﻿1
00:00:03,720 --> 00:00:07,718

2
00:00:07,718 --> 00:00:11,718

3
00:00:15,777 --> 00:00:15,798

4
00:00:15,798 --> 00:00:19,672

5
00:00:19,672 --> 00:00:23,668

6
00:00:23,668 --> 00:00:27,659

7
00:00:27,659 --> 00:00:31,659

8
00:00:31,664 --> 00:00:35,664
(คุณครูคณิตา) สวัสดีคุณครู

9
00:00:35,669 --> 00:00:39,668
ปลายทางทุกท่าน และนักเรียนปลายทางทึกคน

10
00:00:39,668 --> 00:00:43,668
วันนี้พบกับคุณครูคณิตา หนุนอนันต์ และครูปรเมษฐ ศรีกำเหนิด

11
00:00:43,759 --> 00:00:47,703
ในรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษา

12
00:00:47,703 --> 00:00:51,680
ปีที่ 6 ค่ะ ในวันนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะ นี่คุณครู

13
00:00:51,680 --> 00:00:55,675
ปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) นั่นน่ะสิ นักเรียน

14
00:00:55,675 --> 00:00:59,672
อยากเรียน

15
00:00:59,672 --> 00:01:03,667
เรื่องอะไรลูก วันนี้ครูจะให้อยู่

16
00:01:03,667 --> 00:01:07,667
ในเนื้อหาเดิมนะ ยังอยู่ในสุภาษิตสอนหญิงนะ เพราะฉะนั้น

17
00:01:07,701 --> 00:01:11,701
นักเรียนก็ยังจะต้องพกหนังสือ

18
00:01:11,745 --> 00:01:15,745
เพื่อจะใช้ในการดูบทเรื่องสุภา

19
00:01:15,751 --> 00:01:19,751
สอนหญิงในนั้นนะครับ วันนี้ครูจะศึกษาในเรื่องอะไร

20
00:01:19,784 --> 00:01:23,784
ล่ะครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เรื่องอะไรเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้น

21
00:01:23,812 --> 00:01:27,665
ไปดูกันเลยครับ ว่าครูนั้นจะให้นักเรียนเรียน

22
00:01:27,665 --> 00:01:31,665
ในเรื่องอะไรครับ (คุณครูคณิตา) อย่าชิงสุกก่อนห่ามไม่งามดี

23
00:01:31,696 --> 00:01:35,666
สุภาษิตสอนหญิง (คุณครูปรเมษฐ) วันนี้เราจะ

24
00:01:35,666 --> 00:01:39,666
ศึกษากันในเรื่องของการอ่านบทร้อยกรองนั่นเอง

25
00:01:39,675 --> 00:01:43,675
นะครับ ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญเรื่องหนึ่งในการเรียน

26
00:01:43,684 --> 00:01:47,659
วรรณคดีนั่นเองครับ ครูมี

27
00:01:47,659 --> 00:01:51,659
บทกลอนมาให้นะ มอบให้นักเรียนหญิงทุกคน รวมถึงคุณครู

28
00:01:51,661 --> 00:01:55,661
คณิตาด้วยนะ บทนี้มีชื่อว่า

29
00:01:55,664 --> 00:01:59,661
ผู้เอ๋ยผู้หญิง

30
00:01:59,661 --> 00:02:03,661
มีกลอนนี้

31
00:02:03,686 --> 00:02:07,661
ขึ้นต้นด้วยเอ๋ย ลงด้วยเอย

32
00:02:07,661 --> 00:02:11,661
เด็ก ๆ ครับ ยังไม่ให้ครูคณิตาเฉลย ครูคณิตารู้แล้วล่ะ เด็ก ๆ ตอบ

33
00:02:11,663 --> 00:02:15,662
สิว่า ไอ้กลอนชนิดนี้เขาเรียกว่ากลอนอะไร

34
00:02:15,662 --> 00:02:19,662
นะ กลอน... กลอนอะไรลูก

35
00:02:19,671 --> 00:02:23,663
กลอนอะไรนะ (คุณครูคณิตา) กลอนอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) กลอนดอกสร้อย ขึ้นด้วยเอ๋ย

36
00:02:23,663 --> 00:02:27,648
ลงด้วยเอย เดี๋ยวเรามาอ่านแบบเป็นทำนอง

37
00:02:27,648 --> 00:02:31,648
เสนาะ พร้อม ๆ กัน นักเรียนชายต้องอ่าน

38
00:02:31,655 --> 00:02:35,651
ให้ไพเราะนะ เพราะเราจะมอบให้กับนักเรียนหญิงทั่วประเทศเลย

39
00:02:35,651 --> 00:02:39,647
อ่านแบบทำนองเสนาะ 1 2 3

40
00:02:39,647 --> 00:02:43,647
ผู้เอ๋ยผู้

41
00:02:43,659 --> 00:02:47,657
หญิง มีคำเรียก

42
00:02:47,657 --> 00:02:51,657
มากมายยิ่ง

43
00:02:51,715 --> 00:02:55,715
ชวนขานไข

44
00:02:55,743 --> 00:02:59,680
ส่องสะท้อน

45
00:02:59,680 --> 00:03:03,680
ภูมิปัญญาของคนไทย

46
00:03:03,734 --> 00:03:07,734
ฉลาดใช้หลาก

47
00:03:07,761 --> 00:03:11,761
ถ้อยคำความหมายดี

48
00:03:11,778 --> 00:03:15,774
อรทัย นง

49
00:03:15,774 --> 00:03:19,767
คราญ ดวงสมร

50
00:03:19,767 --> 00:03:23,767
เยาวมา

51
00:03:23,867 --> 00:03:27,658
ลย์ งามงอน โฉมศรี

52
00:03:27,658 --> 00:03:31,652
นวลลออ

53
00:03:31,652 --> 00:03:35,646
สุดา กัลยาณี

54
00:03:35,646 --> 00:03:39,646
นารี บังอร สื่อ

55
00:03:39,656 --> 00:03:43,655
คือ "หญิง" เอย

56
00:03:43,655 --> 00:03:47,652
ฯฯ ปรบมือให้ตัวเองครับ เด็ก ๆ

57
00:03:47,652 --> 00:03:51,652
เก่งมาก กลอนบทนี้กล่าวถึง

58
00:03:51,656 --> 00:03:55,648
อะไรครูคณิตาตอบได้เลย (คุณครูคณิตา) กล่าวถึงผู้หญิง

59
00:03:55,648 --> 00:03:59,648
นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คำที่เป็นสี ๆ นี่นะ มีความหมาย

60
00:03:59,650 --> 00:04:03,650
ว่าผู้หญิงทั้งหมดเลย เอ้ ครูถามความรู้เดิมเด็ก ๆ

61
00:04:03,653 --> 00:04:07,651
หน่อยครับ เขาเรียกว่าคำอะไรนะ คำที่มีความหมาย

62
00:04:07,651 --> 00:04:11,646
เหมือนกันแต่เวลาเขียนเราเขียนไม่เหมือนกัน

63
00:04:11,646 --> 00:04:15,645
เด็ก ๆ ตอบครับ คือคำ... คำ เยี่ยม ครูคณิตา

64
00:04:15,645 --> 00:04:19,645
ใช่ไหมที่เด็ก ๆ ตอบ (คุณครูคณิตา) คือ คำอะไรคะ

65
00:04:19,649 --> 00:04:23,646
คำไวพจน์นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ทุกคำแปล

66
00:04:23,646 --> 00:04:27,646
ว่าผู้หญิงทั้งสิ้นนะครับ การที่

67
00:04:27,660 --> 00:04:31,648
สามารถนำคำคำเดียวกันนี่นะ ที่มีความหมาย

68
00:04:31,648 --> 00:04:35,648
เหมือนกันมาลงในกลอนบทหนึ่งได้นี่ถือเป็นความอัจฉริยะของผู้

69
00:04:35,649 --> 00:04:39,649
แต่งหรือกวี นี่คือการอ่านเป็นทำนองเสนาะ

70
00:04:39,652 --> 00:04:43,646
และเด็ก ๆ ก็สามารถอ่านได้ไพเราะ จึงเป็นที่มา

71
00:04:43,646 --> 00:04:47,646
ของคำถามนี้ครับ บทร้อยกรองที่นักเรียนได้ร่วมกันอ่าน

72
00:04:47,661 --> 00:04:51,646
มันเกิดความไพเราะได้อย่างไร

73
00:04:51,646 --> 00:04:55,645
ช่วยกันคิด ทำไมมันถึงเพราะ ถึงไพเราะได้

74
00:04:55,645 --> 00:04:59,645
เพราะอะไรลูก

75
00:04:59,652 --> 00:05:03,652
ติ๊กต๊อก ๆ เพราะอะไรครูคณิตา เพราะว่า

76
00:05:03,653 --> 00:05:07,645
เราอ่านบทร้อยกรองเหล่านี้เป็นทำนองเสนาะ

77
00:05:07,645 --> 00:05:11,645
ค่ะ เป็นการสร้างความไพเราะให้ตัวบทร้อยกรอง

78
00:05:11,650 --> 00:05:15,650
นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นั่นคือสิ่งที่ทำให้หนูอ่านได้

79
00:05:15,651 --> 00:05:19,651
อย่างไพเราะ คำว่า "เสนาะ" มีความหมายนะครูแพระ คำว่า "

80
00:05:19,681 --> 00:05:23,649
เสนาะนี่หมายถึงว่าน่าฟัง ไพเราะ

81
00:05:23,649 --> 00:05:27,646
เพราะ เพราะฉะนั้น มันไม่ได้เสนาะ

82
00:05:27,646 --> 00:05:31,646
เป็นแบบกลอนสุภาพอย่างเดียว มันสามารถดัดแปลงเป็นอะไรก็ได้

83
00:05:31,650 --> 00:05:35,650
คำว่า "เสนาะ" ทำอย่างไรให้เกิดความไพเราะนั่นเองใช่ไหมเด็ก ๆ

84
00:05:35,666 --> 00:05:39,662
เพราะฉะนั้น วันนี้น่าจะสนุกสนานกันน่าดู ครูจะ

85
00:05:39,662 --> 00:05:43,652
มีอะไรให้นักเรียนทำหลายสิ่งหลายอย่าง

86
00:05:43,652 --> 00:05:47,644
คำถามต่อไปครับ นักเรียนมีวิธีการอย่างไรในการอ่าน ในการ

87
00:05:47,644 --> 00:05:51,644
แบ่งวรรคของบทร้อยกรองดังกล่าว ให้มัน

88
00:05:51,652 --> 00:05:55,649
เกิดความไพเราะนี่นักเรียน แบ่งวรรคอย่างไร

89
00:05:55,649 --> 00:05:59,649
ครูคณิตาเคยสอนแล้วด้วยใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

90
00:05:59,654 --> 00:06:03,651
ตอบคำถาม ทำอย่างไร (คุณครูคณิตา) หากนักเรียนจำที่

