﻿1
00:00:03,805 --> 00:00:07,805

2
00:00:07,808 --> 00:00:11,808

3
00:00:14,985 --> 00:00:14,985

4
00:00:14,985 --> 00:00:18,908

5
00:00:18,908 --> 00:00:22,884

6
00:00:22,884 --> 00:00:26,884

7
00:00:26,894 --> 00:00:30,894

8
00:00:30,903 --> 00:00:34,903

9
00:00:34,904 --> 00:00:38,881
(คุณครูปรเมษฐ) ก็ตื่นเช้าวันนี้ ถือว่าเป็น

10
00:00:38,881 --> 00:00:42,881
วันดีกว่าวันใด เอ

11
00:00:42,908 --> 00:00:46,896
ชา เอชา เอชา

12
00:00:46,896 --> 00:00:50,896
เอชา ชะช่าชา มัน

13
00:00:50,913 --> 00:00:54,895
ถือว่าเป็นวันดี ยิ่งกว่าวันใด

14
00:00:54,895 --> 00:00:58,886
ครูจะไปสอนหนังสือก่อนนักเรียน

15
00:00:58,886 --> 00:01:02,871
จ๋า แล้วก็ได้เวลา

16
00:01:02,871 --> 00:01:06,871
ครูจะต้องไป แล้วพอได้แล้วเวลา

17
00:01:06,874 --> 00:01:10,874
ครูจะไปแล้ว ก็บอกนักเรียน

18
00:01:10,879 --> 00:01:14,879
น้องแก้วให้ชื่น...

19
00:01:15,867 --> 00:01:19,867
อะไรนี่โทรศัพท์

20
00:01:19,868 --> 00:01:23,859
นิว ฮัลโหล

21
00:01:23,859 --> 00:01:27,859
ว่าอย่างไรน้องนิว ว่าอย่างไรเพื่อน

22
00:01:27,872 --> 00:01:31,866
โทรมาแต่เช้าเลยนะ นี่กำลังไปทำงาน จะ

23
00:01:31,866 --> 00:01:35,860
ไปทำงานนี่เพิ่งตื่น วันนี้ไปแต่เช้าเลย

24
00:01:35,860 --> 00:01:39,860
เพราะว่าคิดถึงนักเรียนปลายทาง ทำไมล่ะ มีนธุระอะไร

25
00:01:39,873 --> 00:01:43,856
โทรมาแต่เช้านี่ ปรึกษา

26
00:01:43,856 --> 00:01:47,856
ที่บ้านนะ ทำไมล่ะ ข้างบ้านที่มีเด็ก

27
00:01:47,860 --> 00:01:51,860
มาเช่าหรือทำไม มีเด็กนักเรียน

28
00:01:51,867 --> 00:01:55,867
ผู้หญิงมาเช่าบ้าน

29
00:01:55,871 --> 00:01:59,861
กี่คนน่ะเพื่อน 4 คน

30
00:01:59,861 --> 00:02:03,861
ก็ดีแล้วเขาจะได้มีรายได้

31
00:02:03,891 --> 00:02:07,861
เขาทำไมกันน่ะ

32
00:02:07,861 --> 00:02:11,860
ไม่ไปโรงเรียน แล้ว...

33
00:02:11,860 --> 00:02:15,860
พาผู้ชายเข้ามา

34
00:02:15,897 --> 00:02:19,859
นักเรียนนั่น ป. อะไร ม. อะไรแล้ว

35
00:02:19,859 --> 00:02:23,859
เพิ่ง ม. 1 ม. 2 เองหรือ ในฐานะที่เราเป็นเพื่อนกันนะ

36
00:02:23,864 --> 00:02:27,860
ผมเข้าใจล่ะ ว่าเพื่อนไม่สบายใจ เลยมา

37
00:02:27,860 --> 00:02:31,855
ปรึกษา

38
00:02:31,855 --> 00:02:35,855
เขาเสพของมึนเมา สิ่งไม่ดีด้วยหรือ

39
00:02:35,885 --> 00:02:39,857
ข้างบ้านเราเหมือนกันด้วยนี่

40
00:02:39,857 --> 00:02:43,857
แล้วจะให้ทำอย่างไรนี่ เดี๋ยวนะ ๆ

41
00:02:43,896 --> 00:02:47,881
เดี๋ยววันนี้ เดี๋ยวเราขอไปโรงเรียนก่อน

42
00:02:47,881 --> 00:02:51,881
เดี๋ยวไปปรึกษาครูที่สอนคู่กันก่อน ว่าเขามีความเห็น

43
00:02:51,887 --> 00:02:55,865
ว่าอย่างไร แล้วเดี๋ยวพอสอนเสร็จเดี๋ยวจะโทรกลับไปให้คำปรึกษา

44
00:02:55,865 --> 00:02:59,864
เพื่อน ขอตัวก่อนนะ นักเรียนปลายทางกำลังรออยู่

45
00:02:59,864 --> 00:03:03,859
สวัสดีครับ

46
00:03:03,859 --> 00:03:07,857
(คุณครูคณิตา) สวัสดี

47
00:03:07,857 --> 00:03:11,857
คุณครูปลายทางและนักเรียนปลายทางทุกคนค่ะ

48
00:03:11,860 --> 00:03:15,860
วันนี้พบกับรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปี

49
00:03:15,880 --> 00:03:19,857
ที่ 6 กับคุณครูคณิตา หนุนอนันต์

50
00:03:19,857 --> 00:03:23,857
ค่ะ และครูปรเมษฐ ศรีกำเหนิด ค่ะ นักเรียนคะ

51
00:03:23,860 --> 00:03:27,856
เป็นอย่างไรกันบ้าง ได้ทบทวนหรือเปล่า

52
00:03:27,856 --> 00:03:31,856
ในสิ่งที่เราได้เรียนไป แต่เอ๊ คุณครู

53
00:03:31,862 --> 00:03:35,860
ปรเมษฐ คะ เป็นอะไรหรือเปล่าคะ

54
00:03:35,860 --> 00:03:39,860
ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะคะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนครับ ครูขอปรึกษาครู

55
00:03:39,860 --> 00:03:43,860
คณิตาหน่อยนะครับ คือเมื่อเช้านี้

56
00:03:43,866 --> 00:03:47,864
เพื่อนผมเขาโทร. มา เขาโทร. มาปรึกษาวาส

57
00:03:47,864 --> 00:03:51,861
ที่บ้านเขานี่ มีนักเรียนผู้หญิงนี่ี่บ้านเขานี่ มีนักเรียนผู้หญิงนี่

58
00:03:51,861 --> 00:03:55,859
3 - 4 คน มาเช่าบ้านอยู่ข้างบ้านเขา แล้ว

59
00:03:55,859 --> 00:03:59,859
นักเรียนผู้หญิงพวกนั้นนี่ทำพฤติกรรมไม่เหมาะสม

60
00:03:59,864 --> 00:04:03,864
ครูคณิตา เปิดเพลงบ้าง แล้วก็พาผู้ชายเข้ามา

61
00:04:03,881 --> 00:04:07,862
ในบ้าน แล้วก็ไม่รู้เขาทำอะไรกัน

62
00:04:07,862 --> 00:04:11,858
คราวนี้ในฐานะที่เพื่อนผมเขาอยู่บ้านใกล้เรือนเคียง

63
00:04:11,858 --> 00:04:15,858
เขาก็ไม่สบายใจ เขาเห็นว่าเรานี่เป็นครูนี่

64
00:04:15,866 --> 00:04:19,866
ซึ่งสั่งสอนนักเรียน แล้วก็บอกกับนักเรียน

65
00:04:19,872 --> 00:04:23,863
ที่อยู่ไกล ๆ ได้ เขาโทรมาปรึกษาผม ว่า

66
00:04:23,863 --> 00:04:27,862
จะทำอย่างไรดี ผมก็ไม่รู้จะให้คำตอบเขาอย่างไร

67
00:04:27,862 --> 00:04:31,856
เพราะผมจะต้องรีบมาโรงเรียนเพื่อมาเจอครูคณิตาและหนู ๆ ปลายทางทุกคนนี่

68
00:04:31,856 --> 00:04:35,856
ก็เลยได้วางสายไปก่อน ก็เลยไม่ได้ให้คำปรึกษาเขา

69
00:04:35,857 --> 00:04:39,857
คุณครูคณิตาคิดว่า เรื่องที่ผมโทร. มานี่

70
00:04:39,874 --> 00:04:43,874
มันดีไหมครับ (คุณครูคณิตา) หากมองในแง่ดี

71
00:04:43,891 --> 00:04:47,863
นะคะ เพื่อนที่พาผู้หญิง...

72
00:04:47,863 --> 00:04:51,862
ที่พาผู้ชายใช่ไหมคะ เข้าไปในบ้านใช่ไหมคะ อาจจะเป็นเพื่อนกันหรือเปล่า

73
00:04:51,862 --> 00:04:55,862
แล้วก็มันเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นนะคะ

74
00:04:55,862 --> 00:04:59,862
ครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เขาบอกว่าเปิดเพลงเสียงดัง ไม่หลับไม่

75
00:04:59,862 --> 00:05:03,862
นอนกลางคืน แล้วเหมือนจะดื่มเครื่องดื่มมึนเมากันด้วย

76
00:05:03,925 --> 00:05:07,868
(คุณครูคณิตา) ดื่มเครื่องดื่มมึนเมาด้วย

77
00:05:07,868 --> 00:05:11,862
เป็นสิ่งที่ดีไหมคะนักเรียน

78
00:05:11,862 --> 00:05:15,862
(คุณครูปรเมษฐ) อีกอย่างเป็นผู้หญิงด้วย (คุณครูคณิตา) เป็นผู้หญิงด้วย ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือ

79
00:05:15,892 --> 00:05:19,877
ผู้ชายการดื่มเครื่องดื่มมึนเมานี่ ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่

80
00:05:19,877 --> 00:05:23,875
ไม่ดีนะคะ นักเรียน เอาล่ะค่ะ วันนี้นี่มันจะ

81
00:05:23,875 --> 00:05:27,861
สอดคล้องกับเรื่องที่เราเรียนหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) นั่นสิ

82
00:05:27,861 --> 00:05:31,861
ครูคณิตา เกี่ยวกับเรื่องการประพฤติปฏิบัติตัวของผู้หญิงนี่

83
00:05:31,870 --> 00:05:35,863
ในปัจจุบันนี่ก็อย่างที่หนู ๆ นั้นได้รู้ว่า

84
00:05:35,863 --> 00:05:39,863
มันอาจจะมีผู้หญิงบางคนอาจจะทำ

85
00:05:39,864 --> 00:05:43,864
แบบเช่นที่ครูเล่าให้ครูคณิตาฟังนี่ ครูไม่สบายใจเลย

86
00:05:43,871 --> 00:05:47,871
ครับ ที่เพื่อนครูนี่โทร. มาเล่าเรื่องนี้ให้ครูฟัง

87
00:05:47,924 --> 00:05:51,870
ครูจะต้องหาวิธีการแก้ซึ่งในฐานะที่เป็นผู้หญิงนี่ไม่เหมาะสม

88
00:05:51,870 --> 00:05:55,861
นะ ใช่ไหมคุณครูคณิตา เพราะฉะนั้น วันนี้นี่ครูจะให้

89
00:05:55,861 --> 00:05:59,861
นักเรียนได้ศึกษากันในเรื่องอะไรครับ (คุณครูคณิตา) เรื่องอะไรคะ

90
00:05:59,880 --> 00:06:03,862
เรื่องสุภาษิตสอนหญิง

91
00:06:03,862 --> 00:06:07,862
ใช่ไหมคะ คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ ไปกันเลยดีกว่านักเรียน

92
00:06:07,885 --> 00:06:11,866
นักเรียนที่รักของครูครับ ในเรื่องสุภาษิตสอนหญิง

93
00:06:11,866 --> 00:06:15,866
นะครับ ก็จะอยู่ในหนังสือเรียนวรรณคดีลำนำ

94
00:06:15,889 --> 00:06:19,884
ตามที่ครูบอกไปเมื่อครั้งก่อน ว่าให้นักเรียนนั้น

95
00:06:19,884 --> 00:06:23,876
พกติดตัวมานะครับ ซึ่ง

96
00:06:23,876 --> 00:06:27,865
จะชื่อเรื่องอะไรนะ อย่าอะไรนะ ในหนังสือ (คุณครูคณิตา) อย่า...

