--- title: ฝึก PE ห้อง 4574 (DLTV ภาษาไทย ป. 6 หน่วยที่ 5) ๑ การอธิบายความหมายของคำ ๑๑ ส.ค. ๖๔ ฟารุต subtitle: date: วันพฤหัสบดีที่ 28 เมษายน 2565 เวลา 09.10 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (คุณครูปรเมษฐ) ก็ตื่นเช้าวันนี้ ถือว่าเป็นวันดีกว่าวันใด เอชา เอชา เอชาเอชา ชะช่าชา มันถือว่าเป็นวันดี ยิ่งกว่าวันใดครูจะไปสอนหนังสือก่อนนักเรียนจ๋า แล้วก็ได้เวลาครูจะต้องไป แล้วพอได้แล้วเวลาครูจะไปแล้ว ก็บอกนักเรียนน้องแก้วให้ชื่น... อะไรนี่โทรศัพท์นิว ฮัลโหลว่าอย่างไรน้องนิว ว่าอย่างไรเพื่อนโทรมาแต่เช้าเลยนะ นี่กำลังไปทำงาน จะไปทำงานนี่เพิ่งตื่น วันนี้ไปแต่เช้าเลยเพราะว่าคิดถึงนักเรียนปลายทาง ทำไมล่ะ มีนธุระอะไรโทรมาแต่เช้านี่ ปรึกษาที่บ้านนะ ทำไมล่ะ ข้างบ้านที่มีเด็กมาเช่าหรือทำไม มีเด็กนักเรียนผู้หญิงมาเช่าบ้านกี่คนน่ะเพื่อน 4 คนก็ดีแล้วเขาจะได้มีรายได้เขาทำไมกันน่ะไม่ไปโรงเรียน แล้ว...พาผู้ชายเข้ามานักเรียนนั่น ป. อะไร ม. อะไรแล้ว เพิ่ง ม. 1 ม. 2 เองหรือ ในฐานะที่เราเป็นเพื่อนกันนะ ผมเข้าใจล่ะ ว่าเพื่อนไม่สบายใจ เลยมาปรึกษา เขาเสพของมึนเมา สิ่งไม่ดีด้วยหรือข้างบ้านเราเหมือนกันด้วยนี่แล้วจะให้ทำอย่างไรนี่ เดี๋ยวนะ ๆ เดี๋ยววันนี้ เดี๋ยวเราขอไปโรงเรียนก่อนเดี๋ยวไปปรึกษาครูที่สอนคู่กันก่อน ว่าเขามีความเห็นว่าอย่างไร แล้วเดี๋ยวพอสอนเสร็จเดี๋ยวจะโทรกลับไปให้คำปรึกษาเพื่อน ขอตัวก่อนนะ นักเรียนปลายทางกำลังรออยู่สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีคุณครูปลายทางและนักเรียนปลายทางทุกคนค่ะ วันนี้พบกับรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 กับคุณครูคณิตา หนุนอนันต์ค่ะ และครูปรเมษฐ ศรีกำเหนิด ค่ะ นักเรียนคะ เป็นอย่างไรกันบ้าง ได้ทบทวนหรือเปล่าในสิ่งที่เราได้เรียนไป แต่เอ๊ คุณครูปรเมษฐ คะ เป็นอะไรหรือเปล่าคะ ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะคะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนครับ ครูขอปรึกษาครูคณิตาหน่อยนะครับ คือเมื่อเช้านี้เพื่อนผมเขาโทร. มา เขาโทร. มาปรึกษาวาสที่บ้านเขานี่ มีนักเรียนผู้หญิงนี่ี่บ้านเขานี่ มีนักเรียนผู้หญิงนี่ 3 - 4 คน มาเช่าบ้านอยู่ข้างบ้านเขา แล้วนักเรียนผู้หญิงพวกนั้นนี่ทำพฤติกรรมไม่เหมาะสมครูคณิตา เปิดเพลงบ้าง แล้วก็พาผู้ชายเข้ามาในบ้าน แล้วก็ไม่รู้เขาทำอะไรกัน คราวนี้ในฐานะที่เพื่อนผมเขาอยู่บ้านใกล้เรือนเคียงเขาก็ไม่สบายใจ เขาเห็นว่าเรานี่เป็นครูนี่ซึ่งสั่งสอนนักเรียน แล้วก็บอกกับนักเรียนที่อยู่ไกล ๆ ได้ เขาโทรมาปรึกษาผม ว่าจะทำอย่างไรดี ผมก็ไม่รู้จะให้คำตอบเขาอย่างไร เพราะผมจะต้องรีบมาโรงเรียนเพื่อมาเจอครูคณิตาและหนู ๆ ปลายทางทุกคนนี่ก็เลยได้วางสายไปก่อน ก็เลยไม่ได้ให้คำปรึกษาเขาคุณครูคณิตาคิดว่า เรื่องที่ผมโทร. มานี่มันดีไหมครับ (คุณครูคณิตา) หากมองในแง่ดีนะคะ เพื่อนที่พาผู้หญิง... ที่พาผู้ชายใช่ไหมคะ เข้าไปในบ้านใช่ไหมคะ อาจจะเป็นเพื่อนกันหรือเปล่าแล้วก็มันเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นนะคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เขาบอกว่าเปิดเพลงเสียงดัง ไม่หลับไม่นอนกลางคืน แล้วเหมือนจะดื่มเครื่องดื่มมึนเมากันด้วย (คุณครูคณิตา) ดื่มเครื่องดื่มมึนเมาด้วยเป็นสิ่งที่ดีไหมคะนักเรียน (คุณครูปรเมษฐ) อีกอย่างเป็นผู้หญิงด้วย (คุณครูคณิตา) เป็นผู้หญิงด้วย ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายการดื่มเครื่องดื่มมึนเมานี่ ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดีนะคะ นักเรียน เอาล่ะค่ะ วันนี้นี่มันจะสอดคล้องกับเรื่องที่เราเรียนหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) นั่นสิครูคณิตา เกี่ยวกับเรื่องการประพฤติปฏิบัติตัวของผู้หญิงนี่ในปัจจุบันนี่ก็อย่างที่หนู ๆ นั้นได้รู้ว่ามันอาจจะมีผู้หญิงบางคนอาจจะทำแบบเช่นที่ครูเล่าให้ครูคณิตาฟังนี่ ครูไม่สบายใจเลยครับ ที่เพื่อนครูนี่โทร. มาเล่าเรื่องนี้ให้ครูฟัง ครูจะต้องหาวิธีการแก้ซึ่งในฐานะที่เป็นผู้หญิงนี่ไม่เหมาะสมนะ ใช่ไหมคุณครูคณิตา เพราะฉะนั้น วันนี้นี่ครูจะให้นักเรียนได้ศึกษากันในเรื่องอะไรครับ (คุณครูคณิตา) เรื่องอะไรคะ เรื่องสุภาษิตสอนหญิงใช่ไหมคะ คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ ไปกันเลยดีกว่านักเรียนนักเรียนที่รักของครูครับ ในเรื่องสุภาษิตสอนหญิงนะครับ ก็จะอยู่ในหนังสือเรียนวรรณคดีลำนำตามที่ครูบอกไปเมื่อครั้งก่อน ว่าให้นักเรียนนั้นพกติดตัวมานะครับ ซึ่งจะชื่อเรื่องอะไรนะ อย่าอะไรนะ ในหนังสือ (คุณครูคณิตา) อย่า...อย่าอะไรคะ อย่าชิงสุกก่อนห่าม ใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) อย่าชิงสุกก่อนห่าม ไม่งามดี นักเรียนเปิดไปแล้วจะได้ศึกษาเนื้อเรื่องไปพร้อม ๆ กันนะครับ การที่จะเรียนวรรณคดีเข้าใจและรู้เรื่องนี้ นักเรียนจะต้องศึกษาการอธิบายความหมายของคำก่อนจะทำให้นักเรียนนั้นเข้าใจอย่างถ่องแท้ครับ ไปกันเลยครับ เด็ก ๆ ครับ สนทนาประสาครู - นักเรียน อย่าชิงสุกก่อนห่ามนะครับ คำนี้ อย่าชิงสุกก่อนห่ามนี่เป็นคำหนึ่งที่นักเรียนนั้นน่าจะเคยได้ยิน นักเรียนปลายทางของครูครับ ใครเคยได้ยินหรือเคยเห็นคำนี้บ้าง ยกมือขึ้นสูง ๆ เลย เคยได้ยินไหมคุณครูคณิตาครับ พูดถึงเรื่องอย่าชิงสุกก่อนห่ามนี่ นักเรียน นักเรียนที่เคยได้ยินนี่ไหนลองเล่าให้กับคุณครู ให้กับเพื่อน ๆ ฟังได้ไหม ว่า อย่าชิงสุกก่อนห่ามนี่ว่าอย่างไร และเคยได้ยินมาจากใคร ไหนลองเล่าให้ฟังหน่อยสิครับ ได้ฟังนักเรียนเล่าแล้วคราวนี้ถามครูคณิตาบ้าง คุณครูคณิตาเห็นแล้วคำนี้นี่ คุณครูคณิตาคิดว่ามีความหมายว่าอย่างไรแล้วน่าสนใจอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ อาจจะมีความหมายว่าอย่างไรคะ อย่างแรกเลยนะคะ อย่าชิงสุกก่อนห่ามส่วนใหญ่เราจะใช้กับพวกผลไม้ใช่ไหมคะ ผลไม้นักเรียนเห็นรูปหรือเปล่าคะ เห็นรูปอะไรเอ่ย เป็นรูปมะม่วงนั่นเองนะคะ อันนี้ก็ยังไม่สุกนะคะ ถ้ามะม่วงสุกจะเป็นสีเหลืองนั่นเองแล้วมันเกี่ยวอะไรล่ะ เกี่ยวอะไรกับสำนวนเด็ก ๆ ตอบได้ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่แสดงว่าคุณครูคณิตากำลังนำเรื่องผลไม้เข้ามาผูกโยงกับคำนี้ใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วฝั่งโน้นเป็นมะม่วงอะไรคุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา) มันมะม่วงอะไรมันหมายความว่าอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) มันลักษณะของมันนี่ มันสุกหรือยัง (คุณครูคณิตา) ก็อย่างที่ครูบอกไปนะคะ ว่ามันยังไม่สุกนะคะ ถ้าผลไม้ หรือว่ามะม่วงนี่ถ้ามันสุกนะ มะม่วงถ้ามันสุกมันก็จะเป็นสีเหลืองนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้นี่หวานอร่อย อันนู้นมันจะรู้จึกเป็นอย่างไรเด็ก ๆ ตอบสิครับ มันเปรี้ยวมันฝาดคราวนี้ก็นำมาเปรียบเทียบ ในเมื่อมะม่วงนี่ ดูกันง่าย ๆ นะ มะม่วงนี่ ระหว่างที่สุกกับห่ามนี่ นักเรียนว่าอะไรมันน่าชิมน่าลิ้มลองและอร่อยกว่ากัน ใช่ครับนักเรียน ก็คิดเช่นเดียวกับครูสุกนี่รสชาติจะหวาน หอม อร่อยน่ารับประทานใช่ไหมครูคณิตา ส่วนตอนมันห่ามมันอร่อยไหมน่ะ (คุณครูคณิตา) ก็ยังไม่อร่อยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ยังไม่อร่อยเท่าที่ควร เพราะฉะนั้น ต้องอยู่ที่ต้นของมันก่อน จนกว่ามันจะแก่ หรือเข้าฟักเราถึงจะสอยมาแล้วก็มารับประทานมันก็จะอร่อย ก็เปรียบเสมือนตัวคนใช่ไหมครับ คำว่า "ชิงสุกก่อนห่าม" ถ้าตีเป็นความหมายในสำนวนสุภาษิตนี่ ก็คือ แปลว่า (คุณครูคณิตา) ทำสิ่งที่ยังไม่สมควรแก่วัยหรือยังไม่ถึงเวลาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อย่างเช่น มะม่วงห่ามนั่นเอง ยังไม่ทันอร่อยเลย คนไปสอยมากินแล้วมันก็ไม่ได้มีรสชาติเป็นที่น่าต้องการ อันนี้นำครับ เป็นการผูกโยงสำนวนไทยกับชีวิตประจำวัน และนำมาเป็นคำสอนเป็นคำสอนให้นักเรียนนะครับ ไปกันต่อ จุดประสงค์ของเราในวันนี้นะครับ 1. จะต้อง (คุณครูคณิตา) บอกหลักการอธิบายความหมายของคำหรือข้อความได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา) 2. อธิบายของคำศัพท์ในบทเรียนได้ค่ะ 3. เห็นถึงประโยชน์ของคำศัพท์ในบทเรียนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) และนี่คือสิ่งที่นักเรียนนั้นจะต้องปฏิบัติได้ อย่างที่บอกเมื่อต้นชั่วโมง เมื่อนักเรียนรู้ถึงความหมายหรือคำศัพท์ จะทำให้นักเรียนนั้น เรียนวรรณดีทุกเรื่อง อย่างเข้าใจถ่องแท้แล้วมีความสุข อันนี้เป็นจุดประสงค์ที่ต้องเรียนและต้องทราบไว้นะครับ ไปดูกันต่อเลยดีกว่า สุภาษิตสอนหญิงอย่าชิงสุกก่อนห่าม ไม่งามดีนี่ เรายกบทเรียนในเรื่องสุภาษิตสอนหญิงมา ซึ่งเป็นของ...ขอสันนิษฐานนะกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานว่าเป็นบทประพันธ์ของสุนทรภู่ สันนิษฐานนี่แต่งในช่วงรัชกาลที่ 3 - 4 ซึ่งคำว่า "สันนิษฐาน" อาจจะใช่ก็ได้หรือไม่ใช่ก็ได้ใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่ความคาดเดานั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อาจจะเป็นขาซึ่ง เราไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นของคนชื่อ สุนทรโดยแท้จริง ใช่ไหมครับ เพราะเป็นการสันนิษฐาน อาจจะเป็นของนายภู่ก็ได้ ครูไม่ได้ฟันธงว่าเป็นของสุนทรภู่ อาจจะเป็นของนายภู่ หรือของกวีท่านอื่นก็ได้นะครับ คุณครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ สุภาษิตสอนหญิงนะคะ เป็นประเภทคำสอน เพื่อต้องการเป็นเครื่องเตือนสติสอนใจสตรีทุกวัย ครอบคลุมทุกเรื่องทั้งกาย วาจา ใจ ค่ะ ครูคณิตาผมมีคำถาม เด็ก ๆ ก็เช่นเดียวกัน ผมเป็นครูเป็นผู้ชายน่ะ ครูเป็นผู้ชายน่ะนักเรียน ครูสามารถที่จะศึกษาได้ไหม น่ะ แล้วจะศึกษาไปทำไมน่ะครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ยิ่งเป็นผู้ชายนะคะ อย่าเพิ่งคิดนะคะ ว่า เรื่องสุภาษิตสอนหญิง ต้องเป็นผู้หญิงเท่านเป็นผู้หญิงเท่านั้นที่จะเรียนรู้ ผู้ชายก็สามารถที่จะเรียนรู้ได้ค่ะ เพราะอะไรเอ่ยเพราะว่าสุภาษิตสอนหญิงนี่มันเกี่ยวข้องทั้งชายและหญิง ฉะนั้น ผู้ชายก็ควรที่จะเรียนรู้ที่เหมาะและไม่เหมาะสมในการประพฤติกับผู้หญิงนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้น นักเรียนคงเข้าใจแล้วนะ ว่าคนอย่างเรา ๆ ต้องเรียนเช่นเดียวกันนะครับ เพราะฉะนั้น ตั้งใจนะครับ เด็กผู้ชายไม่ใช่นะครับ คำสอนต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่ในเรื่องสุภาษิตสอนหญิงนี่นะ มันยังทันสมัย ก็คือแต่งเมื่อ 200 - 300 ปีที่แล้วน่ะแต่ในปัจจุบันนี้ยังนำมาใช้ได้ที่ผู้หญิงควรกระทำ จึงจะต้องเรียนยังสอดคล้องกับค่านิยมอยู่และก็ยังเข้ากับขนบธรรมเนียมประเพณีไทยเสมอมาพูดง่าย ๆ ว่ามันเป็นอกาลิโกมันไม่จำกัดการเวลา มันเหนือการเวลาที่จะใช้ได้ยาวไปเลย แปลว่าไม่ การลิโก แปลว่า กาลเวลา เป็นคำบาลีนะครับ ให้นักเรียนได้รับรู้ไว้ คำเหล่านี้อ่านว่าอย่างไรไปดูกันเลยครูคณิตาและเด็ก ๆ ครับ คุณครูคณิตาอ่านพร้อม ๆ กับเด็ก ๆ หน่อย (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คะ ออกเสียงพร้อม ๆ กันเลยค่ะ คำแรกอ่านว่า "อินังขังขอบ" ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อะไรนะครับ (คุณครูคณิตา) อินังขับขอบค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) งหมาย ? ในหัวอีกแล้วนะครับ มันหมายความว่าอย่างไร (คุณครูคณิตา) ก็คือข้อสงสัยใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ ล่ะ เด็ก ๆ สงสัยเหมือนครูไหมครับ มันแปลว่าอะไรล่ะ (คุณครูคณิตา) ยังค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่รู้หรือครับ คำนี้อ่านว่าอะไรครับ เด็ก ๆ (คุณครูคณิตา) คำนี้อ่านว่า "ประ-จ๋อ-ประ-แจ๋" หรือเปล่าคะ " (คุณครูปรเมษฐ) ประจ๋อประแจ๋ เด็ก ๆ อ่านทวนสิคะอ่านว่าอะไรเอ่ย อ่านว่า ประจ๋อประแจ๋" (คุณครูปรเมษฐ) นี่อีกน่ะ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คะ อ่านพร้อม ๆ กับครูค่ะ ก็คือ ลำไพ่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ลำไพ่ คืออย่างไรครับ ลำไพ่อย่างไรล่ะครับ เป็นการพนันหรือเปล่า (คุณครูคณิตา)เหมือนกันค่ะ คุณครูคณิตาก็ไม่ทราบนะคะ เดี๋ยวเรียนรู้พร้อม ๆ กันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ล่ะ เป็นจุดประสงค์ที่จะรู้ความหมาย ถ้าเราไม่รู้ความหมายนี่ เจอคำว่า "อินังขังขอบ" นักเรียนก็ไม่สามารถที่จะบอกได้ ก็ไม่เข้าใจนะครับ คำเหล่านี้มีความหมายว่าอย่างไรเข้าใจหรือไม่ ตามที่ครูนั้นได้บอกนั่นเอง บางคนอาจจะรู้ควสามหมายก็ได้ แต่คนที่ไม่รู้ล่ะ จะไปแปลได้อย่างไร แล้วจะเข้าใจในบทร้อยกรองนั้นอย่างไร สำคัญไหมครับ ครูคณิตาเด็ก ๆ ครับ สำคัญครูก็หามาให้ อินังขังขอบ หมายความว่าอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ อินังขังขอบ นะคะ คืออะไร คะนักเรียน การเอาใจใส่, เอาใจช่วย, ดูแล, เหลียวแลนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเกิดคุณครูคณิตาสอนนักเรียนอยู่ คุณครูคณิตาเป็นผู้ที่มีความอินังขังขอบกับนักเรียน ก็หมายถึงมีความเข้าใจใส่อะไรอย่างนี้ใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ผมอยากมีคนมาอินังขังขอบบ้างจังเลย ต่อไปคำว่า (คุณครูคณิตา) ประจ๋อประแจ๋ (คุณครูปรเมษฐ) หมายความว่าอย่างไร อาการที่พูดเอาอกเอาใจหรือประจบประแจง นักเรียนคิดว่ามีความหมายเป็นเชิงลบหรือเชิงบวก พูดจาประจ๋อประแจ๋นี่นะครับ มันเป็นเชิงลบ ไม่ค่อยดีนะครับ พูดประจบอะไรแบบนี้ มันก็เป็นพฤติกรรมที่ไม่ควรนะครับ ต่อไปครับ ลำไพ่ อันนี้น่าสนใจมาก แปลว่าอะไรครับ (คุณครูคณิตา) ลำไพ่นะคะ ก็คือเงิน หรือผลประโยชน์ที่หาได้เป็นพิเศษค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อย่างเช่นครู ครู มีอาชีพเป็นครูพอถึงเวลาตอนเย็น ครูขับรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง รถจักรยานยนต์รับจ้างนี่อันนี้ถือเป็นลำไพ่ไหม (คุณครูคณิตา) เป็นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูคณิตามีความสามารถในการทำกับข้าวสอนนักเรียน กลับไปทำกับข้าวส่งขายก็ถือว่าเป็นลำไพ่เช่นกัน (คุณครูคณิตา) เป็นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ลำไพ่นั่นเองสามารถใช้ได้นะ ปัจจุบันยังพูดกันอยู่นะ "ลำไพ่" นี่มาร่วมกันคิด พิจารณา การที่เรารู้ความหมายของคำศัพท์นี่มันมีประโยชน์อย่างไร ตอบคำถามครับ นักเรียนก็ตอบครูคณิตา เด็ก ๆ บอกมีประโยชน์อย่างไร (คุณครูคณิตา) อย่างแรกนักเรียน สิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้จากคำศัพท์ต่าง ๆ นี่จะช่วยให้นักเรียนนะคะ ก็คือเข้าใจเรื่องที่อ่านได้ง่ายค่ะ หลังจากนั้นนะคะ มีอะไรอีกคะ (คุณครูปรเมษฐ) หลังจากนั้นใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ หลังจากนั้นก็เป็นผู้ที่มีความรู้นะคะ ในด้านคำศัพท์ ได้รัะบจากการอ่านเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างมีความสุขนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ก็คือการที่เรารู้ความหมายของคำใช่ไหมครับ ตอไปให้นักเรียนช่วยกันเสนอความหมายของคำศัพท์ที่อยู่ในบทเรียน ว่าเราสามารถที่จะค้นหาความหมายของคำได้จากที่ใบบ้างเด็ก ๆ ตอบสิครับ ค้นได้จากที่ใดบ้าง (คุณครูคณิตา) ที่ใดเอ่ย อย่างแรกนะคะนักเรียน (คุณครูปรเมษฐ) จากที่ไหนครับ (คุณครูคณิตา) อย่างแรกต้องไปค้นหาที่พจนานุกรมค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา) แล้วก็คาดเดาความหมายของคำจากบริบทข้างเคียงค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ซึ่งบางคำนี่มันไม่มีความหมายในพจนานุกรม เราก็มันน่าจะหมายความว่าอย่างไรนั่นเองนะครับ เดี๋ยวเราจะไปทำกิจกรรมกันนะครับนักเรียน เดี๋ยวเราจะไปทำกิจกรรมกันนักเรียนค้นหาคำศัพท์จากเรื่อง อย่าชิงสุกก่อนห่ามไม่งามดี โดยนำคำศัพท์ พร้อมความหมายนี่นะครับ ขึ้นมาเขียนบนกระดานในห้องเรียน