91
00:06:03,651 --> 00:06:07,646
คุณครูคณิตาสอนไม่ได้นี่ ก็ใช้ความรู้เดิมก็ได้นะคะ

92
00:06:07,646 --> 00:06:11,646
(คุณครูปรเมษฐ) การแบ่งวรรคตอนนี่ การแบ่งวรรคแบ่งตอน

93
00:06:11,647 --> 00:06:15,647
ตอบแล้วนะลูก ครูคณิตาเฉลยว่าอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา)

94
00:06:15,654 --> 00:06:19,644
ค่ะ การแบ่งจังหวะในการอ่านคำนะคะ

95
00:06:19,644 --> 00:06:23,644
เราจะต้องอ่านเป็น 3-2-3 หรือ

96
00:06:23,646 --> 00:06:27,645
3-3-3 ตามบริบทข้างเคียง

97
00:06:27,645 --> 00:06:31,645
ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ในการแบ่งวรรคแบ่งตอนในบทกลอนนี่

98
00:06:31,679 --> 00:06:35,643
กลอนบางทีคำมี 9 คำ ทำอย่างไรให้อ่านลงก็ 3-3-3

99
00:06:35,643 --> 00:06:39,643
ทำอย่างไรให้อ่ายลง 3-2-3

100
00:06:39,651 --> 00:06:43,644
ดูตามบริบท อ่านจะเป็น 2-3 หรือ 2 ก็ได้

101
00:06:43,644 --> 00:06:47,644
มันต้องดูว่าคำมันลงเกิดความไพเราได้

102
00:06:47,646 --> 00:06:51,646
มากน้อยเพียงใด ก็ให้เลือกอ่านอย่างใดอย่างหนึ่ง

103
00:06:51,673 --> 00:06:55,646
แบ่งตอน ต่อไปลูก ลักษณะ

104
00:06:55,646 --> 00:06:59,646
ของน้ำเสียงนี่ ที่นักเรียนนี่เมื่อสัก

105
00:06:59,651 --> 00:07:03,645
ครู่ที่ได้เปล่งออกมานะมันเป็นอย่างไร

106
00:07:03,645 --> 00:07:07,645
ครูคณิตาได้ยินไหมครับ เสียงเป็นอย่างไรเมื่อกี้รครับ

107
00:07:07,645 --> 00:07:11,645
(คุณครูคณิตา) เป็นเสียงที่ไพเราะนะคะ แล้วก็

108
00:07:11,673 --> 00:07:15,655
เสียงดังกังวาลมากเลยนะ เพราะฉะนั้นค่ะ การใช้ลักษณะ

109
00:07:15,655 --> 00:07:19,645
ของน้ำเสียงนะคะ เราจะเปล่งคือ หนัก เบา

110
00:07:19,645 --> 00:07:23,645
หนัก เบา สั้น ยาว ขึ้นอยู่กับคำเหล่านั้น เพื่อ

111
00:07:23,652 --> 00:07:27,652
สร้างความไพเราะนะคะ และที่สำคัญค่ะ ก็มีการ

112
00:07:27,680 --> 00:07:31,649
เอื้อนทำนอง ใส่อารมณ์ความรู้สึกของผู้อ่าน

113
00:07:31,649 --> 00:07:35,649
บทร้อยกรองไปด้วยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ล่ะครับ 3 ข้อนี้

114
00:07:35,649 --> 00:07:39,647
การอ่านทำนองเสนาะของหนู ๆ มันเกิดความไพเราะ ถ้าไม่มี

115
00:07:39,647 --> 00:07:43,647
3 ข้อนี้นี่ ก็จะอ่านได้ไม่อย่างไพเราะ เสียง

116
00:07:43,695 --> 00:07:47,646
สูง ต่ำ หนัก เบา สั้น ยาว หมายถึงดนตรีลูก

117
00:07:47,646 --> 00:07:51,646
ภาษาไทยนี่เป็นภาษาดนตรีนะครูคณิตา มีสูง มีต่ำ

118
00:07:51,656 --> 00:07:55,656
ไอ้การที่มันขึ้นลง มีสูง มีต่ำ มันเหมือนดนตรี

119
00:07:55,656 --> 00:07:59,656
มันเพราะนะ เอื้อนทำนอง

120
00:07:59,658 --> 00:08:03,658
เป็นมนุษย์เป็นได้เพราะใจ

121
00:08:03,667 --> 00:08:07,647
สูง นี่เอื้อน เอื้อนเพื่ออะไร

122
00:08:07,647 --> 00:08:11,647
ให้มันเพราะ ให้กลอนมันลง

123
00:08:11,679 --> 00:08:15,679
ความรู้สึก ถ้าโศกเศร้าก็เป็นบทโศกใช่ไหม

124
00:08:15,735 --> 00:08:19,735
ประมาณนั้นนะครับ อันนี้ก็คือคำถามที่นักเรียน

125
00:08:19,753 --> 00:08:23,753
นั้นได้ตอบเป็นคำถามเริ่มต้นนั่นเองนะครับ

126
00:08:23,776 --> 00:08:27,776
(คุณครูคณิตา) การอ่านบทร้อยกรองจึงมุ่งให้

127
00:08:27,777 --> 00:08:31,777
เกิดความเพลิดเพลิน ซาบซึ้งในรสของคำประพันธ์

128
00:08:31,820 --> 00:08:35,662
ซึ่งจะต้องอ่านอย่างมีจังหวะ ลีลา

129
00:08:35,662 --> 00:08:39,656
และท่วงทำนองตามลักษณะของคำประพันธ์

130
00:08:39,656 --> 00:08:43,656
นั้น ๆ ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สำคัญมากเลยนะครับ ก็จะต้องอ่านนี่

131
00:08:43,672 --> 00:08:47,663
จังหวะคืออะไร จังหวะ คือ ลงจังหวะเป๊ะ ๆ ๆ

132
00:08:47,663 --> 00:08:51,650
ลีลา คือ การตีบท การแสดงบทบาทมัน

133
00:08:51,650 --> 00:08:55,646
คือลีลา ผู้ที่จะอ่านได้ดีก็ต้องลีลาดี

134
00:08:55,646 --> 00:08:59,646
จำครูไว้นะ ใครลีลาดี

135
00:08:59,660 --> 00:09:03,656
ก็อ่านได้ดีนะครับ ท่วงทำนองนี่สำคัญมาก ต้องลงเป็นห้อง ๆ ๆ

136
00:09:03,656 --> 00:09:07,647
ถูกตามฉันทลักษณ์ มันถึงจะเกิดความ... (คุณครูคณิตา) ความไพเราะ

137
00:09:07,647 --> 00:09:11,647
ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ เด็ก ๆ และครูคณิตาครับ

138
00:09:11,659 --> 00:09:15,656
จึงเป็นที่มาที่เราจะได้เรียนรู้กันนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ จุดประสงค์

139
00:09:15,656 --> 00:09:19,656
การเรียนรู้ของวันนี้นะคะ 1. อธิบาย

140
00:09:19,659 --> 00:09:23,659
หลักการอ่านออกเสียงบทร้อยกรองได้ 2. ค่ะ

141
00:09:23,659 --> 00:09:27,644
อ่านบทร้อยกรองเรื่อง สุภาษิตสอนหญิงได้

142
00:09:27,644 --> 00:09:31,644
3. เห็นคุณค่าของการอ่านบทร้อยกรอง

143
00:09:31,650 --> 00:09:35,648
จากเรื่อง สุภาษิตสอนหญิงได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สรุป ก็คือ

144
00:09:35,648 --> 00:09:39,648
หนูจะต้องบอกหลักการได้ว่าอ่านอย่างไร

145
00:09:39,656 --> 00:09:43,653
2. ต้องอ่านให้ครูฟังได้ และต้องเห็นความสำคัญ

146
00:09:43,653 --> 00:09:47,646
ของบทร้อยกรองนั้น ๆ นั่นเองนะครับ นักเรียนบททวนความรู้กัน

147
00:09:47,646 --> 00:09:51,646
เรื่อง การอ่านออกเสียงบทร้อยหรอง ตามที่ครู

148
00:09:51,651 --> 00:09:55,646
ได้บอกว่าต้องมีใบความรู้ใช่ไหมเด็ก ๆ นำใบความรู้เรื่องอะไร

149
00:09:55,646 --> 00:09:59,646
นะครูคณิตา (คุณครูคณิตา) นำใบความรู้นะคะ เรื่อง

150
00:09:59,653 --> 00:10:03,653
การอ่านออกเสียงบทร้อยกรองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นำขึ้นมา แล้วครูกับครูคณิตา

151
00:10:03,653 --> 00:10:07,647
จะอธิบายประกอบ นักเรียนก็ศึกษาใบความรู้

152
00:10:07,647 --> 00:10:11,647
ไปพร้อม ๆ กันเลยดีไหมลูก ถ้าดีไปพร้อม ๆ กัน

153
00:10:11,648 --> 00:10:15,648
นำใบความรู้ขึ้นมาครับ ไปแล้วนะ การอ่

154
00:10:15,648 --> 00:10:19,645
านเป็นทำนองเสนาะเป็นอย่างไรครูคณิตา

155
00:10:19,645 --> 00:10:23,645
(คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ เดี๋ยวเรามาศึกษาไปพร้อม ๆ กันเลยนะคะ

156
00:10:23,669 --> 00:10:27,651
การอ่านบทร้อยกรองเป็นทำนองเสนาะ เป็นการอ่าน

157
00:10:27,651 --> 00:10:31,651
เพื่อให้เกิดความเพลิดเพลินและซาบซึ้งในคำปการอ่านบทประพันธ์

158
00:10:31,670 --> 00:10:35,646
ซึ่งต้องมีจังหวะ ลีลาค่ะ

159
00:10:35,646 --> 00:10:39,646
(คุณครูปรเมษฐ) นี่คือการอ่านแบบทำนองเสนาะใช่ไหมครับ การอ่านบทร้อยกรอง

160
00:10:39,664 --> 00:10:43,644
นี่ถ้าจะแบ่งเป็นประเภทนี่

161
00:10:43,644 --> 00:10:47,644
ก็แบ่งได้ 2 แบบใช่ไหมลูก ก็คือการอ่านแบบอะไรนะ ธรรมดา

162
00:10:47,650 --> 00:10:51,648
กับการอ่านแบบทำนองเสนาะ นี่คือหลักการทั่ว ๆ ไป

163
00:10:51,648 --> 00:10:55,648
แต่ครูอยากให้นักเรียนได้ศึกษา

164
00:10:55,683 --> 00:10:59,676
เกี่ยวกับเรื่องการอ่านเป็นทำนองเสนาะมันเป็นอย่างไรนะ มันเป็นอย่างไรครู

165
00:10:59,676 --> 00:11:03,671
คณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ การอ่านเป็นทำนองเสนาะนี่  เป็นการอ่าย