97
00:06:27,865 --> 00:06:31,865
อย่าอะไรคะ อย่าชิงสุกก่อนห่าม ใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ)

98
00:06:31,877 --> 00:06:35,866
อย่าชิงสุกก่อนห่าม ไม่งามดี นักเรียนเปิดไปแล้ว

99
00:06:35,866 --> 00:06:39,866
จะได้ศึกษาเนื้อเรื่องไปพร้อม ๆ กันนะครับ การที่จะเรียนวรรณคดี

100
00:06:39,872 --> 00:06:43,858
เข้าใจและรู้เรื่องนี้ นักเรียนจะ

101
00:06:43,858 --> 00:06:47,858
ต้องศึกษาการอธิบายความหมายของคำก่อน

102
00:06:47,864 --> 00:06:51,864
จะทำให้นักเรียนนั้นเข้าใจอย่าง

103
00:06:51,868 --> 00:06:55,867
ถ่องแท้ครับ ไปกันเลยครับ เด็ก ๆ ครับ สนทนาประสา

104
00:06:55,867 --> 00:06:59,858
ครู - นักเรียน อย่าชิงสุกก่อนห่าม

105
00:06:59,858 --> 00:07:03,858
นะครับ คำนี้ อย่าชิงสุกก่อนห่ามนี่

106
00:07:03,860 --> 00:07:07,860
เป็นคำหนึ่งที่นักเรียนนั้นน่าจะเคยได้ยิน นักเรียนปลายทาง

107
00:07:07,895 --> 00:07:11,858
ของครูครับ ใครเคยได้ยิน

108
00:07:11,858 --> 00:07:15,856
หรือเคยเห็นคำนี้บ้าง ยกมือ

109
00:07:15,856 --> 00:07:19,856
ขึ้นสูง ๆ เลย เคยได้ยินไหม

110
00:07:19,868 --> 00:07:23,868
คุณครูคณิตาครับ พูดถึงเรื่องอย่าชิงสุกก่อนห่าม

111
00:07:23,889 --> 00:07:27,857
นี่ นักเรียน นักเรียนที่เคยได้ยินนี่

112
00:07:27,857 --> 00:07:31,857
ไหนลองเล่าให้กับคุณครู ให้กับเพื่อน ๆ ฟังได้ไหม

113
00:07:31,867 --> 00:07:35,861
ว่า อย่าชิงสุกก่อนห่ามนี่

114
00:07:35,861 --> 00:07:39,861
ว่าอย่างไร และเคยได้ยินมาจากใคร ไหนลองเล่าให้ฟังหน่อยสิครับ

115
00:07:39,866 --> 00:07:43,866

116
00:07:43,866 --> 00:07:47,860
ได้ฟังนักเรียนเล่าแล้ว

117
00:07:47,860 --> 00:07:51,860
คราวนี้ถามครูคณิตาบ้าง คุณครูคณิตาเห็นแล้ว

118
00:07:51,862 --> 00:07:55,862
คำนี้นี่ คุณครูคณิตาคิดว่ามีความหมายว่าอย่างไร

119
00:07:55,867 --> 00:07:59,866
แล้วน่าสนใจอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ อาจจะมีความหมายว่าอย่างไรคะ

120
00:07:59,866 --> 00:08:03,865
อย่างแรกเลยนะคะ อย่าชิงสุกก่อนห่าม

121
00:08:03,865 --> 00:08:07,864
ส่วนใหญ่เราจะใช้กับพวกผลไม้ใช่ไหมคะ ผลไม้

122
00:08:07,864 --> 00:08:11,864
นักเรียนเห็นรูปหรือเปล่าคะ เห็นรูปอะไรเอ่ย

123
00:08:11,864 --> 00:08:15,859
เป็นรูปมะม่วงนั่นเองนะคะ อันนี้ก็ยังไม่สุกนะคะ

124
00:08:15,859 --> 00:08:19,859
ถ้ามะม่วงสุกจะเป็นสีเหลืองนั่นเอง

125
00:08:19,879 --> 00:08:23,866
แล้วมันเกี่ยวอะไรล่ะ เกี่ยวอะไรกับสำนวน

126
00:08:23,866 --> 00:08:27,866
เด็ก ๆ ตอบได้ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่แสดงว่าคุณครูคณิตากำลัง

127
00:08:27,866 --> 00:08:31,865
นำเรื่องผลไม้เข้ามาผูกโยงกับคำนี้ใช่ไหมครับ

128
00:08:31,865 --> 00:08:35,865
(คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วฝั่งโน้นเป็นมะม่วงอะไร

129
00:08:35,870 --> 00:08:39,870
คุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา) มันมะม่วงอะไรมันหมายความว่าอย่างไรคะ

130
00:08:39,881 --> 00:08:43,871
(คุณครูปรเมษฐ) มันลักษณะของมันนี่ มันสุก

131
00:08:43,871 --> 00:08:47,863
หรือยัง (คุณครูคณิตา) ก็อย่างที่ครูบอกไปนะคะ ว่ามันยังไม่สุก

132
00:08:47,863 --> 00:08:51,863
นะคะ ถ้าผลไม้ หรือว่ามะม่วงนี่

133
00:08:51,863 --> 00:08:55,861
ถ้ามันสุกนะ มะม่วงถ้ามันสุกมันก็จะเป็น

134
00:08:55,861 --> 00:08:59,861
สีเหลืองนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้นี่หวานอร่อย อันนู้นมันจะรู้จึกเป็นอย่างไร

135
00:08:59,864 --> 00:09:03,863
เด็ก ๆ ตอบสิครับ มันเปรี้ยวมันฝาด

136
00:09:03,863 --> 00:09:07,858
คราวนี้ก็นำมาเปรียบเทียบ ในเมื่อมะม่วง

137
00:09:07,858 --> 00:09:11,858
นี่ ดูกันง่าย ๆ นะ มะม่วงนี่ ระหว่าง

138
00:09:11,869 --> 00:09:15,862
ที่สุกกับห่ามนี่ นักเรียนว่าอะไร

139
00:09:15,862 --> 00:09:19,858
มันน่าชิมน่าลิ้มลองและอร่อยกว่ากัน

140
00:09:19,858 --> 00:09:23,858
ใช่ครับนักเรียน ก็คิดเช่นเดียวกับครู

141
00:09:23,859 --> 00:09:27,859
สุกนี่รสชาติจะหวาน หอม อร่อยน่ารับประทานใช่ไหม

142
00:09:27,863 --> 00:09:31,858
ครูคณิตา ส่วนตอนมันห่าม

143
00:09:31,858 --> 00:09:35,858
มันอร่อยไหมน่ะ (คุณครูคณิตา) ก็ยังไม่อร่อย

144
00:09:35,864 --> 00:09:39,864
นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ยังไม่อร่อยเท่าที่ควร เพราะฉะนั้น ต้องอยู่ที่ต้น

145
00:09:39,865 --> 00:09:43,858
ของมันก่อน จนกว่ามันจะแก่ หรือเข้าฟัก

146
00:09:43,858 --> 00:09:47,858
เราถึงจะสอยมาแล้วก็มารับประทานมันก็จะอร่อย

147
00:09:47,865 --> 00:09:51,862
ก็เปรียบเสมือนตัวคนใช่ไหมครับ คำว่า "ชิงสุกก่อนห่าม"

148
00:09:51,862 --> 00:09:55,862
ถ้าตีเป็นความหมายในสำนวนสุภาษิตนี่

149
00:09:55,898 --> 00:09:59,864
ก็คือ แปลว่า (คุณครูคณิตา) ทำสิ่งที่ยังไม่สมควรแก่วัย

150
00:09:59,864 --> 00:10:03,860
หรือยังไม่ถึงเวลาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อย่างเช่น มะม่วงห่าม

151
00:10:03,860 --> 00:10:07,860
นั่นเอง ยังไม่ทันอร่อยเลย คนไปสอยมากินแล้ว

152
00:10:07,864 --> 00:10:11,864
มันก็ไม่ได้มีรสชาติเป็นที่น่าต้องการ อันนี้นำครับ เป็นการผูก

153
00:10:11,868 --> 00:10:15,868
โยงสำนวนไทยกับชีวิตประจำวัน และนำมาเป็นคำสอน

154
00:10:15,876 --> 00:10:19,876
เป็นคำสอนให้นักเรียนนะครับ ไปกันต่อ จุดประสงค์ของเรา

155
00:10:19,912 --> 00:10:23,861
ในวันนี้นะครับ 1. จะต้อง (คุณครูคณิตา) บอกหลักการอธิบาย

156
00:10:23,861 --> 00:10:27,861
ความหมายของคำหรือข้อความได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา)

157
00:10:27,861 --> 00:10:31,861
2. อธิบายของคำศัพท์ในบทเรียนได้ค่ะ

158
00:10:31,878 --> 00:10:35,867
3. เห็นถึงประโยชน์ของคำศัพท์ในบทเรียนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) และนี่คือ

159
00:10:35,867 --> 00:10:39,865
สิ่งที่นักเรียนนั้นจะต้องปฏิบัติได้

160
00:10:39,865 --> 00:10:43,865
อย่างที่บอกเมื่อต้นชั่วโมง เมื่อนักเรียนรู้ถึงความหมาย

161
00:10:43,865 --> 00:10:47,860
หรือคำศัพท์ จะทำให้นักเรียนนั้น เรียน

162
00:10:47,860 --> 00:10:51,860
วรรณดีทุกเรื่อง อย่างเข้าใจถ่องแท้แล้วมีความสุข อันนี้เป็นจุด

163
00:10:51,870 --> 00:10:55,870
ประสงค์ที่ต้องเรียนและต้องทราบไว้นะครับ

164
00:10:55,893 --> 00:10:59,861
ไปดูกันต่อเลยดีกว่า สุภาษิตสอนหญิง

165
00:10:59,861 --> 00:11:03,858
อย่าชิงสุกก่อนห่าม ไม่งามดีนี่

166
00:11:03,858 --> 00:11:07,858
เรายกบทเรียนในเรื่องสุภาษิตสอนหญิงมา ซึ่งเป็นของ...

167
00:11:07,864 --> 00:11:11,857
ขอสันนิษฐานนะ

168
00:11:11,857 --> 00:11:15,857
กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานว่า

169
00:11:15,860 --> 00:11:19,858
เป็นบทประพันธ์ของสุนทรภู่ สันนิษฐานนี่

170
00:11:19,858 --> 00:11:23,858
แต่งในช่วงรัชกาลที่ 3 - 4 ซึ่งคำว่า "สันนิษฐาน"

171
00:11:23,869 --> 00:11:27,861
อาจจะใช่ก็ได้หรือไม่ใช่ก็ได้ใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่

172
00:11:27,861 --> 00:11:31,861
ความคาดเดานั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อาจจะเป็นขา

173
00:11:31,861 --> 00:11:35,860
ซึ่ง เราไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นของคนชื่อ สุนทร

174
00:11:35,860 --> 00:11:39,860
โดยแท้จริง ใช่ไหมครับ เพราะเป็นการสันนิษฐาน อาจจะเป็นของ

175
00:11:39,861 --> 00:11:43,861
นายภู่ก็ได้ ครูไม่ได้ฟันธงว่าเป็นของสุนทรภู่ อาจจะเป็นของนายภู่ หรือ

176
00:11:43,875 --> 00:11:47,862
ของกวีท่านอื่นก็ได้นะครับ คุณครูคณิตาครับ

177
00:11:47,862 --> 00:11:51,858
(คุณครูคณิตา) ค่ะ สุภาษิตสอนหญิงนะคะ เป็น

178
00:11:51,858 --> 00:11:55,858
ประเภทคำสอน เพื่อต้องการเป็นเครื่องเตือน

179
00:11:55,864 --> 00:11:59,864
สติสอนใจสตรีทุกวัย ครอบคลุมทุกเรื่อง

180
00:11:59,867 --> 00:12:03,866
ทั้งกาย วาจา ใจ ค่ะ ครูคณิตา

181
00:12:03,866 --> 00:12:07,866
ผมมีคำถาม เด็ก ๆ ก็เช่นเดียวกัน ผมเป็น

182
00:12:07,867 --> 00:12:11,859
ครูเป็นผู้ชายน่ะ ครูเป็นผู้ชายน่ะนักเรียน ครู

183
00:12:11,859 --> 00:12:15,859
สามารถที่จะศึกษาได้ไหม น่ะ แล้วจะศึกษาไปทำไมน่ะครูคณิตา

184
00:12:15,862 --> 00:12:19,857
(คุณครูคณิตา) ยิ่งเป็นผู้ชายนะคะ อย่าเพิ่งคิดนะคะ

185
00:12:19,857 --> 00:12:23,857
ว่า เรื่องสุภาษิตสอนหญิง ต้องเป็นผู้หญิงเท่าน

186
00:12:23,862 --> 00:12:27,862
เป็นผู้หญิงเท่านั้นที่จะเรียนรู้ ผู้ชายก็สามารถ

187
00:12:27,911 --> 00:12:31,861
ที่จะเรียนรู้ได้ค่ะ เพราะอะไรเอ่ย

188
00:12:31,861 --> 00:12:35,860
เพราะว่าสุภาษิตสอนหญิงนี่มันเกี่ยวข้องทั้งชายและหญิง

189
00:12:35,860 --> 00:12:39,857
ฉะนั้น ผู้ชายก็ควรที่จะเรียนรู้

190
00:12:39,857 --> 00:12:43,857
ที่เหมาะและไม่เหมาะสมในการประพฤติกับ

191
00:12:43,863 --> 00:12:47,863
ผู้หญิงนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้น

192
00:12:47,968 --> 00:12:51,968
นักเรียนคงเข้าใจแล้วนะ ว่าคนอย่างเรา ๆ ต้องเรียนเช่น

193
00:12:51,978 --> 00:12:55,954
เดียวกันนะครับ เพราะฉะนั้น ตั้งใจนะครับ เด็กผู้ชาย

194
00:12:55,954 --> 00:12:59,954
ไม่ใช่นะครับ คำสอนต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่ในเรื่อง

195
00:12:59,986 --> 00:13:03,986
สุภาษิตสอนหญิงนี่นะ มัน

196
00:13:04,002 --> 00:13:07,974
ยังทันสมัย ก็คือแต่งเมื่อ 200 - 300 ปีที่แล้วน่ะ

197
00:13:07,974 --> 00:13:11,950
แต่ในปัจจุบันนี้ยังนำมาใช้ได้

198
00:13:11,950 --> 00:13:15,950
ที่ผู้หญิงควรกระทำ จึงจะต้องเรียน

199
00:13:16,053 --> 00:13:19,973
ยังสอดคล้องกับค่านิยมอยู่และก็ยังเข้ากับขนบ

200
00:13:19,973 --> 00:13:23,972
ธรรมเนียมประเพณีไทยเสมอมา

201
00:13:23,972 --> 00:13:27,860
พูดง่าย ๆ ว่ามันเป็นอกาลิโก

202
00:13:27,860 --> 00:13:31,856
มันไม่จำกัดการเวลา มันเหนือการเวลา

203
00:13:31,856 --> 00:13:35,856
ที่จะใช้ได้ยาวไปเลย แปลว่าไม่

204
00:13:35,858 --> 00:13:39,858
การลิโก แปลว่า กาลเวลา เป็นคำบาลีนะครับ ให้นักเรียน

205
00:13:39,861 --> 00:13:43,861
ได้รับรู้ไว้ คำเหล่านี้อ่านว่าอย่างไร

206
00:13:43,901 --> 00:13:47,874
ไปดูกันเลยครูคณิตาและเด็ก ๆ ครับ คุณครูคณิตา

207
00:13:47,874 --> 00:13:51,874
อ่านพร้อม ๆ กับเด็ก ๆ หน่อย (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คะ

208
00:13:51,874 --> 00:13:55,874
ออกเสียงพร้อม ๆ กันเลยค่ะ คำแรกอ่านว่า "

209
00:13:55,879 --> 00:13:59,857
อินังขังขอบ

210
00:13:59,857 --> 00:14:03,857
" ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อะไรนะครับ (คุณครูคณิตา)

211
00:14:03,870 --> 00:14:07,860
อินังขับขอบค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) งหมาย ? ในหัวอีกแล้วนะครับ

212
00:14:07,860 --> 00:14:11,860
มันหมายความว่าอย่างไร (คุณครูคณิตา) ก็คือข้อสงสัยใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ

213
00:14:11,866 --> 00:14:15,856
ล่ะ เด็ก ๆ สงสัยเหมือนครูไหมครับ

214
00:14:15,856 --> 00:14:19,856
มันแปลว่าอะไรล่ะ (คุณครูคณิตา) ยังค่ะ

215
00:14:19,861 --> 00:14:23,861
(คุณครูปรเมษฐ) ไม่รู้หรือครับ คำนี้อ่านว่าอะไรครับ เด็ก ๆ

216
00:14:23,870 --> 00:14:27,865
(คุณครูคณิตา) คำนี้อ่านว่า "ประ-จ๋อ-ประ-แจ๋" หรือเปล่าคะ "

217
00:14:27,865 --> 00:14:31,860
(คุณครูปรเมษฐ) ประจ๋อประแจ๋ เด็ก ๆ อ่านทวนสิคะ

218
00:14:31,860 --> 00:14:35,860
อ่านว่าอะไรเอ่ย อ่านว่า ประจ๋อประแจ๋"

219
00:14:35,899 --> 00:14:39,854
(คุณครูปรเมษฐ) นี่อีกน่ะ

220
00:14:39,854 --> 00:14:43,854
(คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คะ อ่านพร้อม ๆ กับครูค่ะ

221
00:14:43,872 --> 00:14:47,860
ก็คือ ลำไพ่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ลำไพ่ คืออย่างไรครับ ลำ

222
00:14:47,860 --> 00:14:51,860
ไพ่อย่างไรล่ะครับ เป็นการพนันหรือเปล่า (คุณครูคณิตา)

223
00:14:51,875 --> 00:14:55,864
เหมือนกันค่ะ คุณครูคณิตาก็ไม่ทราบนะคะ เดี๋ยว

224
00:14:55,864 --> 00:14:59,864
เรียนรู้พร้อม ๆ กันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ล่ะ เป็นจุดประสงค์ที่จะรู้ความ

225
00:14:59,895 --> 00:15:03,859
หมาย ถ้าเราไม่รู้ความหมายนี่ เจอคำว่า "อินังขังขอบ

226
00:15:03,859 --> 00:15:07,859
" นักเรียนก็ไม่สามารถที่จะบอกได้ ก็ไม่

227
00:15:07,864 --> 00:15:11,864
เข้าใจนะครับ คำเหล่านี้มีความหมายว่าอย่างไร

228
00:15:11,874 --> 00:15:15,864
เข้าใจหรือไม่ ตามที่ครูนั้นได้บอกนั่นเอง บางคนอาจ

229
00:15:15,864 --> 00:15:19,862
จะรู้ควสามหมายก็ได้ แต่คนที่ไม่รู้ล่ะ

230
00:15:19,862 --> 00:15:23,861
จะไปแปลได้อย่างไร แล้วจะเข้าใจในบทร้อยกรองนั้นอย่างไร สำคัญไหมครับ ครูคณิตา

231
00:15:23,861 --> 00:15:27,858
เด็ก ๆ ครับ สำคัญ

232
00:15:27,858 --> 00:15:31,858
ครูก็หามาให้ อินังขังขอบ

233
00:15:31,861 --> 00:15:35,861
หมายความว่าอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ อินังขังขอบ นะคะ

234
00:15:35,870 --> 00:15:39,857
คืออะไร คะนักเรียน การเอาใจใส่, เอาใจช่วย,

235
00:15:39,857 --> 00:15:43,857
ดูแล, เหลียวแลนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

236
00:15:43,869 --> 00:15:47,869
ถ้าเกิดคุณครูคณิตาสอนนักเรียนอยู่ คุณครูคณิตา

237
00:15:47,885 --> 00:15:51,859
เป็นผู้ที่มีความอินังขังขอบกับนักเรียน ก็หมายถึง