ให้ได้มากที่สุดเลยแล้วจากนั้นก็ให้เขียนคำและความหมายลงในสมุดของตนเอง ให้เป็นพจนานุกรมคำศัพท์ประจำเรื่องโดยการอย่างไรครับ นักเรียน ให้หาคำศัพท์ก่อนลุกขึ้นไปเขียนบนกระดาน อาจจะทำเป็นตารางก็ได้ หรือไปเขียนบนกระดานดำให้ได้มากที่สุดแล้วแปลความหมายด้วย เมื่อนักเรียรนช่วยกันหา ครูคณิตาคิดว่าจะได้คำศัพท์เยอะไหมครับ (คุณครูคณิตา) เยอะค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ได้เยอะ เพราะนักเรียนช่วยกันหา นักเรียนมี 2 คน อาจจะได้คำศัพท์ถึง 60 คำ (คุณครูคณิตา) ถ้านักเรียนมีน้อยนะคะ นักเรียนก็สามารถหาคำศัพท์เพิ่มเติมได้นะคะ จากคนละ 2 คำ เป็นคนละ 50 คำ หรือว่าตามที่นักเรียนอยากที่จะเรียนรู้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คุณครูคณิตาเจอก่อนครูปรเมษฐแล้วครูปรเมษฐกำลังจะหาคำนั้นอยู่พอดี ได้ไหม เอาไปซ้ำได้ไหม (คุณครูคณิตา) ถ้าให้ดีนะคะ ก็จะเปลี่ยนคำนะคะ เพื่อที่จะได้เรียนรู้คำศัพท์ที่หลากหลายค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนจะได้องค์ความรู้ในคลังคำศัพท์ของนักเรียนเป็นอย่างมาก (คุณครูคณิตา) ค่ะ ในส่วนของคุณครูปลายทางนะคะ ก็ดูแลการทำกิจกรรมของนักเรียนค่ะ ให้คำแนะนำนักเรียนหาเกิดความข้องใจค่ะ หรือคอยให้ความช่วยเหลือนักเรียนหากนักเรียนเกิดปัญหาต่าง ๆ ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ เดี๋ยวครูจะให้นักเรียนทำกิจกรรมนี้นะครับ ให้นักเรียนหาคำศัพท์ในเรื่อง อย่าชิงสุกก่อนห่าม ไม่งามดี ไม่ต้องหาเรื่องอื่น เพราะฉะนั้น ไม่ได้มากเลยให้เวลาทำกี่นาทีดีครูคณิตา (คุณครูคณิตา) กี่นาทีดีคะ (คุณครูปรเมษฐ)สัก (คุณครูคณิตา) 10 นาทีดีไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ได้ครับ 10 นาที เพราะฉะนั้น ตั้งใจทำกิจกรรม และทำอย่างมีความสุขครับ ลงมือ [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนครับ ครูเชื่อว่าหนู ๆ นั้นน่าจะค้นหาคำศัพท์ได้อย่างเป็นจำนวนมากเลยนะครับ แล้วทุกคนก็จะมีองค์ความรู้เต็มคลังคำศัพท์ประดับสติปัญญา สามารถใช้ได้ตลอดชีวิตเชื่อว่าอย่างนั้นนะครับ เพราะฉะนั้น ครูก็ได้ค้นหาคำศัพท์เช่นเดียวกันในช่วงเวลา 10 นาทีนี่จะนำเสนอให้นักเรียนได้ดูแล้วก็ถ้าเกิดนักเรียนไม่มีคำเหล่านี้ ให้นักเรียนทำอย่างไรครับ ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ให้จดเพิ่มเติมลงไปในสมุดค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แต่ถ้ามีแล้ว (คุณครูคณิตา) ถ้ามีแล้วก็สามารถเขียนคำอธิบายเพิ่มเติมไปก็ได้นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้น เดี๋ยวเราไปดูกันเลยว่าครูนั้นค้นหาคำไหนเสนอนักเรียนบ้าง ไปเลย คำนี้อ่านว่าอะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) อ่านว่า สาวแส้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สาวแส้... เป็นสาวแส้ แร่รวยตัวสะอาด มาจากบทกลอนตัวนี้นะครับ หมายความว่าอย่างไรเด็ก ๆ ครับ ตอบความหมายก่อน เชื่อว่าหลาย ๆ คนต้องเจอแปลว่า แปลว่าอะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) แปลว่าหญิงสาวค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) กล่าวถึงผู้หญิงนี่ใช้คำว่า "สาวแส้" ก็ได้ คำโบราณ โบราณนี่ใช่ ซ. โซ่ ด้วยนะครับ แต่ว่าปัจจุบ้นนี้ใช้ ส. เสือถ้าใช้ ซ. โซ้ ต้องใช้ไม้อะไรไม้เอกนะ เพราะ ซ. โซ่ เป็นอักษรต่ำไปกันต่อ ดูคำต่อไปนะว่าตรงกันหรือไม่อินทรีย์ อินทรีย์ตัวนี้นี่ในบริบท ตรงนี้หมายความว่า (คุณครูคณิตา) หมายถึงอะไรคะ หมายถึงร่างกายนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) หมายถึง ร่างกาย นะครับ อย่างเช่น เรา 2 คนมีอินทรีย์นะไปกันต่อเลย ร่างกายของเรานี่ คำว่า อ่านว่าอะไร (คุณครูคณิตา) อ่านดูสิคะ อ่านว่า ฉะ-หวี ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ฉวีเป็นคำโบราณนะ ฉวี (คุณครูคณิตา) ฉวีแปลว่าอะไรเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) ต้องถามเด็ก ๆ ก่อนดีไหม เด็ก ๆ ตอบครับ เชื่อว่าเด็ก ๆ ต้องเจอ แปลว่าเยี่ยมครับ นักเรียน แปลว่าผิวกาย ดูฉวี...