166
00:11:03,671 --> 00:11:07,647
นมีสำเนียงนะคะ สูง, ต่ำ, หนัก, เบา, สั้น, ยาว

167
00:11:07,647 --> 00:11:11,647
เหมือนเสียงดนตรีค่ะ มีการเอื้อนตามจังหวะ

168
00:11:11,666 --> 00:11:15,654
ลีลาและท่วงทำนองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ก็คือการอ่านแบบทำนอง

169
00:11:15,654 --> 00:11:19,649
เสนาะนั่นเองนะครับ ไปดูหลักเกณฑ์กันเลยนะครับ ว่า

170
00:11:19,649 --> 00:11:23,649
มีหลักกเกณฑ์ว่าอย่างไร

171
00:11:23,652 --> 00:11:27,646
ข้อที่ 1 นักเรียนจะต้องเป็นอย่างไรลูก ศึกษา

172
00:11:27,646 --> 00:11:31,644
ลักษณะบังคับของคำประพันธ์นั้น ๆ อ่านกลอนนี่

173
00:11:31,644 --> 00:11:35,644
ก็ต้องศึกษาว่ากลอนนี่อ่านอย่างไร 3-2-3

174
00:11:35,646 --> 00:11:39,646
ลงอย่างไร ลงคำอย่างไร ลงเสียงอย่างไร อ่านร่าย ก็ต้องรู้

175
00:11:39,647 --> 00:11:43,647
ว่าร่ายนี่อ่านอย่างไร กาพย์เหมือนกัน

176
00:11:43,647 --> 00:11:47,647
วิชาเหมือนสินค้าน่ะ นักเรียนก็ต้องศึกษาว่ามันอ่านอย่าง

177
00:11:47,649 --> 00:11:51,644
ไร มันจึงจะสามารถอ่านเป็นทำนองเสนาะได้

178
00:11:51,644 --> 00:11:55,644
ถ้านักเรียนไม่รู้หลักการหรือลักษณะบังคับครูคณิตาคิดว่าจะอ่านได้ไหม

179
00:11:55,652 --> 00:11:59,649
(คุณครูคณิตา) อ่านไม่ได้ค่ะ หรืออาจจะอ่านได้ค่ะ

180
00:11:59,649 --> 00:12:03,643
แต่จะไม่ไพเราะนะ แล้วจะไม่ถูก

181
00:12:03,643 --> 00:12:07,643
จังหวะด้วยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ เพราะฉะนั้น อันนี้สำคัญมากนะครับ

182
00:12:07,678 --> 00:12:11,647
ข้อที่ 2 ว่าอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 2 นะคะ ต้องอ่านให้ถูกต้อง

183
00:12:11,647 --> 00:12:15,646
ตามลักษณะบังคับ เหมือนที่คุณครูได้กล่าวไว้เมื่อกี้

184
00:12:15,646 --> 00:12:19,646
ก็คือเราจะต้องศึกษาก่อนนะคะ ว่าบทที่เราจะ

185
00:12:19,646 --> 00:12:23,646
อ่านนั้นเป็นบทประเภทใด และเมื่อเรา

186
00:12:23,646 --> 00:12:27,646
ศึกษาเสร็จเรียบร้อยแล้วนี่ เราจะอ่าน

187
00:12:27,653 --> 00:12:31,653
ได้ถูกต้องตามลักษณะบังคับค่ะ จะทำให้เกิดความไพเราะ

188
00:12:31,660 --> 00:12:35,647
มากขึ้นนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ และข้อที่ 3

189
00:12:35,647 --> 00:12:39,647
อ่านเสียงดังฟังชัด ดังฟังชัดไม่ใช่ตะโกนนะลูก

190
00:12:39,660 --> 00:12:43,653
ดังฟังชัด คือ เสียงถ้อยคำที่เปล่งออกมาจากลำคอเรา

191
00:12:43,653 --> 00:12:47,643
มันจะต้องดัง คำต้องชัดเจน

192
00:12:47,643 --> 00:12:51,643
นี่คือการอ่านเสียงดังฟังชัด ข้อต่อไปว่าอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา)

193
00:12:51,659 --> 00:12:55,656
ข้อที่ 4 ค่ะ อ่านออกเสียงคำให้ชัดเจน (คุณครูปรเมษฐ) โดยเฉพาะ ร. เรือ

194
00:12:55,656 --> 00:12:59,649
, ล. ลิง แล้วก็อะไรนะครับ (คุณครูคณิตา) คำควบกล้ำค่ะ

195
00:12:59,649 --> 00:13:03,649
(คุณครูปรเมษฐ) 3 อย่างนี้สำคัญมาก ต้องออกให้ชัด

196
00:13:03,660 --> 00:13:07,660
ครูมีกลอนมา 1 บทนะ เดี๋ยวลองอ่านกันเลยนะ

197
00:13:07,678 --> 00:13:11,678
อ่านเป็นทำนองเสนาะ เดี๋ยวอ่านพร้อม ๆ ครู

198
00:13:11,834 --> 00:13:15,780
แล้วดูสิว่ามันอ่านได้หรือไม่นะครับ ให้ออกเสียงคำให้ชัดเจน 1 2 3

199
00:13:15,780 --> 00:13:19,780
แสงอาทิตย์ปิดฟ้า

200
00:13:19,851 --> 00:13:23,658
เลื่อนลาหาย

201
00:13:23,658 --> 00:13:27,658
ทุกข์กล้ำกลาย

202
00:13:27,677 --> 00:13:31,644
เกลื่อนกลุ้มรุมหน้าหลัง

203
00:13:31,644 --> 00:13:35,642
รอย

204
00:13:35,642 --> 00:13:39,642
อาลัยฟ้ามืด

205
00:13:39,642 --> 00:13:43,642
มาบดบัง ร่องรอยหวัง

206
00:13:43,643 --> 00:13:47,643
ล่ำลาละลายเลือน

207
00:13:47,645 --> 00:13:51,645
ถามครูคณิตาก่อน

208
00:13:51,651 --> 00:13:55,650
กลอนบทนี้นี่เขาเล่นอะไรครับ (คุณครูคณิตา) เล่นอะไรเอ่ย

209
00:13:55,650 --> 00:13:59,644
แสงอาทิตย์ปิดฟ้า

210
00:13:59,644 --> 00:14:03,644
เล่นอะไรคะ เป็นการเล่น... เล่นอะไรคะ พยัญชนะหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) เล่น

211
00:14:03,649 --> 00:14:07,649
ร. เรือ, ล. ลิง คราวนี้ มันก็จะพิสูจน์

212
00:14:07,668 --> 00:14:11,657
นักเรียนที่อ่าน ถ้านักเรียนเข้าใจหลักการอ่านคำ

213
00:14:11,657 --> 00:14:15,653
ควบกล้ำ กล้ำกลายนี่ใช่ไหม เกลื่อน

214
00:14:15,653 --> 00:14:19,649
นี่ใช่ไหม ถ้าเข้าใจ มันก็จะอ่านได้อย่างไพเราะ

215
00:14:19,649 --> 00:14:23,649
ครูเน้นย้ำว่า ร. เรือ, ล. ลิง นี่

216
00:14:23,654 --> 00:14:27,651
จะต้องออกให้ชัดเจน ต้องออกให้ชัดเจนนะ อย่างเช่นคำนี้

217
00:14:27,651 --> 00:14:31,642
ละลาย ละลายเลือน นี่

218
00:14:31,642 --> 00:14:35,642
ถ้านักเรียนสับสนอาจจะออกเสียงเป็น ร่ำรา

219
00:14:35,649 --> 00:14:39,649
ระรายเรือน แบบนี้ใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ไม่ใช่ค่ะ

220
00:14:39,657 --> 00:14:43,651
ก็จะทำให้บทกลอนเหล่านี้นะคะ ก็คือเพี้ยนไปนะ

221
00:14:43,651 --> 00:14:47,645
หรือว่าผิดไปนั่นเอง ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ผิดเลย

222
00:14:47,645 --> 00:14:51,645
ก็เท่ากับคำต้องผิดด้วย เพราะฉะนั้น เน้นย้ำนะครับ

223
00:14:51,645 --> 00:14:55,644
ร. เรือ, ล. ลิง คำควบกล้ำนะครับ

224
00:14:55,644 --> 00:14:59,644
ข้อต่อไปว่าอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ ข้อต่อมาก็คือนะคะ

225
00:14:59,647 --> 00:15:03,647
อ่านมีจังหวะวรรคตอนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ครูคณิตาชอบมากเเลน

226
00:15:03,658 --> 00:15:07,646
สอนนักเรียนเป็นประจำเลย ต้องมีการแบ่งวรรคแบ่งตอนใช่ไหม

227
00:15:07,646 --> 00:15:11,646
ดูบทนี้เลยครับ ลองอ่านแบบธรรมดาบ้างก็ได้ (คุณครูคณิตา)

228
00:15:11,653 --> 00:15:15,645
อ่านแบบธรรมดานะคะ ถึงบางพูด

229
00:15:15,645 --> 00:15:19,644
พูดดีเป็นศรีศักดิ์ มีคนรัก

230
00:15:19,644 --> 00:15:23,644
รสถ้อย อร่อยจิต แม้นพูดชั่ว ตัวตาย

231
00:15:23,656 --> 00:15:27,643
ทำลายมิตร จะชอบผิด

232
00:15:27,643 --> 00:15:31,643
ในมนุษย์ เพราะพูดจา (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ยกมาจากนิราศ

233
00:15:31,647 --> 00:15:35,642
ภูเขาทอง ของบรมครูสุนทรภู่

234
00:15:35,642 --> 00:15:39,642
เห็นไหมที่คุณครูคณิตากับนักเรียนอ่านเมื่อสักครู่นี่ เราแบ่ง

235
00:15:39,645 --> 00:15:43,644
วรรคตอนชัดเจนเลยใช่ไหม นี่ที่ครูให้ดูหน้าจอ

236
00:15:43,644 --> 00:15:47,644
ก็เป็นการแบ่งวรรคให้ชัดเจน เพราะฉะนั้น อ่านมีจังหวะแบบมี