238
00:15:51,859 --> 00:15:55,859
มีความเข้าใจใส่อะไรอย่างนี้ใช่ไหมครับ

239
00:15:55,866 --> 00:15:59,859
(คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ผมอยากมีคนมาอินังขังขอบบ้างจังเลย ต่อไป

240
00:15:59,859 --> 00:16:03,859
คำว่า (คุณครูคณิตา) ประจ๋อประแจ๋ (คุณครูปรเมษฐ)

241
00:16:03,859 --> 00:16:07,859
หมายความว่าอย่างไร อาการที่พูดเอาอกเอาใจ

242
00:16:07,862 --> 00:16:11,862
หรือประจบประแจง นักเรียนคิดว่ามีความหมาย

243
00:16:11,865 --> 00:16:15,862
เป็นเชิงลบหรือเชิงบวก พูดจาประจ๋อประแจ๋นี่

244
00:16:15,862 --> 00:16:19,854
นะครับ มันเป็นเชิงลบ ไม่ค่อยดีนะครับ

245
00:16:19,854 --> 00:16:23,854
พูดประจบอะไรแบบนี้ มันก็เป็นพฤติกรรมที่ไม่ควรนะครับ ต่อไปครับ

246
00:16:23,880 --> 00:16:27,854
ลำไพ่ อันนี้น่าสนใจมาก แปลว่าอะไรครับ

247
00:16:27,854 --> 00:16:31,854
(คุณครูคณิตา) ลำไพ่นะคะ ก็คือเงิน หรือ

248
00:16:31,869 --> 00:16:35,857
ผลประโยชน์ที่หาได้เป็นพิเศษค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อย่างเช่น

249
00:16:35,857 --> 00:16:39,854
ครู ครู มีอาชีพเป็นครู

250
00:16:39,854 --> 00:16:43,854
พอถึงเวลาตอนเย็น ครูขับรถ

251
00:16:43,854 --> 00:16:47,854
มอเตอร์ไซค์รับจ้าง รถจักรยานยนต์รับจ้างนี่

252
00:16:47,854 --> 00:16:51,854
อันนี้ถือเป็นลำไพ่ไหม (คุณครูคณิตา) เป็นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

253
00:16:51,860 --> 00:16:55,858
ครูคณิตามีความสามารถในการทำกับข้าว

254
00:16:55,858 --> 00:16:59,858
สอนนักเรียน กลับไปทำกับข้าวส่งขายก็ถือว่าเป็นลำไพ่เช่นกัน

255
00:16:59,868 --> 00:17:03,858
(คุณครูคณิตา) เป็นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ลำไพ่นั่นเอง

256
00:17:03,858 --> 00:17:07,858
สามารถใช้ได้นะ ปัจจุบันยังพูดกันอยู่นะ "ลำไพ่" นี่

257
00:17:07,866 --> 00:17:11,857
มาร่วมกันคิด พิจารณา

258
00:17:11,857 --> 00:17:15,857
การที่เรารู้ความหมายของคำศัพท์นี่มันมีประโยชน์อย่างไร ตอบคำถาม

259
00:17:15,864 --> 00:17:19,856
ครับ

260
00:17:19,856 --> 00:17:23,855
นักเรียนก็ตอบ

261
00:17:23,855 --> 00:17:27,855
ครูคณิตา เด็ก ๆ บอกมีประโยชน์อย่างไร (คุณครูคณิตา) อย่างแรก

262
00:17:27,861 --> 00:17:31,856
นักเรียน สิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้จากคำ

263
00:17:31,856 --> 00:17:35,856
ศัพท์ต่าง ๆ นี่จะช่วยให้นักเรียนนะคะ

264
00:17:35,862 --> 00:17:39,860
ก็คือเข้าใจเรื่องที่อ่านได้ง่ายค่ะ หลังจากนั้น

265
00:17:39,860 --> 00:17:43,860
นะคะ มีอะไรอีกคะ (คุณครูปรเมษฐ) หลังจากนั้นใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ

266
00:17:43,891 --> 00:17:47,857
หลังจากนั้นก็เป็นผู้ที่มีความรู้นะคะ ในด้านคำศัพท์ ได้รัะบจากการ

267
00:17:47,857 --> 00:17:51,857
อ่านเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างมีความสุขนั่นเองค่ะ

268
00:17:51,877 --> 00:17:55,877
(คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ก็คือการที่เรารู้ความหมายของคำใช่ไหมครับ

269
00:17:55,885 --> 00:17:59,853
ตอไปให้นักเรียนช่วยกันเสนอความหมายของคำศัพท์

270
00:17:59,853 --> 00:18:03,853
ที่อยู่ในบทเรียน ว่าเราสามารถที่จะ

271
00:18:03,856 --> 00:18:07,856
ค้นหาความหมายของคำได้จากที่ใบบ้าง

272
00:18:07,862 --> 00:18:11,862
เด็ก ๆ ตอบสิครับ ค้นได้จากที่ใดบ้าง

273
00:18:11,862 --> 00:18:15,862
(คุณครูคณิตา) ที่ใดเอ่ย อย่างแรกนะคะนักเรียน

274
00:18:15,866 --> 00:18:19,866
(คุณครูปรเมษฐ) จากที่ไหนครับ (คุณครูคณิตา) อย่างแรกต้องไปค้นหาที่พจนานุกรม

275
00:18:19,877 --> 00:18:23,873
ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา) แล้วก็คาดเดาความหมายของคำ

276
00:18:23,873 --> 00:18:27,857
จากบริบทข้างเคียงค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ซึ่งบางคำ

277
00:18:27,857 --> 00:18:31,857
นี่มันไม่มีความหมายในพจนานุกรม เราก็

278
00:18:31,861 --> 00:18:35,861
มันน่าจะหมายความว่าอย่างไรนั่นเองนะครับ เดี๋ยวเราจะไปทำกิจกรรมกันนะครับนักเรียน

279
00:18:35,868 --> 00:18:39,859
เดี๋ยวเราจะไปทำกิจกรรมกันนักเรียน

280
00:18:39,859 --> 00:18:43,859
ค้นหาคำศัพท์จากเรื่อง อย่าชิงสุกก่อนห่าม

281
00:18:44,874 --> 00:18:48,857
ไม่งามดี โดยนำคำศัพท์ พร้อมความหมายนี่นะครับ

282
00:18:48,857 --> 00:18:52,855
ขึ้นมาเขียนบนกระดานในห้องเรียน ให้ได้มากที่สุดเลย

283
00:18:52,855 --> 00:18:56,855
แล้วจากนั้นก็ให้เขียนคำและความหมายลงใน

284
00:18:56,898 --> 00:19:00,875
สมุดของตนเอง ให้เป็นพจนานุกรมคำศัพท์ประจำเรื่อง

285
00:19:00,875 --> 00:19:04,875
โดยการอย่างไรครับ นักเรียน ให้หาคำศัพท์ก่อน

286
00:19:04,887 --> 00:19:08,869
ลุกขึ้นไปเขียนบนกระดาน อาจจะทำเป็นตารางก็ได้ หรือไปเขียนบนกระดาน

287
00:19:08,869 --> 00:19:12,856
ดำให้ได้มากที่สุดแล้วแปลความหมายด้วย เมื่อนักเรียรน

288
00:19:12,856 --> 00:19:16,856
ช่วยกันหา ครูคณิตาคิดว่าจะได้คำศัพท์เยอะไหมครับ

289
00:19:16,864 --> 00:19:20,860
(คุณครูคณิตา) เยอะค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ได้เยอะ เพราะนักเรียนช่วยกันหา

290
00:19:20,860 --> 00:19:24,860
นักเรียนมี 2 คน อาจจะได้คำศัพท์ถึง 60 คำ (คุณครูคณิตา) ถ้า

291
00:19:24,871 --> 00:19:28,871
นักเรียนมีน้อยนะคะ นักเรียนก็สามารถหาคำศัพท์

292
00:19:28,878 --> 00:19:32,854
เพิ่มเติมได้นะคะ จากคนละ 2 คำ เป็นคนละ 50 คำ หรือว่า

293
00:19:32,854 --> 00:19:36,854
ตามที่นักเรียนอยากที่จะเรียนรู้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

294
00:19:36,891 --> 00:19:40,853
คุณครูคณิตาเจอก่อนครูปรเมษฐ

295
00:19:40,853 --> 00:19:44,853
แล้วครูปรเมษฐกำลังจะหาคำนั้นอยู่พอดี ได้ไหม เอาไปซ้ำได้ไหม

296
00:19:44,878 --> 00:19:48,855
(คุณครูคณิตา) ถ้าให้ดีนะคะ ก็จะเปลี่ยนคำนะคะ

297
00:19:48,855 --> 00:19:52,855
เพื่อที่จะได้เรียนรู้คำศัพท์ที่หลากหลายค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

298
00:19:52,861 --> 00:19:56,861
นักเรียนจะได้องค์ความรู้ในคลัง

299
00:19:56,870 --> 00:20:00,858
คำศัพท์ของนักเรียนเป็นอย่างมาก

300
00:20:00,858 --> 00:20:04,858
(คุณครูคณิตา) ค่ะ ในส่วนของคุณครูปลายทางนะคะ ก็ดูแล

301
00:20:04,862 --> 00:20:08,862
การทำกิจกรรมของนักเรียนค่ะ ให้คำแนะนำนักเรียนหา

302
00:20:08,863 --> 00:20:12,863
เกิดความข้องใจค่ะ หรือคอยให้ความช่วยเหลือ

303
00:20:12,868 --> 00:20:16,868
นักเรียนหากนักเรียนเกิดปัญหาต่าง ๆ ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ

304
00:20:16,893 --> 00:20:20,856
เดี๋ยวครูจะให้นักเรียนทำกิจกรรมนี้นะครับ ให้นักเรียนหาคำ

305
00:20:20,856 --> 00:20:24,856
ศัพท์ในเรื่อง อย่าชิงสุกก่อนห่าม ไม่งามดี

306
00:20:24,894 --> 00:20:28,870
ไม่ต้องหาเรื่องอื่น เพราะฉะนั้น ไม่ได้มากเลยให้เวลาทำกี่นาทีดีครู

307
00:20:28,870 --> 00:20:32,855
คณิตา (คุณครูคณิตา) กี่นาทีดีคะ (คุณครูปรเมษฐ)

308
00:20:32,855 --> 00:20:36,855
สัก (คุณครูคณิตา) 10 นาทีดีไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ได้ครับ 10 นาที

309
00:20:36,859 --> 00:20:40,859
เพราะฉะนั้น ตั้งใจทำกิจกรรม และทำอย่างมีความสุขครับ

310
00:20:40,871 --> 00:20:44,871
ลงมือ [เสียงดนตรี]

