
00:42:21,412 --> 00:42:25,412
ของคำ ประโยค และข้อความในบทเรียน

636
00:42:25,413 --> 00:42:29,413
ก่อนการอ่านเนื้อเรื่องมีประโยชน์อย่างไรคะ

637
00:42:29,432 --> 00:42:33,409
นักเรียนคะ ลองคิดดูสิค่ะ ว่าการทบทวน

638
00:42:33,409 --> 00:42:37,409
การศึกษาความหมายหรือคำต่าง ๆ ก่อนที่

639
00:42:37,452 --> 00:42:41,452
เราจะเริ่มเรียนนี่ มันช่วยให้เรานี่เรียน

640
00:42:41,460 --> 00:42:45,422
เป็นอย่างไร (คุณครูปรเมษฐ) นั่นล่ะครับ มันคือประโยชน์

641
00:42:45,422 --> 00:42:49,422
ของการศึกษานั่นเอง นักเรียนครับ

642
00:42:49,425 --> 00:42:53,417
ให้ช่วยกันตอบ ช่วยกันเสนอนะ มันเป็นความคิด

643
00:42:53,417 --> 00:42:57,417
เห็นของนักเรียน ไม่มีผิดนะ จะเสนออย่างไร

644
00:42:57,429 --> 00:43:01,412
ก็ได้ ขอให้มันอยู่ในขอบข่าย ขอบเขตก็พอ

645
00:43:01,412 --> 00:43:05,412
นะครับ ครูจะรอฟังนักเรียนนะ เดี๋ยวจะให้ครูคณิตาสรุ

646
00:43:05,412 --> 00:43:09,412

647
00:43:09,414 --> 00:43:13,414

648
00:43:13,416 --> 00:43:17,415
ป เอาล่ะครับ ครูคณิตาครับ นักเรียนได้เสนอ

649
00:43:17,415 --> 00:43:21,415
เรื่องการศึกษาความหมายของคำ

650
00:43:22,415 --> 00:43:26,415
เรื่องประโยชน์ของการศึกความหมายของคำนี่ มาเป็นจำนวนมากเลย เดี๋ยวครูคณิตาสรุปมา

651
00:43:26,417 --> 00:43:30,413
เป็นประเด็นครับ มีประโยชน์

652
00:43:30,413 --> 00:43:34,413
อย่างไรบ้าง (คุณครูคณิตา) นั่นก็คือ 1. ค่ะ

653
00:43:34,442 --> 00:43:38,412
จะทำให้สามารถอ่านเนื้อเรื่องได้มากขชึ้นนั่นเอง

654
00:43:38,412 --> 00:43:42,412
มากขึ้นนั่นเองค่ะ 2. ได้รู้ความหมายของคำศัพท์มากข

655
00:43:42,413 --> 00:43:46,410
ึ้นนะคะ และ 3.สามารถนำไปใช้ในการ

656
00:43:46,410 --> 00:43:50,409
ในการอ่านเนื้อเรื่องอื่น ๆ ได้ค่ะ ซึ่งนักเรียน

657
00:43:50,409 --> 00:43:54,409
นี่ สามารถที่จะนำคำศัพท์เหล่านี้

658
00:43:54,409 --> 00:43:58,409
ไปใช้กับบทเรียนอื่น ๆ ใน

659
00:43:58,415 --> 00:44:02,412
วรรณคดีลำนำก็ได้นะคะ หากนักเรียนเจอคำเหล่านี้นี่

660
00:44:02,412 --> 00:44:06,412
เราก็จะรู้คำศัพท์เลย สามารถ

661
00:44:06,419 --> 00:44:10,418
ที่จะอ่านแล้วเข้าใขเนื้อเรื่องได้เลย ไม่จำเป็น

662
00:44:10,418 --> 00:44:14,418
ที่จะเสียเวลาเปิดพจนานุกรมหาความหมายได้อีกใช่ไหมคะครูปรเมษฐ

663
00:44:14,440 --> 00:44:18,416
(คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ คุณครูคณิตาครับ และอีกอย่างหนึ่งนี่ ที่เรารู้