237
00:15:47,648 --> 00:15:51,643
วรรคตอนมันช่วยให้เกิดความไพเราะ

238
00:15:51,643 --> 00:15:55,643
ถึงจะอ่านเป็นทำนองเสนาะก็ต้อง

239
00:15:55,649 --> 00:15:59,649
แบ่งวรรคตอนให้ชัดเจนนะครับ ต่อไป ข้อที่ 6 นะ

240
00:15:59,650 --> 00:16:03,650
ตามใบความรู้นะครับ คำที่รับสัมผัสกัน

241
00:16:03,650 --> 00:16:07,646
ต้องอ่านเน้นเสียงให้ชัด เดี๋ยวไปดูกัน

242
00:16:07,646 --> 00:16:11,646
ดูจากบทกลอนเลยนะ ถึงหน้าวังดังหนึ่ง

243
00:16:11,657 --> 00:16:15,644
ใจจะขาด คำว่า "ขาด" นะ คิดถึง

244
00:16:15,644 --> 00:16:19,644
บาท ขาดกับบาทเป็นอย่างไรกัน รับสัมผัสกัน

245
00:16:19,665 --> 00:16:23,650
เขาเรียกว่าสัมผัสระหว่างวรรค

246
00:16:23,650 --> 00:16:27,646
บพิตรอดิศร ครูทำ

247
00:16:27,646 --> 00:16:31,646
แดง ๆ ไว้ แดง ๆ แดงนี่ไว้เพื่ออะไรนักเรียน

248
00:16:31,651 --> 00:16:35,647
ครูจะให้นักเรียนตอบครูสิว่าคำนี้

249
00:16:35,647 --> 00:16:39,647
ครูออกเสียงว่าอย่างไรนะ นี่ตอบครูครับ

250
00:16:39,683 --> 00:16:43,645
เมื่อสักครู่ครูออกเสียงว่าอย่างไร

251
00:16:43,645 --> 00:16:47,643
ถูกหรือเปล่าครูคณิตา

252
00:16:47,643 --> 00:16:51,643
ครูออกเสียงว่าอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐนะคะ

253
00:16:51,650 --> 00:16:55,645
ได้ออกเสียงว่า "อะ-ดิด-สอน" ค่ะ

254
00:16:55,645 --> 00:16:59,645
(คุณครูปรเมษฐ) ทำไมถึงต้องเป็น อะ-ดิด-สอน

255
00:16:59,649 --> 00:17:03,649
ทำไมไม่ อดิศร ลองนะครับ ๆ คิดถึงบาทบพิตร

256
00:17:03,649 --> 00:17:07,649
อดิศร แต่อีกแบบ

257
00:17:07,668 --> 00:17:11,645
หนึ่งที่ครูออกเสียง คิดถึงบาทบพิตร

258
00:17:11,645 --> 00:17:15,645
อะ-ดิด-สอน คำมันเป็นอย่างไร

259
00:17:15,651 --> 00:17:19,651
กันทันทีเลยนักเรียน ความรู้สึกผิดทันทีเลย

260
00:17:19,653 --> 00:17:23,647
ตรงนี้เสียงไม่ชัดนะ เพื่อให้รับสัมผัสกับ

261
00:17:23,647 --> 00:17:27,646
คำว่า บพิตรนั่นเอง อันนี้คือลักษณะการอ่าน ข้อต่อไปครับ

262
00:17:27,646 --> 00:17:31,646
ครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ข้อต่อไปค่ะ การเอื้อนสัมผัส

263
00:17:31,662 --> 00:17:35,645
... ขออภัยค่ะ การ

264
00:17:35,645 --> 00:17:39,645
เอื้อนสัมผัสในเพื่อเพิ่มความไพเราะค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มันเอื้น(คุณครูคณิตา)

265
00:17:39,659 --> 00:17:43,659
อย่างไร เดี๋ยวไปดูกันเลย ครูยกมาบทกลอนหนึ่ง

266
00:17:43,667 --> 00:17:47,648
คืออะไร ครับ ครูชี้คำว่า "ใกล้"

267
00:17:47,648 --> 00:17:51,648
ใกล้สัมผัสกับคำว่า เก่งมาก ใจ

268
00:17:51,659 --> 00:17:55,659
สั่น สัมผัสกับคำว่า "สนั่น"

269
00:17:55,664 --> 00:17:59,646
ใช่ไหมลูก ไกลมีคำสัมพันธ์ไหม

270
00:17:59,646 --> 00:18:03,646
ตรงนี้ไม่มี ถ้ามีนี่เป็นปัญหาเลย เพราะมีการชิงสัมผัส

271
00:18:03,672 --> 00:18:07,650
ตอนที่เรียนระดับสูงกว่านี้นะ ว่าชิงสัมผัมเป็นอย่างไร

272
00:18:07,650 --> 00:18:11,649
สั่นกับสนั่นครูคณิตา ดูต่อ

273
00:18:11,649 --> 00:18:15,647
ที่วรรครับ วรรครับหรือวร หรือ

274
00:18:15,647 --> 00:18:19,647
กับคำว่า "คนึง" นี่สัมผัสใน

275
00:18:19,647 --> 00:18:23,646
(คุณครูคณิตา) เอ้ สัมผัส

276
00:18:23,646 --> 00:18:27,646
สระหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ สัมผัสในคือการสัมผัส

277
00:18:27,648 --> 00:18:31,648
สระนั่นเอง (คุณครูคณิตา) สัมผัสสระ สัมผัสใน

278
00:18:31,652 --> 00:18:35,652
เล็งแลจ้อง อันนี้จบ

279
00:18:35,661 --> 00:18:39,647
เล็งแลจ้องน้องนวลชวนเพลินตา

280
00:18:39,647 --> 00:18:43,647
นักเรียนบอกครูคณิตาให้ขีดคำสัมผัส (คุณครูคณิตา)

281
00:18:43,652 --> 00:18:47,652
มีคำอะไรบ้างคะ (คุณครูปรเมษฐ) ตอบครับ 1. คือคำเล็งครับ

282
00:18:47,657 --> 00:18:51,657
เก่งมาก (คุณครูคณิตา) เล็งแลใช่ไหมคะ

283
00:18:51,671 --> 00:18:55,646
แล้วก็จ้องกับน้อง น้องกับนวบด้วยไหมคะ

284
00:18:55,646 --> 00:18:59,646
(คุณครูปรเมษฐ) ไม่ ๆ ๆ (คุณครูคณิตา) ไม่ใช่ไหม (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้เราดูสัมผัสในกับสัมผัส

285
00:18:59,658 --> 00:19:03,646
สระนั่งเองนะ เล็งแลก็ถือว่าเป็นสัมผัสสระ

286
00:19:03,646 --> 00:19:07,646
(คุณครูคณิตา) นวลสำผัสกับคำว่า... (คุณครูปรเมษฐ) เก่งมากครับ

287
00:19:07,661 --> 00:19:11,652
คำว่า "ชวน" นะครับ นี่ สัมผัสกัน สัมผัสใน

288
00:19:11,652 --> 00:19:15,649
พี่โหยหาหวนฮึกนึกแต่

289
00:19:15,649 --> 00:19:19,649
นาง คำว่า "หึก" สัมผัสกับ

290
00:19:19,651 --> 00:19:23,651
คำว่า "นึก" เพราะว่าถ้ามีจะเป็นชิงสัมผัส ลองอ่านเป็นทำนองเสนาะ

291
00:19:24,654 --> 00:19:28,649
พร้อม ๆ กันครับ ยามตัวใกล้

292
00:19:28,649 --> 00:19:32,649
ใจสั่นสนั่นไหว

293
00:19:32,654 --> 00:19:36,654
ยามอยู่ไกลคิดถึง

294
00:19:36,666 --> 00:19:40,648
คนึงหา

295
00:19:40,648 --> 00:19:44,645
เล็งแลจ้อง

296
00:19:44,645 --> 00:19:48,645
น้องนวลชวนเพลินตา

297
00:19:48,648 --> 00:19:52,647
พี่โหยหาหวนฮึก

298
00:19:52,647 --> 00:19:56,647
นึกแต่นาง เห็นไหม ครูก็จะใส่

299
00:19:56,647 --> 00:20:00,647
ใส่ให้มันเสียงมันหนักขึ้น ให้มันชัดเจนนะครับ

300
00:20:00,650 --> 00:20:04,650
(คุณครูคณิตา) เขาเรียกว่าใส่น้ำหนักการอ่านหนักเบาใช่ไหมคะ

301
00:20:04,661 --> 00:20:08,661
แล้วก็จะมีสั้นยาวสูงต่ำนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เพื่อเพิ่มความไพเราะนะ

302
00:20:08,663 --> 00:20:12,663
แต่ครูอาจจะอ่านไม่เพราะสำหรับนักเรียนก็ได้ ขอให้ทำนองถูก

303
00:20:12,672 --> 00:20:16,650
ข้อที่ 8 ว่าอย่างไรครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) คำที่มี

304
00:20:16,650 --> 00:20:20,649
พยางค์เกินให้อ่านเร็วและเบา เพื่อให้เสียง

305
00:20:20,649 --> 00:20:24,649
ไปตกตามที่ต้องการค่ะ เอ้ มันเป็นอย่างไรค

306
00:20:24,651 --> 00:20:28,649
ะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) กลอนแปดพยางค์เกิน

307
00:20:28,649 --> 00:20:32,647
ตามลักษณะแล้วมันต้องมี 7 - 9 ใช่ไหม ในกรณี

308
00:20:32,647 --> 00:20:36,645
ที่คำเกินมาเป็น 10 คำ ก็จะต้องอ่านให้ลง

309
00:20:36,645 --> 00:20:40,645
ไปดูกันเลย กลอนของสุนทรภู่นี่อันนี้นิราศ

310
00:20:40,651 --> 00:20:44,648
เดี๋ยวครูคณิตาลองอ่านให้ผมฟังหน่อย (คุณครูคณิตา)

311
00:20:44,648 --> 00:20:48,648
นักเรียนคะ สิ่งที่ครูอ่านนี่อาจจะถูกหรือผิดก็ได้นะคะ

312
00:20:48,650 --> 00:20:52,650
ลองอ่านไปพร้อม ๆ กันเลยนะคะ ถึง

313
00:20:52,658 --> 00:20:56,655
บางซื่อชื่อบางนี่สุจริต

314
00:20:56,655 --> 00:21:00,646
เหมือนชื่อจิตรที่พี่ตรงจำนงสมร

315
00:21:00,646 --> 00:21:04,646
มิตรจิตรก็ขอให้

316
00:21:04,646 --> 00:21:08,645
มิตรใจจร ใจสมร

317
00:21:08,645 --> 00:21:12,645
ขอให้ซื่อเหมือนชื่อบาง

318
00:21:12,655 --> 00:21:16,655
(คุณครูปรเมษฐ) ปรบมือให้คุณครูคณิตาและนักเรียนทุกคนหน่อย (คุณครูคณิตา) ไม่ต้องปรบมือก็ได้ค่ะ

319
00:21:16,658 --> 00:21:20,658
(คุณครูคณิตา) คุณครูว่ามันแปลก ๆ ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) มันแปลก ๆ

320
00:21:20,662 --> 00:21:24,645
คำมันเป็นอย่างไรเด็ก ๆ คำมันเกิน

321
00:21:24,645 --> 00:21:28,645
(คุณครูคณิตา) คำมันเกินและที่สำคัญครูคณิตาอ่านผิดด้วยค่ะ

322
00:21:28,649 --> 00:21:32,649
นักเรียนคะ นักเรียนลองทายดูสิคะ ว่าคุณครูอ่านผิด

323
00:21:32,667 --> 00:21:36,659
วรรคไหนเอ่ย ตอบได้ไหม เอ่ย

324
00:21:36,659 --> 00:21:40,654
(คุณครูปรเมษฐ) วรรคไหนนะครับ เฉลยเลย (คุณครูคณิตา)