แสดงว่าผิวกายนี่เป็นที่คนเห็นก่อนเลยใช่ไหม ผิวหน้าก็เรียกว่าฉวีใช่ไหมเป็นผิวหน้าผิวกายเหมือนกันนะครับ เพิ่มเติมไปนะครับ คำต่อไป (คุณครูคณิตา) คำว่า "พงศา" ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) พงศา พงศา หมายความว่าอย่างไรนักเรียนหมายความว่า ยังไม่ยอมตอบ ๆ ตอบครับ (คุณครูคณิตา) หมายความว่าอย่างไร ตอบครับ (คุณครูคณิตา) หมายความว่า ผู้มีชาติสกุลหรือว่าเชื้อสายสกุลค่ะ ทำไมพงศาเขาถึงหมายถึงสิ่งเหล่านี้ล่ะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ความหมายของเขาแปลว่าสกุล คุณครูคณิตาเคยได้ยินคำว่า "วงศาขนาญาติ" ไหมหรือพงศาคนาญาติ (คุณครูคณิตา) เคยได้ยินค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) หมายถึงชื่อสกุลเรนั่นเอง ไม่รู้ว่าวงศาคณาญาติของครูคณิตาอยู่ที่ไหนใช่ไหม ก็หมายถึงว่าผมถามว่าว่า ต้นสกุล หรือว่าบรรพบุรุษของครูคณิตาอยู่จังหวัดอะไรที่ไหนประมาณนั้นนะครับ ทำไมครูพูดคำว่า "วงศา" ล่ะ ทำไมไม่พูด พงศาพ. พาน กับ ว. แหวน ถ้าในภาษาบาลีนะ นักเรียนจะเจอตอนโต พ. พาน กับ ว. แหวน คือ (คุณครูคณิตา) คืออะไร คะ (คุณครูปรเมษฐ) คือเราจะแผงกันไปกันมาได้ อย่างคำว่า "พระ "พ-ร-ะ พระถ้าแผลง ก็คือใช้ ว. แหวน ร. หเรือเช่นเดีญวกัน หมายความว่าอย่างเดียวกันเลยเกร็ดความรู้เพิ่มเติมนะครับ (คุณครูคณิตา) คำต่อมานะคะ เสนอคำว่าปรารมภ์ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ปรารมภ์ (คุณครูคณิตา) ออกเสียงให้ชัดนะคะ ออกเสียงอีกครั้งค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ปรารมภ์ ต้องมี ร. เรือ กระดกลิ้นนะครับ หมายความว่าอย่างไร เด็ก ๆ ตอบก่อน หมายความว่าหมายความว่า ๆ (คุณครูคณิตา) หมายความว่า วิตกกังวลรำพึงหรือว่าครุ่นคิดค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อย่างเช่นที่ครูคณิตาบอกว่าวันนี้ฉันปรารมภ์ เรื่อง สุภาษิตเลย หมายถึงว่าครุ่นคิดใช่ไหมครับ ว่าจะสอนประมาณนั้นหรือเปล่าครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ ก็มีความครุ่นคิดนะคะ มีความวิตกกังวลเล็กน้อยนะคะ ที่จะให้นักเรียนนี่เข้าใจเนื้อหาได้อย่างถ่องแท้ และชัดเจน และนำพฤติกรรมเหล่านั้นมาใช้ (คุณครูปรเมษฐ) นั่นสิครับ เลยเลือกใช้คำนี้มาพูดครูก็ไม่รู้ความหมายจึงต้องเปิดหา ต่อไปคำว่า "ไพล่" พอ-ลอ-ไอ-ไพล เอก ไพล่ ไพล่ตัวนี้แปลว่า... แทนที่จะเป็นกลับเป็นอีกอย่างหนึ่ง อย่างเช่นแทนที่จะข้าวนี่ ไพล่ไปกินก๋วยเตี๋ยวคือมันเปลี่ยนไปเด็ก ๆ เข้าใจความหมายไหม อาจจะเอาไปแต่งประโยคก็ได้นะครับ จะได้เข้าใจมากยิ่งขึ้นถ่องแท้ยิ่งขึ้น เพิ่มเติมไปนะครับ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นคำโบราณเช่นเดียวกันนะครับ (คุณครูคณิตา) ในปัจจุบัน เราไม่ค่อยเจอคำเหล่านี้แล้วนะคะ แล้วเราไม่ใช้ในชีวิตประจำวันด้วยนะคะ นักเรียนอาจจะไม่คุ้นหูคุ้นตานะคะ แต่ก็สามารถที่จะจดลงไปเพิ่มเติมได้ เพื่อที่จะนำไปเป็นคำศัพท์คลังความรู้ของนักเรียนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อีกอย่างมันพบเจอใจบทกลอน ถ้านักเรียนไม่เข้าใจความหมายนักเรียนก็จะตีความในบทนั้น ๆ ไม่ได้นั่นจึงต้องรู้นะครับ ต่อไป ไพล่ แล้วก็พล่าน พล่าน พอ-ลอ-อา-นอ พลาน เอก พล่าน พล่านนี่หมายถึงอะไรต้องเจอนะครับ บอกครูมา พล่านแปลว่า อาการเป็นไปในลักษณะป่วน วุ่นซ่าน เป็นอย่างไรครูคณิตา เคยได้ยินคำว่า "ดิ้นพล่าน" (คุณครูคณิตา) เป็นอย่างไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ลักษณธดิ้น กระเสือกกระสน วุ่นวาย แถกไปสารพัดเลย เหมือนเคยไปตลาดนัดไปนัดบ้านครคณิตาเคยเห็นแม่ค้าที่เขาเอาปลานี่ ปลาที่ยังเป็น ๆ อยู่ในนั้นมาขายไหม อยู่ในกะละมังมันดิ้นพล่านไปหมดเลย มันสับสนวุ่นวายประมาณนั้นนะครับ โดยนักเรียนโดนเพื่อนทำร้ายลุกดิ้นพล่านนี่ ก็ใช้ความหมายประมาณนี้นะ ใช่ไหม คำว่า "พล่าน" พล่านต่อไป พูดผลอพูดผลอ เหมือนเป็นคำที่ไม่เคยพบเคยเห็นในชีวิตเลยนะ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ ไม่ค่อยได้ยินเลยนะคะ คำเหล่านี้นะเชื่อว่านักเรียนต้องพบบ้าง พูดผลอพูดผลอ 1 2 3 ตอบครับ หมายความว่า (คุณครูคณิตา) หมายความว่าพูดประจบประแจงนั่นเองก็คล้าย ๆ กับประจ๋อประแจ๋ใช่ไหมคะ ครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับครูคณิตา ความหมายไปในทางที่ดีหรือไม่ดีครับ (คุณครูคณิตา) ไปเป็นความหมายในทางที่ไม่ดีนะ (คุณครูปรเมษฐ) มาจากบทกลอนว่าอย่าเที่ยวพล่านพูดผลอประจ๋อประแจ๋ก็คือสอนผู้หญิงนะ ว่าอย่าไปทำอะไรวุ่นวายทำให้ไปพูดจาประจบประแจงเพ้อเจ้อเป็นการสอนนะครับ ต่อไป เป็นคำว่าพิไร (คุณครูคณิตา) พิไรค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) พิไร (คุณครูคณิตา) พิไร แปลว่าอะไรเอ่ยครูเชื่อว่าเด็ก ๆ หาคำศัพท์เหล่านี้เจอนะคะ พิไรแปลว่าอะไรคะ แปลว่า รำพัน, ร่ำว่า, ร่ำร้อง นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มันให้กระจ่างหน่อยครับ ยกตัวอย่างให้ฟังหน่อยครูคณิตา (คุณครูคณิตา) อย่างเช่นคำว่าอะไรดีนะเด็ก ๆ คะ ช่วยคุณครูยกตัวอย่างหน่อยได้ไหมคะ คำว่า "พิรี้พิไร" นี่ ก็เป็นลักษณะของการรำพัน ร่ำว่า ร่ำร้องไหมคะ ครูปรเมษฐ (คุณครูคณิตา)หมายถึงการอยากจะได้อยากจะว่า ก็ใช้พิไรนะ เป็นคำโบราณอีกแล้วนะครับ เจอในบทกลอนถ้าไม่รู้ความหมายก็จะแปลไม่ได้นั่นเองเพิ่มเติมไปนะครับ ต่อไปหลู่ หลู่ อันนี้นักเรียนต้องเคยได้ยิน จะอยู่คู่กับคำว่า "ลบ" เป็นลบหลู่ คล้องจองกันเกินเลย ก็คือเป็นคำว่าหลบหลู่ดูหมิ่น คำว่า "หลู่" มีความหมายว่าอย่างไร นักเรียนตอบเก่งมากครับ หมายความว่า (คุณครูคณิตา) หมายความว่า ลบคุณ, ดูถูก, ไม่นับถือค่ะ อย่างเช่น เธอ หลบหลู่เขาก็จะเป็นการ อาจจะเป็นการดูถูกนะคะ ก็เป็นการกระทำที่ไม่ดีนะคะ ใช่ไหมคะ คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ อย่างเช่น คำว่า "นักเรียนหลู่ครูบา" เคยเจอในบทกลอน ก็หมายถึงนักเรียนที่เป็นอย่างไร ไม่นับถือครูบาอาจารย์ ลบคุณครูบาอาจารย์ ก็เป็นพฤติกรรมที่ไม่ควรกระทำนะ เป็นบาปแก่ตัวด้วยไม่ดีนะครับ ต่อไป (คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมาค่ะ คำสุดท้าย ก็คือคำว่า "ระอิดระอา" (คุณครูปรเมษฐ) ออกเสียงชัด ๆ ตาครูคณิตาอีกครั้งครับ (คุณครูคณิตา) อ่านว่าระอิดระอาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) หมายความว่าอย่างไรครับ นักเรียนตอบครับ 1, 2, 3 เฉลย (คุณครูคณิตา) หมายความว่าเบื่อหน่ายหรือหมดกำลังใจเพราะถูกรบกวนทำให้เกิดความรำคาญค่ะ หรือมีเหตุติดขัดบ่อยนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ระอิดระอาอันนี้ยังใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ เรายังเจอในชีวิตประจำวันนะ คำเหล่านี้นะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ เรียนภาษาไทย ระอิดระอาได้ไหม ไม่ได้นะเรียนภาษาไทยต้องมีความสุข เราจะไม่ระอิดระอาต่อกันและกันใช่ไหมครับ นักเรียน นักเรียนบันทึกไป ครูเชื่อว่าระหว่างที่ครูทั้ง 2 คนได้นำเสนอ ได้อธิบายให้นักเรียนฟังนี่ นักเรียนจะบันทึกเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ เพราะฉะนั้น เดี๋ยวเราไปสรุปบทเรียนพากเพียรความรู้กันดีกว่านะครับ นักเรียนครูก็มีคำถามนะครับ คุณครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) การศึกษาความหมายของคำประโยค และข้อความในบทเรียนก่อนการอ่านเนื้อเรื่องมีประโยชน์อย่างไรคะ นักเรียนคะ ลองคิดดูสิคะ ว่าการทบทวนการศึกษาความหมายหรือคำต่าง ๆ ก่อนที่เราจะเริ่มเรียนนี่ มันช่วยให้เรานี่ เรียนเป็นอย่างไร (คุณครูปรเมษฐ) นั่นล่ะครับ มันคือประโยชน์ของการศึกษานั่นเอง นักเรียนครับ ให้ช่วยกันตอบ ช่วยกันเสนอนะ มันเป็นความคิดเห็นของนักเรียนไม่มีผิดนะ จะเสนออย่างไรก็ได้ ขอให้อยู่ในขอบข่ายขอบเขตก็พอนะครับ ครูจะรอฟังนักเรียนนะ เดี๋ยวจะให้ครูคณิตาสรุป เอาล่ะครับ ครูคณิตาครับ นักเรียนได้เสนอเรื่องการศึกษาความหมายของคำมาเป็นจำนวนมากเลย เดี๋ยวคุณครูคณิตาจะสรุปมาเป็นประเด็นครับ มีประโยชน์อย่างไรบ้าง นั่นก็คือ 1. ค่ะ จะทำให้สามารถอ่านเนื้อเรื่องได้มากขชึ้นนั่นเองมากขึ้นนั่นเองค่ะ 2. ได้รู้ความหมายของคำศัพท์มากขเพิ่มมากขึ้นนะคะ และ 3.