664
00:44:18,416 --> 00:44:22,416
ความหมายของคำศัพท์เพิ่มมากขึ้นนี่ มันก็

665
00:44:22,418 --> 00:44:26,418
เปรียบเสมือนคลังปัญญา เปรียบเสมือน

666
00:44:26,421 --> 00:44:30,415
อาวุธของเรา เราจะไปเจอคำอะไรก็ตามแต่ ถ้าเรารู้ความหมาย

667
00:44:30,415 --> 00:44:34,415
เราก็สามารถเข้าใจและยังสามารถ

668
00:44:34,416 --> 00:44:38,416
อธิบาย ถ่ายทอดให้กับผู้อื่นฟังได้อีก อันนี้คือประโยชน์ของ

669
00:44:38,428 --> 00:44:42,409
ความหมายของคำศัพท์ ได้เรียนรู้ความหมายของคำศัพท์

670
00:44:42,409 --> 00:44:46,409
เพิ่มขึ้น เป็นคลังปัญญาของเรา และเรื่องนำไปใช้

671
00:44:46,409 --> 00:44:50,409
ในการอ่านเรื่องนี่ เป็นเรื่องที่สำคัญมากคุณครูคณิตา

672
00:44:50,425 --> 00:44:54,414
รู้ศัพท์เท่ากับอ่านเรื่องเข้าใจ อ่านเรื่อง

673
00:44:54,414 --> 00:44:58,414
เข้าใจเท่ากับถ่ายทอดได้ นักเรียนครับ อันนี้

674
00:44:58,420 --> 00:45:02,414
เป็นกลวิธีในการเรียนภาษาไทย เรียนวรรณคดี

675
00:45:02,414 --> 00:45:06,408
เรียนในเรื่องที่เราไม่สามารถที่จะแปลไทย

676
00:45:06,408 --> 00:45:10,408
ให้เป็นไทยอีกทีหนึ่งได้ แล้วเราเข้าใจนี่ มันคือสุดยอด

677
00:45:10,418 --> 00:45:14,414
ครับ เยี่ยม ถ้านักเรียนสารถที่จะรู้คำศัพท

678
00:45:14,414 --> 00:45:18,411
์ ยิ่งจำได้นี่ยิ่งยอดเลยครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ ถือ

679
00:45:18,411 --> 00:45:22,410
เป็นคลังความรู้ส่วนตัวนะคะ นักเรียนคะ

680
00:45:22,410 --> 00:45:26,410
หากในสมุดของนักเรียนนะคะ ยังจดไม่เรียบ

681
00:45:26,431 --> 00:45:30,429
ร้อย สามารถที่จะจด และทำสมุด

682
00:45:30,429 --> 00:45:34,414
ของเราให้น่าอ่านได้ค่ะ เพื่อที่เราจะได้

683
00:45:34,414 --> 00:45:38,414
กลับมาทบทวน และจำคำศัพท์เหล่านั้นให้มาก

684
00:45:38,418 --> 00:45:42,418
ยิ่งขึ้นนั่นเอง (คุณครูปรเมษฐ) ครูเชื่อว่าวันนี้นี่

685
00:45:42,423 --> 00:45:46,419
เรายังไม่ได้เข้าสู่เนื้อหา ครูเชื่อว่า

686
00:45:46,419 --> 00:45:50,419
นักเรียนนี่ จะต้องกลับไปใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้แน่นอน

687
00:45:50,423 --> 00:45:54,423
ในการอ่านเรื่อง นักเรียนครับ ไปอ่านมาล่วงหน้าก่อน

688
00:45:54,428 --> 00:45:58,410
สุภาษิตสอนหญิงที่นักเรียนได้เรียนนี่มีไม่กี่บทหรอก

689
00:45:58,410 --> 00:46:02,410
ครับ แต่จริง ๆ แล้วสุภาษิตฉบับจริง

690
00:46:02,411 --> 00:46:06,411
ฉบับเต็มนี่ เล่มหนาประมาณนี้เลยนะครับนักเรียน คำสอน

691
00:46:06,415 --> 00:46:10,413
เป็นจำนวนมากที่นักเรียนสามารถนำมาปรับได้ ใคร

692
00:46:10,413 --> 00:46:14,411
สนใจใคร่รู้ ก็สามารถที่จะไป Search

693
00:46:14,411 --> 00:46:18,411
หรือไปค้นหาในอินเทอร์เน็ตได้

694
00:46:18,411 --> 00:46:22,411
แล้วนักเรียนก็จะเป็นผู้ที่รู้ เป็นผู้ที่เยี่ยม แต่ถ้าใคร