325
00:21:40,654 --> 00:21:44,650
วรรคไหน วรรคไหนคะ นั่นก็คือวรรคที่

326
00:21:44,650 --> 00:21:48,650
1 นั่นเองค่ะ หรือว่าวรรคแรกใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ)

327
00:21:48,652 --> 00:21:52,652
ถ้าเราจะอ่านนี่นะ อ่านให้เร็วและเบาเพื่อให้เสียงมันตกตาม

328
00:21:52,671 --> 00:21:56,651
ต้องการนี่ ในเมื่อคำเกินใช่ไหม ก็ต้องอ่านว่า ถึงบางซื่อ

329
00:21:56,651 --> 00:22:00,651
ชื่อบางนี่สุจริต เหมือน

330
00:22:00,651 --> 00:22:04,648
จำนงสมร เห็นไหม เร็วและเบา มิตรจิต

331
00:22:04,648 --> 00:22:08,648
ก็ขอให้มิตรใจจร ใจสมรขอให้ซื่อเหมือนชื่อบาง

332
00:22:08,650 --> 00:22:12,650
(คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คะ เรามาทบทวนกัน เมื่อกี้เด็ก ๆ อาจจะ

333
00:22:12,653 --> 00:22:16,650
ฟังครูคณิตาแล้ว เอ้ ทำไมมันก็ออกเสียงคล้าย ๆ กัน

334
00:22:16,650 --> 00:22:20,650
ใช่ไหมคะ วรรคแรกครูปรเมษฐ

335
00:22:20,650 --> 00:22:24,650
อ่านช้า ๆ ให้เด็ก ๆ ฟังหน่อยสิคะ (คุณครูปรเมษฐ)

336
00:22:24,677 --> 00:22:28,651
ต่างกันอย่างไรนะครับ คือ อ่านให้เบาและเร็ว ถึงบางซื่อ

337
00:22:28,651 --> 00:22:32,649
ชื่อบางนี่สุจริต ตั้ง 4 คำครู

338
00:22:32,649 --> 00:22:36,648
ควบได้ในห้องเดียว เหมือนชื่อจิตที่พี่

339
00:22:36,648 --> 00:22:40,646
ตรงจำนงสมร มิตรจิตรก็ขอให้

340
00:22:40,646 --> 00:22:44,646
มิตรใจจร ใจสมรขอให้ซื่อ

341
00:22:44,649 --> 00:22:48,647
เหมือนชื่อบาง ไอ้ 2 วรรคคำสุดท้ายมีปัญ

342
00:22:48,647 --> 00:22:52,647
หา (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คำมันเกิน ก็ต้องอ่านให้ถูกต้อง

343
00:22:52,661 --> 00:22:56,648
ยิ่งที่ถ้าเป็นทำนองเสนาะยิ่งต้องอ่านให้ดีเลยนะครับ ข้อที่ 9

344
00:22:56,648 --> 00:23:00,648
ว่าอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 9 นะคะ ก็คือ

345
00:23:00,654 --> 00:23:04,652
สอดแทรกอารมณ์ความรู้สึกให้เข้ากับ

346
00:23:04,652 --> 00:23:08,652
เนื้อหาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถามครูคณิตาก่อนเลย เห็นกลอนวรรคสดับ

347
00:23:08,663 --> 00:23:12,661
นี่น่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรครับ (คุณครูคณิตา)

348
00:23:12,661 --> 00:23:16,658
เกี่ยวกับความรักหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ตอบสิครับ

349
00:23:16,658 --> 00:23:20,654
ใช่นะ เขาเปรียบเทียบกับความรักใช่ไหม เพราะฉะนั้น ความรักนี่

350
00:23:20,654 --> 00:23:24,654
สวยสดงดงาม เดี๋ยวลองอ่าน เดี๋ยวอ่านพร้อม ๆ กับครูนะครับ

351
00:23:24,664 --> 00:23:28,648
เขาย่อมเปรียบเทียบความ

352
00:23:28,648 --> 00:23:32,648
ว่ายามรัก

353
00:23:32,648 --> 00:23:36,648
แต่น้ำผักต้มขมชม

354
00:23:36,661 --> 00:23:40,659
ว่าหวาน

355
00:23:40,659 --> 00:23:44,659
ครั้นรักจางห่างเหิน

356
00:23:44,662 --> 00:23:48,646
ไปเนิ่นนาน

357
00:23:48,646 --> 00:23:52,646
แต่น้ำตาลว่าเปรี้ยว

358
00:23:52,656 --> 00:23:56,650
ไม่เหลียวแล นี่

359
00:23:56,650 --> 00:24:00,650
มันเกี่ยวกับความรัก เราก็ต้องทำบทนี่ให้มัน

360
00:24:00,661 --> 00:24:04,661
เกิดความไพเราะ ให้มันถ่ายทอดถึงความรู้สึกว่า

361
00:24:04,667 --> 00:24:08,651
ความรักนี่ แรก ๆ นี่เขาว่าน้ำต้มผักที่ขมนี่เขา

362
00:24:08,651 --> 00:24:12,651
ยังว่าเป็นอย่างไรเลย (คุณครูคณิตา) ว่าหวานค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้นนี่ แต่พอรักไป

363
00:24:12,656 --> 00:24:16,656
นาน ๆ น้ำตาลยังว่าเปรี้ยวเลย

364
00:24:16,658 --> 00:24:20,652
เพราะฉะนั้นนี่ นักเรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องความรัก

365
00:24:20,652 --> 00:24:24,650
นะ มันเป็นเรื่องของอนาคตนะครับ

366
00:24:24,650 --> 00:24:28,650
ใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เมื่อกี้ที่คุณครูปรเมษฐ์อ่านไปเมื่อกี้นี่นะคะ

367
00:24:28,650 --> 00:24:32,650
น้ำเสียง เด็ก ๆ ตอบคุณครูคณิตาสิคะ ว่า

368
00:24:32,650 --> 00:24:36,650
น้ำเสียงของคุณครูปรเมษฐเป็นอย่างไร

369
00:24:36,679 --> 00:24:40,667
พูดถึงความรักก็จริง แต่เป็นการเปรียบเทียบ

370
00:24:40,667 --> 00:24:44,658
ก็คือรักในช่วงแรก ๆ กับเมื่อเรารัก

371
00:24:44,658 --> 00:24:48,653
ไปนาน ๆ มันเกิดอะไรขึ้น น้ำเสียงก็จะเป็นการ

372
00:24:48,653 --> 00:24:52,648
บอกเล่าเชิงเปรียบเทียบนะคะ น้ำเสียงก็เป็นการ

373
00:24:52,648 --> 00:24:56,648
สอดแทรกอารมณ์เชิงเศร้าหน่อยไหมคะ

374
00:24:56,650 --> 00:25:00,650
(คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ 2 วรรคแรงมีความสุข 2 วรรครักเศร้า

375
00:25:00,652 --> 00:25:04,652
นี่คือการใช้เสียง นักเรียนจะได้รับรู้ไปเรื่อย ๆ นะ

376
00:25:04,674 --> 00:25:08,674
แล้วนักเรียนจะอ่านได้เก่ง ข้อสุดท้ายว่าอย่างไรครูคณิตา

377
00:25:08,676 --> 00:25:12,649
(คุณครูคณิตา) ข้อสุดท้ายค่ะ เมื่ออ่านถึงตอนจบต้องทอดจังหวะและเอื้อ

378
00:25:12,649 --> 00:25:16,649
ต้องทอดจังหวะและเอื้อนให้ช้าลง (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ

379
00:25:16,657 --> 00:25:20,650
กลอนจะจบแล้ว ต้องเอื้อน แล้วต้องไปให้ช้า

380
00:25:20,650 --> 00:25:24,650
กลอนจะไปเนิบ ๆ ดูตัวบทเลยไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

381
00:25:24,677 --> 00:25:28,656
อันนี้เป็นพระอภัยมณีใช่ไหม ของท่านบรมครู

382
00:25:28,656 --> 00:25:32,649
สุนทรภู่ นักเรียนเรียนเมื่อตอน ป.4 นะครับ

383
00:25:32,649 --> 00:25:36,649
อ่านพร้อม ๆ กับครู อันนี้ท่องได้อยู่แล้ว แล้วสอน

384
00:25:36,650 --> 00:25:40,647
ว่าอย่าไว้

385
00:25:40,647 --> 00:25:44,647
ใจมนุษย์ เห็นไหมคำมันสัมผัสกัน มันลึกลับ

386
00:25:44,652 --> 00:25:48,647
แสนสุดลึกล้ำเหลือ

387
00:25:48,647 --> 00:25:52,647
กำหนด ถึงเถาวัลย์

388
00:25:52,649 --> 00:25:56,649
พันเกี่ยว

389
00:25:56,653 --> 00:26:00,653
ที่เลี้ยวลด ก็ไม่คด

390
00:26:00,672 --> 00:26:04,649
เหมือนหนึ่งในน้ำใจคน

391
00:26:04,649 --> 00:26:08,649

392
00:26:08,649 --> 00:26:12,649
ทอดตรงไหนครูคณิตาลองบอกสิ (คุณครูคณิตา) ทอดตอน

393
00:26:12,654 --> 00:26:16,650
จบค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ กลอนจบปุ๊บต้อง

394
00:26:16,650 --> 00:26:20,650
ทอด เพราะฉะนั้น ก็จบพอดีในเรื่องของหลักการ ทีนี้เดี๋ยวเราไปฝึกอ่านกันเลย

395
00:26:20,656 --> 00:26:24,656
คราวนี้เดี๋ยวเราจะได้ไปอ่านกันจริง ๆ เลย

396
00:26:24,656 --> 00:26:28,650
จากเรื่อง... (คุณครูคณิตา) เรื่อง อย่าชิงสุกก่อนห่าม

397
00:26:28,650 --> 00:26:32,650
ไม่งามดีค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ซึ่งก็จะเป็นเนื้อหาต่อจากตอนที่แล้ว

398
00:26:32,663 --> 00:26:36,663
เดี๋ยวเราไปอ่านกันเลยดีกว่าเด็ก ๆ เดี๋ยวครูจะนำอ่านนะครับ

399
00:26:36,671 --> 00:26:40,648
บทที่ 1 อ่านแบบทำนองเสนาะก่อนนะ 1

400
00:26:40,648 --> 00:26:44,648
2 3 ระวัง

401
00:26:44,648 --> 00:26:48,648
ดูเรือนเย้าแลข้าว

402
00:26:48,660 --> 00:26:52,660
ของ

403
00:26:52,664 --> 00:26:56,655
จะบกพร่องอะไร

404
00:26:56,655 --> 00:27:00,648
ที่ไหนนั่น

405
00:27:00,648 --> 00:27:04,648
เห็นไม่มีแล้วอย่าอ้าง

406
00:27:04,652 --> 00:27:08,652
ว่าช่างมัน จง

407
00:27:08,652 --> 00:27:12,650
ผ่อนผันเก็บเล็มให้

408
00:27:12,650 --> 00:27:16,650
เต็มลง นี่อ่านบทขนบเดิมใช่ไหม

409
00:27:16,655 --> 00:27:20,648
ครูคณิตา คือ อ่านแบบกลอนสุภาพ อ่านแบบนองเสนาะ

410
00:27:20,648 --> 00:27:24,648
เบื่อนะนักเรียน มันสามารถเปลี่ยนทำนองได้ไหม

411
00:27:24,652 --> 00:27:28,652
ย่อมได้ครับ ถ้าเรียนกับครูนี่เปลี่ยนได้

412
00:27:28,664 --> 00:27:32,664
เปลี่ยนให้มันเกิดความไพเราะนี่เปลี่ยนได้ เพราะเสนาะแปลว่า...