311
00:20:59,317 --> 00:20:56,294

312
00:20:44,851 --> 00:20:48,851

313
00:20:48,857 --> 00:20:52,856

314
00:20:52,856 --> 00:20:56,850

315
00:20:56,850 --> 00:21:00,850

316
00:21:00,851 --> 00:21:04,851

317
00:21:04,857 --> 00:21:08,856

318
00:21:08,856 --> 00:21:12,856

319
00:21:12,856 --> 00:21:16,856

320
00:21:16,871 --> 00:21:20,855

321
00:21:20,855 --> 00:21:24,853

322
00:21:24,853 --> 00:21:28,853

323
00:21:28,868 --> 00:21:32,868

324
00:21:32,872 --> 00:21:36,854

325
00:21:36,854 --> 00:21:40,854

326
00:21:40,863 --> 00:21:44,863

327
00:21:44,866 --> 00:21:48,851

328
00:21:48,851 --> 00:21:52,851

329
00:21:52,874 --> 00:21:56,857

330
00:21:56,857 --> 00:22:00,856

331
00:22:00,856 --> 00:22:04,856

332
00:22:04,871 --> 00:22:08,859

333
00:22:08,859 --> 00:22:12,852

334
00:22:12,852 --> 00:22:16,852

335
00:22:16,857 --> 00:22:20,854

336
00:22:20,854 --> 00:22:24,854

337
00:22:24,858 --> 00:22:28,858

338
00:22:28,878 --> 00:22:32,851

339
00:22:32,851 --> 00:22:36,851

340
00:22:36,852 --> 00:22:40,852

341
00:22:40,852 --> 00:22:44,851

342
00:22:44,851 --> 00:22:48,851

343
00:22:48,866 --> 00:22:52,866

344
00:22:52,867 --> 00:22:56,850

345
00:22:56,850 --> 00:23:00,850

346
00:23:00,850 --> 00:23:04,850

347
00:23:04,853 --> 00:23:08,853

348
00:23:08,853 --> 00:23:12,852

349
00:23:12,852 --> 00:23:16,852

350
00:23:16,858 --> 00:23:20,858

351
00:23:20,861 --> 00:23:24,851

352
00:23:24,851 --> 00:23:28,851

353
00:23:28,852 --> 00:23:32,850

354
00:23:32,850 --> 00:23:36,850

355
00:23:36,851 --> 00:23:40,851

356
00:23:40,860 --> 00:23:44,851

357
00:23:44,851 --> 00:23:48,851

358
00:23:48,859 --> 00:23:52,859

359
00:23:52,861 --> 00:23:56,852

360
00:23:56,852 --> 00:24:00,852

361
00:24:00,896 --> 00:24:04,852

362
00:24:04,852 --> 00:24:08,852

363
00:24:08,852 --> 00:24:12,852

364
00:24:12,856 --> 00:24:16,855

365
00:24:16,855 --> 00:24:20,850

366
00:24:20,850 --> 00:24:24,850

367
00:24:24,852 --> 00:24:28,852

368
00:24:28,855 --> 00:24:32,855

369
00:24:32,856 --> 00:24:36,856

370
00:24:36,857 --> 00:24:40,857

371
00:24:40,869 --> 00:24:44,851

372
00:24:44,851 --> 00:24:48,851

373
00:24:48,851 --> 00:24:52,851

374
00:24:52,860 --> 00:24:56,855

375
00:24:56,855 --> 00:25:00,855

376
00:25:00,870 --> 00:25:04,870

377
00:25:04,892 --> 00:25:08,855

378
00:25:08,855 --> 00:25:12,850

379
00:25:12,850 --> 00:25:16,850

380
00:25:16,860 --> 00:25:20,854

381
00:25:20,854 --> 00:25:24,854

382
00:25:24,859 --> 00:25:28,850

383
00:25:28,850 --> 00:25:32,850

384
00:25:32,851 --> 00:25:36,851

385
00:25:36,853 --> 00:25:40,853

386
00:25:40,855 --> 00:25:44,850

387
00:25:44,850 --> 00:25:48,850

388
00:25:48,852 --> 00:25:52,852

389
00:25:52,855 --> 00:25:56,855

390
00:25:56,865 --> 00:26:00,865

391
00:26:00,868 --> 00:26:04,854

392
00:26:04,854 --> 00:26:08,850

393
00:26:08,850 --> 00:26:12,850

394
00:26:12,852 --> 00:26:16,852

395
00:26:16,852 --> 00:26:20,850

396
00:26:20,850 --> 00:26:24,850

397
00:26:24,854 --> 00:26:28,854

398
00:26:28,863 --> 00:26:32,863

399
00:26:32,863 --> 00:26:36,853

400
00:26:36,853 --> 00:26:40,852

401
00:26:40,852 --> 00:26:44,852

402
00:26:44,852 --> 00:26:48,849

403
00:26:48,849 --> 00:26:52,849

404
00:26:52,850 --> 00:26:56,850

405
00:26:56,855 --> 00:27:00,855

406
00:27:00,866 --> 00:27:04,851

407
00:27:04,851 --> 00:27:08,850

408
00:27:08,850 --> 00:27:12,850

409
00:27:12,852 --> 00:27:16,852

410
00:27:16,868 --> 00:27:20,850

411
00:27:20,850 --> 00:27:24,850

412
00:27:24,852 --> 00:27:28,852

413
00:27:28,867 --> 00:27:32,862

414
00:27:32,862 --> 00:27:36,862

415
00:27:36,863 --> 00:27:40,852

416
00:27:40,852 --> 00:27:44,852

417
00:27:44,855 --> 00:27:48,854

418
00:27:48,854 --> 00:27:52,854

419
00:27:52,854 --> 00:27:56,850

420
00:27:56,850 --> 00:28:00,850

421
00:28:00,852 --> 00:28:04,852

422
00:28:04,878 --> 00:28:08,850

423
00:28:08,850 --> 00:28:12,850

424
00:28:12,858 --> 00:28:16,857

425
00:28:16,857 --> 00:28:20,857

426
00:28:20,861 --> 00:28:24,851

427
00:28:24,851 --> 00:28:28,851

428
00:28:28,862 --> 00:28:32,850

429
00:28:32,850 --> 00:28:36,850

430
00:28:36,865 --> 00:28:40,850

431
00:28:40,850 --> 00:28:44,850

432
00:28:44,852 --> 00:28:48,852

433
00:28:48,853 --> 00:28:52,851

434
00:28:52,851 --> 00:28:56,851

435
00:28:56,874 --> 00:29:00,850

436
00:29:00,850 --> 00:29:04,850

437
00:29:04,853 --> 00:29:08,851

438
00:29:08,851 --> 00:29:12,851

439
00:29:12,860 --> 00:29:16,860

440
00:29:16,863 --> 00:29:20,863

441
00:29:20,863 --> 00:29:24,850

442
00:29:24,850 --> 00:29:28,850

443
00:29:28,854 --> 00:29:32,854

444
00:29:32,861 --> 00:29:36,850

445
00:29:36,850 --> 00:29:40,850

446
00:29:40,870 --> 00:29:44,853

447
00:29:44,853 --> 00:29:48,853

448
00:29:48,863 --> 00:29:52,852

449
00:29:52,852 --> 00:29:56,852

450
00:29:56,855 --> 00:30:00,855

451
00:30:00,866 --> 00:30:04,850

452
00:30:04,850 --> 00:30:08,850

453
00:30:08,855 --> 00:30:12,852

454
00:30:12,852 --> 00:30:16,852

455
00:30:16,854 --> 00:30:20,853

456
00:30:20,853 --> 00:30:24,853

457
00:30:24,861 --> 00:30:28,853

458
00:30:28,853 --> 00:30:32,853

459
00:30:32,856 --> 00:30:36,855

460
00:30:36,855 --> 00:30:40,853

461
00:30:40,853 --> 00:30:44,852

462
00:30:44,852 --> 00:30:48,852
(คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนครับ ครูเชื่อว่าหนู ๆ

463
00:30:48,864 --> 00:30:52,864
นั้นน่าจะค้นหาคำศัพท์ได้อย่างเป็นจำนวนมากเลย

464
00:30:52,875 --> 00:30:56,859
นะครับ แล้วทุกคนก็จะมีองค์ความรู้เต็มคลังคำศัพท์

465
00:30:56,859 --> 00:31:00,859
ประดับสติปัญญา สามารถใช้ได้ตลอดชีวิต

466
00:31:00,860 --> 00:31:04,858
เชื่อว่าอย่างนั้นนะครับ เพราะฉะนั้น ครูก็

467
00:31:04,858 --> 00:31:08,856
ได้ค้นหาคำศัพท์เช่นเดียวกันในช่วงเวลา 10 นาทีนี่

468
00:31:08,856 --> 00:31:12,854
จะนำเสนอให้นักเรียนได้ดู

469
00:31:12,854 --> 00:31:16,854
แล้วก็ถ้าเกิดนักเรียนไม่มีคำเหล่านี้ ให้นักเรียนทำอย่างไรครับ ครูคณิตา

470
00:31:16,859 --> 00:31:20,853
(คุณครูคณิตา) ให้จดเพิ่มเติมลงไปในสมุด

471
00:31:20,853 --> 00:31:24,853
ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แต่ถ้ามีแล้ว (คุณครูคณิตา) ถ้ามีแล้วก็สามารถ

472
00:31:24,860 --> 00:31:28,854
เขียนคำอธิบายเพิ่มเติมไปก็ได้นะคะ (คุณครูปรเมษฐ)

473
00:31:28,854 --> 00:31:32,854
เพราะฉะนั้น เดี๋ยวเราไปดูกันเลยว่าครูนั้นค้นหาคำไหน

474
00:31:32,858 --> 00:31:36,858
เสนอนักเรียนบ้าง ไปเลย คำนี้

475
00:31:36,862 --> 00:31:40,862
อ่านว่าอะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) อ่านว่า สาวแส้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

476
00:31:40,865 --> 00:31:44,859
สาวแส้...