695
00:46:22,442 --> 00:46:26,419
ไม่ค้นหาเพิ่มเติม อ่านจากหนังสือวรรณคดีลำนำ

696
00:46:26,419 --> 00:46:30,419
อ่านมาให้จบ บางครั้งครูอาจจะแค่ชี้แนวทาง

697
00:46:30,426 --> 00:46:34,426
นักเรียนก็เข้าใจแล้ว เพราะนักเรียนอ่านมาก่อน

698
00:46:34,437 --> 00:46:38,409
อย่างที่ครูจะพูดทุกครั้งเลย เรียนวรรณดี

699
00:46:38,409 --> 00:46:42,408
ให้สนุกและเข้าใจมันจะต้องทำการบ้าน คือ อ่านมาก่อน

700
00:46:42,408 --> 00:46:46,408
อ่านล่วงหน้า แล้วพอเข้าห้องมาเรียนด้วยกันนี่ จะเรียนอย่างเข้าใจ

701
00:46:46,410 --> 00:46:50,410
พริ้วเลยครับ สติปัญญาจะกระจ่างแจ้ง องนักเรียน

702
00:46:50,412 --> 00:46:54,412
ต่อไปคุณครูคณิตาจะสอนเรื่องอะไรครับ (คุณครูคณิตา) บทเรียนครั้งต่อไป

703
00:46:54,414 --> 00:46:58,413
เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่อง อ่านจับใจความค่ะ

704
00:46:58,413 --> 00:47:02,413
สิ่งที่นักเรียนจะต้องเตรียมนะคะ มีอะไรบ้าง คะคุณครู

705
00:47:02,427 --> 00:47:06,426
ปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) สิ่งที่หนู ๆ จะต้องเตรียมมา

706
00:47:06,426 --> 00:47:10,417
ใบความรู้ครับ 1. ใบความรู้ครับ เรื่อง หลักการอ่านจับใจความ

707
00:47:10,417 --> 00:47:14,417
2. ต้องเตรียมใบงาน เรื่อง สุภาษิต

708
00:47:14,453 --> 00:47:18,415
สอนหญิงสอนใจ แสดงว่าพรุ่งนี้นี่เราจะ

709
00:47:18,415 --> 00:47:22,414
อ่านจับใจความกัน แล้วทำใบงานกัน ยังไม่บอกว่า

710
00:47:22,414 --> 00:47:26,414
ทำอย่างไร ซึ่งสามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่ (คุณครูคณิตา) สามารถดาวน์

711
00:47:26,425 --> 00:47:30,407
โหลดข้อมูลได้ที่นี่เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

712
00:47:30,407 --> 00:47:34,407
สำหรับวันนี้นะครับ ครูจะต้องเน้นย้ำนักเรียนนะ

713
00:47:34,411 --> 00:47:38,410
ให้นักเรียนกลับไปอ่าน อย่างไรเสียก็ตาม

714
00:47:38,410 --> 00:47:42,410
กลับไปอ่าน อ่านให้รู้มาก่อน ให้รู้

715
00:47:42,411 --> 00:47:46,411
จากบ้านมาก่อน แล้วเดี๋ยวมาเรียนในห้องนี่แล้วมันจะเข้าใจ วันนี้

716
00:47:46,426 --> 00:47:50,414
สุภาษิตสอนหญิงน่าสนใจมากครับ วันนี้ครูค

717
00:47:50,414 --> 00:47:54,412
ณิตา และครูปรเมษฐขอลานักเรียนไปก่อนครับ สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค

718
00:47:54,412 --> 00:47:58,412
่ะ [เสียงดนตรี]

719
00:48:18,400 --> 00:48:15,232

720
00:47:58,412 --> 00:48:02,408

721
00:48:02,408 --> 00:48:06,406

722
00:48:06,406 --> 00:48:10,406

723
00:48:10,409 --> 00:48:14,406

724
00:48:14,406 --> 00:48:18,406

725
00:48:18,406 --> 00:48:22,406