413
00:27:32,669 --> 00:27:36,653
(คุณครูคณิตา) ไพเราะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ไพเราะใช่ไหมนักเรียน

414
00:27:36,653 --> 00:27:40,650
เพราะฉะนั้น เราสามารถเปลี่ยนได้ แล้ววันนี้นักเรียนก็จะได้เปลี่ยนด้วย

415
00:27:40,650 --> 00:27:44,650
และความชอบของบทร้อยกรองที่นักเรียน

416
00:27:44,653 --> 00:27:48,653
นำมาอ่านนั่นเอง สมมติครูเปลี่ยนอันนี้ให้เป็น

417
00:27:48,655 --> 00:27:52,648
จังหวะกระชับ ๆ หน่อย

418
00:27:52,648 --> 00:27:56,648
นะ ให้เป็นเพลงเทพทองแล้วกัน เดี๋ยวนักเรียนลองฟังครูก่อนแล้วลองขับเองนะครับ

419
00:27:56,657 --> 00:28:00,650
ครูจะรับคำว่า "ห้าให้"

420
00:28:00,650 --> 00:28:04,648
จะรับคำว่า "ห้าให้" ข้อวรรคสดับ

421
00:28:04,648 --> 00:28:08,647
นะ กับวรรครองนะ เดี๋ยวลองดู ฟังครูนะ มีสลึง

422
00:28:08,647 --> 00:28:12,647
พึงประจบให้ครบบาท

423
00:28:12,649 --> 00:28:16,649
อย่าให้ขาดสิ่งของต้องประสงค์

424
00:28:16,650 --> 00:28:20,648
จงมักน้อย ห้าให้

425
00:28:20,648 --> 00:28:24,648
กินน้อย ค่อยบรรจง อย่าจ่ายลง

426
00:28:24,648 --> 00:28:28,648
ให้มากจะยากนานเอย

427
00:28:28,652 --> 00:28:32,652
นี่ไม่จำเป็นต้องอ่านแบบขนบเดิมก็ได้

428
00:28:32,664 --> 00:28:36,652
เห็นไหมนี่สามารถจะอ่านแบบไหนก็ได้ ดูวรรคต่อไป ดูบทต่อไป

429
00:28:36,652 --> 00:28:40,652
นักเรียนร้องได้แล้ว คราวนี้ลอง

430
00:28:40,653 --> 00:28:44,653
รับ ห้าให้ แล้วอ่านครับ

431
00:28:44,661 --> 00:28:48,651
ห้าให้ ก็อย่าไปพิไรซื้อ

432
00:28:48,651 --> 00:28:52,651
ให้เป็นมื้อเป็นคราวทั้ง

433
00:28:52,676 --> 00:28:56,675
คาวหวาน เมื่อพ่อแม่

434
00:28:56,675 --> 00:29:00,663
ห้าให้ ชรากาล จงเลี้ยงท่านอย่าให้

435
00:29:00,663 --> 00:29:04,654
ระทดใจเอย

436
00:29:04,654 --> 00:29:08,654
นี่ได้ อันนี้เขาเรียกว่าเพลงเทพ

437
00:29:08,658 --> 00:29:12,658
ทองนะ นักเรียนอยากรู้ว่าร้องอย่างไร ครูอาจจะร้องไม่ชัดดนักเรียนลองไป

438
00:29:12,680 --> 00:29:16,664
เปิดฟังดูแล้วเอากลอนนี่ไปใส่ดูก็ได้

439
00:29:16,664 --> 00:29:20,650
ชอบฟังแหล่หรือ อยากฟังเป็นแหล่ ดู

440
00:29:20,650 --> 00:29:24,650
สิว่าทำได้ไหม ทำเป็นแหล่ก็ได้ทำนอง

441
00:29:24,671 --> 00:29:28,658
เสนาะนี่ พร้อม ๆ กัน เดี๋ยวไปพร้อมครูก่อน

442
00:29:28,658 --> 00:29:32,657
แล้วพอบทที่ 2 ก็ลองร้องตามครูนะครับ

443
00:29:32,657 --> 00:29:36,657

444
00:29:36,659 --> 00:29:40,656

445
00:29:40,656 --> 00:29:44,649
ด้วยชนก

446
00:29:44,649 --> 00:29:48,649
ชนนีนั้นมีคุณ

447
00:29:48,653 --> 00:29:52,653
ได้การุญเลี้ยงรักษา

448
00:29:52,653 --> 00:29:56,653
มาจนใหญ่ อุ้มอุทร

449
00:29:56,659 --> 00:30:00,648
ป้อนข้าวเป็นเท่าไร หมาย

450
00:30:00,648 --> 00:30:04,648
จะได้พึ่งพาธิดาดวง

451
00:30:04,663 --> 00:30:08,652
ไปพร้อม ๆ กัน พึ่งพาธิดาดวง

452
00:30:08,652 --> 00:30:12,652
ถ้าเราดีมีจิตคิด

453
00:30:12,667 --> 00:30:16,649
อุปถัมภ์ กุศลล้ำเลิศเท่า

454
00:30:16,649 --> 00:30:20,646
ภูเขาหลวง จะปรากฏ

455
00:30:20,646 --> 00:30:24,646
ยศยิ่งสิ่งทั้งปวง

456
00:30:24,647 --> 00:30:28,647
กว่าจะล่วงลุถึงซึ่งพิ

457
00:30:28,653 --> 00:30:32,653
มาน เทพไทในห้องสิบหกชั้น

458
00:30:32,654 --> 00:30:36,649

459
00:30:36,649 --> 00:30:40,649
จะชวนกันสรรเสริญ

460
00:30:40,649 --> 00:30:44,649
เจริญสาร

461
00:30:44,652 --> 00:30:48,651
ว่าสตรีนี้เป็นยอดยุพาพาล

462
00:30:48,651 --> 00:30:52,651
ได้เลี้ยงท่านชนก

463
00:30:52,662 --> 00:30:56,647

464
00:30:56,647 --> 00:31:00,647
ชนชี

465
00:31:00,650 --> 00:31:04,650

466
00:31:04,651 --> 00:31:08,649
นี่

467
00:31:08,649 --> 00:31:12,649
เห็นไหม ครูก็สามารถนำไปร้องเป็นเพลงแหล่ได้

468
00:31:12,659 --> 00:31:16,659
นักเรียนก็เช่นเดียวกัน ก็ชื่อก็บอกอยู่แล้วทำนองเสนาะ

469
00:31:16,670 --> 00:31:20,670
ทำอย่างไรก็ได้ให้มีความไพเราะ เบื่อแล้วครูปรเมษฐ

470
00:31:20,683 --> 00:31:24,660
ร้องเป็นเพลงทันสมัยได้ไหม ได้

471
00:31:24,660 --> 00:31:28,660
บทที่น่าสนใจด้วย คุณครูคณิตาจะลองบ้างไหมครับ (คุณครูคณิตา) ให้คุณครู

472
00:31:28,668 --> 00:31:32,668
ปรเมษฐเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เหนื่อยแล้วนี่

473
00:31:32,678 --> 00:31:36,678
เพลงสากลธรรมดา เพลงสติงธรรมดา

474
00:31:36,688 --> 00:31:40,647
จะพูดจาปราศรัยกับใครนั้น

475
00:31:40,647 --> 00:31:44,647
อย่าตะคั้นตะคอก

476
00:31:44,656 --> 00:31:48,656
ให้เคืองหู ไม่ควรพูดอื้ออึง

477
00:31:48,656 --> 00:31:52,652
ขึ้นมึงกู คนจะรู้เรื่อง

478
00:31:52,652 --> 00:31:56,650
ไม่ขามใจ นี่เห็นไหม สามารถ

479
00:31:56,650 --> 00:32:00,650
จะแปลงเป็นอะไรก็ได้นะครับ แต่นักเรียนก็จะต้อง

480
00:32:00,650 --> 00:32:04,650
ทำให้ได้ คราวนี้อันนี้เดี๋ยวให้เป็นทำนอง

481
00:32:04,654 --> 00:32:08,652
เสนาะแบบธรรมดานะครับ แล้วจะให้นักเรียนนั้นเริ่ม

482
00:32:08,652 --> 00:32:12,649
พร้อม ๆ กันนะ ฝึกมาเยอะแล้ว อันนี้ตามขนบเดิม

483
00:32:12,649 --> 00:32:16,649
แม้นจะเรียนวิชาทาง

484
00:32:16,651 --> 00:32:20,649
ทางค้าขาย

485
00:32:20,649 --> 00:32:24,649
อย่าปากร้ายพูดจา

486
00:32:24,654 --> 00:32:28,647
อัชฌาสัย

487
00:32:28,647 --> 00:32:32,647
จะซื้อง่ายขายดี

488
00:32:32,649 --> 00:32:36,647
มีกำไร ด้วย

489
00:32:36,647 --> 00:32:40,647
เขาไม่เคืองจิตระอิดระอา

490
00:32:40,652 --> 00:32:44,649
เป็นมนุษย์สุดนิยม

491
00:32:44,649 --> 00:32:48,649
เพียงลมปาก จะได้ยาก

492
00:32:48,666 --> 00:32:52,647
โหยหิวเพราะชิว

493
00:32:52,647 --> 00:32:56,647
หา แม้นพูดดีมีคน

494
00:32:56,650 --> 00:33:00,650
เขาเมตตา จะพูดจา

495
00:33:00,659 --> 00:33:04,648
จงพิเคราะห์

496
00:33:04,648 --> 00:33:08,647
ให้เหมาะความ ทอดลง จบ

497
00:33:08,647 --> 00:33:12,647
พอดี เนื้อหาจบพอดีเลย เห็นไหมนักเรียน

498
00:33:12,649 --> 00:33:16,649
ที่ครูได้ถ่ายทอดให้นักเรียนเข้าใจไหม

499
00:33:16,677 --> 00:33:20,657
ว่ามันสามารถที่จะพลิกแพลงได้

500
00:33:20,657 --> 00:33:24,651
ให้เกิดความไพเราะทำอย่างไรก็ได้ เพราะฉะนั้น กิจกรรมนี้