477
00:31:44,859 --> 00:31:48,859
เป็นสาวแส้ แร่รวยตัวสะอาด มาจากบทกลอนตัวนี้นะครับ หมายความว่าอย่างไรเด็ก ๆ

478
00:31:48,865 --> 00:31:52,862
ครับ ตอบความหมายก่อน เชื่อว่าหลาย ๆ คนต้องเจอ

479
00:31:52,862 --> 00:31:56,854
แปลว่า แปลว่าอะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) แปลว่า

480
00:31:56,854 --> 00:32:00,854
หญิงสาวค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) กล่าวถึงผู้หญิงนี่ใช้คำว่า "สาวแส้" ก็ได้ คำ

481
00:32:00,861 --> 00:32:04,857
โบราณ โบราณนี่ใช่ ซ. โซ่ ด้วย

482
00:32:04,857 --> 00:32:08,857
นะครับ แต่ว่าปัจจุบ้นนี้ใช้ ส. เสือ

483
00:32:08,858 --> 00:32:12,858
ถ้าใช้ ซ. โซ้ ต้องใช้ไม้อะไร

484
00:32:12,865 --> 00:32:16,854
ไม้เอกนะ เพราะ ซ. โซ่ เป็นอักษรต่ำ

485
00:32:16,854 --> 00:32:20,854
ไปกันต่อ ดูคำต่อไปนะว่าตรงกันหรือไม่

486
00:32:20,854 --> 00:32:24,854
อินทรีย์ อินทรีย์ตัวนี้นี่

487
00:32:24,867 --> 00:32:28,860
ในบริบท ตรงนี้หมายความว่า

488
00:32:28,860 --> 00:32:32,860
(คุณครูคณิตา) หมายถึงอะไรคะ หมายถึงร่างกายนั่นเองค่ะ

489
00:32:32,879 --> 00:32:36,871
(คุณครูปรเมษฐ) หมายถึง ร่างกาย นะครับ อย่างเช่น เรา 2 คน

490
00:32:36,871 --> 00:32:40,859
มีอินทรีย์นะไปกันต่อเลย ร่างกายของเรานี่

491
00:32:40,859 --> 00:32:44,858
คำว่า อ่านว่าอะไร (คุณครูคณิตา) อ่าน

492
00:32:44,858 --> 00:32:48,858
ดูสิคะ อ่านว่า

493
00:32:48,862 --> 00:32:52,852
ฉะ-หวี ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ฉวี

494
00:32:52,852 --> 00:32:56,852
เป็นคำโบราณนะ ฉวี

495
00:32:56,853 --> 00:33:00,853
(คุณครูคณิตา) ฉวีแปลว่าอะไรเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) ต้องถามเด็ก ๆ ก่อนดีไหม เด็ก ๆ ตอบครับ เชื่อว่าเด็ก ๆ

496
00:33:00,865 --> 00:33:04,855
ต้องเจอ แปลว่าเยี่ยมครับ นักเรียน แปลว่า

497
00:33:04,855 --> 00:33:08,854
ผิวกาย ดูฉวี...

498
00:33:08,854 --> 00:33:12,854
แสดงว่าผิวกายนี่เป็นที่คนเห็น

499
00:33:12,860 --> 00:33:16,860
ก่อนเลยใช่ไหม ผิวหน้าก็เรียกว่าฉวีใช่ไหม

500
00:33:16,871 --> 00:33:20,863
เป็นผิวหน้าผิวกายเหมือนกันนะครับ เพิ่มเติมไปนะครับ

501
00:33:20,863 --> 00:33:24,863
คำต่อไป (คุณครูคณิตา) คำว่า "พงศา" ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

502
00:33:24,877 --> 00:33:28,858
พงศา

503
00:33:28,858 --> 00:33:32,858
พงศา หมายความว่าอย่างไรนักเรียน

504
00:33:32,872 --> 00:33:36,854
หมายความว่า ยังไม่ยอมตอบ

505
00:33:36,854 --> 00:33:40,854
ๆ ตอบครับ (คุณครูคณิตา) หมายความว่าอย่างไร ตอบครับ

506
00:33:40,866 --> 00:33:44,863
(คุณครูคณิตา) หมายความว่า ผู้มีชาติสกุล

507
00:33:44,863 --> 00:33:48,855
หรือว่าเชื้อสายสกุลค่ะ ทำไมพงศา

508
00:33:48,855 --> 00:33:52,855
เขาถึงหมายถึงสิ่งเหล่านี้ล่ะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ความหมายของเขา

509
00:33:52,868 --> 00:33:56,857
แปลว่าสกุล คุณครูคณิตาเคยได้ยิน

510
00:33:56,857 --> 00:34:00,857
คำว่า "วงศาขนาญาติ" ไหม

511
00:34:00,861 --> 00:34:04,861
หรือพงศาคนาญาติ (คุณครูคณิตา) เคยได้ยินค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) หมายถึงชื่อสกุลเร

512
00:34:04,901 --> 00:34:08,865
นั่นเอง ไม่รู้ว่าวงศาคณาญาติของครู

513
00:34:08,865 --> 00:34:12,862
คณิตาอยู่ที่ไหนใช่ไหม ก็หมายถึงว่าผมถามว่า

514
00:34:12,862 --> 00:34:16,862
ว่า ต้นสกุล หรือว่าบรรพบุรุษของครูคณิตา

515
00:34:16,870 --> 00:34:20,870
อยู่จังหวัดอะไรที่ไหนประมาณนั้นนะครับ ทำไมครูพูด

516
00:34:20,876 --> 00:34:24,866
คำว่า "วงศา" ล่ะ ทำไมไม่พูด พงศา

517
00:34:24,866 --> 00:34:28,866
พ. พาน กับ ว. แหวน ถ้าในภาษาบาลีนะ

518
00:34:28,873 --> 00:34:32,859
นักเรียนจะเจอตอนโต พ. พาน กับ ว. แหวน คือ (คุณครูคณิตา) คืออะไร คะ (คุณครูปรเมษฐ) คือ

519
00:34:32,859 --> 00:34:36,859
เราจะแผงกันไปกันมาได้ อย่างคำว่า "พระ "

520
00:34:36,879 --> 00:34:40,867
พ-ร-ะ พระ

521
00:34:40,867 --> 00:34:44,861
ถ้าแผลง ก็คือใช้ ว. แหวน ร. หเรือ

522
00:34:44,861 --> 00:34:48,861
เช่นเดีญวกัน หมายความว่าอย่างเดียวกันเลย

523
00:34:48,861 --> 00:34:52,861
เกร็ดความรู้เพิ่มเติมนะครับ

524
00:34:52,864 --> 00:34:56,855
(คุณครูคณิตา) คำต่อมานะคะ เสนอคำว่า

525
00:34:56,855 --> 00:35:00,855
ปรารมภ์ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ปรารมภ์ (คุณครูคณิตา) ออกเสียงให้ชัด

526
00:35:00,868 --> 00:35:04,862
นะคะ ออกเสียงอีกครั้งค่ะ

527
00:35:04,862 --> 00:35:08,854
(คุณครูปรเมษฐ) ปรารมภ์ ต้องมี ร. เรือ กระดกลิ้น

528
00:35:08,854 --> 00:35:12,854
นะครับ หมายความว่าอย่างไร เด็ก ๆ ตอบก่อน

529
00:35:12,865 --> 00:35:16,854
หมายความว่า

530
00:35:16,854 --> 00:35:20,854
หมายความว่า ๆ (คุณครูคณิตา) หมายความว่า วิตกกังวล

531
00:35:20,862 --> 00:35:24,861
รำพึงหรือว่าครุ่นคิดค่ะ

532
00:35:24,861 --> 00:35:28,861
(คุณครูปรเมษฐ) อย่างเช่นที่ครูคณิตาบอกว่า

533
00:35:28,871 --> 00:35:32,854
วันนี้ฉันปรารมภ์ เรื่อง สุภาษิต

534
00:35:32,854 --> 00:35:36,854
เลย หมายถึงว่าครุ่นคิดใช่ไหมครับ ว่าจะสอน

535
00:35:36,877 --> 00:35:40,863
ประมาณนั้นหรือเปล่าครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ ก็มีความครุ่นคิดนะคะ

536
00:35:40,863 --> 00:35:44,863
มีความวิตกกังวลเล็กน้อยนะคะ

537
00:35:44,873 --> 00:35:48,857
ที่จะให้นักเรียนนี่เข้าใจเนื้อหาได้อย่างถ่อง

538
00:35:48,857 --> 00:35:52,856
แท้ และชัดเจน และนำพฤติกรรมเหล่านั้นมาใช้

539
00:35:52,856 --> 00:35:56,856
(คุณครูปรเมษฐ) นั่นสิครับ เลยเลือกใช้คำนี้มาพูด

540
00:35:56,856 --> 00:36:00,856
ครูก็ไม่รู้ความหมายจึงต้องเปิดหา ต่อไป

541
00:36:00,876 --> 00:36:04,859
คำว่า "ไพล่" พอ-ลอ-ไอ-ไพล

542
00:36:04,859 --> 00:36:08,855
เอก ไพล่

543
00:36:08,855 --> 00:36:12,855
ไพล่ตัวนี้แปลว่า... แทนที่จะเป็น

544
00:36:12,872 --> 00:36:16,858
กลับเป็นอีกอย่างหนึ่ง อย่างเช่น

545
00:36:16,858 --> 00:36:20,858
แทนที่จะข้าวนี่ ไพล่ไปกินก๋วยเตี๋ยว

546
00:36:20,888 --> 00:36:24,852
คือมันเปลี่ยนไป

547
00:36:24,852 --> 00:36:28,852
เด็ก ๆ เข้าใจความหมายไหม อาจจะเอาไปแต่งประโยคก็ได้นะครับ จะได้เข้าใจมากยิ่งขึ้น

548
00:36:28,891 --> 00:36:32,856
ถ่องแท้ยิ่งขึ้น เพิ่มเติมไปนะครับ

549
00:36:32,856 --> 00:36:36,856
(คุณครูปรเมษฐ) เป็นคำโบราณเช่นเดียวกันนะครับ (คุณครูคณิตา) ในปัจจุบัน เรา

550
00:36:36,868 --> 00:36:40,860
ไม่ค่อยเจอคำเหล่านี้แล้วนะคะ แล้วเราไม่ใช้

551
00:36:40,860 --> 00:36:44,860
ในชีวิตประจำวันด้วยนะคะ นักเรียนอาจจะไม่คุ้นหู

552
00:36:44,887 --> 00:36:48,861
คุ้นตานะคะ แต่ก็สามารถที่จะจดลงไปเพิ่มเติม

553
00:36:48,861 --> 00:36:52,854
ได้ เพื่อที่จะนำไปเป็น

554
00:36:52,854 --> 00:36:56,854
คำศัพท์คลังความรู้ของนักเรียนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อีกอย่าง

555
00:36:56,862 --> 00:37:00,857
มันพบเจอใจบทกลอน ถ้านักเรียนไม่เข้าใจความหมาย

556
00:37:00,857 --> 00:37:04,857
นักเรียนก็จะตีความในบทนั้น ๆ ไม่ได้

557
00:37:04,859 --> 00:37:08,858
นั่นจึงต้องรู้นะครับ ต่อไป ไพล่ แล้วก็พล่าน

558
00:37:08,858 --> 00:37:12,858
พล่าน  พอ-ลอ-อา-นอ

559
00:37:12,869 --> 00:37:16,861
พลาน เอก พล่าน พล่านนี่หมายถึงอะไร

560
00:37:16,861 --> 00:37:20,861
ต้องเจอนะครับ บอกครูมา พล่าน

561
00:37:20,897 --> 00:37:24,864
แปลว่า อาการเป็น

562
00:37:24,864 --> 00:37:28,864
ไปในลักษณะป่วน วุ่น

563
00:37:28,866 --> 00:37:32,866
ซ่าน เป็นอย่างไรครูคณิตา เคยได้ยินคำว่า "ดิ้นพล่าน"

564
00:37:32,868 --> 00:37:36,865
(คุณครูคณิตา) เป็นอย่างไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ลักษณธ