สามารถนำไปใช้ในการในการอ่านเนื้อเรื่องอื่น ๆ ได้ค่ะ ซึ่งนักเรียนนี่ สามาารถที่จะนำคำศัพท์เหล่านี้นี่ไปใช้กับบทเรียนอื่น ๆ ในวรรณคดีลำนำก็ได้นะคะ หากนักเรียนเจอคำเหล่านี้นี่เราก็จะรู้คำศัพท์เลย สามารถอ่านแล้ว เข้าใขเนื้อเรื่องได้เลย ไม่จำเป็นที่จะเปิดพจนานุกรมหาความหมายได้อีกใช่ไหมคะ ครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ คุณครูคณิตาครับ และอีกอย่างหนึ่งการที่เรารู้ความหมายของคำศัพท์เพิ่มมากขึ้นนี่ มันก็เปรียบเสมือนคลังปัญญา เปรียบเสมือนเราจะไปเจอคำอะไรก็ตามแต่ ถ้าเรารู้ความหมายเราก็สามารถเข้าใจและยังสามารถอธิบาย ถ่ายทอดให้กับผู้อื่นฟังได้อีก อันนี้คือประโยชน์ของความหมายของคำศัพท์ ได้เรียนรู้ความหมายของคำศัพท์เพิ่มขึ้น เป็นคลังปัญญาของเรา และเรื่องที่นำไปใช้อ่านเรื่องนี่ เป็นเรื่องที่สำคัญมากคุณครูคณิตารู้ศัพท์เท่ากับอ่านเรื่องเข้าใจ อ่านเรื่องเข้าใจ เท่ากับถ่ายทอดได้ นักเรียนครับ อันนี้เป็นกลวิธีในการเรียนภาษาไทย เรียนวรรณคดี เรียนในเรื่องที่เราไม่สามารถแปลไทยให้เป็นไทยอีกทีหนึ่งได้ แล้วเราเข้าใจนี่ มันคือสุดยอดครับ เยี่ยม ถ้านักเรียนสาารถที่จะรู้คำศัพท์ ยิ่งจำได้นี่ยิ่งยอดเลยครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ ถือเป็นคลังความรู้ส่วนตัวนะคะ นักเรียนคะ หากในสมุดของนักเรียนนะคะ ยังจดไม่เรียบร้อย สามารถที่จะจด และทำสมุดของเราให้น่าอ่านได้ค่ะ เพื่อที่เราจะได้ไปทบทวนและจำคำศัพท์เหล่านั้นให้มากยิ่งขึ้นนั่นเอง (คุณครูปรเมษฐ) ครูเชื่อว่าวันนี้นี่เรายังไม่ได้เข้าสู่เนื้อหา ครูเชื่อว่าจะต้องกลับไปใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้แน่นอนเรื่องนักเรียนครับ ไปอ่านมาล่วงหน้าก่อนสุภาษิตสอนหญิงที่นักเรียนได้เรียนนี่มีไม่กี่บทหรอกครับ แต่จริง ๆ แล้วสุภาษิตฉบับจริงเล่มหนาประมาณนี้เลยนะครับ นักเรียน คำสอนเป็นจำนวนมากที่นักเรียนสามารถนำมาปรับได้ ใครสนใจใคร่รู้ ก็สามารถที่จะไป Search หรือไปค้นหาในอินเทอร์เน็ตได้ แล้วนักเรียนก็จะเป็นผู้ที่รู้ เป็นผู้ที่เยี่ยม แต่ถ้าใครไม่ค้นหาเพิ่มเติม อ่านจากหนังสือวรรณคดีลำนำอ่านมาให้จบ บางครั้งครูอาจจะแค่ชี้แนวทางนักเรียนก็เข้าใจแล้ว เพราะนักเรียนอ่านมาก่อนแล้วจะพูดทุกครั้งเลย เรียนวรรณดีและเข้าใจมันจะต้องทำการบ้านคืออ่านมาก่อนแล้วพอเข้าห้องมาเรียนด้วยกันนี่ จะเรียนอย่างเข้าใจพริ้วเลยครับ สติปัญญาของนักเรียนต่อไปคุณครูคณิตาจะสอนเรื่องอะไรครับ (คุณครูคณิตา) บทเรียนครั้งต่อไปเราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่อง อ่านจับใจความค่ะ สิ่งที่นักเรียนจะต้องเตรียมนะคะ มีอะไรบ้าง คะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) สิ่งที่หนู ๆ จะต้องเตรียมมาใบความรู้ครับ เรื่องหลักการอ่านจับใจความ 2. ต้องเตรียมใบงานเรื่อง สุภาษิตสอนหญิงสอนใจ แสดงว่าพรุ่งนี้นี่เราจะอ่านจับใจความกัน แล้วทำใบงานกัน ยังไม่บอกว่าทำอย่างไรซึ่งสามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่ (คุณครูคณิตา) สามารถดาวน๋ดข้อมูลได้ที่นี่เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)สำหรับวันนี้นะครับ ครูจะต้องเน้นย้ำนักเรียนนะให้นักเรียนกลับไปอ่าน อย่างไรเสียก็ตามให้กลับไปอ่าน อ่านแล้วให้รู้จากบ้านมาก่อน แล้วเดี๋ยวมาเรียนในห้องนี่แล้วมันจะเข้าใจ วันนี้สุภาษิตสอนหญิงน่าสนใจมากครับ วันนี้ครูคครูปรเมษฐขอลานักเรียนไปก่อนครับ สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]