501
00:33:24,651 --> 00:33:28,651
ครับ ครูจะให้นักเรียนนั้นทำอะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ

502
00:33:28,654 --> 00:33:32,654
จะให้นักเรียนนะคะ ฝึกอ่านบทร้อยกรองค่ะ ใส่ทำนองให้เพราะพริ้งค่ะ

503
00:33:32,675 --> 00:33:36,651
(คุณครูปรเมษฐ) มันก็เป็นการสร้างสรรค์นะครับ

504
00:33:36,651 --> 00:33:40,651
กิจกรรมก็คือนักเรียนแบ่งกลุ่ม 4 คนนะ แบ่งกลุ่ม 4 คน

505
00:33:40,660 --> 00:33:44,660
ทำอะไรครับ เพื่อจะฝึกอ่านบทร้อยกรอง

506
00:33:44,678 --> 00:33:48,652
เป็นทำนองเสนาะ จากเรื่อง สุภาษิตสอนหญิง แต่วิธีการของครูนะ

507
00:33:48,652 --> 00:33:52,652
ครับ เมื่อนักเรียนจับกลุ่มเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะ

508
00:33:52,652 --> 00:33:56,650
ให้เลือกบทที่ตนชอบในเรื่อง สุภาษิต

509
00:33:56,650 --> 00:34:00,650
สอนหญิงนะ ไม่ใช่แต่เพราะที่ครูนำขึ้นกระดานนะ

510
00:34:00,657 --> 00:34:04,656
2 บท เป็นอะไรต่อ

511
00:34:04,656 --> 00:34:08,650
ให้อ่านแบบขนบเดิม บทที่ 2

512
00:34:08,650 --> 00:34:12,650
ให้ใส่ทำนองเอง แล้วเดี๋ยวคุณครูปลายทางจะ

513
00:34:12,658 --> 00:34:16,648
ได้รู้ว่าลูกศิษย์ของท่านนั้นมี

514
00:34:16,648 --> 00:34:20,648
ศักยภาพมากน้อยเพียงใด จากนั้นเสร็จแล้วก็ให้ช่วยกันนำเสนอหน้าชั้น

515
00:34:20,649 --> 00:34:24,648
(คุณครูคณิตา) ค่ะ บทบาทของคุณครูปลายทางนะคะ

516
00:34:24,648 --> 00:34:28,648
ก็คือ 1. ให้นักเรียน

517
00:34:28,648 --> 00:34:32,648
ร่วมกิจกรรมกลุ่มค่ะ 2. ดูแลนักเรียนที่ยังอ่านไม่คล

518
00:34:32,660 --> 00:34:36,660
่องให้มาฝึกอ่านกับครู 3. ร่วมกันเสนอแนะ

519
00:34:36,662 --> 00:34:40,650
การอ่านบทร้อยกรองของนักเรียนแต่ละกลุ่มค่ะ

520
00:34:40,650 --> 00:34:44,650
นักเรียนคะ หากจำนวนไม่พอนะคะ

521
00:34:44,661 --> 00:34:48,655
ก็ให้จัดตามความเหมาะสม คุณครูผู้ประจำวิชา

522
00:34:48,655 --> 00:34:52,650
นะคะ ก็สามารถที่จะจัดได้เลยนะคะ

523
00:34:52,650 --> 00:34:56,650
ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นกลุ่มละ 4 คน ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ

524
00:34:56,651 --> 00:35:00,650
เพิ่มเติมหน่อยครับ คุณครูปลายทางครับ ถ้าลูกศิษย์

525
00:35:00,650 --> 00:35:04,650
ของท่านนั้นมีความสามรถนั้น ผมอยากชื่นชมบ้าง

526
00:35:04,658 --> 00:35:08,658
ผมและครูคณิตาก็อยากเห็น เพราะฉะนั้น ถ้าเกิดนำเสนอแล้ว

527
00:35:08,660 --> 00:35:12,660
น่าสนใจ คุณครูช่วยบันทึกเป็นวิดีโอ

528
00:35:12,661 --> 00:35:16,649
ส่งกลับมาทาง DLTV ป. 6 ด้วยนะครับ เพื่อจะ

529
00:35:16,649 --> 00:35:20,649
ได้นำมานำเสนอให้กับผู้อื่นทั่วประเทศนะครับ

530
00:35:20,673 --> 00:35:24,657
ขอบคุณมากครับ คุณครูครับ เพราะฉะนั้น เดี๋ยวครูจะให้

531
00:35:24,657 --> 00:35:28,657
เริ่มปฏิบัติกิจกรรมนี้ได้เลยครับ พร้อมแล้ว

532
00:35:28,685 --> 00:35:32,655
ลงมือครับ [เสียงดนตรี]