565
00:37:36,865 --> 00:37:40,858
ดิ้น กระเสือกกระสน วุ่นวาย แถกไป

566
00:37:40,858 --> 00:37:44,858
สารพัดเลย เหมือนเคยไปตลาดนัด

567
00:37:44,881 --> 00:37:48,881
ไปนัดบ้านคร

568
00:37:48,938 --> 00:37:52,885
คณิตาเคยเห็นแม่ค้าที่เขาเอาปลานี่ ปลา

569
00:37:52,885 --> 00:37:56,885
ที่ยังเป็น ๆ อยู่ในนั้นมาขายไหม อยู่ในกะละมัง

570
00:37:58,003 --> 00:38:01,862
มันดิ้นพล่านไปหมดเลย มันสับสน

571
00:38:01,862 --> 00:38:05,862
วุ่นวายประมาณนั้น

572
00:38:05,879 --> 00:38:09,867
นะครับ โดยนักเรียนโดนเพื่อนทำร้าย

573
00:38:09,867 --> 00:38:13,867
ลุกดิ้นพล่านนี่ ก็ใช้ความหมายประมาณนี้

574
00:38:13,867 --> 00:38:17,867
นะ ใช่ไหม คำว่า "พล่าน" พล่าน

575
00:38:17,868 --> 00:38:21,857
ต่อไป พูดผลอ

576
00:38:21,857 --> 00:38:25,857
พูดผลอ เหมือนเป็นคำที่ไม่เคยพบเคยเห็นในชีวิตเลยนะ

577
00:38:25,873 --> 00:38:29,873
(คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ ไม่ค่อยได้ยินเลยนะคะ คำเหล่านี้นะ

578
00:38:29,875 --> 00:38:33,855
เชื่อว่านักเรียนต้องพบบ้าง พูดผลอ

579
00:38:33,855 --> 00:38:37,855
พูดผลอ 1 2 3 ตอบครับ หมายความว่า

580
00:38:37,885 --> 00:38:41,885
(คุณครูคณิตา)  หมายความว่าพูดประจบประแจงนั่นเอง

581
00:38:41,893 --> 00:38:45,857
ก็คล้าย ๆ กับประจ๋อประแจ๋ใช่ไหมคะ ครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ)

582
00:38:45,857 --> 00:38:49,857
ใช่ครับครูคณิตา ความหมายไปในทางที่ดีหรือไม่ดี

583
00:38:49,883 --> 00:38:53,869
ครับ (คุณครูคณิตา) ไปเป็นความหมายในทางที่ไม่ดีนะ

584
00:38:53,869 --> 00:38:57,869
(คุณครูปรเมษฐ) มาจากบทกลอนว่าอย่าเที่ยวพล่าน

585
00:38:57,874 --> 00:39:01,874
พูดผลอประจ๋อประแจ๋

586
00:39:01,874 --> 00:39:05,871
ก็คือสอนผู้หญิงนะ ว่าอย่าไปทำอะไรวุ่นวาย

587
00:39:05,871 --> 00:39:09,858
ทำให้ไปพูดจาประจบประแจงเพ้อเจ้อ

588
00:39:09,858 --> 00:39:13,858
เป็นการสอนนะครับ ต่อไป เป็นคำว่า

589
00:39:13,867 --> 00:39:17,860
พิไร (คุณครูคณิตา) พิไรค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) พิ

590
00:39:17,860 --> 00:39:21,860
ไร (คุณครูคณิตา) พิไร แปลว่าอะไรเอ่ย

591
00:39:21,862 --> 00:39:25,862
ครูเชื่อว่าเด็ก ๆ หาคำศัพท์เหล่านี้เจอนะคะ พิไร

592
00:39:25,869 --> 00:39:29,869
แปลว่าอะไรคะ แปลว่า

593
00:39:29,871 --> 00:39:33,867
รำพัน, ร่ำว่า, ร่ำร้อง นั่นเองค่ะ

594
00:39:33,867 --> 00:39:37,867
(คุณครูปรเมษฐ) มันให้กระจ่างหน่อยครับ

595
00:39:37,874 --> 00:39:41,872
ยกตัวอย่างให้ฟังหน่อยครูคณิตา (คุณครูคณิตา) อย่างเช่นคำว่าอะไรดีนะ

596
00:39:41,872 --> 00:39:45,867
เด็ก ๆ คะ ช่วยคุณครูยกตัวอย่างหน่อยได้ไหมคะ

597
00:39:45,867 --> 00:39:49,867
คำว่า "พิรี้พิไร" นี่ ก็เป็นลักษณะของ

598
00:39:49,871 --> 00:39:53,862
การรำพัน ร่ำว่า ร่ำร้องไหมคะ ครูปรเมษฐ

599
00:39:53,862 --> 00:39:57,862
(คุณครูคณิตา)หมายถึงการอยากจะได้อยากจะว่า ก็ใช้

600
00:39:57,865 --> 00:40:01,860
พิไรนะ เป็นคำโบราณอีกแล้วนะครับ เจอในบทกลอน

601
00:40:01,860 --> 00:40:05,860
ถ้าไม่รู้ความหมายก็จะแปลไม่ได้นั่นเอง

602
00:40:05,872 --> 00:40:09,871
เพิ่มเติมไปนะครับ ต่อไป

603
00:40:09,871 --> 00:40:13,870
หลู่ หลู่ อันนี้นักเรียนต้องเคย

604
00:40:13,870 --> 00:40:17,870
ได้ยิน จะอยู่คู่กับคำว่า "ลบ" เป็น

605
00:40:17,875 --> 00:40:21,854
ลบหลู่ คล้องจองกันเกินเลย ก็คือ

606
00:40:21,854 --> 00:40:25,854
เป็นคำว่าหลบหลู่ดูหมิ่น คำว่า "หลู่

607
00:40:25,879 --> 00:40:29,859
" มีความหมายว่าอย่างไร นักเรียนตอบ

608
00:40:29,859 --> 00:40:33,859
เก่งมากครับ หมายความว่า

609
00:40:33,861 --> 00:40:37,861
(คุณครูคณิตา) หมายความว่า ลบคุณ, ดูถูก, ไม่นับถือ

610
00:40:37,893 --> 00:40:41,868
ค่ะ อย่างเช่น เธอ หลบหลู่เขา

611
00:40:41,868 --> 00:40:45,858
ก็จะเป็นการ อาจจะเป็นการดูถูกนะคะ ก็เป็นการกระทำ

612
00:40:45,858 --> 00:40:49,858
ที่ไม่ดีนะคะ ใช่ไหมคะ คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ

613
00:40:49,887 --> 00:40:53,858
อย่างเช่น คำว่า "นักเรียนหลู่

614
00:40:53,858 --> 00:40:57,858
ครูบา" เคยเจอในบทกลอน ก็หมายถึงนักเรียน

615
00:40:57,872 --> 00:41:01,855
ที่เป็นอย่างไร ไม่นับถือครูบาอาจารย์

616
00:41:01,855 --> 00:41:05,855
ลบคุณครูบาอาจารย์ ก็เป็นพฤติกรรมที่ไม่ควรกระทำนะ เป็นบาปแก่ตัวด้วย

617
00:41:05,918 --> 00:41:09,875
ไม่ดีนะครับ ต่อไป (คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมาค่ะ คำ

618
00:41:09,875 --> 00:41:13,868
สุดท้าย ก็คือคำว่า "ระอิดระอา"

619
00:41:13,868 --> 00:41:17,868
(คุณครูปรเมษฐ) ออกเสียงชัด ๆ ตาครูคณิตาอีกครั้งครับ (คุณครูคณิตา)

620
00:41:17,881 --> 00:41:21,863
อ่านว่าระอิดระอาค่ะ

621
00:41:21,863 --> 00:41:25,862
(คุณครูปรเมษฐ) หมายความว่าอย่างไรครับ นักเรียนตอบครับ 1, 2, 3

622
00:41:25,862 --> 00:41:29,862
เฉลย (คุณครูคณิตา) หมายความว่า

623
00:41:29,905 --> 00:41:33,853
เบื่อหน่ายหรือหมดกำลังใจเพราะถูกรบกวน

624
00:41:33,853 --> 00:41:37,853
ทำให้เกิดความรำคาญค่ะ หรือมีเหตุ

625
00:41:37,866 --> 00:41:41,866
ติดขัดบ่อยนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ระอิดระอา

626
00:41:41,872 --> 00:41:45,860
อันนี้ยังใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน

627
00:41:45,860 --> 00:41:49,860
(คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ เรายังเจอในชีวิตประจำวันนะ คำเหล่านี้นะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ เรียน

628
00:41:49,869 --> 00:41:53,868
ภาษาไทย ระอิดระอาได้ไหม ไม่ได้นะ

629
00:41:53,868 --> 00:41:57,858
เรียนภาษาไทยต้องมีความสุข เราจะไม่ระอิดระอา

630
00:41:57,858 --> 00:42:01,858
ต่อกันและกันใช่ไหมครับ นักเรียน นักเรียน

631
00:42:01,861 --> 00:42:05,861
บันทึกไป ครูเชื่อว่าระหว่างที่ครูทั้ง 2 คน

632
00:42:05,881 --> 00:42:09,859
ได้นำเสนอ ได้อธิบายให้นักเรียนฟังนี่ นักเรียนจะบันทึกเป็นที่เรียบร้อย

633
00:42:09,859 --> 00:42:13,859
แล้วนะครับ เพราะฉะนั้น เดี๋ยวเราไปสรุปบทเรียน

634
00:42:13,863 --> 00:42:17,863
พากเพียรความรู้กันดีกว่านะครับ

635
00:42:17,871 --> 00:42:21,862
นักเรียนครูก็มีคำถามนะครับ คุณครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) การศึกษาความหมาย

636
00:42:21,862 --> 00:42:25,858
ของคำประโยค และข้อความในบทเรียน

637
00:42:25,858 --> 00:42:29,858
ก่อนการอ่านเนื้อเรื่องมีประโยชน์อย่างไรคะ

638
00:42:29,872 --> 00:42:33,864
นักเรียนคะ ลองคิดดูสิคะ ว่าการทบทวน

639
00:42:33,864 --> 00:42:37,856
การศึกษาความหมายหรือคำต่าง ๆ ก่อนที่

640
00:42:37,856 --> 00:42:41,856
เราจะเริ่มเรียนนี่ มันช่วยให้เรานี่ เรียน

641
00:42:41,864 --> 00:42:45,856
เป็นอย่างไร (คุณครูปรเมษฐ) นั่นล่ะครับ มันคือประโยชน์

642
00:42:45,856 --> 00:42:49,855
ของการศึกษานั่นเอง นักเรียนครับ

643
00:42:49,855 --> 00:42:53,854
ให้ช่วยกันตอบ ช่วยกันเสนอนะ มันเป็นความคิด

644
00:42:53,854 --> 00:42:57,854
เห็นของนักเรียนไม่มีผิดนะ จะเสนออย่างไร

645
00:42:57,858 --> 00:43:01,858
ก็ได้ ขอให้อยู่ในขอบข่ายขอบเขตก็พอ

646
00:43:01,874 --> 00:43:05,863
นะครับ ครูจะรอฟังนักเรียนนะ เดี๋ยวจะให้ครูคณิตาสรุ

647
00:43:05,863 --> 00:43:09,858

648
00:43:09,858 --> 00:43:13,857

649
00:43:13,857 --> 00:43:17,857
ป เอาล่ะครับ ครูคณิตาครับ นักเรียนได้เสนอ

650
00:43:17,865 --> 00:43:21,856
เรื่องการศึกษาความหมายของคำ

651
00:43:21,856 --> 00:43:25,856
มาเป็นจำนวนมากเลย เดี๋ยวคุณครูคณิตาจะสรุปมา

652
00:43:25,857 --> 00:43:29,856
เป็นประเด็นครับ มีประโยชน์

653
00:43:29,856 --> 00:43:33,855
อย่างไรบ้าง นั่นก็คือ 1. ค่ะ

654
00:43:33,855 --> 00:43:37,855
จะทำให้สามารถอ่านเนื้อเรื่องได้มากขชึ้นนั่นเอง

655
00:43:37,856 --> 00:43:41,856
มากขึ้นนั่นเองค่ะ 2. ได้รู้ความหมายของคำศัพท์มากข

656
00:43:41,856 --> 00:43:45,856
เพิ่มมากขึ้นนะคะ และ 3.สามารถนำไปใช้ในการ

657
00:43:45,865 --> 00:43:49,865
ในการอ่านเนื้อเรื่องอื่น ๆ ได้ค่ะ ซึ่งนักเรียน

658
00:43:49,896 --> 00:43:53,865
นี่ สามาารถที่จะนำคำศัพท์เหล่านี้นี่

659
00:43:53,865 --> 00:43:57,865
ไปใช้กับบทเรียนอื่น ๆ ใน

660
00:43:57,872 --> 00:44:01,871
วรรณคดีลำนำก็ได้นะคะ หากนักเรียนเจอคำเหล่านี้นี่

661
00:44:01,871 --> 00:44:05,871
เราก็จะรู้คำศัพท์เลย สามารถ

662
00:44:05,873 --> 00:44:09,857
อ่านแล้ว เข้าใขเนื้อเรื่องได้เลย ไม่จำเป็น

663
00:44:09,857 --> 00:44:13,857
ที่จะเปิดพจนานุกรมหาความหมายได้อีกใช่ไหมคะ ครูปรเมษฐ

664
00:44:13,863 --> 00:44:17,863
(คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ คุณครูคณิตาครับ และอีกอย่างหนึ่งการที่เรารู้

665
00:44:17,871 --> 00:44:21,866
ความหมายของคำศัพท์เพิ่มมากขึ้นนี่ มันก็

666
00:44:21,866 --> 00:44:25,859
เปรียบเสมือนคลังปัญญา เปรียบเสมือน

667
00:44:25,859 --> 00:44:29,855
เราจะไปเจอคำอะไรก็ตามแต่ ถ้าเรารู้ความหมาย

668
00:44:29,855 --> 00:44:33,855
เราก็สามารถเข้าใจและยังสามารถ

669
00:44:33,872 --> 00:44:37,862
อธิบาย ถ่ายทอดให้กับผู้อื่นฟังได้อีก อันนี้คือประโยชน์ของ

670
00:44:37,862 --> 00:44:41,862
ความหมายของคำศัพท์ ได้เรียนรู้ความหมายของคำศัพท์

671
00:44:41,862 --> 00:44:45,854
เพิ่มขึ้น เป็นคลังปัญญาของเรา และเรื่องที่นำไปใช้

672
00:44:45,854 --> 00:44:49,854
อ่านเรื่องนี่ เป็นเรื่องที่สำคัญมากคุณครูคณิตา

673
00:44:49,859 --> 00:44:53,859
รู้ศัพท์เท่ากับอ่านเรื่องเข้าใจ อ่านเรื่อง

674
00:44:53,866 --> 00:44:57,864
เข้าใจ เท่ากับถ่ายทอดได้ นักเรียนครับ อันนี้

675
00:44:57,864 --> 00:45:01,861
เป็นกลวิธีในการเรียนภาษาไทย เรียนวรรณคดี

676
00:45:01,861 --> 00:45:05,857
เรียนในเรื่องที่เราไม่สามารถแปลไทย

677
00:45:05,857 --> 00:45:09,857
ให้เป็นไทยอีกทีหนึ่งได้ แล้วเราเข้าใจนี่ มันคือสุดยอด

678
00:45:09,868 --> 00:45:13,868
ครับ เยี่ยม ถ้านักเรียนสาารถที่จะรู้คำศัพท

679
00:45:13,869 --> 00:45:17,859
์ ยิ่งจำได้นี่ยิ่งยอดเลยครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ ถือ

680
00:45:17,859 --> 00:45:21,857
เป็นคลังความรู้ส่วนตัวนะคะ นักเรียนคะ

681
00:45:21,857 --> 00:45:25,857
หากในสมุดของนักเรียนนะคะ ยังจดไม่เรียบ

682
00:45:25,859 --> 00:45:29,859
ร้อย สามารถที่จะจด และทำสมุด

683
00:45:29,863 --> 00:45:33,863
ของเราให้น่าอ่านได้ค่ะ เพื่อที่เราจะได้ไป

684
00:45:33,875 --> 00:45:37,864
ทบทวนและจำคำศัพท์เหล่านั้นให้มาก

685
00:45:37,864 --> 00:45:41,863
ยิ่งขึ้นนั่นเอง (คุณครูปรเมษฐ) ครูเชื่อว่าวันนี้นี่

686
00:45:41,863 --> 00:45:45,863
เรายังไม่ได้เข้าสู่เนื้อหา ครูเชื่อว่า

687
00:45:45,883 --> 00:45:49,883
จะต้องกลับไปใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้แน่นอน

688
00:45:49,896 --> 00:45:53,865
เรื่องนักเรียนครับ ไปอ่านมาล่วงหน้าก่อน

689
00:45:53,865 --> 00:45:57,856
สุภาษิตสอนหญิงที่นักเรียนได้เรียนนี่มีไม่กี่บทหรอก

690
00:45:57,856 --> 00:46:01,856
ครับ แต่จริง ๆ แล้วสุภาษิตฉบับจริง

691
00:46:01,868 --> 00:46:05,859
เล่มหนาประมาณนี้เลยนะครับ นักเรียน คำสอน

692
00:46:05,859 --> 00:46:09,859
เป็นจำนวนมากที่นักเรียนสามารถนำมาปรับได้ ใคร

693
00:46:09,892 --> 00:46:13,869
สนใจใคร่รู้ ก็สามารถที่จะไป Search

694
00:46:13,869 --> 00:46:17,857
หรือไปค้นหาในอินเทอร์เน็ตได้

695
00:46:17,857 --> 00:46:21,857
แล้วนักเรียนก็จะเป็นผู้ที่รู้ เป็นผู้ที่เยี่ยม แต่ถ้าใคร

696
00:46:21,857 --> 00:46:25,857
ไม่ค้นหาเพิ่มเติม อ่านจากหนังสือวรรณคดีลำนำ

697
00:46:25,861 --> 00:46:29,861
อ่านมาให้จบ บางครั้งครูอาจจะแค่ชี้แนวทาง

698
00:46:29,863 --> 00:46:33,853
นักเรียนก็เข้าใจแล้ว เพราะนักเรียนอ่านมาก่อนแล้ว

699
00:46:33,853 --> 00:46:37,853
จะพูดทุกครั้งเลย เรียนวรรณดี

700
00:46:37,863 --> 00:46:41,863
และเข้าใจมันจะต้องทำการบ้านคืออ่านมาก่อน

701
00:46:41,867 --> 00:46:45,858
แล้วพอเข้าห้องมาเรียนด้วยกันนี่ จะเรียนอย่างเข้าใจ

702
00:46:45,858 --> 00:46:49,858
พริ้วเลยครับ สติปัญญาของนักเรียน

703
00:46:49,858 --> 00:46:53,858
ต่อไปคุณครูคณิตาจะสอนเรื่องอะไรครับ (คุณครูคณิตา) บทเรียนครั้งต่อไป

704
00:46:53,906 --> 00:46:57,875
เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่อง อ่านจับใจความค่ะ

705
00:46:57,875 --> 00:47:01,857
สิ่งที่นักเรียนจะต้องเตรียมนะคะ มีอะไรบ้าง คะคุณครู

706
00:47:01,857 --> 00:47:05,855
ปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) สิ่งที่หนู ๆ จะต้องเตรียมมา

707
00:47:05,855 --> 00:47:09,853
ใบความรู้ครับ เรื่องหลักการอ่านจับใจความ

708
00:47:09,853 --> 00:47:13,853
2. ต้องเตรียมใบงานเรื่อง สุภาษิต

709
00:47:13,855 --> 00:47:17,855
สอนหญิงสอนใจ แสดงว่าพรุ่งนี้นี่เราจะ

710
00:47:17,857 --> 00:47:21,855
อ่านจับใจความกัน แล้วทำใบงานกัน ยังไม่บอกว่า

711
00:47:21,855 --> 00:47:25,855
ทำอย่างไรซึ่งสามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่ (คุณครูคณิตา) สามารถดาวน๋ด

712
00:47:25,857 --> 00:47:29,853
ข้อมูลได้ที่นี่เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

713
00:47:29,853 --> 00:47:33,853
สำหรับวันนี้นะครับ ครูจะต้องเน้นย้ำนักเรียนนะ

714
00:47:33,862 --> 00:47:37,862
ให้นักเรียนกลับไปอ่าน อย่างไรเสียก็ตาม

715
00:47:37,873 --> 00:47:41,853
ให้กลับไปอ่าน อ่านแล้วให้รู้

716
00:47:41,853 --> 00:47:45,853
จากบ้านมาก่อน แล้วเดี๋ยวมาเรียนในห้องนี่แล้วมันจะเข้าใจ วันนี้

717
00:47:45,885 --> 00:47:49,861
สุภาษิตสอนหญิงน่าสนใจมากครับ วันนี้ครูค

718
00:47:49,861 --> 00:47:53,861
ครูปรเมษฐขอลานักเรียนไปก่อนครับ สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค

719
00:47:53,873 --> 00:47:57,855
่ะ [เสียงดนตรี]

720
00:47:57,855 --> 00:48:01,855

721
00:48:01,867 --> 00:48:05,854

722
00:48:05,854 --> 00:48:09,854

723
00:48:09,858 --> 00:48:13,858

724
00:48:17,857 --> 00:48:21,852

725
00:48:21,852 --> 00:48:25,852

726
00:48:25,857 --> 00:48:29,851

727
00:48:29,851 --> 00:48:33,851

728
00:48:33,858 --> 00:48:37,854

729
00:48:37,854 --> 00:48:41,854

730
00:48:41,862 --> 00:48:45,862