533
00:35:32,655 --> 00:35:36,651

534
00:35:36,651 --> 00:35:40,649

535
00:35:40,649 --> 00:35:44,649

536
00:35:44,664 --> 00:35:48,646

537
00:35:48,646 --> 00:35:52,646

538
00:35:52,646 --> 00:35:56,646

539
00:35:56,647 --> 00:36:00,647

540
00:36:00,653 --> 00:36:04,650

541
00:36:04,650 --> 00:36:08,650

542
00:36:08,662 --> 00:36:12,646

543
00:36:12,646 --> 00:36:16,646

544
00:36:16,648 --> 00:36:20,647

545
00:36:20,647 --> 00:36:24,647

546
00:36:24,654 --> 00:36:28,654

547
00:36:28,655 --> 00:36:32,649

548
00:36:32,649 --> 00:36:36,649

549
00:36:36,654 --> 00:36:40,647

550
00:36:40,647 --> 00:36:44,647

551
00:36:44,647 --> 00:36:48,647

552
00:36:48,652 --> 00:36:52,652

553
00:36:52,653 --> 00:36:56,647

554
00:36:56,647 --> 00:37:00,646

555
00:37:00,646 --> 00:37:04,646

556
00:37:04,649 --> 00:37:08,647

557
00:37:08,647 --> 00:37:12,647

558
00:37:12,651 --> 00:37:16,648

559
00:37:16,648 --> 00:37:20,647

560
00:37:20,647 --> 00:37:24,647

561
00:37:24,648 --> 00:37:28,648

562
00:37:28,650 --> 00:37:32,647

563
00:37:32,647 --> 00:37:36,646

564
00:37:36,646 --> 00:37:40,646

565
00:37:40,646 --> 00:37:44,646

566
00:37:44,647 --> 00:37:48,647

567
00:37:48,649 --> 00:37:52,647

568
00:37:52,647 --> 00:37:56,647

569
00:37:56,661 --> 00:38:00,646

570
00:38:00,646 --> 00:38:04,646

571
00:38:04,656 --> 00:38:08,656

572
00:38:08,656 --> 00:38:12,645

573
00:38:12,645 --> 00:38:16,645

574
00:38:16,649 --> 00:38:20,646

575
00:38:20,646 --> 00:38:24,646

576
00:38:24,647 --> 00:38:28,647

577
00:38:28,651 --> 00:38:32,651

578
00:38:32,656 --> 00:38:36,647

579
00:38:36,647 --> 00:38:40,647

580
00:38:40,651 --> 00:38:44,651

581
00:38:44,652 --> 00:38:48,646

582
00:38:48,646 --> 00:38:52,646

583
00:38:52,652 --> 00:38:56,650

584
00:38:56,650 --> 00:39:00,650

585
00:39:00,655 --> 00:39:04,646

586
00:39:04,646 --> 00:39:08,646

587
00:39:09,650 --> 00:39:13,650

588
00:39:13,650 --> 00:39:17,646

589
00:39:17,646 --> 00:39:21,645

590
00:39:21,645 --> 00:39:25,645

591
00:39:25,646 --> 00:39:29,645

592
00:39:29,645 --> 00:39:33,645

593
00:39:33,645 --> 00:39:37,645

594
00:39:37,645 --> 00:39:41,645

595
00:39:41,649 --> 00:39:45,649

596
00:39:45,653 --> 00:39:49,645

597
00:39:49,645 --> 00:39:53,645

598
00:39:53,651 --> 00:39:57,647

599
00:39:57,647 --> 00:40:01,647

600
00:40:01,647 --> 00:40:05,645

601
00:40:05,645 --> 00:40:09,645

602
00:40:09,652 --> 00:40:13,648

603
00:40:13,648 --> 00:40:17,648

604
00:40:17,650 --> 00:40:21,650

605
00:40:21,654 --> 00:40:25,645

606
00:40:25,645 --> 00:40:29,645

607
00:40:29,645 --> 00:40:33,645

608
00:40:33,645 --> 00:40:37,645

609
00:40:37,645 --> 00:40:41,645

610
00:40:41,645 --> 00:40:45,645

611
00:40:45,657 --> 00:40:49,649

612
00:40:49,649 --> 00:40:53,645

613
00:40:53,645 --> 00:40:57,645

614
00:40:57,646 --> 00:41:01,645

615
00:41:01,645 --> 00:41:05,645

616
00:41:05,645 --> 00:41:09,645

617
00:41:09,646 --> 00:41:13,644

618
00:41:13,644 --> 00:41:17,644

619
00:41:17,645 --> 00:41:21,645

620
00:41:21,650 --> 00:41:25,645

621
00:41:25,645 --> 00:41:29,645

622
00:41:29,645 --> 00:41:33,645

623
00:41:33,662 --> 00:41:37,646

624
00:41:37,646 --> 00:41:41,646

625
00:41:41,650 --> 00:41:45,647

626
00:41:45,647 --> 00:41:49,646

627
00:41:49,646 --> 00:41:53,645

628
00:41:53,645 --> 00:41:57,645

629
00:41:57,645 --> 00:42:01,645

630
00:42:01,645 --> 00:42:05,645

631
00:42:05,645 --> 00:42:09,645

632
00:42:09,645 --> 00:42:13,645

633
00:42:13,645 --> 00:42:17,645

634
00:42:17,652 --> 00:42:21,650

635
00:42:21,650 --> 00:42:25,646

636
00:42:25,646 --> 00:42:29,646

637
00:42:29,646 --> 00:42:33,645

638
00:42:33,645 --> 00:42:37,645

639
00:42:37,645 --> 00:42:41,645

640
00:42:41,659 --> 00:42:45,659

641
00:42:45,662 --> 00:42:49,647

642
00:42:49,647 --> 00:42:53,647

643
00:42:53,657 --> 00:42:57,654

644
00:42:57,654 --> 00:43:01,645

645
00:43:01,645 --> 00:43:05,644

646
00:43:05,644 --> 00:43:09,644

647
00:43:09,645 --> 00:43:13,644

648
00:43:13,644 --> 00:43:17,644

649
00:43:17,647 --> 00:43:21,644

650
00:43:21,644 --> 00:43:25,644

651
00:43:25,645 --> 00:43:29,645

652
00:43:29,645 --> 00:43:33,645

653
00:43:33,662 --> 00:43:37,644

654
00:43:37,644 --> 00:43:41,644

655
00:43:41,654 --> 00:43:45,652

656
00:43:45,652 --> 00:43:49,644

657
00:43:49,644 --> 00:43:53,644

658
00:43:53,658 --> 00:43:57,648

659
00:43:57,648 --> 00:44:01,648

660
00:44:01,649 --> 00:44:05,646

661
00:44:05,646 --> 00:44:09,645

662
00:44:09,645 --> 00:44:13,645

663
00:44:13,646 --> 00:44:17,646

664
00:44:17,670 --> 00:44:21,645

665
00:44:21,645 --> 00:44:25,644

666
00:44:25,644 --> 00:44:29,644

667
00:44:29,647 --> 00:44:33,645

668
00:44:33,645 --> 00:44:37,645

669
00:44:37,645 --> 00:44:41,645

670
00:44:41,672 --> 00:44:45,644

671
00:44:45,644 --> 00:44:49,644

672
00:44:49,644 --> 00:44:53,644

673
00:44:53,644 --> 00:44:57,644

674
00:44:57,644 --> 00:45:01,644

675
00:45:01,646 --> 00:45:05,646

676
00:45:05,648 --> 00:45:09,645

677
00:45:09,645 --> 00:45:13,645

678
00:45:13,652 --> 00:45:17,652

679
00:45:17,667 --> 00:45:21,647

680
00:45:21,647 --> 00:45:25,647

681
00:45:25,655 --> 00:45:29,647

682
00:45:29,647 --> 00:45:33,646
(คุณครูคณิตา) หมดเวลาค่ะ

683
00:45:33,646 --> 00:45:37,644
นักเรียน หากนักเรียนนะคะ ยัง

684
00:45:37,644 --> 00:45:41,644
ซ้อมท่องบทเหล่านี้นะ ยังไม่เรียบร้อย

685
00:45:41,654 --> 00:45:45,654
นะ ก็สามารถที่จะไปฝึกเพิ่มเติมได้ค่ะ ครู

686
00:45:45,675 --> 00:45:49,651
ประจำวิชาก็สามารถที่จะให้นักเรียนนะคะ ฝึกท่อง

687
00:45:49,651 --> 00:45:53,651
ในช่วงเวลาว่างได้ค่ะ เอาล่ะค่ะ วันนี้

688
00:45:53,678 --> 00:45:57,647
เรามาถึงช่วง... ช่วงอะไรคะนักเรียน ช่วง

689
00:45:57,647 --> 00:46:01,647
สรุปองค์ความรู้ครูและนักเรียนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เรา

690
00:46:01,659 --> 00:46:05,659
ไปกันเลยดีกว่าครับ เด็ก ๆ ครับ เรามาสรุปเป็น

691
00:46:05,668 --> 00:46:09,653
ผังความคิดนะ หลักการอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง

692
00:46:09,653 --> 00:46:13,653
นะครับ ต้องทำดังนี้นะ 1. ต้องมีศิลปะในการเอื้อเสียง

693
00:46:13,678 --> 00:46:17,678
อย่างที่ครูบอกไปนะครับ 2 ว่าอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) 2. อ่าน

694
00:46:17,685 --> 00:46:21,647
ฉันทลักษณ์ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สำคัญมาก 3. (คุณครูคณิตา)

695
00:46:21,647 --> 00:46:25,647
3. อ่านถูกต้องตามลักษณะบังคับค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ยิ่งสำคัญเลย

696
00:46:25,667 --> 00:46:29,648
ลักษณะบังคับนี่ต้องอ่านให้ถูกต้อง และ 4. ก็คืออ่าน

697
00:46:29,648 --> 00:46:33,648
ให้ถูกต้องอักขระต้องชัดเจนใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) 5.

698
00:46:33,653 --> 00:46:37,647
ก็คืออ่านด้วยน้ำเสียงที่ดังพอเหมาะ

699
00:46:37,647 --> 00:46:41,647
ไม่ตะคอกนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ และข้อสุดท้ายครับ (คุณครูคณิตา)

700
00:46:41,690 --> 00:46:45,661
เน้นเสียงคำให้ชัดเจนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ก็คือหลักการนะครับ ให้นักเรียน

701
00:46:45,661 --> 00:46:49,645
นั้นบันทึกลงไปนะในสมุดของตัวเอง

702
00:46:49,645 --> 00:46:53,645
นะครับ ทำเป็นรูปแบบครูก็ได้ หรือนักเรียนอาจจะทำเป็น

703
00:46:53,681 --> 00:46:57,649
ก้างปลา (คุณครูคณิตา) แล้วแต่

704
00:46:57,649 --> 00:47:01,649
เลยค่ะ แผนผังความคิดมีหลายรูปแบบนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช้

705
00:47:01,665 --> 00:47:05,649
สมองแล้วก็ตรองให้มันเป็นสิ่งสร้างสรรค์ขึ้นมา

706
00:47:05,649 --> 00:47:09,645

707
00:47:09,645 --> 00:47:13,645
นะครับ (คุณครูคณิตา) วันนี้

708
00:47:13,646 --> 00:47:17,646
เรามีคำถามกันไหมคะ ครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) มีสิครับครูคณิตา

709
00:47:17,648 --> 00:47:21,648
การอ่านออกเสียงบทร้อยกรองนี่นะครับ มันทำใหารอ่านออกเสียงบทร้อยกรองนี่นะครับ มันทำให

710
00:47:21,653 --> 00:47:25,652
้เกิดความรู้สึกอย่างไรเด็ก ๆ ครับ

711
00:47:25,652 --> 00:47:29,648
อ่านออกเสียงบทร้อยกรอง มันทำให้เรานี่รู้สึก

712
00:47:29,648 --> 00:47:33,648
เป็นอย่างไร ไหนช่วยแสดงความคิดเห็นหน่อย เดี๋ยวคุณครูคณิตา

713
00:47:33,674 --> 00:47:37,650
จะฟังแล้วจะมาสรุปอีกครั้งหนึ่ง

714
00:47:37,650 --> 00:47:41,646
ตอบครับ ๆ (คุณครูคณิตา) ตอบได้เลยค่ะ

715
00:47:41,646 --> 00:47:45,646
(คุณครูปรเมษฐ) ประมาณนั้น

716
00:47:45,655 --> 00:47:49,655
ครูคณิตาครับ สรุปว่าเด็ก ๆ เขาว่าอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ การ

717
00:47:49,655 --> 00:47:53,646
อ่านบทร้อยกรองนะคะ จะทำให้เกิดความซาบซึ่ง

718
00:47:53,646 --> 00:47:57,646
ในการอ่านออกเสียงบทร้อยกรองค่ะ และสามารถนำไปปรับใช้

719
00:47:57,661 --> 00:48:01,651
ในชีวิตได้ด้วยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) การที่นำไปปรับใช้ได้นี่

720
00:48:01,651 --> 00:48:05,651
ในบทร้อยกรองหรือบทอาขยานแต่ละบท

721
00:48:05,654 --> 00:48:09,648
นี่ มันแฝงด้วยข้อคิด การที่มีข้อคิดนี่

722
00:48:09,648 --> 00:48:13,648
นักเรียนก็สามารถนำแนวคิดนั้นไปปรับใช้ในชีวิต

723
00:48:13,649 --> 00:48:17,649
แล้วถ้านักเรียนสามารถอ่านทำนองเสนาะหรือท่องอาขยานได้มันเป็น

724
00:48:17,655 --> 00:48:21,650
ที่มาแห่งการแต่งคำประพันธ์นั้น ๆ ได้เช่นเดียวกัน

725
00:48:21,650 --> 00:48:25,650
ใช่ไหมครับ ครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ มีประโยชน์มาก ๆ ค

726
00:48:25,654 --> 00:48:29,646
บทเรียนครั้งต่อไปนะ

727
00:48:29,646 --> 00:48:33,645
ครูจะให้หนู ๆ ศึกษากันในเรื่อง... (คุณครูคณิตา) เรื่อง

728
00:48:33,645 --> 00:48:37,645
วิเคราะห์คุณค่าของเรื่องค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็วิเคราะห์

729
00:48:37,661 --> 00:48:41,646
ของเรื่อง อย่าชิงสุกก่อนห่ามไม่งามดี

730
00:48:41,646 --> 00:48:45,646
หรือสุภาษิตนั่นเองนะ เป็นตัวบท สิ่งที่นักเรียนต้องเตรียมนะครับ คืออะไรเอ่ย

731
00:48:45,651 --> 00:48:49,651
(คุณครูคณิตา) ค่ะ 1. ใบความรู้เรื่อง หลักการวิเคราะห์

732
00:48:49,661 --> 00:48:53,644
คุณค่าวรรณคดี 2. ใบงาน

733
00:48:53,644 --> 00:48:57,644
เรื่อง สุภาษิตสอนหญิงสอนอะไรเราค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) และ

734
00:48:57,647 --> 00:49:01,646
ก็สุดท้ายนี่สำคัญนะ อย่าลืมนะลูก หนังสือ

735
00:49:01,646 --> 00:49:05,646
วรรณคดีลำนำ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

736
00:49:05,649 --> 00:49:09,649
นะครับ ซึ่งข้อมูลต่าง ๆ สามารถดาวน์โหลดได้ที่ไหนครับ (คุณครูคณิตา) สามารถดาวน์โหลด

737
00:49:09,656 --> 00:49:13,645
ได้ที่นี่เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) วันนี้ครูทั้ง 2 คน

738
00:49:13,645 --> 00:49:17,645
ก็ขอลานักเรียนไปก่อน

739
00:49:17,647 --> 00:49:21,645
นักเรียนลาครูแล้ว ก็ไปทบทวนเรื่อง

740
00:49:21,645 --> 00:49:25,645
ที่ครูสอนนะ อย่าทิ้งไปเลย การทบทวนนี่

741
00:49:25,673 --> 00:49:29,660
เป็นคุณธรรมที่นักเรียนควรกระทำเป็นอย่างยิ่ง ถ้าเรารู้จึกทบทวนการ

742
00:49:29,660 --> 00:49:33,655
ฝึกฝนนี่ ความเก่งนี่เกิดขึ้นไหมครูคณิตา

743
00:49:33,655 --> 00:49:37,655
(คุณครูคณิตา) เกิดขึ้นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ฝากไว้ให้คิดนะหนูนะ ไปก่อนครับ

744
00:49:37,657 --> 00:49:41,654
สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) บ๊าย

745
00:49:41,654 --> 00:49:45,643
บาย [เสียงดนตรี]

746
00:49:45,643 --> 00:49:49,643

747
00:49:49,647 --> 00:49:53,647

748
00:49:53,651 --> 00:49:57,648

749
00:49:57,648 --> 00:50:01,644

750
00:50:01,644 --> 00:50:05,644

751
00:50:05,647 --> 00:50:09,644

752
00:50:09,644 --> 00:50:13,644


